ผู้เขียน หัวข้อ: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ  (อ่าน 506798 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1140 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2017, 08:42:21 AM »
เมื่อวานพี่ประสาน ขับรถมาจากระยองแวะมาเยี่ยมเยือนกันอีกครั้งหลังจากที่เคยมาเมื่อหลายปีก่อน เสียดายมีเวลาคุยกันน้อยไปหน่อยพอดีผมติดงานเยอะเลยบ่ายวันเสาร์แต่ก็ได้คุยกันมันมากครับ






 :wiggle :wiggle :wiggle

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1141 เมื่อ: 28 มีนาคม, 2017, 09:27:16 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เรื่อง Laser Projectors ส่วนใครต้องการเอกสารเป็นแบบPDFก็สามารถscanจาก QR Codeได้เลยครับ








 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1142 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 05:18:45 PM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน พย.2559 เรื่อง THX Professional Video Systems Calibration PartII
หน้าที่1


หน้าที่2


หน้าที่3


หน้าที่4


หน้าที่5


QR Code


 :secret

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1143 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 06:20:12 PM »
ขอบคุุณครับ  like

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1144 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 06:31:30 PM »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1145 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 06:26:21 PM »

วันนี้น้องกุยช่ายมาเยี่ยมเยือนดูหนังฟังเพลงที่ห้อง พร้อมมาพูดคุยปรึกษาเรื่องการทำห้องhome theaterกันด้วยครับ






 c) c) c) c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1146 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 10:42:52 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน ธค. 2559 เรื่องBlu-ray Re-recording
ฉบับนี้พูดถึงเรื่องของStudio ในบริษัทFormosa Group บริษัทที่ทำงานด้านเสียงทั้งงานด้านRecording, re-recording, Editing, re-editing, Mixing, remix, Mastering, remastering รวมทั้งเป็นSound Supervisionให้กับภาพยนตร์ชื่อดังๆ หรือภาพยนต์รางวัลดีเด่นด้านเสียงมาหลายเรื่อง ผลงานที่ออกมาล่าสุดที่คุ้นๆกันก็เช่น Star Trek Beyond, The Conjuring2, Batman V. Superman dawn of justice, The Revenant, JohnWick หรือแม้กระทั่งหนัง6รางวัลOscarที่เป็นรางวัลด้านSound Editing, Sound Mixingอย่างMad Max: Fury Road เหล่านี้ล้วนก็มีชื่อของFormsa Groupเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงTV Seriesชื่อดังอย่างGame of Thrones ที่ได้บันทึกเสียงแบบDolby Atmos การันตีจากรางวัลEmmy Awardsอย่างมากมายรวมถึงOutstanding Sound Mixingหลายสมัยก็ทำการmixในห้องนี้ ลองมาดูกันว่าเขาใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในstudioและมีการวางลำโพงDolby Atmosแบบไหนกัน










QR Codeเผื่อใครอยากได้เป็นpdf fileไว้


 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1147 เมื่อ: 04 เมษายน, 2017, 10:00:50 PM »

ปรับdistanceของSubwoofer ในห้องhome theaterโดยวิธีphase alignmentทำอย่างไรนะ?


เมื่อวานมีรุ่นพี่ไลน์มาถามส่วนตัวในเรื่องการalign subwooferกับลำโพงmainในห้องhome theater เลยเอารูปกราฟphaseในห้องของผมที่ได้ทำการalignไว้มาให้ดูจะได้เห็นภาพง่ายขึ้น เลยคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีประโยชน์บ้างเผื่อใครสนใจ คราวนี้ลองมาดูจากกราฟนี้ ด้านบนเป็นกราฟของphase trace ส่วนด้านล่างเป็นกราฟMagnitudeหรือlevelของเสียง โดยกราฟmagnitudeจุดcrossoverจะเห็นว่าอยู่ที่ประมาณ85Hzเป็นตำแหน่งที่levelของลำโพงmainและsubwooferลดลงมาตัดกันเนื่องจากhigh pass filterและlow pass filter ซึ่งบริเวณนี้ถ้าสังเกตุดูกราฟphaseของsubwooferและลำโพงmainดีๆมันจะทับกันเป็นช่วงตั้งแต่ประมาณ50Hz ถึง 90Hzกว่าๆทำให้เรารู้ได้ว่าบริเวณความถี่crossoverเสียงจากลำโพงmainและจากลำโพงsubwooferมีการin phaseและ in timeกัน วิธีการพิสูจน์ก็เพียงแต่เราเปิfull band pink noiseให้เสียงจากลำโพงทั้งสองมาพร้อมกัน มาดูlevelบริเวณcrossoverจะเห็นว่ามีlevelเพิ่มขึ้นประมาณ 6dB ตรงนี้แสดงถึงว่าลำโพงmainกับลำโพงsubwooferทำงานเหมือนกันณ.ความถี่crossover คราวนี้ลองไปกลับphaseของsubwooferเป็นreverse phase(subบางรุ่นบอกเป็น180องศา)เส้นกราฟจะออกมาเป็นเส้นสีเหลืองเมื่อไปดูที่magnitude จะเห็นได้ว่าลดลงไปมากว่า 3dB แสดงถึงลำโพงmainกับsubทำงานตรงข้ามกันหรือout of phaseกันตรงcrossover เสียงที่ได้ออกมาก็เป็นเสียงที่ลำโพงmainและลำโพงsubทำงานไม่ประสานกัน เสียงขาดน้ำหนัก focusเสียงไม่ชัดเจน ไม่สมจริง
และถ้าสังเกตดีๆแถวๆcrossoverเส้นกราฟphaseของmainกับsubในภาพจะทับกันเป็นเส้นไม่ได้ตัดกันเฉยๆนะครับ กราฟลักษณะนี้เรียกว่าทั้งsubและmainมีความin phaseและin timeต่อกัน เพราะถ้าเป็นแค่เส้นตัดกันเฉพาะบริเวณcrossoverก็แสดงว่ามีแต่การin phaseกัน ส่วนเวลาจะไม่พร้อมกัน เมื่อตำแหน่งcrossoverเปลี่ยนไปแค่เล็กน้อยจากการเพิ่มลดvolumeของmain หรือของsub มันก็ไม่in phaseกันแล้ว เหมือนอย่างที่ผมเคยเปรียบเทียบเรื่องการทำงานของลำโพงmainและลำโพงsub กับการวิ่งผลัดที่นักวิ่งคนแรกก็ต้องส่งไม้วิ่งผลัดให้กับนักวิ่งคนที่สองตรงตำแหน่งcrossover ซึ่งตำแหน่งที่ส่งไม้กันก็ต้องเป็นตำแหน่งเดียวกันหรือก็คือphaseตรงกัน นอกจากนี้นักวิ่งทั้งสองก็ต้องพยายามวิ่งให้เร็วเท่าๆกันตรงบริเวณส่งไม้เพราะบางทีอาจจะไม่ได้ส่งไม้ตรงเป๊ะบริเวณที่ตั้งใจไว้อาจจากส่งก่อนนิดหน่อยหรือหลังนิดหน่อยดังนั้นเมื่อนักวิ่ง มีความเร็วในการวิ่งใกล้เคียงกันในช่วงเปลี่ยนไม้การส่งไม้ถึงจะทำได้สำเร็จง่ายขึ้นแบบนี้เรียกว่านักวิ่งin timeกัน แต่ถ้านักวิ่งวิ่งกันคนละความเร็วหรือไม่รอกันการส่งไม้ก็จะยากมาก หรือส่งไม่ได้เลยเพราะรับกันไม่ทัน แบบนี้เขาเรียกว่าตรงตำแหน่งcrossoverมีการin phaseแต่ไม่in timeกัน เสียงจากลำโพงmainและsubwooferก็จะทำงานไม่ประสานกัน


บางคนอาจจะสงสัยว่าแค่มันทำให้เสียงมันดังขึ้นหรือเบาลงบริเวณcrossoverเท่านั้นหรือการที่ลำโพงมีการin phaseและin timeกัน ความจริงแล้วการทำให้subและmainทำงานตรงกันตรงจุดcrossoverมันเป็นการทำให้ระบบลำโพงในห้องhome theaterทำงานเข้ากัน มีการส่งต่อความถี่เสียงอย่างเหมาะสมไม่ขาดหาย เมื่อฟังเสียงจะรู้สึกเหมือนว่าไม่มีsubwooferอยู่ในระบบหรือที่บางคนเรียกว่าsubหาย เสียงเครื่องดนตรีต่างๆมีความเหมือนจริงใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้นเพราะลำโพงต่างๆทำงานเข้ากัน ถ้าเป็นห้องhome theaterพวกเสียงsound effectsต่างๆ โดยเฉพาะเสียงปืน เสียงระเบิด จะสมจริงรายละเอียดของเสียงความถี่ต่ำจะมากขึ้น


อย่างเช่นคนที่มาเยี่ยมชมห้องhome theaterของผมส่วนมากจะแปลกใจว่าทำไมเสียงเบสถึงได้ออกมาจากจอ ไม่มีความรู้สึกเลยว่าเสียงความถี่ต่ำออกมาจากsubwooferที่เห็นวางอยู่ข้างๆ และเมื่อบอกว่าความจริงมีsubwooferอยู่ด้านหลังsofaที่นั่งด้วยนะ...หลายคนตกใจเลย! เพราะเหมือนว่าไม่มีเสียงเบสออกมาจากsubwoofer บางคนก็ขอเอาหูเข้าไปฟังใกล้ๆหน้าตู้เลย เพราะไม่แน่ใจว่ามีเสียงออกมาจริงๆหรือตั้งเอาไว้หลอกกัน555 หรือบางคนก็ถามว่าทำยังไง ผมก็จะตอบทุกคนว่าเคล็ดลับที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือให้ลำโพงsubกับลำโพงmainทำงานเข้ากันที่บริเวณcrossover อย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น


ส่วนถ้าใครไม่มีเครื่องมือวัดphase ก็อาจจะใช้วิธีที่ง่ายขึ้นคือการวัดจากเครื่องมือวัดเสียงพื้นฐานพวกRTAโดยตั้งไว้ที่ 1/3octave RTA เปิดเสียงให้เสียงออกจากทั้งSubwooferและลำโพงหลักที่เราเลือกไว้ ส่วนลำโพงตัวอื่นปิดให้หมด คราวนี้มาดูที่หน้าจอ RTA ณ.ตำแหน่งที่เป็นCrossover แล้วก็ค่อยๆปรับค่าdistance ที่AVR หรือ PreprocessorของSubwoofer ค่อยๆปรับทีละนิด อาจจะทีละ10cm. รอสักสิบวินาทีแล้วคอยสังเกตดูค่าlevelตรง80Hz ปรับไปเรื่อยๆจนเจอค่าlevelที่สูงที่สุด ซึ่งตรงนี้มันจะบ่งถึงว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่คลื่นเสียงจากSubwoofer และลำโพงmain  เกิดการin phaseและไม่ทำให้เกิดphase cancellationกันที่จุดcrossoverนี้ เสร็จแล้วก็มาเช็คกันดูอีกทีว่ามันใช่ตำแหน่งที่มันin phaseกันจริงหรือเปล่าโดยการไปปรับphaseที่Subwooferของเราให้subwooferเรากลับphaseไป 180องศา แล้วกลับไปดูค่าlevel ที่RTA อีกครั้ง ถ้าค่าdistanceเราถูกต้องเมื่อเรากลับPhase ของSubwoofer ค่าlevelมันจะต้องลดลงไปตรงCrossover octaveนั้นอย่างชัดเจน แบบนี้ก็แสดงว่าเราได้ค่าdistanceของSubwooferที่มีความเข้ากันกับลำโพงmainแล้ว ซึ่งเรื่องphaseกับtimeผมเคยอธิบายไว้อย่างละเอียดในหนังสือVideophileชื่อเรื่อง Understanding Phase เมื่อปีที่แล้วใครสนใจสามารถหาอ่านฉบับย้อนหลังได้นะครับ

 :headphone :headphone :headphone :headphone

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1148 เมื่อ: 05 เมษายน, 2017, 06:13:52 AM »

ปรับdistanceของSubwoofer ในห้องhome theaterโดยวิธีphase alignmentทำอย่างไรนะ?



ถูกใจมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพด้านล่าง ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ



ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1149 เมื่อ: 05 เมษายน, 2017, 10:57:13 AM »

ปรับdistanceของSubwoofer ในห้องhome theaterโดยวิธีphase alignmentทำอย่างไรนะ?



ถูกใจมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพด้านล่าง ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ



ขอบคุณมากครับ


ขอบคุณครับพี่
 c) c) c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1150 เมื่อ: 06 เมษายน, 2017, 05:16:59 PM »

ปุ่มปรับPhase กับปุ่มปรับPolarity ที่Subwooferเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
เนื่องจากบทความเรื่องSubwoofer Distance in Home Theater ที่พึ่งลงไปมีหลายคนสนใจ และก็มีพี่ถามเข้ามาว่าไอ้เจ้าปุ่ม Polarity ที่เห็นอยู่ที่หน้าปัดSubwooferนี่มันเหมือนกันกับปุ่ม Phase หรือเปล่า? ผมว่าเดี๋ยวก็จะมีคำถามต่อมาอีกมากมายตามมาเช่น Subwooferมีแต่switchเลื่อน0-180องศา แล้วจะปรับPhaseยังไง? ต้องปรับpolarityเป็นศูนย์เท่านั้นใช่ไหมถึงจะปรับphaseได้? Subwooferไม่มีปุ่มเหล่านี้เลยจะปรับphaseได้ไหม? วันนี้ลองมาหาคำตอบกัน และผมก็เชื่อว่าถ้าใครอ่านบทความเรื่องนี้จบจะต้องตอบคำถามยอดนิยมที่Audio Engineerมักจะถูกถามบ่อยๆว่า “ต้องใส่delayให้กับลำโพงเท่าไรถึงจะทำให้เกิดphase shiftไป 180องศา?” ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ไม่เชื่อลองอ่านให้จบและทำความเข้าใจดูนะครับ


เรื่องของphaseกับpolarityมักจะเกิดความสับสนกับคนทั่วๆไป เพราะบางทีบางบริษัทก็ใช้คำที่คิดว่าฟังดูง่ายดีใส่เข้าไปในสินค้าของตัวเอง แต่ปัญหาก็คือความหมายมันไม่ตรงเสียทีเดียวเช่นปุ่มpolarity switch ก็ใช้คำว่าphase switchเพื่อให้ฟังดูแล้วเข้าใจง่ายแต่ความจริงแล้วการปรับphaseกับ polarityให้ผลไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันยังไงต้องมาเริ่มจากคลื่นเสียงแบบSine waveที่เราคุ้นเคยกันก่อนจะได้นึกภาพออกง่ายๆ อย่างในภาพคลื่นเสียงจะเริ่มที่0ก่อน แล้วขึ้นไปถึง 1 ย้อนลงมาเป็น -1 และกับไปยัง 0อีกทีเป็นครบ1รอบคลื่นสมบูรณ์ อย่างในรูปนี้จะมีประมาณ 3รอบ



คราวนี้ถ้าเราswitchกลับปุ่ม polarity(บางรุ่นก็เป็น positive-negative, บางรุ่นก็เป็น 0-180,  สิ่งที่จะเกิดขึ้นเลยคือรูปคลื่นจะกลับกันทั้งหมดจากเดิมขึ้นก่อนไป 1 ก็จะกลายเป็นลงเป็น -1 เหมือนเอากระจกไปส่งรูปคลื่นแรก ภาพออกมาจะกลับกัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราโยกswitch polarityไปเพราะมันจะไปเปลี่ยนสัญญาณทางไฟฟ้าให้กลับขั้วกัน เหมือนเราต่อสายลำโพงกลับขั้วจากบวกเป็นลบ กรวยลำโพงก็จะทำงานตรงกันข้ามกัน และจุดสำคัญสำหรับการกลับpolarityก็คือมันไม่ขึ้นกับทั้งเวลา(phase) และความถี่ โดยมันจะกลับตรงกันข้ามกันเลยไม่ว่าจะความถี่ที่เท่าไร ตำแหน่งphaseหรือคลื่นอยู่ตรงไหน


คราวนี้มาดูที่phaseกันบ้าง phaseตรงนี้จะหมายถึงตำแหน่งของคลื่นว่าอยู่ตรงไหนในรูปแบบองศา เช่นจาก0ขึ้นไปจนถึง1ในกราฟก็หมายถึงphaseที่ 90องศา เมื่อย้อนกลับมาเป็น0อีกก็เป็น 180องศากลับลงไปต่ำสุดเป็น 270องศา มายังจุด0อีกทีที่ 360องศา คราวนี้เมื่อเราหมุนปุ่มphaseที่subก็หมายถึงการใส่filter delayเข้าไปในสัญญาณเพื่อให้phaseของsubwooferเปลี่ยนไปหรือshiftไป


แต่ที่มันต่างจากการกลับpolarityก็คือ การshiftของphaseมันจะขึ้นอยู่กับความถี่ ดูจากรูปนี้เราจะเห็นว่าเมื่อเราใส่delayเข้าไปในสัญญาณซักค่าหนึ่งจนมันจะเกิดการout of phaseหรือphase shiftไป 180องศาจากคลื่นตัวเดิม แต่ว่ามันจะเกิดขึ้นแค่ความถี่หนึ่งๆเท่านั้น เมื่อความถี่สูงขึ้นการshiftมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆเรื่อยๆจนมันin phaseกันที่ความถี่สูงๆด้วย ไม่เหมือนpolarityที่มันจะout of phaseไปทุกความถี่เลย ดังนั้นจำไว้ตรงนี้เลยครับว่าpolarityเป็นfrequency independentหรือไม่ขึ้นกับความถี่ แต่ phase delay หรือ time delayเป็น frequency dependentหรือขึ้นกับความถี่เมื่อเราใส่delay เข้าไปในความถี่หนึ่งก็จะเกิดphase shiftต่างๆในความถี่อื่นไปด้วย


มาถึงตรงนี้หลายคนก็คงสงสัยขึ้นมาอีกว่าแล้วแบบที่หน้าsubมันเขียนว่า0-280phase หรือ0-180phaseนี่มันหมายถึงphaseของความถี่เท่าไรที่เปลี่ยนไปเพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าการใส่delayเข้าไปมันมีผลในแต่ละความถี่ไม่เหมือนกัน ตรงนี้ต้องบอกว่าsubwooferโดยทั่วไปเขาคิดเอาไว้ที่ความถี่ 80Hz เพราะเป็นความถี่ยอดนิยมของcrossover pointในห้องhome theaterอย่างรูปในคู่มือของSubwoofer JLก็จะบอกไว้ว่าที่ 80Hzเช่นกัน แต่เพื่อความแน่นอนก็อาจจะต้องลองเช็คคู่มือของsubwooferที่เราใช้อยู่อีกทีด้วยครับ แต่ถ้าsubwooferใครไม่มีปุ่มพวกphaseหรือpolarityก็ไม่ต้องตกใจ เราสามารถเปลี่ยนphaseของsubwooferโดยปรับที่distanceของsubในAVRหรือpre-proได้เพราะการใส่ค่าdistanceเหล่านี้ก็คือการใส่delay filterเข้าไปในสัญญาณนั่นเอง ถ้าเราใส่
ค่าdistanceมากแสดงว่าระบบจะใส่delayเข้าไปในสัญญาณน้อย แต่ถ้าค่าdistanceเราใส่น้อยๆเพราะลำโพงอยู่ใกล้ที่นั่งฟังเครื่องก็จะใส่filter delay time เข้าไปก็จะมากขึ้น เพื่อให้เสียงของลำโพงที่ใกล้มาถึงจุดฟังพร้อมกับลำโพงที่อยู่ไกลมากกว่า


อ่านถึงตอนนี้ตอบคำถามได้หรือยังครับว่าต้องใส่delayให้กับลำโพงเท่าไรถึงจะทำให้เกิดphase shiftไป 180องศา?    คำตอบที่ถูกต้องคือ…….”มันเป็นคำถามที่ยากจริงๆนะครับ” ฮ่า ฮ่า ฮ่า... เพราะอะไรนั่นหรือครับก็เพราะว่า ต้องมีการบอกความถี่ไปด้วยว่าถามที่ความถี่เท่าไร เช่นความถี่ 50Hz ก็ต้องใส่delayไป 10 ms แต่ถ้าเป็น 100Hz ก็ต้องใส่ไป5ms ความถี่ถึงจะได้shiftไป 180องศา ก็อย่างที่ได้อธิบายไปว่าการใส่delay time เข้าไปในระบบก็จะมีผลในแต่ละความถี่ไม่เหมือนกันเพราะมันเป็นfrequency dependentไม่เหมือนการกลับpolarityที่ไม่ว่าความถี่เท่าไรมันก็จะกลับ180องศาเลยทั้งหมด และก็มีเทคนิคเสริมนิดหนึ่งเรื่องการใส่delay กับpolarity สมมติว่าเราต้องใส่delayเข้าไปในsubwoofer 7ms มันถึงจะเกิดphase alignกันของลำโพงsubwooferกับmain แต่ถ้าเราลองกลับpolarity ของsubwooferแล้วเราจะใส่delayอีกแค่ 2ms มันก็เกิดphase alignกันแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ให้ทำตามแบบหลังนะครับเพราะว่าการใส่filter time delayเข้าไปมากๆจะทำให้เกิดphase shift ส่งผลให้เกิดความเพี้ยนขึ้นมากกว่าการที่เรากลับpolarityของลำโพงsubwooferและใส่ค่าtime delayนิดหน่อย เพราะมันจะส่งผลต่อphase shiftทั้งหมดน้อยกว่าความเพี้ยนจึงน้อยกว่า ทั้งหมดนี้ก็เป็นความรู้รวมถึงเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ที่ได้มาจากตอนผมไปเรียนกับBob McCarthy เกี่ยวกับเรื่องphaseต่างๆ ยังไงก็ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูในระบบhome theaterของเราได้ครับ


 :secret


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1151 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 12:51:19 PM »
ขอบคุณครับ
ดูเหมือนจะง่าย แต่  :cold 5555

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1152 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 04:56:57 PM »
ขอบคุณครับ
ดูเหมือนจะง่าย แต่  :cold 5555

 :headphone :headphone :headphone :headphone :headphone

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1153 เมื่อ: 08 เมษายน, 2017, 03:37:00 PM »

ตัวอย่างบทความบางส่วน ในหนังสือAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนเมษายน 2560 ฉบับนี้จะเจาะลึกถึงเรื่องของลำโพงCenterในห้องHome theaterล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการdesignของลำโพงcenterแบบต่างๆว่า แต่ละแบบมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร แบบไหนจะเหมาะกับห้องhome theaterของเรา รวมไปถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่แนะนำให้เอาลำโพงbook shelf2ตัววางขวางต่อกันเป็นลำโพงcenter แล้วก็จะพาไปเยี่ยมชมห้องพี่ยุทธนาตามสัญญา ใครที่กำลังมองหาลำโพงcenterพลาดไม่ได้กับเนื้อหาฉบับนี้ สนใจติดตามอ่านได้ตามแผงหนังสือหรือonline magazinesกลางเดือนเมษายนนี้ครับ




  :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1154 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2017, 08:28:09 AM »


พบกับบทความในนิตยสารAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนพฤษภาคม 2560 ในเรื่องที่น่าสนใจมากคือ Top10 Home Theater Mistakes กลางเดือนพฤษภาคมนี้ตามแผงหนังสือและOnline Magazineต่างๆครับ

 Y]

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1155 เมื่อ: 27 พฤษภาคม, 2017, 07:27:09 AM »
เข้าร่วมTHX Video Calibration Class in Bangkok เรียนเสร็จก็พาGregg Loewen อาจารย์ด้านการปรับภาพคนเดียวของTHXไปเยี่ยมชมห้องคุณGap ยังไงต้องขอขอบคุณคุณGapมากที่ให้โอกาสได้เยี่ยมชมกับห้องHome Theaterที่สุดยอดอีกห้องหนึ่งของเมืองไทย ยังไงรายละเอียดทั้งหมดผมค่อยเล่าแบบละเอียดให้ได้อ่านกันในหนังสืAudiophile Videophile นะครับผ

http://vid1192.photobucket.com/albums/aa340/pongtipp/THXVideoCalibrationinBangkok/IMG_1053_zpsq8am8y8b.mp4

http://vid1192.photobucket.com/albums/aa340/pongtipp/THXVideoCalibrationinBangkok/IMG_1049_zpsblwurffi.mp4



























 d_d d_d d_d d_d d_d

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1156 เมื่อ: 27 พฤษภาคม, 2017, 10:31:05 AM »
ห้องสุดยอด ขอบคุณครับ
.....อยากเห็น ชุดลำโพงหน้าว่าจัดวางยังไงครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1157 เมื่อ: 27 พฤษภาคม, 2017, 04:07:37 PM »
ห้องสุดยอด ขอบคุณครับ
.....อยากเห็น ชุดลำโพงหน้าว่าจัดวางยังไงครับ

เสียง Immersive sound ก็ดีมากครับพี่
 :clap :clap :clap

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1158 เมื่อ: 30 พฤษภาคม, 2017, 04:13:59 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน มค. 2560 เรื่องWhat's new in Home Theater 2017?














ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1159 เมื่อ: 30 พฤษภาคม, 2017, 04:36:02 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน กพ. 2560 เรื่อง4K Ultra HD System Review















 :wiggle

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1160 เมื่อ: 30 พฤษภาคม, 2017, 04:53:52 PM »

บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือน มีค. 2560 เรื่อง 9Basic Subwoofer Concepts













 :yahoo

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1161 เมื่อ: 31 พฤษภาคม, 2017, 06:01:10 AM »
ขอบคุณมากครับ  c)

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1162 เมื่อ: 31 พฤษภาคม, 2017, 04:55:38 PM »
ขอบคุณมากครับ  c)

ด้วยความยินดีครับพี่  :drunk

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1163 เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2017, 06:57:40 PM »


พบกับบทความในนิตยสารAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนมิถุนายน 2560 ในหัวข้อ9 Interesting Home Theater Questions ที่ได้รวบรวมเอาคำถามที่ผมถูกถามบ่อยๆและคำถามที่น่าสนใจในการเล่นhome theater ติดตามได้กลางเดือนมิถุนายนนี้ที่แผงหนังสือและOnline Magazineต่างๆครับ
 :secret
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มิถุนายน, 2017, 07:04:00 PM โดย หมอเอก »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1164 เมื่อ: 21 มิถุนายน, 2017, 08:35:12 AM »
เมื่อคืนผมนั่งดูหนังเรื่อง John Wick Chapter2 เลยเอามาเล่าให้ฟังว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
แผ่นที่ผมดูเป็นแผ่นblu-rayนอก เพราะแผ่นไทยระบบเสียงที่ให้มาจะเป็นแค่ DTS-HD 7.1 ซึ่งผมคิดว่าหนังactionมันระดับนี้ระบบเสียงคงต้องเป็นแบบ dolby atmos ถึงจะมัน เลยยอมซื้อแผ่น4K HDRที่แผ่นblu-rayเป็นระบบเสียง dolby atmos
และแล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พูดถึงเนื้อเรื่องหนังโดยทั่วไปผมดูละผมว่ามันเป็นหนังactionที่ดีแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ หรือหวังจะให้เนื้อเรื่องสมจริงสมจังอะไรมาก มีเนื้อหาปูนิดหน่อย นอกนั้นก็เป็นความมันล้วนๆ ส่วนใครที่ต้องการความสมจริงสมจัง เนื้อหาแน่นๆหนักๆ ผมว่าเรื่องนี้ผ่านไปได้เลย
สำหรับในเรื่องของภาพ ผมว่าภาพทำออกมาได้ดีทีเดียว เพราะแนวหนังมันจะออกเป็นฉากมืดๆเกือบทั้งเรื่อง มันเลยไม่ได้โชว์ภาพได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ถือว่าในฉากมืดๆทำได้ดีมาก สีดำมืดสนิทแทบจะมองไม่เห็นnoiseใดๆ การไล่ระดับgrayscaleทำได้สวยงาม เช่นในฉากพิพิธภัณฑ์ที่มีงานปั้นนั้นถ้าเรามีการปรับgrayscaleดีๆแล้วภาพตัวรูปปั้นต่างๆออกมาจะมีความลึกสมจริง เหมือนภาพสามมิติเลย จุดดีอื่นๆของภาพในเรื่องนี้ก็คือสีflesh toneหรือสีเนื้องที่มีความถูกต้องไล่ระดับสวยงาม, ความคมชัดรายละเอียดdetailsต่างๆ รวมถึงcontrastของภาพที่ดีภาพออกมาสวยงาม ทำให้มีอารมณ์ร่วมไปกับหนัง โดยเฉพาะลองสังเกตเวลาฉากclose upใกล้ๆของหนังเรื่องนี้เราจะเห็นถึงแววตานักแสดงได้อย่างชัดเจน
ที่ยกให้เป็นพระเอกเลยสำหรับหนังเรื่องนี้ก็คือเรื่องของเสียงเลยครับ เริ่มขึ้นมาฉากไล่ล่าบนถนนฉากแรกก็กินใจแล้ว เสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มของMustang เสียงเบรก เสียงเสียดสีระหว่างล้อกับถนน ทำได้สมจริงและดูมันมาก ต่อมาที่ต้องชมเลยคือเรื่องของเสียงปืนในเรื่องนี้ ที่มีทั้งความแรง ความถี่ต่ำหนักแน่น ความเร็ว ตำแหน่งเสียงและทิศทางแม่นยำมาก ปืนขนาดต่างๆ รุ่นต่างๆ ยิงในสถานที่ต่างกันเสียงปืนก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน นับได้ว่าเป็นหนังที่มีเสียงปืนดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในปัจจุบัน ส่วนระบบdolby atmosของเรื่องนี้นั้นทำได้เจ๋งมาก มันไม่ใช่เป็นเสียงdolby atmosที่เราคิดว่าต้องมีเสียงวิ่งไปวิ่งมาอยู่บนหัวที่เขาเรียกว่าเป็นobject base แต่มันเป็นเสียงdolby atmosที่เสริมในเรื่องของambient sound และ envelopmentได้อย่างแนบเนียน (ambient soundหรือก็คือพวกเสียง ลม เสียงใบไม้ เสียงจิ้งหรีด เสียงสิ่งแวดล้อมต่างๆที่ทำให้บรรยากาศดูสมจริง) เช่นฉากที่อยู่ในโรงแรม เราก็จะได้ยินเสียงbackground musicคลอเบาๆ ที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งของเสียงได้ว่ามาจากตรงไหน รู้แต่ว่ามันลอยอยู่ล้อมรอบตัวเรา ผมลองเปิดฉากเดียวกันแต่เป็นระบบ DTS-HD 7.1เสียงbackground musicที่ได้จะแบบอยู่แถวๆหน้าจอ ไม่ได้โอบล้อมตัวเราเหมือนatmos ส่วนเสียงenvelopment(การก้องของเสียงที่ทำให้เกิดความรู้สึกโอบล้อมเพื่อเสริมความสมจริงของเสียงนั้นๆ) ในเรื่องนี้ก็เช่นเสียงปืน ที่ยิงในห้องโถง พอยิงเสร็จเสียงechoที่เกิดขึ้นมันจะโอบล้อมตัวเราอย่างเห็นได้ชัดเจนกว่าระบบ7.1ธรรมดาที่เสียงจะห้วนๆและไม่มีมิติเท่า โดยเฉพาะเสียงปืนนัดสุดท้ายที่ยิงในหนังเรื่องนี้ ขอบอกว่าเป็นเสียงปืนที่น่าประทับใจมากยิ่งเปิดกับลำโพงพวกphase coherence speaker ที่มีความไวสูงๆอย่างลำโพงMeyer Soundผมนี่สะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้555
โดยรวม John Wick Chapter2เป็นหนังที่มีภาพและเสียงน่าประทับใจอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะเสียงdolby atmosที่ไม่ได้เน้นแต่ปริมาณอย่างเดียวแต่เน้นคุณภาพล้วนๆ ขอแนะนำเลยครับหนังเรื่องนี้
ปล.ภาพscreen shotนี้ถ่ายมาจากหน้าจอprojectorจริงๆ จบหลังกล้องไม่ได้แต่งอะไรนอกจากcropและย่อภาพครับ



































ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1165 เมื่อ: 01 กรกฎาคม, 2017, 10:39:43 AM »
Dolby Atmos on Netflix
   Netflix ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ชื่อดังจากอเมริกา ประกาศว่าตอนนี้ได้สนับสนุนการstreaming ภาพยนต์บางเรื่องในระบบเสียงDolby Atmosแล้ว โดยในขณะนี้อุปกรณ์ที่สามารถดูได้จะเป็นแค่เครื่องXbox One, Xbox One S และทีวี LG OLED model 2017ในบางรุ่นก่อน แล้วถึงค่อยๆขยายไปในเครื่องเล่นอื่นๆตามมา โดยความเร็วของinternetที่แนะนำไว้ก็คืออย่างน้อยต้องมีประมาณ 3megabits/sec และต้องเป็นสมาชิกNetflixในpackage 4Screens + Ultra HD ภาพยนต์ที่รองรับระบบนี้เรื่องแรกคือOkja(โอคจา) ของBong Joon Hoและอีกสี่เรื่องที่จะตามมาได้แก่ BLAME! (28 ก.ค.), Death Note (25ส.ค.), Bright (ธ.ค.) and Wheelman ใครสนใจในรายละเอียดสามารถติดตามอ่านได้ที่WebsiteของNetflixได้เลยครับ




 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1166 เมื่อ: 05 กรกฎาคม, 2017, 08:45:50 PM »

ตัวอย่างบทความบางส่วน ในหนังสือAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนกรกฎาคม 2560 ฉบับนี้พูดถึงเรื่องเทคนิคการปรับภาพ4K HDR ตามวิธีของTHX แล้วพาไปเยี่ยมชมห้อง Dedicated Home Theaterของคุณแก๊ป สนใจติดตามอ่านได้ตามแผงหนังสือหรือonline magazinesกลางเดือนกรกฎาคมนี้ครับ



 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1167 เมื่อ: 10 กรกฎาคม, 2017, 10:57:06 PM »
ปรับเสียงห้องพี่ยุทธนา
เมื่อวานไปทำธุระที่กรุงเทพ มีเวลาเหลือครึ่งวันเลยมีโอกาสเข้าไปปรับเสียงที่ห้องพี่ยุทธนา ห้องที่ผมเคยนำเสนอลงในหนังสือAudiophile/Videophile เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา ใครอยากทราบรายละเอียดห้องเข้าไปอ่านที่หนังสือฉบับเก่าๆได้ คราวนี้มีสมาชิกวนเวียนเข้ามาช่วยกันปรับ ช่วยกันดูหลายคน ที่พิเศษหน่อยมีพี่ช่างภาพฝีมือรางวัลระดับประเทศหลายรางวัลมาช่วยถ่ายภาพให้ด้วยทำให้ได้ภาพสวยๆ มุมมองดีๆ มาฝากกันครับ
ก่อนปรับเฮียสมชายจากขอนแก่นไฮไฟ ขอฟังเสียง 2แชลแนลก่อน เพราะดูจากเครื่องเคราต่างๆแสดงถึงว่าเจ้าของห้องมีความรู้ ประสบการณ์การเล่นมานาน


อุปกรณ์ของhome theaterจะอยู่ทางด้านข้าง รายละเอียดเคยนำเสนอไปแล้วหาอ่านได้จากบทความเดิมนะครับ


มาคราวนี้พี่ยุทธนาเพิ่มSubwoofer SVS PB12plus ที่เป็นตู้แบบเปิดอีกตัว และได้หาตำแหน่งSubไว้คร่าวๆก่อนหน้านี้แล้วโดยตำแหน่งตัวหนึ่งวางไว้ด้านหน้า ส่วนอีกตัววางไว้ด้านข้าง


ผู้ร่วมขบวนการอีกสองคน พี่ชวินก็ปลอกสายไป เฮียสมชายก็บรรยายเรื่องราววงการเครื่องเสียงแบบเจาะลึกให้ฟังไป มันมากครับ


พอมีSubwooferเพิ่มขึ้นมาเป็นสองตัว เลยต้องใช้ตัวนี้mini dspในการควบคุมและปรับSubwooferทั้งสองตัวให้เข้ากับระบบลำโพงหลักทั้งหมดของSystem


ได้เวลากางขาไมค์ ตั้งเครื่องมือกันแล้ว เครื่องมือจะมีอยู่สองชุดหลักๆ ชุดด้านขวามือจะเป็นHAA kitที่ใช้ปรับพื้นฐานทั่วไป ส่วนด้านซ้ายมือเป็นเครื่องมือSmaart8ที่ใช้ปรับในเรื่องของtimeและphaseโดยเฉพาะ

งานนี้ใช้ไมค์ห้าตัว คอมสองเครื่อง ipad1ตัว แค่ตั้งเครื่องมือก็เหนื่อยละครับ555


สวยดีครับ สมกับเป็นฝีมือรางวัลระดับประเทศจริงจริง


นี่ขนาดว่าเอากล้องเล็กๆของผมเองให้ถ่าย ยังไม่คุ้นมือนะครับ


พี่ยุทธนาคุมอย่างใกล้ชิด ดูว่าผมจะมั่วไปแนวไหน 5555


พี่ชวินวัดpolarityของDriverทุกตัวกันพลาด


มาดูการ align phase ตามวิธีที่เรียนมาของJamie Anderson เจ้าของprogram Smaart8


จากพื้นฐานห้องที่ดีและการวางตำแหน่งsubwooferที่เหมาะสม สังเกตดูจะมีความถี่ที่โด่งแค่จุดเดียวคือ 22Hz ถือว่าเยี่ยมมากครับห้องนี้


frequency responseดีขนาดนี้ใส่EQแค่ค่าเดียวก็ได้เลย ไม่ต้องใส่มากมายให้เสียงเพี้ยน


ทำการalign phase ให้Subwooferและmain มีทั้งIn time และ In phaseกันที่Crossover point ซึ่งถ้าดูดีๆผมทำให้alignกันตั้งแต่40Hz จนถึงเป็น100Hzเลย


การอ่านกราฟ phase trackจะมีความสำคัญ เพราะเราจะได้รู้ว่าลำโพงแต่ละตัวมีความสัมพันธ์กันแบบไหน ที่สำคัญคือต้องอ่านให้ได้ว่าลำโพงตัวไหนเสียงถึงก่อนจะได้ใส่ค่าdelayได้ถูกตัว พอปรับเสร็จแล้วฟังเสียงจากหนังหลายๆเรื่องเสียงเบสมีความคม เร็ว ดุดัน คลุมทั่วทั้งห้องที่มีขนาดใหญ่ได้สบายนี่ขนาดว่าใช้Sub 12นิ้วแค่สองตัวเอง จุดเด่นอีกจุดคือเสียงSurroundที่ห้องนี้มีการdesign layoutเป็นSlopeตามหลักการของStudioที่พี่ยุทธนาเคยเรียนมาทำให้เสียงenvelopementดีมากๆ ฟังดูไม่น่าเชื่อเลยว่าห้องนี้มีระบบเสียงแค่ 5.1เอง


ศิษย์เก่า HAA & THX ทั้งหมดเลยนี่


ต้องขอขอบคุณพี่ยุทธนาอีกครั้งที่ให้โอกาสผมได้เข้าไปเล่นซนที่ชุดของพี่ ยังไงวันหลังเรียนเชิญพี่ยุทธนามาซนที่ชุดของผมที่อุดรบ้างนะครับ


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1168 เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2017, 08:03:00 AM »
มาขอชื่นชม ยินดี และขอบคุณที่มาแบ่งปันกันครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1169 เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2017, 04:26:10 PM »
มาขอชื่นชม ยินดี และขอบคุณที่มาแบ่งปันกันครับ

ขอบคุณครับพี่ Too Ninja
 d_d :drunk :drunk

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1170 เมื่อ: 12 กรกฎาคม, 2017, 06:22:03 PM »
มีคำถามในกลุ่มไลน์ที่ผมเป็นสมาชิกอยู่และผมได้ตอบไป เลยขออนุญาตเอามาแชร์กันต่อเผื่อใครสงสัยเหมือนๆกันครับ

FFT แบบ Flat, A-weighted และC-weighted คืออะไรครับ มีใครรู้ไหมครับ?
Weighted ต่างๆเหล่านี้เป็นการใส่filterเพื่อกรองเสียงที่ได้มาจากไมค์ให้ได้ใกล้เคียงกับที่มนุษย์ได้รับรู้มากที่สุด อย่างที่ผมเคยบอกไว้ว่าในโลกของPhysicsเสียงที่มีอยู่จะต่างจากเสียงที่มนุษย์เรารับรู้ เนื่องจากเมื่อหูมนุษย์ได้รับคลื่นเสียงเข้าไปและไปแปลผลที่สมอง การรับรู้จะไม่เป็นแบบlinearเหมือนเสียงที่อยู่จริงๆตามธรรมชาติ แต่การรับรู้ของมนุษย์จะเป็นลักษณะของlogarithmic scaleหรือความสัมพันธ์เป็นเท่าตัว มันเลยทำให้การรับรู้ของมนุษย์เราไม่ใช่การรับรู้เสียงที่มีอยู่จริงๆ ดังนั้นจึงมีการใส่filterเหล่านี้เพื่อเลียนแบบการตอบสนองของเสียงที่มนุษย์ได้ยินจริงๆ และปัจจัยอีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อความดังของเสียงต่างกัน การรับรู้ของเสียงก็ต่างกันอีกมันจึงเป็นที่มาของA-weightedและ C-weighted มาว่ากันทีละตัว

-Flat ความจริงมีหลายชื่อครับ ทั้งLinear, Unweighted, Z weighted ตัวนี้ก็ตรงไปตรงมาคือไม่ได้ใส่filterอะไรเข้าไป ให้มันเป็นเส้นตรงตั้งแต่frequency response 10Hz -20kHz(+/- 1.5dB) ความดังที่วัดได้จะเรียกว่า dBZ หรือ dB(Z)

-A Weightingหรือถ้าเป็นความดังก็คือdBA ใช้ในการวัดเสียงรบกวนหรือnoiseในสภาพแวดล้อมที่เสียงไม่ได้ดังมาก โดยจะมีลดเสียงความถี่ต่ำลงมากหน่อยเนื่องจากเมื่อระดับเสียงทั้งหมดโดยรวมไม่ได้ดังมาก การรับรู้เสียงเบสก็ไม่ได้สูงมากนัก สังเกตดูเวลาห้องเงียบๆแล้วมีเสียงความถี่ต่ำมาเบาๆ บางทีเราก็แทบจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร การใช้A-weighted เลยนิยมใช้ในการวัดความเงียบของห้อง หรือวัดnoiseภายในห้อง


-C Weighting(dBC)ในขณะที่เมื่อเสียงดังมากขึ้นถึงระดับเกิน 90- 100dB การตอบสนองของหูก็จะต่างไปดัง คนเราจะรับรู้เสียงเบสได้มากขึ้นจนเกือบเป็นflat ดังนั้นการใส่weightedแบบนี้จึงเหมาะสมใช้ในการวัดสภาพแวดล้อมที่ดังเช่นในโรงภาพยนต์, night club, pub barที่มีเสียงดังๆ ซึ่งในการวัดห้องhome theaterเพื่อcalibrationก็แนะนำให้ใช้แบบC-weightedครับ


แต่อย่าพึ่งแปลกใจนะครับถ้าเห็นคนเข้าไปวัดสภาพแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม หรือโรงภาพยนตร์โดยใช้A-weighted เนื่องจากหลักการที่ว่าความถี่ที่สูงเป็นอันตรายต่อหูของมนุษย์มากกว่าความถี่ต่ำ ดังนั้นในการวัดความเป็นอันตรายของเสียงต่อหูเลยต้องใช้A-weightedเพื่อเน้นความสำคัญไปที่ความถี่สูงมากกว่าความถี่ต่ำ อย่างผมเป็นทันตแพทย์ต้องทำงานอยู่กับเครื่องมือที่มีความถี่สูงอยู่เกือบตลอดเวลา จึงต้องมีการวัดสมรรถภาพการได้ยินทุกปี เพราะเสียงความถี่สูงเหล่านี้ทำลายcellรับเสียงในหู และcellพวกนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นมาใหม่ได้ เสียแล้วเสียเลยคนเราเมื่อสูงวัยมากขึ้นจึงรับรู้ความถี่สูงๆไม่ดี ก็ต้องระวังกันไว้นะครับถ้าเราต้องดูหนังหรือฟังเพลงที่มีความดังมากและยิ่งความถี่ที่สูงมากๆเพราะในระยะยาวจะทำให้cellในหูของเราได้รับการกระทบกระเทือนครับ

 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1171 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 11:12:04 AM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือนเมษายน 2560 เรื่อง Center channel speakers ใครที่มีความสงสัยในเรื่องลำโพงcenterว่าควรจะใช้แบบไหนดี แต่ละชนิดที่เขาออกแบบมามีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรติดตามอ่านแบบละเอียดได้เลยครับ










ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1172 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 11:44:33 AM »
บทความในหนังสือ Audiophile/Videophile เดือนพฤษภาคม2560 เรื่องTop Ten Home Theater Mistakes มาดูกันว่า10ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยๆในห้องhome theaterมีอะไรกันบ้างครับ










ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1173 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 07:30:00 PM »

 like  :thumb ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1174 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 04:06:32 PM »

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1175 เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2017, 06:56:31 PM »
ตัวอย่างบทความบางส่วน ในหนังสือAudiophile/Videophile ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2560 ฉบับนี้น่าสนใจมากครับ เป็นเรื่องSubwoofer Reference Levelเรื่องที่ผมมักจะถูกถามเข้ามาบ่อยมากว่าจะปรับVolumeของSubwoofer ไปที่เท่าไร่ดี? ผมไปฟังบ้านเพื่อนมาหลายบ้าน บางบ้านเบสเยอะมาก บางบ้านเบสน้อยมาก อันไหนคือความดังของความถี่ต่ำที่ถูกต้อง? เสียงเบสในห้องสตูดิโอมาตรฐานที่บอกว่าผู้กำกับอยากให้คนฟังได้ยินนี่มันดังเท่าไร? ต้องปรับความดังที่AVRเท่าไรเสียงจึงจะดังเท่าในห้องstudioที่เขาmixกัน? จะcalibrateเสียงในห้องhome theaterยังไงให้มีเสียงความถี่ต่ำดังตามมาตรฐาน? และอีกหลายๆคำถามที่เกี่ยวกับการปรับความดังของSubwoofer  พลาดไม่ได้กับเนื้อหาฉบับนี้ สนใจติดตามอ่านได้ตามแผงหนังสือหรือonline magazinesกลางเดือนส.ค.นี้ครับ



 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1176 เมื่อ: 02 สิงหาคม, 2017, 05:13:56 PM »
ได้หนังสือมาใหม่ของBobKatz ที่เขาเป็นเจ้าพ่อในเรื่องmixing and mastering engineer เคยได้ 3Grammy award ประวัติเคยทำงานร่วมกับChesky Recordsและห้องอัดดังๆมากมาย ตอนแรกกะซื้อมาอ่านเรื่องพื้นฐานในห้องอัด ปรากฏข้างในมีเทคนิคการtuningห้องmonitorเล็กๆแบบmulti ch.ด้วย เนื้อหาทำออกมาได้ดีเลยผมว่า ไม่ได้มีสูตรคณิตศาสตร์ยากๆ หรือมีกราฟมากมายเกินไปแต่เน้นที่การปฏิบัติจริงๆ เทคนิคเล็กๆน้อยที่ใช้งานได้จริงๆ เดี๋ยวมีเวลาผมค่อยมาเล่าให้ฟังว่า BobKatz มีเทคนิคอะไรน่าสนใจบ้างเพื่อที่เราจะสามารถเอาไปประยุกต์ในการcalibrationห้องhome theaterได้










 :secret

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1177 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2017, 08:43:21 PM »
ได้หนังสือมาใหม่ของBobKatz ที่เขาเป็นเจ้าพ่อในเรื่องmixing and mastering engineer เคยได้ 3Grammy award ประวัติเคยทำงานร่วมกับChesky Recordsและห้องอัดดังๆมากมาย ตอนแรกกะซื้อมาอ่านเรื่องพื้นฐานในห้องอัด ปรากฏข้างในมีเทคนิคการtuningห้องmonitorเล็กๆแบบmulti ch.ด้วย เนื้อหาทำออกมาได้ดีเลยผมว่า ไม่ได้มีสูตรคณิตศาสตร์ยากๆ หรือมีกราฟมากมายเกินไปแต่เน้นที่การปฏิบัติจริงๆ เทคนิคเล็กๆน้อยที่ใช้งานได้จริงๆ เดี๋ยวมีเวลาผมค่อยมาเล่าให้ฟังว่า BobKatz มีเทคนิคอะไรน่าสนใจบ้างเพื่อที่เราจะสามารถเอาไปประยุกต์ในการcalibrationห้องhome theaterได้
 :secret

 like  :victory  ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1178 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2017, 09:42:22 PM »
Speaker Large or Small (again)....
เนื่องจากมีการพูดคุยกันในกลุ่มไลน์ที่ผมเป็นสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของการตั้งลำโพงเป็นlarge หรือsmall เลยขอนำบทความเก่าๆที่ผมเคยเขียนไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อหลายปีก่อนมาให้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง และก็มีส่วนเพิ่มเติมบ้างอีกเล็กน้อยครับ










นอกจากนี้ก็มีอีกบางประการที่บางคนอาจจะงงๆ ว่าการใช้bass managementแล้วทำให้ความถี่ของLFEที่อยู่สูงกว่าcrossover pointจะหายไปด้วย อันนี้คงต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าLFEเป็นช่องเสียง ข้อมูลความถี่ต่ำอย่างเดียว(<120Hz) แยกchannelsต่างหากเสริมเข้าไปในchannelsหลักอื่นๆ เมื่อนำหนังมาลงแผ่นสำหรับใช้ในบ้านช่องนี้ก็ใส่ลงมาเป็นช่องแยกต่างหากเหมือนในโรงภาพยนตร์ทำให้สะดวกในการนำข้อมูลลงแผ่นด้วย ส่วนในpost productionช่องเสียงนี้ก็จะใส่เสียงความถี่ต่ำมากๆเช่นเสียงฮัม เสียงก้องในระเบิด ในเพลงก็อาจจะเป็นเสียงความถี่ต่ำมากๆของkick drums หรือเบส หรือบางทีอาจจะไม่มีเลยก็ได้ และเมื่อมีการใช้bass management หรือปรับspeaker configurationเป็นsmall ก็จะมีการตัดHigh pass filterความถี่ที่สูงกว่าcrossoverpointไปยังลำโพงmain ส่วนLow pass filterส่งความถี่ที่ต่ำกว่าcrossover point ไปรวมกับLFEส่งไปยังSubwoofer ซึ่งจากรูปdiagramก็จะเห็นได้ว่าLFEจะไม่ได้รับการตัดความถี่ใดๆ สัญญาณLFEมาเต็มๆ(ถ้าเราใส่LPFลงไปในLFE เป็น120Hz)


ซึ่งการที่จะใส่LPFเข้าไปยังLFEก็สามารถทำได้ เช่นในPre ProของMarantzที่ผมใช้อยู่ก็จะมีเมนู LPF for LFE ในที่นี้แนะนำให้ใส่ไว้เลยครับที่ 120Hz


ที่ให้ใส่ไว้ที่ 120Hzก็เพราะว่า ในอดีตไม่ว่าเราจะตั้งไว้ที่ 80Hz 90 Hz… หรือเท่าไรก็ตาม มักจะไม่มีผลเพราะเสียงจากLFEส่วนมากจะมีแต่เสียงต่ำมากๆ ไม่ค่อยถึง70-80Hzกันซักเท่าไร่ แต่ถ้าเราสังเกตดูภาพยนตร์ในปัจจุบันการบันทึกเสียงลงมาเป็นพวกImmersive sound เสียงความถี่ต่ำส่วนมากจะมีมากกว่าหนังในอดีต เราไม่รู้ว่าหนังเรื่องไหนบ้างที่จะจัดมาเต็มๆ120Hz ดังนั้นเพื่อความแน่นอนให้ใส่ไว้ที่ 120Hzเลยครับ ยิ่งมาเจอหนังเสด็จพ่อChristopher Nolanด้วยแล้วยิ่งต้องระวัง ยังจำหนังเรื่องInterstellarกันได้ไหมครับ เชื่อไหมครับเสด็จพ่อได้mixเสียงพูดเข้าไปในช่องsound effectเลย ซึ่งในหนังHollywoodฟอร์มใหญ่เขาจะไม่ค่อยทำกัน มันก็ทำให้เสียงพูดในหนังเรื่องนี้ถ้าสังเกตดีๆบางตอนจะไม่ค่อยชัดเจน จมไปกับเสียงsound effectต่างๆ โดยNolan ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นความตั้งใจของเขาเอง เพราะเขาต้องการสร้างเนื้อเรื่องที่ชัดเจน อารมณ์ของหนังที่ชัดเจน ไม่ใช่เสียงพูดที่ชัดเจน และเสียงพูดสำหรับเขาก็ถือว่าเป็นsound effectอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องชัดเจนตลอดเวลา แหมเสด็จพ่อChristopher Nolanพูดเสียขนาดนี้ผมก็ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีพี่จะเอาเสียงอะไรเข้ามาใส่ในช่องLFEอีกบ้าง ดังนั้นตั้งLFEไว้ที่ 120Hzเลยชัวร์สุด


และมีอีกจุดหนึ่งที่ต้องระวังไว้ด้วยเวลาเราปรับค่า Low pass filterที่หน้าSubwoofer เพราะโดยปกติทางTHX HAA หรือCEDIAเองก็แนะนำให้ทำการตัดความถี่ หรือจัดการBass managementที่AVRหรือProcessor ที่เดียวไม่จำเป็นต้องมาปรับที่หน้าSubwooferอีก ให้ปรับเป็นความถี่สูงสุดหรือbypassตรงนี้เลย นอกจากเหตุผลเรื่องเป็นการใส่filterซ้อนกันที่บางทีอาจจะทำให้เกิดdistorsionของเสียงแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือถ้าเราไปปรับหน้าตู้ Subwooferบางตัวก็จะตัดความถี่ที่สูงกว่าLPFออก ดังนั้นถ้าเราหมุนปรับปุ่มLPFหน้าตู้ไปที่ความถี่ต่ำๆก็จะทำให้ความถี่ของLFEที่หนังบางเรื่องอาจจะmixมาสูงๆหายไปด้วยตรงนี้ก็เป็นจุดที่ต้องระวังอีกจุดหนึ่งยังไงลองเช็คดูว่าsubwooferของเรามีการตัดcrossoverลักษณะไหนแต่ให้ดีเพื่อความแน่นอนก็ปรับที่Pre-ProหรือAVRแล้วbypassที่ตัวSubwooferก็จะแน่นอนกว่า สรุป....ผมขอย้ำอีกทีนะครับว่า ในที่สุดจะปรับแบบไหน ปรับอย่างไรก็ขึ้นคงอยู่กับรสนิยม ความชอบของแต่ละท่าน ไม่ใช่ว่าการปรับลำโพงเป็นlargeหรือsmallอันใดอันหนึ่งจะผิดทั้งหมด หรือถูกทั้งหมด แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างๆกันไปดีที่สุดเราต้องเข้าใจว่าปรับแบบไหนจะเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยเอามาพิจารณาปรับให้เหมาะสมกับชุดของเรา ห้องของเราอีกทีครับ


 :secret

ออฟไลน์ Sound Soft

  • ****
  • กระทู้: 385
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1179 เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2017, 07:39:48 AM »
ชัดเจนเห็นภาพเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,703
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1180 เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2017, 10:36:46 AM »
 like ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1181 เมื่อ: 12 สิงหาคม, 2017, 03:29:04 PM »
ชัดเจนเห็นภาพเลยครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดี

like ขอบคุณครับ

ยินดีครับ เดี๋ยวมีอะไรน่าสนใจก็จะเอามาแชร์เรื่อยๆครับผม
 :secret

ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1182 เมื่อ: 12 สิงหาคม, 2017, 03:30:14 PM »
วันนี้คุณเซียมขับรถจากกรุงเทพมาเที่ยวอุดรธานีช่วงวันหยุดยาว เลยแวะมาพบปะพูดคุยกันประสาคนคอhome theaterเหมือนกันครับ ขอบคุณสำหรับของฝากอีกครั้ง ยังไงหวังว่าคงได้ประสบการณ์ดีๆกับลำโพงMeyer Soundไปบ้างนะครับ









ออฟไลน์ หมอเอก

  • *****
  • กระทู้: 863
  • เพศ: ชาย
Re: อีกห้องหนึ่งที่อุดรครับ
« ตอบกลับ #1183 เมื่อ: 12 สิงหาคม, 2017, 06:20:43 PM »
วันนี้คุณเอ กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงวันหยุดเลยแวะมาพูดคุย สอบถามกับความรู้เรื่องHome theater calibration เสียดายตอบคำถามกันเยอะไปหน่อยได้ดูหนังนิดเดียวเองผมก็ติดคนไข้พอดี ขออภัยด้วยนะครับ เดี๋ยวคราวหน้าแก้ตัวใหม่ค่อยดูหนังกันยาวไป