ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 187875 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
ภาค 1 เมื่อปี 2008 ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=29297

ขอเริ่มด้วยข้อดีของการฟังเพลงผ่าน Mac ก่อนนะครับ
- สะดวก ด้วยระบบไลบาลี่ใน iTune เก็บเพลงแบบมีปก ค้นหาเพลงได้ด้วยการป้อนชื่อเพลง ใส่ห้าดาวสำหรับเพลงที่ชื่นชอบ เรียกว่าปรับแต่งได้หมด
- อัพเกรดได้ สามารถอัพเกรดซอฟท์แวร์เพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงได้โดยง่ายและรวดเร็ว เช่นจาก iTune10 เป็น iTune11 เสียงต่างกันฟ้ากับเหว แค่กด Software update แล้วรอสักพักเท่านั้น รวมถึงโปรแกรมอื่นๆอย่าง Amarra หรือ Bit Perfect ที่ผมใช้ เสียงเปลี่ยนไปทุกครั้งที่อัพเดท (ดีขึ้น่ตลอดครับ ไม่เคยแย่ลง)
- แนะนำให้ใช้ Mac ครับ เพราะระบบ OS ที่มีเสถียรภาพ ซื้อมาแกะกล่องใช้ได้เลย ไม่ต้องมานั่งก้มๆเงยๆประกอบเครื่อง และแน่นอนว่าเสียงต่างกับ PC ครับ ทดสอบแบบง่ายๆก็เอา DAC USB ต่อฟังผ่าน Mac กับ PC เทียบเสียงดูได้เลย
- ดีที่สุดสำหรับ Mac คือ Firewire เพราะระบบนี้คิดค้นเพื่อใช้กับงานออดิโอโดยเฉพาะตั้งแต่ 10 ปีก่อน และใช้จนถึงปัจจุบัน ไดรเวอร์จากระบบ Firewire จะส่งตรงเข้าแกนซีพียูโดยไม่ผ่านไดรเวอร์ชั้นอื่นๆ เรียกว่า Core Audio
และการก๊อปปี้ไฟล์ผ่าน Firewire มีการคอนโทรลคล๊อก ทำให้ไฟล์ที่ก๊อปปี้ผ่านพอร์ทนี้คุณภาพเสียงไม่ตก ลองหา HDD มาทดสอบได้ครับ หรือลองก๊อปเพลงผ่านแฟลชไดรฟ์ทาง USB แล้วนำกลับมาก๊อปปี้ลงเครื่องเหมือนเดิม เสียงจะไม่เหมือนกับไฟล์แรกที่อยู่ใน HDD (ทดสอบกับ Sandisk)
- สะดวกได้อีกเมื่อใช้ App ที่ชื่อว่า Remote (ฟรี) โดยการแสดงหน้า iTune จากเครื่อง Mac บนหน้าจอ iPhone, iPad, iPod touch สามารถสั่งการได้เลยเป็นเสมือนรีโมททัชสกรีน แสดงปก เพลงที่เล่น สั่งเพิ่มลดเสียงแบบดิจิตอลได้เลย โบกมือลาเมาส์กับคีย์บอร์ด

แต่ระบบ Firewire ในตลาดเครื่องเสียงบ้านยังมีน้อย หรือแม้แต่ร้านค้ายังเดโม่ระบบ Firewire ไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะเล่นอะไรดี
- ซาวน์ระบบ Firewire ใช้กันมานานมากแล้วสำหรับสตูดิโอครับ มีให้เลือกมากมาย
- เครื่องเสียงแบบสตูดิโอ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด อย่างโฟกัสไลท์ หรือเอ็มออดิโอ ราคาไม่ถึงหมื่นก็มีจำหน่าย ส่วนเรื่องคุณภาพ เน้นความเป็นมอนิเตอร์แน่นอนครับ แต่จะมีการแบ่งคลาสอย่างชัดเจน เล่นเอ็มออดิโอ โฟกัสไลท์ มีรุ่นไม่แพงใช้ตามบ้าน อัพเพลงเอง ตัดเอง ดีขึ้นมาก็เป็น TC Electronic (ยี่ห้อนี้ถนัดทำเอฟเฟคมาก่อน) ขึ้นมาเป็น Semi Pro ก็เป็น Motu (ยี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน เสียงช่วงกลางต่ำทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ) เหนือกว่านี้ก็เป็น Apogee ซึ่งคำแนะนำจากผู้รู้ที่ทำงานห้องอัด แนะนำว่าถ้าจะเล่น Apogee ต้องเล่นรุ่นใหญ่ ถ้าเล่นรุ่นเล็กซื้อ Motu ดีกว่า (ตอนนี้ผมทำงานอยู่ค่ายเพลงครับ ใช้ความรู้ห้องอัดผสมกับเครื่องเสียงบ้าน)
- แล้วเครื่องเสียงห้องอัดจะฟังเพลงได้เพราะหรือ แน่นอนว่าเป็นเครื่องเสียงที่เน้นความชัดเจนของเสียง และความถูกต้อง อย่างยี่ห้อ เมทริค ฮาโล นำมาอัพแซมปลิงเพลง เรียกว่าไม่มีความเพี้ยนเลย แต่ไม่เหมาะเอามาฟังเพลงในบ้าน เพราะเน้นกลางสูงมากๆ เครื่องเสียงสตูดิโอที่เหมาะใช้ฟังในบ้านก็จะมีตัวเลือกที่เหมาะสม คือต้องเลือกยี่ห้อที่เน้น Input Output ประสิทธิภาพสูงครับ

พักก่อนครับ เดี๋ยวมาต่อ



ภาพนี้ถ่ายจากห้องเดิมเมื่อปี 2008 หลังจากโดนน้ำท่วมไปและทำห้องใหม่ทั้งหมด จนตอนนี้แทบจะกลายเป็นศูนย์ IT เพราะไม่ได้ฟัง CD กันมานานมากแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม, 2017, 01:34:55 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์, 2013, 11:54:42 PM »
Like

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 12:22:15 AM »
เรื่องการก็อปปี้ ไฟล์ ไม่ว่าจะผ่าน usb หรือ filewire หรือ wifi หรือ lan หรือ bluetooth หรือ infrared ไม่ว่าจะเป็น OS อะไร
ถ้าก็อปปี้ สำเร็จ ไฟล์ต้องเหมือนกันครับ ทดสอบได้โดย checksum ดูครับ

ถ้า stream โดยต่าง medium โอกาสที่จะเกิดการ loss จะมีได้ครับ

ขอให้แยก ระหว่าง การก็อปปี้ไฟล์ กับ การ stream data ให้ต่างกันครับ ผมไม่ได้ทำงานด้าน sound engineer แต่ทำงานด้านคอม พอจะให้ความเห็นได้ครับ

ซื่งในทางคอม
การ copy เป็นคนละความหมายกับ stream และมีให้ความสำคัญในการทำงานต่างกันครับ

copy = correctness สำคัญที่สุด (correct ต้องได้ครับ)
stream = latency สำคัญที่สุด (correct ไม่การันตี)

คงต้องมานิยาม คำว่า copy ในความหมายทางคอม กับ ทาง sound engineering ว่าเหมือนกันหรือเปล่าครับ

ถ้า copy ไฟล์ ไปลง usb storage แล้ว copy กลับแล้วไม่เหมือน มันจะถือว่า ไฟล์ corrupt ผมแนะนำให้เอา storage มา check ว่ามี bad sector หรือเปล่าดีกว่าครับ  
หรือให้ตรวจสอบเรื่อง write behind caching setting ใน os ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 09:40:01 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ song

  • *****
  • กระทู้: 547
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 08:19:54 AM »
 :secretการถ่ายข้อมูลแบบใด สูญเสียน้อยสุด ;) ;)

ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,906
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 09:35:01 AM »
:secretการถ่ายข้อมูลแบบใด สูญเสียน้อยสุด ;) ;)

ผ่านซอฟต์แวร์ ที่นำเสนอเรื่อง Tera Copy น่ะ ไฟล์อยู่ครบ จัดเรียงให้ด้วย
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445

ออฟไลน์ nuummie

  • *****
  • กระทู้: 850
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 09:59:54 AM »
เคยเจอเหมือนกันครับ rip file ใส่ ext. HDD ที่วางไว้บนตัวถัง Macmini เสียงออกแห้ง

rip ใหม่รอง ext HDD บนก้อนไม้  เสียงอิ่ม harmonics ดีน่าฟังขึ้น  งงอยู่เหมือนกันว่ามันเป็น 1,0,1,0 เสียงมันไม่น่าต่าง

 :D :D :D

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 10:00:21 AM »
ทีนี้ต้องขอพูดถึงการบันทึกเสียงเล็กน้อยครับ เพราะได้ยินการสัมนาในงาน BAV แล้วแปลกใจนิดหน่อยที่พูดถึงความสมจริงในการบันทึกเสียง

คือการฟังจากแผ่น CD กับการฟังดนตรีสด ไม่มีทางเหมือนกันอยู่แล้ว และผมไม่พยายามจะทำให้มันเหมือนกัน เพราะมันเป็นความสุนทรย์ที่แตกต่างกันครับ
เพราะแผ่น CD หรือแผ่นเสียง ผ่านการ Mix เสียงมาแล้ว และการที่มันจะมีเสียงค่อนค่างสมจริงหรือไม่ มันอยู่ที่ Concept ของเพลงนั้นๆครับ เช่นแผ่น A Living Past ให้เสียงได้สมจริง คมชัด ราวกับผมนั่งอยู่ในโรงพยาบาลที่ทำการบันทึกเสียงแผ่นนั้น เพราะเพลงแนวบลูส์ เป็นการแสดงออกถึงความกดดัน และบีบคั้นที่ระบายออกมาทางดนตรีและคำร้อง เสียงที่สมจริงย่อมแสดงออกถึงสิ่งนี้ได้ดี

ในขณะที่ Pink Floyd เน้นการใช้ Compressor ในการปรับแต่งเสียง ให้ได้ Concept อย่างที่ตั้งใจ มีความลึก ความคมชัด ในจังหวะที่เหมาะสม แน่นอนว่าการบันทึกเสียงจริงๆทำไม่ได้แบบนั้น เป็นเทคนิคการปรับแต่งเสียงชั้นยอด เพื่อให้ถ่ายทอดเพลงได้ดั่งใจครับ หรืออย่าง Nirvana มีบางอัลบั้มบันทึกในโรงรถ เพราะลองบันทึกในสตูดิโอแล้วไม่ได้อารมณ์ แต่ตอนนี้นักร้องนำก็ลาโลกไปนานแล้ว ไม่มีทางได้ชมการแสดงสดของเขาอีกแล้ว เพราะฉนั้นผมต้องฟังการถ่ายทอดศิลปะทางดนตรีของเขาผ่านทางแผ่นซีดีเท่านั้นครับ

สรุปคือ แผ่น CD หรือแผ่นเสียง สำหรับผมจัดเป็นที่บันทึกงานศิลปะ จากศิลปิน ที่ต้องการสื่อสิ่งต่างๆให้เราได้รับรู้ ก็เรียกว่าเหมือนภาพวาดหรืองั้นปั้นเซรามิคชั้นยอด แต่แผ่นซีดีมีราคาซื้อหาได้ทั่วไป ทำซ้ำได้ ไม่แพงเหมือนภาพวาดระดับมาสเตอร์

นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกใช้ Firewire Audio ในแบบสตูดิโอ เพราะให้ความเที่ยงตรง แม่นยำ ในการฟังเพลงครับ
... ยังมีต่ออีกเยอะครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 10:01:33 AM »
เรื่องการก็อปปี้ ไฟล์ ไม่ว่าจะผ่าน usb หรือ filewire หรือ wifi หรือ lan หรือ bluetooth หรือ infrared ไม่ว่าจะเป็น OS อะไร
ถ้าก็อปปี้ สำเร็จ ไฟล์ต้องเหมือนกันครับ ทดสอบได้โดย checksum ดูครับ

ถ้า stream โดยต่าง medium โอกาสที่จะเกิดการ loss จะมีได้ครับ

ขอให้แยก ระหว่าง การก็อปปี้ไฟล์ กับ การ stream data ให้ต่างกันครับ ผมไม่ได้ทำงานด้าน sound engineer แต่ทำงานด้านคอม พอจะให้ความเห็นได้ครับ

ซื่งในทางคอม
การ copy เป็นคนละความหมายกับ stream และมีให้ความสำคัญในการทำงานต่างกันครับ

copy = correctness สำคัญที่สุด (correct ต้องได้ครับ)
stream = latency สำคัญที่สุด (correct ไม่การันตี)

คงต้องมานิยาม คำว่า copy ในความหมายทางคอม กับ ทาง sound engineering ว่าเหมือนกันหรือเปล่าครับ

ถ้า copy ไฟล์ ไปลง usb storage แล้ว copy กลับแล้วไม่เหมือน มันจะถือว่า ไฟล์ corrupt ผมแนะนำให้เอา storage มา check ว่ามี bad sector หรือเปล่าดีกว่าครับ  
หรือให้ตรวจสอบเรื่อง write behind caching setting ใน os ครับ


ลองทดสอบดูแล้วครับ แต่ทดสอบโดยการก๊อปปี้เพลงลง HDD External ของ WD รุ่น My Book Studio โดยใช้สาย Firewire ที่ให้มากับ HDD เป็นสายที่มีแม่เหล็กครอบสายไว้ ปรากฏว่าไฟล์เพลงที่ก๊อปปี้มาแล้ว เสียงสู้ต้นฉบับไม่ได้ ปลายเสียงสูงตกทั้งหมด เลยลองลบไฟล์ทิ้งทั้งหมด และก๊อปปี้ใหม่โดยใช้สาย Firewire ของ Moshi ปรากฏว่าเสียงเหมือนต้นฉบับ คือตอนนี้ฟังเพลงผ่าน iTune และข้อมูลเพลงอยู่ใน External HDD ที่ต่อแบบ Firewire และสายที่ใช้เชื่อระหว่าง HDD มีผลเรื่องเสียงครับ สายที่ทดสอบมี Oyaide, Elecom, Lacie, Moshi, Apogee (มาในกล่อง Apogee Ensemble), WD ทำให้ตอนนี้ต้องจับแมทสายครับ อย่าง Motu Ultralite MKIII ของผม เหมาะกับสาย Oyaide (4 เมตร), Elecom (เฉพาะ 3 เมตร), Lacie (เฉพาะ 6pin to 6pin และใส่อแดปเตอร์ของ Moshi)

เสียงเหมือนหรือไม่เหมือน แนะนำให้ทดสอบดูครับ ถ้าเครื่องเสียงมีประสิทธิภาพพอ ฟังออกแน่นอนครับ Flash Drive แต่ละรุ่น ก๊อปปี้เพลงลงไปแล้วเสียงก็ไม่เหมือนกันครับ
อย่าง HDD ที่ลง OS เป็นแบบจานหมุนกับ SSD เสียงก็ไม่เหมือนกันครับ แต่อันนี้ทดสอบไม่ยากเพราะเปิดเครื่องที่เป็น SSD แล้ว เสียงดีกว่าแบบจานหมุนมาก สะอาดกว่า สงัดกว่า เคลียร์กว่า ไดนามิคดีกว่า
สำหรับเครื่องที่เป็น HDD แบบจาน ก็ปรับแต่งได้โดยการวางเครื่องบนแทนลดแรงสั่นสะเทือน จะได้เสียงเบสเพิ่มมาอีกมากมายครับ

โทษทีครับ เมื่อกี้ไปกดโดนอะไรเข้า ที่ผมโพสตอบดันไปต่อกับกระทู้ของคุณ Goda Takeshi เลยเห็นเป็นกดแก้ไข ผมขอตอบในกระทู้นี้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 10:03:50 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 10:11:19 AM »
เคยเจอเหมือนกันครับ rip file ใส่ ext. HDD ที่วางไว้บนตัวถัง Macmini เสียงออกแห้ง

rip ใหม่รอง ext HDD บนก้อนไม้  เสียงอิ่ม harmonics ดีน่าฟังขึ้น  งงอยู่เหมือนกันว่ามันเป็น 1,0,1,0 เสียงมันไม่น่าต่าง

 :D :D :D

ภาคปฏิบัติ มักมีเรื่องเพิ่มเติมจากทางทฤษฎีเสมอครับ สาย Firewire ที่ส่งแต่ดิจิตอล ยังมีแนวเสียงของแต่ละสายยังต้องจับคู่ครับ
อย่างถ้าประกอบ PC มาใช้เป็น Music Server การใช้ซีพียู AMD กับ Intel ก็ให้เสียงไม่เหมือนกันครับ ผมเคยทดสอบไว้หลายปีแล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็น Mac สิ่งสำคัญที่สุดคือ OS ครับ
มีลูกค้าท่านนึง ยก iMac มาต่อกับ M-Audio ปรากฏว่าเสียงมันเนือยๆ ตอนนั้น OS เป็น Lion ผมเลยให้ซื้อ OS Moutain Lion ผ่าน App Store หลังจากติดตั้งเสร็จ ลงไดรเวอร์ M-Audio เสียงก็เปลี่ยนไปเลย อาการเสียงเนือยๆ จมนิดๆ หายไปหมด

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 05:41:36 PM »
ขอแยกออก เป็น 2 ประเด็น นะครับ

1) เสียงมีความแตกต่าง ระหว่าง การใช้ media สำหรับ transfer file ต่างกัน

   เรื่่องนี้ผมเห็นด้วยว่า จะต่างกันได้เพราะเป็น เรื่องประสาทสัมผัส ของแต่ละบุคคล และเหตุที่จะทำให้ได้ยินต่างกัน ก็เกิดได้จากหลายตัวแปร ถ้าอยากจะทดสอบคง ต้องใช้วิธี double blind test เพื่อที่จะได้ตัดตัวแปรบางอย่างออกได้ ว่าน่าเชื่อถือได้ขนาดไหน

2) copy แล้วไฟล์เหมือนกันไหม (เรื่องนี้ไม่เหมือนกับฟังแล้วได้ยินต่าง) เราสามารถทดสอบได้ โดยการทำเปรียบเทียบ ผล checksum ของแต่ละไฟล์ที่ copy มาต่าง media กัน
  2.1 copy file โดยใช้ media A
  2.2 copy file โดยใช้ media B
  3.3 generate checksum ของทั้งสองไฟล์
  3.3 ถ้า checksum ของทั้งสองไฟล์ เหมือนกัน ก็หมายความว่าไฟล์ เท่ากัน.

tools สำหรับ ตรวจสอบด้วย checksum
http://www.macupdate.com/app/mac/21726/md5

ลองทำซ้ำหลายครั้งดูก็ได้ครับ ถ้าผลลัพธ์ไม่เหมือนกันให้ ตรวจสอบ cache behind writing บน OS ถ้าไม่มีปัญหา ก็ลองเอา media หรือ storage ไปแคลมเลยครับ

แต่ถ้าผลลัพธ์ ของ checksum เหมือนกันแต่ยัง ฟังได้วามแตกต่างอยู่ให้ ลองทำ double blind test ดู แต่สามารถตัด เรื่องไฟล์ไม่เท่ากัน ออกจากตัวแปรได้ครับ

สำหรับ การ rip audio ไม่สามารถ garantee ได้ครับว่าผลการ rip จะเหมือนกันเสมอไป ripping audio กับ copy file มันต่างกันครับ ถ้าสนใจลองไปอ่านได้ที่
http://www.accuraterip.com/ ครับ (จะเห็นว่ามีการใช้ checksum ในการครวจสอบด้วยครับ)

ที่จริงฟังเพลงให้สบายๆเถอะครับ เรื่องรายละเอียด พวก checksum การ copy หรือ accurate rip รู้ไว้พอเป็นวิทยาธาน ไว้ตรวจสอบคุณสมบัติ ของ media ว่ามันทำได้ตามที่ระบุไว้ก็พอครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 07:27:31 PM »
ขอแยกออก เป็น 2 ประเด็น นะครับ

1) เสียงมีความแตกต่าง ระหว่าง การใช้ media สำหรับ transfer file ต่างกัน

   เรื่่องนี้ผมเห็นด้วยว่า จะต่างกันได้เพราะเป็น เรื่องประสาทสัมผัส ของแต่ละบุคคล และเหตุที่จะทำให้ได้ยินต่างกัน ก็เกิดได้จากหลายตัวแปร ถ้าอยากจะทดสอบคง ต้องใช้วิธี double blind test เพื่อที่จะได้ตัดตัวแปรบางอย่างออกได้ ว่าน่าเชื่อถือได้ขนาดไหน

2) copy แล้วไฟล์เหมือนกันไหม (เรื่องนี้ไม่เหมือนกับฟังแล้วได้ยินต่าง) เราสามารถทดสอบได้ โดยการทำเปรียบเทียบ ผล checksum ของแต่ละไฟล์ที่ copy มาต่าง media กัน
  2.1 copy file โดยใช้ media A
  2.2 copy file โดยใช้ media B
  3.3 generate checksum ของทั้งสองไฟล์
  3.3 ถ้า checksum ของทั้งสองไฟล์ เหมือนกัน ก็หมายความว่าไฟล์ เท่ากัน.

tools สำหรับ ตรวจสอบด้วย checksum
http://www.macupdate.com/app/mac/21726/md5

ลองทำซ้ำหลายครั้งดูก็ได้ครับ ถ้าผลลัพธ์ไม่เหมือนกันให้ ตรวจสอบ cache behind writing บน OS ถ้าไม่มีปัญหา ก็ลองเอา media หรือ storage ไปแคลมเลยครับ

แต่ถ้าผลลัพธ์ ของ checksum เหมือนกันแต่ยัง ฟังได้วามแตกต่างอยู่ให้ ลองทำ double blind test ดู แต่สามารถตัด เรื่องไฟล์ไม่เท่ากัน ออกจากตัวแปรได้ครับ

สำหรับ การ rip audio ไม่สามารถ garantee ได้ครับว่าผลการ rip จะเหมือนกันเสมอไป ripping audio กับ copy file มันต่างกันครับ ถ้าสนใจลองไปอ่านได้ที่
http://www.accuraterip.com/ ครับ (จะเห็นว่ามีการใช้ checksum ในการครวจสอบด้วยครับ)

ที่จริงฟังเพลงให้สบายๆเถอะครับ เรื่องรายละเอียด พวก checksum การ copy หรือ accurate rip รู้ไว้พอเป็นวิทยาธาน ไว้ตรวจสอบคุณสมบัติ ของ media ว่ามันทำได้ตามที่ระบุไว้ก็พอครับ



HDD กับ แฟลชไดรฟ์ของผมคงไม่เสียหรอกครับ เพราะทดสอบกี่ครั้ง กับ HDD กี่ลูก ก็ให้ผลเหมือนกัน แต่มีเรื่องที่สำคัญที่ทำให้คนในกลุ่มต้องย้ายมาใช้ Mac ในการฟังเพลง เพราะเพลงที่ก๊อปปี้ผ่าน PC Notebook ทาง USB เสียงดรอปลงมาก แต่ถ้าก๊อปจาก Mac มีความต่างเพียงเล็กน้อย และถ้าใช้ Mac + Firewire เหมือนต้นฉบับ (เป็นเรื่องของโครงสร้าง OS) ยกเว้นแต่ใช้สายที่มีแม่เหล็กหุ้มไว้เสียงดรอปทันที ส่วนคนที่ทดสอบก็มีหลายคนครับ เป็นความบังเอิญที่พบเรื่องการก๊อปปี้ไฟล์ เพราะก๊อปปี้แล้วทดสอบเปิดดูก่อน ก็นั่งมองหน้ากันว่า เราหูฝาดกันหรือเปล่า ทำไมเสียงไม่เหมือนกัน ก็เลยเริ่มทดสอบอย่างจริงๆ ผลลัพท์คือ "มันไม่เหมือนกันจริงๆ" แต่ถ้าใช้ลำโพงคอมตัวเล็กๆคงฟังไม่ออกแน่นอนครับ ต้องใช้ลำโพงมีคุณภาพหน่อย

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2013, 10:56:11 PM »
สเปคทางเทคนิคระหว่าง Firewire กับ USB ครับ
Thunderbolt (up to 10 Gbps)
FireWire 800 (up to 800 Mbps)
FireWire 400 (up to 400 Mbps)
USB 3 (up to 5 Gbps)
USB 2 (up to 480 Mbps)

FireWire เป็นบัสอนุกรมประสิทธิภาพสูง ใช้สถาปัตยกรรมแบบ peer-to-peer ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ เข้าด้วยกันจึงสามารถนำกล้องถ่ายวิดีโอต่อกับโทรทัศน์แบบดิจิตอลได้ทันที โดยไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์มาคั่นกลาง และใช้การส่งข้อมูลแบบ isochronous ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องการพิกัดเวลาในความสำเร็จ การส่งผ่านเสียงและวิดีโอดิจิตอล เสียงหรือภาพกำลังไปจากอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์หรือข้ามเครือไปสู้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรทัศน์ที่ต้องการให้มาถึงใกล้กับอัตราการไหลของข้อมูลจากต้นแหล่ง การส่งผ่านข้อมูล isochronous ทำให้มั่นใจว่าการไหลของข้อมูลอย่างต่อเนื่องและที่อัตราคงที่ในเวลาใกล้กันกับความสามารถของกลไกการแสดงภาพเพื่อรับและแสดงข้อมูลภาพ

USB 2.0 ก็ทำงานแบบ isochronous ได้กับสตรีมออดิโอได้ค่อนข้างช้ามาก (สเปคสูงกว่า Firewire400 แต่การทำงานจริงอย่างการก๊อปปี้ไฟล์ขนาดใหญ่ ก็ยังใช้เวลานานกว่า Firewire ครับ)

สำหรับผมที่ใช้ Macbook Air ต่อระบบด้วยช่อง Thunderbolt ผ่านอแดปเตอร์ Thunderbolt to Firewire800 ครับ
ความเร็วไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในเรื่องของเสียงครับ isochronous นี่ล่ะครับที่สำคัญ อย่าง Motu ที่ผมใช้ ก็ต่อแบบ Firewire400 กับ USB2.0 เท่านั้น ทั้งๆที่เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายได้ไม่นาน
ตัวอย่างซาวน์การ์ดระบบ Firewire ครับ http://www.kimlengstudio.com/Firewire/View-all-products.html

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 12:30:37 AM »
ดีครับที่เราเริ่มมาดู spec ของ media

ตอนนี้ผมว่าเราน่าจะตัดเรื่องไฟล์ ไม่เท่ากัน เพราะใช้สายต่างกันได้นะครับ (แต่เรื่องเสียงทำไมต่างกัน น่าจะเกิดจากเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ไฟล์ไม่เหมือนกัน)

จากรูปของอุปกรณ์ ที่ post ไว้ ผมว่าน่าจะเป็น การเล่นเพลงผ่าน มากกว่าการ ก็อปปี้ ซื่งก็คือการ stream data ครับ

Firewire400 สามารถส่งข้อมูลได้ bi-directional แต่ usb ได้แค่ทางเดียว ดังนั้นถ้าการใช้งานในแบบที่ต้องส่งข้อมูลไปกลับ firewire จะทำได้ดีกว่าครับ
ปัญหาจริงอยู่ที่ว่า driver ทำงานได้ดีแค่ไหน กับ bandwidth ที่ media of transport มีให้
สำหรับ usb sound card ที่ 2 channel ที่ CD quality (16bit 44K) usb 2.0 มี bandwidth เหลือพอ ครับ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไม่มี device อื่นมา share อยู่บน bus เดียวกัน นอกจากน้้น firewire ยังสามารถ ทำงานแบบ DMA คือคุยตรงกับ memory ของเครื่องโดยไม่ต้องพึ่ง CPU ครับ

โดยรวม สำหรับ usb 2.0 การที่เราฟังเพลง rip จาก CD (16bit 44K) bandwitdth ก็ยังเหลือครับ ปัญหาจริงอยู่ที่ device drivers กับการที่ driver จะส่งข้อมูลด้วย เทคนิคไหน สุดท้ายแล้ว เถ้าเราได้ bit-perfect ก็ถือว่ายังไม่ต้องห่วงเรื่อง media of transport

สำหรับงานในห้องอัด firewire จะสามารถรับส่งไฟล์ได้จำนวน channel มากกว่า (spec ตรงๆมันก็เห็นชัดครับ)
สำหรับงานฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็น firewire หรือ usb 2.0 สามารถตอบโจทย์ bit-perfect ได้ครับ

เรื่อง isochronous ของ usb เอาแบบภาษาชาวบ้าน คื่อใช้ clock เดียวกันระหว่าง usb controller กับ ตัวusb device (ใครซักคนเป็น master clock). แต่ลักษณะการส่ง ข้อมูลเพลง ตัว drivers ของ usb ยังสามารถ ส่งได้ทั้งแบบ synchronous หรือ asynchronous transfer (ที่จริง asynchronous ในที่นี้มีการใช้ buffer และใช้ clock บน usb device อีกที ไม่ใช้ Async ในแบบภาษา data communication, เอาง่ายๆก็ คือการ re-clocking แต่เรียกให้หรูๆ) ครับ

จะเห็นว่า ทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่ว่า driver เก่งแค่ไหน สำหรับงาน 2 channel audio ระบบปฏิบัตการ ไม่ว่าจะเป็น iOS, Windows, Linux เป็นเรื่องรองครับ ดังนั้นตอนเลือก external sound device มองหาเจ้าที่ทำ driver เก่งก็ใจชื้นได้ครับ

ส่วนตัวอย่างเรื่อง ทำไม usb ก็อปไฟล์ได้ช้า ให้ลอง อากู๋ เรื่อง BOT vs UASP protocol มาอ่านเล่นได้ครับ
http://www.usb.org/developers/presentations/pres0410/2-4_SSUSB_DevCon_UASP_Stevens.pdf


ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้จะสื่อว่าเสียงต้องเหมือนกันนะครับ แต่อยากจะสื่อว่าเว่า ถ้า driver สามารถส่ง bit-perfect ได้ เราก็สามารถตัดปัญหาเรื่อง media ออกไปจากตัวแปรที่ทำให้เสียงต่างกันได้ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 10:15:01 AM »
ดีครับที่เราเริ่มมาดู spec ของ media

ตอนนี้ผมว่าเราน่าจะตัดเรื่องไฟล์ ไม่เท่ากัน เพราะใช้สายต่างกันได้นะครับ (แต่เรื่องเสียงทำไมต่างกัน น่าจะเกิดจากเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ไฟล์ไม่เหมือนกัน)

จากรูปของอุปกรณ์ ที่ post ไว้ ผมว่าน่าจะเป็น การเล่นเพลงผ่าน มากกว่าการ ก็อปปี้ ซื่งก็คือการ stream data ครับ

Firewire400 สามารถส่งข้อมูลได้ bi-directional แต่ usb ได้แค่ทางเดียว ดังนั้นถ้าการใช้งานในแบบที่ต้องส่งข้อมูลไปกลับ firewire จะทำได้ดีกว่าครับ
ปัญหาจริงอยู่ที่ว่า driver ทำงานได้ดีแค่ไหน กับ bandwidth ที่ media of transport มีให้
สำหรับ usb sound card ที่ 2 channel ที่ CD quality (16bit 44K) usb 2.0 มี bandwidth เหลือพอ ครับ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไม่มี device อื่นมา share อยู่บน bus เดียวกัน นอกจากน้้น firewire ยังสามารถ ทำงานแบบ DMA คือคุยตรงกับ memory ของเครื่องโดยไม่ต้องพึ่ง CPU ครับ

โดยรวม สำหรับ usb 2.0 การที่เราฟังเพลง rip จาก CD (16bit 44K) bandwitdth ก็ยังเหลือครับ ปัญหาจริงอยู่ที่ device drivers กับการที่ driver จะส่งข้อมูลด้วย เทคนิคไหน สุดท้ายแล้ว เถ้าเราได้ bit-perfect ก็ถือว่ายังไม่ต้องห่วงเรื่อง media of transport

สำหรับงานในห้องอัด firewire จะสามารถรับส่งไฟล์ได้จำนวน channel มากกว่า (spec ตรงๆมันก็เห็นชัดครับ)
สำหรับงานฟังเพลง ไม่ว่าจะเป็น firewire หรือ usb 2.0 สามารถตอบโจทย์ bit-perfect ได้ครับ

เรื่อง isochronous ของ usb เอาแบบภาษาชาวบ้าน คื่อใช้ clock เดียวกันระหว่าง usb controller กับ ตัวusb device (ใครซักคนเป็น master clock). แต่ลักษณะการส่ง ข้อมูลเพลง ตัว drivers ของ usb ยังสามารถ ส่งได้ทั้งแบบ synchronous หรือ asynchronous transfer (ที่จริง asynchronous ในที่นี้มีการใช้ buffer และใช้ clock บน usb device อีกที ไม่ใช้ Async ในแบบภาษา data communication, เอาง่ายๆก็ คือการ re-clocking แต่เรียกให้หรูๆ) ครับ

จะเห็นว่า ทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่ว่า driver เก่งแค่ไหน สำหรับงาน 2 channel audio ระบบปฏิบัตการ ไม่ว่าจะเป็น iOS, Windows, Linux เป็นเรื่องรองครับ ดังนั้นตอนเลือก external sound device มองหาเจ้าที่ทำ driver เก่งก็ใจชื้นได้ครับ

ส่วนตัวอย่างเรื่อง ทำไม usb ก็อปไฟล์ได้ช้า ให้ลอง อากู๋ เรื่อง BOT vs UASP protocol มาอ่านเล่นได้ครับ
http://www.usb.org/developers/presentations/pres0410/2-4_SSUSB_DevCon_UASP_Stevens.pdf


ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้จะสื่อว่าเสียงต้องเหมือนกันนะครับ แต่อยากจะสื่อว่าเว่า ถ้า driver สามารถส่ง bit-perfect ได้ เราก็สามารถตัดปัญหาเรื่อง media ออกไปจากตัวแปรที่ทำให้เสียงต่างกันได้ครับ



จากรูปของอุปกรณ์ ที่ post ไว้ ผมว่าน่าจะเป็น การเล่นเพลงผ่าน มากกว่าการ ก็อปปี้ ซื่งก็คือการ stream data ครับ
คือที่ผมเขียนไว้ เป็นการก๊อปปี้เพลงลงในแฟลชไดรฟ์นะครับ ซึ่งให้เสียงต่างกันในแฟลชไดรฟ์แต่ละรุ่น และมีการคร๊อปของคุณภาพเสียงหลังจากก๊อปปี้ไปแล้ว จากแฟลชไดร์ฟตัวแรก ถ่ายข้อมูลมาอีกตัวนึงซึ่งเป็นรุ่นเดียวกัน แต่เสียงมันไม่ได้เหมือนตัวแรกครับ  ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวกับรูปภาพที่ผมใช้แสดงการเชื่อมต่อครับ ผมพูดถึงการก๊อปปี้ครับ ไม่ใช่ stream data


สเปคที่ว่านี่ ไม่พอครับ เพราะต้องฟังที่ 48K ครับ ไม่งั้นความเร็วเสียงมันไม่ตรงครับ อย่างมือกีตาร์วง ALZHEIMER บอกว่า ปกตินักดนตรีฟังที่ 48 ไม่งั้นจะแกะเพลงไม่ได้เลย เพราะคีย์ไม่ตรงถ้าฟังที่ 44
และก็จริงอย่างที่นักดนตรีว่าไว้ครับ ฟังที่ 48K เป็นดนตรีมากกว่า และทำให้ผมและคนในกลุ่มอีกสองคนกลับมาฟัง 44 ไม่ได้เลย และหลังจากทดสอบต่อเนื่องจนผ่านไป 1 อาทิตย์ สรุปได้ว่าเสียงดีสุดกับระบบ Firewire ฟังที่ 88K ครับ ฟังที่ 96K จะได้รายละเอียดมากกว่า แต่เสียงบางกว่า ลองกับดนตรีหลากหลายแนว ลองกับอัลบั้มที่บันทึกเสียงแต่แต่ยุคปี 80 จนถึงปัจจุบัน (มีเหตุผลเรื่องการวางไมค์และความนิยมในแต่ละยุค)

และที่สำคัญ สเปคในหน้ากระดาษจะไม่มีความหมายถ้าไม่ได้ทดสอบจริงครับ เพราะเครื่องเสียงสร้างให้คนฟัง ไม่ได้เอาไว้โชว์สเปคเก๋ไก๋ อย่าง Motu Ultralite MKIII ของผม ที่ใช้ได้ทั้ง PC และ Mac เมื่อลงไดรเวอร์ต่อเครื่องเทสต์ ก็ตามคาดว่าต่อกับ Mac เสียงดีกว่า และทดสอบบน Mac ด้วยต่อผ่าน USB กับ Firewire (Motu มีทั้งสองพอร์ท)ก็สรุปได้ว่า กลับไปฟัง USB ไม่ได้แล้ว เสียงห่างกันมากครับ ทั้งความสะอาด Attack ความสงัด ความเนียนและความต่อเนื่อง เมื่อต่อผ่าน Firewire ทำได้ดีกว่าทั้งหมด  

ทดสอบแบบไม่ต้องหูทองก็ง่ายนิดเดียว เรื่องสัญญาณรบกวน เพราะปกติคอมพิวเตอร์มีสัญญาณรบกวนเยอะมาก และจะชัดเจนมากเมื่อนำมาต่อเข้ากับแอมป์หลอด สารพัดสัญญาณรบกวน ทั้งฮัม จี่ นอยซ์ ออกผ่านลำโพงดังสนั่น สำหรับ DAC แบบ USB มีทางเดียวที่จะเล่นกับแอมป์หลอดได้ คือต้องใช้ Macbook โดยไม่ต่อ Adapter ก็จะลดสัญญาณรบกวนไปได้ แต่ก็ยังมีอยู่บ้าง แต่สำหรับ Firewire ปัญหาน้อยกว่ามาก แม้จะเป็น Mac mini ต่อกับ Dac Firewire ก็ไม่มีสัญญาณรบกวนออกจากลำโพงให้ได้ยินอย่างชัดเจน เรียกว่าน้องเอาหูแนบใกล้ไดรเวอร์ถึงจะได้ยิน (มีเวปไซด์ต่างประเทศบางเวปเท่านั้นที่ลองทดสอบเช่นนี้ ที่เหลือก็บ้าคลั่งสเปคโดยไม่ได้ทดสอบ)

ที่ผมเขียนถึงระบบ Firewire เน้นเรื่องการฟังเพลงครับ ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นประสบการณ์การทดสอบล้วนๆมากว่าสิบปี ไม่ได้ไปก๊อปปี้ข้อมูลทางเทคนิคมาจากเวปไซด์ทั่วไปครับ
และถ้าวัดทางเทคนิคจริงๆ USB มันวิ่งผ่านไดรเวอร์ชิปเซทอีกที ผิดกับ Firewire ที่มี Core audio ครับ ฟอร์แมทอย่าง FAT32 กับ GUID ก็มีผลเรื่องการเก็บเพลงแล้วครับ ระบบ OS มีผลกับเสียงโดยตรง อย่างวินโดว์ 32bit กับ 64bit ก็ให้เสียงได้ต่างกันมาก แต่สุดท้าย OSX แน่นอนที่สุด เทียบกันแล้วเสียงห่างกว่ามาก และทีสำคัญที่สุดคือทักษะการฟังเพลงครับ รู้สเปคทางเทคนิคก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ถ้าฟังไม่ออก และไม่ได้ฝึกฝนการฟังเพลง หรือค้นหาข้อมูลความเป็นไปของวงการเพลงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 02:42:32 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 10:47:45 AM »
ระบบเสียงที่จะต่อออกจาก Mac ทำได้หลากหลายครับ
- ไม่คิดอะไรมาก ก็แปลงจากข่องหูฟังเป็น RCA ต่อเข้าแอมป์ (เพื่อนที่ Apple บอกเสียงบางจัง)
- Mac ต่อกับ ตัวแปลง USB เป็น COAX อย่าง M2Tech hiFace แล้วเข้า DAC แบบ COAX และต่อ Analog เข้าแอมป์
- Mac ต่อกับ DAC แบบ USB (สาย USB มีผลกับเสียงมากๆ สายยาวประมาณ 4 เมตรจะได้เบสเข้มขึ้นมาก(ทดสอบกับสาย Nordost)) และต่อ Analog เข้าแอมป์ (ฟังจาก PC เสียงมนๆ ต่อกับ Mac คมชัดน่าฟังครับ DAC ของ Poem แต่ถ้าจะต่อกับแอมป์หลอดต้องใช้ Notebook หรือ Macbook เล่นโดยไม่ต่อไฟเลี้ยงเครื่อง ไม่งั้นต้องมีระบบกรองไฟชั้นยอดครับ)
- Mac ต่อกับ DAC แบบ Firewire (สาย Firewire มีผลแบบสาย USB ครับ สายยาวได้เปรียบเรื่องเบส(มาก) ทดสอบจากสาย Belkin ความยาว 1m กับ 3m) และต่อ Analog เข้าแอมป์ (เอาท์พุทจาก DAC Firewire บางตัว เสียงยังบางไปหน่อย)
- Mac ต่อกับ DAC แบบ Firewire และปล่อยสัญญาณ COAX เข้า DAC COAX และต่อ Analog เข้าแอมป์ (เสียงเนียนที่สุดเท่าที่ฟังในตอนนี้ ทดสอบที่ Poem ครับ)
- Mac ต่อกับ DAC แบบ Firewire และต่อแบบ Analog ผ่าน Buffer (หลอด) และต่อ Analog เข้าแอมป์ (เสียงคมชัดราวกับนั่งในห้องบันทึกเสียง หลายท่านบอกชัดไป หลายท่านบอกชัดดี แต่ผมใช้วิธีนี้เล่นกับแอมป์หลอดครับเสียงลงตัว แต่ถ้าต่อเข้ากับแอมป์แบบ Mosfet ดูจะไม่เนียนเท่าต่อผ่าน DAC COAX ครับ)

การควบคุมการทำงาน
- iPhone, iPod touch, iPad สามารถสั่งการ iTune ได้ทั้งหมด ผ่าน App Remote ครับ และเครื่อง Mac กับ iPad ต้องอยู่วงแลนเดียวกัน เมื่อเปิด App แล้ว หน้าจะจะแสดงไลบารี่เพลงในเครือ่ง Mac ของเรา จากนั้นก็ Sync โดยการใส่เลขสี่หลัก เท่านี้ iPad ก็กลายเป็นรีโมทแบบทัชสกรีน ใช้ควบคุม iTune ครับ ถ้าต้องใช้เมาส์กับคีย์บอร์ด มันไม่ค่อยเป็นการฟังเพลงครับ

ซอฟท์แวร์
- ระบบ OS เป็นเรื่องหลักครับ เพราะอย่าง OSX Lion กับ Mountain Lion ให้เสียงได้ต่างกันมาก
- การอัพเกรดซอฟท์แวร์สม่ำเสมอ ทำให้ได้เสียงดีขึ้นเรื่อยๆโดยที่แค่เสียเวลาดาวน์โหลดเท่าน้ัน ซึ่งการเล่นบน Mac สามารถอัพเกรดได้ทั้งเฟิร์มแวร์เครื่อง ระบบ OS โปรแกรมที่ใช้เล่น เรียกว่าในแต่ละเดือน คุณภาพเสียงในระบบจะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่นโปรแกรม Amarra 2.4.1 กับ 2.4.3 เสียงต่างกันมาก ตัวที่ใหม่กว่าเสียงดีกว่า (สะอาด สงัด ไดนามิค)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 02:49:04 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Av Mobile

  • *
  • กระทู้: 30
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 11:43:14 AM »
สรุปว่า ทฤษฎีใช้ไม่ได้ผลหรอกครับ ต้องฟังเท่านั้น
ผมเห็นด้วยกับ คุณ GUNTAM ประสบการณ์ตรง ใครที่มีความรู้ (ทฤษฎี)เยอะ ๆ ลองฟังเป็นประสบการณ์นะครับ
แล้วคุณจะรู้ว่าการฟังเพลง เสียงไม่ออกตามสเป็ค

ออฟไลน์ nokpen21

  • **
  • กระทู้: 86
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 04:32:29 PM »
จริงๆ เห็นด้วยกับทุกฝ่ายนะครับ มีทฤษฎีรองรับ แต่ผลของมันกลับต่างไปก็มีเยอะ ศาสตร์แห่งเสียง เป็นอะไรที่อัศจรรย์มาก บางอย่างก็อธิบายได้ยาก เหมือนเล่นกล เหมือนที่เราเคยเถียงกัน เรื่อง สายไฟ กับพวก สาย HDMI กันจะเป็นจะตาย ตามทฤษฎีว่าไม่ต่าง
แต่สุดท้ายก็ อย่างที่เห็น แต่ถ้าได้ทดลอง เรียนรู้ แล้วนำมาถ่ายทอดบอกกล่าวกัน ไม่ให้หลงทางกันไปไกล นี่น่านับถือครับ  O0

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 05:32:15 PM »
ต้องบอกอีกทีครับว่า ผมเห็นด้วยว่าเสียงต่างกันได้ ไม่ได้สงสัยอะไรตรงนี้

ผมว่าเรามานิยามให้มันแคบลงกว่าดีไหม ผมเสนอเป็นขั้นตอนแบบนี้ครับ

1) Copy file โดยใช้ media of transfer ต่างกัน และเก็บลงบน media ต่างกัน ได้ไฟล์ เท่ากันหรือไม่

  ถ้าทดสอบแล้ว จะได้ตัด ข้อสงสัยเรื่อง ไฟล์ต่างกันหรือไม่ ซึ่งการแก้ข้อสงสัยนี้ไม่ยากที่จะทำครับ

  ขอย้ำอีกทีครับ ถึงจะตรวจสอบแล้วว่าไฟล์เหมือนกัน bit by bit เวลาฟังก็ยังได้ยินต่างกันได้ แต่จะเป็นเพราะเหตูอื่นครับ

2) ถ้าไฟล์ เหมือนกันแล้วทำไมเสียงต่าง ค่อยมาหาดูอีกทีก็ได้ครับ ซึ่งเราสามารถตั้งสมมุติฐานได้ครับ เช่น
  1) เวลาเล่น stream ข้อมูลจากไฟล์ ได้เหมือนกันไหม ---> การตรวจสอบทำได้แต่ยากครับ (ใช้ส่งข้อมูล แบบ SPDIF แล้วบันทีกกลับด้วย SPDIF แล้วนำมาตรวจอีกที)
  2) สัญญานรบกวนจาก environment  เช่น คลื่นรบกวน AC และอื่นๆ
  3) สัญญานรบกวนจาก computer --> เรื่องนี้มีแน่ๆ แต่ทางแก้ก็มีคือ Galvanic isolator เช่น transformer base หรือ opto-coupling.  (ถ้าใช้แล้วก็ต้องมาตรวจสอบดู ว่ายังคงไว้ซื้ง bit perfect หรือเปล่า)
  4) เกิดจากอุปกรณ์ อันนี้คงต้องทดสอบกันเองแล้วครับ เพราะแต่ละคนใช้อุปกรณ์ไม่เหมือนกัน
  5) เกิดจากประสบการ์ณ ของผู้ฟัง ---> ลองทดสอบด้วย double blind test (แต่ผลลัพธ์ ก็เป็นแค่ สถิติ เท่าน้นครับ)

ปัญหาที่ผมพบบ่อยๆ ทั้งส่วนตัวและจากข้อมูลบนเว็บ หรือ meeting คือ ทดสอบแล้วว่าไฟล์เหมือนกัน และ system ทุกอย่างเหมือน ต่างกันแค่ อุปกรณ์ไม่ก็ชิ้น ก็ยังได้ยินความแตกต่างได้
ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดจากตัวแปรไหนกันแน่ แต่ที่แน่ใจได้คือ ไม่ได้เกิดจาก การที่ไฟล์ไม่เหมือนกัน แน่น่าเกิดจากขั้นตอนอื่นๆ

สรุปได้อย่างนี้ครับ ได้ยินเสียงต่างกัน อันนี้เกิดขึ้นจริงครับ แต่ต่างกันเพราะอะไรกันแน่ เรื่องนี้ผมไม่ทราบ แต่เราสามารถทดสอบได้ว่า ไม่ได้เกิดเพราะ ไฟล์ไม่เหมือนกัน ครับ

เรื่อง bit rate ต้องขอให้ทำความเข้าใจครับว่า CD redbook ส่วนใหญ่ เก็บข้อมูลไว้ ที่ 16bit 44.1 hz การ up-sampling มาที่ 48hz หรือมากกว่า
ก็คล้ายๆกับ กินกาแฟใส่น้ำตาล บางคนชอบมาหรือน้อย หรือจะเปรียบกับทางคนชอบปรับทุ้มแหลมนีดๆ ถ้าเราหา source ที่เป็น hi-bitrate มาใด้ต้งแต่ต้นก็จะทำให้สะดวก และมีทางเลือกในการฟังมากขึ้นครับ

ไม่จำเป็นต้องคิดมากครับว่าจะต้องปรุงแต่งหรือไม่ปรงแต่งเสียง ขอให้ฟังแล้วชอบครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 05:52:58 PM โดย Goda Takeshi »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 06:03:52 PM »
ต้องบอกอีกทีครับว่า ผมเห็นด้วยว่าเสียงต่างกันได้ ไม่ได้สงสัยอะไรตรงนี้

ผมว่าเรามานิยามให้มันแคบลงกว่าดีไหม ผมเสนอเป็นขั้นตอนแบบนี้ครับ

1) Copy file โดยใช้ media of transfer ต่างกัน และเก็บลงบน media ต่างกัน ได้ไฟล์ เท่ากันหรือไม่

  ถ้าทดสอบแล้ว จะได้ตัด ข้อสงสัยเรื่อง ไฟล์ต่างกันหรือไม่ ซึ่งการแก้ข้อสงสัยนี้ไม่ยากที่จะทำครับ

  ขอย้ำอีกทีครับ ถึงจะตรวจสอบแล้วว่าไฟล์เหมือนกัน bit by bit เวลาฟังก็ยังได้ยินต่างกันได้ แต่จะเป็นเพราะเหตูอื่นครับ

2) ถ้าไฟล์ เหมือนกันแล้วทำไมเสียงต่าง ค่อยมาหาดูอีกทีก็ได้ครับ ซึ่งเราสามารถตั้งสมมุติฐานได้ครับ เช่น
  1) เวลาเล่น stream ข้อมูลจากไฟล์ ได้เหมือนกันไหม ---> การตรวจสอบทำได้แต่ยากครับ (ใช้ส่งข้อมูล แบบ SPDIF แล้วบันทีกกลับด้วย SPDIF แล้วนำมาตรวจอีกที)
  2) สัญญานรบกวนจาก environment  เช่น คลื่นรบกวน AC และอื่นๆ
  3) สัญญานรบกวนจาก computer --> เรื่องนี้มีแน่ๆ แต่ทางแก้ก็มีคือ Galvanic isolator เช่น transformer base หรือ opto-coupling.  (ถ้าใช้แล้วก็ต้องมาตรวจสอบดู ว่ายังคงไว้ซื้ง bit perfect หรือเปล่า)
  4) เกิดจากอุปกรณ์ อันนี้คงต้องทดสอบกันเองแล้วครับ เพราะแต่ละคนใช้อุปกรณ์ไม่เหมือนกัน
  5) เกิดจากประสบการ์ณ ของผู้ฟัง ---> ลองทดสอบด้วย double blind test (แต่ผลลัพธ์ ก็เป็นแค่ สถิติ เท่าน้นครับ)

ปัญหาที่ผมพบบ่อยๆ ทั้งส่วนตัวและจากข้อมูลบนเว็บ หรือ meeting คือ ทดสอบแล้วว่าไฟล์เหมือนกัน และ system ทุกอย่างเหมือน ต่างกันแค่ อุปกรณ์ไม่ก็ชิ้น ก็ยังได้ยินความแตกต่างได้
ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดจากตัวแปรไหนกันแน่ แต่ที่แน่ใจได้คือ ไม่ได้เกิดจาก การที่ไฟล์ไม่เหมือนกัน แน่น่าเกิดจากขั้นตอนอื่นๆ

สรุปได้อย่างนี้ครับ ได้ยินเสียงต่างกัน อันนี้เกิดขึ้นจริงครับ แต่ต่างกันเพราะอะไรกันแน่ เรื่องนี้ผมไม่ทราบ แต่เราสามารถทดสอบได้ว่า ไม่ได้เกิดเพราะ ไฟล์ไม่เหมือนกัน ครับ


อันนี้ต้องทดสอบด้วยตัวเองครับ แต่ผมทดสอบไปแล้ว แค่การก๊อปปี้เพลงผ่าน Firewire โดยใช้สายที่มีแม่เหล็กครอบ ลงบน HDD External ก๊อปเสร็จแล้วนำ HDD ลูกน้้นมาต่อกับ Mac เครื่องเดิม ลากเพลงลง iTune โดยตั้ง Preferences เป็น Don't copy files to itunes media เสียงที่ได้ก็ดร๊อปกว่าต้นฉบับโดยเฉพาะความถี่สูง และเป็นกับเพลงทุกอัลบั้ม หลังจากนั้นลองอีกครั้ง ลบไฟล์ทิ้งที้งหมด ก๊อปปี้ไฟล์ลงใหม่โดยใช้สาย Moshi ที่ไม่มีครอบแม่เหล็ก ปรากฏว่าได้เสียงตรงตามต้นฉบับ ทดสอบเอง เจอเองครับ ไม่ได้ไป copy paste มาจากเวปไหน

และการเก็บข้อมูลเพลงลงบน HDD ต่างประเภท เสียงก็ไม่เหมือนกันครับ ระหว่าง HDD 2.5" 5400rpm กับ HDD SSD ผลเทสต์ก็ไม่น่าแปลกใจที่ SSD เสียงดีกว่า สะอาดกว่า สงัดกว่า ปลายเสียงสูงไม่มีอาการบาดหูแม้แต่น้อย เพราะยังไง HDD แบบจานหมุนก็สร้างสัญญาณรบกวนในเครื่อง ส่วนผมเทสต์เรื่องนี้แต่แรก เพราะ Macbook Air เสียงดีกว่า Mac mini อย่างทิ้งห่างเกินไป พอตอนนี้ Mac mini เปลี่ยน HDD เป็น SSD ก็ได้คุณภาพเสียงเหมือน Macbook Air

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 06:56:20 PM »
ผมเชื่อครับว่า คุณ GUNTAM ไม่ได้ก็อปมาจากเว็บไหน และเชื่อว่าคุณ GUNTUM ได้ทดสอบการก็อปปี้จริง

ผมได้โพสท์ชัดเจนแล้วว่า ต่อให้ไฟล์เหมือนกันแป๊ะๆด้วย checksum เสียงก็ไม่เหมือนกันได้ ผมเพียงต้องการจะสื่อว่า การที่เสียงไม่เหมือนกัน ไม่ได้เกิดจากไฟล์ไม่เหมือนกัน

ถ้ากังวลเรื่อง media ที่เก็บมีปัญหา ผมแนะนำให้ลองใช้ foobar2000 และตั้ง buffer ให้เก็บไฟล์ลงบน memory เพื่อเล่นครับ

ขั้นตอนนะครับ

1) checksum ของไฟล์บน media ที่จะเล่น โดยเทียบ checksum ที่คุณไว้ใจ ถ้าเหมือน ก็แสดงว่า media ที่คุณจะเล่น ได้ไฟล์ตรง
2) เล่นเพลงโดยกำหนด buffer ให้ใหญ่พอที่จะเก็บไฟล์ได้ทั้งเพลง ถ้าใช้ foobar ก็ไปที่ advance menu ลองค้นดูจะมี option ให้ตั้ง buffer ได้ครับ
3) ถ้าห่วงเรื่องนี้มากก็ ทำ ramdisk แล้วก็อปปีมาลง ram แล้ว ถอด storage media ออกได้เลยครับ (harddisk น่าเป็นตัวปล่อยสัญญาณรบกวนครับ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเก็บข้อมูลได้ไม่ถูก)

ผมเห็นด้วยครับที่ คุณ GUNTAM ระบุว่า hardisk เป็นตัวกวน ซึ่งมันก็เป็นจริงๆครับ

แต่เรื่องการก็อปปี้ผ่านสายต่างชนิดกัน โดยที่ปลายทางมี checksum เหมือนกัน แล้วทำให้ไฟล์เสียงต่างกัน ผมไม่คิดว่าเป็นเพราะสายหรือ method ในการ copy ครับ
การที่เสียงต่างกันน่าจะมาจากเหตุอื่น เช่น สัญญาณรบกวนจาก media of storage. หรือปัญหาน่าจะเกิดจากขั้นตอนการเล่น มากกว่า ขั้นตอนการ copy

ลองมาลำดับคำถาม แยกกันชัดๆดูดีไหมครับ จะได้คุยกันได้ตรงประเด็น

1) การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์เวลาเอาไปเล่นแล้วเสียงต่างกันหรือไม่
   ก) ใช่  ข) ไม่ใช่
2) การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์ เท่ากับต้นฉบับหรือไม่
  ก) ใช่ ข) ไม่ใช่ ค) ไม่แนเสมอไป
3)  การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์เวลาเอาไปเล่นแล้วเสียงต่างกัน คุณคิดว่าเป็นเพราะ media of transfer หรือไม่
  ก) ใช่  ข) ไม่ใช่
ภ)  การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์เวลาเอาไปเล่นแล้วเสียงต่างกัน คุณคิดว่าเป็นเพราะ media of storage หรือไม่
  ก) ใช่  ข) ไม่ใช่

ทีผมถามแบบนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจว่าเราสื่อสารกันได้อย่างที่ต้องการหรือเปล่าครับ ใจเย็นๆครับ ผมไม่ได้จะมีเจตนากล่าวหาใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะจะได้พยายามหาทางออกเพื่อบรรเทาปัญหาเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2013, 10:03:26 PM »
ผมเชื่อครับว่า คุณ GUNTAM ไม่ได้ก็อปมาจากเว็บไหน และเชื่อว่าคุณ GUNTUM ได้ทดสอบการก็อปปี้จริง

ผมได้โพสท์ชัดเจนแล้วว่า ต่อให้ไฟล์เหมือนกันแป๊ะๆด้วย checksum เสียงก็ไม่เหมือนกันได้ ผมเพียงต้องการจะสื่อว่า การที่เสียงไม่เหมือนกัน ไม่ได้เกิดจากไฟล์ไม่เหมือนกัน

ถ้ากังวลเรื่อง media ที่เก็บมีปัญหา ผมแนะนำให้ลองใช้ foobar2000 และตั้ง buffer ให้เก็บไฟล์ลงบน memory เพื่อเล่นครับ

ขั้นตอนนะครับ

1) checksum ของไฟล์บน media ที่จะเล่น โดยเทียบ checksum ที่คุณไว้ใจ ถ้าเหมือน ก็แสดงว่า media ที่คุณจะเล่น ได้ไฟล์ตรง
2) เล่นเพลงโดยกำหนด buffer ให้ใหญ่พอที่จะเก็บไฟล์ได้ทั้งเพลง ถ้าใช้ foobar ก็ไปที่ advance menu ลองค้นดูจะมี option ให้ตั้ง buffer ได้ครับ
3) ถ้าห่วงเรื่องนี้มากก็ ทำ ramdisk แล้วก็อปปีมาลง ram แล้ว ถอด storage media ออกได้เลยครับ (harddisk น่าเป็นตัวปล่อยสัญญาณรบกวนครับ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเก็บข้อมูลได้ไม่ถูก)

ผมเห็นด้วยครับที่ คุณ GUNTAM ระบุว่า hardisk เป็นตัวกวน ซึ่งมันก็เป็นจริงๆครับ

แต่เรื่องการก็อปปี้ผ่านสายต่างชนิดกัน โดยที่ปลายทางมี checksum เหมือนกัน แล้วทำให้ไฟล์เสียงต่างกัน ผมไม่คิดว่าเป็นเพราะสายหรือ method ในการ copy ครับ
การที่เสียงต่างกันน่าจะมาจากเหตุอื่น เช่น สัญญาณรบกวนจาก media of storage. หรือปัญหาน่าจะเกิดจากขั้นตอนการเล่น มากกว่า ขั้นตอนการ copy

ลองมาลำดับคำถาม แยกกันชัดๆดูดีไหมครับ จะได้คุยกันได้ตรงประเด็น

1) การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์เวลาเอาไปเล่นแล้วเสียงต่างกันหรือไม่
   ก) ใช่  ข) ไม่ใช่
2) การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์ เท่ากับต้นฉบับหรือไม่
  ก) ใช่ ข) ไม่ใช่ ค) ไม่แนเสมอไป
3)  การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์เวลาเอาไปเล่นแล้วเสียงต่างกัน คุณคิดว่าเป็นเพราะ media of transfer หรือไม่
  ก) ใช่  ข) ไม่ใช่
ภ)  การ copy ผ่าน media of transfer ต่างกัน ทำให้ ไฟล์ผลลัพธ์เวลาเอาไปเล่นแล้วเสียงต่างกัน คุณคิดว่าเป็นเพราะ media of storage หรือไม่
  ก) ใช่  ข) ไม่ใช่

ทีผมถามแบบนี้ก็เพื่อจะได้เข้าใจว่าเราสื่อสารกันได้อย่างที่ต้องการหรือเปล่าครับ ใจเย็นๆครับ ผมไม่ได้จะมีเจตนากล่าวหาใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะจะได้พยายามหาทางออกเพื่อบรรเทาปัญหาเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

ผมไม่คิดว่าการก๊อปปี้เพลงแล้วเสียงต่างจากเดิมเป็นปัญหาครับ เพราะวิธีที่ทำให้เสียงเหมือนเดิมคือต้องใช้เครื่อง Mac ก๊อปปี้ผ่าน Firewire หรือ Thunderbolt ด้วยสายสัญญาณที่มีประสิทธิภาพ (ต้องไม่มีแม่เหล็กกันความถี่ที่สาย)
ผมทดสอบด้วยตัวเอง ผมรู้คำตอบของผมอยู่แล้ว ไม่ต้องมีคำตอบ ก ข ค ง หรอกครับ และที่สำคัญผมสนใจเรื่องคุณภาพเสียงมากกว่าการเช็คสเปคคอมพิวเตอร์ครับ ผมกำลังโพสกระทู้เรื่องคุณภาพเสียงจากการฟังเพลงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ครับ ไม่ใช่แผนก R&D ครับ
สำหรับ Foobar2000 ผมไม่ได้ใช้ตั้งแต่ปี 2007 แล้วครับ และโครงสร้างวินโดว์ก็ให้เสียงได้ไม่เท่า Mac

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์, 2013, 10:10:46 AM »
<a href="http://www.youtube.com/v/Cs_kQtABnpY" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/Cs_kQtABnpY</a>

วีดีโอเดโม่ของ Motu ครับ เป็นการแสดงประสิทธิภาพของภาคอินพุท เอาท์พุท ซึ่งเหมาะกับการใช้ฟังเพลง (แต่ละแบรนด์จะมีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันครับ แต่ถ้าใช้ฟังในบ้านก็เป็น M-Audio, TC Electronic, Motu, Apogee และอีกหลายแบรนด์ที่ยังไม่ได้เทสต์ครับ)
ผมใช้รุ่น Motu Ultralite MKIII ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Semi Pro ราคา 26xxx.- ซึ่งถือว่าไม่แพงมาก และมีทั้งพอร์ท Firewire และ USB ทำให้สามารถเปรียบเทียบคุณภาพได้ทันที และใช้ได้ทั้ง Mac และ PC



ผมลองค้นข้อมูลในเวปบอร์ดต่างประเทศ ก็พบว่ามีความนิยมใช้ซาวน์ประเภทนี้ในบ้าน เพราะมีประโยชน์หลายอย่าง แต่ในบ้านเราผมก็ไม่ค่อยเจอเท่าไหร่นัก เวลาผมเดินหาซื้อสาย Firewire ในร้านเครื่องเสียง
พอพนักงานถามว่าใช้เครื่องรุ่นอะไร ผมตอบว่า Motu ก็ไม่มีพนักงานคนไหนรู้จักเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 กุมภาพันธ์, 2013, 10:26:06 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 23 กุมภาพันธ์, 2013, 03:39:57 PM »
ผมดู demo ที่แนบไว้ ตัว
product ก็ใช้ได้ครับ คนทำงานด้าน sound processing ของต่างประเทศ ก็นิยมกันดีครับ

ผมเห็นว่า การที่ motu มี  software oscilloscope มาให้ด้วย ก็ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าด้วย
เพราะ ถ้าคุณอยากจะได้ function oscilloscope มาใช้กับ sound card on-board ที่ติดมากับคอม คุณ ก็ต้องหา software มาเพิ่มมา install และเรียนรู้การใช้งานครับ

เรื่อง ประสิทธิภาพ ที่ดีของ input output คือความสะดวกแนะยืดหยุ่นในการใช้งาน เพราะมีหลาย port ให้เลือกใช้ บริษัทเขาก็ตรงดี ไม่ระบุอะไรแบบ บริษัทขายเครื่องเสียง เขามักจะโฆษณา เช่นเสียง มีมิติ.

การมี oscilloscope แล้วทำให้เหมาะกับการฟังเพลงไหม ก็ขึ้นอยู่ว่าจะเอา oscilloscope มาทำอะไร function oscilloscope ตรงๆคงไม่มีผลอะไรกับเสียง แต่ถ้าเราเอามันมาตรวจสอบความผิดปรกติ ตรวจสอบความแตกต่างของแหล่งกำเนิดสัญญาณ หรือเพื่อหาจุดบกพร่อง แล้วนำไปปรับปรุงการ ติดตั้งจะได้ประโยช์นมากครับ อย่างที่ตัว demo ได้แนะนำไว้ว่า function นี้ ทำให้ใช้ การมอง ในการตรวจสอบแทน การฟัง ได้ด้วยครับ

การที่พนักงานบ้านเราจะไม่รู้จักก็คงไม่แปลกครับ คงจะไม่แฟร์กับ product ที่จะคะแนประสิทธิภาพของมัน จากความรู้จักของพนักงานขาย

ผมไม่มีอคิอะไรกับ พนักงานขายนะครับ บางที่เขาคงไม่อยากจะกล่าวอะไรกับ สินค้าที่เขาไม่ได้ขาย ครับ ซึ่งผมเห็นว่าดีด้วยซ้ำ ที่เขาจะไม่กล่าวถึง product อื่นๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 กุมภาพันธ์, 2013, 03:41:38 PM โดย Goda Takeshi »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์, 2013, 04:35:37 PM »
บังเอิญได้ทดลองฟังเสียง Young DAC อันโด่งดังครับ และได้ลองทดสอบร่วมกับระบบ Firewire ด้วย

Mac mini (เปลี่ยนเป็น Solid State HDD แล้ว)ต่อกับ Young Dac ผ่านสาย USB ความยาว 4m ของ Nordost รุ่น Blue Heaven
เสียงที่ได้ สะอาด คมชัดดีครับ แต่มีบางเพลงยังไม่เนียนเท่าไหร่

ลองต่อใหม่อีกครั้งครับ Macbook air ต่อเข้า Motu Ultralite MKIII ผ่านสาย Firewire Oyaide และเอาท์พุทเป็น COAX เข้า Young Dac
อันนี้เสียงดีจริงครับ ฟังได้เนียน ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุดในช่วงความถี่เลย เรียกว่าฟังแล้วไม่อยากปิด



แล้วจะมาลงรายละเอียดระบบที่ต่อแบบเต็มๆอีกทีครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 05 มีนาคม, 2013, 03:50:43 PM »
การต่อ Firewire ทำได้จากทั้งพอร์ท Firewire หลังเครื่อง Mac หรือต่อแบบ Thunderbolt สำหรับเครื่อง Macbook air ของผมที่ไม่มีพอร์ท Firewire



และใน Adapter Thunderbolt to Firewire มันมีวงจรเล็กๆอยู่ในหัวต่อครับ แอปเปิลช่างพยายามจริงๆ

http://hothardware.com/News/First-Thunderbolt-Peripherals-Arrive-Standards-Future-Uncertain/


สายเส้นส้มคือ Lacie ครับ ให้เสียงแบบเน้น Attack ล้วนๆ ใส่กับ Motu มันแรงไปหน่อย
ถัดมาก็ Oyaide D+ น้ำเสียงสะอาดน่าฟัง แต่เบิร์นนานมากๆจนเกือบถอดใจ เทียบราคาแล้วก็ไม่แพง ตอนนี้ทั้งความยาว 4 เมตร และ 2 เมตร ตอนนี้ทดสอบฟังด้วยหูฟัง Sol Republic HD
สองเส้นนี้เสียงต่างกันครับ แต่ยังลังเลอยู่ว่าผมควรใช้เส้นไหน วันอาทิตย์นี้จะทดสอบที่ Poem ด้วยชุดใหญ่คงตัดสินใจง่ายกว่า และอยากหาสาย Audioquest มาลองเทียบดูครับ
ถัดมาปลอกสีเขียวคือ Moshi น้ำเสียงกลางๆ หนักไปทางกลางต่ำ เอามาต่อกับ HDD เสียงดีขึ้นครับ แต่ถ้าพ่วงสองเส้นกลายเป็นเบสหนาไป
ริมขวาสุดเส้นขาวคือ Elecom ให้น้ำเสียงช่วงกลางสูงได้ดี แต่ถ้าใช้ยาว 1 เมตร เบสมันไม่ค่อยได้ครับ ผมใช้เส้น 3 เมตร น้ำหนักเสียงพอดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 มีนาคม, 2013, 03:55:24 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 07 มีนาคม, 2013, 10:05:22 PM »
ขออนุญาตเสนอ สิ่งที่ผมเห็นนะครับ

จากทั้งสองท่าน ทั้งคุณ Guntam และคุณ Goda   (สงสัยว่าสองท่านนี้ชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นหรือเปล่าครับเนี่ยะ)


ผมสรุปตามที่อ่านจากความเห็นทั้งสองท่าน บวกกับประสบการณ์ของผมเองว่า


การก๊อปปี้ไฟล์ ถ้า check sum แล้วเหมือนกัน มันต้องเหมือนกันครับ  แต่ในความเป็นจริง บางครั้งมันไม่ได้แบบนั้นเหมือนกันครับ  ต้องดูโปรแกรมที่ใช้ก๊อปด้วยนะครับ บางตัว ก๊อปแล้ว ต้นทางกับปลายทาง ไม่เท่ากันก็มีครับ  และการที่ต้นทางกับปลายทางไม่เท่ากัน อาจเกิดจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลต้นทาง กับ ปลายทาง เป็นคนละยี่ห้อ คนละรุ่นกัน  อันนี้เจอได้ครับว่า ไฟล์อาจจะไม่เท่ากัน

สาเหตุเกิดจากการแบ่งโครงสร้างเก็บข้อมูลที่ไม่เหมือนกัน เช่น จำนวน byte / sector ไม่เท่ากัน ตอน format ใช้จำนวน เอเรียกว่าอะไรหว่า ห่างเหินไปนาน สูงจาก sector ขึ้นมาอีกระดับ  นึกไม่ออก แต่มันแตกต่างกันตาม ชนิดของ disk, brand, version, และ os ที่ใช้งาน

ดังนั้น ปัญหาเรื่องก๊อปปี้ไฟล์แล้วให้ได้ดั่งต้นฉบับ เป็นเรื่องที่เรียกว่า ต้องคิดกันหัวตลบละครับ  disk ที่ใช้ ต้องเป็นยี่ห้อ รุ่นเดิม รวมทั้ง os ต้องเป็นตัวเดียวกันด้วย ถึงจะได้ ต้นทาง และ ปลายทาง ที่เหมือนกันเปี๊ยบครับ  (อย่างที่คุณ guntam เจอ ยิ่ง flash drive ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ชนิดและยี่ห้อต่างกัน จำนวนข้อมูลอาจเท่ากัน แต่เสียงแตกต่างกันแน่นอนครับ)

ส่วนการ playback  อันนี้ ยืนยันด้วยคนครับว่า  ฟังจาก disk ที่ต่อแบบ firewire เสียงดีกว่า usb แบบคนละเรื่อง โดยเฉพาะ harmomic ของเสียงครับ  คงเป็นเรื่อง latency และเรื่องการควบคุม ground ของ firewrie ครับ

แต่ยังไมเคยลองฟังเสียงจากไฟล์ที่เก็บบน disk ที่ format ด้วย os x เทียบกับ ntfs บน windows สักที  ว่าง ๆ ช่วยทดสอบหน่อยนะครับ   ผมเชื่อว่า การเก็บไฟล์บนโครงสร้าง disk ของ os x อาจะให้เสียงที่ดีกว่า ntfs ก็เป็นได้นะครับ

ความเห็นส่วนตัวนะครับ อย่าซีเรียสมากกับเรื่องพวกนี้ คัดสรรเอาเฉพาะสิ่งที่ดีพอประมาณ แล้วทำยังไงให้ระบบเรา noise floor น้อยๆ เสียงสงัด ๆ แล้วมีความสุขกับการเลือกว่า วันนี้ จะฟังอัลบั๊มไหน แล้วคลิกฟังกันดีกว่าครับ  จริงๆ นาาาาาาาาาาาาา  :drunk
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มีนาคม, 2013, 10:11:26 PM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ Sarawut

  • ***
  • กระทู้: 100
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 08 มีนาคม, 2013, 01:23:12 AM »
การ copy data files ไม่ว่าวิธีไหน checksum ต้นฉบับ กับ ตัว copy ค่าต้องเท่ากันนะครับ ไม่งั้น error ครับ.

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความสามารถ ของหู และความต้องการของ ของผู้ฟัง นะผมว่า.

ข้อมูลที่อยู่ครับ.  http://www.htg2.net/index.php?topic=32909.0

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 08 มีนาคม, 2013, 09:20:22 AM »
การก๊อปปี้ไฟล์ มันก็ก๊อปปี้แบบปรกติครับ ถ้าไฟล์ก๊อปแล้วเสีย อาจทำให้เล่นไฟล์ไม่ได้
แต่ประเด็นคือ ไฟล์เพลง ยิ่งก๊อปปี้ เสียงยิ่งดร๊อปครับ ถ้าเอาตัวที่ก๊อปปี้มาแล้ว ไปก๊อปต่อก็ดร๊อปลงอีก

ซาวน์เอนจิเนียที่ห้องอัด กล่าวว่า การก๊อปปี้เพลงผ่าน Firewire คุณภาพจะตกลง 0.5% ครับ ส่วน USB ดร๊อปแบบฟังออกชัดเจน
วิธีทดสอบก็ไม่ยาก ลองก๊อปปี้ไฟล์ลง Ext HDD แล้วโยนกลับเข้าในเครื่องใหม่ ตั้งชื่อเพลงให้ไม่เหมือนชื่อเพลงเดิมในเครื่อง แล้วฟัง AB เทสต์ครับ
ถ้าซิสเต็มมีศักยภาพพอ จะแสดงความต่างได้ชัดเจนครับ ผมเทสต์ด้วยซิสเต็มในภาพครับ

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2013, 01:28:44 AM »
โอ้  ขอมาขออ่านเอาความรู้น่ะคับ ขอชมว่า  เก่ง ๆ ทุกท่านคับ   ขอค่อย ๆ อ่าน  ค่อย ๆ ศึกษาน่ะคับสำหรับผม

ออฟไลน์ ตั๊กกี้.คอม

  • ***
  • กระทู้: 116
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 11 มีนาคม, 2013, 04:06:36 PM »
ขอตอบด้วยคนครับ ถ้า File ถูก Rip แล้ว การจะ Copy จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
File จะได้ File เดิมโครงสร้างและข้อมูลเหมือนเดิมทุกประการครับ 
    ส่วนเรื่องเสียงเปลี่ยน  อันนี้น่าจะอยู่ที่ Hardware เช่นเมื่อย้าย File ไปอีกที
เวลาเปิด Ram ก็ต้องทำงานใหม่อีก และก็ย้อนกลับไปทำใน Harddisk ต่อ  อาจจะมี gab
บางอย่างที่ทำให้การทำงานไม่สมบูรณ์

    แต่ว่าจะมีโปรแกรมนึงซึ่งทำงานกับ Ram โดยเฉพาะเลยครับ  ชื่อว่า C2Play
ปล.อันนี้เป็น File ใน OS Window ซึ่งถ้าต้องการ ฟังเพลงแบบจริงจัง
จะพบว่าเสียง  ดีกว่าเดิมแบบรู้สึกได้ครับ  ยิ่งฟังพวก Audiophile แล้วด้วยหละก็
บอกได้เลยว่าเสียงดีขึ้นเยอะครับ

http://www.cicsmemoryplayer.com/
http://www.cicsmemoryplayer.com/index.php?n=CPlay.SoftwareInducedJitter
http://www.cicsmemoryplayer.com/index.php?n=CPlay.ASIOLatency
http://www.cicsmemoryplayer.com/index.php?n=CPlay.Download

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: 11 มีนาคม, 2013, 05:14:33 PM »
ขอตอบด้วยคนครับ ถ้า File ถูก Rip แล้ว การจะ Copy จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
File จะได้ File เดิมโครงสร้างและข้อมูลเหมือนเดิมทุกประการครับ 
    ส่วนเรื่องเสียงเปลี่ยน  อันนี้น่าจะอยู่ที่ Hardware เช่นเมื่อย้าย File ไปอีกที
เวลาเปิด Ram ก็ต้องทำงานใหม่อีก และก็ย้อนกลับไปทำใน Harddisk ต่อ  อาจจะมี gab
บางอย่างที่ทำให้การทำงานไม่สมบูรณ์

    แต่ว่าจะมีโปรแกรมนึงซึ่งทำงานกับ Ram โดยเฉพาะเลยครับ  ชื่อว่า C2Play
ปล.อันนี้เป็น File ใน OS Window ซึ่งถ้าต้องการ ฟังเพลงแบบจริงจัง
จะพบว่าเสียง  ดีกว่าเดิมแบบรู้สึกได้ครับ  ยิ่งฟังพวก Audiophile แล้วด้วยหละก็
บอกได้เลยว่าเสียงดีขึ้นเยอะครับ

http://www.cicsmemoryplayer.com/
http://www.cicsmemoryplayer.com/index.php?n=CPlay.SoftwareInducedJitter
http://www.cicsmemoryplayer.com/index.php?n=CPlay.ASIOLatency
http://www.cicsmemoryplayer.com/index.php?n=CPlay.Download



ไฟล์ต้องเหมือนเดิมเป็นปกติครับ ไม่งั้นไฟล์นั้นจะเปิดเล่นเพลงไม่ได้แน่นอนถ้า error หรือก๊อปไม่สมบูรณ์
แต่เกิดความต่างคือ Clock ของไฟล์นั้นไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ระบบ Firewire ทำมาเพื่อรักษาตรงนี้ไว้ครับ ส่วน USB ก็พอทำได้บ้างตั้งแต่ USB2.0 แต่ทำได้ไม่เท่า Firewire
พวก DAC ถึงเริ่มเกิดมากขึ้นในยุค USB2.0 แต่ DAC Firewire ถูกพัฒนาก่อนหน้านั้นหลายปีแล้วครับ

จริงๆก็พิสูจน์ไม่ยากในเรื่อง clock แค่เอา HDD ที่มีทั้ง Firewire และ USB แล้วลองก๊อปปี้เพลงเดียวกันลงบน HDD ลูกนั้นโดยก๊อปผ่านคนละพอร์ท แล้วลองฟังเทียบดูครับ
ยิ่งเป็นเพลงที่แปลงเป็น 88 หรือ 96 แล้วยิ่งเสียงต่างกันมาก

เพิ่งได้คุยกับมือเบสมา เขาบอกว่า ห้องอัพน่ะ ยังไงก็อัดให้ดีที่สุดเท่าที่เครื่องมือจะทำได้ คือเป็น 48,88,96 24bit แต่ฟอร์แมท CD ทำมาให้แค่ 44
เรียกว่าเรคคอร์ดเพลงมาเต็มขวด ตอนขายไปแค่ฝาขวด ด้วยข้อจำกัดของสื่อบันทึก จนเกิดยุค DVD Audio กับ SACD แต่ก็ไม่แพร่หลายเท่าไหร่ทั้งๆที่คุณภาพเหนือกว่า CD มาก
สุดท้ายความสะดวกสบายและความรวดเร็วกลายเป็นปัจจัยหลักจนเป็นยุค MP3 ไฟล์บีบอัดขนาดเล็ก สะดวก (จากห้องบันทึกเสียงเต็ม่ขวด ตอนนี้เหลือคุณภาพแค่หยดเดียว)

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: 11 มีนาคม, 2013, 10:01:32 PM »
อุปกรณ์ในห้องอัดเสียง ใช้ firewire ก็เหมาะสมครับ เพราะต้องการ latency ต่ำมากในการ mix เสียง

ถ้าไม่ต้องการ latency ต่ำเพื่อ mix usb 2.0 ก็ยังเอาอยู่ครับ ปัจจุบัน DAC chip กับ i2s chip พัฒนาเป็นเบบ buffer/reclock
ทำให้ปัญหาเรื่อง clock กับ jitter ลดลงไปมาก เวลาที่ i2s chip convert SPDIF เป็น i2s  จะใช้ reclock ด้วย clock คนละตัวกับ usb clock ทำให้ clock ของ medium of transport มีผลน้อยลงครับ พวก DAC commercial ยังเอาจุดนี้มาโฆษณาครับ

ใน ไฟล์เพลง จะไม่มีการบันทึก ช่วงเวลาระหว่าง bit ไว้ ซึ่งก็ไม่ได้มีการกำหนดว่าข้อมูล bit ถัดไปจะมาอีกกี่ pico sec ดังนั้นจะไม่มีการเกิดขึ้นของ jitter จากข้อมูลโดยตรงครับ ส่วนข้อมูล clock ที่มีอยู่ในไฟล์ จะเป็น clock ของ sampling rate ครับ ไม่ใช่ clock ของ ช่องไฟ ของแต่ละ bit ครับ

jitter จะเกิดขึ้นตอนเล่น เมื่อทำการ stream ข้อมูลนั้นๆจาก device หนึ่งไปอีกที่ jitter จะมาโดยอยู่ที่ความแม่นยำของ clock ในแต่ละช่องไฟ ตรงนี้จะอยู่ที่ความสามารถของคนเขียน driver ว่าเขียนการ stream ได้ดีแค่ไหน และ clock ของอุปกรณ์ส่งไม่แย่จนเกินไป ซึ่งมันก็พอกับ การฟังเพลง 2 channel ครับ ซึ่งปัญหานี้บริษัท ผลิต chip ก็ใช้วิธี buffer แล้วเอาไป reclock ด้วย precision clock อีกที

จะเห็นได้ว่า ต่อให้ส่งข้อมูลได้มากขึ้นเร็วขึ้น จาก transport medium ก็จะไปถูก buffer อยู่ดี ข้อกำหนดคือ transport medium ขอให้ส่ง bit ได้ครบ ก็ทำงานได้ครับ

ซึ่ง ทำให้ DAC จะมีความสำคัญมากกว่า transport medium แต่หลังจาก ภาด DAC ก็จะเป็น ภาค อนาล็อค ของ DAC ซึ่งภาคนี้ให้ผลกับเสียงได้่ชัดเจนมากกว่าครับ เรื่องการใช้ buffer นี้ลองสังเกตุได้จาก chip ที่ใช้ใน hires-usb DAC ก็ได้ครับ ตัว chip เป็น DSP แบบหนี่งซึ่ง โหลดเอา software (firmware) เข้าไป firmware ของ chip ก็จะเก็บข้อมูลที่ส่งมา buffer ไว้ แล้วค่อยส่งไปให้ i2s chip อีกที่ครับ i2s chip ก็ส่ง ข้อมูลให้ DAC ต่อไปครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2013, 10:56:25 AM »
อุปกรณ์ในห้องอัดเสียง ใช้ firewire ก็เหมาะสมครับ เพราะต้องการ latency ต่ำมากในการ mix เสียง

ถ้าไม่ต้องการ latency ต่ำเพื่อ mix usb 2.0 ก็ยังเอาอยู่ครับ ปัจจุบัน DAC chip กับ i2s chip พัฒนาเป็นเบบ buffer/reclock
ทำให้ปัญหาเรื่อง clock กับ jitter ลดลงไปมาก เวลาที่ i2s chip convert SPDIF เป็น i2s  จะใช้ reclock ด้วย clock คนละตัวกับ usb clock ทำให้ clock ของ medium of transport มีผลน้อยลงครับ พวก DAC commercial ยังเอาจุดนี้มาโฆษณาครับ

ใน ไฟล์เพลง จะไม่มีการบันทึก ช่วงเวลาระหว่าง bit ไว้ ซึ่งก็ไม่ได้มีการกำหนดว่าข้อมูล bit ถัดไปจะมาอีกกี่ pico sec ดังนั้นจะไม่มีการเกิดขึ้นของ jitter จากข้อมูลโดยตรงครับ ส่วนข้อมูล clock ที่มีอยู่ในไฟล์ จะเป็น clock ของ sampling rate ครับ ไม่ใช่ clock ของ ช่องไฟ ของแต่ละ bit ครับ

jitter จะเกิดขึ้นตอนเล่น เมื่อทำการ stream ข้อมูลนั้นๆจาก device หนึ่งไปอีกที่ jitter จะมาโดยอยู่ที่ความแม่นยำของ clock ในแต่ละช่องไฟ ตรงนี้จะอยู่ที่ความสามารถของคนเขียน driver ว่าเขียนการ stream ได้ดีแค่ไหน และ clock ของอุปกรณ์ส่งไม่แย่จนเกินไป ซึ่งมันก็พอกับ การฟังเพลง 2 channel ครับ ซึ่งปัญหานี้บริษัท ผลิต chip ก็ใช้วิธี buffer แล้วเอาไป reclock ด้วย precision clock อีกที

จะเห็นได้ว่า ต่อให้ส่งข้อมูลได้มากขึ้นเร็วขึ้น จาก transport medium ก็จะไปถูก buffer อยู่ดี ข้อกำหนดคือ transport medium ขอให้ส่ง bit ได้ครบ ก็ทำงานได้ครับ

ซึ่ง ทำให้ DAC จะมีความสำคัญมากกว่า transport medium แต่หลังจาก ภาด DAC ก็จะเป็น ภาค อนาล็อค ของ DAC ซึ่งภาคนี้ให้ผลกับเสียงได้่ชัดเจนมากกว่าครับ เรื่องการใช้ buffer นี้ลองสังเกตุได้จาก chip ที่ใช้ใน hires-usb DAC ก็ได้ครับ ตัว chip เป็น DSP แบบหนี่งซึ่ง โหลดเอา software (firmware) เข้าไป firmware ของ chip ก็จะเก็บข้อมูลที่ส่งมา buffer ไว้ แล้วค่อยส่งไปให้ i2s chip อีกที่ครับ i2s chip ก็ส่ง ข้อมูลให้ DAC ต่อไปครับ


แนะนำให้หาเครื่องมาทดสอบดูนะครับ ไม่ต้องไปขุดตำรามากมายหรอกครับ เครื่องเสียงมีไว้ฟังเพลงครับ ไฟล์ที่ส่งผ่านแบบ USB อ่านข้อมูลส่วนไหนก่อนก็ส่งก่อน ซึ่งในการทำงานเพลงระบบนี้ไม่มีความเหมาะสม
ใช้ทำงานระดับพอใช้ได้ แต่ไม่ใช่ระบบที่ดีสำหรับความต้องการคุณภาพสูงสุด ซึ่งเป็นเรื่องที่สดสอบง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆ นะครับ ลองหา DAC มาฟังเทียบดูก็รู้แล้วครับ

พวก DAC USB คุณภาพพอใช้ได้เพราะพัฒนามาหลายปี แต่ถ้าเอาคุณภาพจริงๆก็ต้องใช้ Firewire  เรียกว่า USB เอาไว้ทำเพลงเดโม่ แต่ถ้าจะทำของจริงก็ใช้ Firewire
แต่เดิม USB ก็เอาไว้ต่อเมาส์ คีย์บอร์ด ปริ๊นเตอร์ พออัพความเร็วขึ้นมาหน่อยก็ทำอะไรได้มากขึ้น แต่ Firewire ถูกออกแบบสำหรับงานวีดีโอและดิจิตอลสตูดิโอโดยเฉพาะตั้งแต่แรก และไม่มีความจำเป็นที่จะเอามาทำปริ๊นเตอร์ Firewire
หรือเมาส์ เรียกว่าโครงสร้างตอนเกิดก็ต่างกันมากแล้วยังไม่รวมถึงการพัฒนาไดรเวอร์ที่มีศักยภาพต่างกัน

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2013, 08:44:32 PM »
เห็นด้วยกับ คุณ Guntam ครับ อุปกรณ์ไว้ฟังเพลงก็ไว้ฟังเพลง อุปกรณ์ไว้ทำเพลงก็ไว้ทำเพลงครับ สำหรับการ ทำเพลง ซึ่งต้อง mix เสียงจากหลายแหล่ง firewire ทำได้ดีกว่ามากครับ เห็นได้ชัดครับว่า firewire support channel ได้มากกว่า และมี lantency น้อยกว่าครับ ซึ่งถ้าฟังเพลงจากหลายแหล่งพร้อมกัน มอง interface firewire ไว้จะทำขยับขยายได้สะดวกครับ

ที่ผมเอามาเขียน ผมไม่ได้ลำบากอะไรที่จะหามาเล่าให้ฟัง ใครๆก็หาจากอากู๋ หาจาก wiki ก็ได้ไม่ยากครับ เพียงแค่ทำความเข้าใจกับมันคร่าวๆครับ ว่ามันทำงานได้อย่างไร
เสียงที่ฟังแล้วไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่ไฟล์เท่ากันมันน่าจะปรับที่จุดไหน มันน่าจะเกิดขึ้นได้เพราะอะไร เท่านั้นเองครับ

หลายท่านในนี้ก็มีกำลังทรัพย์ต่างกันดังนั้นการเข้าถึงอุปกรณ์ก็ทำได้ต่างกัน แต่เรื่องการทำความเข้าใจนั้นขอให้รักการอ่านก็พอ ก็สามารถลงมืออ่านได้เลยครับ ถ้าเข้าใจว่ามันทำงานได้อย่างไร
ก็จะทำให้เราฟังเพลงโดยลดจำนวนข้อกังวลไปได้ครับ และทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นในการเลือกอุปกรณ์ครับ

ผมเองเป็นทั้ง คนฟังเพลง และ diy เครื่องเสียงเอง โปรแกรมอ่านไฟล์เพลงก็เคยเขียน ซึ่งผมก็เข้าใจดีครับว่า ต่อให้เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวกัน เล่นเพลงต่างเวลากันก็ฟังได้ไม่เหมือนกัน เรื่องนี้เราฟังเพลงกันก็คงทราบกันดีครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: 13 มีนาคม, 2013, 10:28:27 AM »
เห็นด้วยกับ คุณ Guntam ครับ อุปกรณ์ไว้ฟังเพลงก็ไว้ฟังเพลง อุปกรณ์ไว้ทำเพลงก็ไว้ทำเพลงครับ สำหรับการ ทำเพลง ซึ่งต้อง mix เสียงจากหลายแหล่ง firewire ทำได้ดีกว่ามากครับ เห็นได้ชัดครับว่า firewire support channel ได้มากกว่า และมี lantency น้อยกว่าครับ ซึ่งถ้าฟังเพลงจากหลายแหล่งพร้อมกัน มอง interface firewire ไว้จะทำขยับขยายได้สะดวกครับ

ที่ผมเอามาเขียน ผมไม่ได้ลำบากอะไรที่จะหามาเล่าให้ฟัง ใครๆก็หาจากอากู๋ หาจาก wiki ก็ได้ไม่ยากครับ เพียงแค่ทำความเข้าใจกับมันคร่าวๆครับ ว่ามันทำงานได้อย่างไร
เสียงที่ฟังแล้วไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่ไฟล์เท่ากันมันน่าจะปรับที่จุดไหน มันน่าจะเกิดขึ้นได้เพราะอะไร เท่านั้นเองครับ

หลายท่านในนี้ก็มีกำลังทรัพย์ต่างกันดังนั้นการเข้าถึงอุปกรณ์ก็ทำได้ต่างกัน แต่เรื่องการทำความเข้าใจนั้นขอให้รักการอ่านก็พอ ก็สามารถลงมืออ่านได้เลยครับ ถ้าเข้าใจว่ามันทำงานได้อย่างไร
ก็จะทำให้เราฟังเพลงโดยลดจำนวนข้อกังวลไปได้ครับ และทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นในการเลือกอุปกรณ์ครับ

ผมเองเป็นทั้ง คนฟังเพลง และ diy เครื่องเสียงเอง โปรแกรมอ่านไฟล์เพลงก็เคยเขียน ซึ่งผมก็เข้าใจดีครับว่า ต่อให้เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวกัน เล่นเพลงต่างเวลากันก็ฟังได้ไม่เหมือนกัน เรื่องนี้เราฟังเพลงกันก็คงทราบกันดีครับ



กด Like  :clap :clap :clap
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2013, 12:06:06 PM »
ผมแคปหน้าจอมานะครับ การจัดเก็บเพลงให้เป็นระเบียบ ค้นหาง่าย จำเป็นต้องใช้ iTune ที่เน้นเรื่องนี้โดยเฉพาะ



ถ้าริปแผ่นแบบง่ายๆก็ริปผ่าน iTune ได้เลย สำหรับ Mac ผมทกสอบแล้วว่า .aiff ให้คุณภาพได้ดีที่สุด
สำหรับ iTune เลือกได้สูงสุดที่ 16bit/48 เวลาริปผ่าน iTune ต้องมี Apple ID ก่อน และต่ออินเตอร์เนทไว้ชณะใส่แผ่น iTune จะค้นหาชื่อแผ่นและรายชื่อเพลงได้เลย
เมื่อสั่งริปแล้วจะได้ชื่ออัลบั้มและรายชื่อเพลงที่ถูกต้อง และสั่ง Get Album Artbork ก็จะได้หน้าตาการจัดเก็บแบบที่ผมแคปเจอร์หน้าจอมาครับ
แต่ถ้าต้องการริปให้ได้เป็น 88, 96 ต้องใช้โปรแกรมอื่นครับ และไฟล์จะใหญ่ขึ้นอีกมาแทบจะเท่ากับแผ่น DVD



สำหรับชุดของผมที่เป็น Macbook Air + Motu Ultralite MKII จะปรับตั้งประมาณนี้ได้เสียงดีที่สุด ทดลองปรับแต่งอยู่หลายอาทิตย์จนลงตัว



ชุดมาตราฐาน Mac mini (เปลี่ยน HDD เป็น SSD) + HDD Buffalo Firewire (เก็บเพลง) + M-Audio Profire 610 (Firewire) เอาท์พุทเป็น COAX ต่อเข้ากับ DAC ของ Poem ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม, 2013, 03:47:02 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2013, 10:06:45 PM »
คัน ๆๆ  โชว์บ้างดีกว่า










iTunes library นี่ ถ้าใครได้ศึกษาจนเข้าใจมันแล้ว ต้องบอกว่า มันทำได้ไงฟ่ะเนี่ยะ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: 20 มีนาคม, 2013, 11:41:46 PM »
สนใจจะซื้อ mac mini มาฟังเพลง โดย ฟังกับหูฟัง และลำโพงสำหรับคอมพ์ที่คุณภาพดีฯ ไม่ทราบต้องเลือก
mac mini ประมาณใหน จำเป็นใหมต้อง i7 แรมสักเท่าหร่ดี

dac ที่สนใจก็ประมาณ meridian explorer
ถามแบบคนไม่เคยใช้ mac มาก่อน ขอบคุณมากครับ

peter
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2013, 02:46:36 PM »
สนใจจะซื้อ mac mini มาฟังเพลง โดย ฟังกับหูฟัง และลำโพงสำหรับคอมพ์ที่คุณภาพดีฯ ไม่ทราบต้องเลือก
mac mini ประมาณใหน จำเป็นใหมต้อง i7 แรมสักเท่าหร่ดี

dac ที่สนใจก็ประมาณ meridian explorer
ถามแบบคนไม่เคยใช้ mac มาก่อน ขอบคุณมากครับ

peter


- ถ้าใช้ฟังเพลงอย่างเดียว เล่นเนทด้วย ตัดวีดีโอนิดหน่อย รีทัชภาพด้วย Mac mini ตัวมาตราฐานก็ทำงานได้ดีแล้วครับ
- แรมซื้อเปลี่ยนได้เองสำหรับ Mac mini มีสองสล๊อต ถ้าจะใส่ 8GB ก็ต้องใส่ 4GB สองตัวครับ  ถ้าใส่ 16GB ก็คือ 8GB สองตัว
- สำหรับ DAC ถ้าเป็น USB ใส่กับ Mac mini เสียงดีกว่าต่อกับ PC แน่นอนครับ แต่ก็ขึ้นกับโปรแกรมที่ใช้เล่น แต่ถ้าเอาสะดวกด้วย เสียงดีด้วย แนะนำ iTune + Amarra ครับ จัดเก็บเป็นระเบียบใน iTune และใช้ Output ของ Amarra
- DAC meridian explorer ก็ดูน่าสนใจนะครับ ราคาไม่แพงและทำงานแบบ Asychronous แถมใช้กับ Mac ไม่ต้องลงไดรเวอร์ แต่ถ้ามีภาพจ่ายไฟเสียบเพิ่มจะน่าสนใจขึ้นอีกมาก ส่วนเสียงผมไม่เคยฟังครับ แต่ลองค้นข้อมูลดูก็ดูดีทีเดียว
แต่อีกเรื่องนึงคือสาย USB ที่คงอัพเกรดคุณภาพได้อีกมาก แต่ราคาก็คงแรงน่าดูสำหรับค่าสาย
- DAC ในสไตล์ผม เน้น Firewire อย่างเดียวครับ มีตั้งแต่ไม่แพงอย่าง Focusrite Saffire PRO 14 ต่อเป็น Firewire ราคาแค่ 8400 บาท เป็น DAC และต่อหูฟังได้เลย คุณภาพเสียงมาตราฐานนักดนตรีครับ http://www.kimlengstudio.com/Focusrite/Focusrite-Saffire-PRO-14/flypage.tpl.html  และยังมีรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดูตามราคาได้เลย เกรดสตูดิโอลำดับราคาก็จะบ่งบอกคุณภาพครับ เรียกว่าไม่ต้องเปิดเทียบกัน แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นบ่งบอกกลุ่มเป้าหมายและการใช้งานไว้แล้ว อย่างของผมใช้ Motu Ultralite MK3 ก็จัดอยู่ในกลุ่ม Semi Pro ถ้าแบบโปรก็ต้องขยับเป็น RME หรือ Apogee

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: 01 เมษายน, 2013, 12:44:53 PM »


การเล่นระบบ Firewire แบบ Studio Grade เป็นคำตอบที่ผมหาได้ จากการที่อยู่ในวงการเครื่องเสียงหลายปี และเครื่องเสียงบ้านก็มีลักษณะเฉพาะหรือคาแรคเตอร์เสียงมากเกินไป จนบางทีไม่เหลือเค้าโครงเดิมจากแผ่นที่ฟังแม้แต่น้อย แต่ผมลองฟังเครื่องเสียงแบบสำหรับสตูดิโออย่างเดียวแล้ว ก็ไม่เหมาะเอาไว้ฟังเพลง เพราะมันออกแบบไว้เช็คความถี่ในการปรับแต่งในกระบวนการบันทึก สุดท้ายคำตอบของผมคือนำเครื่องเสียงสองประเภทมาผสมกัน ใช้ความเที่ยงตรงและแม่นยำจากตัวแปลงดิจิตอล ในระดับสตูดิโอเกรดเป็นระบบ Firewire และมีราคาไม่แพงมาก แต่ได้มาตราฐานความเที่ยงตรงทุกยี่ห้อ และมีคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆถ้าจ่ายมากขึ้น ไม่เหมือนกับเครื่องเสียงบ้านที่มักพบบ่อยๆว่าสินค้าตัวที่ถูกกว่าบางครั้งก็ให้เสียงดีกว่าอีกแบรนด์ที่แพงกว่า
ส่วนภาค analog ก็ใช้แบบเครื่องเสียงบ้าน ทำให้ผมได้ลูกผสมที่มีความเที่ยงตรงที่ต้นทาง ทำให้ปรับแต่งส่วนของ Amplifier และลำโพงได้ไม่ยาก

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: 01 เมษายน, 2013, 11:12:19 PM »
มาติดตามผลงานของเจ้าของกระทู้ครับ  ได้ไอเดียดี ๆ หลายอย่างครับ  แต่บางที การเสพเรื่องฟังเพลง ฟังเครื่องเสียง เล่นเครื่องเสียง มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความเที่ยงตรงเสมอไปสิครับ  บางทีคนเรายังชอบการปรุงแต่งโดยไม่ได้สนใจว่าต้นฉบับเดิมจะเป็นอย่างไร เสียงที่ได้ยินจะเที่ยงตรงถูกต้องแม่นยำแค่ไหน แต่เค้าปรุงแต่งเพื่อให้ได้อรรถรสจากเสียงที่เค้าชอบและอยากได้ยินสิครับ  แล้วจะทำยังไงดีละทีนี้  :secret
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: 03 เมษายน, 2013, 10:30:47 PM »
มาติดตามผลงานของเจ้าของกระทู้ครับ  ได้ไอเดียดี ๆ หลายอย่างครับ  แต่บางที การเสพเรื่องฟังเพลง ฟังเครื่องเสียง เล่นเครื่องเสียง มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความเที่ยงตรงเสมอไปสิครับ  บางทีคนเรายังชอบการปรุงแต่งโดยไม่ได้สนใจว่าต้นฉบับเดิมจะเป็นอย่างไร เสียงที่ได้ยินจะเที่ยงตรงถูกต้องแม่นยำแค่ไหน แต่เค้าปรุงแต่งเพื่อให้ได้อรรถรสจากเสียงที่เค้าชอบและอยากได้ยินสิครับ  แล้วจะทำยังไงดีละทีนี้  :secret

แน่นอนว่ามันไม่เที่ยงตรงอยู่แล้วครับ แค่ในห้องอัดเอง นักกีตาร์สักคนจะบันทึกเสียงให้ตรงกับที่ตัวเองเล่นยังยาก ทั้งการวางไมค์ ขนาดห้อง ลำโพงมอนิเตอร์ที่ฟัง เล่นในห้องอัดได้หน้าพอใจ แต่พอออกมาฟังที่หน้า Mixer เสียงกลับใช้ไม่ได้ ต้องเล่นใหม่ แก้วิธีวางไมค์ ทำอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ แผ่นแต่ละแผ่นกว่าจะออกมาได้มีคุณภาพช่างยากเย็น หรือมีบางยุคที่การบันทึกเสียงมันผิดเพี้ยนตามรสนิยมคนซื้อเครื่องเสียงก็มี เช่นมียุคนึงที่เครื่องเสียงบ้านมีเบสมหาศาล เมื่อแผ่นที่บันทึกมาแบบพอดี ใส่กับเครื่องเสียงบ้าน กลายเป็นเบสบวม ทำให้ทางห้องบันทึกเสียงต้องลดเบสลงเพื่อให้พอดีกับเครื่องเสียงบ้านในสมัยนั้น หรือยุคที่การเปิดเพลงในผับบูมสุดๆ และเครื่องเสียงผับมีเบสมากกว่าเครื่องเสียงบ้านอีกหลายเท่า ทำให้มีเพลงบางแผ่นที่ทำมาเฉพาะไว้เปิดในผับ คือในแผ่นแทบไม่มีเสียงเบสเลยเมื่อเปิดเครื่องเสียงบ้าน แต่เปิดในผับแล้วมันส์สุดๆ

ยุคที่แปลกกว่านั้นก็มี เช่นยุคที่มีการปรับปรุงเครื่องเสียงห้องอัดให้ทันสมัยขึ้นมาก ไมค์ไวสุดๆ และมันก็เกิดปัญหา คือมันไวซะจนได้ยินแม้เสียงหายใจหรือกลืนน้ำลายชัดเกินไป ทำให้ต้องตัดเสียงออก กลายเป็นว่ายุคนั้นก็จะมีแต่แผ่นเพลงที่ถูกตัดเสียงออกไปพอสมควร และสุดท้ายมันก็สรุปว่า มันไม่น่าฟัง จึงมีการปรับแต่ห้องอัดกันยกใหญ่ เลือกใช้ไมค์ที่มีความพอเหมาะกับเสียงที่จะบันทึกเท่านั้น

ผมอ่านบทความเครื่องเสียงหลายบทความ (เล่นเครื่องเสียงตั้งแต่อยู่ ม5) ที่มักพูดถึงความสมจริงหลายๆอย่าง แต่ก็ไม่ได้เจาะลึกลงไปว่ายุคไหน ช่วงปีไหน ห้องอัดเป็นอย่างไร รสนิยมคนในยุคนั้นเป็นอย่างไร และจริงๆแล้วอัดมาอย่างไรก็ไม่เหมือนจริงอยู่แล้วครับ อย่างเพลงจาก Guns N Roses ที่มักมีท่อนโซโล่กีตาร์ แน่นอนว่าเสียงโซโล่กับลีด แถมมีกลอง มันตีกันเมื่อฟังผ่านเครื่องเสียง จึงใช้ Compressor หรี่ความชัดของกลองและเสียงอื่นๆลงเมื่อโซโล่กีตาร์ เพื่อให้ผู้ฟังได้ฟังอย่างชัดเจน แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่ความสมจริงอยู่แล้วครับ แต่นักดนตรีและคนบันทึกเสียง ต้องการให้ได้เสียงตามคอนเซปของเพลงอย่างชัดเจน เพลงต้องมีลายเซ็นต์ของวง

ค่ายอัดฝีมือระดับเทพก็มีหลายค่าย อย่างเชฟฟิลแลปส์ ที่ใช้อุปกรณ์ก็ไม่ได้ต่างจากสตูอื่น แต่บันทึกเสียงได้ดีกว่ามาก (ฝีมือล้วนๆ) ค่าย GRP ที่มีมือ Mix ระดับเทพที่ผันตัวเองมาเป็นมือเบส เล่นเอง Mix เอง อย่างมาร์ลคัส มิลเลอร์
และยังมีผู้มีฝีมือที่นำเทปมาสเตอร์แรกมา Remaster ซึ่งในตอนแรกยังไม่ได้รับการยอมรับนัก จนได้พิสูจน์ฝีมือและทำให้การ ReMaster กลายเป็นอีกมาตราฐานของการทำแผ่นขึ้นมาใหม่

ท่านใดจะฟังเสียงแบบใด แล้วแต่รสนิยมครับ แต่สำหรับผม ผมเลือกแล้วคือในระบบ Firewire แบบ Studio ผสมกับเครื่องเสียงบ้าน ให้ที่ค่อนช้างเที่ยงตรง เพราะต้องการไปให้ถึงสิ่งที่นักดนตรีอยากจะบอกเรา และบันทึกไว้ในแผ่น แน่นอนว่าผมก็ฟังเพลงในแนวที่ถูกใจ แต่ไม่ได้บังคับให้เสียงต้องถูกใจผมเสมอ เพราะแต่ละแผ่นมีคาแรคเตอร์แตกต่างกันชัดเจน ถ้าผมเลือกฟังแต่เสียงแบบที่อยากได้ จูนเครื่องเสียงจนเปิดทุกแผ่นแล้วเสียงเป็นแนวเดียวกันหมด โลกของผมคงจืดจาง ไม่ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้ตื่นเต้นกับการซื้อแผ่นแท้แล้วเอามาแปลงเป็น 32bit/88.2 แล้วได้เจออีกโลกนึงที่ถูกบันทึกไว้

"ไปฟังดนตรีจริงสิ" เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยๆ แต่ว่า นักดนตรีที่ผมอยากฟัง ก็แยกวงบ้าง ตายบ้าง (เอาผืนกรอกปากตัวเองหัวระเบิดไปบ้าง ไม่ถงไม่ถามแฟนเพลงสักคำ) ทางออกสุดท้ายคือผลงานที่เขาฝากไว้บนโลกนี้ มันก็อยู่ในแผ่นเสียง แผ่นซีดี เป็นทางสุดท้ายที่จะได้เห็นฝีมือพวกเขาอีกครั้งครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: 12 เมษายน, 2013, 01:39:56 PM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: 15 เมษายน, 2013, 08:05:43 AM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D

ไม่เคยครับ ตอนนี้ที่ได้ลองคือ Oyaide, Moshi, Belkin, Elecom, Apogee และสรุปได้ว่า เส้นยาวเสียงดีกว่าครับ ต้องใช้ยาวไม่ต่ำกว่า 3m

ออฟไลน์ ตั๊กกี้.คอม

  • ***
  • กระทู้: 116
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: 15 เมษายน, 2013, 11:20:39 PM »
เคยฟังเพลงผ่าน sound card ไหมครับ system ผมเป็น Computer

เช่นกัน แล้วใช้ Sound card Omeca Claro Halo XT ผมเปลี่ยน chip Opamp

เป็น BB2107 ตัวนี้แล้วฟังจากไฟล์เพลงโดย Output เป็น Analog RCA 2.0

แล้วเข้า Integrate Amp ฟังครับ ซึ่งผลที่ได้ หลังจากลอง Copy File เปลี่ยนเป็นคนละ Folder แล้วลองฟังดู

ปรากฏว่า ผมแยกไม่ออกครับว่าแตกต่างอย่างไร อาจจะแตกต่างจาก system ของท่านนะครับ

เพราะว่าท่านใช้ Firewire เป็นหลัก + กับ Mac book ไม่แน่ใจว่าสัญญาณ Output

เป็น digital หรือว่า analog ไม่แน่ใจครับ

    ซึ่ง File ที่ผมนำมาฟังจะใช้ Flace เป็นหลักบางทีก็เป็น MP3 ครับแต่ว่าพยายามหา ไฟล์ที่คุณภาพดีที่สุด
มาฟังซึ่งตามที่แจ้งก่อนหน้าครับ  โปรแกรมที่ทำงานผ่าน Memory Player โดยตรงเสียงที่ได้ดีกว่า
Program Foolbar มาก เลยไม่ทราบว่าจะเปรียบเทียบกันที่ท่านแจ้งได้หรือไม่ครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: 16 เมษายน, 2013, 01:41:53 AM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D

ไม่เคยครับ ตอนนี้ที่ได้ลองคือ Oyaide, Moshi, Belkin, Elecom, Apogee และสรุปได้ว่า เส้นยาวเสียงดีกว่าครับ ต้องใช้ยาวไม่ต่ำกว่า 3m

ขอบคุณมากครับ ถามต่อ แล้วแต่ละยี่ห้อที่เคยได้ลอง เสียงเป็นยังไงบ้างครับ ช่วยรีวิวให้หน่อยครับ ถือว่าเป็นความรู้ให้ท่านที่ผ่านมาอ่านด้วยครับ เพราะปกติการหาสาย firewire มาลอง มันเป็นอะไรที่ยากลำบากครับ
รบกวนด้วยครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: 26 เมษายน, 2013, 12:16:37 PM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D

ไม่เคยครับ ตอนนี้ที่ได้ลองคือ Oyaide, Moshi, Belkin, Elecom, Apogee และสรุปได้ว่า เส้นยาวเสียงดีกว่าครับ ต้องใช้ยาวไม่ต่ำกว่า 3m

ขอบคุณมากครับ ถามต่อ แล้วแต่ละยี่ห้อที่เคยได้ลอง เสียงเป็นยังไงบ้างครับ ช่วยรีวิวให้หน่อยครับ ถือว่าเป็นความรู้ให้ท่านที่ผ่านมาอ่านด้วยครับ เพราะปกติการหาสาย firewire มาลอง มันเป็นอะไรที่ยากลำบากครับ
รบกวนด้วยครับ

ผมใช้ Firewire มาเกือบสิบปี สายธรรมดาที่แถมมากับเครื่องก็ให้เสียงที่ใช้ได้แล้วครับ ผิดกับ USB DAC ที่ต้องใช้สายเกรดดีพอค่วร ถึงให้เสียงได้น่าฟัง แต่แน่นอนว่าสายคุณภาพดีเสียงก็ต่างกันไป ต้องจับแมทกับเครื่องเหมือนกับเครื่องเสียงบ้านเช่นกันครับ
- สายแถมมากับเครื่อง ก็ให้เสียงได้กลางๆ และคงความสะอาดไว้ตามเอกลักษณ์ของระบบ Firewire
- สาย Elecom เส้นสีขาว ให้เสียงได้กลางๆแต่ได้รายละเอียดกว่าสายแถมมาก แต่แนะนำให้เล่นความยาวเกิน 1m
- สาย Elecom สีเงิน เส้นความยาว 1m เสียงจัดมาก บาลานซ์ไม่ดีเลย แต่เส้นที่ยาว 3 เมตร ให้เสียงได้เข้มมาก เบสดีกว่า 1m มาก แต่ยังมีอาการเสียงจัดอยู่
- สาย Moshi เสียงหนาหน่อย ไม่เหมาะกับเอามาต่อจาก Mac ไปหา Firewire Audio แต่เหมาะเอามาต่อกับ Mac ไปหา External HDD ช่วยให้เสียงเนียน กลมกลืน
- สาย Oyaide ให้เสียงได้สะอาดที่สุด แต่แนะนำให้เล่น 4m จะได้เสียงที่เข้ม สมจริง แต่สายนี้ก็เหมาะกับบางเครื่องครับ แมทกับ Apogee Ensemble และ Motu Ultralite MKIII ของผมมาก แต่ไม่เหมาะกับ M-Audio

สรุปว่า สายยาวเสียงดีกว่าสั้นครับ เป็นกับทุกยี่ห้อที่ได้ลอง ตอนนี้ผมต่อผ่าน HUB Firewire ที่ต่อแล้วเสียงน่าจะดร๊อป แต่กลายเป็นว่าต่อแล้วให้เสีนงได้ดีสุดตั้งแต่ลองมา ผมใช้สาย Firewire ในระบบ 3 เส้น ต่างยี่ห้อกันทั้งหมด แต่ให้เสียงได้ดีสุดจนไม่รู้จะปรับแต่งอะไรอีก แล้วจะมาโพสต่ออีกทีครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 12:38:14 PM »
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้สมาชิกมาร่วมวงเล่น Firewire อีก 1 ท่าน หลังจากยก DAC ของ NAD มาทดสอบครับ



NAD  รุ่นนี้ ต่อได้ทั้ง USB และ COAX ใช้ร่วมกับสาย USB ของ Nordost ความยาว 4m ราคาประมาณ 19xxx เสียงก็อยู่ในระดับใช้ได้ แต่ก็เป็นตามสไตล์ USB DAC คือปลายเสียงยังมนๆอยู่ คราวนี้ลองเปลี่ยนการต่อพวง
ใช้ MAC mini + Firewire ของ M-Audio รุ่น Profire610 ที่เพิ่งอัพเดทไดรเวอร์ฺ 10.8.2 เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผานมา และให้เสียงได้เนียนขึ้นมาก ปล่อยสัญญาณ COAX เข้า NAD
และสิ่งที่ได้คือ เสียงที่ถูกยกระดับขึ้นมาทั้งหมด ทั้งความคมชัด ไดนามิค น้ำหนักเบส ความเนียนเสียง ความห่างชิ้นดนตรี ปลายย่านสูงที่ไปได้ไกลกว่า และที่สำคัญคือ มันถูกกว่าสาย USB ของ Nordost ครับ

เพิ่ม M-Audio เข้าไปในซิสเต็ม ราคา 16xxx สาย Firewire ใช้สายธรรมดาอย่าง Elecom ราคาไม่เกินพัน ยังให้เสียงที่มีคุณภาพได้ และซื้อสาย Coax อีกเส้นนึงของ Poem ราคาไม่เกินสามพัน รวมแล้วทั้งหมดประมาณสองหมื่น แต่ได้คุณภาพที่เพิ่มขึ้นอีกมากมายกว่าการต่อเป็น USB ด้วยสาย Nordost ความยาว 4m ราคา 19xxx เรียกว่าจ่ายเงินพอๆกัน แต่ได้เสียงดีกว่าเดิมมาก ก็เป็นเหตุให้ได้เปลี่ยนจาก USB มาเป็น Firewire ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 12:43:22 PM »
Firewire ของ Apogee รุ่น Ensemble ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto ให้เสียงได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยฟังมาก่อน เปิดแล้วไม่อยากปิด


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 03:48:49 PM »
ติดตามอ่านผลงานครับ ครั้งนี้มีข้อสงสัยครับ ขอถามหน่อยเพราะอ่านแล้วยังไงก็ไม่เข้าใจครับ

"Firewire ของ Apogee รุ่น Ensemble ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto" หรือที่ต่อกับ NAD M51 ด้วย     สงสัยประโยคที่ว่า ต่อด้วยสาย firewire แล้วปล่อยสัญญาน Coax   อันนี้ อ่านแล้วสงสัยว่าต่อสายกับอุปกรณ์อย่างไรครับ งง  หรือว่าผมไม่รู้เรื่องเองหว่า
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: 08 พฤษภาคม, 2013, 07:07:48 AM »
ติดตามอ่านผลงานครับ ครั้งนี้มีข้อสงสัยครับ ขอถามหน่อยเพราะอ่านแล้วยังไงก็ไม่เข้าใจครับ

"Firewire ของ Apogee รุ่น Ensemble ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto" หรือที่ต่อกับ NAD M51 ด้วย     สงสัยประโยคที่ว่า ต่อด้วยสาย firewire แล้วปล่อยสัญญาน Coax   อันนี้ อ่านแล้วสงสัยว่าต่อสายกับอุปกรณ์อย่างไรครับ งง  หรือว่าผมไม่รู้เรื่องเองหว่า

ผมเขียนย่อไปหน่อย ต้องขออภัยครับ คือจากเครื่อง Mac ต่อสาย Firewire เข้า Apogee Ensemble และจาก Apogee ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto วิธีนี้ให้เสียงได้เข้าที่สุดครับ
และอีกซิสเต็มคือ Macbook air ต่อ Firewire เข้า M-Audio Profile 610 และ M-Audio ต่อ Coax เข้า DAC NAD ครับ

จริงๆแล้วจาก Apogee หรือ M-Audio ปล่อยสัญญาณอนาลอกเข้าแอมป์โดยตรงก็ได้ แต่การต่อผ่าน DAC ด้วย COAX ให้เสียงได้เข้ม มีความสมบูรณ์ของย่านความถี่ที่สุดครับ อย่าง M-Audio Profile 610 ราคา 16xxx ก็ยังถูกกว่าสาย USB ราคา 19xxx และ M-Audio Profile 610 ยกระดับเสียง DAC NAD ขึ้นมามากมาย แถมแมทกันด้วยครับ แต่ NAD M51 ต่อกับ Motu Ultralite MKIII ของผมแล้วเสียงไม่ค่อยเข้ากัน และ Motu ของผมก็ไม่ค่อยเข้ากับ Belcanto เพราะ Motu ให้เสียงย่านกลางต่ำได้เข้มและมีปริมาณมากอยู่แล้ว ต่อกับ Belcanto ที่ให้เสียงได้เข้ม แต่เบสจะหย่อนหน่อยๆ ต่อแล้วเสียงหนาไปเลยครับ Motu ของผมตอนนี้เหมาะกับ DAC ของ Poem ครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: 09 พฤษภาคม, 2013, 12:08:25 AM »
ขอบคุณมากครับ นึกว่ามีวิธีต่อแบบพิเศษ

ขอถามต่อหน่อยนะครับ  เคยลองต่อเทียบกันฟังไหมครับระหว่าง

ต่อ firewire จาก hdd เข้า mac และต่อ firewire จาก mac เอาข้อมูลตรงเข้า dac (ไม่ทราบว่าระบบท่านทำได้หรือเปล่า) เทืยงกับ ต่อ firewire จาก hdd เข้า mac แล้วต่อ coax เข้า dac

เทียบสองอย่างนี้ ผลเป็นยังไงบ้างครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤษภาคม, 2013, 01:42:24 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: 20 พฤษภาคม, 2013, 06:41:13 PM »
Focusrite Saffire เป็น Interface Firewire รุ่นเก้าแต่เสียงยังดีมากและยังมีนักดนตรีหลายท่านใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน



เสียงก็เป็นไปตามสไตล์ Firewire คือสะอาด ซาวน์สเตจกว้าง ไดนามิคดี และยิ่งได้ LSD-12 ก็ช่วยให้เบสเข้มและสะอาดมากขึ้น ประกอบกับ DAC รุ่นใหม่ของ Poem ที่ให้เสียงได้เข้มสมจริงยิ่งขึ้น



ถ้าเป็น Focusrite Saffire PRO 14 ที่มีค่าตัวเพียง 8,400 น่าจะให้เสียงได้ดีกว่า Focusrite Saffire ที่อัพเดทไดรเวอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2009 อาจเป็นชุด Firewire ราคาประหยัดที่ให้เสียงได้เกินตัวมากเมื่อจับคู่กับ DAC ที่มีคุณภาพ
สาย Firewire ที่เหมาะสมคือ Oyaide D+ ความยาว 4m และสาย Moshi ที่ใช้ต่อกับ Firewire HDD สายคู่นี้ให้ความสะอาดและบาลานซ์เบสได้ดีมาก ฟังได้เพลินหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้าจนถึงสองทุ่มโดยไม่มีอาการกระด้างหูแม้แต่น้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 พฤษภาคม, 2013, 06:53:18 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: 31 พฤษภาคม, 2013, 10:32:06 AM »


การริปเพลงแบบอัพแซมปลิงดูเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะแม้แต่ iTune  ก็ทำได้ที่ 48KHz แต่อาจทำไม่ได้มากกว่านี้ เพราะ iPod ไม่รองรับค่าที่สูงกว่านี้ เพราะผมลองโยนเพลงที่ 88KHz ลงใน iPad ไม่ได้



และที่สำคัญคือ ฟอร์แมทเพลง แน่นอนว่ามีความต่างกันเรื่องคุณภาพ ไฟล์นามสกุลใดที่ได้คุณภาพสูงสุด แต่ทดสอบได้ไม่ยาก เพราะแค่นำแผ่นแท้ใส่ใน iTune และริปออกมาต่างนามสกุลกัน และฟังเปรียบเทียบก็ได้คำตอบไม่ยาก




ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 08:47:36 AM »
ขอถามเรื่อง HDD ว่าฟอร์แมทต่างกันจะมีผลต่อการฟังเพลงมากมั้ยครับ
อย่างเช่น exFAT, GUID เพราะเครื่อง MacAir และ iMac ของผมลง 2 OS ใช้วินโดว์ด้วย
ถ้าใช้ HDD ลูกเดียวใส่ทุกอย่างก็ต้อง exFAT ไม่งั้นวินโดว์จะไม่เห็น HDD
ถ้าการฟอร์แมทมีผลมาก ก็คงแยก HDD ใส่เพลงเป็นอีกลูกเลยครับ

ขอบคุณครับ
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 12:57:23 PM »
ขอถามเรื่อง HDD ว่าฟอร์แมทต่างกันจะมีผลต่อการฟังเพลงมากมั้ยครับ
อย่างเช่น exFAT, GUID เพราะเครื่อง MacAir และ iMac ของผมลง 2 OS ใช้วินโดว์ด้วย
ถ้าใช้ HDD ลูกเดียวใส่ทุกอย่างก็ต้อง exFAT ไม่งั้นวินโดว์จะไม่เห็น HDD
ถ้าการฟอร์แมทมีผลมาก ก็คงแยก HDD ใส่เพลงเป็นอีกลูกเลยครับ

ขอบคุณครับ

ผมยังไม่ได้เทสต์ในเรื่อง HDD ครับว่ามีผลกับเสียงแค่ไหน แต่เล่นกับ Mac โดยตรงผมก็เป็น GUID ครับ เพื่อนที่ Apple ก็แนะนำว่าเก็บไฟล์เพลงสำหรับ Mac ก็เป็น GUID เพราะทำงานสะดวกกับ Spotlight และการทำงานในหลายๆอย่างครับ
ตอนนี้ HDD ที่บ้านเลยแยกกันเลยว่าลูกไหน Mac ลูกไหน PC และไม่อยากให้ไวรัสมาวิ่งเล่นบน HDD Mac ด้วยครับ ถึงจะไม่มีผลกับ Mac OS

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 10:42:26 PM »
ขอถามเรื่อง HDD ว่าฟอร์แมทต่างกันจะมีผลต่อการฟังเพลงมากมั้ยครับ
อย่างเช่น exFAT, GUID เพราะเครื่อง MacAir และ iMac ของผมลง 2 OS ใช้วินโดว์ด้วย
ถ้าใช้ HDD ลูกเดียวใส่ทุกอย่างก็ต้อง exFAT ไม่งั้นวินโดว์จะไม่เห็น HDD
ถ้าการฟอร์แมทมีผลมาก ก็คงแยก HDD ใส่เพลงเป็นอีกลูกเลยครับ

ขอบคุณครับ

ผมยังไม่ได้เทสต์ในเรื่อง HDD ครับว่ามีผลกับเสียงแค่ไหน แต่เล่นกับ Mac โดยตรงผมก็เป็น GUID ครับ เพื่อนที่ Apple ก็แนะนำว่าเก็บไฟล์เพลงสำหรับ Mac ก็เป็น GUID เพราะทำงานสะดวกกับ Spotlight และการทำงานในหลายๆอย่างครับ
ตอนนี้ HDD ที่บ้านเลยแยกกันเลยว่าลูกไหน Mac ลูกไหน PC และไม่อยากให้ไวรัสมาวิ่งเล่นบน HDD Mac ด้วยครับ ถึงจะไม่มีผลกับ Mac OS

Spotlight กับการฟังเพลงนี่ ตามเว็ปต่างประเทศ เค้าให้ customize เครื่องโดยให้ปิดการทำงานของ spotlight เลยนะครับ จะทำให้เสียงดีขึ้น  ยังมีอีกหลาย process/service ที่ปิดแล้วทำให้เสียงดีขึ้นนะครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 10:48:53 PM »
ลืมเรื่อง partition type  ตรงนี้มีผลแน่นอนครับ เพราะ partition แต่ละแบบ มี cluster/sector ไม่เหมือนกัน การจัดเรียงข้อมูลบิต จึงแตกต่างกัน ดังนั้น การ playback ดึงข้อมูลกลับมาจึงต่างกัน

โดยปกติสำหรับฟัง จะให้ดี หลักการคือ จัดการไฟล์ แก้ไข เปลี่ยนชื่อ ลบไฟล์ขยะที่มากับโฟลเดอร์ที่โหลดมา แก้ไขรูปปก จัดการ metadata แล้วจึง save ทำให้ครบ แล้วจึง copy ที่ละโฟลเดอร์ (อัลบั๊ม) ไปไว้ hdd ลูกใหม่ซิง ๆ (ดีที่สุด) เพื่อให้ข้อมูลมีการจัดเรียงไปตามอัลบั๊ม ทำทีละอัลบั๊ม ให้เต็มความจุ hdd  จากนั้น hdd ลูกนี้ จะกลายเป็น Master disk ที่ฟัง (อ่าน) อย่างเดียว  ห้ามลบ ห้ามเพิ่ม ห้ามแก้ไข   แนวทางเป็นแบบนี้ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2013, 10:57:50 PM »
ลืมเรื่อง partition type  ตรงนี้มีผลแน่นอนครับ เพราะ partition แต่ละแบบ มี cluster/sector ไม่เหมือนกัน การจัดเรียงข้อมูลบิต จึงแตกต่างกัน ดังนั้น การ playback ดึงข้อมูลกลับมาจึงต่างกัน

โดยปกติสำหรับฟัง จะให้ดี หลักการคือ จัดการไฟล์ แก้ไข เปลี่ยนชื่อ ลบไฟล์ขยะที่มากับโฟลเดอร์ที่โหลดมา แก้ไขรูปปก จัดการ metadata แล้วจึง save ทำให้ครบ แล้วจึง copy ที่ละโฟลเดอร์ (อัลบั๊ม) ไปไว้ hdd ลูกใหม่ซิง ๆ (ดีที่สุด) เพื่อให้ข้อมูลมีการจัดเรียงไปตามอัลบั๊ม ทำทีละอัลบั๊ม ให้เต็มความจุ hdd  จากนั้น hdd ลูกนี้ จะกลายเป็น Master disk ที่ฟัง (อ่าน) อย่างเดียว  ห้ามลบ ห้ามเพิ่ม ห้ามแก้ไข   แนวทางเป็นแบบนี้ครับ

ของผมเปิดเต็มเลยครับ บางทียังเปิดโปรแกรมทำสิ่งพิมพ์หรือรีทัชรูประหว่างฟังด้วย แต่ระบบ Firewire ไม่อ้างอิง CPU ครับ ก็เหลือแต่โปรแกรมที่เล่นเรียกใช้แรม ผมใช้ Macbook air มีแรมแค่ 4GB ก็เบียดเสียดหน่อย ใส่เพิ่มก็ไม่ได้ รอ Macbook Air ที่น่าจะอัพสเปคใหม่ในวันที่สิบนี้ครับ แต่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือตอนโอนถ่ายไฟล์เพลง ต้องทำผ่าน Firewire เท่านั้น ทำผ่าน USB ดร๊อปทันที หรือก๊อปเพลงผ่านสาย Firewire ที่มีกระเปาะแม่เหล็กหุ้มอยู่ เสียงสูงดันตกซะงั้น ตกทั้งลูกเลย เลยลองลบทิ้งทั้งหมดและใช้สาย Moshi คราวนี้ให้เสียงเหมือนต้นฉบับ คือไม่ได้ก๊อปไฟล์แล้วไฟล์เสียนะครับ แต่เสียงมันเปลี่ยนไปเพราะคล๊อกในไฟล์มันเลื่อนครับ เพื่อนที่ Apple อธิบายให้ฟังอย่างลึกซึ้ง แต่ผมจำศัพท์ทางเทคนิคไม่ได้ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: 01 กรกฎาคม, 2013, 01:52:01 PM »
ในที่สุดก็ได้ทดสอบสาย Audio Quest Diamond Firewire ครับ ต้องยอมรับว่าเป็นสายที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ได้ลองมา เพราะเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ทุกย่านความถี่ ความเปิดของซาวน์สเตจ ความคมชัดที่เพิ่มขึ้นในทุกๆย่าน ฟังสบายไม่มีอาการล้าหู ทำให้ Motu Ultralite MKIII กับ Apogee Ensemble แสดงพลังได้คุ้มค่าเงินขึ้นไปอีกมาก ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของ AudioQuest Carbon อยู่สองเส้น คงต้องกัดฟันซื้อ Diamond อีกเส้นครับ





การเชื่อต่อ ผมใช้สาย Audio Quest Diamond Firewire 800 ต่อระหว่าง Macbook Air กับ External HDD Buffalo และใช้สาย AudioQuest Carbon ต่อจาก External HDD Buffalo ไปเข้ากับ Motu Ultralite MKIII ลองทดสอบสลับตำแหน่งสายดูแล้ว วิธีนี้ดีสุดครับ