ผู้เขียน หัวข้อ: บอ. บู๋ บอกว่า >>> อย่าปล่อยให้ "เหมืองแร่" เดินเดียวดาย  (อ่าน 7587 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Golf

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Superstar..
  • **
  • กระทู้: 3,981
  • เพศ: ชาย
    • HiFiBug.com
เอามาจาก Board Pantip ครับ

คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับพวกเราบ้าง ... ไม่มากก็น้อย เลยขอ copy มาฝากกัน

และน่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญ เมื่อ บ บู๋ พูดถึงเป็ดแดง (ตอนนี้กลายเป็น ฟีนิกส์ นกอมตะ ไปแล้ววววว)

==========================

บอ. บู๋ บอกว่า >>> อย่าปล่อยให้ "เหมืองแร่" เดินเดียวดาย

ตอนที่คุณเก้ง-จิระ มะลิกุล เผชิญหน้ากับนักเขียนรุ่นเดอะ อย่าง อาจินต์ ปัญจพรรค์ - เจ้าของเรื่องสั้นสุดคลาสสิกชุด "เหมืองแร่" บอกกับนักกำกับหนังผู้ซึ่งใฝ่ฝันอยากจับเหมืองแร่ไปใส่แผ่นฟิล์มผู้นี้ว่า ..."คุณรู้ไหมคนทำเรื่องเหมืองแร่ได้ มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น คือ...วอล์ท ดิสนี่ย์"

สำหรับผม ประโยคนี้จัดเป็นประโยคที่คลาสสิกบรรลัย กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ก็ตั้งแต่สมัยที่ประเทศไทยยังมี ช่อง 4 บางขุนพรหม นั่นแหละครับคุณ คุณลุงอาจินต์เขียนไว้ในบทนำหนังสือเรื่องนี้ว่าเคยมีคนทาบทามเรื่อง "เหมืองแร่"
ของแกไปทำเป็นละคร แต่แกก็ปฏิเสธ ขนาด พ.ศ.นั้น ตัวแกมีคณะละครเป็นของตัวเอง แต่ก็ยังไม่เคยคิดจะนำมันมาเป็นละครด้วยซ้ำ

เนื่องเพราะเรื่องสั้นชุด "เหมืองแร่" เป็นแอคชั่นของการอ่าน มิใช่แอคชั่นของภาพยนตร์ แกจึงมิอาจปล่อยให้งานเขียนที่ตัวเองรักมากที่สุดต้องถูกดัดแปลงเป็นละคร

ดังนั้น ประโยค "คนทำเรื่องเหมืองแร่ได้ มีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น คือ...วอล์ท ดิสนี่ย์" จึงอาจตีความหมายได้ 2ประการ

๑. ชาตินี้หรือชาติหน้า ก็คงไม่มีใครย้ายความทรงจำเรื่องเหมืองแร่ของแกจากหน้ากระดาษไปวางไว้บนแผ่น ฟิล์มได้ เนื่องด้วย วอล์ท ดิสนี่ย์ นั้นล่วงลับไปนานแล้ว

๒. หรือหากจะมีใครย้ายความทรงจำเรื่องเหมืองแร่จากหน้ากระดาษไปวางไว้บนแผ่นฟิล ์ม คนๆ นั้นก็น่าจะเป็น วอล์ท ดิสนี่ย์ ที่กลับชาติมาเกิด!กระนั้นในที่สุด คุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ก็อนุญาตให้เรื่องสั้นชุด "เหมืองแร่" ของแกกลายเป็นภาพยนตร์จนได้ โดย จิระ มะลิกุล และนั่นควรบ่งถึงคุณภาพของนักกำกับหนังอย่างคุณเก้ง-จิระ มะลิกุล ได้อย่างชัดเจน...ใช่ไหม .........................?????


ผมเพิ่ งไปชมภาพยนตร์ไทยเรื่อง "มหา' ลัย เหมืองแร่" มาหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เองครับ โดยก่อนชมเรื่องนี้ผมก็เพิ่งได้อ่านเรื่องสั้นชุด "เหมืองแร่" ไปเพียงไม่กี่ตอน

แม้จะเพิ่งอ่านผ่านไปไม่กี่ตอน แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้สึกเสียดาย - เสียดายที่ทะลึ่งปล่อยให้หนังสือดีๆ (ที่ทุกคนควรอ่าน) เรื่องนี้ซึ่งมีอายุนานครึ่งศตวรรษผ่านขูผ่านตาไปได้อย่างไร

จึงขอสา รภาพตามตรงครับว่าเหตุผลที่เพิ่งมาอ่าน ก็เพราะมันถูกทำเป็นหนังนั่นแหละ อย่างไรก็ตาม แม้จะอ่านไปไม่กี่ตอน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าผู้กำกับเขาจะมีวิธีการเรียงร้อยเรื่องราวของชายหนุ่มผู ้ฝังตัวเองในเหมืองแร่เป็นเวลานานเกือบ 4 ปีอย่างไรให้มันกลายเป็นหนังที่มีความยาวเพียงแค่ 2 ชั่วโมง?

แต่นั่นก็ไม่น่าสนใจเท่ากับคำถามที่ว่าทำไม เจ้าของบทประพันธ์ถึงอนุญาตให้เรื่องที่ตัวเองหวงแหนที่สุดกลายเป็นภาพยนตร์ ?? มันทั้งยากและทั้งเสี่ยงบรรลัยเลยครับสำหรับถ่ายทอดหลากหลายเรื่องราวจากเรื ่องสั้นขนาดยาวระดับขึ้นหิ้งมาทำเป็นหนังให้มันกระชับแบบครบถ้วนกระบวนความ แถมยังต้องคำนึงถึงความสนุกสนานอีกต่างหาก ว่าจะให้อารมณ์เทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับสิ่งที่ได้รับจากการอ่านหรือเปล่า ???

ตัวอย่างในอดีตมีให้เห็นมาเยอะแล้วว่าภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายชื่อดังมักจะพบข้อบกพร่องตรงจุดนี้

อ นึ่ง หนังไทยหลายเรื่องที่สร้างจากหนังสือ คุณพี่ผู้กำกับมักจะอ้างถึงอะไรที่เรียกว่า "ตีความใหม่" ซึ่งผมก็ไม่เห็นว่ามันจำเป็นต้อง "ตีความใหม่" ตรงไหน หรือจะ "ตีความใหม่" ไปทำหอกอะไร ในเมื่อของเก่ามันก็เด็ดขาดอยู่แล้วหลายเรื่องที่อ้างถึงการ "ตีความใหม่" จึงมักจะออกมาทุเรศกว่าต้นฉบับเสมอ

ถ้ามีโอกาสเป็นผู้ก ำกับหนังบ้าง ผมจะเอาเรื่อง "บ้านทรายทอง" กับ "ดาวพระศุกร์" มาสังวาสกันเป็นเรื่องเดียวแล้ว "ตีความ" เสียใหม่ ก่อนทำเป็นหนังเรื่อง "พจมาน" Vs. "ดาวพระศุกร์" เลียนแบบหนังผีโรคจิตอย่าง "เจสัน" Vs. "เฟรดดี้" หรือ "เอเลี่ยน" Vs. "พรีเดเตอร์" มันซะเลย แค่คิดก็มันส์แล้ว ฮิฮิ

หลังดูภาพยนตร์ไทยเรื่อง "มหา' ลัย เหมืองแร่" จบ ความรู้สึกแรกของผมคือความกระสันอยากจะกลับไปอ่านเรื่องสั้นชุด "เหมืองแร่" ให้จบเช่นกัน เพราะกำลัง "อิน"

ความรู้สึกลำดับถัดมา โอเคย์...มันอาจมิใช่หนังไทยที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ หรือเป็นหนังไทยที่ทะลึทะลวงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ แต่มันก็เป็นหนังที่ผมดูแล้วประทับใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิต แถมยังอาจเป็นหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ด้วยซ้ำ ชนิดที่หากใครดูแล้วดันเก็บไว้ไม่บอกต่อให้คนอื่นไปดูบ้าง อาจมีต่อยครับ - สาบาน

ในมุมมองของคนที่อ่านหนังสือเรื่องนี้มาบ้างแล้ว พล็อตของ "หนัง" เรื่อง มหา' ลัย เหมืองแร่ ดำเนินไปด้วยความเรียบง่าย ไม่หวือหวา กระจัดกระจายเล็กน้อย และไม่เป็นไปตามสูตรสำเร็จเหมือนพล็อตหนังทั่วไป เนื่องเพราะมันเกิดจากการเอา "เรื่องสั้น" แต่ละตอนในหนังสือมาผูกร้อยเข้าด้วยกันเป็นตอนเดียว แต่ดูแล้วให้รู้สึกเพลิดเพลิน โดยสิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือความละเอียดละออในทุกรายละเอียดของการทำหนัง เช่นเดียวกับตั้งใจของผู้กำกับ ซึ่งมันไม่น่าแปลกใจอะไร ถ้าใครเคยชมภาพยนตร์เรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 (ซึ่งรับประกันถึงกึ๋นของคนกำกับอย่างคมชัด) มาแล้ว

ละเอียดทั้งการห าสถานที่ถ่ายทำ ละเอียดทั้งการเนรมิตสิ่งที่สูญหายไปแล้วให้เกิดขึ้นใหม่ ละเอียดทั้งการใช้มุมกล้อง ละเอียดทั้งการเขียนบทและโดยไม่เว้นแม้แต่การหาตัวแสดงผู้รับบทตัวละครต่างๆ ที่โลดแล่นอยู่ในหนังสือ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้เห็นภาพจากตัวหนังสือได้อย่างชัดเจนมากขึ้น (เฉพาะอย่างยิ่ง "นายฝรั่ง" กับ "พี่จอน")

เรียกว่าน่าปลาบปลื้มที่ประเทศชาติของเรายังมีผู้กำกับแบบนี้หลงเหลืออยู่เป็นแม่แบบให้ผู้กำกับรุ่นต่อๆ ไปได้ศึกษาและเจริญรอยตาม

ท ี่สำคัญคือ "มหา' ลัย เหมืองแร่" ในมุมมองของผมคือหนังแอคชั่นประเภทหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องกระโดดถีบหน้ากัน ไม่ต้องกะซวกไส้กัน ไม่ต้องยิงกันสะบั้นหั่นแหลก ไม่ต้องขับรถไล่ล่า ไม่มีเลือดทะลักจอ ไม่จำเป็นต้องสอดไส้ด้วยมุกฮาแบบขี้แตกขี้แตน และไม่ต้องมีบทเลิฟซีนเต้ากระฉอกเป็นของแถม

สำหรับผม มันเป็นหนังแอคชั่นในอีกรูปแบบหนึ่งที่เหนือชั้นและล้ำลึก แต่ก็ไม่ลึกเกินกว่าที่นักดูหนังธรรมดาๆ จะเอื้อมถึง ด้วยบทพูดที่เฉียบคม เชือดเฉือน และทำเรื่อง "รอบตัว" ของตัวเอกให้เป็นเรื่องสนุกสนานอย่างมีข้อคิดตามที่มันเป็นไปในหนังสือ

เอาแบบง่ายๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมเลยนะครับ ผมมีความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ว่ามันเป็นหนังแอคชั่นที่...โคตรเท่

อนุญาตยกตัวอย่างสักตอนที่ผมชอบที่สุดในหนังมาเล่าสู ่กันอ่านนะครับคือตอนที่ "นายเลิศ" ถูกเรียกตัวมาจากระนอง เพื่อสวมบท "นายหัว" คนใหม่คุมเหมืองแร่แทนที่นายหัวคนเก่าอย่างพี่จอนที่ลาออก เมื่อทั้งคู่เผชิญหน้ากัน จังหวะนั้นเลยต้องมีการ "ลองของ" เพื่อประกาศศักดากันสักหน่อยตามสัญชาตินักเลง ระหว่างเสือตัวใหม่กับเสือตัวเก่า

ลูกพี่จอน ในเรื่องนี่ก็ดูเท่ปนกวนส้นteenอย่างมีลีลาอยู่แล้วนะครับ ขณะ "นายเลิศ" นี่ใส่หมวกคาวบอยมาเลย ทั้งคู่เชือดเฉือนกันด้วยคำพูดที่คมประดุจมีดโกนประหนึ่งการดวลปืนแบบคาวบอย และมีทีท่าว่าจะต้องเตะปากกันในไม่ช้า ก่อนถูกขัดจังหวะด้วยการมาของ "นายฝรั่ง"

นายหัวคนใหม่จึงฝากคำประมาณ..."แหม...น่าเสียดายจัง ยังไม่ทันได้ชกกันเลย ระฆังหมดยกดันมาดังขึ้นเสียก่อน"
แm... ง ขอบอกว่าเป็นโวหารที่โคตรเท่เลยครับโคตรเท่ ตามแบบฉบับของนักเลงรุ่นกึ่งพุทธกาล ถึงบอกไงครับว่ามันเป็นหนังแอคชั่นในอีกรูปแบบที่สุนทรีระเบิด

เพียง แต่สิ่งที่ผมยินจากปากของคุณเก้งเมื่อวันก่อนคือหนังเรื่องนี้ "รายได้ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่" บางทีอาจเป็นเพราะมันถูกจับไปชน "ชน" กับหนังฟอร์มยักษ์เปล่งปลั่งอลังการที่นำทัพมาโดย อนาคิน สกายวอล์คเก้อร์ แถมยังมีหนังแอคชั่นพันธุ์ระห่ำอย่าง "ซิน ซิตี้" มาเป็นคู่ชกอีกเรื่อง

อาจเป็นเพราะ "หน้าหนัง" มันยังดึงดูดความสนใจของผู้ชมไม่พอ อาจเป็นเพราะผู้ชมรอซื้อหนังเรื่องนี้ในรูปแบบของ วีซีดี และ ดีวีดี หรืออาจเพราะมันเป็น...หนังไทย

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด มันคงน่าเสียดายแย่เลยที่ปล่อยให้หนังสนุกๆ ที่อุดมด้วยคุณภาพโดยผู้กำกับและทีมงานระดับคุณภาพ รวมถึงบทประพันธ์ระดับคลาสสิก ต้องประสบกับความล้มเหลว เหมือนหนังไทยห่วยๆ คุณภาพบัดซบอีกหลายเรื่อง

ในเมื่อวงการหนังไทยสู้อุตส่าห์มีผู้กำกับ ระดับคุณภาพกับเขาอีกคน หากปล่อยให้มันเจ๊งไม่เป็นท่า แล้วอีกหน่อยใครจะกล้าทำหนังดีๆ แบบ "มหา' ลัย เหมืองแร่" ให้เราดูอีกล่ะครับ เรียนตามตรงครับว่าผมชอบเรื่องนี้ เชียร์เรื่องนี้(อย่างออกนอกหน้า) และกล้าพูดด้วยว่าถ้าดูแล้วไม่ดีตามที่ชักชวน กรุณามากระทืบหน้า บอ.บู๋ ได้เลย เพราะอยากให้มีคนผลิตหนังไทยดีๆ แบบนี้ให้ตัวเองดูอีก

อย่างไรเสีย ผมยังเชื่อว่าด้วยคุณภาพและพลังแห่งความดีของตัวหนัง...ที่สุดแล้วมันจะต้อง พลิกสถานการณ์กลับมาประสบความสำเร็จเฉกเช่นการคว้าแชมป์ยุโรปของลิเวอร์พูล

อ้อ...ลืมบอกไปครับว่านอกจากคุณเก้งจะบอกผมว่า "หนังเรื่องนี้ รายได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แล้ว" แกยังบอกผมอีกว่าตัวเองเป็น..."เด็กหงส์"

นั่นแหละครับเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมมั่นใจว่า "มหา' ลัย เหมืองแร่" จะพลิกสถานการณ์กลับมาเหมือนสิ่งที่พลพรรคหงส์แดงแสดงให้เห็นในนัดชิงชนะเลิ ศ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ต่อให้เป็น ลิเวอร์พูล ก็คงยากครับที่จะกลับมาจาdป่าช้า ถ้าวันนั้น ฝูง "เดอะ ค็อป" ไม่ช่วยกันเปล่งเสียงเชียร์พลางขับขานเพลง You'll never walk alone ถล่มหูนักเตะในสนาม

ฉะนั้น อย่าปล่อยให้หนังดีๆ แบบนี้ต้องเดินเดียวดายครับ

"บอ.บู๋"

http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S3520526/S3520526.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มิถุนายน, 2005, 08:36:43 PM โดย Golf »
spec เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความน่าสนใจให้เราไปลอง ... ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราต้องตัดสินใจซื้อ

เลือกเครื่องเสียง ... "ลองให้เยอะ ซื้อให้น้อย จ่ายเมื่อมั่นใจ"

Merrex Kable มีจำหน่ายแล้วที่ http://www.hifibug.com/default.php?manufacturers_id=29

===============

http://www.HiFiBug.com

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,783
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
อืม!ไม่รู้จะช่วยกันสร้างกระแสให้เหมือนกับ โหมโรง ได้ไหมเอ่ย ? ก็ยังไม่ได้ดูเสียด้วย เลยช่วยบอกไม่ได้ว่าดีหรือเปล่า แต่จากบทประพันธ์ที่ได้เคยอ่านเมื่อตอนเด็กๆ(ชอบไปรื้อหนังสือที่พ่อซื้อแล้วเก็บไว้ในตู้มาอ่าน)ก็ชอบครับ ....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มิถุนายน, 2005, 08:52:36 PM โดย Too' Ninja »

ออฟไลน์ Hidden RH1N0

  • Lord of the RH1N0
  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,389
  • เพศ: ชาย
  • Lord of the RH1N0
    • HiddenRhino @ Multiply

อุ อุ .... คงจะไม่มีจังหวะเวลาไปดู .... แต่ ดีวีดี ซื้อของเค๊าแน่ครับ ...


ปล.  เก้ง เนี่ย เป็นน้องชาย ของ buddy ผมเอง .... คนที่ไปลุย Middle Earth (NZ)  กะ ตรัง  มาด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว   :)

http://hiddenrhino.multiply.com/    715 - จ้าหนึ่งเห็ด - Lord of The Rhino -  Crouching Kitty Hidden Rhino - Dirk Pitt - MUCAS - Cast Away - HR - DP - ME - Beachwalker - Jokesmonster - RH1N0 - CKHR - DB23 - Copyleft - Searchdozy - SDZ - จ้า  .......

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,783
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา

อุ อุ .... คงจะไม่มีจังหวะเวลาไปดู .... แต่ ดีวีดี ซื้อของเค๊าแน่ครับ ...



ก็คงซื้อเช่นกันครับป๋ม.... เอ!แล้วเรื่อง "ซุ้มมือปืน" ที่ออกเป้น dvd มาแล้วมีใครได้ดูหรือยังครับว่า เนื้อเรื่องและคุณภาพหนังดีหรือเปล่าครับ....

ออฟไลน์ monbuny

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 351
ดูแล้วครับ ชอบทั้งครอบครัวเลย :)
good sound creates good imagination

ออฟไลน์ โต้ง ช.ม.

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 753
ผมจะรอดูตอนลงแผ่นครับ

ออฟไลน์ ตั้งไข่

  • Superstar....
  • *****
  • กระทู้: 20,033
  • เพศ: ชาย
  • Keane and Ken's Daddy
    • FotoCoffeeS.com
อ่านแล้วอยากดูเหมือนกันครับ แต่คงรอซื้อแผ่นเหมือนกัน เพราะไม่ได้เข้าโรงเลยตั้งแต่มาเล่นชุดโฮมนะครับ  :-[
ไม่อยากหมดตรูด ต้องยึดนโยบาย "น้ำเต็มแก้ว" กับ "กบในกะลา"

"ไฟบางทีก็ดับด้วยน้ำไม่ได้ ต้องใช้ระเบิดโยน" by pop2000

ของพี่ๆเขา เพราะลำโพงคู่เดียว ส่วนของผม เพราะแอมป์ตัวเดียว :black_eye


ออฟไลน์ marker

  • Freshy
  • กระทู้: 4
ไปดูมาแล้วครับ นอกจากได้ดูหนังไทยที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่งแล้ว ยังได้บรรยากาศมัน ๆ ในโรงหนังติดตัวกลับมาอีกด้วย

อย่างมีอยู่ตอนที่ตัวเอกเล่าเรื่องที่เขาลือกันว่าที่บ้านพักมีผี แล้วก็มีหน้าคนโผล่ออกมา คนตกใจกันทั้งโรง แล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะอีก....


ผมว่าเป็นหนังไทยที่ดีมากเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว และ เป็นหนังไทยที่ผมเสียเงินเข้าไปดูในโรง หลังจากเรื่องสุดท้ายที่เข้าไปดูคือ แฟนฉัน อ่ะครับ....

ออฟไลน์ Golf

  • สมาชิกรุ่น Classic ..
  • Superstar..
  • **
  • กระทู้: 3,981
  • เพศ: ชาย
    • HiFiBug.com
จริงๆ .. ผมก็อยากซื้อแต่แผ่นนะคับ ... (ยอดขายแผ่น ไงๆ ก็แพงกว่าตั๋วหนังนะ สำหรับผม)

แต่ ... ไม่อยากให้คนสร้างเค้าเดียวดาย ... ไว้หาโอกาสเหมาะๆ หนีงานไปดูดีก่า  :-[
spec เป็นเพียงสิ่งที่สร้างความน่าสนใจให้เราไปลอง ... ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราต้องตัดสินใจซื้อ

เลือกเครื่องเสียง ... "ลองให้เยอะ ซื้อให้น้อย จ่ายเมื่อมั่นใจ"

Merrex Kable มีจำหน่ายแล้วที่ http://www.hifibug.com/default.php?manufacturers_id=29

===============

http://www.HiFiBug.com

ออฟไลน์ WRC

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 94
ตั้งใจไว้จะไปดูให้ได้เลยครับ :)

พี่ตู่คร้าบ
ซุ้มมือปืน เนี่ย  เนื้อเรื่องก็พอถูไถ แต่ภาพและมุมกล้อง เนี่ย ดีทีเดียวเลยคับ  สีธรรมชาติ  สวยงามดี  วางมุมกล้องโอเคเลย มิเสียดายที่ซื้อเก็บ ฮิ ฮิ  แต่ผมสงสัยว่า Aviator มันทำเป็น D9 ออกมา 2 แผ่น (รวม feature) ราคาปกอยู่ที่ 420 บาท   ซุ้มมือปืน ราคาปก 420 บาท เหมือนกัน  แต่มีแค่แผ่นเดียวทุกอย่างยัดอัดลงแผ่นเดียวหมด   แต่ไหงราคาขายจริง เรื่องซุ้มฯ แพงกว่า 50-70 บาท  งง แหะๆ อิอิ ฮิ ฮิ