ผู้เขียน หัวข้อ: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้  (อ่าน 55557 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
เนื่องจากนักเล่นหน้าใหม่� บางท่านอาจจะยังไม่ทราบเรื่อง� accessories� มีผลอย่างไรต่อเสีบงและภาพอย่างไร
 จากที่ผมได้ออกไปประจำอยู่ที่ร้าน ระยะหนึ่งพบว่า� บางท่านเล่นมานานมากก็ไม่เชื่อเรื่อง accessories
แต่พอได้เล่นแล้วบอกสนุกดีครับ
กล่าวถึง
� เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา� โชคดีได้รับคำแนะนำจาก� อจ.หลายท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ� และได้สัมผัสจริงแต่ยังไม่ครบ�
กระบวนท่าเพราะอีกอย่างมากมายจริง� � �บางอย่างก็หาได้� บางอย่างอยู่สูงเกนเอี้อมถึง� �

ในขณะที่เล่นก่อนหน้านี้ ผมอาจโชคดีได้รับการแนะนำ อจ. และพี่ๆอีกหลายท่าน� �แต่ก็ยังคงพบว่ามีมากมายนัก�

ส่วนอจ.และเพื่อนหลายท่าน ที่ผมนับถือ
เฃ่น อจ.จงจินต� �อจ.มัง� พี่สมชาย� พี่ KJ� �อจ.หมอtj โจ้ยุทธพง ( กำลังจะกลับมาเขียนเรื่อง� �accessories� )
และอจ. Ae ผู้ขยันหามาให้เล่น� ข้ออ้างอิงจากพี่พจน์� ซึ่งก็มี� �accessories� มากมาย และอีกหลายท่าน�
จริงอยากจะรวบรวมข้อมูลจากหลายๆทางมาให้เพื่อนๆ� �และสรุปมาให้อ่านและจะอ้างอิงของนักเขียนหลายท่านมาให้อ้าน

 เผื่อเพือนหน้าใหม่สนใจอยากลองได้สัมผัสจริง�
และจะหลงไหลครับ�
พอจะแบ่งได้หลายหมวด� วิธีใช้� และผลที่ได้
1.หมวดทับ เครื่อง
2. หมวดรองเครื่อง รองสาย
3.หมวดไฟฟ้า และสายไฟ ปลักต่าง
4.หมวดจูนเสียง� อคูลสตริค� รอบห้อง
5.และการนำ� สินค้านอกมา diy�
� งานนี้มีหลายท่านเป็นนักเล่นของแปลก� มากมายที่ไม่รู้จัก�
จึงต้องขอรายละเอียดแบ่งประสบการณืที่ได้จาการเล่น� �accessories� �นั้นด้วยครับ
 บางครั้งอาจจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจจะมีผลตาม ค่าของเครื่องที่มีอยู่� แต่ก็จะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆท่านอิ่นได้เล่น�
และมีความสุขกับการเล่น เครื่องเสียง�
ส่วนผมพยายามจะรวบรวมอีกครั้ง� เผื่อเพือนท่านใดสนใจ� จะส่งไปให้อ่าน
จึงอยากให้เพื่อนช่วยเล่าประสบการณ์กันครับ
 ขอบคุณ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มกราคม, 2005, 11:44:42 PM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ หมอทีเจ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,369
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:07:26 AM »
เอชักสงสัย  ขุนจิตตัวจริงหรือเปล่านี่  เขียนเป็นงานเป็นการ  จัดหมวดจัดหมู่เป็นกะเขาด้วย อิ อิ
ตัวกรองไฟของ Au ลองต่อตรงให้เมื่อวานนี้เสียบทีวี  ใกล้เคียงกะที่ใช้อยู่แต่ยังไม่ดีกว่านะท่าน  ค่าลองไว้จะต้องคิดซักหน่อยเพราะก้ม  ๆ เงย ๆ ปวดหลังเหลือเกิน  ทรมานคนแก่
ส่วนแผ่น ABCDE จะลองในเร็ววันนี้  ถ้าดี  ยึด

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:09:37 AM »
ชิมลางนะครับ �อย่างกรณีจะพูดถึงปลักผนัง �จะอ้างอิงมาจากเวปอื่นๆ �
แต่จุดประสงค์หลักก็คือรวบรวมมาให้อ่านกัน �เพื่อเป็นการศึกษา
 � � � � �ส่วนผมทำหน้าที่รวบรวมให้อ่าน
อ้างอิงจากhttp://www.noom-hifi.com/

Accessories หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับการอัพเกรด ปรับปรุง
และ ส่งเสริมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องเสียง ให้แสดงประสิทธิภาพสูงสุด จึงมีให้เลือกหาเลือกใช้ อย่างล้นหลามใน
ตลาดเครื่องเสียง นับแต่อดีต จวบถึงวันนี้ แต่ละชิ้น ล้วนได้ผ่านการคัดสรร และ กลั่นกรองจากผู้ผลิต
เพื่อเป้าหมายเดียว คือ เน้นที่ความคุ้มค่า ในการใช้งาน นี่คือทางเลือกหนึ่ง สำหรับนักเล่นเครื่องเสียง
ผู้หลงใหลในบทเพลง และ ดนตรี

ที่นี่...เราได้เล็งเห็นความสำคัญ ของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ด้วยเหตุผลข้างต้น อย่างจริงจัง อาจพูดได้ว่า
เป็นที่ที่ มีอุปกรณ์เสริม หลากหลายชนิด ให้นักเล่นฯ เลือกหาได้อย่างเต็มที่ ด้วยบริการ และ สนนราคา
ชนิดที่ พูดได้ว่า คนคอเดียวกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับระบบไฟเอซี, สายไฟเอซี,
สายสัญญาณสายลำโพง, อุปกรณ์เชื่อมต่อ สัญญาณรูปแบบต่างๆ, �อัพเกรดอุปกรณ์ภายใน และ
ภายนอกวงจร, โมดิฟายอุปกรณ์ ในจุดสำคัญ ที่เน้นคุณภาพ สูงสุด ด้วยการลงทุนที่ต่ำที่สุด

.....เรายินดีรับใช้นักเล่นฯทุกท่าน ในโลกของอุปกรณ์เสริมฯ และ ด้วยความหวัง
ที่จะเห็นนักเล่นนักฟัง มีความสุขจากการเล่นเครื่องเสียง ทั้งในแง่ของศาสตร์ และ ศิลป์
คุ้มค่าเงิน ที่ทุ่มเทลงไป ...ยินดีรับใช้ครับ � �

เริ่มจากปลัก� ทีมีขายกันก่อนครับ �ตอนนี้นิยมสูงสุด �ราคาขายกัน 4-5พันกว่า

1.WATTGATE 381

Wattage 381 อยู่ในระดับปลั๊กไฟเอซีออดิโอ 5 ดาว
บรรยากาศก็ดี มิติเวทีเสียงที่ได้องค์รวมอันสมบูรณ์ก็ดี
ไดนามิคสารพัดทั้งไดนามิคเรนจ์ก็ดี ไดนามิคคอนทราสต์ก็ดี
ไดนามิคทรานเซียลก็ดี ช่างอุดมสมบูรณ์ถึงที่สุด

ความสำคัญที่แท้จริง หาได้อยู่ที่ว่ามัน "มี" เท่านั้น แต่ "มี"
แล้วมันถ่ายทอดออกมาได้เหมาะสมถูกจังหวะจะโคนนี่สิท่าน
เหลือเกินจริงๆ หาใช่มีตัวใดตัวหนึ่งแล้วล้ำหน้าอยู่ตลอดเวลาก็เปล่า
หรือประเภทฟังเพลงแนวไหนๆ ก็คึกคักร่าเริงชัดคม
ตึงตังไปทุกโน้ต นั่นก็ไม่ไหว พวกนั้นจะดึงดูดความน่าสนใจ
ในช่วงต้นๆ เท่านั้นความต่อเนื่องลื่นไหลที่ให้ความเป็นดนตรีก็ดี
ชนิดฟังเพลงเป็นเพลง ฟังดนตรีเป็นดนตรี นี่ดูเหมือนเป็นไม้ตาย
ที่ทำให้ปลั๊กไฟเอซี Wattgate 381 ทิ้งห่างชาวบ้านชาวช่อง
ชนิดไม่เห็นฝุ่นกันล่ะใครเล่นเครื่องเสียงเพื่อต้องการเสพย์
อรรถรสแห่งสิเน่หาของบทเพลงดนตรีกันแล้ว ปลั๊กไฟเอซียี่ห้อนี้รุ่นนี้
ช่างรังสรรค์มาเพื่อหน้าที่นั้นโดยแท้เอาเป็นว่าสลักหลัง
สั่งเสร็จไว้เลยทีเดียว นี่คือสุดยอดปลั๊กไฟเอซีชนิดฝังผนัง
ที่อุดมไปด้วยศิลปะทางเสียงอันประณีตศิวิไลซ์
ควรค่าแก่การใช้งานในซิสเต็มอย่างยิ่ง

http://www.noom-hifi.com/wattgatemain.html
วิธีการประกอบ� ตำแน่งดีที่สุดควรติดผนัง

ต่อตรงตามวิธี wattgate 381� �
� � � � � เคร็ดลับการต่อปลักผนัง 381
� � � �-ใช้ ขั้ว + เข้าด้านที่ห่าง กราวด์� �
� � � �-ใช้ขัว� -� เข้าด้านใกล้กราด์� �ต่อตามแนวทะแยง
� � � �- ส่วนกราวด์ปรกติ� แต่
� � ส่วนดีสุดมาของ wagate 381 คือ� ช่องไม่มีดาวครับ�




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 05:52:18 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:16:35 AM »
ปลักตัวที่ 2    ราคา ลองลงมา  แต่  น่าจะยังหาของไม่ได่  ส่วนผมก็ไม่เคยได้ลองครับ

Isoclean Power ICP-002
รุ่นที่กำลังจะรายงานผลการลองเล่นตัวนี้มีความน่าสนใจหลายอย่าง
แต่ที่เด่นที่สุดก็น่าจะเป็นเพราะเพราะโลหะที่ใช้เป็นตัวนำกระแสนั้น
ได้ผ่านการชุบทองคำแท้ 24 K มาเหลืองอร่ามทั้งตัว
นับเป็นปลีกไฟตัวแรกของวงการเครื่องเสียงฯที่ใจป้ำลงทุนขนาดนี้
คุณสมบัติเด่นอื่นๆนอกจากนี้ได้แก่ (ขออนุญาตทับศัพท์)

- EMI NOISE ISOLATION
- HIGHT QUALITY NON FERROUS METERIAL
- SOUND SPECTRUM UPGRADES
- MORE TRANSPARENT
- REDECE BOOMING
- MORE DETAILED
- AIRY & SPACIOUS
ราคาขาย 3,400 บาท
รูปร่างของปลั๊กไฟตัวนี้ก็ดูสมราคาขายสามพันปลายๆ แผ่นเพลทโลหะสีทองหนาราว 4 มม. ที่หนาและหนักมีความแข็งแรงเกินมาตรฐานเป็นสิ่งที่บ่งบอกคุณค่าได้ดี ตัวปลั๊กไฟเองใช้แบบ
ของ NATIONAL เนื้องานเข้าขั้นเนี๊ยบ ตัวนำชุบทองแนบแน่นไมครอนสูง ไม่ร่อนลอกเมื่อ
ต้องบิดขันรุนแรง ให้หน้าสัมผัสแนบสนิทเต็มที่
เท่าที่ใช้งานกับเครื่องหลายประเภท ไม่พบว่า
Isoclean Power ICP-002 แสดงอาการอั้นตื้อจาก
จ่ายกระแสไม่พอ ซึ่งสังเกตได้จากเสียงทั้งหมดจะไม่มีไดนามิก
ส่ออาการกร้าวแข็งเมื่อเร่งวอลลุ่มดังๆ ทำให้ใช้งานได้กว้าง
เท่าที่ต้องการ มาที่แนวเสียงกันบ้างบุคลิกหลักของปลั๊กไฟตัวนี้
ให้โทนเสียงติดไปทางสุกสว่างเปิดเผยแต่ผสมความอบอุ่น
นุ่มนวลไว้ในที เนื้อเสียงสุกใสมีผิวเสียงเกลี้ยงเกลาสมกับคำโฆษณา อาการเสียงเจิดจ้าเหมือนปลั๊กไฟราคาต่ำกว่าบอกได้คำเดียวว่า.....
ลืมไปได้เลย แสดงว่าเสียงบอบบาง?
ตอบทันทีว่าไม่บอบบางอย่างแน่นอน แม้จะให้โทนเสียงหลักๆจะ
เอียงไปทางโปร่งสว่าง กระจ่าง และเปิดเผย แต่จัดอยู่ในระดับ
กำลังดีไม่มากเกินไปแน่นอน เปรียบเป็นแสงแดดก็ต้องเป็น
แดดตอนสิบโมงเช้าไม่ใช่ตอนเที่ยงตรง เนื้อเสียงทั้งหมด
มีความสะอาด เกลี้ยงเกลา มีมวลอิ่มเอิบและให้รูปทรง
บอดี้เสียงได้ชัดเจน เด่นมากกับเสียงกลางที่เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
ให้สเกลค่อนไปทางอิ่มใหญ่เล็กน้อย เสมือนนั่งใกล้ขอบเวทีขึ้น
อีกแถว ข้อดีคือทำให้รับรู้รายละเอียดที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย
ไม่ต้องเพ่งฟังตั้งใจ
กับแนวเพลงร้องของนักร้อง แนวเพลงแจ๊สบรรเลงน้อยชิ้น นับว่าตรงประเด็นสุดแล้วกับปลั๊กไฟตัวนี้
ไม่น่าเชื่อว่ามันจะถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลงแนวนี้ได้ซาบซึ้งตรึงใจ ยิ่งเป็นเสียงนักร้องสาวเสียง
คริสตัลทั้งหลาย ยิ่งถูกเรื่อง ครั้งหนึ่งเมื่อกำลังเล่นเพลง Danny Boy ของ Jacintha
มันทำให้เคลิบเคลิ้มล่องลอยจนลืมจับประเด็น ทั้งที่มือยังถือปากกากระดาษไว้ตลอด
ต้องมานั่งฟังใหม่หลายรอบ ก็เสียงที่อิ่ม มีบอดี้เป็นตัวตนสวยงาม ถ่ายทอดรายละเอียดครบถ้วน
ได้ยินแม้เสียงปิดไมค์ช่วงท่อนแยกก่อนจะขึ้นดนตรี (ซึ่งเป็น Backgroundnoise ของการบันทึก)
น้อยมากที่จะได้ยินจากปลั๊กตัวอื่นที่มีราคาเทียบเท่าใกล้เคียง นับเป็นการถ่ายทอดรายละเอียด
ในส่วนของความใสที่ยอดเยี่ยม ความใสเดียวกันนี้ แสดงศักยภาพได้ดีเยี่ยมอีกครั้งกับแนวเพลงคลาสสิค
เครื่องดนตรีในตำแหน่งต่างๆได้ถูกแบ่งแยกเป็นลำดับชั้น มีตื้นลึก สัมผัสจับต้องได้ราวกับมีอยู่จริง
บรรยากาศโถงบันทึกที่แสดงขอบเขตของเวที เด่นชัด ทั้งหมดถูกเชื่อมโยงด้วยความใสที่อ้างถึง
หล่อเลี้ยงเชื่อมโยงกันจนเป็นผืนเวทีเดียว
ยิ่งเป็นแนวเพลงร้องประสานเสียง ยิ่งจะติดใจ
กับคุณสมบัติทางไดนามิก ผมพบว่ามันสามารถแสดง
ศักยภาพด้านไดนามิกได้ดีไม่แพ้ส่วนอื่น ช่วงของ
ไดนามิกเร้นจ์ทั้งหมดที่ถูกขยายออกทั้งสูงและต่ำในแบบ
สัมผัสรับรู้ได้ การไต่ระดับคอนทราสต์ที่ราบรื่น
ไม่ว่าเร็วหรือช้า หนักหรือเบา ดังหรือค่อย จุดนี้สำคัญ
เพราะยิ่งถ่ายทอดออกมาได้ดีมากเท่าใด มันจะแสดงถึง
คุณภาพรวมของปลั๊กไฟได้เป็นอย่างดี นอกจากคุณสมบัติหลัก
คือส่งผ่านกระแสและกำลัง
ชุดและระดับเครื่องเสียงที่เหมาะสม ?
จริงๆแล้วไม่จำกัดระดับ แต่เท่าที่ลองพิจารณาดูตามระดับราคาที่เหมาะสม
น่าจะเป็นชุดที่อยู่ในวงเงินไม่เกินแสนจะได้ความคุ้มค่าเหมาะสมมากกว่า
(เลยจากนี้หรือต้องการความเป็นที่สุด ให้หันไปมอง Watt Gate 381 ได้เลย ราคาห้าพันกว่า) และขอเสนอเจาะจงเพิ่มเติมว่าชุดเครื่องเสียงที่ขาดรายละเอียดเสียง ให้สุ้มเสียงอับทึบไม่เปิดเผย
หรือมีสำเนียงลีลาเรียบเรื่อย (พรรคพวกเรียก “เรื่อยๆมาเรียงๆ” เอ่อ ... ก็จริงของมัน)
ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะเลือกหาปลั๊กไฟ Isoclean Power ICP-002 ตัวนี้ไว้ใช้ในชุดเครื่องเสียงสักตัว
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ..... ลองแล้วจะติดใจ


http://www.noom-hifi.com/test.html


http://www.audio-teams.com/accessories/isoclean_ICP-002/1.shtml

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2007, 06:30:30 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:21:29 AM »
ปลักตัวที่ 3� ราคาไม่สูงนัก� �สามารถหาซื้อได้คล่องครับ� ราคาอยู่ ที่ 2500- 3000 บาท
FIM880

FIM880 เป็นปลั๊กไฟเอซี ที่ถือว่าเข้าไปใกล้เคียง Wattgate 381
มากที่สุด น้ำเสียงได้ดุล ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ หมายถึงดุลน้ำเสียง
ไปโทนเดียวกัน FIM880 มีสมดุลของสามโทนเสียง
ที่ได้น้ำหนักทัดเทียมกัน ไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน เสียงอิ่มเอิบ
ทุ้มมีน้ำหนัก มิติเวทีเสียงเปิดกว้าง
ถือว่าเป็นปลั๊กไฟเอซี
ดาวรุ่งที่มีแนวโน้มพุ่งแรงครับ ลีลาหรือแนวน้ำเสียง ไปสไตล์เดียวกับ
Wattgate381 ปลั๊กไฮเอ็นด์เลยทีเดียว สำเนียง ไปทางนั้นเลยครับ
เป็นปลั๊กเอซี ที่ควรแนะนำ อย่างยิ่ง สำหรับ นักเล่นเครื่องเสียง
ที่รัก การฟัง เชิงละเมียดครับ จัดลำดับเป็นรองก็เพียง Wattgate381
เพียงรุ่นเดียว เท่านั้น ถือว่าคุ้มสตางค์ในระดับ 4 ดาว
http://www.noom-hifi.com/fimmain.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 05:48:45 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:27:43 AM »
ปลักตัวที่ 4   ราคาขายอยู่ 1500-2000  บาท
The Acme Cryogenic Silver Plated Wall Receptacle

Acme Audio Labs เป็นปลั๊กไฟเอซี ที่ให้ดุลน้ำเสียงโดยรวม
กลมกล่อม มีความลื่นไหล ต่อเนื่อง ของเส้นเสียงดีมาก
เสียงกลางให้เนื้อเสียง ที่ออกหวานระรื่นชัดเจน
โดยเฉพาะ
กับแนวเพลงขับร้อง ด้วยเกรนเสียง ที่ละเมียดนุ่มเนียน ไม่มีคำว่า
เสี้ยนสากระคายหู แม้แต่น้อย
ปลั๊กผนังต้นทาง Acme น่าจะเป็นสิ่งที่คุณควรจะมีเอาไว้
ปลั๊กผนัง รุ่นนี้ให้ รายละเอียด ลึกๆได้ดีทำให้ได้ยินเสียง
เล็กเสียงน้อยที่ได้ยินไม่ถนัดมาก่อน ชัดเจนขึ้น ไม่ถึงกับประจาน
หรือ ล้ำหน้า มีเป็นธรรมชาติพอสมควรทีเดียว แถมด้วย
ความต่อเนื่อง (ช่วงเสียงกลาง) ที่โดดเด่นนี่ก็อีกหนึ่งที่เข้ากับ
เครื่องหลอดได้อย่างกลมกลืน
(ความคิดเห็นโดย เจ.เจ. ออดิโอทีมดอตคอม

http://www.noom-hifi.com/acmemain.html

 http://www.audiophilia.com/hardware/ma6.htm
 May 2003


Acme Audio Labs Wall Outlet



Martin Appel

 
Many audiophiles think nothing of spending hundreds if not thousands of dollars on products that lurk in and around the upgrade corner. From various exotic footers and cones to sand filled boxes and stands that have varying degrees of efficacy, we now have another class of device that promises great sonic improvements to add to the tweaker's bag of tricks. Various companies, including PS Audio and Monster, to name a few, have many products in which to plug your equipment for cleaner, purer power resulting in a more pleasing sonic presentation. I'm currently using Monster's HTS-2000 power strip/filter for my own system.

In my audio vocation and avocation, I am privileged to speak to many manufacturers, other reviewers and audiophile friends. Several have mentioned Acme Audio Labs duplex wall outlets with some passion. And as a trusted friend insisted I try it, the temptation and audio 'buzz' proved too much.


Acme Audio Labs, based in Eugene, Oregon produces and sells several interesting products. The one reviewed herein is the 15amp 125volt duplex wall outlet. For $40.00US you get a 'Cryogenically-treated', silver-plated duplex wall outlet. In addition, the elements are made of high content brass (at least 70% copper), which is also better for conductivity. The cryogenic process is designed to rearrange the molecular structure by immersing it in liquid nitrogen, around minus 400 degrees F! ACME uses JENA Labs and Kimber Cable for their cryogenic processing. The result of this frigid bath appears to improve the flow of electrons, or so we're told.

Now, what does all this mean for our intrepid audiophile? It takes a rather mundane and forgotten part and elevates it to an important role, making the listener aware of its contribution to the sonic picture. Installation is very straightforward. Just remove the wall outlet you are using and replace it exactly the way it was originally installed. Don't forget to shut down the electricity before you try this. If you're a little nervous about doing this ask an electrician or local handyman. It should take less than five minutes. The benefits will be worthwhile. According to the manufacturer, the unit needs thirty days to fully achieve its performance level. Something about the molecules aligning or the earth achieving its proper orbit. Who knows? Trek on.

So, what is to be gained from this somewhat nebulous step? Skepticism, be damned! Yet, it was peering over my shoulder quite cynically. Was this another case of "The Emperor's New Clothes"? For $40.00US, I took a chance. My first reaction after installation was one of piqued interest. I know I had just installed it and 30 days is what the manufacturer required, but something was definitely different. Was I really hearing a quieter background? Was the sonic presentation more relaxed, less aggressive? I walked away and told myself, wait the 30 days and come back and start critical listening. Well, you and I both know this was not going to happen. Who could wait that long? I left things on for about a week, 24 hours a day, and did some brief listening. Something was definitely happening and it was all good. What I said earlier about quieter background and an ease of presentation was even more apparent. What was also becoming more apparent was that instead of a flat, two dimensional, black background one typically hears, was a background that was characterized by a blackness that had a three dimensional spatiality to it engendering a feeling of anticipation and excitement.

What did this all mean? What did the music sound like? Isn't that the point? After much to'ing and fro'ing, I decided to be patient and wait the full 30 days before doing my serious listening evaluation (with intermittent sessions after two and three weeks).

Rather than giving you some specifics on each piece of music I played, I focused on the general sonic characteristics that developed from using the ACME outlet in my system. The most obvious result of its use was hearing a more relaxed and natural sonic presentation. Individual instruments had more separation, with accompanying greater clarity and bloom. Inner detail improved and the soundstage expanded allowing one to hear or 'see' further into the music. This cryogenic stuff appears to really work.


Thus, the ACME outlet had a positive effect on my system, not of the 'jaw dropping' variety but more 'pleasantly surprised'. I know that there are many products out there of the power conditioning/purifying type that claim all kinds of magic and for 'mucho' bucks, some are worth it and some not, but for the price of an audiophile CD, I can recommend you try Acme Audio Labs' wall outlet. You can't go wrong.


Keep listening.
 
Manufacturer's Comment

Martin,

Thank you for what I consider a very fair and accurate evaluation of the Acme Audio Labs AC outlet. Just one point. The cryogenic process used by JENA and Kimber is somewhat different. They both slowly lower the temperature down to about -310 degrees F using a computer controlled liquid nitrogen spray or radiator type transfer of temperature. At that point JENA actually immerses the items in liquid nitrogen which lowers the temps to below 400 F. Items are then returned to room temp over a long period. Kimber does not do the liquid immersion part, but experiments with ramping times. Both take much longer than the typical 24-hour process offered by the majority of cryo facilities. Again, thanks very much.

Michael Brinkman. Acme Audio Labs

Associated Equipment

Melior by Musatex transport, Silver Series Odeon Ag DAC - Modified by Birdland Audio
KORA Eclipse Preamplifier
Modified Innersound ESL Mark II amplifier
Sunfire True Subwoofer Mark II
Acoustic Zen Gargantua power cords, Martrix Reference II and Silver Reference II interconnects, MC2=ZEN, Silver Bytes Digital interconnects and Hologram II speaker cables
Black Diamond Racing Cones, Vibrapods, Monster HTS 2000
Thorens TD 115 Mark II turntable, Shure V 15 TYPE V w/ MR tip cartridge

Associated Recordings

Bluport, NOEL JEWKES QUARTET, If And When The Stars…BP-J005*
Pablo, The Alternate Blues OJCD-744-2 (2312-136 )
Grove Note, JACINTHA, Autumn Leaves, the songs of Johnny Mercer GRV2006-2
JVC XRCD, The Famous Sounds of three blind mice TBM-XR-9001
Eva Cassidy, Songbird G2-10045
London, Rossini Overtures-OSM/DUTOIT D164382
RCA Living Stereo, Stokowski-Rhapsodies 09026-61503-2 (Produced by Jim Merod and Steve McCormack using Acoustic Zen cables and the Odeon-Lite dac. Incredible live recording)
Brave Cool World, Napua Davoy, Until We Meet Again

Postscript

In my last review, The Birdland Audio Silver Series Odeon-Ag DAC, I promised a follow-up with the addition of their 'hyper stable jitter-free 20 ppm reclocker' module added to the unit. It's here and is burning in. Stay tuned.

The Acme Audio Labs AC outlet

Acme Audio Labs, 2480 McMillan Street, Eugene, OR. 97405
web: http://www.acmeaudiolabs.com e mail: contact@acmeaudiolabs.com
Price: USD$40.00
Source of review sample: Purchase
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2007, 06:28:00 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:31:06 AM »
ปลักตัวที่ 5 ราคาขาย 1800-2300 บาท   คงหาของยากหน่อยครับ
http://www.noom-hifi.com/acmemain.html
ปลั๊กไฟเอซี Cardas รุ่นนี้ ให้บอดี้หรือความเป็นตัวตน
ของแต่ละเสียงดีมากครับมีทรวดทรงเป็นตัวตนแล้วก็ออก
จะให้สเกลที่เหมาะสมดีมากทีเดียว ไม่แจ๋นหรือเป็นแค่เพียง
สองมิติ ประมาณชิ้นดนตรีก็ดี นักร้องก็ดี มีหุ่นหรือมีตัวตน
ที่แน่ชัด
ไม่วูบวาบบี้แบนอะไรทำนองนั้นโดยเฉพาะย่าน
เสียงกลาง น้ำเสียงออกหวานเสียด้วย ต่อเนื่อง ลื่นไหล
น่าประทับใจครับว่าไปแล้ว Cardas เป็นปลั๊กไฟเอซี
ที่ให้รายละเอียดของเสียงได้ดีพอๆ กับน้ำเสียงเลยทีเดียว
ไม่หยาบไม่สากแข็ง แล้วก็ให้รายละเอียดของเสียงเล็กๆ
น้อยๆ โดดเด่นในตัวเอง มีรายละเอียดครบชัด เป็นอย่างนี้
ตลอดช่วง ตั้งแต่ด้านทุ้มไปจรดปลายแหลมเลยทีเดียว
แยกแยะช่องว่างช่องไฟได้ดี ทำให้เวทีเสียงทั้งกว้าง
และลึกอย่างโอ่อ่า แถมให้ไดนามิช่วงทุ้มได้เด็ดขาดครับ
เอาเป็นว่า โดยรวมความแล้วปลั๊กไฟเอซีในราคาขายไม่เกิน
2,000 บาท ยี่ห้อนี้รุ่นนี้ อยู่ในระดับสามดาวครับท่าน
แนะนำให้เล่นได้เลย ถือว่าเป็นงบประมาณสำหรับปลั๊กไฟเอซี
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 05:55:00 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:37:59 AM »
ตัวที่ 6
ส่วนตัวนี้� น่าจะยังไม่มีใครเคยเล่นเป็นทางการครับ
fim 888 ราคาขาย usa 250$
� ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปเป็นทางการ� คงต้องให้ burn สุดก่อน� แต่ได้เป็นแนวทางบ้างแล้ว
 และเท่าที่สัมผัส� แรงปะทะของเสียงดีมากๆ  และรายละเอียดสูงมาก ช่องว่างระหว่างชิ้นดนตรีดีมาก 
แต่ราคา� แพงมากไป ฮิอิ
คงต้องฟังเทียบอีกตรั้งก่อนที่จะสรุป� แต่ดูแล้วเหมือน

Isoclean Power ICP-002
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 05:56:05 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ RAK

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,723
  • เพศ: ชาย
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 01:47:43 PM »
โอ้โห้ กระทู้นี้ ป๋า จิต มาแบบข้อมูลแน่นปึ้ก ข้อมูลเพียบ นับถือนับถือ  :) ;) 8)

ออฟไลน์ JBC

  • สมาชิกรุ่น Classic ....
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,718
  • เพศ: ชาย
  • JBC
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:27:16 PM »
กระบอกเฟอร์ไรต์ ใช้สวมสายสัญญาณ ปรมาจารย์บอกว่า ใช้ป้องกันการรบกวน สังเกตได้จากสายไฟ สายต่อพ่วงจิปาถะของอุปกรณ์คอมฯ จะมีเจ้าตัวนี้เสมอ เมื่อก่อนผมเอามาสวมสายภาพ composite ครับ เพราะเวลาดู DVD ภาพจะมีลายเส้นตามแนวทะแยง แต่ก็ไม่หาย พอดึงสายอากาศออก หายเป็นปลิดทิ้ง (สายอากาศ เป็นสาย RF จาก settop UBC ครับ แต่เวลาดู UBC จะไม่เป็น ใครทราบวิธีแก้ บอกกันด้วยครับ UBC เป็นเคเบิ้ล ไม่ใช่ดาวเทียมครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:06:21 AM โดย ขุนจิต »
:crazy

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 09:31:05 PM »
กระทู้แบบนี้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆสมาชิกมากทวี....ต้องไปหาข้อมูลมาลงบ้างครับ...แต่ติดที่ยังไม่มีกล้องเลย :'( :'( :'(
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 10:11:38 PM »
มาว่าวัสดุทับหลังเครื่องต่ออีกครับ
ตัวแรกเป็น
1.Gutwire notpad ราคาขาย 1100  บาท
Gutwire
  จะค่อนมาทางโทนอบอุ่น ไม่ไปเค้นย่านกลางสูงให้ล้ำหน้า
  หรือไปบีบโฟกัสให้รัดคมจนเกินไป  แยกแยะอิมเมจได้ดี
  วงขยายกว้างและลึกอย่างมีสัดส่วน ได้สมดุล
  ควบคุมทุ้มต่ำๆได้ดีเยี่ยม มีมวล ไม่ใช่แห้งบาง
นะครับ�

วิธีการใช้
1.วางบนเครื่องเล่น� CD DVD� preamp� amp� �จะให้ความอิ่มของเสียงดี� แต่แนะนำอน่าวางขนานตัวเครื่องเด็ดขาด
2วางบนหลังลำโพง
� � ถ้าวางขนานหน้าลำโพง� เบสจะลูกใหญ่ รูปวงจะกว้าง� และโดดมาด้านหน้า
� � ถ้าวางมาด้านหลัง� มิติจะลึก�
� ส่วนที่ดีจะวางตามยาวกับลำโพง� จะได้ความราบเรียบกว่า
3.วางรองใต้ สายไฟ เครื่อง 3 จุด สายลำโพง� จะให้ผลทาง้านความอิ่มของเสียง
 แต่มีหลายท่านบอกภาพใสขึ้นด้วย
http://www.gutwire.com/notepad-usage.htm

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:16:30 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 10:34:27 PM »
ตัวที่� 2 topper� Topper เป็นเครื่องเคียงที่คุ้มค่าเงินมากชิ้นหนึ่งในวันนี้ (ตกตัวละไม่เกิน 400 บาท) สามารถใช้งานได้เอนกประสงค์ ไม่มีการสึกหรอหรือต้องคำนวนน้ำหนักหรือเงือนไขใดๆในการใช้งานทั้งสิ้น� อ้าอิงมาครับ

ผลที่ได้
โฟกัสความชัดคมของความเป็นตัวตน ยังคงที่ ความสะอาดและรายละเอียดในช่วงกลาง คงที่ จะเพิ่มเติมเข้ามาก็คือดุลเสียงกลางต่ำ (ฟังได้จากเสียงเปียโนคีย์ต่ำหรือนักร้องชายเสียงบาริโทน) ให้มวลที่เอิบอิ่มขึ้น เช่นเดียวกับบรรยากาศที่แวดล้อมอยู่ในเวทีเสียง จะปรากฏชัดเจนขึ้น


วีธีใช้�
อ้างอิง
 1.หากเครื่องเล่นซีดี มีถาดรับแผ่นอยู่ด้านข้าง ให้วาง Topper สองชิ้นอยู่ด้านหน้า หนึ่งชิ้นไว้ด้านหลัง วางให้เป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า โดยหันร่องของ Topper ตามขวาง หันหน้ามาในทิศทางเดียวกัน (ระยะสามเหลี่ยม กว้างแคบ มีผลต่อคุณภาพเสียงนะครับ)

ในภาพเป็นเครื่องเล่นซีดี Ayre CX-7 ซึ่งมีถาดรับแผ่นอยู่ตรงกลาง แต่ผมวาง Topper ให้คุณดูเป็นตัวอย่างสำหรับเครื่องเล่นซีดีหรือดีวีดีที่ถาดรับแผ่น ไม่ได้จัดวางไว้กึ่งกลางเครื่อง
อ้างอิง
http://www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&id=2030
http://www.avbestbuy.com/catalog/index.php?cPath=23&osCsid=ea9f6114b53b22d831e980ff9e3658f8
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:28:00 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ Jood

  • An unlimited learning is DIY.
  • *****
  • กระทู้: 654
  • เพศ: ชาย
  • We just do it.
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 10:39:59 PM »
หยั่งงี๊...ป๋มว่าปี้ตู่ต้องเปิด Manual Room เพิ่มอีกห้องล่ะมั้ง.ขอรับ
ศึกษา ฝึกฝน เพื่อความมัน กับสิ่งที่ชอบทำ..

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 26 มกราคม, 2005, 10:47:21 PM »
ตัวที่3 อิฐมหัศจรรย์  db 5 db10
 ราคาขาย db 10  อยู่ ที่ 2500-3000  บาท ส่วน DB5 คงหายากมากครับ

รายละเอียด
db5 จะให้ย่านเสียงกลางไปทางสูงที่มีความสะอาด โปร่งใส เป็นความโปร่งใสที่นิ่ง ไม่วูบวาบ
คล้ายเป็นผืนแผ่นกระจกใสที่แผ่กว้างแน่นิ่งอยู่ตลอด ไม่เหมือนความใสของผิวน้ำที่กระเพื่อมวูบวาบตามแรงลม
ทุ้มกระชับแน่น ให้โฟกัสทุ้มลงต่ำๆได้แม่นยำ
ควบคุมเนื้อทุ้มไม่ให้ฟุ้งรุ่มร่ามแผ่เป็นเศษเป็นเงาออกมามากเกินไป
ปลายแหลมจะพลิ้ว สด ฉับไวสักนิด รายละเอียดดี ให้ความต่อเนื่องเป็นดนตรีดีมาก นักร้องมีลีลา

db10 ดุลเสียงโดยรวมจะออกไปทางสว่างกว่า เนื้อเสียงบางกว่าเล็กน้อย
คล้ายเป็นการเฉลี่ยหรือจับเอา db5 มาขยายหรือเฉลี่ยน้ำหนักให้กระจายคลุมไปในทุกย่านเสียง
ตั้งแต่ทุ้มไปทางสูงทั้งหมด สปีดจะลดหย่อนลงมาเล็กน้อย บรรยากาศด้านลึกก็ใกล้เคียงกัน

อิฐมหัศจรรย์ VPI มีอุปเท่ในการใช้งานพอสมควร
นักเล่นมือซนหรือหยุมหยิมคงถูกโรค เพราะคุณภาพของมันเหมือนปรับโฟกัสเลนส์กล้องประเภทเมน่วล
มีจุดที่ดีที่สุด ชัดเจนที่สุดอยู่เพียงโฟกัสเดียว รวมถึงทำเลที่ใช้งานด้วย ต้องสรรหากันพอควร
หาใช่วางลงตรงไหนก็เสียงดีไปหมด อันนั้นคงอุปาทานมากเกินไป
ข้อสำคัญอย่าวางอิฐมหัศจรรย์ VPI บนหรือใกล้กับทรานสฟอร์เอาท์พุทของเครื่องหลอดนะครับ
จะทำให้เสียงขุ่น ไดนามิคอั้น ปลายแหลมสโลปลงเร็วเกินไป
ก้อนเดียวกันนั้น ไม่ว่า db5 หรือ db10 ลองพลิกแต่ละด้านขึ้นลง วางด้านข้างแต่ละด้านขึ้นลง
หรือหันหมุนตามเข็มนาฬิกาบ้าง ทวนเข็มนาฬิกาบ้าง ในทำเลเดียวกันบนเครื่องเดียวกัน
จะได้บคุลิกน้ำเสียงและรายละเอียดแตกต่างกันไป ใครชอบแบบไหนก็จูนเอาแบบนั้นเถอะครับ
เวลาวางอิฐลงบนทำเลที่จะวาง ไม่ควรมีวัสดุใดๆรองรับนะครับ ยิ่งแนบสนิทกับพื้นผิวตัวเครื่องก็ยิ่งดี


 VPI db-5 เน้นการทำงานด้วยการขจัดสัญญาณรบกวนบริเวณทรานสฟอร์เมอร์ของเครื่อง, โดยเฉพาะสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากปฏิกริยาขดลวดของทรานสฟอร์เมอร์ จึงแนะนำให้วางอิฐมหัศจรรย์ db-5 ไว้บริเวณของทรานสฟอร์เมอร์ นี่คือประเด็นหลัก

 ถ้าในแง่ของคุณสมบัติที่ได้ ไม่ว่าใช้กับเครื่องเล่นซีดี, ดีวีดี, แอมป์ ฯลฯ ไม่แตกต่างกันนะครับ ขึ้นกับว่า อันไหนได้มากหรือน้อยเท่านั้น

ตำแหน่งการวางสำคัญมากครับ ผลพวงที่จะได้ทั้งหมด อยู่ที่การจัดวางเป็นสำคัญ นอกจากวางตรงกับทรานส์ฟอร์เมอร์แล้ว จุดเปราะบางหรือเอามือเคาะตัวถังเครื่องแล้วเกิดเสียงก้องชัดเจน อิฐฯที่ว่านี้ก็ยังช่วยแดมป์รีโซแนนซ์ส่วนเกินพวกนี้ได้ ในตำแหน่งที่เปราะบางนั่นละครับ

ในเครื่องเล่นซีดี แม้จะเป็นวงจรโหมดสวิทชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย การวางอิฐฯไว้เหนือตำแหน่งวงจรดีทูเอของเครื่อง ก็สัมฤทธิ์เช่นเดียวกัน

. ตามสภาวะธรรม ไม่มีอะไรตั้งอยู่ได้อย่างถาวร มีเกิดขึ้น แปรปรวนแล้วก็ดับลงที่สุด แต่อิฐฯที่ว่านี้ มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวจนอาจพูดได้ว่า ไม่มีข้อจำกัดในส่วนนี้ อย่างน้อยๆก็คุ้มกับราคาค่าตัวที่ซื้อหามาครับ





http://www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&id=2211
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:22:24 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ICE

  • ****
  • กระทู้: 293
  • เพศ: ชาย
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 27 มกราคม, 2005, 10:16:13 AM »
ท่านขุน!  อย่าลืมกระปุก  ลูกกะปุ๊กลุก ของท่าน อจ.มังด้วยนะท่าน

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 28 มกราคม, 2005, 06:52:36 AM »
ครับไม่ลืม� แต่จุดประสงค์ของพี่มังจะอยู่ในหัวข้อที่� �4� ครับ� และไม่มีรูปคงต้องรบกวนพี่หมอมาชี้แจง�� หรือคนที่ใช้ช่วยมาเล่าและวิธีการ� ส่วนผมได้แค่พี่ท่านสาธิตครับ�
อจ มังท่านเป็นจอมคมังเวทย์� แต่พี่ท่าน ชอบเก็บข้อมูลดีๆๆ� �ไว้คนเดียว� ลีลาเหลือร้าย� �ต่อว่าเลยได้โอกาศ�
มีที่เด็ดอะไรก็มาแย้มบ้างซิ� เก็บไว้นานจุกอกตายนะพี่� แซวๆ� ดูซิยอมให้ผมไปถึงห้องคราวนั้น�
สาธิตให้ชม� ดูเสร็จขอมาลองเล่นบอกไม่ขาย ไม่ให้ยืม� ไล่ออกจากห้องเฉย� ฮิฮิ� ได้จังหวะเลยขอบคุณคุณ� �ICe�
ดูซิต่อว่า อจ กลางอากาศ จะดูซิว่าจะใจดำ� ไม่ยอมเล่าและให้ความรู้น้องหน้าใหม่บ้างไหม�
เดี้ยวนี้ก็ไม่มีฉลามแล้ว� ดูซิจะยอมเล่าเรื่อง� accessories� �สัก ชิ้น 2 ชิ้นบ้างไหม
ให้เป็นความรู้แก่น้องหน้าใหม่บ้างครับ
อาทิ
 1.เรื่องหมอนเล็กจูนห้อง
 2.เหรียญ 10 จูนห้อง
 3.กระปุกรุกจูนห้อง
 4.การเซ้ตซับสำหรับ 2 แชลแนล� �และอื่นที่เด็ดแก่เยอะ� แต่เหนียวความร้ฮิฮิ

ขอบคุณ  วันนี้มาเสนอ accsessrise 
   พรุ่งนี้จะหามาเพิ่มให้อ่านอีก
   แค่ชิ้นนี้ครอบจักรวาล
คนนี้ accessories เอาไปตั้งเสียงดีเลยครับ
     หรือเดินผ่านห้อง  แค่เดินเหยียบร้าน   ประทับแม่โป้งก็เสียงดีขึ้น   เลยฮิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มกราคม, 2005, 08:04:47 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 28 มกราคม, 2005, 11:07:21 PM »
ปลักตัวที่� 7

อยากให้เพื่อน แวะไปอ่าน เรื่องปลักที่และ� accessories ที่คัดลอกและลิงค์มาใหอ่าน�
ที่มาจากเวปๆที่ให้ความรู้เรื่อง� accessories� �ให้ข้อมูลจากอจ.และนักเขียนหลายท่านที่ให้ข้อมูลละเอียด
และมีประโยชน์� แก่นักเล่นหน้าใหม่ และหน้าเก่า�
ซึ่งบางอย่างผมเองก็อยากได้สัมผัสเหมือนกันครับ� ลองเข้าที่เวปนี้ครับ
http://www.audio-teams.com
ข้ออนุญาติอ้างอิงข้อมูล

Furutech FP-2R
 
นี่เป็นปลั๊กไฟเอซีจากญี่ปุ่นอีกหนึ่งที่ผู้คนรู้จักมักคุ้นกันพอสมควรแล้ว คราวก่อนก็ได้นำเอาขั้วปลั๊ก(ตัวผู้)มาจารไนพรรณนาค้าความกันไปยกหนึ่งแล้ว ตานี้ก็มาถึงปลั๊กชนิดฝังหรือตัวรับที่ผนังกันบ้าง

ว่ากันที่จริงแล้ว กระแสไฟฟ้าก็เหมือนๆ กันหมด แต่ก็แปลกดี เมื่อมันไหลผ่านวัสดุตัวนำที่ต่างชนิดกันออกไป ที่สุดของที่สุด ผลพวงที่ได้รับในเบื้องปลาย ก็ให้มีความแตกต่างกันออกไป กลายเป็นบุคลิกอย่างหนึ่งอย่างใดอันปรากฏทางเสียง ซึ่งรับรู้สำเนียงนั้นได้ด้วยการฟัง.......นั่น ว่าไปนั่นเลย พวกคลั่งไคล้ทฤษฏีวิชาการอ่านเข้าแล้ว ก็เห็นทีให้มีอาการกระสับกระส่ายยังไงชอบกลกันบ้างล่ะ

Furutech FP-2R เน้นวัสดุตัวนำที่เคลือบด้วยโรเดียม(มีสองรุ่นคือเคลือบผิวตัวนำด้วยทอง 24 เค. และเคลือบผิวตัวนำด้วยโรเดียม) ซึ่งว่าไปแล้ว วัสดุประเภทนี้ คุณภาพด้านเสียงจะได้เปรียบโลหะเงินแท้อยู่บางส่วน โดยเฉพาะน้ำหนักของเสียง มีการควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ประเภทที่จะทอดหางเสียงให้หลงเหลือรบกวนเสียงหลัก ไม่ค่อยปรากฏ แล้วก็ริ่งกิ่งในช่วงแหลมๆ ต้นๆ ที่จะเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เสียงเครื่องเสียงกร้าวไปสักนิดก็ลดทอนไปด้วย

ครั้นมาทำเป็นปลั๊กไฟเอซี ก็อนุโลมโดยนัยนั้น ว่าไปแล้ว Furutech FP-2R ก็ยังคงสไตล์เช่นเดียวกับอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ เช่นขั้วปลั๊กที่ได้พรรณนาไว้คราวก่อนนั่นละครับ

เสริมไว้ตรงนี้สักนิด, คราวก่อนนั้น ผมได้ลองฟังขั้วปลั๊กไฟเอซี(ตัวผู้)ทั้งสองโลหะของยี่ห้อนี้ ไม่ว่าเป็นทองแดงหรือโรเดียม มีข้อแตกต่างอยู่พอประมาณนะครับ เนื้อทองแดงนั้นจะให้เสียงกลางที่บีบเค้นมากกว่า แล้วช่วงแหมต้นๆ ก็ไม่ทรงพลังเท่ากับโรเดียม ที่ให้เสียงกลางออกมาแบบปลดปล่อยได้แจ่มชัดกว่า

ในคราวเดียวกันนี้ เมื่อนำปลั๊กไฟเอซี Furutech FP-2R (ตัวที่นำมาลองฟังเป็นบอดี้ใสๆ) โดยเทียบเคียงกับปลั๊กอื่นๆ ก็เรียนพระเดชพระคุณท่านผู้เจริญด้วยปัญญาทั้งหลายทั้งปวงได้ว่า เป็นพิมพ์เดียวกับขั้วปลั๊กไฟเอซีชนิดสามขาที่เล่าไปแล้วนั่นละครับ


มันให้น้ำเสียงที่กระชับ สดใส โดยเฉพาะเสียงกลางไปทางสูง ออกใสที่เนื้อเสียงแจ่มกระจ่างเลยทีเดียว ผิวเสียงตึงแล้วก็เกลี้ยงเกลาไร้สิวเสี้ยน แต่มวลหนาแน่นแบบกระชับรัดทรง-ประมาณนั้น, เดินจังหวะค่อนไปทางเร็ว ไม่ค่อยทิ้งหางเสียงหรือแผ่ความถี่คู่ควบอะไรมามากมายนัก ค่อนไปทางปลั๊กชนิดบู๊มากกว่าบุ๋นละกัน
หากฟังเพลงแนวรุกเร้า ที่ต้องการความชัดเจนเด็ดขาดกันแล้ว นี่ใช่เลย แต่บรรยากาศภายในเวทีเสียง โดยเฉพาะแบ็คกราวด์หรือฉากหลัง(ที่ทอดตัวลงไปทางด้านลึก) อาจย่อหย่อนหรือเก็บงำอยู่บ้าง มันเน้นตำแหน่งเสียงให้ปรากฏกึ่งกลางแถวหน้าๆ เป็นประเด็นใหญ่ อีกส่วนหนึ่งก็คือ ไม่เน้นไทมิ่งที่กลมกลืนลื่นไหลมากนัก

เอาเป็นว่า หากซิสเต็มใครอ่อนล้าหาเรี่ยวแรงไม่ได้ ฟังแทร็คแรกในแผ่นปกขาวเสียงนักร้องหญิงที่คุ้นเคย ออกจะเป็นสาวรุ่นไปทันที อะไรประมาณนี้นะครับ

ดูเหมือนปลั๊กรุ่นนี้น่าจะเป็นยาดำชั้นดีซะแล้ว โดยเฉพาะโฟกัสชัดคม ใครชอบอะไรที่มันจะแจ้งแดงฤดีกันแล้ว ก็นี่แหละ Furutech FP-2R แน่นอน สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาท สนใจก็ต้องติดต่อคุณหนุ่มไฮไฟ (01-442 0687) เป็นผู้ส่งปลั๊กรุ่นนี้มาให้ผมครับ หรือที่ร้านกรีนออดิโอของคุณประเสริฐก็มีจำหน่ายเช่นกัน หรือที่ร้านมูฟวี่แอนด์มิวสิคเลิฟเวอร์แถวสำโรงฝั่งโน่นก็มีครับ สุดแท้แต่ท่านจะสะดวกนะครับ
 
เพื่อนพี่ๆๆท่านใดที่มีข้อมูลในมือก็ข่วย� ลิงค์หรือแจมมาด้วย�
 ;D ;D ;D



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:00:14 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 28 มกราคม, 2005, 11:11:07 PM »
ปลักตัวที่  8  ราคาขาย 2000-2500 บาท

อ้างอิงมาจากhttp://www.audio-teams.com

PS Audio  

 นี่ก็อีกหนึ่ง, ที่จริงผมตั้งใจจะแนะนำปลั๊กไฟเอซีรุ่นนี้อยู่หลายเที่ยวแล้ว แต่ไม่ได้จังหวะปะเหมาะสักครา คราวนี้ก็เลยรวบยอดมาไว้ในรายการเดียวกันซะเลย

Leviton ผลิตปลั๊กไฟเอซีให้ Wattgate
Eagle ผลิตให้ Cardas

คราวนี้ก็ถึงตา Hubbell ผลิตปลั๊กไฟเอซีภายใต้ชื่อ PS Audio บ้าง แต่ดูเหมือนจะเจาะจงลงตัวไปที่โซน AV Grade ก็หมายถึงมุ่งเน้นสำหรับการอัพเกรดชุดโฮมเธียเตอร์กันเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยทีเดียว

ถ้าพูดในแง่ของงานที่ประกอบรวมถึงวัสดุ ปลั๊กไฟเอซีชนิดผนังของ PS Audio ค่อนข้างได้เปรียบอยู่มาก เรียกว่าดูดีน่าเชื่อถือ-ว่างั้นเถอะ สกรูสำหรับบิดขันใส่สายต่างๆ ก็ดูดีครับ ใช้งานได้ทนมือดี เพราะว่าผมถอดเข้าถอดออกหลายต่อหลายเทียว ปรากฏว่าเกลียวไม่หวานหรือเสียร่องได้ง่ายนัก ต่างจากปลั๊กราคาถูกบางรุ่น เกลียวของสกรูออกจะอ่อนหัดไปสักนิด เข้าๆ ออกๆ ไม่กี่เที่ยวก็เดี้ยงซะงั้นแหละ

ในด้านคุณภาพเสียงก็ไม่เบาทีเดียว ในแง่ของความชัดคมมีโฟกัสที่เด็ดขาดละก็ เข้าใกล้ร้อยเปอร์เซนต์ทีเดียวเชียว เนื้อเสียงแน่นกระชับมาก ให้ความชัดเจนตลอดช่วงดีแท้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ต้องยอมลดหย่อนผ่อนโทษกันบ้างในแง่ของเกรนเสียง จะให้ออกหวานละเมียดเป็นผงแป้ง คงไม่ได้ ครั้นจะว่าหยาบกระด้างเป็นเม็ดทรายหรือ ก็เปล่า ไม่ถึงขนาดนั้น

น้ำเสียงในภาพรวมออกไปทางสดใส คึกคักมีชีวิตชีวา ฉับไว รายละเอียดต่างๆ สมน้ำสมเนื้อกับโฟกัสที่ชัดคมนั่นเทียว มิติเวทีเสียงดีมากครับ เปิดเผยแล้วแยกแยะทิศทางให้มีช่องว่างช่องไฟได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะด้านลึก ยิ่งลึกถอยลงไปด้านหลังเท่าไร ก็จะขยายช่องว่างช่องไฟระหว่างตัวโน้ตได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้ตำแหน่งที่ลึกลงไป แยกแผ่ออกไปทางด้านข้างได้อีก

ทำให้สภาพภายในเวทีเสียงเปิดโปร่งออกมาอีก ไม่ใช่ลึกแล้วบีบให้แคบสอบเข้าไปแบบตัววีหรือท้ายหอย

ดูเหมือน PS Audio จะมีพละกำลังในตัวเองปานนั้น ควบคุมเส้นเสียงต่างๆ ได้อย่างเหมือนใจสั่ง ไม่มีวอกแวก ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษก็เมื่อใช้ปลั๊กไฟเอซียี่ห้อนี้รุ่นนี้ได้ตรงกับเนื้องานนั่นแล้ว พอเอาเข้ามาเล่นกับชุดโฮมเธียเตอร์ดูหนังฟังเพลงเท่านั้นแหละ บอกว่าต้องแนะนำกันเลยทีเดียวเลย อืม...เหลือกำลังพระเดชพระคุณท่าน
ถ้าถามก็ตอบไม่ได้ดอก ว่าเพราะอะไร ทำไม นั่นเป็นคำถามที่ผมก็ถามตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำไมแค่ปลั๊กไฟเอซีที่ให้กระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน มันถึงให้อานุภาพปานนี้ เปล่า? เรื่องของน้ำเสียงความเปลี่ยนผันที่เกิดจากปลั๊กไฟเอซีนั้น ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ดอกครับท่าน รู้อยู่แก่ใจ เต็มสองรูหูกับหนึ่งหัวใจ มันมีบุคลิกที่ต่างกันไปตามริดสีดวงของแต่ละยี่ห้อ
ว่าก็ว่าเถอะ, ก็แล้วทำไมเวลาเอามาเล่นกับโฮมเธียเตอร์ เจ้าปลั๊กไฟเอซี PS Audio มันถึงมีสภาพไม่ต่างไปจากปลากระดี่ได้น้ำนั่นเทียว-นั่น เรื่องเป็นงั้น
การแพนเสียงซ้ายขวาก็ดี มิติสูงต่ำก็ดี หรือเสียงที่พุ่งจากด้านหน้าโอบล้อมมาด้านหลังก็ดี พ่อเจ้าคุณทูลหัวเอ๋ย ทำไมมันช่างแจ่มชัดปานนี้เล่า? กับปลั๊กไฟเอซี PS Audio ที่ว่านี้ ช่างชัดเจนในสรรพคุณที่ว่ามาชนิดไม่ต้องทบทวน ก็นี่แหละคือข้อกังขา เหตุใดเขากำหนดปลั๊กไฟเอซีให้เหมาะสมกับเนื้องานเฉพาะแนวได้ชัดเจนถึงขนาดนี้

ช่างกระไรเหลือเกิน มิน่าเล่า ถึงได้ปั๊มปะสกรีนไว้ว่า AV Grade ที่ตัวปลั๊กไว้เลยทีเดียว มั่นใจกันถึงขนาดนั้นเชียว

เอาเป็นว่าใช้ฟังเพลงก็ดี แต่หากใช้กับซิสเต็มโฮมเธียเตอร์ละก็ คุ้มสุดๆ สำหรับปลั๊กไฟเอซี PS Audio อันนี้ สองพันต้นๆ สมควรแก่ฐานานุรูปในทุกประการ โน่นเลย.....ต้องที่ร้านอิมเมจ มิวสิคแอนด์ฟิล์มนั่นแหละ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:04:06 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 28 มกราคม, 2005, 11:20:45 PM »
วัสดุทับบนเครื่องตัวที่  4  อ้างอิงจาก  www.audio-teams.com  เพื่อเป็นความรู้ครับ
EMX  ดูดซับฯ ทับเครื่องฯ   โดย ....."เจ. เจ."


ติดค้างเอาไว้นานพอควรตามสไตล์ หมายถึงลองเล่นลองแล้วลองเล่า แต่ไม่ได้เขียนหรือนำมาจาระไนให้เป็นที่กระจ่างแจ้งแดงฤดีกันเสียทีหนึ่ง
วันนี้ได้ฤกษ์เบิกพระโสตกันแล้ว ก็ถือโอกาสเอาแผ่นซับคลื่นสนามไฟฟ้าสนามแม่เหล็กที่เกิดจากปฏิกิริยาการทำงานของบรรดาเครื่องเสียงทั้งหลายทั้งปวง อันมีชื่อว่า EMX [ Electro Magnetic Exterminator ]มาออกแขกโหมโรงกันเสียเลย ของไทยนี่ล่ะครับ ไม่ใช่แขกจีนมอญกะเหรี่ยงที่ไหน

พักหลังออดิโอคอนซัลแตนซ์ไม่ทราบรับทานอะไรกันมา ผลักเอาของเล่นจุกจิก accessories ออกมาเพียบทีเดียว เล่นเอาลองกันไม่ทัน นี่ขนาดฟังวันละสามเวลาหลังอาหารเช้าเที่ยงค่ำ บางตัวอย่างศิวลึงค์ฟิลเตอร์นั่นปะไร ช่างน่าพิสมัยเกินขนาด คุณภาพดีเยี่ยมเกินราคาค่าตัว ซึ่งก็ได้ทำการสรรเสริญเจริญพรกันไปเรียบร้อยแล้วในคอลัมน์นี้ ใครไม่มีหรือยังไม่ได้ลอง ก็แวะไปลองฟังกันได้ที่ออดิโอคอนซัลแตนซ์นั่นแหละ เป็นการชิมลาง-ว่างั้นเถอะ ทดสอบหูทิพย์หูทองกันเอาเองเถิด

EMX ก็มารูปเดียวกับอิฐมหัศจรรย์ VPI db-5 หรือย้อนรอยถอยกลับไปอีกนิดก็คงนึกถึง Shakti Stone แผ่นอะไรสักอย่างที่หล่อเป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้วางทับเครื่อง หรือให้ไกลไปกว่านั้นก็คงเป็นแผ่น Bright Star ซึ่งใช้งานด้วยการวางทับบนหลังเครื่องทั้งนั้น ยังไม่มีใครคิดอะไรสักชิ้นสักอย่างที่ใช้งานด้วยการวางทับบนหัวคนฟังมั่ง (ถึงว่าสินะ)

ทำเป็นหมวกกันน็อคประมาณนั้น เจาะรูไว้สองข้างพอดีหู ให้เสียงรอดเข้าหูได้สะดวก อาจจะทำด้วยวัสดุที่ป้องการการรบกวนของคลื่นไฟฟ้าในสมอง เวลาฟังชุดไฮเอ็นด์ก็สวมหมวกกันน็อคกันคลื่นกวน จะได้มิตงมิติอะไรพรรค์อย่างว่ากระจ่างชัดขึ้น มีสองประเภทให้เลือกคือออดิโอเกรดแล้วก็เอวีเกรด ที่สำมะคัญ ป้องกันไม้ตีพริกจากภรรเมียได้แน่นอน รู้แล้วรู้รอดกันไป

EMX ออกแบบไว้สองรุ่น มีชนิดหนากับบาง แต่ที่ตัวแผ่น EMX ไม่ได้พิมพ์รุ่นเอาไว้ แผ่นหนาน่าจะเป็นรุ่น 9 ส่วนแผ่นบางก็น่าจะเป็นรุ่น 5 นี่ว่ากันตามรูปลักษณ์ของอุปกรณ์แล้วประกอบกับความเข้าใจคิดไปเองตามสามัญสำนึก แต่จะอย่างไรก็เถอะ รุ่นไม่สำคัญอะไรเสียแล้ว เพราะที่จะเล่าขานให้ฟังในเบื้องปลายนี้ ได้ลองเล่นทั้งสองแผ่นสองรุ่นนั่นแล้ว

วัสดุที่นำมาประกอบหล่อขึ้นเป็นแผ่น EMX น่าจะมีมวลสารที่มีศักยภาพในการหักล้างพวกสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหรือสัญญาณรบกวนที่เกิดจากการทำงานของทรานสฟอร์เมอร์ภายในตัวเครื่อง ก็ไปทำนองเดียวกับอิฐมหัศจรรย์ VPI db-5 หรือแผ่นหิน Shakti Stone ประมาณนั้น เพียงแต่แผ่นที่ว่านี้ ทำผิวคล้ายคางคก

ก็อีกนั่นละครับ, กรรมวิธีในการใช้งานแผ่น EMX ที่ว่านี้ ก็ไปในกระบวนท่าเดียวกัน หมายถึงการจัดวางแผ่น EMX ไว้บนหลังเครื่อง ที่จริงไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้นล่ะครับ จะนำไปวางทับบนตู้ลำโพงหรืออุปกรณ์พวกควบคุมแรงดันไฟฟ้าหรือกรองกระแสไฟฟ้าก็ย่อมได้ ขึ้นกับเทคนิคและความขยันหมั่นเพียรของผู้เป็นเจ้าของชุดที่ใช้ความพยายามในการปรับจูนลองฟังกันเอาเอง

แต่ในที่นี้ก็ยึดเอามาตรฐานการใช้งานที่เป็นเบสิคเอาไว้ก่อน นั่นคือแนะนำให้จัดวางแผ่น EMX ไว้บนหลังเครื่องเล่นต่างๆ ซึ่งได้ผลกับทุกประเภททุกชนิดของอุปกรณ์เครื่องเสียงทั้งภาพและเสียง ว่างั้นละกัน

เริ่มแรกผมลองเล่นแผ่นบางเป็นปฐมบท นัยว่ารุ่นบางนี้ ออกแบบมาให้ใช้งานได้เหมาะสมกับพวกเครื่องเล่นซีดีหรือดีวีดีที่ตัวถังเครื่องออกจะบอบบางเป็นทุนอยู่แล้ว หากวางของเล่นประเภทมีน้ำหนักมากๆ ลงบนหลังเครื่อง ดีไม่ดีก็หลังแอ่นเป็นท้องกะทะ ก็จะเสียหายกันเสียเปล่า แต่ว่าไปแล้ว แผ่น EMX ทั้งรุ่นบางและหนา น้ำหนักเฉพาะตัวก็ไม่ได้มากมายอะไร ไม่ถึงกับเป็นพิษเป็นภัยในประการที่ว่ามา

เสียงมันละเอียดอ่อนเป็นพื้นฐานอยู่ก่อนแล้ว น้อยคนที่จะพยายามฟังเอาอะไรลึกๆ ปานนั้น เพราะนั่นบางทีไม่ใช่ความสุขกับมันโดยแท้ ก็นี่แหละ มันจึงทำให้ส่วนดีๆ ของเสียงชุดนั้น ที่อยู่ลึกเกินไปหลุดพ้นความสนใจโดยปริยาย

แต่ EMX ที่ว่านี้ กลับเป็นอุปกรณ์ประเภทชอบล้วงลูกจริงๆ มันล้วงหรือดึงหรือจะว่ากระไรก็เถอะ ทำให้คุณสมบัติของเสียงที่ละเมียดอยู่ลึกๆ ที่ว่านั่นแหละ กลายมาเป็นของง่ายๆ ต่อการสัมผัสรับฟังได้เลย ราวว่าเอาผ้าเนื้อนุ่มไปขัดเกลาเช็ดถูผิวแก้วเจียระไน ให้สะอาดดูกลมเกลี้ยง สดใสน่าฟังเอาเลยทีเดียว

เมื่อวางแผ่น EMX บนหลังเครื่อง ขอให้ลองปรับมุมของแผ่นที่ว่านี้ ให้ทำมุมเฉียงกับตัวถังเครื่องนะครับ จะได้พบอะไรบางอย่างที่เป็นเรื่องแปลก คุณภาพของมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนทีเดียว จากน้ำเสียงที่ฟุ้งหรือแตกเศษเสียงเป็นหมอกอ่อนๆ รอบตัวเสียง กลับกระชับสดใส ให้เนื้อเสียงที่อิ่มเอิบมีมวลเป็นทรวดทรงขึ้นมา สำคัญที่จังหวะจะโคนทั้งหมด จะสอดคล้องไปกับเมโลดี้ของเพลงได้อย่างน่าฟังทีเดียว

จะกระไรก็ตามเถอะ, สังเกตเห็นนักเล่นเครื่องเสียงบางท่าน มักจะวางอุปกรณ์เสริมจำพวกนี้ เอาไว้บนหลังเครื่อง โดยวางไว้กึ่งกลางพอดิบพอดี ตำแหน่งนั้นท่านห้ามนะครับ จะวางอะไรก็ตาม ควรให้เอียงเฉียงหลบไปทางใดทางหนึ่ง(ต้องจูนแล้วฟังเอาเอง) แต่ไม่ควรวางเข้าจุดโฟกัสกึ่งกลางของตัวถังเครื่องพอดิบพอดี มันจะทำให้เบสบางเป็นเส้นไหม หรือไม่ก็ทำให้สุ้มเสียงแห้งแล้ง แถมปลายแหลมติดแข็งเอาได้เชียวนา ทำเป็นเล่นไป

ให้ดีแล้ว ควรจะเริ่มปรับจูนบนหลังเครื่อง ณ บริเวณที่เป็นเศษส่วนหนึ่งในสาม(1/3) จะของด้านกว้างหรือด้านยาวหรือด้านลึกของตัวถังเครื่องก็ว่ากันไป.....แล้วแต่พระเดชพระคุณท่านจะถนัด ก็แล้วแต่หูหาเรื่องแค่ไหน ว่างั้นกันเลยทีเดียว

ผมว่าแผ่น EMX ที่ได้ลองเล่นในคราวนี้ ให้ความเป็นดนตรีได้ดีทีเดียว ว่าไปแล้วก็ใกล้เคียงกับอานุภาพของกระบอกศิวลึงค์ฟิลเตอร์นั่นแล้ว

เพียงแต่ EMX ให้ความลุ่มลึกในด้านน้ำเสียงได้อย่างเป็นศิลป์ มีผลครอบคลุมไปทั้งหมดในทุกโทนเสียง ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่เสียทีเดียว ความเป็นดนตรีที่ทำให้สุ้มเสียงทั้งหมด น่าฟัง แล้วมีความเป็นดนตรียิ่งขึ้นนี่ต่างหากล่ะ ที่ควรจะถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างเมื่อต้องพูดถึงแผ่นซับคลื่น EMX ที่ว่านี้

เอาเป็นว่าแผ่น EMX ให้ความสงัดสงบของเส้นเสียงได้ดี เก็บพวกเศษเสียงที่คละฟุ้งอยู่รอบๆ ตัวโน้ตให้ราบเรียบเหมือนลงกระดาษทรายบนไม้แข็ง อะไรทำนองนั้น สุ้มเสียงก็ราบรื่นชื่นบานฟังได้สบายหูตามมา เปิดช่องว่างช่องไฟระหว่างตัวโน้ตได้กระจ่างใสยิ่งขึ้น คล้ายว่าทำให้ฟังได้ในระดับโวลุ่มมากๆ หรือเร่งให้ดังขึ้นได้อีกไม่จัดจ้านเจี๊ยวจ๊าว ไปทางพรรค์นั้นล่ะครับท่าน

เอาล่ะครับพระเดชพระคุณท่านที่เคารพรักทั้งหลายทั้งปวง เห็นจะยุติแผ่นซับคลื่นแม่เหล็ก EMX เอาไว้แค่นี้ก่อน แต่กระนั้นก็ขอเรียนย้ำสหายธรรมทุกท่านไว้ว่า ควรจะปูพื้นฐานของชุดเครื่องเสียงให้เหมาะสมเสียก่อนเป็นเบื้องแรก อย่าได้มองข้ามเรื่องราวการจัดวางอุปกรณ์เครื่องเสียงทีเดียว สำคัญอยู่ หากพื้นฐานไม่ดีพอ ก็เป็นเรื่องยากที่จะพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งได้

เครื่องเคราที่กินกระแสไฟฟ้ามากๆ ประเภทเพาเวอร์แอมป์ ก็ควรจะวางเครื่องให้มั่นคงแข็งแรง รอบๆ เครื่องมีที่ว่างมากพอให้เครื่องระบายอากาศไหลเวียนได้ดี ไม่ควรวางเครื่องซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แบบกายกรรมต่อตัว ไม่เพียงแต่การระบายความร้อนของเครื่องจะไม่สะดวกโยธินเท่านั้น แต่พวกสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดเกินจากพวกขดลวดหรือทราสฟอร์เมอร์ ก็จะสอดแทรกเข้าไปในเส้นทางของสัญญาณหลักได้ ทุกอย่างก็จะพลอยย้ำแย่ไปด้วย
จัดที่จัดทางเสียให้เหมาะนะครับ, ประเภทที่ว่าชั้นวางเครื่องเสียงอะไรก็ได้วางเครื่องเสียงได้หมด อันนี้เลิกเสียทีเถอะครับ ซื้อเครื่องมาแพงๆ ก็ต้องมาหมดรูปหมดท่าบ่อมิไก๊เอากับพวกชั้นวางของโหลไม่กี่สตางค์ นี่ก็เสียหายหลายแสนแล้ว โบราณท่านว่า ฆ่าควายอย่าเสียดายเกลือ

ทีนี้หากพื้นฐานมั่นคงได้ที่ดีแล้ว จะอัพเกรดด้วยอุปกรณ์เสริมต่างๆ เอามาเล่นมาจูนก็เป็นสุข เพราะทุกขั้นตอนที่ผ่านไป ก็จะได้ "อะไร" อีกมาก ซึ่งซ่อนเร้นเป็นมอญซ่อนผ้าอยู่ในอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ประเภทที่เรียกว่าเครื่องเสียงนี่ล่ะครับท่าน



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 06:25:21 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 29 มกราคม, 2005, 07:51:01 AM »
ย้ายเรื่องสายไปไปรวมกันที่
http://htg2.com/index.php?topic=1324.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 08:31:21 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 29 มกราคม, 2005, 07:56:47 AM »
ว่าเรื่องวัสดุวางเครื่องและสายต่อครับ
วัสดุรองตัวแรกคือ
Vibrapod 270.00Baht

 http://www.avbestbuy.com/catalog/index.php?cPath=23
 
แรงสั่นสะเทือน หรือ แรงกระทำ ที่ส่งผ่านระหว่าง อุปกรณ์เครื่องเสียง - Home Theater ของคุณกับสภาพแวดล้อมภายนอก จะส่งผลเสียต่อคุณภาพที่ได้ ลดแรงกระทำดังกล่าว ทั้งในแนวดิ่งและแนวระดับ ด้วย Vibrapod ผลิตภัณฑ์ประเภท Isolator ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวง audiophile/videophile มาอย่างเนิ่นนาน ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ทั้งจากนักวิจารณ์และนักเล่นทั่วโลก
Vibrapod จะช่วยให้เสียงเบสมีรายละเอียดและความลึกดีขึ้น มี dynamic ดีขึ้น ภาพของวงชัดเจนขึ้น ช่วยให้รายละเีอียดของเสียงเด่นขึ้น บรรยากาศ ความใสของเวทีเสียงจะดีขึ้น และใช้ได้ผลกับเครื่องเล่น DVD player ด้วย โดยจะช่วยให้ภาพที่ได้มีคุณภาพดี
 
Vibrapods
Kalman Rubinson กล่าวว่า"เมื่อรองไว้ใต้เครื่อง CD Player/Transport , DAC และ Preamps ด้วย Vibrapod ขนาดเล็ก (เส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 3 นิ้ว) ที่จัดเรียงไว้ตามแบบ จะช่วยป้องกันการส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนต่างๆระหว่างเครื่องกับสภาพแวดล้อมภายนอก และทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้น"
แบ่งออกเป็น 5 รุ่น สามารถรองรับน้ำหนักตั้งแต่ 2-28 ปอนด์ (1.00 - 12.7 kg) โดยจัดจำนวนของ Vibrapod ให้เหมาะสมกับน้ำหนักเครื่อง ผมมีกล่องที่เต็มด้วย Vibrapod 1 กล่องอยู่ข้างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องทุกเครื่องของผมมี Vibrapod รองอยู่ใต้เครื่องเสมอ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 09:32:13 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 30 มกราคม, 2005, 09:36:43 AM »
ตัวที่  2 Vibrapod Cones 349.00Baht
 
Vibrapod Cones เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการของการสลายแรงสั่นสะเทือนในแนวดิ่งที่จะมากระทบต่อเครื่องเสียงและอุปกรณ์ A/V ของคุณ

Vibrapod Cones ทำจากเนื้อยางพิเศษ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 5/8" สูง 1 นิ้ว ที่ปลายมีลูกบอลโครเมียมขนาด 3/8" อยู่ (ลูกบอลนี้ไม่สามารถกลิ้งได้) ก้นของ Vibrapod Cones มีลักษณะที่เว้าเข้า เมื่อใช้งานร่วมกับเครื่องเสียง ส่วนที่เว้าเข้านี้จะทำให้ Vibrapod Cones ยึดกับขาของเครื่องได้แนบสนิทยิ่งขึ้น


The Absolute Sound Recommended Product

Vibrapods เป็นลูกยางขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลง System ของท่านได้ มันแบ่งออกเป็นเบอร์ๆตาม ขนาดน้ำหนักที่มันรับได้ วางมันใต้ลำโพงและเครื่องเสียง คุณจะได้ยินเสียงเบสที่ลึกขึ้น และเสียงแหลมที่เนียนละเอียดมากขึ้น ที่ราคาเพียง $24 ใครบอกว่า การ Tweak ที่ดีเยี่ยมต้องมีราคาแพงเสมอไป ? และเพิ่งออกมา Vibrapod Cones ใช้มันเดี่ยวๆ หรือ ใช้ร่วมกับ Vibrapods เพื่อรีดประสิทธิภาพจาก system ของคุณให้มากขึ้นได้ 

Vibrapod Cones แต่ละชิ้นรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 10 ปอนด์ (4.54 kg) สามารถใช้งานร่วมกับ Vibrapod isolators ก็ได้ หรือ จะใช้เพียง Vibrapod Cones เพียงอย่างเดียวก็ได้ Vibrapod Cones จะช่วยให้เสียงเบส / ไดนามิคดีขึ้น ได้ image/soundstage ที่ดีขึ้น ได้รายละเอียดของเสียงมากขึ้น

ท่านสามารถวาง Vibrapod แบบชี้ปลายขึ้น หรือ ชี้ปลายลงก็ได้ โดยใช้ Vibrapod Cones 3 หรือ 4 ชิ้น ต่อเครื่องเสียงหนึ่งเครื่อง (ผู้ผลิตแนะนำให้ใช้ 4 อันต่อเครื่อง) และสามารถใช้่งานร่วมกับอุปกรณ์ประเภท Air isolation ได้

 ในกรณีที่วาง Vibrapod ให้ปลายชี้ขึ้น โดยไม่ได้ถอดขาของเครื่องออก ให้จัดให้ลูกบอลของ Vibrapod แตะกับน๊อตที่ยึดขาของเครื่องโดยตรง อย่าให้ส่วนที่เป็นยางของ Vibrapod Cones สัมผัสกับสิ่งใด 
หากท่านถอดขาของเครื่องออก ให้จัดให้ลูกบอลของ Vibrapod cones อยู่ในตำแหน่งของรูน๊อตยึดขาตั้งของเครื่อง 
ในกรณีที่วางให้ปลายของ Vibrapod Cones ชี้ลง และหากว่าขาของเครื่องมีเส้่นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 1 5/8" ท่านสามารถใช้ Vibrapod Cones ยึดกับขาตั้งได้โดยตรง (ในกรณีนี้ลูกบอลโครเมียม อาจจะทำให้ผิวไม้เป็นรอยได้) 
หากท่านมี Vibrapod isolator อยู่แล้ว ท่านสามารถใช้ร่วมกับ Vibrapod Cones ได้ โดยวาง Vibrapod Cones บนยอดโดมของ Vibrapod isolator

 

http://www.avbestbuy.com/catalog/product_info.php?cPath=23&products_id=130
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 30 มกราคม, 2005, 11:00:55 AM »
คุณขุนจิต....อย่าลืม " หัวปลัก 3 ขา และ ท้ายปลักที่ต่อกับตัวเครื่อง " ด้วยนะครับ ;)

ชอบกระทู้นี้จัง...ได้ความรู้มักๆ ;D
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 30 มกราคม, 2005, 11:02:52 AM »
ขอโทษครับ :-[

ผมไม่ดูให้ดี...มี ภาค2 ให้ติดตาม...เยียมจริงๆ ;D
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 30 มกราคม, 2005, 09:07:37 PM »
ตัวที่3� � Cable elevator� +ราคา 1,500� บาท/ลูกจุดประสงค์
อุปกรณ์ดังกล่าวจริง� นำมาเล่นกันในกลุ่ม� เพราะเห็นในรูปนิดเดียว เปราะโดยปรกติ� �accessories จะติด the absolute Sound ยาก
และยิ่งเป็นวัสดุจำพวก
รองสายไฟ สายสํญญาณ สายลำโพง

ผลที่ได้
ทำให้เสียงเกิดความนิ่งและมีมวลเสียงกลางจะอิ่มหนาขึ้น� รูปวงกว้าง จนเห็นด้านข้างอย่างเห็นได้ชัด� มิติจะนิ่งมากครับ

� ส่วนรายละเอียดอื่นต้องพสูนจ์ครับฮิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 09:19:51 PM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 30 มกราคม, 2005, 09:30:30 PM »
ตัวที่  4  Tip-Toe : Fine Ceramic   

อ้างอิง  http://www.audio-teams.com
ตัวนีจำเป็นต้องนำมาทั้งชุดเพราะ  จะมีผลกับการวางตำแหน่งด้วยอยากให้อ่านได้ความรู้มากครับ

Tip-Toe : Fine Ceramic   โดย ...."เจ. เจ."


--------------------------------------------------------------------------------

แต่ไหนแต่ไรมา นักเล่นเครื่องเสียงกลุ่มหนึ่งมักจะแสวงหาช่องทางในการอัพเกรดหรือยกระดับคุณภาพชุดเครื่องเสียงของตน ให้รุดไปข้างหน้าอีกระดับหนึ่ง ก็นักเล่นเครื่องเสียงนี่ครับ จะให้คิดให้ทำอย่างอื่นมันก็จะผิดธรรมเนียมเอาได้

แน่นอนครับ, ในจำนวนนั้นการโมดิฟายเล็กๆ น้อยๆ ในบางเรื่องก็ส่งผลต่อคุณภาพเสียงโดยรวมได้อย่างน่าทึ่ง แล้วในการโมดิฟายนั้นเล่า การเลือกใช้ทิปโท (Tip-Toe) เป็นตัวเสริมคุณภาพของซิสเต็มนี่แหละ ก็ได้ชื่อว่าเป็นการโมดิฟายที่ใช้ทุนรอนน้อยที่สุด แล้วก็ง่ายที่สุด โดยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านอิเลคทรอนิคส์ไฟฟ้าแม้แต่น้อย

แต่ความหมายที่ว่านั้น คงใช้ได้ในอดีตกาลเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ยุคทองของโลกเครื่องเสียงใหม่วันนี้ สนนราคาค่าตัวของทิปโทแต่ละชนิดแต่ละประเภท ไม่ใช่ของราคาถูกที่หยิบฉวยมาเล่นได้ตามใจนึกอีกแล้ว การเลือกเฟ้นของเล่นจุกจิกประเภทนี้ จึงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีทีท่าไม่ต่างไปจากการเลือกอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่นๆ ในซิสเต็ม ก็อีกนั่นแหละ แม้ไม่ใช่สัจธรรม แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในส่วนหนึ่ง ก็พอจะอ้างได้ว่า จ่ายออกไปเท่าไร ก็จะได้กลับมาเท่านั้น สำหรับแวดวงการเล่นเครื่องเสียง

นี่หมายถึงการใช้จ่ายที่เป็นไปตามทำนองคลองธรรมที่ถูกต้อง หากหลงกระแสหรือตัดสินใจเพราะเงือนไขอื่นๆ เป็นตัวล่อ ก็ไม่แน่ว่าจะได้กลับมาเท่าที่จ่ายหรือไม่

มาเข้าเรื่องเลยดีกว่า, เช่นที่เรียนพระเดชพระคุณท่านทั้งหลายไว้บ่อยครั้ง ทั้งในที่นี่และที่อื่น ด้วยว่าทิปโทนั้น แต่ละชนิดแต่ละสายพันธ์ มีความแตกต่างกันทั้งหมด ทั้งในด้านคุณภาพเสียงและสนนราคา [ หาอ่านรายละเอียดของเรื่องนี้ได้ในพ๊อคเกตบุ๊ค Sound Talk นะครับท่าน ] มีการผลิตคิดค้นด้วยการขึ้นรูปทิปโทจากวัสดุสารพัดประดามี แทบจะหมดไม่เหลือโลหะธาตุหรือวัตถุธาตุใดๆในโลกนี้กันอีกแล้ว ไปค้นไปสรรหามาทำทิปโทหมดแล้ว

หลายปีก่อนโน้น ผมได้ลองเล่นทิปโทชนิดที่ทำจากเซรามิค เรียกว่า Isopod Ceramic ซึ่งไม่ค่อยมีใครนำมาขายในบ้านเรามากนัก นานๆ จะเห็นวางบนแผงตามงานเครื่องเสียงโชว์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากมายอะไร วางคละปนเอาไว้ให้ดูว่ามีของเล่นจุกจิกมาขาย อะไรเทือกนั้นนั่นแหละ

เข้ามาใกล้อีกนิดก็เมื่อสองสามเดือนที่แล้วนี่เอง คุณประเสริฐร้านกรีนออดิโอ ได้ส่งทิปโทชนิดหนึ่งซึ่งที่ร้านจัดจำหน่าย มาให้ผมลองชิมลาง ครับ, ทิปโทที่ว่านี้ก็ทำจากเซรามิคนี่แหละ เรียกว่าห่างหายไปนานกับวัสดุประเภทนี้ เพิ่งโผล่เข้าสู่ยุทธภูมิอีกครั้งก็มื้อนี้แหละท่าน พอได้เห็นเข้าก็ทำให้นึกถึงความหลังทีเดียวเชียว รูปลักษณ์ สีสันผิวพรรณ ช่างละม้ายกับ Isopod Ceramic ที่ผมมีอยู่ จะต่างกันไปบ้างก็แต่ขนาดสัดส่วนเท่านั้น

Fine Ceramic คือชื่อทิปโทรุ่นนี้โดยมียี่ห้อหลักชื่อ Golden Sound มีให้เลือกเล่นสองประเภทหรือว่าสองขนาด ทั้งชนิดสูงเพื่อรองรับอุปกรณ์เครื่องเสียง แล้วก็แบบเด็กๆ หรือขนาดเล็กสำหรับรองรับลำโพงทั่วๆไป

Fine Ceramic ลูกใหญ่ที่ว่านี้ เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ถึงกับใหญ่โตอะไรนัก มีทิปโทที่สูงใหญ่กว่านี้อีกแยะ แต่สองรุ่นที่ผมอ้างถึงในคราวนี้ มีเล็กกับใหญ่ ก็ต้องว่ากันไปตามนั้น โดยสัดส่วนหน้าตัดกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ความสูงก็ประมาณ 2.5 เซนติเมตร มาเป็นชุดทั้งหมด 3 ลูกในหนึ่งกล่อง ส่วนพันธ์เดียวกันแต่เป็นลูกเล็ก สัดส่วนหน้าตัดกว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร สูงก็ราวๆ 2 เซนติเมตร อันนี้ไม่มีกล่อง จะเลือกเอาเท่าไรก็ได้ตามกำลังทรัพย์

ผมนั่งพินิจพิจารณาอยู่พักเดียว นอกจากสีสันคล้ำเหมือนนิล ขึ้นเงาวาววับเช่นเดียวกับ Isopod Ceramic ของผมแล้ว ก็เห็นแจ้งว่า Fine Ceramic มีข้อต่างไปจากนั้นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งประเด็นนี้นี่แหละที่จะเป็นตัวกำหนดเสียงโดยรวมทั้งหมดให้ต่างออกไป ประเดี๋ยวจะโม้ไว้ฟังตอนท้ายๆ (ถ้าไม่ลืมเสียก่อน) สังเกตว่า Fine Ceramic สอดไส้โลหะบางชนิดเอาไว้ตรงกึ่งกลาง อาจจะเป็นตะกั่วหรือไรประมาณนี้ ทุกลูกเล็กลูกใหญ่ ขณะที่ Isopod Cecamic ปล่อยให้กลวงลึกลงไปเป็นไส้ใน

แน่นอนครับท่าน, ลงว่าเคยฟังทิปโทเนื้อพรรค์นี้มาแล้ว พอเห็นเข้าอีก ก็แทบจะนึกสุ้มเสียงลีลาของมันออกโดยพลัน เข้าใจเอาว่าคงจะให้เนื้อเสียงออกนุ่มนวลชวนฝันใฝ่ ประมาณว่าหวานซึ้งกับเสียงเครื่องสายหรือเสียงนักร้อง ออกไปทางอิ่มเนื้อมีหนังอะไรเทือกนั้น ที่จริงก็ชอบอยู่มากกับน้ำเสียงของ Isopod Ceramic แต่ก็เป็นน้ำเสียงที่มีแบบฉบับเป็นบุคลิกเฉพาะตัว บางคนอาจบอกว่าอย่างนี้นุ่มไปหน่อย ไม่คึกคักเร้าใจนัก

ช่างเถอะครับ, ไหนๆ ก็มีของอยู่ในมือแล้ว จะมัวโอ้เอ้ร่ำไรพรรณนาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ไปใยให้เสียการ เมื่อสัณฐานประมาณตนได้ที่ดีแล้ว ก็ควรแก่การทดลองตามกรรมวิธี ว่ากันเสียให้รู้ดำรู้แดง ให้เป็นที่ปลดระวางความคลางแคลงในหัวใจเสียให้สิ้น มันก็เท่านั้นแหละ

ทีนี้ก็ย้ำกันอีกสักครา ด้วยว่าการวางทิปโทนั้น มีอิทธิพลต่อผลหรือสุ้มเสียงและรายละเอียดหาน้อยไม่ ในแต่ละท่วงท่าที่จัดวาง ประกบเข้าตัวถังเครื่องต่างๆ ย่อมมีจุดดีน้อยดีมากคละเคล้ากันไป แต่จะกระไรก็ตามเถิด ควรจะวางทิปโทรองใต้เครื่องเล่น โดยเริ่มต้นที่ 3 จุดก่อน (สำหรับทิปโทที่ไม่มีสไปค์ให้ปรับระดับได้) ทั้งนี้ควรพิจารณาว่า ด้านใดมุมใดขององคาพยบเครื่องเสียงชิ้นนั้นๆ ให้น้ำหนักมากที่สุดไปทางไหน เอาเป็นว่าตัวเครื่องหนักไปทางไหนละกัน

หากว่าหนักค่อนไปทางด้านหลัง ก็ให้เอาทิปโทรองรับใต้เครื่องที่ด้านหลังไว้สองจุด โดยเอาด้านหน้าตัดเรียบของทิปโท เข้าหาตัวถังเครื่อง พยายามให้เต็มที่ที่จะให้หน้าสัมผัสของด้านเรียบทิปโท แตะหรือสัมผัสพื้นผิวของตัวถังเครื่องให้มากที่สุด ชนิดว่าสนิทชิดแนบแบบน้องภรรยากับพี่เขย

แล้วอีกจุดหนึ่งก็มารองรับไว้ด้านหน้าของตัวเครื่อง ให้เข้ากึ่งกลางของเครื่องทีเดียว ทั้งนี้และทั้งนั้น ควรให้ทิปโททั้งสามจุดเมื่อวางได้ที่แล้ว ทำมุมต่อกันเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า

ถึงว่าเถอะ แม้ไม่ด้านเท่าเสียทีเดียว ก็เอาให้มันใกล้เคียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในกรณีที่ใช้รองรับลำโพง ก็มาอีหรอบเดียวกันนี่แหละ เอาสองจุดไว้หน้า หนึ่งจุดไว้หลัง หากเป็นลำโพงขนาดทั่วๆไป เว้นแต่พวกวางหิ้งที่เจ้าของซิสเต็มใช้สายลำโพงที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก อันนั้นต้องโยกทิปโทไปไว้ด้านหลัง 2 จุด ตรงกึ่งกลางด้านหน้า 1 จุด แล้วก็ตามสูตร ต้องรักษาระยะทิปโททั้งสามตัว ให้เป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า

"ด้านเท่า" ในที่นี้ มันเป็นเรื่องของการวางทิปโท อย่าไปด้านเท่ากับใครบางคนในแวดวงนี้ละกัน ท่านว่าไม่งามนัก

ส่วนจะวางทิปโทหงายปลายเรียวขึ้น หรือเอาปลายแหลมลง ก็ล้วนทำได้ทั้งนั้น บางท่านเกรงว่าลำโพงของตนอันงามแพร้ว จะด่างพร้อยเป็นรอยหมองช้ำเพราะปลายแหลมทิปโท ก็ควรจะวางปลายแหลมคว่ำลง สุ้มเสียงก็ต่างกันไปบ้าง พูดไปก็ใกล้บ้า หาเวลาลองฟังเอาเองเถิด ขอให้ลองเถอะน่า....เท็จจริงจะปรากฏเอง...ใช้หูให้มาก ส่วนปากท่านว่าให้ปิดเสียมั่ง...จะได้ดวงตาเห็นธรรม ว่างั้นเถอะ

กระซิบแผ่วๆ ไว้บรรทัดนี้ว่า ท่านผู้ใดมีซิสเต็มดังนี้ สุ้มเสียงใช้ได้แต่ขาดหัวโน้ตชันๆ ประเภทว่ากีตาร์ทึ้งสายเหมือนมือไม้ไม่มีเอ็น หรือแรงปะทะแรงกระทบที่จะให้ฉะฉานกระตุ้นเลือดลมไม่มี หรือเสียงนักร้องน้องรักสดใสดีแต่ฟุ้งไม่เป็นตัวเป็นตน หรือเสียงทั้งกว้างแผ่เป็นสนามหลวง แต่หาสาระแก่นสารตรงกึ่งกลางเวทีไม่ได้ อ้า...ท่านว่าต้องพิจารณาทิปโท Fine Ceramic กันแล้วล่ะครับท่าน

จาก Isopod มาถึง Fine Ceramic เข็มขัดสั้นอีกตามเคย คาดไม่ถึง ที่คิดเอาเองไว้แต่แรกจากความทรงจำกับทิปโทประเภทเซรามิคนั้น ไม่เหลือเค้าอีกแล้ว ทันทีที่รองรับไว้ใต้เครื่องสามจุด (ใช้ซีดีรีซีฟเวอร์ Linn Classic เป็นบทสรุปท้ายสุด) ความชัดคมเป็นสามมิติของแต่ละสุ้มเสียง มากันเลยทีเดียว ราวว่าวันนัดพบญาติที่บางขวาง แจ่มแจ้งชัดเจนเป็นสามมิติโดยพร้อมเพรียงกัน

แทร็คแรกในอัลบั้มยอดฮิต Art For The Ear แผ่นของ Burmester นี่แหละ เสียงขับร้องของเจ้าหล่อน ชัดเจนเป็นสามมิติเอาเลยทีเดียว แถมไม่ล้ำหน้าออกมา แล้วไม่ใช่ให้โฟกัสแบบขึ้นขอบให้คมจนล้ำออกมาแถวหน้าเหมือนทิปโทโหลประเภทนั้นแน่นอน

ที่ต้องสรรเสริญ Fine Ceramic กันให้หนักข้อ ก็นี่เลย เสียงค้อนตีสายสตริงของเปียโนในท่อนแยกของเพลงนั่นแหละ ท่านเอ๋ย ได้แรงได้น้ำหนักชัดๆ กันเลย เรียกว่าแรงปะทะต้นๆ ก่อนเสียงหลักจะดังตามมาทำนองนี่ เด็ดขาดทหารเรือเลยเชียว นี่ท่าจะแข็งคมออกมาละซิ ผิดครับ ยังรักษาเนื้อเสียง ทรวดทรงความเป็นสามมิติเอาไว้ได้ดีมากๆ ไม่มีอาการวูบวาบหรือฟุ้งเป็นเศษเงาขาวๆ หรือเป็นหมอกรอบๆ ตัวเสียงเลย

ลองเลื่อนเดินหน้าไปที่แทร็คหกนะครับท่านที่รัก เปียโนอยู่ทางซีกซ้ายลึกเข้าไปในเวที ถัดมาก็แซกโซโฟน แทบจะเข้ากลางแต่อยู่ใกล้เปียโน ถัดมาก็ดับเบิลเบส ใกล้กันก็เป็นกลองชุด ประโทษ, ปลายแหลมจากพวกไฮแอท ฉาบ พลิ้วไสวออกมาเลยทีเดียว สะอาดสดใส ให้น้ำเสียงที่ฉ่ำติดปลายหมัดกันเลยทีเดียว แถมรายละเอียดเหลือๆ ครับท่าน

Isopod Ceramic นั้น ให้น้ำเสียงออกหวานระรื่น ต่อเนื่องดี จังหวะจะโคนไปทางช้าๆ แต่พอเจอกับ Fine Ceramic ของ Golden Sound คราวนี้ พลิกสถานการณ์ความเป็นเซรามิคแต่เดิมทันที ผมเชื่อเป็นนัยว่ามาจากวัสดุที่ปรับจูนโดยสอดไส้เอาไว้ตรงกลางนี่แหละ

สรุปได้ว่า ทิปโท Fine Ceramic ให้น้ำเสียงสดใส รายละเอียดสูง โดยเฉพาะน้ำเสียงที่มีรายละเอียดอย่างนี้ ฉ่ำครับท่าน ยอดเยี่ยมไร้เทียมทานด้วยการถ่ายทอดตัวตนของเสียงออกมาเป็นสามมิติ โดยไม่เลื่อนหรือขยับตำแหน่งเสียงนั้นๆ ให้ถอยร่นไปหลังบ้าง พุ่งล้ำเดินมาหน้าบ้าง พฤติกรรมพรรค์นี้ไม่มี คงเส้นคงวา ชัดอยู่ตรงไหนก็ตรงนั้น ดีซ้ำเข้าไปอีกกับน้ำหนักเสียงต้นโน้ตต้นเสียงทั้งหลาย ได้แรงได้พลังเป็นที่สะใจพระเดชพระคุณนั่นเทียวนี่ประเด็นหลักใหญ่ใจความอยู่ที่ลูกใหญ่ ส่วนลูกเล็กก็บ่ายหน้ามาทางทิศนี้เช่นกัน สักแต่ว่าเป็นไปตามสัณฐานประมาณควร ลดน้ำเสียงที่อิ่มฉ่ำในช่วงกลางต่ำๆ ลงไปบ้างตามสมควร แต่โดยมหภาคแล้ว เชื้อไม่ทิ้งแถวทีเดียว

ผู้ใดขัดใจกับสุ้มเสียงและอิริยาบถบางประการที่ปรากฏในซิสเต็มของตน ก่อนหมุนเวียนเปลี่ยนถ่าย ยักย้ายขายต่อหรือกระไรก็เถอะ ฉะนี้แล้วไม่ใคร่ครวญทวนความถามหาหรือว่าลองเล่นทิปโท Fine Ceramic กันเสียหน่อยหรือ? มิได้ครับ, หาได้แนะนำจำยอมว่าต้องไปหาไปซื้ออะไรปานนั้น แต่น่าจะไปลองฟังที่ร้านกันก่อนปะไร แค่รองรับใต้เครื่องเล่นซีดีก็พอ ปะเหมาะเคราะห์ส่ง อาจประหยัดงบไปได้บานทีเดียวเชียว

ประเดี๋ยวจะหาว่าหล่อมีดีแล้วไม่บอกเข้าอีก ติดต่อสอบถามที่คุณประเสริฐสำนักกรีนออดิโอเอาเถิด





 

พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 30 มกราคม, 2005, 09:39:40 PM »
ตัวที่ 5� ก็เป็นของที่ดีมากอีกตัวหนึ่ง� คัดมาเช่นกันครับ� �จาก� http://www.audio-teams.com
Tip-Toe : Stillpoints
โดย..." การุณชาติ พุกกะเวส "

--------------------------------------------------------------------------------

นี่เป็นอุปกรณ์เสริมที่นักเล่นทั้งหลายน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี กับรูปลักษณ์ที่ออกแบบเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายด้านหนึ่งแบนราบ ส่วนอีกด้านเป็นกรวยแหลม จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก "ทิปโท"

ซึ่งในปัจจุบันล้วนถูกพัฒนาให้มีรูปร่างหน้าตาที่แปลกออกไปบ้าง แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปสามเหลี่ยม แต่ไป "เล่น" ในส่วนวัสดุที่ใช้ทำ มีทั้งอลูมิเนียม, ผลึกแก้ว, ไม้ชนิดต่าง ๆ, เซรามิค และ อื่น ๆ อีกมากมายจนไปถึงเคฟล่าร์ (คาร์บอนไฟเบอร์) ตามแต่การรังสรรค์ของทีมง น

ซึ่งแต่ละวัสดุที่ใช้ทำนั้น จะส่งผลต่อสีสันภายนอกแล้ว ยังส่งผลถึงคุณภาพเสียงด้วย ด้วยเหตุนี้บางยี่ห้ออาจมีการผสมผสานของวัสดุมากกว่า 1 ชนิดในชิ้นงาน เพื่อจูนเสียงให้ลงตัว ดีที่สุดก็ว่าได้

และถือเป็นอุปกรณ์เสริมยอดนิยมของนักเล่นทั่วไปเลยทีเดียว เพราะใช้งานง่าย เพียงนำไปรองไว้ใต้เครื่องก็รู้เรื่องแล้ว

คราวนี้ผมได้รับทิปโทมา 1 ชุด (มี 3 ชิ้น) ที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในต่างประเทศเวลานี้ นั่นคือทิปโท Stillpoints หรือชื่อที่ผู้ผลิตเรียกว่า "universal Resonance Damper" อันที่จริงถ้าจะให้ครบสูตร ผู้ผลิตออกแบบมา 2 ชิ้นให้ใช้ควบคู่กัน ตัวแรกเรียกว่า Stillpoints (ที่แนะนำในครั้งนี้) สูง 1.03 นิ้ว อีกตัวเรียกว่า Risers จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่เตี้ยกว่า สูงเพียง 0.380 นิ้ว จุดประสงค์เพื่อให้เอาทิปโท Stillpoints รองที่ Risers อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ปรับระดับความสูงต่ำได้ เพราะตัว Risers มี สกรูให้ปรับ (ตั้งแต่ 1.383-1.425 นิ้ว) แต่ทางผู้นำเข้าคงจะนำมาเพียงทิปโท Stillpoints เท่านั้น (ซึ่งปรับสูงต่ำไม่ได้) จานรอง Risers คงไม่ได้นำเข้ามาด้วย

คุณสมบัติพิเศษ

- Made inwU.S.A.
- รองรับน้ำหนักได้ 300 ปอนด์ต่อการใช้ 3 ชิ้น
- รองได้ทั้ง 2 ทิศทางทั้งคว่ำและหงาย

ลักษณะทั่วไป

ทิปโท Stillpoints รูปร่างเป็น 3 เหลี่ยม พ่นสีดำภูเขาไฟ มีความมันเล็กน้อย ปลายด้านที่แบนราบจะมีสติ๊กเกอร์สีดำด้านปะอยู่ ตัวอักษรใช้สีขาว บอกชื่อยี่ห้อ ชื่อเว๊บไซต์ และสถานที่ผลิตไว้อย่างชัดเจน ตรงกลางเจาะรูเป็นเกลียวเอาไว้ เพื่อให้ดัดแปลงใส่ตรงขารองเครื่องโดยตรงได้ด้วย และสามารถมองลอดช่องที่เป็นเกลียวนี้เห็นลูกกลม ๆ สีขาวประมาณ 4 ลูกที่ใส่อยู่ภายในด้วย (ไม่เต็มพื้นที่)

เมื่อมองจากด้านข้างนั้น ลายเส้นจะลากตรงลงมาเล็กน้อย ก่อนจะลากเฉียงไปบรรจบกันที่ด้านปลายแหลม ซึ่งทิปโท Stillpoints นี้ออกแบบให้ด้านปลายแทนที่จะเป็นเดือยแหลมแบบทั่วไป กลับเป็นลูกบอลทรงกลมสีขาว โผล่ออกเล็กน้อย แต่ผู้ผลิตได้ให้รายละเอียดว่า แม้จะเป็นทรงกลมแต่ก็มีจุดสัมผัสพื้นเพียงนิดเดียว

ลูกบอลทรงกลมสีขาวที่บรรจุอยู่ภายใน และปลายสุดนี้ทำจากเซรามิค ทำหน้าที่สลายแรงสะเทือนและดูดซับไปพร้อมกัน และจะมีอิสระในการกลิ้งไปมาโดยที่ลูกที่อยู่ภายในจะเป็นฐานรองลูกที่โผล่ออกมาสัมผัสพื้น

ทิปโท Stillpoints ตั้งราคาขายประมาณ 10,000 บาทเศษ ต่อ 3 ชิ้น บรรจุในกล่องหนังสีดำสวยงามดี สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าดูได้ที่ www.stillpoints.us ครับ

อุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง

เครื่องเล่นดีวีดี Aconatic AN-2130 (M) (โมดิฟายเต้ารับเป็น 3 ขา IEC ที่มาพร้อมฟิลเตอร์กรองขยะ สายต่อภายในจากเต้ารับลงแผงวงจรใช้สายโมดิฟายของ Cardas) ด้านบนทับด้วย Brightstar Little Rock ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเครื่องเล่นดีวีดี Arcam DV88P ด้านบนทับด้วย Hi-Fi Block ทั้งคู่วางอยู่บนชั้นวาง Target ชั้นที่ 2 และ 3 จากที่มีความสูงทั้งหมด 5 ชั้น ใช้สายไฟเอซี Van Den Hul M.C. THE MAINSSTREAM HYBRID (หัว Arrow Hart สีส้ม/ ท้าย Schurter รุ่น 4782) และสายไฟเสียบต่อเข้าปลั๊กกรองไฟ PAC : Super Idos ช่อง Digital

โปรเจคเตอร์ Panasonic PT-AE 100 E ซึ่งวางที่ชั้นที่ 4 รองด้านใต้ด้วยแท่นรอง Hi-Fi Block ยกด้านหน้าด้วยทิปโท Michell รุ่นจานบิน ปลายด้านเข้าเครื่องเป็นทรงดอกจิกต่อออกมาผ่านกล่องเต้ารับที่โมดิฟายให้ปลายเป็นแบบ IEC ซึ่งเป็นของ Acme เพื่อสามารถใช้สายไฟเอซีพิเศษได้ ผมใช้สายไฟ Supra LoRad (หัว Arrow Hart สีส้ม/ ท้าย Schurter รุ่น 4782) ต่อเข้าตัวกรองไฟ AV-Zone IS-500 Plus และสายไฟเอซีจากตัวกรอง AV-Zone IS-500 Plus นี้เป็นสายไฟเอซี Kimber Kable PowerKord (หัว Hubbell เหลี่ยมดำ / ท้าย Schurter) ลากไปเสียบเข้าเครื่องคุมไฟ / กรองไฟ Silicon VR-100Ie และสายไฟของ Silicon VR-100Ie เป็น Coral-Krell (หัว Hubbell 8215 CT / ท้าย Schurter) เสียบตรงเข้า Wattgate 381 (ตัวที่หนึ่ง-ช่องที่ 2)

สายภาพ VGA-VGA M/M (หัวตัวผู้ทั้ง 2 ด้าน) เป็นของ Canare ปลายสายใส่กระบอก JM 1 กระบอก

สาย Component เป็น AV-Zone รุ่นพิเศษ ราคาประมาณ 7,500 บาท สลับกับ Monster MV2CV ร้อยผ่าน Hi-Fi Trick ที่เจาะเป็น 3 ช่องแล้ว

จอเป็น Da-Lite รุ่น Class Rite เนื้อจอ Matte White ค่าเกน 1.0 ขนาด 70x70 นิ้ว (จัตุรัส) แต่ดึงออกมาให้เป็น 16:9 วัดขนาดได้ประมาณ 80 นิ้ว

สายดิจิตอล MIT Digital Reference สลับกับ Supra Trico ร้อยด้วยท่อ Floaters

เอ/วี รีซีฟเวอร์ Marantz SR-6300 สลับกับ Denon AVR-3803 มีอิฐ VPI db-5 วางบนหลังเครื่อง 1 ก้อน วางบนชั้นวาง Audio Arts รุ่น 3 เสา สายไฟเอซีเสียบต่อเข้าที่ PAC : Super Idos ช่อง Analog

เพาเวอร์แอมป์มัลติแชนแนล Adcom GFA-7000 THX ใช้สายไฟเอซี Audioquest NRG-2 (หัว Hubbell 8656E / ท้าย Schurter รุ่น 4782) เสียบตรงเข้า Wattgate 381 (ตัวที่สอง-ช่องที่ 1)

สายสัญญาณ 5 แชนแนลเป็น Alpha Core รุ่น Micro Purl (Copper-ประกอบสำเร็จจากนอก) วางบนชั้น Trisolater ของ Audio Arts

ลำโพงเป็น AAD S-5 คู่หน้าตั้งพื้น มีฐานวางพร้อมเดือยแหลมมาให้พร้อมสรรพ ส่วนเซ็นเตอร์ AAD S-3C วางบนขาตั้ง Triangle สูง 24 นิ้ว ใช้ 2 ตัว ยิงเสียงเข้าหาจดนั่งฟังด้วยทิบโท Michelle ทรงจานบินที่ด้านหน้า 2 จุด ส่วนคู่หลัง AAD S-1 วางบนขาตั้ง Audio Arts รุ่น 3 เสา สูง 24 นิ้ว แต่ทวีตเตอร์ยังเตี้ยกว่าระดับหู จึงแหงนหน้าลำโพงด้วยทิปโท Michelle ทรงจานบินที่ด้านหน้า 2 จุด โทอินเข้าหาจุดนั่งฟังพอสมควร

สายลำโพงชุดหน้า ใช้ Kimber Kable 4TC พร้อมก้ามปู Kimber Kable เอง ยกลอยเหนือพื้นด้วยแท่งยาง Hi-Fi Trick สายลำโพงเซ็นเตอร์เป็น Kimber Kable 4TC พร้อมบานาน่าปลั๊กของ Kimber Kable ส่วนสายลำโพงเซอร์ราวด์เป็น Cable Talk 4

ซับวูฟเฟอร์ Velodyne CHT-12 ใช้สายไฟเอซี Belden สีดำ (หัว Marinco / ท้ายเป็น Schurter รุ่น 4782) เสียบตรงเข้าที่ปลั๊ก Wattgate 381 (ตัวที่สอง-ช่องที่ 2) และสายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ Monster Cable M351 SWHT

ปลั๊กกรองไฟ PAC : Super Idos ใช้สายไฟเอซีใช้ของ Audio Power PL-313 เสียบเข้าที่กำแพงใช้เต้ารับ Wattgate 381 (ตัวแรก-ช่องที่ 1)

เสียบกระบอก X-Filter 1 กระบอก ที่ตัวคุมไฟ Silicon VR-100Ie และ AV-Zone IS-500 Plus เวลาฟัง ทาน้ำยา XLO : TPC ที่ขั้วต่อ ต่าง ๆ ไม่ลืมแยกสายต่าง ๆ ห่างจากกัน และยกลอยเหนือฟื้นพรมเท่าที่จะทำได้

ห้องฟังมีขนาด 4 x 5 x 2.5 เมตร ผนังปูน มีฟองน้ำหุ้มผ้าสีดำติดอยู่ที่ผนังด้านซ้าย-ขวา และที่เพดานห้องช่วงลำโพงคู่หน้า เพื่อลดเสียงสะท้อน พื้นปาร์เก้ต์มีพรมปูบางส่วน มีแผงดิฟฟิวเซอร์ร่องกลาง 2 แผง ควบคุมอคูสติกด้วย Room Tune (ของแท้) 4 แท่ง กับ Echo Tune (ของแท้) 4 อัน

ผลการลองฟัง

ทิปโทของ Stillpoints 3 ลูก มีการใช้งานที่ไม่ยากเหมือนเช่นที่คุ้นเคยกันดี ผมนำมารองด้านล่างของเครื่องเล่นดีวีดี, เอ/วี รีซีฟเวอร์ และเพาเวอร์แอมป์ เพื่อหาความแตกต่างระหว่างการใช้กับไม่ใช้ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ผู้ผลิตระบุว่า คุณสามารถเลือกจะเอาด้านลูกบอลทรงกลมสีขาวหงายขึ้นติดเครื่อง หรือจะวางคว่ำลงชี้ไปที่พื้นก็ย่อมได้ ไม่ผิดจุดประสงค์แต่อย่างใด ขอเพียงฟังแล้วชอบแบบที่ปลายลูกบอลสีขาวชี้ไปด้านไหนก็ให้คงไว้

นี่เป็นข้อดีที่ใช้ในกรณีที่ใต้เครื่องออกแบบเป็นรังผึ้ง หรือมีพื้นผิวที่ไม่เรียบพอจนใช้ด้านแบนวางไม่ได้ ก็สามารถใช้ด้านทรงกลมวางแทนได้ด้วย โดยไม่ย่อหย่อนประสิทธิภาพแต่อย่างใด

เริ่มต้นด้วยการรองใต้เครื่องเล่นดีวีดี ดูหนัง 1001 Pattes (โซน 2 Dolby Digital) ลองใส่ทิปโท Stillpoints เอาด้านลูกบอลสีขาวลงพื้น ให้ไดนามิคที่ดี แยกแยะตำแหน่งได้ชัดเจน ไม่มั่ว จากนั้นเปลี่ยนมาให้ด้านลูกบอลสีขาวชี้เข้าหาเครื่อง พบว่า ความถี่ต่ำมีความเด็ดขาด กระชับ มีมวลดีขึ้น จึงคงไว้ด้านนี้ตลอด

ต่อมาย้ายมารองใต้เอ/วี รีซีฟเวอร์ Denon AVR-3803 ดูเรื่อง Daredevil (โซน 3 dts) ให้บรรยากาศโอบล้อมที่ดี มีตลอดทั้งเรื่อง รายละเอียดพรั่งพรู เบสอิ่ม หนักแน่นดี ผมลองสลับทิศทางดูแล้ว พบว่า ผมยังชอบให้ด้านลูกบอลสีขาวชี้เข้าหาเครื่องอยู่ครับ

แผ่น dts No.4 / No.5 / No.6 ปลายแหลมสดเปิดโปร่ง แต่ไม่แห้งหรือแข็งบาดหู แพนทิศทางที่ดีมาก โฟกัสชัดเจนแต่ไม่ขึ้นขอบแข็ง บรรยากาศโอบล้อมดี ไดนามิคน่าประทับใจมาก

The Rock (โซน 1 dts) ช่วงขับรถไล่ล่ากัน ไดนามิคดีไม่มีการวูบวาบหรือแข็งกร้าวขึ้นมา แม้ว่าจะฟังในระดับความดังสูง ๆ เข้าใจว่างานนี้ "เซรามิค" ในทิปโท Stillpoints น่าจะทำงานเต็มที่ในการคุมความประพฤติของเสียง

Hero (ฉบับฮ่องกง) เสียงกลองอิ่มแน่น มีทั้งดังและเบา โฟกัสดี กังวานพอเหมาะ เด้งตัวตลอด ไดนามิคดี

Face /Off (โซน 1 Dolby Digital) เสียงนิ่ง โฟกัสชัดเจน ไม่บาดหู รายละเอียดดีมาก อักขระชัดเจน เวทีเสียงกว้างขวาง

Initial D (โซน 3 dts) ถ่ายทอดรายละเอียดได้ครบครัน บางอย่างที่ไม่เคยได้ยินก็มีให้ได้ยิน บรรยากาศโอบล้อมดี เสียงสังเคราะห์เร้าใจ

The Matrix (โซน 2 Dolby Digital) ในหลายฉากให้การแพนทิศทางที่ดี มีการหมุนวนไปมา เสียงก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างถูกต้อง ไม่มีการโหว่หรือหุบเข้าของสนามเสียงแต่ประการใด

กับหนังเบา ๆ Sweet Home alabama (โซน 3 Dolby Digital) น้ำเสียงเต็มไปด้วยบทสนทนา แต่ย้ำหนักเบาดี โดยรวมยังคงราบเรียบอยู่ ทิปโท Stillpoints ก็ไม่ได้ทำการเน้นเสียงเบสหรือไดนามิคให้ออกมาเกินกว่าที่มีในแผ่นอีกด้วย

เมื่อเล่นแผ่นซีดีเช่น Teresa Teng Forever, Brax : Sound Check, Golden String Demo Stration Disc ถ่ายทอดเสียงได้นุ่มนวล มีความต่อเนื่องลื่นไหลเป็นดนตรีดี ย้ำหนักเบาชัดเจน เวทีเสียงกว้างขวาง ตื้นลึกดี

บทสรุป

เป็นทิปโทที่ให้คุณภาพดี มิตินิ่ง โฟกัสชัดเจนแต่ไม่ขึ้นขอบ ขยายวงให้กว้าง มีตำแหน่งที่แน่นอนชัดเจน มีประสิทธิภาพด้านเสียงเบสที่ดีมาก ซึ่งโดยส่วนตัวก็ประทับใจกับจุดนี้มากที่สุด (ใช้ด้านสีขาวหันรองติดกับเครื่องเลย) แต่ด้วยราคาเรือนหมื่นทำให้ทิปโทของ Stillpoints ถูกแบ่งกลุ่มให้คู่ควรกับเครื่องที่มีราคาค่อนข้างแพงจะเหมาะสมกว่า คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วจะดูดีกว่า ส่วนเครื่องราคาไม่แพง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผล หากแต่ถ้าราคาของทิปโท Stillpoints เกินครึ่งของตัวเครื่องแล้ว นักเล่นทั้งหลายก็ลองพิจารณากันดูว่ามันเหมาะสมกันหรือไม่ หรือใครจะลงทุนก็ไม่ว่ากันครับ

 

การุณาชาติ พุกกะเวส

 เพิ่มเติมคล้ายตัวนี้ ฮิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 09:57:02 PM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ปีศาจเต้าหู้

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 191
  • เพศ: ชาย
  • mcc2
    • http://www.htg2.net/index.php?PHPSESSID=295e2bdf1a2b0b264d7c567a8b95fd21&action=dlattach;topic=3157.0;id=4032
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 31 มกราคม, 2005, 10:15:06 AM »
ขุนจิตเอย......ศิษย์ผู้น้องร่วมสำนัก ใยจึงเรียกเราว่าอาจารย์อยู่เรื่อย เปลืองแฃมภูหลาย  เหาขึ้นหัวประจำ  เลิกเรียกหน่านะ!


ตัวจริงเสียงจริง  อาจารย์จริง ๆ  โน่นเลย  ท่านสมฃายหุบเขา   กลเม็ดเด็ดพรายมากมาย

เสียแต่ไม่ค่อยจะแย้มให้ใครฟัง  ประดุจดั่งพิภก คืออยากรู้อะไรต้องถาม ไม่เคยอวดอ้าง

 ขอเวลาหน่อยจิต  จะซ่อมคอมแล้วแหละ   ขอมูลเพียบเฃ่นกัน   แต่จะให้เขียนแบบเป็นทางการแบบขุนจิต ไม่เอานะ   งานเยอะหว่าหมู่นี้!!!!! 


อ้อ!!!!  ผมยังจำคำกล่าวที่ว่า  ไม่มีมิตรแท้และศัตคูที่ถาวรในมวลหมู่ Acessories  แล้วแต่ใครจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับชุดได้ดีเพียงใด

ปิดท้ายก่อตนจะไป  ขอบอกว่าเสียงของห้องก็มีส่วนทำให้เสียงจากซิสเต็มให้ดีขึ้นหรือแย่ลง  ดังนั้น  ควรให้ความสนใจในอคูสติคของห้องด้วยครับ

ด้วยความหวังดี


มัง มารตุ๊กตา(กะปุ๊กลุก)
ผิดคนอื่นเห็นเป็นเช่นภูเขา
ผิดของเรา ไม่เห็น เท่าเส้นขน
ตดคนอื่น เหม็นเบื่อตูเหลือทน
ตดของตนถึงเหม็น....ไม่เป็นไร?!!

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2005, 01:04:41 AM »
ไม่ให้เรียกอาจารย์ได้อย่างไร เก่งขนาดนี้           ขอเรียกเซียนมังเหมือนเดิมได้หรือเปล่า

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2005, 05:22:59 AM »
ครับ  อจ.มังเรียกติดปากครับ   ยังไงก็เรียกฮิฮิ   
  เป็น อจ. 1  วันเหมิอนเป็นอจ.ตลอดชวิต ฮิอิ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2005, 05:38:44 AM »
ตัวที่  6

Tiptoe Michell Tenderfeet   ราคา 900 บาท  เฉลี่ยตกลูกละ 300 บาท

 Tiptoe Michell Tenderfeet คืออีกหนึ่งในตัวทิโทนที่มีคุณภาพ ที่คุ้มราคา
วิธีการใช้
   1. รองรับเครื่องสามจุดใต้เครื่องที่มีน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม    ถ้าหนักมากกว่านี้จะทำให้ปลายแหลมชำรุดได้ 
แนวทางก็คือมันช่วยเสริมให้อิมแพ็คมีน้ำหนัก  มีแรงปะทะคมเข้มเฉียบขาด  อิมเมจดูออกเล็กกะทัดรัดลง  ช่วยให้การเว้นช่องว่างช่องไฟในวงมีอิสระ  จุดนี้แหละที่ทำให้     มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพิ่มขึ้น  เพราะมันช่วยปัดเป่าหมอกควันต้นเหตุเสียงขุ่นมัวให้หมดไป
  2. .ดุลเสียงออกมาพอดีๆ  ก็ให้เลือกเอาปลายแหลมจิกลงพื้น 
  3.ถ้ารู้สึกว่าน้อยเกินไปก็หันปลายแหลมชี้ขึ้นจิกที่เครื่อง  เสียงจะสว่างและเน้นรายละเอียดขึ้นอีก  โดยมิติด้านลึกที่ขยับตื้นขึ้นมาอีกแถวสองแถว 
ทิบ
  ถ้าฟังแล้วเสียงมันสว่างชัดเกินไป  ก็ให้หายางโอริงมาสวมในร่องของฐานทิปโท  เสียงก็จะลดความสว่างตามคุณภาพของยางที่แด็มป์ไว้
ยืมมาครับ  อิอ

ส่วนรูปจะหามาให้อีก
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2005, 06:30:43 AM »
บล็อคไม้ cardas
  รายละเอียด  วิธีใช้
1.นำมารองใต้เครื่อง  amp pre dvd  ได้ผมในเลือกดุลเสียง  จะได้ความเนียนของเนื่อไม้
2.นำมารองใต้สายสัญญาณ  และสายไฟจะมีผมทำให้ดุลเสียงดีและเนียน
3.บางท่านเอา บล็อคดังกล่าวมาใช้จูนเสียงได้อีกด้วย  โดยวางไว้บนหลังดิฟฟิวเซอร์ได้ครับ  จะจูนให้มิติลอยขึ้น

ทิปเล็กการเลือดบล็อคไม้  Cardas
1.ไม้สีอ่าน  โทนเสียงจะออก  นิ้ว  จะหวังจะช้า
2.ไม้สีเข้ม  โทนเสียงจะชับพลันหน่อย 
3.ถ้ามีแกนไม้บางส่วน  จะเกิดอาการเกร็งที่ปลายเสียง  แต่ได้ความกระแทกกระทัน 
    แล้วแต่ชอบ


http://www.audio-teams.com/accessories/cardas_golden/1.shtml

 ลองเล่นCardas Golden Cuboild Woodblock

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 

ท่านผู้อ่านที่นิยมหรือคุ้นเคยกับการใช้ทิปโท (หรือพระรองปลายแหลม) ที่จำหน่ายมากมายหลายรูปทรงและยี่ห้อ วันนี้ผู้เขียนมีของเล่นที่ “ ลองเล่น ” แล้วเกิดความรู้สึกในทันทีว่าทิปโทราคาประหยัดที่ขายกันชุดละไม่เกินสองพันบาทต่อสามลูกทั้งหลายทั้งปวง คงต้องกลับไปทำการบ้านเพิ่มเติมได้แล้ว เพราะครั้งนี้ผู้เขียนจะมานำเสนออุปกรณ์รองเครื่องสารพัดประโยชน์ที่น่าจับตามองที่สุดตัวหนึ่งในชั่วโมงนี้

ถามว่ามันคือทิปโทชนิดใหม่? ไม่ใช่ครับ อุปกรณ์รองเครื่องชนิดนี้ไม่ใช่ทิปโท และไม่มีรูปทรงเหมือนกับทิปโทแม้แต่น้อย มันเป็นไม้ที่ถูกตัดให้มีรูปทรงเป็นบล็อกสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่ดูผ่านๆแล้วนึกว่าเป็นชิ้นไม้ธรรมดาชิ้นหนึ่ง แต่เหตุที่ดูไม่ธรรมดา ก็เพราะมันถูกตีตรา ' หอยนอติลุส ' ที่เป็นตราสัญลักษณ์ประจำยี่ห้อของ Cardas ซึ่งเป็นยี่ห้อสายสัญญาณที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าคุณภาพเสียงและชื่อชั้นเข้าขั้นแค่ไหน

ชื่อเต็มของมันคือ Cardas Golden Cuboild Woodblock (ขออนุญาตเรียกโดยย่อว่า บล็อกไม้ Cardas ) รูปร่างภายนอกมีขนาดใหญ่กว่าทิปโทรองเครื่องทั่วไป กว้าง 1.618 ยาว 2.618 และหนา 1 นิ้ว ตามสูตร Golden Ratio มีจุดประสงค์หลักในการใช้งานสำหรับใช้รองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงรวมถึงลำโพง

* จริงๆแล้วผู้เขียนทราบว่ายังมีบล็อกไม้แฝดคนละฝาที่มีรูปทรงเหมือนกันทุกประการอยู่อีกยี่ห้อ คือของ Ayre ซึ่ง ณ วันนี้ผู้เขียนทราบว่ายังไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายแต่อย่างใด *

ลักษณะเด่น

•  ออกแบบด้วยสัดส่วน Golden Ratio

•  ตัดแบ่งด้วยเลเซอร์ ความร้อนที่กระทำต่อเนื้อไม่จึงต่ำ และให้ผิวสัมผัสเรียบเนียน

•  ใช้ไม้ Myrtle Wood จากประเทศสหรัฐอเมริกา

•  เป็นไม้เนื้อแข็งมีความแกร่งสูงรองรับน้ำหนักได้มาก เนื้อแน่น แต่มีน้ำหนักเบา

(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้จัดจำหน่าย)

ติดต่อ Audiocom Group 0-2655-3970

หรือที่ หนุ่มไฮ-ไฟ 0-2591-3454 01-442-0687

ราคาชิ้นละประมาณ 500 บาท

 

สำหรับการใช้งานนั้น โดยจุดประสงค์หลักแล้วมักจะใช้บล็อกไม้ Cardas ในการรองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงทุกชนิดเป็นหลัก เพราะมีพื้นผิวเรียบ จึงสามารถใช้รองรับเครื่องได้หลายประเภท ตั้งแต่เครื่องเล่นซีดี, ดีวีดี, อินทีเกรตแอมป์, ปรีแอมป์, เพาเวอร์แอมป์, ลำโพง, และอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถใช้รองรับได้โดยตรง

จะว่าไปแล้ว มันก็รองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงได้แทบทุกชนิดนั่นแหละครับ

แล้วจำนวนการใช้ล่ะ ใช้กี่ชิ้นต่อเครื่องดี?

รองเครื่องสักสามชิ้นก็ได้สำหรับเครื่องที่มีน้ำหนักไม่มาก แต่ถ้าเป็นเพาเวอร์แอมป์มีน้ำหนัก ผู้เขียนขอเสนอให้เพิ่มอีกสักชิ้นไว้กันเหนียว ซึ่งนอกจากจะได้ผลทางความมั่นคงในการจัดวางแล้ว ผลลัพธ์ทางเสียงก็ดูจะสมบูรณ์กว่าในหลายแง่ ไม่ว่าจะเป็นดุลเสียงโดยรวมที่เอิบอิ่ม มีความนิ่ง สงบ และแจกแจงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆให้เด่นชัดมากขึ้น

และหากมีเพียงชุดเดียวและต้องการบุคลิกความเป็นบล็อกไม้ Cardas มากที่สุด (หมายถึงเห็นผลชัดเจนที่สุด) ก็ให้นำไปใช้รองรับแหล่งโปรแกรมต้นทางเป็นลำดับแรก ท่านจะได้คุณลักษณ์เฉพาะตัวของบล็อกไม้ Cardas ชัดเจนที่สุด แต่หากรู้สึกว่าต้องการพละกำลังเสียงที่กระชับหนักแน่น คล้ายเพิ่มกำลังวังชาให้มากขึ้นมากกว่าน้ำเสียง ก็ย้ายไปรองใต้เพาเวอร์แอมป์หรืออินทีเกรตแอมป์เปรียบเทียบดู ส่วนใหญ่ที่ผู้เขียนลองเล่นดูนั้นจะเป็นไปตามที่แจ้งไว้ แต่เรื่องพรรค์นี้ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะต้องเป็นดังที่บอกกล่าวกันมา, ต้องลองเองนั่นแหละครับ ดีที่สุด

และขอแนะนำสักนิดสำหรับเทคนิคการเลือกใช้ คือนอกจากจะพิจารณาที่น้ำหนักเครื่องแล้ว ควรพิจารณาบุคลิกแนวเสียงของเครื่องที่จะใช้รองรับด้วยจะเป็นการดีมาก

 

บางครั้ง การเอาไปใช้กับเครื่องที่ให้โทนเสียงทึบหนา ขมุกขมัว จะเกิดผลที่น่าพึงพอใจกว่าแม้ว่าจะไม่ผูกพันในเงื่อนไขของน้ำหนักตัวหรือตำแหน่งในการวาง ประเด็นนี้ขึ้นกับทักษะส่วนตัว หากท่านผู้อ่านที่ชื่นชอบการเล่นแบบพลิกแพลง ก็สามารถเพิ่มพูนประสบการส่วนตัวจากบล็อกไม้ Cardas นี้ได้อีกหลายแง่มุม ส่วนท่านที่ยังจำแนกแยกแยะความต่างไม่ออกนั้น ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ท่านเล่นไปสักพัก หาเพื่อนที่ชอบแบบเดียวกัน สักพักเสียงที่ท่านได้ยินทุกวันจะนำพาท่านไปถึงจุดที่ต้องการเอง ไม่ต้องรีบร้อนแต่อย่างใด

แล้วจำนวนที่ใช้กับลำโพงล่ะ กี่ตัวต่อข้างดี ?

นอกจากเรื่องน้ำหนักแล้ว สำหรับลำโพงนั้นยังต้องขึ้นกับหน้าตัดของฐานลำโพงและขาตั้งลำโพงอีกด้วย หลักในการรองรับก็ใช้แนวทางเดียวกับการรองทิปโทใต้ลำโพงได้เลย บางครั้งวางสามชิ้นโดยจัดให้รองด้านหน้าหนึ่งชิ้น ด้านหลังสองชิ้นแล้วสุ้มเสียงเดินจังหวะกระชับ รวดเร็ว แต่ปลายเสียงเก็บตัวเร็วเกินไป ก็ให้ลองสลับวางเป็นด้านหน้าสองชิ้นด้านหลังหนึ่งชิ้นดูเพิ่มเติมอีกชั้น ส่วนใหญ่แล้วอีกด้านไม่ดี ด้านตรงข้ามจะเข้าท่าเข้าทางกว่า ลองฟังเปรียบเทียบดูนะครับ

ส่วนท่วงท่าในการวางนั้น ก็แล้วแต่ว่าจะลองเริ่มต้นจัดวางจากจุดไหน/อย่างไร ถ้าตั้งเอาด้านกว้าง (สูง 1.618 นิ้ว ) รองรับ ก็จะได้สมดุลเสียงกระชับเปิดเผย สะอาดและมีสมดุลเสียงที่ดี แต่ถ้าเลือกเอาด้านลึก (สูง 1 นิ้ว ) รองรับ ซึ่งความสูงในการวางจะเตี้ยกว่าแบบแรก ดุลเสียงกลางก็จะอิ่มหวาน ปลายแหลมพลิ้วไหว ทุ้มแม้อ่อนโฟกัสที่ชัดคมจะแจ้งของเสียงลงบ้าง แต่ก็เพื่อแลกกับความต่อเนื่องลื่นไหลน่าฟัง

เอาเป็นว่านิยมแบบไหน ท่าไหน ก็เลือกใช้ตามรสนิยมส่วนตัวของแต่ละท่านนะครับ หากชอบสมดุลเสียงดี ฟังเพลงหลากแนว การตั้งสูงจะได้ลักษณะที่ครบเครื่องกว่า แต่ถ้าต้องการเฉพาะแนวทางเช่นฟังเพลงร้องลีลาหวานๆอ้อนๆ หรือเพลงบัลลาดแจ็สบรรเลงสามสี่ชิ้น ก็เลือกตั้งเอาด้านที่เตี้ยจะดูถูกกับแนวทางนี้มากกว่า (ไม่แนะนำอยู่ท่าเดียว คือเอาด้านสูง 2.618 รอง เพราะเนื้อเสียงจะบอบบาง อ่อนความต่อเนื่องและมีสปีดเสียงเร็วเกินไป)

นอกจากรองรับเครื่องเสียง ตัวของมันเองยังสามารถใช้วางทับบนฝาเครื่องเพื่อปรับจูนเสียงได้ตามใจชอบอีกต่างหาก โดยส่วนใหญ่ที่ผู้เขียนลองวางทับเครื่องดูนั้น เห็นว่าการวางโดยเอาตราสัญลักษณ์ชี้ขึ้น (เอาด้านลึก 1 นิ้ว ตั้งขึ้น) ดูจะให้ผลในการปรับจูนที่สมบูรณ์ดีกว่าการวางทับในมุมอื่น

ตามปรกติของอุปกรณ์กดทับเครื่อง มักจะมีน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมากเสมอ นั่นก็เพราะมันต้องการให้น้ำหนักตัวของมันเอง ทำหน้าที่กดให้ฝาเครื่องที่ทับอยู่มีการสั่นสะเทือนน้อยที่สุด นอกจากนั้นก็อาจจะใส่เทคนิคต่างๆในการสลายคลื่นอันไม่พึงประสงค์อื่นๆโดยเฉพาะจากหม้อแปลงในเครื่องให้บรรเทาลงไปตามแต่ประสิทธิภาพของตัวอุปกรณ์

แต่บล็อกไม้ Cardas ไม่ได้ทำงานแบบเดียวกับอุปกรณ์ทับประเภทที่กล่าวถึง แต่มันทำตัวเป็นตัวแด็มป์ฝาเครื่องโดยใช้ความเบาของตัวมันเอง ทำหน้าที่รับ, สะสม, พร้อมทั้งสลายคลื่นต่างๆที่กระทำต่อตัวเครื่องให้ค่อยๆหมดไปอย่างเป็นธรรมชาติ

 

สำหรับท่านที่มีบล็อกไม้ Cardas เพียงหนึ่งชิ้น เทคนิคนี้จะทำให้ท่านรู้สึกถึงความคุ้มของอุปกรณ์ชิ้นนี้ทันที วิธีง่ายๆคือ นำบล็อกไม้ Cardas ไปวางทับฝาเครื่องบริเวณเหนือถาดรับแผ่นสำหรับเครื่องเล่นซีดี เริ่มที่วางตรงๆขนานเครื่องดูก่อน จากนั้นจะลองบิดไปซ้ายบิดไปขวาก็ลองตามใจชอบได้ ถ้าฟังแล้วไม่ชอบก็ให้ลองย้ายไปบริเวณสำคัญๆบริเวณอื่นเช่น ภาคจ่ายไฟ, ภาคแปลงสัญญาณ D / A เป็นการเพิ่มเติมประสบการณ์ไปในตัว

หรือจะเป็นนักเล่นที่คล่องแคล่วเรื่องการใช้อุปกรณ์ปรับอะคูสติกห้องฟัง ก็สามารถใช้จูนเสียงโดยวางบนแผง Diffussors, Jigsaw, Roomtune, Sound Panal (ของยี่ห้อ ASC ) ได้ โดยการใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทนี้ อาจจะรับรู้ถึงบุคลิกเสียงน้อยกว่าการใช้งานโดยตรงกับตัวเครื่องแต่จะไปเน้นที่การควบคุมรูปวงรวมถึงรายละเอียดภายในเวทีเสียงให้มีความสงัด ความใส การเว้นช่องว่างช่องไฟที่เป็นรูปธรรมให้แจ่มชัดมากขึ้น

ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปเที่ยวห้องฟังพรรคพวกที่เล่นเครื่องเสียงคอเดียวกัน พรรคพวกถึงกับแนะนำให้ลองนำเทปกาวสองหน้าติดบล็อกไม้ตรงบริเวณผนังส่วนที่เสียงฟุ้งหรือก้องเพื่อสกัดอาการดังกล่าว ซึ่งเมื่อผู้เขียนได้นำวิธีการดังกล่าวมาใช้งานในห้องฟังของตนก็ได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน ถือเป็นไอเดียที่บรรเจิดไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ที่บรรเจิดเพริศแพร้วกว่านั้น ผู้เขียนได้อ่านพบแนวคิดของท่าน เจ.เจ. แห่งเวปไซต์ audio-teams.com เกี่ยวกับการใช้งานบล็อกไม้ Cardas นี้ โดยท่านได้เจาะรูบล็อกไม้ดังกล่าวตามแนวความหนา ( 1 นิ้ว) ไว้สองรูพอร้อยสายสัญญาณ Supra EFF-I ไว้ใช้เพื่อแด็มป์และจูนเสียงโดยเทคนิคดังกล่าวผู้เขียนเคยเห็นใช้ในสายสัญญาณระดับไฮเอ็นด์อย่าง Kimber Select

อีกวิธีหนึ่งคือการเจาะพอใส่ Socket IEC Inlet เข้าไปได้ แล้วใช้คั่นเป็นปะเก็นแด็มป์ระหว่างเครื่องและ Socket IEC เพื่อสลายแรงสะท้านจากตัวเครื่องที่เป็นโลหะเพื่อไม่ให้กลับไปก่อกวนสายไฟต้นทางอีก

ทั้งสองวิธีผู้เขียนได้ลองปฏิบัติตามแนวทางที่ท่าน เจ.เจ. ได้อธิบายมา ผลปรากฏว่าวิธีดังกล่าวสามารถช่วยยกระดับคุณภาพเสียงของสายสัญญาณและเครื่องไปอีกระดับหนึ่งแบบชนิดเห็นหน้าเห็นหลัง ที่น่าทึ่งคือ ท่านทราบได้อย่างไรว่าลองด้วยวิธีนี้จะให้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น

Amazing!!! (คิดได้ยังไง)

แล้วบุคลิกผลลัพธ์ของการใช้บล็อกไม้ Cardas เป็นอย่างไร ?

 

อย่างแรกคือความสะอาด เนื้อเสียงทั้งหมดจะมีความโปร่งสะอาด เปิดเผย ขจัดเสียงอุดอู้หรือม่านหมอกที่คลุมเครือได้ชงัดนัก ลองเอาไปรองซับวูฟเฟอร์ที่เป็นลำโพงผลิตเสียงต่ำโดยใช้รองที่ตำแหน่งเดิม (ตั้งด้านกว้าง 1.618 นิ้วและหันตราหอยขึ้นบน) ก็ได้ผลตามที่กล่าวทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเบสสังเคราะห์จากแนวเพลง POP ทั่วไปหรืออะคูสติกเบสจากแผ่นในกลุ่ม Audiophile ก็ให้เบสที่แน่นกระชับขึ้นทันตา ที่เหนือชั้นคือไม่ทำให้หางเสียงและบรรยากาศรอบตัวโน้ตห้วนขาดหาย (มีแต่ตัวเสียงหลัก) ยังคงรักษาไว้ในระดับกำลังดี และเว้นช่องไฟในแต่ละโน้ตอย่างสวยงาม

อย่างที่สองคือความอิ่มของมวลเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวยี่ห้อ Cardas เสียงจะมีมวลที่อิ่มและให้ทรวดทรงของเสียงต่างๆกลมกลึง ขึ้นรูปค่อนไปทางสามมิติ คล้ายกับมองอิมเมจต่างๆเป็นลูกโป่งที่มีทรวดทรงกว้าง-ยาว-ลึก ไม่ใช่เป็นจานที่ให้ทรวดทรงออกไปทางแบน ฉะนั้นผู้อ่านท่านใดก็ตามที่ชื่นชอบเพลงขับร้องที่อบอุ่นนุ่มนวล ชอบฟังเพลงสบายๆประเภทเสียงร้องใสๆเช่นเสียงของคุณอรวีหรือเสียงร้องท่านอื่นๆ ก็น่าจะชอบบล็อกไม้ Cardas ตัวนี้ในทันที

สุดท้ายขาดไม่ได้คือความกลมกลืน อันนี้สำคัญมาก ผู้เขียนเคยได้ยินคำกล่าวของนักเล่นระดับเก๋าของวงการหลายคนที่เอ่ยออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “ ความกลมกลืนของเสียง ” หรือ Tonal Balance ถือเป็นหัวใจของอุปกรณ์เครื่องเสียงที่ดี ตรงนี้บล็อกไม้ Cardas ถ่ายทอดออกมาได้ดีเยี่ยม ทุ้ม-กลาง-แหลมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ปรากฏรอยต่อรอยตะเข็บของแต่ละย่าน (เสียง) ให้ได้ยินแน่นอน

สรุปความว่าน่าเล่นใช่ไหม... เอาล่ะ แล้วเครื่องระดับไหนที่เหมาะสม ?

ได้ทุกระดับครับ ท่านผู้อ่านสามารถใช้ได้กับชุดมินิคอมโปชุดละไม่กี่พันบาท ไปจนถึงชุดเครื่องเสียงหลักหลายแสนบาท ซึ่งเมื่อเปรียบคุณภาพเสียงต่อค่าตัว อันนี้ผู้เขียนบอกได้คำเดียวว่า ” คุ้มค่าเงินที่จ่ายทุกบาท ” เป็นอุปกรณ์รองเครื่อง/ลำโพงแบบสารพัดประโยชน์ ใช้งานได้กว้าง ราคาถูก (เมื่อเทียบกับคุณภาพ) สามารถยกระดับคุณภาพเสียงของชุดที่เล่นได้ชนิดทันตาเห็น และต้องใช้คำว่า ‘ เจ๋ง ' สำหรับนักเล่นที่ไม่จริงจังกับการเซ็ตเสียง

แต่ต้องใช้คำว่า ' เจ๋งมาก !' เมื่อใช้กับชุดของนักฟังที่พิถีพิถันมีความเข้าใจในการเซ็ตอัพอุปกรณ์เสริม

ผู้เขียนลองดูด้วยตนเองจนถึงบรรทัดนี้ ขอบอกตามตรงตามภาษาเด็กแนว ‘ เจ๋งโคด !' เลยครับท่านผู้อ่าน (แหะๆ ไม่ค่อยจะยกหางตัวเองเลยเนอะ...)

 

Gold Lighton
กรกฎาคม 2548
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2007, 06:49:10 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2005, 07:31:07 AM »
เพื่อนๆๆครับ  ข้อมูลบางตัวที่คิดว่า  ขัดแย้ง  หรือ  สิ่งที่คิดว่า ใครทดลองแล้วไม่ตรงช่วยบอกกกล่าวด้วย  ข้อเสนอ ดีข้อแนะนำด้วย
  ช่วยเติมด้วยครับ
ผมจะได้รวมไปอยู่ที่ accessorise เข้าไปอยู่ในห้วข้อ ข้อแต่ละตัวด้วย  ครับ  ช่วยกัน ฮิอิ
ขอบคุ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2005, 07:30:38 AM »
ทิปเล็กในการเล่นเครื่องเสียง� � �แบบประหยัด� งบน้อยแต่ได้เยอะ
 ค่าใช้จ่ายน้อยสุด� �
� ลองเล่นเพื่อเลื่อนตำแหน่ง� �ปากนักร้อง� และเพิ่มลูกครอ
 
 1.นำเหรียญ� สลึงเล็ก� เลือกด้านที่มี� ในหลวงของเราครับ
� � �เอาฟรอยที่ใช้ใส่อาหาร� หรือ ซองบุหรี� มาหุ้มด้านนั้น แต่เลือกเอาด้านที่มีฟอรย์นะ� �รีดให้เรียบที่สุด
� � � � � นำบลูแทรคปั้นเล็กๆ มาติดด้านหลังครับ
� � � � � � เสร็จแล้วเอาเหรียญดังกล่าวมาจูนหานักร้องเล่นกันดีกว่าครับ� �
� วิธีการ� เราจะติดเหรียญดังกล่าวตรงระดับประมาณ 150 -180� ครับ� เพราะนั้นคือตำแหน่งปากของนักร้อง ครับ�
� � � �ดึงขึ้นดึงลง ปากนักร้องก็จะตามมือเรา� ลองเล่นดูครับ� ทิปนี้ได้มาจากอจ.ท่านหนึ่งครับ
� 2.บลูแทรค จูนเสียง� � � � � � � � �
� � � � � � � � �ขั้นตอนและวิธีการคล้ายกับวิธีแรกครับ�
� � � � � แต่ เสียงจะนุ่มขึ้น� วิ๊ธีปั้น� ให้แปะคล้ายลูกซาลาเบามนเล็กๆๆนะครับ
� � � �บางที่ชุดsytem อำนวยไปด้วยปลายแหลมมากมาย เสียงที่ได้แห้งแล้ง ชิ้นดนตรีชั้งตั้งตรง� เหมือนสาวไม้บรรทัด
�เราจึงหาความนุ่มนวล� อวบอัน
� �มีวิธีเล่นอีกครับ� ( เวลาแปะเล็กเท่าเม็ดถัวเขียวเอง� และมนแบบซาลาเปา� ( นึกถึงสาวทรงไข่ดาวไว้ครับ ))
� �1.แปะติดเหนือ ทวิสเตอร์ ปลายเสียงแหลมก็ลดความกร้าวลง
� �2. แปะด้านหลังลำโพงใกล้ พอรต์ออก� ของเสียง� บนล่าง จะทำให้เสียงอิ่มตัวขึ้นอีก
� �3. แปะไว้ที่ใต้ขาตั้งอีก� ในกรณีที่เป็นขาเหล็กจะเห็นชัด� ปลายจะนุ่มขึ้นครับ�
� �4.แปะตามปลักไฟ� �ต่างก็มีผลเช่นเดียวกัน
� � อย่าแปะมากนะครับ� บางจุดบางที่ใช้จุด 2 จุดก็พอครับ
� �3.หมอนน้อย� จูนเสียงครับ� อันนนี้ก็ได้มาครับ
� � � � � � � � �� คุณเคยเห็นหมอนเล็กที่ติดมากับที่ใส่แหวนครับ� นั้นแหละเอามาจูนเสียงได้ครับ
� � �ลองนำมาวางหลังดิฟฟิวเซอร์� ตรงกลางจะเห็นนักร้องมีลูกคลอขึ้นครับ� ลองดู� ใบใหญ่นักร้องก็ใหญ่ตามขนาด�� �แต่อจ.ที่มาแนะนำแก่สศิษย์ผู้น้อย  เล่นหมอนอิงเลยท่านอจ.ผมอีกท่าน  ชอบใหญ่ๆ     เล็กๆไม่ใหญ่ๆชอบ   ส่วนผมแค่กำล้นพอฮิฮิ   � ฮิอิ
� อารมณ์ดีฮิฮิ
� � �ว่างๆจะมาเล่นต่อ� นะครับอย่าว่าผมบ้านะ� ฮิฮิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 กุมภาพันธ์, 2005, 07:42:01 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: 19 สิงหาคม, 2005, 10:04:36 PM »
กระบอกเฟอร์ไรต์ ใช้สวมสายสัญญาณ ปรมาจารย์บอกว่า ใช้ป้องกันการรบกวน สังเกตได้จากสายไฟ สายต่อพ่วงจิปาถะของอุปกรณ์คอมฯ จะมีเจ้าตัวนี้เสมอ เมื่อก่อนผมเอามาสวมสายภาพ composite ครับ เพราะเวลาดู DVD ภาพจะมีลายเส้นตามแนวทะแยง แต่ก็ไม่หาย พอดึงสายอากาศออก หายเป็นปลิดทิ้ง (สายอากาศ เป็นสาย RF จาก settop UBC ครับ แต่เวลาดู UBC จะไม่เป็น ใครทราบวิธีแก้ บอกกันด้วยครับ UBC เป็นเคเบิ้ล ไม่ใช่ดาวเทียมครับ)

I also have the same problem if I use กระบอกเฟอร์ไรต์ will it help??? Thanks..

ukung
    ukung@hotmail.com
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...

ออฟไลน์ หมี

  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 11,828
  • เพศ: ชาย
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: 24 สิงหาคม, 2005, 07:18:41 PM »
http://www.htg2.net/index.php?topic=4412.0
เพิ่ม heatsink ram อีกหนึ่งตัว

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: 23 มกราคม, 2006, 07:59:05 AM »
หมี
สมาชิกรุ่น Classic .
Super Star

 Offline

Gender:
Posts: 1836


 
     ***** 15 บาท ****** อัพเครื่องกันเถอะ อิ อิ
« on: August 13, 2005, 10:06:36 PM »   

--------------------------------------------------------------------------------
อุปกรณ์ตัวนี้เรียกว่า ฮีตซิงค์สำหรับแรม
หาซื้อได้ตามร้านโมคอมพิวเตอร์ ตัวนึงไม่น่าเกิน 15 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มกราคม, 2006, 08:07:55 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2007, 06:25:25 AM »
update  ของเล่นครับ

http://www.audio-teams.com/accessories/bluetack/1.shtml
 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 

นอกจากอุปกรณ์เสริมขั้นพื้นฐานของเครื่องเสียงอย่าง "ทิปโท" แล้ว อุปกรณ์สารพัดประโยชน์ราคาประหยัดอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นที่รู้จักของนักเล่นระดับ Entry Level อีกชิ้นหนึ่ง ที่เอ่ยชื่อต้องร้องอ๋อกันเป็นแถว ก็คือ "ดินน้ำมันกาวบูลแท็ค (Blutack)" นี่เอง

เรียกได้ว่าเป็นของคู่บารมีนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่กันแทบทุกราย

จะว่าไปแล้ว ตัวบูลแท็คเองนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่จะใช้ในงานประเภท 'งานสำนักงาน' เป็นหลัก แต่ด้วยความช่างคิดของนักเล่นต่างประเทศกลุ่มหนึ่ง ซึ่งได้ลองนำมาใช้ยึดลำโพง (วางขาตั้ง) กับขาตั้งให้แนบแน่นมั่นคง ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด ทั้งคุณภาพการใช้งานและรวมไปถึงผลต่างทางคุณภาพเสียง

ดินน้ำมันกาวบลูแท็คที่แม้ว่าค่อนข้างราคาสูงเมื่อเทียบกับดินน้ำมันทั่วไป จึงมาฮิตติดตลาดในหมู่นักเล่นเครื่องเสียงอย่างไม่มีข้อสงสัย

ทิปโทลูกละพันยังเล่นได้ ประสาอะไรกับดินน้ำมันกาวที่เอาไว้ยึดลำโพงแผงละแปดสิบ

 


อย่าว่าใครอื่นเลย ช่วงเริ่มเล่นเครื่องเสียงใหม่ๆ ผู้เขียนเองซื้อมาใช้แด็มป์ทั้งเครื่อง, ลำโพงและอุปกรณ์อื่นๆที่สามารถติดได้ ติดมันตะบันราดแม้กระทั่งเก้าอี้นั่งฟังก็ยังไม่ละเว้น นับดูคร่าวๆคงไม่ต่ำกว่าร้อยแผงเห็นจะได้ มองย้อนกลับไปก็ถือว่าบ้าเข้าขั้นเหมือนกัน (แฮะ)

อินโทรฯมาซะยืดยาว เจตนาก็เพื่อจะอ้างถึง "ดินน้ำมันเดอะหั่ง" ดินน้ำมันที่ถูกคิดค้นออกแบบมาจากมันสมองของเดอะหั่ง เจตนาเพื่อใช้ในงานกับเครื่องเสียงโดยเฉพาะ

ผู้เขียนได้ทดลองใช้งานมายาวนานพอสมควรเพื่อหาข้อสรุปทางเสียงและหลักวิธีการใช้งาน ซึ่งเท่าที่ตนเองได้ลอง ก็พบว่าประโยชน์การใช้งานค่อนข้างกว้าง และครอบคลุมอุปกรณ์เครื่องเสียงแทบทุกประเภท ในครั้งนี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอแนวทางในมุมกว้างเพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับชุดเครื่องเสียงของตนเอง

ลักษณะเด่นเฉพาะตัว

คิดค้นและออกแบบโดยอ้างอิงหลักการเล่นเครื่องเสียงเชิงศิลปะ
ขอบเขตการใช้งานกว้าง จูนได้ตั้งแต่เครื่องเสียงไปจนถึงอุปกรณ์รูมอะคูสติก
เป็นอุปกรณ์ที่ให้ตัวได้สูง ใช้งานได้หลายรูปแบบ แต่ต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์บ้างตามสมควร
(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้ผลิต)
ติดต่อ เดอะหั่ง 0-2565-4417 01-915-6121
ราคาตลับละประมาณ 100 บาท

 

"ตลับ?" ใช่แล้ว ผู้เขียนไม่ได้เขียนผิด "ดินน้ำมันเดอะหั่ง" ขายเป็นตลับ ไม่ได้ขายเป็นแผงเป็นก้อนเหมือนทั่วไป ขนาดของตลับก็เท่าพวกตลับยาโดยประมาณ ผู้อ่านที่เคยชินกับดินน้ำมันกาวบลูแท็คเมื่อเห็นดินน้ำมันตลับนี้ครั้งแรก คงนึกผิดหวังในขนาดและปริมาณของมัน

"อะไรกัน (วะ) ร้อยบาทได้แค่นี้"

ใจเย็นๆครับ ผู้เขียนขอเรียนตามตรงว่า ท่านผู้อ่านอย่าได้ประเมินคุณค่าดินน้ำมันตลับเล็กๆนี้เป็นอันขาด เพราะมันไม่ได้มีดีที่ปริมาณ หากแต่ไปมีดีที่คุณภาพต่างหาก อีกทั้งหลักการใช้งานก็ถือว่าแตกต่างกับบลูแท็คไปคนละแบบ คนละทิศทาง

โดยรวม ดินน้ำมันเดอะหั่งนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับดินน้ำมันทั่วไป แต่จะมีเนื้อที่ร่วนมือกว่า สีสันที่ออกไปทางเหลืองตุ่นๆ เมื่อใช้งานจะมีคราบน้ำมันติดนิ้วมือเล็กน้อย ตรงนี้ไม่ต้องตกใจนะครับ ถือเป็นลักษณะปรกติของดินน้ำมันทั่วไปอยู่แล้ว

เมื่อลักษณะคล้ายกัน ผู้เขียนจึงได้ลองนำดินน้ำมันทั่วไปมาลองเปรียบเทียบดูบ้าง ผลที่ได้แม้จะห่างไกลกับดินน้ำเดอะหั่ง แต่ผู้เขียนก็ขอเชิญชวนให้ท่านผู้อ่านได้ลองเทียบดูสักครั้ง เสียงมันทึบ และตายด้านดีจริงๆ (เอ้า...ก้อนละไม่กี่สลึง ลองสักหน่อยนะครับ) ต้องทักไว้ก่อน เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

แล้วจะใช้งานดินน้ำมันเดอะหั่งอย่างไร ?

ดินน้ำมันเดอะหั่งไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานประเภทรองรับน้ำหนักใดๆทั้งสิ้น เรียกว่าห้ามเอาไปรองอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่มีน้ำหนักตัวนั่นเลย แต่ถูกออกแบบมาเพื่อสลายแรงสั่นสะเทือนไม่พึงประสงค์ต่างๆให้เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น เหมือนหลักการของวัสดุแด็มป์ทั่วๆไป หากแต่ปริมาณและตำแหน่งที่ใช้งานต่างหากที่ทำให้ผู้เขียนยกย่องในคุณค่าดินน้ำมันตลับละร้อยบาทอย่างเต็มปาก เพราะมันใช้น้อยเหลือหลาย

 

ปั้นเท่าเม็ดถั่วเขียวเม็ดเดียวก็ใช้งานได้ผลแล้ว และถ้าเป็นตามที่อ้างไว้ ผู้อ่านลองคิดดูว่าตลับเล็กๆตลับหนึ่งจะปั้นดินน้ำมันเป็นเม็ดเล็กได้กี่สิบลูก

ผู้อ่านที่มีอินทีเกรตแอมป์อย่าง NAD, Creek, Arcam, Cambridge ฯลฯ ที่มีวอลลุ่ม ก็ลองนำเอาดินน้ำมันก้อนที่ว่าไปลองติดไว้ที่ลูกบิดดู อาจจะเริ่มที่ตำแหน่งกึ่งกลางดูก่อนเพื่อฟังหาผลต่างระหว่างติดกับไม่ติดดูก่อนก็ได้ ลูกบิดในอินทีเกรตแอมป์ระดับนี้มักจะออกแบบเป็นพลาสติกหล่อ (ด้านในกลวง) โดยมีร่องสำหรับเสียบยึดกับแกนวอลลุ่มในเครื่องอีกที

ลูกบิดประเภทนี้จะอ่อนไหวต่อวัสดุที่มาแด็มป์กว่าพวกที่เป็นโลหะกลึงที่มีมวลแน่นและน้ำหนักมากกว่า ทั้งนี้ก็เพราะตัวพลาสติกที่กลวงด้านในนี้ มีมวลที่เบาและไม่มีความหนาแน่น เมื่อมีสัญญาณเสียงออกจากลำโพงในระดับความดังมากๆ ตัวลูกบิดก็ต้องมีการสั่นไหวตามแรงกระทำจากสัญญาณเสียง ท่านผู้อ่านที่มีเครื่องอยู่แล้ว สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการลองสัมผัสลูกบิดเวลาใช้เร่งเสียงดูเถิด ท่านจะสามารถรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวอย่างแน่นอน

ดินน้ำมันเดอะหั่งจะทำงานตรงนี้ เมื่อติดลงไปที่ลูกบิด มันก็จะช่วยในเรื่องของการรับคลื่นเสียง (ที่ Play Back ย้อนมาจากลำโพง) ในอากาศหรือผ่านมาตามพื้นห้องแล้วทำหน้าที่คล้ายกับเก็บแรงสั่นสะเทือนไว้ที่ตัวมันเองในระดับหนึ่งก่อนปล่อยย้อนคืนให้สลายไปเองอีกครั้ง

แปลไทยให้เป็นไทยอีกครั้งคือ ตัวมันเองทำหน้าที่แด็มป์ (รับเพื่อสลายและคลาย) การสั่นสะเทือนของลูกบิดให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับแกนวอลลุ่มที่ไปบังคับควบคุมหน้าสัมผัสในเครื่องให้มีการสั่นกวนน้อยลง (หากยังไม่ต้องการลองดินน้ำมัน ก็สามารถลองฟังเสียงระหว่างใส่และถอดลูกบิดเปรียบเทียบได้ด้วยตัวท่านเองได้ ความแตกต่างน่าจะฟังออกได้ไม่ยากเย็น เสียงจะฟุ้งๆลอยๆ คล้ายกับเสียงกว้างขึ้น แต่ทั้งหมดจะขาดน้ำหนักเสียงและอ่อนโฟกัสความเป็นตัวตน)

 

ผลตามแนวทางหลักการที่อ้างอิงนี้ จะนำมาเทียบกับบลูแท็ค, ยู้ฮูแท็คก็ทำได้ ไม่ผิดกติกาครับ แต่ที่แตกต่างกันแน่นอนคือคุณภาพเสียง ดินน้ำมันกาวสองตัวแรกหากปั้นเป็นเม็ดเท่ากันแล้วติดตำแหน่งเดียวกัน สุ้มเสียงจะเน้นแต่ตัวเสียงหลักๆให้ดูอิ่มหนา มีเนื้อทึบเข้ม และจะติดไปทางขุ่นข้น ขาดบรรยากาศและหางเสียงหรือที่เราเรียกกันว่า 'เสียงตาย' หากขนาดที่ใช้ใหญ่เกินไป

ผู้เขียนเคยสอบถามนักเล่นหลายท่านจากสไตล์การเล่นหลายแนวทาง ปรากฏว่ามีความเห็นตรงกัน จะแตกต่างกันบ้างคือในเรื่องนิยามของคำว่า "สงัด" ซึ่งหลายท่านให้ความเห็นว่า การใช้ดินน้ำมันกาวข้างต้นจะช่วยให้เสียงสงัด มีช่องไฟระหว่างโน้ตดีขึ้น

สำหรับผู้เขียนเองแล้ว มีความเห็นว่าดินน้ำมันกาวทั้งสองไม่ได้ทำให้เกิดความสงัดอย่างที่เรียกว่าสมบูรณ์ เพราะมันดูดซับเอาบรรยากาศรอบตัวโน้ตไปหมด ซ้ำยังแผ่อิทธิพลไปถึงบรรยากาศภายในเวทีเสียง เป็นผลให้ตัวเสียงหลักถูกเน้นให้เด่นชัดขึ้น (แบบทึบเข้ม อิ่มหนา) แต่ในขณะที่บรรยากาศรอบๆ รวมถึงบรรยากาศก้องสะท้อนอ่อนที่ทำให้รับรู้ถึงขนาดของเวทีเสียงหายไปสิ้น

แปลตรงๆว่า 'เสียงแห้ง' ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด

เอาเป็นว่าผู้เขียนนิยามไว้คร่าวๆประมาณนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านมีจุดร่วมในการอ่านและตีความ ส่วนจะผิดจะถูก จะเห็นด้วยหรือไม่ในนิยามของใคร ผู้เขียนก็ขอฝากให้พิจารณาด้วยวุฒิภาวะของท่านผู้อ่านแต่ละท่าน คนเรามีสิทธิในการจำกัดคำนิยามแตกต่างกันได้ ไม่ใช่เรื่องผิดถูกที่จะต้องนำมาทะเลาะเบาะแว้งกัน

เล่นเครื่องเสียงเสพดนตรีนี่ครับ ไม่ได้เล่นไปแข่งโอลิมปิก

 

ออกทะเลอีกแล้ว...กลับมาที่ดินน้ำมันเดอะหั่งกันต่อดีกว่า จุดเด่นที่สุดของดินน้ำมันรุ่นนี้ก็คือคุณภาพเสียง เนื้อเสียงทั้งหมดจะนุ่มนวล ประณีต แต่ควบแน่นเป็นตัวตน ราวกับว่าเสียงทั้งหมดมีความเป็นระเบียบแบบแผน ช่วยให้เกิดความต่อเนื่องไหลลื่น มีความเป็นดนตรีสูงขึ้น ที่สำคัญคือยังคงรักษาบรรยากาศรอบตัวโน้ตให้คงอยู่ได้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้เกิดความใสของพื้นเสียงที่ช่วยให้สามารถแยกแยะเสียงนั้นๆ ให้หลุดลอยอยู่ในอากาศอย่างชัดเจน และเป็นแบบมีทรวดทรง มีบอดี้ ไม่ใช่ประเภทชัดเข้มเป็นจุดๆ

ทั้งหมดเกิดขึ้นจากดินน้ำมันก้อนเท่าเม็ดถั่วเขียวเพียงเม็ดเดียว!!
ขี้โม้ !!! มันจะเกินไปแล้ว ดินน้ำมันนะไม่ใช่เปลี่ยนสายลำโพง

จริงครับ, แม้ขณะที่ผู้เขียนนั่งพิมพ์อยู่ตอนนี้ ก็ยังคิดอยู่เสมอว่าหากตนเองเป็นคนที่ไม่เคยได้เล่นของพรรค์นี้มาก่อน ก็ยากยิ่งที่จะเกิดความเชื่อถือ มันหักล้างแนวทางการเล่นเครื่องเสียงที่มีส่วนผสมของวิทยาศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ไปชนิดที่เรียกว่าหากเชื่อถืองานเขียนแบบนี้ ก็ต้องโยนตำราที่ร่ำเรียนมาทิ้งกันไปเลย แต่จนถึงบรรทัดนี้ผู้เขียนเองก็ขอยืนยันอีกครั้งว่า จริงๆแล้วหากผู้เขียนไม่ได้ฟังเองกับหู ก็คงจะอุทานเช่นนั้นเหมือนกัน มันจะเป็นไปได้ยังไง ดินน้ำมันแค่ก้อนเดียว

แต่จากการลองเล่นมานานนับปี ผลลัพธ์ที่ได้มันก็เป็นไปตามที่โม้ไว้ทุกประการ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีเหมือนกัน

"นายลองเขียนอธิบายรสชาติความเค็มของเกลือให้คนที่ไม่เคยกินอ่านดูสิ ดูซิว่าต้องบรรยายกันกี่หน้ากระดาษ สู้เอาเกลือป้ายลิ้นทีเดียวได้ไหม ? พอชิมเสร็จแค่มองตากันทีเดียวก็รู้เลยว่ารสชาติมันเป็นยังไง ไม่ต้องอธิบายกันให้ยืดยาว"

หนึ่งในคำสอนของ "ท่านเจเจ" ที่ยังคงจับใจผู้เขียนมาจนวันนี้ ของอย่างนี้ต้องหาโอกาสลองด้วยตัวเองมันถึงจะเข้าใจ ท่านผู้อ่านที่เคารพท่านใดที่สนใจ ผู้เขียนก็ขอเสนอว่าให้ลองติดต่อขอลองฟังกับเดอะหั่งโดยตรงนะครับ เจ้านี้ไม่เคยเกี่ยงเรื่องขอลองฟังลองเล่น ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว (วิธีการใช้งานนั้นค่อนข้างหลายหลาย ท่านผู้อ่านสอบถามเทคนิคโดยตรงกับเดอะหั่งได้เลย)

สำหรับแนวทางการใช้กว้างๆอีกส่วนที่อยากเสนอก็คือ ลองติดไว้กับบริเวณตัวถังของเครื่องเสียงที่เคาะดูแล้วสั่นสะเทือนมากที่สุด เช่นฝาเครื่อง แผ่นลิ้นชักเครื่องเล่นซีดี หม้อแปลงต่างๆ (ต้องไม่ร้อนมากนะครับ เพราะดินน้ำมันจะละลายไม่เป็นรูปทรง) โดยละเว้นการใช้งานบริเวณจุดตัดตรงกลางระหว่างเส้นทแยงมุมของเครื่อง ผู้เขียนลองมาหลายเครื่องพบว่าได้ไม่เท่าเสีย (ประเด็นนี้รวมไปถึงอุปกรณ์ทับเครื่องชนิดอื่นๆด้วย)

และขอแนะนำว่าติดแค่เครื่องละจุดสองจุดต่อเครื่องก็เพียงพอแล้วครับ ไม่ต้องใช้ทั้งตลับนะครับ นอกจากจะเปลือง, สกปรก จุดสำคัญคือเสียงจะนุ่มหนามากเกินไป ของอย่างนี้ต้องใช้ให้สมดุลครับ, มากไปไม่ได้ น้อยไปไม่ดี

 

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ติดจูนอะคูสติกห้องได้อีกด้วย วิธีการลองง่ายๆคือ ลองปั้นดินน้ำมันขนาดเท่าเม็ดถั่วลิสง แล้วติดตรงผนังด้านหลังลำโพง โดยยึดตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างลำโพงเป็นที่ตั้ง ความสูงนั้นก็พิจารณาเทียบเคียงตำแหน่งความสูงของทวีตเตอร์เป็นเกณฑ์ โดยยอมให้ปรับได้สูงต่ำกว่านี้อีกเล็กน้อย หากมีแผงดิฟฟิวเซอร์ก็ให้ติดที่สันไม้ หากเป็นผนังโล่งก็ติดตรงผนังได้เลย

ผลที่ได้คือ ตำแหน่งชิ้นดนตรีในบริเวณตรงกึ่งกลางลำโพงจะมีความชัดเจนแม่นยำเป็นตัวตนมากขึ้น แต่มันไม่ได้ทำให้เกิดความชัดเจนแบบขึ้นเป็นขอบเป็นสัน แต่จะเป็นแบบมีทรวดทรงมากกว่า ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นจะครองตำแหน่งอย่างมั่นคง นิ่งสนิท ลดอาการเสียงกลางแหลมฟุ้งลงไปได้พอสมควร

กับเสียงร้องนี่สิทีเด็ด เรียกว่าแต่ละเสียงที่เปล่งออกมาช่างไพเราะน่าฟัง คล้ายกับว่านักร้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจมากขึ้น ลีลาการร้องเปิดเผยแพรวพราวขึ้นผิดหูผิดตา ใครที่ชอบเสียงร้องออดอ้อนพิรี้พิไรประเภทลูกคอเจ็ดชั้นล่ะก็ รับรองว่าไม่ผิดหวังเป็นแน่

ไม่เพียงแต่ลีลาเสียงร้องเท่านั้น ท่านผู้อ่านยังสามารถปรับตำแหน่งความสูงของนักร้องได้ตามใจนึกอีกต่างหาก โดยเลื่อนตำแหน่งติดดินน้ำมันให้สูงขึ้น ตำแหน่งของเสียงร้องก็จะขยับสูงขึ้นไปตามตำแหน่งที่ติดเลยทีเดียว (แนะนำว่าอย่าปรับให้สูงเกินไป เสียงจะลอยและขาดฐานเสียงมากเกินจริง นักร้องสาวจะกลายเป็นกระสือสาวได้ ในขณะที่ถ้าติดต่ำเกินไป จะกลายเป็นนักร้องคุกเข่าร้องเพลง ชิ้นดนตรีในตำแหน่งที่ติดจะลดระดับความสูงลง)

จุดสังเกตที่ต้องแจ้งไว้สำหรับการใช้งานในระยะยาวคือ ดินน้ำมันนี้เป็นวัสดุเนื้ออ่อน ให้ตัว แน่นอนว่ามันย่อมอ่อนไหวต่อแรงกระทำและอุณหภูมิ เมื่อไหร่ก็ตามที่พบว่าตัวเนื้อดินน้ำมันเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม เช่นเริ่มแข็งหรืออ่อนตัว แต่ยังอยู่ในวิสัยที่พอจะปั้นใหม่ได้ ก็ให้ปั้นแล้วติดใหม่ แต่หากดูแล้วหมดสภาพก็จำเป็นต้องเปลี่ยนนะครับ โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ในระยะเวลาราว 3-6 เดือน ซึ่งก็นับว่าเกินความคุ้มค่าไปแล้วกับดินน้ำมันเม็ดเท่าถั่วเขียวเม็ดเดียว

 

ส่วนแนวทางการเล่นอื่นๆอีกหลายรูปแบบ ท่านผู้อ่านสามารถโทรสอบถามได้โดยตรงพร้อมทั้งสามารถทดลองฟังการสาธิตได้ที่เดอะหั่งได้ตลอดเวลานะครับ

บรรยายขนาดนี้ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องเป็นชุดไฮเอ็นด์หรือห้องต้องดีจึงจะฟังออก ?

ขอตอบแบบฟันธงว่าไม่มีความจำเป็นครับ ดินน้ำมันเดอะหั่งไม่มีข้อจำกัดในการใช้งานในส่วนนี้ ขอแต่ผู้ใช้งานควรจะต้องมีทักษะในการปรับจูนอุปกรณ์เสริมมาบ้าง (รูปทรงที่ปั้นก็สำคัญ จะเอาทรงไหนก็ได้ อย่าให้แบนเป็นไข่ดาวก็เป็นอันใช้ได้) จะได้สามารถใช้งานดินน้ำมันตลับเล็กพริกขี้หนูได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เครื่องเล่นดีวีดีจากจีนแผ่นดินใหญ่ ไปจนถึงเครื่องเล่นซีดี Accuphase ก็ไม่เคยส่ออาการเสียมากกว่าได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เอาเป็นว่าที่ผู้เขียนออกอาการชื่นชมเป็นพิเศษ ก็ไม่ได้มีความคิดอื่นใด นอกจากเห็นว่าดินน้ำมันตลับเล็กพริกขี้หนูของเดอะหั่งนี้ มีคุณค่าและคุณภาพที่จัดได้ว่าเข้าข่ายคุ้มค่าคุ้มราคาเงินทุกบาทที่จ่ายออกไป โดยเมื่อเทียบคุณภาพกับของต่างประเทศที่เป็นที่นิยมมากกว่า ก็พบว่ามันไม่เพียงทำหน้าที่ของมันได้อย่างไม่น้อยหน้า หากแต่ทำได้ดีกว่าแทบทุกประเด็นอีกด้วย

สุดท้ายก็เหลือแค่เพียงอย่างเดียวที่ผู้เขียนต้องการจะกล่าว คือหากมีโอกาส ก็ขอให้ท่านผู้อ่านได้ลองหาโอกาสให้อุปกรณ์เสริมชิ้นหนึ่งได้พิสูจน์คุณค่าในตัวเองด้วยหูของตัวท่านเองสักครั้ง

แล้วท่านจะรู้ด้วย (หู) ตัวเองว่า มันคุ้มค่ากับเงินหนึ่งร้อยบาทของท่านขนาดไหน





"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549
 

พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2007, 06:36:52 AM »
ปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag : Silver Arrow
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 

มาแล้วครับท่านผู้อ่านที่รัก ต้นกำเนิดปลั๊กผนังระดับ "ออดิโอเกรด" เจ้าแรกในวงการเครื่องเสียง หลังจากที่ทำตัวซุ่มเงียบอยู่พักใหญ่ ปล่อยให้ปลั๊กผนังผู้ท้าชิงยี่ห้ออื่นวาดลวดลายออกอาวุธเดินหน้าทำแต้มกันก่อน เรียกว่าพอเสียงระฆังยกแรกไม่ทันสิ้นเสียงพวกก็รุดเข้าหาตีเข่าเขย่าศอกนัวเนีย ไม่ปล่อยให้แชมป์เก่าได้สวนกลับสักหมัดสองหมัดกันเลย

ผ่านไปสามยก พวกยังคงตะลุมบอนกันให้ใจสั่น ระลอกแล้วระลอกเล่า ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่แอบเปลี่ยนใจหันไปคบหาปลั๊กผนังยี่ห้อใหม่ที่ดูสดใหม่ เย้ายวนชวนให้เสียเงินในกระเป๋ากันจนทนไม่ไหว

อย่าว่าแต่ใครที่ไหนอื่นเลยครับท่าน ผมเองก็โดนไปกับเขาเหมือนกัน

เผลอไผลเข้าช่วงสุดท้ายปลายยกที่ห้า ไอ้เราเองที่ตั้งหน้าตั้งตาเชียร์แชมป์ตั้งแต่ยกแรก นึกถอดใจกำลังจะเปลี่ยนข้างไปคบหาผู้ท้าชิง แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ครั้นจะให้ย้ายข้างเสียทีเดียวมันก็ยังนึกไม่ออกว่าจะหันไปหาผู้ท้าชิงรายไหนที่มันสมน้ำสมเนื้อมาทดแทน Wattgate 381 เจ้าเก่าได้

จะให้โยนเหรียญเสี่ยงทายมันก็ใช่เหตุ เพราะการเลือกปลั๊กผนังคู่ห้องฟังสำหรับผมนั้น มันก็ไม่ต่างกับการเลือกตั้งหาผู้แทนฯเข้ามาบริหารประเทศนั่นแหละ เลือกถูกก็โชคดีไป เพราะทำงานรับใช้ได้อย่างครบเครื่องทั้งแนวบู๊-แนวบุ๋น

แต่ไอ้ตอนที่เลือกปลั๊กผนังผิดตัวแล้วไม่ถูกใจนี่สิ จะเพลงไหนยังไง มันก็ฟังขัดรูหูทองคำฝังเพชรเจ็ดหมื่นล้านกะรัตกันไปหมด พยายามเอาใจช่วยแล้วช่วยอีก มันก็ยังออกอาการ 'ขุนไม่ขึ้น' อยู่ดี...เอาใหม่ เป็นไปได้ว่าไม่เข้าขากับชุดหลัก ก็เสริมทัพปรับครม.ในห้องฟังกันใหม่อีกหลายยก กระทรวง ทบวง กรมไหนมีปัญหาทำงานไม่เข้าตาประชาชน (มีประชาชนคนเดียวในห้องฟัง...ก็ผมเองแหละครับ) ก็จัดการโยกย้ายให้ไปอยู่กระทรวงใหม่ เผื่อจะได้ทำงานตรงกับสายฯที่ตัวเองถนัด จนแล้วจนรอด มันก็ยังออกอาการไม่เข้าขากันอยู่เรื่อยไป

แล้วจะทำอย่างไรดี?

ไม่ยากครับ ก็ในเมื่อ 'ปลายเหตุ' มันออกอาการไม่เข้าขา ทำงานไม่เข้าตาประชาชี เห็นแล้วทำให้พาลคิดอยู่ทุกวี่วันว่าไม่รู้ว่าเลือกมาเข้าครม.ชุดนี้ได้ยังไง มันก็ต้องย้อนกลับไปดูที่ 'ต้นสาย' กันก่อนว่า มันมีปัญหาการจัดสรรปันส่วนผลประโยชน์ได้อย่างลงตัวและครอบคลุมทั่วถึงทุกจุดหรือไม่ อย่างไร

จะเอาแต่ 'ฝนตกทั่วฟ้า' แค่ตอนก่อนเข้าซองกากบาทชั่วครู่ชั่วยามเฉพาะตอนที่เรียกร้องความสนใจให้เลือก (ไปรับ) ใช้ (ในชุดเครื่องเสียง) ท่านแต่เพียงฉาบฉวย พอได้เข้ามาทำงานจริงๆกลับมีการทุจริตซุกซ่อน (กำลังไฟ) ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ไม่เผื่อแผ่มาสู่ชุดเครื่องเสียง อันนี้ใครที่ไหนเขาจะเอากับท่านละครับ

ส่วนที่เขาไม่ได้น้ำเลี้ยงจากท่านฯ มันก็ต้องกลืนเลือดจนออกอาการกันบ้างล่ะ

ก็ในเมื่อต้นทางมันไม่ได้คุณภาพเข้าตากรรมการกันอย่างนี้ จะให้ใช้กระบวนการใดก็ตาม จะศาลเตี้ยหรือศาลสูงหรือ 'ศาลไคฟง' มันก็ต้องพยายามหาทางให้ท่านฯออกไปจากห้องฟังให้จงได้ ก็ท่านฯเล่นออกนโยบาย "ใช้หนึ่งส่วน กั๊กไว้ใช้เองสามส่วน" เศษเลยจากนั้นค่อยจ่ายเป็นกำลังไฟให้ครม.เครื่องเสียง ใครที่ไหนจะทนอยู่ได้ละครับ

'ลาออก' หรือ 'ไล่ออก' ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันแล้วล่ะ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ดี...

...ทั้งหมดนี้ ผมพูดถึงปลั๊กไฟกับชุดเครื่องเสียงนะครับท่าน อย่าคิดเป็นอื่นไกลไปล่ะ

ถึงไหนแล้วนะ...อ้อ ค้างไว้เมื่อครู่ ยกสุดท้ายที่แชมป์ยังคงถูกไล่ต้อน ในช่วงปลายยกจังหวะที่ผู้ท้าชิงชะล่าใจหลังจากเดินเข้าหาออกอาวุธทำคะแนนเข้าตาเป็นพิเศษ แม้กระทั่งกรรมการที่นั่งชิดติดริงไซด์เริ่มมีใจเอนเอียงไปทางผู้ท้าชิงไม่น้อย

 

ช่วงจังหวะหนึ่งที่ผู้ท้าชิงเริ่มปลดการ์ดลงจากหน้า แชมป์ที่เอาแต่ตั้งรับและไม่เคยออกอาวุธสักชนิด ค้อมตัวลงไปเล็กน้อย ง้างหมัดจากมุม 45 องศาแล้วเหวี่ยงจากมุมขวาล่างทแยงขึ้นไปมุมซ้ายบนในลักษณะผสานระหว่างหมัดฮุคและอัพเปอร์คัตด้วยความเร็วสูงแทบมองไม่เห็น

ชั่วพริบตา! ผู้ท้าชิงลงไปนอนหงายไร้สติทันที เสียงเชียร์ในสนามดังลั่นและกึกก้องอยู่เนิ่นนานชนิดที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

เกิดอะไรขึ้นในห้วงวินาทีทองนั้น เรามาดูภาพสโลวโมชั่นกันว่า เกิดอะไรขึ้นในเสี้ยววินาทีแห่งชัยชนะวินาทีนั้น เอาแบบช๊อตต่อช๊อต-เฟรมต่อเฟรมกันไปเลยครับท่าน

ในเบื้องแรก, เรามาพิจารณารูปลักษณ์สัณฐานของ Wattgate 381 ตัวใหม่ล่าสุดกันก่อนว่ามีอะไรเปลี่ยนไปถึงได้ซุ่มเงียบอยู่นานเพียงนี้

ตัวถังของปลั๊ก ยังรักที่จะคบหากับ Leviton เจ้าเก่าเป็นผู้ผลิตให้เช่นเคย ความแข็งแรงของโครงสร้างตัวฉนวนไม่ต้องพูดถึง แบ็คเคลไลต์สีเทาเนื้อหนาตีตรา 'Audio Grade' พร้อมสัญลักษณ์ 'ดาวน้ำเงิน' ยังคงเด่นเป็นสง่าเช่นที่เคยเป็น

สิ่งเดี่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นอื่นไกลไม่ได้ ถ้าไม่ใช่สีสันของตัวนำที่เคลือบอยู่บนโลหะทุกชิ้นส่วนของ Wattgate 381 รุ่นล่าสุด และมันก็เป็นที่มาของตัวอักษรห้อยท้าย...Ag ซึ่งก็หมายถึงโลหะเงินนี่เอง

พูดถึงโลหะเงิน คงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าโลหะชนิดนี้นำกระแสไฟได้ดีที่สุดในโลก แต่ก็นั่นแหละครับ, ไอ้เงินที่ว่ามันก็มีหลายเกรดหลายวิธีกรรมการผลิต จะไปเหมารวมเอาว่าเคลือบเงินหรือชุบเงินแล้วเสียงต้องดีอันนี้คงไม่ได้ หากพรรษาการเล่นแก่กล้าสักหน่อย เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยจะต้องเคยฟังสายเงินที่เสียงจัดจ้านทิ่มแทงรูหูกันบ้างไม่มากก็น้อย

ขนาดผมนั่งเขียนอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องได้ให้ยินซ้ำดอกท่าน แค่คิดก็จั๊กกะจี้รูหูแล้วล่ะ
แต่ก็เอาล่ะ, วันนั้นผมได้นั่งสนทนากับผู้บริหารบริษัท K.Wondersound ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่าย Wattgate ด้วยตัวเอง (0-2374-1876 0-2374-6154) จะเล่าให้ฟังถึงเทคนิคของ Wattgate ที่ได้ฟังมาจากท่านฯพอสังเขปก็แล้วกัน

เนื้อโลหะที่ใช้เป็นตัวนำของ Wattgate ใช้ทองแดงอัลลอยปลอดออกซิเจน เคลือบนิกเกิลด้วยกระบวนการไฟฟ้า สุดท้ายก็เคลือบโลหะทองหรือเงินในชั้นสุดท้ายอีกครั้ง เกรดโลหะที่ชุบ ความหนาที่วัดกันเป็นระดับไมครอน แล้วไอ้การเคลือบโลหะที่ว่า มันก็แตกต่างกับการชุบโลหะที่เราเห็นทั่วไปสิ้นเชิง การเคลือบด้วยไฟฟ้ามันจะทำปฏิกิริยากับพื้นผิวของโลหะตัวนำเกาะติดกันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนการชุบนี่เสียบเข้าเสียบออกไม่กี่ครั้งมันก็หลุดร่อนเป็นแผ่นๆกันทีเดียว เคยเห็นขาโต๊ะเหล็กที่ชุบโครเมียมเวลามันหลุดร่อนเป็นแผ่นๆไหมครับ ประมาณนั้นนั่นแหละ

วิธีที่ Wattgate ใช้ ถ้าไปถามผู้ชำนาญการทางโลหะวิทยาเขาก็จะยืนยันว่า 'ของหมูๆ' ใครที่ไหนก็ทำได้ แค่เอาเสป็คมาให้ก็ทำได้แล้ว "ตกลงจะสั่งกี่ตัวล่ะ" นั่น...ถามเทคนิคเสร็จก็เปิดการขายทันที นี่สิทันยุคทันสมัยโลกานุวัฒน์

ผมก็เชื่อนะครับว่าทำได้ เห็นหลายเจ้าที่ทำตามออกมาเตะตาเหลือหลาย ชุบทองวาววับบ้างล่ะ ชุบโรเดียมกระจ่างใสเป็นกระจกบ้างล่ะ แล้วที่ทำออกมาจำหน่ายนั้น ราคาก็เย้ายวนกระชากใจนักเล่นเครื่องเสียงเมืองไทยกันยกใหญ่ พรรคพวกเห็นราคาก็เฮไปซื้อกับเขาติดมือเอามาฝากให้ลองฟังจนหูแฉะ ยังเย้ยหยันด้วยความสะใจว่ากินขาดของแบรนด์เนมที่เราท่านเล่นกันอยู่ชนิดฟังครั้งแรกก็รู้ทันที

แต่นั่นไม่ใช่ข้อยุติที่หนักแน่น เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงแล้ว ท้ายที่สุดมันก็ต้องฟังเสียงกันอีกยกเพื่อชี้ขาดว่าใครจะอยู่ใครจะไป เมื่อท้าทายถึงหน้าห้องฟังกันแบบนี้ มีหรือที่ผมจะยอม เห็นจะเป็นไปไม่ได้ละครับสำหรับคนอย่างข้าพเจ้า ของมีให้ฟังเทียบถึงที่ ม็อบเชียร์ ม็อบขับไล่ก็ใจจดใจจ่ออยู่ทั้งสองฝั่ง ฐานะคนกลางจะขาวก็ไม่ได้จะดำไม่ไม่ดีมันก็เลยต้องว่ากันไปตามเกมสีเทาคือเอาหูข้าพเจ้าเป็นตัวตัดสินชี้ขาด พอประกอบเสร็จแล้วฟังเสียงที่หลุดจากลำโพงมาเท่านั้นแหละ...

กระชากวิญญาณกลับเข้าร่างแทบไม่ทัน!

สุ้มเสียงมันไม่เป็นสับปะรดกวนแม้แต่น้อย ถ้าไม่จัดจ้าน แข็งทื่อโด่เด่เป็นเสาธงชาติ มันก็จะออกไปทางทึบหนา ขุ่นมัว อับทึบไม่มีรายละเอียด ไม่เอียงไปซ้ายสุดก็ไหลไปทางขวาสุด ก็ไอ้ตอนที่ยังไม่ใส่เข้าไปมันยังไม่ย่ำแย่ขนาดนี้นี่หว่า ทั้งๆที่พยายามเอาใจช่วยเต็มที่แล้ว แต่แกนนำฯทั้งกองเชียร์ฯฝ่ายปลั๊กไทยทำถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆกันเพราะสิ่งที่คาดกับสิ่งที่ได้ยินกับหูมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

ขอกล่าวถึงโลหะเงินที่เคลือบที่ตัวนำของ Wattgate 381Ag สักนิด, ตามปรกติของโลหะเงิน เมื่อใช้งานหรือสัมผัสอากาศในระยะเวลาหนึ่ง ก็มักจะเกิดคราบออกไซด์ได้ง่าย ทำให้สีเงินที่ดูสุกใสขาวนวล หม่นหมองลงไปภายในไม่กี่วัน

ประเด็นนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเท่าที่ปลั๊ก Wattgate 381Ag ตัวนี้ใช้งานอยู่ในชุดเครื่องเสียงของผมร่วมสองเดือน นอกจากมันจะไม่ปรากฏคราบออกไซด์ที่ว่าแล้ว สีสันของมันยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยนับตั้งแต่วันที่ได้ปลั๊กตัวนี้มาลองใช้งาน

นั่นทำให้คิดต่อไปเองได้ว่า โลหะเงินที่ใช้เคลือบอยู่ที่ตัวนำของปลั๊กผนังตัวนี้ คงไม่ได้มีเฉพาะเงินบริสุทธิ์เพียงอย่างเดียวเป็นแน่ มันต้องมีเคล็ดลับหรือ 'เทคนิคที่มองไม่เห็น' ซ่อนเร้นอยู่ภายในทำให้เงินที่เคลือบติดเป็นเนื้อเดียวกับตัวนำ ไม่หลุดร่อนหรือหมองคล้ำแม้ผ่านการใช้งานอันยาวนาน

อย่างว่า...ที่มันยากสาหัสสากรรจ์ก็ตรงนี้นี่แหละ ไม่งั้นเขาเรียกว่า 'สูตรใครก็สูตรใคร' หรือครับท่าน

เอาเป็นว่าผมสรุปว่า Wattgate ไม่เพียงชำนาญในเชิงนี้ แต่ถึงขั้น 'รู้แจ้ง' ในเรื่องทำนองนี้เป็นอันดับต้นๆของวงการก็แล้วกัน แล้วก็ไม่ได้เป็นการสรุปเองตามความเห็นส่วนตัวนะครับท่าน ไปถามเซียนในวงการดูซีครับว่าเขาเล่นปลั๊กผนังยี่ห้ออะไรกันในชุดไฮเอ็นด์ของเขาเหล่านั้น

มาพูดถึงสุ้มเสียงกันบ้าง, แฟนประจำ Wattgate ที่ติดตามผลงานกันมานาน งานนี้ขอเรียนย้ำไว้ให้ทราบโดยทั่วกันเลยว่า "ดาวค้างฟ้า" จุติอีกดวงแล้วครับท่าน!

ใครที่คิดล่วงหน้าไปก่อนว่าเมื่อเคลือบเงินเข้าที่ตัวนำของ Wattgate 381Ag สุ้มเสียงทั้งหมดจะสุกสว่าง บอบบาง พุ่งเปิด และฉับไวเพิ่มขึ้นเพียงเท่านั้นเช่นที่เคยสัมผัสจากปลั๊กผนังยี่ห้ออื่น ขอเรียนไว้ก่อนตรงนี้เลยครับว่าท่านต้องไปลดน้ำหนักตัวสักสิบกิโลได้แล้ว

เข็มขัดที่ท่านใส่อยู่นั้นมันทำให้ท่าน "คาดไม่ถึง" แล้วครับ

จะว่าไป, สุ้มเสียงของปลั๊กผนังตัวนี้ถือว่าอธิบายยากเอาการ ใช่ว่ามันจะเกินทักษะที่ผมมีหรือฟังไม่ออกแยกแยะไม่ได้ ตรงข้ามร้อยแปดสิบองศา นอกจากจะฟังออกและรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้ในเบื้องแรกที่ใช้งานแล้ว ผมยังสามารถสัมผัสถึงคุณสมบัติเชิงลึกที่ไม่บ่อยนักที่จะได้สัมผัสจากปลั๊กผนังชนิดที่ต้องเรียนว่าทุกกระบวนความกันทีเดียว

คำถามประเภท ดุลเสียงเป็นอย่างไร? ทุ้ม-กลาง-แหลมสมานฉันท์เป็นเนื้อหาเดียวกันหรือไม่? แรงปะทะต้นโน้ตเฉียบขาดขนาดไหน? เรื่องพื้นๆแบบนี้ไม่ต้องถามหาในปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag ให้เสียเวลา เพราะมันมีให้ครบถ้วนชนิดที่สมบูรณ์แบบทุกแง่มุม เรามาแตกประเด็นให้เห็นภาพชัดๆกันแบบนี้ดีกว่าครับท่าน

ประการแรก, Wattgate 381Ag ถ่ายทอดดุลน้ำเสียงที่เท่าเทียมกันทั้งสามย่านหลักอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าไร้ร่องรอยตะเข็บ เนื้อเสียงทั้งหมดจะติดไปทางโทนสว่าง เปิดเผย ตามสไตล์โลหะเงิน ที่แตกต่างกันอย่างมากกับเงินของยี่ห้ออื่น คือมันให้เนื้อเสียงที่กระชับร้อยรัดอัดแน่นอย่างถึงแก่น ทั้งที่ตัวเสียงนั้นๆยังคงกระจ่างใสราวแก้วผลึกตั้งแต่เนื้อเสียงไปจนถึงมวลอากาศที่รองรับอย่างชนิดที่ไม่เคยได้ยินจากปลั๊กผนังตัวอื่นมาก่อน

ที่สำคัญ แทนที่จะสว่างโพลนและพุ่งสาดออกมาหรือออกอาการแข็งกร้าวเมื่อเร่งระดับเสียงดังกว่าวิสัยการฟังปรกติ มันกลับให้ลักษณะที่สุขุม เยือกเย็น ควบคุมให้เสียงนั้นๆมั่นคงในตำแหน่งที่ควรจะเป็นด้วยความมั่นคงและนิ่งสนิท มีทรวดทรงที่ควบแน่นและเด่นชัดคล้ายดังว่าพื้นอากาศตรงหน้ามีต้นกำเนิดเสียงอยู่จริง

ตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวที่ยากจะมีใครเลียนแบบได้ ส่วนใหญ่ ถ้าให้โทนเสียงออกไปทางสว่าง เมื่อต้องฟังกันในระดับความดัง 'ลั่นห้อง' อาการเจิดจ้าเกินเหตุจะแปรเปลี่ยนเป็นจัดจ้านและหยาบกระด้าง คล้ายสูญเสียการควบคุมไปในทันที เป็นผลให้มิติด้านลึกที่เลยไปด้านหลังลำโพงเดินหน้าชักแถวเรียงหน้ากระดานพุ่งสาดเข้าหาตำแหน่งฟังกันเลย

ขณะที่เมื่อฟังในระดับที่แผ่วเบาเข้าขั้น 'กระซิบ' ก็พาลคิดต่อไปว่าลืมต่อสายลำโพงเสียงทุ้มไว้อยู่กลายๆ เพราะที่ได้ยินมันมีแต่ย่านกลางแหลมเป็นส่วนใหญ่ เมื่อฐานเสียงบอบบางและไม่มีน้ำหนักที่จะทรงตัวเสริมให้ย่านเสียงกลาง-แหลมที่อยู่สูงขึ้นไปเกิดความมั่นคง มันจะไปต่างอะไรกับตึกสูงระฟ้าที่ไม่ได้ตอกเสาเข็มให้แน่นหนาเพียงพอ

ถึงว่า...ฐานรากไม่แน่นอย่างนี้ ยิ่งทะยานสูงยิ่งล้มไวและล้มดัง

ประการที่สอง, รายละเอียดที่นำเสนอให้ทั้งคุณภาพและปริมาณ มันเป็นรายละเอียดที่ครบถ้วน แยกแยะแจกแจงออกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เพียงมีปริมาณสูงเข้าขั้น 'ชำแหละ' แต่มันถึงพร้อมในการถ่ายทอดทรวดทรงบอดี้ของแต่ละเสียงให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ที่ควรเล็กกะทัดรัดก็สมส่วน ที่ควรใหญ่เต็มฐานก็สมจริง ยิ่งพวกบรรยากาศล้อมรอบตัวโน้ตที่เป็นแรงกระเพื่อมอ่อนๆคล้ายภวังค์ที่ห่อหุ้มตัวเสียงด้วยแล้ว มันจำลองภาพมายาทางเสียงออกมาได้อย่างวิเศษสุด ไม่ว่าเสียงๆนั้นจะอยู่บริเวณใดในเวทีเสียงก็ตาม สัดส่วนกว้างลึกสูงต่ำที่ปรากฏชัดและถึงพร้อมด้วยรายละเอียดที่ซ่อนเร้นอยู่ ถูกสกัดให้หลุดลอยออกมาอย่างอิสระแผ่กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ ชุดเครื่องเสียงที่ใช้ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ มันยิ่งเสริมให้คุณภาพและรายละเอียดจากชุดเครื่องเสียงชุดนั้นพุ่งทะยานขึ้นไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

คุณสมบัติเช่นนี้ ใช่ว่าจะมีให้พบได้แม้ในอุปกรณ์อื่นที่มีราคาค่าตัวสูงกว่าร่วมสิบเท่าตัว!

ประการที่สาม, รากแก้วที่สำคัญที่สุดสำหรับปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag ...คุณสมบัติด้านไดนามิก

ไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างสุดกู่เต็มย่านเสียง ให้คุณภาพเสียงสมบูรณ์ตั้งแต่ระดับความดัง 'แผ่วเบา' ควบคุมความเป็นตัวตนให้ควบแน่น โจนทะยานขึ้นไปจนถึงระดับความดังสูงสุดเท่าที่หูมนุษย์จะรับฟังได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบกับไดนามิกคอนทราสต์ที่ละเอียดยิบย่อย เสริมศักยภาพในการไต่ระดับความดังไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ทั้งช่วงกว้างที่หมายถึงช่วงของเสียงทั้งหมดดังขึ้นพร้อมกันจากจุดที่เงียบสงัด และจากจุดที่ดังสูงสุดให้ลดต่ำลงมาจนเงียบสนิท และช่วงแคบที่เกิดขึ้นเฉพาะเสียงชิ้นดนตรีชิ้นนั้นโดยไม่ผูกพันกับเสียงอื่นได้อย่างราบรื่น ไร้รอยสะดุด

หรือที่เราท่านเรียกกันว่า "ย้ำเน้นหนัก-เบา-อ่อน-แก่" นั่นแหละ

ไดนามิกคอนทราสต์ที่ยอดเยี่ยมนี่แหละ มันมีผลโดยตรงต่อการตอบสนองเวลาของบทเพลงให้มีความเที่ยงตรงมากขึ้น เพราะถ้าการไต่ระดับความดังขึ้นหรือลงทำได้ราบรื่นละเอียดอ่อน เมื่อรวมกับคุณสมบัติไดนามิกทรานเชี้ยนท์ที่ตอบสนองอย่างเฉียบพลันทันทีทันใดนั่นแล้ว มันจะส่งผลให้เกิดจังหวะเวลาที่ลงตัว ขยายช่องว่างระหว่างจังหวะเพลงในแต่ละรูปแบบให้มีความต่างมากขึ้น

ทำให้เพลงช้ายิ่งเนิบช้าลึกซึ้งถึงอารมณ์ ขณะที่เพลงเร็วยิ่งรุกเร่งเร้าใจ

ทั้งสามคุณสมบัติรวมกันอย่างมีดุลยภาพ ก็จะเกิดคุณสมบัติประการสุดท้าย, ความเป็นดนตรีที่ยิ่งยวดที่ไม่ใช่เพียงดุลน้ำเสียงใดเด่นล้ำเกินเลย หากแต่สมดุลทั้งสามย่านอย่างน่าทึ่ง รายละเอียดหลักและปลีกย่อยที่ขับเคลื่อนภายใต้ไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวาง ไดนามิกคอนทราสต์ที่สวิงเสียงหนักเบาอ่อนแก่อย่างมีระเบียบและละเอียดอ่อน ไดนามิกทรานเชี้ยนท์ที่เด็ดขาดตอบสนองสัญญาณฉับพลัน ทั้งจังหวะเวลาและน้ำหนักเสียงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน แม่นยำราวถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า

ทั้งหมดที่กล่าว มันร้อยรัดเป็นกระแสเดียวกันอย่างกลมกลืน และถ่ายทอดออกมาราวกับไม่มีอะไรปิดกั้น เป็นพลังแฝงที่เปิดเผย สง่างาม อย่างที่ไม่เคยได้ยินจากอุปกรณ์ชิ้นอื่นในระดับราคาเดียวกันมาก่อน

คำถามสุดฮิต ชุดเครื่องเสียงระดับใดถึงเหมาะสม? คราวนี้นอกจากผมจะไม่ตอบ ยังจะถามกลับให้เป็นข้อคิดสักหลายคำถาม

 

ถามว่า แล้วชุดเครื่องเสียงไหนที่ไม่เหมาะ? ในเมื่อปลั๊กผนังซึ่งเป็นตัวหลักในการจ่ายกระแสไฟให้กับระบบ มีคุณสมบัติครบถ้วนกระบวนความดังที่อ้างกันยืดยาวข้างต้น ช่วยเสริมกำลังให้เครื่องทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ฟังคล้ายกับว่าเพิ่มวัตต์เป็นเท่าตัวก็ไม่ปาน

ถามว่า อุปกรณ์อื่นแทบทุกชนิด ยิ่งใช้งานยิ่งเสื่อมคุณภาพลงไปตามลำดับ แต่ Wattgate 381Ag ใช้งานได้ตลอดชั่วอายุ ไม่ต้องปรับจูนให้ยุ่งยาก ไม่ต้องบำรุงรักษาให้วุ่นวาย มีอุปกรณ์เสริมชนิดใดที่ใช้งานง่ายถึงเพียงนี้บ้างในระดับราคาเดียวกัน

ถามว่า หากงบประมาณไม่เกินหกพันบาทของ Wattgate สูงเกินไปสำหรับปลั๊กผนังหนึ่งตัว เพราะเครื่องเล่นซีดีที่ใช้งานอยู่ ราคาค่าตัวเพียงหมื่นต้นๆ สู้เอางบประมาณไปสมทบทุนซื้อสายไฟเอซีเพิ่มในชุดฯไม่ดีกว่าหรือ? ถ้าคิดเช่นนั้น นับว่าท่านประเมิน Wattgate 381Ag ต่ำเกินไป จริงอยู่ที่สายไฟเอซีนั้นจำเป็น แต่งบเท่านี้ซื้อได้เพียงหนึ่งเส้นเท่านั้น แล้วหนึ่งเส้นที่ว่า ใช่จะมีคุณสมบัติครบถ้วนเช่น Wattgate 381Ag ไม่ต้องเอาให้ครบถ้วนทุกคุณสมบัติดอกครับท่าน คัดเอาเฉพาะคุณสมบัติเพียงอย่างเดียวคือ 'ไดนามิก' มาวัด อย่าพูดถึงสายไฟเอซีที่ราคาเท่ากันให้เสียเวลา ต่อให้เป็นสายไฟเอซีที่มีราคาสูงกว่าสองเท่าตัวทำอะไรไม่ได้ก็แล้วกันครับท่าน
ก็อย่างที่เรียนย้ำไว้ให้ทราบในหลายย่อหน้าก่อน ว่ากันให้ครบถ้วนทุกคุณสมบัติที่ Wattgate 381Ag มีให้ อุปกรณ์เครื่องเสียงหลักเช่นเครื่องเล่นซีดี อินทีเกรตแอมป์ หรือแม้กระทั้งลำโพงที่มีระดับราคาร่วมครึ่งแสนบางตัว ยังให้ไม่ได้ครบเท่ากับปลั๊กผนังตัวนี้แม้เพียงตัวเดียว

คุ้มหรือไม่ ท่านตัดสินใจเอาก็แล้วกันนะครับ


 
 ปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag : Silver Arrow

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 Page 2....
 381Cu VS 381Ag : ศึกสายเลือด?

ไม่ต้องทำนายทายทักล่วงหน้าให้เสียเวลาทำมาหากิน มันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นจริงในภายหน้าแน่นอน เมื่อวันหนึ่ง Wattgate ปรับกระบวนท่าหลังจากที่คบหากับการ 'เคลือบทอง' มานาน มาเพิ่มรุ่นที่มีการ 'เคลือบเงิน' เข้ามาในไลน์การผลิต คำถามคาใจที่ไม่เพียงนักเล่นเครื่องเสียงเมืองไทยแต่หมายถึงนักเล่นเครื่องเสียงทั่วโลกสงสัย ในที่นี้ผมหมายถึงท่านผู้อ่านที่รักที่ติดตามผลงานกันจนถึงบรรทัดนี้ก็ต้องอยากทราบด้วยว่า

ภายในครอบครัว Wattgate ทองหรือเงิน อะไรเหนือกว่ากัน?

ก็ในเมื่อพยากรณ์ไว้ล่วงหน้ากันแบบนี้ ตัวปลั๊กทั้งสองรุ่นก็อยู่ในมือข้าพเจ้าพอดี แล้วเหตุไฉนกันเล่าที่ข้าพเจ้าจะขัดศรัทธาท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน สู้รับอาสาทำหน้าที่ลองเล่นลองฟังแล้วบรรยายความคล้ายที่แตกต่างระหว่างพี่น้องฝาแฝดสายเลือดเดียวกันให้มันรู้แจ้งเห็นจริงกันไปเลยไม่ดีกว่าหรือ?

ไม่ต้องมานั่งสงสัยให้ปวดกบาลกันเปล่าๆปลี้ๆ เสียเวลาหาเสียงโค้งสุดท้ายกันหมด ยังไงเสียงผมก็รับ (เอ๊ย!) เสียค่าสมัครไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญ ที่สำคัญยิ่งกว่าคือต้องลุ้นให้มีผู้ใช้สิทธิ์ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นพอ

หรือถ้าไม่พอ ที่ตุงอยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ประทังชีวิตไปได้หลายเดือน...ถูกหวยบนดินครับท่าน, อย่าคิดมาก

ราคาตั้งของ Wattgate 381Cu กับ 381Ag อยู่ที่เท่ากันทุกบาท นั่นแสดงว่าความเป็นโลหะเงินของ 381Ag ไม่ได้มีระดับชั้นที่สูงกว่าในชายคาของ Wattgate ผิดกับหลายยี่ห้อที่พอเปลี่ยนโลหะเคลือบเป็นเงินเมื่อไหร่ ราคาพุ่งกระฉูดขึ้นเป็นเท่าตัว

นัยยะตรงนี้มันสื่อไปได้ทิศทางเดียว ทั้งเงินและทองของ Wattgate มีคุณภาพทัดเทียมกันในแง่การใช้งาน หลายท่านอาจสงสัย ในเมื่อคิดใหม่ทำใหม่ผลิตปลั๊กผนังรุ่นเงินออกมา ทำไมจึงไม่ทำให้ดีกว่าแต่กลับทำให้ดีเท่ากัน?

ผมก็ว่างั้นแหละท่าน เพื่อให้มันยุติธรรมในการวัดผล จึงจัดแจงเคลียร์คิวต่างๆเพื่อลองฟังปลั๊กผนังรุ่นนี้อย่างเป็นทางการสักครั้ง โชคดีที่มีบล็อกไม้สักขุดของ Noom Hi-Fi พร้อมอยู่แล้วสองชุด ข้างในเป็นสายโม Cardas เบอร์ 11.5 ไวริ่งภายใน เบ้าเสียบที่ใช้ก็เป็นของ Acme Audio Lab เช่นเดียวกันทั้งสองชุด

เรื่องเบิร์นอินไม่ต้องพูดถึง ปลั๊กผนังทั้งสองตัวผ่านการใช้งานมากว่าหนึ่งพันชั่วโมงแล้วทั้งสิ้น ไม่ต้องห่วงหรือพะวงว่าผลต่างจะเกิดจากอายุอานามของการใช้งานได้เปลาะหนึ่ง ชุดเครื่องเสียงที่ใช้วัดผลนั่น ก็ไม่อั้นเหมือนกันครับ มีทั้งเครื่องหลอดและโซลิดเสตท มีทั้งชุดดูหนังและชุดฟังเพลง เรียกว่าชุดเครื่องเสียงอะไรที่ได้ลองฟังในช่วงนี้ผมต้องลองต่อ Wattgate 381Cu และ 381Ag เข้าร่วมแจมด้วยทุกครั้งไป

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการแยกแยะและตัดทอนบุคลิกของเครื่องและอุปกรณ์อื่นออก คงเหลือไว้แต่ความเปลี่ยนแปลงของปลั๊กผนังทั้งสองตัวเพียวๆ มันได้เรื่องได้ราวประมาณนี้ครับท่าน

 

น้ำเสียงในภาพรวมของปลั๊กผนังทั้งสองตัว ยังคงมีเค้าโครงหลักของอุปกรณ์ปลั๊กไฟยี่ห้อ Wattgate เต็มสูตร สด เข้มข้น กระจ่างใส อุดมไปด้วยรายละเอียดและคุณสมบัติด้านไดนามิกครบครัน คุณสมบัติที่กล่าวมานี้เป็นพื้นฐานที่ร่วมกันของปลั๊กผนังทั้งสองตัวนี้ชัดเจน

ที่แตกต่าง ก็คือลักษณะลีลาการถ่ายทอดจังหวะเวลาที่ 381Ag ดูสด เฉียบขาด และแม่นยำกว่าพอสมควร ในความเฉียบคมนี้ ยังคงรักษาเนื้อมวลที่กระชับแน่นไม่ให้บอบบางหรือมีบอดี้ที่เล็กลงแต่อย่างใด แต่ที่ 381Cu ไม่ยอมน้อยหน้า คือการถ่ายทอดบรรยากาศรอบตัวโน้ตที่อบอุ่น เป็นมวลอากาศห่อหุ้มตัวเสียงไว้บางๆอย่างกลมกลืน ทั้งไม่กลบทับตัวเสียงหลักให้ขาดความคมชัดแม้เพียงน้อยนิด นี่ถือเป็นไม้เด็ดของ 381Cu ที่ยากจะมองข้าม

ว่าก็ว่าเถอะ, อธิบายลักษณะของเสียงเช่นนี้มันก็เหมือนกับเอามะพร้าวห้าวมาขายสวน ใครก็ตามที่เล่นเครื่องเสียงมาแล้วระยะหนึ่ง ก็จะทราบเป็นอย่างดีว่ามันเป็นบุคลิกของโลหะเงินและทองที่เคลือบฉาบอยู่ที่ตัวนำ ไม่เห็นต้องนำมาฉายซ้ำเลย

มิได้ครับ, จริงอยู่ที่เงินและทองมันมีบุคลิกแตกต่างกันในภาพรวม แต่ท่านควรทราบว่า ทั้งเงินและทองนั้นมันก็มีเกรด มีระดับชั้นของมันอยู่ ใช่ว่าขึ้นชื่อว่าเคลือบทองเสียงเสียงต้องอบอุ่นนุ่มนวลเสมอไป ที่จัดจ้านเฟี้ยวฟ้าวก็มีให้ได้ยินได้ฟังกันอยู่ไม่ใช่หรือ แล้วเคลือบเงินนี่ก็หนึ่งล่ะ, เสียงนุ่มนวลมีเนื้อเสียงกำลังดี ติดไปทางอมหวานประปราย ไม่เน้นโฟกัสให้ขึ้นขอบสันคมกริบ ท่านผู้อ่านที่รักหลายท่านก็เคยฟังผ่านหูมาบ้างกระมัง

แล้วอย่างนี้ จะให้เดาสุ่มกันเท่าที่สายตามองเห็น อันนี้จะเรียกอย่างไรดีล่ะท่าน ก็ทีไอ้คนฟังปลั๊กไฟเอซีแยกแยะความแตกต่างออกพวกบอกอุปาทาน ถามพวกกลับไปบ้างว่าไอ้ที่เอ็งว่าพวกข้าอุปาทานกันนี่ พวกเอ็งเคยทดลองฟังแล้วหรือยัง? พวกก็ลอยหน้าลอยตาตอบ "ไม่ต้องฟังก็รู้แล้ว...ไม่มีผล" อย่างนี้ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ "อุปาทาน"

กลับมาที่เสียงของพี่น้อง Wattgate กันต่อดีกว่า, ประกายเสียงแหลมที่ได้ฟังในครั้งแรกก็แตกต่างกันแล้ว 381Cu มาในแบบเพียบพร้อมด้วยความคมชัดของตัวเสียงและบรรยากาศ ส่วน 381Ag สว่างไสวเปิดกระจ่าง ขยายอณูอากาศโดยรอบให้บังเกิดความโปร่งใสราวแก้วผลึกชั้นดี จะว่ายังไงดีล่ะ, ยกตัวอย่างที่เสียงเครื่องดนตรีก็แล้วกัน เสียงฉาบ เสียงกระดิ่งและเสียงระฆังราวนี่แหละพอบรรยายให้เห็นภาพได้บ้าง

381Ag จะให้จังหวะแรกกระทบที่คมชัดกว่าพอสมควร โฟกัสและความแม่นยำของทั้งตัวเสียงและหางเสียงที่กังวานไปไกลทำได้จะแจ้ง เป็นชิ้นเป็นอันดีมาก โดยเฉพาะความใสรอบๆตัวโน้ต ถือเป็นไฮไลต์สำหรับเครื่องดนตรีประเภทนี้เลยก็ว่าได้ มันจำลองภาพการตกกระทบ กำเนิดเสียง แล้วแตกตัวเป็นละอองอ่อนๆบนพื้นอากาศได้อย่างชัดแจ้ง เป็นความสงัดใสของพื้นอากาศอย่างแท้จริงและไร้สิ้นการอมพะนำอำพรางแม้แต่น้อยนิด

 

เมื่อมองในส่วนสัดของอิมเมจชิ้นนั้นๆเทียบกับ 381Cu เป็นที่แน่นอนว่าขนาดของอิมเมจนั้นๆอาจจะดูเล็กกว่า 381Cu ไปบ้างเมื่อต้องเทียบกันตรงๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันเล็กกะทัดรัดจนไม่มีเนื้อเสียง คิดเช่นนั้นสำหรับ Wattgate ถือว่าผิดมหันต์แล้วละครับท่าน

แน่ล่ะ, 381Cu ให้สัดส่วนของอิมเมจอิ่มแน่นและมีทรวดทรงกลมกลึงกว่า ความสว่างลดลงไปบ้างตามสมควร แต่ยังคงรักษาความโปร่งใสไว้อย่างเหนียวแน่น ไม่มีคำว่า 'ทึบหนา' หรือ 'ขุ่นข้น' แน่นอนสำหรับปลั๊กไฟยี่ห้อนี้ ที่ต้องยกย่องคารวะกันสักสามเที่ยว มันให้บรรยากาศล้อมรอบตัวโน้ตหรือฮาร์โมนิคส์ได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถสัมผัสถึงน้ำหนักของละอองเสียงฉาบที่กระเพื่อมไปตามจังหวะการตีชนิดที่ต้องเรียนตามตรงว่าเข้าขั้น 'เอกอุ' นั่นเลย

เครืองดนตรีที่อยู่ในย่านเสียงกลางก็แตกต่างเช่นเดียวกัน จริงๆแล้วครั้งที่ไม่มีตัวเทียบ ความพึงพอใจก็มีมากมายเหลือเฟืออยู่แล้ว แต่เมื่อต้องเปรียบเทียบกับแฝดคนละฝาอย่าง 381Ag ก็ต้องบอกไว้กันไว้ก่อน ลีลาเสียงกลางของปลั๊กผนังสองตัวนี้ "แตกต่างอย่างเชือดเฉือน" ทีเดียว
เครื่องดนตรีที่เข้าทาง 381Ag มันก็จำพวกเครื่องลมทั้งหลาย ทั้งเครื่องลมทองเหลืองและเครื่องลมไม้ เครื่องสายจำพวกคันสีอย่างไวโอลิน หรือเสียงอะไรก็ได้ทำนองนี้ ท่านจะสัมผัสมวลอากาศที่พวยพุ่งเป็นลำผ่านท่อทองเหลือง แผดลั่นสนั่นออกมาราวกับได้ยินสดๆตรงหน้า ในแง่องศาความชัดคมรวมถึงรายละเอียดหยุมหยิมที่หลุดลอดออกมาเป็นสะเก็ดแพรวพราว มันสะใจนักเล่นฯที่เฟ้นหาความสมจริงจากอุปกรณ์อีเลกโทรนิกส์ไม่น้อย เงื่อนไขเดียวกัน 381Cu จะให้องศาความคมชัดที่ลดทอนลงเพียงเล็กน้อย แล้วแลกกลับด้วยมวลอากาศรอบตัวเสียงที่มีทรวดทรงแน่ชัด เป็นภวังค์ผูกพันกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นแล้วประสานกันเป็นรูปวงเดียวกันอย่างน่าทึ่ง วิจิตรงดงามราวงานศิลป์ชั้นเลิศ

ในที่นี้ ผมหมายรวมเสียงร้องทั้งหญิงชายไว้ในกลุ่มเดียวกันกับความหมายในย่อหน้าข้างต้นเฉกเช่นเดียวกัน

เมื่อเปลี่ยนเงื่อนไขเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะ เปียโน ไวบราโฟน หรือเครื่องสายที่เน้นจึงหวะเช่นกีตาร์ ฮาร์พ ทรวดทรงของชิ้นดนตรีรวมถึงบรรยากาศที่ห้อมล้อมเครื่องดนตรีชิ้นนั้น 381Cu โชว์ออฟได้อย่างเหนือชั้น ไม่เพียงถ่ายทอดเสียงที่มีทรวดทรงใกล้เคียงเสียงจริง มันยังให้น้ำหนักในแต่ละเสียงที่ควบแน่นและแตกต่างกันไปตามโน้ตนั้นๆ ยังต้องรวมฐานเสียงที่อิ่มแน่นและถึงพร้อมด้วยบรรยากาศเชื่อมโยงต่อกันให้เกิดภาพมายาทางเสียงได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

นั่นทำให้เกิดความต่างระหว่างลีลาที่สุขุมเยือกเย็น แต่เพียบพร้อมด้วยความกระจ่าง สว่างไสวของ 381Ag ไปไม่ได้เช่นกัน เนื้อเสียงของไวบราโฟนที่กลมกลึง เกลี้ยงเกลา ให้ความกังวานที่พอเหมาะด้วยน้ำหนักและความชัดเจนจนสิ้นเสียง ทั้งสงัดนิ่ง สะอาดใส ลอยตัวบนอากาศธาตุเบื้องหน้าอย่างเป็นอิสระ และมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง

อ่านถึงบรรทัดนี้ หลายท่านคงพอจะเดาออกแล้วว่าเมื่อจะพูดถึงดุลเสียงทุ้มของ 381Ag ก็จะถ่ายทอดบอดี้เล็กกระชับกว่าบ้าง จุดแข็งก็คือสปีดที่ฉับไวขึ้นเล็กน้อย อิมแพ็คที่เฉียบคม กระแทกกระทั้นเต็มเหนี่ยว มันช่างต่างกับ 381Cu ที่ลดหย่อนความคมชัดขอบสันลงไปบ้าง แต่ให้ความสำคัญกับทรวดทรงของเสียงให้เต็มฐานเสียง พรั่งพร้อมไปด้วยบรรยากาศรายล้อมที่รองรับไว้เป็นพื้นอย่างแนบแน่น ด้วยน้ำหนักเสียงที่หนักแน่นและหนักหน่วงตลอดช่วง ถือเป็นเสียงทุ้มที่ลีลาและคอนทราสต์น่าติดตามอย่างมาก

กระนั้น ต้องยอมรับว่าความใสและรายละเอียดลึกๆในย่านเสียงทุ้มนี้ 381Ag ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเปิดเผยอย่างมาก เรียกว่าถ้าผลัดหูมาจาก 381Cu แล้วต้องประทับใจกับเนื้อเสียงที่เกลี้ยงเกลา กระชับแน่น สว่างใสของ 381Ag ถึงขั้นที่อาจจะตัดสินใจไม่ได้เลยว่าปลั๊กผนังตัวใดเป็นเลิศในย่านทุ้มมากกว่ากัน เพราะสิ่งที่ 381Ag ถ่ายทอดออกมานั้น มันได้กะเทาะรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นเสียงออกมาชนิดหมดเปลือก เป็นทุ้มที่ปลดปล่อยและเปิดโปร่งอย่างยิ่ง ถึงพร้อมด้วยอิมแพ็คที่คมกริบแต่ควบแน่นละเอียดอ่อน ปราศจากอาการสับสนอั้นตื้อแม้ระดับความดังลั่นห้องก็ตาม

ผู้อ่านท่านใดที่มีห้องหับไม่ใหญ่โตนัก หรือชุดเครื่องเสียงถ่ายทอดเวทีเสียงได้เพียงแค่ระยะที่วางลำโพง ที่หลุดเลยออกไปจากระยะที่ว่า มันเริ่มคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นวิญญาณเสียงวูบวาบเลือนรางโปรดสดับรับฟังทางนี้

ตบกระเป๋าเงินแล้วตรวจดูว่าความหนาของแบ๊งค์ห้าร้อยมีถึงสิบเอ็ดใบหรือไม่? ถ้าไม่มีก็ให้เปลี่ยนเป้าหมายที่จะใช้กับอุปกรณ์อื่น แล้วหันมาเล็ง Wattgate 381 ทันที งานนี้ไม่มีผิดหวังทั้งรุ่นเงินและทอง

เรียกว่าต่อให้ไม่ต้องมีห้องหับเป็นสัดส่วนเฉพาะ ก็สามารถสัมผัสมิติเวทีเสียงที่แผ่ขยายเป็นวงกว้างปกคลุมทั่วอาณาบริเวณห้องได้อย่างสบายอุรา ยิ่งชุดที่ให้ศักยภาพด้านมิติเวทีเสียงด้วยแล้ว แค่ขนาดเวทีเสียงที่ทะลุห้องยังน้อยเกินไปเมื่อใช้งานร่วมกับ 381Cu และ 381Ag

มองในแง่ขนาด มันฟันธงไม่ขาดว่าตัวไหนกว้างใหญ่ไพศาลกว่ากัน ที่พอจะแยกแยะความต่าง คือลักษณะที่ปรากฏขึ้นในองค์รวม 381Cu จะถ่ายทอดแต่ละเสียงอิ่มเอิบกลมกลึง ให้ทรวดทรงสัณฐานเต็มเสกล ในแง่เดียวกัน 381Ag จะให้บอดี้ที่กระชับแน่น มีเสกลที่เล็กกะทัดกว่าบ้าง แต่ยังคงรักษาฐานเสียงไว้เหนียวแน่น โฟกัสชัดคมเด็ดขาดด้วยเนื้อมวลที่ประณีตและเอียดลออ ปลายแหลมเผยตัวและเปิดพลิ้วไปได้สุดเสียง ขณะที่ 381Cu จะลดหย่อนขอบสันที่ชัดคมเฉลี่ยกับบรรยากาศล้อมรอบตัวเสียงนั้นๆไว้ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น และน่าติดตาม

ตัวเสียงที่ควบแน่นและมีบรรยากาศอ่อนๆห่อหุ้มไว้ที่ตัวเสียงนั้นมีมาให้ในปลั๊กผนัง Wattgate ทั้งสองตัว แต่เมื่อพิจารณาโดยละเอียด 381Ag จะเด่นมากในแง่ความสงัด กระจ่างในของพื้นอากาศรอบตัวโน้ต ส่วน 381Cu จะเน้นไปที่การเฉลี่ยบรรยากาศและความคมชัดของตัวเสียงที่อิ่มเอิบไว้ด้วยความลงตัว บังเกิดช่องว่างช่องไฟที่แยกขาดออกจากตัวเสียงและขับเน้นให้ตัวเสียงนั้นๆลอยเด่นเป็นอิสระไร้พันธนาการ

ถือว่าเฉือนกันไม่ขาดในแง่นี้ เพราะมันมีดีคนละอย่าง

รูปวงไม่ว่าจะเป็นกว้าง-ลึกในแนวราบ สูงต่ำในแนวดิ่งแผ่ล้นทะลุผนังห้องทั้งสี่ด้าน ยิ่งชุดเครื่องเสียงถึง แผ่นอ้างอิงถึง มันก็คล้ายกับการจำลองวงดนตรีย้อนกลับมาแสดงสดๆในห้องอีกครั้งก็ไม่ปาน 381Cu เน้นมวลอากาศที่รายล้อมรอบขอบเขตปริมณฑลให้บังเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย ไม่สว่างเจิดจ้า ไม่มืดมิดมัวหมอง แต่คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างสองวรรณะ 381Ag ค่อนไปทางโทนสว่าง แต่ปราศจากอาการเจิดจ้าจัดจ้าน นำเสนอความชัดเจนของทุกสรรพเสียงจากหน้าไปหลัง ซ้ายไปขวา และรักษาให้เสียงนั้นๆควบแน่นทั้งทรวดทรงและน้ำหนักทัดเทียมกันทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะด้านลึกสุดหลังเวทีนั้น คมชัด เข้มข้น เทียมเท่าอิมเมจด้านหน้าอย่างเหลือเชื่อ!

เอาเป็นว่าถ้าบ้ามิติเวทีเสียงเข้าขั้น มันก็ต้องปลั๊กผนังยี่ห้อนี้แหละครับ ถึงจะสะใจพระเดชพระคุณ

เอ...ครบถ้วนทุกกระบวนความหรือยัง?

ยังครับท่าน, มันยังค้างเรื่องความเหมาะสมต่อชุดเครื่องเสียงอีกข้อหนึ่ง อ่านมาก็ยาวมากแล้ว เอาเป็นว่าผมรวบรัดให้มันกระชับสั้นลงอีกหน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวท่านผู้อ่านที่รักจะพาลเบื่อกันไปเสียก่อน

ผมทิ้งท้ายไว้ในตอนที่เขียนถึง Wattgate 381Ag ไว้แล้วว่า ชุดเริ่มต้นระดับใดก็ได้ หากต้องการเพิ่มศักยภาพในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหลักและพลังแฝง รายละเอียดเสียงที่ปลดปล่อยพรั่งพรูออกมาราวไม่มีที่สิ้นสุด มิติเวทีเสียงอลังการงานสร้าง โอ่อ่าอัครฐาน ก็ใช้เงินจำนวนห้าพันกลางๆซื้อมาใช้งานในระบบได้ทันที

แต่ถ้ามีปัจจัยเพียงพอต่อปลั๊กผนังชิ้นเดียว เมื่อต้องตัดสินชี้ขาดระหว่างเงินกับทอง มันก็ต้องย้อนกลับไปดูที่ชุดหลักและรสนิยมของท่านเองแหละครับว่ามีทิศทางและจุดหมายอยู่ที่ใด

น้ำเสียงไม่มีเรี่ยวแรง มีเพียงตัวเสียงหลักที่ยังลอยอยู่อย่างไร้ชีวิตชีวา แห้งแล้งบรรยากาศที่เชื่อมโยงระหว่างกัน เนื้อเสียงโปร่งบางขาดมวลเสียง, บอดี้, การย้ำเน้นหนักเบา ก็ให้ทราบเลยว่าเป้าหมายควรหันไปที่ 381Cu ต่อเมื่อชุดเครื่องเสียงที่ใช้ขาดความสะอาด อ่อนด้อยความใสและความสงัดรอบตัวโน้ต รายละเอียดหดหายจมอยู่หลังพื้นเสียงที่ขุ่นมัว ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก 381Ag

หรือถ้าฟังเพลงออดิโอฟายค่อนมาทางยุคกลาง นิยมให้ปลายแหลมคมชัดเปิดพลิ้วเป็นระลอกและทอดตัวไปได้ไกลสุดเสียง เสียงกลางเปิดโปร่งมีมวลเสียงที่ขับเน้นให้เด่นลอยขึ้นจากพื้นอากาศ ให้เสียงทุ้มที่คมเข้ม ลงได้ลึก กระแทกกระทั้นเต็มเหนี่ยว มันออกจะเข้าทาง 381Ag อยู่ไม่น้อย

แล้วถ้าชื่นชอบการฟังเพลงที่เน้นความสมดุล มีความชัดคมในเสียงนั้นๆพอประมาณ นิยมบรรยากาศที่ค่อนไปทางอบอุ่น แต่อุดมด้วยความโปร่งใส เสียงแหลมอิ่มเอิบมีมวลทั้งยังเปล่งปลั่งเป็นประกาย เสียงกลางควบแน่นมีทรวดทรงพร้อมด้วยบรรยากาศที่ห่อหุ้ม เสียงทุ้มกระชับแน่น ลงได้ลึกและทอดตัวอย่างทรงพลัง 381Cu คือทางเลือกของสำเนียงเช่นนี้

ยังครับ, ยังไม่หมดมุกดอกครับท่าน เพียงแต่สัมปทานหน้ากระดาษมันเกินโควต้านิตยสารมามากเกินไปแล้ว กะว่าจะต่อให้หมดเสียคราวเดียวก็เกรงใจท่านเจ้าของหนังสือเขา ต้นทุนหน้ากระดาษมันแพงขึ้นทุกวันท่านก็ทราบกันอยู่แล้ว ไหนจะค่าน้ำมูกน้ำมันที่ขึ้นไปลอยเท้งเต้งอยู่บนฟ้า ยังไม่มีทีท่าจะลดตัวลงมาให้ชื่นใจแม้แต่วันเดียว

ยังดีที่ค่าไฟฟ้ายังไม่กล้าขึ้นเพราะสวรรค์ยังมีตา ดลใจให้ศาลปกครองท่านพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ไม่อย่างนั้นป่านนี้นอกจากจะไม่ได้เล่นเครื่องเสียงให้เปลืองไฟเล่น อาจจะต้องจุดเทียนนั่งกินมื้อเย็นกับแม่บ้านกันตลอดชาติเป็นแน่

เอาน่า...คิดๆไป มันก็โรแมนติกไม่หยอก อยากให้ท่านผู้นำฯมานั่งกินข้าวกับภริยาแบบนี้บ้างจังเลย มันจะได้ซาบซึ้งตรึงใจทั้งผู้นำทั้งประชาชนตาดำๆ

เอาล่ะๆ สรุปอย่างนี้นะครับท่าน ที่ยังคั่งค้างอยู่ในตอนนี้ ขั้วปลั๊ก Wattgate ทั้งหัวแล้วท้ายรุ่น 330Ag และ 350Ag กำลังเบิร์นอินกับสายไฟ Kimber PK10 อยู่ในห้อง แล้วก็ยังไม่ได้ลองจับปลั๊กผนังรุ่นเงินผสมขั้วปลั๊กรุ่นทอง หรือจะเป็นปลั๊กผนังรุ่นทองผสานกับขั้วปลั๊กรุ่นเงิน นี่แค่คิดว่าจะลองกันสักหลายตั้ง มันก็คงจะมีเรื่องให้โม้กันอีกหลายหน้า

ที่เขียนมาทั้งหมด ขอติดไว้ตรงนี้ก่อนนะท่าน คราวหน้าลองได้ผลอย่างไรจะรายงานให้ทราบกันอีกที แต่ตอนนี้มาสรุปเรื่องปลั๊กผนังทั้งสองรุ่นให้หายวุ่นสักหน่อย

ถามสั้นๆให้ฟังธง, เงินกับทองเล่นตัวไหนดี

ตอบสั้นๆฟันธงอย่างนี้, ในเมื่อมันมีดีคนละอย่างทั้งสองตัว ขนาดลองกันถึงแก่นขนาดนี้ยังตัดสินชี้ขาดไม่ได้ ใครจะเอาอย่างข้าพเจ้าก็ได้ไม่ว่ากัน ก็เล่นมันทั้งสองตัวเสียก็สิ้นเรื่องสิ้นราวสิครับท่าน!

นักวิจารณ์ท่านอื่นไม่ทราบ ที่ผมส่งคืนจะให้บริษัทฯไม่ใช่ปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag แต่เป็นเงินสดพร้อมใช้ได้ทันที มีรุ่นทองอยู่แล้วสามเพิ่มรุ่นเงินสักหนึ่งจะเป็นไรไป




"Gold Lighton"
มิถุนายน 2549
 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2007, 06:45:11 AM »
http://www.audio-teams.com/accessories/psAudioNoise-harvester/1.shtml
PS Audio : Noise Harvester 
โดย..." ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ"
 
ที่มา : นิตยสาร What Hi-Fi? ปีที่ 22 ฉบับที่ 254 ธันวาคม 2549
 
 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2007, 06:47:09 AM »
http://www.audio-teams.com/accessories/hi-fiJack/1.shtml
 Hi-Fi Jack

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 

เห็นชื่อคงไม่ต้องบอกว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้มาจากสำนักไหน ก็เพราะชื่อมันบอกอยู่ทนโท่แล้วว่าอุปกรณ์เสริมชิ้นนี้ มีที่มาจากสำนักไฮไฟเฮ้าส์ของ "เดอะหั่ง" เจ้าเก่า ผู้ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์และนักออกแบบมือเก๋าผู้คร่ำหวอดอยู่กับวงการเครื่องเสียงไทยไม่ต่ำกว่า 30 ปี

แรกเริ่มเดิมที ผู้เขียนทราบว่าสินค้าแต่ละชิ้นของเดอะหั่งนั้น จะเน้นไปที่คุณภาพเสียงเป็นเป้าหมายสูงสุด ส่วนเรื่องราคาเป็นปัจจัยรองลงมา สินค้าของเดอะหั่งในสมัยก่อนและจวบจนวันนี้จึงวนเวียนอยู่แต่ในห้องนักเล่นเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์เป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของสินค้าระดับรองๆลงมาก็พอมีอุดหนุนบ้าง แต่มักจะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่ารุ่นใหญ่ (เขาว่าเมื่อเป็นนักเล่นไฮเอ็นด์แล้ว ต้องลงทุนสุดๆให้จบในครั้งเดียวไปเลย) ซึ่งแง่มุมนี้ ผู้เขียนก็ยอมรับว่ามีความจริงอยู่หลายส่วน

ดูเหมือนเดอะหั่งจะรู้ ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาจึงหันมาออกแบบสินค้าระดับเริ่มต้นเพิ่มขึ้น เรียกว่าเริ่มขยายตลาดให้ออกสู่วงกว้างมากขึ้น

ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน นักเล่นเครื่องเสียงกลุ่มนี้ก็มีศักยภาพในการซื้อสูงไม่แพ้กัน หากแต่เครื่องของต้องมีคุณภาพดี คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป ซึ่งใครก็ตามที่สามารถมัดใจคนกลุ่มนี้ได้ ภายภาคหน้าเมื่อนักเล่นกลุ่มนี้ปรับปรุงขยับขยายชุดเครื่องเสียงให้ยกระดับขึ้นไป ลองคิดดูว่านักเล่นเหล่านั้นจะนึกถึงใคร ระหว่างคนแปลกหน้า หรือคนที่คุ้นเคยกันมานาน

กลับมาที่ Hi-Fi Jack ของเดอะหั่งที่นำมารายงานในครั้งนี้ ปรกติเดอะหั่งมักจะทำของที่ชิ้นใหญ่ และดูอลังการงานสร้าง แต่คราวนี้กลับออกสินค้ามาแหวกแนวกว่าอุปกรณ์ชิ้นอื่นพอสมควร รูปทรงที่แลดูเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่ค่อยน่าเกรงขามเท่าใดนัก เรามาดูกันว่าคุณภาพเสียงที่แท้จริงของอุปกรณ์ชิ้นนี้ จะสมกับชื่อเสียงจากสำนัก Hi-Fi House ของเดอะหั่งหรือไม่

ลักษณะเด่นเฉพาะตัว

ชิลด์สัญญาณรบกวนด้วยวัสดุคุณภาพสูง
ใช้อุดเฉพาะขั้วต่อ "Input" เท่านั้น ห้ามใช้กับขั้วต่อ "Output" เป็นอันขาด
รูปร่างกะทัดรัด ใช้งานง่าย
แข็งแรง ทนทาน ใช้ขั้วแจ็คคุณภาพสูงเนื้อโลหะแน่นและชุบทองไมครอนสูง
(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้ผลิต)
ติดต่อ เดอะหั่ง 0-2565-4417 01-915-6121
ราคาชิ้นละประมาณ 350 บาท

 

เท่าที่มองจากรูปร่างภายนอก ผู้เขียนคาดเดาว่าแนวคิดในการออกแบบ Hi-Fi Jack น่าจะมีอิทธิพลมาจากปลั๊กอุดช่อง Input ของเครื่องเสียงในสมัยก่อน ที่เจตนาออกแบบไว้เพื่อป้องกันฝุ่น แต่หลังๆนี้มีอุปกรณ์ที่ออกแบบมาอุดขั้วต่อเพื่อชิลด์ป้องกันสัญญาณรบกวนด้วย ดังเช่นที่หลายๆเจ้าทำออกมาขาย และช่วยให้ระบบลงกราวด์ของวงจรดีขึ้น (ที่นิยมกันมากในบ้านเราคือ RCA Caps ของ Cardas)

รูปร่างของ Hi-Fi Jack นี้เป็นตามชื่อ คือส่วนหัวเป็นขั้วแจ็คตัวผู้ไม่มีปลอกแล้วรัดด้วยท่อหดชนิดพิเศษยาวประมาณ 1 นิ้วเศษ (เท่าที่ทราบจากเดอะหั่งคือ ได้มีการทดลองจูนความยาวที่ว่านี้หลายขนาดจนมาลงตัวที่ความยาวดังกล่าวว่าให้สุ้มเสียงที่มีความสมบูรณ์ที่สุด) หล่อปิดปลายท่อหดด้วย Epoxy เนื้อแน่น มีความแน่นและแข็งแรงสูงมาก ผู้เขียนคาดว่าข้างในของตัว Hi-Fi Jack น่าจะมีเทคนิคต่อเชื่อมหรือมีอุปกรณ์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่เป็นความลับซุกซ่อนอยู่ภายใน แต่เนื่องจากหากแกะออกมาดูก็จะไม่สามารถประกอบเข้าให้เหมือนเดิมได้อีก ผู้เขียนเองยังกังวลว่าหากแกะออกมาแล้วจะทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหาย จึงละความพยายามนี้ไป

ของมีให้ลองเล่นลองฟังนี่ครับ ไม่ได้มีไว้ให้แกะมาดูเล่น

มาที่การใช้งานกัน เมื่อเจตนาที่ออกแบบมาใช้เพื่ออุดขั้ว RCA ของอุปกรณ์เครื่องเสียง วิธีการใช้จึงง่ายต่อการลองเล่น โดยใช้ลองอุดที่ช่องอินพุทของอินทีเกรตแอมป์ ควรลองเสียบทีละช่องอินพุทไปเรื่อยๆ (แนะนำให้ใช้ทีละคู่ก็เพียงพอ) รวมๆแล้วก็ใช้งานเหมือนกับของ Cardas ทุกขั้นตอน

แล้ว Cardas RCA Caps กับ Hi-Fi Jack ต่างกันยังไง ?

จริงๆแล้วไม่ควรเทียบนะครับ เพราะถือว่าเป็นสินค้าคนละระดับราคากัน แต่รวมๆเมื่อเทียบคุณภาพต่อราคาแล้วทั้งสองตัวสามารถยืนอยู่ในจุด (คุณภาพ) คุ้มค่าต่อราคาได้ทั้งคู่ ที่แตกต่างก็คงจะไปอยู่ที่บุคลิกน้ำเสียงและรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่า ท่านผู้อ่านลองพิจารณาแนวทางของอุปกรณ์ทั้งสองชนิดนี้โดยสังเขปดูนะครับ

ทางกายภาพของอุปกรณ์ทั้งสอง Hi-Fi Jack จะดูมีภาษีกว่าเพราะใช้ขั้วแจ็ค RCA ที่มีคุณภาพ รวมถึงเทคนิคที่ถูกปรับจูนอยู่ภายในอยู่อีกส่วน แตกต่างกับ Cardas ที่มีรูปทรงเป็นเพียงตัวอุดขั้ว (ชิลด์) เท่านั้น เว้นแต่นักเล่นท่านใดที่เป็น "มิสเตอร์แบรนด์เนม" ก็จะยกประโยชน์ให้กับ Cardas มากกว่าเพราะนอกจากจะดูดีในแบบสากลนิยม แต่ยังได้คุณภาพเสียงในแบบสากลด้วย, เรื่องนี้ก็ว่ากันไปตามศรัทธาของแต่ละคนนะครับ

จะวัดกันที่รูปร่างภายนอกอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมาดูที่เสียงกันบ้าง

Cardas จะให้เนื้อเสียงกระชับ อิ่มและเป็นตัวตนดี เนื้อเสียงไม่บาง ไม่แบน ตรงกันข้ามคือให้ทรวดทรงของเสียงได้ดีมากอีกด้วย การเว้นช่องไฟระหว่างตัวโน้ตก็ทำได้น่าสนใจ ช่วยเสริมให้บทเพลงมีความต่อเนื่องน่าติดตาม โดยรุ่นที่ไม่มีตราก้นหอยจะให้สุ้มเสียงที่เปิดเผย โปร่งบาง สะอาด โทนเสียงหลักติดไปทางสุกสว่าง ส่วนรุ่นที่มีตราก้นหอยจะให้เนื้อเสียงอิ่มเอิบ นุ่มนวล ลดความสว่างและปลายแหลมที่พลิ้วไหวจากรุ่นแรกลงมาพอประมาณ แล้วแทนด้วยบรรยากาศความเป็นที่วงสวยงามกว่า แต่จะย่นย่อปลายแหลมช่วงอ็อคเตฟสุดท้ายไปเล็กน้อยตามระเบียบ

 

Hi-Fi Jack จะให้เนื้อเสียงอวบอิ่ม สดใส เกลี้ยงเกลา มีมวลละเอียดประณีต ติดปลายนวมด้วยความหวานระรื่นกลมกล่อม ซึ่งส่งผลให้ความต่อเนื่องของเสียงโดดเด่นขึ้นมาก ผู้อ่านที่ชอบแนวเพลงร้องหวานๆฟังเพลินคงจะต้องใจกับ Hi-Fi Jack เป็นพิเศษเป็นแน่ ลองฟังเสียงคุณอรวีผ่านการใช้ Hi-Fi Jack สักครั้งสิครับ ท่านจะตะลึงกับสิ่งที่ท่านได้ยิน เพราะลีลาที่อ้อดอ้อนฉอเลาะของเธอนั้น มันเหลือจะบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือจริงๆ

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะไม่เรียกว่าน่าสนใจเลยถ้าขาด "ความสดในน้ำเสียง"

โดยส่วนใหญ่ อุปกรณ์ที่เน้นโทนให้นุ่มนวลติดไปทางอ่อนหวาน มักจะขาดความสด ความฉับพลันทันทีทันใด ฟังแรกๆก็ดูลื่นไหลไพเราดี แต่ฟังนานๆชักไม่ค่อยน่าติดตาม ยิ่งเมื่อช่วงดนตรีโหมขึ้นด้วยไดนามิก กลับขาดความเร้าใจ ทำให้รู้สึกไม่สมจริง

ตรงนี้ Hi-Fi Jack มีให้เหลือเฟือไม่มีขาดแคลนอย่างแน่นอน แต่จะไม่แสดงออกแบบรุกเร้าดุดัน จะออกไปทางแนวสุภาพราบรื่น มีจังหวะและน้ำหนักเสียงที่สดกำลังดี ให้อิมแพ็คที่ชัดคม ทั้งยังจำแนกเสียงเล็กเสียงน้อยในแง่ของการถ่ายทอดรายละเอียดของเสียง ทำได้ชัดเจนมากเมื่อเทียบกับเวลาที่ไม่ใส่

บรรยากาศคืออีกจุดเด่นที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เด็ดขาด เพราะ Hi-Fi Jack ช่วยให้รับรู้ถึงโถงของเวทีเสียงได้อย่างที่ไม่ต้องเพ่งฟัง ราวกับว่าได้ขยายสัดส่วนของเวทีออกไปทุกทิศทางจากแถวหน้าไปแถวหลังสุด โดยยังคงรักษาความคมชัดให้ค่อยๆเจือจางลงไปอย่างประณีตละเอียดอ่อน

ลองฟังคุณสมบัตินี้จากเสียงเปียโนนะครับ ท่านจะติดตามองค์ประกอบของเสียงได้ตั้งแต่จังหวะแรกที่ฆ้อนกระทบสายสตริงจนก่อเกิดเสียงไปจนกระทั่งจางหายไปในอากาศ แต่ละโน้ตที่บรรเลงผ่านไปนั้น มันเห็นเป็นภาพพจน์อย่างนั้นจริงๆ

แล้วถ้าเกิดผิดพลาดไปเสียบที่ขั้ว Output ของเครื่อง ?

ในทางเทคนิค ไม่มีความเสียหายต่อเครื่องครับ ตรงนี้ผู้เขียนได้ลองดูกับตัวเองแล้ว เครื่องที่ใช้หลายตัวยังไม่เจ๊ง ไม่เสียหาย (แต่ทางที่ดี ผู้อ่านก็ยังไม่สมควรที่จะทำตามอยู่ดี เรื่องนี้ฟังธงไปตรงๆว่า "ห้ามเสียบ!" จะดีที่สุดครับ)

ทางเทคนิกที่ผู้เขียนลองเสี่ยงด้วยตนเองแล้วไม่มีผลเสียงต่อเครื่อง แต่ในทางคุณภาพเสียงถือว่าเสียมากกว่าได้ เสียงจะทึบ ขุ่นมัวติดกันเป็นกลุ่มก้อน การแยกแยะไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น ที่สำคัญอีกประการคือสูญเสียคุณสมบัติในแง่ไดนามิกไปมาก หายไปจนแทบจะโทรแจ้ง 191 ไม่ทันเลยทีเดียว

เอาเป้นว่า ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่า "ห้ามเสียบที่ขั้ว Output ของเครื่องเด็ดขาด!!!"

เอาล่ะเมื่อเข้าใจตรงกันแล้วก็มาดูชุดที่เหมาะสมกันต่อ

 

ชุดที่เสียงบาง แห้ง อ่อนหรือไม่มีฮาร์โมนิก ขาดความต่อเนื่องทุกชุดถือว่าเหมาะสุด Hi-Fi Jack จะช่วยเติมสิ่งที่ไม่มีที่ว่านี้ให้กลับมาเข้าจุดสมดุล ช่วยให้เกิดความต่อเนื่องลื่นไหล มีลีลาความเป็นศิลปินมากขึ้น

ช่วงหนึ่งผู้เขียนได้ลองนำ Hi-Fi Jack มาลองอุดที่ขั้ว Video In ของทีวี (รวมถึงใช้อุดที่ขั้วอินพุท Video In และ Coaxial In ของ A/V Reciver ก็ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน) ปรากฏว่าคุณภาพของภาพรุดหน้าไปอย่างชัดเจน ทั้งๆที่ผู้เขียนเองไม่ได้ตั้งใจเพ่งดูแต่อย่างใด สีสันของภาพอิ่มแน่น คล้ายมีวงจรเพิ่มเม็ดสีให้มากขึ้น (ย้ำว่า "คล้าย" เท่านั้นนะครับ) การแยกความเปรียบต่างของแสงและสียิ่งทำได้ดี ที่มืดก็มืด ที่สว่างก็ยิ่งสว่างขึ้น (คุณสมบัตินี้ผูกพันโดยตรงกับมิติตื้นลึกของภาพ) ช่วยให้แยกแยะสัดส่วนมิติภาพด้านลึกได้แจ่มยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือใช้เพียงตัวเดียวต่อเครื่องเท่านั้น ก็ได้ผลอย่างที่แจ้งไว้แล้ว

คราวนี้ Hi-Fi Jack ของเดอะหั่งทำเอาทึ่งจริงๆก็ตรงที่ ถ้าเป็นสายตาของผู้เขียนที่ดูเองคนเดียวจะไม่ตกใจเท่าไหร่ เพราะคลุกคลีกับเรื่องประเภทนี้อยู่เป็นประจำ ย่อมสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน

แต่ตกดึกในคืนเดียวกันคนใกล้ตัวที่นับถือ และผู้เขียนเองก็รู้กันดีอยู่เป็นส่วนตัวว่าไม่มีทักษะกับเรื่องจำพวกนี้ถึงกับต้องร้องทัก "เฮียไปทำอะไรกับทีวีหรือคะ ? ทำไมสีสันมันสวยขึ้น นี่ดูสิปรกติหน้าทาทาจะไม่ใสแบบนี้ แต่คราวนี้หน้าเนียนใสขึ้นเป็นกอง" แล้วอย่างนี้ไม่แปลกใจได้อย่างไรครับท่านผู้อ่าน แต่ที่แปลกกว่านั้นคือเธอถึงกับเอ่ยขึ้นมา

"มันก็ดีนะเฮีย ราคาไม่กี่ตังค์ไม่ใช่เหรอ งั้นหาอีกซักตัวไปเสียบทีวีข้างนอกบ้างสิ จะได้ดูละครทีวีดีขึ้นไงคะ"

เอาเข้าแล้วไงแม่คุณทูนหัว !!!


"Gold Lighton"
พฤษภาคม 2548






 
 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: 07 ตุลาคม, 2007, 08:32:08 AM »
จากกระแสตัวนี้ค่อนข้างดัง

  Oyaide R1 ราคา 4000 บาท
http://www.htg2.net/index.php?topic=22850.0


จากกระแสดังกล่าวทำให้ผมจะพลาดได้ไง

ผมได้มีโอกาศไปลองบ้านพี่หมอแต่ตอนนั้นทดสอบและสนใจแต่ประเด็นเสียง   แต่เมื่อกระแสจุดพลุขึ้นมา
  พี่หมอส่งข่าวภาพดีมากครับ  งานนี้เลยห้ามใจทีจะนำมากัดกันไม่ได้ซะแล้ว
ทดสอบเน้นเฉพาะระบบภาพ
1.ระบบที่ทดสอบ  Lg 60  plasma  1080p
2.Crystalio  2  ใช้หนังและฉากจาก  Hd-media   

   เนื่องมาจาก  การทดสอบ ลองทดสอบโดยมีเครื่องกรอง  vieo paradise เป็นต้นทาง  และใช้สายที่ทำขึ้นมาแบบ  มีตัวผู้ 2 ด้าน
โดยทดสอบภาพ   ซึ่งพิสูนจ์ได้ด้วยตา

1.ขั้นตอนแลกใส่  R1 กับไม่ใส่  R1  เห็นความแตกต่าง  เห็นได้มีติดีขึ้น  เห็นความใสสะอาดของภาพ  จากโจทย์ที่รีดคุณภาพกันแล้ว
2.เมื่อมีการทดสอบจึงต้องหา  มาเปรียบเทียบคู่กัดที่พอจะ  สู้กันได้
    -  iscoclean   ราคาขาย 3400  บาทมีฝาเหล็กสวยงามแถมมาด้วย   การทดสอบ  แนวภาพจะไปทางสะอาด  การไล่มิติดี  แต่ความข้นของสีอาจจะสู้ R1ได้ไม่เต็มที่
    -  wattgate  au ผมขอผ่าน  สีจะออกโทน เหลือง ไม่ใสตัวที่น่าจะดี  wattgate ag  ภาพที่ได้จะสว่าง   ถือว่าดีเลยแต่อาจเป็นลอง R1 ในแง่ของภาพ
แต่ด้วยราคาที่ 5000 บาท  จึงเสียเปรียบ
    -  fim  888 ps   ตัวนี้ถือเป็นคู่ชกที่น่ากลัวแต่ราคา ก็โดดไป ถึง 6000 บาท  ถือว่าน่าจะเหนือกว่า R1  แน่นอนแต่ไม่มากนัก สิ่งที่มองเห็นได้ใสกว่านิดหน่อย มิติที่ต่างกัน  ส่วนสีใกล้กันมากครับ  แต่ราคาก็แพงกว่าถึง 2000 บาท  และการติดตั้งก็ไม่ใช่ง่ายนัก

ส่วนเสียงขอเป็นหลังไมล์ครับ  ฮิอิอ

คงเป็นประเด็นให้ได้บ้างสำหรับเพื่อน   ฟังหูไว้หูดีสุดต้องมา  A+b เทสกัน
ขอบคุณ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ตุลาคม, 2007, 08:39:06 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ FIAT500

  • ****
  • กระทู้: 416
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: 03 มีนาคม, 2009, 01:20:19 AM »
ได้ความรู้มากเลยครับ

ออฟไลน์ nitroboy

  • *
  • กระทู้: 34
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: 25 มีนาคม, 2009, 02:55:50 PM »
ขอบคุณมากครับ

b3344

  • บุคคลทั่วไป
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: 19 สิงหาคม, 2010, 11:13:10 PM »
อะไรๆผมก็เชื่อและฟังออกได้ แต่ยอมรับว่าเจ้าดิน้ำมันนี่ ฮา มากครับ ฟังไม่ออกจนต้องเอามาแปะหูแปะหัว อุดจมูก 555  เอามาลองใต้ลำโพงให้แน่นอะไรเนี่ยพอไหว อิอิ

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: 20 สิงหาคม, 2010, 06:59:21 AM »
อะไรๆผมก็เชื่อและฟังออกได้ แต่ยอมรับว่าเจ้าดิน้ำมันนี่ ฮา มากครับ ฟังไม่ออกจนต้องเอามาแปะหูแปะหัว อุดจมูก 555  เอามาลองใต้ลำโพงให้แน่นอะไรเนี่ยพอไหว อิอิ


กลับมาเล่นแล้วหรือครับ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ Jet-Do

  • Freshy
  • กระทู้: 8
Re: ช่วยโพสตรวบรวม accessories ที่หามาเล่นได้
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: 10 กรกฎาคม, 2012, 10:36:08 PM »
เป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่อย่างผมครับ