ผู้เขียน หัวข้อ: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ  (อ่าน 508986 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1140 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2017, 08:42:21 AM »
เมื่อวานพี่ประสาน ขับรถมาจากระยองแวะมาเยี่ยมเยือนกันอีกครั้งหลังจากที่เคยมาเมื่อหลายปีก่อน เสียดายมีเวลาคุยกันน้อยไปหน่อยพอดีผมติดงานเยอะเลยบ่ายวันเสาร์แต่ก็ได้คุยกันมันมากครับ






 :wiggle :wiggle :wiggle

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1141 เมื่อ: 28 มีนาคม, 2017, 09:27:16 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เรื่อง Laser Projectors ส่วนใครต้องการเอกสารเป็นแบบPDFก็สามารถscanจาก QR Codeได้เลยครับ








 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1142 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 05:18:45 PM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน พย.2559 เรื่อง THX Professional Video Systems Calibration PartII
หน้าที่1


หน้าที่2


หน้าที่3


หน้าที่4


หน้าที่5


QR Code


 :secret

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1143 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 06:20:12 PM »
ขอบคุุณครับ  like

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1144 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 06:31:30 PM »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1145 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 06:26:21 PM »

วันนี้น้องกุยช่ายมาเยี่ยมเยือนดูหนังฟังเพลงที่ห้อง พร้อมมาพูดคุยปรึกษาเรื่องการทำห้องhome theaterกันด้วยครับ






 c) c) c) c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1146 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 10:42:52 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน ธค. 2559 เรื่องBlu-ray Re-recording
ฉบับนี้พูดถึงเรื่องของStudio ในบริษัทFormosa Group บริษัทที่ทำงานด้านเสียงทั้งงานด้านRecording, re-recording, Editing, re-editing, Mixing, remix, Mastering, remastering รวมทั้งเป็นSound Supervisionให้กับภาพยนตร์ชื่อดังๆ หรือภาพยนต์รางวัลดีเด่นด้านเสียงมาหลายเรื่อง ผลงานที่ออกมาล่าสุดที่คุ้นๆกันก็เช่น Star Trek Beyond, The Conjuring2, Batman V. Superman dawn of justice, The Revenant, JohnWick หรือแม้กระทั่งหนัง6รางวัลOscarที่เป็นรางวัลด้านSound Editing, Sound Mixingอย่างMad Max: Fury Road เหล่านี้ล้วนก็มีชื่อของFormsa Groupเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงTV Seriesชื่อดังอย่างGame of Thrones ที่ได้บันทึกเสียงแบบDolby Atmos การันตีจากรางวัลEmmy Awardsอย่างมากมายรวมถึงOutstanding Sound Mixingหลายสมัยก็ทำการmixในห้องนี้ ลองมาดูกันว่าเขาใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในstudioและมีการวางลำโพงDolby Atmosแบบไหนกัน










QR Codeเผื่อใครอยากได้เป็นpdf fileไว้


 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1147 เมื่อ: 04 เมษายน, 2017, 10:00:50 PM »

ปรับdistanceของSubwoofer ในห้องhome theaterโดยวิธีphase alignmentทำอย่างไรนะ?


เมื่อวานมีรุ่นพี่ไลน์มาถามส่วนตัวในเรื่องการalign subwooferกับลำโพงmainในห้องhome theater เลยเอารูปกราฟphaseในห้องของผมที่ได้ทำการalignไว้มาให้ดูจะได้เห็นภาพง่ายขึ้น เลยคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์บ้างเผื่อใครสนใจ คราวนี้ลองมาดูจากกราฟนี้ ด้านบนเป็นกราฟของphase trace ส่วนด้านล่างเป็นกราฟMagnitudeหรือlevelของเสียง โดยกราฟmagnitudeจุดcrossoverจะเห็นว่าอยู่ที่ประมาณ85Hzเป็นตำแหน่งที่levelของลำโพงmainและsubwooferลดลงมาตัดกันเนื่องจากhigh pass filterและlow pass filter ซึ่งบริเวณนี้ถ้าสังเกตุดูกราฟphaseของsubwooferและลำโพงmainดีๆมันจะทับกันเป็นช่วงตั้งแต่ประมาณ50Hz ถึง 90Hzกว่าๆทำให้เรารู้ได้ว่าบริเวณความถี่crossoverเสียงจากลำโพงmainและจากลำโพงsubwooferมีการin phaseและ in timeกัน วิธีการพิสูจน์ก็เพียงแต่เราเปิfull band pink noiseให้เสียงจากลำโพงทั้งสองมาพร้อมกัน มาดูlevelบริเวณcrossoverจะเห็นว่ามีlevelเพิ่มขึ้นประมาณ 6dB ตรงนี้แสดงถึงว่าลำโพงmainกับลำโพงsubwooferทำงานเหมือนกันณ.ความถี่crossover คราวนี้ลองไปกลับphaseของsubwooferเป็นreverse phase(subบางรุ่นบอกเป็น180องศา)เส้นกราฟจะออกมาเป็นเส้นสีเหลืองเมื่อไปดูที่magnitude จะเห็นได้ว่าลดลงไปมากว่า 3dB แสดงถึงลำโพงmainกับsubทำงานตรงข้ามกันหรือout of phaseกันตรงcrossover เสียงที่ได้ออกมาก็เป็นเสียงที่ลำโพงmainและลำโพงsubทำงานไม่ประสานกัน เสียงขาดน้ำหนัก focusเสียงไม่ชัดเจน ไม่สมจริง
และถ้าสังเกตดีๆแถวๆcrossoverเส้นกราฟphaseของmainกับsubในภาพจะทับกันเป็นเส้นไม่ได้ตัดกันเฉยๆนะครับ กราฟลักษณะนี้เรียกว่าทั้งsubและmainมีความin phaseและin timeต่อกัน เพราะถ้าเป็นแค่เส้นตัดกันเฉพาะบริเวณcrossoverก็แสดงว่ามีแต่การin phaseกัน ส่วนเวลาจะไม่พร้อมกัน เมื่อตำแหน่งcrossoverเปลี่ยนไปแค่เล็กน้อยจากการเพิ่มลดvolumeของmain หรือของsub มันก็ไม่in phaseกันแล้ว เหมือนอย่างที่ผมเคยเปรียบเทียบเรื่องการทำงานของลำโพงmainและลำโพงsub กับการวิ่งผลัดที่นักวิ่งคนแรกก็ต้องส่งไม้วิ่งผลัดให้กับนักวิ่งคนที่สองตรงตำแหน่งcrossover ซึ่งตำแหน่งที่ส่งไม้กันก็ต้องเป็นตำแหน่งเดียวกันหรือก็คือphaseตรงกัน นอกจากนี้นักวิ่งทั้งสองก็ต้องพยายามวิ่งให้เร็วเท่าๆกันตรงบริเวณส่งไม้เพราะบางทีอาจจะไม่ได้ส่งไม้ตรงเป๊ะบริเวณที่ตั้งใจไว้อาจจากส่งก่อนนิดหน่อยหรือหลังนิดหน่อยดังนั้นเมื่อนักวิ่ง มีความเร็วในการวิ่งใกล้เคียงกันในช่วงเปลี่ยนไม้การส่งไม้ถึงจะทำได้สำเร็จง่ายขึ้นแบบนี้เรียกว่านักวิ่งin timeกัน แต่ถ้านักวิ่งวิ่งกันคนละความเร็วหรือไม่รอกันการส่งไม้ก็จะยากมาก หรือส่งไม่ได้เลยเพราะรับกันไม่ทัน แบบนี้เขาเรียกว่าตรงตำแหน่งcrossoverมีการin phaseแต่ไม่in timeกัน เสียงจากลำโพงmainและsubwooferก็จะทำงานไม่ประสานกัน


บางคนอาจจะสงสัยว่าแค่มันทำให้เสียงมันดังขึ้นหรือเบาลงบริเวณcrossoverเท่านั้นหรือการที่ลำโพงมีการin phaseและin timeกัน ความจริงแล้วการทำให้subและmainทำงานตรงกันตรงจุดcrossoverมันเป็นการทำให้ระบบลำโพงในห้องhome theaterทำงานเข้ากัน มีการส่งต่อความถี่เสียงอย่างเหมาะสมไม่ขาดหาย เมื่อฟังเสียงจะรู้สึกเหมือนว่าไม่มีsubwooferอยู่ในระบบหรือที่บางคนเรียกว่าsubหาย เสียงเครื่องดนตรีต่างๆมีความเหมือนจริงใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้นเพราะลำโพงต่างๆทำงานเข้ากัน ถ้าเป็นห้องhome theaterพวกเสียงsound effectsต่างๆ โดยเฉพาะเสียงปืน เสียงระเบิด จะสมจริงรายละเอียดของเสียงความถี่ต่ำจะมากขึ้น


อย่างเช่นคนที่มาเยี่ยมชมห้องhome theaterของผมส่วนมากจะแปลกใจว่าทำไมเสียงเบสถึงได้ออกมาจากจอ ไม่มีความรู้สึกเลยว่าเสียงความถี่ต่ำออกมาจากsubwooferที่เห็นวางอยู่ข้างๆ และเมื่อบอกว่าความจริงมีsubwooferอยู่ด้านหลังsofaที่นั่งด้วยนะ...หลายคนตกใจเลย! เพราะเหมือนว่าไม่มีเสียงเบสออกมาจากsubwoofer บางคนก็ขอเอาหูเข้าไปฟังใกล้ๆหน้าตู้เลย เพราะไม่แน่ใจว่ามีเสียงออกมาจริงๆหรือตั้งเอาไว้หลอกกัน555 หรือบางคนก็ถามว่าทำยังไง ผมก็จะตอบทุกคนว่าเคล็ดลับที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือให้ลำโพงsubกับลำโพงmainทำงานเข้ากันที่บริเวณcrossover อย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น


ส่วนถ้าใครไม่มีเครื่องมือวัดphase ก็อาจจะใช้วิธีที่ง่ายขึ้นคือการวัดจากเครื่องมือวัดเสียงพื้นฐานพวกRTAโดยตั้งไว้ที่ 1/3octave RTA เปิดเสียงให้เสียงออกจากทั้งSubwooferและลำโพงหลักที่เราเลือกไว้ ส่วนลำโพงตัวอื่นปิดให้หมด คราวนี้มาดูที่หน้าจอ RTA ณ.ตำแหน่งที่เป็นCrossover แล้วก็ค่อยๆปรับค่าdistance ที่AVR หรือ PreprocessorของSubwoofer ค่อยๆปรับทีละนิด อาจจะทีละ10cm. รอสักสิบวินาทีแล้วคอยสังเกตดูค่าlevelตรง80Hz ปรับไปเรื่อยๆจนเจอค่าlevelที่สูงที่สุด ซึ่งตรงนี้มันจะบ่งถึงว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่คลื่นเสียงจากSubwoofer และลำโพงmain  เกิดการin phaseและไม่ทำให้เกิดphase cancellationกันที่จุดcrossoverนี้ เสร็จแล้วก็มาเช็คกันดูอีกทีว่ามันใช่ตำแหน่งที่มันin phaseกันจริงหรือเปล่าโดยการไปปรับphaseที่Subwooferของเราให้subwooferเรากลับphaseไป 180องศา แล้วกลับไปดูค่าlevel ที่RTA อีกครั้ง ถ้าค่าdistanceเราถูกต้องเมื่อเรากลับPhase ของSubwoofer ค่าlevelมันจะต้องลดลงไปตรงCrossover octaveนั้นอย่างชัดเจน แบบนี้ก็แสดงว่าเราได้ค่าdistanceของSubwooferที่มีความเข้ากันกับลำโพงmainแล้ว ซึ่งเรื่องphaseกับtimeผมเคยอธิบายไว้อย่างละเอียดในหนังสือVideophileชื่อเรื่อง Understanding Phase เมื่อปีที่แล้วใครสนใจสามารถหาอ่านฉบับย้อนหลังได้นะครับ

 :headphone :headphone :headphone :headphone

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1148 เมื่อ: 05 เมษายน, 2017, 06:13:52 AM »

ปรับdistanceของSubwoofer ในห้องhome theaterโดยวิธีphase alignmentทำอย่างไรนะ?



ถูกใจมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพด้านล่าง ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ



ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1149 เมื่อ: 05 เมษายน, 2017, 10:57:13 AM »

ปรับdistanceของSubwoofer ในห้องhome theaterโดยวิธีphase alignmentทำอย่างไรนะ?



ถูกใจมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพด้านล่าง ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ



ขอบคุณมากครับ


ขอบคุณครับพี่
 c) c) c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1150 เมื่อ: 06 เมษายน, 2017, 05:16:59 PM »

ปุ่มปรับPhase กับปุ่มปรับPolarity ที่Subwooferเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
เนื่องจากบทความเรื่องSubwoofer Distance in Home Theater ที่พึ่งลงไปมีหลายคนสนใจ และก็มีพี่ถามเข้ามาว่าไอ้เจ้าปุ่ม Polarity ที่เห็นอยู่ที่หน้าปัดSubwooferนี่มันเหมือนกันกับปุ่ม Phase หรือเปล่า? ผมว่าเดี๋ยวก็จะมีคำถามต่อมาอีกมากมายตามมาเช่น Subwooferมีแต่switchเลื่อน0-180องศา แล้วจะปรับPhaseยังไง? ต้องปรับpolarityเป็นศูนย์เท่านั้นใช่ไหมถึงจะปรับphaseได้? Subwooferไม่มีปุ่มเหล่านี้เลยจะปรับphaseได้ไหม? วันนี้ลองมาหาคำตอบกัน และผมก็เชื่อว่าถ้าใครอ่านบทความเรื่องนี้จบจะต้องตอบคำถามยอดนิยมที่Audio Engineerมักจะถูกถามบ่อยๆว่า “ต้องใส่delayให้กับลำโพงเท่าไรถึงจะทำให้เกิดphase shiftไป 180องศา?” ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ไม่เชื่อลองอ่านให้จบและทำความเข้าใจดูนะครับ


เรื่องของphaseกับpolarityมักจะเกิดความสับสนกับคนทั่วๆไป เพราะบางทีบางบริษัทก็ใช้คำที่คิดว่าฟังดูง่ายดีใส่เข้าไปในสินค้าของตัวเอง แต่ปัญหาก็คือความหมายมันไม่ตรงเสียทีเดียวเช่นปุ่มpolarity switch ก็ใช้คำว่าphase switchเพื่อให้ฟังดูแล้วเข้าใจง่ายแต่ความจริงแล้วการปรับphaseกับ polarityให้ผลไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันยังไงต้องมาเริ่มจากคลื่นเสียงแบบSine waveที่เราคุ้นเคยกันก่อนจะได้นึกภาพออกง่ายๆ อย่างในภาพคลื่นเสียงจะเริ่มที่0ก่อน แล้วขึ้นไปถึง 1 ย้อนลงมาเป็น -1 และกับไปยัง 0อีกทีเป็นครบ1รอบคลื่นสมบูรณ์ อย่างในรูปนี้จะมีประมาณ 3รอบ



คราวนี้ถ้าเราswitchกลับปุ่ม polarity(บางรุ่นก็เป็น positive-negative, บางรุ่นก็เป็น 0-180,  สิ่งที่จะเกิดขึ้นเลยคือรูปคลื่นจะกลับกันทั้งหมดจากเดิมขึ้นก่อนไป 1 ก็จะกลายเป็นลงเป็น -1 เหมือนเอากระจกไปส่งรูปคลื่นแรก ภาพออกมาจะกลับกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราโยกswitch polarityไปเพราะมันจะไปเปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าให้กลับขั้วกัน เหมือนเราต่อสายลำโพงกลับขั้วจากบวกเป็นลบ กรวยลำโพงก็จะทำงานตรงกันข้ามกัน และจุดสำคัญสำหรับการกลับpolarityก็คือมันไม่ขึ้นกับทั้งเวลา(phase) และความถี่ โดยมันจะกลับตรงกันข้ามกันเลยไม่ว่าจะความถี่ที่เท่าไร ตำแหน่งphaseหรือคลื่นอยู่ตรงไหน


คราวนี้มาดูที่phaseกันบ้าง phaseตรงนี้จะหมายถึงตำแหน่งของคลื่นว่าอยู่ตรงไหนในรูปแบบองศา เช่นจาก0ขึ้นไปจนถึง1ในกราฟก็หมายถึงphaseที่ 90องศา เมื่อย้อนกลับมาเป็น0อีกก็เป็น 180องศากลับลงไปต่ำสุดเป็น 270องศา มายังจุด0อีกทีที่ 360องศา คราวนี้เมื่อเราหมุนปุ่มphaseที่subก็หมายถึงการใส่filter delayเข้าไปในสัญญาณเพื่อให้phaseของsubwooferเปลี่ยนไปหรือshiftไป


แต่ที่มันต่างจากการกลับpolarityก็คือ การshiftของphaseมันจะขึ้นอยู่กับความถี่ ดูจากรูปนี้เราจะเห็นว่าเมื่อเราใส่delayเข้าไปในสัญญาณซักค่าหนึ่งจนมันจะเกิดการout of phaseหรือphase shiftไป 180องศาจากคลื่นตัวเดิม แต่ว่ามันจะเกิดขึ้นแค่ความถี่หนึ่งๆเท่านั้น เมื่อความถี่สูงขึ้นการshiftมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเรื่อยๆจนมันin phaseกันที่ความถี่สูงๆด้วย ไม่เหมือนpolarityที่มันจะout of phaseไปทุกความถี่เลย ดังนั้นจำไว้ตรงนี้เลยครับว่าpolarityเป็นfrequency independentหรือไม่ขึ้นกับความถี่ แต่ phase delay หรือ time delayเป็น frequency dependentหรือขึ้นกับความถี่เมื่อเราใส่delay เข้าไปในความถี่หนึ่งก็จะเกิดphase shiftต่างๆในความถี่อื่นไปด้วย


มาถึงตรงนี้หลายคนก็คงสงสัยขึ้นมาอีกว่าแล้วแบบที่หน้าsubมันเขียนว่า0-280phase หรือ0-180phaseนี่มันหมายถึงphaseของความถี่เท่าไรที่เปลี่ยนไปเพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าการใส่delayเข้าไปมันมีผลในแต่ละความถี่ไม่เหมือนกัน ตรงนี้ต้องบอกว่าsubwooferโดยทั่วไปเขาคิดเอาไว้ที่ความถี่ 80Hz เพราะเป็นความถี่ยอดนิยมของcrossover pointในห้องhome theaterอย่างรูปในคู่มือของSubwoofer JLก็จะบอกไว้ว่าที่ 80Hzเช่นกัน แต่เพื่อความแน่นอนก็อาจจะต้องลองเช็คคู่มือของsubwooferที่เราใช้อยู่อีกทีด้วยครับ แต่ถ้าsubwooferใครไม่มีปุ่มพวกphaseหรือpolarityก็ไม่ต้องตกใจ เราสามารถเปลี่ยนphaseของsubwooferโดยปรับที่distanceของsubในAVRหรือpre-proได้เพราะการใส่ค่าdistanceเหล่านี้ก็คือการใส่delay filterเข้าไปในสัญญาณนั่นเอง ถ้าเราใส่
ค่าdistanceมากแสดงว่าระบบจะใส่delayเข้าไปในสัญญาณน้อย แต่ถ้าค่าdistanceเราใส่น้อยๆเพราะลำโพงอยู่ใกล้ที่นั่งฟังเครื่องก็จะใส่filter delay time เข้าไปก็จะมากขึ้น เพื่อให้เสียงของลำโพงที่ใกล้มาถึงจุดฟังพร้อมกับลำโพงที่อยู่ไกลมากกว่า


อ่านถึงตอนนี้ตอบคำถามได้หรือยังครับว่าต้องใส่delayให้กับลำโพงเท่าไรถึงจะทำให้เกิดphase shiftไป 180องศา?    คำตอบที่ถูกต้องคือ…….”มันเป็นคำถามที่ยากจริงๆนะครับ” ฮ่า ฮ่า ฮ่า... เพราะอะไรนั่นหรือครับก็เพราะว่า ต้องมีการบอกความถี่ไปด้วยว่าถามที่ความถี่เท่าไร เช่นความถี่ 50Hz ก็ต้องใส่delayไป 10 ms แต่ถ้าเป็น 100Hz ก็ต้องใส่ไป5ms ความถี่ถึงจะได้shiftไป 180องศา ก็อย่างที่ได้อธิบายไปว่าการใส่delay time เข้าไปในระบบก็จะมีผลในแต่ละความถี่ไม่เหมือนกันเพราะมันเป็นfrequency dependentไม่เหมือนการกลับpolarityที่ไม่ว่าความถี่เท่าไรมันก็จะกลับ180องศาเลยทั้งหมด และก็มีเทคนิคเสริมนิดหนึ่งเรื่องการใส่delay กับpolarity สมมติว่าเราต้องใส่delayเข้าไปในsubwoofer 7ms มันถึงจะเกิดphase alignกันของลำโพงsubwooferกับmain แต่ถ้าเราลองกลับpolarity ของsubwooferแล้วเราจะใส่delayอีกแค่ 2ms มันก็เกิดphase alignกันแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ให้ทำตามแบบหลังนะครับเพราะว่าการใส่filter time delayเข้าไปมากๆจะทำให้เกิดphase shift ส่งผลให้เกิดความเพี้ยนขึ้นมากกว่าการที่เรากลับpolarityของลำโพงsubwooferและใส่ค่าtime delayนิดหน่อย เพราะมันจะส่งผลต่อphase shiftทั้งหมดน้อยกว่าความเพี้ยนจึงน้อยกว่า ทั้งหมดนี้ก็เป็นความรู้รวมถึงเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่ได้มาจากตอนผมไปเรียนกับBob McCarthy เกี่ยวกับเรื่องphaseต่างๆ ยังไงก็ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูในระบบhome theaterของเราได้ครับ


 :secret


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1151 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 12:51:19 PM »
ขอบคุณครับ
ดูเหมือนจะง่าย แต่  :cold 5555

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1152 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 04:56:57 PM »
ขอบคุณครับ
ดูเหมือนจะง่าย แต่  :cold 5555

 :headphone :headphone :headphone :headphone :headphone

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1153 เมื่อ: 08 เมษายน, 2017, 03:37:00 PM »

ตัวอย่างบทความบางส่วน ในหนังสือAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนเมษายน 2560 ฉบับนี้จะเจาะลึกถึงเรื่องของลำโพงCenterในห้องHome theaterล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการdesignของลำโพงcenterแบบต่างๆว่า แต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร แบบไหนจะเหมาะกับห้องhome theaterของเรา รวมไปถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่แนะนำให้เอาลำโพงbook shelf2ตัววางขวางต่อกันเป็นลำโพงcenter แล้วก็จะพาไปเยี่ยมชมห้องพี่ยุทธนาตามสัญญา ใครที่กำลังมองหาลำโพงcenterพลาดไม่ได้กับเนื้อหาฉบับนี้ สนใจติดตามอ่านได้ตามแผงหนังสือหรือonline magazinesกลางเดือนเมษายนนี้ครับ




  :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1154 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2017, 08:28:09 AM »


พบกับบทความในนิตยสารAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2560 ในเรื่องที่น่าสนใจมากคือ Top10 Home Theater Mistakes กลางเดือนพฤษภาคมนี้ตามแผงหนังสือและOnline Magazineต่างๆครับ

 Y]

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1155 เมื่อ: 27 พฤษภาคม, 2017, 07:27:09 AM »
เข้าร่วมTHX Video Calibration Class in Bangkok เรียนเสร็จก็พาGregg Loewen อาจารย์ด้านการปรับภาพคนเดียวของTHXไปเยี่ยมชมห้องคุณGap ยังไงต้องขอขอบคุณคุณGapมากที่ให้โอกาสได้เยี่ยมชมกับห้องHome Theaterที่สุดยอดอีกห้องหนึ่งของเมืองไทย ยังไงรายละเอียดทั้งหมดผมค่อยเล่าแบบละเอียดให้ได้อ่านกันในหนังสืAudiophile Videophile นะครับผ

http://vid1192.photobucket.com/albums/aa340/pongtipp/THXVideoCalibrationinBangkok/IMG_1053_zpsq8am8y8b.mp4

http://vid1192.photobucket.com/albums/aa340/pongtipp/THXVideoCalibrationinBangkok/IMG_1049_zpsblwurffi.mp4



























 d_d d_d d_d d_d d_d

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1156 เมื่อ: 27 พฤษภาคม, 2017, 10:31:05 AM »
ห้องสุดยอด ขอบคุณครับ
.....อยากเห็น ชุดลำโพงหน้าว่าจัดวางยังไงครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1157 เมื่อ: 27 พฤษภาคม, 2017, 04:07:37 PM »
ห้องสุดยอด ขอบคุณครับ
.....อยากเห็น ชุดลำโพงหน้าว่าจัดวางยังไงครับ

เสียง Immersive sound ก็ดีมากครับพี่
 :clap :clap :clap

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1158 เมื่อ: 30 พฤษภาคม, 2017, 04:13:59 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน มค. 2560 เรื่องWhat's new in Home Theater 2017?














ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1159 เมื่อ: 30 พฤษภาคม, 2017, 04:36:02 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน กพ. 2560 เรื่อง4K Ultra HD System Review















 :wiggle

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1160 เมื่อ: 30 พฤษภาคม, 2017, 04:53:52 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน มีค. 2560 เรื่อง 9Basic Subwoofer Concepts













 :yahoo

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1161 เมื่อ: 31 พฤษภาคม, 2017, 06:01:10 AM »
ขอบคุณมากครับ  c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1162 เมื่อ: 31 พฤษภาคม, 2017, 04:55:38 PM »
ขอบคุณมากครับ  c)

ด้วยความยินดีครับพี่  :drunk

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1163 เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2017, 06:57:40 PM »


พบกับบทความในนิตยสารAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2560 ในหัวข้อ9 Interesting Home Theater Questions ที่ได้รวบรวมเอาคำถามที่ผมถูกถามบ่อยๆและคำถามที่น่าสนใจในการเล่นhome theater ติดตามได้กลางเดือนมิถุนายนนี้ที่แผงหนังสือและOnline Magazineต่างๆครับ
 :secret
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มิถุนายน, 2017, 07:04:00 PM โดย หมอเอก »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1164 เมื่อ: 21 มิถุนายน, 2017, 08:35:12 AM »
เมื่อคืนผมนั่งดูหนังเรื่อง John Wick Chapter2 เลยเอามาเล่าให้ฟังว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
แผ่นที่ผมดูเป็นแผ่นblu-rayนอก เพราะแผ่นไทยระบบเสียงที่ให้มาจะเป็นแค่ DTS-HD 7.1 ซึ่งผมคิดว่าหนังactionมันระดับนี้ระบบเสียงคงต้องเป็นแบบ dolby atmos ถึงจะมัน เลยยอมซื้อแผ่น4K HDRที่แผ่นblu-rayเป็นระบบเสียง dolby atmos
และแล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พูดถึงเนื้อเรื่องหนังโดยทั่วไปผมดูละผมว่ามันเป็นหนังactionที่ดีแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ หรือหวังจะให้เนื้อเรื่องสมจริงสมจังอะไรมาก มีเนื้อหาปูนิดหน่อย นอกนั้นก็เป็นความมันล้วนๆ ส่วนใครที่ต้องการความสมจริงสมจัง เนื้อหาแน่นๆหนักๆ ผมว่าเรื่องนี้ผ่านไปได้เลย
สำหรับในเรื่องของภาพ ผมว่าภาพทำออกมาได้ดีทีเดียว เพราะแนวหนังมันจะออกเป็นฉากมืดๆเกือบทั้งเรื่อง มันเลยไม่ได้โชว์ภาพได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ถือว่าในฉากมืดๆทำได้ดีมาก สีดำมืดสนิทแทบจะมองไม่เห็นnoiseใดๆ การไล่ระดับgrayscaleทำได้สวยงาม เช่นในฉากพิพิธภัณฑ์ที่มีงานปั้นนั้นถ้าเรามีการปรับgrayscaleดีๆแล้วภาพตัวรูปปั้นต่างๆออกมาจะมีความลึกสมจริง เหมือนภาพสามมิติเลย จุดดีอื่นๆของภาพในเรื่องนี้ก็คือสีflesh toneหรือสีเนื้องที่มีความถูกต้องไล่ระดับสวยงาม, ความคมชัดรายละเอียดdetailsต่างๆ รวมถึงcontrastของภาพที่ดีภาพออกมาสวยงาม ทำให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนัง โดยเฉพาะลองสังเกตเวลาฉากclose upใกล้ๆของหนังเรื่องนี้เราจะเห็นถึงแววตานักแสดงได้อย่างชัดเจน
ที่ยกให้เป็นพระเอกเลยสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือเรื่องของเสียงเลยครับ เริ่มขึ้นมาฉากไล่ล่าบนถนนฉากแรกก็กินใจแล้ว เสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มของMustang เสียงเบรก เสียงเสียดสีระหว่างล้อกับถนน ทำได้สมจริงและดูมันมาก ต่อมาที่ต้องชมเลยคือเรื่องของเสียงปืนในเรื่องนี้ ที่มีทั้งความแรง ความถี่ต่ำหนักแน่น ความเร็ว ตำแหน่งเสียงและทิศทางแม่นยำมาก ปืนขนาดต่างๆ รุ่นต่างๆ ยิงในสถานที่ต่างกันเสียงปืนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน นับได้ว่าเป็นหนังที่มีเสียงปืนดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในปัจจุบัน ส่วนระบบdolby atmosของเรื่องนี้นั้นทำได้เจ๋งมาก มันไม่ใช่เป็นเสียงdolby atmosที่เราคิดว่าต้องมีเสียงวิ่งไปวิ่งมาอยู่บนหัวที่เขาเรียกว่าเป็นobject base แต่มันเป็นเสียงdolby atmosที่เสริมในเรื่องของambient sound และ envelopmentได้อย่างแนบเนียน (ambient soundหรือก็คือพวกเสียง ลม เสียงใบไม้ เสียงจิ้งหรีด เสียงสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ทำให้บรรยากาศดูสมจริง) เช่นฉากที่อยู่ในโรงแรม เราก็จะได้ยินเสียงbackground musicคลอเบาๆ ที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งของเสียงได้ว่ามาจากตรงไหน รู้แต่ว่ามันลอยอยู่ล้อมรอบตัวเรา ผมลองเปิดฉากเดียวกันแต่เป็นระบบ DTS-HD 7.1เสียงbackground musicที่ได้จะแบบอยู่แถวๆหน้าจอ ไม่ได้โอบล้อมตัวเราเหมือนatmos ส่วนเสียงenvelopment(การก้องของเสียงที่ทำให้เกิดความรู้สึกโอบล้อมเพื่อเสริมความสมจริงของเสียงนั้นๆ) ในเรื่องนี้ก็เช่นเสียงปืน ที่ยิงในห้องโถง พอยิงเสร็จเสียงechoที่เกิดขึ้นมันจะโอบล้อมตัวเราอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่าระบบ7.1ธรรมดาที่เสียงจะห้วนๆและไม่มีมิติเท่า โดยเฉพาะเสียงปืนนัดสุดท้ายที่ยิงในหนังเรื่องนี้ ขอบอกว่าเป็นเสียงปืนที่น่าประทับใจมากยิ่งเปิดกับลำโพงพวกphase coherence speaker ที่มีความไวสูงๆอย่างลำโพงMeyer Soundผมนี่สะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้555
โดยรวม John Wick Chapter2เป็นหนังที่มีภาพและเสียงน่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเสียงdolby atmosที่ไม่ได้เน้นแต่ปริมาณอย่างเดียวแต่เน้นคุณภาพล้วนๆ ขอแนะนำเลยครับหนังเรื่องนี้
ปล.ภาพscreen shotนี้ถ่ายมาจากหน้าจอprojectorจริงๆ จบหลังกล้องไม่ได้แต่งอะไรนอกจากcropและย่อภาพครับ



































ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1165 เมื่อ: 01 กรกฎาคม, 2017, 10:39:43 AM »
Dolby Atmos on Netflix
   Netflix ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ชื่อดังจากอเมริกา ประกาศว่าตอนนี้ได้สนับสนุนการstreaming ภาพยนต์บางเรื่องในระบบเสียงDolby Atmosแล้ว โดยในขณะนี้อุปกรณ์ที่สามารถดูได้จะเป็นแค่เครื่องXbox One, Xbox One S และทีวี LG OLED model 2017ในบางรุ่นก่อน แล้วถึงค่อยๆขยายไปในเครื่องเล่นอื่นๆตามมา โดยความเร็วของinternetที่แนะนำไว้ก็คืออย่างน้อยต้องมีประมาณ 3megabits/sec และต้องเป็นสมาชิกNetflixในpackage 4Screens + Ultra HD ภาพยนต์ที่รองรับระบบนี้เรื่องแรกคือOkja(โอคจา) ของBong Joon Hoและอีกสี่เรื่องที่จะตามมาได้แก่ BLAME! (28 ก.ค.), Death Note (25ส.ค.), Bright (ธ.ค.) and Wheelman ใครสนใจในรายละเอียดสามารถติดตามอ่านได้ที่WebsiteของNetflixได้เลยครับ




 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1166 เมื่อ: 05 กรกฎาคม, 2017, 08:45:50 PM »

ตัวอย่างบทความบางส่วน ในหนังสือAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม 2560 ฉบับนี้พูดถึงเรื่องเทคนิคการปรับภาพ4K HDR ตามวิธีของTHX แล้วพาไปเยี่ยมชมห้อง Dedicated Home Theaterของคุณแก๊ป สนใจติดตามอ่านได้ตามแผงหนังสือหรือonline magazinesกลางเดือนกรกฎาคมนี้ครับ



 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1167 เมื่อ: 10 กรกฎาคม, 2017, 10:57:06 PM »
ปรับเสียงห้องพี่ยุทธนา
เมื่อวานไปทำธุระที่กรุงเทพ มีเวลาเหลือครึ่งวันเลยมีโอกาสเข้าไปปรับเสียงที่ห้องพี่ยุทธนา ห้องที่ผมเคยนำเสนอลงในหนังสือAudiophile/Videophile เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา ใครอยากทราบรายละเอียดห้องเข้าไปอ่านที่หนังสือฉบับเก่าๆได้ คราวนี้มีสมาชิกวนเวียนเข้ามาช่วยกันปรับ ช่วยกันดูหลายคน ที่พิเศษหน่อยมีพี่ช่างภาพฝีมือรางวัลระดับประเทศหลายรางวัลมาช่วยถ่ายภาพให้ด้วยทำให้ได้ภาพสวยๆ มุมมองดีๆ มาฝากกันครับ
ก่อนปรับเฮียสมชายจากขอนแก่นไฮไฟ ขอฟังเสียง 2แชลแนลก่อน เพราะดูจากเครื่องเคราต่างๆแสดงถึงว่าเจ้าของห้องมีความรู้ ประสบการณ์การเล่นมานาน


อุปกรณ์ของhome theaterจะอยู่ทางด้านข้าง รายละเอียดเคยนำเสนอไปแล้วหาอ่านได้จากบทความเดิมนะครับ


มาคราวนี้พี่ยุทธนาเพิ่มSubwoofer SVS PB12plus ที่เป็นตู้แบบเปิดอีกตัว และได้หาตำแหน่งSubไว้คร่าวๆก่อนหน้านี้แล้วโดยตำแหน่งตัวหนึ่งวางไว้ด้านหน้า ส่วนอีกตัววางไว้ด้านข้าง


ผู้ร่วมขบวนการอีกสองคน พี่ชวินก็ปลอกสายไป เฮียสมชายก็บรรยายเรื่องราววงการเครื่องเสียงแบบเจาะลึกให้ฟังไป มันมากครับ


พอมีSubwooferเพิ่มขึ้นมาเป็นสองตัว เลยต้องใช้ตัวนี้mini dspในการควบคุมและปรับSubwooferทั้งสองตัวให้เข้ากับระบบลำโพงหลักทั้งหมดของSystem


ได้เวลากางขาไมค์ ตั้งเครื่องมือกันแล้ว เครื่องมือจะมีอยู่สองชุดหลักๆ ชุดด้านขวามือจะเป็นHAA kitที่ใช้ปรับพื้นฐานทั่วไป ส่วนด้านซ้ายมือเป็นเครื่องมือSmaart8ที่ใช้ปรับในเรื่องของtimeและphaseโดยเฉพาะ

งานนี้ใช้ไมค์ห้าตัว คอมสองเครื่อง ipad1ตัว แค่ตั้งเครื่องมือก็เหนื่อยละครับ555


สวยดีครับ สมกับเป็นฝีมือรางวัลระดับประเทศจริงจริง


นี่ขนาดว่าเอากล้องเล็กๆของผมเองให้ถ่าย ยังไม่คุ้นมือนะครับ


พี่ยุทธนาคุมอย่างใกล้ชิด ดูว่าผมจะมั่วไปแนวไหน 5555


พี่ชวินวัดpolarityของDriverทุกตัวกันพลาด


มาดูการ align phase ตามวิธีที่เรียนมาของJamie Anderson เจ้าของprogram Smaart8


จากพื้นฐานห้องที่ดีและการวางตำแหน่งsubwooferที่เหมาะสม สังเกตดูจะมีความถี่ที่โด่งแค่จุดเดียวคือ 22Hz ถือว่าเยี่ยมมากครับห้องนี้


frequency responseดีขนาดนี้ใส่EQแค่ค่าเดียวก็ได้เลย ไม่ต้องใส่มากมายให้เสียงเพี้ยน


ทำการalign phase ให้Subwooferและmain มีทั้งIn time และ In phaseกันที่Crossover point ซึ่งถ้าดูดีๆผมทำให้alignกันตั้งแต่40Hz จนถึงเป็น100Hzเลย


การอ่านกราฟ phase trackจะมีความสำคัญ เพราะเราจะได้รู้ว่าลำโพงแต่ละตัวมีความสัมพันธ์กันแบบไหน ที่สำคัญคือต้องอ่านให้ได้ว่าลำโพงตัวไหนเสียงถึงก่อนจะได้ใส่ค่าdelayได้ถูกตัว พอปรับเสร็จแล้วฟังเสียงจากหนังหลายๆเรื่องเสียงเบสมีความคม เร็ว ดุดัน คลุมทั่วทั้งห้องที่มีขนาดใหญ่ได้สบายนี่ขนาดว่าใช้Sub 12นิ้วแค่สองตัวเอง จุดเด่นอีกจุดคือเสียงSurroundที่ห้องนี้มีการdesign layoutเป็นSlopeตามหลักการของStudioที่พี่ยุทธนาเคยเรียนมาทำให้เสียงenvelopementดีมากๆ ฟังดูไม่น่าเชื่อเลยว่าห้องนี้มีระบบเสียงแค่ 5.1เอง


ศิษย์เก่า HAA & THX ทั้งหมดเลยนี่


ต้องขอขอบคุณพี่ยุทธนาอีกครั้งที่ให้โอกาสผมได้เข้าไปเล่นซนที่ชุดของพี่ ยังไงวันหลังเรียนเชิญพี่ยุทธนามาซนที่ชุดของผมที่อุดรบ้างนะครับ


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1168 เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2017, 08:03:00 AM »
มาขอชื่นชม ยินดี และขอบคุณที่มาแบ่งปันกันครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1169 เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2017, 04:26:10 PM »
มาขอชื่นชม ยินดี และขอบคุณที่มาแบ่งปันกันครับ

ขอบคุณครับพี่ Too Ninja
 d_d :drunk :drunk

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1170 เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2017, 06:22:03 PM »
มีคำถามในกลุ่มไลน์ที่ผมเป็นสมาชิกอยู่และผมได้ตอบไป เลยขออนุญาตเอามาแชร์กันต่อเผื่อใครสงสัยเหมือนๆกันครับ

FFT แบบ Flat, A-weighted และC-weighted คืออะไรครับ มีใครรู้ไหมครับ?
Weighted ต่างๆเหล่านี้เป็นการใส่filterเพื่อกรองเสียงที่ได้มาจากไมค์ให้ได้ใกล้เคียงกับที่มนุษย์ได้รับรู้มากที่สุด อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่าในโลกของPhysicsเสียงที่มีอยู่จะต่างจากเสียงที่มนุษย์เรารับรู้ เนื่องจากเมื่อหูมนุษย์ได้รับคลื่นเสียงเข้าไปและไปแปลผลที่สมอง การรับรู้จะไม่เป็นแบบlinearเหมือนเสียงที่อยู่จริงๆตามธรรมชาติ แต่การรับรู้ของมนุษย์จะเป็นลักษณะของlogarithmic scaleหรือความสัมพันธ์เป็นเท่าตัว มันเลยทำให้การรับรู้ของมนุษย์เราไม่ใช่การรับรู้เสียงที่มีอยู่จริงๆ ดังนั้นจึงมีการใส่filterเหล่านี้เพื่อเลียนแบบการตอบสนองของเสียงที่มนุษย์ได้ยินจริงๆ และปัจจัยอีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อความดังของเสียงต่างกัน การรับรู้ของเสียงก็ต่างกันอีกมันจึงเป็นที่มาของA-weightedและ C-weighted มาว่ากันทีละตัว

-Flat ความจริงมีหลายชื่อครับ ทั้งLinear, Unweighted, Z weighted ตัวนี้ก็ตรงไปตรงมาคือไม่ได้ใส่filterอะไรเข้าไป ให้มันเป็นเส้นตรงตั้งแต่frequency response 10Hz -20kHz(+/- 1.5dB) ความดังที่วัดได้จะเรียกว่า dBZ หรือ dB(Z)

-A Weightingหรือถ้าเป็นความดังก็คือdBA ใช้ในการวัดเสียงรบกวนหรือnoiseในสภาพแวดล้อมที่เสียงไม่ได้ดังมาก โดยจะมีลดเสียงความถี่ต่ำลงมากหน่อยเนื่องจากเมื่อระดับเสียงทั้งหมดโดยรวมไม่ได้ดังมาก การรับรู้เสียงเบสก็ไม่ได้สูงมากนัก สังเกตดูเวลาห้องเงียบๆแล้วมีเสียงความถี่ต่ำมาเบาๆ บางทีเราก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร การใช้A-weighted เลยนิยมใช้ในการวัดความเงียบของห้อง หรือวัดnoiseภายในห้อง


-C Weighting(dBC)ในขณะที่เมื่อเสียงดังมากขึ้นถึงระดับเกิน 90- 100dB การตอบสนองของหูก็จะต่างไปดัง คนเราจะรับรู้เสียงเบสได้มากขึ้นจนเกือบเป็นflat ดังนั้นการใส่weightedแบบนี้จึงเหมาะสมใช้ในการวัดสภาพแวดล้อมที่ดังเช่นในโรงภาพยนต์, night club, pub barที่มีเสียงดังๆ ซึ่งในการวัดห้องhome theaterเพื่อcalibrationก็แนะนำให้ใช้แบบC-weightedครับ


แต่อย่าพึ่งแปลกใจนะครับถ้าเห็นคนเข้าไปวัดสภาพแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม หรือโรงภาพยนตร์โดยใช้A-weighted เนื่องจากหลักการที่ว่าความถี่ที่สูงเป็นอันตรายต่อหูของมนุษย์มากกว่าความถี่ต่ำ ดังนั้นในการวัดความเป็นอันตรายของเสียงต่อหูเลยต้องใช้A-weightedเพื่อเน้นความสำคัญไปที่ความถี่สูงมากกว่าความถี่ต่ำ อย่างผมเป็นทันตแพทย์ต้องทำงานอยู่กับเครื่องมือที่มีความถี่สูงอยู่เกือบตลอดเวลา จึงต้องมีการวัดสมรรถภาพการได้ยินทุกปี เพราะเสียงความถี่สูงเหล่านี้ทำลายcellรับเสียงในหู และcellพวกนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้ เสียแล้วเสียเลยคนเราเมื่อสูงวัยมากขึ้นจึงรับรู้ความถี่สูงๆไม่ดี ก็ต้องระวังกันไว้นะครับถ้าเราต้องดูหนังหรือฟังเพลงที่มีความดังมากและยิ่งความถี่ที่สูงมากๆเพราะในระยะยาวจะทำให้cellในหูของเราได้รับการกระทบกระเทือนครับ

 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1171 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 11:12:04 AM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือนเมษายน 2560 เรื่อง Center channel speakers ใครที่มีความสงสัยในเรื่องลำโพงcenterว่าควรจะใช้แบบไหนดี แต่ละชนิดที่เขาออกแบบมามีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรติดตามอ่านแบบละเอียดได้เลยครับ










ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1172 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 11:44:33 AM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือนพฤษภาคม2560 เรื่องTop Ten Home Theater Mistakes มาดูกันว่า10ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยๆในห้องhome theaterมีอะไรกันบ้างครับ










ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1173 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 07:30:00 PM »

 like  :thumb ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1174 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 04:06:32 PM »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1175 เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2017, 06:56:31 PM »
ตัวอย่างบทความบางส่วน ในหนังสือAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2560 ฉบับนี้น่าสนใจมากครับ เป็นเรื่องSubwoofer Reference Levelเรื่องที่ผมมักจะถูกถามเข้ามาบ่อยมากว่าจะปรับVolumeของSubwoofer ไปที่เท่าไร่ดี? ผมไปฟังบ้านเพื่อนมาหลายบ้าน บางบ้านเบสเยอะมาก บางบ้านเบสน้อยมาก อันไหนคือความดังของความถี่ต่ำที่ถูกต้อง? เสียงเบสในห้องสตูดิโอมาตรฐานที่บอกว่าผู้กำกับอยากให้คนฟังได้ยินนี่มันดังเท่าไร? ต้องปรับความดังที่AVRเท่าไรเสียงจึงจะดังเท่าในห้องstudioที่เขาmixกัน? จะcalibrateเสียงในห้องhome theaterยังไงให้มีเสียงความถี่ต่ำดังตามมาตรฐาน? และอีกหลายๆคำถามที่เกี่ยวกับการปรับความดังของSubwoofer  พลาดไม่ได้กับเนื้อหาฉบับนี้ สนใจติดตามอ่านได้ตามแผงหนังสือหรือonline magazinesกลางเดือนส.ค.นี้ครับ



 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1176 เมื่อ: 02 สิงหาคม, 2017, 05:13:56 PM »
ได้หนังสือมาใหม่ของBobKatz ที่เขาเป็นเจ้าพ่อในเรื่องmixing and mastering engineer เคยได้ 3Grammy award ประวัติเคยทำงานร่วมกับChesky Recordsและห้องอัดดังๆมากมาย ตอนแรกกะซื้อมาอ่านเรื่องพื้นฐานในห้องอัด ปรากฏข้างในมีเทคนิคการtuningห้องmonitorเล็กๆแบบmulti ch.ด้วย เนื้อหาทำออกมาได้ดีเลยผมว่า ไม่ได้มีสูตรคณิตศาสตร์ยากๆ หรือมีกราฟมากมายเกินไปแต่เน้นที่การปฏิบัติจริงๆ เทคนิคเล็กๆน้อยที่ใช้งานได้จริงๆ เดี๋ยวมีเวลาผมค่อยมาเล่าให้ฟังว่า BobKatz มีเทคนิคอะไรน่าสนใจบ้างเพื่อที่เราจะสามารถเอาไปประยุกต์ในการcalibrationห้องhome theaterได้










 :secret

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1177 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2017, 08:43:21 PM »
ได้หนังสือมาใหม่ของBobKatz ที่เขาเป็นเจ้าพ่อในเรื่องmixing and mastering engineer เคยได้ 3Grammy award ประวัติเคยทำงานร่วมกับChesky Recordsและห้องอัดดังๆมากมาย ตอนแรกกะซื้อมาอ่านเรื่องพื้นฐานในห้องอัด ปรากฏข้างในมีเทคนิคการtuningห้องmonitorเล็กๆแบบmulti ch.ด้วย เนื้อหาทำออกมาได้ดีเลยผมว่า ไม่ได้มีสูตรคณิตศาสตร์ยากๆ หรือมีกราฟมากมายเกินไปแต่เน้นที่การปฏิบัติจริงๆ เทคนิคเล็กๆน้อยที่ใช้งานได้จริงๆ เดี๋ยวมีเวลาผมค่อยมาเล่าให้ฟังว่า BobKatz มีเทคนิคอะไรน่าสนใจบ้างเพื่อที่เราจะสามารถเอาไปประยุกต์ในการcalibrationห้องhome theaterได้
 :secret

 like  :victory  ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1178 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2017, 09:42:22 PM »
Speaker Large or Small (again)....
เนื่องจากมีการพูดคุยกันในกลุ่มไลน์ที่ผมเป็นสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งลำโพงเป็นlarge หรือsmall เลยขอนำบทความเก่าๆที่ผมเคยเขียนไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อหลายปีก่อนมาให้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง และก็มีส่วนเพิ่มเติมบ้างอีกเล็กน้อยครับ










นอกจากนี้ก็มีอีกบางประการที่บางคนอาจจะงงๆ ว่าการใช้bass managementแล้วทำให้ความถี่ของLFEที่อยู่สูงกว่าcrossover pointจะหายไปด้วย อันนี้คงต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าLFEเป็นช่องเสียง ข้อมูลความถี่ต่ำอย่างเดียว(<120Hz) แยกchannelsต่างหากเสริมเข้าไปในchannelsหลักอื่นๆ เมื่อนำหนังมาลงแผ่นสำหรับใช้ในบ้านช่องนี้ก็ใส่ลงมาเป็นช่องแยกต่างหากเหมือนในโรงภาพยนตร์ทำให้สะดวกในการนำข้อมูลลงแผ่นด้วย ส่วนในpost productionช่องเสียงนี้ก็จะใส่เสียงความถี่ต่ำมากๆเช่นเสียงฮัม เสียงก้องในระเบิด ในเพลงก็อาจจะเป็นเสียงความถี่ต่ำมากๆของkick drums หรือเบส หรือบางทีอาจจะไม่มีเลยก็ได้ และเมื่อมีการใช้bass management หรือปรับspeaker configurationเป็นsmall ก็จะมีการตัดHigh pass filterความถี่ที่สูงกว่าcrossoverpointไปยังลำโพงmain ส่วนLow pass filterส่งความถี่ที่ต่ำกว่าcrossover point ไปรวมกับLFEส่งไปยังSubwoofer ซึ่งจากรูปdiagramก็จะเห็นได้ว่าLFEจะไม่ได้รับการตัดความถี่ใดๆ สัญญาณLFEมาเต็มๆ(ถ้าเราใส่LPFลงไปในLFE เป็น120Hz)


ซึ่งการที่จะใส่LPFเข้าไปยังLFEก็สามารถทำได้ เช่นในPre ProของMarantzที่ผมใช้อยู่ก็จะมีเมนู LPF for LFE ในที่นี้แนะนำให้ใส่ไว้เลยครับที่ 120Hz


ที่ให้ใส่ไว้ที่ 120Hzก็เพราะว่า ในอดีตไม่ว่าเราจะตั้งไว้ที่ 80Hz 90 Hz… หรือเท่าไรก็ตาม มักจะไม่มีผลเพราะเสียงจากLFEส่วนมากจะมีแต่เสียงต่ำมากๆ ไม่ค่อยถึง70-80Hzกันซักเท่าไร่ แต่ถ้าเราสังเกตดูภาพยนตร์ในปัจจุบันการบันทึกเสียงลงมาเป็นพวกImmersive sound เสียงความถี่ต่ำส่วนมากจะมีมากกว่าหนังในอดีต เราไม่รู้ว่าหนังเรื่องไหนบ้างที่จะจัดมาเต็มๆ120Hz ดังนั้นเพื่อความแน่นอนให้ใส่ไว้ที่ 120Hzเลยครับ ยิ่งมาเจอหนังเสด็จพ่อChristopher Nolanด้วยแล้วยิ่งต้องระวัง ยังจำหนังเรื่องInterstellarกันได้ไหมครับ เชื่อไหมครับเสด็จพ่อได้mixเสียงพูดเข้าไปในช่องsound effectเลย ซึ่งในหนังHollywoodฟอร์มใหญ่เขาจะไม่ค่อยทำกัน มันก็ทำให้เสียงพูดในหนังเรื่องนี้ถ้าสังเกตดีๆบางตอนจะไม่ค่อยชัดเจน จมไปกับเสียงsound effectต่างๆ โดยNolan ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นความตั้งใจของเขาเอง เพราะเขาต้องการสร้างเนื้อเรื่องที่ชัดเจน อารมณ์ของหนังที่ชัดเจน ไม่ใช่เสียงพูดที่ชัดเจน และเสียงพูดสำหรับเขาก็ถือว่าเป็นsound effectอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องชัดเจนตลอดเวลา แหมเสด็จพ่อChristopher Nolanพูดเสียขนาดนี้ผมก็ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีพี่จะเอาเสียงอะไรเข้ามาใส่ในช่องLFEอีกบ้าง ดังนั้นตั้งLFEไว้ที่ 120Hzเลยชัวร์สุด


และมีอีกจุดหนึ่งที่ต้องระวังไว้ด้วยเวลาเราปรับค่า Low pass filterที่หน้าSubwoofer เพราะโดยปกติทางTHX HAA หรือCEDIAเองก็แนะนำให้ทำการตัดความถี่ หรือจัดการBass managementที่AVRหรือProcessor ที่เดียวไม่จำเป็นต้องมาปรับที่หน้าSubwooferอีก ให้ปรับเป็นความถี่สูงสุดหรือbypassตรงนี้เลย นอกจากเหตุผลเรื่องเป็นการใส่filterซ้อนกันที่บางทีอาจจะทำให้เกิดdistorsionของเสียงแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือถ้าเราไปปรับหน้าตู้ Subwooferบางตัวก็จะตัดความถี่ที่สูงกว่าLPFออก ดังนั้นถ้าเราหมุนปรับปุ่มLPFหน้าตู้ไปที่ความถี่ต่ำๆก็จะทำให้ความถี่ของLFEที่หนังบางเรื่องอาจจะmixมาสูงๆหายไปด้วยตรงนี้ก็เป็นจุดที่ต้องระวังอีกจุดหนึ่งยังไงลองเช็คดูว่าsubwooferของเรามีการตัดcrossoverลักษณะไหนแต่ให้ดีเพื่อความแน่นอนก็ปรับที่Pre-ProหรือAVRแล้วbypassที่ตัวSubwooferก็จะแน่นอนกว่า สรุป....ผมขอย้ำอีกทีนะครับว่า ในที่สุดจะปรับแบบไหน ปรับอย่างไรก็ขึ้นคงอยู่กับรสนิยม ความชอบของแต่ละท่าน ไม่ใช่ว่าการปรับลำโพงเป็นlargeหรือsmallอันใดอันหนึ่งจะผิดทั้งหมด หรือถูกทั้งหมด แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างๆกันไปดีที่สุดเราต้องเข้าใจว่าปรับแบบไหนจะเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยเอามาพิจารณาปรับให้เหมาะสมกับชุดของเรา ห้องของเราอีกทีครับ


 :secret

ออฟไลน์ Sound Soft

  • ****
  • กระทู้: 386
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1179 เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2017, 07:39:48 AM »
ชัดเจนเห็นภาพเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1180 เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2017, 10:36:46 AM »
 like ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1181 เมื่อ: 12 สิงหาคม, 2017, 03:29:04 PM »
ชัดเจนเห็นภาพเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี

like ขอบคุณครับ

ยินดีครับ เดี๋ยวมีอะไรน่าสนใจก็จะเอามาแชร์เรื่อยๆครับผม
 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1182 เมื่อ: 12 สิงหาคม, 2017, 03:30:14 PM »
วันนี้คุณเซียมขับรถจากกรุงเทพมาเที่ยวอุดรธานีช่วงวันหยุดยาว เลยแวะมาพบปะพูดคุยกันประสาคนคอhome theaterเหมือนกันครับ ขอบคุณสำหรับของฝากอีกครั้ง ยังไงหวังว่าคงได้ประสบการณ์ดีๆกับลำโพงMeyer Soundไปบ้างนะครับ









ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1183 เมื่อ: 12 สิงหาคม, 2017, 06:20:43 PM »
วันนี้คุณเอ กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงวันหยุดเลยแวะมาพูดคุย สอบถามกับความรู้เรื่องHome theater calibration เสียดายตอบคำถามกันเยอะไปหน่อยได้ดูหนังนิดเดียวเองผมก็ติดคนไข้พอดี ขออภัยด้วยนะครับ เดี๋ยวคราวหน้าแก้ตัวใหม่ค่อยดูหนังกันยาวไป





ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1184 เมื่อ: 22 สิงหาคม, 2017, 04:57:12 PM »
วันนี้คุณFirst มาธุระแถวอุดรเลยมีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมที่ห้องhome theaterกัน ได้มีเวลาพูดคุยสนทนากันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องพื้นฐานของการปรับเสียง เรื่องห้อง อุปกรณ์ต่างๆ เสียงที่ถูกต้องเหมาะสมควรเป็นเช่นไร ฯลฯ เสร็จแล้วก็ดูหนัง ฟังเพลงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้กันไปตามประสาคนชอบhome theaterเหมือนกัน หวังว่าคุณFirstคงได้รับประสบการณ์ใหม่ๆเกี่ยวกับเสียงของลำโพงMeyer Soundบ้างนะครับ ยังไงต้องขอบคุณสำหรับของฝากอีกทีวันไหนได้มาแถวนี้ก็อย่าลืมแวะทักทายกันอีกนะครับผม








 d_d

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1185 เมื่อ: 22 สิงหาคม, 2017, 05:06:15 PM »

จอโปรเจคเตอร์ที่มีขายกันหลายๆแบบแต่ละแบบแตกต่างกันยังไงบ้าง?
เมื่อห้องhome theaterใช้โปรเจคเตอร์และจอเป็นแหล่งกำเนิดภาพ ดังนั้นทั้งจอภาพและเครื่องโปรเจคเตอร์ก็จะมีความสำคัญ เราจึงต้องมีความเข้าใจอุปกรณ์ต่างๆ จะได้เลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมาะสมกับห้อง มีการติดตั้งที่ดี รวมถึงมีprofessional calibrationเพื่อให้แน่ใจว่าภาพที่ออกมาบนจอมีความถูกต้อง เหมาะสม ตามที่ผู้กำกับ หรือคนทำหนังต้องการให้เราได้ดู เมื่อเราดูหนังก็จะได้เสพอรรถรสตามที่เขาต้องการสื่อให้เราได้รับรู้ เข้าถึงอารมณ์ของภาพยนต์นั้นๆได้ง่ายขึ้น
ดังนั้นวันนี้จึงขอพูดถึงเรื่องของจอภาพที่บางคนอาจจะยังสับสนอยู่บ้าง เพราะไม่ว่าจะเข้าไปอ่านโฆษณาของบริษัทไหนก็บอกดีทั้งนั้น ซึ่งในที่นี้ขอแบ่งเป็นจอแต่ละประเภทตามที่ได้ยินกันบ่อยๆจะได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
- Matte White screensลักษณะจอเป็นสีขาวด้านที่เราเห็นบ่อยๆในท้องตลาด จอประเภทนี้จะมีการสะท้อนแสงจากโปรเจคเตอร์เป็นบริเวณกว้าง จึงเหมาะสำหรับห้องที่มีตำแหน่งนั่งดูหนังหลายๆตำแหน่งจากด้านข้างหนึ่งของจอจนถึงอีกข้างหนึ่งของจอ ซึ่งส่วนมากจอพวกนี้จะมีเกรนของจออยู่ที่ประมาณ 1.0 ซึ่งความหมายคร่าวๆก็คือมีแสงเข้าไปหนึ่งส่วนก็สะท้อนออกมาหนึ่งส่วนตลอดบริเวณนั่งชมตามองศาความครอบคลุมที่จอระบุเอาไว้ ไม่มีการดูดแสงหรือรวมแสงไปยังจุดกึ่งกลางcenter axisแต่อย่างไร
- High Gain screens เป็นจอที่ออกแบบมาให้มีการสะท้อนแสงออกนอกแนวกึ่งกลางจอให้น้อยที่สุด จึงทำให้แสงบริเวณตำแหน่งนั่งกลางจอมีความเข้มมากจึงทำให้เป็นจอที่มีgainของจอสูงกว่า1.0 เหมาะสมกับห้องดูหนังที่มีตำแหน่งนั่งดูตรงกลางไม่กี่ตำแหน่ง(narrower viewing angle)เพราะแสงจากจอภาพจะกระจายออกด้านข้างไม่มากเท่าไร และข้อดีอีกอย่างของจอประเภทนี้ที่นอกเหนือจากจะทำให้brightnessบริเวณนั่งดูมากขึ้นก็คือเมื่อมีการfocusของแสงเน้นไปอยู่ตรงกลางจอ มันก็จึงทำให้แสงสะท้อนจากผนังน้อยลงด้วยทำให้แสงที่สะท้อนจากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบๆจอภาพมีผลต่อภาพบนจอลดลง
- Gray screens เป็นจอสีเทาที่ทำให้ภาพออกมาจากจอมีcontrastของภาพมากขึ้น เหมาะกับโปรเจคเตอร์ที่มีความสว่างสูงแต่ให้ความดำของภาพไม่ดีนัก เพราะgainของจอประเภทนี้ส่วนมากจะมีค่าต่ำกินแสง แต่ที่ได้มาคือภาพที่มีความดำมากขึ้นความสวยงามของภาพก็จะมากกว่าภาพที่มีcontrastของภาพต่ำๆ ดังนั้นจอประเภทนี้จึงเหมาะสมกับเครื่องโปรเจคเตอร์ประเภทDLP ที่ส่วนมากจะมีความสว่างสูงแต่มีcontrastหรือความดำของภาพไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์ประเภทอื่น
- Acoustically Transparent Front Projection screens ที่เรียกกันบ่อยๆว่าจอรู จอพวกนี้จะมีรูเล็กๆทำให้เสียงลอดผ่านออกมาได้ทำให้สามารถวางลำโพงโดยเฉพาะลำโพงcenterไว้หลังจอได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นตำแหน่งในอุดมคติของลำโพงcenterที่จะทำให้มีเสียงออกมาจากกลางจอ เสียงพูด เสียงเหตุการณ์ต่างๆก็จะออกจากจอภาพ มองไม่เห็นลำโพงด้านหน้าที่จะดึงดูดความสนใจไป ทำให้เพิ่มความสมจริงของภาพยนต์ที่กำลังดูมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่าจอประเภทนี้จะทำให้เสียงผ่านได้แต่บางทีก็อาจจะต้องมีการEQ เพิ่มเติมเพื่อทำให้ความถี่full spectrumของเสียงสามารถออกมาได้เท่าๆกันเมื่อเสียงผ่านออกมาจากจอภาพแล้ว นอกจากนี้แล้วข้อเสียหลักๆของจอรูพวกนี้คือถ้ารูมีขนาดใหญ่ก็สามารถมองเห็นรูได้ง่ายเวลาดูหนัง หน้าของดาราก็อาจจะมีสิวเกิดขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งส่วนมากแล้วรูพวกนี้จะเห็นได้ง่ายมากในฉากที่สว่างๆหน่อย วิธีแก้ก็อาจจะต้องนั่งห่างจอภาพให้มากขึ้น หรือใช้จอที่มีรูมีขนาดเล็กลงพวกจอถักต่างๆแต่อย่าลืมว่ายิ่งรูเล็กลงเสียงก็ผ่านออกมาได้ยากมากขึ้นก็ต้องวัดspectrumของเสียงและทำการEQเสียงเพื่อให้แน่ใจว่าเสียงที่ออกมาจากจอไม่มีความถี่บางย่างความถี่หายไป อีกอย่างหนึ่งจอรูจะมีแสงหลุดลอดออกไปด้านหลังได้มากกว่าจอปกติจึงเหมาะกับโปรเจคเตอร์ที่สว่างซักหน่อย อีกทั้งแสงที่หลุดออกไปหลังจออาจจะสะท้อนออกมาได้ง่ายถ้าด้านหลังของจอมีสีขาว ดังนั้นด้านหลังของจอควรเป็นสีดำด้านที่ไม่สะท้อนแสง รวมถึงลำโพงหรือวัสดุacousticsต่างๆก็ไม่ควรจะเป็นอะไรที่สะท้อนแสงจะดีกว่า
ส่วนจอรับภาพโปรเจคเตอร์ที่บอกว่าเป็นวัสดุจอภาพแบบ 4K Ready, 4K Approveหรือ 8K Ready ความจริงแล้วน่าจะสื่อถึงว่าจอเหล่านี้มีความเรียบเพียงพอเมื่อฉายภาพความละเอียดระดับ4Kไม่ทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติของภาพ เพราะในความเป็นจริงแล้วจอภาพจะไม่ทำให้ความละเอียดของภาพเปลี่ยนไป ดังนั้นเมื่อฉายภาพระดับ4Kเข้าไปจอไม่ว่าจะเป็นฝาผนังไหนก็ตามภาพที่ออกมาก็ยังเป็น4Kอยู่ หรือฉายลงบนเสื้อสีขาวภาพที่ออกมาก็ยังเป็นภาพที่ความละเอียด4Kอยู่ดี เพียงแต่มีความเนียนความsmoothของภาพก็ตามวัสดุที่ถูกฉายลงไป ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดว่าจอนี้เป็นจอ1080p ถ้าฉายภาพ4Kเข้าไปภาพจะกลายเป็น1080p ความจริงแล้วภาพที่ออกมาก็เป็นภาพ4K หรือแม้กระทั่งฉายภาพ8K เข้าไปภาพที่ออกมาก็มีความละเอียดของpixelเป็น8Kอยู่ดีครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือว่าจอโปรเจคเตอร์ เป็นหนึ่งในสามส่วนที่มีอิทธิพลต่อภาพของห้องhome theater อีกสองส่วนที่สำคัญคือเครื่องโปรเจคเตอร์เอง และส่วนที่สามคือสิ่งแวดล้อมของห้องที่เปิดภาพอยู่ professional calibrationจะทำการcalibrationทั้งสามส่วนให้สอดคล้องกับเพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ของภาพที่ถูกต้องเหมาะสมตามมาตรฐานในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน องค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งดีอย่างเดียวแต่ส่วนอื่นๆไม่ดีก็จะทำให้คุณภาพของภาพที่ได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นprofessional calibrationจึงมีความจำเป็นถ้าเราต้องการให้ภาพออกมาดีที่สุด เพื่อทำให้ทั้งสามส่วนหลักที่มีผลต่อภาพทำงานเข้ากัน เพราะบางทีถึงแม้ว่าบริษัททำโปรเจคเตอร์จะมีค่าpresetต่างๆมากมายอยู่ในเครื่อง แต่ยังไงก็ตามตัวโปรเจคเตอร์ไม่มีทางรู้ว่าถูกเอาไปใช้ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน จอชนิดไหนบ้าง เขาก็จะตั้งค่าเฉลี่ยกลางๆเอาไว้แต่ยังไงก็ตามก็ไม่ใช่ค่าที่เหมาะสมที่สุดในสิ่งแวดล้อมเฉพาะหนึ่งๆ ดังนั้นถ้าเรามีจอภาพดี เครื่องโปรเจคเตอร์คุณภาพสูง ห้องที่มีสิ่งแวดล้อมเหมาะสมสำหรับโปรเจคเตอร์และต้องการให้ได้ภาพออกมามีคุณภาพดีที่สุด อย่าลืมทำการปรับภาพแบบprofessional calibrationด้วย แต่ถ้าไม่มีความรู้ในด้านนี้ก็สามารถเรียกช่างปรับภาพที่ได้มาตรฐานมาปรับภาพให้ ก็จะช่วยทำให้ภาพในห้องhome theaterของเรามีความสวยงามถูกต้องเหมาะสม ดูหนังสนุก และดูได้นานอย่างไม่ล้าสายตา นานวันเข้าก็จะทำให้รู้ว่ามันดีกว่าภาพที่เขาpresetจากโรงงานเป็นไหนๆครับ
ความจริงแล้วยังมีเรื่องของจอภาพอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้พูดถึงทั้งเรื่องของจอแบบติดแน่นกับแบบมือดึง จอแบบCurve Screenฯลฯ ยังไงเอาไว้ถ้ามีเวลาผมค่อยจะอธิบายในแต่ละส่วนแบบละเอียดอีกทีครับ
 c) c) c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1186 เมื่อ: 28 สิงหาคม, 2017, 05:01:51 PM »
วันนี้ได้มีโอกาสต้อนรับพี่เกษม กับคุณแอ๊ด นักเล่นรุ่นใหญ่ที่เข้ามาเยี่ยมชมที่ห้องพร้อมกับปรึกษาหารือเกี่ยวกับการทำห้องhome theaterใหม่ ต้องขอขอบคุณสำหรับไมตรีจิตที่มอบให้พร้อมทั้งหนังสือล้ำค่าที่นำมาให้ในวันนี้ด้วยครับพี่













ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1187 เมื่อ: 04 กันยายน, 2017, 05:56:05 PM »
วันนี้คุณนัท Cinemania มาทำไหว้พระทำบุญแถวอุดรเลยมีโอกาสแวะเยี่ยมเยือน พูดคุย ดูหนังฟังเพลงที่ห้องhome theaterกันอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณสำหรับเสื้อTHXสวยๆ กับแผ่นCDจากงานแสดงเครื่องเสียงที่ฮ่องกงด้วยนะครับนัท







 d_d

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1188 เมื่อ: 14 กันยายน, 2017, 05:56:02 PM »
ได้Universal Remoteตัวใหม่มาเป็นของLogitec Harmony รุ่น Elite เลยจะมาเล่าประสบการณ์การใช้งานให้ฟังว่าเป็นยังไงบ้าง


เริ่มต้นก่อนว่าทำไมต้องมีUniversal remote นึกออกไหมครับเวลาจะดูหนังฟังเพลงที ต้องกดremoteทั้งหมดไม่ต่ำกว่าสิบครั้งกว่าจะเปิดเครื่องได้ ไหนจะต้องเปิดเครื่องเล่น เปิดโปรเจคเตอร์ เปิดpre-pro เปิดแอมป์ และต้องเปิดเครื่องเคราต่างๆอีกหลายอย่าง แถมเปิดแล้วยังไม่พอต้องมาเลือกช่องของเสียง ช่องของภาพ functionต่างๆที่ต้องใช้ วันไหนเบลอๆมานั่งคิดตั้งนานว่าวันนี้จะดูดาวเทียม แล้วเราต่อช่องไหนหว่า อันนี้เป็นสภาพจริงๆที่ผมพบกับตัวเองก่อนที่จะมาใช้Universal remote


ตัวนี้เป็นUniversal Remoteตัวเก่าของผมเป็นของLogitechรุ่นHarmony One ผมใช้อยู่มาร่วมหกเจ็ดปี สั่งถ่านจากebayมาเปลี่ยนแล้วหนึ่งรอบเนื่องจากถ่านเดิมชาร์จไม่ค่อยเข้าและบวม สภาพตอนนี้ก็ยังใช้งานได้อยู่แต่motion sensorเริ่มเสื่อม บางทีจับขึ้นมาไฟไม่ติดเอง ต้องคอยเขย่าแรงๆ ทำให้คิดว่าควรหาตัวใหม่มาแทนได้แล้วเพราะตอนนี้ติดนิสัยความสบาย จะให้กลับไปยุ่งยากใช้remoteแบบเดิมๆไม่เอาแล้ว


เข้าไปหาข้อมูลในinternetเลยคิดว่าคงจะเล่นตัวlogitechแบบเดิมเพราะพื้นฐานการใช้งานคล้ายๆเดิมและข้อมูลอุปกรณ์(devices), คำสั่งการเล่นต่างๆ(activities)ได้เก็บไว้ในaccountของlogitechแล้วทำให้เวลาซื้อremoteตัวใหม่มาก็แค่loginเข้าไปaccountเดิมแล้วtransferข้อมูลเก่าทั้งหมดลงมาใส่ในremote ตัวใหม่ได้เลยทำให้ไม่ต้องเสียเวลามาตั้งใหม่ทั้งหมดนับว่าสะดวกดีมาก ในที่สุดก็เลยสั่งซื้อเป็นตัวLogitech Harmony Elite จากinternetผมไม่ขอบอกร้านละกันเพื่อนๆลองsearchหาได้จากnetเลยมีหลายร้านทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ราคาก็จะประมาณเกือบๆหมื่นถึงหมื่นกว่าบาท ความจริงของLogitech Harmonyยังมีอีกหลายรุ่นที่ถูกกว่านี้ แต่funtionการใช้งานบางอย่างก็ถูกตัดออกไป ใครสนใจก็ลองไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้เลือกเอาคุณสมบัติตามที่เราต้องการ แต่หลักการใช้งานทุกๆตัวก็จะคล้ายๆกัน


มาดูภายในกล่องเปิดขึ้นมาก็จะเจอตัวremoteกับแท่นชาร์จตามปกติ แต่ที่มีเพิ่มเติมมาจากremoteตัวเดิมที่ผมเคยใช้คือเจ้าตัวHarmony Hub ซึ่งตอนแรกก็งง เหมือนกันว่ามันคืออะไรและมีหน้าที่อะไร ทำไมต้องมีด้วยฯลฯ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังครับ


ยกถาดชั้นแรกขึ้น ก็จะเจอกับชั้นที่สองที่มีพวกadapter สายไฟ สายสัญญาณต่างๆ ร่วมกับคู่มือการใช้งานอย่างคร่าวๆ


มาดูตัวremoteจริงๆก็จะมีขนาดเล็กกว่าตัวเดิมHarmony Oneที่ผมเคยใช้ ปุ่มต่างๆก็น้อยลงกว่าเดิม


ด้านหลังเป็นพื้นผิวที่สากๆทำให้จับแล้วรู้สึกถึงความมั่นคงดี ดูๆไปวัสดุน่าจะไม่เหมือนremoteบางตัวที่เป็นยางซึ่งเมื่อให้ไปนานๆแล้วเหนียวไม่น่าใช้


ตัวนี้แหละคือHarmony Hub ที่ในตัวremoteเดิมผมใช้จะไม่มีแค่ใส่ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์แล้วถ่ายลงไปยังตัวremoteก็เสร็จสามารถใช้remoteยิงสัญญาณIR(infrared)ไปยังอุปกรณ์ต่างๆได้เลยเหมือนremoteทั่วไป แต่สำหรับตัวHarmony Eliteจะใช้ Harmony Hubเป็นศูนย์กลางรับข้อมูลจากตัวuniversal remoteเองที่มีทั้งสัญญาณIR หรือ สัญญาณคลื่นวิทยุ(RF) และก็ยังสามารถรับสัญญาณจากmobile appที่อยู่ในมือถือ หรือiPad ผ่านทางWi-FiวงlanเดียวกันหรือBluetoothก็ได้ หลังจากนั้นตัวHarmony Hubก็จะส่งสัญญาณคลื่นIR จากตัวเองพร้อมทั้งจากตัว IR mini blasters ที่พ่วงออกมาจากHubได้อีก2ตัว เพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ


ด้านหลังของHarmony Hubจะมีปุ่ม Pair/Resetใช้เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณWiFiจากRouter จะมีport USBเชื่มกับPCหรือMacเพื่อทำการติดตั้ง setupค่าต่างๆของremote ซึ่งความจริงแล้วเราก็สามารถsetup ติดตั้งremote ผ่านทางมือถือหรือmobile deviceได้เช่นกันถ้าเราเชื่อมHubกับWiFiวงเดียวกับmobile device โดยผ่านทางapp ส่วน1กับ2จะเป็นjackสำหรับต่อพ่วงIR mini blastersเพื่อขยายสัญญาณIRให้คลอบคลุมพื้นที่ ที่มีอุปกรณ์เครื่องเสียงอยู่


ตัวHarmony Hubก็จะวางไว้แถวอุปกรณ์ต่างๆเพื่อเป็นตัวส่งสัญญาณIRควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้


ส่วนตัวขยายสัญญาณIRหรือ IRก็วางไว้ตำแหน่งต่างๆที่คิดว่าคลื่นIRอาจไปไม่ถึงเนื่องจากมีวัตถุกีดขวางสัญญาณIR


ผมวางIR mini blasterอีกตัวไว้คนละชั้นกับกล่องดาวเทียมที่คิดว่าอาจจะเปลี่ยนช่องต่างๆยาก แต่พอลองใช้ดูสัญญาณIRเวลากดควบคุมกล่องดาวเทียมก็สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร


ที่สะดวกมากอีกอย่างคือ เราสามารถบังคับอุปกรณ์ต่างๆผ่านทางHarmony appบนมือถือ, mobie devices, iPad, iPhoneได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวuniversal remoteที่มาในกล่องเลย แถมเวลากดบนmobie devicesเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องเล็งมือถือไปยังHarmony Hubหรืออุปกรณ์เพราะมือถือเชื่อมต่อกับhubผ่านทางสัญญาณWiFi, Bluetooth(เลือกได้)อยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งถ้าจะใช้ตัวuniversal remoteเองก็ไม่จำเป็นต้องเล็งตัวremoteไปยังเครื่องหรือHubเนื่องจากตัวuniversal remoteจะเชื่อมต่อกับHubผ่านทางคลื่นRFหรือคลื่นวิทยุ จะอยุ่จุดอับแบบไหนก็กดได้ไม่ต้องกังวลว่าคลื่นIRจะไม่ถึงเครื่องเสียงเหมือนremoteที่ใช้กันทั่วไป


หน้าตาของHarmony Appของผมหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆแล้ว ด้านซ้ายจะเป็นActivitiesต่างๆที่เราตั้งไว้ อยากดูหนังก็แค่กดปุ่มactivityที่ต้องการเพียงปุ่มเดียวอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต้องเปิดจำเป็นต้องใช้ในactivityนั้นก็จะถูกเปิดและเปลี่ยนไปยังmodeไปยังfunctionต่างๆตามที่setเอาไว้ เวลาปิดก็กดปุ่มปิดแค่ปุ่มเดียวเครื่องทั้งหมดที่เปิดไว้ก็จะถูกปิดพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ส่วนด้านขวามือจะเป็นเครื่องเสียงต่างๆที่เราตั้งเอาไว้ว่าในห้องฟังมีอุปกรณ์ตัวไหนบ้างที่ใช้ต่อผ่านHarmony Hubตัวนี้ ความจริงมันสามารถควบคุมได้แม้กระทั่งระบบไฟ ระบบม่าน ระบบต่างๆที่ต้องใช้remote เพราะตัวUniversal Remoteสามารถlearnตัวremoteทุกตัวที่เราใช้อยู่ภายในบ้านได้


ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าแนะนำให้ซื้อLogitechกันหมดนะครับ ความจริงuniversal remoteในท้องตลาดก็มีหลายตัว ถึงแม้จะไม่ได้มีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้นัก แต่ถ้าสนใจคงต้องเลือกดูเอาตามงบประมาณกับfunctionที่จะได้ใช้จริงๆ ผมเห็นบางตัวfunctionที่ไม่ค่อยได้ใช้เยอะมากราคาก็แพงด้วยก็อาจจะเกินความจำเป็นไป แต่ที่อยากจะแชร์ก็คือเรื่องของความสะดวกสบายของremoteเหล่านี้ที่กดเพียงแค่ปุ่มเดียว เวลาเปิด ปิดเครื่อง ตอนดูหนังฟังเพลงทุกอย่างก็ใช้remoteแค่ตัวเดียว หรืออาจจะไม่ต้องใช้เลย ใช้แค่มีมือถือ หรือiPadก็ทำได้ละ เพราะเมื่อก่อนผมก็สงสัยเหมือนกันว่าบางห้องใช้iPadตัวเดียววางไว้ควบคุมทุกอย่าง ดูดี ดูทันสมัยมาก เขาทำได้ยังไงพอลองได้มาใช้remoteตัวนี้เลยเข้าใจหลักการการทำงาน เลยอยากจะเอาประสบการณ์มาแชร์เล่าสู่กันฟังครับ


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1189 เมื่อ: 15 กันยายน, 2017, 06:21:50 AM »
 like  :victory
ช่วยแจ้งค่าตัว กับแหล่งจำหน่ายให้หน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1190 เมื่อ: 15 กันยายน, 2017, 09:21:19 PM »
like  :victory
ช่วยแจ้งค่าตัว กับแหล่งจำหน่ายให้หน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ

ที่ผมsearchมา ทั้งจากebay amazon lazada มีตั้งแต่ราคาประมาณหมื่นหนึ่ง จนถึงหมื่นกลางๆ แล้วแต่ร้านครับพี่
 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1191 เมื่อ: 15 กันยายน, 2017, 09:24:49 PM »
วันนี้คุณวีและเพื่อนๆที่ติดตามบทความของผมในหนังสือกับในinternet เดินทางมาจากสุรินทร์และมหาสารคามเพื่อมาประชุมที่อุดรธานี เลยมีโอกาสแวะมาสวัสดี พบปะพูดคุย ดูหนังฟังเพลงกัน ขอบคุณสำหรับของฝากอีกครั้ง ยังไงคราวหน้าผมคงมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนห้องhome theaterคุณวีที่สุรินทร์บ้างนะครับ










 d_d :drunk

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1192 เมื่อ: 18 กันยายน, 2017, 05:51:39 PM »
วันนี้พวกเราชาวกลุ่มHT Proที่เป็น Audio and Video Calibratorได้เข้าเยี่ยมชมOne Cool Productionที่มีผลงานpost productionระดับโลกอยู่มากมาย เลยขอเอาภาพบรรยากาศการเยี่ยมชมมาให้ดูกันก่อน ส่วนรายละเอียดแบบเจาะลึกที่เราอยากจะรู้เกี่ยวกับห้องpost productionโดยเฉพาะห้องแบบDolby Atmos เช่นแต่ละห้องใช้อุปกรณ์อะไรกันบ้าง setupกันแบบไหน เสียงและภาพที่ได้ออกมาเป็นยังไงเหมือนห้องhome theaterที่เราเห็นกันทั่วๆไปหรือเปล่า ผมจะเล่าให้ฟังอีกทีแบบเต็มๆในนิตยสารAudiophile Videophile คอยติดตามกันได้ครับ ก็ขอขอบคุณพี่ทิพย์ผู้บริหารOne Cool คุณโอทEngineerจากDolby คุณปั้นSound Mixer รวมถึงstaffของone coolทุกท่าน ลืมไม่ได้คือพี่ภิญโญที่ใจดีของน้องๆที่ช่วยประสานงานให้ได้เข้าเยี่ยมชมครั้งนี้ ขอบคุณครับทุกๆท่าน


บรรยากาศด้านหน้าของOne Cool Production


มาแล้วครับพี่ทิพย์ที่ให้ความเป็นกันเองกับพวกเรามาก


เล่าประวัติความเป็นมาก่อนเข้าไปชม




รางวัลต่างๆที่เคยได้รับ


Let's Go


ห้องMixเสียงแบบมาตรฐานของDolby Atmos


ประตูสองชั้น อย่างหนาเลย


คุณปั้นแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ






แนะนำตัวว่าแต่ละคนที่มาเป็นใครและชำนาญในการcalibratorด้านไหนบ้าง






คุณโอ๊ท วิศวกรของDolby อธิบายเกี่ยวกับระบบDolby Atmos สำหรับtechnicianแบบละเอียด


พี่อิ๊ดร่วมแชร์ประสบการณ์เรื่องเสียงที่ได้มาจากการเข้าร่วมประชุม CEDIA2017ครั้งล่าสุด


คุณโอ๊ทอธิบายในเรื่องobject base และ channel base
















เสร็จจากห้องเสียง ก็ไปด้านภาพกันต่อ


ห้องนี้เป็นห้องที่Colorist ใช้ในการgradingภาพ


พี่ทิพย์อธิบายเกี่ยวกับห้องนี้






เยี่ยมชมเสร็จมาเสวนากันต่อ




โม้อะไรพี่ชวิน....ที่พี่คุยอยู่ด้วยนี่ทั้งEngineer ทั้งSound Mixer เลยนะครับพี่555


คุณปั้น Sound Mixer ระดับแนวหน้าของประเทศ และภูมิภาคนี้




คุณโอ๊ท EngineerของDolby


คนเรามักมีอะไรที่ชอบเหมือนๆกัน555


ได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม สนุกสนานกันมากครับวันนี้


ขอขอบคุณทุกๆท่านด้วยครับ



ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1193 เมื่อ: 19 กันยายน, 2017, 05:47:20 AM »
อลังค์มั่กๆครับ  0)]

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1194 เมื่อ: 11 ตุลาคม, 2017, 06:19:34 PM »
วันนี้ได้มีโอกาสต้อนรับคุณอุเทนและเพื่อนๆคอhome theaterที่เดินทางมาจากทั้งพยัคฆภูมิพิสัย มหาสารคาม หนองบัวลำภู นครพนมฯลฯ เพื่อมาทำธุระที่อุดรธานี เลยได้เข้ามาพูดคุยดูหนังฟังเพลงกันอย่างมัน ยังไงต้องขอบคุณสำหรับของฝาก ของดีจากท่าอุเทน นครพนมด้วยนะครับ วันหลังแวะมาเที่ยวอุดรกันอีกนะครับยินดีต้อนรับเสมอ





ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1195 เมื่อ: 11 ตุลาคม, 2017, 06:39:29 PM »
Full-Range vs Bass-Management





































ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1196 เมื่อ: 13 ตุลาคม, 2017, 10:08:22 PM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เรื่อง 9Interesting Home Theater Questions มาดูกันว่า 9คำถามยอดนิยมที่ผมถูกถามบ่อยที่สุดในเรื่อง Home theater มีอะไรกันบ้างครับ









ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,715
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1197 เมื่อ: 14 ตุลาคม, 2017, 06:23:31 AM »
 :victory  like

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1198 เมื่อ: 15 ตุลาคม, 2017, 09:33:49 AM »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 878
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1199 เมื่อ: 15 ตุลาคม, 2017, 09:47:32 AM »
มาดูกันครับว่าห้องเรียนปรับภาพTHX สอนการปรับภาพ4K HDRแบบไหนบ้าง