ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 187877 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #240 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2015, 04:30:18 PM »
ขอบคุณมากครับ ชักอยากใช้mac.บ้างซะแล้ว

ใช้ Mac แล้วชีวิตอาจขาดอรรถรสเดิมๆครับ เพราะ
ไม่เจอไวรัส PC, ไม่ต้องลงไดรเวอร์, ไม่มี Disk Clean up, ไม่มี Disk Defragment, จะแบ่งพาทิชั่น ไม่ต้องก๊อปปี้ไฟล์ออก แบ่งได้เลย, ไม่มีการ์ดจอหลวมแล้วต้องเอายางลบ มาลบตรงคอนแทค, ไม่ต้องเสียงเงินซื้อ OS แท้ เพราะโหลดได้ไม่คิดเงิน

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #241 เมื่อ: 06 มีนาคม, 2015, 03:41:26 PM »
ผมได้ปรับระบบให้มันง่ายขึ้น ด้วยวิธีง่ายๆครับ

ระบบที่ผมใช้แต่เดิม Mac  > Firewire Interface > DAC > Amplifier
ตอนนี้ปรับเป็น Mac > Firewire Interface > Amplifier ไม่ต้องการ DAC แล้ว

เพราะแต่เดิมต้องใช้ DAC ช่วย เพราะการต่อจาก Firewire Interface มาเข้าแอมป์แบบ Unbalance มันให้เสียงได้คมชัด แต่ยังไม่เข้มอย่างที่ควร
แต่ไม่มีปัญหาเลยเมื่อต่อจาก Firewire Interface เข้าแอมป์แบบ Balance XLR ให้ทั้งความคมชัดและน้ำเสียงที่ดีเยี่ยม

แล้วถ้าผมจะต่อ Firewire Interface แข้าแอมป์หลอดแบบซิงเกิลเอนด์ล่ะ ถ้าต่อแบบสาย RCA ธรรมดา มันก็คมชัดอย่างเดียวครับ ไม่เข้มเลย
ผมเลยแก้ปัญหาโดยทำสายนี้ขึ้นมาครับ



สาย TRS (tip, Ring, Sleeve) to RCA โดยนำสัญญาณ - มาลงที่กราวน์ทางฝั่ง RCA ครับ
อันนี้ได้เสียงที่เข้ม สะอาด คมชัดกว่าเดิมมาก อันนี้ทดลองโดยใช้สาย Belden ครับ ต่อไปจะลองด้วย Mogami



ต้องมี 2 บากแบบนี้ ถึงจะทำงานในแบบ Balance ครับ สายอีกฝั่งทำเป็นหัว XLR เข้าแอมป์ที่รับ XLR อันนี้ไม่มีปัญหา
แต่เข้าแอมป์แบบ Unbalance ต้องเอา - มารวมกับกราวน์ครับ ถึงจะเข้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มีนาคม, 2015, 03:46:18 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #242 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 12:45:05 PM »


ลองทำสาย TRS to RCA ใช้สาย Van Damme น้ำเสียงดูเข้ากับ MOTU ของผมมาก

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #243 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 12:48:24 PM »


ที่ GM2000 ครับ เทสต์เสียงก่อนไปพูดคุยเรื่อง Mac ที่ร้าน Hi Style HiFi เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
ได้เปรียบเทียบเสียงเครื่อง Mac ทั้ง 3 รุ่น
- Mac mini 2011
- Macbook Air 2012
- Macbook Pro Retina Display 13" 2014



Firewire External HDD เทียบกับ USB 3.0 External HDD เสียงฟังเทียบกันได้ไม่ยาก เพราะต่างกันมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มีนาคม, 2015, 12:50:28 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #244 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 02:53:58 PM »


ภาพที่ร้าน HiStyle HiFi เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม
ได้ทดสอบกันว่า
- Mac mini 2011
- Macbook Air 2012
- Macbook Pro Retina Display 13" 2014
เสียงต่างกันมั้ย ในภาพคุณธานี กำลังบรรยายครับ



ผู้มาร่วมฟังทุกท่านมีความเห็นว่า เครื่อง Mac แต่ละตัวที่มาทดสอบ เสียงแตกต่างกันชัดเจน
การทดสอบคือ ใช้ DAC TEAC และไฟล์เพลงบน USB Drive ถอดสลับฟังไปทีละเครื่อง
ทุกเครื่องเป็น OSX 10.10 ฟังผ่าน Audirvana+ อัพเดทล่าสุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มีนาคม, 2015, 06:20:40 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #245 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 08:49:05 PM »
แล้วไงต่อครับ รออ่านผลงานครับ  :clap
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #246 เมื่อ: 31 มีนาคม, 2015, 10:57:20 AM »
แล้วไงต่อครับ รออ่านผลงานครับ  :clap

เทสต์ครั้งแรกที่ Poem
เสียงดีที่สุดคือ Macbook Pro Retina Display 13" 2014 8GB RAM รองลงมาคือ Macbook Air 13" 2011 4GB RAM ท้ายสุดคือ Mac mini 2010 SSD Sandisk 128GB
- Macbook Pro Retina Display เสียงคมชัดที่สุดในกลุ่ม เบสกระชับ ชัดเจน เรียกว่าดีกว่าอีกสองเครื่องในทุกๆย่านความถี่
- Macbook Air ให้เสียงได้สะอาดกว่า Mac mini แต่ถ้าเล่นโดยไม่เสียบ Adapter จ่ายไฟ เบสจะไม่กระชับ ถึงเสียบอแดปเตอร์แล้วก็ยังให้น้ำหนักได้ไม่เท่า Macbook Pro
  แก้ให้ดีขึ้นได้โดยใช้ Adapter 85 W ของ Macbook Pro มาเสียบแทน
- Mac mini ให้น้ำหนักได้ดีกว่า Macbook Air ที่ใช้ Adapter 45W แต่เสียงไม่สะอาดเท่า และแพ้ทั้งความสะอาดและน้ำหนักเมื่อ Macbook Air ที่ใช้ Adapter 85 W

หลังจากนี้จึงไปเทสต์ที่ GM2000 อีกครั้ง เพราะผมเทสต์กับระบบ Firewire อย่างเดียว ไปเทสต์ที่ GM2000 โดยใช้  USB ทั้งระบบอีกครั้ง

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #247 เมื่อ: 02 เมษายน, 2015, 12:16:43 PM »
อ้าวหรอครับ ผมเคยเข้าไปอ่านในเว็ปของ Amarra เรื่อง how to build the music server

เค้าแนะนำเครื่อง เรียงไปตามนี้อ่ะครับ
1. Mac tower
2. Mac Mini
3. Mac Book
4. iMac

หรือว่าผมแปลผิดครับเนี่ยะ
Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #248 เมื่อ: 02 เมษายน, 2015, 12:26:28 PM »
เอ๊ะใจ เลยกลับไปค้นอ่านใหม่ อ้าว ข้อมูลเปลี่ยนไป ทีมสนับสนุนจาก amarra แนะนำใหม่เป็นแบบนี้
กลายเป็น mac mini ได้รับการเลื่อนลำดับมาเป็นอันดับแรกแทน






อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่นะครับ http://www.sonicstudio.com/amarra/howtobuildaserver.php

ในเว็ปมีเนื้อหาสาระดี ๆ ให้อ่านครับ เอามาประยุกต์ใช้ต่อได้ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #249 เมื่อ: 03 เมษายน, 2015, 11:55:23 AM »
อ้าวหรอครับ ผมเคยเข้าไปอ่านในเว็ปของ Amarra เรื่อง how to build the music server

เค้าแนะนำเครื่อง เรียงไปตามนี้อ่ะครับ
1. Mac tower
2. Mac Mini
3. Mac Book
4. iMac

หรือว่าผมแปลผิดครับเนี่ยะ

เขาอาจทดสอบกับ Mac mini ตัวใหม่ปี 2014 ที่มีโครงสร้างคล้าย Macbook Pro
แต่ในเวปเขายังแนะนำเป็น Mac OS 10.9 Mavericks เลยไม่รู้ว่าเขาอัพเดทในระดับไหนครับ ตอนนี้จะเป็น 10.10.3 แล้ว

สำหรับผมที่เทสต์จาก 3 ซิสเต็ม คือที่ Poem ต่อมาคือ GM2000 และท้ายสุดที่ HiStyle HiFi ทั้งสามครั้งผลลัพท์เหมือนกันครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 เมษายน, 2015, 02:07:31 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #250 เมื่อ: 05 เมษายน, 2015, 11:32:45 PM »
<a href="https://www.youtube.com/v/sxbiIpXZfG8" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/sxbiIpXZfG8</a>

ขั้นตอนการผลิต Macbook Pro ครับ ผมใช้ไฟล์นี้ตอนพรีเซนต์ที่ร้านไฮไฟไฮสไตล์


Macbook Pro Retina Display รุ่นที่ผมใช้อยู่คือวีดีโอตัวล่างนี้ครับ

<a href="https://www.youtube.com/v/_thoZcsWdno" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/_thoZcsWdno</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน, 2015, 12:03:32 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #251 เมื่อ: 05 เมษายน, 2015, 11:37:27 PM »
<a href="https://www.youtube.com/v/IbWOQWw1wkM" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/IbWOQWw1wkM</a>

Mac mini อาจถูกใช้ฟังเพลง เนื่องด้วยราคาและความเข้ากันได้ แต่ผมว่าตัวนี้เด็ดกว่าเยอะครับ Mac Pro ที่เป็นระดับไฮเอนด์ ตัดวีดีโอระดับ 4K สบายๆ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #252 เมื่อ: 05 เมษายน, 2015, 11:54:05 PM »
โจนาธาน ไอฟฟ์ รับผิดชอบการออกแบบตั้งแต่เครื่องนอตั้น และผลงานชิ้นแจ้งเกิดคือ iMac G3 และต่อมาด้วย iPod และออกแบบให้แอปเปิ้ลมาตลอดรวมถึง iPhone, iPad
ได้รับรางวัลสาขานักออกแบบสถาบันออกแบบมากมาย

หมายความว่า เมื่อผมจ่ายเงินซื้อสินค้า Apple สักชิ้น นั่นคือผลงานจากหนึ่งในนักออกแบบที่เก่งที่สุดในโลก
และโจนาธาน ไอฟฟ์ เคยกล่าวไว้ว่า ถ้ามีสินค้าที่ออกแบบได้สวยงาม แต่การใช้งานไม่ดี มันก็กลายเป็นสินค้าที่ไม่สวย
หมายความว่าเครื่อง Mac ออกแบบทั้งรูปร่างหน้าตาและฟังก์ชั่นไปพร้อมๆกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:02:38 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #253 เมื่อ: 06 เมษายน, 2015, 01:39:13 AM »
อยากรู้นิดนึงว่า การทำงานของภาควิดีโอและจอภาพในเครื่อง mac book/imac ซึ่งมันใช้บอร์ดร่วมกัน ใช้หม้อแปลงร่วมกัน มันสามารถสร้าง noise ขึ้นมารบกวนการทำงานของภาคดิจิตอลโดยเฉพาะในการใช้งานแบบ audio ได้ไหมครับ ถ้ามันสร้าง noise ขึ้นมา เราจะลดปัญหาตรงนี้ ได้อย่างไร เพราะมีบางท่านได้ลองระหว่าง การเปิดเพลงด้วย mini แล้วดึงสายจอภาพออก เค้าบอกว่า เสียงมัน เคลียร์ กว่ากันแบบฟังออก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน, 2015, 01:41:33 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #254 เมื่อ: 06 เมษายน, 2015, 07:50:57 AM »
อยากรู้นิดนึงว่า การทำงานของภาควิดีโอและจอภาพในเครื่อง mac book/imac ซึ่งมันใช้บอร์ดร่วมกัน ใช้หม้อแปลงร่วมกัน มันสามารถสร้าง noise ขึ้นมารบกวนการทำงานของภาคดิจิตอลโดยเฉพาะในการใช้งานแบบ audio ได้ไหมครับ ถ้ามันสร้าง noise ขึ้นมา เราจะลดปัญหาตรงนี้ ได้อย่างไร เพราะมีบางท่านได้ลองระหว่าง การเปิดเพลงด้วย mini แล้วดึงสายจอภาพออก เค้าบอกว่า เสียงมัน เคลียร์ กว่ากันแบบฟังออก

สำหรับ Macbook Pro หรี่แสงหน้าจอครับ เสียงก็เปลี่ยนไปแล้ว หรือทำ Play List กดเพลย์แล้วปิดแสงหน้าจอไปเลย
แต่ถึง Mac mini ไม่มีจอมารบกวน แต่เกรดของปริ๊นและการออกแบบไม่สามารถสู้โครงสร้าง Macbook Pro ได้ รวมถึงคุณภาพอุปกรณ์ (คำว่า Pro ที่มาต่อท้าย ไม่ได้แปะไว้เล่นๆ)
และ Mac mini มีหม้อแปลงในตัว แต่ Macbook Pro อยู่ข้างนอก ตรงนี้ก็มีความต่าง (ผมก็แต่ง Adapter เล็กน้อยโดยการติดลูกยาง และวางบนพื้นที่ซับความถี่ เสียงก็ดีขึ้นอีก และเปลี่ยนสาย AC)
แต่จะรื้อ Mac mini มาปรับภาคจ่ายไฟ เครื่องก็หมดประกันล่ะครับ ผมคงขอผ่าน

จากที่ผมฟังเทียบทั้ง 3 ซิสเต็ม 3 สถานที่ คือที่ Poem, GM2000, HiStyleHiFi
น้ำเสียงจาก Macbook Pro  มีความคมชัดกว่ามาก เบสกระชับกว่า ไดนามิคดีกว่า สะอาดกว่า ผมยังไม่เจอว่าตรงไหนด้อยกว่า Mac mini แม้แต่น้อย
จะแพ้ก็ตรงที่แพงกว่าล่ะ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #255 เมื่อ: 06 เมษายน, 2015, 10:19:17 PM »
แปะไว้ เพราะผมเจอนักฟังที่เน้นแต่ความชัดบ่อยๆ และไม่สนใจเสียงเบสและน้ำหนักเสียงเลย แน่นอนว่าผมฟังตรงกันข้าม

- 5 เคล็ด(ไม่)ลับโดยรอน 'บัมเบิ้ลฟูต' ธาล มือกีต้าร์แห่ง Guns N' Roses
1. มือกลองคือเจ้านายของคุณ
ถึงมือกีต้าร์ทั้งหลาย: มือกลองคือผู้วางจังหวะและกรู๊ฟ อย่าเล่นนำหน้ามือกลองเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อย่าเร่งนำ, หากคุณทำแบบนั้น คุณไม่มีหน้าไปโทษมือกลอง และหากคุณชักช้า,
ก็ไม่ใช่ความผิดของมือกลองอีกนั่นแหละ คุณคนเดียวที่สมควรถูกด่าจงเดินไปพร้อมกับมือกลอง, เกาะเขาไว้ให้แน่นและจำไว้ว่าเขาคือเจ้านายของคุณ ลองคิดย้อนอดีตสิ, จีน ครูป้ากับ
วงออเครสต้าหรือบัดดี้ ริชกับบิ๊กแบนด์ มือกลองแบบพวกเขาคือตัวชูโรง และสมาชิกทั้งวงของพวกเขารู้ดีว่าควรเล่นตามใคร และปัจจุบันกฏเหล่านี้ก็ยังไม่เปลี่ยน คุณสามารถเป็นมือกีต้าร์ที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ แต่คุณต้องก้าวตามหลังอยู่คนหนึ่ง...มือกลองไงล่ะ
2. นอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หากคุณเป็นนักดนตรีเดินสายทัวร์ คุณคงรู้ดี บางวันคุณอาจได้นอนน้อยกว่า 2 ชั่วโมงเพราะซาวด์เช็ค, แสดงคอนเสิร์ต, ปาร์ตี้, จัดกระเป๋า, เดินทาง ดังนั้นนั้นจงนอนให้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็น
ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตาม
3. ฝึกในสิ่งที่ใจปรารถนา
กำจัดเรื่องที่ทำให้คุณคิดมาก ปล่อยให้ตัวคุณเล่นไปตามใจ มันสำคัญมากสำหรับการฝึกในสิ่งที่หัวใจคุณเรียกร้องและเพื่อให้นิ้วคุณไปตามนั้น นี่คือสิ่งที่คนจำนวนมากหลงไป: พวกเขาคิดมาก
และพวกเขากลายเป็นหุ่นยนต์ไปเลย หยุดฝืนตัวเองและปล่อยให้ดนตรีเดินไป ทุกสิ่งจะค่อยๆเข้าที่ของมันเอง และคุณไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับมันเลย
4. อย่าฝืนออกจาก 'กล่อง' ของตัวเอง
นี่อาจฟังดูแปลกๆ แต่ที่จริงไม่ใช่, หากคุณรู้ว่าตัวเองกำลังติดหล่มเล่นเพนทาโทนิครูปแบบเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่าฝืนความรู้สึกนั้น อย่าพยายามออกจากกล่องของตัวเอง -- แต่จงขยายมัน,
หาอะไรใส่ลงไปกล่องนั้น ผสมมันออกมาเป็นสิ่งใหม่ หากคุณชินกับการเล่นอะไรเดิมๆ นั่นไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุดในโลกหรอก ตราบใดที่คุณยังแข่งขันกับตัวเองอยู่ตลอดและหาสิ่งใหม่ใส่เข้าไปเสมอ
ไม่นานกล่องนั้นจะเริ่มก่อร่างสร้างตัวใหญ่ขึ้น...ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณรู้ตัวอีกที, คุณจะเก่งขึ้นแบบที่ตัวเองยังคาดไม่ถึง
5. หัดร้อง
เมื่อคุณร้อง, คุณกำลังแสดงความรู้สึกผ่านภาษาที่ 1 มันจะช่วยให้คุณแสดงความรู้สึกผ่านภาษาที่ 2 นั่นคือกีต้าร์ได้ดีขึ้น
มันจะช่วยให้คุณแต่งเพลงง่ายขึ้นเพราะคุณจะแสดงออกไม่ใช่แค่ 1 แต่ได้ถึง 2 เสียง - คุณร้องและคุณเล่นกีต้าร์คู่กันไป มันยังช่วยให้คุณทำดนตรีแบบกระฉับกระเฉงขึ้นและหลากหลายขึ้น -
มุมมองของคุณจะกว้างกว่าแค่เล่นกีต้าร์ หากคุณทำได้ทั้งเล่นและร้อง เรื่องราวในดนตรีของคุณจะชัดขึั้นและซับซ้อนมีมิติขึ้นกว่าเดิม ทุกคนสามารถร้องเพลงได้ ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ หากคุณ
คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ บางทีคุณอาจจะยังไม่เจอวิธีการร้องที่เหมาะกับคุณก็เท่านั้น ดังนั้นคุณต้องหาเสียงของคุณให้เจอ ลองคิดดูสิ: คุณมีทั้งบ็อบ ดีแลนกับลูชาโน ปาวารอตตี - พวกเขา
เลียนแบบกันไม่ได้ แต่แน่นอนว่าพวกเขาพบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวแล้ว -- จงเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งกาจในแบบของคุณเอง
credit : facebook/ReadaSong, MusicRadar

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #256 เมื่อ: 07 เมษายน, 2015, 12:53:25 AM »
อยากรู้นิดนึงว่า การทำงานของภาควิดีโอและจอภาพในเครื่อง mac book/imac ซึ่งมันใช้บอร์ดร่วมกัน ใช้หม้อแปลงร่วมกัน มันสามารถสร้าง noise ขึ้นมารบกวนการทำงานของภาคดิจิตอลโดยเฉพาะในการใช้งานแบบ audio ได้ไหมครับ ถ้ามันสร้าง noise ขึ้นมา เราจะลดปัญหาตรงนี้ ได้อย่างไร เพราะมีบางท่านได้ลองระหว่าง การเปิดเพลงด้วย mini แล้วดึงสายจอภาพออก เค้าบอกว่า เสียงมัน เคลียร์ กว่ากันแบบฟังออก

สำหรับ Macbook Pro หรี่แสงหน้าจอครับ เสียงก็เปลี่ยนไปแล้ว หรือทำ Play List กดเพลย์แล้วปิดแสงหน้าจอไปเลย
แต่ถึง Mac mini ไม่มีจอมารบกวน แต่เกรดของปริ๊นและการออกแบบไม่สามารถสู้โครงสร้าง Macbook Pro ได้ รวมถึงคุณภาพอุปกรณ์ (คำว่า Pro ที่มาต่อท้าย ไม่ได้แปะไว้เล่นๆ)
และ Mac mini มีหม้อแปลงในตัว แต่ Macbook Pro อยู่ข้างนอก ตรงนี้ก็มีความต่าง (ผมก็แต่ง Adapter เล็กน้อยโดยการติดลูกยาง และวางบนพื้นที่ซับความถี่ เสียงก็ดีขึ้นอีก และเปลี่ยนสาย AC)
แต่จะรื้อ Mac mini มาปรับภาคจ่ายไฟ เครื่องก็หมดประกันล่ะครับ ผมคงขอผ่าน

จากที่ผมฟังเทียบทั้ง 3 ซิสเต็ม 3 สถานที่ คือที่ Poem, GM2000, HiStyleHiFi
น้ำเสียงจาก Macbook Pro  มีความคมชัดกว่ามาก เบสกระชับกว่า ไดนามิคดีกว่า สะอาดกว่า ผมยังไม่เจอว่าตรงไหนด้อยกว่า Mac mini แม้แต่น้อย
จะแพ้ก็ตรงที่แพงกว่าล่ะ



อืม ไม่ค่อยตรงประเด็นที่ตั้งใจถาม สงสัยผมคงเขียนคำถามไม่ดีครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #257 เมื่อ: 10 เมษายน, 2015, 12:41:50 AM »
Macbook 2015 ฝีมือท่านเซอร์โจนาธาน ไอฟฟ์ และทีมนักออกแบบ จะล้ำหน้าอะไรได้ขนาดนี้ เสียดายไม่มีพอร์ท Thunderbolt ครับ

<a href="https://www.youtube.com/v/hajnEpCq5SE" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/hajnEpCq5SE</a>

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #258 เมื่อ: 21 เมษายน, 2015, 11:44:56 AM »


เหล่า External HDD แบบ Firewire ที่ผมมีไว้ทดสอบครับ ตัวกล่องสีเงิน G-Drive ได้มือสองมาจากมือตัดวีดีโอ เหตุผลที่ขายกล่องตัวนี้เป็นมือสอง เพราะ "ย้ายจาก Firewire ไป Thunderbolt" ไม่ได้ย้ายไป USB3.0 ครับ
เพราะ USB ก็ยังไม่เหมาะกับงานวีดีโออยู่ดี ถึงจะมีสปีดที่สูงขึ้นมาก แต่วิธีการส่งข้อมูลไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานวีดีโอหรืองานเพลงโดยเฉพาะครับ

ในบรรดา HDD ทั้งหมดในรูป มีแค่กล่องเดียวเท่านั้นครับที่เสียงดีที่สุดในกลุ่ม


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #259 เมื่อ: 23 เมษายน, 2015, 10:28:02 AM »
หาได้ที่ไหนบ้างครับ น่าสนใจลองบ้าง
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #260 เมื่อ: 23 เมษายน, 2015, 02:09:11 PM »
 :help
หาได้ที่ไหนบ้างครับ น่าสนใจลองบ้าง

G-Drive ต้องอีเบย์ครับ ส่วน Akitio มีคนสั่งเข้ามาขายบางรุ่น หรือจะลอง Orico ดูก็ได้ครับ
ส่วนผมจะโฟกัสไปที่ยี่ห้อระดับโปร ที่อยากลองเพิ่มคือ Caldigit มีตัวแทนจำหน่ายแต่ราคาแรงใช้ได้และต้องสั่งของเท่านั้นครับ 2TB ประมาณหมื่น
และยังมีทางเลือกพอเศษ อย่างตัวแปลง Thunderbolt เป็น eSATA แต่ HDD แบบ 3.5 ผมยังไม่เจอตัวไหนที่ให้เสียงได้ดีกว่า WD Scorpio Black ครับ เพราะตัวนี้ให้เสียงได้เข้มและมีน้ำหนักดีมาก

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #261 เมื่อ: 24 เมษายน, 2015, 01:40:04 PM »


กระแส DSD จะมาแรงยังไงผมก็ยังใช้วิธีในตอนนี้ คือนำแผ่น CD มาริปออกมาเป็น 24/88.2 ได้เลย ก็ในเมื่อแผ่นพวกนี้มันไม่มี DSD
และ DAC ที่เล่น DSD ได้ ส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายจะเป็นแบบ USB (ย่อมาจาก Universal Serial Bus แปลไทยก็ ช่องเชื่อมต่ออเนกประสงค์
เมาส์ คีย์บอร์ด ปริ๊นเตอร์ ช่องนี้ได้หมด)

ส่วน Firewire Interface ในแบบ Studio ของผม (ทำหน้าที่ได้ทั้ง A to D หรือ D to A เลยเรียกว่า Interface ครับ) และเชื่อมต่อแบบ Firewire
(มีหลายยี่ห้อทำเป็น Thunderbolt วางจำหน่ายแล้ว) ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบ Pro Studio มีแต่อุปกรณ์ขาโหดอย่าง HDD รุ่นโปรที่ใช้ตัดต่อเสียงหรือวีดีโอ
ที่ต้องรับส่งข้อมูลนานเป็นสิบชั่วโมงแบบต่อเนื่อง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 เมษายน, 2015, 02:20:48 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #262 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 10:34:19 AM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #263 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 12:14:23 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #264 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 12:47:55 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???

ผมโฟกัสเรื่องการส่ง Data ครับ
Firewire เมื่อทำการส่งข้อมูล เพลง,วีดีโอ,ภาพนิ่ง จะทำงานแบบ isochronous ครับ โดยจองพื้นที่การส่งและตัวชิป Firewire ไม่พึ่งพา CPU เท่าไหร่
ทำให้ส่งข้อมูลได้ตามความเร็วตลอดแม้จะส่งข้อมูลเป็นเวลานานๆเป็นชั่วโมงครับ

ส่วน USB ส่งข้อมูลด้วยการสั่งการจาก CPU เป็นหลัก DAC USB ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลแบบ asychronus ลองค้นกูเกิลดูครับว่า USB 2.0 ตามสเปคนั้นเร็วกว่า Firewire 400
แต่เมื่อส่งข้อมูลที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น มันจะช้ากว่า Firewire 400 ครับ เพราะ USB ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอด

ตรงนี้เกิดความต่างของเสียงแบบชัดเจนครับ แต่ทดสอบให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ HDD ที่มีทั้ง USB และ Firewire ครับ เอาเพลงใส่ HDD เปิดฟังเทียบกันระหว่างสองพอร์ทนี้
จะเห็นว่าคุณภาพเสียงจากการส่งข้อมูลทั้งสองระบบแตกต่างกันครับ ผมมีเพื่อนที่ทำงานวีดีโออยู่หลายคน แน่นอนว่างานตัดต่อใช้ Firewire เป็นหลักครับ (ไม่มีใครสนใจ USB 3 เลย)
เขานิยมแบบง่ายๆให้ฟังว่า "ส่งข้อมูลแบบ Firewire เป็นการส่งข้อมูลดิจิตอลที่ทำงานแบบอนาล๊อก"


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #265 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 04:48:53 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???

ผมโฟกัสเรื่องการส่ง Data ครับ
Firewire เมื่อทำการส่งข้อมูล เพลง,วีดีโอ,ภาพนิ่ง จะทำงานแบบ isochronous ครับ โดยจองพื้นที่การส่งและตัวชิป Firewire ไม่พึ่งพา CPU เท่าไหร่
ทำให้ส่งข้อมูลได้ตามความเร็วตลอดแม้จะส่งข้อมูลเป็นเวลานานๆเป็นชั่วโมงครับ

ส่วน USB ส่งข้อมูลด้วยการสั่งการจาก CPU เป็นหลัก DAC USB ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลแบบ asychronus ลองค้นกูเกิลดูครับว่า USB 2.0 ตามสเปคนั้นเร็วกว่า Firewire 400
แต่เมื่อส่งข้อมูลที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น มันจะช้ากว่า Firewire 400 ครับ เพราะ USB ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอด

ตรงนี้เกิดความต่างของเสียงแบบชัดเจนครับ แต่ทดสอบให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ HDD ที่มีทั้ง USB และ Firewire ครับ เอาเพลงใส่ HDD เปิดฟังเทียบกันระหว่างสองพอร์ทนี้
จะเห็นว่าคุณภาพเสียงจากการส่งข้อมูลทั้งสองระบบแตกต่างกันครับ ผมมีเพื่อนที่ทำงานวีดีโออยู่หลายคน แน่นอนว่างานตัดต่อใช้ Firewire เป็นหลักครับ (ไม่มีใครสนใจ USB 3 เลย)
เขานิยมแบบง่ายๆให้ฟังว่า "ส่งข้อมูลแบบ Firewire เป็นการส่งข้อมูลดิจิตอลที่ทำงานแบบอนาล๊อก"




นั่นสิครับ  แล้วจากคำถามที่ผมถามข้างบน คำตอบคือ อะไรครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #266 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 11:08:29 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???

ผมโฟกัสเรื่องการส่ง Data ครับ
Firewire เมื่อทำการส่งข้อมูล เพลง,วีดีโอ,ภาพนิ่ง จะทำงานแบบ isochronous ครับ โดยจองพื้นที่การส่งและตัวชิป Firewire ไม่พึ่งพา CPU เท่าไหร่
ทำให้ส่งข้อมูลได้ตามความเร็วตลอดแม้จะส่งข้อมูลเป็นเวลานานๆเป็นชั่วโมงครับ

ส่วน USB ส่งข้อมูลด้วยการสั่งการจาก CPU เป็นหลัก DAC USB ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลแบบ asychronus ลองค้นกูเกิลดูครับว่า USB 2.0 ตามสเปคนั้นเร็วกว่า Firewire 400
แต่เมื่อส่งข้อมูลที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น มันจะช้ากว่า Firewire 400 ครับ เพราะ USB ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอด

ตรงนี้เกิดความต่างของเสียงแบบชัดเจนครับ แต่ทดสอบให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ HDD ที่มีทั้ง USB และ Firewire ครับ เอาเพลงใส่ HDD เปิดฟังเทียบกันระหว่างสองพอร์ทนี้
จะเห็นว่าคุณภาพเสียงจากการส่งข้อมูลทั้งสองระบบแตกต่างกันครับ ผมมีเพื่อนที่ทำงานวีดีโออยู่หลายคน แน่นอนว่างานตัดต่อใช้ Firewire เป็นหลักครับ (ไม่มีใครสนใจ USB 3 เลย)
เขานิยมแบบง่ายๆให้ฟังว่า "ส่งข้อมูลแบบ Firewire เป็นการส่งข้อมูลดิจิตอลที่ทำงานแบบอนาล๊อก"




นั่นสิครับ  แล้วจากคำถามที่ผมถามข้างบน คำตอบคือ อะไรครับ

การส่งDataไงครับเพราะ Firewire เป็น isochronous


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #267 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2015, 12:16:42 PM »
เมื่อวานบิด Motu 896 (รุ่นแรก) ได้ราคาพอรับได้ อีก 2-3 อาทิตย์ของน่ามาส่ง หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
หน้าตาแบบนี้ครับ



ขนาะ 2U ด้านหลังก็แบบในรูปเลย ไม่ต้องใช้หัว TRS แล้ว ให้เป็น XLR แบบเต็มๆ
Motu 896 เป็นรุ่นใหญ่ และเพื่อนผมที่ทำงานห้องอัดก็นิยมใช้กันมาก เพราะน้ำเสียงที่ดี และฟังก์ชั่นครบครัน
สำหรับผมถ้าได้ตัวนี้มาแล้วก็เรียกว่าพอเลย เพราะจะอัพให้ดีกว่านี้ต้องย้ายไปเล่นยี่ห้อ RME แล้วครับ

ผมเซิร์จเจอกระทู้จากที่อื่นๆที่เล่นระบบนี้ คือเอา Firewire ในสตูดิโอมาใช้ร่วมกับเครื่องเสียงบ้าน
แต่ที่ผมเล่นนั้นแตกต่างกันครับ เพราะผมไม่ใช้ไฟล์เพลงแบบ 16/44.1 อุปกรณ์ Firewire พวกนี้ ควรเปิดไฟล์ 24บิท 88.2 หรือขึ้นไปถึง 192 เพื่อให้เต็มประสิทธิภาพของตัวมันครับ
ไฟล์ 44.1 ถือว่าเป็นปลายทางที่บีบอัดลงแผ่น (คุณภาพหายไปจากออริจินอลตอนตัด) แต่ตัวมันนั้นทำงานกับไฟล์ที่ใช้ตัดต่อที่เป็นต้นฉบับครับ


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #268 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2015, 12:52:21 PM »
เมื่อวานบิด Motu 896 (รุ่นแรก) ได้ราคาพอรับได้ อีก 2-3 อาทิตย์ของน่ามาส่ง หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
หน้าตาแบบนี้ครับ



ขนาะ 2U ด้านหลังก็แบบในรูปเลย ไม่ต้องใช้หัว TRS แล้ว ให้เป็น XLR แบบเต็มๆ
Motu 896 เป็นรุ่นใหญ่ และเพื่อนผมที่ทำงานห้องอัดก็นิยมใช้กันมาก เพราะน้ำเสียงที่ดี และฟังก์ชั่นครบครัน
สำหรับผมถ้าได้ตัวนี้มาแล้วก็เรียกว่าพอเลย เพราะจะอัพให้ดีกว่านี้ต้องย้ายไปเล่นยี่ห้อ RME แล้วครับ

ผมเซิร์จเจอกระทู้จากที่อื่นๆที่เล่นระบบนี้ คือเอา Firewire ในสตูดิโอมาใช้ร่วมกับเครื่องเสียงบ้าน
แต่ที่ผมเล่นนั้นแตกต่างกันครับ เพราะผมไม่ใช้ไฟล์เพลงแบบ 16/44.1 อุปกรณ์ Firewire พวกนี้ ควรเปิดไฟล์ 24บิท 88.2 หรือขึ้นไปถึง 192 เพื่อให้เต็มประสิทธิภาพของตัวมันครับ
ไฟล์ 44.1 ถือว่าเป็นปลายทางที่บีบอัดลงแผ่น (คุณภาพหายไปจากออริจินอลตอนตัด) แต่ตัวมันนั้นทำงานกับไฟล์ที่ใช้ตัดต่อที่เป็นต้นฉบับครับ





อ้าว แบบนี้ก็อดฟังเพลงบ้าน ๆ เพลงฟังสบาย ๆ เลยสิครับ  :yahoo
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #269 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2015, 02:47:28 PM »
อ้าว แบบนี้ก็อดฟังเพลงบ้าน ๆ เพลงฟังสบาย ๆ เลยสิครับ  :yahoo
[/quote]

ตรงข้ามครับ เครื่องระดับนี้ยิ่งให้ความคมชัดสูงและแยกแยะความถี่ได้ดีเยี่ยม แผ่นที่เคยฟังว่าไม่ชัด มันก็ชัดเลย แผ่นที่ดูขุ่นๆ ก็ฟังแล้วเคลียร์
อย่างแผ่น Scorpion Still Living You เมื่อก่อนผมฟังว่าไม่ค่อยชัดและไม่เข้มเท่าไหร่ พอมาริปใหม่เป็น 24/88.2 และเล่นในระบบ Firewire มันกลายเป็นแผ่นนี้มันเจ๋งมาก
ทั้งลูกคอนักร้องและความต่อเนื่องของดนตรีดีเยี่ยม

ยิ่งแผ่นซาวน์แทรกจากหนัง Whiplash ที่มีความต่อเนื่องของความถี่ต่ำตลอดทั้งเพลง สำหรับระบบ Firewire และ Motu ของผมให้พลังได้ไม่มีตกครับ
แผ่นที่ผมฟังก็มีแต่เพลงบ้านๆครับ แต่ไม่ได้ฟังจากแผ่น เอามาริปเป็น 24/88.2 ก่อนก็สบายใจแล้วครับ (เวลาริปต้องต่อ Motu ไว้ด้วย เพราะโปรแกรมที่ริปสามารถเรียกใช้ฮาร์ดแวร์ Firewire ได้ครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤษภาคม, 2015, 02:50:07 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #270 เมื่อ: 09 พฤษภาคม, 2015, 10:55:20 AM »
สิบกว่าปีที่แล้ว ผมก็ตามค่านิยม คืออยากได้แผ่นที่ฟังชัดๆ ต้องซื้อระดับแผ่นออดิโอไฟล์

ผ่านไปหลายปีก็เกิดคำถามในใจ "ทำไมแผ่นธรรมดาเสียงมันไม่ค่อยชัด แล้วศิลปินที่ทำเพลง เขาอยากให้แผ่นเขาไม่ชัดแบบนี้เหรอ เพลงที่เขาทุ่มเทบันทึกมาแค่นี้เหรอ"
ทำไมผมต้องมาคอยเดินซื้อแผ่นระดับออดิโอไฟล์เพราะอยากฟังเสียงชัดๆ เพลงที่ผมอยากฟังมันคมชัดไม่ได้จริงๆเหรอ
คิดทบทวนอยู่หลังครั้ง กับประสบการณ์พลาดพลั้งหลายครั้งกับการเชื่อรีวิวในหนังสือ ก็ได้เวลา "ล้มกระดาน"

ผมเริ่มทดลองฟังจาก PC ใช้การ์ด PCI ต่อ COAX ออกไปหา DAC ผลลัพท์ก็ไม่น่าพอใจ เซ็ทอัพซอฟท์แวร์หลายแบบ ยังไงก็ไม่เวิร์ค จนไปปรึกษาเพื่อนที่เชี่ยวชาญเรื่อง Mac
คำตอบคือ "งั้นลองเชื่อมต่อแบบมืออาชีพเลย ในเมื่อทนรับคุณภาพเครื่องเสียงบ้านไม่ได้" คำตอบคือ "Firewire" ครับ

ผมก็กำเงินไปซื้อ M-Audio Firewire Audiophile ด้วยเหตุผลคือ มันเป็นแจ๊ค RCA (ตอนนั้นผมไม่รู้จักการต่อแบบบาลานซ์)
ข้างในหน้าตาแบบนี้ครับ จริงๆเป็นไอเดียที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่เลยที่ซื้อ M-Audio เพราะยังมีตัวเลือกอื่นมากมาย แต่ผมไม่ทันคิด ผมโฟกัสไปแค่เรื่องว่ามันจะอยู่ร่วมกับเครื่องเสียงบ้านอย่างไร


รูปจาก deepsonic.ch

ผมนึกถึงสุภาษิตจีน "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" ด้วยน้ำเสียงคมชัด สะอาด ทำให้ CD Player ที่ผมแสนจะภูมิใจไร้คุณค่าไปเลย
ตอนนั้นผมต่อกับ PC ครับ และหลังจากนั้นผมจึงได้ Mac mini มา และได้ซาบซึ้งอีกครั้งว่า "ฟังเพลงใช้ Mac เถอะครับ"
จนได้โพสเป็นกระทู้แรกที่นี่ในปี 2008 ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=29297

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #271 เมื่อ: 12 พฤษภาคม, 2015, 06:36:04 PM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น


ภาพจาก https://global.focusrite.com

ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:00:57 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #272 เมื่อ: 12 พฤษภาคม, 2015, 06:41:07 PM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น



ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร


ถามนิดครับ มันต่างจาก Firewire DAC ไหมครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #273 เมื่อ: 12 พฤษภาคม, 2015, 07:08:58 PM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น

ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร


ถามนิดครับ มันต่างจาก Firewire DAC ไหมครับ


ทำงานเหมือน DAC ครับ ไม่ต่างกับ DAC USB
เอาท์พุทอนาลอกเป็น Balance แบบหัว TRS และเอาท์พุทเป็น COAX ได้ด้วยครับ

สิ่งที่ต่างคือทำงานได้ทั้ง Digital to Analog และ Analog to Digital ครับ
ทีนี้ก็ร้องคาราโอเกะและบันทึกเสียงiร้องเป็น 24/96 ได้ครับ


ภาพจาก https://global.focusrite.com

แน่นอนว่าด้านกลังก็เป็นพอร์ท Firewire 400 แทน USB ส่วนช่องอนาลอกอาจไม่คุ้นตานัก แต่มันทำงานเป็นบาลานซ์ครับ เรียกว่าหัว TRS ก็คือหัวเฮดโฟนแบบสเตอริโอนี่ล่ะครับ
ที่ระบบบาลานซ์ในบ้านมีใช้งานกัน ก็เพราะดึงมาจากระบบมืออาชีพครับ ถูกออกแบบเพื่อจัดการกับสัญญาณรบกวนในการเดินสายยาว  แต่ได้ผลลัพท์เพิ่มขึ้นมาคือเสียงที่อิ่ม เข้ม
เครื่องเสียงบ้านเลยนำมาใช้ด้วย

ในภาพจะเห็นว่า ด้านหลัว Focusrite มี Firewire เพียงช่องเดียวครับ ก็ไม่สามารถนำ HDD มาต่อพ่วงได้
แต่ในภาพบน M-Audio มี Firewire สองพอร์ท คือสามารถนำ HDD Firewire มาต่อด้านหลัง M-Audio ได้ครับ เครื่อง Mac ก็จะเจอ HDD เป็นการใช้งานปรกติทั่วไป
ระบบ Firewire ออกแบบมาให้ต่อพ่วงกันได้แบบนี้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:01:22 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #274 เมื่อ: 13 พฤษภาคม, 2015, 12:02:13 AM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น

ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร


ถามนิดครับ มันต่างจาก Firewire DAC ไหมครับ


ทำงานเหมือน DAC ครับ ไม่ต่างกับ DAC USB
เอาท์พุทอนาลอกเป็น Balance แบบหัว TRS และเอาท์พุทเป็น COAX ได้ด้วยครับ

สิ่งที่ต่างคือทำงานได้ทั้ง Digital to Analog และ Analog to Digital ครับ
ทีนี้ก็ร้องคาราโอเกะและบันทึกเสียงiร้องเป็น 24/96 ได้ครับ



แน่นอนว่าด้านกลังก็เป็นพอร์ท Firewire 400 แทน USB ส่วนช่องอนาลอกอาจไม่คุ้นตานัก แต่มันทำงานเป็นบาลานซ์ครับ เรียกว่าหัว TRS ก็คือหัวเฮดโฟนแบบสเตอริโอนี่ล่ะครับ
ที่ระบบบาลานซ์ในบ้านมีใช้งานกัน ก็เพราะดึงมาจากระบบมืออาชีพครับ ถูกออกแบบเพื่อจัดการกับสัญญาณรบกวนในการเดินสายยาว  แต่ได้ผลลัพท์เพิ่มขึ้นมาคือเสียงที่อิ่ม เข้ม
เครื่องเสียงบ้านเลยนำมาใช้ด้วย

ในภาพจะเห็นว่า ด้านหลัว Focusrite มี Firewire เพียงช่องเดียวครับ ก็ไม่สามารถนำ HDD มาต่อพ่วงได้
แต่ในภาพบน M-Audio มี Firewire สองพอร์ท คือสามารถนำ HDD Firewire มาต่อด้านหลัง M-Audio ได้ครับ เครื่อง Mac ก็จะเจอ HDD เป็นการใช้งานปรกติทั่วไป
ระบบ Firewire ออกแบบมาให้ต่อพ่วงกันได้แบบนี้ครับ




ขอบคุณครับ  ที่ถามก็เพื่อให้คนทั่วไปมาอ่าน จะได้เข้าใจครับว่ามันคืออะไรครับ  :clap
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #275 เมื่อ: 13 พฤษภาคม, 2015, 08:33:38 PM »
ขยับคุณภาพขึ้นมาอีก ตามลำดับจาก M-Audio > Focusrite ต่อมาคือยี่ห้อ Motu ครับ

Motu ย่อจากชื่อเต็ม "Mark of the Unicorn" ตามข้อมูลที่หาได้ คือเป็นแบรนด์ที่ผลิต Firewire Audio Interface วางจำหน่ายเป็นเจ้าแรก



และให้น้ำเสียงได้ต่อเนื่องทุกๆช่วงความถี่ เป็นแบรนด์ที่เมื่อผมเดินไปหานักดนตรีหลายๆท่านและถามว่า "จะหา Firewire มาฟังเพลงสักเครื่อง"
คำตอบก็คือ "เอามาฟังเพลงใช้มั้ย ต้อง Motu เลย" แบรนด์นี้ผมได้รู้จักเพราะนักดนตรีแนะนำครับ (หลายท่านแนะนำแบรนด์นี้หมด) เพราะมีคำแนะนำว่า
 "Firewire Audio Interface หลายๆตัว ไม่ได้เหมาะกับการฟังเพลง มันมีหน้าที่เฉพาะของมันอยู่"


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #276 เมื่อ: 13 พฤษภาคม, 2015, 11:42:00 PM »
ต่อสักหน่อย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แหละ คนมาอ่านจะได้เข้าใจ

จริงๆ ผมคิดว่า ไม่น่าใช้คำว่า firewire interface นะครับ  เนื่องจาก มันมีสินค้าที่เป็น firewire interface หลายตัวที่ ไม่มี DAC Chip ในตัว หรือพูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้เป็น DAC ในตัว

กับอีกคำถามนะครับ เคยลองฟังเทียบกับพวก firewire dac ไหมครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #277 เมื่อ: 14 พฤษภาคม, 2015, 11:21:20 AM »
ต่อสักหน่อย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แหละ คนมาอ่านจะได้เข้าใจ

จริงๆ ผมคิดว่า ไม่น่าใช้คำว่า firewire interface นะครับ  เนื่องจาก มันมีสินค้าที่เป็น firewire interface หลายตัวที่ ไม่มี DAC Chip ในตัว หรือพูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้เป็น DAC ในตัว

กับอีกคำถามนะครับ เคยลองฟังเทียบกับพวก firewire dac ไหมครับ

ตัวที่ผมเขียนถึง ทำงานเป็น DAC ได้ทุกตัวครับ เพราะคัดเลือกมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านครับ (ทำงานแบบ Digital to Analog และ Analog to Digital )
ตัวที่ทำงานแบบดิจิตอลโปรเซสอย่างเดียว มีน้อยมากครับ อย่าง powercore firewire (tc electronics)

ไม่เคยฟังเทียบกับ Firewire DAC ครับ แต่เคยฟังเทียบกับ Weiss INT202 เปิดเทียบกับ TC Electronic Konnekt Live โดยใช้สัญญาณ COAX ออกมาจากทั้งคู่ เข้า DAC ของ Poem ฟังเทียบกันครับ
เสียงต่างกันครับ  Weiss INT202 น้ำหนักจะดีกว่า TC และโดยรวมเสียงก็เป็นลักษณะแบบ Firewire ครับ คือสะอาด คมชัด ไทมม์มิ่งดี

ก่อนหน้านี้ลองเทสต์แบบง่ายคือ คือ
Mac mini ต่อกับ M2Tech YoungDAC ผ่านสาย USB Nordost Blue Heaven ความยาว 4 เมตร
Mac mini ต่อกับ M-Audio Firewire Audiophile ผ่านสาย Firewire Elecom และ COAX ออกจาก M-Audio Firewire Audiophile มาเข้า COAX บน M2Tech YoungDAC
(ราคา M-Audio Firewire Audiophile รวมค่าสาย Firewire Elecom ยังไม่เกินค่าสาย Nordost ครับ)
ทั้งหมดต่อเข้าแอมป์ลำโพงชุดเดียวกันของ Poem คิดว่าเสียงต่างกันอย่างไรครับ ???

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #278 เมื่อ: 18 พฤษภาคม, 2015, 06:49:59 PM »
ภาพนี้คือ Apogee mini DAC Firewire วางจำหน่ายประมาณปี 2008
ทำงานได้ที่ 24/192 ในช่วงปีนั้น การฟังเพลงแบบ 24/96 ผมไม่แน่ใจว่าเร่ิมมีหรือยัง
เห็นได้ชัดว่าอุปกรณ์ในสตูดิโอทันสมัยกว่ามาก ผมจึงนำอุปกรณ์พวกนี้มาผสมกับเครื่องเสียงบ้านครับ





ภาพจากกูเกิลครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 พฤษภาคม, 2015, 06:54:49 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #279 เมื่อ: 21 พฤษภาคม, 2015, 01:41:03 PM »
Firewire เป็นระบบมืออาชีพสำหรับงานเพลงและงานวีดีโอ ที่ใช้มาอย่างยาวนานพอสมควรแล้วครับ
ตอนนี้ก็เริ่มขยับกันไปสู่ระบบที่ดีกว่าแล้ว นั่นคือ Thunderbolt ครับ ล่าสุดอย่าง Focuslite ก็ออก Thunderbolt Audio Interface ออกมาแล้ว
ยี่ห้อที่ออกมาก่อนหน้านี้เช่น

Apogee Ensemble Thunderbolt
Apogee Symphony
Universal Audio Apollo Twin
Universal Audio Apollo
MOTU 16A
MOTU 828x
MOTU 1248
MOTU 112D
Zoom TAC-2
Zoom TAC-2R
Zoom TAC-8
Resident Audio T4
Avid Pro Tools
Lynx Aurora 16
Lynx Hilo with Thunderbolt



ภาพจาก https://global.focusrite.com

ราคาเริ่มต้นที่สองหมื่นกว่าบาท (ราคาร้านค้าในไทย) หรือถูกกว่านี้ก็มียี่ห้อ ZOOM ที่หมื่นกว่าบาท แต่ผมไม่เคยฟังแนวเสียงยี่ห้อนี้ครับ
ถ้าจะลองเล่น Thunderbolt ตอนนี้ผมรอหามือสอง Motu 828X จะได้นำเสียงแบบที่คุ้นเคย (ของใหม่สามหมื่นกว่าบาท เทียบกับเทคโนโลยีแล้วก็ยังไม่แพง)

ในระดับราคาขนาด 1-2 หมื่นบาท ถ้าซื้อ USB DAC แบบที่ใช้ในบ้าน ผมก็ไม่ทราบว่าจะได้น้ำเสียงขนาดไหน
แต่สำหรับแบรนด์ดังอย่าง Focusrite น้ำเสียงนั้นต้องเยี่ยมแน่นอน เป็นแบรนด์ยอดนิยมในหมู่นักดนตรีที่เรียกว่าไม่มีใครไม่รู้จัก และมีรุ่นเริ่มต้นที่ราคาไม่สูงมากนัก


ภาพจาก https://global.focusrite.com

ภาพนี้คือ Focusrite Clarett  2Pre thunderbolt ราคาในต่างประเทศคือ £ 399.99 ครับ




พูดคุยเรื่อง Thunderbolt นิดหน่อยที่หน้าเฟสของคุณธานี
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=966324903398934&set=gm.705139276278500&type=1&theater
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:01:58 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #280 เมื่อ: 04 มิถุนายน, 2015, 10:38:40 AM »


ในที่สุดก็ได้มาครับ Motu ( Mark of the Unicorn ) รุ่น 896 (รุ่นแรก ปัจจุบัน MKIII แล้วครับ)





รุ่นนี้มือสองราคาหมื่นกว่าบาท ในระดับราคานี้ให้มองหา USB DAC มาเทียบเสียงนั้น ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะมีตัวไหนให้เสียงได้ใกล้เคียง
เพราะน้ำเสียงจาก Motu 896 นั้นน่าทึ่งมาก ไดนามิคดีเยี่ยม ให้ความถี่ได้สมูท ต่อเนื่อง ทำให้บรรดาแผ่นเพลงแนวเมทัล หรือแนวเสียงสังเคราะห์ ฟังได้อย่างรายรื่น จากที่เคยฟังว่าไม่ธรรมชาติเท่าใดนัก
รวมถึงให้ไทม์มิ่งได้ดีมากๆ ฟัง Fourplay แล้วได้ซาบซึ้งกับการประสานดนตรีอันน่ามหัศจรรย์ของศิลปินทั้ง 4 เรียกว่าเปิดแล้วไม่อยากกดหยุดเลย (เทสต์จนถึงตีสองกว่าครับ)

Motu 896 รุ่นแรกเทียบขนาดกับ Motu 828 MKII ครับ



Motu 896 น้ำเสียงทิ้งห่างจาก Motu 828 MKII ออกไปอีกระดับ (จริงๆหลายระดับมาก) สมกับเป็นตระกูลรุ่นใหญ่ครับ คุณภาพเอาท์พุทดีกว่ามาก (ปริ๊นด้านในใหญ่ก่ว่ามากครับ)


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #281 เมื่อ: 05 มิถุนายน, 2015, 12:14:45 PM »
เมื่อคืนลองต่อ Motu 896 และ Motu 828 MKII เข้า Macbook Pro Retina พร้อมกันครับ
ไดรเวอร์ก็มองเห็นทั้งสองเครื่องพร้อมกัน และสามารถส่งสัญญาณนาฬิกาให้อีกเครื่องได้หลายช่องทางด้วย
และเสียงต่างกันทันทีครับ ผมจะลองใช้ Motu 828 MKII เป็น Master Clock ให้ Motu 896 ครับ เดี๋ยวรอสาย COAX มาต่อกับช่อง BNC




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #282 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2015, 11:30:38 AM »


เจ้า Behlinger Firewire รุ่นเล็ก ราคาครึ่งหมื่น ผมซื้อมาลองฟังเพราะมือสองโคตรจะถูก ตอนนี้ไปประจำการที่ร้าน Coffee Model (Bangkok HiFi) มาได้สักพักแล้วครับ
ให้เสียงได้คมชัด ไทมม์นิ่งเยี่ยม ตามสไตล์ Firewire เจ้ารุ่นนี้เอามาฟังในบ้านเสียงจะบางไปหน่อย แต่ตอนนี้ต่อกับชุด PA ฟังได้เพลิดเพลินมากๆครับ ความเข้มจากแอมป์ PA เข้ากับเจ้าตัวนี้ได้ดีมาก
สำหรับรุ่นนี้ไม่ต้องลงไดรเวอร์ ต่อกับ Mac แล้วใช้งานได้เลยครับ ราคาขนาดนี้ไม่มี USB DAC มาเทียบได้ง่ายๆแน่นอน มือหนึ่งห้าพัน มือสองสองพันกว่าบาท ในระบบ Firewire


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #283 เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2015, 01:05:25 AM »
เซ็ทอัพสำเร็จครับ ใช้ Motu สองตัวพร้อมกัน ให้ตัวนึงเป็น Master Clock ส่งให้อีกตัวนึงผ่านสาย COAX หัว BNC
น้ำเสียงที่ได้ช่างเพลิดเพลิน น่าฟัง ทำให้ Still Loving You ที่ริปเป็น 24/88.2 กลายเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ หรือเปิด Jamiroquai - High Times ให้ไทม์มิ่งได้ดีเยี่ยมจนอยากลุกมาเต้นเลยครับ





หลังจากต่อแบบนี้แล้ว สิ่งที่ได้คือทุกอย่างยกระดับเสียงขึ้นมาหมดครับ เข้มขึ้น สะอาดขึ้น ชัดขึ้น เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไทม์มิ่งที่ฟังเหมือนดนตรีจริงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มิถุนายน, 2015, 01:08:22 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #284 เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2015, 11:19:21 AM »
MOTU นั้นใช้ไดรเวอร์ร่วมกันในหลายๆรุ่นครับ ผมต่อสองเครื่องเข้า Macbook Pro มันก็เห็นทั้งสองเครื่องทันที
จากนั้นก็มาเซ็ทอัพตรงสัญญาณนาฬิกาครับ ให้ Motu 896 ใช้สัญญาณจากภายนอกทาง Word Clock in


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #285 เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2015, 02:52:25 PM »
ส่งเจ้า MOTU 896 ไปให้ช่างอยู่ครับ ผมทดสอบอะไรที่แสนสาหัสไปหน่อยตอนพ่วง DVD DRIVE Firewire ไปเสียบตำแหน่งที่มันดึงกระแสแรงไปหน่อย
เจ้า Motu 896 ที่อายุร่วม 7 ขวบ ออกอาการงงแงง (แต่เป็นความผิดผมเอง)



ช่างบอกว่าน่าจะเป็นชิปตัวนี้แหละ
ลุ้นว่าจะซ่อมได้มั้ยครับ มีอีกหลายท่านรอฟังอยู่ซะด้วย
และล่าสุดได้คุยกับคุณโย จาก Total Sound มืออาชีพด้านเสียงตัวจริง มาให้คำแนะนำเพิ่มเติมเรื่อง Firewire ครับ
ได้รับข้อมูลระดับมืออาชีพมาอีกมาก จุดนี้ครับที่สำคัญ คือระบบที่เซ็ทอัพ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนจาก USB เป็น Firewire เท่านั้น แต่การจัดเตรียมไฟล์ให้ถูกต้องจากการริป การจัดเก็บ และมุมมองที่ต้องเอาใจใส่เรื่องสัญญาณนาฬิกาครับ
ถึงจะได้สัมผัสกับเสียงในอีกแบบนึงที่ก้าวกระโดดออกไปจากเครื่องเสียงบ้านครับ


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #286 เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2015, 06:53:15 PM »
^
|
|

นี่แหล่ะครับ เรื่องไฟล์และการจัดการเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ที่ผมพยายามจะสื่อให้ท่านเอ๊ะใจในกระทู้ตั้งแต่สักสองหรือสามหน้าที่แล้วมาแล้วแต่ท่านยังไม่เอ๊ะใจ อิๆๆ

 สิ่งที่คุณโยพูดนั้นถูกต้องเลยครับ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจาก usb--->Firewire แต่มันยังมีเรื่องอื่นอีกที่เกี่ยวข้องมีผลมหาศาลมากกว่านั้นอีก ที่พูดกันมาแค่องค์ประกอบที่ยังไม่ครบองค์รวม
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #287 เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2015, 11:14:26 PM »
^
|
|

นี่แหล่ะครับ เรื่องไฟล์และการจัดการเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ที่ผมพยายามจะสื่อให้ท่านเอ๊ะใจในกระทู้ตั้งแต่สักสองหรือสามหน้าที่แล้วมาแล้วแต่ท่านยังไม่เอ๊ะใจ อิๆๆ

 สิ่งที่คุณโยพูดนั้นถูกต้องเลยครับ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนจาก usb--->Firewire แต่มันยังมีเรื่องอื่นอีกที่เกี่ยวข้องมีผลมหาศาลมากกว่านั้นอีก ที่พูดกันมาแค่องค์ประกอบที่ยังไม่ครบองค์รวม


องค์ประกอบผมโพสไว้เรื่อยๆนะครับ ปัจจัยล่าสุดคือ Clock ครับ
อันดับการเทสต์ของผมมาตั้งแต่ปี 2008 ครับ

- Firewire Audio Interface (เริ่มปี 2007 M-Audio Firewire Audiophile)
- Mac vs PC
- Program สำหรับริป
- File Format Wave vs AIFF
- Player Program
- Firewire Audio Interface to COAX
- SSD vs HDD
- External OS X on SSD
- OS X
- File Format อัพ 24bit 44.1, 48, 88.2, 96, 192
- File Format อัพ 32bit 88.2
- Firewire Cable
- การแมทชิ่งสาย Firewire Cable
- Power Supply & AC Cable for Firewire Audio Interface
- Firewire Audio Interface หลายยี่ห้อมาเทียบกัน
- TRS Cable
- External DVD (USB) vs SATA DVD vs Firewire DVD
- ฐานวาง Firewire Audio Interface
- HDD และ External HDD Encloser
- ฐานวาง External HDD ลดการสั่น
- Macbook Pro Retina vs Macbook Air vs Mac mini
- XLR Cable for Motu 896
- Master Clock (ปัจจุบัน)

ถ้านับปัจจัยจริงๆมันก็เกินกว่าที่ควรมีแล้วครับ เพราะผมทดสอบการสั่นสะเทือนของ HDD ด้วย และสุดท้ายสรุปได้ว่า ในระบบต้องมีทั้ง SSD และ HDD
และการลดการสั่นสะเทือนของ HDD มีผลต่อเสียงทันที (วางที่ต่างกัน เสียงต่างกัน)

บางเรื่องผมไม่เขียนไว้เพราะถ้าไม่เทสต์ด้วยตัวเองต้องไม่เชื่อแน่ๆครับ แค่ไดรฟ์ DVD ที่เป็น Firewire กับ USB ริปเพลงมาแล้วเสียงห่างกันลิบโลก
และโปรแกรมที่ใช้ริปต้องเป็นโปรแกรมระดับสตูดิโอ (อันนี้ลองค้นหาดูนะครับ มีอยู่ไม่กี่ตัว แต่ตัวไหนเหมาะกับการริปเพลงที่สุด หามาทดสอบดูได้เลยครับ)

สำหรับการริปเพลงถ้ามองว่า "ก็มันเป็นดิจิตอล" อันนี้จบเลยครับ เพราะในสตูดิโอไม่ได้คิดแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับระบบดิจิตอลในสตูดิโอ(ที่เป็นมืออาชีพจริง)นั้นแตกต่างกับการมองแบบเครื่องเสียงบ้านอย่างมาก ต้องเข้าใจให้ได้ก่อนว่า "Firewire ส่งสัญญาณ Digital ด้วยวิธีแบบ Analog" ตรงนี้คือหัวใจ และผมก็เขียนไว้อยู่เรื่อยๆว่าผมริปเป็น 24/88.2 ให้น้ำหนักเสียงดีสุด เหตุผลก็แสนง่าย เพราะมัน x2 จากแผ่นCDครับ

แน่นอนว่าถ้าต้องการไฟล์เพลงมีคุณภาพ "ต้องริปเองจากแผ่นแท้ครับ" แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเหมือนการซื้อเพลงออนไลน์ และยุ่งยากกว่าตอนนั่งฟังมากครับ

ตอนนี้ลงระบบให้ลึกขึ้น โดยใช้คล๊อกแยก หลังจากที่ผมมี Motu สองตัว ส่วนคุณโยที่ผมได้คุยด้วย ใช้คล๊อก Apogee Big Ben (ฟังแล้วน้ำลายหก)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 มิถุนายน, 2015, 12:32:06 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #288 เมื่อ: 17 มิถุนายน, 2015, 12:54:38 PM »


หลังจากใช้ระบบ Firewire มาตั้งแต่ปี 2007 ตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนเครื่องเป็นตัวที่ 4 ครับ จากจุดเริ่มต้นด้วย M-Audio Firewire Audiophile
และต่อมาด้วย Motu Ultralite MKIII (วางจำหน่ายในปัจจุบัน) ต่อมาผมได้เปลี่ยนเป็น Motu 828 MKII ที่เป็นรุ่นกลางที่ตกรุ่นไปแล้ว (รุ่นปัจจุบันคือ MKIII และ X ที่เป็น Thunderbolt)
จนได้มีโอกาสซื้อมาเพิ่มอีกตัวคือ Motu 896 (เป็นระหัสตระกูลรุ่นท๊อป แต่ตัวที่ผมซื้อเป็น MKI รุ่นแรกในซีรี่ อายุก็ 7 ปีเข้าไปแล้วครับ)
ในภาพคือเทียบขนาดแต่ละรุ่นครับ บนสุดคือรุ่นล่าสุดแต่เป็นขนาดพกพา ตัวล่าสุดเป็นซี่รี่ใหญ่สุดแต่อายุ 7 ปี เทียบน้ำเสียงทั้ง 3 ตัว ผลที่ได้ทำให้ผมต้องบอกว่า "งานนี้สเปคไม่เกี่ยว"
เพราะเจ้า 896 น้ำเสียงดีกว่าอีกสองรุ่นแบบทิ้งห่างครับ ทั้งๆที่เก่ากว่ามากและใช้งานได้แค่ 24/96 ในขณะที่ตัวบนสุดทำได้ 24/192

ขนาดของมันดูจะเป็นคำใบคำตอบครับ เพราะภาคอนาล๊อกเอาท์ในรุ่น 896 นั้นดีกว่าในอีกสองตัว ในขณะที่ชิป Firewire Controller นั้นเก่ากว่ามาก (และมันฉลาดน้อยกว่าชิปเบอร์ใหม่ครับ)
แต่ผลที่ออกมาคือ 896 เสียงดีกว่า ทำให้ผมสรุปได้ว่า การมี DAC ที่มีภาคดิจิตอลเยี่ยมที่สุด ยังไม่ดีพอ ต้องดูคุณภาพอนาล๊อกเอาท์ด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 มิถุนายน, 2015, 02:43:20 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #289 เมื่อ: 23 มิถุนายน, 2015, 08:58:35 AM »
ตอนนี้ Motu 896 + Motu 828 MKII ที่ผมใช้อยู่น้ำเสียงมันลงตัวมาก และเล่นเพลงได้หลากหลาย แต่ก็ยังปรับแต่งได้อีกครับในเรื่องสาย Firewire
แต่ตอนนี้ต้องขอกระโดดมาเทสต์อะไรเพิ่มเติมที่มันล้ำหน้าหน่อย คือ External HDD แบบ Thunderbolt ครับ
สั่งของไปแล้ว แต่ยังไม่มา เลยหาวิธีเทสต์อีกแบบ คือพ่วง Macbook Pro เข้ากับ Mac mini ผ่านทาง Thunderbolt และสั่งการให้ Mac mini กลายเป็น External HDD แบบ Thunderbolt ในที่สุดก็ได้ทดสอบเสียงครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #290 เมื่อ: 29 มิถุนายน, 2015, 07:25:43 PM »
ได้พบข้อดีของการต่อ Clock แยกอีกอย่างก็คือ มีนสามารถล๊อกให้เป็น 88.2 ได้ตลอดเวลาครับ
เมื่อก่อนผมใช้ 828 MKII ฟังไฟล์ 88.2 แต่เมื่อเจอไฟล์ที่ซื้อจาก iTunes Store มันก็เด้งกลับเป็น 44.1
แต่เมื่อต่อคล๊อกแยกในปัจจุบัน ใช้ Motu 896 พ่วงกับ 828 MKII ตั้งให้เป็น 88.2 ผมเปิดไฟล์วีดีโอ MV Thriller ผลคือมันล๊อกสัญญาณเป็น 88.2 ตาม 828 MKII ครับ
ได้ไดนามิคดีขึ้นมาก และ Timing ที่ผมไม่เคยฟังมาก่อน ทำให้ MV Thriller ฟังได้มันส์และเพลิดเพลินยิ่งกว่าเก่าครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 กรกฎาคม, 2015, 10:14:44 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #291 เมื่อ: 20 กรกฎาคม, 2015, 12:38:30 AM »
ขยับจาก Firewire เป็น Thunderbolt แล้วครับในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล เลยได้ทดสอบเทียบระหว่าง External HDD Thunderbolt ยีห่้อ Akitio เป็น Thunderbolt เวอร์ชั่น 1.0 ด้านหลังมีพอร์ท Thunderbolt 2 พอร์ท
ไม่มีพอร์ท USB สามารถใส่ 2.5" HDD ได้สองลูกครับ ผมใส่ WD Scorpio Black 2.5" 7200rpm เป็น HDD ระดับ Performance ไว้ 1 ลูก




ต้องทดสอบงัดกับ  External HDD Firewire ยีห่้อ G-Technology ที่ใส่ HDD ของ WD รุ่น RE4 ซึ่งเป็น HDD ระดับ Enterprice

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กรกฎาคม, 2015, 12:43:09 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #292 เมื่อ: 24 กรกฎาคม, 2015, 12:39:30 PM »
ผมทดสอบโดยริปเพลงจากแผ่นแท้ลง HDD ทั้งสองลูกครับ โดยไม่ก๊อปปี้เพลงข้ามกัน ริปเป็น 24/88.2 ตามสูตรของผม ตอนริปเรียกใช้ Hardware เป็น TC Electronic Konnekt 48 ครับ เครื่องที่ใช้ทดสอบฟังเป็น Macbook Air 2011 โปรแกรมที่ใช้ทดสอบคือ Audirvana Plus และ Fidelia ครับ (App Fidelia ซื้อบน App Store ครับ เรื่องน้ำหนักสู้ Audirvana + ไม่ได้ แต่ให้เสียงได้เร็วกว่า เข้ากับ Macbook Air ที่น้ำเสียงเนือยเล็กน้อย)

จับมาวางบนแท่นแบบเดียวกันครับ



เทสต์ที่ Poem Audio แอมป์ ลำโพง ใช้ของที่นั่นครับ ฟังด้วย Macbook Air 2011 + TC Electronic Konnekt 48 (Firewire) ในการทดสอบนี้ ตัว HDD Thunderbolt เสียเปรียบอย่างมากครับ ทั้งคุณภาพ HDD และภาคจ่ายไฟ แต่ผลที่ได้นั้น เหมือนนักมวยตัวเล็กๆแล้วต่อยหมัดเดียวล้มยักษ์ไปเลยครับ คือเสียงที่ฟังจาก Thunderbolt HDD ให้เสียงได้กว้างมากๆ ไดนามิคที่ดีกว่า เสียงที่เปิดกว่า เบสที่ชัดกว่า ซาวน์สเตจที่แม่นยำกว่า ทั้งหมดนี้ชัดเจนมากๆแค่กดปุ่ม Play และเสียงที่ออกมายังไม่ถึง 10 วินาทีก็เรียกว่าให้คำตอบได้เลยว่าเหนือกว่ามาก หลังจากนั้นก็ฟังเทสต์อีกชั่วโมงกว่า ก็ยังยืนยันคำตอบเดิมครับ เทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Thunderbolt ที่ออกแบบสำหรับการส่งข้อมูลระดับมืออาชีพ (ผมก็ขอนิยามวิธีส่งข้อมูลไว้แบบนี้ละกันครับ Firewire > ส่งข้อมูลพลังเพลิง, Thunderbolt > เร็วฟ้าผ่า, USB (Universal Serial Bus) > ขนส่งมวลชนมหานิยม)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กรกฎาคม, 2015, 12:42:57 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Pran

  • Freshy
  • กระทู้: 11
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #293 เมื่อ: 27 กรกฎาคม, 2015, 12:20:46 PM »
แล้วการฟังเพลงผ่านสาย HDMI ไม่ทราบว่าดีกว่าหรือไม่ครับ เพราะทั้งใน คอมฯ และ DAC ปัจจุบันจะมี Port HDMI เที่ยบกับ USB Firewire Thunderbolt

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #294 เมื่อ: 27 กรกฎาคม, 2015, 07:46:05 PM »
แล้วการฟังเพลงผ่านสาย HDMI ไม่ทราบว่าดีกว่าหรือไม่ครับ เพราะทั้งใน คอมฯ และ DAC ปัจจุบันจะมี Port HDMI เที่ยบกับ USB Firewire Thunderbolt

ผมไม่มีโอกาสได้ใช้ DAC ที่ต่อ HDMI ครับ แต่พอร์ทการส่งข้อมูลจะแบ่งตามระดับการใช้งานครับ

- USB ใช้ทั่วไป สะดวก ส่งข้อมูลและเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ปลายทางเป็นหลัก
- Firewire เป็นระดับโปรสตูดิโอ ใช้มาเกือบสิบปี ทั้งงานเพลงและงานวีดีโอไฮเดฟ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตลอดช่วงเวลาการส่งข้อมูล (จึงเหมาะกับงานเพลงมากกว่า USB)
- Thunderbolt ระดับโปรสตูดิโอล่าสุด รองรับงานตัดวีดีโอระดับ 4K เป็นความเร็วที่ทำลายขีดจำกัดการสร้างสรรค์งาน ปัจจุบันเวอร์ชั่น 2.0 และจะมี 3.0 ในปีหน้าครับ

สำหรับการฟังแบบเน้นคุณภาพเสียง ผมจึงเลือกใช้ Firewire มาตั้งแต่ปี 2008 ครับ  ตอนนี้ 2015 ก็ขอก้าวเข้าพรมแดน Thunderbolt ครับ
สำหรับ USB ผมไว้ใช้กับงานที่ไม่ซีเรียสครับ


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #295 เมื่อ: 31 กรกฎาคม, 2015, 01:19:48 AM »
แล้วการฟังเพลงผ่านสาย HDMI ไม่ทราบว่าดีกว่าหรือไม่ครับ เพราะทั้งใน คอมฯ และ DAC ปัจจุบันจะมี Port HDMI เที่ยบกับ USB Firewire Thunderbolt

DAC ที่ต่อ HDMI แต่ละตัว ทำงานไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่นะครับ แล้วแต่ design มา คงจะเทียบยาก อย่างเช่น บางตัว ใช้เชื่อมต่อจาก digital interface อีกที
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #296 เมื่อ: 01 กันยายน, 2015, 01:42:58 AM »
ถึงการเชื่อมต่อแบบ USB จะฮิตมากๆในวงการเครื่องเสียง แต่สำหรับผมที่ได้สัมผัสกับระบบ Firewire มาตี้งแต่ก่อนปี 2008
คงไม่ได้เล่นระบบ USB แน่นอนครับ ผมมองหาสิ่งที่เหนือกว่า Firewire ขึ้นไปอีกระดับ และในที่สุดก็มาถึง
พรมแดนของระบบ Thunderbolt ซะที



ซ้ายสุดคือ External HDD แบบ Thunderbolt ยี่ห้อ  Akitio ข้างในใส่ HDD WD Scorpio Black 2.5" 7200rpm 750GB ไว้หนึ่งลูกครับ (กล่องนี้ใส่ได้ทั้งหมด 2 ลูก)

HDD ตัวกลางคือ Lacie Thunderbolt 2.0 ใส่ HDD WD RE4 3.5" 2TB

ถัดมาคือ Promise Pegasus J4 ใส่ HDD WD Scorpio Black 2.5" 7200rpm 750GB ทั้งหมด 4 ลูก ทำ RAID 0 ครับ

น้ำเสียงของ HDD แบบ Thunderbolt ฉีกแนวไปจาก Firewire ขึ้นไปอีกระดับ เรียกว่า HDD Firewire ใช้สาย Firewire เส้นละหมื่นกว่าบาท ไม่สามารถให้เสียงได้เทียบเคียงกับ HDD Thunderbolt ที่ใช้สายของ Apple เส้นละพันกว่าบาทได้เลย เนื่องด้วยเทคโนโลยีการส่งข้อมูลที่ล้ำหน้ากว่ามากนั่นเองครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #297 เมื่อ: 01 กันยายน, 2015, 11:25:11 AM »
ตอบข้อความคุณ nang kang-pla ไปแล้วครับ แต่ไม่แน่ใจว่าส่งออกมั้ย

ออฟไลน์ nang kang-pla

  • ทำวันนี้ให้ดีเพื่อวันพรุ้งนี้ และอย่าทำวันนี้ไม่ดีเหมือนเมื่อวาน
  • *****
  • กระทู้: 974
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #298 เมื่อ: 01 กันยายน, 2015, 09:54:57 PM »
ตอบข้อความคุณ nang kang-pla ไปแล้วครับ แต่ไม่แน่ใจว่าส่งออกมั้ย
ครับได้รับแล้วครับ เดี๋ยวจัดการสิ่งต่างๆให้เรียบร้อยก่อนเดี๋ยวาเวลาว่างจะรีบดำเนินการครับ
เลขบันชีและที่อยู่ครับ>>>http://www.htg2.net/index.php?topic=42109.0

ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ สิ่งที่ทำไม่ได้คือยังไม่ใด้ทำ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 469
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #299 เมื่อ: 01 กันยายน, 2015, 11:20:07 PM »
ตอบข้อความคุณ nang kang-pla ไปแล้วครับ แต่ไม่แน่ใจว่าส่งออกมั้ย
ครับได้รับแล้วครับ เดี๋ยวจัดการสิ่งต่างๆให้เรียบร้อยก่อนเดี๋ยวาเวลาว่างจะรีบดำเนินการครับ

 กดตอบในข้อความแล้วขึ้น Tap ใหม่ตลอด เลยไม่รู้ว่าข้อความส่งออกไปหรือเปล่าครับ

ช่วงนี้มึนงง เพราะทดสอบ Thunderbolt แล้วมีอะไรต้องทำมากมายเลยครับ ที่มึนงงคือผมซื้อไปได้ยังไง
กล่องใส่ HDD แบบ Thunderbolt หมื่นกว่าบาท แต่มันก็ตื่นเต้นและเร้าใจมากครับกับคุณภาพเสียง