ผู้เขียน หัวข้อ: รวบรวม accessories 2 ที่เกี่ยวกับสายไฟ+หัวปลัก +วัสดุรองเครื่อง เพิ่ม Fuse  (อ่าน 46942 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
เนื่องจากระทู้เดิม  จะเริ่มยาวขอแบ่งภาคหน่อยครับ 
ต่อจากภาคที่  1 
http://www.htg2.net/index.php?topic=1275.0

  เพื่อนถ้ามีข้อมูลช่วยเพิ่มเติมหน่อยนะครับ 
อ้างอิงhttp://www.audio-teams.com/
สายไฟครับ
  1.Hovland Main line
คราวนี้มาดูสายไฟเอซีกันบ้าง

ไม่ต้องแปลกใจใดๆเลยกับบรรดาสายไฟเอซีหลากยี่ห้อ สารพัดรุ่นที่ออกมาจำหน่ายในวันนี้ เรียกว่าอะไรก็ต้านกระแสเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว เชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ไม่มีผลไปหยุดยั้งวิวัฒน์ของสายไฟเอซีบรรดามีได้เลย

สำหรับผมคนไม่ปกติอย่างนี้ ไม่มีคำว่าลังเลสงสัยในคุณานุภาพของสายไฟเอซีหลงเหลือในใจผมแม้แต่น้อย ว่าไปแล้ว ผมเล่นสายไฟเอซีตั้งแต่เขายังไม่ได้ผลิตออกมาขายกันเป็นล่ำเป็นสันเช่นวันนี้ นั่นมันอดีตกว่าสิบปีเข้าให้แล้ว

จากประสบการณ์นั้น การเลือกใช้สายไฟเอซีกับชุดเครื่อง มีผลที่ดีขึ้น นั่นเป็นผลที่ได้พบพานมา แน่นอนครับ ลองผิดลองถูกมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ได้ความอย่างนั้นก็ต้องว่าไปตามนั้น ส่วนใครต้องการเหตุก็ต้องไปศึกษากันละครับ

ในบรรดาสายไฟเอซีหลากยี่ห้อที่ว่านี้ Hovland Main Line ก็เป็นสายไฟเอซีอีกหนึ่งที่ควรค่าต่อการแนะนำ

เรารู้จัก Hovland จากการผลิตเครื่องหลอด แต่วันนี้เขาได้ผลิตสายไฟเอซีออกมาแล้วเช่นกัน เท่าที่ทราบ ยังผลิตสายสัญญาณสายลำโพงตามออกมาด้วย

สายไฟเอซี Hovland เส้นที่ผมได้ลองเล่นคราวนี้ มีความยาว 6 ฟุต ปลั๊กขั้วหัวท้ายเป็นของ Wattgate ตัวดัง ประกอบมาจากนอกสำเร็จรูปนะครับ (ปัจจุบันไม่แน่ใจว่ายังมีตัดแบ่งขายเป็นฟุตๆหรือไม่ ต้องลองสอบถามที่ร้านแกรมมาโฟน ชั้น 3 อาคารอัมรินทร์พลาซ่านั่นละครับ)

คุณภาพโดยรวมๆน่าสนใจครับ เป็นสายไฟเอซีที่เสมือนมีพลังในตัวเอง ไดนามิคดีมาก ให้แรงปะทะที่ชัดคม โฟกัสกระชับแน่น มีความเป็นตัวตนสูงมาก กลางแหลมพลิ้ว เปิดโปร่งและอุดมไปด้วยรายละเอียด เรียกว่าแจกแจงได้อย่างละเอียดยิบ
ชุดใครอ่อนเพลี้ยเพลียแรง น่าจะต้องโฉลกกับสายไฟเอซีรุ่นนี้เป็นแน่แท้ เสมือนได้ติดเครื่องทอร์โบปานนั้นเทียว

เสียงแหลสดใส ถ่ายทอดรายละเอียดได้แนบเนียนมาก เรียกว่ามีทั้งความกังวานและพลิ้วไหวเลยทีเดียว แต่ไม่ต้องพะวงว่าจะฟุ้ง มันเก็บเนื้อเก็บตัว สร้างอิมเมจเป็นตัวตนได้ดีมาก ว่าไปแล้ว ตั้งแต่ทุ้มจรดปลายแหลมก็เป็นเช่นนั้น

ในด้านการถ่ายทอดความเป็นวง หมดหว่งครับ สายไฟเอซีเส้นนี้ ไม่เพียงทรงพละกำลังในตัวเองอย่างที่เรียนไว้ แต่จัดระเบียบกับการวางวงวางเวทีเสียงได้อย่างโอ่อ่า ทำให้น่าตื่นเต้นไปกับภาพลักษณ์ที่ฉายแววออกมา

เอาเป็นว่า ใครที่กำลังมองหาสายไฟเอซีคุณภาพดีสักเส้น แล้วมีอานุภาพตามที่ว่านั้น แนะนำให้พิจารณาสายไฟเอซี Hovland Main Line นี่แหละ ไม่น่าจะผิดหวังด้วยประการทั้งปวงครับ


เจ. เจ.

ข้อแยกเพิ่มเติมบุคคลิคเฉพาะตัวสาย
ราคาสาย  แบ่งขายกันอยู่ตามท้องตลาด  1500/ฟุต  ครับ
 ผู้นำเข้าคือ บริษัท deco ครับ   ตอนนี้มีของใหม่เข้ามาจัดจำหน่ายแล้วครับ  หลังจากขาดหายไปยาวนาน  ตอนแรกเห็นบอกจะไม่นำเข้าเนขด ทนกะแสเรียกร้องไม่ไหว
อันนี้ขอประชาสัมพันธ์ หน่อยครับ  ไม่นั้น เดี้ยวไม่มีร้านให้ยืน โม้  ผมน้องสมรักษ์   ฮิฮิครับ
ตอนนีมีจำหน่ายที่หลายร้านครับ
1.หนุ่มไฮไฟ  (01-442 0687)
2.hi-end
3.paradise 02-251-1870  02-2511869  09-771-8895
ตัวบุคลิคสาย
   Hovland สดใส, เนื้อเสียงสะอาด กลางแหลมเปิดกระจ่าง โฟกัสความเป็นตัวตนแน่นกระชับดีมาก ปลายแหลมพลิ้ว ทุ้มเป็นตัวตนทิ้งตัวได้งดงาม ให้พละกำลังในตัวเองเหมือนติดเครื่องทอร์โบ วงโอ่อ่ากว้างใหญ่และรุกเร้าอยู่ในที
 
เพิ่มเติมตำแหน่งที่ควรนำไปใช้ที่ดีที่สุด
 คือใช้ที่ แอมป์ และอินติเกรด    จะได้พลังงานเพิ่มเหมือนเปลี่ยนแอมป์ขึ้นมา  และจะผลักดันสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในเปิดเผยความเป็นคนตรีให้เห็นเต็มเปี่ยม   พร้อมทั้งมวลเสียงมีมีความอิ่มในเนื้อเสียง   

วิธีการประกอบ
. ถูกต้องครับ,
1.ไล่ทิศทางจากต้นทางด้วยตัวหนังสืออ่านเรียงไปปลายสาย

2. สายสำเร็จรูปที่มาจากนอก เขาจะปล่อยชีล์ดลอยเอาไว้ทั้งสองด้านนะครับ

3. เป็นไส้ในที่จะทำให้เกลียวของสายตัวนำมีความกระชับรัดแน่น ไม่หลวมคลอน ตัดทิ้งได้ทั้งสองด้านครับ
   เติมหน่อย สายที่ปลอกเวลา ตัดให้คลายสายนิดหน่อย  แล้วทำความสะอาดอย่าบิดสายเด็ดขาด  สายจะเครียดครับ

4. ดีมากครับ สายฯสำเร็จรูปที่มาจากนอกก็ใช้ขั้วปลั๊กหัวท้ายรุ่นนี้

5. ขึ้นกับว่าคุณต้องการให้ดุลเสียงโดยรวมๆไปทางไหน น้ำยา VDH จะให้บอดี้อิ่มหนา ออกไปทางนุ่มหนา ส่วน ProGold จะเน้นไปทางกลางสูงที่สะอาดโปร่ง กระชับแน่นมีรายละเอียด ถ้าพิเคราะห์จากบุคลิกสาย ก็มีแนวโน้มไปทาง ProGold เป็นพื้นอยู่แล้ว คุณลองทบทวนการเลือกใช้อีกทีนะครับ

6. คำแนะนำอาจไม่ใช่เรื่องของคุณภาพสายฯโดยตรง แต่เป็นพฤติกรรมข้างเคียงที่ทำให้ได้ผลลัพธ์เต็มพิกัด ผมหมายถึงการหาวัสดุรองรับสายฯให้ลอยเหนือพื้นห้อง เช่นแท่นรอง Solid-Tech พวกนี้ให้ผลเกินคาด อาจเป็นเรื่องเล็กๆที่หลายคนมองข้าม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆก็เถอะครับ อยากแนะนำให้ลองเล่นด้วยตัวเองเสียก่อน แล้วจะมีความเห็นเป็น
เพิ่มเติมอีกครับ สายดังกล่าวไม่แนะนำให้หุ้มสาย  เพราะที่หุ้มมีคุณภาพไม่ดี จะมีผลต่อความแห้งของเสียง
การขันน็อตทุกตัวควรให้มีนำหนักที่เหมาะสม  การ burn สายเส้นนี้ใข้เวลาประมาณ 200  ชม.ครับ
ถ้าไม่สะดวกติดต่อ paradise บริการ burn ให้คิดค่าบริการเพียง 200 บาท/ชุดใช้เวลา เพียง 3 วัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม, 2010, 10:52:03 AM โดย ขุนจิต ร้าน paradise »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายไฟเอซี Cardas Cross Wattgate Signature
โดย...นายเต็มถัง


อ้างอิง จากwww.audio-teams.com/
ขอเพิ่มเติ่มหน่อย นักเขียนท่านนี้อาจจะใหม่หน่อยครับ ไม่คุ้นชื่อ
 แต่ประสบการณ์การเล่น� ได้การรับรองและควบคุมจากอจ.ที่นับถือแล้ว

--------------------------------------------------------------------------------


ว่าด้วยเรื่องสายไฟ บางท่านคงบ่นในใจว่า (หรือบ่นดังๆ) ไร้สาระ สายไฟมันไม่ได้อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขยายเสียงซะหน่อย เป็นเพียงแค่สายที่นำกระแสไฟไปจ่ายให้เครื่องเท่านั้น ขอให้ขนาดใหญ่พอกับการกินกระแสไฟของเครื่องก็พอแล้ว

ในขณะที่บางท่านกลับจะบอกในทางตรงกันข้ามว่า ของพวกนี้มันสัมพันธ์ไปหมด เพราะคลื่นไฟฟ้าที่ส่งจากปลั๊ก ไปยังเครื่อง แม้มันจะถูกแปรรูปไปบ้าง แต่คลื่นไฟฟ้าที่วิ่งผ่านสายไฟจะถูกปรับปรุง กลั่นกรอง หรือควบคุมการไหลของไฟฟ้าสู่ระบบโดยรวม เมื่อไฟที่มามีคุณภาพเมื่อผ่านการแปรเปลี่ยนพลังงานเพื่อใช้ในการขยายเป็นเสียงก็น่าจะให้คุณภาพดีตามมาเอง

เห็นมั๊ยครับท่าน แค่เริ่มต้นก็ต่างกันสุดขั้วแล้ว สงสัยถ้าจับทั้งสองฝ่ายออกรายการคุณสรยุทธคงเถียงกันน้ำไหลไฟดับไม่มีจบแน่ๆ ผมขอร้องเถอะครับทั้งสองฝ่าย ขอให้เรื่องนี้เป็นเพียงการมองต่างมุมของแต่ละท่านแล้วกันนะครับ อย่าถือถูก-ถือผิด มองว่าจริง-ว่าหลอกลวง เอาเป็นเอาตายกันเลยครับ ขอให้มองว่า สนใจ-ไม่สนใจ พอใจ-ไม่พอใจ ก็แล้วกันนะครับ

ท่านที่เชื่อก็ขอให้เล่นของท่านต่อไปอย่างมีความสุข อย่าไปติคนที่ไม่เชื่อว่าไม่ยอมรับเลย ส่วนท่านที่ไม่เชื่อ และไม่คิดอยากจะเชื่อ ก็ขอให้ท่านไม่เชื่อต่อไป และก็อย่าไปค้านคนที่เขาเชื่อแล้วกันนะครับ

ส่วนท่านที่อยากจะลองพิสูจน์ ผมขอสนับสนุนให้ท่านทดลองให้มันเห็นจริงๆด้วยตนเองกันไปเลยครับ ทั้งนี้ก่อนทดลองขอให้ท่านละความเชื่อที่ว่ามันไม่ได้ผลก่อนการลองนะครับ เนื่องเพราะบางครั้งความยึดมั่นถือมั่นมีอิทธิพลมากกว่าเหตุ และผลเสียอีก ดังที่เราเคยได้ยินว่า คนไข้ป่วยมาหมอรักษาด้วยยาแสนดี แสนแพงเป็นเดือนๆ แต่หากคนไข้ไม่เชื่อมั่นรักษาแทบตายก็ไม่หาย ในขณะที่ไปหาหมอบ้าน หมอน้อย จับๆเคาะๆให้กินหญ้าธรรมดา แต่คนไข้เชื่อถือ ทำแค่นี้ก็หายได้แล้วครับ

บทความทั้งหมดนี้ขอให้ท่านอ่านโดยใช้วิจารณญาณของตัวท่านประกอบ โดยขอให้ถือว่าเนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงแนวทาง และมุมมองของตัวผมเป็นหลักนะครับ

"การต่อกรข้ามรุ่นครั้งนี้ประหนึ่งเหมือนดั่ง พยัคฆ์ติดปีก มาปะทะกับมังกรลายคราม เมื่อลูกศิษย์ได้รับกระบี่วิเศษหาญกล้ามาปะทะกับอาจารย์ผู้ใช้มือเปล่า" จั่วหัวกันอย่างนี้ท่านผู้อ่านคงคิดว่าเป็นนิยายกำลังภายในบู๊ล้างผลาญกันหรือนี่ จริงๆแล้วคงจะไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เพียงแต่ว่าเนื้อหาที่ผมจะเล่าต่อไป มันเอนเอียงให้รับรู้ได้เช่นนั้นจริงๆ จนอดใจคิดไปในเชิงนี้ไม่ได้

เนื่องว่าครั้งนี้เป็นการนำสายไฟรุ่นน้องของยี่ห้อเดียวกันมาอัพเกรดด้วยอุปกรณ์เสริมเสียงชั้นยอด จนขยับขึ้นมาเทียบเคียงกับสายไฟรุ่นพี่นั่นเองครับ

พยัคฆ์ติดปีกในที่นี้ เกิดขึ้นจากการหลอมรวมกันของสองยอดฝีมือในวงการเครื่องเสียง หนึ่งคือสายไฟจากคาดาสที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นยอดฝีมือด้านสาย อีกหนึ่งคือปลั๊กหัวท้ายของวัตเกต ที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการว่า เป็นเจ้ายุทธจักรแห่งปลั๊กไฟเครื่องเสียง ด้วยฝีมือของนักจูนสายมือทองอย่าง GEORGE CARDAS ผมทราบมาว่า กว่าจะผลิตออกมาให้เราได้ฟังกันต้องใช้เวลาทดลอง เวลาจูนอยู่เป็นปีทีเดียว ไม่ใช่แค่จับมาประกบกันเฉยๆครับ

ต้องยอมรับว่าการรวมตัวกันครั้งนี้เป็นการรวมตัวกันที่แฟนพันธุ์แท้เครื่องเสียงที่ให้ความสนใจเรื่องของสายไฟรอคอยกันมานานทีเดียวครับ ครั้นจะทำเองสุ้มเสียงมันจะหนักไปทางอ่อนด้อยลงไปกว่าเดิม เพราะการเข้าหัวของสายจากคาดาสมีกระบวนการ และเทคนิคเฉพาะมากมายซึ่งส่งผลต่อคุณภาพเสียงที่ได้ยินอย่างมาก จนขอเตือนทุกๆท่านที่คิดจะดัดแปลงแก้ไขสายทุกชนิดของยี่ห้อนี้ โปรดคิดให้จงหนักนะครับว่า มันจะเสียซะมากกว่าได้เป็นแน่แท้

อ้าวชักจะพาออกนอกเรื่องไปซะแล้ว เรามาต่อกันเรื่องของพยัคฆ์ติดปีกดีกว่าครับ

สำหรับสายรุ่นที่นำเข้ามาขายกันในบ้านเรานั้นมีด้วยกันสองรุ่นคือรุ่นใหญ่ GOLDEN REFERENCE WATTGATE SIGNATURE และรุ่นที่เรากำลังจะพูดถึงคือ CROSS WATTGATE SIGNATURE โดยสนนราคาจะสูงขึ้นกว่ารุ่นธรรมดาพอสมควร เนื่องจากมีค่าของหัวปลั๊ก และค่าฝีมือในการเข้าหัว ว่ากันว่าเฉพาะค่าเข้าหัวสำหรับรุ่นนี้คิดเพิ่มประมาณ 80 ยูเอส ดอลล่าร์ทีเดียวครับ ทำให้รุ่นครอสวัตเกตซิกเนเจอร์ (ต่อไปจะขอเรียกว่า ครอสซิก แทนนะครับ) มีราคาใกล้เคียงกับสายไฟ GOLDEN REFERENCE (ต่อไปขอย่อว่า "โกลเด้น" นะครับ) แบบธรรมดา ผู้เป็นเหมือนมังกรเจ้าถิ่นเดิมทีเดียวครับ

จึงมีหลายคนเกิดความสงสัยว่า แล้วมันจะคุ้มมั๊ยสำหรับการลงทุน ผมขอเล่าผลการลองใช้งานของสายไฟครอสซิก และสายไฟโกลเด้น ทั้งสองรุ่นอ้างอิงจากความเห็นส่วนตัวของผม ให้ทุกๆท่านลองพิจารณากันดูนะครับ


ชุด และอุปกรณ์อ้างอิงในการลอง

INTEGRATED AMP NAD S300
CD PLAYER NAD S 500i
SPEAKER STELLA HARMONY
สายลำโพง� CARDAS CROSS BIWIRE�
สายสัญญาณ CARDAS HEXLINK GOLDEN 5C

ผมจัดวางเครื่องเล่นซีดีไว้บนชั้นวางไฮไฟเบสของเดอะหั่ง อินติเกรตเตดแอมป์วางบนชั้นวาง SOLIDTECH รุ่นเก่า รองเครื่องเล่นทั้งสองด้วยไดนาฟุตจำนวนเครื่องละ 4 ลูกลำโพงจัดวางบนขาตั้งของ PARTINGTON สายทุกอย่างยกให้ไม่แตะพื้นด้วยตัวยกสาย SOLIDTECH, CABLE ELEVATOR, บล๊อคไม้คาดาส ฟังในห้องฟังขนาด 4x4 เมตร นอกจากอุปกรณ์ที่กล่าวถึงได้ทดลองร่วมกับอุปกรณ์อื่นเช่น ปรี-พาวเวอร์ AUDIO RESEARCH ลำโพง STELLA MELODY VIENNA HADYN และ QUAD 11L เพื่อเทียบเคียงประกอบด้วยครับ

ผลการทดลอง

อันดับแรกมาดูกันที่โหงวเฮ้งก่อน สายทั้งสองเส้นมีรูปแบบ และการเข้าหัวเรียบร้อยมาจากต่างประเทศ สายครอสซิกมีสีเขียวสดใสผิวสายออกมันๆ ในขณะที่สายโกลเด้นมาด้วยสีคำดูขรึมผิวออกด้านๆดูคลาสสิคดีครับ ทั้งสองเส้นจะมีสกรีนรุ่นอยู่บนสาย และที่บริเวณปลั๊กหัวท้ายได้นำท่อหดมารัดพร้อมสกรีนตราหอยลงบนท่อหด เพื่อป้องกันไม่ให้แกะ และยืนยันว่าสายเส้นนี้เข้าหัวจากต่างประเทศแท้ๆครับ

เมื่อมองเปรียบเทียบด้วยตาสิ่งที่สะดุดตานอกจากสีของสาย การสกรีนโลโก้แล้ว หากดูที่การเข้าหัวของสายทั้งสองเส้นจะพบเห็นความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนทีเดียวครับ ที่หัวปลั๊กตัวผู้ของโกลเด้นจะเห็นว่ามีการทำบางอย่างกับการเข้าหัวแน่ๆจนแทบปิดฝาของหัวปลั๊กไม่อยู่ทีเดียว ด้านท้ายก็เหมือนกับว่าจะมีการใส่แหวนของอุปกรณ์บางอย่างพวกเฟอไรท์อยู่บริเวณโคนของสายด้วย ในขณะที่ครอสซิกจะดูเหมือนการเข้าหัวท้ายเหมือนสายทั่วๆไป ตรงนี้น่าจะเป็นเหมือนปกติของการเข้าสายของคาดาสที่จะค่อนข้างใช้เทคนิคพิเศษมากๆกับสายรุ่นสูงสุดครับ


ผมได้ยืมสายไฟครอสซิกมาลองฟังเพื่อหาสายไฟอีกเส้นที่จะนำมาใช้ร่วมกับสายไฟโกลเด้นเดิมที่มีอยู่ สอบถามราคาทราบว่าใกล้เคียงกับสายไฟโกลเด้นรุ่นธรรมดา โดยสายเส้นนี้ผ่านการเบิร์นอินมาได้ประมาณ 100 ชม. เมื่อนำมาต่อลองฟังดูพบว่าน่าจะยังไม่พ้นเบิร์น จึงเผาต่ออีกประมาณ 300-400 ชม. จนแน่ใจว่าเสียงเริ่มเข้าที่เข้าทางจึงได้นำมาต่อลองฟัง

แรกฟังพบว่าสายรุ่นนี้เหมือนกับสายรุ่นสูงๆของคาดาสทั่วไปที่ต้องปล่อยให้สายทิ้งตัวซัก 1-2 วันเสียงถึงจะนิ่ง เมื่อเริ่มตั้งใจฟังพบว่าสำเนียงเสียงที่ได้ยินน่าสนใจมากๆมีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่ใช่กลิ่นไอเดิมๆของครอสซะทีเดียวมีเสน่ห์บางอย่างแอบแฝงไว้ชวนให้ติดตาม พลางให้นึกถึงเสียงที่ได้ยินจากโกลเด้นที่ใช้อยู่เดิมว่ามันมีประเด็นที่น่าสนใจที่แตกต่างกันหลายๆประการ จึงน่าจะหยิบสายทั้งสองเส้นมานำเสนอพร้อมๆกันคงจะเข้าท่าไม่น้อยครับ

มาเริ่มที่ลูกศิษย์ผู้ได้รับกระบี่วิเศษ ดังพยัคฆ์ติดปีกกันก่อนแล้วกันครับ สำเนียงแรกที่ได้ยินของสายไฟเส้นนี้มีข้อเด่นของทั้งครอส และวัตเกตอยู่ในตัว หากพูดถึง "ครอส" คงต้องนึกถึงเสียงที่อยู่ตรงกลางระหว่างความจริงจัง กับความน่าฟังความซีเรียส และความผ่อนคลาย ความอิ่มเข้มกับความใสพริ้ว ในขณะที่วัตเกตจะให้ความสะอาดสมดุลของทุกย่านเสียง รวมถึงการแผ่ขยายอิทธิพลของเสียงออกไปอย่างละเมียดละมัย ไม่ใช่การขับเน้นให้เห็น เมื่อทั้งสองสิ่งมาอยู่ด้วยกันจึงนำข้อดีของทั้งสองมาผนวกเข้าด้วยกัน ชดเชยความอ่อนด้อยของอีกฝ่ายอย่างเหมาะเหม็ง เสียงที่แสดงออกมาให้พื้นเสียงที่สะอาดเกลี้ยงเกลาดีมากเหมือนกับว่ามันเกลี่ยให้ทุกอย่างสะอาดเปิดเผยอย่างลงตัวกลมกลืนกัน จนทำให้สามารถโฟกัสชิ้นดนตรีได้อย่างชัดเจน เวทีเสียงเปิดเผยออกมาอย่างเต็มที่ทั้งด้านกว้างและด้านลึก และสูง เรียกได้ว่าเสียงเต็มห้องจริงๆครับ การควบคุมเวทีแถวหน้าแถวหลังสามารถได้นิ่งทั้งด้านกว้าง และลึก ซึ่งผมขอยกความดีความชอบในเรื่องนี้ให้กับวัตเกตที่นำมาใช้นั่นเองครับ

ในขณะที่เนื้อเสียงอิ่มเข้มสไตล์คาดาสสามารถคุมสมดุลของเสียงตลอดย่านความถี่ได้ดี จุดเด่นคงหนีไม่พ้นเสียงกลางที่อิ่มเอิบแล้วแผ่กระจายต่อไปยังเสียงแหลม และทุ้มได้อย่างเสมอสมานกลมกลืนกันได้ดี ที่สำคัญคือทุกๆเสียงมีความสะอาดสะอ้าน ชิ้นดนตรีมีตัวตนที่ชัดเจน แต่ไม่ขึ้นขอบเหมือนกับภาพถ่ายที่สามารถคุมระยะชัดลึก ชัดตื้นได้อย่างชัดเจนโดยเฉพาะวัตถุที่เหลื่อมกันเล็กน้อยสามารถแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด เนื้อเสียงแต่ละโน้ตกระจ่างโปร่งใสไร้เสี้ยนสากใดๆ ให้ระคายหู

ที่เด่นมากเป็นพิเศษคือพละกำลัง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สายไฟค่อนข้างจะมีส่วนมากในภาพรวม สายเส้นนี้ให้น้ำหนักเสียงหนักแน่น ทุกตัวโน้ตมีพละกำลังมีชีวิตชีวา แยกแยะถึงน้ำหนักเสียงหนักเบา ขนาดเล็กใหญ่อย่างชัดเจน ให้ความรู้สึกของแรงปะทะต้นโน้ต และการทอดตัวของเสียงที่ควรจะมีอย่างลงตัว สามารถควบคุมของเวที รวมถึงชิ้นดนตรีได้นิ่งในทุกๆตำแหน่งเหมือนกับเอากาวมายึดไว้ไม่ให้ไปไหนก็ปาน


สายเส้นนี้ค่อนข้างเหมาะมากสำหรับท่านที่ต้องการความคึกคักจริงจัง แต่แฝงไปด้วยความสุขุม อ่อนโยนอย่างสุภาพชนผู้มีการศึกษา ท่านที่ชอบเสียงที่ได้ยินจากแอมป์ทรานซิสเตอร์ไฮเอ็นด์ดังๆ ที่ให้เสียงได้เปิดเผย แต่ไม่พุงล้ำ มีระเบียบวินัยของตัวเอง แต่แฝงด้วยความมีอารมณ์ศิลปินมืออาชีพที่สร้างความรู้สึกชวนให้ติดตาม ให้ความผสมผสานกันของความจริงจัง และอ่อนโยนอย่างเต็มเปี่ยมครับ


สายไฟ GOLDEN REFERENCE ธรรมดา


เราว่ากันต่อที่มังกรเจ้าถิ่นนะครับ ลองขึ้นชื่อว่ามังกรคงไม่ต้องถามถึงความยิ่งใหญ่ อิทธิฤทธิ์ และพละกำลังแต่ประการใด ขอเพียงแค่ได้เห็นได้สัมผัสถึงอำนาจของมันแล้ว แม้ไม่มีอาวุธวิเศษ หรือลูกแก้วอัคคีข้างกายก็ตามทีครับ เฉกเช่นเดียวกันกับมังกรสายไฟโกลเด้นเส้นนี้สามารถยืนหยัดอยู่ในหัวแถวของสายไฟชั้นยอดได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องสงสัยถึงคุณภาพของมันแต่ประการใดครับ

สายไฟเส้นนี้เป็นสายที่ผมใช้เองอยู่ประจำในห้องฟังของผมมานานพอสมควรเรื่องเสียงที่ได้รับต้องยอมรับครับว่าคาดาสออกแบบสายรุ่นนี้ได้อย่างร้ายกาจ สายทุกชนิดในรุ่นที่เป็นโกลเด้นซีรี่ จะมีแนวเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ให้อารมณ์ และเสน่ห์ที่แตกต่างไปจากสายรุ่นอื่นๆของเขาเอง ดังนั้นหากเราไล่รุ่นของคาดาสแล้ว สายรุ่นสูงสุดของอนุกรม CROSS ควรจะเป็น GOLDEN CROSS ซึ่งจะมีราคาใกล้เคียงกับ GOLDEN REFERENCE เหมือนประหนึ่งรถ SUPERCAR กับ LUXUARY CAR ในระดับเดียวกันนั่นเองครับ

หากพูดถึงเสียงที่ได้แล้ว สายรุ่นนี้ให้เสียงที่เข้มข้นแต่อบอุ่น เวทีเสียงทั้งหมดจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความเป็นดนตรีอย่างมาก ให้เวทีเสียงที่สมดุล และต่อเนื่องกันอย่างพอเหมาะพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป โฟกัสชิ้นดนตรีได้ดังกับว่ามีรูปร่างตัวตนของชิ้นดนตรีชิ้นนั้นอยู่ในเวที เสียงร้องเหมือนกับเป็นตัวนักร้องยืนร้องอยู่ข้างหน้า สัมผัสถึงตัวนักร้องทั้งขนาด และความอูมนูนมีใช่เพียงแค่ปากเปล่งเสียงออกมา หรือจะเรียกง่ายๆก็คือมีความเป็นสามมิติของตัวตนชิ้นดนตรีสูงมากนั่นเองครับ การจับรูปวงต่อเนื่องกันอย่างสอดประสานกันราวกับว่าอยู่ในงานแสดงสด ให้บรรยากาศรายล้อมสร้างความรู้สึกถึงผับ คอนเสิร์ตฮอล หรือโบสถ์อย่างชัดเจน เกรนเสียงมีความละเอียด ละเมียดละมัยมากจนสามารถแยกแยะถึงตัวตนของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้อย่างหมดจรด เสียงดนตรีไม่มีการซ้อนทับกันจนเบลอแต่ประการใด

สุ้มเสียงในทุกย่านความถี่มีความละเอียดนุ่มนวลดั่งฟองเบียร์ที่สัมผัสกับลิ้น การคุมโทนทุ้ม กลาง แหลมสอดรับประสานกันไม่มีย่านเสียงใดเด่นล้ำกว่าแต่ประการใด ทุกเส้นเสียงเปิดเผยออกมาอย่างอบอุ่น มีความอิ่มตัวของแต่ละตัวโน้ตสูงมาก มิใช่เป็นความอิ่มหนาของพื้นเสียงที่หยาบกร้านแต่ประการใด เสียงกลางอิ่มตัวเจือหวานพรมอยู่ทั่วไป เสียงแหลมให้รายละเอียดและทอดตัวอย่างเป็นธรรมชาติมิได้พุ่งฟุ้งเป็นประกายจนเกินเลย เสียงทุ้มให้ตัวตนของเสียงทุ้มอย่างกลมกลืน ส่งผลให้บรรยากาศของแต่ละความถี่ได้อย่างมีลีลา เสียงไหลลื่นต่อเนื่องกันไปจนกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันของบทเพลง จนสามารถนำเสนออารมณ์ ความรู้สึกของผู้เล่นอย่างเต็มเปี่ยม

ให้ไดนามิกเสียงในแบบกลมกล่อม ให้ความรู้สึกของเสียงก่อนตกกระทบ เสียงตกกระทบ และความกังวานหลังตกกระทบอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนดังกับว่ามีคนมาเล่นดนตรีอยู่ตรงหน้าทีเดียว สายเส้นนี้แสดงให้เราได้เห็นว่าไม่จำเป็นเสมอไปที่เสียงที่ให้ไดนามิกที่ดีจะต้องนำเสนอด้วยแรงปะทะ ลำหักลำโค่นจะแจ้งเสมอไป หากแต่ว่าสามารถนำเสนอด้วยเสียงที่สื่อถึงอารมณ์เพลง ลีลาของผู้ถ่ายทอด บ่งบอกถึงรูปลักษณ์ชวนติดตาม จำแนกความแตกต่างทั้งในมุมกว้าง และเฉพาะเจาะจงอย่างครบถ้วน ก็โดดเด่นน่าสนใจอย่างยิ่งครับ

หากท่านใดที่ถวิลหาเสียงอย่างเครื่องหลอดชั้นดี ที่ให้ถึงความเป็นธรรมชาติของเสียง แต่มิใช่การปรุงแต่งจนเกินเลย ทุกเส้นเสียงแฝงรายละเอียดอย่างครบถ้วน นำเสนอในลักษณะของความพอดิบพอดี ขอให้พิจารณาสายเส้นนี้ไว้เป็นอันดับต้นๆครับ

สรุป

ท้ายสุดนี้ สายทั้งสองเส้นนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แยกแยะได้ดังเช่นข้างต้น ขอให้ท่านผู้อ่านหาโอกาสลองฟังเปรียบเทียบดูเองอีกซักครั้งนะครับ ในระหว่างการทดสอบช่วงเวลาหนึ่งผมได้นำสายทั้งสองเส้นมาใช้ร่วมกันในซิสเต็ม ผมต้องตะลึงกับการทำงานเชื่อมโยงผูกสัมพันธ์เข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว สามารถทำงานเป็นทีมเวิร์คที่เข้มแข็ง สอดประสานกันได้ดีจนออกหน้าออกตา ซึ่งอาจน่าสนใจไม่น้อยที่ในหนึ่งชุดจะมีสายทั้งสองเส้นอยู่รวมกัน หากท่านใดสนใจที่จะเล่นสายไฟ และอาจมองไปถึงสายไฟ GOLDEN REFERENCE WATTGATE SIGNATURE ซึ่งราคาสูงกว่าพอสมควร
หรือท่านที่มีสายไฟ GOLDEN REFERENCE ธรรมดาอยู่และต้องการอัพเกรด ขอเสนอให้พิจารณาสองเส้นนี้ใช้งานร่วมกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วยนะครับ

เพิ่มเติม ผมได้เคยลองสัมผัสตัวดังกล่าวเล็กน้อย เช่นกัน โดยยืมมาจากร้าน HI-end อยู่ที่ E-square
จุดที่ควรวางน่าจะไว้ที่� จากปลักมาที่บล็อคไม้คือจุดที่ดีที่สุด� สวนที่ลองลงมาคือ แอมป์และอินติเกรด
� โดยบุคลิคสายดังกล่าวเอง น่าจะมีส่วนคล้ายกับ hovland มากแต่มีบางอย่างที่แตกต่างคือนำเสียงที่อิ่มกว่า จังหวะช้าหน่อยแต่เป็นการช้าแบบลีลาเหย้ายวน   แต่โดยภาพรวมใกล้เคียงกน จนสงสัยว่ามาจากที่เดียวกันหรือเปล่า
แต่ถ้าอยากพิสูนจ์คงต้องแวะไปที่ร้าน HI-end ครับ

 


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มกราคม, 2005, 07:17:19 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
--------------------------------------------------------------------------------
สายไฟตัว ที่ 3
Acoustic Zen CL หน้าตัด ของสาย 11 Awg ตัวสายผลิตจากทองแดงบริสุทธิ์ 6 N
ราคาขายอยู่ที่  ฟุตละ 600  บาท
บุคคลิคสาย
 สายไฟเอซี Acoustics Zen CL3 ออกไปทางเอิบอิ่ม ให้บอดี้เป็นตัวตนที่มีเนื้อหนัง  เนื้อเสียงกำลังดี เสียงกลางดีมากไม่ติดบางนะครับ  มีน้ำมีนวล ให้ลีลาหรือการทอดเอื้อนค่อนข้างดี  ไม่เน้นปลายแหลมมากนัก  ให้ความต่อเนื่องและละเอียดออกมาพร้อมๆกันได้ มีลีลา ทุ้มเด็ดขาดด้วยน้ำหนักและปริมาณ   
โชคดีที่สายไฟเอซีรุ่นนี้ไม่เลือกขั้วปลั๊กฯมากนัก แล้วไปเข้าทางกับขั้วปลั๊กที่ราคาไม่แพง เช่น Marinco, Hubbell 8215 (ตอนผมลองเล่น ใช้ขั้วปลั๊ก Hubbell ครับ)แนะนำให้เข้าขั้วปลั๊ก Hubbell จะเป็นรุ่นเหลี่ยมดำก็ได้ ปลายสายก็เลือก Schuter นั่นละครับ เนื้อเสียงจะหนากว่า Marimco เล็กน้อย แต่ปลายแหลมไม่แห้งครับ


เจ .เจ .
 
http://www.acousticzen.com/reviews.html
 วิธีการประกอบ
1.เช็คทิศทาง ไล่ตามตัวอักษร  ไปเข้าเครื่อง
2.ชิลล์ทองแดงที่อยู่รอบๆสายแนะนำให้ตัดออก  แต่ถ้าจะใข้ให้ใส่รวมที่กราวด์ปลายตอีกข้างตัดทิ้ง  ถ้าใส่จะได้ความกังวานของเสียง
3.สายสีแดง ให้ใช้เป็น +   สายสีขาวเป็น  -  ถ้าสลับกัน เสียงกลางจะฟุ้งขาดบอดี  ขาดความนิ่ง 
  ภายในสายดังกล่าวทั้ง  แดงและขาวจะมี มีสายเส้นเล็กที่หุ้มด้วยชนวนสีขาว จงจำไว้หน่อยถ้าคุณไม่ตัดปลอกปลายเสียงแหลมของคุณ จะดวลขาดหายความกระจ่าง และรายละเอียดที่ปลายเสียงด้านบน
 และเวลาเข้าแนะนำให้ คลีสายเช่นกันอย่างบิดเด็ดขาด  เพราะดังที่กล่าวมาจะเกิดอาการเกร็งที่ปลายเสียง
  ส่วนสายเล็กอีก  2 เส้นเป็นสายกราวด์ 
4.การไล่ขันต่างควรกะน้ำหนักให้พอดี  แนะนำไม่ให้ใส่ สายหุ้มถ้าดังกล่าวไม่คุณภาพที่ดีพอ
 ตำแหน่งที่ดีที่สุด
คือบริเวณ CD ปรี   ส่วนถ้าจะใช้ที่แอมป์ควรเป็นแอมป์ที่ไม่ใหญ่นัก 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 08:26:10 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายเส้นที่ 4
  JPS  ราคาขายอยู่ที่  3000-3500 ต่อเมตร ร้านที่ขาย green
  ถ่ายทอดดุลน้ำเสียงหรือโทนัลบาลานซ์ได้ดีมาก
 กลมกลืนตั้งแต่ทุ้มไปจรดปลายแหลม รายละเอียดต่างๆถ่ายทอดออกมาเป็นธรรมชาติ เสียงกลางกลมกล่อมติดหวานประปราย มีแนวเสียงค่อนไปทาง Cardas อยู่ในที เด่นที่สุดคือวงที่โอ่อ่าเปิดกว้าง บรรยากาศดีเยี่ยมครับ

http://www.htg2.net/index.php?topic=1275.0
ลองเล่น สายไฟเอซี JPS Inwall Power Cord
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
อ่วมกันอีกแล้วครับพ่อแม่พี่น้อง ไม่ใช่อะไรที่ไหนดอกครับท่าน ก็การไฟฟ้านครหลวงฯท่านปรับอัตราค่า FT ขึ้นชิมลางกันในไตรมาสแรกไปเบาะๆก่อน ท่านฯให้เหตุผลกำกับว่า เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่หน้าร้อนทำให้อัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องปรับอัตราส่วนให้เหมาะสมต่อการใช้งานจริง พอเข้าไตรมาสที่สองของปีนี้ก็จะปรับค่า FT ขึ้นอีกรอบสอง เห็นแว่วๆมาอีกแล้วว่าอัตราจะสูงกว่างวดนี้อีกพอสมควร

งานนี้นักเล่นเครื่องเสียงได้เฮกันอีกยกแล้วละครับ

ข่าววงในที่ผมได้ยินมา เฉพาะแค่ราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูดแบบฉุดไม่อยู่ ก็เล่นเอานักเล่นเครื่องเสียงหลายท่านที่แต่ก่อนจะตระเวนฟังตามร้าน เข็ดขยาดลดปริมาณการเดินสายฟังตามร้านลงไปไม่น้อย คิดแล้วน่าใจหายจริงๆ

   

ผมวิเคราะห์อย่างนี้ครับ จริงๆแล้วปัจจัยหลักของราคาน้ำมันนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปร้านเครื่องเสียงเท่าใดนัก แต่มันเป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ที่ทำให้อัตราค่าครองชีพทุกชนิดสูงขึ้นแบบรวบยอด ประการที่สอง อันนี้เป็นภาพที่ใหญ่กว่า นั่นคือเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลในช่วงนี้เข้าข่ายที่เรียกได้เต็มปากว่า 'ขาลง' อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากภายในพรรค พรรคฝ่ายค้าน นักวิชาการขาประจำและไม่ประจำ รวมถึงกระแสม็อบกลุ่มต่างๆที่ออกมาแสดงท่าทีกดดัน

ปัจจัยหลังนี่ต่างหากที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เกิดการชะลอตัว

ก็ในเมื่อกระแสการบ้านการเมืองมันออกจะร้อนระอุขนาดนั้น นักเล่นเครื่องเสียงที่ไหนจะเย็นใจนั่งฟังเพลงทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไปได้ ไม่เชื่อลองไปเดินเล่นแถวสนามหลวงช่วงนี้สิท่าน ได้เห็นกับตาอย่างนั้น

มันต้องมีรู้สึกรู้สากันบ้างล่ะน่า

ผมหยิบยกประเด็นร้อนขึ้นต้น 'ลองเล่น' ครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะพาท่านผู้อ่านออกนอกทางนะครับ แต่อยากให้ทราบว่าเรื่องการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นสภาวะภายนอกอันยากจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นในวันต่อไป

อุปมาก็เหมือนลมฟ้าอากาศนั่นแหละครับ ก่อนจะออกไปทำงานตอนเช้าฟ้ากระจ่างใส-แดดร้อนแรงเจิดจ้า ขึ้นรถเมล์มาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นั่นไงล่ะเมฆฝนตั้งเค้าดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้าประชิด ไม่กี่อึดใจเท่านั้น ฝนห่าใหญ่ซัดเข้าให้แทบปิดกระจกไม่ทัน

รู้อย่างนี้เตรียมร่มสักคันก่อนออกจากบ้านก็ดี

ในเมื่อเหตุบ้านการเมืองยังคงสภาวะลักลั่น ไม่รู้วันนี้วันพรุ่งจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา มันก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจ และมันก็แน่นอน วงการเครื่องเสียงเองก็โดนหางเลขกับเขาไปด้วย

อ่วมอรทัยไปพอประมาณเลยล่ะครับท่านผู้อ่านที่รัก

ที่นี้, ถามต่อว่าถ้าเป็นอย่างนี้ วงการเครื่องเสียงก็เข้าขั้นโคม่าแล้วหรือ? ถามแค่นี้ตอบได้ไม่ต้องคิดนาน ผมมองว่ายังห่างไกลกับคำนั้นมากโขนะครับ กำลังซื้อยังสูงเพียงแต่เกิดสภาวะชะลอตัวเพราะต้องการสังเกตการณ์ให้เกิดความมั่นใจเสียก่อน เรียกว่าถ้าเป็นแอมป์ก็ไบอัสกระแสไปที่คลาสเอแก่ๆ ลดตัวเลขจำนวนวัตต์ลงให้น้อยที่สุด แต่ได้กระแสสำรองสุดๆพร้อมที่จะเรียกใช้ได้ตลอดเวลาเมื่อจำเป็นนั่นแหละ

ถึงตอนนี้ผมขอเรียนผ่านคอลัมน์ 'ลองเล่น' ไปยังพ่อค้า ผู้นำเข้าทุกค่าย เวลานี้ไม่ใช่กำลังซื้อของนักเล่นลดถอยน้อยลงอย่างที่คาดการณ์ไว้ เพราะในความเป็นจริงที่ผมประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มันฟ้องว่ายังมีกำลังแฝงกำลังสำรองอยู่ไม่น้อย

หากแต่ทุกท่านคงต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้ละเอียดถี่ถ้วนกว่านี้ พิเคราะห์จุดแข็งของสินค้าที่ท่านขายให้ถ่องแท้และทำการตลาดให้ถึงนักเล่นแบบถูกกลุ่ม เพราะเรื่องเครื่องเสียงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอิงกับรสนิยมเป็นหลัก นักเล่นหลายท่านไม่ได้บริโภคเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกและคุณภาพเสียงเท่านั้น เครื่องเสียงที่จะซื้อ ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ของนักเล่นผู้นั้นในเวลาเดียวกันด้วย

ผมเชื่อว่า ยังมีโอกาสนำเสนอเครื่องเสียงในช่องทางใหม่ๆอยู่แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะพบช่องทางที่ว่านี้ก่อนกัน คำโบราณว่าไว้ "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" ยังใช้ได้ดีจวบจนวันนี้นะครับท่าน

-----------------------------------------------------------------------------------------------

คิดไม่ถึงจริงๆว่าวันเวลาจะผ่านไปเร็วถึงเพียงนี้ ก่อนที่งานเขียนชิ้นนี้จะเริ่มขึ้นต้นขึ้น ผมได้มีเวลาลองกลับไปค้นงานชิ้นก่อนๆที่จัดไว้ในแฟ้ม เห็นแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเพิ่งจะรู้ว่าทำงานเขียนที่คิดว่าจะทำเล่นสนุกๆมาได้ครบขวบปีแล้ว, วันเวลาช่างไม่คอยท่าจริงๆ

หลังจากที่เริ่มเขียนคอลัมน์ 'ลองเล่น' ชิ้นแรกจนถึงชิ้นปัจจุบัน จะว่าไปก็นึกขำตัวเองอยู่เหมือนกัน คนบางคนเวลาต้องการทำอะไรสักอย่าง ดิ้นรนไขว่คว้าเท่าไหร่บางครั้งไม่ได้ดังใจหวัง กลับกัน บางคนไม่ได้ตั้งใจคาดหวังเอาไว้แม้แต่น้อย กลับได้มาทำในสิ่งที่ตนเองไม่เคยนึกฝัน

ที่เขาว่าโลกมันเบี้ยว คงจะเป็นเรื่องจริง

   

นึกถึงครั้งที่ยังไม่ได้จับปากกา เป็นนักเล่นเครื่องเสียงมือใหม่ซิงๆ ว่างวันไหนต้องแจ้นไปร้านเครื่องเสียงเป็นทุกครั้ง เรียกว่าอัพเดทกันอาทิตย์ต่ออาทิตย์ทีเดียว ของอะไรมาใหม่ อุปกรณ์ชิ้นไหนกำลังอยู่ในกระแส เป็นต้องหาโอกาสฟังให้เป็นบุญหูก่อน เงินในกระเป๋ามีหรือไม่เอาไว้คิดทีหลัง ขอให้ได้ฟังแล้วมาเม้าท์กับเพื่อนนักเล่นด้วยกันให้มันส์ปากก็ยังดี คิดถึงความสนุกแล้ว ตอนเป็นนักเล่นฯนี่มันส์ว่าแยะครับนายท่าน

จะว่าไปแล้ว เพิ่งจะฉลองปีใหม่กันไปหมาดๆ ไม่ทันไรเดือนหน้าก็จะเข้าสงกรานต์กันแล้ว วันเวลารวดเร็วถึงเพียงนี้ ท่านผู้อ่านที่รักทำอะไรได้ให้รีบทำนะครับ ประเดี๋ยวประด๋าวหมดปีไปแล้วจะหาว่าหล่อไม่เตือน

คิดดูซีครับ เวลาหนึ่งวันของแต่ละคน มันก็มีอยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่ากัน ไฉนเลยมันจึงรู้สึกแตกต่างกันมากมายนัก จำได้ว่าตอนที่ผมยังต้องซื้อหนังสือเครื่องเสียงมาอ่าน เดือนๆหนึ่งมันจะช้ากว่าปรกติ เมื่อไหร่จะถึงสิ้นเดือนกับเขาสักที อยากจะเสียเงินเต็มที่เข้าให้แล้ว

ผิดกับตอนนี้ เพิ่งจะส่งต้นฉบับไปไม่กี่วัน นี่ต้องปั่นกันเต็มฝีจักรกันใหม่อีกแล้ว เจ้าของหนังสือก็แสนจะดี คงเห็นว่าโปรโมชั่นโทรฟรีเหลือเยอะ ให้เด็กโทรฯทวงต้นฉบับกันซะถี่ยิบ นี่ถ้าไม่ติดว่าตกร่องปล่องชิ้นมีครอบครัวกับเขาจนลูกสอง ป่านนี้ผมคงได้แต่งกับเด็กคนนี้ไปแล้ว

คนอะไร...ตื๊อชะมัดยาด

ครั้นจะให้เอาอย่างรุ่นพี่ที่รักบางท่าน ใช้สโลแกน "ของพลับขอสอง" ไอ้ผมมันก็ไม่ร่ำเรียนบริหารจัดการมาจาก 'ขุนแผนยูนิเวอร์ซิตี้' แล้วไหนจะปัจจัยในกระเป๋าอีกล่ะ อย่างหลังนี้แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง เพราะลำพังแค่หาเลี้ยงคนเดียวมันกระเป๋าเงินข้าพเจ้ายังบางแบน เรียบแฟลตยิ่งกว่ากร๊าฟวัดความถี่ โอวัลตินแก้วเดียวล่อกันทีทั้งครอบครัว ขืนมั่วไป 'ขอสอง' ไม่เจอแม่บ้านแจกลูกซองให้มันรู้ไป

พูดถึงเรื่องเวลาแล้วก็นึกขึ้นได้ พักหลังนี่ผมแทบไม่ได้แวะเวียนไปร้านค้าเครื่องเสียงเลย พอคิดได้ประกอบกับกลัวว่าจะเสียเวลานั่งคิดฟรีๆไปอีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้ราคาน้ำมันขึ้นไปอีกคงจะไม่มีปัญญาไปไหนกับเขาแล้ว คิดได้ก็คำนวณระยะทางกับน้ำมันในถัง เอาล่ะ! เหลือเท่านี้ยังพอได้ไป-กลับ ว่าแล้วก็จัดการควบอีแก่บึ่งไปร้านที่ไม่ได้แวะไปเยี่ยมเยียนมาแรมปีสักครา เอาร้านที่ว่าห่างหายจากการโคจรไปนานก็แล้วกัน

JPS Inwall Power Cord : สายแดงแรงฤทธิ์

   

ลัดเลาะถนนใต้ทางด่วนมาถึงสี่แยกถนนจันทร์ เส้นที่มุ่งหน้าต่อไปจะบรรจบถนนพระราม 3 นั่นแหละครับ ถ้าเลี้ยวขวาไปเล็กน้อยก็จะถึงสำนักชาเขียว อ๊ะ! ไม่ใช่สำนัก 'เสียงมรกต' หรือชื่อทับศัพท์ภาษาปะกิตว่า 'กรีนออดิโอ' ต่างหาก แต่เวลานี้มันก็บ่ายโมงเข้าให้แล้ว กาแฟหนึ่งแก้วที่ตุนมาตั้งแต่ตอนเช้าย่อยสลายแปลงเป็นพลังงานหมดไปนานแล้ว เป็นคนนอกวงการอาจไม่รู้ แต่ถ้าเป็นคนวงในจะรู้ดีว่า ลองถ้าพวกบ้าเครื่องเสียงได้เจอกันสักครั้ง มันต้องเม้าน้ำลายแตกฟองชนิดไม่รู้วันเวลากันไปข้าง

ถ้าจำไม่ผิด ครั้งก่อนที่ตั้งใจมาคาราวะเจ้าสำนัก 'เสียงมรกต' กะเกณฑ์เวลาว่าจะใช้เวลาสักสามชั่วโมงไป-กลับ พอเอาเข้าจริงมันก็ตามกำหนดจริงๆนั่นแหละ

มาสามโมงเช้า กลับสามทุ่ม

เอาเป็นว่าถ้าไม่รีบหาแหล่งพลังงานสำรองตุนไว้เสียก่อน เข้าใจว่าไม่น่าจะรอดกลับไปถึงบ้านได้แน่นอน หรือถ้าจะรอด ก็คงจะได้กลับบ้านเก่าเสียก่อนกระมัง

ข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสี : "ดับสยอง นักเขียนใส้แห้งบึ่งมอเตอร์ไซค์อัดท้ายสิบล้อ-สาเหตุ หิวจัด-ตาลาย"

คงได้ถึงที่หมายสบายผิดกัน กับมูลนิธิร่วมกตัญญูเป็นแน่

คิดได้ก็เลี้ยวซ้ายทันที บึ่งอีแก่ผ่านสะพานสองเลี้ยวซ้ายมุ่งสู่ซอยเซ็นต์หลุยส์ ซอย3 เตรียมกำลังสำรองด้วยข้าวขาหมูแล้วเบิ้ลไข่พะโล้อีกสองฟอง เพิ่มวัตต์ในช่วงโอห์มต่ำเป็นสองเท่าในยามคับขัน เป็นอันเสร็จพิธีการ

เมื่อตุนกำลังสำรองไว้เพียบแปล้ ใครจะรีรอให้เสียเวลา กลับรถมุ่งหน้าเข้าพบเจ้าสำนักเสียงมรกต 'เฮียประเสริฐ' แห่งย่านถนนจันทร์ทันที

"ไม่เจอกันเป็นปี ลมอะไรพัดมาล่ะวันนี้" น้ำเสียงที่สุภาพ ติดไปทางอมทุ้มในลำคอนิดๆของเจ้าสำนักถามมายังผมหลังจากไม่เจอกันแรมปี "ผมแวะมาหาอะไรฟังน่ะเฮีย ช่วงนี้ทำแต่งานเขียน ไม่มีเวลาไปมาหาสู่ใครเลย"

"เฮ้อ...เป็นนักเขียนแล้วก็อย่างนี้แหละใครไม่เป็นไม่รู้ เรามาวันนี้ก็ดีแล้ว นี่กำลังจะลองของใหม่กันพอดี เข้ามาฟังด้วยกันสิ"

ภายในห้องฟังที่ตกแต่งเป็นอย่างดีถูกหลัก 'ฮวงจุ้ยออดิโอ' สมกับบารมีเจ้าสำนัก ความคุ้นเคยส่วนตัวที่เคยแวะเวียนมานั่งเล่นเป็นประจำกลับมาทักทายอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนอยู่อย่าง ภาพเบื้องหน้าที่เห็นคือหนุ่มหล่อสองท่านที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรบางอย่าง

วิเคราะห์จากอุปกรณ์แวดล้อม ตั้งแต่ไมโครโฟนวัดเสียง และโน้ตบุ๊คที่กำลังแสดงกร๊าฟตอบสนองความถี่ ก็พอเข้าใจได้ว่า คงกำลังเซ็ตอัพระบบเสียงในห้องนี่เอง มิน่า...เฮียประเสริฐถึงได้บอกว่ามาถูกวัน

เมื่อได้ทักทายกันเป็นที่เรียบร้อย จึงทราบว่าชายหนุ่มทั้งสองคือคุณโก้และคุณคริส สองหนุ่มไฟแรงแห่งร้าน IAV (Inventive AV) นี่เอง ทั้งสองกำลังง่วนอยู่กับการเซ็ตอัพระบบปรีโปรเซสเซอร์และเพาเวอร์มัลติแชนแนลให้แก่ชุดหลักของเฮียประเสริฐอยู่ หลังจากที่ทักทายกันเสร็จก็กลับไปวุ่นวายต่อในทันที

   

เคยได้ยินกิตติศัพท์การเซ็ตระบบเครื่องเสียงด้วยเครื่องมือมานานแล้ว คราวนี้ได้เห็นเป็นขวัญตาถือเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่น้อย

ตลอดระยะเวลาการเซ็ตอัพสาม-สี่ชั่วโมงของสองหนุ่ม ผมได้เรียนรู้สัจจะอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือถึงแม้จะใช้เทคโนโลยีรวมถึงเครื่องมือเครื่องไม้ในการวัดผล แต่ในท้ายที่สุด ก็ยังต้องวัดผลด้วยหูทั้งสองของคนเราด้วยอีกครั้ง เรียกว่าใช้ทั้งกำลังภายในและกำลังภายนอกในคราวเดียว โดยที่ยังรักษาลมปราณไฟไม่ให้ฟุ้งซ่าน คุมธาตุไฟไม่ไหลย้อนกลับ, เห็นเช่นนี้แล้วนับถือ...นับถือ

เสียดายอยู่อย่างเดียว วันนั้นผมมีเวลาน้อยเกินไป โควต้าที่แม่บ้านสุดที่รักให้ออกมาเยือนสำนัก 'เสียงมรกต' ได้ขาดไปนับชั่วโมงแล้ว ทัณฑ์บนครั้งก่อนยังไม่พ้นกำหนด ขืนกลับช้าไปกว่านี้สักห้านาที เห็นทีคราวนี้เธอคงตระเตรียมเครื่องนอนไว้หน้าห้องฟังเครื่องเสียงอีกวันเป็นแน่

แล้วที่เห็นว่าผมแน่ๆ มันก็เก่งแต่นินทาแม่บ้านในหนังสือนี่แหละครับนายท่าน เอาเข้าจริงเวลาอยู่ต่อหน้า ไม่รู้ทำไมความกล้ามันหายไปไหนเสียหมด ผมเองก็ยังไม่เข้าใจ เหตุไฉนตอนก่อนแต่งฯกับหลังแต่งฯมันช่างแตกต่างกันชนิดสูงเสียดฟ้า-ต่ำติดดินถึงเพียงนี้ เหนืออื่นใด นอกจากความกล้าแล้ว วาจาของเธอนั้นยังฉะฉานขึ้นอีกไม่น้อยทีเดียว, แต่ก็เอาเถอะ เขาว่าเป็นเทร็นด์ที่กำลังมาแรง

ยุคสมัยนี้ชายไทยท่านใดไม่เกรงใจศรีแม่บ้าน เพื่อนจะล้อว่าตกยุคเอาได้

"ไอ้แก่!!! เมื่อไหร่จะกลับบ้านกลับช่อง...ไอ้แก่!!! เมื่อไหร่จะกลับบ้านกลับช่อง...ไอ้แก่!!! เมื่อไหร่จะกลับบ้านกลับช่อง...!!!" แหะๆ...แล้วเสียงเรียกเข้าสยองขวัญก็ดังขึ้นจาก
โทรศัพท์มือถือของผมที่คุณเธออัดไว้ส่งสัญญาณเตือนว่าถึงเส้นตายแล้ว ไม่ต้องรับสายให้วุ่นวาย ผมรุดไปเจรจาธุระกับเฮียประเสริฐทันที

"ตกลงผมยืมลองฟังนานสักนิดนะครับเฮีย" สิ่งเดียวที่ผมต้องร้องขอจากเจ้าสำนัก เพราะท่านเข้าใจเป็นอย่างดีว่าไอ้คนที่พูดประโยคๆนี้ออกมาจากปาก มันยึดถืออุดมการณ์มาตั้งแต่เริ่มเขียนนั่นแล้ว อาศัยหน้าด้านยืมของลองนานไปตามประสา อามิสสินจ้างไม่ได้ไม่ว่า ขอให้ได้ฟังจนรู้แจ้งเห็นจริงเป็นพอ

ถึงจะ 'กินไม่ได้' แต่ก็ 'เท่ห์' อย่าบอกใครเลยละคุณเอ๋ย

"แหม...ลองไปเถอะ ไม่มีปัญหาเรื่องเวลาแต่ขอให้ฟังจริงๆเป็นพอ" พูดเสร็จก็ฝากสายไฟเป้าหมายของครั้งนี้ให้กับมือ สายใหม่เส้นเขื่องเพิ่งตัดจากม้วนสดๆร้อนๆกันเลย

กลับถึงบ้าน, หยิบสายไฟรีบรุดเข้าห้องฟังทันที สายไฟสีแดงสดใสใหญ่ขนาดเท่านิ้วชี้ สังเกตจากหน้าตัดขวางของสาย ตัวนำทั้งหมดถูกบิดเกลียวมาอย่างแน่นหนา เส้นไลน์และนิวตรอนเป็นสายฝอยทองแดงชุบนิกเกิ้ลขนาดใหญ่ยักษ์เบอร์ 10 AWG ส่วนเส้นกราวด์นั้นใช้สายแกนเดี่ยวขนาดเล็กขนาดย่อมกว่าพอสมควร สีสันของสายใช้มาตรฐานอเมริกัน สายดำเป็นเป็นไลน์ สายขาวเป็นนิวตรอน สายเขียวเป็นกราวด์

ส่วนสายเดี่ยวที่ยืนเปรี้ยวอยู่ข้างๆ แม่บ้านผมเองครับท่าน

ดูขนาดตัวนำแล้วขั้วปลั๊กธรรมดาคงจะลำบากในการเข้าประกอบเป็นแน่ เพราะขนาดขั้วปลั๊กของ Marinco ที่ว่าใหญ่ ยังต้องคว้านขยายกันสักหน่อยจึงจะยัดตัวนำเข้าไปได้แน่นพอดี แต่ไหนๆก็อุตส่าห์วิ่งไปรับสายไฟด้วยตัวเองแล้ว ยุ่งยากกับเรื่องแค่นี้สักเล็กน้อยจะเป็นอะไรไป ปอกฉนวนเสร็จสิ้น ชโลมน้ำยา Progold ให้ชุ่มฉ่ำทั่วตัวนำทั้งสามเส้นก่อนประกอบ เพิ่มประสิทธิภาพการเดินกระแสในคราวเดียวให้แก่ขั้วปลั๊กก็เป็นอันเสร็จพิธีปลุกเสก

แทรกตรงนี้สักนิด สำหรับนักเล่นท่านให้ไม่เคยประกอบสายไฟเอง ว่าง่ายๆคือไม่ชำนาญการกับงานประเภทนี้นั่นแหละ การให้ทางร้านประกอบขั้วปลั๊กหัว-ท้ายให้เสร็จไปในคราวเดียว ผมว่าจะสะดวกกว่าทั้งสองฝ่ายมากกว่านะครับ จะให้ทางเจ้าสำนัก 'เสียงมรกต' เฮียประเสริฐประกอบสายให้ หรือถ้าไม่สะดวกจะเดินทางไปย่านถนนจันทร์ แถวๆถนนติวานนท์ก็มีคุณหนุ่มไฮ-ไฟรับสั่งและประกอบ 'สายแดงแรงฤทธิ์' เส้นนี้อีกเจ้า ทั้งสองเจ้านี้ชำนาญการประกอบสายไฟแทบทุกรุ่น เรียกได้ว่าประกอบมาแล้วทั่วสารทิศ ผู้อ่านท่านใดใกล้แถวไหนก็เชิญใช้บริการทางนั้นได้เลยนะครับ

มาเว้าต่อกันเรื่อง 'สายแดงแรงฤทธิ์' กันดีกว่า, ในการลองครั้งนี้ ผมลองเล่นกับขั้วปลั๊กไม่มากยี่ห้อนักนะครับ หน้าตัดสายที่ค่อนข้างใหญ่ จึงตัดสินใจใช้ 'ขั้วปลั๊กพี่บิ๊ก' เพียงสองรุ่น นั่นคือ Marinco และ Bryant รุ่นขาวฟ้าตามความเหมาะสม ส่วนที่เห็นว่าน่าจะเข้ากันได้ดี ก็เห็นว่าคงจะหนีไม่พ้น Wattgate นั่นแหละ ถึงเพลานี้แล้วยังหามวยรุ่นเดียวกันขึ้นมาท้าชิงกับเขาไม่ได้เลยสักรุ่น ที่เห็นตะคุ่มๆอยู่เมืองนอกหลายยี่ห้อ ก็ยังไม่เห็นมีใครนำเข้ามาให้ฟังกันอยู่ดี เพลานี้ Wattgate มันก็เลยต้องว้าเหว่หัวเดียวกระเทียมลีบอยู่อย่างนี้ยังไงละครับท่าน

   

ประกอบขั้วปลั๊กเสร็จสิ้น มันก็ถึงคิวของการชิมลางฟังเสียงกันตั้งแต่ชั่วโมงแรกเสียก่อน จะดี-ไม่ดีอย่างไร เอาไว้รวบหัวรวบหางมาว่ากันอีกทีหลังจากพ้นเบิร์นเรียบร้อยแล้ว

'สายแดงแรงฤทธิ์' เส้นนี้น้ำเสียงค่อนข้างเข้าท่าตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เสียบใช้งานกันเลย แต่จะให้เข้าถึงจุดที่สุกงอมเต็มที่ มันก็ต้องอาศัยเวลาสักร้อยห้าสิบชั่วโมงขึ้นไปนั่นแหละท่าน สงสัยจริงๆว่า ยุคสมัยนี้อะไรๆก็รวดเร็วทันใจไปหมด แต่กับพวกอุปกรณ์เครื่องเสียงนี่สิน่าแปลก ของยิ่งใหม่ ยิ่งใหญ่ ทำไมมันจึงใช้จำนวนชั่วโมงกันล้างผลาญขนาดนั้น ต้นทุนค่าไฟมันเริ่มใกล้กับค่าต้นฉบับเข้าไปแล้วทุกที ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป

คงต้องทุบกระปุกเอาเงินมาใช้สัก 73,300 ล้านแล้วล่ะ!!!???

พูดถึงสายไฟกันต่อดีกว่า บ่นมากๆประเดี๋ยวโดนถอดจากรายการอีก มันจะเข้าทางพวกที่รักเข้ากระดูกดำอยู่แล้ว อยู่เป็นก้างขวางคอกันอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆมันจะหรรษาพาเพลินกว่านะท่าน

ว่าก็ว่าเถอะ หลายครั้งที่ได้ทดลองเล่นสายไฟเอซี สิ่งแรกที่สัมผัสได้ชัดเจนแต่แรกมักจะออกมาในรูปแบบคล้ายๆกัน มันจะให้พละกำลังของเสียงทั้งหมดอัดฉีดติดเทอร์โบขึ้นอีกเสต็ป อันนี้ชัดเจนไร้ข้อกังขาสำหรับสายไฟเอซี เพราะเท่าที่ลองเล่นกันมานับสิบเส้น มันก็จะแสดงความแตกต่างกับสายสัญญาณหรือสายลำโพงยี่ห้อเดียวกันก็ในเรื่องของกำลังวังชานี่แหละ

ส่วนโครงสร้างความเปลี่ยนแปลงทางด้านน้ำเสียงประเภทเพิ่มทุ้ม ลดแหลม ทำให้เนื้ออวบหนาขึ้นหรือบอบบางลง อะไรเทือกนี้ก็พอมีบ้าง แต่ไม่เด่นชัดเมื่อเทียบกับความสามารถในการส่งผ่านกำลัง ก็ว่ากันในภาพรวมเท่าที่ผมเคยพบประสบมานะครับ วันนี้ใช่จะเหมือนเมื่อวานเสียที่ไหน จำได้ว่าหก-เจ็ดปีก่อนตอนเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ เห็นสายไฟที่ขายอยู่ไม่กี่รุ่น แต่ถ้าตอนนี้อย่าให้ผมพูดเลยครับท่านผู้อ่านที่เคารพ เอาคนมาเรียงแถวหน้ากระดานสักสิบคน นับนิ้วมือนิ้วเท้าจนหมดทุกนิ้วแล้ว ยังเหลือชื่อที่ยังไม่ได้เข้าชิงอีกบานตะเกียงเลยล่ะนายท่าน

ทีนี้, พอมาถึงคราวของ JPS Inwall Power Cord เส้นนี้ มันมาแปลกแหวกแนวกว่าชาวบ้านเขา ก็ตรงที่เฉลี่ยคุณสมบัติด้าน 'พละกำลัง' และ 'น้ำเสียง' ไว้ใกล้เคียงกันมากทีเดียว ภาพรวมของสายไฟเอซีเส้นนี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้น้ำเสียงทั้งหมดสะอาด สดใส เปี่ยมด้วยพละกำลัง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็แฝงเนื้อเสียงที่นุ่มนวล อิ่ม กระชับแน่น ควบคู่ไปด้วยกันตลอดช่วง บอดี้ของเสียงไม่ถือว่าอวบใหญ่ที่เขานิยามว่า 'เกินตัว' แต่ก็ไม่ถือว่าเล็กกะทัดรัดที่เขาเรียกว่า 'เกินไป' จัดอยู่ในเกณฑ์พอเหมาะกำลังดี

ทีเด็ดมันอยู่เสียงกลางครับ ช่วงแรกที่สายฯยังไม่พ้นเบิร์นอินนั้น ฟังยังไงมันก็ดูเรียบเรื่อย ทื่อๆ ไม่มีลีลาประเภท 'ยึกยัก โยกย้าย ส่ายสะโพก' ประมาณนั้นให้ได้ยินเลย แต่พอพ้นสักสองร้อยชั่วโมงขึ้นไปสิครับท่าน มันกลับสลับฉากเปลี่ยนไปชนิดคนคนละเรื่องเดียวกัน และมันก็น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่ง 'สายแดงฯ' เส้นนี้ฟังดูผ่านแล้วนึกถึงสายไฟยี่ห้อ Cardas อย่างบอกไม่ถูก คล้ายมีสำเนียงกลายๆอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะเสียงร้องนั้น มันช่างออดอ้อน ฉอเลาะเสียยิ่งกระไร เรียกว่าเจอเสียงร้องหวานๆ แก้วเสียงใสๆ ประเภทลูกคอเจ็ดชั้นเป็นไม่ได้ สายแดงฯเส้นนี้จะเสริมให้จังหวะอ่อน-แก่ของการกระดกลูกคอของเธอคนนั้นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นให้ได้ยินกันทีเดียว จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงที่ 'สายแดง' เส้นนี้จะให้น้ำเสียงโดยรวมที่เปิดเผย สดใส มีชีวิตชีวา ในขณะที่ Cardas นั้นจะสุภาพ ลึกซึ้งกินใจ และเข้าถึงจิตวิญญาณของศิลปินมากกว่า (นั่น...ดูสะบัดสำนวนเขาสิครับ) อย่างว่าแหละครับสำเนียงที่ว่า Cardas กินใจกว่านั้น ผมหมายถึงสายไฟเอซี Golden Reference เส้นละเกือบสองหมื่นนะครับท่าน!
 
 ลองเล่น สายไฟเอซี JPS Inwall Power Cord

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 Page 2....
ด้วยลีลาที่เปิดเผยระคนเนื้อเสียงที่นุ่มนวล จะให้ชมว่าเสียงกลางหวานฉ่ำย้อยหยด มันก็ถือว่าทั้งหมดยังไม่ออกไปทางนั้น ครั้นจะติว่าสำเนียงเสียงมันไม่เร้าใจ ไม่สด ก็อดคิดไม่ได้ว่าเสียงตวัดนิ้วลงสายกีตาร์อย่างเฉียบคม ทั้งยังมีน้ำหนักแตกต่างกันไปตามจังหวะเพลงที่ได้ยิน มันก็ระบุชี้ชัดลงไปไม่ได้ว่าน้ำเสียงออกไปทางสุภาพอ่อนหวาน ภาพรวมในย่านเสียงกลางของสายไฟเส้นนี้ฟังแล้วสดชื่นมีชีวิตชีวาไม่ต่างจากการได้ยืนสูดอากาศบนยอดเขาตอนสายๆนั่นเลย

   

แล้วถ้าจะถามว่า 'สายแดง' เส้นนี้ดีเพียงเสียงกลางหรือยังไง? ก็ตอบได้ทันควันเลยนะนายท่าน ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอน

ทุ้ม-แหลมที่เชื่อมโยงกับเสียงกลาง ไม่เพียงแต่ราบรื่นกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันตลอด ยังให้ปริมาณทัดเทียมเสมอสมานกันทั้งช่วงอีกด้วย และก็อย่างที่บอกไว้แต่ต้นนั่นแหละครับ เนื้อเสียงทั้งสามย่านตั้งแต่ทุ้มไล่ไปจนถึงปลายแหลม มันให้เนื้อเสียงที่นุ่มนวลอยู่ในที แต่กระชับ อัดแน่น เป็นตัวตนในอัตราสูง มันทำให้สามารถแยกแยะโครงสร้างหลักของเสียงได้ครบถ้วน เรียกว่าถ้าจะฟังเจาะลึกกันจริงๆแล้ว ก็จะสัมผัสได้ตั้งแต่จุดที่เสียงกำเนิด-คงอยู่-จนกระทั่งจางหายไปได้โดยตลอดทีเดียว

ที่น่าสนใจก็คือ 'สายแดงฯ' เส้นนี้ถ่ายทอดเนื้อเสียงที่นุ่มนวลอัดแน่นทั้งหมดออกมาด้วยความชัดเจนเป็นอย่างมาก มันเป็นความคมชัด จะแจ้ง และอุดมด้วยความสด ความฉับพลัน ที่แฝงตัวไว้ภายในได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่มาก-ไม่น้อยเกินไป

ส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับสายไฟเส้นนี้ นั่นคือการการตอบสนองไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวางเต็มอัตราศึก ใครที่มี 'สายแดง' เส้นนี้ใช้งานในชุดแล้วเกิดอาการอั้นตื้อ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า มันไม่ใช่ผลข้างเคียงจากสายเส้นนี้แน่นอน

เรียกว่าฟังแล้วนึกถึงตอนที่ท่านนายกออกรายการแบ็คเสตจโชว์จริงๆ เพราะว่าท่านก็ 'แจกไม่อั้น' เหมือนกัน (ฮา) ไม่รู้ติดนิสัยมาจากใคร?

ในเมื่อมันให้น้ำเสียงที่สมดุลคือไม่สด จะแจ้งเกินไป ในขณะที่เนื้อเสียงก็ไม่ได้นุ่มนวลชวนฝันเกินเหตุ อาศัยเฉลี่ยไว้ประมาณกึ่งกลาง ประกอบกับไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวาง ไดนามิกคอนทราสต์ที่ละเอียดยิบย่อย เจาะลึกไปในแง่นี้การตอบสนองคุณสมบัติของการถ่ายทอดไทมิ่ง จึงถือเป็นจุดขายที่ยากจะมีใครเหมือนในสายไฟระดับราคานี้ ฟังเพลงเร็ว ก็รุกเร้าสะใจ ครั้นเปลี่ยนแนวเพลงไปเป็นเนิบช้า 'สายแดง' ที่ว่าก็พลิกบทบาทสวมวิญญาณศิลปินระดับโลกได้ทันควัน

คุณสมบัติอย่างนี้ ภาษาเซียนหูทองเขานิยามว่ามีความสมบูรณ์ทางด้าน 'ไทมิ่ง' คือการตอบสนองเรื่องจังหวะเวลา อันไหนเร็วอันไหนช้า แสดงออกมาให้แตกต่างกันชัดเจน คุณสมบัติที่ว่ามันจะเกาะเกี่ยวเป็นเนื้อเดียวกันกับ 'ไดนามิกคอนทราสต์' หรือการไต่ระดับขึ้น-ลงของเสียงในภาพรวม ซึ่งคอนทราสต์อันเดียวนี่แหละ ถ้าอุปกรณ์ชิ้นนั้นเก่งกาจสามารถในเชิงนี้เมื่อไหร่ ก็ให้คาดหวังได้เลยว่าการแจกแจงน้ำหนักเสียงที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นเฉพาะชิ้นดนตรี กลุ่มเครื่องดนตรี หรือทั้งระดับอ่อน-แก่ ดัง-ค่อยของทั้งวงในเพลงคลาสสิค เพราะฉะนั้นเมื่อไทมิ่งสมบูรณ์ รวมกับคอนทราสต์ที่สวิงตัวได้กว้างและละเอียดยิบย่อย ผลที่ตามมาก็อย่างที่ผมโม้ไว้ที่ย่อหน้าก่อนนั้นแหละครับ มันจะทำให้ฟังดนตรีเป็นดนตรี มิใช่ฟังดนตรีเป็นอิเล็คทรอนิคส์

เอาเป็นว่า เฉพาะคุณภาพจุดนี้จุดเดียวก็สามารถข้ามชั้นขึ้นไปประกบสายไฟที่ราคาสูงกว่าเท่าตัวได้อย่างที่ต้องเรียกว่า "หายใจรดต้นคอ" กันเลยละครับท่าน!

ทางด้านความเป็นวงเป็นเวทีเสียง อันนี้ไม่ต้องนั่งเอาใจช่วยให้เสียเวลา 'สายแดง' เส้นนี้มีให้อย่างอุดมสมบูรณ์ทั้งสูง-กว้าง-ลึก สอดประสานเป็นเนื้อเดียวกันอย่างกลมกลืน ไม่เพียงแค่ขนาดสัดส่วนของเวทีเท่านั้น แต่ละชิ้นดนตรีที่เป็นภายในเวทีเสียง ถูกสกัดให้หลุดลอยออกจากพื้นเสียงที่สะอาดใสอย่างอิสระ มีช่องว่างช่องไฟแยกแยะเด็ดขาด รวมถึงบรรยากาศรายล้อมที่ยอดเยี่ยม แผ่รัศมีออกเป็นทรงครึ่งวงกลมจากผนังฝั่งซ้ายตีโค้งอ้อมไปหาผนังด้านหลังแล้วมาบรรจบที่ผนังด้านขวาอย่างสมบูรณ์แบบ

เอาเป็นว่าใครที่ซีเรียสเรื่องมิติเวทีเสียงละก็ 'สายแดง' แรงฤทธิ์เส้นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังสักแดงเดียวก็แล้วกันครับท่าน!

มีคำถามต่อมาว่า หน้าตัดสายใหญ่ถึงขนาดนี้คงไม่เหมาะกับการใช้ที่เครื่องเล่นซีดีกระมัง?
ถ้าคิดล่วงหน้ากันตั้งแต่เห็นหน้าค่าตาอย่างนี้ ก็ต้องบอกกันตามตรงนะครับว่าผิดถนัด ตรงกันข้าม 'สายแดง' เส้นนี้มันให้น้ำเสียงและลีลาออกจะเด่นมากเมื่อใช้งานกับเครื่องเล่นซีดี อันนี้ว่ากันตามภาพรวมนะครับ น้ำเสียงที่ค่อนข้างกลางๆ ไม่บางไม่หนาทำให้มันเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับอุปกรณ์แทบทุกประเภท ผมหมายถึงทั้งปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน แต่จะให้เรียกว่าเหมาะสม สายใหญ่มันก็ต้องเครื่องที่บริโภคไฟมากๆอย่างเพาเวอร์แอมป์ละครับ มันถึงจะเห็นหน้าเห็นหลัง

ก็บอกแล้วตั้งแต่เริ่มแรกว่า พละกำลังก็ดี น้ำเสียงก็ดี สองอย่างนี้มีให้พร้อมกันอย่างไม่ต้องเรียกร้องเพิ่มจากที่ไหน แถมท้ายด้วยคุณสมบัติด้านไดนามิกที่มีมาให้ครบครัน

ถ้าอยากจะรู้ให้ชัดว่าคุ้มค่าแค่ไหน ไม่ยากครับ เอาราคา 3,500 บาทต่อเมตรเป็นตัวตั้ง ใช้สายสองเมตรก็ 7,000 บาท รวมขั้วปลั๊กหัว-ท้ายเกรดปานกลางอย่าง Marinco เข้าไปก็ปาเข้าไปอีกราว 1,500 เบ็ดเสร็จจบที่ 8,500 บาทต่อการปลุกเสก 'สายแดง' หนึ่งเส้นให้แผลงฤทธิ์ แล้วเอาคุณภาพที่โม้ไว้ข้างบนไปเทียบกับสายสัญญาณหรือสายลำโพงในระดับราคาใกล้เคียงกัน

ขอประทานโทษ, บางรุ่นบางยี่ห้อออกอาการ "สะอื้น" กันเห็นๆ!

หรือจะเอาแบบแต่งซิ่งกันเต็มยศ ก็โน่นแหละครับคว้าหัว-ท้าย Wattgate รุ่นทอง 24K เข้ามาชูกำลังกันอีกเสต็ป เคาะราคาแล้วก็อยู่ที่หมื่นต้นๆเท่านั้น แต่คุณภาพของการเสริมทัพด้วย Wattgate เข้าไปนั่น ไม่ต้องให้บรรยายสรรพคุณซ้ำนะครับ ใครๆในปฐพีนี้ก็ทราบดีอยู่ว่าขั้วปลั๊ก Wattgate เสริมศักยภาพสายไฟเข้าไปนั้นผลลัพธ์จะต่อยอดไปถึงขั้นไหน เรียกว่าโลดโผนโจนทะยานขึ้นไปอีกนับช่วงตัวตามคุณสมบัติของขั้วปลั๊กระดับพระกาฬนั่นก็ไม่ผิดไปจากที่กล่าวดอกครับท่าน เป็นอัพเกรดเสียงชนิดที่เรียกว่าสะใจพระเดชพระคุณกันเลย

รักขั้วปลั๊กแบบไหน ยี่ห้อใด เดินเข้าซอง
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2007, 06:08:40 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายเส้นที่ 5
สายไฟ  VDH  ราคาขาย 800-1500  บาท
   โทนเสียงออกไปทางนุ่มหนา นุ่มนวล เกรนเสียงละเมียดมาก ไม่มีคำว่าสากกระด้างหรือกร้าวแข็ง เสียงแหลมพลิ้วไหว กังวานด้วยความสดใส ออกไปทางเยือกเย็นฟังสบายหู เสียงกลางมีเนื้อหนังติดหวานประปราย ให้ความต่อเนื่องได้ดีมาก ทุ้มมีปริมาณมาก แต่อาจอ่อนโฟกัสไปบ้างเมื่อเทียบกับสายอื่นๆ บรรยากาศภายในเวทีเสียงดีเยี่ยมครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 08:46:06 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายเส้นที่  6 
สายไฟ discovery  แต่เท่าที่เคยทราบอาจารย์จงจินต์เคยแนะนำว่าเข้ากันได้ดีกับหลอดครับ ส่วน Hovland  นายเต็มถัง

ขอเสริมนะครับ Discovery โดดเด่นด้วยน้ำเสียงที่ลื่นไหล ต่อเนื่องดีมาก แต่ก็ไม่ใช่เฉื่อยชา�


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 08:47:51 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายเส้นที่� 7 Belden 19364 Power cable 250.-400 บาท
 
สายไฟ Belden รุ่น 19364 ซึ่งมีสายทองแดงขนาด 14 GA 3 เส้น (2.08 sq.mm.) พร้อมสาย drain wire หุ้มห่อด้วยแผ่นอลูมินั่มฟอยล์ เพื่อป้องกันสัญญานรบกวนจากภายนอก รองรับกระแสไฟได้สูงสุดที่ 18 A. - 300 V.

เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการนำไปทำสายไฟ DIY คุณภาพสูงในราคาประหยัดด้วยตนเอง

แนวเสียงโดยรวมเท่าทีเคยสัมผัส� จะออกแนวทางไปทางราบเรียบ� แต่ไม่ขาดความกระชับกระเฉง ด้วยราคาขนาดนี้สำหรับการเริ่มต้นน่าจะเป็นสายไปเริ่มต้นที่ดีมากอันหนึ่งครับ�
http://www.avbestbuy.com/catalog/product_info.php?cPath=26_38&products_id=113

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2005, 08:55:03 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายที่  8  ราคาขาย 800-1000  บาทSupra LoRad 3G2.5 :: Screened Main Flex "
เพิ่มเติมเข้าดูได้ที่ www.jenving.se
สเปคของสาย
•   Conductors: 320x0, 10 mm OFC, Sn
•   Area: 3x2.5 mm2
•   Screen: Alum./Poly. Foil
•   Max Current: 16A
บุคลิคเสียง
น้ำเสียง สไตล์เสียงเปิดโปร่ง สดใส แต่ไม่จัดจ้าน กลางชัดเจน มีพลัง เบสอิ่มแน่นกระชับ โทนัลบาลานซ์ดี เวทีเสียงกว้างขวาง เรียกว่าไม่หนักไปทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ


http://www.audio-teams.com/accessories/SupraLoRad2-5/1.shtml

 Supra LoRad 3G2.5 :Screened Main Flex
โดย..." การุณชาติ พุกกะเวส "
 
ชื่อ Supra โด่งดังในบ้านเรามายาวนาน สะสมชื่อเสียงให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วทุกภาคของประเทศ (ว่าเข้านั่น) มีให้เลือกมากมาย หลายประเภท เช่น สายสัญญาณ, สายลำโพง, สายดิจิตอล, สายไมโครโฟน รวมไปถึง หัวปลั๊กอาร์ซีเอ, ขั้วต่อลำโพง, หัวปลั๊ก BNC และอื่น ๆ อีกมากมาย


ผมเองมีโอกาสลองเล่นสาย Supra มาบ้าง แม้จะไม่ครบทุกรุ่นก็ตาม แต่ทว่า…แต่ละรุ่นนั้นไม่สร้างความผิดหวังเลย จนไม่นานนี้ได้ข่าววงในว่า Supra จะผลิตสายอนุกรมใหม่ ๆ ออกมา ผมเองก็ได้แต่ตั้งตารอคอย และในที่สุด ทางบริษัทฯ ก็แจ้งว่า สายรุ่นใหม่มาถึงแล้ว ผมจึงไม่รอช้า รีบเข้าไปดูทันที

สายรุ่นนี้มีชื่อเป็นทางการว่า Supra LoRad 3G2.5 Screened Main Flex ต่อไปจะเรียก สั้น ๆ ว่า Supra LoRad ครับ ซึ่งจัดเป็นสายเอนกประสงค์…

คำว่า LoRad นั้น ย่อมาจาก Low Radiation ซึ่งหมายถึงมีการแพร่รังสีที่ต่ำ ส่งผลให้เป็นสายที่มีความปลอดภัยสูง จะเรียกว่า ใช้แล้วเสียงดีด้วย ปลอดภัยด้วยก็ว่าได้ครับ ถือซะว่ากันไว้ดีกว่าแก้ครับ เหมือนโทรศัพท์มือถือนั่นไง ยังมีการโต้เถียงกันอยู่ว่าใช้มากไม่ดี จะเป็นมะเร็ง?!! แต่ก็ยังเห็นซื้อกันเป็นว่าเล่น

หลายท่านคงสงสัยว่า สายเอนกประสงค์นั้น หมายความว่าอย่างไร คำตอบคือ Supra LoRad นั้นสามารถดัดแปลงใช้ทำได้ทั้งสายลำโพง, สายไฟเอซีที่กำลังฮิต ในบ้านเรามีแต่แบบแบ่งขายเป็นเมตรเท่านั้น ไม่มีชุดสำเร็จ (แต่ในโบรชัวร์จะมีชุดคิดสำหรับประเทศในแถบ EU ด้วย)

สำหรับในครั้งนี้ผมนำมาดัดแปลงทำเป็นสายไฟเอซีครับ สนนราคาประมาณ เมตรละ 625 บาท จัดว่าค่อนข้างถูกสำหรับสายที่จะนำมาทำสายไฟเอซี และทำในประเทศสวีเดนแท้ ๆ ไม่ใช่ไต้หวันแบบบางยี่ห้อ และเมื่อแบ่งขายเป็นเมตร ทำให้นักเล่นสามารถจับคู่กับหัวปลั๊กรุ่นอื่น ๆ ได้ตามงบในกระเป๋าครับ ไล่ตั้งแต่ Marinco, Arrow Hart, Hubbell, Furutech จนไปถึง Wattgate ครับ

ในครั้งนี้ผมเลือกหัวปลั๊กของ Hubbel รุ่น 8656E สลับกับ Arrow Hart รุ่นสีส้ม ท้ายสายเป็น Schurter รุ่น 4782 เข้ามาประกบกับ Supra LoRad สนนราคาประมาณ ไม่เกิน 3,000 บาทเท่านั้น (ความยาว 2 เมตร) เรียกว่าไม่แพงเลย เมื่อเทียบกับราคาสายไฟสำเร็จรูปยี่ห้อไฮเอนด์บางเส้นสนนราคาสูงถึง 6-7 หมื่นบาทลองมาดูกันครับว่าสายเส้นนี้จะให้อะไรกับเราได้บ้าง

คุณสมบัติพิเศษ
- ผ่านการรับรองความปลอดภัยจาก CE และ Nemko (HD 21.5 S3)
- ออกแบบและผลิตในประเทศสวีเดน
- สายมีความอ่อนนุ่ม ดัดโค้งได้ง่าย
- น้ำหนักเบา
 

ลักษณะทั่วไป

Supra LoRad ภายในมีตัวนำ 3 ชุดถักไขว้กันอยู่ภายใน แยกรหัสสีมาพร้อม คือ น้ำตาล-ฟ้า และเขียว ตัวนำเป็นสายทองแดงฝอย มีฟอยล์หุ้มกันคลื่นรบกวน ฉนวนเป็นสีขาว รหัสสินค้า Worldwide Patented Screened Main Flex 05VA7V-H 3G2.5 ตัวสาย 1 ม้วนมีความยาว 50 เมตร หรือ 164 ฟุต ซึ่งมีบอกไว้ที่โรลม้วนสายชัดเจน อีกทั้งมีระบุในสเปคด้วย ว่า 1 โรลยาวเท่าไหร่ ด้วยตัวอักษรสีน้ำเงินบนพื้นสีทอง (อย่าไปเชื่อบางร้านที่บอกว่า ม้วนใหญ่ยาว 100 เมตร)

สนใจรายละเอียดของสายไฟเอซี Supra LoRad เพิ่มเติมเข้าดูได้ที่ www.jenving.se ครับ


สเปคของสาย

Conductors: 320x0, 10 mm OFC, Sn
Area: 3x2.5 mm2
Screen: Alum./Poly. Foil
Max Current: 16A
 
 Supra LoRad 3G2.5 :Screened Main Flex

 
โดย..." การุณชาติ พุกกะเวส "
 
 Page 2....


เครื่องเล่นดีวีดี Aconatic AN-2130 (M) (โมดิฟายเต้ารับเป็น 3 ขา IEC ที่มาพร้อมฟิลเตอร์กรองขยะ สายต่อภายในจากเต้ารับลงแผงวงจรใช้สายโมดิฟายของ Cardas) ด้านบนทับด้วย Brightstar Little Rock วางอยู่บนชั้นวาง Target ชั้นที่ 3 จากที่มีความสูงทั้งหมด 5 ชั้น ใช้สายไฟเอซี Supra LoRad และสายไฟเสียบต่อเข้าปลั๊กกรองไฟ PAC : Super Idos ช่อง Digital สลับกับ AV-Zone IS-500 Plus

อีกเครื่องเป็นเครื่องเล่นดีวีดี Arcam DV88P ด้านบนทับด้วย Hi-Fi Block ของเฮียหั่ง ด้านล่างรองด้วยทิปโทของ Stillpoint 3 ลูก วางบนชั้นวาง Target ชั้นที่ 2 ใช้สายไฟเอซี Supra LoRad

โปรเจคเตอร์ Sanyo PLV-Z1 วางบนชั้นวาง Target ชั้นที่ 4 สลับกับโปรเจคเตอร์ Panasonic PT-AE 100 E ซึ่งวางที่ชั้นบนสุด (ชั้นที่ 5) ปลายด้านเข้าเครื่องเป็นทรงดอกจิกต่อออกมาผ่านกล่องเต้ารับที่โมดิฟายให้ปลายเป็นแบบ IEC ซึ่งเป็นของ Acme (คุ้มค่าเงินที่สุด) เพื่อสามารถใช้สายไฟเอซีพิเศษได้ ใช้ Supra LoRad ต่อเข้าตัวคุมไฟ / กรองไฟ Silicon VR-100Ie และสายไฟของ Silicon VR-100Ie เป็น Coral-Krell (หัว Hubbell 8215 CT / ท้าย Schurter) เสียบต่อเข้าที่ปลั๊ก Wattgate 381 (ตัวแรก-ช่องที่ 2)

สายภาพ VGA-VGA M/M (หัวตัวผู้ทั้ง 2 ด้าน) เป็นของ Canare ปลายสายใส่กระบอก JM 1 กระบอก

สาย Component เป็น AV-Zone รุ่นพิเศษ ราคาประมาณ 7,500 บาท (สนใจติดต่อคุณธำรงค์ที่บริษัท AV-Zone ดู) ร้อยผ่าน Hi-Fi Trick ที่เจาะเป็น 3 ช่องแล้ว (ปกติมี 2 ช่อง)

จอเป็น Da-Lite รุ่น Class Rite เนื้อจอ Matte White ค่าเกน 1.0 ขนาด 70x70 นิ้ว (จัตุรัส) แต่ดึงออกมาให้เป็น 16:9 วัดขนาดได้ประมาณ 80 นิ้ว

สายดิจิตอล MIT Digital Reference สลับกับ Canare Digiflex Gold II และ Supra Trico ร้อยด้วยท่อ Floaters

เอ/วี รีซีฟเวอร์ NAD T-752 ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Marantz SR-6300 มีอิฐ VPI db-5 วางบนหลังเครื่อง 1 ก้อน วางบนชั้นวาง Audio Arts รุ่น 3 เสา สายไฟเอซีเสียบต่อเข้าที่ PAC : Super Idos ช่อง Analog

ช่วงสุดท้ายเพิ่มเพาเวอร์แอมป์มัลติแชนแนล Adcom GFA-7000 THX เข้าไป ใช้สายไฟเอซี Supra LoRad โดยใช้ Marantz SR-6300 เป็นปรีเซอร์ราวด์ สายสัญญาณ 5 แชนแนลเป็น Alpha Core รุ่น

Micro Purl (Copper-ประกอบสำเร็จจากนอก) วางบนชั้น Trisolater ของ Audio Arts เสียบตรงเข้า Wattgate 381 (ตัวที่สอง-ช่องที่ 1)

ลำโพงเป็น AAD S-5 คู่หน้าตั้งพื้น มีฐานวางพร้อมเดือยแหลมมาให้พร้อมสรรพ ส่วนเซ็นเตอร์ AAD S-3C วางบนขาตั้ง Triangle สูง 24 นิ้ว ใช้ 2 ตัว ยิงเสียงเข้าหาจุดนั่งฟังด้วยทิบโท Michelle ทรงจานบินที่ด้านหน้า 2 จุด ส่วนคู่หลัง AAD S-1 วางบนขาตั้ง Audio Arts รุ่น 3 เสา สูง 24 นิ้ว แต่ทวีตเตอร์ยังเตี้ยกว่าระดับหู จึงแหงนหน้าลำโพงด้วยทิปโท Michelle ทรงจานบินที่ด้านหน้า 2 จุด โทอินเข้าหาจุดนั่งฟังพอสมควร

สายลำโพงชุดหน้า ใช้ Kimber Kable 4TC พร้อมก้ามปู Kimber Kable เอง ยกลอยเหนือพื้นด้วยแท่งยาง Hi-Fi Trick สายลำโพงเซ็นเตอร์เป็น Kimber Kable 4TC พร้อมบานาน่าปลั๊กของ Kimber Kable ส่วนสายลำโพงเซอร์ราวด์เป็น Cable Talk 4

ซับวูฟเฟอร์ Velodyne CHT-12 ใช้สายไฟเอซี Kimber Kable PowerKord เสียบตรงเข้าที่ปลั๊ก Wattgate 381 (ตัวที่สอง-ช่องที่ 2) และสายสัญญาณซับวูฟเฟอร์ Monster Cable M351 SWHT

ปลั๊กกรองไฟ PAC : Super Idos และ AV-Zone IS-500 Plus ใช้สายไฟเอซีใช้ของ Audio Power PL-313 เสียบเข้าที่กำแพงใช้เต้ารับ Wattgate 381 (ตัวแรก-ช่องที่ 1)

เสียบกระบอก X-Filter 1 กระบอก ที่ตัวคุมไฟ Silicon VR-100Ie เวลาฟัง ทาน้ำยา XLO : TPC ที่ขั้วต่อ ต่าง ๆ ไม่ลืมแยกสายต่าง ๆ ห่างจากกัน และยกลอยเหนือฟื้นพรมเท่าที่จะทำได้

ห้องฟังมีขนาด 4 x 5 x 2.5 เมตร ผนังฉาบปูนเรียบ มีฟองน้ำหุ้มผ้าสีดำติดอยู่ที่ผนังด้านซ้าย-ขวา และที่เพดานห้องช่วงลำโพงคู่หน้า เพื่อลดเสียงสะท้อน พื้นปาร์เก้ต์มีพรมแบบบางปูบางส่วน มีแผงดิฟฟิวเซอร์ร่องกลาง 2 แผงวางใกล้ ๆ ลำโพง มีชั้นวางหนังสือขนาดกลางอยู่บริเวณด้านหลังจุดนั่งฟังด้วย ควบคุมอคูสติกด้วย Room Tune (ของแท้) 4 แท่ง กับ Echo Tune (ของแท้) 4 อัน

 Supra LoRad 3G2.5 :Screened Main Flex

 
โดย..." การุณชาติ พุกกะเวส "
 
 Page 3....


สายไฟเอซีที่นำมาลองฟังเพื่อเปรียบเทียบผลในคราวนี้ ประกอบด้วยสายไฟเอซีหลายรุ่น ทั้งที่มีราคาใกล้เคียงกัน และมีราคาแพงกว่า เช่น Audioquest NRG-2 (หัว Hubbell 8656E / ท้าย Schurter รุ่น 4782), สายไฟเอซี Van Den Hul Mainsstream Hybrid (หัว Hubbell 8656E / ท้าย Schurter รุ่น4782), สายไฟเอซี Discovery (หัว Hubbell เหลี่ยมดำ / ท้าย Schurter), สายไฟเอซี Kimber Kable Power Kord (หัว Hubbell เหลี่ยมดำ / ท้ายน่าจะเป็น Schurter) และสายไฟเอซี Cardas Crosslink 1S (หัว Hubbell 8656E / ท้าย Schurter รุ่น 4782)

ส่วนเครื่องที่ใช้ก็มีเครื่องเล่นดีวีดี, เพาเวอร์แอมป์, โปรเจคเตอร์ เพื่อหาความแตกต่าง โดยมีสาย Supra LoRad 1 เส้นสลับที่เครื่องเล่นต่าง ๆ และชนกับสายไฟคู่แข่งตามวาระกันไป ซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 2 เดือน

เริ่มต้นนั้น ผมนำมาต่อเข้าที่ปลั๊กลอยในห้องนอนเพื่อเบริ์นอินสายก่อน ด้วยวิธีปกติ ไม่ได้เร่งด้วยแผ่น Purist Audio จนเมื่อผมพร้อมก็กินเวลากว่า 150 ชั่วโมงแล้ว จึงนำมาใส่เข้าซิสเต็ม

ช่วงแรกต่อสายไฟเอซี Supra LoRad เข้าที่เครื่องเล่นดีวีดี ดูหนังเรื่อง The Matrix (โซน 2 NTSC) น้ำเสียงที่ถ่ายทอดออกมา เต็มไปด้วยความชัดเจน ฉับไว ไดนามิคดี สว่างไสวทุกย่านความถี่ แหลมเปิดโปร่ง แต่ไม่ขึ้นขอบแข็ง หรือจัดจ้านแน่ เสียงกลางชัดเจน อักขระครบถ้วน ได้ยินทุกรายละเอียดที่บันทึกมา เสียงต่ำอิ่มแน่น แม้จะไม่มีเนื้อหนังที่อิ่มเอิบ แต่ถ้าบอกว่าเป็นสายที่บอบบางนั้นก็ไม่ใช่แน่ ขึ้นอยู่ที่แผ่นด้วยครับ

กับ The Foreigner (โซน 3 NTSC) นั้น สายไฟเอซี Supra LoRad เมื่อเทียบเอ/บี เทสต์กับสายที่แพงกว่า 5 เท่าตัว (หัวปลั๊กต้นทางกับปลายทางเป็นแบบเดียวกัน คือหัว Hubbell 8656E / ท้าย Schurter รุ่น 4782 ต่างกันที่ตัวสายเท่านั้น) สายไฟเอซี Supra LoRad อาจจะดูไม่มีชั้นเชิง ไม่ลีลาเท่า หรือให้ภาพที่ไม่ใสเท่ากับ แต่ความแตกต่างกันนั้นไม่ได้มีถึง 5 เท่าตัวเลย ผมฟังแล้งดูแล้ว ด้วยสติที่ครบถ้วน คิดในใจว่า เราจะเล่นสายที่แพงกว่ามาก ๆ ไปทำไม…เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งชั้นเชิงความเป็นดนตรีอีกไม่มากนัก!! สำหรับนักเล่นกระเป๋าเบา แต่ถ้าพวกที่ต้องการสุด ๆ ตรงนี้ก็ต้องยอมจ่ายละครับ

ต่อมาเปลี่ยนใส่ที่โปรเจคเตอร์แทน ผลที่ออกมาเช่นกัน คือ เมื่อใส่สายไฟเอซี Supra LoRad เข้าไป ความแตกต่างมีไม่มากนัก แยกแยะได้ลำบาก

ลองเปลี่ยนสายไฟเอซี Supra LoRad ไปใส่ที่เพาเวอร์แอมป์ดูบ้าง ซึ่งเข้าแทนสายที่แพงกว่าก็ไม่รู้สึกว่ากำลังจะตก เสียงจะตื้อ ไดนามิคหดหายแต่ประการใด เพียงแต่บรรยากาศในวงจะย่อหย่อนไปบ้าง คือถ้าสายไฟเอซีที่ใช้กับเพาเวอร์แอมป์นั้น ไม่ขี้เหร่หรือแย่จนเกินไป ผลต่างก็มีไม่มากครับ

ลองมาเทียบกับการฟังเพลงดูบ้างว่าจะให้ผลเช่นไร แผ่นที่ใช้คือ แผ่นหู The Ultimate Demonstration Disc นั่นเอง

แทรคที่ลองเช่น แทรค 3/9/15/25/27/29 เพื่อให้มีความหลายหลายในแนวดนตรีมากที่สุด สายไฟเอซี Supra LoRad ถ่ายทอดเสียงแหลมเปิดโปร่ง ใสสะอาด มีความกังวานดี ไม่มีสากเสี้ยนหรือขึ้นขอบแข็งใด ๆ ให้ระคายหู เสียงกลางชัดเจน มีพลัง โฟกัสชัดเจน แนวเสียงแม้จะไม่อิ่มหวาน แต่ก็ไม่จืดชืด คงไว้ด้วยความต่อเนื่อง ลื่นไหล ขึ้นกับแผ่นอีกที เสียงเบสกระชับ มวลหนักแน่น มีเนื้อเสียงที่ดี ไล่ระดับโน๊ตเบสได้ดี

ต่อด้วยแผ่น Rain Forest Dream อันยอดเยี่ยม สายไฟเอซี Supra LoRad ให้โทนัลบาลานซ์ดี เสียงเครื่องเคาะเต็มไปด้วยความใสที่แผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมการก้องสะท้อนที่พอเหมาะ ขณะที่ความถี่ต่ำทอดตัวลงไปในโน๊ตต่ำได้ดี ถึงพร้อมด้วยน้ำหนักแรงปะทะที่ดี ไม่พร่ามัว หรือเบลอ เวทีเสียงกว้างขวาง โอ่อ่า มิติดี

 



 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2007, 06:41:17 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
คุณขุนจิตครับ...สาย Belden ที่แบ่งกันใช้โดยคุณพจน์...กับ Belden ที่ขายโดยร้านนัฐพงษ์ นี้เป้นตัวเดียวกัน...หรือใกล้เคียงกันหรือไม่ครับ ???

ผมเคยลองแต่ที่ร้านนัฐพงษ์เอามาขายครับ ;)
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
ครับคุณ  ดาวเหนื่อ คงต้องดูเบอร์สาย ครับ   
แต่ของพี่ พจน์น่าจะถูกมากแล้วครับ คุ้มค่ามาก  แต่เพื่อนๆ คงต้องช่วยเสริมบ้าง ผมแค่ค้นหามารวมให้ครับ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
สายที่  9      ac neotech  NP-3PS52, NP-3PS40  ราคา 750-950 บาท

AC Power Cord

This special design of the power cable is world-patented UP-OCC conductor, and "UL" approved CL3PVC insulation, provides powerful current for the hi-end system in high quality sound reproduction
http://www.ninetechthai.com/neotech/index.html

สายตัวนี้  ผมเคยใช้งานอยู่ไม่นานมากนัก  เป็นรุ่น  ps52  ต้นเบสจะหนาหน่อยครับ 
โดยส่วนตัวครับจะชอบNP-3PS40  ภาพรวมน่าจะดีกว่า
ส่วนอื่นผมขอไม่ออกความเห็นครับ
รองอ่านหนังสือ  GM 2000 no 87 ครับ

 
 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
วางเรื่องสายมาต่อที่ปลักไฟผู้+เมียครับ
มาเริ่มที่ใกล้มือก่อนลย
ตัวที่  1  neotech   
  Power Cord Plug

This power cord plug is utilized high quality plastic shell with 24K gold plated OCC pins, the greater contract area and tightly connection to provide high conductivity
บุคลิคเสียง  คงต้องให้เพือนช่วยตอบครับ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
ตัวที่  2   มาว่า  5 ดาวเลยครับ 
   watgate  350 i  ,wattgate 350 
   wattgate   330 i ,wattgate   330
โดยบุคลิด รุ่น i  จะต่างกันที่ปลายเสียง  ปลายเสียงของ I จะกระขับกว่า และเก็บตัวเร็ว  โดยพื้นสียงอื่นไม่ต่างกันมากนัก
ส่วนฝ้า  ก็มีลักษณะคล้ายกัน  ฝาขาวใส   ปลายเสียงจะกระชับเช่นกัน 
สิ่งที่ปลัก ตัวนี้  ให้ คือความเป็นดนตรีสูง  ราคา ที่เมืองไทย ตังไว้๔กมาก  3000 กว่า บาท
  แนวเสีบงครบเครื่อง  บรรยากาศรอบตัวตนดีมาก  มิติไม่ต้องพูดถึงครับ  ได้ความนิ่งและตำแหน่ง  บรรยายไปก็มีแต่ข้อดี  คงจะหาคู่ปรับยาก
ข้อเสีย  แพง  แต่ก็คุ้มค่าครับ

 

พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
ตัวที่  3  fim 302  fim 303   ราคาขาย 1900  บาท 
ถ้าจะป็นรองก็ wattgate  ครับ 
สิ่งที่แตกต่าง  ปลายเสียงของ Fim จะติดหวาน  จนบางท่านรู้สึกรับรู้เหมือนนักร้องสาวขึ้นครับ   
ข้อที่ยังเป็นรอง wattgate อย่างเห็นได้ชัด คือความหนา ของเสียงจะหนากว่า

http://www.audio-teams.com/accessories/fim302-303/1.shtml

 ลองเล่น FIM 302 + 303

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
   

เป็นที่รู้จักกันอย่างดีพอสมควรแล้วกับปลั๊กไฟสีฟ้าสดใส ให้สุ้มเสียงโทนอบอุ่น เนื้อเสียงอิ่ม ระคนหวานประปรายในนาม FIM ที่ย่อมาจากชื่อเต็ม First Imprestion Music หลังจากที่บริษัทได้รับชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่ต้อนรับกันอุ่นหนาฝาคั่งจากการผลิตแผ่นซีดีคุณภาพสูงในชื่อเดียวกัน

ตัวปลั๊กผนัง FIM 880 นั้นนักเล่นหลายคนในบ้านเรารู้จักสรรพคุณเป็นอย่างดีแล้ว แต่หลายท่านยังคงไม่รู้จัก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากยังไม่เชื่อเรื่องราวประเภทนี้เป็นทุน ผู้เขียนจึงขอแทรกไว้ให้เป็นข้อมูลแก่ผู้ที่ยังไม่มีโอกาสฟังแต่มีความสนใจไว้อ่านพอสังเขป เพื่อเป็นอีกหนึ่งความเห็นในแนวทางการลองเล่นอุปกรณ์ประเภทนี้ ที่มักไม่ค่อยมีการกล่าวถึงอย่างเป็นทางการ

สุ้มเสียงหลักๆของปลั๊กไฟ FIM 880 สีฟ้าสดใสนี้ให้ลักษณะที่ตรงข้ามกับสีสันไปพอควร กล่าวคือเป็นเสียงในโทนอบอุ่น เนื้อเสียงนุ่มนวล ให้ความต่อเนื่องของเสียงได้ดี ไม่เน้นให้เกิดความคมชัดของอิมเมจเกินเลย ในขณะที่เก็บเงาเสียงรอบๆตัวโน้ตได้พอดีไม่มากไม่น้อย ทำให้ฟังสบายเพลิดเพลินและไม่รู้สึกว่าเสียงแห้ง ในทางกลับกันยังปนความหวานไว้พอปะแล่มๆ (หู) อีกด้วย มิติเสียงก็สวยงาม เว้นระยะช่องว่างระหว่างเสียงค่อนข้างดี ในเรทราคาไม่เกิน 3,000 ถือว่าคุ้มเงินทุกบาท อย่างไม่มีข้อสงสัย

แต่ที่จะมารายงานกันในครั้งนี้ ไม่ใช่ปลั๊กผนัง แต่เป็นขั้วปลั๊กต่างหากโดยมีทั้ง Male Plug (FIM 303) และ Female Plug (FIM 302) ที่ใช้งานเป็น Connector ต่อสายไฟชนิด Audio Grade ซึ่งขั้วปลั๊กที่กำกับเกรดแบบนี้ (ของ PS Audio กำกับด้วย A/V Grade) กำลังเป็นที่นิยมมากในวงการเครื่องเสียงต่างประเทศ

   

รายละเอียดโดยสังเขป

เนื้อฉนวนเกรดดี โครงสร้างแข็งแรง (Female Plug 302 เสียบเข้าหลังเครื่องแน่นมาก)
ออกแบบและผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา
ตัวนำเป็นทองแดง UPOCC มีความบริสุทธ์สูง
ชุบทอง 24 K ไมครอนสูง
ทนกระแสได้สูงถึง 15 แอมป์ (ใช้งานกับเพาเวอร์แอมป์ใหญ่ๆได้ ไม่อั้น)
(รายละเอียดอื่น สอบถามโดยตรงที่ผู้จัดจำหน่าย)

ติดต่อ หนุ่มไฮ-ไฟ 0-2591-3454 01-442-0687
ราคาประมาณ 1,900 บาททั้ง Male Plug และ Female Plug


--------------------------------------------------------------------------------

ผู้เขียนได้รับขั้วปลั๊กทั้งสองจากคุณหนุ่มไฮไฟเจ้าเก่า แจ้งว่าให้ลองฟังดูเล่นๆ จากการลองฟังชิมลางในครั้งแรกที่ต่อเป็นสายไฟเพื่อเบิร์นอิน พบว่าแม้น้ำเสียงทั้งหมดจะมีบุคลิกเฉพาะตัวค่อนข้างชัดเจน แต่น้ำเสียงโดยรวมมีแววน่าสนใจ จึงเบิร์นต่อเนื่องทันที 5 วันต่อเนื่อง การลองเล่นจริงๆจึงเริ่มต้นจากจุดนี้ โดยที่ผู้เขียนได้ทำการแยกขั้วปลั๊กทั้งสองออกจากสายเส้นเดียวกัน แล้วประกอบสายใหม่อีกสองเส้น (ใช้สายไฟมาตรฐานที่แถมมากับเครื่อง เหมือนกันทั้งหมด) เส้นหนึ่งประกอบ FIM 302 เข้าส่วนปลายเพื่อเสียบเข้าที่เครื่อง ส่วนอีกเส้นประกอบ FIM 303 เข้าที่ต้นทาง สุดท้ายใช้สายแบบเดียวกันไม่ตัดหัวท้ายในการฟังเทียบเพื่อสรุปเปรียบเทียบ

แล้วจึงสรุปผลรวมของการใช้เข้าคู่กันทั้งขั้วปลั๊กตัวผู้และตัวเมียเพื่อวัดผลในอีกเงื่อนไข ทั้งหมดนี้ผู้เขียนใช้สายไฟเพียงเท่าที่แจ้ง ไม่ได้ใช้กับสายไฟเกรด Audiophile ที่นิยม เนื่องจากเกรงว่าจะมีตัวแปรเพิ่ม ทั้งๆที่คาดว่าคุณภาพเสียงโดยรวมน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากกว่า

วิธีการฟังก็ไม่ยุ่งยาก คือลองเทียบทีละคู่ แล้วคงเงื่อนไขอื่นให้เหมือนกันหมด เริ่มต้นก็ใช้สายไฟจากเครื่องเล่นซีดี จากนั้นก็ย้ายไปอินทีเกรตแอมป์ จับใจความได้อย่างไรก็จดบันทึกไว้ แล้วก็เริ่มจับคู่ที่สอง,สาม,สี่ ไปเรื่อยๆจนครบ เพลงที่ใช้ก็มีทั้งแนว Audiophile รวมถึงแผ่นเพลงไทยทั่วไป และใช้เพลงอ้างอิงเพลงเดียวกันตลอดการเปรียบเทียบทุกครั้ง ทำอย่างนี้หลายรอบ หลายเวลา เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเป็นผลจากปลั๊กที่ลอง ไม่ใช่ตัวแปรตัวอื่น

   

มาที่คุณภาพเสียงกัน

คุณภาพเสียงโดยรวมถือว่าเข้าขั้น ให้ความกลมกลืนของเสียงตลอดย่านได้เป็นอย่างดี มีเนื้อเสียงอวบอิ่ม อบอุ่นเข้มข้น ติดไปทางหนานุ่ม หมายถึงถ่ายทอดเนื้อเสียงทั้งหมดอย่างมีเนื้อมีหนัง ทรวดทรงเต็มอิ่ม มีบอดี้ แต่ก็ไม่ปล่อยให้มวลเสียงทั้งหมดรุ่มร่ามขาดความกระชับ

ตรงนี้ค่อนข้างสำคัญ ส่วนใหญ่แล้วปลั๊กไฟราคาประหยัดที่มีน้ำเสียงในทำนองอวบอิ่มเจ้าเนื้อแบบนี้ มักจะคลายโฟกัสความชัดเจนลงไปมาก หรือไม่ก็เป็นเสียงที่ขาดความเข้มข้นของมวลเสียง ฟังดูคล้ายกับไม่มีทรวดทรงและน้ำหนัก

ประเด็นที่อ้างถึงข้างต้น ขั้วปลั๊กทั้งสองตัวสอบผ่านฉลุย

เมื่อโทนเสียงหลักติดไปทางโทนอบอุ่น จึงเป็นผลทางตรงที่ทำให้เสียงทั้งหมดนุ่มนวล ไม่ส่ออาการแข็งกร้าวหรือสาดพุ่ง อาการประเภทเสียงแหลมกระด้าง หยาบ ก้าวร้าวจึงไม่เคยปรากฏตลอดเวลาการลองเล่น ถ้าจะมี ผู้เขียนค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะมาจากส่วนอื่นที่ยังไม่ลงตัวในชุดของท่านผู้อ่านแน่นอน

มิติเสียงก็สวย ให้รูปวงโค้งเกือบเป็นทรงครึ่งวงกลมสวยงามดี ความสงัดและบรรยากาศรอบตัวโน้ตอยู่ในเกณฑ์กำลังดี ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ในขณะที่จะเน้นในส่วนของน้ำเสียงให้มีมวลอิ่มและเกิดความต่อเนื่องน่าฟังของเสียงมากกว่า

มีเงินแค่ซื้อขั้วปลั๊กตัวเดียว ตัวไหนเด่นกว่า ?

คำถามนี้ผู้เขียนตอบฟังธงให้ไม่ได้ แต่พอเสนอเป็นแนวได้ว่า ผู้อ่านควรคำนึงถึงปลั๊กผนังที่ใช้ รวมถึง IEC Socket ที่หลังเครื่องร่วมด้วยว่ามีคุณภาพสูงขนาดไหนยี่ห้อใด จุดนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนและมีตัวแปรมาก โดยเฉพาะเครื่องที่จะใช้เปรียบเทียบต้องมีมากพอ (ผู้เขียนมีชุดอ้างอิง 2 ชุดซึ่งนับว่าน้อยเกินไป) อีกทั้งยังต้องใช้เวลาในการลองนาน ไม่เหมาะกับคอลัมน์ "ลองเล่น" นี้สักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าสรุปสั้นๆเท่าที่ลอง

ถ้าเอาความสมดุลของเสียงทั้งหมด เน้นความกลมกลืน โดยยังคงรักษาความกระชับแน่นของเสียง ให้เป็นเสียงที่มีแรงปะทะย้ำเน้นได้ดี ก็เลือก Male Plug

แต่ถ้าต้องการความเป็น Fim จ๋า มีเนื้อเสียงอวบอิ่ม เจ้าเนื้อ มีความต่อเนื่องลื่นไหลน่าฟัง เสียงทุ้ม - กลาง - แหลม กลมกล่อมไม่จัด ไม่สาดพุ่ง Female Plug คือทางออกที่ดี

ประมาณนี้คงพอจะจับแนวทางกันได้นะครับ

มาที่คำถามยอดฮิต ถ้ามีงบถึงแค่ชิ้นเดียว ควรเริ่มต้นที่ ?

ก็ต้องขึ้นอยู่กับเครื่องที่ใช้ว่าเป็นเครื่องยี่ห้ออะไรรุ่นไหน แล้วตัวผู้อ่านเองมีความต้องการคุณลักษณ์ในแบบใดเพิ่มขึ้นจากเดิม สมมุติในตัวอย่างรสนิยมของผู้เขียนเอง หากยืนเงื่อนไขที่ใช้งานกับเครื่องเล่นซีดี NAD รุ่น C541i ผู้เขียนจะเลือกใช้ Male Plug แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น Rotel RCD 02 คำตอบก็อาจจะเปลี่ยนเป็น Female Plug ได้

   

ทั้งนี้ท่านผู้อ่านก็ควรพิจารณาไปพร้อมกับสายไฟที่จะใช้ไปในคราวเดียวเลย ว่าจะให้เป็นแนวส่งเสริมหรือหักล้างกับขั้วปลั๊กที่จะใช้งาน อาจจะดูแล้วเหมือนกับยาก ถ้าคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่หากมองในแง่ศิลปะศาสตร์มันค่อนข้างจะเข้าใจไม่ยาก หลักการเดียวกับการปรุงอาหารนั่นเลย

แล้วระดับชุดที่เหมาะสมล่ะ

ไม่มีข้อห้ามสำหรับผู้อ่านที่ต้องการใช้ขั้วปลั๊กราคาขนาดนี้กับเครื่องเล่นดีวีดีราคาไม่กี่พัน แต่ในความคิดข้องผู้เขียน คงดูจะไม่คุ้มเงินเท่าใดนัก เอาเงินจำนวนเท่ากันไปเปลี่ยนเครื่องรุ่นใหญ่ขึ้นน่าจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกว่า

เพราะฉะนั้นแล้ว ควรให้ขนาดของสายและชุดที่จะใช่ร่วมใหญ่สักนิดน่าจะดีถึงดีมาก ชุดเครื่องเสียงสเตริโอสักชุดละเจ็ดแปดหมื่นขึ้นไปน่าจะกำลังดีกับขั้วปลีกระดับนี้ หรือชุดที่เลยขึ้นไปกว่านี้สักเท่าตัวก็จะเห็นคุณค่าทวีคูณขึ้นไปอีกมากโข

ยิ่งชุดเครื่องเสียงอเนกประสงค์ประเภทดูหนังฟังเพลงในชุดเดียวสไตล์เสียงยุคมิลเลเนียม ผู้เขียนยิ่งเห็นสมควรจะเสนอให้ลองหาขั้วปลั๊ก Fim มาใช้งานสักตัว จะใส่ที่เครื่องเล่นดีวีดีหรือที่เอ/วี รีซีฟเวอร์ก็ได้ ไม่ว่ากัน

นอกจากจะได้เรื่องเสียงแล้ว ลองสังเกตภาพที่ได้ดูด้วย

แล้วจะรู้ว่า "ไสยศาสตร์มีจริง"

 

Gold Lighton
เมษายน 2548


 

 
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2007, 06:38:52 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
เพื่อนๆๆครับ  ข้อมูลบางตัวที่คิดว่า  ขัดแย้ง  หรือ  สิ่งที่คิดว่า ใครทดลองแล้วไม่ตรงช่วยบอกกกล่าวด้วย  ข้อเสนอ ดีข้อแนะนำด้วย
  ช่วยเติมด้วยครับ
ผมจะได้รวมไปอยู่ที่ accessorise เข้าไปอยู่ในห้วข้อ ข้อแต่ละตัวด้วย  ครับ  ช่วยกัน ฮิอิ
ขอบคุณ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
ผมจะกลับไปดูเบอร์ที่สายให้ครับ...แต่ Belden ที่ซื้อที่นัฐพงษ์ราคาไม่เกิน 100/เมตรครับ....
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
สายไฟ AC ของ Belden ที่ร้านนัฐพงษ์...มีตัวหนังสือที่สายดังนี้

NEW GENERATION (R) BY BELDEN-M  5001 UE  CL 3 R 75C  3C12(UL) E 34972  1904  1504  T25
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
สาย Belder ที่ร้านนัฐพงษ์ไม่มีฟอลย์...ครับ  น่าจะเป้นรุ่นเล็กกว่าที่ของคุณพจน์ ;)
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
ครับ  น่าจะเป็นรุ่นเล้กก่อนหน้านัน  ก็เคยเอามาเล่น  ไม่แน่ใจตัวเดียวกันเปล่า  แต่แนวเสียงใกล้กัน  แต่ปลายเสียงซิ  ฮิฮิ ห่างพอสมควร
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ หมี

  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 11,828
  • เพศ: ชาย
ไม่มีสาย Tsunami 2 มาเพิ่มเหรอครับ อยากทราบว่าเป็นยังไง  :)

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
น้องต้นก็เคยลองแล้วนี่ครับ  มาเขียนหน่อยซิ 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ pokky

  • *
  • กระทู้: 49
สายของ TKD เสียงแนวไหนบ้างครับ

ออฟไลน์ หมี

  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 11,828
  • เพศ: ชาย
สายของ TKD เสียงแนวไหนบ้างครับ

ผมได้ลองบ้างนิดหน่อยครับ ออกแนว ใสๆ เบสอาจจะบางหน่อย แต่เห็นว่าราคาไม่สูงก็พอใช้ได้ครับ ดีกว่าสายแถม  ::)

ออฟไลน์ paganini

  • Vinyl Mania
  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,479
  • เพศ: ชาย
  • Vinyl Mania
    • My Favorites Web
กำลังมองหาสายไฟมาโมเครื่องกรองไฟ Magnet LC-1 เลยครับ ตัดสินใจยากเหมือนกัน 8)
เมื่อสิบกว่าปีก่อน คอลัมน์หนึ่งในหนังสือสตาร์พิคคือ VinylMania เขียนโดยปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ ทำให้เด็กคนหนึ่งคลั่งไคล้ตามหาเพลงที่เขาเขียนถึง แม้จะไม่มีเงินซื้อแผ่นเสียงก็ตาม วันนี้เ็ด็กคนนั้นกำลังตามหาสิ่งเดียวกัน http://niwatblog.com/

ออฟไลน์ ดาวเหนือ

  • Norts Star
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 9,630
  • เพศ: ชาย
  • จะคิดถึงตัวเราใย. . . . . . . . จะต้องตายทุกคนไป
กำลังมองหาสายไฟมาโมเครื่องกรองไฟ Magnet LC-1 เลยครับ ตัดสินใจยากเหมือนกัน 8)

ผมว่ากรณีของคุณpaganini...ก็ใช้สายของ Cardas อยู่หลายจุดแล้ว...สาย Mo ก็น่าลองสาย Cardas ที่แบ่งขายเป็นเส้นเดียวๆเอาไว้เดินภายในเครื่องดูก็น่าจะดีนะครับ
Speakers : AKG K-7XX , NHT Super Zero
Amp : Burson Soloist , Poem
Source : marantz CD-63mkII KI , TEAC R-5

ออฟไลน์ หมี

  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 11,828
  • เพศ: ชาย
น้องต้นก็เคยลองแล้วนี่ครับ� มาเขียนหน่อยซิ�

คุณ ต้น รีวิวหน่อยคับผม  ;)

ออฟไลน์ paganini

  • Vinyl Mania
  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,479
  • เพศ: ชาย
  • Vinyl Mania
    • My Favorites Web
อ้างถึง
สาย Mo ก็น่าลองสาย Cardas ที่แบ่งขายเป็นเส้นเดียวๆเอาไว้เดินภายในเครื่องดูก็น่าจะดีนะครับ

นอกจากร้านขคุณขุนจิต แล้วมีที่ไหนขายสายคาดาสบ้างครับ ในย่านฝั่งธนฯ
เมื่อสิบกว่าปีก่อน คอลัมน์หนึ่งในหนังสือสตาร์พิคคือ VinylMania เขียนโดยปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ ทำให้เด็กคนหนึ่งคลั่งไคล้ตามหาเพลงที่เขาเขียนถึง แม้จะไม่มีเงินซื้อแผ่นเสียงก็ตาม วันนี้เ็ด็กคนนั้นกำลังตามหาสิ่งเดียวกัน http://niwatblog.com/

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
 Acoustic Zen Tsunami MKII สายไฟจอมพลังก็ถูกพูดถึง
« on: Today at 08:14:30 AM »     

--------------------------------------------------------------------------------
เชิญอ่านครับ

http://www.audio-teams.com/atm_present/accessories/acousticZen/02.html

ลองเล่น Acoustic Zen Tsunami MKII
โดย..." Gold Lighton "
E-Mail :: grreview@hotmail.com


นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของผู้เขียน ที่จะต้องเขียนงานเขียนชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีความรู้สึกที่บรรยายเป็นตัวหนังสือไม่ถูก ไม่ใช่เพราะคุณภาพเสียงของอุปกรณ์ชิ้นนี้ แต่เป็นเพราะชื่อของมัน ที่ชวนให้ย้อนรำลึกถึงวันแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของคนไทยทั้งประเทศ วันที่ต้องสูญเสียพี่น้องร่วมชาติไปนับพันนับหมื่นชีวิตอย่างไม่มีวันกลับ

ก่อนที่จะถึงรายละเอียดของบทความชิ้นนี้ หากเป็นไปได้ และไม่รบกวนความเป็นส่วนตัวจนเกินไป ผู้เขียนก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านที่อ่านงานเขียนชิ้นนี้ ตั้งจิตอธิษฐาน ขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ช่วยดลบันดาลให้ญาติพี่น้องของผู้ประสบภัยจาก 'คลื่นยักษ์ซึนามิ' ในครั้งนั้น จงแคล้วคลาดปราศจากเภทภัยใดๆอีก เพราะเพียงภัยพิบัติในครั้งนั้น ก็หนักหนาสาหัสมากเกินพออยู่แล้ว ขออย่าได้ประสบเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้อีกเลย

Acoustic Zen Tsunami MKII : สายไฟจอมพลัง

สำหรับปีที่ผ่านมา จะว่าไปแล้ววงการเครื่องเสียงของเรา ก็ไม่ต่างกับโดนคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำเข้าไปเหมือนกัน ทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นชนิดไม่ทันตั้งตัว เครื่องอุปโภค-บริโภคที่ปรับตัวตามราคาน้ำมัน ผลกระทบเหล่านี้ส่งผลต่อเนื่องกับเหล่าเกษตรกร ซึ่งเป็นรากหญ้าของประเทศโดยตรง แม้จะรู้ตัวล่วงหน้า และพยายามหลีกเลี่ยงอย่างสุดชีวิต แต่ความพยายามเหล่านี้กลับไม่สัมฤทธิ์ผล

แล้วมันก็แปลกอยู่อย่างหนึ่ง ที่ของพวกนี้มีแต่ขาขึ้น ไม่มีขาลงกับเข้าบางเลย

บ้านต้องผ่อน รถต้องส่ง ไหนจะลูกเมียที่ต้องส่งเสีย ภาระรอบข้างรัดตัวเสียขนาดนี้ จะมีอารมณ์มานั่งฟังเพลงพักผ่อนหย่อนอุรา คงไม่ใช่เหตุอันสมควรแล้วกระมัง

นี่ถ้าบะหมี่ดาราของอากู๋ยังอดทนยืนหยัดอยู่จนถึงวันนี้ คงทำกำไรไม่น้อยเลยทีเดียว, จะว่ายังไงดีละครับท่านผู้อ่าน ตัวผู้เขียนเองยังต้องเจียดค่ากับข้าวมือเย็น จากที่เคยเป็นอาหารตามสั่งมื้อละสามสิบ มาเป็นมาม่าต้มยำกุ้งเพื่อเจียดเงินไปซื้อนมให้ลูกกับเขาเลยครับท่านผู้อ่าน และถึงจะบริโภคแค่บะหมี่ซองกึ่งสำเร็จรูป แต่ก็เป็นบะหมี่โกอินเตอร์, โก้ไม่หยอกเลยละครับ

สองเดือนที่ผ่านมานี้ จึงรู้สึกผูกพันกับจาพนมขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

คนกินบะหมี่ซองทุกวันอย่างผู้เขียน สังเกตไม่ยากครับ เดินไปไหนเจอแล้วทักรับรองไม่ผิดตัว หน้าตอบ คางแหลม จะเดินจะนั่งเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง ที่สำคัญคือเส้นผมที่หยักศกนิดๆ ตอนนี้มันพัวพันกันเหมือนเส้นบะหมี่ที่กินเข้าไปทุกที, น่าหยิกทีเดียว

เอาล่ะ, ไม่ใช่เวลาที่จะมาร่ำไรอีกต่อไป อย่างไรเสียก็ต้องทำมาหากินอยู่ดี วกไปวนมาประเดี๋ยวบก.ใหญ่ท่านรำคาญ ให้กินน้ำหมึกแทนน้ำเปล่า ผู้เขียนอาจต้องขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์สักฉบับ "ชีวิตสุดรันทด นักเขียนซดน้ำหมึกประชดพิษเศรษฐกิจ" จะเป็นเรื่องน่ายินดีกับคนที่รักผู้เขียนเขากระดูกไปกันไปใหญ่

คิดมากไปก็ฟุ้งซ่านเปล่าๆ ว่าแล้วก็คว้าเหรียญบาท กดโทรศัพท์ไปหาคุณพิจิตแห่งร้าน Paradise AV "พี่ครับ ผมเบื่อเส้นเล็กเต็มทนแล้ว ขอเส้นใหญ่ๆมาให้ลองสักเส้นจะขัดข้องไหม?" คุณพิจิตออกอาการงงงวย วันนี้ไอ้นี่มามุกแปลก จึงตอบผู้เขียนสั้นๆ

"ได้ครับ วันสองวันแล้วผ่านไปแถวนั้นพอดี จะติดมือไปให้ ว่าแต่จะเอาให้เส้นใหญ่แค่ไหนดีล่ะ?"

"เส้นไหนก็ได้ครับ ที่ใหญ่กว่าเส้นบะหมี่ ผมรับได้หมด"

สองวันให้หลัง 'เส้นใหญ่' จากคุณพิจิตก็ส่งมาถึงมือผู้เขียน ดูจากรูปกายภายนอกแล้ว มันก็ใหญ่สมชื่อจริงๆ เมื่ออ่านดูรายละเอียดที่สกรีนมากับเส้น พิมพ์กำกับไว้ว่า Acoustic Zen Tsunami MKII นี่สิ เส้นใหญ่ของจริง (เห็นไหมเล่า วกเข้าเรื่องจนได้)

จะว่าไปแล้ว ยี่ห้อ Acoustic Zen นี้ ได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมาระยะหนึ่งแล้ว โดยส่วนตัวของผู้เขียน เคยประทับใจในคุณภาพของสายไฟรุ่นเล็ก Zound Zen1 (หริที่เรียกกันจนคุ้นปากว่า CL3)ไม่น้อย เป็นสายไฟที่ให้สุ้มเสียงอิ่มแน่น เนื้อเสียงเข้มข้น โดยเฉพาะเสียงในย่านทุ้มนั้น ขอเรียนว่าใช้สำนวน 'ทุ้มเป็นลูกๆ' ได้อย่างไม่ขัดเขินทีเดียวเชียว นอกจากนั้น รูปวงก็ดี บรรยากาศก็ดี สองอย่างนี้มีให้เหลือๆ ไม่ทำให้รู้สึกขาดเหมือนสายไฟบางรุ่น

ชุดเครื่องเสียงไหนที่เสียงจัดจ้าน เด่นกลางแหลม หรือพุ่งสาดอ๊อฟไซด์เกินไป ต้องนึกถึง Zound Zen1 รุ่นนี้นี่แหละ แก้ทางกันได้สมน้ำสมเนื้อทีเดียว

คราวนี้คุณพิจิตจึงส่ง 'เส้นใหญ่' ที่ใหญ่ยิ่งกว่า Zound Zen1 มาให้ลองฟัง ชื่อรุ่นคือ Tsunami MKII เส้นที่ผู้เขียนกำลังโม้อยู่นี่แหละครับนายท่าน

พิจารณาสายไฟเส้นนี้ สีสันค่อนไปทางเทาเข้ม ขนาดของสายรวมฉนวนใหญ่ราวนิ้วชี้ผู้ชาย ฉนวนมีความแข็งตัวพอสมควร แสดงว่าโลหะตัวนำภายใน ต้องประกอบด้วยสายประเภทแกนเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ และพอต้องประกอบขั้วปลั๊ก จึงพบว่าโลหะตัวนำเป็นสายแกนเดี่ยวเช่นที่คาดเดาไว้จริงๆ

ฉะนั้นการจะประกอบสายไฟเส้นนี้ขึ้นมาใช้งาน ผู้เขียนเสนอแนะว่า หากท่านผู้อ่านไม่มีประสบการณ์ในเชิงนี้ หรือไม่มีความชำนาญในการประกอบสายไฟ ก็ควรให้ทางร้านประกอบให้ตั้งแต่เริ่ม น่าจะเป็นการสะดวกทั้งสองฝ่าย คนประกอบสายทุกวัน ย่อมมีความชำนาญ ละเอียดแม่นยำกว่า

แต่ถ้านับไปนับมา ที่สะสมอยู่ในห้องฟังเป็นสายไฟประกอบเองไม่ต่ำกว่าสิบเส้น แล้วไอ้สิบกว่าเส้นที่ว่า ก็ผ่านการประกอบจากตัวท่านเองทั้งหมด อย่างนี้ลงมือเองก็ได้ครับ

นอกจากจะเป็นสายไฟ 'เส้นใหญ่' แล้ว สายเส้นนี้ยังเป็น 'เส้นใหม่' สดๆออกจากม้วนอีกต่างหาก เรียกว่ากลิ่นฉุนโชยจากฉนวนเตะจมูกอย่างจังทีเดียว ผู้เขียนจึงต้องใช้งานสักระยะเพื่อประเมินผลในชั้นต้น ก่อนที่จะตัดสินคุณภาพที่แท้จริงตามธรรมเนียมที่ยึดถือปฏิบัติกับสายไฟทุกเส้นที่ผ่านหูมา

ครั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้นับชั่วโมงจริงจัง เนื่องจากติดพันฟังอุปกรณ์หลายชิ้น แต่จากการนับคร่าวๆ จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็คะเนว่าคงไม่ต่ำกว่า 150-200 ชั่วโมงนั่นแหละ สุ้มเสียงที่แข็งตึง ขาดการสวิงไดนามิก จึงจะคลายตัว ขยายขอบเขตไดนามิกให้กว้างขวางเต็มพิกัดอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนน้ำเสียงที่ราบรื่นต่อเนื่องนั้น มันก็เสนอหน้ามาให้ได้ยินมาพร้อมๆกันอย่างไม่ต้องโทรตามตัว

การใช้งานสายไฟเส้นนี้ให้ได้ศักยภาพเต็มพิกัด การจัดวางและสภาพแวดล้อมมีผลอย่างยิ่งต่อคุณภาพเสียง แม้ผู้เขียนจะทราบว่า โครงสร้างของสายไฟเอซีเส้นนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบโดยใช้ท่ออากาศเป็นตัวแบ่งแยกกลุ่มตัวนำเช่นสายของ Cardas Audio แต่ลักษณะเฉพาะตัวของสายแกนเดี่ยวของ Tsunami MKII นั้น ทำให้นึกถึงประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้รับจากสายไฟ Hovland ซึ่งใช้ตัวนำเป็นสายแกนเดี่ยวเช่นกัน

ทั้ง Tsunami MKII และ Hovland นั้น หากเสียบเข้ากับเครื่องแล้ว ไม่ควรไปขยับหรือบิดงอ หรือดัดสายไฟอีก ควรให้สายทิ้งตัวไว้เช่นนั้นระยะหนึ่ง จะพบว่าสุ้มเสียงที่เกร็งแข็ง เจิดจ้า ในการเสียบฟังครั้งแรก จะค่อยหายไปหลังจากนั้นสักหนึ่งวันให้หลัง

ผู้เขียนไปเอาที่ไหนมามั่วนิ่มอีกล่ะ?

ไม่ได้มั่วครับนายท่าน, ลองคิดตามนะครับ การจะตัดเส้นลวดสักเส้น นอกจากจะใช้คีมตัดเส้นลวดแล้ว วิธีที่ใช้ตัดลวดโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องไม้เครื่องมือ ก็คือการหักงอเส้นลวดที่ว่านี้ไป-มาหลายครั้งด้วยความเร็ว จากเส้นลวดที่แข็งตัวในระดับหนึ่ง ก็จะอ่อนตัวลงเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับเส้นลวดที่อ่อนตัว คือท่านจะพบว่าเกิดความร้อนสูงที่ตัวเส้นลวด จนเมื่อโลหะล้าตัวเต็มที่ หักงออีกสักหน่อย ประเดี๋ยวเดียวมันจะขาดออกจากกันในทันที

ด้วยเหตุผลข้างต้น แม้ว่าโลหะจะต่างชนิด แต่ด้วยการบิดสายไฟมาในระดับหนึ่ง แม้เป็นความร้อนจากการบิดสายเพียงเล็กน้อย ก็จะก่อให้เกิดความเครียดล้าสะสมในตัวสาย ในทางเทคนิคก็ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างตัวนำ ผลที่ตามมานั้น ท่านนักเล่นที่เป็นเจ้าของสายไฟเส้นนี้ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวท่านเองครับ

ส่วนใครที่ชื่นชอบอุปกรณ์ประเภทแขวนลอยสายไฟ ก็ขอเรียนว่า มันจะส่งผลเมื่อใช้งานร่วมกับสายไฟ Tsunami MKII เส้นนี้ค่อนข้างชัดเจนทีเดียว เรียกว่าเอาอะไรมารองสายไฟเส้นนี้ สุ้มเสียงจะเปลี่ยนไปในทิศทางนั้นๆอย่างรวดเร็ว

หนังสือ, แก้วน้ำ, กระป๋องน้ำอัดลม, กล่องใส่แผ่นซีดี หรืออะไรที่ท่านนึกออก ลองหยิบมารองสายไฟเส้นนี้ดู มันจะฟ้องออกมาด้วยลักษณะน้ำเสียงที่ได้ยินจากลำโพงเช่นเดียวกับที่มันเป็น ประเด็นนี้ฝากให้ลองดูเถิด จะเป็นเซียนหูตะกั่วหรือเซียนหูทอง วัดกันตรงนี้นี่แหละ, ฟังออกเมื่อไหร่ เตรียมเรียกรถพยาบาลไปเที่ยวหลังคาแดงกันได้เลย

แหะ แหะ... ชวนนางพยาบาลไปดินเนอร์น่ะครับ ไม่ใช่เรียกไปตรวจประสาท (มันบ้าอยู่แล้ว ตรวจไปก็เท่านั้น เปลืองเวลาเปล่าๆ)

เสียงล่ะ...เป็นไง?

เออใช่! เดี๋ยวครับนาย ขอเก็บงูที่หัวก่อน, เสียงของ Tsunami MKII เส้นนี้มาครบสูตรสายไฟเลยก็ว่าได้ มันมีทั้งพละกำลังขับดันในตัว เนื้อเสียงอัดแน่นเข้มข้น พร้อมที่จะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อยามที่สัญญาณดนตรีโหมเต็มพิกัด โดยเฉพาะในระดับความดังสูงๆ มันควบคุมทุกเส้นเสียงให้เป็นระเบียบดีมาก อาการสับสนอลหม่าน ซ้อนทับกันเหมือนคนตะลุมบอนนั้นไม่ปรากฏให้ได้ยินแม้แต่น้อย

นี่เป็นคุณลักษณ์เฉพาะตัวของสายไฟ ที่แปลกแยกแตกต่างจากสายชนิดอื่นชัดเจน เรียกว่าในงบที่เท่ากันแล้ว เรื่องพละกำลังต้องยกให้สายไฟเป็นเบอร์หนึ่ง เว้นแต่ไม่จำกัดราคานั่นแหละครับ สายสัญญาณหรือสายลำโพงระดับสูงๆที่เด่นเรื่องกำลังจะมีโผล่ให้เห็นกันบ้าง

เพ่งฟังที่ดุลน้ำเสียง ในภาพรวม Tsunami MKII จะปักหลักประมาณเสียงกลาง แต่จะให้ดุลเสียงเอนเอียงไปทางทุ้มมากกว่าเอียงไปทางแหลมเล็กน้อย นับเป็นแต้มต่อรองประมาณด้วยหูของผู้เขียนไว้ก็ "ทุ้มสี่ส่วน กลางสามส่วน แหลมสามส่วน" จากทั้งหมดสิบส่วนเห็นจะใกล้เคียงประมาณนี้ เพ่งลึกลงไปในส่วนของเสียงกลางลงไปหาทุ้ม ทุ้มต้น หรือทุ้มตอนบนนั้นโดดเด่นมากทั้งปริมาณและคุณภาพ

ใครที่นิยมเสียงทุ้มตอนบนที่อิ่มหนา มีมวลอัดแน่น มีสัมผัสแรกกระทบที่คมชัด เนื้อเสียงที่ควบแน่น มวลเสียงที่ทึบเข้ม แต่ไม่ถึงกับขุ่นทึบจากสายไฟเส้นนี้ จะต้องถูกใจในไม่กี่นาทีแรกที่สัมผัสเสียงของมัน จะพ้นจากฤทธิ์เดชของ Tsunami MKII ในแง่มุมนี้ เห็นทีจะทำใจลำบากเสียแล้วครับนาย ยิ่งลองฟังกับแผ่นประเภทนักกล้ามหวดกลองทั้งหลายด้วยแล้ว มันให้เสียงหวดกระหน่ำกันชนิดไม่มียั้งมือทีเดียว

งานนี้ไม้กลองไม่หักคามือ หนังกลองไม่ขาด ไม่เลิกเล่นแน่นอน, เว้นแต่แม่ทูนหัวสั่ง กรณีนี้ตัวใครตัวมันครับ

เป็นเพราะว่ามีฐานเสียงที่เต็มอิ่มหรืออย่างไรไม่ทราบได้ แต่อิทธิพลดังกล่าว มันแผ่มาถึงเสียงกลางและแหลมอย่างเป็นกระบวน เรียกว่าติดสอยห้อยตามกันเป็นระเบียบทีเดียวเชียว โดยเฉพาะย่านเสียงกลางนั้นที่ต่อเนื่องลงไปหาเสียงทุ้ม หากได้สัมผัสเสียงแหบห้าวแต่เปี่ยมด้วยพละกำลังของป๋า Harry Belafonte สักครั้ง คงต้องตะลึงในพละกำลังที่แฝงตัวอยู่ในแต่ละท่อนเพลงได้เป็นอย่างดี แหม...ป๋าเล่นร้องหมดปอดเสียอย่างนี้ ใครจะเลียนแบบได้ละครับ

ครั้นเปลี่ยนมาที่น้าสาว Clair Marlo ที่มักเสียงแหบแห้ง ลีบบาง เจิดจ้า เมื่อต้องเข้าชุดคู่กับสายไฟผิดสำแดงบางเส้น นั่นถึงกับนั่งฟังไม่ได้กันทีเดียว ไอ้ครั้นจะหันไปยืนฟังหรือนอนฟังมันก็กะไรอยู่ ไม่เห็นมีใครที่ไหนเขาทำกันด้วย

แต่กับสายไฟ Tsunami MKII มันกลับช่วยเติมเนื้อเสียงที่บอบบางของแผ่นนี้ให้อิ่มเอิบขึ้น โดยยังรักษาความสด ความฉับพลันทันทีทันใดที่เป็นจุดขายของแผ่นยี่ห้อนี้ไว้อย่างเหนียวแน่น ถ้าเนื้อเสียงที่มีมวลอิ่มหนา แล้วต้องถ่ายทอดลีลาเชื่องช้าอืดอาดเป็นเรือเกลือแล้วละก็ ลืมไปได้เลยครับนายท่าน คาดเดาไปผิดถนัดกับสายไฟเส้นนี้แน่นอน

ใครที่ติดใจเสียงกลางที่เปี่ยมพลังผลักดัน เนื้อเสียงแน่น แต่ไม่ชอบเสียงโทนเสียงบางๆ บอดี้กะทัดรัด มันก็ต้องสายไฟเส้นนี้นี่แหละถึงจะเข้าทาง

แรงส่งจากย่านเสียงกลาง มันต่อยอดไปสุดปลายเสียงแหลมชนิดไม่มีการบิดเบือนโครงสร้างน้ำเสียงที่เอิบอิ่มมีมวลแม้แต่น้อย เสียงเครื่องดนตรีเครื่องเคาะอย่างเสียงแบหรือไฮแฮ็ท จึงมีเนื้อมวลที่ข้นแน่น ร้อยรัดให้เสียงฉาบที่หลุดลอยออกมาจากลำโพง มีทรวดทรง มีบอดี้ แทบจะเรียกว่าเห็นเป็นเม็ดกลมๆทีเดียว แล้วก็ไม่ใช่เม็ดเล็กๆลูกใสๆนะนายท่าน มันใหญ่กว่า และหนากว่าพอตัวเลยละครับ

 

 
ยิ่งเสียงกระดิ่งประเภทลากหางเสียงให้กังวานไปไกล ก็ยิ่งจับจุดได้ว่ามันให้อิมแพ็คที่เด็ดขาดชัด (แต่ไม่) คมจนขึ้นขอบ มวลเสียงที่เต็มอิ่มด้วยเนื้อหลัง มันช่วยให้การฟังแผ่นเพลงยุคใหม่ที่มีอาการติดแข็ง หรือหยาบกร้านในช่วงปลายเสียงแหลม ไม่พุ่งสาดเป็นลิ่มมากเกินไปอีกต่างหาก
ลองเสียบสายไฟเส้นนี้เข้าไปในชุดเครื่องเสียงเมื่อไหร่ คล้ายอัดทิปให้นักดนตรีคนละห้าร้อยก็ไม่ปาน เรี่ยวแรงแข็งขัน กระฉับกระเฉงขึ้นมาทันที จะว่าไปก็แปลก สายไฟเส้นเดียวให้ผลลัพธ์จนนำมาขยายความกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ

ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามาจริง คงไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องเสียงกันแล้ว, เล่นมันแต่สายไฟนี่แหละ
มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมดนะนาย เรื่องของสายไฟ ยังไงผลต่างมันก็ต้องน้อยกวาเปลี่ยนเครื่องวันยังค่ำ แต่ที่สาธยายมายาวยืด ก็เพราะต้องการขยายความในส่วนต่างที่ว่าน้อยกว่านี้ ให้ละเอียดครบถ้วนยิ่งขึ้น

ยืนห่างโฉมงามนับสิบเมตร จริงที่เห็นรูปโฉมสัดส่วนเธอทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าได้เข้าใกล้เธอขึ้นมาอีก ก็แหมแก้มผ่องๆที่เห็นอยู่ไกลลิบนั่น มันชัดเจนเสียที่ไหนละนายท่าน มันต้องยืนประชิดชนิดตาต่อตาเม้าท์ทูเม้าท์ (เอ๊ย! ไม่ใช่) ถึงจะเพ่งพิศถึงความงามในแต่ละส่วนได้อย่างทั่วถึง...นั่นๆ ดูมันทำ เก็บงูที่หัวด่วน แม่ทูนหัวเธอมาโน่นแล้ว

มองใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่าต่างต่างหูที่เธอใส่ มันแม็ทช์กับจี้ที่ห้อยในลำคอชัดเจน มันประดับด้วยนิลเม็ดเหมาะล้อมกรอบด้วยพลาตินั่มวาววับ แล้วดูอายชาโดว์ที่เธอใช้ซีครับนาย สีเข้มขลับที่ใช้ประสานกับขนตาที่งอนงาม มันช่วยยกให้ดวงตาของเธอเปล่งประกายแวววาว เข้ากันกับเครื่องประดับที่สวมใส่อย่างแท้จริง มันก็อุปมากับเครื่องเสียงได้ประมาณนี้ละครับ

อานุภาพจากอุปกรณ์เสริมอย่างสายไฟ มันก็ขึ้นกับว่าใครจะ 'มองผ่าน' หรือ 'มองพิศ'

อา...ปานศักดิ์ (ไปทะเล) อีกแล้วครับนายท่าน

กลับมาเว้ากันเรื่องสายไฟ Tsunami MKII กันต่อ, มิติเสียงจากสายไฟเส้นนี้ ไม่ธรรมดาครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนชื่อเสียงเรียงนามของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

คลื่นยักษ์ทซึนามิ? ใช่แล้วครับนายท่าน มิติด้านหน้าที่ขยับเข้าหาตำแหน่งฟัง ปีกซ้ายขวาที่โอบเข้าหาตัว ให้ความรู้สึกแตกต่างกับนิยาม 'เสียงพุ่ง' ไปคนละทิศทาง มันไม่พุ่ง แต่คล้ายกับว่านั่งฟังแถวหน้าติดขอบเวทีมากกว่า ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะระนาบแถวสอง-สาม มันยังติดตามมาอย่างเป็นระเบียบ ไม่ใช่แบนเป็นกระดานโต้คลื่นเสียที่ไหนเล่า

ส่วนที่โอบล้อมเข้าหาตัว มันก็ถ่ายทอดได้อย่างมีชั้นเชิงศิลปะ รักษาความชัดเจนและเข้มข้นของด้านข้างให้ทัดเทียมกึ่งกลาง ไม่ปล่อยให้ขาดเนื้อหนัง ทางด้านที่ร่นลึกเข้าไปด้านหลังนั้น ก็รักษาความคมชัดได้ดี มีช่องไฟเว้นไว้ในแต่ละพื้นที่ พื้นเสียงที่รองรับแม้ไม่สะอาดใสสุดๆ แต่ก็เหลือเฟือชนิดไม่น้อยหน้าใคร ที่เด่นกว่าคือ มันรักษาความนิ่งในการครองตำแหน่งของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นได้ยอดเยี่ยม ไม่ว่าความดังระดับไหน ก็ยังคงตรึงนิ่งอยู่ตรงนั้น อาการวูบวาบในความดังสูง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII รุ่นนี้แน่นอน

กำลังจะจบแล้ว ดันมีเรื่องให้ต้องลองอีกจนได้

"คุณช่วยเอาไปต่อในชุดดูหนังด้วยนะ ผมว่ามันมีบางอย่างที่คุณต้องสนใจ" เสียงคุณพิจิตย้ำหนักแน่น "กำลังจะส่งคืนพอดีครับ นี่ยืมมาก็ร่วมสองเดือนแล้ว" ตอบด้วยความเกรงใจ "คุณช่วยลองสักหน่อย ขอแบบวอลลุ่มสูงๆนะ เล่นให้ดังสนั่นห้องไปเลย เชื่อผมสิ ฟังเสร็จแล้วค่อยคืนทีหลัง"

ผู้ขายย้ำหนักแน่นถึงเพียงนี้ มันต้องมีประเด็นให้ขุดคุ้ยเพิ่มขึ้นแน่นอน

ไม่เสียเวลา, จัดแจงต่อเข้าชุดดูหนังทันที ใช้งานอีกระยะตามประสา ถึงได้รู้ว่าที่คุณพิจิตเว้นวรรคไว้ให้ลองฟังเองมันคืออะไร

นั่นไงล่ะ, หวุดหวิดผิดพลาดไปเสียแล้ว ทั้งภาพและเสียงต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกันเลยละครับนายท่าน มันจะเป็นไปด้วยหลักการอะไรก็ตามแต่ แต่ที่แลเห็นด้วยสองตา-สองหู มันก้เป็นไปอย่างนั้นจริงๆ

ไม่มั่นใจ ไม่อุปทาน ก็ต้องเพราะกินมื้อเที่ยงผิดสำแดงแน่ๆ ตามสาว (เอ๊ย!) คนข้างบ้านมาช่วยกันชมอีกสักหลายรายสักหน่อย เผื่อว่าเริ่มจะดื้อยาโรคประสาทที่หมอจ่ายให้

 

มันก็แปลก ไม่ได้บอกกล่าวอะไรสักคำ สลับสายไฟไป-มาสักรอบสองรอบ พวกถึงกับอุทาน "เป็นไปได้ยังไง แค่สายไฟเส้นเดียว" ผู้เขียนหยิบยาเม็ดยื่นให้ "เฮ่ย ไม่ได้บ้า"

"ช่วงนี้ฝนฟ้าอากาศไม่ค่อยดี กินวิตามินซีบ้างสักเม็ดสองเม็ด ช่วยป้องกันไข้หวัดได้" แหม เห็นแค่วิตามินซีก็กลัวลนลานเสียแล้วเพื่อนเรา

จะว่าแปลกก็แปลกครับนายท่าน ก็อย่างที่ต้องยกอ้างเสียงของเพื่อนผู้เขียนยกขึ้นมานั่นแหละ สุ้มเสียงที่ได้นั้นมันยังพอเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง บรรยายไปข้างต้นนั้นก็พอเป็นนามธรรมที่พอจะเข้าใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ไอ้ภาพที่เห็นกับสองตานี่ซีครับ มันน่าทึ่งอย่าบอกใครทีเดียวเชียว

มาแจกแจงกันในแต่ละประเด็นให้หายข้องใจดีกว่า

สีสันดูอิ่มแน่น ส่งผลให้ภาพรวมดูมีพลัง ยกระดับความสว่างของภาพขึ้นอีกไม่น้อย ไม่รบกวนในส่วนที่มืดลงไป ช่วยแยกระดับคอนทราสต์เข้ม-อ่อน สว่าง-มืดได้แจ่มชัดขึ้น, ว่างั้นเถอะครับ

ความต่อเนื่องในการแพนภาพไป-มา จุดนี้ก็เด่นชัดไม่น้อย โดยเฉพาะในฉากแอ็คชั่นฉวัดเฉวียนตัดไป-มากันหลายๆช็อต ที่สายตามักจับผิดได้ง่าย โดยออกทางอาการล้าสายตา เป็นอันว่าราบรื่นขึ้นทันตาเห็น

ประเด็นสุดท้าย การเรียงลำดับชั้นมิติของภาพ ส่วนนี้ยิ่งสายไฟอยู่ในชุดดูหนังที่ใช้เครื่องฉายภาพยิ่งจะสังเกตเห็นชัดมากขึ้น ภาษาเซียนภาพเขาว่าภาพดูเป็นฟิล์มมากขึ้น มีทั้งชัดตื้นและชัดลึกในคราวเดียว ก็ขนาดผู้เขียนเองใช้จอทีวีสามสิบกว่านิ้ว ยังเห็นตำตาขนาดนี้ มีหรือชุดที่ใหญ่กว่าอาการที่ว่าจะไม่ปรากฏ นี่กระมังที่คุณพิจิตต้องการให้ทบทวน

แต่มันก็น่าแปลกไม่น้อย ที่เขียนอยู่นี้ก็ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับหลักการใด เอาเป็นว่าถ้านายท่านมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางภาพ ก็ถือเสียว่าได้คุณภาพเสียงที่สมบูรณ์ขึ้นก็คุ้มค่าแล้ว แต่สำหรับท่านที่เกิดอาการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงนิทศทางเดียวกับผู้เขียน อันนี้ตัวใครตัวมันนะนายท่าน, ผีหลอกกลางวันเข้าให้แล้ว

มาถึงจุดขายเรื่องสุ้มเสียงกันต่ออีกเล็กน้อยก่อนกินยาเม็ดสุดท้าย

สุ้มเสียงในแง่ของชุดดูหนัง เอาหลังพิงตู้เย็นได้เลย มันควบคุมทุกเส้นเสียงให้มีทรวดทรงแน่ชัดตั้งแต่เริ่มต้นจนจบสิ้นเสียง โดยเฉพาะในระดับความดังสูงๆที่ออกจะหมิ่นเหม่ต่ออาการเสียงแตก พร่าเพี้ยน จุดนี้ถือว่าควบคุมได้นิ่งสนิทเหมือนติดเบรกเอบีเอสนั่นเลย

 

มิติเสียงก็ออกจะสมชื่อ ถ่ายทอดบรรยากาศในแต่ละฉากแต่ละซีน เสมือนดั่งนั่งอยู่ตรงกลางสถานการณ์นั้นก็ไม่ปาน นี่ผู้เขียนไม่ได้โม้นะนายท่าน มันต้องนั่งอยู่ด้วยกันแล้วจะซาบซึ้งถึงอรรถรสจากการเปลี่ยนสายไฟเข้าชุดเพียงเส้นเดียว โดยเฉพาะเสียงสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คต์จากพายุ แผ่นดินไหว คลื่นยักษ์ในช็อตมุมกว้างทั้งหลายแหล่ มันถาโถมคลื่นเสียงเข้าหาตำแหน่งฟังชนิดไม่ทันหายใจหายคอทีเดียวครับนาย บางแทร็คที่ต้องการสื่อถึงบรรยากาศรายล้อมเช่นฉากในฝนตกหรือฉากใต้น้ำ การเติม Tsunami MKII เข้าไปในชุด จะเสริมบรรยากาศประมาณนี้ได้ดีเยี่ยม

เสมือนไร้ผนังห้องนั่นเทียว

อา...มือชักสั่น สงสัยยาจะหมดฤทธิ์เสียแล้วนายท่าน คงพร่ำกันต่อได้ไม่กี่บรรทัด เอาเนื้อๆไปบ้างคงไม่ว่ากันนะครับ

คิดจะจับจองสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII ก็ไม่ยากครับ ติดต่อไปทางร้าน Paradise AV ศูนย์การค้า E-Square หรือชื่อใหม่ HiFi Center นั่นแหละที่เดียวกัน เบอร์โทรตรงตัวของคุณพิจิต 09-771-8895 กริ๊งกร๊างไปสอบถามคุณสมบัติการใช้งานสายไฟได้ตามสะดวก สนนราคาค่าตัวตกอยู่ที่ฟุตละประมาณ 1,400 บาท ส่วนขั้วปลั๊กหัว-ท้ายนั้น งบจำกัดเริ่มต้นที่ Hubbell 5965V (หรือที่เรียกติดปากว่ารุ่นเหลี่ยมดำนั่นแหละ) กับ Marinco รุ่นธรรมดา ขั้วท้ายก็เริ่มที่ Schurter 4871 ก็พอไหว เลยพ้นจากนพวกนี้ ก็เลือกใช้ตามสะดวกกระเป๋านั่นถึงจะถูกเรื่อง

คิดคร่าวๆเหมารวมแล้ว สายไฟหกฟุตรวมเข้าหัว-ท้าย จบได้ไม่ถึงหมื่นบาท ถือเป็นสายไฟที่มีระดับราคาพอตัว ผู้เขียนจะแนะนำให้ใช้กับชุดระดับเริ่มต้นมันก็ดูกระไรอยู่ เกินกำลังไป ไม่สมควรครับ

เอาเป็นว่า ชุดที่ต้องการน้ำเสียงและศักยภาพโดยรวมประมาณนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดดูหนังหรือฟังเพลง จัดอยู่ในพิกัดราคาตั้งแต่ห้าหกหมื่นขึ้นไปถึงแสนกลางๆ ผู้เขียนเสนอว่าควรหาโอกาสลองฟังกับหูตัวเองสักที ฟังให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปข้าง คุณพิจิตแกใจป้ำพอให้ลองกันทั้งวัน ฟังไม่ออก เสียงไม่ต่าง ไม่ต้องซื้อ

โอกาสที่ผู้ขายให้ถึงขั้นนี้ ไม่รับไว้ท่านว่าน่าเสียดายครับ

จ๊อกๆ....จ๊อกๆ.....

เสียงครวญครางจากกระเพาะเริ่มถี่ขึ้นแล้ว น้ำย่อยเริ่มทำงานของมันคือกัดกร่อนผนังกระเพาะ จนที่ว่าบางเฉียบอยู่แล้ว ยิ่งบางขึ้นไปอีก สติ-สตังก็เริ่มจะเพี้ยน กระเพาะก็ทำท่าไม่ค่อยสามัคคีกับ 'มันนี่' ในกระเป๋าเสียนี่

ขอตัวไปกินบะหมี่ก่อนนะนายท่าน...

ปิดท้ายอีกนิด, กำลังจะส่งต้นฉบับอยู่แล้วเชียว ได้ข่าวจากคุณพิจิตอีกครั้งว่าได้ขั้วปลั๊ก Wattgate 330i Ag และ 350i Ag มาถึงมือสดๆร้อนๆ กำลังจะส่งมาให้ผู้เขียนลองฟังกับสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII เส้นนี้อีกครั้ง Ag ที่ห้อยท้ายนั้น ก็เป็นไปคามคาดนั่นแหละครับ มันคือการเคลือบ 'เงิน' ในชั้นสุดท้าย

สุ้มเสียงนั่นหรือ? สุด....สุดปัญญาจะบรรยายครับนายท่าน เพราะผู้เขียนยังไม่ได้ฟังกับเขาบ้างเลย ของยังมาไม่ถึง ต้นฉบับกำลังจะส่ง จะเบรกไว้ก่อนแล้วมานั่งฟังกันใหม่คงไม่ทันเสียแล้ว ได้ข่าวแว่วๆมาเพียงว่า 'ต้องลองเข้าคู่กันให้ได้' มาทิ้งท้ายยั่วน้ำลายกันแบบนี้ มันต้องลองให้รู้กันไปสักตั้ง

ได้ของเมื่อไหร่ ได้ความอย่างไร แล้วจะมารายงานนะครับเจ้านาย
จ๊อกๆ....จ๊อกๆ.....ไม่ไหวแล้วครับ ขอตัวจริงๆครับคราวนี้





"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กุมภาพันธ์, 2006, 08:18:58 AM โดย ขุนจิต »
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
ลองเล่น Shunyata Research Hydra II
โดย..." Gold Lighton "
E-Mail :: grreview@hotmail.com

--------------------------------------------------------------------------------

 

ราวต้นเดือนก่อน พรรคพวกที่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยมได้แวะเวียนมาหาผู้เขียน จึงได้นัดแนะกินกาแฟที่ร้านประจำ ด้วยความที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาสิบกว่าปี ประเด็นในการสนทนาจึงหลากหลายตามประสาเพื่อนเก่าแต่ยังไม่แก่

พอคุยจบเรื่องสารทุกข์สุกดิบ ถามไถ่ข่าวคราวเพื่อนฝูง เจ้าเพื่อนตัวดีก็เปิดประเด็นสอบถามเรื่องการงาน ทีแรกคิดว่าจะดูดวงให้ นึกอยู่ในใจ 'ไอ้เพื่อนคนนี้เข้าท่า หน้าตาเรียบๆอย่างนี้ นึกไม่ถึงว่าจะหันมาดูดวง' แต่ฟังได้ไม่นานก็จับใจความได้ว่า เดี๋ยวนี้เพื่อนได้ผันตัวมาทำธุรกิจแนวใหม่ เพราะเบื่อหน่ายกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไอ้เราฟังแรกๆก็ตื่นเต้น ตั้งใจฟังอยู่พักใหญ่

สามชั่วโมงผ่านไป...พอจับไต๋ได้

อ้อ...ที่แท้ก็ธุรกิจขายตรงกลายพันธุ์ ถึงว่าสิ, ไม่อย่างนั้นคงไม่ดั้นด้นมาหาเพื่อนเก่าแน่นอน แต่เอาเถอะ ไหนๆก็ตกกระไดพลอยโจนเข้าให้แล้ว ฟังเพื่อนขายของเสียหน่อยจะเป็นไรไป อยากรู้เสียจริงว่า เดี๋ยวนี้วงการธุรกิจขายตรงมีวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหน

ต้องขอชมจากใจจริงครับ ธุรกิจขายตรงยุคนี้พัฒนาตัวเองขึ้นไปมาก สมาชิกประจำแต่ละคนจะถูกอบรมด้านจิตวิทยาการขายอย่างเข้มข้น มีความรู้แน่น สอนแนวคิดกันอย่างมีระบบชนิดตัวต่อตัว จะไม่เปิดประเด็นการขายเมื่อไม่มีจังหวะ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือเพื่อนเก่าของผู้เขียน กว่าจะเริ่มเข้าประเด็นการขายได้ เรียกว่าจากสุพรรณอ้อมขึ้นเชียงใหม่ เลี้ยวไปอุดร วกลงไปหาดใหญ่ แล้วค่อยตีรถด่วนกลับเข้ากรุงเทพ, เนียนจริงๆเพื่อนรัก

หลังจากรู้เจตนาเพื่อนแล้ว ความสนใจใคร่รู้ก็หมดไป เนื่องจากส่วนตัวผู้เขียนเคยลองศึกษาหลักการของอาชีพประเภทนี้ในเบื้องต้นแล้ว พบว่าไม่ตรงกับแนวทางการดำเนินชีวิตของตน แม้ไม่รู้สึกคัดค้าน แต่ก็ไม่ได้ยอมรับเสียทีเดียว

สัมมาอาชีพมามากมาย ถ้ารู้สึกว่า 'ไม่ใช่' ในผิวเผินที่สัมผัส ไม่ต้องศึกษาลงลึกไปกว่านั้นดอกครับ แค่นี้ก็มีเหตุผลและข้ออ้างเพียงพอ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เขียนไม่หันไปประกอบอาชีพขายตรงได้อย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม งานไหนที่ตนเองรูสึกว่า 'ใช่' ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะคัดค้านให้ผู้เขียนไม่ทำได้ ตัวอย่างเช่นงานเขียนที่ท่านผู้อานที่รักได้อ่านอยู่ตรงนี้นี่แหละครับ ต่อให้ไม่ได้เงินสักสลึง เขียนฟรีๆผู้เขียนก็จะทำ เพราะมันรักเข้ากระดูกดำจริงๆ

 

 

สำหรับท่านที่ประกอบสัมมาอาชีพขายตรงทุกท่าน อ่านบทความนี้แล้วอย่าคิดว่าผู้เขียนต่อต้านระบบขายตรง ผู้เขียนเคารพความคิดเรื่องสัมมาอาชีพของท่านพอๆกับที่เคารพสัมมาอาชีพของตัวเองนั่นแหละครับ ท่านที่ประกอบอาชีพขายตรงอยู่แล้ว และคิดว่า 'อาชีพนี่แหละใช่' ก็ขอให้ดำเนินตามอุดมการณ์ของท่าน และขออวยพรให้ทุกท่านที่อ่าน 'ลองเล่น' ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเรื่อยไปนะครับ

กลับมาที่โต๊ะกาแฟตัวเก่า

หลังจากที่หาจังหวะปลีกตัวอยู่นานสองนาน หาจังหวะตัดบทแยกย้ายกลับบ้านไม่ได้สักที และแล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ทำนองเสียงเรียกเข้าที่คุ้นหู บอกให้รู้ว่าศรีภรรยาได้จุดธูปเรียกตัวแล้ว (ไชโย!)

"นานแล้วนะ เมื่อไหร่จะกลับเสียที"

"จ้าๆ นั่งคุยกันเพลินไปหน่อยน่ะ เดี๋ยวกลับเลยนะ"

แม่เจ้าโว้ย! ขนาดโดนโทรฯตามแบบนี้ เพื่อนรักยังไม่วายทิ้งท้ายว่าคราวหน้าจะเอาเครื่องกรองน้ำไปสาธิต ด้วยความเกรงใจผู้เขียนจึงไม่ขัดข้อง เอาเถอะ, ให้ผ่านพ้นวันนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เพื่อนรักมาถึงบ้านพร้อมเครื่องกรองน้ำและอุปกรณ์สาธิตมากมาย แต่ที่น่าสนใจคือวิธีการนำเสนอนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้เขียนเคยประสบมาบ้างเล็กน้อย ดูๆไปก็เข้าท่าไม่หยอกเหมือนกัน

มันเป็นอย่างนี้ครับ, นอกจากเอกสารประกอบทางวิชาการที่ได้ท่องจำ ที่ทำความเข้าใจจนทะลุปุโปร่ง แม่นยำ ดุจดั่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องกรองน้ำเอง ฟังไปก็เคลิ้มไปในสรรพคุณของน้ำที่ได้จากเครื่องกรองสุดวิเศษ ราวกับว่าแร่ธาตุที่ได้รับจากการบริโภคตั้งแต่ยังไม่ทันได้ดื่มนั่นเทียว (เราเองก็อยากจะบอกเพื่อนเหลือเกินว่า ถ้ามีสารต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจาก 'ชาเขียว' ผสมไว้ในใส้กรองฯ แล้วเปลี่ยนไปโน้มน้าวศรีภรรยาของเราแทน เราคงไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากอาการ 'ชาเขียวฟีเวอร์' ของเธอได้...ฮา) เพื่อนรักยังนำน้ำบรรจุขวดยี่ห้อดังหลายยี่ห้อ ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด มาสาธิตด้วยวิธีการเบสิกที่ผู้เขียนนึกไม่ถึง

นั่นก็คือการให้ 'ชิมเปรียบเทียบ' ครับ

นับเป็นไอเดียการสาธิตที่ค่อนข้างชัดเจนและตีประเด็นการเปรียบเทียบได้แตกจริงๆ และก็ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่ผู้เขียนได้ลองชิมน้ำขวดต่างๆเปรียบเทียบกับน้ำกรองจากเครื่องกรองน้ำของเพื่อน ขวดไหนดีกว่า และดีกว่าอย่างไร ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึงนะครับ ประเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องเครื่องกรองน้ำไป แต่ที่ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุด นั่นคือน้ำแต่ละยี่ห้อมีรสชาติที่แตกต่างกันชัดเจน

 

ครั้งแรกผู้เขียนเองก็ไม่สามารถจับความแตกต่างได้มากมายนัก แต่หลังจากการเปรียบเทียบแบบกลับไปกลับมาหลายครั้ง ความแตกต่างที่ว่าน้อย กลับชัดเจนและเป็นประเด็นมากขึ้น ทั้งที่เกือบทั้งหมดของน้ำที่นำมาให้ลองชิมนั้น ผ่านระบบการกรองด้วยระบบเดียวกันคือ RO (Reverse Osmosis) เกือบทั้งสิ้น

เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้เขียนไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย ทั้งๆที่ตัวเองก็ดื่มกินมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รู้แต่ว่าแตกต่างกันบ้าง แต่ไม่ได้สังเกตและจดจำ

อย่างว่าแหละครับ, อาชีพใครก็อาชีพมัน

ลองให้ตั้งวงโม้เรื่องเครื่องเสียงกันบ้างสิ ผู้เขียนจะโม้ให้ให้ขี้หูแห้งๆของเพื่อน กลายขี้หูเปียกกันไปข้างหนึ่งกันเลย, ต้องให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร

พูดถึงเครื่องกรองน้ำ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเครื่องกรองไฟกันบ้าง จะใครที่ไหนได้ล่ะครับ ก็พรรคพวกตัวดีทั้งหลายที่สนิทสนมเป็นส่วนตัวของผู้เขียนนี่สิ สอบถามกันใหญ่ถึงเครื่องกรองไฟตัวล่าสุดจาก Shunyata Research "เกลอเป็นนักเขียนนักฟัง รู้จักตามข่าวสารเสียบ้าง ของมันออกมานานพอดูแล้ว" จริงของมัน พักหลังมานี้ผู้เขียนไม่ได้ตามข่าวคราวใหม่ๆในวงการเลย ทั้งที่เป็นคนวงในแท้ๆ ยังต้องให้พรรคพวกเป็นคนตักเตือน

"ฟังแล้ว อย่าลืมโทรฯมาบอกด้วยล่ะว่าน่าเล่นไหม เกลอเองก็ยังไม่ได้ฟังเหมือนกัน เห็นเขาว่าดี" อ้อ-นึกว่าไปลองฟังมาแล้ว, มันเข้าใจใช้คนจริงๆ

ไม่นานเกินรอ, เครื่องกรองไฟ Shunyata Research ก็ถูกส่งมาถึงมือผู้เขียน ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คุณชาญชัยแห่งร้าน Gramaphone 0-2302-0174 ที่ได้เอื้อเฟื้อเครื่องกรองไฟ พร้อมทั้งยังติดสายไฟยี่ห้อเดียวกันมาให้ถึงสองรุ่น

"เครื่องกรองไฟรุ่นนี้ใช้ Inlet 20 แอมป์ ผมจึงติดสายไฟมาให้ฟังประกอบอีกสองเส้น รุ่นเล็กสุดที่คุณถืออยู่นี่คือ Diamond Black อีกเส้นที่อยู่ข้างกันคือ Copperhead ลองฟังดูนะครับ" กล่าวเสร็จก็ร่ำลากันในทันที คนทำการค้ามีนิสัยชัดเจน ฉับไวเช่นนี้ น่าชื่นชมจากใจจริงครับ

เครื่องกรองไฟ Shunyata Research ตัวที่ผู้เขียนได้มานี้ รูปร่างรูปทรงเล็กกว่าที่ผู้เขียนคาดไว้พอสมควร ชื่อรุ่นของมันคือ Hydra Model2 ซึ่งอยู่ในอนุกรม Hydra ที่มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันคือ Hydra Model2, Hydra Model4, Hydra Model 6 และสุดท้าย Hydra Model8 ตัวเลขที่กำกับอยู่ด้านท้าย มีความหมายถึงจำนวนช่องเสียบที่เครื่องกรองไฟในแต่ละรุ่นนั่นเอง

ด้านกว้าง-ยาวที่เท่ากันคือ 5 นิ้ว ความสูงจากพื้นรวมขายางเพียง 2 นิ้วครึ่ง ตัวถังสีดำ ด้านหนึ่งมีเบ้าเสียบหรือที่เรียกกันว่า Inlet แบบ 20 แอมป์ ไม่ใช่แบบ 15 แอมป์ทั่วไป ด้านตรงข้ามติดตั้งเต้ารับมาตรฐานซึ่ง Shunyata Research ได้ออกแบบตัวโลหะนำกระแสด้วยตัวเอง นั่นพอจะคาดเดาในเบื้องต้นได้ว่า เครื่องกรองไฟ Hydra Model2 ตัวนี้ต้องมีอะไรที่ 'ไม่ธรรมดา' ซ่อนอยู่ภายในเป็นแน่

ส่วนจะแน่จริงหรือแน่เก๊, เดี๋ยวก็รู้กัน

ในเมื่อให้สายไฟมาถึงสองเส้น ทั้งยังเป็นสายไฟใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ขั้นตอนที่จำเจแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวัดผล นั่นคือการเบิร์น ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าทั้งหมดจะเข้าที่เข้าทาง

แม้จะน่าเบื่อ แต่อยากเรียนท่านผู้อ่านที่รักไว้ประการหนึ่ง ข้อดีของการได้เบิร์นเครื่องหรืออุปกรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็คือการได้สัมผัสช่วงเวลาแรกของอุปกรณ์ชิ้นนั้น ท่านสามารถฟังและจดจำลักษณะโดยรวมของเสียงได้ระดับหนึ่ง พร้อมทั้งยังสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน จนกระทั่งท้ายที่สุด คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเสียงอีก นั่นแสดงว่าเครื่องพ้นเบิร์นอินแล้ว ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ จะหาไม่สามารถหาฟังได้อีกตลอดไปจนกระทั่งเครื่องๆนั้นหมดอายุ

 

เหมือนการปลูกถั่วงอก กับการซื้อถั่วงอกนั่นแหละครับ แม้อย่างหลังจะสะดวก แต่อย่างแรกมันได้ความรู้สึกร่วมมากกว่า

ทั้งหมดใช้ไปไม่มากไม่มาย แค่ห้าหกร้อยชั่วโมงเองครับ

การใช้แผ่นเบิร์นนั้น จริงๆแล้วผู้เขียนจะเปิดในระหว่างที่ตนเองไม่ได้เข้ามาใช้งานชุดฯ นอกเหนือจากนั้น ก็จะเป็นการใช้งานกับแผ่นเพลงทั่วไปเท่าที่ต้องการจะฟัง แผ่นไทย แผ่นเทศ จะแผ่นออดิโอฟาย หรือไม่'ฟาย ฟังหมดมันทุกแผ่นที่อยากฟังนั่นแหละครับ

สำหรับแง่มุมการลองเล่นนั้น ผู้เขียนได้ต่อเชื่อมในหลายๆเงื่อนไข ตั้งแต่ใช้เป็นปลั๊กต้นทางจากสายไฟหลัก การต่อผ่านเฉพาะอุปกรณ์ ตั้งแต่แหล่งโปรแกรม ปรีแอมป์ สุดท้ายคือเพาเวอร์แอมป์ รวมไปถึงการใช้งานต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์เพื่อวัดผลทั้งภาพและเสียง สลับสับเปลี่ยนไปมาตามวาระ โดยทั้งหมดจะต่อผ่านสายไฟทั้งสองเส้นของ Shunyata เอง ในช่วงคาบเกี่ยวที่ต้องการวัดผลลัพธ์แยกเฉพาะเครื่องกรองไฟเพียงตัวเดียว ก็จะใช้สายไฟที่คุ้นเคยเป็นการส่วนตัว โดยได้ติดต่อขอยืมสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII ที่ใช้ขั้วปลั๊ก Wattgate 320HC 20 แอมป์ สลับกับใช้สายไฟ JPS Inwall (แดง) ที่มีใช้งานเป็นส่วนตัวอยู่แล้วประกอบการลองเล่นอีกชั้นหนึ่ง

ผลลัพธ์จากการใช้งาน?

น่าทึ่งมากครับ, เสียงมันคล้ายเครื่องกรองไฟทีเดียว ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าเหตุใดผู้เขียนจึงกล่าวเช่นนี้ เพราะตามปรกติที่เคยลองเครื่องกรองไฟหลายตัว ทั้งในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่า ผู้เขียนพบว่าจะเกิดสำเนียงอยู่ลักษณะหนึ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องกรองไฟร่วมอยู่ในชุดเครื่องเสียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองยี่ห้อไหน แบบใดก็ตาม

นั่นคือลักษณะของเสียงที่ถูก 'ฟอก' อย่างสะอาดเกินควร

ถ้าเครื่องกรองไฟมันพูดภาษาคนได้ มันคงจะกระแนะกระแหนผู้เขียนทำนองว่า "อ้าว! ก็ผมเป็นเครื่องกรองไฟนี่ครับเฮีย ไม่ได้เป็นทิปโท ไฟไม่สะอาดก็บ่น ไฟสะอาดเกินไปก็ว่า จะเอายังไงกันแน่(วะ)" แล้วถ้าผู้เขียนตอบโต้ได้ ก็จะสวนกลับไปว่า

"ที่ต้องการจริงๆคือ 'ซัก' ให้สะอาด ไม่ใช่ให้ 'ฟอก' เสียจนซีดเซียว" แล้วถ้าโชคดีผู้อ่านเกิดไปเจอคนบ้านั่งคุยกับเครื่องกรองไฟ โต้ตอบไปมาภาษามนุษย์ต่างดาว ท่านก็ไม่ต้องสงสัยละครับ

ไอ้บ้านั่น, มันก็คือผู้เขียนนี่เอง

กลับมาที่ 'ฟอก' กันต่อ, ลักษณะของเสียงที่ถูกฟอกเกินควร ก็ไม่ต่างกับการนำน้ำประปาไปกลั่นนั่นแหละครับ เราท่านก็ทราบดีอยู่ ว่าน้ำกลั่นนั้นมีความบริสุทธิ์เพียงไหน หากแต่เมื่อมองในมุมกลับกัน ท่านผู้อ่านคิดจะบริโภคน้ำกลั่นหรือไม่ ถ้าไม่, เพราะเหตุใดกันเล่า? หากไม่ใช่เพราะมันสะอาดเกินธรรมชาติ

ในบางแง่มุม บางท่าน ถึงกลับขวนขวายหาน้ำแร่มาดื่ม ทั้งที่รู้ว่ามันไม่สะอาด ซ้ำยังมีแร่ธาตุปะปนอยู่พอสมควร อีกทั้งราคาขายก็สูงกว่าน้ำกรองทั่วไปหลายสตางค์อยู่ นั่นไม่ใช่เพราะหวังว่าแร่ธาตุที่มีในน้ำ จะซึมซาบเข้าสู่และก่อประโยชน์แก่ร่างกายเราดอกหรือ และถ้าใช่ด้วยเหตุผลดังนี้ เครื่องกรองไฟที่ 'ฟอก' ไฟฟ้าเสียสะอาดเอี่ยมอ่องเกินเหตุตามหลักการ มันถูกต้องอยู่ตามหลักที่ตั้งขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเสียบเครื่องกรองไฟเข้าในชุดฯเมื่อใด เป็นอันต้องจั๊กกะจี้รู้หูทุกครั้งไป

 

เช่นนี้แล้ว ท่านจึงเคยได้ยินนักเล่นหลายคน ตื่นเต้นในครั้งแรกที่ได้เครื่องกรองไฟเข้าร่วมกับชุดเครื่องเสียง ชื่นชมไปต่างๆนานาว่าเสียงดีอย่างนั้น อย่างนี้ นานวันเข้ากลับต้องผ่องถ่ายเครื่องกรองไฟตัวนี้ออกไป ด้วยเหลุผลเดียวกันกับที่ผู้เขียนได้อธิบายเปรียบเทียบไปข้างต้น

แปลกันตรงก็คือเสียงมันโดนฟอกจน 'เสียงแห้ง' นั่นแหละครับ

เกริ่นเสียหลายย่อหน้า เพียงเพราะผู้เขียนต้องการจะสื่อสารให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า Model2 ตัวนี้มี น้ำเสียงที่เปิดเผย โปร่งใสตามแบบฉบับที่เครื่องกรองไฟชั้นดีควรมี หากแต่มันไม่ทำให้เสียงทั้งหมด ถูกฟอกจนขาดหางเสียงและบรรยากาศ จนล้ำไปถึงนิยามของคำว่าเสียงแห้งนั่นเอง

เรียนย้ำตรงนี้ว่า ห่างไกลไม่น้อยสำหรับนิยาม 'เสียงแห้ง' ที่อ้างถึงครับ

น้ำเสียงทั้งหมด สดใส เปิดโปร่ง ให้ลักษณะที่ค่อนไปทางโทนสว่าง โดยปราศจากอาการเจิดจ้า กร้าวแข็ง หรือจัดจ้านแน่นอน อิมเมจที่กะทัดรัดลงเล็กน้อย ประกอบกับพื้นอากาศที่สะอาดใส รองรับตัวเสียงนั้นๆให้รับรู้ได้เป็นทรวดทรงสามมิติ แยกแยะรายละเอียดที่เกิดขึ้นในบทเพลง ก่อให้เกิดความเพลิดเพลินชนิดที่หมดแผ่นไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันทีเดียว

เอ...หรือเพราะไม่ได้สนใจจะฟังเพลงกันแน่

มิได้เป็นเช่นนั้นแน่นอนครับท่านผู้อ่านที่เคารพ ผู้เขียนได้สอบทานอีกครั้งด้วยแผ่นเพลงบัลลาดทำนองเนิบช้าอีกหลายแผ่นด้วยกัน ลักษณะอาการที่ว่านี้ ก็ไม่ได้เปลี่ยนผันไปแม้แต่น้อย ยิ่งฟังเพลินเช่นนี้ เล่นเอาผู้เขียนลืมกินข้าวไปหลายมื้อ จะว่าเป็นเหตุในการลดความอ้วนก็ไม่ใช่เสียด้วย

นั่งสงสัยตัวเองอยู่นานสองนาน มารู้ตัวทีหลังก็ครั้งที่ย้าย Model2 ออกไปเล่นกับชุดโฮมฯนั่นแหละครับ เสียงของ Eileen Farrell ที่ร้องในลีลาที่ออดอ้อนเนิบช้าในชุดฟังเพลง กลับร้องแบบไร้อารมณ์เอาดื้อๆ รีบร้องรีบเล่นให้จบนั่นเทียว เหมือนที่เขาว่า "ร้องแบบสามีมารออยู่หน้าร้าน" ยังไงยังงั้น

นี่ทำให้ผู้เขียนทราบในทันที คุณสมบัติด้านคอนทราสต์จากการใช้ Model2 นั้นเข้าข่าย 'ไม่ธรรมดา' และก็หาไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอุปกรณ์ประเภทเครื่องกรองไฟ เรียกได้ว่ากำเงินจำนวนเท่ากันไปซื้อเครื่องหลักในวันนี้ คงจะหาที่มีคุณสมบัติด้านคอนทราสต์ที่ซอยลำดับความอ่อน-แก่ ดัง-ค่อย หนัก-เบาของเสียงได้ละเอียดยิบเพียงนี้, งมเข็มในแม่น้ำดูจะง่ายกว่ากระมัง

คอนทราสต์ที่ละเอียดและราบรื่น ส่งผลโดยตรงกับการถ่ายทอดไทมิ่ง ทำให้บทเพลงที่เร็ว คึกคักฉับไว ฟังดูสนุกสนานเร้าใจ ตบเท้าเข้าจังหวะเพลงไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกัน มันก็ช่วยให้ลีลาที่อ่อนหวาน พิรี้พิไรของนักร้องสาวพราวเสน่ห์ ฉอเลาะ อ้อยสร้อยกินใจขึ้นอีกเป็นกอง

 

มันถึงเดือดร้อน (หู) ก็ตอนที่ถอดปลั๊กยังไงละครับ

เมื่อขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสะอาด ความใส และมีคอนทราสต์ที่ละเอียด การเว้นช่องว่างช่องไฟในเชิงมิติมายาทางเสียง ก็ดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษ นี่ถ้าเชิญท่านผู้อ่านมานั่งตรงที่ผู้เขียนฟังอยู่นี้ ท่านคงคิดแบบเดียวกันแน่นอน

ก็แหม...มิติกว้างลึกไม่ต้องพูดถึง มันไม่ได้ไปขยายวงหรือสัดส่วนเวทีเสียงให้แผ่ล้นชนผนังเช่นที่เกิดขึ้นกับเครื่องหลักหรืออุปกรณ์อื่น ถ้าต้องการคุณสมบัติอย่างนี้ ไม่ต้องหาจากเครื่องกรองไฟชั้นดีนะครับ สายไฟที่ดีเด่นในทางนี้ มีให้เลือกหามาใช้งานบานกระบุง แต่จุดที่ Model2 ทำงานนั้น ลึกล้ำแยบยลไปกว่าที่สายไฟราคาเท่ากันหรือสูงกว่าทำได้ตรงที่มันไปขจัดปัดเป่าหมอกควันที่ขุ่นหนาจนกลบรายละเอียดในบริเวณขอบเวทีโดยรอบ ทำให้เวทีเสียงมันกว้าง-ลึกอย่างที่ควรจะเป็นต่างหาก, ตรงนี้สิแน่จริง

ที่น่าติดตามไม่แพ้กัน สำหรับท่านที่ชื่นชอบหรือสะสมแผ่นประเภทเน้นมิติเสียง เน้นตำแหน่งแห่งที่ภายในเวที Model2 จะเสริมให้การจำลองภาพพจน์ทางมายาที่ท่านเคยสงสัยคลางแคลงใจ ตำแหน่งที่ได้ยินนั้นใช่ที่ควรเป็นหรือไม่ อย่างไร ท่านจะจำแนกระยะที่เว้นห่างและตัดกันของตำแหน่งชิ้นดนตรีและเสียงต่างๆอย่างที่ไม่เคยนึกว่าต้องทำเช่นนี้ ไม่ต้องใครละครับ ตัวผู้เขียนเองนั้นค่อนข้างมั่นใจในตำแหน่งวางลำโพงอยู่พอสมควร เนื่องจากคุ้นเคยกับห้องฟังตนเองมานานนับปี ยังต้องมาตายน้ำตื้นก็คราวนี้เอง, เซ็ตลำโพงผิดไปตั้งสองมิลล์

เล่นเอาต้องเซ็ตตำแหน่งการจัดวางลำโพงกันใหม่กันเลย

อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผู้เขียนเป็น 'หูทอง' เพราะถ้าใช่จริง ที่ผ่านมาคงรู้มาก่อนแล้วมาตำแหน่งยังไม่ตรงจุด ก็ได้ Model2 นี่แหละที่มาเสริมศักยภาพในชุดฯ ทำให้มองเห็นจุดบกพร่องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้เป็นเพียงจุดเล็กน้อย

กับระบบโฮมเธียเตอร์ก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน รายละเอียดที่อ้างถึงในการฟังเพลงขั้นต้น มันส่งผลในลักษณะเดียวกันกับการใช้งานในการดูหนังทุกกระเบียดนิ้ว ความสะอาดของเนื้อเสียงที่ช่วยทำให้ได้ยินรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่สงัด หรือบทพูดบทสนทนาทั้งหมด เป็นไปอย่างชัดถ้อยชัดคำดีมาก

ยิ่งเป็นเรื่องลำดับชั้นของตำแหน่งที่เสียงปรากฏนั้น กระซิบดังๆว่าแม่นยิ่งกว่าแม่น ราวกับเกิดขึ้นตรงนั้นจริง ทั้งที่เมื่อมองดูด้วยสายตาแล้ว นั่นมันพื้นอากาศว่างเปล่าชัดๆ

ผีหลอกกลางวันเข้าแล้วไง!

ด้านภาพนั่นหรือ ไม่ผิดเพี้ยนจากที่คาดเดา Model2 ช่วยเพิ่มความสะอาด ใส สว่างไสวของภาพ ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า หลุดลอยเป็นสามมิติ ทั้งที่ทั้งหมดกำเนิดจากจอภาพแบนๆ

คอนทราสต์ที่ยอดเยี่ยม แม้โทนหลักของภาพจะติดไปทางสว่าง แต่รายละเอียดในส่วนที่มืดน้อยไปสูมือมากจนถึงลำดับสุดท้ายคือมืดสนิท ต้องยอมรับในจุดนี้ว่า Model2 แยกแยะได้ละเอียด สำแดงลำดับชั้นตื้น-ลึก อ่อน-แก่ หนัก-เบาอย่างตรงไปตรงมา

 

เรียกได้ว่ามีทั้งชัดตื้นและชัดลึกครบอยู่ในฉากเดียวกัน

ในด้านสีสัน ก็ช่วยให้สามารถจำแนกโทนสีของภาพได้แม่นยำขึ้น ในฉากแอ็คชั่นที่สลับมุมกล้องไปมาอย่างรวดเร็ว สามารถทราบได้ว่าแต่ละฉากมีการจัดโทนสีแตกต่างกัน ซึ่งประเด็นเดียวกันนี้ แทบจะจับความแตกต่างได้น้อยมากเมื่อไม่ได้ใช้

ขอแวะข้างทางสักนิด ยกตัวอย่างเช่นฉากพายุในหนังเรื่อง X-Men2 ฉากแอ็คชั่นที่สลับมุมกล้องไป-มาอย่างรวดเร็ว หากไม่สังเกต คงไม่สามารถจำแนกสีสันและโทนภาพได้อย่างละเอียด เนื่องจากการตัดภาพไป-มาค่อนข้างเร็ว แต่กับ Model2 นั้น มันทำให้ผู้เขียนถึงกับเห็นระดับความแตกต่างขอโทนสีในแต่ละมุมกล้องได้อย่างชัดเจน ในช่วงเดียวกันที่โทนสีหลักต้องออกไปทางสีเทา ให้รู้สึกถึงเมฆครึ้มจากกลุ่มพายุที่โรมรันเข้าขัดขวางเครื่องบิน บางฉากที่ว่ากลับให้โทนสีออกไปทางเขียวอย่างไม่ต้องเพ่งมอง มันค่อนข้างแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ด้วยตาเปล่าแม้จะไม่สังเกต

ทีนี้มาดูกันว่า ควรใช้ Model2 กับเครื่องประเภทใด?

แม้ทาง Shunyata เองจะเคลมว่า Model2 สามารถส่งผ่านกระแสไฟได้มากพอสำหรับชุดเครื่องเสียงทั้งชุด ซึ่งเท่าที่ผู้เขียนลองเล่นมาระยะเวลาหนึ่ง ก็พบว่าส่วนใหญ่มักจะพบลักษณะเด่นที่ส่งเสริมกับชุดได้เป็นอย่างดี แต่ก็ควรเว้นไว้บ้างสำหรับเพาเวอร์แอมป์ประเภทสองคนหามสามคนแบกไว้สักข้อหนึ่ง ส่วนเพาเวอร์ระดับกลางๆกำลังวัตต์และกำลังสำรองไม่สูงนัก น่าจะเป็นทางออกที่ลงตัวกว่าในบางเงื่อนไข

ส่วนเครื่องชนิดอื่นตั้งแต่แหล่งโปรแกรมยันไปถึงปรีแอมป์ อินทีเกรตแอมป์ รวมไปถึงอุปกรณ์แสดงภาพทุกชนิด ผู้เขียนขอเรียนว่า มันช่วยเสริมศักยภาพในทุกด้านเท่าที่ชุดๆนั้นจะพึงมี ให้ปรากฏออกมาในรูปแบบของเนื้อเสียงที่สะอาด กระชับ โปร่งใสโดยไม่หยาบกระด้างได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

ท่านที่สนใจแนวทางการใช้เครื่องกรองไฟในลักษณะนี้ ไม่ควรพลาดในการลองฟังครับ



Shunyata Research Diamond Black & Copperhead

 
ลองเล่นเครื่องกรองไฟ Shunyata Research Model2 มาจนฉ่ำหูพอสมควร จะไม่กล่าวถึงสายไฟที่ส่งผ่านกำลังมาเข้าเครื่อง ก็ดูจะไม่สมควรเสียแล้ว นั่นเพราะพละกำลังที่ส่งมาเข้าเครื่องจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่สายไฟทั้งสองเส้นนี้
น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่ง ที่สายไฟทั้งสองเส้น ไม่ได้ใช้ขั้วปลั๊กตัวเมีย (Female Plug) แบบ 15 แอมป์ ซึ่งใช้งานได้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงตัวหลักทั่วไป การวัดคุณภาพของสายทั้งสองเส้นนี้ จึงต้องกระทำโดยต่อเชื่อมเป็นต้นทางให้กับ Model2 เป็นหลัก

ปัญหาอยู่ตรงนี้นี่เอง สายไฟทั้งหมดที่ผู้เขียนมีไว้ใช้งาน ไม่มีสักเส้นที่มีขั้วต่อแบบ 20 แอมป์ จะเปรียบเทียบกันเฉพาะสายไฟของ Shunyata เอง ก็คงทำได้ไม่ละเอียดถ้วนถี่เท่าที่ควรจะเป็น ไหนจะต้องแยกแยะในส่วนที่เป็นลักษณะเฉพาะของเครื่องกรองไฟ Model2 อีกขั้นหนึ่ง ตัวแปรเพิ่มขึ้นอย่างนี้ ต้องใช้ตัวช่วยครับ

ว่าแล้วเสียงของคุณไตรภพก็ดังก้องขึ้นในหัว "คุณได้สิทธ์นั้นเดี๋ยวนี้!"

สิทธ์ที่ว่านี้ ต้องใช้เวลาราวสองวันกว่าจะถึงมือผู้เขียน ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คุณพิจิตแห่งร้าน AV Paradise ที่ได้เอื้อเฟื้อสายไฟเอซี Acoustic Zen Tsunami MKII พร้อมติดตั้งขั้วปลั๊กตัวเมียแบบ 20 แอมป์ของ Wattgate 320HC มาให้พร้อมสรรพ

ว่าแต่ข้อสงสัยยังไม่เคลียร์เท่าไหร่ "ขอใช้ตัวช่วยอีกข้อ...ตอบสองครั้ง"

"ตอบสองครั้ง...คุณได้สิทธ์นั้นเดี๋ยวนี้!" คุณไตรภพตอบอีกครั้ง

ว่าแล้วผู้เขียนก็หยิบสายไฟที่คุ้นหูอีกเส้นมาเป็นตัวประกบ เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับสายไฟ Acoustic Zen ที่กำลังทำรอบเบิร์นอินอยู่ ไม่ใช่อื่นไกลที่ไหน มันคือ JPS Inwall (แดง) เจ้าประจำจากสำนักย่านตรอกจันทร์ Green Audio ของคุณประเสริฐนี่เอง

เมื่อใช้ตัวเลือกครบ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบคำถาม

 

Diamond Black จะให้เนื้อเสียงที่สะอาด เนื้อเสียงกระชับ ไม่บอบบางอย่างที่คิด กลับกันยังให้เนื้อหนังพอประมาณ อยู่ในสัดส่วนอิ่มกำลังดี มีสปีดเสียงที่ค่อนไปทางว่องไว
กระฉับกระเฉงดีมาก เก็บหางเสียงฟุ้งๆได้ดี ตอบสนองแนวเพลงที่เน้นจังหวะจะโคนได้อย่างแม่นยำ

ที่น่าสนใจคือ เมื่อพิเคราะห์ลงลึกถึงในส่วนของเนื้อเสียงนั้น พบว่ามีเกรนเสียงที่ละเอียดดีมาก อาการจัดจ้าน หรือหยาบกร้านนั้น เรียนตามตรงว่าหาได้ยากสำหรับสายไฟเส้นนี้ ทั้งๆที่หลายต่อหลายครั้ง ที่ผู้เขียนลองใช้งานกับแผ่นคุณภาพต่ำเพื่อตรวจสอบอาการกร้าวกระด้างของเสียง กลับมีอันต้องผิดหวัง เพราะสายไฟเส้นนี้มันช่วยลบเหลี่ยมอันแหลมคม หยาบกระด้างลงไปมาก ชนิดที่ต้องทึ่งทีเดียว

แน่นอนครับ, มันไม่ได้จัดการกับขอบเสียงให้กลมมนดังเช่นสายไฟบางเส้นที่เด่นในเชิงนี้ อาการเสียงกร้าวในระดับความดังที่สูงขึ้นไปยังมีให้รับรู้ได้โดยตลอดสำหรับแผ่นคุณภาพต่ำที่นำมาวัดผล แต่ที่ผู้เขียนเรียนว่าต้องทึ่งกับสายไฟเส้นนี้นั้น ก็เพราะมันสามารถรักษาความสด ฉับพลัน ซึ่งเป็นโครงสร้างน้ำเสียงหลักของมันให้คงไว้ด้วยการผสานคุณลักษณ์ทั้งสองประการได้อย่างลงตัวต่างหาก ซึ่งแตกต่างกับสายไฟที่เน้นโทนเสียงให้นุ่มนวล ที่มักจะอ่อนความจะแจ้งไปตามกัน

รูปวงทำได้สวยใช่ย่อย จัดวางตำแหน่งชิ้นดนตรีโดยเว้นช่องว่างช่องไฟดีมาก กว้าง-ลึกสัมพันธ์กันดี บรรยากาศรายล้อมที่เป็นตัวสำแดงขอบเขตปริมณฑลของเวทีเสียงมีให้รับรู้ได้ จะอ่อนความคมชัดเปิดเผยไปบ้างในระนาบด้านหลัง เมื่อเทียบกับด้านหน้า

สำหรับ Copperhead ที่เป็นรุ่นที่สูงกว่า ใช่เพียงแต่จะสูงแต่รุ่นและราคาเท่านั้น คุณภาพเสียงก็ถูกยกขึ้นไปตามลำดับ สดกระชับ กระจ่างใส เปิดโปร่งขึ้น ทั้งให้ความคมชัดในทุกเส้นเสียง สมดุลทั้งสามย่านหลักมีให้อย่างเสมอสมานกลมกลืน

เนื้อเสียงที่กระชับ ให้บอดี้ที่ดูกะทัดรัด แต่ร้อยรัดควบแน่นเป็นตัวตนเด็ดขาด พื้นเสียงที่สะอาดใส ทำให้แยกรายละเอียดในมุมแคบจากภาพพจน์ในมุมกว้างได้อย่างทั่วถึง เต็มอาณาบริเวณ

การถ่ายทอดคอนทราสต์ที่แนบเนียน ส่งเสริมกันเป็นอย่างดีสำหรับการใช้งานร่วมกับเครื่องกรองไฟ เปรียบดั่งการตอกเสาเข็มต้นใหญ่ในบ้านชั้นเดียว เป็นการใช้จุดแข็งเสริมจุดแข็งได้อย่างตรงประเด็น หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสลองในเงื่อนไขเดียวกัน แล้วเกิดฟังออกว่าสุ้มเสียงโดยรวมนั้นเบาลงเล็กน้อย ให้ลองเปรียบเทียบกับส่วนที่ดังที่สุดในแผ่นนั้นดูด้วย ลักษณะข้างต้นคือข้อบ่งชี้ถึงการสำแดงไดนามิกคอนทราสต์ที่ดีนี่เอง

 

และก็ไม่เป็นเรื่องเกินเลยแม้แต่น้อย ที่จะเรียนตามตรงว่า ส่วนที่แตกต่างทั้งหมดที่อ้างขึ้นมานั้น ยังต้องรวมถึงคุณสมบัติด้านการถ่ายทิดมิติเวทีเสียงอีกประการหนึ่งเข้าไปด้วยกัน ด้านกว้างที่แผ่ขยายเต็มเหยียดชนผนังข้าง หลุดพ้นพันธนาการทางสายตาโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ด้านลึกก็สอดรับกับด้านกว้างในลักษณะทรงโค้งท้องกระทะ ที่สวยงามคือการรักษาบรรยากาศรายล้อมทั้งเวทีเสียงให้สมดุล เฉลี่ยความใสชนิดเกือบเต็มพื้นที่

ภายในนั้น ก็เว้นช่องว่างช่องไฟที่เด็ดขาด แยกแยะลำดับตื้น-ลึกที่ซ้อนทับในตำแหน่งเดียวกัน แต่อยู่คนละระนาบด้วยความชัดเจน นิ่ง และแม่นยำดีมาก คุณสมบัติดังกล่าว ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อได้จับคู่กับแผ่นคุณภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวเพลงคลาสสิคโหมโรง ที่เปี่ยมไปด้วยไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวางและช่วงระดับความดัง-เบาที่ซับซ้อน ตลอดจนลำดับชั้นของเวทีเสียงที่แบ่งแยกกลุ่มก้อนชัดเจน

น่าตื่นตาตื่นหูเป็นอย่างยิ่ง

สรุปความดังนี้ครับ สายไฟเอซีของ Shunyata Research ทั้งสองเส้นนี้ให้บุคลิกเสียงในทิศทางเดียวกัน เลือดสุพรรณไปไหนไปด้วยกัน, ว่างั้นก็ไม่ผิด

แน่นอนว่าจะต้องมีความแตกต่างด้านคุณภาพโดยรวมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปรกติในยี่ห้อเดียวกัน จุดชี้ขาดในการตัดสินใจใช้งานสายไฟทั้งสองรุ่นนี้ ตกอยู่ที่งบประมาณในกระเป๋าเป็นหลัก ถ้าชุดที่ท่านเล่นอยู่ เข้าข่ายไปทางมีระดับ ที่เขาเรียกภาษาชาวบ้านกันว่า 'ไฮเอ็นด์' อย่าว่าแต่ Copperhead เลยครับท่าน จะเล่นใหญ่กว่านั้นก็ยังไหว

ถลกขากางเกงดูหน้าแข้ง...ไม่มีร่วงสักเส้น

แต่หากท่านเป็นนักเล่นที่รักการเล่นเครื่องเสียงในข่ายคุ้มค่าทุกบาท โดยยึดเงื่อนไขเรื่องการใช้เครื่องกรองไฟประกอบในชุดฯ เพราะรอบข้างที่ท่านอาศัยอยู่นั้น มันช่างรบกวนไปด้วยคลื่นขยะที่แถมมากับกระแสไฟ ต่อตรงเข้าไฟบ้านเมื่อไหร่ คุณจี่คุณฮัมเคาะประตูห้องเครื่องเสียงอยู่ร่ำไป

ใจมันสู้เต็มที่ ติดขัดที่งบประมาณไปไม่ถึงฝั่ง ก็เริ่มต้นเบสิกกับ Diamond Black สักเส้นก็ 'เอาอยู่' แล้วละครับ

สุดท้าย หากใจรักแต่เงินไม่ถึงจะเล่นสายไฟของ Shunyata เอง มีงบประมาณได้แค่สู่ขอ Hydra Model2 เพียงตัวเดียว สายไฟก็พอมีใช้งานอยู่บ้าง แต่ขั้วปลั๊กดันไม่ใช่แบบ 20 แอมป์ ท่านก็ทำอย่างนี้ครับ ติดต่อคุณพิจิตแห่ง AV Paradise ซึ่งเป็นดีลเลอร์ แจ้งความประสงค์โดยส่งสายไฟให้คุณพิจิตประกอบขั้วปลั๊ก 20 แอมป์ให้กับสายของท่าน ซึ่งสามารถเลือกได้สองยี่ห้อคือ Hubbell และ Wattgate แม้ไม่ได้ผลตรงตามเป้าหมายเสียทีเดียว เนื่องจากต้องพิจารณาคุณภาพของสายที่ใช้ประกอบกันไปด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นการเดินทีละก้าว โบนัสออกเมื่อไหร่ ไปสู่ขอสายไฟ Shunyata อีกสักเส้น ยังไม่สายเกินไป ก็เลือกแนวทางตามงบประมาณที่มีนั่นแหละครับ มีเท่าไหร่เล่นเท่านั้น ขอร้องอย่างเดียว...อย่าถึงกับไปกู้เงินมาใช้เล่นเครื่องเสียงก็พอ

 

เล่นเครื่องเสียงด้วยเงินอนาคต ฟังเพลงอะไรก็ไม่ไพเราะดอกท่าน

ท้ายสุดแต่ไม่สุดท้าย ก็ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องกรองไฟและสายไฟทั้งสองเส้น ที่คุณชาญชัยร้าน Gramaphone 0-2302-0174 และที่ลืมไม่ได้คือคุณพิจิตร้าน AV Paradise 09-771-8895 สำหรับขั้วปลั๊ก Wattgate 320HC และสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII สำหรับการลองเล่นในครั้งนี้

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..."เราเองเพื่อ นี่อยู่หน้าบ้าน ลงมาเปิดประตูด้วย"

"ว่าไงเกลอ เครื่องกรองน้ำที่เราเอามาให้ลองใช้งานได้ดีเหมือนที่เราคุยไว้หรือเปล่า?"

"มันก็ดีอยู่หรอกเพื่อน แต่ช่วงนี้เงินมีเรื่องต้องใช้เงินว่ะ" ผู้เขียนตอบไปตามตรง เพื่อนรักยังไม่ลดละความพยายาม ไม่รับเครื่องกรองน้ำที่คืนไปให้

"ไม่เป็นไร ใช้ไปก่อนเถอะเราไม่รีบร้อนอะไร ว่าแต่ กล่องเหล็กสี่เหลี่ยมกับสายไฟสองเส้นนี่มันอะไรเพื่อน"

"อ้อ...เครื่องกรองไฟ กับสายไฟเอซีสำหรับเครื่องเสียงน่ะ กำลังจะเก็บส่งคืนบริษัท เอามาลองฟังหลายเดือนแล้ว"

"เล่นเครื่องเสียงยังต้องกรองไฟกันอีก ทำไมดูยุ่งยากนัก แล้วมันมีผลไหมล่ะ" เพื่อนรักซักถามด้วยความสงสัย

"พอมีเวลาสักชั่วโมงไหมล่ะ"

"กับเพื่อน เราได้ทั้งวันอยู่แล้ว วันนี้ไม่มีลูกค้าต้องไปหาพอดี"

"อย่างนั้น...เพื่อนตามเรามาทางนี้ เรามีอะไรหลายอย่างให้เพื่อนฟัง…"





"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549


 
 

 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ต ต้น

  • สมาชิกไฮโซ
  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 5,458
  • เพศ: ชาย
น้องต้นก็เคยลองแล้วนี่ครับ  มาเขียนหน่อยซิ 
เคยเขียนแล้วคับ แต่โดนลบไปตอนโดนใบแดง  :shutup
B)   มาเล่นดนตรีกันเถิด   B)

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
update
http://www.audio-teams.com/accessories/isoclean_ICP-002/1.shtml

 ลองเล่น...ขั้วปลั๊ก- Wattgate 330iAG : Dynamic Silver
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร เกิดอาการเบื่อหน่ายเลข 3 เข้าขั้วหัวใจ หันไปพบไปเห็นอะไรที่เป็นเลขตัวนี้ จากที่กะปรี้กะเปร่ากลับหดหาย ห่อเหี่ยว แห้งแล้งลงทันทีทันใด

เบื่อจัดก็ขับรถไปเที่ยวบ้านพรรคพวกเซียนเครื่องเสียง หวังว่าจะไปเลียบๆเคียงๆฟังเพลงให้เพลินอุราบ้างดีกว่าอยู่เปล่า เพราะไอ้ครั้นจะไปนั่งชุมนุมกับเขา เราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ เดินรถไปได้แค่ครึ่งทางก็ต้องแวะปั๊มพ์ฯ เงินติดตัวมีสามร้อยจากบ้านเติมน้ำมันได้แค่สิบลิตร เพราะพี่เล่นคิดลิตรละสามสิบบาท ประชาชนหาค่ำกินเช้าอย่างข้าพเจ้ามันก็เลยอด 'วัยรุ่นเซ็ง' ไม่ไหว

ได้ยินเสียงแว่วมาอีกแล้วว่า ค่าไฟฟ้าในไตรมาสที่สามของปีนี้จะต้องปรับตัวขึ้นไปลอยค้างฟ้าตามค่าน้ำมันไปอีกรายการ ไม่พาลเบื่อฟังเครื่องเสียงก็ให้มันรู้กันไป

แล้วไหนจะ "พี่หนา" ตราช้างเหยียบห้าห่วงที่จนถึงวันนี้กลายเป็นสามห่วงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอีกล่ะ นั่นก็อีกพวกหนึ่งซึ่งนอกจากฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องกับเขา คนแถวบ้านเขาตะโกนลั่นว่าหาทำเพื่อเกียรติเพื่อศักดิ์ศรี พี่ท่านเล่นตีความเข้าข้างตัวเอง

"ทำเพื่อ (คน) เกลียดเพื่อ (คนมี) ศักดิ์ (และคนมี) สี!?"

คนธรรมดาสามัญบอกกล่าวแล้วไม่ฟังอันนี้ไม่ว่า แต่เทพยาดาจุติปรามแล้วไม่ฟัง ก็ระวังให้ดีเถอะนะท่าน เดี๋ยวจะหาว่า "โกลด์ ไลต์ตั้น" ไม่เตือน

ขั้วปลั๊ก Wattgate 330iAg, 350iAg : Dynamic Silver     

ติดกระแสอุปกรณ์เสริมทันท่วงที  โม้คมโม้แหลกเยี่ยงนี้มีใครเหมือน
จะโม้ยาวจะโม้สั้นไม่ฟั่นเฟือน โม้ไม่เหมือน "โกลด์ ไลต์ตั้น" มันส์ไม่มี
ที่ขึ้นต้นเป็นกลอนใช่หมดมุก แต่เป็นสุขที่ได้ลองของเล่นใหม่
คุณภาพลื่นเหลือล้นทนเหลือใจ ใช่อื่นไกลเจ้าเก่าเรานี่เอง
ครั้งก่อนๆได้ลิ้มของลองเล่นปลั๊ก ก็ทึกทักขั้วปลั๊กเงินเป็นไฉน
บริษัทฯใจกว้างส่งเร็วไว ทั้งสายไฟทั้งขั้วปลั๊กมาครบครัน
ขั้วปลั๊กเงินที่ได้ลองของครั้งนี้ มันมีดีให้กล่าวถึงอยู่มากหลาย
ประเด็นเจาะประเด็นลึกมีมากมาย จักให้หายสงกะสัยเชิญทัศนา.

นั่นไงล่ะ! ด้นกันมั่วๆได้กลอนสองบทพอดิบพอดี ท่านที่ชำนาญโคลงฉันท์กาพย์กลอนอย่าเพิ่งเคืองไปก่อนละครับ ไอ้ผมมันก็มือสมัครเล่น มั่วได้เท่านี้ก็ถือว่าเก่งการอาจสามารถมากแล้ว ร่ำเรียนมาน้อยก็เป็นเสียอย่างนี้แหละครับ, ถ้าให้ร่ำสุราก็ว่าไปอย่าง

ติดค้างกันมาตั้งแต่ครั้งก่อน กับขั้วปลั๊กเงินที่กำลังมาแรงและอยู่ในกระแสความนิยม มีหรือที่พวกบ้าเห่ออย่างผมจะพลาดกับเขา ขั้วปลั๊ก Wattgate 330iAg และ 350iAg ขั้วปลั๊กรุ่นใหม่จาก Wattgate เจ้าเก่าที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่หลายปี

คราวนี้มาในมาดใหม่ รูปโฉมภายนอกแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ไฉไลเกินพิกัด เปลี่ยนจากตัวบอดี้สีดำมะเมื่อมทำจากไนลอนเกรดดี เป็นสีน้ำเงินใสเปล่งประกายฉายแววมีสง่าราศีกันตั้งแต่แรกเห็น ฉลากกำกับนั่นก็ชัดเจนที่สุด จงใจห้อยท้าย Ag ไว้ทั้งคู่เพื่อประกาศตัวให้โลกรู้ว่า "ข้าก็ทำเงินเป็นนะ(โว้ย)"

เด็ดยอดกีฬามันไปกว่านั้น โลหะที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าสีขาวขุ่นแต่ส่องเป็นประกายเจิดจรัส แสดงถึงโลหะเงินที่เคลือบอยู่ชั้นนอกได้เป็นอย่างดี ดังคำกล่าวที่ว่า "ทองแท้ไม่กลัวไฟ" ฉันใด "ขั้วปลั๊กเงินย่อมไม่กลัวขั้วปลั๊กทอง" ฉันนั้น

ไม่ขอสาธยายให้ยืดยาวก็แล้วกันสำหรับวัสดุตัวนำ โลหะทองแดงอัลลอยด์ปลอดออกซิเจน เคลือบนิกเกิ้ลเกรดดีในชั้นที่สอง สุดท้ายเคลือบทับด้วยเงินแท้อีกสามชั้นเช่นเดียวกับกรรมวิธีในรุ่นทองของ Wattgate แต่ที่พิเศษคือ แทบไม่ปรากฏอาการหมองคล้ำให้ได้เห็น แม้ว่าจะลองใช้งานเสียบเข้าเสียบออกนานนับเดือน ผิดกับเงินแท้ยี่ห้ออื่น เสียงใช้งานไม่กี่คืน พี่แกเริ่มหม่นหมองให้เห็นแต่ไกล แสดงว่ามันต้องมีเทคนิคที่ 'ไม่ได้บอก' เพราะ 'บอกไม่ได้' อยู่เป็นแน่

แล้วที่แน่ๆถ้าบอก คนเขาก็เอาไปลอกกันหมดสิครับพี่ เรื่องพรรค์นี้มันต้องมีความลับเฉพาะคนรู้ใจกันบ้างสิ, แหม...ถามได้

ขั้วปลั๊ก Wattgate 330iAg และ 350iAg ที่กำลังกล่าวถึงในครั้งนี้ มันก็มาถึงมือพร้อมๆกับปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag นี่แหละครับ ยังมีสายไฟเอซี Kimber PK10 ยาว 6 ฟุตอีกหนึ่งเส้น ติดขัดที่สัมปทานหน้ากระดาษในนิตยสารค่อนข้างจำกัดพื้นที่อย่างหนึ่ง คนเขียนปั่นต้นฉบับไม่ทันอีกอย่างหนึ่ง มันจึงต้องล่วงเลยมาฉายรอบสองกันในฉบับนี้

เอาล่ะ, แก้ตัวไปก็เท่านั้น เข้าเรื่องกันดีกว่า

ขั้วปลั๊ก Wattgate ทั้งคู่ ผมได้ประกอบหัวท้ายเข้าสายไฟเอซี Kimber PK10 ทั้งคู่ในคราวเดียว ถือเป็นการเบิร์นอินทั้งขั้วปลั๊กและสายไฟเอซีไปในจังหวะเดียวกัน ต่อเชื่อมที่อินทีเกรตแอมป์ใน 'ห้องฟังแมวมอง' คือเป็นห้องที่อุปกรณ์เครื่องรางของขลังทุกชนิดต้องเข้ามาใช้งานในเบื้องต้น ก่อนที่จะคัดเลือกตัวที่เข้าตากรรมการแยกขึ้นไป 'ลองเล่น' ในอีกห้องที่พร้อมแก่การเอาจริงมากกว่า ส่วนตัวไหนที่พิจารณาแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ส่งแขกตามระเบียบ

ช่วงหลังคงจะ "ระเบียบจัด" มากเกินไปไม่ทราบได้ พรายกระซิบลอยแว่วมาตามลมว่า พ่อค้าบางคนไม่พอใจถึงขั้นไปเต้าข่าวในวงการ

"อ๋อ...ที่ไอ้ Gold Lighton มันไม่เขียน เพราะไม่ได้จ่ายเงินให้มัน"

ได้ยินอย่างนี้ผมถึงกับปลื้มปีติ พรายกระซิบถึงกับออกอาการงง "อ้าว! แล้วไม่เคืองที่เขากล่าวหาแบบนี้หรือไง?"

แหม...จะไม่ให้ยินดีปรีดายังไงไหวละครับ ข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์ กะว่าซัดกันให้ตายดับดิ้นกันไปข้างหนึ่งแบบนี้ มีให้ได้ยินกันเฉพาะนักเขียนชื่อดังทั้งนั้น ถ้าชื่อเสียงไม่โด่งดังจริงหรือเป็นนักเขียนโนเนม ใครที่ไหนจะไปกล่าวร้ายให้เปลืองตัวละครับท่าน

เห็นใจก็แต่คนที่พูดไม่รู้จักไตร่ตรองให้รอบคอบ ก็ถ้าที่กล่าวหาไปเป็นเรื่องจริง ที่ Gold Lighton ไม่เขียนถึงเพราะไม่ได้รับเงินจากท่าน ก็ต้องมองย้อนกลับไปว่า คนที่เขียนอุปกรณ์ของท่านทุกคน "รับทรัพย์" กับท่านทุกรายซีครับ

ไม่ว่าจะพิสูจน์ได้จริงหรือไม่ ดูๆไปไอ้คนพูดก็ซวยทั้งขึ้นทั้งล่องนั่นแล (ฮา)

กลับมาที่ Wattgate กันต่อ, ขั้วปลั๊กตัวใหญ่ไซส์'มะกัน ทำให้ใส่สายไฟที่มีหน้าตัวถึงเบอร์ 10 AWG อย่าง Kimber PK10 ได้ไม่ขัดเขิน ทั้งที่ฉลากกำกับไว้ให้ใส่สายได้ใหญ่สุดเพียงเบอร์ 14 AWG เท่านั้น

การประกอบไม่ยากเย็นอะไร ยิ่งมีความชำนาญการเข้าหัวท้ายเองสักหน่อย ก็เชื่อว่าหลายท่านที่คุ้นเคยกับการเข้าสายเองน่าจะทำได้ไม่มีปัญหาอะไร

พูดถึงสุ้มเสียงกันบ้าง, เป็นไปตามคาดหากจะคิดว่าน้ำเสียงโดยรวมออกไปทางโทนสว่างไสว กระจ่างใส อุดมด้วยรายละเอียดทำนองนั้น เรียกว่าชุดเครื่องเสียงชุดใดที่ขาดความคุณสมบัติประมาณนี้ เตรียมตบกระเป๋าสตางค์ไว้ได้แต่เนิ่นๆได้เลยครับ

แรกทีเดียว ก็ตอนที่ยังเผาหัวไม่สุกดีนั่นแหละ สุ้มเสียงยังคงติดไปทางคมแข้ง และเปิดพุ่งไปบ้าง เนื้อเสียงบอบบางกะจ๋อยหรอยเสียไม่มี ต้องให้ผ่านชั่วโมงที่สองร้อยไปนั่นแหละ อาการที่กล่าวมาจึงจะเปลี่ยนขั้วการเมืองจากพรรคฝ่ายแค้น ไปซบอกนุ่มๆฝั่งรัฐบวมกันบ้าง

ถึงจะให้โทนเสียงหลักออกไปทางสุกสว่าง แต่ที่เด็ดขาดมากคือการบรรจงถ่ายทอดออกมาอย่างสมดุล มีทั้งปริมาณของเนื้อเสียงที่พอเหมาะ และคุณภาพเชิงไดนามิกที่ยอดเยี่ยมในขั้วปลั๊กตัวเดียว ให้การควบคุมแต่ละเส้นเสียงควบแน่น กระชับรัดตึงโดยไม่หรือยั้งให้หางเสียงหรือและความกังวานแต่ละโน้ตลดน้อยลงไป

เรียกว่า 'สด' แต่ไม่ 'ห้วนสั้น'

ตรงนี้ถือเป็นศิลปะ อุปกรณ์เสริมแทบทุกชนิด ต่างมียี่ห้อที่ออกแบบต่างแนวทางกันไป ตามแต่ใครจะสรรหาเทคนิควิธีการหรือใช้ความชำนาญในศาสตร์นั้นๆ เป็นตัวกำหนดทิศทางบุคลิกและน้ำเสียงของอุปกรณ์ของตน

สำหรับอุปกรณ์อย่างขั้วปลั๊กเอซีก็ไม่มีข้อยกเว้น ขั้วปลั๊กบางยี่ห้อ สุ้มเสียงจัดว่าอวบอิ่มมีเนื้อหนังอุดมสมบูรณ์ แต่เพราะสเกลเนื้อเสียงอิ่มใหญ่ มันจึงให้สปีดเสียงที่ฟังว่าเนิบช้าไปบ้างกับบทเพลงเร็ว แต่กลับชวนเคลิ้มในเพลงช้า เพราะช่วงเวลาที่ถ่ายทอดถูกหน่วงรั้งไว้ประมาณหนึ่ง

ตรงข้าม, เนื้อเสียงที่ปราดเปรียวบอบบาง จำพวกนี้จะถ่ายทอดบอดี้เสียงค่อนไปทางเล็กกะทัดรัด เมื่อเนื้อมวลเล็กและบอบบางลง มันจึงให้สปีดเสียงที่ฟังว่าฉับไวไปบ้างกับบทเพลงจังหวะเนิบช้า แต่ชวนให้คึกคักเร้าใจในบทเพลงเร็วที่เน้นความแม่นยำของจังหวะ เพราะถูกยั้งตัวให้เฉียบคมและเด็ดขาดเกินพิกัด

ถามว่าบุคลิกทั้งสองอย่างที่กล่าวมาไม่ดีหรืออย่างไร? ดีครับ, แต่ดีเด่นเฉพาะแนวทางที่ตัวเองถนัด ไม่ได้ดีเด่นครอบจักรวาลเครื่องเสียงแต่อย่างใด ซ้ำร้ายยังกลายเป็นได้อย่างเสียงอย่างไปอีก

แต่ตรรกะการเล่นเครื่องเสียงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ความถูกต้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มันยังต้องอิงแอบกับเรื่องรสนิยมส่วนตัวของแต่ละคนเข้าไปคิดคำนวณอีกขั้นตอน นั่นจึงเป็นที่มาของคำกล่าวว่า "เลือกเครื่องเสียง ให้เลือกที่ตัวเองฟังแล้วชอบเป็นหลัก" เพราะท้ายที่สุด ตัวนักเล่นท่านนั้นๆเองต่างหากที่จะเป็นคนตัดสินใจเลือกอุปกรณ์เข้ามาร่วมชีวิตของตน

แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น "รสนิยม" ย่อมอยู่เหนือ "ความถูกต้อง" หรืออย่างไร?

ก็ไม่เชิงอีกนั่นแหละ เพราะรสนิยมความชมชอบมันไม่นิ่ง ไม่แน่ไม่นอน ยังผันเวียนเปลี่ยนแปรไปตามห้วงอารมณ์นั้นๆได้สารพัดรูปแบบ เมื่อสองวันก่อนรักรัฐบาล เมื่อวานนี้รักกลุ่มพันธมิตรฯ

วันนี้และตลอดไปขอปักใจยึดถือกระแสพระราชดำรัสองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแต่เพียงพระองค์เดียว

นั่นเพราะสองวันที่ผ่านมา มัวแต่ไปยึดถือตามอารมณ์ต่อสถานการณ์นั้นๆ มันก็เลยเอนเอียงไปตามกระแสความต่างๆที่ได้รับเขามา ต่อเมื่อเหตุผลอยู่เหนืออารมณ์ ภาพรวมที่ชัดเจนจึงปรากฏอยู่เบื้องหน้า เป็นเหตุและผลที่ชัดแจ้ง รู้ถึงที่มาที่ไปของเหตุปัจจัยของฝักฝ่ายต่างๆ เมื่อนั้นปัญญาจึงบังเกิด แท้ที่จริง, มันก็เรื่องขัดผลประโยชน์ของกลุ่มคนสองกลุ่มนี่เอง

"มั่วกันทั้งสองฝ่าย" ว่างั้นเถอะ

อา...หลุดอีกแล้วครับท่าน, กลับมาเรื่องขั้วปลั๊กของเรากันต่อดีกว่า ขืนพล่ามมากไปกว่านี้ มีหวังได้ตีตั๋ว วี.ไอ.พี. ไปนั่งเล่นแถวๆคลองเปรมแหงๆ

ถึงไหนแล้วล่ะ...อ้อ รสนิยมความชอบกับเหตุผล

ในเมื่อ 'รสนิยม' เป็นตัวแปรไม่คงที่ ต่างจาก 'เหตุผล' ที่มักไม่แปรเปลี่ยนได้ง่าย เว้นแต่มีเหตุอันสมควรพร้อมด้วยมีน้ำหนักค้ำยันเพียงพอ เมื่อนั้นผลลัพธ์ในภายหลังย่อมเปลี่ยนแปลง แต่ทั้งหมดในกระบวนการของเหตุและผลที่แตกต่างจากรสนิยมความชอบอย่างลิ้นเชิง คือการใช้สมอง ใช้ปัญญาคิด ไตร่ตรอง วิเคราะห์สาเหตุที่มาแห่งการเปลี่ยนแปลง คำนึงปัจจัยแวดล้อมในขณะนั้นอย่างรอบคอบและรอบด้าน เช่นในกรณีของขั้วปลั๊กเอซี Wattgate 330iAg และ 350iAg ความต้องการที่จะเปลี่ยนจากขั้วปลั๊กตัวก่อนที่ให้สุ้มเสียงนุ่มนวล อิ่มใหญ่ เนิบช้า หรือโปร่งบาง กะทัดรัด ฉับไว ต้องคำนึงถึงขั้วปลั๊กในตลาดตัวอื่นไปพร้อมๆกันในคราวเดียว เปรียบเทียบความเปรียบต่าง รวมถึงแยกแยะความต่างของประเด็นเชิงลึกอย่างละเอียด เมื่อถึงจุดนั้น ท่านจะทราบว่า เงินทองที่เก็บหอมรอมริบจากหยาดเหงื่อแรงงานร่วมสามพันบาทนั้น สมควรหรือไม่แก่การจ่ายออกไปเพื่อให้ได้บุคลิกลักษณะน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยคุณภาพดังเช่นที่กล่าวอ้างมา

ไม่ต้องอื่นไกลดอกครับท่าน, เฉพาะที่กล่าวกันถึงเนื้อเสียงที่ติดไปทางบอบบางไปกว่าขั้วปลั๊กรุ่นทองเพียงเล็กน้อย แต่ได้เนื้อเสียงที่ควบรวมแน่นกระชับ ร้อยรัดบีบอัดให้เนื้อมวลทั้งหมดหนาแน่นด้วยขนาดที่กะทัดรัดลง ตามปกติวิสัยของนิยามข้างต้น มักจะยั้งให้หางเสียงและความกังวานที่ทอดตัวออกไปห้วนสั้น เก็บเนื้อเก็บตัวเร็วเกินไป เป็นผลกระทบโดยตรงต่อไดนามิกคอนทราสต์คือการถ่ายทอดความเปรียบต่างของระดับความดัง-ค่อย อ่อน-แก่ หนัก-เบา และสุดท้ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงนั่นคือ เร็ว-ช้า

เมื่อรวบหางเสียงให้สั้น มันก็ไปได้ดีกับเพลงเร็ว แต่เพลงช้ากลับเสียศูนย์ ฟังแล้วเข้าไม่ถึงอารมณ์เพลงที่แท้จริงของศิลปิน นั่นคือการแฝงตัวและบ่อนทำลายคุณสมบัติ "ความเป็นดนตรี" อย่างร้ายกาจและแยบยล ภายใต้ความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจเพียงชั่วครู่ชั่วยาม

เฉพาะคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในแง่มุมนี้ (ขออภัยที่ข้ามรุ่นข้ามหมวด) รอบยุทธจักรสายไฟเอซีเส้นละหมื่นไม่มีเส้นไหนข้ามผ่านขั้วปลีก Wattgate สองรุ่นนี้ได้อย่างแน่นอน!



 ลองเล่น...ขั้วปลั๊ก- Wattgate 330iAG : Dynamic Silver

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 Page 2....
วกกลับมาที่น้ำเสียงของขั้วปลั๊ก Wattgate 330iAg และ 350iAg กันต่อ ภาพรวมที่สุกสว่างพร่างพราย กระจ่างใสในพื้นอากาศและตัวเสียงที่ปรากฏ กระจ่างแจ้งในพื้นเวทีโดยรอบและช่องว่างช่องไฟภายในเวทีนั้นๆ เมื่อควบรวมกับคุณสมบัติที่กล่าวถึงข้างต้นทั้งหมด (ยกเว้นเรื่องการเมือง) มันไม่เพียงเปิดขยายไดนามิกเร้นจ์ออกมาอย่างกว้างขวางสุดกู่ แต่ยังสามารถถ่ายทอดความเปรียบต่างของเสียงไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ในมุมกว้าง (Macro Dynamic) หรือในส่วนที่เจาะจงลงไปที่เสียงเครื่องดนตรีชิ้นใดชิ้นหนึ่ง (Micro Dynamic) ด้วยการเคลื่อนไหวที่ราบรื่นไร้ร้อยสะดุด

การเคลื่อนไหวยอดเยี่ยมนี้ ครอบคลุมรวมตั้งแต่ การถ่ายทอดระดับความดังสูงสุดไล่ลงมาถึงระดับความดังแผ่วเบา ความเข้มข้นและเจือจางของเสียงที่ปรากฏของชิ้นดนตรีชิ้นเดียวกันหรือต่างชิ้น ให้เกิดความแตกต่างตามสำเนียงของเสียงนั้นๆ แจกแจงน้ำหนักอันเกิดจากความแตกต่างทั้งหนักหน่วงและบางเบาในการบรรเลงเครื่องดนตรีหรือการขับร้องออกมาให้สัมผัสได้เป็นรูปธรรม สุดท้าย, ความแตกต่างทางเสียงในแง่ความเร็วหรือสปีด ยิ่งแตกต่างมากเท่าไหร่ เพลงช้ายิ่งเนิบช้า เพลงเร็วยิ่งรุกเร่งเร้าใจ

ถ้าทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็นรูปธรรมที่สามารถแจกแจงออกมาเป็นประเด็นย่อยประมาณนี้ สิ่งเดียวกันแต่มองในแง่นามธรรมจะเป็นอื่นไกลไปไม่ได้ได้ หากไม่ใช่ "ความเป็นดนตรี"

แน่นนอนครับ, Wattgate 330iAg และ 350iAg ยังคงตอบสนองคุณสมบัติในทุกส่วนที่กล่าวมานี้ไม่ได้คะแนนเต็มสิบทุกข้อ แต่มันถึงพร้อมและนำเสนอออกมาอย่างครบครัน ไม่ขาดพร่องในประเด็นใดประเด็นหนึ่งอย่างชัดเจนเช่นขั้วปลั๊กยี่ห้ออื่นบางรุ่นบางตัว

แล้วก็ห้ามอีเมล์ไปถามว่า "บางตัว" ที่ว่าคือตัวไหน ยี่ห้อใดนะท่าน มันไม่ใช่ปกติวิสัยและอุดมการณ์ของนักวิจารณ์เช่นข้าพเจ้า ถามยังไงก็ไม่มีทางตอบ เว้นเสียแต่ตอบปุจฉาที่ว่า "เหตุอันใด ไฉน 'พี่หนา' ที่รักของเราจึงไม่ยอมลาออก?" มาบอกให้รู้แจ้ง นั่นยังพอจะแง้มข้อมูลให้ทราบได้บ้าง

ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่สมเหตุสมผล, "พี่หนาไม่ไป น้องไก่ไม่มา" ว่างั้นก็แล้วกัน

ยังครับ...ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ความใสสะอาดของทั้งชิ้นดนตรีและพื้นเสียง มันไม่ต่างกับการเปิดช่องทางจราจรจากสี่เลนเป็นแปดเลนยังไงยังงั้น แต่ละเสียงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันจึงมีอิสระในการนำเสนอทั้งลีลาการเคลื่อนไหว ตามติดไปพร้อมกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆไปได้ตลอดเพลง แล้วก็เป็นรายละเอียดเสียงที่ใช่เพียงจะเด่นในแง่ปริมาณที่เพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น ใช่เพียงว่ามีเสียงเล็กเสียงน้องผุดโผล่ขึ้นมาเพียงชั่วครู่ชั่วยามแล้วก็หายไป แต่มันเป็นรายละเอียดเสียงที่เพิ่มขึ้นเสมือนไม่ได้ตั้งใจ มีครบทั้งการกำเนิด การเคลื่อนไหว อย่างมีคุณภาพและเป็นธรรมชาติยิ่ง

ยกตัวอย่าง, เสียงลมพุ่งผ่านท่อทองเหลือง ตามปกติทั่วไปจะได้ยินแค่ตัวเสียงนั้นๆแผดพุ่งผ่านออกมาเท่านั้น ยิ่งเครื่องเคราไม่ได้ใหญ่โตโอฬาร ยิ่งเหลือแต่โน้ตเปล่าๆ เสียงลมผ่านท่อแทบไม่มีให้ได้ยิน แต่นี่กับขั้วปลั๊ก Wattgate iAg ทั้งสอง นอกจากจะเสริมให้ได้ยินรายละเอียดของเสียงลมที่พวยพุ่งผ่านท่อ ยังสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของลมจากด้านหลังพุ่งออกมาอย่างจับต้องได้เป้นอาทิ

นี่ถ้าฝรั่งมันทะลึ่งอัดเสียง 'ตด!' เอาไว้ฟัง มีหวังได้แจ้นออกจากห้องแทบไม่ทัน

สมดุลเสียงยอดเยี่ยมตั้งแต่ทุ้มต่ำจรดปลายแหลม กระจ่างใส และเปี่ยมด้วยไดนามิกครบถ้วน นำเสนอรายละเอียดที่แฝงเร้นภายในออกมาอย่างเปิดเผย ปลดปล่อย มิใช่ผลักดันหรือเน้นให้พุ่งเปิดถาโถมเข้าหาตัว ช่องว่างช่องไฟที่สะอาด แยกแยะลำดับตื้นลึกระนาบดนตรีในบทเพลงคลาสสิกได้เฉียบขาด ตั้งแต่แถวหน้าเรื่อยไปจนบรรจบกับโถงด้านหลังที่ผนังห้อง

ระนาบด้านกว้างแผ่ขยายเต็มเหยียด โฟกัสที่ควบแน่นให้องศาความเป็นสามมิติของตัวเสียงนั้นๆ ชัดเจนเท่าเทียมกันตั้งแต่ปีกซ้ายไปชนปีกขวา ตั้งแต่ตำแหน่งในแถวหน้าไปชนแถวด้านหลัง และตั้งแต่พื้นพรมไปชนเพดานห้อง เมื่อกว้าง-ลึกในแนวราบประสานกับสูง-ต่ำในแนวดิ่ง จึงบังเกิดภาพมิติมายาทางเสียงสามมิติที่แทบจะสมบูรณ์แบบ

ในที่นี้ มันไม่ได้เป็นอุปกรณ์เสริมแก้วสารพัดนึก ที่เพียงต่อเชื่อมในระบบเสร็จสิ้น จะให้ผลลัพธ์ที่ร่ายมาหลายหน้ากระดาษอย่างทันควัน ผมหมายถึงต้องใช้ระยะเวลาเบิร์นสักสองร้อยชั่วโมงขึ้นไปเพื่อให้ปลั๊กทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ชุดเครื่องเสียง อะคูสติกห้องฟัง และทักษะการเซ็ตอัพต้องถึงพร้อมในระดับหนึ่งเป็นองค์ประกอบหลัก หากทั้งหมดมีพร้อมเพรียงอยู่ในชุดระบบของคุณแล้ว ที่เหลือจากนี้ก็แค่ซึมซับอานุภาพแห่งงานดนตรีผ่านต้นทางอย่าง Wattgate เท่านั้น

ถ้าฟังแล้วไม่ตื่นตาเร้าใจ ไม่คล้ายกับที่อ่านผ่านตามาจนจบกระบวน ไม่ต้องแปลกใจนะครับ ให้ลองใช้งานต่อไปสักเดือน ฟังเพลงไปเรื่อยๆอย่างได้เร่งรัดตัดความใดๆ เมื่อถึงจังหวะปะเหมาะก็ค่อย ปลดขั้วปลั๊ก Wattgate iAg ที่เสียบใช้งานอยู่ออกให้หมด จากนั้นสลับขั้วปลั๊กตัวเดิมเข้าไปในระบบ

แล้วความจริงทั้งหมดที่กล่าวอ้างไว้ภายใต้นามปากกา "Gold Lighton" จะปรากฏชัดให้ท่านรับรู้ด้วยหูทองท่านเอง

จบ.......

อ๊ะๆ ยังจบไม่ได้ครับท่าน มันยังค้างคาใจให้ไขน็อตกันอีกหลายประเด็น

ประเด็นแรก, ศึกสายเลือดรอบสอง : ระหว่างพลพรรคขั้วปลั๊กทองคำ กับพลพรรคขั้วปลั๊กเงิน

ประเด็นนี้ ไม่ต้องส่งไปตีความที่ศาลไคฟงให้เสียเวลา ไม่ต้องสรรหา 'กกต.ชุดใหม่' ให้เปลืองแรง ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างขั้วปลั๊กทั้งสองนี้ ไม่ได้น้อยหน้าความต่างของปลั๊กผนังในศึกสายเลือดครั้งก่อนแม้เพียงน้อยนิด

แต่จะบรรยายให้ทะลุปรุโปร่งเช่นครั้งก่อน มันก็ไม่ต่างกับเอาหนังเรื่องเดิมมาฉายซ้ำซาก ครั้นจะไม่กล่าวถึงให้ทราบโดยทั่วกัน มันก็ไม่ใช่สไตล์ของข้าพเจ้าอยู่ดี ศึกของรุ่นน้องทอง-เงินจึงรวบรัด ฟัก เอ๊ย! ฟัดกันสักยกพอเป็นกระสายให้หายสงสัยใคร่รู้พอประมาณคงจะเพียงพอต่อความต้องการ

ชุดเครื่องเสียงที่ใช้ เนื้อมวลสดใส คล้ายเน้นไปที่ย่านกลางแหลมเป็นหลัก น้ำหนักเสียงบางเบาราวปุยนุ่น ซ้ำยังอ่อนระโหยโรยแรงยามต้องโหมกระหน่ำตามไดนามิกที่สลับซับซ้อน บรรยากาศรายล้อมมีสัมผัสแบบที่เรียกว่าฟุ้งซ่าน ชัดบ้างไม่ชัดบ้างตามระดับความดัง ซ้ำยังวูบวาบประเดี๋ยวผลุบประเดี๋ยวโผล่ คล้ายเล่นซ่อนแอบตลอดเวลา เช่นนี้ต้องหาขั้วปลั๊กทองคำไว้บูชาสักชุด

เซียนหูทองท่านว่า จะคุ้มบารมีและปัดเป่าเภทภัยในชุดให้มลายไปสิ้น

เนื้อเสียงที่เสียงเพียงแต่สดใสเบาบาง พลันเพิ่มเนื้อเสียงให้เอิบอิ่ม ควบแน่นเป็นตัวตน ยังคงไว้ซึ่งน้ำหนักที่หนักแน่นและหนักหน่วง ราวกับเพิ่มวัตต์ให้ภาคขยายสักยี่สิบวัตต์ก็ไม่ปาน มันทำให้ต้องเลือกฟังเพลง 'คาใจ' ของเจ เจตรินไปอีกนานแสนนาน เพราะบรรยากาศล้อมรอบตัวโน้ตที่ปะพรมเป็นภวังค์รอบๆ ผสานกันทุกชิ้นดนตรี แผ่กระจายไปชนโถงหลังที่อลังการ ก่อให้เกิดขอบเขตปริมณฑล เป็นวงเป็นเวทีเสียงให้เด่นชัดจับต้องได้ผ่านโสตประสาทชนิดทันตาเห็น

เว้นแต่เนื้อเสียงติดไปทางอิ่มหนา นุ่มนวล หรือค่อนไปทางเจ้าเนื้อสักหน่อยนั่นแหละ นั่นจึงถึงเวลาแก่การพินิจพิจารณาว่า น้ำเสียงที่ฟังเป็นประจำจนคุ้นหูนี้ มันมีจุดที่ซ้ำซากจำเจหรือไม่ ให้สังเกตว่า ไทมิ่งหน่วงช้าไปสักนิดกับเพลงที่เน้นจังหวะหรือไม่ คอนทราสต์หรือการไต่ระดับเสียงร้องของศิลปินที่คุ้นเคยไปถึงที่สุดหรือไม่ ความสงัด สะอาดใสของตัวเสียงและพื้นอากาศธาตุรอบๆรบกวนหรือบั่นทอนรายละเอียดที่แฝงอยู่ในบทเพลงไปเพียงใด ถ้าผลลัพธ์ของมันมีน้ำหนักเกินกว่ารสนิยมความชอบที่ยึดถืออยู่ นั่นคือเหตุผลที่ต้องไขว่คว้า เฟ้นหาขั้วปลั๊กเงินคำไว้สักการะสักคู่

เซียนหูเงินท่านว่า ไพรี (แห่งความมัวหมอง) พินาศ!

ความขุ่นมัวที่เนื้อเสียงและบรรยากาศโดยรอบกระทั่งจำแนกแยกแยะไม่ออก อะไรคือแก่นอะไรคือบรรยากาศ เพราะมันซ้ำซ้อนกันจนสับสน กลับกลายเป็นกระจ่างแจ้งแทงตลอด เนื้อส่วนเนื้อ บรรยากาศส่วนบรรยากาศ แต่ทั้งสองส่วนกลับเชื่อมโยงเป็นสิ่งเดียวกันอย่างน่าทึ่ง ไหนจะพื้นอากาศที่ต้องเว้นระยะให้แต่ละเสียงบรรเลงอย่างอิสระอีกหนึ่ง แต่ก่อนแต่ไรมักเบียดเสียดยัดเยียดจนน่าอึดอัด บัดนี้มิเพียงได้พื้นที่ครอบครองตามที่ควรเป็น ช่องว่างที่เปิดไว้ยังมีรายละเอียดแอบแฝงและนำเสนอให้รับรู้ได้ตลอด เป็นความสงัดที่แจ่มชัดตั้งแต่ด้นหน้าถึงด้านหลังอย่างเท่าเทียม

จุดนี้ต้องให้ท่านผู้อ่านเป็นคนตัดสินด้วยตัวเอง เพราะไม่ว่าดุลน้ำเสียง รายละเอียด รวมไปถึงมิติเวทีเสียงก็ดี เหล่านี้ล้วนสมบูรณ์และถึงพร้อมในขั้วปลั๊กทั้งสองพี่น้องเงิน-ทองอยู่แล้ว บุคลิกแฝงในน้ำเสียงเท่านั้นคือความแตกต่างที่ต้องขบคิดให้ถี่ถ้วนว่ารสนิยมของท่านเอนเอียงไปทางใดมากกว่ากัน

ประเด็นที่สอง, หากต้องเลือกเพียงหนึ่ง : หมายถึงขั้วหัวหรือขั้วท้าย นั่นต้องพิจารณาไปว่าปลั๊กผนังหรือเบ้าเสียบที่เครื่อง ตำแหน่งไหนมีคุณภาพสูงกว่ากันเป็นที่ตั้ง

ยกตัวอย่างนะครับ, สมมุตว่าปลั๊กผนังใช้เกรดธรรมดาสามัญตามบ้านทั่วไป จะเป็น National, Clipsal, bTichino หรือยี่ห้ออื่นๆในตลาดที่ราคาค่างวดต่ำกว่าห้าร้อยบาทลงมา แต่ท้ายเครื่องที่เบ้าเสียบใช้เกรดออดิโอทั้งหลาย จะเป็น Acme หรือ Furutech ก็ตามแต่ อันนี้ให้เลือกขั้วปลั๊ก Wattgate 350iAg ไว้เป็นตัวแรก

กลับกัน ถ้าปลั๊กผนังเป็นประเภทออดิโอเกรดชั้นยอดเป็นแหล่งจายกระแสไฟหลัก อันนี้ต่อให้ใช้เบ้าเสียบที่ว่ามาทั้งสองอยู่แล้ว ก็ให้หันมาใช้ขั้วปลั๊ก Wattgate 330iAg เสียบเข้าที่ปลั๊กต้นทางไว้ในเบื้องต้นก่อน ยิ่งถ้าปลั๊กผนังติดยี่ห้อ Wattgate 381 ด้วยแล้ว ต้องหันมาที่ขั้วปลั๊กตัวผู้สถานเดียวครับท่าน

ครั้นโทรศัพท์ปรึกษาประเด็นนี้กับผู้นำเข้า ปรากฏว่าข้อมูลที่กำลังจะแลกเปลี่ยนกันนั้น กลับกลายเป็นเรื่องเดียวกันไปเสียนี่ ท่านแจ้งว่าคำถามนี้มีลูกค้าสนใจใคร่รู้มาก จะรอให้บทวิจารณ์ออกมันก็ไม่ทันต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้า ว่าแล้วก็ตัดแบ่งสายไฟเอซีเป็นสามชุดสำหรับเทียบฟัง ชุดหนึ่งใช้ขั้วปลั๊ก 330iAg เป็นต้นทาง ปลายทางใช้รุ่น 320 ธรรมดา ชุดที่สองใช้ขั้วปลั๊กต้นทางเป็น Marinco ปลายทางเป็นขั้วปลั๊ก 350iAg ชุดสุดท้ายใช้ขั้วปลั๊กเงินทั้งสองสายไฟเอซี ทั้งหมด, ใช้สายไฟ Kimber PK10 เป็นตัวอ้างอิง

แน่นอนครับ ชุดที่สามนั้นถ่ายทอดศักยภาพของ Wattgate ได้เต็มที่มากกว่าทั้งสองชุดหลัง ขณะที่ชุดแรกตามติดมาไม่ห่างนักในแง่คุณภาพโดยรวม แต่ชุดสุดท้ายกลับถูกทิ้งห่างไปไกลทีเดียว

เหตุผลท่านไม่ได้แจ้งว่าเพราะอะไร แต่ผมพิสูจน์แล้วด้วยหูของตัวเอง

ประเด็นสุดท้าย, ปลั๊กผนังเงิน VS. ขั้วปลั๊กเงิน : งบประมาณมีจำกัดจำเขี่ย ถ้าต้องให้เสียสตุ้งสตางค์กันก่อน ปนะมาณว่าอยากได้เสียงอย่าง Wattgate ไว้ประดับชุดสักหนึ่งชิ้น ว่าแต่จะเลือกสรรปลั๊กแบบไหนดีให้ถูกใจ

กระผมได้ลองฟังจนท้ายที่สุด ถ้าต้องเลือกเพียงหนึ่งเดียว ปลั๊กผนังยังสมควรแก่การยกย่องเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง แม้ราคาค่างวดต่อตัวจะสูงกว่าขั้วปลั๊กเกือบเท่าตัว แต่ขอยืนยันว่า แม้จะใช้ขั้วปลั๊กทั้งหัวและท้ายรวมกันทั้งคู่ในสายไฟเอซีเส้นเดียวกัน มันยังส่งอานุภาพไปไม่ถึงจุดที่พี่ใหญ่ 381Ag ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มพิกัดมากกว่า

เพราะอะไร? เป็นเหตุผลและตรรกะที่ง่ายมากในการหาคำตอบ นั่นเพราะเมื่อใช้ปลั๊กผนัง 381Ag หนึ่งตัว มันแผ่อิทธิพล บุคลิก น้ำเสียงของตัวมันเองแจกจ่ายออกไปกับเครื่องถึงสอง แต่กับขั้วปลั๊กที่สายไฟ ทำได้เต็มที่ก็เพียงหนึ่งจุด แม้ว่าจะใช้ขั้วปลั๊ก 330iAg ถึงสองจุดที่ปลั๊กผนังธรรมดา ก็ต้องเข้าใจว่าหน้าสัมผัสมันไม่แนบแน่นเช่นดั่งที่ปลั๊กผนัง 381 Ag ทำได้

แน่นอนที่สุด ผลลัพธ์จากการลองฟังลองใช้งานในแง่มุมอื่นๆร่วมสองเดือน มันก็ตกตะกอนจนเห็นคำตอบที่ชัดเจน ซึ่งนั่นก็คือผลลัพธ์ที่แจ้งไว้ข้างต้นทุกประการ

เอาล่ะครับ, ครบถ้วนกระบวนความกันเสียที งานนี้ไม่มีอะไรติดค้างท่านผู้อ่านอีกต่อไปแล้ว พบกันใหม่เลือกตั้งครั้งหน้าครับ

วาระสมานฉันท์ "บ้านประตูแห่งพลวัต"

ศึกสายเลือดครั้งก่อน ระหว่างสองขั้วอำนาจทั้งเงินและทองนับว่าไม่อาจหาข้อยุติลงตัวได้ ดูท่าทางศึกครั้งนี้จะยืดเยื้อไม่มีใครยอมใครเหมือนเหตุบ้านการเมืองในบ้านเราเป็นแน่ หลายฝ่ายที่รักชอบและนิยมแนวทางการนำเสนอของเหล่าแกนนำ Au และ Ag ต่างอยู่ในสถานการณ์ที่เขม็งเกลียว ไม่ลดราวาศอกกันแม้กระเบียดนิ้ว

ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายจดๆจ้องๆกันอยู่ในสมรภูมิภายใต้ชายคาบ้านประตูแห่งพลวัต (Wattgate) ชั่วพริบตา เมฆฝนตั้งเค้าก่อตัวขึ้นในบันดล สายลมที่กรรโชกแรงพัดผ่านเมื่อครู่กลับหยุด นิ่งสนิท ราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

ไม่ทันได้ตั้งตัว ทันใดนั้น พายุฝนและลูกเห็บเม็ดเท่าลูกกอล์ฟห่าใหญ่ซัดกระหน่ำลงตรงที่ทั้งสองฝ่ายห้ำหั่นชิงแย่งพื้นที่ปกครอง พายุฝนกระหน่ำซัด สายฟ้าฟาดลงสู่ฝูงกองทัพทั้งสองผ่าน ราวกับจะบีบบังคับให้สองฝ่ายต้องล่าถอยกลับฐานที่มั่นของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อยกพลล่าถอยกลับฐานที่มั่น พายุฝนกลับหยุดนิ่ง ท้องฟ้าพลันเปิดโล่งแจ่มใส ต่อเมื่อเคลื่อนกำลังพลเข้าสู่สมรภูมิ เมฆฝนมืดคล้ำดำทะมึนพลันก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ราวกับท้องฟ้ามีสายตาดวงใหญ่อันทรงพลานุภาพจับจ้องมองพื้นที่แผ่นดินทองนี้อยู่อย่างไม่คลาดสายตา

เหตุการณ์ตลอดแรมปีที่ผ่านมา เป็นอย่างนี้ทุกครั้งไป จนกำลังทั้งสองฝ่ายอ่อนระโหยโรยแรงและต้องเจรจาสงบศึก แบ่งเขตแดนของแต่ละฝ่ายไว้เท่าที่เคยปกครอง ส่วนสมรภูมิผืนแผ่นดินทรงขวานทองนั้น คงต้องปล่อยให้ "ฟ้าเบื้องบน" ครอบครองไว้เช่นที่เคยเป็น

ครั้งหนึ่ง, หน่วยซุ่มโจมตีจากฝั่งปลั๊กทองถูกสั่งให้สาดโคลนใส่ฝ่ายตรงข้าม ลอบผ่านพื้นที่ไม่ถึงครึ่งทาง ยังไม่ทันได้ล่วงล้ำเข้าพื้นที่ฝั่งเงิน สายอัสนีบาติฟาดผ่านลงจากฟากฟ้าสู่หน้าผาอันเป็นจุดศูนย์กลางแผ่นดินขวานทอง เสียงดังกึกก้องกัมปนาททั้งขุนเขา งานนี้ไม่มีใครตาย ไม่มีใครบาดเจ็บ คงเหลือไว้เพียงร่องรอยจากอัสนีบาติที่ฟาดลงที่กึ่งกลางหน้าผาใหญ่

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกอย่างก็กลับมาสงบสุขร่มเย็นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในแผ่นดินแห่งนี้ ร่องรอยสายฟ้าฟาดตรงหน้าผานั้น ดูไปคล้ายภาษามนุษย์อยู่บ้าง ถ้าอ่านไม่ผิดพอจะจับใจความได้ว่า

"อย่ามั่ว!!!"

นี่จึงเป็นที่มาของ "วาระสมานฉันท์" ที่จั่วหัวไว้ในครั้งนี้

เรื่องประเภทนี้ใครได้ฟังต่างรู้ดี ไม่มีพยัคฆ์สองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันเช่นไร ในรั้วบ้าน "ประตูแห่งพลวัต" หรือที่เรียกทับศัพท์ภาษาปะกิตกันให้คุ้นหูอยู่เสมอว่า Wattgate เมื่อปลั๊กทองกุมอำนาจรวบยอดเป็นหนึ่งเดียวมาตลอด วันหนึ่งมีพี่น้องฝาแฝดปลั๊กเงินเข้าอาศัยใต้ชายคาเดียวกัน เรื่องราวหักเหลี่ยมชิงดำจึงเริ่มต้นขึ้นและจบลงด้วยประการฉะนี้

ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมีดีด้อยกันคนละอย่าง กินกันไม่ลงอย่างเด็ดขาด แต่ลิขิตจากฟากฟ้าสั่งลงมาว่า "อย่ามั่ว" และให้ปรองดองสมานฉันท์เพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชนชาวสยาม เอ๊ย! แก่บ้านประตูแห่งพลวัต สมควรแก่เวลาแล้วที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน รังสรรค์ให้เกิดความมั่นคงเป็นปึกแผ่น เพื่อปกป้องตำแหน่งแถวหน้าในยุทธภพเครื่องเสียง, นั่น จบฤทธิ์มีดไปสามเล่มก็เป็นเช่นนี้เองครับท่าน

ความเดิมตอนที่แล้ว, หลังจากสัประยุทธ์ระหว่างสองพี่ใหญ่ Wattgate 381Au และ 381Ag น้องๆกองเชียร์ที่คุมเชิงอยู่ข้างหลังชักอยากตะลุมบอนกับเขาด้วย จะมีใครที่ไหนอีก Wattgate 330i, 350i ในฝั่งทองและ Wattgate 330i Ag, 350i Ag ในฝั่งเงินนั่นแหละ แต่ในเมื่อพี่ใหญ่สักพักรบ แล้วหันมาจับมือผนึกกำลังทั้งสองฝ่าย ผลลัพธ์ที่ได้มันจึงเป็นเรื่องราวสุดจะคาดเดา

ศึกคราวก่อนท่านผู้อ่านไม่เห็นหรืออย่างไร ถัดไปไม่กี่หน้ากระดาษ พลพรรคปลั๊กทองจากค่าย A/V Paradise ก็แก่งแย่งชิงดำกันตั้งหลายยก ยังไม่นับขั้วปลั๊กสำนัก Furutech และสำนักใหม่อย่าง Oyaide ที่เพิ่งอิมพอร์ตมากันหมาดๆ ทั้งสองสำนักนี้ก็มาจากเชื้อชาตินักรบมีธง "ตะวันแดงเบิกฟ้า" กำกับท้ายไว้อีกที

ครั้นเบี่ยงหน้ามาอีกที Shunyata Research ก็คลอดปลั๊กผนังออกมา ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ใช้งานกับเครื่องกรองไฟตัวดังแห่งปี Hydra Model 2 ตามติดด้วยเจ้าเก่าอย่าง Ps Audio Powerport ที่กระแสความนิยมยังคงแรงต่อเนื่องไม่เคยตกอีกล่ะ

ถูกแล้วที่งานนี้ Wattgate หันหลังกลับมาจับมือร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค เพราะถ้าเพลี่ยงพล้ำเพราะมัวแต่ฟัดกันเองภายใน เพราะนายใหญ่มัวแต่ "เว้นวรรค" ไม่สนใจกระแสความเปลี่ยนแปลงภายนอกที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ เป็นไปได้สูงว่าจากดาวค้างฟ้า อาจจะกลายเป็นดาวตกในชั่วข้ามคืน

ในชุดที่ใช้งานเป็นส่วนตัว ผมติดตั้งปลั๊กผนัง Wattgate 381 ไว้ตั้งแต่ปลั๊กผนังรุ่นนี้ออกตลาดใหม่ๆ ส่วนขั้วปลั๊กหัว-ท้ายรุ่นทองนั้น แม้จะตามติดในภายหลัง แต่ทั้งสามตัวก็ยังคงรับใช้อย่างซื่อสัตย์จวบจนวันนี้, ห้าปีเห็นจะได้

ส่วนปลั๊กผนัง Wattgate 381Ag และขั้วปลั๊กหัว-ท้ายรุ่นเงินก็เพิ่งจะผ่านกระบวนการ 'ลองเล่น' ไปหมาดๆ ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ความคันของผมเองนี่แหละ ระหว่างที่ลองเล่นลองฟังปลั๊กผนังเงิน 381Ag เพื่อให้เกิดความเปรียบต่างในการจับประเด็นอย่างเด็ดขาด มันจึงต้องวัดผลระหว่างขั้วปลั๊กรุ่นเงินและขั้วปลั๊กรุ่นทอง สลับไปมาเพื่อหาประเด็นความต่างและความเข้ากันได้

ครั้นเปลี่ยนปลั๊กผนังเป็นรุ่นทองเพื่อเปรียบเทียบ ขั้วปลั๊กเงินและทองชุดเดิมนั่นแหละ ที่ต้องลองฟังเพื่อจับประเด็นย้อนกลับสลับขั้วอีกทิศทางหนึ่ง ที่บ้าลองอย่างนี้เพราะผมเองทราบล่วงหน้าก่อนแล้วว่า ท่านผู้อ่านต้องสนใจในประเด็นนี้แน่นอน ส่วนการใช้งานร่วมกันนั้น ไม่ต้องบรรยายมากมายให้เปลืองหน้ากระดาษ มันเข้าขากันอยู่แล้วทั้งเงินและทองเมื่อใช้ร่วมกันเอง เรียกว่าเป็นไปตามที่ยกอ้างไว้ในย่อหน้าก่อนๆนั่นแหละครับ

งานนี้ Gold Lighton "แสนรู้" อีกแล้วครับท่าน

เริ่มที่ตัวปลั๊กผนังกันก่อน ยืนพื้นที่รุ่นทอง 381Au ที่ผนัง ใช้ขั้วปลั๊กรุ่นเงินทั้งหัวและท้ายเป็นสะพานเชื่อมสู่อุปกรณ์หลักอย่างอินทีเกรตแอมป์เป็นตัวยืนเพราะสายไฟเอซีที่ใช้ค่อนข้างเหมาะสมกับภาคขยายมากกว่าแหล่งโปรแกรมต้นทาง Kimber PK10 เส้นเดิมและ Hovland Mainline สลับไปมา

จากนั้นก็เปลี่ยนกลับแบบตรงกันข้าม ใช้ปลั๊กผนังรุ่นเงิน 381Ag เป็นแหล่งจากกระแสไฟฟ้าต้นทาง ส่วนขั้วปลั๊กหันไปใช้รุ่นทอง โดยยังคงเงื่อนไขอื่นๆไว้คงเดิม

ผลที่ได้ออกไปในทิศทางเดียวกัน คือ บุคลิกและน้ำเสียงของขั้วปลั๊กที่สายไฟเอซี จะส่งผลให้รับรู้ได้เด่นชัดมากกว่าปลั๊กผนังทั้งสองรูปแบบ ตรงนี้ต้องแยกให้ขาดออกจากกันนะครับ ในเมื่ออานุภาพโดยรวมของปลั๊กผนังเด่นกว่า มันก็ยังคงเด่นกว่าขั้วปลั๊กอยู่ดีถึงแม้จะใช้งานร่วมในชุดเดียวกัน แต่น้ำเสียงซึ่งเป็นประเด็นเชิงปริมาณ มันมีความแตกต่างและโน้มเอียงไปในทิศทางของโลหะนั้นๆมากกว่าเมื่อใช้งานในตำแหน่งที่ใกล้เครื่อง

นั่นหมายถึงคุณภาพด้านไดนามิกเร้นจ์ ไดนามิกคอนทราสต์ก็ดี สองประการนี้ปลั๊กผนังทำได้โดดเด่นกว่า มันจึงเป็นเหตุผลที่สมควรแก่คำอ้างที่ว่า หากต้องเลือกใช้งานเพียงตัวใดตัวหนึ่งระหว่างปลั๊กผนังและขั้วปลั๊ก ต้องเลือกปลั๊กผนังก่อน

ขณะที่ขั้วปลั๊กทั้งคู่นั้น กลับให้บุคลิกเสียงเด่นชัดกว่าไปตามโลหะที่ขั้วปลั๊กนั้นๆเคลือบผิวไว้ชั้นนอกสุด แต่คุณสมบัติด้านไดนามิกที่เป็นจุดเด่นของปลั๊กผนัง ขั้วปลั๊กก็มีครบแต่ยังไม่จะแจ้งทัดเทียม ต่างจากประเด็นเรื่องน้ำเสียงที่ดูจะมีสีสันออกไปทางทางใดทางหนึ่งมากกว่า

เพราะฉะนั้น ถ้าหากท่านผู้อ่านเริ่มต้นด้วยปลั๊กผนังรุ่นใดรุ่นหนึ่ง และไม่ต้องการเสริมด้วยโลหะชนิดเดียวกันให้มีบุคลิกเป็นไปในแนวทางเดียว ทางออกที่น่าสนใจแบบนี้ผมได้พยายามหาข้อสรุปให้ท่านในเบื้องต้นแล้วข้อหนึ่ง

ที่ลึกซึ้งกว่านี้ ต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะขุดคุ้ยออกมาหมด เอาเป็นว่าถ้ามีประเด็นเสริมในแง่มุมอื่นเมื่อไร่ จะนำมารายงานแทรกใน 'ลองเล่น' ฉบับต่อๆไปก็แล้วกันนะครับ

และสำหรับท่านที่คิดต่อเนื่องไปถึงเงื่อนไขสายเส้นเดียวกัน แต่ใช้ขั้วปลั๊กต้นทางเป็นเงิน แต่ท้ายที่เข้าเครื่องเป็นทอง หรือสลับตำแหน่งกัน

อันนี้ขอกระซิบดังๆว่า "ไม่เวิร์ค" ครับท่าน

ของอย่างนี้ไม่ต้องลองนาน สลับขั้วกันเพียงครั้งเดียวก็รู้แจ้งเห็นจริงกับตัวนั่นแล้ว ต่างกันมากกับเมื่อใช้งานขั้วปลั๊กหัว-ท้ายในสายไฟเอซีเส้นเดียว อย่างหลังนี้ดูกลมกลืนราบรื่น ทั้งยังถึงพร้อมด้วยรายละเอียดที่ต่อเนื่องกว่าชัดเจน

ข้างต้นว่ากันเฉพาะใช้ปลั๊กผนังตัวเดียวเพียวๆต่อเข้ากับเครื่องเล่นซีดีหนึ่ง และอินทีเกรตแอมป์อีกหนึ่ง คือใช้อุปกรณ์เพียงสองเครื่องเท่ากับช่องเสียงที่ตัวปลั๊ก

แต่ทีเด็ดเคล็ด(ไม่)ลับมันอยู่ตรงนี้ครับท่าน เรื่องมันบังเอิญไปพบเข้าก็ตอนที่ประกอบปลั๊กผนังรุ่นเงินเข้าร่วมกับปลั๊กผนังรุ่นทองใน Hi-Fi Plug ของเดอะหั่งนี่แหละ

ทั้งที่ใช้งานต่อเชื่อมเครื่องเคราชุดเดิม แล้วก็ไม่รู้ได้ว่ามันไปเกี่ยวเนื่องถึงกันได้อย่างไร แต่สุ้มเสียงสำเนียงของปลั๊กผนังอีกตัวกลับหลุดออกมาให้ได้ยินกันเห็นๆ ทั้งที่ไม่ได้เสียบใช้งานปลั๊กผนังตัวนั้นสักช่องเสียบ!

นี่มันบ้าชัดๆ!!!

เอาใหม่, ปิดเครื่องปลดสายไฟ แล้วย้ายจากปลั๊กผนังรุ่นทอง เปลี่ยนไปเสียบที่ปลั๊กผนังรุ่นเงินทั้งคู่ เปิดเครื่องทิ้งไว้ให้เข้าที่ แล้วฟัง...

นั่นไงล่ะ มันมาอีกแล้วครับท่าน ที่ได้ยินอยู่ตรงหน้า มันไม่ใช่สำเนียงของปลั๊กผนังรุ่นเงินแต่เพียงอย่างเดียวแล้ว บุคลิกที่อิ่มเอิบ อุดมด้วยบรรยากาศในปลั๊กผนังรุ่นทอง ไม่รู้ว่ามันไหลผ่านเข้ามาทางไหน ลองสลับเครื่องเล่นซีดีอีกครั้ง เปิดเครื่องทิ้งไว้ข้ามวัน แล้วค่อยมานั่งฟังในเงื่อนไขเดิมกันใหม่ เพราะสงสัยว่าตัวยาระงับประสาทไม่ออกฤทธิ์

รุ่งขึ้นเบิ้ลยาไปอีกเท่าตัว ประสาทสัมผัสตอบสนองฉับไวขึ้นอีกโข มองเห็นระยะไกลและมองการณ์ไกลได้ชัดแจ้ง เรียกว่านั่งอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมองเห็นชัดว่าสาวน้อยที่นั่งเหม่อลอยอยู่ริมน้ำสวมใส่ 'เกาะอก' สีอะไร น่าแปลก, ที่สายตาคมยิ่งกว่านกอินทรีแม่นยำยิ่งกว่าเหยี่ยว ไฉนจึงมองไม่ชัดเจนและผิดเพี้ยนอยู่สองอย่าง

ที่ผิดเพี้ยน คือหน้าตาของ ก.ก.ต. (เก็บ+ต๋ง+ใต้โต๊ะ) "ตัวปัญหาชอบมั่ว" สามคนหน้าบ่อนหมอเขมร ที่มองยังไงๆ มันก็คล้ายกระเบื้องหนาตรากำแพงเมืองจีนเข้าไปทุกที

ที่ไม่ชัดเจน คืออนาคตของประเทศชาติ ที่นับวันยิ่งหม่นหมอง ยิ่งมืดมัว

บ่นไปก็เท่านั้น หันมาเล่นเครื่องเสียงแก้กลุ้มกันต่อดีกว่า, ครั้นลองขยับภาคขยายไปเป็นปรี-เพาเวอร์ ความลงตัวของปลั๊กผนังทั้งสองยิ่งแสดงออกมาชัดเจน เป็นความลงตัวของน้ำเสียงในจุดที่แทบจะเรียกได้ว่า 'กึ่งกลาง' ของทั้งสองบุคลิกเงิน-ทอง ขณะที่คุณภาพในแง่ไดนามิกและรายละเอียดปลีกย่อยยังอยู่ให้สัมผัสกันพร้อมหน้า

แน่นอน ถ้าคิดปรุงแต่งบ้างสำหรับวิธีการนี้ ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าท่านต้องการจะเลือกเอาบุคลิกของปลั๊กผนังตัวไหนเป็นหลัก ก็ให้เลือกต่อสายไฟเอซีของแหล่งโปรแกรมต้นทางและปรีแอมป์ไว้ที่ปลั๊กผนังรุ่นนั้น ส่วนเพาเวอร์แอมป์ให้ต่อเข้าปลั๊กผนังอีกตัวในบล็อก เป็นอันเสร็จพิธี

แถมท้ายให้อีกเรื่องที่หูต้องเข้าขั้นเพี้ยนจัดจึงจะเข้าถึง นั่นคือถ้าท่านผู้อ่านได้ครอบครองขั้วปลั๊กรุ่นเงินและทองในเวลาเดียวกัน ถ้าต้องการปรับสมดุลให้ขั้วปลั๊กรุ่นทอง กระชับแน่น เว้นช่วงว่างระหว่างตัวโน้ตต่อตัวโน้ตให้กระจ่างแจ้งขึ้น โดยไม่กระทบต่อบรรยากาศรายล้อมซึ่งเป็นจุดขายของขั้วปลั๊กทอง

ทั้งยังเป็นการปรับน้ำเสียงในส่วนของขั้วปลั๊กเงินให้อิ่มเอิบ มีเนื้อเสียงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สเกลเสียงบอดี้ใหญ่ขึ้นพอประมาณ โดยไม่สูญเสียสำเนียงความสดใส ช่องว่างช่องไฟที่สะอาด สงัดนิ่ง และยังคงความสว่าง กระจ่างพร่างพรายระยิบระยับไว้เช่นเดิม
ทั้งหมดทำครั้งเดียวส่งผลถึงขั้วปลั๊กทั้งสองตัว สำคัญที่สุดคือ มันใช้ต้นทุนเพียงศูนย์บาทเท่านั้น!!!

สงสัยใช่ไหมล่ะ? วิธีการใดจึงได้ผลลัพธ์เช่นนั้น

เอียงหูมานี่ จะกระซิบเบาๆให้ฟัง "เปลี่ยนปลอกสีฟ้าใสของขั้วปลั๊กเงินสลับกับปลอกไนลอนสีดำมันของขั้วปลั๊กทอง เท่านี้ก็เสร็จสิ้นกระบวนการครับท่าน"

ถามว่ามันมีผลต่อเสียงอย่างไร? ผมพอจะบอกได้ตามประสาคนบ้าลองว่า ความแข็งของปลอกที่แตกต่างกัน มันมีผลต่อการสลายคลื่นรีโซแนนซ์ที่เกิดกับขั้วปลั๊ก ฝาน้ำเงินใสจะแกร่งกว่าฝาดำไนลอนพอสมควร แต่ความเหนียวแน่นฝาดำเป็นต่อฝาน้ำเงินที่ดูเปราะกว่า เมื่อสลับสับเปลี่ยนกัน คุณสมบัติเฉพาะของฝา จะเติมเต็มในส่วนของน้ำเสียงที่ขั้วปลั๊กตัวนั้นขาดให้สมบูรณ์ขึ้น เอาเป็นว่าถ้าไม่ยึดถือหลักการมากเกินไป ใช้หูเป็นตัวตัดสินตามหลักเกินของข้าพเจ้า รับรองว่า เกินกว่าครั้งย่อมจับความแตกต่างออกได้ไม่ยากเย็น

เป็นไงล่ะท่าน, บอกแล้วว่ายาแก้ประสามกำลังหมดฤทธิ์

สายฝนโปรยปรายต่อเนื่องเนิ่นนานคราหนึ่ง เป็นสัญญาณผันฤดูกาลสู่หน้าฝน ไอดิน กลิ่นหญ้า ล่องลอยเตะจมูก ชวนให้คิดคำนึงถึงสมัยวัยเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่เร่งรีบ เร่งเร้า หรือต้องใช้ชีวิตแข่งขันกับผู้คนและแข่งกับเวลาที่สิ้นไปในแต่ละวันเช่นในเมืองกรุง

ชีวิตต่างจังหวัดช่างแตกต่างจากเมืองกรุงถึงเพียงนี้ เหตุไฉนผมจึงย้ายถิ่นฐานทำมาหากินมาแสนไกล ถ้าไม่ใช่เพราะ "ฐานะและเงินทอง" สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกับวิถีชีวิตราบเรียบ ไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน อีกทั้งสูญเสียมิตรสหายที่อุดมน้ำใจไมตรีไปมากมาย

หลายครั้งที่บทเพลงอันแสนไพเราะ ชวนให้ไตร่ตรองถึงชีวิตในบั้นปลาย เพราะมั่นใจว่าเรี่ยวแรงแข้งขันในวันนี้ ยืนระยะได้ไม่เกินสิบปีคงโรยรา ใช่เพราะอายุมากเกินไป แต่เพราะความเบื่อหน่ายในวิถีทางวุ่นวายในเมืองหลวง

ถ้าเลือกได้ จะขอกลับไปใช้ชีวิตช่วงกลางคนที่ต่างจังหวัดเช่นที่เคยเติบโตมา
ถ่วงดุลชีวิตที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำในวัยเด็กให้กลับเข้าสู่จุดสมดุล เข้าสู่ทางสายกลางภายใต้ความสุดโต่งของชีวิต ดังเช่นคำที่ใครบางคนที่ผมนับถือเป็นญาติผู้ใหญ่กล่าวไว้

"แคบนักมักคับขยับยาก
กว้างมากอันใดจะใส่สม
เบานักมักปลิวลิ่วลอยลม
หนักนักมักจมลงดินดาน"

ขอให้มีความสุขกับทางสายกลางแห่งดนตรีทุกท่านครับ



"Gold Lighton"
สิงหาคม 2549
 



 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
ครับ  อ่านให้ตาแฉะครับ
http://www.audio-teams.com/accessories/shunyataHydra2/1.shtml
 ลองเล่นShunyata Research Hydra II
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 

ราวต้นเดือนก่อน พรรคพวกที่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยมได้แวะเวียนมาหาผู้เขียน จึงได้นัดแนะกินกาแฟที่ร้านประจำ ด้วยความที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาสิบกว่าปี ประเด็นในการสนทนาจึงหลากหลายตามประสาเพื่อนเก่าแต่ยังไม่แก่

พอคุยจบเรื่องสารทุกข์สุกดิบ ถามไถ่ข่าวคราวเพื่อนฝูง เจ้าเพื่อนตัวดีก็เปิดประเด็นสอบถามเรื่องการงาน ทีแรกคิดว่าจะดูดวงให้ นึกอยู่ในใจ 'ไอ้เพื่อนคนนี้เข้าท่า หน้าตาเรียบๆอย่างนี้ นึกไม่ถึงว่าจะหันมาดูดวง' แต่ฟังได้ไม่นานก็จับใจความได้ว่า เดี๋ยวนี้เพื่อนได้ผันตัวมาทำธุรกิจแนวใหม่ เพราะเบื่อหน่ายกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน ไอ้เราฟังแรกๆก็ตื่นเต้น ตั้งใจฟังอยู่พักใหญ่

สามชั่วโมงผ่านไป...พอจับไต๋ได้

อ้อ...ที่แท้ก็ธุรกิจขายตรงกลายพันธุ์ ถึงว่าสิ, ไม่อย่างนั้นคงไม่ดั้นด้นมาหาเพื่อนเก่าแน่นอน แต่เอาเถอะ ไหนๆก็ตกกระไดพลอยโจนเข้าให้แล้ว ฟังเพื่อนขายของเสียหน่อยจะเป็นไรไป อยากรู้เสียจริงว่า เดี๋ยวนี้วงการธุรกิจขายตรงมีวิวัฒนาการไปถึงขั้นไหน

ต้องขอชมจากใจจริงครับ ธุรกิจขายตรงยุคนี้พัฒนาตัวเองขึ้นไปมาก สมาชิกประจำแต่ละคนจะถูกอบรมด้านจิตวิทยาการขายอย่างเข้มข้น มีความรู้แน่น สอนแนวคิดกันอย่างมีระบบชนิดตัวต่อตัว จะไม่เปิดประเด็นการขายเมื่อไม่มีจังหวะ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือเพื่อนเก่าของผู้เขียน กว่าจะเริ่มเข้าประเด็นการขายได้ เรียกว่าจากสุพรรณอ้อมขึ้นเชียงใหม่ เลี้ยวไปอุดร วกลงไปหาดใหญ่ แล้วค่อยตีรถด่วนกลับเข้ากรุงเทพ, เนียนจริงๆเพื่อนรัก

หลังจากรู้เจตนาเพื่อนแล้ว ความสนใจใคร่รู้ก็หมดไป เนื่องจากส่วนตัวผู้เขียนเคยลองศึกษาหลักการของอาชีพประเภทนี้ในเบื้องต้นแล้ว พบว่าไม่ตรงกับแนวทางการดำเนินชีวิตของตน แม้ไม่รู้สึกคัดค้าน แต่ก็ไม่ได้ยอมรับเสียทีเดียว

สัมมาอาชีพมามากมาย ถ้ารู้สึกว่า 'ไม่ใช่' ในผิวเผินที่สัมผัส ไม่ต้องศึกษาลงลึกไปกว่านั้นดอกครับ แค่นี้ก็มีเหตุผลและข้ออ้างเพียงพอ ที่จะส่งเสริมให้ผู้เขียนไม่หันไปประกอบอาชีพขายตรงได้อย่างแน่นอน

ตรงกันข้าม งานไหนที่ตนเองรูสึกว่า 'ใช่' ก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะคัดค้านให้ผู้เขียนไม่ทำได้ ตัวอย่างเช่นงานเขียนที่ท่านผู้อานที่รักได้อ่านอยู่ตรงนี้นี่แหละครับ ต่อให้ไม่ได้เงินสักสลึง เขียนฟรีๆผู้เขียนก็จะทำ เพราะมันรักเข้ากระดูกดำจริงๆ

 

 

สำหรับท่านที่ประกอบสัมมาอาชีพขายตรงทุกท่าน อ่านบทความนี้แล้วอย่าคิดว่าผู้เขียนต่อต้านระบบขายตรง ผู้เขียนเคารพความคิดเรื่องสัมมาอาชีพของท่านพอๆกับที่เคารพสัมมาอาชีพของตัวเองนั่นแหละครับ ท่านที่ประกอบอาชีพขายตรงอยู่แล้ว และคิดว่า 'อาชีพนี่แหละใช่' ก็ขอให้ดำเนินตามอุดมการณ์ของท่าน และขออวยพรให้ทุกท่านที่อ่าน 'ลองเล่น' ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานเรื่อยไปนะครับ

กลับมาที่โต๊ะกาแฟตัวเก่า

หลังจากที่หาจังหวะปลีกตัวอยู่นานสองนาน หาจังหวะตัดบทแยกย้ายกลับบ้านไม่ได้สักที และแล้วเสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น ทำนองเสียงเรียกเข้าที่คุ้นหู บอกให้รู้ว่าศรีภรรยาได้จุดธูปเรียกตัวแล้ว (ไชโย!)

"นานแล้วนะ เมื่อไหร่จะกลับเสียที"

"จ้าๆ นั่งคุยกันเพลินไปหน่อยน่ะ เดี๋ยวกลับเลยนะ"

แม่เจ้าโว้ย! ขนาดโดนโทรฯตามแบบนี้ เพื่อนรักยังไม่วายทิ้งท้ายว่าคราวหน้าจะเอาเครื่องกรองน้ำไปสาธิต ด้วยความเกรงใจผู้เขียนจึงไม่ขัดข้อง เอาเถอะ, ให้ผ่านพ้นวันนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เพื่อนรักมาถึงบ้านพร้อมเครื่องกรองน้ำและอุปกรณ์สาธิตมากมาย แต่ที่น่าสนใจคือวิธีการนำเสนอนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากที่ผู้เขียนเคยประสบมาบ้างเล็กน้อย ดูๆไปก็เข้าท่าไม่หยอกเหมือนกัน

มันเป็นอย่างนี้ครับ, นอกจากเอกสารประกอบทางวิชาการที่ได้ท่องจำ ที่ทำความเข้าใจจนทะลุปุโปร่ง แม่นยำ ดุจดั่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องกรองน้ำเอง ฟังไปก็เคลิ้มไปในสรรพคุณของน้ำที่ได้จากเครื่องกรองสุดวิเศษ ราวกับว่าแร่ธาตุที่ได้รับจากการบริโภคตั้งแต่ยังไม่ทันได้ดื่มนั่นเทียว (เราเองก็อยากจะบอกเพื่อนเหลือเกินว่า ถ้ามีสารต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจาก 'ชาเขียว' ผสมไว้ในใส้กรองฯ แล้วเปลี่ยนไปโน้มน้าวศรีภรรยาของเราแทน เราคงไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากอาการ 'ชาเขียวฟีเวอร์' ของเธอได้...ฮา) เพื่อนรักยังนำน้ำบรรจุขวดยี่ห้อดังหลายยี่ห้อ ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด มาสาธิตด้วยวิธีการเบสิกที่ผู้เขียนนึกไม่ถึง

นั่นก็คือการให้ 'ชิมเปรียบเทียบ' ครับ

นับเป็นไอเดียการสาธิตที่ค่อนข้างชัดเจนและตีประเด็นการเปรียบเทียบได้แตกจริงๆ และก็ไม่น่าเชื่อว่า หลังจากที่ผู้เขียนได้ลองชิมน้ำขวดต่างๆเปรียบเทียบกับน้ำกรองจากเครื่องกรองน้ำของเพื่อน ขวดไหนดีกว่า และดีกว่าอย่างไร ผู้เขียนไม่ขอกล่าวถึงนะครับ ประเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องเครื่องกรองน้ำไป แต่ที่ชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุด นั่นคือน้ำแต่ละยี่ห้อมีรสชาติที่แตกต่างกันชัดเจน

 

ครั้งแรกผู้เขียนเองก็ไม่สามารถจับความแตกต่างได้มากมายนัก แต่หลังจากการเปรียบเทียบแบบกลับไปกลับมาหลายครั้ง ความแตกต่างที่ว่าน้อย กลับชัดเจนและเป็นประเด็นมากขึ้น ทั้งที่เกือบทั้งหมดของน้ำที่นำมาให้ลองชิมนั้น ผ่านระบบการกรองด้วยระบบเดียวกันคือ RO (Reverse Osmosis) เกือบทั้งสิ้น

เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้เขียนไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย ทั้งๆที่ตัวเองก็ดื่มกินมันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รู้แต่ว่าแตกต่างกันบ้าง แต่ไม่ได้สังเกตและจดจำ

อย่างว่าแหละครับ, อาชีพใครก็อาชีพมัน

ลองให้ตั้งวงโม้เรื่องเครื่องเสียงกันบ้างสิ ผู้เขียนจะโม้ให้ให้ขี้หูแห้งๆของเพื่อน กลายขี้หูเปียกกันไปข้างหนึ่งกันเลย, ต้องให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร

พูดถึงเครื่องกรองน้ำ ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงเครื่องกรองไฟกันบ้าง จะใครที่ไหนได้ล่ะครับ ก็พรรคพวกตัวดีทั้งหลายที่สนิทสนมเป็นส่วนตัวของผู้เขียนนี่สิ สอบถามกันใหญ่ถึงเครื่องกรองไฟตัวล่าสุดจาก Shunyata Research "เกลอเป็นนักเขียนนักฟัง รู้จักตามข่าวสารเสียบ้าง ของมันออกมานานพอดูแล้ว" จริงของมัน พักหลังมานี้ผู้เขียนไม่ได้ตามข่าวคราวใหม่ๆในวงการเลย ทั้งที่เป็นคนวงในแท้ๆ ยังต้องให้พรรคพวกเป็นคนตักเตือน

"ฟังแล้ว อย่าลืมโทรฯมาบอกด้วยล่ะว่าน่าเล่นไหม เกลอเองก็ยังไม่ได้ฟังเหมือนกัน เห็นเขาว่าดี" อ้อ-นึกว่าไปลองฟังมาแล้ว, มันเข้าใจใช้คนจริงๆ

ไม่นานเกินรอ, เครื่องกรองไฟ Shunyata Research ก็ถูกส่งมาถึงมือผู้เขียน ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คุณชาญชัยแห่งร้าน Gramaphone 0-2302-0174 ที่ได้เอื้อเฟื้อเครื่องกรองไฟ พร้อมทั้งยังติดสายไฟยี่ห้อเดียวกันมาให้ถึงสองรุ่น

"เครื่องกรองไฟรุ่นนี้ใช้ Inlet 20 แอมป์ ผมจึงติดสายไฟมาให้ฟังประกอบอีกสองเส้น รุ่นเล็กสุดที่คุณถืออยู่นี่คือ Diamond Black อีกเส้นที่อยู่ข้างกันคือ Copperhead ลองฟังดูนะครับ" กล่าวเสร็จก็ร่ำลากันในทันที คนทำการค้ามีนิสัยชัดเจน ฉับไวเช่นนี้ น่าชื่นชมจากใจจริงครับ

เครื่องกรองไฟ Shunyata Research ตัวที่ผู้เขียนได้มานี้ รูปร่างรูปทรงเล็กกว่าที่ผู้เขียนคาดไว้พอสมควร ชื่อรุ่นของมันคือ Hydra Model2 ซึ่งอยู่ในอนุกรม Hydra ที่มีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันคือ Hydra Model2, Hydra Model4, Hydra Model 6 และสุดท้าย Hydra Model8 ตัวเลขที่กำกับอยู่ด้านท้าย มีความหมายถึงจำนวนช่องเสียบที่เครื่องกรองไฟในแต่ละรุ่นนั่นเอง

ด้านกว้าง-ยาวที่เท่ากันคือ 5 นิ้ว ความสูงจากพื้นรวมขายางเพียง 2 นิ้วครึ่ง ตัวถังสีดำ ด้านหนึ่งมีเบ้าเสียบหรือที่เรียกกันว่า Inlet แบบ 20 แอมป์ ไม่ใช่แบบ 15 แอมป์ทั่วไป ด้านตรงข้ามติดตั้งเต้ารับมาตรฐานซึ่ง Shunyata Research ได้ออกแบบตัวโลหะนำกระแสด้วยตัวเอง นั่นพอจะคาดเดาในเบื้องต้นได้ว่า เครื่องกรองไฟ Hydra Model2 ตัวนี้ต้องมีอะไรที่ 'ไม่ธรรมดา' ซ่อนอยู่ภายในเป็นแน่

ส่วนจะแน่จริงหรือแน่เก๊, เดี๋ยวก็รู้กัน

ในเมื่อให้สายไฟมาถึงสองเส้น ทั้งยังเป็นสายไฟใหม่ ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน ขั้นตอนที่จำเจแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวัดผล นั่นคือการเบิร์น ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าทั้งหมดจะเข้าที่เข้าทาง

แม้จะน่าเบื่อ แต่อยากเรียนท่านผู้อ่านที่รักไว้ประการหนึ่ง ข้อดีของการได้เบิร์นเครื่องหรืออุปกรณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็คือการได้สัมผัสช่วงเวลาแรกของอุปกรณ์ชิ้นนั้น ท่านสามารถฟังและจดจำลักษณะโดยรวมของเสียงได้ระดับหนึ่ง พร้อมทั้งยังสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน จนกระทั่งท้ายที่สุด คือไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเสียงอีก นั่นแสดงว่าเครื่องพ้นเบิร์นอินแล้ว ซึ่งช่วงเวลาแบบนี้ จะหาไม่สามารถหาฟังได้อีกตลอดไปจนกระทั่งเครื่องๆนั้นหมดอายุ

 

เหมือนการปลูกถั่วงอก กับการซื้อถั่วงอกนั่นแหละครับ แม้อย่างหลังจะสะดวก แต่อย่างแรกมันได้ความรู้สึกร่วมมากกว่า

ทั้งหมดใช้ไปไม่มากไม่มาย แค่ห้าหกร้อยชั่วโมงเองครับ

การใช้แผ่นเบิร์นนั้น จริงๆแล้วผู้เขียนจะเปิดในระหว่างที่ตนเองไม่ได้เข้ามาใช้งานชุดฯ นอกเหนือจากนั้น ก็จะเป็นการใช้งานกับแผ่นเพลงทั่วไปเท่าที่ต้องการจะฟัง แผ่นไทย แผ่นเทศ จะแผ่นออดิโอฟาย หรือไม่'ฟาย ฟังหมดมันทุกแผ่นที่อยากฟังนั่นแหละครับ

สำหรับแง่มุมการลองเล่นนั้น ผู้เขียนได้ต่อเชื่อมในหลายๆเงื่อนไข ตั้งแต่ใช้เป็นปลั๊กต้นทางจากสายไฟหลัก การต่อผ่านเฉพาะอุปกรณ์ ตั้งแต่แหล่งโปรแกรม ปรีแอมป์ สุดท้ายคือเพาเวอร์แอมป์ รวมไปถึงการใช้งานต่อกับระบบโฮมเธียเตอร์เพื่อวัดผลทั้งภาพและเสียง สลับสับเปลี่ยนไปมาตามวาระ โดยทั้งหมดจะต่อผ่านสายไฟทั้งสองเส้นของ Shunyata เอง ในช่วงคาบเกี่ยวที่ต้องการวัดผลลัพธ์แยกเฉพาะเครื่องกรองไฟเพียงตัวเดียว ก็จะใช้สายไฟที่คุ้นเคยเป็นการส่วนตัว โดยได้ติดต่อขอยืมสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII ที่ใช้ขั้วปลั๊ก Wattgate 320HC 20 แอมป์ สลับกับใช้สายไฟ JPS Inwall (แดง) ที่มีใช้งานเป็นส่วนตัวอยู่แล้วประกอบการลองเล่นอีกชั้นหนึ่ง

ผลลัพธ์จากการใช้งาน?

น่าทึ่งมากครับ, เสียงมันคล้ายเครื่องกรองไฟทีเดียว ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าเหตุใดผู้เขียนจึงกล่าวเช่นนี้ เพราะตามปรกติที่เคยลองเครื่องกรองไฟหลายตัว ทั้งในระดับราคาที่ใกล้เคียงกันหรือต่ำกว่า ผู้เขียนพบว่าจะเกิดสำเนียงอยู่ลักษณะหนึ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องกรองไฟร่วมอยู่ในชุดเครื่องเสียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องกรองยี่ห้อไหน แบบใดก็ตาม

นั่นคือลักษณะของเสียงที่ถูก 'ฟอก' อย่างสะอาดเกินควร

ถ้าเครื่องกรองไฟมันพูดภาษาคนได้ มันคงจะกระแนะกระแหนผู้เขียนทำนองว่า "อ้าว! ก็ผมเป็นเครื่องกรองไฟนี่ครับเฮีย ไม่ได้เป็นทิปโท ไฟไม่สะอาดก็บ่น ไฟสะอาดเกินไปก็ว่า จะเอายังไงกันแน่(วะ)" แล้วถ้าผู้เขียนตอบโต้ได้ ก็จะสวนกลับไปว่า

"ที่ต้องการจริงๆคือ 'ซัก' ให้สะอาด ไม่ใช่ให้ 'ฟอก' เสียจนซีดเซียว" แล้วถ้าโชคดีผู้อ่านเกิดไปเจอคนบ้านั่งคุยกับเครื่องกรองไฟ โต้ตอบไปมาภาษามนุษย์ต่างดาว ท่านก็ไม่ต้องสงสัยละครับ

ไอ้บ้านั่น, มันก็คือผู้เขียนนี่เอง

กลับมาที่ 'ฟอก' กันต่อ, ลักษณะของเสียงที่ถูกฟอกเกินควร ก็ไม่ต่างกับการนำน้ำประปาไปกลั่นนั่นแหละครับ เราท่านก็ทราบดีอยู่ ว่าน้ำกลั่นนั้นมีความบริสุทธิ์เพียงไหน หากแต่เมื่อมองในมุมกลับกัน ท่านผู้อ่านคิดจะบริโภคน้ำกลั่นหรือไม่ ถ้าไม่, เพราะเหตุใดกันเล่า? หากไม่ใช่เพราะมันสะอาดเกินธรรมชาติ

ในบางแง่มุม บางท่าน ถึงกลับขวนขวายหาน้ำแร่มาดื่ม ทั้งที่รู้ว่ามันไม่สะอาด ซ้ำยังมีแร่ธาตุปะปนอยู่พอสมควร อีกทั้งราคาขายก็สูงกว่าน้ำกรองทั่วไปหลายสตางค์อยู่ นั่นไม่ใช่เพราะหวังว่าแร่ธาตุที่มีในน้ำ จะซึมซาบเข้าสู่และก่อประโยชน์แก่ร่างกายเราดอกหรือ และถ้าใช่ด้วยเหตุผลดังนี้ เครื่องกรองไฟที่ 'ฟอก' ไฟฟ้าเสียสะอาดเอี่ยมอ่องเกินเหตุตามหลักการ มันถูกต้องอยู่ตามหลักที่ตั้งขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเสียบเครื่องกรองไฟเข้าในชุดฯเมื่อใด เป็นอันต้องจั๊กกะจี้รู้หูทุกครั้งไป

 

เช่นนี้แล้ว ท่านจึงเคยได้ยินนักเล่นหลายคน ตื่นเต้นในครั้งแรกที่ได้เครื่องกรองไฟเข้าร่วมกับชุดเครื่องเสียง ชื่นชมไปต่างๆนานาว่าเสียงดีอย่างนั้น อย่างนี้ นานวันเข้ากลับต้องผ่องถ่ายเครื่องกรองไฟตัวนี้ออกไป ด้วยเหลุผลเดียวกันกับที่ผู้เขียนได้อธิบายเปรียบเทียบไปข้างต้น

แปลกันตรงก็คือเสียงมันโดนฟอกจน 'เสียงแห้ง' นั่นแหละครับ

เกริ่นเสียหลายย่อหน้า เพียงเพราะผู้เขียนต้องการจะสื่อสารให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า Model2 ตัวนี้มี น้ำเสียงที่เปิดเผย โปร่งใสตามแบบฉบับที่เครื่องกรองไฟชั้นดีควรมี หากแต่มันไม่ทำให้เสียงทั้งหมด ถูกฟอกจนขาดหางเสียงและบรรยากาศ จนล้ำไปถึงนิยามของคำว่าเสียงแห้งนั่นเอง

เรียนย้ำตรงนี้ว่า ห่างไกลไม่น้อยสำหรับนิยาม 'เสียงแห้ง' ที่อ้างถึงครับ

น้ำเสียงทั้งหมด สดใส เปิดโปร่ง ให้ลักษณะที่ค่อนไปทางโทนสว่าง โดยปราศจากอาการเจิดจ้า กร้าวแข็ง หรือจัดจ้านแน่นอน อิมเมจที่กะทัดรัดลงเล็กน้อย ประกอบกับพื้นอากาศที่สะอาดใส รองรับตัวเสียงนั้นๆให้รับรู้ได้เป็นทรวดทรงสามมิติ แยกแยะรายละเอียดที่เกิดขึ้นในบทเพลง ก่อให้เกิดความเพลิดเพลินชนิดที่หมดแผ่นไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันทีเดียว

เอ...หรือเพราะไม่ได้สนใจจะฟังเพลงกันแน่

มิได้เป็นเช่นนั้นแน่นอนครับท่านผู้อ่านที่เคารพ ผู้เขียนได้สอบทานอีกครั้งด้วยแผ่นเพลงบัลลาดทำนองเนิบช้าอีกหลายแผ่นด้วยกัน ลักษณะอาการที่ว่านี้ ก็ไม่ได้เปลี่ยนผันไปแม้แต่น้อย ยิ่งฟังเพลินเช่นนี้ เล่นเอาผู้เขียนลืมกินข้าวไปหลายมื้อ จะว่าเป็นเหตุในการลดความอ้วนก็ไม่ใช่เสียด้วย

นั่งสงสัยตัวเองอยู่นานสองนาน มารู้ตัวทีหลังก็ครั้งที่ย้าย Model2 ออกไปเล่นกับชุดโฮมฯนั่นแหละครับ เสียงของ Eileen Farrell ที่ร้องในลีลาที่ออดอ้อนเนิบช้าในชุดฟังเพลง กลับร้องแบบไร้อารมณ์เอาดื้อๆ รีบร้องรีบเล่นให้จบนั่นเทียว เหมือนที่เขาว่า "ร้องแบบสามีมารออยู่หน้าร้าน" ยังไงยังงั้น

นี่ทำให้ผู้เขียนทราบในทันที คุณสมบัติด้านคอนทราสต์จากการใช้ Model2 นั้นเข้าข่าย 'ไม่ธรรมดา' และก็หาไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอุปกรณ์ประเภทเครื่องกรองไฟ เรียกได้ว่ากำเงินจำนวนเท่ากันไปซื้อเครื่องหลักในวันนี้ คงจะหาที่มีคุณสมบัติด้านคอนทราสต์ที่ซอยลำดับความอ่อน-แก่ ดัง-ค่อย หนัก-เบาของเสียงได้ละเอียดยิบเพียงนี้, งมเข็มในแม่น้ำดูจะง่ายกว่ากระมัง

คอนทราสต์ที่ละเอียดและราบรื่น ส่งผลโดยตรงกับการถ่ายทอดไทมิ่ง ทำให้บทเพลงที่เร็ว คึกคักฉับไว ฟังดูสนุกสนานเร้าใจ ตบเท้าเข้าจังหวะเพลงไม่รู้ตัว ในขณะเดียวกัน มันก็ช่วยให้ลีลาที่อ่อนหวาน พิรี้พิไรของนักร้องสาวพราวเสน่ห์ ฉอเลาะ อ้อยสร้อยกินใจขึ้นอีกเป็นกอง

 

มันถึงเดือดร้อน (หู) ก็ตอนที่ถอดปลั๊กยังไงละครับ

เมื่อขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสะอาด ความใส และมีคอนทราสต์ที่ละเอียด การเว้นช่องว่างช่องไฟในเชิงมิติมายาทางเสียง ก็ดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษ นี่ถ้าเชิญท่านผู้อ่านมานั่งตรงที่ผู้เขียนฟังอยู่นี้ ท่านคงคิดแบบเดียวกันแน่นอน

ก็แหม...มิติกว้างลึกไม่ต้องพูดถึง มันไม่ได้ไปขยายวงหรือสัดส่วนเวทีเสียงให้แผ่ล้นชนผนังเช่นที่เกิดขึ้นกับเครื่องหลักหรืออุปกรณ์อื่น ถ้าต้องการคุณสมบัติอย่างนี้ ไม่ต้องหาจากเครื่องกรองไฟชั้นดีนะครับ สายไฟที่ดีเด่นในทางนี้ มีให้เลือกหามาใช้งานบานกระบุง แต่จุดที่ Model2 ทำงานนั้น ลึกล้ำแยบยลไปกว่าที่สายไฟราคาเท่ากันหรือสูงกว่าทำได้ตรงที่มันไปขจัดปัดเป่าหมอกควันที่ขุ่นหนาจนกลบรายละเอียดในบริเวณขอบเวทีโดยรอบ ทำให้เวทีเสียงมันกว้าง-ลึกอย่างที่ควรจะเป็นต่างหาก, ตรงนี้สิแน่จริง

ที่น่าติดตามไม่แพ้กัน สำหรับท่านที่ชื่นชอบหรือสะสมแผ่นประเภทเน้นมิติเสียง เน้นตำแหน่งแห่งที่ภายในเวที Model2 จะเสริมให้การจำลองภาพพจน์ทางมายาที่ท่านเคยสงสัยคลางแคลงใจ ตำแหน่งที่ได้ยินนั้นใช่ที่ควรเป็นหรือไม่ อย่างไร ท่านจะจำแนกระยะที่เว้นห่างและตัดกันของตำแหน่งชิ้นดนตรีและเสียงต่างๆอย่างที่ไม่เคยนึกว่าต้องทำเช่นนี้ ไม่ต้องใครละครับ ตัวผู้เขียนเองนั้นค่อนข้างมั่นใจในตำแหน่งวางลำโพงอยู่พอสมควร เนื่องจากคุ้นเคยกับห้องฟังตนเองมานานนับปี ยังต้องมาตายน้ำตื้นก็คราวนี้เอง, เซ็ตลำโพงผิดไปตั้งสองมิลล์

เล่นเอาต้องเซ็ตตำแหน่งการจัดวางลำโพงกันใหม่กันเลย

อย่าเข้าใจผิดคิดว่าผู้เขียนเป็น 'หูทอง' เพราะถ้าใช่จริง ที่ผ่านมาคงรู้มาก่อนแล้วมาตำแหน่งยังไม่ตรงจุด ก็ได้ Model2 นี่แหละที่มาเสริมศักยภาพในชุดฯ ทำให้มองเห็นจุดบกพร่องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้เป็นเพียงจุดเล็กน้อย

กับระบบโฮมเธียเตอร์ก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน รายละเอียดที่อ้างถึงในการฟังเพลงขั้นต้น มันส่งผลในลักษณะเดียวกันกับการใช้งานในการดูหนังทุกกระเบียดนิ้ว ความสะอาดของเนื้อเสียงที่ช่วยทำให้ได้ยินรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉากที่สงัด หรือบทพูดบทสนทนาทั้งหมด เป็นไปอย่างชัดถ้อยชัดคำดีมาก

ยิ่งเป็นเรื่องลำดับชั้นของตำแหน่งที่เสียงปรากฏนั้น กระซิบดังๆว่าแม่นยิ่งกว่าแม่น ราวกับเกิดขึ้นตรงนั้นจริง ทั้งที่เมื่อมองดูด้วยสายตาแล้ว นั่นมันพื้นอากาศว่างเปล่าชัดๆ

ผีหลอกกลางวันเข้าแล้วไง!

ด้านภาพนั่นหรือ ไม่ผิดเพี้ยนจากที่คาดเดา Model2 ช่วยเพิ่มความสะอาด ใส สว่างไสวของภาพ ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า หลุดลอยเป็นสามมิติ ทั้งที่ทั้งหมดกำเนิดจากจอภาพแบนๆ

คอนทราสต์ที่ยอดเยี่ยม แม้โทนหลักของภาพจะติดไปทางสว่าง แต่รายละเอียดในส่วนที่มืดน้อยไปสูมือมากจนถึงลำดับสุดท้ายคือมืดสนิท ต้องยอมรับในจุดนี้ว่า Model2 แยกแยะได้ละเอียด สำแดงลำดับชั้นตื้น-ลึก อ่อน-แก่ หนัก-เบาอย่างตรงไปตรงมา

 

เรียกได้ว่ามีทั้งชัดตื้นและชัดลึกครบอยู่ในฉากเดียวกัน

ในด้านสีสัน ก็ช่วยให้สามารถจำแนกโทนสีของภาพได้แม่นยำขึ้น ในฉากแอ็คชั่นที่สลับมุมกล้องไปมาอย่างรวดเร็ว สามารถทราบได้ว่าแต่ละฉากมีการจัดโทนสีแตกต่างกัน ซึ่งประเด็นเดียวกันนี้ แทบจะจับความแตกต่างได้น้อยมากเมื่อไม่ได้ใช้

ขอแวะข้างทางสักนิด ยกตัวอย่างเช่นฉากพายุในหนังเรื่อง X-Men2 ฉากแอ็คชั่นที่สลับมุมกล้องไป-มาอย่างรวดเร็ว หากไม่สังเกต คงไม่สามารถจำแนกสีสันและโทนภาพได้อย่างละเอียด เนื่องจากการตัดภาพไป-มาค่อนข้างเร็ว แต่กับ Model2 นั้น มันทำให้ผู้เขียนถึงกับเห็นระดับความแตกต่างขอโทนสีในแต่ละมุมกล้องได้อย่างชัดเจน ในช่วงเดียวกันที่โทนสีหลักต้องออกไปทางสีเทา ให้รู้สึกถึงเมฆครึ้มจากกลุ่มพายุที่โรมรันเข้าขัดขวางเครื่องบิน บางฉากที่ว่ากลับให้โทนสีออกไปทางเขียวอย่างไม่ต้องเพ่งมอง มันค่อนข้างแตกต่างอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ด้วยตาเปล่าแม้จะไม่สังเกต

ทีนี้มาดูกันว่า ควรใช้ Model2 กับเครื่องประเภทใด?

แม้ทาง Shunyata เองจะเคลมว่า Model2 สามารถส่งผ่านกระแสไฟได้มากพอสำหรับชุดเครื่องเสียงทั้งชุด ซึ่งเท่าที่ผู้เขียนลองเล่นมาระยะเวลาหนึ่ง ก็พบว่าส่วนใหญ่มักจะพบลักษณะเด่นที่ส่งเสริมกับชุดได้เป็นอย่างดี แต่ก็ควรเว้นไว้บ้างสำหรับเพาเวอร์แอมป์ประเภทสองคนหามสามคนแบกไว้สักข้อหนึ่ง ส่วนเพาเวอร์ระดับกลางๆกำลังวัตต์และกำลังสำรองไม่สูงนัก น่าจะเป็นทางออกที่ลงตัวกว่าในบางเงื่อนไข

ส่วนเครื่องชนิดอื่นตั้งแต่แหล่งโปรแกรมยันไปถึงปรีแอมป์ อินทีเกรตแอมป์ รวมไปถึงอุปกรณ์แสดงภาพทุกชนิด ผู้เขียนขอเรียนว่า มันช่วยเสริมศักยภาพในทุกด้านเท่าที่ชุดๆนั้นจะพึงมี ให้ปรากฏออกมาในรูปแบบของเนื้อเสียงที่สะอาด กระชับ โปร่งใสโดยไม่หยาบกระด้างได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

ท่านที่สนใจแนวทางการใช้เครื่องกรองไฟในลักษณะนี้ ไม่ควรพลาดในการลองฟังครับ


 ลองเล่นShunyata Research Hydra II

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 Page 2....
 Shunyata Research Diamond Black & Copperhead

 
ลองเล่นเครื่องกรองไฟ Shunyata Research Model2 มาจนฉ่ำหูพอสมควร จะไม่กล่าวถึงสายไฟที่ส่งผ่านกำลังมาเข้าเครื่อง ก็ดูจะไม่สมควรเสียแล้ว นั่นเพราะพละกำลังที่ส่งมาเข้าเครื่องจะมาจากไหนถ้าไม่ใช่สายไฟทั้งสองเส้นนี้
น่าเสียดายอยู่อย่างหนึ่ง ที่สายไฟทั้งสองเส้น ไม่ได้ใช้ขั้วปลั๊กตัวเมีย (Female Plug) แบบ 15 แอมป์ ซึ่งใช้งานได้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงตัวหลักทั่วไป การวัดคุณภาพของสายทั้งสองเส้นนี้ จึงต้องกระทำโดยต่อเชื่อมเป็นต้นทางให้กับ Model2 เป็นหลัก

ปัญหาอยู่ตรงนี้นี่เอง สายไฟทั้งหมดที่ผู้เขียนมีไว้ใช้งาน ไม่มีสักเส้นที่มีขั้วต่อแบบ 20 แอมป์ จะเปรียบเทียบกันเฉพาะสายไฟของ Shunyata เอง ก็คงทำได้ไม่ละเอียดถ้วนถี่เท่าที่ควรจะเป็น ไหนจะต้องแยกแยะในส่วนที่เป็นลักษณะเฉพาะของเครื่องกรองไฟ Model2 อีกขั้นหนึ่ง ตัวแปรเพิ่มขึ้นอย่างนี้ ต้องใช้ตัวช่วยครับ

ว่าแล้วเสียงของคุณไตรภพก็ดังก้องขึ้นในหัว "คุณได้สิทธ์นั้นเดี๋ยวนี้!"

สิทธ์ที่ว่านี้ ต้องใช้เวลาราวสองวันกว่าจะถึงมือผู้เขียน ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับ คุณพิจิตแห่งร้าน AV Paradise ที่ได้เอื้อเฟื้อสายไฟเอซี Acoustic Zen Tsunami MKII พร้อมติดตั้งขั้วปลั๊กตัวเมียแบบ 20 แอมป์ของ Wattgate 320HC มาให้พร้อมสรรพ

ว่าแต่ข้อสงสัยยังไม่เคลียร์เท่าไหร่ "ขอใช้ตัวช่วยอีกข้อ...ตอบสองครั้ง"

"ตอบสองครั้ง...คุณได้สิทธ์นั้นเดี๋ยวนี้!" คุณไตรภพตอบอีกครั้ง

ว่าแล้วผู้เขียนก็หยิบสายไฟที่คุ้นหูอีกเส้นมาเป็นตัวประกบ เนื่องจากยังไม่คุ้นเคยกับสายไฟ Acoustic Zen ที่กำลังทำรอบเบิร์นอินอยู่ ไม่ใช่อื่นไกลที่ไหน มันคือ JPS Inwall (แดง) เจ้าประจำจากสำนักย่านตรอกจันทร์ Green Audio ของคุณประเสริฐนี่เอง

เมื่อใช้ตัวเลือกครบ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบคำถาม

 

Diamond Black จะให้เนื้อเสียงที่สะอาด เนื้อเสียงกระชับ ไม่บอบบางอย่างที่คิด กลับกันยังให้เนื้อหนังพอประมาณ อยู่ในสัดส่วนอิ่มกำลังดี มีสปีดเสียงที่ค่อนไปทางว่องไว
กระฉับกระเฉงดีมาก เก็บหางเสียงฟุ้งๆได้ดี ตอบสนองแนวเพลงที่เน้นจังหวะจะโคนได้อย่างแม่นยำ

ที่น่าสนใจคือ เมื่อพิเคราะห์ลงลึกถึงในส่วนของเนื้อเสียงนั้น พบว่ามีเกรนเสียงที่ละเอียดดีมาก อาการจัดจ้าน หรือหยาบกร้านนั้น เรียนตามตรงว่าหาได้ยากสำหรับสายไฟเส้นนี้ ทั้งๆที่หลายต่อหลายครั้ง ที่ผู้เขียนลองใช้งานกับแผ่นคุณภาพต่ำเพื่อตรวจสอบอาการกร้าวกระด้างของเสียง กลับมีอันต้องผิดหวัง เพราะสายไฟเส้นนี้มันช่วยลบเหลี่ยมอันแหลมคม หยาบกระด้างลงไปมาก ชนิดที่ต้องทึ่งทีเดียว

แน่นอนครับ, มันไม่ได้จัดการกับขอบเสียงให้กลมมนดังเช่นสายไฟบางเส้นที่เด่นในเชิงนี้ อาการเสียงกร้าวในระดับความดังที่สูงขึ้นไปยังมีให้รับรู้ได้โดยตลอดสำหรับแผ่นคุณภาพต่ำที่นำมาวัดผล แต่ที่ผู้เขียนเรียนว่าต้องทึ่งกับสายไฟเส้นนี้นั้น ก็เพราะมันสามารถรักษาความสด ฉับพลัน ซึ่งเป็นโครงสร้างน้ำเสียงหลักของมันให้คงไว้ด้วยการผสานคุณลักษณ์ทั้งสองประการได้อย่างลงตัวต่างหาก ซึ่งแตกต่างกับสายไฟที่เน้นโทนเสียงให้นุ่มนวล ที่มักจะอ่อนความจะแจ้งไปตามกัน

รูปวงทำได้สวยใช่ย่อย จัดวางตำแหน่งชิ้นดนตรีโดยเว้นช่องว่างช่องไฟดีมาก กว้าง-ลึกสัมพันธ์กันดี บรรยากาศรายล้อมที่เป็นตัวสำแดงขอบเขตปริมณฑลของเวทีเสียงมีให้รับรู้ได้ จะอ่อนความคมชัดเปิดเผยไปบ้างในระนาบด้านหลัง เมื่อเทียบกับด้านหน้า

สำหรับ Copperhead ที่เป็นรุ่นที่สูงกว่า ใช่เพียงแต่จะสูงแต่รุ่นและราคาเท่านั้น คุณภาพเสียงก็ถูกยกขึ้นไปตามลำดับ สดกระชับ กระจ่างใส เปิดโปร่งขึ้น ทั้งให้ความคมชัดในทุกเส้นเสียง สมดุลทั้งสามย่านหลักมีให้อย่างเสมอสมานกลมกลืน

เนื้อเสียงที่กระชับ ให้บอดี้ที่ดูกะทัดรัด แต่ร้อยรัดควบแน่นเป็นตัวตนเด็ดขาด พื้นเสียงที่สะอาดใส ทำให้แยกรายละเอียดในมุมแคบจากภาพพจน์ในมุมกว้างได้อย่างทั่วถึง เต็มอาณาบริเวณ

การถ่ายทอดคอนทราสต์ที่แนบเนียน ส่งเสริมกันเป็นอย่างดีสำหรับการใช้งานร่วมกับเครื่องกรองไฟ เปรียบดั่งการตอกเสาเข็มต้นใหญ่ในบ้านชั้นเดียว เป็นการใช้จุดแข็งเสริมจุดแข็งได้อย่างตรงประเด็น หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสลองในเงื่อนไขเดียวกัน แล้วเกิดฟังออกว่าสุ้มเสียงโดยรวมนั้นเบาลงเล็กน้อย ให้ลองเปรียบเทียบกับส่วนที่ดังที่สุดในแผ่นนั้นดูด้วย ลักษณะข้างต้นคือข้อบ่งชี้ถึงการสำแดงไดนามิกคอนทราสต์ที่ดีนี่เอง

 

และก็ไม่เป็นเรื่องเกินเลยแม้แต่น้อย ที่จะเรียนตามตรงว่า ส่วนที่แตกต่างทั้งหมดที่อ้างขึ้นมานั้น ยังต้องรวมถึงคุณสมบัติด้านการถ่ายทิดมิติเวทีเสียงอีกประการหนึ่งเข้าไปด้วยกัน ด้านกว้างที่แผ่ขยายเต็มเหยียดชนผนังข้าง หลุดพ้นพันธนาการทางสายตาโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ด้านลึกก็สอดรับกับด้านกว้างในลักษณะทรงโค้งท้องกระทะ ที่สวยงามคือการรักษาบรรยากาศรายล้อมทั้งเวทีเสียงให้สมดุล เฉลี่ยความใสชนิดเกือบเต็มพื้นที่

ภายในนั้น ก็เว้นช่องว่างช่องไฟที่เด็ดขาด แยกแยะลำดับตื้น-ลึกที่ซ้อนทับในตำแหน่งเดียวกัน แต่อยู่คนละระนาบด้วยความชัดเจน นิ่ง และแม่นยำดีมาก คุณสมบัติดังกล่าว ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อได้จับคู่กับแผ่นคุณภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวเพลงคลาสสิคโหมโรง ที่เปี่ยมไปด้วยไดนามิกเร้นจ์ที่กว้างขวางและช่วงระดับความดัง-เบาที่ซับซ้อน ตลอดจนลำดับชั้นของเวทีเสียงที่แบ่งแยกกลุ่มก้อนชัดเจน

น่าตื่นตาตื่นหูเป็นอย่างยิ่ง

สรุปความดังนี้ครับ สายไฟเอซีของ Shunyata Research ทั้งสองเส้นนี้ให้บุคลิกเสียงในทิศทางเดียวกัน เลือดสุพรรณไปไหนไปด้วยกัน, ว่างั้นก็ไม่ผิด

แน่นอนว่าจะต้องมีความแตกต่างด้านคุณภาพโดยรวมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปรกติในยี่ห้อเดียวกัน จุดชี้ขาดในการตัดสินใจใช้งานสายไฟทั้งสองรุ่นนี้ ตกอยู่ที่งบประมาณในกระเป๋าเป็นหลัก ถ้าชุดที่ท่านเล่นอยู่ เข้าข่ายไปทางมีระดับ ที่เขาเรียกภาษาชาวบ้านกันว่า 'ไฮเอ็นด์' อย่าว่าแต่ Copperhead เลยครับท่าน จะเล่นใหญ่กว่านั้นก็ยังไหว

ถลกขากางเกงดูหน้าแข้ง...ไม่มีร่วงสักเส้น

แต่หากท่านเป็นนักเล่นที่รักการเล่นเครื่องเสียงในข่ายคุ้มค่าทุกบาท โดยยึดเงื่อนไขเรื่องการใช้เครื่องกรองไฟประกอบในชุดฯ เพราะรอบข้างที่ท่านอาศัยอยู่นั้น มันช่างรบกวนไปด้วยคลื่นขยะที่แถมมากับกระแสไฟ ต่อตรงเข้าไฟบ้านเมื่อไหร่ คุณจี่คุณฮัมเคาะประตูห้องเครื่องเสียงอยู่ร่ำไป

ใจมันสู้เต็มที่ ติดขัดที่งบประมาณไปไม่ถึงฝั่ง ก็เริ่มต้นเบสิกกับ Diamond Black สักเส้นก็ 'เอาอยู่' แล้วละครับ

สุดท้าย หากใจรักแต่เงินไม่ถึงจะเล่นสายไฟของ Shunyata เอง มีงบประมาณได้แค่สู่ขอ Hydra Model2 เพียงตัวเดียว สายไฟก็พอมีใช้งานอยู่บ้าง แต่ขั้วปลั๊กดันไม่ใช่แบบ 20 แอมป์ ท่านก็ทำอย่างนี้ครับ ติดต่อคุณพิจิตแห่ง AV Paradise ซึ่งเป็นดีลเลอร์ แจ้งความประสงค์โดยส่งสายไฟให้คุณพิจิตประกอบขั้วปลั๊ก 20 แอมป์ให้กับสายของท่าน ซึ่งสามารถเลือกได้สองยี่ห้อคือ Hubbell และ Wattgate แม้ไม่ได้ผลตรงตามเป้าหมายเสียทีเดียว เนื่องจากต้องพิจารณาคุณภาพของสายที่ใช้ประกอบกันไปด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นการเดินทีละก้าว โบนัสออกเมื่อไหร่ ไปสู่ขอสายไฟ Shunyata อีกสักเส้น ยังไม่สายเกินไป ก็เลือกแนวทางตามงบประมาณที่มีนั่นแหละครับ มีเท่าไหร่เล่นเท่านั้น ขอร้องอย่างเดียว...อย่าถึงกับไปกู้เงินมาใช้เล่นเครื่องเสียงก็พอ

 

เล่นเครื่องเสียงด้วยเงินอนาคต ฟังเพลงอะไรก็ไม่ไพเราะดอกท่าน

ท้ายสุดแต่ไม่สุดท้าย ก็ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องกรองไฟและสายไฟทั้งสองเส้น ที่คุณชาญชัยร้าน Gramaphone 0-2302-0174 และที่ลืมไม่ได้คือคุณพิจิตร้าน AV Paradise 09-771-8895 สำหรับขั้วปลั๊ก Wattgate 320HC และสายไฟ Acoustic Zen Tsunami MKII สำหรับการลองเล่นในครั้งนี้

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..."เราเองเพื่อ นี่อยู่หน้าบ้าน ลงมาเปิดประตูด้วย"

"ว่าไงเกลอ เครื่องกรองน้ำที่เราเอามาให้ลองใช้งานได้ดีเหมือนที่เราคุยไว้หรือเปล่า?"

"มันก็ดีอยู่หรอกเพื่อน แต่ช่วงนี้เงินมีเรื่องต้องใช้เงินว่ะ" ผู้เขียนตอบไปตามตรง เพื่อนรักยังไม่ลดละความพยายาม ไม่รับเครื่องกรองน้ำที่คืนไปให้

"ไม่เป็นไร ใช้ไปก่อนเถอะเราไม่รีบร้อนอะไร ว่าแต่ กล่องเหล็กสี่เหลี่ยมกับสายไฟสองเส้นนี่มันอะไรเพื่อน"

"อ้อ...เครื่องกรองไฟ กับสายไฟเอซีสำหรับเครื่องเสียงน่ะ กำลังจะเก็บส่งคืนบริษัท เอามาลองฟังหลายเดือนแล้ว"

"เล่นเครื่องเสียงยังต้องกรองไฟกันอีก ทำไมดูยุ่งยากนัก แล้วมันมีผลไหมล่ะ" เพื่อนรักซักถามด้วยความสงสัย

"พอมีเวลาสักชั่วโมงไหมล่ะ"

"กับเพื่อน เราได้ทั้งวันอยู่แล้ว วันนี้ไม่มีลูกค้าต้องไปหาพอดี"

"อย่างนั้น...เพื่อนตามเรามาทางนี้ เรามีอะไรหลายอย่างให้เพื่อนฟัง…"





"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549


 


 
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
http://www.audio-teams.com/accessories/monsterQuickLock/1.shtml

 
 ลองเล่นMonster Quick Lock
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
ช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ กระแสการเล่นสายไฟและปลั๊กไฟค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก จะเรียกว่าเป็นยุคทองของสายไฟคงไม่ผิดแต่ประการใด เรียกว่านักเล่นมือใหม่มือเก่าหลายท่านนั้นให้ความสำคัญต่อสายไฟอย่างที่ไม่เคยปรากฏในวงการเครื่องเสียงมาก่อน นักเล่นบางคน ถึงกับใช้สายไฟราคาสูงกว่าเครื่องหลักก็มีให้เห็นทั่วไป

ท่านให้เหตุผลว่า ซื้อครั้งเดียวจบ เปลี่ยนเครื่องแล้วสายไฟก็ยังใช้ได้อยู่ ก็ว่ากันไปตามรสนิยมล่ะครับ จะวัดผิด-ถูกกับเครื่องเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่อิงกับรสนิยมส่วนบุคคลคงทำไม่ได้กระมัง

หากจะมองความเป็นจริงอย่างหนึ่ง ผู้เขียนมองว่ามันก็เป็นวัฏจักรของวงการเครื่องเสียงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด พิสดารแต่อย่างใด

ที่คิดเช่นนั้น ก็เพราะครั้งหนึ่ง นานมาแล้วล่ะ ตั้งแต่ผู้เขียนยังไม่ได้เริ่มเล่นเครื่องเสียง ได้ยินรุ่นใหญ่เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนนั้น ไม่มีใครให้ความสำคัญกับสายสัญญาณ-สายลำโพงเช่นทุกวันนี้ ทางหนึ่งให้เหตุผลว่าสายอะไรก็ได้ เสียงดีมันต้องมาจากเครื่องไม่ใช่สาย แค่ตัวนำส่งกระแส อะไรมันจะต้องลงทุนขนาดนั้น ไม่มีผลดอกเจ้าหนู ท่านให้ความเห็นเช่นนั้น

อีกทางหนึ่งนั้นก็โต้แย้งในทางตรงกันข้าม ท่านให้เหตุผลสำทับว่า กระแสไฟก็ดี สัญญาณก็ดี พวกนี้มันเป็นตัวเชื่อมระหว่างเครื่องต่อเครื่อง หากไม่ใช้โลหะที่มีคุณภาพ ก็เท่ากับว่าตัวสายเอง เป็นตัวขวางทางเดินสัญญาณไปเสียเอง แทนที่จะส่งไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับถูกลดทอนลงตามคุณภาพสาย

รุ่นใหญ่เล่าให้ฟังต่ออีกว่า เรื่องราวทำนองนี้ก็ดำเนินไป ถกกันไปมาตามประสา ยิ่งในสมัยนั้นข่าวสารวงการเครื่องเสียง จะสื่อถึงนักเล่นฯได้มีเพียงทางเดียว นั่นก็คือผ่านทางนิตยสารเครื่องเสียง ซึ่งสำหรับแวดวงนักวิจารณ์ด้วยกันเอง ก็ไม่วายที่จะมีการแบ่งค่ายสำหรับความเชื่อเรื่องเส้นสายอีกเช่นเคย

เหตุการณ์เป็นอยู่อย่างนี้พักใหญ่ๆ จนกระทั่งวงการผู้ผลิตเครื่องเสียงหันมาสนใจผลิตและออกแบบสายกันมากขึ้น จากแต่ก่อนมีเพียงไม่กี่เจ้า ประเดี๋ยวเดียวนับเป็นร้อยเป็นพันยี่ห้อแล้ว กลุ่มที่ยืนเสียงแข็ง แรกๆก็โต้ว่ามันเป็นเพียงกระแส เป็นแฟชั่น ไม่นานคงเงียบหายไปเอง

ทุกวันนี้ก็ 'เงียบ' จริงอย่างที่ท่านกล่าวไว้นั่นแหละครับ เพราะคนที่ค้านเสียงแข็งอยู่ปาวๆในครั้งนั้น เดี๋ยวนี้ลองไปดูชุดเครื่องเสียงที่ท่านเล่นซีครับ ราคาของสายสัญญาณ-สายลำโพงรวมกันแล้วซื้อชุดเครื่องเสียงระดับกลางๆได้ทั้งชุดทีเดียว

ไม่เพียงแต่เล่นเท่านั้น แต่วันนี้หลายคนเป็นถึงระดับผู้ชำนาญการกันทีเดียว! เป็นงั้นไป

ผู้เขียนสอบถามต่อ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้? รุ่นใหญ่ท่านก็ให้ความเห็นว่า แก่นสารของเรื่องพรรค์นี้มันเป็นเรื่องของเหตุและผล แต่การที่คนเราถกเถียงกันในเรื่องของเหตุผล โดยไม่มีการพิสูจน์ ค้นหาข้อเท็จจริง ท่านว่ามันเป็นเรื่องของอัตตาและอารมณ์ ลงว่าใช้อารมณ์นำเหตุผล อย่าว่าแต่เรื่องเครื่องเสียงเลยครับ เรื่องใดๆในโลกก็ยากที่จะหาข้อยุติได้

แต่ความจริงก็ย่อมเป็นความจริง เมื่อแรงต้านจากภายในชี้นำว่าไม่เชื่อ ไม่มีผล ผิดหลักการ ฯลฯ แต่เมื่อลองด้วยหูของตนแล้วพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงจริง

แม้ใจต่อต้านเพียงใด มันก็คงทัดทานความจริงไม่ไหว สุดท้ายอัตตาที่ยึดถือไว้ มันก็ถูกความจริงบดสลายไปด้วยตัวมันเอง จากที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพรรค์นี้ กลับกลายเป็นเชื่อถือเป็นบ้าเป็นหลัง ภาษาหนังกำลังภายในท่านว่า 'ธาตุไฟเข้าแทรก เลือดลมไหลย้อนกลับ'

เรื่องราวมันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง

ได้ฟังเรื่องอดีตที่ผ่านมาอย่างนี้แล้ว ผู้เขียนก็ไม่แปลกใจกับเรื่องสายไฟอีก ประเดี๋ยววัฏจักรมันก็โคจรครบรอบด้วยตัวมันเอง ถึงวันนั้นสายไฟก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอีกต่อไป...

วันนี้มาเปิดประเด็นให้ขบคิดกันต่อสักเรื่องนะครับ "ขั้วต่อสายลำโพง"

ล่วงเลยจากการฟังสายไฟ อุปกรณ์ที่นักเล่นยุคนี้นิยมกันมากไม่แพ้กันก็คือปลั๊กไฟ หรือที่เราเรียกอย่างเป็นทางการว่า "เต้ารับ" (Receptacle) และพวกขั้วปลั๊กทั้งหลาย (Male Plug - Female Plug) เรียกได้ว่ามาแรงไม่แพ้สายไฟกันทีเดียว

ดูซีครับท่านผู้อ่านที่รัก โลหะสั้นๆยาวไม่เกินนิ้ว-สองนิ้ว ยังมีคนผลิตออกมาขาย อ้างสรรพคุณไปต่างๆนาๆตามแต่จะค้นคิดกัน ทองเหลือง, ทองแดง, ทองคำ, โรเดียม ว่ากันไปตามสูตรลับเฉพาะของแต่ละเจ้า

จะว่าผู้ผลิตพวกนี้หลอกลวงหรือสร้างกระแสก็ไม่ได้ ลองนึกในมุมกลับดูว่า ถ้าตัวท่านต้องการจะผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงมาขายสักชิ้น ท่านจะนั่งเทียน จับแพะชนแกะ แล้วเอามาขายนักเล่นเครื่องเสียง คิดหรือว่าจะมีคนซื้อ

ไม่ต้องถึงที่นี่ประเทศไทยเลยครับ พื้นฐานของฝรั่งมังค่าเองนั้น มีลักษณะความคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้จริงถึงคุณภาพและความเปลี่ยนแปลงทางเสียง หรือไม่มีทฤษฎี หลักการมาค้ำยัน ยากยิ่งที่จะได้รับการยอมรับ

เท่าที่ผู้เขียนลองเล่นมาตามสมควร ก็พบว่าขั้วปลั๊กและปลั๊กไฟแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ มันมีความแตกต่างในบุคลิกและน้ำเสียงไปกันคนละแบบจริงๆ

ทีนี้ เมื่อขั้วต่อโลหะชิ้นกระจิ๋วพวกนี้ สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหู ว่ามันมีผลต่อดุลน้ำเสียงและรายละเอียดในชุดเครื่องเสียง ฉันใดก็ฉันนั้น พวกขั้วต่อสายลำโพงซึ่งเป็นโลหะที่ถูกคิดค้นเพื่อใช้งานกับระบบเครื่องเสียง ก็ย่อมมีผลต่อระบบเสียงในชุดเช่นกัน, นั่นไงล่ะ อ้อมตั้งนานวกกลับเข้าเรื่องได้แล้ว

ว่ากันว่า สายสัญญาณก็ดี สายลำโพงก็ดี เหล่านี้ล้วนสำคัญและมีผลได้-เสียต่อชุดเครื่องเสียงมากกว่าขั้วต่อ เพราะมีปริมาณและโครงสร้างซับซ้อนกว่า ย่อมมีผลต่อเนื้องานที่จะปรากฏในสัดส่วนที่สูงกว่า

ผู้เขียนเห็นด้วยกับความคิดนี้ อย่างไรก็ตามสายย่อมมีผลในเชิงปริมาณมากกว่าขั้วต่อ เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญต่อสายจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาก่อนเรื่องขั้วต่อ ซึ่งแนวทางนี้ไม่นับรวมสายที่ประกอบสำเร็จจากโรงงานนะครับ พวกนั้นเขาออกแบบส่งเสริม-ชดเชยมาร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนใดๆจะเหมาะสมกว่า

แล้วอย่างนี้ขั้วต่อสายลำโพงสำคัญไฉน ในเมื่อสายฯต้องมาก่อน?

ถ้ามองในแง่ปริมาณ ขั้วต่อที่ว่าก็ไม่สำคัญเท่าใดดอก แต่เมื่อต้องการปรับเปลี่ยนในส่วนที่ละเอียดกว่า พอใจในคุณภาพเสียงส่วนใหญ่อยู่แล้ว ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะมากเกินไป เพราะจะเสียบุคลิกเดิมของเส้นสายไปได้

เช่นนี้แล้ว การเปลี่ยนสายฯซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณ ย่อมไม่เหมาะสมในการพิจารณาแน่นอน ขั้วต่อสายลำโพงก็เข้ามามีขโมยซีนสายลำโพงตรงฉากนี้เอง, ฉากเดียวได้เกิด
ชอบกุ้งแม่น้ำเผาร้านนี้อยู่แล้ว เผาด้วยไฟแรงกำลังดี ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป เนื้อกุ้งกรอบ ชุ่มฉ่ำเพราะผ่าครึ่ง คว่ำเปลือกลงเพื่อช่วยอุ้มน้ำและรสชาติให้คงไว้ ทั้งได้ความมัน ความเข้มข้นจากมันกุ้งบริเวณส่วนหัว กลิ่นที่ลอยแตะจมูกนั้น กระตุ้นต่อมน้ำลายดีแท้

แต่ขัดลิ้นเหลือหลายกับน้ำจิ้มซีฟู้ดส์ที่เคียงมาให้ จะให้กล้ำกลืนฝืนกินก็คงไม่ไหว น้องๆมานี่ซิ น้ำจิ้มซีฟู้ดส์ที่ไหนเขาใช้พริกแดงกัน มันต้องพริกสวนซีถึงจะหอมชื่นใจ ไปเปลี่ยนมาให้พี่ด่วนจี๋เลย!

นี่แหละครับ ประเด็นที่ผู้เขียนให้ความสำคัญ บางครั้งบางคราว แม้อุปกรณ์หลักจะให้เนื้องานที่น่าพึงพอใจระดับหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะตอบสนองได้ครบถ้วนทุกอย่าง ครั้นจะเปลี่ยนไปเล่นสายรุ่นอื่น ก็เกรงว่าสุ้มเสียงจะไม่เป็นเช่นดังเดิม ไม่ต้องกล่าวถึงการเปลี่ยนสายยี่ห้อเดิมที่รุ่นใหญ่กว่านะครับ กระเป๋าฉีกเย็บไม่ทันกันทีเดียว

เมื่อนึกถึงขั้วต่อสายลำโพง ก็ต้องมาถกกันต่อเนื่องชนิดของขั้วต่อ อันไหนดีกว่ากัน ระหว่างขั้วต่อแบบหางปลา (Spade) กับแบบแยงรูเสียบ (เขียนแล้วจั๊กจี้ตัวเองจริง มันคือ Banana นั่นเอง) จุดนี้นอกจากเรื่องของความเหมาะสมและความสะดวกในการใช้งานแล้ว ผู้เขียนให้เครดิตกับขั้วต่อแบบหางปลามีคะแนนนำอยู่พอสมควร

ประการแรกคือ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่แน่นหนามั่นคงยามใช้งาน หน้าสัมผัสที่มีพื้นที่มากกว่า

ประการที่สอง น้ำเสียงที่ได้คือผลลัพธ์จากโครงสร้างข้างต้น ให้ความราบรื่น อิ่ม มีความต่อเนื่องเป็นดนตรี และมีไดนามิกจะแจ้งกว่าขั้วต่อบานาน่าชัดเจน สองประการนี้ส่งผลต่อคุณภาพเสียงชัดเจน เมื่อเทียบกับยี่ห้อเดียวกันเอง หากเครื่องที่ท่านผู้อ่านใช้งานอยู่นั้น สามารถใช้ร่วมกับขั้วต่อแบบหางปลาได้ ก็ขอแนะนำให้เลือกเป็นลำดับแรกนะครับ สำหรับขั้วต่อบานาน่านั้น เนื้อเสียงบอบบางกว่า แต่ก็ได้ความสะดวกในการใช้งานทดแทนกันไป

ถึงบรรทัดนี้ จะให้แนะนำขั้วต่อสายลำโพงยี่ห้ออื่นก็คงจะทำไม่ได้ ก็เล่นขึ้นหัวข้อไว้แล้วว่าจะรายงานผลการลองเล่นขั้วต่อสายลำโพง Monster นี่ครับ ทำนองขึ้นมาแล้ว ต้องบรรเลงกันตามเพลงไปล่ะครับ

มันคือ Monster Quick lock ทั้งแบบหางปลา และแบบบานาน่า เขียนมันรวดเดียวสองชิ้นกันไปเลย

จะว่าไป ชื่อ Quick lock นี้มีที่มานะครับ เพราะทั้งตัวหางปลาและบานาน่าของ Monster ชุดนี้ ใช้ประกอบใช้งานได้เร็วสมชื่อจริงๆ ขั้วต่อ Quick lock มีชิ้นส่วนหลักเพียงสองชิ้น ส่วนแรกเป็นปลอก ส่วนที่สองเป็นชนิดของขั้วต่อ (ในที่นี้คือหางปลาและบานาน่า) ทั้งสองส่วนประกอบกันด้วยการสวมขันเกลียวเข้าด้วยกัน

นั้นตอนการประกอบสายนั้นก็ไม่ยาก เพียงแค่ปอกสายลำโพงที่ต้องการให้ตัวโลหะพ้นฉนวนสักครึ่งนิ้ว จากนั้นก็สอดเข้าปลอกให้ส่วนโลหะตัวนำพ้นเลยจากรูสักหนึ่งเซนติเมตร จากนั้นก็บิดสายให้เป็นเกลียวแน่นพอประมาณ หักสายลงมาให้เข้าไปในร่องของปลอก เก็บสายให้เรียบร้อย สุดท้ายบิดขันหางปลาเข้าเป็นอันเสร็จพิธี

แนะนำว่า สายที่จะนำมาใช้งานร่วมนั้น ไม่ควรมีหน้าตัดของตัวนำเกินกว่า 6 สแควร์มิลล์นะครับ

ขั้วต่อสายลำโพงที่นำมาลองเล่นในครั้งนี้ ผู้เขียนได้รับความเอื้อเฟื้อจากบริษัท Dynamic International Product จำกัด ให้ลองเล่นแบบไม่จำกัดเวลา ซึ่งก็เข้าทางผู้เขียนพอดี เพราะจากวันที่รับมาจนวันนี้ ก็ใช้เวลาลองไปหลายเดือนเหมือนกันกว่าจะได้ฤกษ์เขียน

จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ การจะลองอุปกรณ์ประเภทนี้ใช่ว่าประกอบเสร็จแล้วฟัง ฟังแล้วเขียน สามวันปิดต้นฉบับได้เลย อย่างนั้นไม่ใช่วิสัยของผู้เขียนแน่นอน มันต้องมีลีลาเนิบช้า จังหวะสโลว์' ซบ อะไรทำนองนั้นไปตามเรื่องก่อน

ประกอบเข้าสายเสร็จแล้วก็เปิดใช้งานทั่วไป ฟังเพลงบ้าง ฟังแผ่นเบิร์น (PAD) บ้าง จับความต่างได้ก็จดบันทึกไว้ เปลี่ยนกลับไปใช้ขั้วต่อตัวอื่น ถือเป็นการล้างหูไปพลาง

จากนั้นก็นำไปใช้กับประกอบกับสายอีกยี่ห้อ แล้วก็สลับใช้ในชุดเดิมอีกระยะหนึ่ง ระหว่างนั้นก็ลองเล่นอย่างอื่นไปตามประสา เว้นช่วงให้เกิดความเคยชินกับขั้วต่อ แน่นอนว่าต้องจดบันทึกอีกเช่นเคย

ลองกับชุดฟังเพลงในห้องฟังเฉพาะแล้ว ไม่สะใจ ติดสายไปใช้ต่อกับชุดดูหนังในห้องนอนอีกช่วง สลับกับสายที่ใช้ประจำในชุดบ้าง สลับเฉพาะขั้วต่อบ้างไปตามเรื่อง แล้วก็จดอีก สุดท้ายก็จับเอาเนื้อหาที่กระจัดกระจายมาเรียบเรียงใหม่ให้มีประเด็นอย่างที่ท่านผู้อ่านเห็นกันนี่แหละ

จะถามถึงเสียงใช่ไหม? จัดให้เดี๋ยวนี้เลยครับท่าน

สุ้มเสียงของขั้วต่อสายลำโพง Monster Quick lockชุดนี้เข้าท่าทีเดียว กล่าวคือมันให้เนื้อเสียงที่อิ่มข้น มีเนื้อมวลที่แน่น แต่ไม่อวบอ้วน บวมฉุ หรือติดไปทางเนื้อหนาเกินปรกติ ซึ่งเมื่อใช้งานร่วมกับสายลำโพงสมัยใหม่ ที่ให้น้ำเสียงโปร่งบาง เน้นหนักไปทางกลาง-แหลมเป็นส่วนใหญ่ ถือเป็นการคัดท้ายกันอย่างเหมาะสมกลมกลืนกันทีเดียว

แม้ว่าสุ้มเสียงจะนุ่มนวล มีมวลที่อิ่ม ค่อนไปทางหนา แต่การรักษาทรวดทรงของเสียงต่างๆ กลับทำได้น่าพอใจ เพราะไม่ทำให้เสียงที่ปรากฏทั้งหมด มีขนาดสัดส่วนเท่าเทียมกันทั้งหมด สามารถแยกแยะรายละเอียดของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นที่เล่นได้ดี ไม่ออกอาการสับสนจังหวะที่สัญญาณดนตรีซับซ้อน ฟังดูมีชั้นเชิงขึ้น, ว่างั้นเถอะ

ความเป็นวงเป็นเวทีก็ใช่ย่อยนะครับ ให้สัดส่วนรูปวงที่ทำได้ดีทั้งกว้างลึก แม้ไม่เน้นให้โอ่อ่าอลังการชนิดที่ฉีกด้านกว้างทะลุผนัง หรือด้านลึกให้ไกลลิบทะลุกำแพงอะไรทำนองนั้น แต่ก็ให้ขนาดสัดส่วนกำลังดี ดูๆไปจะค่อนข้างเน้นไปทางจัดสมดุลภายในวงมากกว่า มีระยะภายในที่แยกแยะขนาดใหญ่-เล็กของชิ้นดนตรี โดยเฉพาะความชัดคมในส่วนที่ลึกเข้าไป ไม่ทำให้ขุ่นทึบหรือคลุมเครือ นับว่าเป็นลักษณะที่ดีเยี่ยมสำหรับอุปกรณ์ที่มีแนวน้ำเสียงอิ่มเนื้อเช่นนี้

ใช้กับสายลำโพงระดับไหนดี?

แหม...ถ้าคุณพี่เล่นสายประกอบสำเร็จจากนอกชุดละเป็นหมื่นอยู่แล้ว นี่ยังไม่ใช่เหตุจำเป็นที่จะต้องดิ้นรนเปลี่ยน ทั้งๆที่การเปลี่ยนขั้วต่อชั้นดีเข้าไปนั้น ส่วนใหญ่จะส่งเสริมคุณภาพเสียงได้สมบูรณ์กว่า แต่นั่นก็ต้องคำนึงด้วยว่า อาจจะเสียราคาในยามที่ต้องการออกตัวขายต่อได้

นอกจากนั้น ความที่ขั้วต่อสายลำโพง Monster Quick lock มีบุคลิกที่มีเนื้อหนังอุดมสมบูรณ์พอสมควร ก็ควรเลือกสายที่มีบุคลิกโปร่งสะอาด เนื้อเสียงกระชับ เปิดเผยไว้ก่อน นัยว่าเพื่อความสมดุลทางเสียง ไม่ให้หนักไปทางใดทางหนึ่งมากเกินไป

เว้นเสียแต่ชอบเสียงประเภท 'เนื้อ นม ไข่' ล่ะก็ มันก็ต้องเข้าคู่กันไปเลย ถึงจะสุดๆ
เอาเป็นว่า จะสายระดับไหนก็แล้วแต่ จะให้เหมาะก็สายลำโพงที่ตัดแบ่งขายเพื่อเปิดช่องให้เรานำมาเข้าขั้วต่อเองนั่นแหละครับ ถือว่าอย่างนี้หาหมอถูกโรคกันทีเดียวละครับ

ระดับของเครื่องหรือชุดที่จะใช้ร่วมกัน จะว่าไป ก็ไม่จำกัดเช่นกัน ขั้วต่อชุดหนึ่งราคาร่วมสองพัน เงินจำนวนเดียวกันนี้ซื้อเครื่องเล่นดีวีดีจากแผ่นดินใหญ่ได้เลย เพราะฉะนั้นการใช้ขั้วต่อกับเครื่องระดับนี้ แม้จะมีผลชัดเจนก็ตาม แต่ดูค่อนข้างเกินเหตุ เกินความคุ้มค่าไป

เงื่อนไขทำนองนี้ ไม่แนะนำครับ

ทางที่เหมาะสม ชุดฯที่ใช้ควรจะให้ใหญ่กว่านี้สักหน่อย จึงดูเหมาะสมกับการลงทุน เครื่องเล่นซีดี อินทีเกรตแอมป์ ลำโพง รวมๆกันแล้วทั้งชุดอยู่ระดับประมาณสักครึ่งแสน ลงทุนเพิ่มสักสองพันกลางๆ ก็จะดูเหมาะสมกับชุดมากกว่า

ช่วงนี้เครื่องเสียงยุคมิลเลเนียม ยิ่งออกแบบให้เสียงคมชัด เน้นรายละเอียดมากๆเข้าไว้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว หมายถึงเสียงส่วนใหญ่จะบอบบางลง ขาดเนื้อหนัง การได้ขั้วต่อที่มีเนื้อเสียงประมาณหนึ่ง ก็จะช่วยให้การฟังเพลงเป็นไปอย่างมีอรรถรสมากขึ้น, ฟังเพลงเพลินขึ้นเยอะเลยครับนาย

หากเป็นหมวดหมูโฮมเธียเตอร์ ก็ควรเป็นเครื่องเล่นดีวีดีหมื่นกว่าบาง เอ/วี รีซีฟเวอร์อีกเครื่องละหมื่นกลางไปจนถึงสองหมื่นกว่า ลำโพงคู่หน้าอีกสักหมื่นกว่า รวมแล้วทั้งชุดไม่นับลำโพงตัวอื่นแล้วอยู่ในช่วงงบประมาณนี้ Monster Quick lock ก็จะช่วยลบเสียงที่หยาบคม กระด้างที่ปลายเสียงแหลม ให้กลมกล่อม อบอุ่น ฟังสบายรูหูขึ้น ในขณะที่ก็ไม่ทำให้เสียงทุ้มบวมเบอะ หรือหนาเกินควร ทั้งยังได้น้ำหนักย้ำเน้นดีขึ้นอีกต่างหาก

ก็บอกอยู่แล้วข้างต้นว่า ความเปลี่ยนแปลงในปริมาณน้อย แต่มีคุณภาพ จะแย่งซีนอุปกรณ์ตัวหลักเข้าให้อย่างจัง ก็ในฉากประมาณนี้นี่แหละครับ

อย่างที่ผู้เขียนเรียนไว้เมื่อหลายย่อหน้าก่อน การจะตัดสินอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งว่าคุ้มหรือไม่ หากมองกันในเชิงธุรกิจการลงทุน ก็เครื่องเสียงทุกชนิดนี่แหละครับ ตัวการขาดทุนทีเดียว เพราะมองกันผิวเผิน การเล่นเครื่องเสียงก็เพียงแค่ต้องการให้มีเสียงดังออกลำโพง

คิดอย่างนี้เครื่องกระเป๋าหิ้วหลักร้อยก็ทำได้สบายแล้วท่าน ไม่เห็นจะต้องดั้นด้นซื้อเครื่องหลักพันหลักหมื่นให้เปลืองค่านมลูกไปทำไม

แต่ในเมื่อใจมันรักที่จะเล่นเครื่องที่เขาว่าดี มีราคาค่างวด ก็ต้องมองให้ลึกลงไปอีกชั้น เพราะมันมีมิติอื่นนอกจากปัจจัยเรื่องความคุ้มค่าต่อการลงทุนอยู่

นั่นเขาถึงได้เหน็บแนมพวกเล่นเครื่องเสียง ว่าเป็นพวกชอบใช้เงินซื้อ 'ของเล่นคนรวย' มาเล่นกัน นั่นเพราะคนที่กล่าวเช่นนี้ ใช้มาตรฐานในเชิงธุรกิจการลงทุนเข้าเป็นตัวหาร ตัวตั้งเป็นจำนวนเงินรวมในการเล่นเครื่องเสียง แล้วหารด้วยเดซิเบลที่เครื่องทำได้ ชุดไหนให้คำตอบที่น้อยที่สุด ชุดนั้นคุ้มค่าที่สุด

ข้าวเหนียวหมูปิ้งชุดละยี่สิบ ก็อิ่มเท่ากับข้าวปั้นประหลาดิบชุดละเก้าร้อย, เป็นงั้นไป

สำหรับขั้วต่อสายลำโพง Monster Quick lock มันดูคล้ายไม่สำคัญในสายตานักเล่น แต่เมื่อเปรียบเทียบความสำคัญกับจุดเชื่อมต่อทั้งชุด ผู้เขียนกลับมีความเห็นว่าต้องทำให้จุดต่อเชื่อมที่สั่นสะเทือนมากที่สุดในชุด (นั่นคือขั้วต่อสายลำโพง) มีความแข็งแรงมั่นคงที่สุดตามไปด้วย มิเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่ส่งผ่านจากต้นทางทั้งหมด คงไปถึงปลายทางไม่เต็มร้อยเป็นแน่แท้ ไม่ว่าสัญญาณต้นทางจะส่งมาจากแหล่งโปรแกรมระดับไฮเอ็นด์ก็ตาม

ท่านเล่นปลั๊กเล่นสายไฟ เจ้าพวกอุปกรณ์ต้นทางมาก็มากแล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องให้ความสนใจอุปกรณ์เสริมปลายทางอย่างขั้วต่อสายลำโพงบ้าง ถ้ายัง...

ฤกษ์งามยามดีก็คราวนี้แหละครับท่าน ตบกระเป๋าสตางค์ได้แล้วครับ

  ลองเล่นMonster Quick Lock

 
โดย..." Gold Lighton"
E-Mail :: grreview@hotmail.com
 
 Page 2....
 Monster Powerline 100/200/300

ไหนๆก็พูดถึงเรื่องสายไฟไว้พอสมควรแล้ว จะไม่มีงานเขียนสายไฟมาให้อ่าน มันก็น่าตีกบาลผู้เขียนอยู่สักทีสองที มายั่วให้น้ำลายสอแล้วจะจบเอาดื้อๆอย่างนี้ ดูไม่เหมือนคนกันเองสักเท่าไหร่

เอ้า! สนองคุณของท่านผู้อ่านที่ติดตามงานกันมาหลายชิ้น งานนี้ขอเบิ้ลสายไฟ Monster Power Line ให้ไปแบบออเดิร์ฟจานร้อนอีกสักที่ แม้จะไม่ลงจานใหญ่ แต่แถมให้ทีเดียวทั้งตระกูลเลยครับท่าน!

ก็ต้องออกปากขอชมบริษัทผู้นำเข้าดังๆตรงนี้ละครับ ก็แหม...ท่านใจดีเหลือหลาย ออกปากขอยืมขั้วต่อสายลำโพงมาลองฟัง ท่านแถมสายไฟ Monster Power Line มาให้ฟังทั้งตระกูล กำชับว่า 'ไม่ต้องรีบ ค่อยฟังไปเรื่อยๆ' ได้ยินอย่างนี้ ก็เข้าทางนักเขียนสันหลังยาวอย่างข้าพเจ้าซีครับ

จะฟังให้ขี้หูแห้ง กลายเป็นขี้หูเปียกกันไปเลย

ครอบครัว Monster Power Line ทั้งหมด ประกอบกันด้วยสามพี่น้องคือ Power Line 300, 200 และ 100 ซึ่งก็เรียงลำดับความใหญ่ความเก๋าจากตัวเลขที่สกรีนบนสาย กับขนาดภายนอกของสายได้ไม่ยาก

ในที่นี้พี่ใหญ่ Power Line 300 จะเป็นเส้นที่ใหญ่ที่สุด มองดูด้วยสายตาใกล้เคียงกับนิ้วหัวแม่มือ ในขณะที่รุ่น Power Line 200 และ 100 จะย่อมลงมาตามลำดับ

สายไฟ Monster Power Line ทั้งสามเส้น เป็นสายไฟสำเร็จจากโรงงาน ในส่วนของขั้วปลั๊กตัวผู้และตัวเมียนั้น ถูกหล่อให้ติดกับสายตั้งแต่แรก โดยโลหะตัวนำที่ขั้วปลั๊กนั้น ก็เคลือบทอง 24k ชั้นดีเพื่อผลทางเสียง

ลองเสียบเข้าเสียบออกอยู่เป็นร้อยหน ทองที่เคลือบไม่ร่อนครับ

โครงสร้างตัวนำนั้น ออกแบบโดยเจตนาเพื่อใช้กับงานเครื่องเสียง เพราะฉะนั้น สายไฟประเภทนี้ จะดูจำเพาะเจาะจงเป็นพิเศษ ตัวนำทองแดงปลอดออกซิเจนทุกรุ่น สำหรับฉนวนที่ห่อหุ้มสาย ก็ใช้สายที่เรียกว่า 'Duraflex' ซึ่งวิจัยค้นคว้าเพื่อป้องกันตัวนำภายในจากการใช้งานทุกสภาพ

รุ่นใหญ่จะมีชิลด์สายทองแดงถักปกป้องสัญญาณรบกวนจากภายนอกอีกชั้น ประเภท EMI กับ RFI นั่นแหละครับ สิ่งแปลกปลอมที่มองไม่เห็นพวกนี้ เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักออกแบบเครื่องเสียงทุกชนิดอยู่แล้ว ถ้าจะออกแบบสายไฟสักเส้น ต้องจำกัดไอ้สองตัวนี้ไปให้ไกล

ยิ่งไกลเท่าไหร่ เซียนเขาว่ายิ่งเป็นสิริมงคลกับชุดเครื่องเสียงของท่าน

การลองเล่นสายไฟทั้งสามเส้นนี้ ก็ใช้กรรมวิธีเดิมๆ คือต่อสายไฟใช้งานจริงกับชุดเครื่องเสียง จับเข้าห้องฟังบ้าง จับไปใช้ในห้องนอนบ้าง เล่น-ฟังแบบนักเล่นเครื่องเสียงจริงๆ สลับกับการเบิร์นด้วยแผ่น PAD บ้างตามประสา

ระหว่างที่รอให้สายเข้าที่นั้น ก็คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จำได้ว่าช่วงแรกๆนั้น สุ้มเสียงค่อนข้างไปทางขุ่นหนา เฉี่อยแฉะ อั้นทั้งช่วงเสียงทุ้มและปลายเสียงแหลม ได้ยินก็แต่ตัวเสียงทึบๆลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ เหมือนกระสือตัวอ้วนๆ หน้าหมองๆร้องเพลง, ประมาณนั้นเลย

อืม...ยังไม่สุก ต้องเบิร์นอีก

นับไปนับมาก็โน่นแหละ เลยสองร้อยชั่วโมงถึงค่อยหันมาฟังจริงจังในห้องฟังอีกครั้ง มาลองฟังจับผิดใหม่ คราวนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย มีประเด็นให้เขียนแฮะ

ในส่วนของการใช้งาน แน่นอนว่าต้องให้เกียรติพี่ใหญ่เลือกก่อน ที่เหมาะสมลงตัวหลังจากการลองใช้งานดูหลายๆเครื่องนั้น Power Line 300 ดูจะค่อนข้างเหมาะกับเพาเวอร์แอมป์หรือเครื่องที่กินไฟสูงเป็นพิเศษ ผิดกับเวลาที่ไปเข้าคู่กับเครื่องกินไฟน้อย สุ่มเสียงจะอืดอาด เชื่องช้า หนานุ่มเกินปรกติ

ส่วนน้องรองอย่าง Power Line 200 นั้น ไม่ค่อยเกี่ยงครับ ผู้เขียนลองดูแล้ว ค่อนข้างประนีประนอม ไปได้ได้กับเครื่องทุกเครื่อง จะกินไฟมากกินไฟน้อย รับได้หลายสถานการณ์ แต่ถ้าจะล้อมกรอบเอาให้ดูเหมาะ มันก็ต้องพวกอินทีเกรตแอมป์หรือปรีแอมป์นั่นแหละครับ ถือว่ากำลังดี

น้องนุชสุดท้องนั้นก็เช่นกัน เพียงแต่เงื่อนไขการใช้งานกับเพาเวอร์แอมป์นั้น ถ้าเป็นเครื่องที่วัตต์สูงกินกระแสมาก Power Line 100 ก็ดูจะอ่อนระโหยโรยแรงไปได้เหมือนกัน สำหรับคนที่จะเริ่มต้นกับชุดเล็กๆหรือสนใจจะเปลี่ยนสายไฟให้เครื่องเล่นซีดี นี่แหละตัวเลือกเบอร์หนึ่งสำหรับยี่ห้อนี้

สุ้มเสียง?

สายไฟ Monster ตระกูลนี้ค่อนข้างมีบุคลิกเฉพาะตัวสูง เป็นประเภทสายมี 'อีโก้' ว่างั้นเถอะ ลักษณะน้ำเสียงที่มีน้ำเสียงค่อนข้างเจ้าเนื้อ น้ำเสียงนุ่มนวล อวบอิ่ม มีความเข้มข้น โดยเฉพาะเสียงทุ้มนั้น อัดกันเป็นก้อนๆเลยก็ว่าได้

ฉะนั้น การเลือกใช้สายให้ตรงกับชนิดและอัตราการบริโภคกระแสไฟของเครื่อง จึงเป็นเรื่องที่ท่านผู้อ่านต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก

Power Line 300 ให้น้ำเสียงอิ่มข้น ทันทีที่ใส่สายไฟเส้นนี้เข้าไปในชุด เนื้อเสียงจะเต็มอิ่ม มีเนื้อหนังเพิ่มพูนขึ้น โดยเฉพาะย่านเสียงทุ้ม ซึ่งถือเป็นจุดขายของสายยี่ห้อนี้เสมอมา ทุ้มของ Power Line 300 จะให้มวลเสียงที่ทึบเข้ม อัดแน่นเป็นตัว เด่นมากสำหรับทุ้มต้นที่นุ่มหนา มีมวล แม้จะไม่สำแดงไปทางดุดัน คมชัด จะแจ้ง ค่อนไปทางสุภาพเรียบเรื่อย แต่ก็อยู่ในเกณฑ์

เสียงกลางอบอุ่น มีเนื้อหนัง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเสียงทุ้มที่ต่ำลงไป ความนุ่มนวล ต่อเนื่อง ค่อนไปทางสุภาพ ทำให้เหมาะต่อการฟังเพลงแนวฟังสบาย ไม่เน้นไดนามิกมากนัก ความที่เสียงกลางนุ่มนวล จึงไม่ปรากฏอาการเสียงพุ่ง เสียงแข็งให้ได้ยิน นักเล่นท่านใดที่ชอบสำเนียงฟังสบายเรื่อยๆ คงจะต้องโฉลกกับเสียงกลางประมาณนี้แน่นอน เพราะมันทำให้เสียงของชุดฯปราศจากอาการจัดจ้านตลอดการฟัง

โดยเฉพาะค่ายเพลงไทยที่ไม่ค่อยเน้นคุณภาพในการบันทึกที่เรียกว่าแผ่น 'คม ชัด (แต่ไม่)ลึก' นั้น Power Line 300 ช่วยไกล่เกลี่ยให้ฟังได้สบายรูหูมากขึ้นอีกบาน

ในย่านเสียงแหลมนั้น ค่อนข้างสุภาพและถนอมไว้ในปริมาณพอดีๆ นุ่มนวล ไม่ขึ้นขอบ ทอดตัวไปได้ดีพอควร แน่นอนว่า เสียงแหลมแบบนี้เป็นมิตรกับแผ่นตลาดที่เกรนเสียงหยาบ กระด้าง และติดไปทางเสียงแห้งเป็นพิเศษ เพราะมันจะช่วยลดอาการดังกล่าวไปได้มากทีเดียว

มิติเสียงค่อนไปทางคล้อยหลังเล็กน้อย กว้าง-ลึกสมส่วน จะอ่อนความคมชัดบ้างก็ตรงลึกกึ่งกลางด้านหลังพอให้สังเกต รูปวงในส่วนด้านหลังโอบโค้งเป็นทรงครึ่งวงกลมได้ดี ความคมชัดจะเป็นไปในรูปแบบชัดเจนจากภายในเวที แล้วค่อยๆลดความคมชัดลงไปตามระยะที่ไกลออกไป, ค่อยๆเฟดไป-ว่างั้นเถอะ

Power Line 100 น้องนุชสุดท้องเส้นนี้ ให้น้ำเสียงกระชับและเปิดเผยกว่าพี่ใหญ่ชัดเจน ดุลเสียงค่อนไปทางโทนสว่าง กระชับ และปราดเปรียว ถือเป็น Monster ที่ฟังดูกระชับ ว่องไวกว่าเดิม กระนั้นก็ยังไม่ทิ้งความนุ่มนวลของเนื้อเสียง และลีลาที่สุภาพ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากจะเปลี่ยนแปลง

เสียงแหลมสุกสว่าง แต่นุ่มนวล มีเนื้อมวลกระชับกำลังพอเหมาะ หมายถึงให้สเกลที่ย่อมลงจากพี่ใหญ่พอสมควร นี่แหละที่ทำให้รับรู้ถึงรายละเอียดหยุมหยิมได้แจ่มชัดขึ้น แต่นั่นก็ต้องยอมลดความประณีตของเกรนเสียงลงไปบ้าง เทียบกับรุ่นใหญ่ก็หยาบกว่าตามส่วนนั่นแหละ

เสียงกลางก็ฉับไว คล่องแคล่ว ตอบสนองสัญญาณฉับพลันได้แม่นยำดี แม้จะไม่คมชัดประเภทขึ้นเป็นขอบสันชัดเจน แต่ก็นับว่ามีภาพพจน์ชัดเจนดี การถ่ายทอดลีลาเสียงเพลงร้องก็ดี เพลงบรรเลงก็ดี น้องนุชสุดท้องทำได้สดใส เปิดโปร่ง มีลีลาที่ฉับไว โดยยังคงความนุ่มนวล และมีความต่อเนื่องไว้ตลอด

ในส่วนของเสียงทุ้ม แน่นอน มันตึงตัวขึ้นตามเสียงกลางและแหลม ทุ้มต้นๆมีเนื้อเสียงอิ่มข้น เป็นตัว ให้ทุ้มต้นที่โดดเด่นเป็นพิเศษ มีความสด ฉับพลันเพิ่มขึ้นชัดเจน ในขณะที่ทุ้มตอนกลางและทุ้มต่ำจะค่อยๆคลายโฟกัส ความหนาแน่นลงตามลำดับ เสียงเครื่องดนตรีสังเคราะห์จะค่อนข้างเหมาะเป็นพิเศษกับสายรุ่นนี้

มิติเวทีเสียงเด่นด้านกว้างที่แผ่ขยายออกด้านข้างได้ดี โดยเฉพาะปีกซ้าย-ขวาที่เลยจากลำโพงออกไปนั้น บางแนวเพลงที่เน้นดนตรีสังเคราะห์ มันถึงกับโอบเข้าหาตำแหน่งนั่งฟังกันเลยทีเดียว ด้านลึกที่สอดรับกับด้านกว้างนั้น แม้ไม่เด่นเท่า แต่ก็เชื่อมต่อและโอบโค้งเป็นวงดี แม้ระยะจะตื้นไปบ้าง

ปิดท้ายด้วยชายกลาง, Power Line 200 ซึ่งเป็นสายที่เฉลี่ยคุณสมบัติของพี่ใหญ่ และน้องนุชสุดท้องไว้อย่างละครึ่งหนึ่ง เนื้อเสียงอิ่มนุ่ม มีมวลพอประมาณ ไม่เจ้าเนื้อ อวบอั๋นเช่นพี่ใหญ่ แต่ก็ไม่ปราดเปรียว บางระหงดังเช่นน้องเล็ก ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นชายกลางที่มีน้ำเสียง 'กึ่งกลาง' จริงๆครับท่าน

ไม่ว่าจะเป็นดุลเสียงแหลม ที่สุกสว่าง กระชับพอควร ทั้งยังผสานเนื้อมวลที่เข้มหนา มีมวลที่อัดแน่นไว้ในเสียงเดียวกัน ลีลาสุภาพก็จริง แต่มีอิมแพ็คที่คมชัด ขอบไม่คม แต่ไม่ขุ่นมัว รายละเอียด ความเป็นตัวตนถือว่าเป็นประเด็นที่เด่น ให้องศาความเป็นตัวตนดี และไม่ทำให้เสียงทั้งหมดสาดพุ่งเข้าหาผู้ฟังยามใช้ระดับความดังสูงๆ

เสียงกลางค่อนไปทางพี่ใหญ่ นุ่มแน่น มีมวล ดูสุภาพเป็นกันเองดีมาก ลักษณะดังกล่าวจะค่อนข้างต้องโฉลกกับแนวเพลงบัลลาดเป็นพิเศษ ฟังแล้วให้เคลิบเคลิ้ม ชวนฝันดีแท้ ยิ่งได้ลองฟังเสียงแซ็กโซโฟนนุ่มๆ นั่นยิ่งน่าหลงใหลขึ้นไปอีกขั้น

ท่านผู้อ่านที่นิยมชมชอบเสียงทุ้มที่อวบอิ่ม ค่อนไปทางเจ้าเนื้อ แต่คงสัดส่วนบอดี้ไว้ไม่รุ่มร่าม ก็ต้องสายรุ่นนี้ละครับ ทุ้มเป็นอัดแน่นเป็นลูกๆ อาจจะไม่หนักหน่วงดุดันเหมือนสายบางยี่ห้อ แต่สุภาพราบรื่นค่อนข้างดีทีเดียว ทั้งยังไม่เก็บหางเสียงเร็วเกินไป จนรู้สึกว่าขาดบรรยากาศ

สุดท้าย คุณสมบัติด้านมิติเวทีเสียง ชายกลางไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน เวทีปีกซ้าย-ขวาแผ่ออกด้านข้างเต็มเหยียด แต่จะไม่ตีวงโอบโค้งเข้าหาตำแหน่งฟัง ยังคงรักษาระนาบไว้เช่นเดียวกับบริเวณกึ่งกลางเวที ด้านลึกสอดรับในลักษณะคล้ายกระทะคว่ำ ถอยร่นลดหลั่นลงไป พร้อมเพรียงกับความเข้มข้น ความใส และความคมชัด จนจางหายไปในที่สุด รูปวงเช่นนี้ ค่อนข้างเหมาะกับท่านที่เล่นแนวเพลงหลากหลาย ประเภทแผ่นเพลงทั่วไปไม่เน้นคุณภาพการบันทึก ยันไปถึงแผ่นเพลงออดิโอฟายสมัยใหม่กันทีเดียว

ชุดที่เหมาะสม?

เรื่องการใช้งานกับเครื่องเคราต่างๆ ผู้เขียนได้อธิบายไว้คร่าวๆเป็นแนวทางบ้างแล้ว ซึ่งสำหรับการใช้งานจริงนั้น ก็ไม่เคยประสบปัญหาว่ามีอาการอั้นตื้อ อันเป็นเหตุจากการใช้งานสายไฟทั้งสามเส้นนี้แต่อย่างใด

ประเด็นที่อยากจะย้ำเพิ่มเติมก็คือ ควรพิจารณาถึงลักษณะเสียงในชุดของท่าน ดูว่าสุ้มเสียงที่ใช้งานอยู่นั้น มีความเหมาะสมกับสายรุ่นไหน อย่างไร ถ้าหากชุดที่ใช้ สุ้มเสียงสดพุ่ง ให้อิมเมจที่บอบบาง ชัดเจน แต่เหลมคมขึ้นขอบ การเลือกใช้สายพี่ใหญ่ Power Line 300 นับว่าถูกต้องตามเหตุ เสียบลองที่ภาคขยายเมื่อไหร่ สุ้มเสียงจะสงบ ลดอาการจัดจ้านลงได้มาก

แต่ถ้าเนื้อเสียงอวบอิ่ม อุดมด้วยเนื้อหนังมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว ไม่ต้องหันหน้าไปหาใครแล้วครับ น้องนุช Power Line 100 เส้นนี้แหละ จะช่วยทำนำพาชุดที่เจ้าเนื้อเป็นทุน ไปเข้าคอร์สลดไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆ ให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ว่องไวขึ้น โดยไม่ทำให้เสียเนื้อเสียงที่อวบอิ่มไป

สายบางเส้น ได้เนื้อเสียงกระชับ อิมเมจกะทัดรัดจริง แต่เนื้อเสียงบอบบาง ไม่อิ่มแน่น ทั้งยังให้สปีดที่ฉับไว เด็ดขาด เร้าใจ ซึ่งทำให้สูญเสียลักษณะของชุดที่ท่านชอบแนวเนื้อ-หนังชนิดที่พลิกผันเกินไป อาจจะไม่ตรงรสนิยมเสียทีเดียว

แน่นอนว่า ชายกลางแม้จะมาเป็นลำดับสุดท้าย แต่ไม่เสียแรงสายที่จัดสมดุลได้ดี ชุดที่เนื้อเสียงและไทมิ่งกำลังพอดีอยู่แล้ว แต่ต้องการลีลาที่สุภาพ ผ่อนคลาย โดยไม่ทำให้อืดช้า ยืดยาดเกินไป จะเป็นใครอีกได้ หากไม่ใช่ชายกลาง Power Line 200

เอาล่ะ ครบถ้วนกระบวนความกันแล้ว กับสามพี่น้องสายไฟ Monster Power Line ผู้อ่านท่านใดที่สนใจ ใคร่รู้เรื่องราคาค่าสินสอด จะได้หยอดกระปุกเตรียมตัวไว้ได้ทัน ในยามน้ำมันวิกฤติเช่นนี้ จะออกไปฟังเพลงนอกบ้านมันก็ดูจะสิ้นเปลืองเกินไป ประเดี๋ยวผบ.ที่บ้าน จะเข้าใจผิด คิดว่าท่านมี 'กิ๊ก' ไม่แน่ว่า อาจต้องเจอศาลเตี้ยพิพากษา

เช่นนี้แล้ว สู้เกี้ยวสายไฟสักเส้นสองเส้นมาเข้าชุด แล้วสำราญเบิกบานใจกับบทเพลงหรือดูหนังกับผบ.ทบ.(ที่บ้าน) ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

จำนวนเงิน 2,200 บาทสำหรับสายไฟ Monster Power Line 100, 3,350 บาทสำหรับสายไฟ Power Line 200, และ 6,500 บาทสำหรับ Power Line 300

ส่วน Quicklock Spade และ Banana นั้น ราคาเท่ากันคือชุดละ 2,300 บาท

ราคานี้เป็นราคาตั้งที่บริษัทแนบมาให้ผู้เขียน ท่านผู้อ่านที่สนใจ สอบถามราคาและรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่บริษัท Dynamic International Product โทร 0-2644-0959 0-2261-3939 ได้ตามสะดวกครับ

จริงๆเขียนควบกันอย่างนี้ ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ คราวหน้าถ้าโอกาสอำนวยคงได้พบกันแบบนี้อีก และสำหรับท่านผู้อ่านที่เกิดความสงสัย หรือไม่เข้าใจประเด็นใดในบทความของผู้เขียน สามารถสอบถามมาได้โดยตรงที่อีเมล์ grreview@hotmail.com ได้นะครับ

ถามตรงกับผู้ลอง ย่อมได้คำตอบที่ตรงประเด็นกว่าแน่นอน





"Gold Lighton"
กุมภาพันธ์ 2549

 

พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
อีกสิ่ง ที่น่ารวบรวม 
น่าจะเป็นเรื่องสายสัญาณ  +สายลำโพง   ที่มีในท้องตลาดทั้งหมด  ไม่ทราบว่าเพื่อนๆๆ
 เห็นว่าไงบ้าง  ถ้าจะเปิดกระทู้อีกครับ
  แล้วจริงเพื่อนๆ  ควรจะจะช่วยรวบรวมด้วยครับ 
ไม่ทราบสนใจไหมครับ   ฮิอฺอ
พิจิต 089-771-8895

ออฟไลน์ Frogg

  • *
  • กระทู้: 20
ขอบคุณมากค่ะ :)

ออฟไลน์ Pooh Bear

  • *
  • กระทู้: 27
ขอบคูณสำหรับข้อมูลครับ

ออฟไลน์ ขุนจิต

  • kjit
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 7,392
  • เพศ: ชาย
  • ไบเกอร์เครื่องเสียง
เรื่องของ  Fuse   c)


คัดมาให้อ่าน

http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=10.1920

http://www.audio-teams.com/webboard/?ca1=16&id=81590





อีกตัว, แพงแต่ดี

Power House อันนี้เบิร์นอินนานมาก ในคู่มือบอกว่า 50 ชั่วโมง เห็นจะไม่จริงครับ ต้องมีร้อยชั่วโมงขึ้น ดุลเสียงดีมาก ไม่เน้นเด่นทางใดทางหนึ่ง ถ่ายทอดอิมเมจได้ราวเครื่องเสียงระดับไฮเอ็นด์ มีความชัดคมขึ้นรูปเป็นสามมิติ ช่องว่างช่องไฟดี น้ำหนักเสียงดี ผมกำลังลองฟังยังไม่สิ้นสุดขบวนการ แต่เห็นว่ามีแววก็เอามาแนะนำคุณไว้พิจารณา ถ้าได้รายละเอียดสมบูรณ์เมื่อไร จะเล่าให้ฟังอีกที

เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ










C3 Noir ตัวนี้ให้ดุลน้ำเสียงออกไปทางสะอาด เสียงแน่นโดยไม่บวมหรืออิ่มใหญ่ กลางแหลมทอดยาวด้วยเกรนเสียงที่เนียนละเมียด ทุ้มมีน้ำหนัก โดยภาพรวมคล้ายกับมีพลัง(ของแอมป์)มากขึ้น เสียงกลางดีครับ ชัดเจน แม่นยำ นิ่งและให้รูปทรงความเป็นตัวตนที่มั่นคง(คล้ายแอมป์มีกำลังสำรองสูงๆ) มิติเวทีเสียงเด่นทางกว้าง แต่ก็มีตื้นลึกนะครับ ผมว่าเหมาะมากๆกับแอมป์







AMR จะออกไปทางคึกคัก มีความฉับไว อิมเมจกะทัดรัดพอเหมาะพอดี ให้รายละเอียดค่อนข้างดี มีหนักเบาอ่อนแก่ ย้ำเน้น, แรงปะทะดี วงจะเปิดกว้างกว่ายี่ห้อแรก เนื้อเสียงโดยรวมๆใกล้เคียง Hifi Tuning แต่ว่าฟิวส์ยี่ห้อนี้ราคาไม่สูงมาก ไม่เกินพันบาท ถือว่าน่าลองน่าเล่น






AHP จะให้ได้ดุลเสียงที่กลมกล่อม น้ำเสียงเอิบอิ่ม เสียงกลางดีมาก ให้วรรณะของเสียงแม่นยำ ชายจริงหญิงแท้ เครื่องทองเหลืองก็จะได้ฮาร์โมนิคครบถ้วน มิติเวทีเสียงออกไปทางทรงกลม ไม้เน้นด้านกว้างมากนัก บรรยากาศภายในเวทีและช่องว่างช่องไฟระหว่างตัวโน้ตดีมาก ไม่เน้นปลายแหลมมากนัก ทุ้มมีปริมาณและน้ำดีครับ

โดยรวมเสียงกลางจะหนากว่า Hifi Tuning



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม, 2010, 10:50:47 AM โดย ขุนจิต ร้าน paradise »
พิจิต 089-771-8895