ผู้เขียน หัวข้อ: ชุดของคุณ redbook  (อ่าน 67492 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2009, 07:37:39 AM »
ไปเยี่ยม "คลังแสง" มา :cold

"ท่านนายพล" ได้เอื้อเฟื้อยอมเปิดเผยพิกัดฐานที่ตั้งให้เข้าคาระเยี่ยมชมยุทธโปกรณ์ที่ทยอยจัดหาตาม "วันงบประมาณ" ปีงบประมาณมันใช้ไม่ได้กะคลังแสงนี้ เชยไป  ชิ้นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเข้าประจำการก็ Grace m902 โมแบบไส้ใน จนไม่แน่ใจจะเรียกว่า Grace ได้อีกต่อไป มีคนบอกว่าเหลือแต่หน้ากากเป็นของเดิม :D ทั่นได้กรุณาให้ลองหูฟัง DX1000 ด้วย ใจดีมากเลย

  • Grace m902 ทำ ultra-modification ลง SuperClock3, เปลี่ยนภาคเอ๊าพุตหลังเป็น discrete ขับสัญญาณแบบ full balance (ด้วยชิปเทพจาก  Audio-Gd ที่ใช้อยู่ใน Burson Audio), ลงชิป buffer และ filter ภาคดิจิตอลรุ่นพรีเมี่ยมอย่าง opa627bp กะ ad797an, คาปาซิเตอร์เกรดออดิโอไฟล์ยกแผง, ที่เหลือจำไม่ได้ เยอะจริงๆ
  • JVC Victor DX1000 stockๆ ของดั้งเดิม มิได้โมใดๆทั้งสิ้น
  • Transport ด้วย Linn Genki ที่โมเต็มสูบเช่นกัน
  • สายสัญญาณ กะสายไฟ ไฮโซเป็นฟ่อนเลย ทั้ง Nordost Valhalla, Purist, หัว WBT เท่านั้น, ฯลฯ อีกตรึม จำไม่หมด
  • กรองไฟ Pure Sine 1000 เต้าต้นทาง Wattgate 381 สูตรเจ้าสำนักโม

เกิดมาไม่เคยได้ฟัง DX1000 ทั่นนายพลเอามาต่อกะ Grace เล่นแผ่น reference ด้วยซีดี Linn ให้ลองฟัง พอเอาหูครอบหัวก็รู้สึกถึงความสบายและ ambience ที่น่าพิศสมัยอย่างมาก เสียงที่ได้ฟังอยู่ในแถวหน้าสุดของหูฟังเลยก็ว่าได้  ดีกว่าที่เคยฟังมาทั้งหมด ถ่ายทอดความเป็นได้ดนตรีสูง สุดทั้งปลายบนปลายล่าง โทนาลบาล้านซ์เยี่ยม transparent มากจริงๆ ละเอียดมากๆๆๆๆ เวทีกว้างเหลือเกิน เสียงเล็กเสียงน้อยไม่ตกหล่น น้ำเสียงไม่อิ่มหนักแน่น แต่หนักสมจริงแบบฟังดนตรีสด เบสนั้นดูเหมือนน้อยไปนิด (นิสเดียวเท่านั้น) หากเสพ Ultrasone Pro 2500 มาเป็นนิสัย เรียกว่าเบสก็ดังฟังชัดฟังสนุก แต่ได้คุณภาพเสียงที่ดีกว่ามาก PRaT ได้เยี่ยม เอามาฟังแผ่น Drum Sex O0 เลยละคับ โดยรวมแล้ว ฟังทั้งสนุก และ ละเมียดละไม ในเวลาเดียวกัน เรียกว่าเข้าขั้นชั้นเทพ DX1000 เป็นหูฟังที่ฟังสนุกมากอย่างที่เขาร่ำลือกัน

บุคลิกของชุดที่ฟังนี้ โดยส่วนตัวแล้ว มันออกสไตล์เสียงของ SACD (DSD) ที่มีลักษณะเฉพาะตัว คล้ายแผ่น SA ที่เล่นด้วย Marantz SA-11SA ที่เคยฟังอยู่เกือบปี มีเสียงละเอียดๆ ออกมาด้วย คิดว่าน่าเป็นผลจากการ upsampling ของชิป DAC ใน Grace m902 และน๊อยส์ฟลอร์ที่ต่ำ ติดใจมากเลย เจ้า DX1000 นี่ ของดีที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงกัน ชอบมากกว่า HD650 เปลี่ยนสายอีก  :secret ไม่รู้จะลำเอียงหรือป่าว ด้วยความอยากรู้ก็หอบอาวุธไปขอฟังด้วย OMZ DAC/HEADAMP ตัวเดิมๆของเรา ต่อ DX1000 เข้าไป เสียงที่ได้ออกมาน่าประทับใจไม่แพ้กัน แต่มีความต่างกันให้สัมผัสได้ตามรสนิยมส่วนบุคคล

โดยความรู้สึกส่วนตัว (ย้ำส่วนตัวเท่านั้น) เสน่ห์ของ OMZ คือความเป็นอนาล็อกเนิบนิดๆ อย่างหนังกลองกระเพื่อมทำให้เราเคลิบเคลิ้มหลงไหล เสน่ห์ของ Grace ตัวนี้ออกไปแนวละเอียดซู่ซ่า ชวนไหลไหลแบบ hi-resolution สปีดว่องไว ความสว่างไสวชัดเจนทุกเมล็ดเสียง แต่ไม่ใช่แบบ bright นะคับ โปรดอย่าสับสน เสียงดีทั้งคู่แต่คนละแนวกัน คงเป็นจาก DAC Chip คนละเบอร์เป็นหลัก  นี่ถ้าเอา Grace เดิมมาแข่งรัศมี คงจะเป็นคนละคลาส โดนน็อคได้ง่ายแบบ DAC1 เดิมๆที่เคยลองมาแล้ว แต่ Grace รุ่นมหากาฬอันนี้ บอกได้คำเดียวว่าไม่ธรรมดาเลย !! คงจะสร้างตำนานไปนานแสนนาน  ใครได้มาฟังต้องหลงไหลอย่างแน่นอน  ยิ่งหากชอบแนวเสียงแบบนี้ละก็ หาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ O0  ว่าแล้วก็งัดเอา Ultrasone Pro 2500 ขอจิ้มฟังดูหน่อยนึง เสียงที่ออกมาก็ไม่ผิดคาดเช่นกัน แต่ห้ามไปเทียบกะหูถ้วยไม้ตัวนั้นนะ มันคนละคลาสตั้งแต่โหวงเฮ้งแล้ว  K] 

แต่หากถูกบังคับให้เลือกเพียง 1 เดียวเท่านั้น ก็ยังจะเลือก OMZ ก่อน ด้วยความสามารถในการถ่ายทอดดนตรีที่ very musical และ revealing เหมาะสำหรับการฟังที่ผ่อนคลาย เพื่อลิ้มอรรถรสของดนตรี  ..... แต่ทว่า  หากได้ Grace ตัวนี้มาครอง ไม่ต้องยับยั้งชั่งใจเลยละคับ ยึดไม่คืนแน่นอน เยี่ยมมากๆสำหรับฟังดนตรีแบบ analytical ที่ไม่เป็นรองใครง่ายๆ

เมื่อเข้ามาถึงขุมกำลังเป็นธรรมดาที่จะมีความลับระดับ classified แพลมออกมา  ท่านนายพลนอกจากมีรสนิยมในอาวุธชั้นเลิศแล้ว ยังเคร่งครัดในระเบียบวินัย เกินกว่าเสนาธิการใดๆที่ผ่านสนามรบมา ฟังเพลงด้วยความดังที่หากเป็นเรือดำน้ำ โซน่าของข้าศึกไม่มีทางตรวจจับได้แน่นอน :secret  มิน่าเล่าซิสเต็มขอท่านจึงระดับ Red October เรียกพี่ ต้องรีดรายละเอียดออกมาให้โสตสัมผัสรับรู้ได้ในความดังอันสุดโหด ... ตอนแรกที่ฟัง เครียดไปเล็กน้อยเหมือนโดนสอบ พอขอเร่งวอลลุ่มได้เท่านั้นแหละ  :headphone  แต่ท่านปรารภว่า "ต้องรักษาหูนะ จะได้ฟังเพลงได้ไปอีกนานๆ"  ai ai sir !

ก่อนจะถอนกำลังกลับ ทั่นก็งัดอาวุธทั้งหนักทั้งเบาออกมาอีก นับไม่ถ้วนกันเลย ได้ฟังหูละแป๊ปเดียวเอง แต่เสียงที่ได้ยินเรียกว่าอยู่ในระดับแถวหน้า ทุกหูเปลี่ยนสายหมด ค่าสายน่าจะราคาเท่าหูเลย สาย Equinox, Apuresound นี่เปลี่ยนแล้วมันเยี่ยมจริงๆ  :headphone แต่ที่ชอบมากอีกอันคือหู Beyerdynamic DT880 หูนี้ก็ไม่ธรรมดาเลย (หลังโมสายแล้ว) จับเอา K701 โมสายกะ Ultrasone Pro 2500 มาอยู่ด้วยกัน ครองใจได้เช่นกัน O0

แต่ห้ามถามเรื่องงบกระทรวงทั่นนะ ... งบลับสุดยอด นี่ก็ขึ้นปีงบประมาณใหม่แล้ว  :secret  ไว้ท่านมีอาวุธใหม่มาจะแวะไปเติมเสบียงแถวนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 กุมภาพันธ์, 2009, 08:25:39 AM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2009, 07:48:52 AM »
นี่มาถึงไฮไล้ต์กันหน่อย

ตอนเข้าไปในกองบัญชาการทีแรกก็สงสัย เอ่ในห้องไม่เห็นมีลำโพงตู้เลย ทำไมมีแอมป์ตัวใหญ่ดำทะมึนตั้งไว้ด้วย แล้วที่กองอยู่ข้างๆ เกิดมาไม่เคยเห็นหูอะไรประหลาดเช่นนี้ มันคือ AKG K1000 นั่นเอง ดูไม่เข้าท่าเลย แต่เขาเรียกว่า Ear Speakers ไม่ได้เรียก headphones นะ  :nono  ท่านนายพลใจดีมากอีกเช่นกัน (คงจะสงสาร เกิดมาต้องไม่เคยฟังแน่นอน) จัดการอุ่นแอมป์คู่บุญ First Watt F1 MKII ของเขาไว้ให้เราได้ลองฟัง มันแอมป์สำหรับเจ้าหูฟัง K1000 นั่นเอง อ๋อ :o K1000 ตัวนี้ก็โมสายเป็น Apuresound v3

ระหว่างที่ลองสรรพอาวุธกันยกใหญ่ สลับสายไปมา มือไปโดนเจ้า F1 เข้า ชักแทบไม่ทัน ร้อนยังกะเตารีด  เตารีดคับ พิมพ์ไม่ผิด เกิดมาก็ไม่เคยเจอกะตัวจริงๆ แอมป์เตารีด class A พวกนี้  ท่านนายพลเห็นเราชักมือหนี ก็เอ่ยว่า "น่าจะร้อนได้ที่แล้ว"  ;D ราวๆ 1/2 ชั่วโมงเห็นจะได้

ไหนขอลองแผ่นออดิโอไฟล์ Love Sax Songs ที่ช่วงนี้ฟังประจำ พอกดปุ่มเพลย์ Linn ป้อนให้ Grace m902 เท่านั้นละคับ อึ้งกิมกี่ไปเลย ดีนะปากไม่อ้า บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เกิดมาไม่คิดว่าหูฟังจะทำเสียงได้เหลือเชื่อขนาดนี้ อะไรอะไรมันดีไปหมด กลับไปฟัง DX1000 ที่ว่าสุดยอดเช่นกัน จืดไปเลย คิดว่าอันนี้เป็นชุด reference ของหูฟังที่จะหาได้ในโลกใบนี้อันนึง  หยิบแผ่นของ Brent Lewis, Drum sex ใส่เข้าไป ตอนแรกมีอคติ หูฟังมันโปร่งๆ เวลาเล่นเสียงมันดังมากลอดออกมาเยอะ ดูถูกในใจไปว่าเบสห่วยแหงๆ  ผลหรึ หน้าแหก :black_eye เบสสมบูรณ์มากๆๆๆๆ เป็นแบบชุดลำโพงบ้านเลยละ  เปิดดังก็ไม่หนวกหู ยิ่งฟังยิ่งมันส์ ยิ่งเอาเพลงเปียโนมาเล่น น่าจะหาชุดไหนกินเขาไม่ได้ง่ายๆ มันนิ่ง กังวาล ไร้ข้อติ เป็นอภิมหาเทพของแท้ สมบารมีท่านนายพล  ยศจอมพลน่าจะถูกต้องกว่า

.... ทหาร ... วันทยาวุธ .... เรียบอาวุธ ....  :bowdown

ข่าวลับรั่วมาอีกอันนึง เสบียงสนับสนุบอาวุธหนักชุดนี้ อาจสูงถึง 8 พันต่อเดือนได้  สงสัยจะปิดแอร์นอนด้วยเพื่อประหยัดงบ  :secret ใครสนใจวางงบเผื่อไว้ด้วย

ไม่เคยคิดเลยว่า หูฟังมันจะได้ขนาดนี้  .... แต่คราวนี้กิเลสไม่ค่อยงอกแหะ ปลื้มใจอย่างเดียว ชาตินี้ไม่เคยคิดว่าจะได้ฟังของแบบนี้ ขอบพระคุณท่านเจ้าของในความกรุณาอย่างมากอีกครั้งขอรับ

ปล. ท่านจอมพลก็ช่วยคอนเฟริม์ว่าใช้ซีดีเพลย์เย่อร์เป็นทรานสปอรท์ให้เสียงดีกว่าใช้คอม !! แต่มันยังพอมีที่เทียบกันได้ RME 400 โมไส้ใน ที่กำลังเดินทางมาเข้าประจำการ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 กุมภาพันธ์, 2009, 05:57:53 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ DBank

  • *
  • กระทู้: 44
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2009, 08:02:28 AM »
สวัสดีครับ มารออ่านครับ รูปที่เอามาลงไว้ น่าสนใจจริงๆ

รบกวนถาม ตกลงเสียงของ OMZ dac ต่างกับ DAC1 อย่างไรบ้างครับ
ส่วนการใช้ DVD เป็น transport แนะนำลองใช้ cdrom ดูครับ เสียงดีกว่า dvd อีก แต่ใช้ยากหน่อยครับ (คุณ redbook น่าจะเคยลองแล้วมั้งครับ)

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2009, 09:35:49 PM »
รบกวนถาม ตกลงเสียงของ OMZ dac ต่างกับ DAC1 อย่างไรบ้างครับ ส่วนการใช้ DVD เป็น transport แนะนำลองใช้ cdrom ดูครับ เสียงดีกว่า dvd อีก แต่ใช้ยากหน่อยครับ (คุณ redbook น่าจะเคยลองแล้วมั้งครับ)

สิ่งที่ OMZ ต่างจาก dac ตัวอื่นๆคือเรื่อง noise floor ที่ต่ำมากๆจาก Oritek Discrete Output Stage (วงจรเป็น zero-feedback ออกแบบขึ้นมาเฉพาะ) จึงทำให้ความชัดเจนของเสียงไม่โดนปกปิดไป resolution, dynamic, dynamic contrast, เวที ดีขึ้นมาก tonal balance มีความกลมกลืนทุกย่านความถี่  อะไรที่ไม่เคยได้ยินก็ออกมาหมด และ มึความเป็นดนตรีสูงมากๆ หากจะลองจิตนาการดู DAC1 เทียบได้กะ lossy MP3 ขณะที่ OMZ เป็น CD ต้นฉบับ เรื่องสำเนียงของเสียงก็ต่างกันเพราะชิป DAC คนละเบอร์ แต่ที่สำคัญแอมป์หูฟังใน DAC1 ถ้าเลือกได้ห้ามใช้นะคับ  :secret

ไว้มีโอกาสจะลองเอาไดรฟ์ซีดีรอมมาลองซะหน่อย

เอารูปไส้ใน JVC DX-1000 มาให้ดูหน่อย ทำไงเสียงมันถึงได้เริดปานนั้น นี่ DX-700 รุ่นน้องกำลังจะออกเดือนนี้ ราคาถูกว่า แต่เขาก็ว่าเสียงไม่หนีกัน  :o
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 กุมภาพันธ์, 2009, 05:54:44 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์, 2009, 11:44:47 PM »
และแล้วก็อดใจไม่ไหว ไปรับ JVC DX1000 กำพร้าเพิ่งคลอดจากญี่ปุ่นได้ไม่กี่อาทิตย์ พ่อเลี้ยงไม่ไหว เลยรับมาอุปการะแทน 

เบริน์มาแล้วราว 100+ ชม. ต่อฟังกะ OMZ DAC/HEADAMP เสียงที่ออกมายังมีขุ่นๆอยู่ แหลมและเบสยังไปไม่สุด เบริน์ต่อด้วย HTPC ทิ้งไว้อีก 4 วัน น่าจะเกิน 200 ชม. คราวนี้ฟังแล้วครบทนกระบวนความ  O0 เป็นหูฟังจากที่ให้ความเป็นดนตรีสมจริงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ tonal balance และ transparency ให้ไป 99.9% เผื่อไว้หน่อย ไม่มีอะไรโดดเด่นล้ำหน้าให้สังเกตุได้ คำว่าเสียงกร้านไม่มีอีกต่อไป เสียงจะโหนแค่ไหนก็ยังน่าฟังจับใจ  แต่สำหรับเบสนี่แรงจริงๆ ใครชอบความแรงเบสของ Ultrasone มาลองตัวนี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนเลย เขาออกแบบมาให้สวมหูฟังได้ทั้งวัน ระดับความดังที่เปิดน้อยกว่าตัวอื่นๆ เพราะว่ามันสามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงออกมาอย่างครบที่สุด เสียงเล็กเสียงน้อยหมดเกลี้ยง คอนทราสละเอียดชัดเชน เวทีเสียงมันกว้างสุดลูกหูลูกตา หลับตาฟังนี่นึกว่านั่งอยู่กลางวงของจริง 

หยิบแผ่นไหนมาเปิดฟังก็อึ้งไปตลอดว่าเสียงมันได้ขนาดนี้เลยเหรอ เล่นได้ทุกแนว vocal, jazz, classic, pop, rock, ไทยเดิม ฟัง Jazz in the Pawnshop ได้อินมากๆ  ตอนนี้หายสงสัยแล้วที่บางคนโละชุดบ้านทิ้งมาลงหูฟังกัน ชุดหูฟังดีๆนี่มันแทนชุดบ้านได้เลยจริงๆ เข้าใจเลยว่าทำไมบางคนไม่ยอมออกมาบ้านไปไหน อารมณ์ดนตรีจากเสียงที่ได้ยินมัน "super involving" ไม่เคยคิดว่าชุดหูฟังที่เรามีมันจะทำได้ขนาดนี้

คู่พระ OMZ กะคู่นาง DX1000 นี่เรียกว่า "More Than A Perfect Math" ได้เลย เสียงดนตรีที่ OMZ "ปั้น" มาอย่างสมบูรณ์ ถูกถ่ายทอดออกได้หมดจรดลงตัวน่ารื่นรมณ์ด้วย  DX1000  เจ้านี่เป็นหูฟังพระกาฬของแท้ O0 ยิ่งฟังยิ่งหลงไหลในเสน่ห์ ติดหัวถอดไม่ออกเลยละ ที่สำคัญฟังเพลงได้สนุกมากๆ  นี่เรียกว่าเดินทางมาจะปลายสุดเส้นทางหูฟังแล้วสิเรา  d_d  เสียงที่ได้ดีไม่แพ้ที่ไปได้ฟังจากบ้านคนอื่นที่ได้เล่าให้ฟัง

..... เอ่อ ช่วงนี้รีบกลับมาบ้านผิดสังเกตุ เอาหูถ้วยไม้ สายหุ้มเชือกดำ มาครอบหูอย่างเดียวเลย นอนดึกมาหลายคืนแล้ว ข้อดีมากๆอีกข้อของหูฟังปิดสนิท คือว่าเพลงจีนไม่ลอดไปทำลายโสตประสาทใครบางคน นี่ถ้าผบ.บ้านไหนอยากเอาใจพ่อบ้าน จัดไว้เลยนะชุดนี้ ทั่นไม่หนีเที่ยวแน่นอนจะบอกให้  :secret หรือใครเล็งๆไว้ถอยได้เลยไม่ผิดหวังว่าเสียดายกะตังค์ที่ลงไป ใครจะเอาชุดหูนี้มาแทนชุดบ้านไม่ต้องรีรอเลยละคับผม ยิงนัดเดียวจบ  ..... อะไรมาและก็ไม่ยอม  :nonono

ต้องขอขอบพระคุณ "ท่านนายพล" ที่ทำให้ฝันเราเป็นจริง ถ้าไม่ได้ลองฟังคงจะไม่กล้ารับมาเลี้ยงมาหรอก ดูหูมันไฮโซ้ไฮโซกลัวขุนไม่ขึ้น

ปล. ได้ไปยุแยงมิตรสหายว่า เฮ้ยมาฟังหูฟังเถอะไม่เลวนะ ... เจ้าของ Mark Levinson มันค้อนให้  .... ได้ข่าวมาว่า OMZ เขาลดกำลังการผลิตลง อาจจะหามาครอบครองกันไม่ง่ายเท่าไหร่  นี่ก็เล็งบางตัวไว้จะเอามาลองกะ DX1000 ดูว่าพอไปวัดไปวาได้กะเค้ามั๊ย :secret

เอารูปคู่มาให้ดูกันหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 กุมภาพันธ์, 2009, 03:27:44 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ หมี

  • สมาชิกรุ่น Classic .
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 11,828
  • เพศ: ชาย
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์, 2009, 10:07:29 AM »
เขียนได้เยี่ยมมาก  เคยมีนิตยสารมาทาบทามมั่งป่ะเนี้ย  :clap

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์, 2009, 10:31:23 AM »
เขียนได้เยี่ยมมาก  เคยมีนิตยสารมาทาบทามมั่งป่ะเนี้ย  :clap

เจ้าของนิตยสารชื่อตู่คับ  ;D

ออฟไลน์ Tomato_Rezz

  • **
  • กระทู้: 74
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: 13 กุมภาพันธ์, 2009, 07:26:07 AM »
ชุด  Grace ของคุณ window x จาก Taf หรือป่าวครับเนี่ย

ออฟไลน์ MC39

  • **
  • กระทู้: 52
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: 05 มีนาคม, 2009, 12:00:23 PM »
อ่านแล้วได้ความรู้เยอะเลยครับ  O0

ออฟไลน์ ลูกนุ่นTw.audio

  • DIY ไม่เลิกจ้า!
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,023
  • เพศ: ชาย
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: 11 มีนาคม, 2009, 01:33:28 PM »
สุดยอดจริงๆครับ O0 :clap :clap :clap

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: 18 มีนาคม, 2009, 11:11:06 PM »
ผ่านมาเดือนกว่าๆ มีของมาเล่นเพียบบบบบบบบบบบบบบ.......................  c)  เล่าเรียงลำดับไปตามนี้เลย

ปีนี้สงสัยดวงพอจะเริ่มดีขึ้นมั่ง หลังจากที่ผ่านมาทำงานไม่เข้าตาเจ้านาย ได้ไปเจอท่านนักเล่นผู้ใจดี เพิ่งรู้จักกันครั้งแรกในชีวิต เจ้าของคำคม " Pay It Forward" ที่ได้รับถ่ายทอดมาจาก ท่านอาเสี่ยนักเล่นชุดหูฟังเทพที่แสนใจดีของเมืองไทย  O0 ให้ความกรุณาส่งหูฟังเทพที่ในชีวิตปราถนาจะได้ "ยล" เสียงซักครั้งมาให้ถึงที่ มีสารถีใจดีขับมาส่ง เรียกว่า "Hand Delivery" เลย  พอได้มาไม่กล้าวางทิ้งไว้ สั่งลูกน้องเฝ้าห้ามคลาดสายตานะเฟ้ย  >:(

มันคือ ATH L3000 หูตัวนี้มีในไทยด้วยละ 4 ตัวหรือไง จาก 500 ตัวทั่วโลก เป็น Limited Edition หรูสุด Made in Japan แต่ส่งไปหุ้มหนังที่อังกฤษในขั้นสุดท้าย  สนนราคาก็น่าจะดาวน์รถยนต์ได้คันนึงเลย  :cold บรรจุมาในกล่องสีน้ำเงินมีผ้าแพรสีดำรองไม่ใช้ช้ำ  สายสีดำหุ้มเชือกเช่นเดียวกะ DX1000 แต่สายเขาแบนๆ ข้อดีมากอันแรกคือสวมใส่สบายมากๆๆ หนัง earpad นิ่มยังกะต...เด็ก ที่เราว่ากัน

มาถึงเสียงมั่ง เอามาฟังกะ OMZ ตัวโปรดเช่นเคย เสียงที่ออกมาช่างจะใสสะอาดหมดจรด ตอนแรกกลัวว่าจะได้ยินเบสที่ล้น เพราะเขามีชื่อเรื่องเบสที่ดีที่สุดของหูฟังที่จะหาได้ตั้งแต่มีขายให้ซื้อกันมากันเลย แต่ผิดคาด เบสน่าฟังมากๆ ทุกเมล็ดเสียงพรั่งพรูออกมาหมด มันเงียบสงัด ใสสว่าง ฟังเพลงไหนก็ไม่เหมือนเดิม เพราะเสียงที่ถ่ายทอดออกมามันช่างน่าพิศวงอย่างยิ่ง หากเทียบกะ DX1000 ที่มีอยู่ ก็กลายเป็น MP3 เทียบกะ Lossless ได้เลย ทำให้รู้ว่า DX1000 ที่เราเคยว่าดีมากๆ มันมีเสียงก้องๆปนมาด้วยละ  หูตัวนี้ไม่กินวัตต์สามารถต่อตรงขับด้วยอะไรก็ได้ จะ iPod มือถือ คอมพิวเตอร์ เสียงออกมานี่ขั้นเทพเรียกน้องได้เลย

L3000 นี่เป็นหูฟังในดวงใจตัวจริงไปแล้วละคับ เสียงอาจจะไม่ได้ flat เท่ากะ K1000 แต่ฟังแล้วไม่อยากถอดออกจากหูเราเล้ย ข้อดีที่มีของ OMZ ทั้งหมด ความเป็นดนตรีที่มีมาก ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยเจ้า L3000 อย่างหาที่ติมิได้จริงๆ  O0  O0  O0 

เสียดายคืนเจ้าของไปแร้ว  :'(  แต่ก็เป็นบุญของเราแล้วชาตินี้ ต้องคาราวะอย่างสุดซึ้ง  :bowdown
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม, 2009, 05:04:11 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: 18 มีนาคม, 2009, 11:53:00 PM »
ระหว่างที่ง่วนอยู่กะ L3000 แทบไม่ได้หลับนอน เอาแต่ฟัง เพราะนับวันถอยหลังคืนทั่นเจ้าของ

มีเหตุให้บุญหล่นทับอีก สงสัยงานเริ่มเข้าตาเทวดา  c)  DAC สำหรับต่อกะคอมพิวเตอร์ที่เป็นตัวที่ดีที่สุดในโลกอันหนึ่งก็ว่าได้ MSRP $4,950 ได้ "อวตาร" ลงมาอยู่ในความครอบครองระยะสั้น แม้ว่าจะแค่ 2 วัน แต่เป็นสองวันที่ยาวนานที่สุดเลย

DAC เทพที่ว่าคือ Weiss Minerva นั่นเอง   :secret    เคยแต่อ่านเจอบนเน็ต คุณ Chris เขาริวิวซะหยาดเยิ้ม ใครได้อ่านละก็ถ้าไม่ตายด้านไม่อยากได้ก็ไม่รู้จะว่าไงแร้ว  ไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าวันนึงในชีวิต จะได้มีโอกาสฟังกะหูของตัวเอง โดยเฉพาะกะชุดที่บ้านของตัวเอง  นี่ต้องคำนับท่านอาเสี่ยผู้ใจดี หมืนครั้ง คำนับ 1 คำนับ 2 .....  :bowdown

จบการประกาศเกียรติคุณ มาเขาเรื่องกันหน่อย Minerva ตัวนี้ตัวไม่ใหญ่ น้ำหนักก็ไม่มาก หน้าตารับได้ แต่เขาว่าสวยกว่า DAC2 ทีใช้ในสตูดิโอมากแล้ว มีปุ่มด้านหน้า 3 อัน สามารถรับอินพุตได้จาก Firewire, S/PDIF และ AES  ในกล่องที่ให้มามีแผ่นไดร์เว่อร์สำหรับลงในคอมมาด้วยแผ่นนึง แล้วก็มีแผ่นเพลงแบบ HRx แถมมากะเครื่องให้ด้วยอีกแผ่น การติดตั้งก็ต้องลงไดร์เวอร์ด้วย ทำเอาคอมแฮงค์ได้เหมือนกัน สงสัยของจะแรงจริงๆ  เนื่องจาก Miverva เป็นแค่ DAC จึงต่อผ่าน OMZ DAC/HEADAMP/PREAMP V4.1 ผ่านสาย X-2 เข้าแอมป์

เสียงหรือคับ สั้นๆคำเดียว "ละเอียดเหมือนเปลี่ยนจากดู DVD มาดูหนัง Hi-Def 1920 x 1080"  O0 ได้ความละเอียดชัดเจนทุกเมล็ดเสียง หรือ หากมีละอองเสียง ก็ไม่ตกหล่นแม้แต่น้อย "กระเด็นมาเปียกหน้า เอามือลูบแล้วรู้สึกเปียกได้เลย" แนว analytical เขาเป็นที่สุดของ DAC ที่เคยฟังมาในชีวิต มีไดนามิกส์คอนทราสสูงมาก เสียงดนตรีทุกอย่างรับรู้ได้อย่างชัดเจนเหลือจะพรรณา แต่มีความรู้สึกบางอย่างที่เราเองอาจจะไม่ชิน คือว่ารู้สึกว่า "มันแรง" ไปหน่อย ฟังนานๆอาจะจะล้าได้ ต้องไปฟิตร่างกายและหูมาใหม่ หากร่างกายปรับได้แล้ว Minerva นี่ชั้นเทพหาตัวเปรียบได้ยากมากๆ โดยเฉพาะต่อจากคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง  O0

เป็นโอกาสที่ได้ลองเพลงที่บันทึกมาแบบ HRx 176.4 kHz 24-bit ที่ต้องเล่นด้วยคอมพิวเตอร์เท่านั้น บอกได้คำเดียวว่าเป็น The Next Wave ของวงการเพลงแน่นอนคับ มันสมบูรณ์ครบถ้วนจริงๆ แต่ว่าอัลบั้มนึงมันขนาด 3-4 GB เลยนะ

ดูรูปวัดรอยเท้ากันหน่อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม, 2009, 04:58:26 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2009, 12:07:34 AM »
มีของเล่นของอีกชิ้น เป็น DAC ที่ได้รับความนิยมมากเช่นกันในต่างประเทศ ในไทยมีใช้อยู่ไม่กี่คน ท่านเจ้าของผู้ใจบุญก็ได้สละให้มาฟังเป็นบุญหูของเราอีกเช่นกัน

bel canto DAC.3 คับ เป็น DAC ไฮเอ็นด์สำหรับผู้ที่เล่นเพลงผ่านคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ภายนอกงดงามมาก มีรีโมทสำหรับเปิดปิด ปรับเสียง สามารถเลือกอินพุท SPDIF1 SPDIF2 AES รับ USB ได้ และ ในตัวเป็นปรีแอมป์ด้วย หน้าจอมีระดับความดังเสียงบอกเป็นตัวเลข แต่หากเลือกเป็น fixed output ก็จะปรับความดังไม่ได้

พอต่อเข้ากะชุดเสร็จ ก็เล่นซีดีแผ่นโปรด เล่นผ่านสายพระกาฬ X-2 เสียงที่ออกมามีความแตกต่างจาก OMZ อย่างชัดเจน โทนเสียงเหมือนจะ flat กว่า ทำให้รู้สึกว่า OMZ มีเสียงกลางและแหลมที่โด่งออกมา ทำให้ฟัง DAC.3 แล้วรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า  แต่หากได้ไปฟังวงดนตรีจริงเล่น ความชัดเจน ความแยงหูของเครื่องดนตรีโดยเฉพาะคลื่นเสียงแหลม หรืออย่างโน๊ตเปียโน มันก็พุ่งเข้าโสตประสาทกระตุ้นอารมณ์คนฟังรุนแรงได้เช่นกัน  เบสนี่แพ้ OMZ เยอะเหมือนกัน :secret 

ในความต่างของโทนเสียงนี้ ก็ได้รับรู้ถึงความขุ่นในเสียงที่ไม่ใสสะอาดเท่า OMZ (ซึ่งเชื่อได้ว่าสาย X-2 ทำเปิดเผยความแตกต่างกันนี้ออกมาได้ชัดเจน)  อาจจะเปรียบเหมือนกับการนั่งฟังดนตรีในแถวหลังที่ความชัดเจนไม่เท่าแถวหน้า มันไพเราะกันคนละแบบได้เช่นกัน เวลาไหนเลือกนั่งหน้า เวลาไหนชอบนั่งหลัง ... นี่ถ้าเป็นเข้าฟังเล็คเช่อร์อาจารย์ หนีไปนั่งหลังกันหมด แต่อย่าหลับก็แล้วกัน  ;D

ถ้าหากจะเลือก DAC.3 มาใช้ก็ไม่ผิดหวังเช่นกันคับ ที่พบอีกประการหนึ่งคือว่าเครื่องกรองไฟฟ้าสามารถชดเชยความละเอียดให้เพิ่มขึ้นได้ เช่น Pure Sine 1000 ที่เจ้าของทั่นให้มาลองเล่นอีกตัวนึง  แต่ DAC.3 ชนะขาดเรื่องความสะดวกที่ต่อจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้โดยตรง นี่เป็นจุดเด่นมากของเขา  O0  ไม่รู้จะบรรยายอะไรอีก ขอไปฟังต่อก่อนจะถึงวันต้องคืนแล้ว แค่นี้ก็แล้วกัน  

ท้ายนี้ "เจ้าประคู้น ขอให้ท่านเจ้าของทุกท่าน มีแต่ความเจริญรุ่งเรื่อง มีเครื่องใหม่ๆเข้าประจำการ ไปเรื่อยๆไม่มีจบสิ้น โอมเพี้ยง" 

ดูกันหน่อย DAC สีดำ นี่มันช่างทะมึนงามแต๊ๆเจ้า  :o
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม, 2009, 05:03:24 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2009, 12:35:33 AM »
บุญหล่นทับอีกเช่นกัน มีของเล่นอีกสองชิ้น  c)

คือว่าได้มีโอกาสเอา active AC line conditioner (Pure Sine 1000) ที่เป็น AC Re-Gernerator มาลองในชุดบ้านของตัวเอง เล่นด้วย OMZ DAC/PRE ฟังเทียบกับ passive isolation balance transformer (AV Zone) ที่ใช้อยู่  ตอนแรกที่ต่อ PS1000 เข้าไป ได้ความละเอียดพรั่งพรูออกมาแบบรับไม่ทัน   ละเอียดสุดๆ every single detail เลยครับ ผิดกับตัว AV Zone สองเครื่องที่ใช้ Power Stream 1000 กับ IS-500 Plus รายละเอียดมันหายไปแลกกับความสงัดที่ได้มา

เมื่อคืนนั่งทำงานไปเปิดเพลงฟังไปใช้ Pure Sine 1000 อยู่ ใส่แผ่น Here's To Ben ของ Jacintha เปิดไปเรื่อยๆ ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เอ่ ทำไมเสียงเธอเหมือนเป็นหวัด แบนๆ คล้ายกะฟังในวิทยุ AM พอจบแผ่นก็เอาคลาสิก Demo ของ McIntosh เพลงโปรดก็เพลงแรก The Firebird Suite ของ Stravinsky ฟังก็ไพเราะดี แต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก นั่งทำงานไปเรื่อยๆ พอเล่นไปเพลงที่จำได้ว่าเสียงมันมีแบนๆนิดหน่อย กลายเป็นว่ามันแบนกว่าเดิมแฮะ

เช้านี้เลยมานั่งลองใหม่ จริงๆจังๆ มั่วมั่งไม่มั่วมั่ง จับความได้ประมาณนี้ครับ

Pure Sine 1000 เด่นมากๆเรื่องรายละเอียด ทำให้เครื่องเสียงเป็นอีกเครื่องไปได้เลย สงัดและละเอียดระยิบระยับแบบนั่งดูดาวบนท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆปกคลุม (กะคนรัก) แต่ทว่าเปิดดังไม่ได้ เพราะมันจะดังขึ้นมาหมด  เดาว่ารายละเอียดที่ได้ยินนั้นคือมันดังขึ้น พอเร่งวอลลุ่มมันก็ดังขึ้นมาด้วยกันหมด  ทำให้ช่วงความดังอยู่ระดับ 2-3 โมง เปิดมากกว่านั้นมันจะดังไป เป็นภาษาเครื่องเสียงก็น่าจะหมายถึง dynamic range และ dynamic contrast มันแคบลง (ดูรูปประกอบวงกลม 3 วง กระทู้ข้างล่าง)

AV Zone ด้อยกว่าในเรื่องรายละเอียด เหมือนนั่งฟังดนตรีแถวหลังๆ แต่จะสามารถเร่งวอลลุ่มไปเท่าไรก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดที่กล่าวไปครับ แล้วน้ำเสียงโดยรวมที่ได้ยินว่าแบนๆ มันหายไป ที่สังเกตุได้ชัดเจนคือเสียงกลอง มันมี impact มากกว่า กระจายไปทั่วเวทีเลย คาดว่าเป็นการถ่ายทอด dynamic range ที่น่าจะใกล้กับการตีกลองจริง เสียงเบาสุดไปดังสุดมันห่างกันมาก  แต่ว่าหนังกลองมัน สายกีต้าร์ ไวโอลิน กระเพื่อมไม่ละเอียดเท่าใน PS1000 แต่เสียงผสานกันได้ดีแบบธรรมชาติ หากถอด balanced transformer ออกก็ฟังเหมือนจะได้รายละเอียดมากขึ้น แต่ไม่ได้ความสงัด dynamic range แคบลง dynamic contrast ก็น้อยลงตามไปด้วย

โดยรวมๆ หากจะเปรียบการฟัง AV Zone นี่ให้ลักษณะเป็น musical แต่ Pure Sine 1000 นี่ให้ความเป็น analytical  ชอบแบบไหนเลือกกันได้เลย ดีกันคนละอย่าง  หากจะเลือกหาเครื่องกรองไฟไว้ใช้ แนะนำว่าถ้าเอามาลองในชุดของตัวเองได้ก่อนจะเป็นการดีที่สุด ไม่งั้นก็มีหลายๆอัน แบบกรุหูฟังของใครหลายคน  ^-^

ของเล่นอีกชิ้น ก็ได้ยืมสายสัญญาณ Nordost Valhalla ผู้ใจบุญ มาฟังดูหน่อย เสียงที่ออกมามีบุคคลิกในแนว เร็ว สด ชัดเจน ปลายแหลมละเอียดดี สำหรับขาฟังร็อคน่าจะชอบเป็นพิเศษ แต่เทียบกับสาย X-2 ที่ใช้อยู่ มีความแตกต่างกันพอสมควร สาย X-2 ก็ยังมี noise floor ที่ต่ำกว่าสังเกตุได้ไม่ยาก ได้ความเป็นดนตรีมากกว่า ตามแบบฉบับ very musical นั่นเอง เท่าที่สอบถามไปหลักการของสาย Valhalla จะคล้ายกับสาย X-1 ที่ใช้เรื่อง geometry ของสายเป็นหลัก หากจะเทียบคงจะสูสีกับ X-1 เพราะเป็นเทคโนโลยีคล้ายกัน แต่สำหรับ X-2 แล้วเป็นคนละอย่างเลย

ใครที่ให้สายเส้นนี้ไปฟัง ติดกับทุกราย เหลือเพียงแค่ว่าเขาอยากจะไปหาสายมียี่ห้อราคา $$$$ มาเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ ได้ข่าวมาว่า Oritek Audio จะปรับราคาสาย X-2 ไปเป็นระดับเทพของแท้ เกินพันไปเยอะเลย หลายคนคงจะน้ำตาร่วง ..... เพราะซื้อไม่ทันในราคาเก่า  :cry2 ของเค้าดีจริงๆนะ คงจะได้เห็นรีวิวออกมากันด้วย แว่วๆมาว่าจะรีแบรนใหม่ด้วยล่ะ  :secret  ราคามาแว้ว ...... $900 เป็น $2,900 จ๊าก  :cry2
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 พฤษภาคม, 2009, 09:19:28 AM โดย redbook »

ออฟไลน์ FIAT500

  • ****
  • กระทู้: 416
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2009, 01:44:40 AM »
วิทยุตัวเล็ก น่ารักดีครับ

ออฟไลน์ Santa

  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,861
  • I'm a Baby Bull
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2009, 02:38:43 AM »
หูฟังน่าลองมากๆครับ Y]
Please visit our new website

www.LinnThailand.com

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: 10 เมษายน, 2009, 09:09:47 PM »
ต่อประเด็นมาจากเครื่องกรองไฟข้างบน   Y]

ขอมาเติมเรื่องแนวทฤษฎีๆหน่อย  :showoff คือว่าที่ผ่านมามีโอกาสเอาข้าวของชาวบ้านมาฟังเทียบกันหลายตัว มีโอกาสได้กลับไปคิดถึงทฤษฎีที่ผู้รู้ท่านเคยแนะนำไว้หลายปีก่อน หลักๆคือเวลาเราเปรียบเทียบอุปกรณ์ โดยการฟัง หรือ มีอุปกรณ์ใหม่มาลอง แนะนำให้สังเกตุลักษณะ 3 ประการหลัก ดังนี้

1. Total Balance (TB) สมดุลของเสียง การตอบสนองความถี่ย่านต่ำสุดไปจนสูงสุด หรือ ความดังของเสียงเครื่องดนตรีต่างๆทุ้ม กลาง แหลม
2. Dynamic Range (DR) ความกว้างของเสียง ดังสุดจนดังเบาสุด ว่าแคบหรือกว้างเพียงใด
3. Dynamic Contrast (DC) ความคมชัดรายละเอียดของเสียง ความแตกต่างของ (โน๊ต) เสียงทั้งหมดที่ได้ยิน และ ความสงัด

หากวาดเป็นวงกลม 3 วง ตามทฤษฎีเซ็ตที่เคยเรียนกันมาตอนเด็กๆ ส่วนพื้นที่ทับกัน (ระบายสีลงไปตรงกลาง) จะเป็นที่ของเสียงที่ดีที่สุดของเสียง ยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งดี หมายความว่าทั้ง 3 องค์ประกอบมีมากและมีความเท่าเทียมกัน

สมดุลของเสียง ควรจะ flat หากเขียนเป็นกราฟก็จะเป็นเส้นตรงแนบราบ ไม่มีจุดใดสูงขึ้นหรือต่ำลงไป การมีเบสมาไป ต่ำไป กลางและสูงดังไป ก็เสีย tonal balance ไปนั่นเอง

การสังเกตุ: ฟังหลายๆแผ่น หลายเพลง สังเกตุสมดุลเสียงของดนตรี ดังเท่าๆกัน (ดังตามที่แต่ละชิ้นควรจะดัง) ไม่มีชิ้นใดดังมากหรือน้อยไป เช่น เสียงทรัมเป็ด ไม่ดังล้นออกมา แล้วก็ต้องเช็คสมดุลเสียงที่ความดังต่างกันด้วย บางครั้งเมื่อเร่งวอลลุ่มขึ้นเพราะต้องการฟังเสียงกีต้าร์เบาๆ แต่เสียงเครื่องดนตรีอื่นดังขึ้นล้ำหน้าไปเยอะได้ ในถ้าตรงกันข้ามเมื่อหรี่เสียงกลองลงเสียงอื่นดันหายไปจนไม่ได้ยินได้เช่นกัน

ความกว้างของเสียง ยิ่งกว้างยิ่งดี เพราะเครื่องดนตรีในชีวิตจริงมีความกว้างทีสุด กลองดังสนั่นลั่นโรง ขลุ่ยแผวเบาพอให้ได้ยิน หากกลองไม่ดัง หรือขลุ่ยดังไป ก็จะเสียอรรถรสของผู้แต่งเพลงไปได้ เพลงคลาสสิกส่วนใหญ่มีการ "เล่น" ความดังความค่อยของโน๊ตตลอดเพลง ช่วงที่ดังควรดัง (หูแตก) พอดังแล้วก็จะกระจายตัว เสียงเบาลงทอดเสียงไปจนสิ้นเสียง  ช่วงที่เบาควรเบา (ไม่พินิจก็ไม่ได้ยินได้) หากเสียงทุกอย่างมีระดับความดังออกมาหมด ก็มีความผิดเพี้ยนไปนั่นเอง  คำว่า forward เป็นลักษณะที่มีความดังล้ำหน้าขึ่นมา ทำให้ความเป็นเวทีแคบคง

การสังเกตุ: ให้ลองปรับวอลลุ่ม ต่ำสุด ไป สูงสุด สังเกตว่า ความกว้าง (เสียงดังสุดไปเบาสุด) มีระยะเท่าใด โดยใช้ระยะหมุนวอลลุ่มเป็นตัวเปรียบเทียบได้ ระยะหมุนได้กว้างก็จะดีกว่าระยะแคบ ไม่ต้องค่อยหรี่เสียงตอนดัง หรือ เร่งวอลลุ่มตอนเบา 

ความคมชัดรายละเอียดของเสียง อันนี้คือรายละเอียดต่างๆที่เราได้ยิน ความแยกแยะของโน๊ตเสียงต่างๆที่เล่นพร้อมกัน ควรจะละเอียด ยิ่งละเอียดยิ่งดี

การสังเกตุ: เล่นท่อนเพลงที่มีเครื่องดนตรีหลายชิ้น ฟังความละเอียดที่ได้ยิน เสียงตีกันกลบกันหรือไม่ โน๊ตนึงดัง อีกโน๊ตเบา หรือ หลายๆโน๊ตเบา แต่ก็ยังได้ยินอยู่ ให้สังเกตุเสียงที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ambience ของห้อง เสียงร้องที่สะท้อนผนังห้องกลับมาเข้าในไมค์โครโฟน ความเอื้อน (ถอดยาวหรือสั้น) ของ ambience ที่ว่า และสังเกตุท่อนที่เล่นเบาๆ ปลายเสียงก่อนที่เสียงจะหายไป ความกังวาลของโน๊ตเปียโน สายกีต้าร์ เป็นต้น เรื่องความคมชัดนี้ยังมีเรื่อง น๊อยส์ ลักษณะเสียงบีบ และความเร็วของโน๊ต ให้เราได้สังเกตุฟังด้วย  แต่พึงสังวรณ์ไว้ด้วยว่าการได้ยินรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งหมดอาจมีความเพี้ยนในด้านความกว้างของเสียงได้ (เสียงต่างๆมีระดับความดังเกินความจริง) ความละเอียดนี่เองที่ช่วยให้เราแยกแยกลักษณะของวงได้ดีขึ้น

แต่เสียง ambience นี่ หากได้ยินแล้วอาจขนลุกได้เลยละ  :o มันมีมาในแผ่นด้วยนะ ตอนหลังๆหัดฟังพวก ambience เยอะเลย แม้ว่า TB กะ DR ไม่ดีนัก หรือมีน๊อยส์อยู่ แต่มันทำให้เรามีความสุขในการฟังเป็นอะไรที่อินได้มากๆ  :headphone  บางชุดอาจพบว่าความดังในระดับเสียงนึงจะมีสมดุลของ TB DR และ DC ที่ดีที่สุด แต่หากเปิดดังหรือเบากว่านั้นจะเสียสมดุลนั้นไป หรือว่าเล่นเพลงนี้ต้องเปิดดังที่ 10 โมง อีกเพลงนึงต้องบ่ายโมง ... ไม่ใช่เวลานะ แต่เป็นหน้าปัดวอลลุ่มเสียง

เคยเจอว่าสายไฟที่เพื่อนเขาชอบนักชอบหนา พอเสียบลองดู โห้รายละเอียดมาตรึม แต่บังคับว่าห้ามปรับวอลลุ่มดังเกิน 9 โมง เพราะทุกอย่างมันจะดังจนล้นไปหมด ตีกล่องลั่นสนั่นหูแตก   N]  "ของเล่น" ชิ้นไหนดีละเนี่ย มันได้อย่างเสียอย่างซะเรื่อยเลย

เวลาไปทดสอบฟังหลักการนี้น่าจะมีประโยชน์  เอาไปใช้สำหรับค้นหาอุปกรณ์ในฝันได้ บ่อยครั้งที่การเปลี่ยนสายไฟเพียงเส้นเดียวก็ช่วยแก้ปัญหาความไม่สุมดุลได้ เพียงแต่ว่าเส้นนั้นมันอยู่ที่ไหนนะ  ใครรู้ช่วยบอกหน่อยเถอะ   :please  รูปข้างล่างขอยืมมาจากเวป audio-team สำนักต้นตำหรับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 มิถุนายน, 2009, 04:20:38 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ No Name

  • ***
  • กระทู้: 113
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: 24 เมษายน, 2009, 12:07:27 AM »
อ่านเพลินเลยครับ แถมได้ความรู้เยอะมาก

ออฟไลน์ สิงห์13

  • ****
  • กระทู้: 256
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: 29 เมษายน, 2009, 05:23:04 PM »
ฟังคุณเรดบุ๊คแล้วเริ่มเกิดกิเลส

รบกวนถามครับว่า ราคา OMZ DAC/Headphone Amp/Preamp นี่ราคาเท่าไหร่ครับ ใช่ $1499 ที่คุณori ตั้งไว้หรือเปล่า
และเมื่อเปรียบเทียบกับ darkvoice โดยยืนหูฟังคือตัว ultrasone 2500 จะมีลักษณะที่ต่างกันเยอะมั้ยครับ เพราะ DV กับ OMZ DAC/Headphone Amp/Preamp ราคาต่างกันพอควร

ปล. มายืนยันว่า 2500 นี่เยี่ยมสมคำที่คุณเรดบุ๊คบอกครับ ซื้อเพราะอ่านตามคำแนะนำครับ ขอบคุณครับ  :headphone

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: 29 เมษายน, 2009, 11:29:19 PM »
จากการที่ไปยุแยงคนธรรมดาจนทั้งหูและกระเป๋ารั่ว หันมาฟังต่อผ่านแอมป์ ตัวเองเลยได้อานิสงส์ไปจิ๊ก Raging Moose มาลองฟัง แล้วก็ค้นพบว่า มี iPod (จิ๋วๆ) หูฟังดีๆ (ไม่ต้องแพงมาก) และ portable amplifier ดีๆ (ราคารุ่นหัดซื้อ) นี่เสียงน้องๆออดิโอไฟล์เลย เรียกว่าฟังเพลงมีความสุขไม่แพ้ชุดบ้าน (เน้นฟังเพลงที่เราชอบเพื่อความบันเทิงส่วนตัว) คิดว่าคนฟังเครื่องเสียงบ้านหลายคนน่าจะรับได้ ไดนามิกส์ดี คอนทราสชัด แฟลท มิติดี โทนเสียงดี (great tone) ได้รายละเอียด งบก็สมเหตุสมผลดี สรุปสั้นๆว่าติดจาย !!

  • portable amplifier: Raging Moose จาก HotAudio.com ราวๆ $150 (บน eBay มี sale ด้วย) หาถ่านชาร์ต SPV 9V 280 mAh 250 บาทมาลง แท่นชาร์ต 40 mAh ราคา 180 บาทจากร้านอมร
  • full-size: Ultrasone Pro 2500 จาก Music2Home.com แถวบางกะปิ ใช้มาแล้ว 1500+ ชม.
  • source: iPod Nano Gen3 4GB ได้มาเพราะทำงานดี
  • cable: Blue Cable สูตร DIY เอง หัว Neutrik สาย Mogami Quad เอามาตีเกลียวรวมไม่ถึง 400 บาท และสาย dock เงินร้านมั่นคง (จุดบักกรีข้างในหลุดไปสองทีเพราะสายเงินมันแข็งมาก ต้องเอากลับไปซ่อม)

Pro2500 เป็นหูฟังเยอรมัน studio monitor ที่อเนกประสงค์ให้เสียงได้ครบเครื่อง เบสออกได้ดี เสียงเปียโนใสมาก แต่ต้องเบิร์นอินนานหน่อย เกิน 500 ชั่วโมงเสียงกลางจึงจะเปิดฟังไพเราะ เกินพันชั่วโมงน่าจะเปิดสุด (มีหูฟัง JVC DX1000 อีกตัว แต่สำหรับชุดนี้ฟัง Pro2500 ดีกว่าเยอะ)

ชุดหูฟังผ่านแอมป์เด่นที่ความละเอียดเพราะหูฟังอยู่ใกล้กับหูเรามากกว่าลำโพง เสียง ambience ที่อัดมาในแผ่นได้ยินชัดมาก อย่างเสียงร้องที่สะท้อนห้องอัดมาเข้าไมค์ บางเพลงฟังแล้วได้อินมากๆเลย ลองฟังแผ่น Jheena Lokwick ดู ได้ยินได้ง่ายมากกว่าชุดบ้าน หากเป็นชุดบ้านคงต้องลงทุนเยอะกว่ามากไม่นับห้องฟังอีก 

ชุดนี้พอจะพกพาไปเที่ยวกับเราได้ แต่ก่อนฟัง iPod ไม่ได้เลย เรียกว่าทนฟังค่าเวลา หลังจากรู้จัก Raging Moose ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปตรงกันข้าม แอมป์ดีๆที่ใช้ไฟดีซีจากถ่านไฟฉายนี่ไม่เลวเลย ขนาด mp3 128k หรือ 192k ก็ฟังได้ดี แผ่นเพลงคลาสิกลูกน้องไว้เปิดให้ลูกฟัง ฟังชุดใหญ่แล้วฟ้องมาก ยังฟังได้ดีเลย แต่ 320k แจ่มกว่า ยังสัยว่า iPod + แอมป์มันเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ

ชุดหูฟังผ่านแอมป์เด่นที่ความละเอียดเพราะหูฟังอยู่ใกล้กับหูเรามากกว่าลำโพง เสียง ambience ที่อัดมาในแผ่นได้ยินชัดมาก อย่างเสียงร้องที่สะท้อนห้องอัดมาเข้าไมค์ บางเพลงฟังแล้วได้อินมากๆเลย ลองฟังแผ่น Jheena Lokwick ดู ได้ยินได้ง่ายมากกว่าชุดบ้าน หากเป็นชุดบ้านคงต้องลงทุนเยอะกว่ามากไม่นับห้องฟังอีก 

ชุดนี้พอจะพกพาไปเที่ยวกับเราได้ แต่ก่อนฟัง iPod ไม่ได้เลย เรียกว่าทนฟังค่าเวลา หลังจากรู้จัก Raging Moose ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปตรงกันข้าม แอมป์ดีๆที่ใช้ไฟดีซีจากถ่านไฟฉายนี่ไม่เลวเลย ขนาด mp3 128k หรือ 192k ก็ฟังได้ดี แผ่นเพลงคลาสิกลูกน้องไว้เปิดให้ลูกฟัง ฟังชุดใหญ่แล้วฟ้องมาก ยังฟังได้ดีเลย แต่ 320k แจ่มกว่า ยังสัยว่า iPod + แอมป์มันเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ

หลังจากที่พยายามลองฟังเพลงด้วย iPod Nano 4GB ที่สุดมันก็ "ตัน" เพราะเนื้อที่ไม่พอ ทำให้ลองเพลงที่ฟังจนคุ้นได้ไม่ครบ โดยเฉพาะออดิโอไฟล์จีน URCD สุดโปรด เลยไปนั่งเฝ้าบอร์ดของใช้แล้วเจอ Classic 120GB คลอดมาไม่นานผ่านตาไปแวบนึง .... เสร็จตรู ทีนี้เลยมีเพลงให้ลองได้สะดวกหน่อย iPod Nano และ Classic ทั้งสอง เสียงต่อผ่านแอมป์ใกล้เคียงกันมาก

เจ้าของ Raging Moose ดั้นด้นไปหา RSA Mustang P-51 มาจนได้ ใหม่กิ๊ก เดินไปซื้อตรงจากโรงงานใต้ถุนบ้านตา Ray เอง ที่ Skoski ไม่ลดซักแดง $375 เอามาฟังกะ Westone 3 ที่เพิ่งถอยมาราวเดือนกว่า ตอนแรกที่ได้ไปลองฟัง Westone 3 เรียกว่า "ยี้" เลย แต่ที่ลองหลังสุดเสียงเปลี่ยนไปเยอะ เรียกว่ารับได้แล้ว ขุ่นน้อยลง กลางยังเด่นอยู่ แต่ไม่ล้นเกินไป แหลมก็ดีขึ้น เบสที่แน่นอยู่แล้วก็กระฉับกระเฉง เบิร์นอินช่วยได้มากๆ

เมื่อติดใจ Raging Moose ของคนอื่นก็อยากมีกะเขามั่ง ไปดูเวป HotAudio มีรุ่นถูกกว่าด้วยละ ชื่อ Thunderblot ใช้ชิปขยายเสียงตัวเดียวกันเลย แต่วอลลุ่มเป็นอนาล็อก และได้รับคำแนะนำว่าเสียงดีกว่า Ranging Moose เลยสั่งมาสองตัวเลย 8 วันถึง โดนช่วยชาติไปหน่อย 10%+VAT

เลยมีโอกาสเอาทั้ง 3 แอมป์มาเรียงกันฟัง เบิร์นได้ราวๆ 40 ชม.ขึ้นไป ยกเว้น Raging Moose น่าจะเป็นสองร้อยแล้ว

  • Raging Moose: ไดนามิกส์ดี คอนทราสชัด แฟลท มิติดี โทนเสียงดี ได้รายละเอียด ดีกว่าต่อตรงมากๆที่เล่าไปแล้ว แนวเสียง "สดชัด" ข้อไม่ดีมีประการเดียว วอลลุ่มมันดังที่ 1/2 นึงตอนเปิด ตกใจหรือหูอาจแตกได้หากต้นทางปล่อยมาแรง สวิตท์ปิดเปิดเป็นคันโยก วอลลุ่มเป็น encoder กดจะเป็นปรับ balance เสียงซึ่งไม่ได้ใช้เลย เผลอไปโดน ทำไมเสียงมันเอียงๆหว่า

  • Thunderbolt: ดีกว่า Raging Moose โดยเฉพาะ ไดนามิกส์และรายละเอียดมากกว่า และ ความเป็นดนตรีสูงกว่า จะเรียกกว่าบาดหูน้อยกว่าก็ได้ ถ่านก้อนเดียวกันเปิดสุดได้ดังกว่า Raging Moose เสียงของ Thunderbolt ทั้งสองตัวขับ K701 ได้สบายๆ ถ่านชาร์ทเต็มฟังได้ราว 6 ชั่วโมงต่อเนื่อง เสียงเริ่มพร่า iPod Classic อึดกว่ามาก สวิตท์ปิดเปิดอยู่กับวอลลุ่ม ใช้หมุนเอา

  • Mustang: ตัวจิ๋วมาก แต่เสียงไม่จิ๋วเลย ดีที่สุดในทั้ง 3 ตัวนี้  ให้เสียงกลางที่เด่นล้ำและเบสแรงกว่าด้วย ทำให้ฟังแล้วรู้สึกดังกว่า ที่สำคัญ รายละเอียดที่ดีกว่าเป็นจุดเด่นที่ไม่มีทางข้ามไป คอนทราสสูง ได้ separation ของโน๊ตที่ชัดมาก เวทีเสียงกว้าง ปลายแหลมไกลกว่าและเป็นประกาย สองตัวบนปลายแหลมกลายเป็นทู่ๆ ส่วนเสียงอื่นกลายเป็นห้วนไป เรียกว่าเป็น high resolution portable amp ตัวจริง ตอนแรกคิดว่า Westone 3 จะ "อุ่น" เกินไปเมือฟังกะเม็ดแตง แต่ไม่มาก แหลมก็มี จุดเด่นด้านอื่นที่ถูกปล่อยออกมาผสมรวมกันแล้ว ทำให้เสียงออกมาดีมากน่าฟัง สำหรับ P51+W3 แนวเสียงใช้คำว่า "หนักแน่นน่าฟัง" "มีมวลเนื้อเสียง" น่าจะพอได้ อีกคำก็ "ฟังมันส์" (ดีกว่า Thunderbolt เยอะ) ลืมบอกไปว่าตั้งเกนที่ medium มีข้อสังเกตุประการหนึ่งคือ Mustang มันดูจะขี้ฟ้องกว่า ฟังพวก 128k เสียงบีบมันชัดขึ้น ต่างจาก Thunderbolt ที่ compromise จุดนี้ได้ดีกว่า เสียงเป็นโปร่งๆไม่บีบน่าฟังกว่า

คาดว่า Raging  Moose ซึ่งใช้ digital volume control ทำให้ต้องใช้กำลังไฟไปเลี้ยงวงจรของชิป volume และ Alps encoder ด้วย เสียงจึงด้อยกว่า Thunderbolt มีข้อที่พบอีกประการ หากไปฟังบนรถเมล์จะมีคลื่นมือถือแทรกให้ได้ยินได้

สำหรับสายต่อแนะนำว่าใช้สายทองแดงดีๆกับ Thunderbolt บาดหูน้อยกว่าสายเงิน ยิ่งถ้าเพลงเก่ามีฮีสเยอะ สายเงินบาดหูจัดได้ อีกอย่างที่ลองมานะครับ เอา Thunderbolt ต่อกับซาวด์ on-board หลังคอมพิวเตอร์ ฟังหูฟังแล้วเป็นคนละเรื่องเลย นรกชั้นล่างเป็นสวรรค์ชั้นกลาง

สรุปว่า ถ้างบไม่อั้น Mustang โลด เสียงแหล่มมากๆ คอนเฟริม์ แต่ถ้าหาแอมป์ตัวที่สองที่น่าฟังกว่าต่อตรง ก็ Thunderblot ไม่ผิดหวังแน่นอน ฟันธง หรือจะเป็นตัวแรกกับงบที่คุ้มค่าที่สุดในชั่วโมงนี้ ได้มาตอนลดราคาด้วยละ  ^-^   แต่ทว่าถ้าจะเน้นที่ฟัง mp3 แบบอัดแน่ไว้ในเครื่อง บวกลบครับ Thunderbolt น่าจะตอบโจทย์นี้ได้ดีกว่า ไม่ลองไม่รู้นะ

รูปคับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 พฤษภาคม, 2009, 09:06:58 AM โดย redbook »

ออฟไลน์ Santa

  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,861
  • I'm a Baby Bull
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: 30 เมษายน, 2009, 11:03:18 AM »
ต้องยกให้เรื่องหูฟังเลยครับ

วันหลังมีอะไรจะได้ถามถูกคน :clap
Please visit our new website

www.LinnThailand.com

ออฟไลน์ champ143

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 14,377
  • เพศ: ชาย
  • COMPLETED HT ROOM
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: 02 พฤษภาคม, 2009, 11:59:20 AM »
 O0 เห็นด้วยเลยครับ ขอยกให้เป็นเซียนหูฟังโดยเฉพาะเลยครับ ดีมากๆ จะได้มีเซียนช่วยตอบคำถามเป็นวิทยาทานให้น้องคนอื่นๆ มาเพิ่มอีก 1 ท่านครับ  d_d

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: 24 พฤษภาคม, 2009, 11:49:15 PM »
อยู่ดีๆก็มีงานเข้า "ช่วยเอาหูฟังไปลองหน่อยครับ" พอรู้ชื่อเท่านั้นแหละ Ultrasone Edition 9  ก็ปฏิเสธไม่ออกเลย  เพราะว่าอยากได้ฟังเป็นบุญหูมานานแล้ว เฉกเช่น L3000 ผู้ใจบุญเคยให้มายลเสียง เช่นเดิมหูฟังพระกาฬถูกนำส่งแบบ hand delivery คราวนี้อยู่ในกล่องแข็งสีดำเหมือนที่พวกโปรออดิโอเขาใช้กัน แต่กล่องมันแบนแฮะ เท่ห์มากเลย หูฟังแวววาวเงาวาบดุจเครื่องประดับ

Ed9 หลังผ่านเบิร์นอินที่มีประสิทธิภาพ

เสียงเปิดมาก โดยเฉพาะเบสและเสียงกลาง กล้าพูดได้ว่าเป็นเบสที่มีคุณภาพสูงมากๆ ทั้งรายละเอียดและความลึก สปีด จุดเด่นของ Ed9 คือ สปีดเร็ว หัวโน๊ตชัด เก็บตัวเร็ว ความสงัดและความชัดเจนเป็นจุดที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกของหูฟังตัวนี้ ตั้งแต่ปลายแหลมจนถึงปลายล่าง ปัญหาเรื่อง ambience ที่หยาบทุเลาไปมาก ได้ยินรายละเอียดเสียงได้อย่างชัดเจนมาก หากจะเทียบก็ดีกว่า DX1000 แต่เป็นรอง L3000 คืออยู่ระหว่างกลาง  เป็นแนวคมชัด  แล้วก็เรื่องเสียงที่ใกล้หูก็ห่างออกไป เวทีเสียงกว้างขึ้นนั่นเอง แต่ยังแพ้เวทีของ DX1000 อยู่  L3000 รวมเอาข้อดีของทั้ง Ed9 และ DX1000 เข้าด้วยกัน (analytical + musical)

เมื่อลองฟังแบบต่อตรงกับ iPod Classic และผ่านแอมป์ เสียงที่ได้ดีกว่า Pro2500 มาก ฟังสนุกจริง โดยเฉพาะเพลงมันส์ ได้รายละเอียด เบสไม่ล้นกระชับ แต่ก็ยังขี้ฟ้องมากกว่าหากใช้บิตเรทต่ำหรือเพลงที่อัดมาไม่ดี  ถ้าเน้นฟัง mp3 บิตเรทต่ำๆ Pro2500 ทำได้ดีกว่า

ถ้าจะให้คะแนนแบบที่มีคนเทียบกะ Ed7 ตัวเองให้ซัก Pro2500 80% ของ Ed9 ได้ ส่วน DX1000 นั้นยังได้เปรียบเรื่องเวทีที่กว้างกว่ามาก แนวเสียงของ Ed9 เป็นทาง analytical แยกชิ้นได้ดีมากๆ หากเปรียบเป็นรสชาดก็ครบเครื่องและจี๊จ๊าด  ส่วน DX1000 เป็น musical ที่ผสมผสานดนตรี ให้สัมผัสถึง "ใยเสียง" ที่ไม่ขาดออกจากกัน เรียกว่ากินอร่อยโอ่อ่า จะเลือกหูไหนขึ้นกับความชอบส่วนบุคคลและเพลงที่ฟัง ทั้ง Ed9 และ DX1000 คนรักเบสไม่ขอหย่าแน่นอน  สิ่งที่ทั้ง 3 หูดีเหมือนกันคือ เปิดฟังเบาๆก็ได้ยินครบ เบสไม่หาย หลายหูที่เบสไม่ออกต้องเปิดดังจึงออก แต่เสียงย่านอื่นมันดังมาก ฟังแบบนี้ระยะยาวหูพังแน่นอน

อ่านรีวิวกิ๊กก๊อกตัวเต็มได้ที่ >> [Review] Ultrasone Edition 9, Ultrasone Pro 2500 และ JVC DX1000 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤษภาคม, 2009, 11:50:51 PM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: 25 พฤษภาคม, 2009, 12:06:36 AM »
เอาเนื้อที่มาเล่าถึง "Oritek Audio ชื่อนี้ที่ไม่ธรรมดา" คือว่ามีโอกาสได้ให้เพื่อนๆนักเล่นเอาของ Oritek ไปลอง ติดใจกันไปหลายคน นักเล่นผู้แสนใจดี  c) ได้กรุณาเขียนรีวิวเล็กๆไว้ให้อ่านกัน

ผลที่ได้จากการทดสอบครับที่เรียกว่าไม่ธรรดา สาย X2 คือสายที่ Transparent ที่สุดที่ผมเคยฟังมาครับ มันทำตัวเหมือนสายล่องหน ไม่เพิ่ม ไม่ลด ไม่เติมอะไรลงไปในดนตรีเลยครับ เหลือทิ้งไว้เพียงดนตรีล้วนๆแบบสุยอดจริงๆครับ เรียกว่าผมเอาไปอัดกับ Cardas Golden reference, Cardas แพ้กระจุยเลยครับ เพราะถึงแม้ Cardas จะดีแต่ก็มีเนื้อมากอยู่ครับ ส่วน Pre V4.1 ผมยังไม่ได้ลองครับ ไว้ถ้าลองแล้วจะมาเล่าให้ฟังครับ

แต่กับราคาของ X2 ที่ขึ้นไปเป็น 2500$ แล้ว ผมคงไม่มีเงินซื้อ นี่ก็ว่าจะหาเรื่องไม่คืนเจ้าของอยู่เนี่ยครับ...... อิอิ

คุณ Redbook ครับ ผมลอง Oritek Preamp แล้วครับ ต้องบอกว่าเป็นปรีที่ Transparent จริงๆครับ ยิ่งได้ใช้กับ X2 + X1 ก็ให้ความรู้สึกที่กลมกล่อม พอดี และไม่มี Color เลยครับ ผมเอาเทียบกับ Pre Mark Levinson No.38S พบว่าเสียงใกล้เคียงกัน แต่ Mark จะบางและ Bright กว่าอยู่สักหน่อยครับ

แอมป์หูฟังของ Oritek ไม่ธรรมดาทีเดียวครับ ให้เสียงที่มีรายละเอียดดีสุดๆแถมไดนามิก พละกำลังกระฉับกระเฉงดีครับ ฟังสนุกทีเดียวแต่ถ้าเทียบกับ TTVJ Millett 307A (เทพเรียกเหล่ากง) แล้วยังให้ลักษณะที่ต่างกันอยู่ครับ บอกตามตรงว่าผมยังชอบ 307A มากกว่าครับ เพราะถ้าไม่อย่างนั้น ผมคงประกาศขาย 307A เป็นแน่แท้

ขอบคุณมากๆครับที่ให้ผมมีโอกาสได้ลองของดีๆ แบบนี้ครับ สุดยอดจริงๆครับ

5555 ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับที่ให้ผมได้มีโอกาสได้ลองของดีที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆครับ ส่วนตัวผมอดทึ่งคุณ Ori เค้าไม่ได้ครับที่แกสามารถนำ DAC ของจีนแบบธรรมดาๆ มาพัฒนาจนเรียกว่าท้าชนกับยี่ห้อไฮเอนด์ได้สบายๆ  อย่างที่บอกครับ ถ้ามีโอกาสผมเองก็อยากหา DAC ของ Oritek มาใช้สักตัวครับ ด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไปแต่เรื่องเสียงดีเหลือเชื่อจริงๆครับ   

ส่วนสาย Ori X-2... ถ้ามันถูกกว่านี้สักหน่อยผมคงหามาใช้เป็นแน่... แต่ถ้าคุณมีเงินพอจะซื้อได้ และอยากได้ยินเสียงของสายในอุดมคติก็น่าหามาลองครับ

หลังจากลองทั้ง ปรี+สาย X2 ของ Oritek Audio ผมบอกได้คำเดียวครับ "ปรีในอุดมคติคือเหมือนไม่มีปรี สายในอุดมคติคือเหมือนไม่มีสาย" และ Oritek Audio นี่แหละครับที่ผมเรียกว่าเข้าใก้ลอุดมคติที่สุด 

King Of Transparency !!!


คนไทยได้รู้จักผลิตภัณฑ์ของ Oritek Audio กันแล้ว รอตั้ง 5 ปีเลยนะเนี่ย   >:( น่าจะดีอย่างที่เพื่อนเล่าไว้   O0 ลองแล้วจะรู้เองคับ

ตัวเองชื่นชอบ Oritek Audio's Philosophy ที่ว่า "Less Is More" ซึ่งหมายถึง Minimalist Approach of Audio Engineering !  น๊อยส์มันเลยไม่มีที่อยู่ จริงๆหากเรามองเห็นไฟฟ้าที่ไหลได้ eddy current ของสัญญาณไฟฟ้ามันน้อยลงไป ทำให้การเกิด harmonics ต่างๆก็น้อยไปด้วยละคับ  ลืมไปมีอีกเรื่องนึงคือสัญญาณ single-ended (RCA) นี่เสียงไม่ด้อยไปกว่า balanced นะ พิสูจน์ได้ด้วย OMZ ตัวนี้

.... อยากให้คนรักฟังเพลงได้เป็นเจ้าของชุดดีๆได้โดยไม่ต้องลำบากมากเกินไป เหมือนที่ตัวเองประสพมา แต่ว่าราคามันขึ้นไปแล้วนะสิ  :cry2 แต่ถ้าใครซีเรียสเรื่องฟังเพลงละก็ แนะนำให้หามาใช้แล้วจะไม่ผิดหวังเลย (ราคาก็ยังถูกกว่ายี่ห้ออื่นที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า  :shutup) บอกได้คำเดียวว่า "ลองกะหูก็รู้เอง"  ว่า "ปรีในอุดมคติคือเหมือนไม่มีปรี สายในอุดมคติคือเหมือนไม่มีสาย" มันเป็นเช่นไร ^-^

ไม่รู้จะลงรูปอะไร เอารูปสาย $954 X-2 ที่เป็น shield ไปก็แล้วกัน มีกล่องค่อยดูมีราคาหน่อย ของเรานั้นมาในถุงใส่แซนวิช
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 พฤษภาคม, 2009, 11:46:13 AM โดย redbook »

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: 11 มิถุนายน, 2009, 07:38:09 AM »
ด้วยความบังเอิญเป็นที่สุด มีนักเล่นเครื่องหลอดแสนใจดีผ่านมาในวงโคจร  c) ยื่นโอกาสมาให้ ต้องรีบคว้าอีกเช่นเดิมคับ ไม่คว้าเดี๋ยวอด  :'(   หูฟังตัวท๊อปของ Denon รุ่น D7000

แต่ไม่รู้เป็นอะไร ได้หูฟังมาลองทีไร "เสียงห่วยแตก" เกือบจะทุกทีไป เสียงแรกที่ยินออกจาก iPod Classic "เอ่ ไงเสียงกลางมันบีบมากเลย" ต่อผ่านแอมป์ Thunderbolt ยิ่งบีบเข้าไปใหญ่  N] เอากลับมาฟังด้วย OMZ DAC/HEADAMP เสียงก็ยังมีบีบอยู่ เทียบกะ DX1000 ไม่ได้เลย แต่เสียงแหลมและเบสทำได้ดี ปลายแหลมนี่ดีกว่า Ultrasone Pro2500 อย่างมากๆ เสียงสแน กระดิ่ง พริ้วกรุ๊งกริ๊งได้อารมณ์ กลองก็เป็นลูกกระชับให้รายละเอียด ไม่มีคำว่าเบสล้ำหน้าสำหรับหูตัวนี้

ด้วยประสบการณ์ "เบิร์นหูฟังเป็นพันชั่วโมง" ก็ไม่รีรอ จับ D7000 พันธนาการแล้วจับกรอกเสียง Jennifer Warnes พร้อมเครืองโหมโรง นอนสต๊อป 4 วัน 4 คืน เอากลับมาฟังใหม่ เมื่อวาน โห้เบริน์อินช่วยให้เสียงมันเปลี่ยนเป็นหลังมือไปเลย  O0 ดีขึ้นทุกย่าน แต่เสียงกลางยังมีบีบอยู่ เพราะหูเรามันจำเสียงตอนแรกได้  แต่ถ้าให้คนใหม่มาฟังจะบอกว่าเสียงดีเลยละ หูนี้

แล้วก็ไปแวะกลับไปเยี่ยม "คลังแสง" มาอีกรอบ มีกระสุนดินดำจากจีนเข้าประจำคลัง Audio GD Compass DAC/HEADAMP ที่เป็นกระแสใน head-fi ตั้งแต่ต้นปี ค่าตัวพิเศษราว $320 ทำให้ฝันของคนอยากมีแอมป์หูฟังเป็นจริงได้ไม่ยาก  เสียงโปร่ง ฟังสบาย แฟลตดี เรียกว่าคุ้มค่ามากๆ ยิ่งมี usb ให้ด้วย O0

โทนเสียงแนวเดียวกันกับ OMZ DAC เพราะใช้ชิปดีเอ multibit dela-sigma AD1852 เหมือนกัน แต่ภาคเอ๊าต์พุตด้วย discrete opamp ของ Audio-GD แต่ว่าเทียบกันแล้ว ยังห่างอยู่เหมือนกัน ไม่สะอาดเท่าของ Oritek Discrete Output Stage และ Headamp ของเขา ตัวนี้หนึ่งในยุทธจักรนะน้อง ....

หน้าตาเป็นอย่างงี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 มิถุนายน, 2009, 10:59:50 AM โดย redbook »

ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,839
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: 19 ตุลาคม, 2009, 10:11:21 AM »
ขอบคุณ พี่หนังสือปกแดง มากครับ ที่ให้โอกาสลองหูฟัง เห็ดดี HD800  มันแจ่มแจ๋วมาก
ยิ่งเข้ากันกับแหล่งสัญญาณอานาล็อกเอ้าท์จากเจ้ามิวสิคฮาโล่

เดี๋ยวต้องมีการบ้าน พัฒนา แด็คฯ ปรี แอ็มป์หูฟัง  ของเราต่ออีกเพียบเลย
แต่เจ้าเห็ดดี  คงไม่ได้แอ้มกะตังค์เราแน่ ...เพราะชอบไมโครเซลลูโลส  มากกว่าครับครับผม
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262

ออฟไลน์ Schweiz

  • *****
  • กระทู้: 958
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: 19 ตุลาคม, 2009, 11:19:56 AM »
คุณ Redbook สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ พี่เป็นเจ้าแห่งหูฟังตัวจริงเลยครับ เยี่ยมมากเลยครับ  :clap

ออฟไลน์ Santa

  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,861
  • I'm a Baby Bull
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: 05 ธันวาคม, 2009, 02:02:14 AM »
พอช่วงนี้ลุงมาใช้หูฟังมากขึ้น เลยนึกถึงกระทู้นี้

ให้ความรู้เรื่องหูฟังดีจังเลย Y]

แถมตามไปอ่านต่อใน Taf อีก นึกไม่ถึงว่าคนไทยใช้หูฟังกันไม่น้อยเลย แถมซื้อกันแรงๆเหมือนกัน :headphone
Please visit our new website

www.LinnThailand.com

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: 14 ธันวาคม, 2009, 05:38:18 PM »
ไม่ได้มาอัพที่นี่ซะนาน ไปเล่นที่ทาฟซะเยอะ ไว้มาอัพให้คับผม  c)

ออฟไลน์ Santa

  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,861
  • I'm a Baby Bull
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: 29 มกราคม, 2010, 01:03:24 AM »
ไม่ได้มาอัพที่นี่ซะนาน ไปเล่นที่ทาฟซะเยอะ ไว้มาอัพให้คับผม  c)

ลุงก็ตามไปอ่านที่นู่นเยอะเหมือนกัน

ตอนนี้ชักบ้าหุฟังมั่งแระ ;D
Please visit our new website

www.LinnThailand.com

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #90 เมื่อ: 29 มกราคม, 2010, 01:16:31 AM »
เยี่ยม จิง ๆ เรื่อง หูฟัง  และอีกหลาย ๆ เรื่อง   ว่าง ๆ ขอลองฟังบ้างน่ะคับ

ออฟไลน์ Santa

  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,861
  • I'm a Baby Bull
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #91 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2010, 10:12:43 PM »
ต้องมาบอกว่าตามไปเวป taf แระ

มีอะไรให้เปิดหุเปิดตาอีกเยอะเลย :headphone
Please visit our new website

www.LinnThailand.com

ออฟไลน์ redbook

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,264
Re: ชุดของคุณ redbook
« ตอบกลับ #92 เมื่อ: 14 สิงหาคม, 2013, 11:14:45 AM »
ไม่ได้อัพมานานมวาก   :headphone  เกิดเหตุ Phillips 42PF9541 41" 768p Pixel Plus 2 แสนรัก อายุ 5 ปี 9 เดือน เริ่มมีอาการเสีย เครื่องดับ ไฟ ambient light กระพริบเอง กดรีโมทไม่ตอบสนอง ส่งไปซ่อมเสียไป 3,850 บาท ค่า processor board (2,500 บาท) กลับมาอาการยังมี เลยไปถอยทีวีใหม่มาซะเบย แอบดูกระทู้ groupbuy 64F8500 อยู่เหมือนกัน  0)] สถานที่จำกัดเกิน 55" ลงไม่ได้ แวะไปเซ็นทรับบางนาบังเอิญ Samsung ลดให้พิเศษ 2 วัน เอาไปเลย 5,000 เงินสดๆ  :secret เลยตัดสินใจด๋อยมา LEDTV UA50F64000 50" (May 2013) FullHD SmartTV 1ms ราคาจาก 43,500 เหลือ 38,500 ได้ลดอีก FirstChoice 8% (ผ่อน 0% 10 เดือน) + 4% งวดสุดท้าย เหลือสุทธิ 35,2xx  O0

เอามาดู TrueVision HD คมบาดตาเลือดกระเด็น  :cold แต่โทนสีเป็น studio ไปทุกเรื่อง ชัดเกิน คนที่บ้านชอบมาก



ที่สำคัญ ซับไทยตัวใหญ่ขึ้นเป็นกอง  K)  แต่ลำโพงห่วยได้โล่ห์ เสียงกระป๋องมวากๆ  (( แพ้ 42PF9541 ราคา 66K กระจุย
เลยไปเอาลำโพงคอม Creative T10 มือสอง 800 บาทมาต่อเป็น external กลายเป็นเสียงดีไปเบยตอนนี้ O0
แต่เปลี่ยน adapter เป็นหม้อแปลง 12v ไม่ใช้ switching ที่แถมมา เสียง dynamic range ดีกว่ามาก



แต่ภาพที่ render ออกมา จะแยกส่วนจุดโฟกัสกับที่เบลอๆให้เห็นได้อย่างมากเหลือเกิน ชัดกะมัว ราวฟ้ากะดิน  :cold
ตัวอย่าง ป้ายจราจรในซีนข้างล่าง มัวซะ เป็นทุกซีนที่มีชัดตื้นและชัดลึก แต่เริ่มชินแระ  render ผิวคนได้รายละเอียดดี หน้าไม่มันเลี่ยนแบบ series 61000



เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ  :yahoo
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 สิงหาคม, 2013, 04:39:00 PM โดย redbook »