ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq  (อ่าน 8405 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ batman

ผมได้รับสายไฟเอซี Xotiq จากคุณเจมส์ (C3 Exclusive) มาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมานี้เอง คืนนั้นก็ต่อเข้ากับแอมป์ C3 RED ที่อัพเกรดฟิวส์ดีซีมาญญิฟิกและฟิวส์เอซีนัวร์ II ไปก่อนหน้านั้นไม่นาน   แล้วลองฟังกันในคืนนั้นเลย จนถึงเวลานี้สิริรวมได้ประมาณ 20 ชั่วโมง   จริง ๆ แล้วต้อง burn กัน 200 ชั่วโมง แต่เท่าที่ผ่านมา 1/10 ของเวลาอุ่นเครื่องอันแสนนาน ก็พอจะสรุปเบื้องต้นได้ดังนี้

อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมฟัง (ที่สุดแสนจะไฮเอนด์)
1. Integrated Amplifier : CEC 3300R <C3 RED version>
2. CD player : NAD 514
3. Loudspeaker : JBL 82 (ใครเคยเห็นลำโพงรุ่นนี้บ้าง?)
4. Analog Interconnect : Supra Eff-I <with PPSL RCA plug>
5. Loudspeaker Interconnect : Neotech <pure silver> เมตรละสามร้อยบาท

ปลั๊กผนังเป็นเนชั่นแนลธรรมดา ไม่มีการปรับอคูสติกของห้องอย่างไรทั้งสิ้น วางเครื่องเสียงบนโต๊ะกึ่งตู้เตี้ย ๆ อย่างอนาถาตามมีตามเกิด

ลักษณะของสายไฟ Xotiq

   ตัวสายเป็นยี่ห้อ LappKabel ของเยอรมนี ความยาวคาดว่าประมาณ 1.8 เมตร (ไม่ได้วัดจริง ๆ จัง ๆ ครับ อารามอยากฟังก่อน) ตรงกลางค่อนไปทางท้ายมีกล่องวงจรเร่งอิเล็กตรอนสีน้ำตาลไหม้ มีแผ่นทองเหลืองชุบทองปิดอยู่ สลักลายชื่อ Xotiq และลายเซ็นของผู้ออกแบบ (คุณเจมส์)   หัวท้ายใช้อะไรก็ได้ขึ้นกับเจ้าของ ผมใช้หัว FIM 303 ท้าย FIM 302   ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสสนทนากับคุณเจมส์ ซึ่งได้บอกผมว่า ตอนทำตัวต้นแบบใช้ปลั๊ก National ถูก ๆ เท่านั้นเอง เพื่อดูว่าสายไฟจะทำงานได้ผลตามที่ผู้ออกแบบต้องการหรือไม่ โดยไม่มีผลจากบุคลิกของหัวปลั๊กชั้นดีมาแทรกแซง   
   ตอนไปรับสาย ผมก็ได้สนทนากันพักใหญ่ถึงแนวคิดและการออกแบบสายไฟตัวนี้   ซึ่งคุณเจมส์ก็ได้ให้เอกสารถ่ายสำเนาเป็นลายมือเขียนอธิบายหลักการพอสังเขป และวิธีการใช้สายที่ถูกต้อง   ซึ่งผมก็ได้ขออนุญาตนำมาถ่ายทอดในตอนท้ายของกระทู้นี้   คุณเจมส์แถมท้ายด้วยว่า หากใช้ต่อจากปลั๊กผนัง ให้เสียบค้างไว้เลยไม่ต้องดึงออก ให้มีกระแสไฟแช่ไว้จะเป็นการดี   อนึ่ง สายไฟที่ผมได้รับนี่ประกอบเสร็จใหม่ ๆ ยังไม่ได้ burn เลยแม้แต่น้อย

ผลการลองฟัง

   ผมใช้แผ่นซีดีต่าง ๆ ที่เคยลองใช้ฟังเมื่อแรกได้รับแอมป์ C3 RED เพื่อเปรียบเทียบกันระหว่างแอมป์ที่ยังไม่ได้อัพเกรด กับที่อัพฯ แล้วทั้งฟิวส์และสายเอซี ดูว่าจะแตกต่างกันขนาดไหน   แนวทางในการเลือกซีดีมาทดลองฟังของผมนั้น ผมไม่ได้เน้นแผ่นไฮเอ็นด์ แผ่นออดิโอฟิลที่บันทึกและตัดแผ่นมาดี ๆ เพียงอย่างเดียว   ผมกลับชอบใช้แผ่นที่เสียงอับ ๆ อู้ ๆ มากกว่า อาทิ แผ่นพวกแอบอัด (bootleg) ประเภทใช้เทปคาสเซ็ทแอบอัดการแสดงสดมา (สมัยนี้คงใช้ Mini Disc, MP3 หรือ IC recorder) เพลงโบราณที่ทำมาสเตอร์จากแผ่นครั่งหรือแผ่นไวนิล ประเภทมีเสียงคั่วข้าวโพดเสียงซู่ซ่าแบบน้ำตกด้วยยิ่งดี   แผ่นบันทึกการแสดงสดสมัยก่อนในสถานที่ใหญ่ ๆ อย่าง Woodstock ที่ผมว่าคงบันทึกให้ดีได้ยาก   หรือแผ่นที่มีเสียงจัดจ้านแสบแก้วหูเวลาเปิดฟังดัง ๆ ดูว่าเครื่องเสียงของเราจะมีปัญญาทำให้เสียงของแผ่นพวกนี้น่าฟังขึ้นหรือไม่

   ตอนที่ผมฟัง ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกที่นั่งทำมุมฉากกับลำโพงแชนแนลขวา ไม่ได้นั่งฟังตรงกลางหรือที่ sweet spot อะไรทำนองนั้น   ฟังไปอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารเครื่องเสียง ปืน ฯลฯ ไปด้วย ไม่ได้ตั้งใจฟังจริง ๆ จัง ๆ เนื่องจากคาดว่าคงต้องเบิร์นพักใหญ่ถึงจะทนฟังได้   แต่ผมคาดการณ์ผิด ที่แท้ไม่ต้องนานเป็นร้อยชั่วโมงเลยครับ แค่ห้าวันรวมแล้วยี่สิบชั่วโมงก็ได้การแล้ว   แถมฟังแบบไม่ต้องตั้งใจฟังด้วยก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความสุดยอดของแอมป์กับสายไฟชุดนี้
   
   แผ่นแรกที่ฟังก็คือ Vienna – Chicago Symphony Orchestra – Fritz Reiner (RCA Victor 09026-68160-2) รวมเพลง Waltz ของ Johann Strauss, Jr. เป็นแผ่นตระกูล Living Stereo แผ่นธรรมดาเมดอินอเมริกา ไม่ใช่ SACD   ในระยะ 5 นาทีแรกก็เช่นเดิมที่ฟังแอมป์ C3 เป็นครั้งแรกครับ เหมือนยกเครื่องเสียงทั้งชุดลงไปฟังในโอ่ง   เสียงมันอับ ๆ อู้ ๆ อึ้ง ๆ เหมือนนักดนตรีและนักร้องยังไม่ได้รับเงินค่าตัวเลยไม่ได้กินข้าวแล้วไม่มีแรงเล่นดนตรีอย่างไรอย่างนั้นเลย   แต่พอสักพักหนึ่ง เจ้าสายไฟก็เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์   ปกติแผ่นนี้เสียงกลางแหลมจะไม่สดใสมากนัก อาจจะเนื่องจากเป็นมาสเตอร์เก่าที่บันทึกตั้งแต่ปี 1957   แต่พอฟังไปได้สักพัก ฟังออกได้เลยว่าเสียงกลางแหลมของแทร็คต่อ ๆ มาดีขึ้นมากจากที่ฟังแทร็คแรกอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ จนผมนึกว่ากำลังฟังอัลบั้มเดียวกันนี้ที่เป็นเวอร์ชั่นเอสเอซีดีอยู่ด้วยซ้ำไป

   แผ่นที่สองคือ Woodstock ชุดครบรอบยี่สิบห้าปี (Atlantic 7567-82636-2 ออกปี 1994) เป็น box set สี่แผ่น (สังกัด Warner เมดอินเยอรมนี) ผมซื้อมาตอนไปทริปที่แคนาดาสมัยเรียนหนังสือ ไม่เคยเห็นชุดนี้ที่เมืองไทย   เพลงเด็ดคือ Blood of the Sun และ Theme from An Imaginery Western ของวง Mountain ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงออร์แกนไฟฟ้าเล่นคลอตามไปด้วย   (จากที่เคยรู้ว่ามีคีย์บอร์ดด้วยการดูจากรูปใน booklet ที่แถมมากับแผ่น) ผมฟังมานับครั้งไม่ถ้วนกับแอมป์ตัวอื่นที่ผมมีอยู่ก็ไม่ได้ยินเสียงคีย์บอร์ดในเพลงนี้ชัดเจนเท่านี้ ทั้ง ๆ ที่ผมฟังไปอ่านหนังสือพิมพ์ไป ไม่ได้ใช้สมาธิฟัง เคยแต่ได้ยินเสียงกีตาร์ของ Leslie West เสียงเบสและเสียงร้องนำของ Felix Pepparlardi และเสียงกลองกลบหมด   ส่วนเพลงอื่น ๆ เช่น Soul Sacrifice ของ Santana ได้ยินลีลาการดันสายช่วงเล่นท่อนลีดและการเล่นตอดนิดตอดหน่อยของอีตาซานตานาในช่วงที่ Gregg Rollie กำลังโซโลคีย์บอร์ดได้อย่างชัดเจนกว่าทุกครั้งที่เคยฟังมาแม้กับแอมป์ C3 ที่ไม่มีสายไฟ Xotiq   แต่กระนั้นเสียงกลางแหลมของเพลงนี้ในซีดีก็ไม่เหมือนกับในดีวีดี ซึ่งในซีดีเป็นธรรมชาติและมีรายละเอียดดีกว่ามากทั้ง ๆ ที่มาสเตอร์ดั้งเดิมเป็นแค่เทปแปดแทร็คธรรมดา ๆ ทำให้รู้เลยว่าในดีวีดีชุดนี้นั้นคงมีการ makeup เสียงมาขนาดไหน ทำให้ฟังเผิน ๆ เหมือนจะดี   แต่พอมาฟังซีดีดั้งเดิมที่ remaster แล้วผ่านอุปกรณ์ C3 แล้วทำให้รู้ได้เลยว่าอะไรเป็นเสียงที่แท้จริงในการแสดงครั้งนั้น

   แผ่นที่สามคือ George Benson ชุด Weekend in L.A. (Warner Bros. 266074 แผ่นเยอรมนี) เป็นการเล่นสดในคลับ Roxy เมื่อปี 1977 ในแทร็คที่ 5 (เพลง The Greatest Love of All) และแทร็คที่ 11 (We as love) ฟังแล้วเหมือนกับไปรีมาสเตอร์ใหม่หมด โดยเฉพาะแทร็คที่ 11 นั้น ผมเพิ่งเคยได้ยินเสียงเปียโนไฟฟ้า Moog ที่ Jorge Dalto เล่นแทรกอยู่ ทั้ง ๆ ที่ฟังเพลงนี้จนนับครั้งไม่ถ้วน   เรียกว่าไม่ต้องหูทองอุปกรณ์เยี่ยมหรอกครับถึงจะฟังออก   หูสังกะสีกับอุปกรณ์ประกอบระดับพื้นฐานก็ฟังออกได้ว่ามันคนละเรื่องคนละเพลงกันเลย
   
   แผ่นที่สี่คือ Lynyrd Skynyrd ชุด Legend (MCA 255082-2/MCAD-42084 เมดอินเยอรมนี) ในแทร็คที่ห้า เพลง Simple Man เล่นสดที่โรงหนัง Fox Theatre เป็นแทร็คหนึ่งที่ผมว่าเสียงจัดจ้านแบบสุด ๆ ซึ่งกับแอมป์ตัวอื่นผมไม่เคยหมุนปุ่มวอลยุ่มได้เกิน 9 นาฬิกาสักครั้ง (ไม่เว้นแม้แต่แอมป์ C3 เองแต่ยังไม่อัพเกรด) แต่คราวนี้กับแอมป์ C3 ตัวเดิมที่อัพเกรดแบบครบ ๆ รวมสายไฟ (ไม่มีแค่แจ๊ค RCA ตัวเมียและหัวท้ายปลั๊กเอซีของ C3) คราวนี้เปิดฟังดัง ๆ ได้สบายหูขึ้นกว่าเดิมมาก แปลกจริง ๆ ที่การเร่งอิเล็กตรอนมีผลต่อเสียงในลักษณะนี้

   คนที่เล่นกีตาร์หรือชอบฟังกีตาร์   ลองฟังช่วงที่มีการใช้เทคนิคอุดสาย (muting) ไม่ว่าจะเป็นการจับคอร์ดบาร์แต่ไม่กดสายลงให้ชิด fret board จึงทำให้เสียงมันบอด ๆ หรือใช้สันมือขวาวางแตะไว้ที่สะพานสาย (bridge) ลองเทียบกับที่เราเล่นจริง ๆ ดูว่า เสียงจากแอมป์ชุดนี้มันเหมือนจริงขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นใดก็ตาม

   แผ่นที่ห้า Jaime Valle ชุด Round Midnight (Top Music TMCD 1013 แผ่นอเมริกา) ที่หากชุดเครื่องเสียงอ่อนไหวหน่อยละก็ เสียงจะคมจนถึงจัดได้ทันที แต่กับ C3 ชุดนี้ฟังสบายครับ เปิดดังขนาดไหนก็โอเค ทั้ง ๆ ที่สายลำโพงของผมเป็นสายเงินซึ่งเสียงพุ่งเปิดแบบสุด ๆ แต่ผมเอาไว้ใช้เพราะเวลาฟังแผ่นที่อัดมาแบบดี ๆ จนถึงพอใช้ มันก็ให้เสียงกลางแหลมที่บรรเจิด และเบสที่กระชับเหมือนกัน

   แผ่นที่หก Benny Waters ชุด Live at The Pawnshop (Opus 3 CD 19901 ตัดในสวีเดน) ผมพยายามฟังบรรยากาศเสียงชนแก้ว คนคุยกัน ฯลฯ แบบในบาร์ เพิ่งมาได้ยินถนัด ๆ ในครั้งนี้เอง

   แผ่นโบราณที่มาสเตอร์คงทำมาจากแผ่นครั่ง อาทิ Benny Goodman ชุด Live at Carnegie Hall (Columbia G2K 40244) บันทึกเมื่อปี 1938 และสุนทราภรณ์ต้นฉบับ จุฬาตรีคูณชุดที่ 166 (ซีวีดีมิวสิค SMT-16) ซึ่งคงบันทึกมาไม่ต่ำกว่าห้าสิบปีก่อน   ฟังแล้วได้รายละเอียดที่ซ่อนอยู่มากกว่าทุกครั้งที่เคยฟัง   อนึ่ง ผมลองฟังวิทยุ FM 100.25 MHz รายการ Marmalade Club ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ช่วงกลางวันจัดเพลงไทยลูกกรุงคลาสสิค ช่วงห้าโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่มจัดเพลงฝรั่งทั้งป๊อปและร็อคยุคเก่าใหม่ปนกัน   ช่วงเสาร์อาทิตย์จัดเพลงแจ๊ซยันเที่ยงคืน   ใช้จูนเนอร์รุ่นเก่าแบบมือหมุนหาคลื่นของ Yamaha ให้เสียงที่ไม่แพ้แผ่นซีดีแม้แต่น้อย

   มีอีกหลายแผ่นที่ทยอยฟัง   หากบรรยายกันหมดก็คงยาวเกินไป   ฟังเพลินจนเมียบ่นว่าไม่ช่วยเลี้ยงลูก   เอาแผ่นสมัยใหม่บ้าง เช่น Manger แผ่นยอดนิยม ซึ่งผมว่าเป็นแผ่นที่พิสูจน์ได้เลยว่า ถ้ามาสเตอร์ดีจริง แผ่น 16 bit ธรรมดาไม่ต้องแผ่นทองแท้ที่ไหนก็ให้เสียงไฮฟิเดลิตี้ได้โดยไม่ต้องใช้ฟอร์แมตเทวดาสารพัดแบบที่ทั้งฝรั่งและญี่ปุ่น (อีกหน่อยอาจมีจีน) พยายามคิดขึ้นมาโดยไม่แก้ปัญหาให้ถูกจุด   อย่างแทร็คที่ 13 ของแผ่นนี้ ผมยืนอยู่หน้าเครื่องเสียง ห่างไม่เกิน 2 ฟุต เสียงกลองชุดโฟกัสได้ชัดเป๊ะเหมือนยืนอยู่หน้าคนตีกลอง   ซึ่งผมก็เพิ่งรู้ว่าเจ้าลำโพงคู่ทุกข์คู่ยากที่ผมอยากจะโยนมันทิ้งมาตลอดยี่สิบสามปีนั้น ให้เสียงหลุดตู้กับเขาเป็นเหมือนกัน

สรุปเบื้องต้น

   ออกจะเป็นการเร็วเกินไปที่จะสรุปผล final ซึ่งผู้ออกแบบอุปกรณ์ C3 เองก็บอกผมว่า อยากให้ฟังไปเรื่อย ๆ อุปกรณ์จะได้ burn จนอยู่ตัวก่อน   แต่จากประสบการณ์ของผม ผมว่าถ้าของดีจริง ระหว่างฟังมันต้องดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ประเภทเบิร์นข้ามภพข้ามชาติแล้วก็ยังไม่ได้เรื่องอยู่นั่นเอง ซึ่ง C3 เป็นของจริงครับ ไม่ต้องรอนาน  จากการฟังแอมป์บวกสายไฟชุดนี้ (เสียดายที่ไม่มีหัวท้ายเอซี และแจ็คอาร์ซีเอตัวเมีย) ผมบอกได้เลยว่า ผมเข้าใกล้แอมป์ไฮเอ็นด์หลายตัวที่ราคาสูงกว่าหลายเท่าที่ผมได้เคยฟังตามงานเครื่องเสียงหลายงานแล้วหมายมั่นปั้นมือไว้   ราคาของแอมป์ C3 อัพเกรดบวกสายไฟ Xotiq รวมแล้วราว ๆ หกหมื่นครับ   แต่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าแอมป์ตัวละแสนกว่าขึ้นไปหลายตัวที่ผมเล็ง ๆ ไว้ก็กินมันไม่ลง   เสียงมันทั้งสด มีรายละเอียดแบบชัดเจนทุกขุมขน และให้เสียงดนตรีที่มีพลังอย่างเหลือเชื่อ   ที่สำคัญที่สุดคือเสียงของมันเหมือนเครื่องดนตรีจริงมาก เสมือนเรานั่งอยู่หน้าคนเล่น และไม่เกี่ยงประเภทของเครื่องดนตรีด้วย   
ทีเด็ดที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ มันไม่เกี่ยงอุปกรณ์ที่ใช้ควบคู่กัน   ทั้ง ๆ ที่อุปกรณ์อื่นที่ผมใช้ต่างก็เป็นระดับธรรมดา ๆ ยิ่งลำโพงนี่เป็นยุคปี 1987 ที่สมัยนั้นเทคโนโลยีการทำลำโพงยังไม่ก้าวหน้าและการแข่งขันยังไม่ดุเดือดเท่าสมัยนี้   ผมแกะลำโพงของผมออกมาดูนี่ยังตกใจเลยว่าถ้าเป็นยุคนี้ ลำโพงสมัยใหม่แม้แต่ที่เป็น JBL เหมือนกัน ราคาเท่ากัน (8,000 บาท ไม่นับค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป) คงใช้อุปกรณ์ที่ดีกว่านี้มาก   สมัยนั้นถ้าจะเอาอิมเมจกับซาวนด์สเตจด้วย คงต้องจ่ายเป็นแสนขึ้นไปอย่างเดียวครับ

   ที่น่าดีใจที่สุดไม่ใช่เรื่องเสียงดีครับ แต่เป็นเรื่องคนไทยเราด้วยกันครับที่มีฝีมือทำให้อุปกรณ์ราคาหกหมื่นมีคุณค่าเท่ากับเงินหกหมื่นจริง ๆ   จริงแบบที่ไม่ต้องรอให้ฝรั่ง ญี่ปุ่น หรือจีนแผ่นดินใหญ่มา endorse หรือมาให้ความเห็นว่ามันดี   นี่ถ้าเป็นต่างชาติทำผมคงไม่ตื่นเต้นขนาดนี้   มันไม่ใช่แอมป์ที่เปลี่ยนอุปกรณ์ (tweak) แล้วทำให้เสียงเปลี่ยนอย่างเดียว ซึ่งเสียงที่เปลี่ยนไปอาจไม่ดีก็ได้ หรืออาจดีแต่ทำให้เสียบุคลิกเดิมไปอีก   ถึงเวลานี้ก็คงอาจจะมีบางท่านเริ่มคิดว่าคนซื้อ C3 อย่างผมนี่มันไก่อ่อนจริง ๆ เรื่อง tweak น่ะเขามีมานานแล้ว เปลี่ยนอุปกรณ์แล้วก็ดีขึ้นทั้งนั้นล่ะ จะคลั่งไคล้อะไรนักหนากับเจ้า C3   มันไม่มีเว็บไซต์ด้วยซ้ำไป ฝรั่งก็ไม่รู้จัก มันจะดีได้อย่างไร โดนแหกตาหรืออุปาทานหมู่เข้าแล้วกระมัง   ซึ่งผมเองไม่ใช่เซียน แต่ก็พอรู้เรื่อง tweak ครับ แต่ลำพังเพียงเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วผมไม่ทำ เนื่องจากเสียงที่เปลี่ยนอาจฟังดีขึ้น แต่มันเสียบุคลิกเดิมครับ อย่าง NAD 3020 ทวีคได้ครับ แต่มันก็ไม่ใช่แนดหนานุ่มอย่างเดิมแล้วครับ   จะบอกว่าผมจะทนไปทำไมกับเสียงเดิม ๆ แต่ที่ทำ ๆ กันมันไม่ได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด ไม่ได้ให้เสียงเครื่องดนตรีจริง ๆ อย่างที่ C3 ทำ   เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับงบประมาณในการ tweak ด้วย มันอยู่ที่แนวคิดและหลักการมากกว่า

นี่อาจเป็นการปฏิวัติทางความคิดของการออกแบบเครื่องเสียงว่าจะทำอย่างไรให้มันดี แก้ปัญหาถูกจุด และที่สำคัญที่สุดก็คือราคาพอซื้อหากันได้ ซึ่งผู้ออกแบบก็ถ่อมตนว่าเป็นเพียงคนต้นคิดและออกแบบ topology   แต่ไม่มีเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างและผลิตมันขึ้นมา ต้องพึ่งพาฝรั่งเศสอยู่ดี   แต่ผมให้ความสำคัญกับแนวคิดและเป้าหมายมากกว่าวิธีการครับ   ที่สำคัญก็คือ C3 ทำให้ผมเรียนรู้ว่า อุปกรณ์ที่ราคาสูงมาก ๆ ในบางกรณีมันก็ไม่ได้ดีเท่าเงินที่จ่ายเสมอไป   เป็นเรื่องธรรมดาของสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งเครื่องเสียงที่สินค้าที่อยากมีชื่อว่าเป็นไฮเอ็นด์ต้องตั้งราคาแพง ถ้าราคาถูกแล้วคนจะสงสัยว่ามันไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ราคามันไม่ควรสูงขนาดนั้น   ถ้าสายไฟเอซีเส้นละแสนยังมีคนซื้อ ผมว่า Xotiq ราคาถูกครับ

เอกสารแนบ

(หมายเหตุ : ผมได้ลำดับข้อความใหม่บางส่วนเพื่อให้ติดตามเรื่องได้ง่ายขึ้น โดยพยายามรักษาเนื้อหาเดิมให้ครบถ้วน จริง ๆ แล้วมีรูปประกอบ แต่ผมเขียนรูปด้วยคอมพิวเตอร์ไม่คล่องครับ   หลักก็มีเพียงว่า ไม่ให้ต่อถัดจากอุปกรณ์กรองไฟ แต่ต่อก่อนอุปกรณ์กรองไฟได้ เช่นต่อจากปลั๊กผนังมาอุปกรณ์กรองไฟซึ่งอย่างนี้ทำได้   อีกอย่างหนึ่งคืออย่าโมดิฟายใด ๆ ยกเว้นเปลี่ยนปลั๊กหัวท้ายซึ่งอย่างนี้ก็ทำได้   อนึ่ง ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าเอกสารชุดนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นและชี้แจงวิธีการออกแบบ คงไม่ได้บอกว่าอะไรถูกอะไรผิด   ซึ่งผมคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้มีความสำคัญกว่าหลักการและทฤษฎี)
     
แนวคิดในการออกแบบและผลิตสายไฟ Xotiq

   สายไฟ Xotiq ใช้แนวคิดในการเร่งอิเล็กตรอนเป็นหลักการสำคัญ   ระบบการเร่งอิเล็กตรอนจัดว่าเป็นสิ่งใหม่ในวงการเครื่องเสียง   แม้ว่ามีผู้ผลิตหลายรายออกผลิตภัณฑ์ที่มีความใกล้เคียงกับระบบการเร่งอิเล็กตรอนของ C3 แต่ทว่ายังไม่มีผู้ผลิตรายใดให้ข้อมูลการใช้งานที่ถูกต้องให้กับผู้บริโภค   การเร่งอิเล็กตรอนที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพจะไม่สามารถกระทำได้ถ้าไม่มีแรงดันไฟเข้าไปทางขั้ว line (ดังนั้น phase ของไฟต้องถูกขั้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางเข้า) ตลอดจนต้องควบคุมกระแสไฟและ impedance ของสายไฟ โดยไม่ให้แปรเปลี่ยนไปตาม load ของเครื่อง (ด้วยการกำหนดความยาวของสายไฟหลังเร่งอิเล็กตรอนแล้ว)   มิฉะนั้นก็จะเป็นการเร่งอิเล็กตรอนอย่างสะเปะสะปะ กระแสจะไปอั้นอยู่ที่จุดทางเข้า กระแสก็จะเข้าเครื่องน้อย มีแต่ความเร็ว   ความสำคัญในประเด็นเหล่านี้เป็นกุญแจหลักที่ทำให้การเร่งอิเล็กตรอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

   ในกรณีของสายไฟ Xotiq นอกเหนือไปจากการเร่งอิเล็กตรอนแล้ว การควบคุมกระแสและ impedance ของสายไฟก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทาง C3 ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน หรืออีกนัยหนึ่งคือ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะต้องกระทำควบคู่กันไป   โดยในกล่อง Xotiq จะมีวงจรพิเศษที่ทำงานขนานกันไปกับหน่วยเร่งอิเล็กตรอน เพื่อที่จะลำดับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ไม่ให้ไปทับซ้อนหรือเหนี่ยวนำต้านกันเอง   ผลลัพธ์ก็คือเราสามารถเร่งความเร็วและปริมาณของกระแสได้ในเวลาเดียวกัน

   แน่นอนว่าอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีทุกอย่างย่อมมีข้อจำกัด   ซึ่งในกรณีของการเร่งอิเล็กตรอนนั้น ข้อจำกัดก็คือการนำไปใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่น อธิบายเพิ่มเติมได้ว่า หมายถึงการนำสายไฟ Xotiq ไปใช้กับสายไฟรูปแบบอื่น ยี่ห้ออื่น โดยมิได้มีการคำนวณร่วมกันมาตั้งแต่ต้น ยกตัวอย่างเช่น การทำกล่อง Xotiq (หมายถึงกล่องใส่อุปกรณ์เร่งอิเล็กตรอน) ขึ้นมาโดด ๆ แล้วนำสายไฟอย่างอื่นมาใช้   อย่างนี้จะทำให้ทฤษฏีการเร่งอิเล็กตรอนทำงานไม่สมบูรณ์ คือเร่งได้ แต่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง   การทำงานจะไม่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น   ซึ่ง ณ เวลานี้ ด้วยปัจจัยทางด้านราคาต่อหน่วย   ระบบการเร่งอิเล็กตรอนจึงมีความยืดหยุ่นกับการนำไปใช้อยู่บ้าง   ดังนั้น ลักษณะและรูปแบบของสินค้า จึงต้องอยู่ในรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

การใช้สายไฟ Xotiq ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
   
สายไฟ Xotiq ไม่เหมาะที่จะใช้ต่อถัดจากเครื่องกรองไฟ หรือปลั๊กรางที่มีระบบกรองไฟ เนื่องจากระบบการเร่งอิเล็กตรอนจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จากการที่ขดลวดของชุดกรองไฟไม่สามารถผ่านกระแสได้มากพอ   ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว การเร่งอิเล็กตรอนก็สามารถขจัดการรบกวนทางกระแสไฟฟ้าได้อยู่ในตัวอยู่แล้วโดยปราศจากการหน่วงหรืออั้นกระแส

   ดังนั้น การใช้สายไฟ Xotiq ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จะต้องต่อสายไฟเข้าปลั๊กผนังโดยตรง หรือต่อเข้าปลั๊กรางแบบธรรมดาที่ไม่มีระบบกรองไฟหรือ noise filter ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ตาม   เนื่องจากโดยหลักการแล้ว ระบบ filter ต่าง ๆ เป็นการแก้ปัญหาการรบกวนโดยการใช้ขดลวดหรือตัวเก็บประจุมาต่อเป็นชุดอนุกรมหรือขนานเข้าไปในระบบ   ข้อจำกัดจึงอยู่ที่ความสามารถของชุดกรองไฟนั้น ๆ ในขณะที่ระบบการเร่งอิเล็กตรอนจะไปเร่งความเร็วของอิเล็กตรอนแทน เพื่อให้สัญญาณรบกวนที่มีความเร็วต่ำกว่า ไม่สามารถแทรกเข้ามาได้   เป็นหลักการที่แตกต่างไปจากระบบ filter ที่ใช้การกรองไฟผ่านชุดหรือตัวของมันเอง
(หมายเหตุ : ผมผู้ post กระทู้มีความเห็นส่วนตัวว่า เครื่องกรองไฟที่ถึงขั้นจริง ๆ ไม่อั้นกระแส หรืออั้นน้อยมากก็คงมี   แต่ราคาล่ะครับ จะมีสักกี่คนที่ซื้อมันได้)

กรณีผู้ใช้สายไฟ Xotiq ที่ต้องการนำสายไปเข้าหัวท้ายเอง

   ในกรณีนี้ มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

1. phase ของไฟต้องถูกขั้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางเข้า
2. ห้ามตัดต่อสายไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงทางออกจากกล่องวงจรของสายไฟไปเข้าอุปกรณ์เครื่องเสียง   
เหตุผลของเรื่องนี้อยู่ที่เนื้อหาในตอนต้น (หลักการของการเร่งอิเล็กตรอน)

   คุณเจมส์แถมท้ายด้วยว่า หากใช้ต่อจากปลั๊กผนัง ให้เสียบค้างไว้เลยไม่ต้องดึงออก ให้มีกระแสไฟแช่ไว้จะเป็นการดียิ่งขึ้น   ไม่ต้องกลัว surge, spike หรือ transient ถ้าพังจะซ่อมให้ฟรี   บริการเป็นเยี่ยมครับทั้ง ๆ ที่ของติดตลาด คนหากันให้ควั่กไปหมด จนคุณเจมส์วัน ๆ รับโทรศัพท์กันหูแทบไหม้ เวลานั่งคุยกับผมต้องขอตัวรับโทรศัพท์เป็นระยะ ๆ ไม่ขาดสาย   สุดท้ายนี้ผมก็ขอขอบคุณท่านอาจารย์ไมตรี ทรัพย์อเนกสันติ และคุณธีรวัฒน์ โชติสุต ที่ได้นำเสนอรายงานทดสอบแอมป์ C3 RED อย่างตรงไปตรงมาจนทำให้ผมกล้าซื้อมันทั้ง ๆ ที่ไม่เคยลองฟังเลย

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
  • Total likes: 0
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2009, 02:42:12 PM »
เยี่ยม มาก ๆ  คับ   ก๊อปปี้ บทความนี้ไปขายในหน้า นิตยสาร เครื่องเสียงได้เลย       เห็นพี่ ไมตรี ชมคุณ  เจมส์ น่าดูเหมือนกันคับ

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2009, 10:59:08 PM »
"กรณีผู้ใช้สายไฟ Xotiq ที่ต้องการนำสายไปเข้าหัวท้ายเอง"

ไม่ทราบว่าพอจะบอกราคา สายเปล่าที่ไม่มีหัวท้าย  ได้หรือไม่    และแหล่งที่ไปซื้ออยู่แถวไหน  อยากไปพบด้วยตนเอง :help 


ออฟไลน์ Mr.Big

  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,754
  • Total likes: 0
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2009, 11:15:58 PM »
คุณ Zax ใจตรงกันเลย แถมเวลาเข้ามาใกล้กันเสียด้วย

ต้องการทราบราคา + อยากเจอตัวผู้ออกแบบเหมือนกัน

... หรือ พี่อูฐ มีไอเดียอะไรดี ๆ ไหมครับ

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 04 สิงหาคม, 2009, 11:26:55 PM »
คุณ Zax ใจตรงกันเลย แถมเวลาเข้ามาใกล้กันเสียด้วย

ต้องการทราบราคา + อยากเจอตัวผู้ออกแบบเหมือนกัน


บ้านก็ไม่ไกลจากกันด้วยมังครับ    (ผมอยู่แถวสาธุประดิษฐ์ 46)   :bye1   ถ้ามีข้อมูลเพิ่มแล้ว ไว้นัดกันไป น่าจะดีนะ   :)   

ออฟไลน์ evolution

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 05 สิงหาคม, 2009, 05:38:31 AM »
รีวิวได้ดีมากครับ ไม่ได้ติดตาม เรื่องของ C3 มานาน
เดี๋ยวต้องโทรหาคุณเจมส์ ขอลอง สายไฟ Xotiq ซะแล้ว
มีลายเซ็นของผู้ออกแบบด้วย
พอดีมี หัวท้าย C3 อยู่ ครบชุดพอดีเลย


ออฟไลน์ Mr.Big

  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,754
  • Total likes: 0
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 05 สิงหาคม, 2009, 07:19:39 AM »
เรียนคุณ Zax ... หากจัดเวลาตรงกันได้ ยินดีครับ ... บ้านผมแฉล้มนิมิตร ... ไม่ไกลจาก Planet

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 05 สิงหาคม, 2009, 09:13:38 PM »
ขออนุญาตค้ดลอกคำตอบของคุณ J.TEERRAWAT จากเว็บบอร์ดปิยะนัส กระทู้ทึ่ 05466 ครับ  :secret

"ราคาสายไฟเอซี C3-XOTIQ ผมไม่แน่ใจว่าใช่ 17,000 บาทหรือเปล่า
ราคานี้ไม่รวมหัวปลั๊ก IEC นะครับ เป็นราคาแค่สายไฟอย่างเดียว
หากจะให้ทาง C3 เข้าหัวปลั๊กให้ด้วย ก็ต้องซื้อหัว IEC เตรียมไว้ให้ด้วยครับ
ทางคุณเจมส์แนะนำเป็นยี่ห้อ Oyaide ครับ

สำหรับคนที่ใช้ C.E.C:Amp3300R C3 RED จะได้สิทธิ์พิเศษในการซื้อสายไฟเส้นแรก
และเส้นที่สองอาจจะแพงกว่าเส้นแรกนิดหน่อย แต่ราคายังต่ำกว่านักเล่นทั่วไปครับ
เท่าที่ทราบมา ตอนนี้ ล็อตแรก 25 เส้นหมดไปแล้วครับ
กำลังอยู่ในช่วงผลิตล็อตที่สอง เขาผลิตได้ค่อนข้างช้าเนื่องจากต้องตรวจสอบทุกเส้นที่ทำครับ

ส่วนตัวผมเอง ผมไม่เคยมองว่าสายไฟเอซีเป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริม
แต่ให้ความสำคัญเท่าๆอุปกรณ์หลักของซิสเต็มเครื่องเสียงทีเดียว

ผมกำลังหาช่วงเวลาพิสูจน์เรื่องนี้อยู่
อาจเป็นเรื่อง สายไฟเอซีสำคัญต่อซิสเต็มเครื่องเสียงอย่างไร
หรือ อาจจะเป็นหัวข้อ เปรียบเทียบเครื่องเล่นซีดีสองเครื่อง
โดยเครื่องแรก นับราคาเครื่องเล่นซีดีกับราคาสายไฟเอซีรวมกัน(สมมติว่า 31000+19000=50,000)
ให้เท่ากับราคาขายเครื่องเล่นซีดีตัวที่สอง แต่ใช้สายไฟเอซีติดกับเครื่อง (ราคาเครื่องเล่นซีดี 50,000 – 51,000)
หรือใช้สายไฟเอซีเกรดดีๆแต่ราคาขายรวมกันต้องเทียบกับราคาเครื่องเล่นซีดีตัวแรกบวกราคาสายไฟเอซี
ราคาอาจจะแบ่งเป็น 40,000+10,000 =50,000 บาท

หากสนใจสายไฟเอซี C3-XOTIQ แนะนำเริ่มจากฟิวส์ C3 Noir ก่อนครับ
แต่สำหรับฟิวส์ C3 Noir ต้องโทรสอบถามค่าก่อนนะครับ เพราะตอนนี้หลายค่าเริ่มหมดแล้วจะ
เหลือแต่ค่า 2 แอมป์ขึ้นไปและมีเหลือไม่กี่ค่าแล้วครับ สำหรับฟิวส์ขนาด 5 x 20 มม.
พอดีที่ทราบก็เพราะเพิ่มคุยกับคุณเจมส์เมื่อวานนี้ครับ"

ออฟไลน์ Mr.Big

  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,754
  • Total likes: 0
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 05 สิงหาคม, 2009, 09:24:25 PM »
ราคาสูงเหมือนกัน


ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 05 สิงหาคม, 2009, 10:08:40 PM »
ไว้จะเอาสายไฟ chord รุ่นสีส้ม ไปชนดู    ถ้าดีกว่าไม่เกิน 10 %    จะซื้อสายไฟ chord (ได้ถึง 3 เส้น) มาใส่ให้ครบทุกเครื่องแทน     :black_eye    ไม่ทราบว่า มีให้ลองเปรียบเทียบกันได้หรือไม่ ?    :help

ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 5,866
  • Total likes: 0
  • Please Help Thanks
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2009, 08:44:14 AM »
สำหรับสินค้าของ C3 จะมีช่วงการเบิร์อินอยู่ครับ
ช่วงแรก กลาง-แหลมนำ มิติ เวทีเสียงจะเด่น
ช่วงสอง เบสจะเริ่มมา และบางครั้งจะเด่นกว่า กลาง แหลม
ช่วงสาม เริ่มลงตัวสมบูรณ์ ก็น่าจะ 200 ชั่วโมงไปแล้ว

สำหรับสายไฟเอซีของ C3 ผมมีอยู่สองเส้น เส้นแรกซึ่งเป็นสายลองวิชา
ใช้สายไฟเอซีของ Inakustik AC2502 หัว IEC C3 และ ท้าย Marinco สายเส้นนี้ใช้มานานแล้วครับ
สายไฟเส้นนี้ตีมูลค่าได้ไม่แน่ชัด เป็นการทำเพื่อลองแนวความคิดกันเล่นๆ

สายเส้นที่สองซึ่งเป็นสายไฟขายจริง
สายเส้นนี้ใช้ยังไม่นาน ไม่น่าจะถึง 30 ชั่วโมง ยังไม่พร้อม
แต่เอาเฉพาะแค่นี้
สายระดับเดียวกันจะสู้ยากแล้วครับ
สายเส้นนี้ หากใช้สิทธิ์นักเล่น C3 RED จะมีราคาต่ำกว่าสองหมื่น
สายเส้นนี้เข้าหัวท้าย IEC C3 ครับ

เห็นว่าที่นี้ชอบพิสูจน์ ผมก็กล้าท้าให้ลองทั้งสองเส้นเลยครับ
อยากลองกันไหมครับ

J.Teerawat   teerawatj@hotmail.com
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2009, 09:23:10 AM »
ขอบคุณ คุณ J.Teerawat ที่เข้ามาช่วยให้ข้อมูล   ไว้เข้ามาบ่อยๆนะครับ ชอบและติดตามผลงานอยู่   :bye1  O0
(หมายเหตุ  สังเกตุเห็นว่าเป็น Guest  แต่เป็น แบบ Superstar  มีกระทู้ถึง 4519 ครั้ง  ใครรู้ช่วยอธิบายทีครับ  จะได้ตามไป seach หากระทู้เก่าๆมาอ่านมั่ง)

พวกเรามีใครสนใจลงชื่อไว้ แล้วขอนัดไปลองฟังกันดีไหมครับ   :showoff

1. ผม zax ขอลงชื่อคนแรก  ( umeoshojin@gmail.com )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 สิงหาคม, 2009, 09:39:11 AM โดย zax »

ออฟไลน์ Mr.Big

  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,754
  • Total likes: 0
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2009, 11:24:16 AM »
2. เอาด้วย ... หากไม่ติดงาน

ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 5,866
  • Total likes: 0
  • Please Help Thanks
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2009, 11:43:56 PM »
ได้ข่าวคร่าว ๆ มาว่า มีคนนำสายดังกล่าวไปเทียบแล้วกับสายที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่า ผมกำลังตามผลอยู่ ได้ผลมาเบื้องต้นว่า  ณ. ระดับราคานี้ น่าสนใจมาก ต้องลองติดต่อกับ ดร. ชุมพล ดูอีกครั้ง ว่าผลการทดสอบจะออกมาเป้นอย่างไร ของผมจองอยู่ 1 เส้น ยังไม่ได้ของเลย

เรียนคุณ evolution ทราบว่ามีหัว-ท้าย C3 อยู่ สนใจจะขายไหมครับ ? มีคนอยากได้หลายคนครับ

ขอบคุณครับ

ยิ้มละไม
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...

ออฟไลน์ evolution

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2009, 04:59:40 AM »

เรียนคุณ evolution ทราบว่ามีหัว-ท้าย C3 อยู่ สนใจจะขายไหมครับ ? มีคนอยากได้หลายคนครับ

ขอบคุณครับ

ยิ้มละไม

ป่าวขายครับ......จา...ซื้อสายไฟเอซี C3-XOTIQ  มาใช้ครับ....
ยังอยู่ม่ค่อยติดกับที่ เดินทางบ่อยคร้าบ... เดี๋ยวจะหามาใช้ครับ


ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ Mr.Big

  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,754
  • Total likes: 0
Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2009, 07:05:32 AM »
สายไฟเส้นนี้ใช้กับอุปกรณ์ใดคุ้มค่าที่สุดครับ

เดาว่าน่าจะเป็น Amp

ออฟไลน์ Supot B

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2009, 07:37:10 AM »
" สายไฟเส้นนี้ใช้กับอุปกรณ์ใดคุ้มค่าที่สุดครับ "   ใช้กับ Amp ครับ

จากการที่คุณ J.Theerawat ได้นำสายไฟเส้นที่2ที่ขายจริง เอามาให้ผมลองช่วงสั่นๆแค่1อาทิตย์ ผมได้มาลองต่อจาก PowerAmp แค่เปิดฟังครั้งแรกนี่เวทีเสียงกินสายตัวเก่งที่ Hot ในเวปนี้เลยครับ ทั้งด้านกว้างด้านลึก แต่เสียงจะออกนุ่มไปสักหน่อยสำหรับชุดของผม อาจเป็นเพราะสายยังไม่พ้น Burn ก็ได้ ผมว่าสายเส้นนี้เหมาะกับชุดฟังเพลงมากกว่าชุด Home  ต้องขอบคุณ คุณ J.Theerawat ที่ได้นำสายเส้นนี้มาให้ลอง รวมทั้งได้แนะนำเรื่องต่างในการปรับปรุง System ของผม
- Luxkit A3000 Mono Block
-CD Sony CDP-R3
-Turntable Pioneer PL 50Lii
-ลำโพง Altec A7


ออฟไลน์ mimic522

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2009, 07:55:53 AM »
น่าสนใจมากครับ ไว้ต้องหาโอกาส ลองบ้างแล้วค้าบ มีเพื่อนๆ เอามาใช้บอกว่าดีมาก ดีกว่าสายไฟราคาแพงๆๆๆ กว่าสองสามเท่าสบายๆครับ

ออฟไลน์ ยิ้มละไม

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: 24 ตุลาคม, 2009, 12:17:34 PM »
ตอนนี้ได้ สายไฟ XOTIQ มาแล้ว  :yahoo พร้อมกับเอา หัว - ท้าย C 3 ใส่มาเรียบร้อย เดี๋ยวจะลองเอาไปใช้ดู แล้วจะมารายงานผลให้ทราบ เห็นคนทำ ( คุณเจมส์ ) บอกว่า เหลืออยู่ประมาณแค่ 20 เส้นเท่านั้น ( จาก 80 เส้น ) และมีจองเข้ามาเรื่อย ๆ ตอนไปเอาสาย เห็นมีคนเอาหัว OYAIDE รุ่น F1 M1 มาเข้าหัวด้วย เสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสลองทดสอบว่า หัว F1 M1 เสียงเป็นอย่างไร

ออฟไลน์ ยิ้มละไม

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: 25 ตุลาคม, 2009, 06:58:28 PM »
วันนี้พึ่งได้ข้อมูลใหม่ สายไฟ XOTIQ ต้องใช้กับระบบที่มี Ground เท่านั้น จึงจะให้คุณภาพดีที่สุด และมีความปลอดภัยกับระบบที่ใช้อยู่ ตอนนี้เลยต้องเก็บสายไว้ก่อน เสียดายอย่างแรง  :cry2

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: 25 ตุลาคม, 2009, 08:21:28 PM »
วันนี้พึ่งได้ข้อมูลใหม่ สายไฟ XOTIQ ต้องใช้กับระบบที่มี Ground เท่านั้น จึงจะให้คุณภาพดีที่สุด และมีความปลอดภัยกับระบบที่ใช้อยู่ ตอนนี้เลยต้องเก็บสายไว้ก่อน เสียดายอย่างแรง  :cry2

นับว่าเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคมาก    ขอขอบคุณมากๆครับที่นำมาบอกกล่าว

ออฟไลน์ batman

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2009, 01:22:34 PM »
ช่วงวันปิยมหาราช ผมได้ฤกษ์ยก AVR ลงมาจากชั้นบนลงมาข้างล่างที่วาง C3RED อยู่ คือ AVR ของผมจะมีเสียงฮัมออกมาจากทุก channel ตอนเปิดเครื่องใหม่ ๆ จะฮัมดังมาก พอเครื่องร้อนหน่อยจะดังน้อยลง หนัก ๆ เข้าตอนหลังนี่เปิดสักครู่เดียวแอมป์ก็ตัดการทำงาน เป็นมา 3 ครั้งก็ทนไม่ไหวต้องยกลงมา กะว่าจะยกไปให้ตัวแทนฯ ตรวจ แต่ตอนนี้งานมันยุ่ง ๆ ก็เลยพักไว้ก่อน ยกลงมาวางไว้ข้าง ๆ C3 RED

เสียบสายไฟเอซีสีฟ้าที่ใช้กับซีดีเข้ากับ AVR แล้วลองเปิดฟังแบบสองแชนแนลดู   เปิดเป็นชั่วโมง ๆ ก็ไม่เป็นไร เลยสงสัยว่าสายลำโพงพวก center หรือ surround มันอาจแตะกันก็ได้   ส่วนเสียงฮัมก็เบาลง เลยสงสัยอีกว่าเป็นที่ภาคขยาย surround อาจรวนก็ได้   เหลือบไปเห็น C3 RED ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าน่าจะลองเอาสาย Xotiq มาต่อกับ AVR

พอเปิด AVR ดู เอ๊ะ มันแปลกไป เสียงฮัมไม่ได้ยินเลย คือมันหายไปเลย ผมเอาหูไปแนบกับลำโพงเลยก็ไม่ได้ยิน ในขณะที่กับสายไฟเอซีอีกเส้นที่ว่านั้นยังมีเสียงฮัมเบา ๆ ออกมาอยู่บ้าง   เลยชักอยากรู้ เลือกเอาแผ่นซีดีที่คุ้น ๆ หูมาเปิด โดยสลับสายเอซีไปมา   รายละเอียดของเสียงมันต่างกันมากครับ   Xotiq กินขาด อีกเส้นไม่มีทางสู้ แต่พอมานึกถึงราคาก็ต่างกันมาก สายไฟเดิมราคาลดแล้วเมตรละ 720 บาท หากนับความยาวสองเมตรก็พันสี่   ส่วน Xotiq ยาวเท่ากัน หมื่นสี่ ต่างกันสิบเท่า (ผมได้ราคานี้จากการที่ผมซื้อแอมป์ C3 RED มาก่อน ถือเป็น service อย่างหนึ่ง)  ไม่นับหัวซึ่งก็ต่างกันอีก ผมเอา FIM 303/302 ใส่ Xotiq ในขณะที่อีกเส้นผมใส่หัว Arrow Hart ท้าย Furutech FI-15 แต่ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่สาย ไม่ใช่หัวท้าย   อย่างไรก็ดี ผมว่าราคาที่ต่างกันระหว่างพันสี่กับหมื่นสี่ ถ้ามันได้อย่างนี้ก็น่าจะคุ้ม

ผมลองอีก เอาสายไฟตัวถูกใส่ AVR ซึ่งมีกำลังขับ 130x2 RMS มาเทียบกับ C3RED fully-upgraded กำลัง 75x2 RMS ใส่สาย Xotiq   ปรากฏว่าเสียง C3RED ทั้งหนักแน่นกว่าและรายละเอียดดีกว่ามาก ทั้ง ๆ ที่ AVR ของผมนี่เป็นแอมป์สัญชาติอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องกำลังสำรอง   ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของทั้งสายไฟเอซีและฟิวส์เอซี/ดีซีที่ผมใช้กับ C3 RED ด้วย นอกจากตัว C3RED เองแล้ว

ถึงตอนนี้ก็นึกไปถึง review สายไฟ Xotiq ที่ ดร.ชุมพลฯ รายงานไว้ในหนังสือออดิโอฟิลฉบับล่าสุด (กันยายน 2552) ที่ท่านบอกว่าใช้ Xotiq ปราบเสียงฮัมของเพาเวอร์แอมป์ ADCOM ซึ่งช่างละม้ายกับเรื่องของผมมาก   ท่านชุมพลบอกว่า ต้องเอาสาย Xotiq ไปเทียบกับสายไฟระดับสี่หมื่นอัพถึงจะสูสีกัน   แต่ประเด็นนี้ผมก็ไม่แน่ใจครับ แค่หมื่นสี่อย่าง Xotiq นี่ผมก็ไส้แห้งแล้ว ไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้สายไฟเส้นละสี่หมื่น ก็เลยไม่มีโอกาสได้ลอง   พอดีได้สนทนากับคุณยิ้มละไม ท่านบอกว่าสาย Xotiq เหลืออยู่ไม่ถึง 20 เส้นแล้ว   ผมก็ตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาคุณเจมส์ ซึ่งก็คงเดากันออกว่าผมจะคุยเรื่องอะไร

“คุณเจมส์ครับ สาย Xotiq ยังเหลืออยู่อีกหรือเปล่า ?”

หมายเหตุ   วันที่ไปสั่งสาย ผมไปพบคุณเจมส์ ได้สนทนากันกว่า  3 ชั่วโมง ซึ่งน่าสนใจมาก แต่ผมคงจะไม่ถ่ายทอดในเว็บเพราะมันจะยาวมาก   จากนั้นผมเอาหัว Oyaide รุ่น P004/C004 มาใส่ Xotiq เส้นใหม่ที่ผ่านการทำ spa (ปรับสภาพสนามแม่เหล็ก) พร้อมกับเส้นเดิมที่ผมมีอยู่   ลองฟังเมื่อวานนี้เองครับ ผลลัพธ์? ไม่ต้องรอ burn ครับ ผมอึ้งไปเลย ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากหัวท้ายอย่างเดียวหรือจากการทำสปาด้วย   แต่ที่แน่ ๆ คือ เหมือนไม่ได้ฟังแผ่นเดิม (อีกแล้ว) เอาเป็นว่าผมจะลองฟังแบบซีเรียส แล้วมาเล่าสู่กันฟังในภาคต่อไป

ออฟไลน์ ยิ้มละไม

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2009, 08:35:19 PM »
[ ไม่ต้องรอ burn ครับ ผมอึ้งไปเลย ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากหัวท้ายอย่างเดียวหรือจากการทำสปาด้วย   แต่ที่แน่ ๆ คือ เหมือนไม่ได้ฟังแผ่นเดิม (อีกแล้ว) เอาเป็นว่าผมจะลองฟังแบบซีเรียส แล้วมาเล่าสู่กันฟังในภาคต่อไป ]

ผม burn ไป 6 ชั่วโมงกว่า ๆ ต่อเนื่อง แล้วเอาออก ใส่สายไฟ AC เส้นเดิมลงไป มันฟังไม่เพราะเหมือนเดิมอีกแล้ว   :cry2  คิดถึง XOTIQ เลยหละ

ออฟไลน์ ยิ้มละไม

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน, 2009, 05:31:29 PM »
ตอนนี้ช่างมาทำสายดินให้แล้ว ไว้กลับจากหลวงพระบางจะฟังให้้เต็มที่หน่อย และเนื่องจากลัวไม่มีของ จึงขอสั่งจองไปอีก 1 เส้น ต้องรอรอบสอง ประมาณเดือนมกราคม

วันนี้ ที่หลวงพระบางอากาศดี ฝรั่งเพียบ ร้านอาหารเพียบ CD + DVD แผ่นแม่สาย แพงกว่าบ้านเราอีก และแพงกว่าเวียงจันทร์

เมื่อวานอยู่เชียงราย ไปซื้อ CD มา มีลดราคาแผ่นละ 5 บาทบ้าง บางร้านก็ 40 บาท มาตรฐาน 

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน, 2009, 10:15:20 PM »
ขอให้เที่ยวให้สนุกนะครับ   และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ     :bye1
ขอบคุณที่เข้ามาโพสต์เรื่อยๆ  ไม่ทำให้กระทู้นี้ตกไป   ผมก็ติดตามผลอยู่ตลอดครับ

ล่าสุด ได้พบ​​ อ.ไมตรีที่งานแสดงเครื่องเสียง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา   ได้ลองสอบถาม
เกี่ยวกับสายไฟ XOTIQ  เมื่อเทียบกับ สายไฟสีส้มของ CHORD 
อ.ไมตรีบอกว่าได้คืนสาย  XOTIQ ไปแล้ว   และว่าคงอาจเพราะยังเบริ์นไม่ครบเวลา   ทำให้เสียงยังมีบางส่วนที่ยังไม่ถูกใจอยู่
ส่วนสาย CHORD สีส้ม ยังถือว่าเป็นสายที่ให้น้ำเสียงได้ดีมากๆอยู่    :clap
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ธันวาคม, 2009, 02:18:10 PM โดย zax »

ออฟไลน์ ยิ้มละไม

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: 06 พฤศจิกายน, 2009, 10:09:05 PM »
เรียน  คุณ ZAX

ขอบคุณครับ  วันนี้เกือบจะไม่ได้กลับมาเมืองไทย จองเที่ยวบินไว้ เครื่องออกเวลา 14.20 น. ไปถึง 13. น.เศษ ๆ นิด ๆ ถามที่ Check in ทางสายการบินลาวบอก เครื่อง 14.20 น. ออกไปแล้ว งง ไหม เป็นไปได้อย่างไร ตั๋วบอก ออก 14.20 น. แต่เครื่องนี้บินไปแล้ว เลยโวย (( เล็กน้อย ก็ได้กลับเป็นเที่ยว 17.50 น. แทน สาเหตุที่เครื่องออกก่อนเวลา เนื่องจาก มีการยุบเที่ยวบิน 2 เที่ยว เหลือ 1 เที่ยว เที่ยว 14.20 น. ให้ออกเป็น 13.00 น. แทน แล้วลาวก็แจ้งว่า สายการบินลาว ต้องมาก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เผื่อว่าจะมีการยุบเที่ยวบิน งานนี้เลยเข็ดครับ  :nono  ไม่เอาแล้วสายการบินนี้

สำหรับอุปกรณ์ C 3 ทั้งหลาย BURN IN นานมาก ๆ อย่างน้อยก็ต้อง 200 ขั่วโมงขึ้นไป ตอนนี้ก็พยายามหาโอกาส BURN C3 RED อยู่ ได้มาประมาณ 135 ชั่วโมงแล้ว เสียงถูกใจมาก ส่วนสายไฟ ก็ต้องหาจังหวะ BURN เหมือนกัน

ผมเองก็ได้ติดตามอ่านทุกกระทู้ที่นี่เกือบทุกกระทู้ ถ้าสนใจหรือพอจะเป็นประโยชน์บ้างก็พยายาม POST บ้างครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ออฟไลน์ batman

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: 03 ธันวาคม, 2009, 11:22:12 PM »
พอดีช่วงนี้พอจะว่างจากงานที่เคลียร์ไปพอสมควรแล้ว   ไปเจอกระทู้ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ในเว็บหนึ่งที่แปลว่างานอดิเรกสุดสัปดาห์อะไรทำนองนั้น   อันที่จริงก็เห็นมาพักหนึ่งแล้วแต่ผมไม่ว่าง   ผมขออนุญาตกล่าวพาดพิงถึงกระทู้นี้หน่อยครับ  (เฉพาะเนื้อหา) เพราะเขาทำ link มากระทู้ในเว็บ htg2 นี้เลย

(ไม่ได้กะจะ up หรือขุดกระทู้ Xotiq นี้ขึ้นมาดอกครับ   แต่ลองอ่านดูครับ เสร็จแล้วผมจะชี้ให้เห็นอะไรบางอย่าง)

รบกวนครับคุณ ....... เรื่องเร่งอีเลคตรอนครับ
(จริง ๆ แล้วในภาษาไทยต้องสะกดว่า “อิเล็กตรอน” : Batman)

อาทิตย์ 11/10/2552
เวลา 16:43

คือจริงแล้วอยากได้อีเมล์ด้วยครับถ้าจะกรุณา
คำถามครับ คือ
1.อยากทราบว่าอีเลคตรอนมีอะไรไปผลักหรือเร่งได้มั้ยครับ?
2.คือผมเห็นมีบทความลงโฆษณาเรื่องสายไฟ AC ใช้กับเครื่องเสียงบ้านลงไว้ว่าสามารถเร่งอีเลคตรอนได้ครับ?

คำตอบที่ 1
มีอะไรก็ถามบนเว็บนี่แหละครับไม่จำเป็นต้องใช้เมล์

การเร่งหรือผลักอีเล็คตรอนทำได้จากสนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้า ตัวอย่างเห็นกันทุกวันคือจอภาพโทรทัศน์นี่แหละครับ มันเร่งและผลักอีเล็คตรอนให้วิ่งไปกระทบจอภาพให้เกิดแสงตามจุดต่างๆบนจอภาพเป็นล้านๆครั้งต่อวินาทีจนเกิดเป็นจุดเล็กๆสว่างรวมกันเป็นภาพบนจอ

เครื่องเร่งอนุภาคหรือ Cyclotron Betatron Synchrotron ใช้เร่งอนุภาคที่มีกำลังสูงกว่าจอภาพโทรทัศน์เป็นล้านเท่า ใช้เร่งอนุภาคโปรตอนหรืออีเล็คตรอน

ในวงการเครื่องเสียงมีอะไรแปลก ๆ มาขายมากมายนานแล้วครับ สมัยยังใช้แผ่นไวนิลก็มีทิบโทวางแท่นมาขาย สมัยหนึ่งมีแผ่น CD เขียนเพลงแล้วเสียงดีขึ้น สายสัญญาณเทพเมตรละหลายพัน   สาย AC เทพใช้แล้วเสียงอิ่มขึ้น ฯลฯ

ตามปกติอีเล็คตรอนมันวิ่งในสายไฟ   คนเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าจะรู้ว่ามีตัวคูณความเร็วอยู่ แต่สายมันไม่ได้เร่งให้เร็วขึ้นหรือช้าลงแล้วเสียงมันดีขึ้นหรอกครับ สายไฟฟ้ามันวิ่งมาเป็นร้อย ๆ กิโลเมตรจากโรงไฟฟ้าแล้วสายแค่เมตรกว่า ๆ จากปลั๊กไฟมาเครื่องเสียงมันทำให้เสียงดีขึ้นผมไม่เคยเชื่อมันเลย ดีเลย์ไทม์และสลูเรทของเซมิคอนดักเตอร์ในวงจรเครื่องเสียงมันทำให้สัญญาณช้าลงเท่าไรทำไมไม่คิดกันเลย แค่เฟสเลื่อนในพาสซีฟครอสโอเวอร์ของลำโพงมันก็เท่าไรแล้ว

เอาเงินไปซื้อ cap ดีๆเปลี่ยนในวงจร ไปซื้อตัวถอดรหัสดี ๆ ซื้อปรีแอมป์สะอาด ๆ มาใช้ หาแอมป์ที่มีความเป็นลิเนียร์สูง หาลำโพงเสียงเที่ยงตรง เสียงยังดีกว่าไปเสียเงินกับสิ่งไร้สาระพวกนี้ครับ

คำตอบที่ 2
เห็นมีลงโฆษณาและทดสอบครับสายที่มีตัวเร่งอีเลคตรอนครับผมกำลังจะนำรายละเอียดบางส่วนมาลงที่นี่ครับ เพื่อเป็นความรู้ครับอ่านแล้วงงครับเรื่องสาย AC ไฟเครื่องเสียงเร่งอีเลคตรอนได้นี่ครับ

คำตอบที่ 3
งง สงสัยอะไรมาสอบถามที่นี่ได้ครับ
คนไม่รู้ (อย่างผมเป็นต้น  ) ก็พลอยได้ประโยชน์จากการถาม-ตอบ ณ บอร์ดนี้ด้วยครับ

คำตอบที่ 4
แต่งชุด power supply ให้คงที่ ใส่ Low, mid, Hi Filter ทำตู้สูตรลดเสียงสะท้อน เลือกภาค Drive ที่รองรับ 20Hz - 20kHz สายทั่วๆ ไป ก็พอครับ ที่เหลือก็เลือกเพลงที่ Mix มาดีๆ มาโชว์ เพราะเพลงที่ Mix ไม่ดีทำให้เครื่องราคาล้านกว่าขายไม่ออก

คำตอบที่ 5
แนวคิดในการออกแบบและผลิตสายไฟ Xotiq
สายไฟ Xotiq ใช้แนวคิดในการเร่งอิเล็กตรอนเป็นหลักการสำคัญ ระบบการเร่งอิเล็กตรอนจัดว่าเป็นสิ่งใหม่ในวงการเครื่องเสียง………………………….

คัดมาจากในกระทู้ htg2.net ส่วนหนึ่ง
คำถามต่อคือเป็นไปได้มั้ยครับเรื่องนี้?

คำตอบที่ 6
หัวข้อที่มาครับ: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq อยู่ใน http://www.htg2.net/index.php?topic=53258.0 ครับ ข้อมูลครบถ้วนอยู่ในนั้นครับ
คำถามต่อคือเป็นไปได้มั้ยครับเรื่องว่ามีใครสามารถทำกล่องที่มีตัวเร่งอีเลคตรอนได้ในขนาดเล็กกว่าฝ่ามือแล้ว?   รบกวนขอความเห็นครับ

คำตอบที่ 7
นี่คือหน้าตาของสาย AC ที่มีตัวเร่งอีเลคตรอนซ่อนอยู่ในกล่องครับ ราคาเส้นละ17,000 บาทครับ

คำตอบที่ 8
สงสัย ผมต้องกลับไปเรียนวิชา Field & Wave ใหม่อีกรอบ

คำตอบที่ 9
อ่านแล้วรู้สึกผมโง่ถนัดใจ
ไปหลงเชื่ออยู่ตั้งนานว่าจะเร่งอีเล็กตรอนระดับเครื่องตั้งโต๊ะตามมหาวิทยาลัยต้องลงทุนมหาศาลระดับล้านเหรียญ ระดับใหญ่แบบ CERN ต้องเป็นหมื่นล้าน
เพิ่งรู้ว่าซื้อกล่องแค่หมื่นกว่าบาทก็เร่งอีเล็คตรอนได้ ผมนี่โง่จัง

คำตอบที่ 10
ป๊าด

ออฟไลน์ batman

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: 03 ธันวาคม, 2009, 11:31:15 PM »
เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมมีข้อสังเกตในคำถาม-คำตอบ 10 ข้อ ที่ยกมาให้ดูข้างต้นดังนี้

1. คิดว่าทั้งคนถาม-คนตอบ ไม่เคยได้ทดลองฟังสายไฟ Xotiq เลย ถ้าเคยฟังก็คงจะสามารถวิจารณ์ได้ว่าเสียงมันเป็นอย่างไร   ที่โลกมันวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะเราวิจารณ์โดยไม่ได้สัมผัสมาก่อน   แต่ถ้าท่านผู้ตอบเคยฟังแล้วก็อยากให้วิจารณ์หน่อยครับว่าเสียงมันเป็นอย่างไร ผมจะได้หายโง่บ้างเหมือนกัน

2. สังเกตได้ว่าคนที่ถามนั้นตัดตอนเฉพาะตอนท้าย (แนวคิดในการทำสายรุ่นนี้) และไม่ได้ยกเรื่องผลการฟังในตอนต้นของกระทู้ Xotiq กระทู้นี้มาพูดถึงเลย   นั่นคือดูในแง่ของหลักการอย่างเดียว และก็คงจะต้องการเช็คดูว่าคนตอบจะตอบอย่างไรโดยไม่มี bias จากผลการฟังด้วยอีกโสตหนึ่ง   ซึ่งคนตอบนี่ท่านก็คงมีความรู้ระดับไม่ธรรมดาแน่นอนครับ   อย่างน้อยวิศวกรไฟฟ้าก็ต้องรู้มากกว่าพวกเรียนสายศิลปะอย่างผมล่ะ   และท่านก็ไม่เชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังในวงการเครื่องเสียงเลย ไม่ว่าจะเป็นทิปโท ปากกาเขียนขอบแผ่นซีดี สายไฟเอซี สายสัญญาณเทพเมตรละหลายพัน นี่หากท่านทราบว่าสายบางรุ่นบางยี่ห้อราคาเมตรละแสนนี่ ไม่ทราบว่าท่านจะบอกว่าคนซื้อนอกจากรวยแล้วยังโง่และบ้าหรือเปล่าหนอ

3. ผมมีข้อสังเกตว่า คนที่ทำ DIY รื้อเครื่องออกมา modify หรือ tweak ได้ก็ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถมากอยู่แล้ว ทฤษฎีแน่น มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง   ผมมีเพื่อนรุ่นน้องที่เล่นแอมป์ C3 RED เหมือนผม บอกผมว่าเขามีญาติหรือเพื่อนเป็น DIY ต่อแอมป์หลอดหรือลำโพง โมเครื่องเองอยู่หลายคน แต่ละคนไม่เชื่อเรื่องคุณเจมส์นี่เลยแม้แต่คนเดียว   บางคนบอกว่าสงสัยว่าคุณเจมส์แกไปจ้างนักทดสอบเครื่องในนิตยสารมาเขียนเชียร์แหง ๆ แต่ที่แน่ ๆ ไม่ได้จ้างผมครับ ผมซื้อของ C3 ไม่เคยได้ kick back เลยแม้แต่สลึงเดียว   ได้ราคาเท่ากับผู้ซื้อท่านอื่นนั่นแหละ

4. คนถามตอนแรกก็ไม่แน่ใจในคำตอบ จนกระทั่งคนตอบต้องยกเรื่อง CERN มาถึงจะเอาอยู่   เลิกถามต่อ อิอิ       

ตอนนี้ ผมขออนุญาตแสดงทรรศนะบ้าง

1. เรื่องของเครื่องเสียงกับเครื่องดนตรีเป็นสิ่งที่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง   ผมเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์อยู่เหนือทฤษฏี   ถ้าผลมันออกมาดี มันจะสร้างมาอย่างไรก็เป็นเรื่องที่สำคัญรองลงมา   โดยเฉพาะเรื่องของ C3 นี่ ผมขออนุญาตใช้คำฝรั่งว่า เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ Deductive (จากเหตุไปหาผล) แต่เป็น Inductive (จากผลไปหาเหตุ) หรือ Substance over Form (เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ) คือคนจะสงสัยแน่นอนว่าถ้าการเร่งอิเล็กตรอนในระดับ home-use ทำได้จริง ทำไมฝรั่งถึงไม่เอามาใช้ก่อน อย่างเช่นเอามาทำสายไฟเอซี   กลายเป็นคนไทยคิดที่จะทำก่อนฝรั่ง   คือพูดกันตรง ๆ ก็คือถ้าไม่เชื่อ ก็ต้องบอกว่าคุณเจมส์นี่ต้องเป็นพวก 18 มงกุฎไปโน่นเลย   ขนาดรุ่นน้องที่เล่น C3 RED ตามผมที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้านี้ยังบอกผมเลยว่า รู้หรือเปล่าว่าสายไฟ LapKabel เมตรละเท่าไร ทำนองว่าเราโดนหลอกหรือเปล่า   ผมก็บอกว่ารู้   ก็นั่นน่ะสิครับ ทำกล่องอะไรสักอย่างขึ้นมาก็ไม่รู้ ไม่รู้ด้วยว่าข้างในมันมีอะไร เอามาติดกับสายไฟเยอรมันเมตรละร้อยกว่าบาท แล้วขายเกือบสองหมื่นเข้าไปโน่น

2. พูดกันตรง ๆ ว่า หากผมไม่ได้เล่นแอมป์ C3 RED มาก่อนจนเข้าใจเรื่องเสียงของมันดีแล้ว ต่อให้เจ้า Xotiq ราคาสองพันผมก็ไม่กล้าซื้อครับ ไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นจริงขึ้นมาได้   และหากมันฟังดีเหมือนดนตรีจริง มันจะเป็นทฤษฏีลวงโลกก็ช่างหัวมันปะไร

3. เรื่องเครื่องรางของขลังในวงการเครื่องเสียงมีมานานมากแล้วตั้งแต่ผมจำความได้   ถ้าตัวไหนมีผลมากจริง ฟังออกได้ง่าย ราคาพอเอื้อมถึง เข้าถึงผู้คนได้กว้างขวาง ตัวนั้นก็จะอยู่ยงคงกระพันในตลาดได้นานหน่อย   ใครที่ไม่เชื่อเรื่องนี้หรือฟังไม่ออกก็จะไม่เอาเลย และมักจะบอกด้วยว่าไอ้คนที่ฟังออก (หรืออ้างว่าฟังออก) มันไม่บ้าก็เมา หรืออุปาทาน หรือกลัวคนอื่นจะหาว่าไม่ใช่เซียนหรือ guru เลยต้องแสร้งฟังออก   ลองไปอ่านคำวิจารณ์หรือความเห็นที่มีต่อหนังสือ Complete Guide to Hi End Audio ของ Robert Harley ซึ่งเป็นบรรณาธิการของหนังสือ TAS ในเว็บอเมซอนดูก็ได้ครับ   หมอโดนด่าเละเลยว่า ไม่รู้เรื่องอิเล็กทรอนิกส์บ้างล่ะ เพี้ยนหนักขนาดฟังออกด้วยว่าสลับสายไฟเอซีสองขา (two prongs) แล้วเสียงต่างกันบ้างล่ะ ฯลฯ นี่ขนาดอีเป็นขาใหญ่ยังโดนไม่เลี้ยง   แต่คนที่ชื่นชมหนังสือเล่มนี้มีมากกว่าคนตำหนิติเตียนหลายเท่าครับ คำตอบหรือครับ ประสบการณ์อยู่เหนือทฤษฏีครับ   ผมเองก็ฟังไม่ค่อยออกครับ ไม่ว่าจะสลับสายไฟเอซี ใช้ทิปโท ฯลฯ ผมฟังไม่ออก แต่การที่ผมฟังไม่ออกก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะฟังไม่ออกเหมือนผม   และไม่ได้หมายความว่าคนฟังออกเขาจะบ้านี่ครับ   ถ้ามันผลิตมาขายได้อย่างต่อเนื่อง มีคนใช้เยอะแยะ หรือมีคนนำแนวคิดไปปฏิบัติแล้วเห็นผล แสดงว่าต้องมีคนฟังออก และถ้ามีคนฟังออกกันหลายคนทั่ว ๆ ไป แสดงว่ามันต้องมีวิธีฝึกฟัง   ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าคนที่บอกว่าเคยเห็นผีปิศาจหรือมนุษย์ต่างดาวมันจะบ้าหรืออยากดัง   ดูจากตรรกะแล้วก็เป็นไปได้นี่ครับ

4. วิธีเลือกอุปกรณ์ของผม ผมเทียบเคียงจากเครื่องดนตรีที่ผมเล่น (กีตาร์ steel-string, กีตาร์คลาสสิกหรือ nylon-string, เบสไฟฟ้า, กลองชุด, เปียโนไฟฟ้า) เสียดายที่เล่นพวกเครื่องเป่าไม่เป็น แต่ก็เคยฟังของจริงบ้าง   เคยคุยกับคุณเจมส์ แกเป็นนักดนตรีเก่าครับ แกบอกผมว่าที่เน้นที่สุดในการทำ C3 คือ timbre ซึ่งแสดงว่าแกเป็นคนที่เข้าใจดนตรีในระดับหนึ่ง

5. ตอนนี้ผมยังเบิร์นสาย Xotiq เส้นใหม่ที่เข้าหัว Oyaide ไม่เข้าที่   ผมก็เลยย้ายเส้นเดิมที่เข้าหัว FIM ไปลองเล่นกับแอมป์ตัวเก่า Audiolab 8000A ลำโพง Linn และดีวีดี Pioneer 533K ผ่านสายสัญญาณแดงดำโซนี่เส้นละสามร้อยบาท   ก็พบว่าได้ยินรายละเอียดมากกว่าสายไฟเอซีเส้นเดิมบวกกับสายสัญญาณชุดละหกพันบาทเยอะ   อย่างเช่นแผ่นดีวีดีสารคดีกึ่งดนตรีชุด Buana Vista Social Club ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักดนตรีระดับเพชรในตมของคิวบาที่ Ry Cooder นำมาเผยแพร่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเมื่อสิบปีก่อน ในช่วงที่นักเปียโนผู้เฒ่า Ruben Gonzales เล่นแกรนด์เปียโนยี่ห้อ Bosendorfer ในการแสดงสดที่กรุง Amsterdam และเล่นยี่ห้อ Steinway ในการแสดงที่ Carnegie Hall ในนครนิวยอร์ก สามารถฟังความแตกต่างของเสียงของเปียโนสองยี่ห้อนี้ได้อย่างชัดเจน   เสียงสไตน์เวย์มันจะออกเรียวเล็ก เสียงจิ๊กโก๋กว่าไม่ทุ้มใหญ่เหมือนพวกเปียโนยุโรป พวกนักเปียโน Jazz ถึงชอบไงล่ะครับ   แต่ก็มีนักเปียโนคลาสสิกผู้ยิ่งใหญ่คือ Vladimir Horowitz ใช้สไตน์เวย์ ซึ่งผมไม่เคยเห็นนักเปียโนคลาสสิกเขาใช้กัน ผมฟังเสียงแกรนด์ของสไตน์เวย์ครั้งแรกจากแผ่นที่ท่านผู้นี้เล่นในคอนเสิร์ตที่กรุงมอสโก   และบรรยากาศของการแสดงที่คาร์เนกี้ฮอลล์นั่นไม่ต้องฟัง Dolby 5.1 เลยครับ แค่สเตริโอก็ได้เสียงหลุดตู้ เสียงโอบล้อมเหมือนฟังหลายแชนแนล จริงอย่างที่อาจารย์ไมตรีบอกว่า ฟังดนตรีน่ะแค่สองแชนแนลก็เป็นไปได้แล้ว ไม่ต้องหลายแชนแนลก็ได้   นี่ขนาดซี้ซั้ววางเครื่องวางลำโพงโดยไม่เซ็ตอัพ ไม่มีห้องฟัง ไม่มีเครื่องเคียงตัวช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแค่เครื่องกรองไฟเอวีโซนต่อกับดีวีดีเท่านั้นเอง   อีกตอนหนึ่งก็คือนักกีตาร์ในวงนี้ที่เล่นกีตาร์อยู่บนทางรถไฟ ถึงแม้หันหลังให้กล้องก็ฟังออกทันทีว่าอีใช้กีตาร์คลาสสิก แต่ใส่สายเหล็ก เสียงมันต่างจากสายไนลอนครับ   ซึ่งที่เล่ามานี่เป็นผลของสายไฟแน่นอนครับ เพราะอุปกรณ์ตัวอื่นก็ระดับมิดเอนด์เท่านั้นเอง และผมฟังเครื่องเสียงชุดนี้อยู่หลายปี พอเปลี่ยนสายไฟแล้วทราบเลยว่าได้รายละเอียดมากกว่าเดิมจากแผ่นต่าง ๆ ที่ฟังอยู่ทุกวี่วัน

พล่ามมาเสียตั้งนาน   กำลังจะสรุปว่าไอ้กระผมน่ะไม่ได้ give a damn หรอกครับว่าใครจะคิดอย่างไร ใครใคร่เล่น-เล่น ใครใคร่ติ-ติ ใครใคร่ชม-ชม เพียงแต่เสียดายสำหรับคนที่ตัดตัวเลือกที่น่าพิจารณาออกไปอีกตัวหนึ่ง   เพราะคิดในเชิง deductive ไม่ใช่ inductive ด่วนสรุปทั้ง ๆ ที่ไม่เคยฟัง   ส่วนคุณเจมส์เขาก็ไม่ได้มีเวลามาเข้าเว็บหรอกครับ นี่ผมว่าถ้ามีโอกาสจะเอากระทู้ที่ paste มาข้างต้นไปให้แกอ่านดูเล่น ๆ ดูว่าจะมีมุกเด็ดอะไรมาแหกตาผมอีก ฮ่า

ออฟไลน์ zax

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: 04 ธันวาคม, 2009, 03:58:33 PM »
    ได้เคยโพสต์แสดงความคิดเห็นในเรื่องทำนองนี้มาแล้วในเว็ปนี้   ตอนนี้ขอแสดงความคิดเห็นในแง่มุมอื่นบ้างนะครับ    :secret

    ในพุทธธรมที่ถูกถ้วนแท้จริงได้มีการสอนถึง   สองธรรมแห่งการหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งของ "ความจริงกับปัญญา"   
เวลาจะวิเคราะห์เรื่องอะไรให้เข้าถึงความจริงแท้  หรือสิ่งที่พูดมานั้นว่า จะสามารถเชื่อถือได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด     ในเบื้องต้นจะต้องดูควบคู่กันไปทั้ง  "กฏ" (ทฤษฏี หลักฐาน เอกสารอ้างอิง ไม่ใช่คิดนึงเอาเอง)  และ "ลักษณะที่เป็นจริง"ที่แสดงออกมาในรูปของปรากฏการณ์ทั้งหลาย      นั่นคือจะต้องมีทั้งภาคทฤษฎีและภาคความเป็นจริงมารองรับสามารถอธิบายเรื่องนั้นๆได้            แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้สอนว่า จะต้องใช้ ปัญญาที่สามารถมองให้เห็นให้ทะลุถึง ลักษณะที่เป็นจริง ของปรากฏการณ์ทั้งหลาย    ก็จะสามารถมองเห็นและเข้าถึง จนจะสรุปออกมาได้เป็น  กฏหรือทฤษฎีที่ถูกต้องไม่ผิดพลาด   เป็นไปตามหลักธรรมะเรื่อง  "กฏทั้งหลาย ก็คือ ลักษณะที่เป็นจริงของชีวิต"      ในอีกความหมายหนึ่งก็คือให้ยึดภาคความเป็นจริงเป็นหลัก ซึ่งสำคัญกว่าภาคทฤษฎี    เพราะเป็นข้อพิสูจน์ด้านความเป็นจริง ซึ่งสำคัญกว่าข้อพิสูจน์ด้านทฤษฎี
    ยกตัวอย่างเช่น  เรื่อง ความเชื่อเดิมตามคำภีร์โบราณว่าโลกแบน แล้วต่อมาพิสูจน์ได้ว่าโลกกลม      เซอร์ไอแซก นิวตั้น  นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นแอปเปิล แล้วลูกแอปเปิลตกลงมา จากปรากฏการณ์นั้นก็สร้างเป็น ทฤษฎี กฏแรงดึงดูดหรือแรงโน้มถวงของโลกขึ้นมา    แต่ต่อมาก็พบว่ากฏนี้ใช้ได้กับในโลกนี้เท่านั้น  นั้นเป็นเพราะ ยังเป็นแค่ทฤษฎีหรือกฏเล็กๆอันหนึ่งในกฏมากมายที่มนุษย์ค้นพบ   ยังไม่ใช่กฎของของจักรวาลใหญ่ที่สามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆได้หมด ทั้งเรื่องชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตทั้งหลายในจักรวาลนี้  เช่นที่พระพุทธะทั้งหลายได้รู้แจ้งเรื่องเรื่ิองความจริงแท้  แล้วสอนออกมาในรูปของพุทธธรรมที่ยกมาข้างต้น
   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ธันวาคม, 2009, 10:29:12 PM โดย zax »

ออฟไลน์ ยิ้มละไม

Re: เมื่อแอมป์ C3 RED ทำงานพร้อมกับฟิวส์ AC/DC และสายไฟ Xotiq
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: 04 ธันวาคม, 2009, 09:34:47 PM »
ตอนที่ไปงานครบรอบ 10 ปี ได้คุยกับเพื่อน ๆ ใน WEB ท่านหนึ่ง เล่าประสบการณ์ที่น่าสนใจ เขาเล่าว่า เพื่อนของเขา ทดลองเปลี่ยนถ่าน Remote ใหม่ พบว่า ถ่าน remote ทำให้เสียงเปลี่ยนได้ ??? เขาจึงโทรบอกผม ( ที่เล่าให้ฟังในงาน 10 ปี )  ว่า แปลกใจที่เปลี่ยนถ่าน remote ทำให้เสียงเปลี่ยนได้ ผมก็หาว่าเขาบ้า คิดเอง เออ เอง เป็นไปได้อย่างไร ? เขาจึงลงทุนขับรถมารับผม และไปทดสอบกันในเรื่อง  เปลี่ยนถ่าน remote จะทำให้เสียงเปลี่ยนได้อย่างไร เมื่อได้ทดสอบเปลี่ยนถ่านและฟังดู ผมก็ยอมรับแล้วว่า เสียงเปลี่ยนไปจริง จากนั้นทั้ง 2 คนที่รับรู้แล้วว่า เปลี่ยนถ่าน remote ทำให้เสียงเปลี่ยนได้ ได้โทรไปหาเพื่อนอีกคนหนึ่ง เพื่อบอกว่า เปลี่ยนถ่าน remote แล้วเสียงเปลี่ยน เพื่อนคนนั้นก็หาว่าผม( ที่เล่าให้ฟังในงาน 10 ปี ) เป็นบ้าไปอีก 1 คน แต่ผมก็ขอยืนยันว่า เปลี่ยนถ่าน remote เสียงเปลี่ยน

สมัยก่อนนั้น เปลี่ยนสายไฟ มีผลต่อเสียง ฟังออก เขาหาว่าบ้า สมัยนี้สายไฟเส้นละกว่าแสน มีคนซื้อ

สมัยก่อน ไม่เคยเชื่อเรื่องปลั๊กไฟ เต้ารับ เปลี่ยนเต้ารับ เสียงเปลี่ยน มันบ้า ปัจจุบันนักเล่นยังหาโอกาสเปลี่ยนเต้ารับ ปลั๊กไฟให้ดีขึ้นเสมอ ปลั๊กไฟ เต้ารับ ตัวละหลายพันถึงหมื่น มีคนใช้

บางอย่างสิ่งที่เขาบอกว่า อาจจะขัดกับความรู้ของเราที่เราเคยมี เคยเข้าใจ ควรจะทำการศึกษาให้ถ่องแท้ก่อน หาโอกาสทดสอบให้แน่ใจ จึงค่อยเชื่อถือ นวัตกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเรายัีงอยู่ในกรอบเดิม ๆ