ผู้เขียน หัวข้อ: ชีวิตคือชีวิต  (อ่าน 18984 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ meine 69

  • ****
  • กระทู้: 318
  • เพศ: หญิง
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #120 เมื่อ: 30 มกราคม, 2010, 10:23:27 AM »

  ต้องขอโทคุณ 69 ที่ปล่อยให้ตามหา ฮ่าๆๆๆ  c)ไม่ได้หายไปใหน เพียงแต่หลบใจที่คอยว้าวุ่น ถึงคนอื่นเท่านั้นเอง ((

  แล้วคุณ 69 ล่ะ ชีวิตคือชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร

  จริงก้อแอบเหงาอยู่นะ

 เลยหลบไปจาก htg นี่แหละอิอิ ต่อแต่นี้จะพยายามมาไม่ให้หาย ปาย-หยาย-แย๊ว :wiggle

  ชีวิตช่วงนี้ก้อแกว่ง ๆ น่ะคะพี่ lonely สงสัยดวงจะชงกับพี่เสือค่ะ  N]

  จิตใจว้าวุ่น แต่ไม่มีที่ไหนให้หลบพักใจได้เลยค่ะ  :giveup

   กลับมาออนบ่อย ๆ นะคะ คิดถึง  :)

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #121 เมื่อ: 30 มกราคม, 2010, 11:35:07 AM »

  ต้องขอโทคุณ 69 ที่ปล่อยให้ตามหา ฮ่าๆๆๆ  c)ไม่ได้หายไปใหน เพียงแต่หลบใจที่คอยว้าวุ่น ถึงคนอื่นเท่านั้นเอง ((

  แล้วคุณ 69 ล่ะ ชีวิตคือชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร

  จริงก้อแอบเหงาอยู่นะ

 เลยหลบไปจาก htg นี่แหละอิอิ ต่อแต่นี้จะพยายามมาไม่ให้หาย ปาย-หยาย-แย๊ว :wiggle

  ชีวิตช่วงนี้ก้อแกว่ง ๆ น่ะคะพี่ lonely สงสัยดวงจะชงกับพี่เสือค่ะ  N]

  จิตใจว้าวุ่น แต่ไม่มีที่ไหนให้หลบพักใจได้เลยค่ะ  :giveup

   กลับมาออนบ่อย ๆ นะคะ คิดถึง  :)
ปีเสือปีนี้ดุน่าดูเลย คนรู้สึกไม่ดีกันเยอะ
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ
ตนเท่านั้น ที่เป็นที่พึ่งแห่งตนที่ดีที่สุด  K)

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #122 เมื่อ: 30 มกราคม, 2010, 12:20:28 PM »


 เฮ้อ...ทำไงดีนะ :'(

   ปีนี้ครายๆ ก้อบอก ดุ เราเชื่อว่าทุกปีมีทั้งดีและไม่ดี

   ขึ้นอยู่กับตัวเราว่า เราจะคิด บวก หรือเปล่า ใช่มั๊ยคุณ gai

  l ส่วนเรา ปีใหนๆ ใจก้อเหมือนเดิม กายมีแต่เสื่อมลง แต่ความคิดนี่ซิ...ไปเรื่อยเลย :bye1
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มกราคม, 2010, 01:06:55 PM โดย lonely »

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #123 เมื่อ: 31 มกราคม, 2010, 12:24:36 AM »


 เฮ้อ...ทำไงดีนะ :'(

   ปีนี้ครายๆ ก้อบอก ดุ เราเชื่อว่าทุกปีมีทั้งดีและไม่ดี

   ขึ้นอยู่กับตัวเราว่า เราจะคิด บวก หรือเปล่า ใช่มั๊ยคุณ gai

  l ส่วนเรา ปีใหนๆ ใจก้อเหมือนเดิม กายมีแต่เสื่อมลง แต่ความคิดนี่ซิ...ไปเรื่อยเลย :bye1
แบบนี้ น่าจะจิดเป็น จิตวิทยาหมู่ (mob psychology)  โดยมีการชักนำโดยคนที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสาธารณะ (หมอดูชื่อดัง)  ซึ่งถ้าพิจารณาดีๆ อย่างที่คุณ lonely ว่า ในความเป็นจริง มันก็มีทั้งดีและไม่ดีอยู่ตลอดเวลา
การคิดบวกเป็นการแก้ที่ดีจริงๆ อย่างที่คุณ lonely ว่าเลยครับ  ยิ่งถ้าคิดบวกสวนกระแสได้ ก็มีโอกาสจะมองเห็นโอกาสในวิกฤตได้ง่ายขึ้น

กายเสื่อมเป็นไปตามสังขารที่ไม่เที่ยง  ไม่มีวิถีทางไหนที่หยุดมันได้  คุณ lonely เข้าใจได้ดี ก็น่าจะเข้าถึงใจของตนเอง แยกแยะความจริงกับความเพ้อฝันออกจากกันได้ ความคิดถึงได้เจริญงอกงามไปเรื่อย  เยี่ยมมากเลยครับ  O0

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #124 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์, 2010, 05:41:20 PM »

  ไม่หรอก ถ้าเราคิดได้บวก อย่างที่คุณ gai บอกนะ ป่านนี้ไม่ต้องมานั่งเป็นทุกข์ แบบนี้หรอก ค่ะ

  เพราะเรา ไม่ยอมปล่อยวาง ในบางเรื่อง กับ จมปลัก กับความคิดเดิมๆ

  ประมาณว่า   ...รักไม่ยอมเปลื่ยนแปลง น่ะ....ฮ่าๆๆๆ

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #125 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2010, 11:18:14 AM »


    ;Dขอบคุณคุณปลัดที่ทำให้เช้านี้ได้หัวเราะ เอิ๊ก เอิ๊ก

    คิดว่าคุณปลัด มัวแต่ไปนั่งฟังธรรม ซะแล้ว

  ถามจริง ถามท่านแบบนั้น อีหลีอ่ะ :victory

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #126 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2010, 11:24:55 AM »
ผมเคยไปฟังธรรมจากพระวัดป่าแห่งหนึ่ง ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าอาวาส
ท่านพูดถึงการปฏืบัติธรรม การทำจิตให้ว่าง การละกิเลสในขั้นต่างๆ เหมือนในหนังสือ.....
ท่านพูดอยู่นาน พอท่านพูดจบ ผมถามท่านว่า "ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ ท่านทำได้ใหมครับ".....
เท่านั้นละ กระโดดหนีเกือบไม่ทัน ถึงได้รู้ว่าท่านเหมือนกับหลายๆคนที่เป็นนักอ่าน นักคิด แต่ไม่เคยปฏิบัติ.....
ชอบสอน...เอ่าความรู้จากหนังสือมาสอน ...ใส่ความคิดตัวเองลงไปด้วย ไม่ใช่จากประสบการณ์ สอนไปก็คงไม่มีใครไปนิพพานได้หรอกครับ
มีแต่จะพากันลงนรก..... :nono :nono :nono

 
 

นั่นแหละครับ ปัญหาของสังคมเราทุกวันนี้  ชอบอ่าน ชอบสอน แต่ไม่ชอบคิด ไม่ชอบทำ
ผมเจอมากระทั่งว่า เรียนมา ทำงานแล้ว แต่พอเราซักไป กลับตอบเราไม่ได้ ไปๆ มาๆ เราไม่ได้เรียนมา แต่กลับต้องมาสอนเค้าซะอีก
ผมเคยเขียนบอกแล้วว่า ผมไม่เคยบวชเรียน และก็ไม่สนับสนุนแล้วกระทั่งลูกให้บวชตามธรรมเนียมด้วย 
ลูกอยากบวช ผมก็กำชับว่า บวชต้องมีจุดประสงค์ บวชต้องเพื่อเรียนรู้จริง
ส่วนตัวผมเองชอบอ่าน ชอบคิด เลยมีอะไรแปลกๆ  มาเขียนเล่น  2f  2f  2f

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #127 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2010, 05:40:42 PM »

   นับถือเลยอ่ะ คุณ gai มีความคิดและแง่มุมที่ดี เราเอง ยังได้ข้อคิดหลายๆอย่างจากคุณ gai

  ตอนนี้ อยากให้ใจตัวเองสงบ แต่อย่าบอกให้นั่งสมาธิ อย่าบอกให้สวดมนต์ ทาม-ม่าย-ด้าย

        ขอคำจำกัดความว่า   อยู่อย่างสงบไม่เป็นทุกข์เพราะคนอื่น

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #128 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2010, 06:07:56 PM »

   นับถือเลยอ่ะ คุณ gai มีความคิดและแง่มุมที่ดี เราเอง ยังได้ข้อคิดหลายๆอย่างจากคุณ gai

  ตอนนี้ อยากให้ใจตัวเองสงบ แต่อย่าบอกให้นั่งสมาธิ อย่าบอกให้สวดมนต์ ทาม-ม่าย-ด้าย

        ขอคำจำกัดความว่า   อยู่อย่างสงบไม่เป็นทุกข์เพราะคนอื่น
การนั่งสมาธิ การสวดมนต์เป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้ใจสงบ แต่ว่าเป็นแค่ขั้นแรกเท่านั้น 
ขั้นต่อไปนั้นสำคัญกว่า คือเมื่อสงบแล้วใช้ ปัญญาพิจารณาดูเหตุและผลแห่งทุกข์นั้น
ซึ่งก็มีการสรุปเป็นแนวทางอยู่แล้ว คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
อันที่จริง ถ้าเราฝึกการใช้ปัญญา จนเป็นนิสัย  ผมว่าการถือคืล และการนั่งสมาธิ นั้นก็อาจจะไม่จำเป็น
แนวทางของพุทธที่ผมยึดคือการเข้าใจเหตุแห่งทุกข์ และการตอสนองของจิตต่อเหตุเหล่านั้น  รู้เท่าทันมัน แล้วก็ควบคุมมัน
อย่าเข้าข้างตนเอง  อย่าใช้ 2 มาตราฐาน  ;D  เราคิดต่อผู้อื่นอย่างไร ก็คิดกับตนเองอย่างนั้น เราก็จะเข้าใจตนเอง
จากนั้น ก็ปลงครับ รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ทำได้แค่ไหน  ก็พอใจในสิ่งที่มีอยู่เท่านั้น  ใจก็น่าจะเป็นสุขครับ
เอ คิดไปเขียนไป ชักเริ่มงงเอง  2f  2f  2f

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #129 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์, 2010, 09:25:57 AM »
ที่คุณ gai ว่า การถือคืล และการนั่งสมาธิ นั้นก็อาจจะไม่จำเป็น

ผมกลับเห็นว่าจำเป็น เพราะการไม่เบียดเบียน ก็คือ "ศีล"
การทำสมาธิ จะทำให้ใจเราสงบเป็นหนึ่งเดียว 
ไม่ลำเอียง ไม่แบ่งเป็น 2 มาตรฐาน แบบที่คุณ gai ว่า
เพราะฉะนั้น ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการกระทำใดๆ
ก็จะบริสุทธิไม่มีอคติไปด้วย มันเป็นพื้นฐานของกับและกัน
...[color=yellow]เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ[/color]...

ใช่ครับ จำเป็นสำหรับคนทั่วไปที่ไม่สามารถควบคุมจิตของตนได้
แต่ที่ผมเขียน ก็เพราะผมเห็นคนที่สามารถควบคุมจิตของตนได้โดยแนวทางอื่นที่ไม่ใช่การถือศีล และนั่งสมาธิ
ผมเขียนเพื่อชักนำให้คิดนอกกรอบครับผม

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #130 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์, 2010, 09:19:04 AM »
มีเหรอครับ "คนที่ควบคุมจิตของตนเองได้" ถ้ายังไม่ใช่พระอริยะบุคคล
หรืออาจเป็นแนวทางของศาสนาหรือลัทธิอื่น เพราะในศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนเอาไว้
ผมคงเชื่อแต่คำสอนของ "พระพุทธเจ้า" เท่านั้น ผมไม่อาจบัญญัติคำสอนของตนเอง
เพราะผมคงไม่เก่งกว่าพระพุทธเจ้าไปได้ และสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ ผมก็สามารถปฏิบัติตามได้
ว่าแต่ว่า สิ่งที่คุณ gai เคยเห็นมา คุณ gai สามารถปฏิบัติตามได้ไหมครับ หรือว่าเป็นความสามารถเฉพาะบุคล
ห้ามลอกเลียนแบบ???
ที่ผมพูดถึงนั้น ผมได้อ่านและศึกษาครับ พิจารณาจากแนวทางอื่นที่ไม่ใช่พุทธที่เรารู้จักเพียงอย่างเดียวครับ  พุทธเองก็ยังมีอีกหลายแนว ของเราเป็น หินยานที่ยึดการถือศีล แต่วชิรญาณ มหาญาณ เซ็น ฯลฯ มีแนวทางที่แตกต่างจากเรา  แม้แต่ศาสนาอื่น ไม่ว่าจะเป็นคริสต์สารพัดนิกาย มุสลิม เหล่านี้ ล้วนมีผู้สำเร็จญาณ โดยไม่ได้เดินตามทางพุทธเลย  หรือแม้แต่ในพุทธที่เรายึดถือ ถ้าคุณปลัดจะพินิจ พิจารณาให้ดี ออกนอกกรอบที่ตีไว้ จะเห็นว่า พระพุทธเจ้าเราเองก่อนจะบรรลุขั้นสุดยอด ก็ได้บรรลุในชั้นต้นๆ ตั้งแต่ยังไม่เป็นมนุษย์ (พระพุทธโคดม มีกำเนิดจากโค ตามความเชื่อของพุทธ)  แม้แต่ในพระไตรปิฏก ก็มีการเอ่ยถึงการยึดถือศีลแล้วไม่บรรลุของพระอริยะที่ได้ชื่อว่า มีความจำเป็นเลิศแม่นยำในศีลทุกข้อ คือ พระอานนท์  สุดท้ายท่านสำเร็จอรหันต์ตอนที่หมดความอดทน เลิกยึดติดศีล ใช่มั้ยครับ
คำสอนของพระพุทธเจ้าเอง ที่เรารู้จักนี้ ก็เป็นคำสอนที่ถูกเรียบเรียงขึ้นครับ  พระไตรปัฏกฉบับที่เรายึดติดนั้น ถูกเขียนขึ้นหลายครั้ง จากผู้ที่มีความรู้แต่ยึดติดกับจารีตบางอย่างในหลายๆ สมัย บางเรื่องผมเองก็ไม่เข้าใจ และรับไม่ได้ อย่างการกดขี่ทางเพศที่มีปัญหาไปไม่นานนี้  ผมไม่เข้าใจว่าทำไม พุทธฯ บ้านเราถึงได้มีปัญหากับการบวชภิกษุณีนัก ถึงกับประกาศตัดขาดวัดที่รับฝรั่งเพศแม่มาบวช
ผมเองก็ไม่ได้บัญญติคำสอนเอง แต่อยากให้ท่านปลัดได้เปิดใจ อ่านหนังสือพุทธจากแหล่งอื่นบ้าง  ทูกสาขา ทุกนิกาย ก็รับมาจากพระพุทธเจ้าทั้งนั้นครับ แต่การตีแผ่ ขยายความ มันแตกต่างกันออกไป บางสาขาก็เพี้ยนไปมาก  ถ้าท่านปลัดพิจารณาดูให้ดี พุทธฯ ในบ้านเรา ส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) ไม่ใช่พุทธฯ ครับ เปลือกภายนอกเป็นพุทธ แต่ภายในเป็นพราหมณ์  เอาแค่การห้อยพระเครี่อง กราบพระพุทธรูป นี่ที่จริง ก็ไม่ใช่พุทธแล้วครับ

ผมเชื่อว่า ในจักรวาล ธรรมชาติ มีกฏแห่งความสมดุลย์ ที่จะรักษาองค์ประกอบของจักรวาลเอาไว้  กฏเกณฑ์เหล่านี้ ยากที่เราจะหยั่งถึง และมีความลึกลับมากมาย มีเหตุมีผลในทางของมัน ที่ความคิด ความรู้สึกของเราเองก็ไม่อาจจะเข้าใจได้  พระพุทธเจ้า ท่านพบทางสว่างที่นำไปสู่การหลุดพ้น กฏเกณฑ์เหล่านี้ ทางหนึ่ง และนำมาเผยแพร่  แต่ในความจริง ผมยังเชื่อว่า มีทางอื่นอีกหลายทางที่นำสู่การหลุดพ้นได้เช่นกัน เพราะมีพื้นฐานคล้ายกัน คือพบความจริงแห่งจักรวาล
ในสายทางวิทยาศาสตร์เอง นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนาใดๆ เลย แต่ท่านเหล่านี้ ก็สำเร็จในทางหนึ่ง ท่านเหล่านี้ถึงมีความสามารถพิเศษที่จะสร้าง ค้นคิดสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนอย่างเราทำไม่ได้  และก็มีหลายท่านที่พบว่า พุทธฯ เป็นศาสตร์ที่คล้องจองกับวิทยาศาสตร์  ขนาดไอน์สไตน์เอง ก็ยังยกย่องศาสนาพุทธ (แต่ไอน์สไตน์ก็ไม่ได้มาเข้าพุทธ)  และพุทธฯ ที่ไอน์สไตน์รู้จัก ผมก็เชี่อว่าไม่ใช่แนวทางหินยานของเราครับ  แต่น่าจะเป็นวชิรญาณ ที่แพร่หลายในโลกตะวันตกมากกว่า

ทั้งหมดนี่เป็นความคิดของผม ที่ประมวลจากการเห็นและอ่านมานะครับ  ไม่ใช่ว่าผมจะยกมาว่าแนวทางหรีอความเชี่อของผู้อื่นผิดนะครับ เพียงแค่อยากเปิดทางความคิดของผมให้ผู้อื่นลองพิจารณาดูเท่านั้นครับ

แนวทางหลักของผมคือพยายามทำตามคำสอน "อย่ายึดมั่น ถือมั่น" ให้มากที่สุด  ไม่ยึดติดแม้กระทั่ง ศีล ครับ  2f  2f  2f

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #131 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2010, 08:26:16 AM »
ความหมายของท่านปลัด ก็คือ มีแต่คนที่นับถือพุทธ เท่านั้นที่มีโอกาสหลุดพ้นวัฏสงสาร ถ้าโลกนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า สัตว์โลกทั้งหลาย -ไม่สิ ต้องมนุษย์เท่านั้น สัตว์นับถือศาสนาพุทธไม่ได้- ก็ไม่มีโอกาส  ใช่มั้ยครับ  แล้วคนที่นับถือพุทธ หลุดพันกันอย่างไร มากน้อยแค่ไหน อะไรคือ วัฏสงสาร อะไรคือนิพพาน ในความเห็นของคุณปลัดครับ

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #132 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2010, 04:18:17 PM »
อริยะสัจ 4 คือหัวใจของพุทธฯ และมรรค 8 เป็นแนวปฏิบัติหลักของหินยาน  แต่พุทธฯ สายอื่น ถึงแม้ก็จะมีมรรค 8 เหมือนกัน แต่ก็จะเน้นไปในทางต่างกัน  จุดมุ่งหมายก็คือ สิ่งสุดท้าย ปัญญา ปัญญาเท่านั้นที่ทำให้เราหลุดพันวัฏสงสาร ส่วนศีลและสมาธิ เป็นเครื่องนำพาเราไปสู่ปัญญา  พุทธนิกายอื่น ยึดถือแนวทางต่างกัน อย่างมหายานเน้นการทำบุญ แผ่เมตตา มากกว่าการถือศีล เซ็นเน้นทางการศึกษา พัฒนาความคิด ยิ่งทางวชิรยานที่นอกจากจะไม่เน้นการถือศีลแล้ว ยังเปิดทางให้สัมผัสกิเลส  แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือปัญญา อย่างที่คุณปลัดว่าไว้เลยครับ ปัญญาที่เข้าใจและตัดกิเลส-ตัณหา   ไม่ทราบว่าคุณปลัดได้ดูหนังเรื่อง AVATAR หรือยังครับ คนสร้างหนังเรื่องนี้ บรรจุแก่นพุทธด้าน เซ็น และ วชิรยานไว้ในนั้นด้วย  ฉากที่นางเอกเข้าช่วยพระเอกด้วยการฆ่าหมาไนต่างดาวนั้น คำพูดของนางเอกกินใจผมมาก  ยิ่งภายหลังนางเอกสอนการฆ่าอย่างถูกวิธีให้กับพระเอก ฆ่าอย่างไร้กิเลส ไร้ตัณหาแต่เปี่ยมไปด้วยจิตเมตตา นั้นเป็นสุดยอดของการสอนแบบหนึ่งในวชิรยานครับ

ผมเคยถกธรรมะกับเจ้าอาวาสวัดเล็กๆ ที่เคร่งครัดพระวินัยมาก วัดหนึ่ง ทำนองนี้ หลังจากที่ถกกัน ท่านก็เล่าถึงปริศนาธรรมเรื่องหนึ่งว่า มีพระอยู่ 2 รูปเดินธุดงค์ไปในป่าละเมาะ  เมื่อเดินมาถึงริมฝั่งน้ำที่เชี่ยวกราก พบหญิงชาวบ้านยืนกระวนกระวายรุ่มร้อนอยู่ริมฝั่งน้ำ  พระรูปร่างใหญ่กำยำก็เดินไปถามว่า โยมมาทำอะไรที่ริมฝั่งน้ำ มีปัญหาอะไรหรือ หญิงชาวบ้านก็เล่าว่า มาหายาและจะกลับไปหาลูกทีป่วยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของแม่น้ำ  แต่ตอนนี้แม่น้ำน้ำไหลเชี่ียวมากน่ากลัว ไม่กล้าข้ามกลับไป ใจก็เป็นห่วงลูกที่ป่วย จึงร้อนรน  พระรูปนั้นก็กล่าวว่า งั้นโยมก็ขึ้นขี่หลังอาตมาเถอะ อาตมาจะนำโยมข้ามไปอีกฝั่งนั้นเอง  ฝ่ายพระอีกรูปหนึ่งที่เดินมาด้วยได้ยินก็ตกใจ แต่ก็มิได้ทักท้วง  เมื่อทั้งหมดได้ข้ามน้ำมายังอีกฝั่งหนึ่งแล้ว พระทั้งสองก็เดินธุดงค์ต่อไป โดยพระรูปที่ไม่ได้ช่วยหญิงชาวบ้านนั้น รู้สึกตะขิดตะขวงใจตลอด ผ่านไปได้ 2 วัน ก็ทนไม่ไหว เอ่ยกับพระรูปร่างใหญ่ว่า ท่าน ท่านไม่รู้สึกผิดอะไรเลยหรือ  พระรูปร่างใหญ่ก็งุนงง แล้วก็ถามกลับว่า มีอะไรเกิดขึ้น เราทำผิดอะไร  พระรูปนั้นก็กล่าวถึงการผิดศีลข้อใหญ่ที่พระกับสีกาจะถูกต้องกันไม่ได้ ท่านอาบัติไปแล้ว  พระรูปร่างใหญ่ก็เลยพูดว่า อ้าว ท่าน เราวางสีกานั่นที่ริมฝั่งน้ำไปตั้งแต่ 2 วันที่แล้ว  แต่ท่านทำไมยังแบกมาถึงนี่อีกเล่า
เจ้าอาวาสถึงกับยินดีที่ผมคุยให้ท่านฟังเรื่องการสัมผัสกิเลสด้วยกาย กับการสัมผัสด้วยใจ และก็เล่าปริศนาธรรมข้อนี้ให้ผมฟัง  ผมก็เลยขยายความต่อว่า พระรูปแรกสัมผัสสีกาด้วยกาย แต่ใจไม่ได้สัมผัส ทำไปด้วยใจกุศลไร้กิเลส  ส่วนพระรูปหลังไม่ได้สัมผัสสีกาด้วยกาย แต่ใจกลับสัมผัส ยึดติดกับศีลข้อห้าม คิดว่า ญ กับ ช สัมผัสกันเมื่อไรต้องมีแต่กิเลสทางเพศ สัมผัสแล้ววางไม่ลง มีอกุศลจิตติดไปตลอด  นี่เป็นด้านลบของหินยาน ที่ห้ามก่อนแล้วอธิบายทีหลัง แต่การอธิบายก็ไม่ได้พยายามลบล้างความเชื่อในการห้าม ทำให้คนจำนวนมากไม่หลุดพ้น ยึดติดกับศีล เหมือนกับที่เคยเกิดกับพระอานนท์ไงครับ

นั่นคือความเข้าใจและแนวทางของผมครับ

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #133 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2010, 05:48:56 PM »

   อ่ะ นะ ถก ปัญหา ศาสนานี่ อ่านเข้าใจยาก มั่กๆๆค่ะ แต่ก้อดี ทำให้เข้าถึง ว่าแต่ว่า ใครก้อได้ ช่วยบอกหน่อยว่า..

  เราจะมีวิธี ดับทุกข์ที่เกิดจากในใจเราได้อย่างไร คือเราเป็นประเภทคนคิดมาก คิดอยู่นั่นแหละว่า ตอนนั้นทำไมเราปล่อยให้เป็นแบบนั้น

 ทำไมเราไม่ทำแบบนี้นะ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา

 และตอนนี้เรายึดติดกับคน คนหนึ่งมากเป็นคนที่เราไม่สามารถ ตัดจากใจเราได้

 เราจะทำอย่างไรให้ใจเราสงบ เฮ้อ  ชีวิต  หนอ  ชีวิต.........

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #134 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2010, 06:24:55 PM »
ที่จริง ผมว่าคุณ lonely มีความเข้าใจดีถึงปัญหา  ถ้าคุณสามารถเข้าใจปัญหาแล้ว ปลง ปล่อยว่าง เพ่งมองดูจริตของจิตตนเอง ก็จะเข้าใจมัน ควบคุมมันได้
แต่บ่วงกรรม บ่วงกิเลสมันยากที่่จะหลุดพ้น  กรรมเป็นเครื่องพันธนาการจิต การทำบุญมากๆ อาจจะช่วยให้พ้นกรรมเก่า ทำบุญแล้วอย่าลืมกรดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรม นายเวร เทพที่ปกปักรักษาเรา ขอขมากรรม อธิษฐานให้เราพ้นบ่วงกรรม  จากนั้นถ้าทำได้ ก็อย่างที่คุณปลัดอธิบาย ถือศีล นั่งสมาธิ บ้าง  น่าจะช่วยให้สิ่งที่เรารู้และเข้าใจแต่ตัดไม่ได้ สามารถตัดได้หลุดพันซักวันครับ

นี่ผมแนะนำ ทั้งทางสาย หินยาน มหายาน และวชิรยาน ผสมกันไปเลยนะครับ  ;D  ;D  ;D

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #135 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์, 2010, 09:49:53 AM »

  ขอบคุณ ที่แนะนำ อ่านหลายรอบเพื่อให้เข้าใจ และพยายามทำตาม เหมือนรู้หมดนะ ว่าต้องทำอย่างไร แต่ก้อตัดใจไม่ได้ ไม่ยอมปล่อยวาง แต่พูดตามจริง อยากเก็บสิ่งนั้นไว้กับตัว ถึงแม้รู้ดีว่า สิ่งนั้นไม่ดี เหมือนเค้าบอกว่า อยากลืมกับจำ อยากจำกับลืม นั่นแหละ

ออฟไลน์ gai

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,318
  • เพศ: ชาย
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #136 เมื่อ: 11 กุมภาพันธ์, 2010, 12:08:40 PM »
ถ้าอยากเก็บก็ต้องไม่ทุกข์  ควบคุมจริตของจิตด้วยการพิจารณา ปล่อยวางเมื่อจิตจะพาไปสู่ความทุกข์แห่งการผิดหวัง  ขณะเดียวกันก็พยายามนึกถึงช่วงเวลาที่เคยสุข คุมจิตให้พอเพียงกับความสุขนั้น  ต้องหมั่นฝืกช่วงแรกๆ อาจจะช้า แต่พอจิตเริ่มหายพยศ เราจะคุมมันง่ายขึ้น และสามารถดับทุกข์ได้เร็วขึ้นๆ  อาจารย์ที่สวนโมกข์ท่านนึง เคยสอนผมว่านี่เป็นนิพพานอย่างนึง มีเกิด คงอยู่ และดับไป ยิ่งเราดับได้เร็วเท่าไร  เรามีจิตที่ใกล้นิพพานมากขึ้นเท่านั้น  เคยมีการพิสู่จน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ก่อนที่จิตจะออกจากร่างเรานั้น  เหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเราทำ เคยเกิดในชีวิตเรา จะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝรั่งเรียกว่า flash back  ถ้าเรามีกรรมไม่ดีมาก และไม่สามารถควบคุมจิตได้ก่อนตายจะทรมานมาก  แต่จิตที่ถูกฝึกมาอย่างดี จะสามารถหยุดความรู้สึกทุกข์-สุขนี้ได้เร็วทัน ผมเข้าใจว่านี่การนิพพาน จิตจะไม่ไปเกิดใหม่ แต่กลับไปเป็นส่วนหนึ่งของพลังจักรวาล

อันที่จริง ทุกข์กับสุข คือสิ่งเดียวกัน  แต่ถูกคนขีดเส้นแบ่งแยกออกเป็นด้านบวกคือ สุข และ ด้านลบคือทุกข์  ความเข้าใจของคนทั่วไป อยากมีแต่สุขและไร้ทุกข์ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อไร้ทุกข์ ก็จะไร้สุข  งงมั้ยครับ  ;D  ;D  การขีดเส้นของคนแต่ละคน แต่ละสังคมก็ต่างกัน  บางอย่างทำในที่หนึ่ง คนไม่ยอมรับ เลยเกิดทุกข์  แต่พอไปทำอีกที่หนึ่ง คนยอมรับ กลายเป็นสุข  จะสุขหรือทุกข์สุดท้ายมันก็อยู่ที่ใจเรานั่นแหละครับที่จะขีดเส้นแบ่งมัน  ผมยกตัวอย่างง่ายๆ  คนส่วนใหญ่ซี้อ ล็อตเตอรี่ เพราะคิดว่า ถ้าถูกรางวัลที่ 1 ได้เกือบร้อยล้าน ชีวิตนี้ต้องเป็นสุขแน่ๆ  ถ้าคนธรรมดาอย่างเรา มีคนเอาเงินมาให้ 100 ล้าน ส่วนใหญ่จะดีใจ เป็นสุข (ในช่วงเวลานั้น)  แต่ลองเปลี่ยนสถานะเราดูครับ ลองจินตนาการว่าเราเคยมีเงินเกือบแสนล้าน แล้ววันนึง เราเกิดมีเงินเหลือ 100 ล้าน ชีวิต ความรู้สึกเราจะเป็นยังไง (คิดเปรียบเทียบเฉยๆ นะครับ อย่าไปคิดถึงใครบางคน  2f  2f  2f)  มีใครจะเป็นสุขได้บ้างครับ  เงิน 100 ล้าน เหมือนกัน แต่พอต่างคน ต่างสถานะ ความรู้สึกต่างกันราวฟ้ากับดิน   

อยากจะเล่าต่ออีกนิด ไม่ทราบว่าคุณ lonely เล่นหวยกับเขาหรือปล่าว ส่วนผมไม่เล่น และก็พูดให้คนฟังมาเป็นสิบปีแล้ว ว่าเงินจากหวยเป็นเงินร้อน เป็นสิ่งชักนำความทุกข์มาในชีวิต  เคยมีการสำรวจในประเทศสหรัฐฯ ว่าคนที่เคยถูกล็อตโต้รางวัลใหญ่ (เงินรางวัลมากกว่าเราเป็นสิบเท่า) แล้วชีวิตเป็นอย่างไรมั่ง  ผลการตามสำรวจพบว่า เกินครึ่ง บ้านแตก และจำนวนไม่น้อยสุดท้ายกลายเป็นคนไม่มีบ้านอยู่ (homeless)  คนบ้านเราก็ไม่ใช่ย่อย มีทั้งได้เงิน เสียเพื่อน เสียญาติ (งกไม่แบ่งใคร เลยไม่มีใครคบ) และเสียเงินจนเกือบหมด  ผมเล่าไปเล่ามา ก็เจอคนที่เคยถูกรางวัลที่ี 1 ชีวิตตกอับเข้าจริงๆ คนหนึ่ง อายุเกือบ 70 แล้ว แต่ต้องออกมาขับรถนำเที่ยว หาเลี้ยงลูกชายที่เสเพลไม่ยอมทำงาน  เขาเล่าว่า ตอนถูกหวย บ้านร้อนจนอยู่ไม่ได้ มีคนกดกริ่งทั้งวัน  มูลนิธิสารพัดทั่วประเทศ ก็มาเยี่ยมเยือนทุกวันทั้งปี  ญาติที่เกิดมาไม่เคยรู้จัก ก็ได้พบ เพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้าเป็นสิบปีก็มาหา ทุกคนเอาความทุกข์มา ขอความช่วยเหลือ ก็คือขอเงิน ได้ไปก็หายหมด ไม่เคยมีใครเอามาคืน  สุดท้ายเงินที่คิดว่าเยอะจนใช้ไม่หมด ก็หมดลง ลูกก็เหลวไหล เพราะคิดว่าพ่อรวยแล้ว หนังสือหนังหาไม่เรียน อายุเกือบ 40 ยังให้่พ่อหาเลี้ยง  กรรมมั้ยครับ  ;D

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #137 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2010, 12:30:32 PM »

  ขอเพียงให้ใจเรานั้นเป็นสุขก้อพอ  ดีมากเลยคุณปลัด พอได้อ่านแล้วมัน คลิ๊กเลย ชอบ ชอบ

 ตอนนี้เลยเริ่ม ทาม-จาย...บ้างแล้ว ทุกข์กับเค้าให้น้อยลง

 อยู่กับใจเราให้มากขึ้น

 ขอ..เพียง..ให้..ใจ..เรา เป็นสุข จริงๆเลย

ทุกวันนี้ ใจไม่เป็นสุข เราจะต้องคิดว่า ไม่มีอะไรถูก อะไรผิด  เราพยายามหาโลกส่วนตัวของเราให้เจอ แม้ใจจะร้อนรน

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #138 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์, 2010, 03:26:38 PM »

    โหย..โห่..ฮิ้ว...

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #139 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2010, 03:36:00 PM »

   มีได้ข้อคิด ดีๆว่า หน้าที่..และหัวใจ..มันทำงานกันคนละหน้าที่

  เป็นข้อคิด ที่ดีจังเลย

 เพราะตอนนี้ หน้าที่..ก้อต้องทำให้ดีที่สุด

 หัวใจ ก้อพยายาม ยืดหยุ่นและเยียวยา

 เพื่อให้ ใจ เราเข้มแข็ง แม้มันจะบอกว่า ..เหนื่อยแล้วนะ..ใจเรา.. :'(

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #140 เมื่อ: 25 กุมภาพันธ์, 2010, 05:14:20 PM »

  เมื่อวานได้คุยกับคนที่เราอยากคุยด้วย

  รู้สึกดีที่ปรับความเข้าใจกันได้

  ตอนนี้พยายามทำใจให้สงบและ รอ..ต่อไป

 โดยเค้าบอกว่าอย่าไปตั้งความหวังอะไรมาก

 เราคงต้องยอมรับและเชื่อว่า สักวัน ต้องมีวันที่เป็นของเรา..อีกครั้ง

ออฟไลน์ lonely

  • ***
  • กระทู้: 205
Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #141 เมื่อ: 11 มีนาคม, 2010, 09:23:15 AM »

  ความลับ มันจะมีในโลกบ้างมั๊ยนะ

  ทำไมนะเราถึงทำตามใจตัวเองบ้างไม่ได้เลย

  แล้วเราจะต้องทรมานกับความลับไปอีกนานมั๊ย

  ทำอย่างไรดี :'(

Re: ชีวิตคือชีวิต
« ตอบกลับ #142 เมื่อ: 10 เมษายน, 2010, 07:12:50 PM »
 :o