ผู้เขียน หัวข้อ: Dpols  (อ่าน 2332 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Huge 007

  • ****
  • กระทู้: 329
  • เพศ: ชาย
Re: Dpols
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 26 สิงหาคม, 2009, 10:56:30 PM »
คุณ Huge007 ควรให้เครดิตคนที่เราก็อบมาด้วยครับ

http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=1743.0


มาจากที่นี่เลยครับ
ขอบคุณครับ   :clap O0

ออฟไลน์ hongkongface

  • *****
  • กระทู้: 756
  • อยากกินทีรามิสุ
Re: Dpols
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 26 สิงหาคม, 2009, 08:39:39 PM »
ขอบคุณครับ
อ่านมานานแล้ว
แต่หูไม่ถึง เซ็ทไม่ไหว ;D
http://www.htg2.net/index.php?topic=63083.0 HONGKONGROOM @ HTG2 / http://www.htg2.net/index.php?topic=53284.0 ฮ่องกงที่ผ่านไป

ออฟไลน์ ช้าง

  • Welcome to my world, my way!
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,505
Re: Dpols
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 26 สิงหาคม, 2009, 08:33:59 PM »
คุณ Huge007 ควรให้เครดิตคนที่เราก็อบมาด้วยครับ

http://www.thaiaudioclub.net/board/index.php?topic=1743.0


ออฟไลน์ Huge 007

  • ****
  • กระทู้: 329
  • เพศ: ชาย
Re: Dpols
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 26 สิงหาคม, 2009, 08:21:38 PM »
copy เค้ามาให้ลองวิเคราะห์ดู เผื่อมีประโยชน์

ออฟไลน์ Huge 007

  • ****
  • กระทู้: 329
  • เพศ: ชาย
Dpols
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 26 สิงหาคม, 2009, 08:19:31 PM »
หมายเหตุ: ผมใช้ความรู้ฟิสิกซ์เรื่องคลื่นเข้ามาช่วยปรับจูน dpols โดยไม่ได้ใช้ทักษะด้าน audiophile แต่ประการใดเลย ดังนั้นผิดพลาดอย่างไรข้าน้อยต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยเพราะยังมือใหม่เรื่องเครื่องเสียงบ้านจริงๆแต่อยากใช้ความรู้ที่มีทำประโยชน์ช่วยให้ทุกคน set dpols ได้ง่ายขึ้นเพราะตอนแรกที่คุณปู (mz5) เอามาให้อ่านก็งงเหมือนกันว่าจะ set เริ่มจากไหนดี

ก่อนจะ set dpols ขออธิบายกฎคร่าวๆที่ควรได้ยินเมื่อเป็น dpols ก่อนนะครับ
1. ไม่ว่าจะเปิดดังแค่ไหนก็ตาม เสียงจะไม่มีการก้อง เพราะมันคือ dead points ที่พอดีกับห้อง ไม่อาจก้องได้
2. เสียงจะฟังแล้วนับว่าเป็น sweet spot นั้นลึกมากๆจากท้ายห้องขึ้นมา ไม่มีการวูบวาบของเสียงเวลาเดินขึ้นมาหาจุดฟัง (ถึงมีก็น้อยมากแบบมีผลแค่ stage แต่เนื้อเสียงไม่เปลี่ยนแปลง)
3. stage เต็มแน่นมากๆเหมือนเป็นเนื้อเดียว ไม่มีอาการสงัดแล้วเสียงโผล่ออกมาแม้จะมี background music เหมือนการ set ปกติ

หลักการที่ผมนำมาประยุกต์ใช้กับ dpols
1. จากเว็บที่คุณ meng ให้มาระบุว่าการจัดตำแหน่งเพื่อหา dynamic ที่ครบครันจะนำพาไปสู่ dpols แต่ image นั้นกลับตรงกันข้าม วิธีการ set ของผมจึงเน้นที่ dynamic เสียงเป็นหลักและแก้ไขที่ phase ตามแทนที่จะดู image เนื่องจากส่วนใหญ่ image มักไม่ชัดเพราะ phase ล้ำกันเอง ซึ่งคนทั่วไปมัก tow-in เพื่อ compress dynamic เพื่อลด effects ของการล้ำระหว่าง phase ลงมาแต่นั่นเป็นวิธีที่ผิดตามหลัก dpols ครับ
2. หลักการ set dpols โดยคร่าวๆจะเป็นเรื่องของการหาช่วง harmonic แรกของเสียงที่ focus กันที่ช่วงท้ายๆห้องแล้วเกิดการสะท้อนพอดีต่อห้องฟัง การซ้อนทับกันของเสียงจะต่ำมากและ dynamic compression จะเกิดขึ้นน้อยมากจนรายละเอียดเล็กๆน้อยๆโผล่มาจนนึกว่า stage ไม่สงัดเลยในตอนแรก แต่จริงๆคือความเป็นเนื้อเดียวกันของ stage สูงกว่าปกติที่เคยฟังมากจนไม่ชินเท่านั้นเอง
3. การ set dpols นั้นแนะนำให้ใช้ track mono เพราะฟังการซ้อนทับกันของ phase ได้ง่ายกว่าโดยเฉพาะเสียงร้องที่ปกติถูกบันทึกมาเหมือนกันทั้งซ้ายและขวาอยู่แล้ว
4. การเลื่อนลำโพงทั้งสองข้างพร้อมกันนั้นต้องเลื่อนอย่างเท่ากันจริงๆ ผิดพลาดได้ไม่เกิน 1mm ต่อการเลื่อน 1 ครั้งครับ ไม่งั้น dpols ที่ควรจะได้อาจเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเยอะจนเกินจะหาได้ครับ
5. การ set dpols ของผมจะไม่เน้นหลักการ audiophile แต่อย่างใดเช่นตำแหน่งเสียงที่สมจริงอย่างคนร้องสูงเท่าไหร่ stage ควรลึกแค่ไหนเพราะมันเกินปัญญาที่ผมจะอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ได้ครับ T_T ขอให้ทุกท่านประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมเอาเองเถิด

วิธีการ set dpols อย่างคร่าวๆ

1. ลดความกร้านของเสียง (เสียงที่มีการ jam จากเสียงหลังกำแพง)
ตรงจุดนี้คิดว่าหลายคนคงอ่านกันมาบ้างแล้วที่ว่าดันลำโพงชิดผนังแล้วถอยลำโพงออกมาจนเบสราบเรียบ แต่รอบนี้จะขอตั้งลำโพง 1 ตัวไว้ตรงกลางหลังแทนห้องแล้วเลื่อนลงมา (สาเหตุที่เริ่มข้างเดียวเพื่อเลี่ยงการซ้อนทับกันของ phase ระหว่างลำโพงซึ่งผมพบว่ามีผลมากๆแม้จะต่างกันแค่ 1/8 มิล) แล้วเปิดเสียงดังแบบให้ดังทั่วทั้งห้อง (แต่ไม่ใช่เปิดสุด) ยืนฟังอยู่ท้ายห้องแล้วถอยลงมาทีละฟุตจนคุณรู้สึกว่าเบสมันไหลลื่นดี แต่อย่าถอยมากจน balance ระหว่างเสียงจากดอกลำโพงเสียไปนะครับ ถ้าเสียไปจะพบแต่มวลพุ่งๆแต่ขาดแรงกระแทกส่งซึ่งไม่เป็นผลดีแน่ๆ จำตำแหน่งความลึกนี้ไว้ก่อนนะครับ จากนั้นไปฟังที่จุดฟังปกติดูแล้วเดินมาท้ายห้องถ้าพบว่า impact เสียงมันวาบๆแบบบางๆเต็มๆแปลว่า phase มีการเล่นในห้องเนื่องจากช่วงเคลื่อนเสียง (lamda) ไม่จบพอดีที่ท้ายห้องกับตัวลำโพงใน harmonic N ให้ดันลำโพงเข้าออกสักราวๆทีละ 1 นิ้วจนรู้สึกว่าเสียงจากจุดฟังไปท้ายห้องไม่มีการเปลี่ยน phase หรือทำให้น้อยที่สุด จำตำแหน่งนั้นไว้

2. การลดความก้องจากด้านข้าง
จากตำแหน่งเดิม ชิดลำโพงไปที่ผนังข้างห้อง จะพบว่าเสียงก้องมากเพราะด้านข้างไม่มี่ว่างพอจะถ่ายเสียงออกมา ให้ถอยออกมาทีละฟุตจนเสียงหายก้อง (dpols จะไม่มีอาการก้องแม้จะเปิดเสียงดังมากๆจน stage ล้น) แล้วถอยกลับไปครึ่งหนึ่งของที่ถอยมา (ครึ่งฟุต) ถ้ายังไม่ก้องก็ถอยเข้าไป 1/4 ฟุตแต่ถ้าก้องก็ถอยกลับแทน ทำสลับไปมาจนไม่ก้องแบบชิดผนังเท่าที่ชิดได้ เมื่อหายก้องแล้วทำอีกข้างให้หายก้องเหมือนกัน จากนั้นลองต่อให้ดังทั้งสองข้างดู ถ้ายังก้องอยู่ให้ถอยเข้ามาข้างละนิ้วจนหายก้องครับ

3. การปรับ stage ให้ first arriving harmonic จำลอง stage ออกมาในห้อง
ก่อนที่จะมาอ่าน dpols นั้นผมกำลังศึกษาเรื่อง harmonic แรกที่จะ focus stage ออกมาได้ คลื่นเสียงจะมี harmonic ไล่ออกมาหลายระลอกซึ่งการ form stage จากการ focus ระหว่าง harmonic สองต้นทางสามารถเกิดขึ้นได้หลายครั้งในตำแหน่งเดียวกันด้วยมุมที่แตกต่างกัน harmonic หลังๆจะทำให้รายละเอียดที่เบามากๆค่อยๆหายไปๆจนเหลือแต่เนื้อหลักๆที่ฟังแล้ว image ชัดเจนดีแต่หารู้ไม่ว่านั่นคือเสียงที่แหว่งไปแล้ว หลังเสร็จขั้นตอนที่สอง ให้ไปลองฟังที่ท้ายห้องดู เห็นเป็น stage วงดนตรีดีๆไหมครับ ไม่ใช่ไหมครับ มันฟังดูโหวงๆกลวงๆยังไงไม่รู้ใช่ไหมครับ ถ้าใช่ อย่าเพิ่งตกใจครับ คุณกำลังมาถูกทางแล้วล่ะ (มั้งเพราะผมก็ไม่เคยฟัง dpols 100% จริงๆเหมือนกัน) ให้เลื่อนลำโพงเข้าหากันคนละนิ้วแล้วเดินไปมาจากท้ายห้องมากลางห้องดูครับ มีสักช่วงที่มันฟังแล้ว stage มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดี น้องร้องอยู่ตรงกลาง มีมิติที่ชัดเจน dynamic range ดีเยี่ยมมากๆ ฟังแล้วน้ำตาจะไหลเพราะลำโพงเราไม่เคยฟังแล้วรู้สึกขับออกมาได้ครบเท่านี้มาก่อนไหม ถ้ายังไม่เจอ ลองเลื่อนเข้ามาไปเรื่อยๆจนกว่าจะฟังแล้วเจอดูครับ จริงๆแล้วไม่น่าจะเกิน 3 รอบแรกแน่นอนเพราะ harmonic แรกกับลำดับต่อไปมักห่างกันไม่เกิน 10 องศาของมุม towing-in แล้วแต่ลำโพง ถ้าเลื่อนก็ไม่ควรเกิน 3 นิ้วแน่นอน เมื่อเจอแล้วให้พยายามเลื่อนลำโพงเข้าออกจนจุด focus ที่ฟังดีที่สุดมาอยู่ก่อนท้ายห้อง 1 ฟุตพอดี ที่ต้องเป็น 1 ฟุตเพราะต้องเผื่อ ช่วงที่ focus แรกสะท้อนกับหลังห้องด้วยครับแล้วการสะท้อนจะทำให้ช่วงที่ฟังเพราะจาก best spot ลึกเข้ามาได้เป็นเมตรๆเลย ผมเคยลองหลังห้องเป๊ะๆแล้วพอมาฟังที่นั่งจริงๆหลุด focus ของ harmonic แรกไวมากๆ บางห้องอาจจะเผื่อไว้เป็นครึ่งเมตรหรือเมตรกว่าก็ได้ แล้วแต่ห้องฟังครับ ลองปรับๆดู

4. การปรับ phase ลำโพงให้ตรงกันทั้งสองข้าง
จนถึงตอนนี้ผมคิดว่า dpols ของคุณน่าจะราวๆ 80% ได้แล้วกระมังครับเพราะ dynamic กับ stage นั้นแทบจะได้ครบเครื่องแล้ว แต่ในความเป็นจริงเราหาจุดที่เป็น 100% ของแต่ละขั้นตอนไม่ได้หรอก การที่จะเลื่อนในขั้นที่ 3 จนได้ phase เป๊ะๆนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยเว้นแต่คุณจะเลื่อนในระดับไมโครเมตร วิธีแก้ที่จะใช้แทนเพื่อเป็นสูตรลัดสู้ 90% คือการ tow-in โดยจะทำมุมที่น้อยมากๆแบบไม่เกิน 5 องศาเพื่อที่จะให้ phase เสียงพอดีกับตรงจุดฟัง สาเหตุที่ต้อง tow-in แทนเนื่องจากการปรับมุมลำโพงทำให้เสีย focus น้อยกว่าการเลื่อนเพราะโอกาสผิดพลาดต่ำกว่าและการเลื่อนมุม 1/4 องศาเห็นผลได้ง่ายกว่าการเลื่อนลำโพงข้างละ 1/8 มิลลิเมตรครับ ให้ปรับมุมเข้าออกทีละ 1/4 ถึง 1/2 องศาเพื่อให้ phase แม่นยำต่อจุดฟังที่สุดครับ ส่วนรายละเอียดการปรับจะอธิบายแยกข้างล่างนี้ครับ

วิธีการปรับ phase
1. ถอดสายสัญญาณข้างใดข้างหนึ่งของเครื่องออกเพื่อให้เสียงดังออกมาข้างเดียวโดยเริ่มจากข้างไหนก่อนก็ได้ (ถ้าใครใช้เครื่องแบบครบสูตรอาจต้องถอดสายลำโพงที่เครื่องแทน) ลองฟังเสียงข้างเดียวจากจุดฟังแล้วจับผิด phase ดูว่าเพี้ยนหรือไม่ วิธีการจับผิด phase อย่างง่ายๆนั้นจะฟังจากเสียงเรื่องที่ต้องใช้กำลังเสียงะสมควร เช่นเพลง "The Road's My Middle Name" ที่ร้องว่า "I wouldn't be your queen." ตรง "wouldn't be" จะมีการไล่เสียง dynamic จากช่วงต่ำไปสูงค่อนข้างจัดเจน ถ้าฟังขนาดกลับ phase เลยเสียง "wouldn't" จะเน้นจนคล้ายๆ "won't" นิดๆแล้วเสียง "be" จะลากยาวไม่มีน้ำหนัก การ set ในจุดนี้ต้องระวังเรื่อง colorization ด้วยเพราะบางคนอาจชอบเสียงเน้นชัดๆเป็นพิเศษจนบางย่านเพี้ยนไปได้
2. ถ้าเสียงร้องเหมือนจะผิด phase ให้ลองขยับไปฟังทางซ้ายและขวาดูโดยขยับข้างละ 1 ตัวคนเต็มๆกับครึ่งตัวคน (ดูจากขาที่วางแทนคนก็ได้) หมายถึงคุณต้องฟังอย่างน้อย 4 รอบเพื่อวิเคราะห์ว่าควรปรับมุมอย่างไร ถ้าขยับเข้าหาลำโพงแล้วเสียงตรง phase มากขึ้นก็ให้ tow-in แต่ถ้าขยับออกแล้วดีขึ้นให้ tow-out แทน ถ้าฟังแบบครึ่งตัวให้ขยับมุม 1/4 องศาแต่ถ้าเต็มตัวให้เป็น 1/2 องศา ในครั้งแรกให้ towing อย่างเดียวก่อนจนกว่าจะเลยเพราะการ tow-out จะทำให้เสียงกระจายออกทำให้เสียงด้านข้างผนังได้รับผลกระทบเปล่าๆ ผมเคย tow-in เกินจนไปช่วง harmonic ที่ 2 ยังเซ็ตแค่ 5 องศาจึงไม่ต้องกลัวว่าจะ tow-in มากไปครับ set ของผม tow-in แค่ราวๆ 1-2 องศาเอง เมื่อปรับได้แล้วก็มาลองปรับอีกข้างจนพึงพอใจครับ แต่พยายามปรับมุมให้เท่ากับข้างก่อนนะครับ
3. จากนั้นลองฟังเทียบระหว่างสองข้างนี้ดูว่าชอบข้างไหนมากกว่ากันเพราะผมเชื่อว่าปรับให้ตรงเป๊ะๆเลยแต่แรกนั้นโอกาสเกิดขึ้นมันน้อยมากๆ และถ้า phase ไม่เหมือนกันเป๊ะๆจะเกิดอาการเสียงตรงกลางติดม่านหมอกซึ่งฟังแล้วมันน่าหงุดหงิดมากๆหลังจากที่ลำบากลำบนขนาดนี้ เมื่อคุณตกลงปลงใจได้แล้วก็ให้จำข้างที่ชอบไว้แล้วปรับอีกข้างโดยฟังคล้ายๆข้อที่ 2 แต่จะเน้นที่ความเหมือนกับอีกข้างเป็นหลักแทน แต่ก็อย่าละเลยเรื่อง phase ทื่ตรงเป๊ะด้วยนะครับเพราะคุณอาจปรับได้ตรงกว่าข้างที่ชอบก็เป็นได้ ปรับเสร็จก็ฟังเทียบอีกทีแล้วแก้ใหม่ถ้าไม่เหมือนกัน
4. ปรับเสร็จก็ลองต่อให้ดังสองข้างแล้วมาฟังปกติดูว่า focus มันเลื่อนไหม เสียงร้องมันชัดเป๊ะๆเหมือนมีคนมายืนร้องจริงๆไหม เปิดดังมากๆแล้วมันก้องหรือกระแทกไหม ถ้าไม่ก็อาจต้องปรับ phase ใหม่แต่แรกแทน ซึ่งผมก็เคยทำอยู่ 2-3 รอบกว่าจะได้
5. หลังจากที่ค่อยๆปรับจนเหมือนเป๊ะๆแล้วมาลองดูมุมของแต่ละข้างดูครับ มันช่างน้อยจริงๆ ลองเพ่งดูว่าด้วยตาเปล่ามันดูต่างกันไหม ถ้าไม่แล้วเสียงเหมือนกันก็ช่างมันเถอะ ฟังแล้วเหมือนกันก็ถือว่าผ่านหมดได้สบายแล้วครับ เกิน 90% แน่นอน แต่ถ้ามุมต่างแบบตาเปล่าเห็นยังรู้ว่าต่างแปลว่าเราเอา focus ของ harmonic ที่ต่างช่วงกันมาฟังซึ่ง dynamic ซ้ายขวาจะไม่เท่ากัน ปรับ phase ใหม่ครับ :D

ทั้งหมดนี้น่าจะพอช่วยให้ห้องฟังของคุณใกล้ความเป็น dpols ได้ไม่มากก็น้อย แต่ dpols 100% นั้นคงเกินปัญญาที่มนุษย์จะเขียนได้จริงๆเพราะแม้แต่ Tiger Woods ยังไม่สามารถเขียนตำราให้ตี hole-in-one ได้แบบเป๊ะๆในทุกสนามเลยครับ :D