ผู้เขียน หัวข้อ: : ซีดี Tri  (อ่าน 2539 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 5,866
  • Total likes: 0
  • Please Help Thanks
: ซีดี Tri
« เมื่อ: 22 มิถุนายน, 2007, 01:34:24 PM »
หาซื้อได้ที่ ร้านขายซีดีทั่วไปหรือ ที่ บริษัท HERE โทร 02 2596540-2  แฟ็ก  02 2596543

จากนักดนตรีท่านหนึ่งที่มีนามว่า “บุรุษ  เกศกรรณ” หรือ Bruce Gaston(พ.ศ. ๒๔๘๙-ปัจจุบัน)
นักเปียโนชาวอเมริกัน บิดาเป็นผู้อำนวยเพลง มารดาเป็นนักร้อง เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก
University of Southern California และศึกษาปริญญาโททางด้านดนตรีแต่ขณะศึกษาปริญญาโทเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๑๒ได้ถูกเกณฑ์มาเป็นทหารในสงครามเวียดนาม
เนื่องจากเป็นมังสวิรัติไม่ต้องการฆ่าใครจึงเลือกที่จะมาทำงานอยู่ที่ประเทศไทยแทนการเป็นทหารที่เวียดนามโดยการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนผดุงราษฎร์พิษณุโลกและสอนดนตรีที่มหาวิทยาลัยพายัพที่เชียงใหม่จนครบ ๒ ปีแต่เมื่อได้กลับบ้านไม่พบอะไรน่าสนใน จึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่เมืองไทย  คุณบุรุษชอบแนวความคิดของ John  Cage นักดนตรีแจ็สที่รับอิทธิพลจากนิกายเซ็น(Zen)ที่ใฝ่หาความว่าง(สุญญตา)และธรรมชาติ หลังจากอ่านหนังสือเรื่อง Silence เมื่ออยู่ในเมืองไทยเขาพักอยู่ใกล้กับป่าช้าซึ่งทำให้ได้ฟังปี่พาทย์งานศพบ่อยจนเกิดความประทับใจจึงได้ลองเรียนดูและได้เรียนดนตรีไทยครั้งแรกกับครู ศิริชัยชาญ  ฟักจำรูญ และเรียนดนตรีล้านนากับ ลุงต๋าคำ ที่เชียงใหม่  ต่อมาได้เรียนระนาดกับ ครู บุญยงค์  เกตุคง  ที่มาของวงดนตรีไทยร่วมสมัยที่ชื่อวง”ฟองน้ำ”และชื่อนี้มาจากเพลง ที่ชื่อ”ฟองน้ำ”
จากเพลงเรื่อง”จิ้งจกทอง”

๑ น่าน จาก”เจ้าพระยาคอนแชร์โต”
        ประพันธ์โดย Bruce Gaston
ตัวอย่างคอนแชร์โตวงดุริยางค์ในรูปแบบของดนตรีตะวันตกในประเทศไทยเป็นบทเพลงร่วมสมัยชื่อ
เจ้าพระยาคอนแชร์โต แต่งโดย บรูซ แกสตัน ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ
จำกัด ในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานคร ๒๐๐ ปี  โดยที่ผู้ประพันธ์
ให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมที่ผูกพันกับชีวิตชาวไทยมาแต่ดึกดำบรรพ์
สายน้ำที่ไหลมาและผ่านไปชั่วนาตาปีเรารู้ว่าเจ้าพระยาอยู่ตรงนี้หากเรายืนอยู่ที่ริมฝั่งเจ้าพระยาเรายืนอยู่เฉยเฉยแต่เจ้าพระยาที่ผ่านเราไปเป็นเจ้าพระยาสายใหม่เสมอ   เพลงนี้เคยออกแสดงเพียงครั้งเดียวในประเทศไทย ใช้วงดุริยางค์ขนาดกลาง ๑ วง (แทนแม่น้ำเจ้าพระยา เสมือนวัฏสงสงสาร คือ  เกิด แก่ เจ็บ ตาย) และวงดุริยางค์ขนาดเล็กอีก ๔ วง (แม่น้ำน่านเสมือนการเกิด แม่น้ำยมเสมือนการแก่ แม่น้ำวังเสมือนความเจ็บ และแม่น้ำปิงเสมือนความตาย) ใช้ผู้อำนวยเพลง ๕ คน แต่ละคนต้องใส่หูฟังเพื่อให้จังหวะพร้อมกัน ทุกวงเล่นสลับกันบ้าง เล่นโต้ตอบกันบ้าง และเล่นพร้อมกันบ้าง การประชันพบในหลายมิติ ทั้งการประชันระหว่างวง การประชันระหว่างนักดนตรีและกลุ่มนักดนตรี ทั้งในวงเดียวกันและต่างวงกัน นักดนตรีแต่ละคนมีแนวเดี่ยวในลักษณะเดียวกับคอนแชร์โตวงดุริยางค์ ใช้เสียง ประสานก้าวหน้าผนวกกับทำนองและลีลาเพลงพื้นบ้านของไทย นับเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่แต่มีปัญหาเรื่องการจัดการ รวมถึงการหาสถานที่และงบประมาณสนับสนุน
จึงไม่ได้รับความนิยม
*จากการสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์อุดม อรุณรัตน์ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘
        แม่น้ำน่าน  เปรียบเสมือน “การถือกำเนิด” เบื้องต้นแห่ง วัฏจักร
ซึ่งแท้จริงแล้วคือการกำหนดจุดๆหนึ่งบนเส้นวงกลมที่ไม่มีหัวมีหาง
ในแง่จิตใจหมายถึงการตระหนักรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ในโลกนี้
มองเห็นและแยกแยะตัวเองออกจากวัตถุอันเป็นปฐมเหตุแห่งกิเลสเปรียบเสมือนมนุษย์ยุคแรกที่เริ่มสังเกตเห็นว่า  ตังเองเห็นธรรมชาติ  ชื่นชมความอุดมสมบูรณ์เขียงชอุ่มของแผ่นดินบรรพกาล
และต่อสู้กับธรรมชาติเพื่อความอยู่รอด
        นักดนตรีประกอบด้วย
        Solo  Violin        นรอรรถ  จันทร์กล่ำ(นักดนตรีรับเชิญ)
Trumpet         วานิช  โปตะวานิช(นักดนตรีรับเชิญ)
Horn                 เฉลิมชัย  ณัฐเศรษฐ(นักดนตรีรับเชิญ)
Trombone         สิทธิชัย  อ่องสะอาดท์(นักดนตรีรับเชิญ)
Tuba                 ยงยุทธ  ทิศพลอภินันท์(นักดนตรีรับเชิญ)
Glockenspiel         อภิสิทธิ์  วงศ์โชติ(นักดนตรีรับเชิญ)
Gong                สมลักษณ์  อุทะพันธ์, นพล  แสงพัฒนากรกิจ
(เจ้าพระยา  คอนแชร์โต้แสดงเมื่อ ๒ รอบ วันที่ ๕ และ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๖ ณ หอประชุมธรรมศาสตร์)
แม่น้ำน่าน มีต้นกำเนิดอยู่ที่ ดอยภูแว ในเทือกเขาหลวงพระบาง จังหวัดน่าน
นับเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักในภาคเหลือและภาคกลางของไทย โดยได้ไหลรวมกับแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง
และแม่น้ำยม กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสำคัญสายหนึ่งของประเทศ
แม่น้ำน่านไหลจากจังหวัดน่านผ่านมาทางอำเภอนาหมื่น และถูกกั้นด้วยเขื่อนสิริกิติ์
ที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ จากนั้นไหลผ่านลงมายังจังหวัดพิษณุโลก และ จังหวัดพิจิตร
และรวมกับแม่น้ำยม ที่ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลไปรวมกับแม่น้ำปิง
ที่ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำน่านขณะผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์

นพ  โสตถิพันธุ์  ไวโอลิน
        อาจารย์นพ  เป็นชาวสงขลาบิดาของท่านเป็นครูดนตรีและสอนลูกลูกทุกคนให้เป็นดนตรี
ศึกษาดนตรีด้วยตัวท่านเองเป็นส่วนใหญ่
ท่านจบบัญชีจากธรรมศาสตร์แต่หันมาประกอบอาชีพนักดนตรีที่ตนรัก
เล่นดนตรีทุกชนิดตั้งแต่หมอลำไปจนกระทั่งเพลงคลาสสิก
๒ Maria Sonata (ประพันธ์โดย นพ  โสตถิพันธุ์)
Moderato  maestoso
Lento tranquillo

moderato        ความเร็วปานกลาง ซึ่งเร็วกว่าอันดานเต แต่ช้ากว่าอัลเลเกรทโต
maestoso        อย่างภาคภูมิและสง่างามอย่างพระราชา
lento                ช้า ช้ากว่าอันดานเตแต่เร็วกว่าลาร์โก
tranquillo        สงบเงียบอยู่ในภวังค์แห่งความสงบ

ชื่อ - นามสกุล                 ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร
Professor Dr.Mr. Narongrit Dhamabutra,
ตำแหน่งทางวิชาการ        รองศาสตราจารย์ ระดับ 9
ภาควิชา                        ภาควิชาดุริยางคศิลป์ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ตะวันตก
โทรศัพท์ที่ทำงาน                0-2218-4615
สาขาวิชาเฉพาะ                 การประพันธ์เพลง
(area of concentration)        Music Composition
วุฒิการศึกษา        วิชาเอก                        สถานศึกษา
ค.บ.                ดนตรีศึกษา                 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
M.Mus.        Piano Performance         Northwestern University, U.S.A.
M.Mus.        Music Composition         Michigan State University, U.S.A.
Ph.D.                Music Composition         Michigan State University, U.S.A.
ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร
ภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์
ผลงานทางวิชาการ
1. เอกสารประกอบการสอน
1.1 ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร. วิชาการประสานเสียง 2. ภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์,
2535, 99 หน้า.
2. งานแต่ง เรียบเรียง แปลหนังสือ
2.1 ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร. การประสานเสียง 1. กรุงเทพมหานคร: คณะศิลปกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536, 68 หน้า.
3 ผลงานการประพันธ์เพลง
3.1 Narongrit Dhamabutra. ?Night and Morning in the Spheres? Symphonic Poem for
Orchestra, 1988.
3.2 ________. String Quartet, 1988.
3.3 ________. ?Dhamachakra? for Orchestra, 1989.
3.4 ________. ?The Dusk of the World? for Flute, Piano and Percussions, 1990.
3.5 ________. ?Chakra? for Violin, Clarinet and Piano, 1991.
3.6 ________. ?Sinfonia Jamjuree? Concerto Grosso for Violin, Oboe, Clarinet and
Orchestra, 1993.
3.7 ________. ?Bhawangkha? for Ranad-Ek and Orchestra, 1994.
3.8 ________. ?Concerto? for Orchestra, 1994.
3.9 ________. ?Tri? for Violin and Piano, 1994.
3.10 ________. ?Sinfonia Ayutthaya? for Orchestra, 1995.
3.11 ________. ?Bhudhachat? for Flute, Guitar and Cello, 1995.
3.12 ________. ?Sinfonia Chakri? Symphonic Poem for Orchestra, 1996.
3.13 ________. ?Sarata? for Violin Solo, 1998.
3.14 ________. ?Five Enigma Portraits? for Violin, Clarinet and Piano, 1998.
3.15 ________. Concerto for Ranad-Ek and Orchestra ?Maharaja? 1999.
3.16 ________. "Six Enigma Portraits" for String Quartct, 2001.
3.17 ________. Symphony of the Spheres , for Orchestra, 2002.
3.18 ________. "Sinfonia Surarnabhumi" for Orchestra, 2004.

๓ Tri(ไตร) (ประพันธ์โดย ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร)
        Adagio
        Allegro Ma non Troppo
Vivace

(Adagio        อย่างเชื่องช้าอย่างสบายอารมณ์ ช้ากว่าอันดานเต้แต่เร็วกว่าลาโก
        Allegro Ma non Troppo  เร็วแต่ไม่มากนัก
Vivace        เร็วมากกว่าอัลเลโกรแต่ไม่เร็วเท่าเปรสโต)

ดร. ชัยพฤกษ์ เมฆรา อาจารย์ประจำภาควิชาดุริยศิลป์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ
Biography (ไม่แปลให้นะครับ เพราะผมแปลไม่ออก  ยืนยันตรับว่าแปลไม่ออก)
Dr. Chaipruck Mekara is a native of Thailand. He was born in Chiang Mai, a province in
the north of Thailand in 1971. Encountering western classical music in Thailand is
unusual and Mekara first experience with this music came when he was about 13 years old,
when his uncle, Sompong Wongdee, gave him a recording of Mozart’s clarinet quintet K.
581. It was the first time he heard such profound music. And he was in love with western
music ever since. After he completed his Bachelor degree in music from Payap University
in Chiang Mai, Mekara continued his graduate studies in music composition and clarinet
performance at Roosevelt University in Chicago with Dr. Robert Lombardo and Carolee Smith
from 1995 to 1998. He was one of the finalists in Roosevelt University’s concerto
competition in 1997. It was during the last year at Roosevelt University, when Mekara
composed an original score for a theatre production entitled “Kyogen / Lysistrata” (Greek
story in Japanese Kyogen setting) directed by June Compton. In 1999, He was commissioned
to write a piece for violin and piano entitled Look Coo(ลูกคู่)l, which is a plays on the
Thai word duet (Lôog Côo). It appears on a CD (Tri), which features
compositions by composers from Thailand. The work performed by Nora-ath Chanklum, Violin
and Kit Young, Piano. In the fall of 1999, Mekara continued his education at Northwestern
University where received his doctoral degree in Music composition. Here he took lessons
with Professors Williams Karlins, Stephen Syverud and Jay Alan Yim. Composition lessons
with Dr. Yim made Mekara realized how valuable his own culture and music was. He then
studied and researched on the music and culture of his homeland. Later on, he consciously
began to use the cultural elements of Thailand in his compositions, such as Dancing
Hanumann for five snare drums and Loum hai jai (ลมหายใจ) for solo Khlui(ขลุ่ย) Thai,
computer and chamber orchestra. Today, Mr. Mekara is now acting head of the music
department (master program), Payap University. He is also teaching many classes including
music composition, orchestration, instrumental Conducting, ensemble, clarinet, saxophone
and others at the Music Department, Payap University, Thailand.
List of Music Composition
Wong wang for clarinet solo
Three kaburn for piano solo
String trio (see, sanook, sang, siang) for violin, viola and violoncello
Depression Rhapsody for violoncello solo
Jie (the Young Memory) for clarinet and piano
Kloan for messo-soprano with Thai symbols, violin, violoncello, and piano
Original score for Kyogen / Lysistrata
Look Cool for violin and piano
Loum for percussion ensemble
Farbe for chamber orchestra
Seong for clarinet and mandolin
Canon to the sea (electronic music)
Dancing Hanumann for five snare drums
Gathering for small ensemble (ten players)
Loum Hai Jai (respiration) original version for khlui Thai and computer
Loum Hai Jai (respiration) orchestral version for khlui Thai, computer and orchestra
Original Film Score entitled “Back & Forth”
Blur for clarinet and orchestra
Farang Rum Thoa for Thai Classical Orchestra and Symphonic Band
Dances of a Hill Tribe for Violins and Invisible Drums


Resume at a glen
Education
1999- 2003: Doctor of Music in Music Composition, Northwestern University, Evanston,
Illinois, U.S.A.
1995-1998: Master of Music Composition and Clarinet Performance, Roosevelt University,
Chicago, Illinois U.S.A.
1990-1994: Bachelor of Arts Major in Music, Payap University, Chiang Mai, Thailand.
1978-1990: Elementary to High school, The Prince Royal’s College, Chiang Mai, Thailand.

Awards and Projects
2006: Dances of a Hill Tribe for violins and invisible drums was premiered by the TIMF
ensemble from Korea
2006: Composition (Look Cool) was released on the New Compositions for Violin and Piano
by Thai Composers album “Tri”
2005-2006: Guest Lecturer at the “Thailand Composition Festival” at Srinakarinwirot
University
2005-2006: Music Director and Conductor of the Musical “Joseph and the Amazing
Technicolor Dream Coat” Produced by The Voice Studio, Chiangmai and Bangkok, Thailand
2005: One of the Selected Composers to have a work performed at the “The World New Music
Conference” (Asian Composers League), Thailand
2005: Composed and Conducted the “Farung Rum Thao” for Symphonic Band and Thai Classical
Orchestra for the Princess of Thailand
2004: Music Director and Co- founder of the Chiangmai Classics Concert Series
2003: First Price Winner of The North Shore Chamber Orchestra Society Composition
Competition, U.S.A.
2003: One of the Selected Six Composers to have a Work Premiered in The Midwest Graduate
Music Consortium, U.S.A.
2003: Composed an Original Film Score entitled “Back & Forth” directed by Attira
Kietivanichanon.
2001: Honorable Mention in the Faricy Composition Competition, U.S.A.
2000: One of the Selected Composers to have a Work Performed in The Lanna Music Concert,
Chiang Mai, Thailand.
1999: Commissioned to write a piece for violin and piano entitled Look Cool
1998: Composed an Original Score for a Theatre Production “Kyogen Lysistrata” directed by
June Compton, Chicago, U.S.A.
1997: One of Finalists (as a clarinet player) of Concerto Competition, Chicago, U.S.A.
1994: One of the Selected Three Clarinet players from Thailand to attend the South East
Asian Symphonic Wind Concert, Thailand.

Employment
2006-present: Acting Head of the Music Department (master program), Payap University,
Chiangmai, Thailand
2003-2005: Faculty of Music at The Payap University, Chiangmai, Thailand
1995-2003: Music Director of the Thai Presbyterian Church of Chicago, U.S.A.
2001-2002: Lecturer, Music Theory, at Northwestern University.
2001: Assistant Conductor for a Musical 4 in 1 Concert, Chiang Mai, Thailand.
1999-2000: Teaching assistance, Aural Skills at Northwestern University.
1998-1999: Music teacher at Zzounds , Chicago, U.S.A.

๔ ลูกคู่(Look Cool) ประพันธ์โดย ดร. ชัยพฤกษ์ เมฆรา
        He was commissioned to write a piece for violin and piano entitled Look Cool, which is a
plays on the Thai word duet (Lôog Côo).  It appears on a CD (Tri), which
features compositions by composers from Thailand. The work performed by Nora-ath
Chanklum(นรอรรถ  จันทร์กล้ำ), Violin and Kit Young, Piano

๕ ชีพจรลงเท้า(Itinerant Feet) ประพันธ์โดย ดนู  ฮันตระกูล

Anuwat  Suebsuwan
             Bruce Gaston   Dnu  Huntrakul
                        (ภาพเมื่อครั้งรวมกันเป็นกลุ่ม”ภาคีวัดอรุณ”)
ดนู  ฮันตระกูล
        นักประพันธ์เพลงชาวไทยนามอุโฆษเจ้าของเพลง"ไอ้หนุ่มผมยาว"
ที่สะเทือนเลือนลั่นทั้งในและนอกวงการเพลงลูกทุ่งทั่วแดนสยาม
แฟนเพลงตัวจริงติดตามผลงานที่เจ้าตัวเขียนให้วง"ไหมไทย ออร์เคสตรา" บรรเลง
ทั้งที่เป็นงานเรียบเรียงเพลงไทยเก่าและเพลงที่แต่งขึ้นใหม่
ดนตรีของดนูเสนอสาระที่ชวนคิดติดตาม สำนวนดนตรีซับซ้อนแต่ละเมียดละไม
อารมณ์เพลงมีทั้งขึงขังและหวานรื่น ผลงานสำคัญคือบทเพลงชุด"เพลงบางกอก" "ลมเหนือน้ำหนาว"
และล่าสุดคือเพลงใหญ่ชุด "เจ้าพระยา"
ดนูเขียนเพลงไทยให้คนไทยฟังด้วยสำเนียงและลีลาที่เด่นชัด
และนั่นคือเอกลักษณ์ที่ทำให้งานและการแสดงสดของเขาเป็นที่ชื่นชอบทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ
        เพลงนี้ เป็นเพลงประกอบรายการทางโทรทัศน์ ทางช่อง ๗ สี ชื่อรายการ”ชีพจรลงเท้า”

Soloist ในซีดีชุดนี้

อ. นรอรรถ  จันทร์กล่ำ  จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ และจบการศึกษาระดับปริญญาโท
ทางด้านการเล่นไวโอลินที่สถาบันดนตรีนิวอิงแลนด์ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา
เริ่มเรียนไวโอลินเมื่ออายุ ๑๐ ปี ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์กับดร.ประทักษ์ ประทีปเสน ดร.ภารดี
ไตรวิทยาคุณ และอาจารย์ชัยรัตน์ แก้วกำแพง เมื่อเข้าศึกษาต่อที่คณะศิลปกรรมศาสตร์
เรียนไวโอลินกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พันเอก ชูชาติ พิทักษากร
เคยเข้ารับราชการอบรมจากนักไวโอลินระดับนานาชาติ ได้รับคัดเลือก
เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมกิจกรรมดนตรีเยาวชนอาเซียน ที่ประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์
มีโอกาสได้รับทุนจากมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน ได้เข้าเรียนที่ สถาบันดนตรีเดทโมลด์
ประเทศเยอรมัน เพื่อศึกษาการเล่นไวโอลิน กับศาสตราจารย์
คริสตอฟ พอพเพ็น และ อัลฟ วาลลิน นาน ๓ เดือน และยังแสดงเดี่ยวไวโอลินกับวงออเครสตราขณะศึกษา
อยู่ในระดับปริญญาโทได้รับทุนการศึกษาจากคุณหญิงพรทิพย์ ณรง์เดช ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘
จากมูลนิธิฌอง เอมีล การ์โรซา เพื่อศึกษาศิลปะการถ่ายภาพ และดนตรีที่สถาบันดนตรี
นิวอิงแลนโในปีพ.ศ. ๒๕๓๙
ปัจจุบัน เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นอาจารย์พิเศษที่ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และเป็นอาจารย์ภาควิชาการที่สถาบันดนตรีเคพีเอ็น
เป็นสมาชิกดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และมีผลงานร่วมกับ อาจารย์ดนู ฮันตระกูล
ในอัลบัมเพลงบางกอก

Kit  Young
คิท  ยัง  ฝรั่งตีระนาดอีกคนที่เธออยู่เมืองไทยมาตั้งแต่เด็ก
นอกจากระนาดแล้วเธอยังเล่นซออู้ได้อีก
และโดยที่เธอเองเป็นนักเปียโนอาชีพเธอได้นำเพลงไทยถ่ายทอดลงบนเปียโนที่เธอเล่นด้วย
เวลามาพำนักในเมืองไทยเธอมักจะออกแสดงร่วมกับ  อาจารย์นพ
โสตถิพันธ์เสมอเสมอโดยมักจะแสดงในแนวเล่นสด(Improvisation)
เธอยังเป็นอาจารย์สอนดนตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและมหาวิทยาลัยพายัพ

Kit  Young  ในพม่า

Myo Theingi Cho

Get your musical kit on
Myo Theingi Cho spoke to Kit Young and Book Kitawadhana after their participation in the
Madhura Rasa musical performance organized by the Art Music Academy on May 22 and 23.

PROFESSOR Kit Young, a member of Chiangmai’s Payap University faculty, loves to talk
about Myanmar music, in Myanmar. She punctuates her monologue with phrases in Myanmar or
in a sudden high-pitched tone. Needless to say, it’s one of her favorite topics. "My
interest in Myanmar traditional music started in 1971 when I was a high school student
and studying Thai music in Bangkok. I traveled to Myanmar with my brother and heard, for
the first time, the palwe (a wind instrument like the recorder) playing in Bagan," the
American musician told Myanmar Times. This prompted her to call the Burmese Broadcasting
Service and she spoke to U Khin Zaw, a prominent music expert at the time who played
Myanmar music over the airwaves.  "He said ‘You should study Burmese piano; Sandaya,’ and
I said ‘What is that?’ because I had never heard of it before." Most probably you, the
reader, are also asking the same thing. Well, Sandaya, as described by Ko Doo of the Art
Music Academy, Yangon and Ms Young, is a technique of playing the piano that stems from
the court of King Mindon in 1860. An Italian ambassador kindly made a gift of a piano to
the King, but never taught anyone to play. Thus, the piano’s music became redefined in
its mechanics through the tinkering and prodding of court musicians. They would play a
note on the harp and try to echo the sound on this huge, but mysterious, instrument; and,
so, Sandaya was born – the technique of playing one note on the piano as you would a
harp. "What the amazing thing is, is how these Myanmar musicians took this instrument and
made a sound of music so different," Ms Young enthused.  In 1975, Ms Young was again
transported, through her memories and imagination, to Myanmar when she heard a recording
of a Myanmar slide guitar and Sandaya. "I was amazed. How could anybody play so
beautifully and get so much… touching, through touching, so much… different kinds of
sounds," Ms Young said, tumbling over her words to try and explain her enchantment. "In
piano, even in classical music, there wasn’t that variety; loud and soft, hard and
gentle. From that moment on, I thought; I really want to study this." After she graduated
from the University of Michigan, in the United States, in 1987 with a doctorate degree in
piano performance she received a grant from the Southeast Asian studies centre at the
university to perform concerts in Bangkok and Yangon. "At that point, I met Gita Lulin
Maung Ko Ko (a famous Myanmar musician) whom I’m totally indebted to. I only had the
standard one-week tourist visa at the time and he helped me so much to find tapes to take
back to the United States." And from these tapes, over the next three years, something
incredible happened to Kit Young. Already a highly-skilled concert pianist and teacher,
she was suddenly teaching herself to play a technique completely alien to her. All from
the collection of tapes she had brought home from Myanmar. "I listened to and memorized
the Sandaya. Tapes of Shwe Pyi Aye, Nat Shin Naung, Mya Mann Giri. And especially
Thachingyi (a classical style of Myanmar music) which is so difficult to understand."
Then she met Myanmar musicians and artists in Washington and put together a concert in
Washington and New York of these various techniques. Gradually she grew more and more
accustomed to the styles, and three years of sitting with her tape recorder and
memorizing the styles only served to feed her hunger for more. "I was curious how to play
quat pyauk (improvising). How do you play quat pyauk? So, when a pianist sits down to
play, what is in the mind, what happens and how does it work, which needs most because
the tone is different. The scale is so different (also) and the use of the notes on the
piano is so different. "You know, when you listen to Myanmar pop music it uses the
western tuning system. But when you listen to Myanmar Thachingyi, you use another tuning
and musical system.  "It is great that in Myanmar you can have both. Most Westerners
don’t feel comfortable with the harmonic system, but for me it’s very exciting." Ms Young
frequently performs with other musicians, which helps her learn more in terms of
improvisation and other styles. "I like to do different improvising. When you move
through different systems; sometimes Thai, sometimes Myanmar, or sometimes international
or sometimes… I don’t know what you’d call it, but an opening of the mind and just
concentrating on what kind of songs you can have. It’s very interesting," Ms Young said.
Kit Young heads a group of musical enthusiasts known as Kitamit. Kita is a Pali word
meaning ‘music’ and Mitahaya means ‘friendship’. Kitamit promotes cross-cultural exchange
of musical ideas, and attempts to encourage as much performing as possible in places such
as Thailand and Myanmar.  It is important to perform a lot particularly in Myanmar where
there are not many performances to bring in people from outside and get Myanmar people to
perform in a setting that is very serious and audiences can learn to appreciate it.
"What’s sad is that the commercial market is what sells. I have a lot of respect for the
commercial market, but it is all about profit. Kitamit is non-profit, so it gives
audiences a chance to hear something they wouldn’t otherwise." Ms Young encouraged
musicians from all over Myanmar to look at their roots; playing music of their own music
culture and then bringing the different styles all together. Much like the performance at
IBC by the Art Music Academy. "I think Art to Heart (alternative name for the AMA show)
is a good start in exploring different kinds of combinations. Other countries have a
little more opportunity to do this. If the opportunity is there, OK, something new will
come out." Where Kit Young is excitable and enthusiastic, Book Kitawadhana is relaxed and
possessed of a dry sense of humour. Though only 26, his singing career is already 10
years down the track. The Thai baritone’s performance at the AMA show was a reflection of
both how far he has come and also how far he has to go, but something different for the
predominantly Myanmar music and entertainment industry audience. "I am 12.5% Myanmar," he
told the audience with a grin. "So I feel like I’ve come home, in a way." And that 12.5%
Myanmar obviously helped him when he memorized the Myanmar classic Mya Mangiri (The
emerald palace) to which many people in the audience started to sing along with. "It was
so fun to learn," Book said. "It was very difficult, because, you know, I was not
familiar with the tune of the song, the rhythm is different, the upbeat and downbeat of
the song is different from the western style. But I will sing anything, I even want to
sing in Chinese." And that wouldn’t be hard, for a man who already sings in his native
Thai, French, German, Latin, English, Italian and … Myanmar. Well, one song, anyway.
Although he is western music trained, he likes to sing all kind of music – opera,
Broadway, classical, Thai pop and classical as well as Western.  "You know, Thai
classical music is so different from western styles. It is my language so you sing in a
different way. Asian countries and Asian languages are normally produced from the throat.
In Western music, however, we just relax and work hard on the diaphragm and breathing. It
is very natural. "If you want to be a successful singer you need to know many techniques;
it is more fun. When deciding what to perform here, for my first trip to Myanmar, I
worked on the basis that Myanmar and Thai cultures are almost the same. So I chose to
sing western music because it is not as widely available here. But of course, the primary
thing you need to know before you perform is what your audience want, but also a balance
with what you like to sing. "If you as an audience have to sit through hours of music you
don’t understand, you would die."

    chavapan piriyapong chavapan_1@hotmail.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มิถุนายน, 2007, 01:36:50 PM โดย Help !!! »
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...