ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 255106 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #574 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 11:20:46 PM »
บรรดาแผ่นสายแข็งที่ทำให้ผมต้องค้นหาวิธีใหม่ในการหาทางออกสำหรับเครื่องเสียงสักชุดครับ



บรรดาเพลงร๊อคเหล่านี้ บางวงก็เล่นเครื่องดนตรีแค่ 4 ชิ้น ทำไมฟังแล้ววุ่นวายนัก
ทำไมฟัง Meat Loaf แล้วรู้สึกไม่เต็มที่ ถึงแผ่นพวกนี้จะไม่ใช่ระดับ Audiophile แต่อย่างน้อยก็ต้องฟังเพราะครับ
ผมจึงตั้งต้นมองหาระบบที่ออกแบบมาสำหรับงานเพลง ก็คือ Firewire ครับ

ออกสตาร์ทด้วยแนวคิดเรื่อง Firewire 400 ใช้ระบบส่งข้อมูลแบบเดียวกับ Studio ซะเลย รวมถึงตัว Audio Device ก็ใช้แบบห้องอัดเป็นต้นทาง
ด้วยการที่พอร์ท Firewire 400 ที่มีการส่งสัญญาณนาฬิกาเพิ่มกำกับเวลาในการข้อมูล เรียกว่าออกแบบมาเพื่องานเพลงและงานวีดีโอโดยตรงครับ
และราคาก็ถูกกว่าเครือ่งเสียงบ้านด้วยครับ

โดยพ้นฐานแล้ว ระบบดิจิตอลยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องครับ เช่น
- จาก OS X 10.5 มาจนปัจจุบันเป็น macOS 10.12 มีการพัฒนาเรื่องความเร็วของเสียงอย่างชัดเจนครับ เสียงเร็วขึ้นในทุกๆครั้ง
  ที่ผมอัพ OS X เป็นเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า จนก้าวกระโดดมากๆใน macOS 10.12 ครับ เสียงเร็วขึ้นจนให้ความรู้สึกพอๆกับ
  ตอนที่เพื่อนผมเล่นกลองสดให้ฟัง (ช่วงนั้นกลับมานี่เปิดเครือ่งเสียงฟังไม่ลงเลยครับ มองเห็นปัญหาเลยคือเรื่องความเร็ว)
- จาก Firewire 400 สู่ Firewire 800 จนกลายเป็น Thunderbolt 1,2,3 ก็ปรับปรุงค่า Latency ให้ดีขึ้นเรือยๆ
  และยังคงเป็นการเชื่อมต่อเพื่องานเพลงและงานวีดีโอเป็นหลักครับ (อย่างการตัดวีดีโอ ต้องส่งข้อมูลไปกลับเป็นเวลายาวนาน
  หลายชั่วโมงครับ เป็นพอร์ทที่มีความเสถียรภาพสูง อย่างพอร์ท Thunderbolt ก็ทำให้การตัดงานวีดีโอ 4K เป็นไปได้ดีขึ้นครับ)

ด้วยเทคโนโลยีที่ผมหามาได้ และราคาก็ไม่แพงมากอย่าง Apogee Element 24 ในราคาสองหมื่นกว่าบาท
ที่ได้พอร์ท Thunderbolt และการออกแบบภาค A/D, D/A, D/D มาใหม่เพื่อให้สอดคลอ้งกับความเร็วของ Thunderbolt

ตอนนี้ผมก็สามารถฟัง Michael Schenker โดยเสียงไม่อับทึบ ฟัง Iron Maiden ได้อย่างมันส์สุดๆ
ฟัง Meat Loaf ได้อย่างประทับใจครับ เมื่อเล่นแผ่นพวกนี้ได้ดี บรรดาแผ่นเพลง Jazz ที่มีก็หายห่วงเลยครับ
เพราะฟัง FourPlay ได้อย่างที่ไม่เคยสนุกอย่างนี้มาก่อน และก็ได้เวลาไปตามหาแผ่นร๊อคอีกหลายๆอัลบั้ม ที่ร้าน โด เร มี ครับ




ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #573 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 03:23:47 PM »

วงนี้เขาดูแลสุขภาพกันดีครับ อยู่กันได้ยาวๆ

เมื่อผมเห็น วงร๊อค + เครื่องบิน ก็นึกถึง Randy Rhoads ครับ เป็นเคสที่น่าเสียดาย

ศิลปินหลายคนอยู่เหมือนกันครับ ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน อย่างวง Lynyrd Skynyrd เจ้าของเพลง "Free Bird" ที่ผมชื่นชอบ ก็เสียชีวิตกันเกือบยกวง ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆครับ เวลาที่ผมเดินทางด้วยเครื่องบินก็นึกเสียวๆอยู่เหมือนกันครับ อาศัยกินอิ่มแล้วนอนหลับยาวไปเลยดีกว่า ตื่นหรือไม่ตื่นค่อยว่ากันอีกที 555

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #572 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 01:06:51 PM »
ขอบคุณครับ วงครูผมเลยครับ วงนี้
ตอนนี้กลับมาฟังทุกวันเลยครับ

นักร้องนำ Bruce Dickinson เค๊าเป็น pilot ขับเครื่องขนลูกทีมตะเวนทัวร์รอบโลกเองเลยครับ สุดยอดจริงๆ



https://noisey.vice.com/en_us/article/i-flew-with-iron-maiden-to-paris-to-hear-the-new-album

วงนี้เขาดูแลสุขภาพกันดีครับ อยู่กันได้ยาวๆ

เมื่อผมเห็น วงร๊อค + เครื่องบิน ก็นึกถึง Randy Rhoads ครับ เป็นเคสที่น่าเสียดาย


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #571 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 12:22:15 PM »
ขอบคุณครับ วงครูผมเลยครับ วงนี้
ตอนนี้กลับมาฟังทุกวันเลยครับ

นักร้องนำ Bruce Dickinson เค๊าเป็น pilot ขับเครื่องขนลูกทีมตะเวนทัวร์รอบโลกเองเลยครับ สุดยอดจริงๆ



https://noisey.vice.com/en_us/article/i-flew-with-iron-maiden-to-paris-to-hear-the-new-album
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน, 2017, 12:31:09 PM โดย Too' Ninja »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #570 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 10:50:12 AM »
แผ่นบางส่วนที่ซื้อไว้ฟังนานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ขยับมาใช้ระบบแบบเดียวกับสตูดิโอครับ




ชอบ Iron Maiden เหมือนกันครับ 555





ขอบคุณครับ วงครูผมเลยครับ วงนี้
ตอนนี้กลับมาฟังทุกวันเลยครับ


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #569 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 09:44:27 AM »
แผ่นบางส่วนที่ซื้อไว้ฟังนานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ขยับมาใช้ระบบแบบเดียวกับสตูดิโอครับ




ชอบ Iron Maiden เหมือนกันครับ 555




ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #568 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 08:50:11 AM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี


ขอร่วมวงด้วย  เล่นมานานกว่า 20 ปี ทั้งการใช้ Audio Interface เพื่อตัดต่อทำเพลง อัดเสียงร้องแบบสมัครเล่น และฟังเพลง
ในเม็ดเงินที่เท่ากัน ถ้าฟังเพลงอย่างเดียว ใช้ DAC ไปเถอะครับ 
Audio Interface นั้น ราคากว่าครึ่งไปอยู่ที่ภาคแรก Analog to digital และภาคไมค์ปรี

ภาค Digital to analog ใน Audio Interface ซึ่งใช้ชิพไม่เหมือนกัน
แต่ที่สุดแล้ว เสียงที่ได้ยินมันอยู่ที่ ไอซีอ๊อพแอมป์ ที่จะขยายเสียงออกเอ้าท์พุต
ซึ่งตรงจุดนี้นักทำเพลงที่คร่ำหวอดจะรู้ว่า ยี้ห้อไหน มันมีสีสัน ยี้ห้อไหน มันสมจริง
เมื่อรู้แล้วขั้นตอนสุดท้ายเวลามิกซ์เพลง เขาก็จะมิกซ์ได้ถูกต้องครับ

ส่วน DAC นั้นออกแบบมาให้ใช้สำหรับฟังเพลงโดยตรง
เสียงจะถูกใจขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่จ่าย + ระบบเสียงที่มีอยู่
และที่สำคัญคือ "ห้องฟัง + รสนิยมของคนฟัง" ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #567 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 08:15:26 AM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี

MOTU จะยกความถี่ช่วง 500HZ ขึ้นมาครับ นิยมในห้องอัดที่ทำเพลงร๊อคครับ
รุ่น 828MKII ที่ผมเคยใช้ เสียงไม่เปิดมาก แต่ฟังมันส์ และจากที่ไปถามที่หน้าร้าน Kimleng เขาว่าพอเป็น Thunderbolt ในรุ่น 828X
เสียงเปิดกว่าเดิมมากครับ ตอนแรกผมก็เล็ 828X ไว้แต่พอ Apogee ออกรุ่น Element ผมก็มาซื้อ Apogee ทันทีครับ เพราะถูกกว่า 828X
และน้ำเสียง Apogee นั้นในวงการเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นอันดับต้นๆครับ (ความถี่ดีเยี่ยมทุกย่าน เสียงกว้าง) และจากคำแนะนำจากห้องอัด
(หลายๆที่ แต่ตอบเหมือนกัน) "ถ้าซื้อไปฟังเพลง ไม่มีใครเกิน Apogee" เว้นแต่ว่าอยากได้เสียงที่แตกต่างไปครับ
อย่าง Metric Halo หรือ UniversalAudio ที่เฉพาะตัวไปอีก

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #566 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 07:54:34 AM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #565 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2017, 11:20:56 PM »
แผ่นบางส่วนที่ซื้อไว้ฟังนานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ขยับมาใช้ระบบแบบเดียวกับสตูดิโอครับ



สมัยที่ยังรับข่าวสารจากฝั่งเครื่องเสียงบ้านอย่างเดียว ก็เหมือนมีกรอบว่า อยากได้เสียงดีๆ ต้องเล่นแผ่นระดับ Audiophile ที่มีการบันทึกที่ดีเยี่ยม
ซึ่งมันก็จริงตามนั้นครับ แต่ กลายเป็นว่า แผ่นทั่วๆไปนั้นให้เสียงได้ไม่น่าฟังเท่าไหร่ ผมคิดไปอีกอย่างว่า อย่างน้อยก็น่าจะฟังได้ในระดับปกติ
ไม่ควรออกมาไม่น่าฟัง มันไม่ค่อยคมชัดและไดนามิคก็ดูห่างไกลกับแผ่นระดับ Audiophile ซะเหลือเกิน

แต่เครื่องระดับไฮเอนด์ที่ผมพบเจอ ก็เปิดแผ่นพวกนี้ได้ไม่เพราะเช่นกัน เร่ียกว่า เครื่องแพงก็ต้องคู่กับแผ่นแพง
ทำให้ผมได้ไอเดียว่า งั้นก็มาเล่นเครื่องต้นทางระดับมืออาชีพซะเลย เครือ่งแบบเดียวกับที่ใช้ในห้องตัดต่อ
ก็คือบรรดายี่ห้อ Focusrite, MOTU (Mark of the Unicorn), RME, Apogee และอีกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นเครื่องต้นทาง
ที่ใช้ในห้องอัดครับ ซึ่งต่างจากเครือ่งเสียงบ้านตรงที่ เครื่องพวกนี้ "มีมาตราฐาน" เรื่องคุณภาพเสียงแบบมืออาชีพ
ทั้งภาค Pre ภาค Digital รวมถึงค่า Latency และ Clock และอีกมากมายครับ

ผลลัพท์ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ คุณภาพเสียง และการใช้งานอื่นๆ
เช่นการแปลงค่าดิจิตอลต่างๆโดยเรียก Hardware ผ่าน Logic Pro X หรือโปรแกรมอื่นๆอย่าง Wavelab, Cubase และอีกมากมายครับ

แบบนี้


เมื่อกี้ทดสอบไดรฟ์ใหม่เสร็จพอดีครับ เป็นไดรฟ์สำหรับโน๊ตบุ๊ค แบบ Slim แต่ผมซื้อแบบที่ Slim มากขึ้นคือหนา 9mm ด้วยเหตุผลที่ว่า
มอเตอร์น่าจะได้รับการออกแบบใหม่ (คิดเองเออเอง) เป็นของ Panasonic (จะลงภาพทีหลังครับ) คราวนี้หายคาใจกันเลยกับแผ่น
Belafonte Sings the Blues ที่เก็บไว้สิบกว่าปี และไม่ได้หยิบมาฟังเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะเพลงไม่ดี หรือคุณภาพแผ่นไม่ได้
แต่ผมฟังว่าสปีดช้าเกินไปครับ และไดนามิคไม่ดีพอ ฟังแล้วจะหลับเคยเซ็ท MOTU จนฟังออกมาดีได้ทั้งไดนามิคและสปีด
แต่ความกว้างไม่ดีพอครับ (MOTU จะยกช่วง 500HZ ไว้ บางทีก็ฟังดูเสียงติดๆกันบ้าง)

แต่คราวนี้ต่างออกไปครับ หลังจากทำตามสูตรที่ผมได้ทดสอบไว้กับ Logic Pro X ผลลัพท์ที่ได้คือ
คราวนี้ผมต้องฟังไปตบเท้าไปกันเลย ทำได้ตามในคู่มือ Apogee เลยครับ คือ "You don’t have to choose between power and speed."
และยืนยันได้อีกเรื่องสำหรับผมเอง คือผมชอบเสียงจากไดรฟ์แบบ Slim มากกว่าครับ
(คราวก่อนอ่านด้วยไดรฟ์บลูเรย์ของ Pioneer เสียงเดินหน้าจนผมต้องกด Stop หรืออาจเป็นเฉพาะ Pioneer อย่างเดียว
ผมก็ต้องหาไดรฟ์อื่นมาเทียบครับ แต่ไดรฟ์ Panasonic ที่ได้มา การอ่านดีมากครับ คราวเร็วดีเยี่ยมและมีเสถียรภาพ เลยยังไม่อยาก
หาตัวอื่นมาเทียบให้เปลืองอีกครับ)

หน้าตาเวลาสร้าง Project บน Logic Pro X ครับ



เสียงออกมาดีหรือไม่ อยู่ที่ประสิทธิภาพของ Input Device และ Output Device เลยครับ

เพิ่งทดสอบแผ่นเสร็จอีกหนึ่งครับ แผ่นบนซ้าย
สิบกว่าปีก่อน ก็นั่งฟังแผ่นนี้อย่างสงบ แน่นอนว่าเพลงดี ซาวน์ดีครับ นั่งฟังนิ่งๆอย่างสุภาพ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เลยหลังจากฟังผ่าน Apogee ซึ่งได้ความสนุกเข้ามาด้วย ตบเท้าตามจังหวะได้เลย จากการที่สปีดเสียงดีขึ้น
ความคมชัดและความกว้างนี่ไม่ต้องพูดถึงครับเมื่อฟังผ่าน Apogee ทำให้ผมคิดว่า ในราคาแค่นี้ จะไปหา DAC อะไรมาแทนได้ล่ะเนี่ย

ที่สำคัญคือในเครือ่งนั้นเป็น D/A, A/D และ D/D ครับ แปลงดิจิตอลเป็นดิจิตอล ผ่าน Thunderbolt
ซึ่งคุณภาพก็ทิ้งห่างจาก Firewire ไปมากครับ (ก็ผมฟังเทียบมาเป็นลำดับครับ แผ่นก็เดิมๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก)



ทำให้ผมนึกในใจว่า ที่นั่งฟังเครือ่งเสียงไฮเอนด์แบบนั่งนิ่งๆที่ผมทำมาหลายปี จริงๆคืออารมณ์เพลงมันไม่ถึงนี่เอง ฟังแล้วยิ้มไม่ออก
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปเลยครับ ด้วยขุมพลังที่มารวมกันคือ
- Thunderbolt
- Logic Pro X
- macOS 10.12
- Apogee Element 24
- DI BOX (ตอนแรกใช้กับ Apogee Duet ครับ เพราะเอาท์พุท 470 Ohm ต่อกับเครื่องเสียงบ้านแล้วเสียงบางมาก และไม่เป็น Balance
เมื่อต่อผ่านกล่องนี้ก็จะเอาท์พุทเป็น 50 Ohm ครับ เหมาะกับเครือ่งเสียงบ้าน ส่วน Apogee Element 24 เอาท์พุท 75 Ohm ครับ
จะต่อตรงกับเครื่องเสียงบ้านเลยก็ได้ แต่เวลาต่อผ่าน DI BOX เสียงเข้มขึ้นอีกครับ เจ้ากล่อง DI BOX ก๋ออกแบบใช้กันมาตั้งแต่ปี
197X จนถึงปัจจุบันร่วม 50 ปี ไว้ใจเรื่องคุณภาพได้เลยครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน, 2017, 10:56:19 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #564 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2017, 08:39:02 AM »
แก้ไขครับ หัว rca ตัวนี้ไม่ใช่ anti cable ทำนะครับ เป็นของ ETI Research นะครับ เดี๋ยวคนใหม่มาอ่านจะเข้าใจผิดครับ

ขอบคุณครับ ทาง HiFi Part ก็บอกมาแต่แรกครับ แต่ผมจำไม่ได้ครับ

ตอนนี้ใช้เป็นสาย Clock ครับ คิดว่าอยากลองที่เป็น XLR หรือ RCA ด้วยครับสำหรับสายยี่ห้อนี้ (แต่ต้องเป็นรุ่นที่ใช้หัวระบบนี้ด้วยครับ)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #563 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2017, 12:12:49 AM »
แก้ไขครับ หัว rca ตัวนี้ไม่ใช่ anti cable ทำนะครับ เป็นของ ETI Research นะครับ เดี๋ยวคนใหม่มาอ่านจะเข้าใจผิดครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #562 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 09:42:34 PM »
ขอเขียนถึง Clock ก่อนนะครับ เพราะหลังจากได้มานั้น มันมีปัญหาตามมาแบบคาดไม่ถึง
เมื่อได้ Art Audio ที่ทำหน้าที่ Clock มาพ่วงกับ Apogee Element แล้ว แน่นอนครับ เสียงคมชัดขึ้น เหมือนกับที่ผมเคยทดสอบโดยใช้ MOTU 828MKII สองเครื่อง ทำงานแยกหน้าที่กัน ตัวนึงเป็น DAC ตัวนึงเป็น Clock

แต่คราวนี้ ซาวน์สเตจกลับแคบลง ด้วยความที่ Apogee ปกติจะให้ซาวน์สเตจได้กว้างมากครับ ผมก็ลองแบบง่ายๆ
ก็เปลี่ยนสาย COAX ดูซะก่อน รวมถึงการเสียบกลับทิศ ก็พบว่าปัญหาเกิดจากสาย COAX ที่ผมมีครับ ก็เลยต้องไปหาสายที่ใช่ซะก่อน

ได้มาเป็นตัวนี้ครับ Anti-Cables



เป็นยี่ห้อที่เล็งไว้นานมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปถอยมาซะที คราวนี้ก็ได้โอกาส ไปจับมาจากร้าน HiFiPart ครับ
ด้วยคอนเซปที่น่าสนใจโดยการใช้สายแกนเดี่ยว และชิลด์ที่ไม่ได้เป็นสายถัก ทำให้ดูแปลกตามากๆครับ



แต่ความ WOW มันอยู่ตรงนี้ครับ ตรงลูกศรครับ หน้าสัมผัสกับ RCA มีพื้นที่เล็กมากครับ แต่ผมเคยเห็นเทคนิคนี้มาก่อน
ถูกใช้บน WBT ออกแบบให้มีหน้าสัมผัสเล็ก จากแต่เดิมที่ต้องเป็นโลหะกลมครอบ



แจ๊ค WBT รุ่นที่ใช้เทคนิคนี้ ให้เสียงได้พิเศษอย่างนึงครับ คือกว้างมาก มันชัดเจนเลยครับว่าการออกแบบของ Anti-Cables นั้นก็ไม่ธรรมดา
และก็ไม่ผิดหวังจริงๆครับ เมื่อใช้สายเส้นนี้แล้ว ให้ซาวน์สเตจได้กว้างอย่างที่ควรจะเป็นตามลักษณะของ Apogee ครัย
(จริงๆผมฟังว่ากว้างกว่าเดิมอีก)

*ภาพถ่ายด้วยเลนส์ Rodenstock APO 50mm บนกล้อง Sony A7R ครับ โดยการต่อท่อยืดความยาวเลนส์ให้ถ่ายใกล้ได้
เพราะเลนส์ตัวนี้กำลังขยายเหลือเฟือและไม่มีความบิดเบือนของภาพครับ

และระหว่างนี้ก็ทดสอบไดรฟ์ไปพร้อมๆกับการเซ็ทอัพ Logic Pro X ครับ การทำ Dither ลงในไฟล์ที่มีหลากหลายรูปแบบ (แบบไหนดีสุดกันล่ะ)



ตอนนี้ดันมาติดใจไดรฟ์แบบ Slim ครับ ได้เสียงต่างจากไดรฟ์ตัวใหญ่และดูจะแมทกับระบบผมมากกว่า กำลังหาเวลาไปทดสอบเพิ่มเติม
ที่ Poem Audio อีกทีครับ อันนี้ต้องพึ่งลำโพงใหญ่ในการทดสอบ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #561 เมื่อ: 26 มีนาคม, 2017, 12:40:10 AM »
แปะรูปไว้ก่อนครับ



วันนี้ว่าจะเขียนเนื้อหายาวๆหน่อย แต่... เลนส์ดุๆอย่างในภาพมาลงที่ร้านเพี๊ยบเลยครับ
อันนี้เพิ่งถ่ายรูปเสร็จเมื่อค่ำนี้เอง ขอแว๊บไปทำหน้าที่ Admin ก่อนครับ



ถ่ายด้วย A7R + เลนส์ Rodenstock 50mm APO




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #560 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 09:39:17 PM »
ออกแบบใหม่ให้อ่านง่ายขึ้นครับ

สำหรับการต่อ Thunderbolt แบบเส้นเดียว อย่าง Macbook Air ก็ต้องต่อแบบนี้ครับ
เพราะ Apogee Element 24 มี Thunderbolt เพียงพอร์ทเดียว จึงต้องอยู่ปลายทาง โดยต่อพ่วงกับ HDD ที่เป็น Thunderbolt



แต่ถ้าเป็น Macbook Pro Retina Display ก็สามารถต่อแยกแบบนี้ได้



และถ้าต้องต่อ ODD แบบ FireWire ก็เลือกได้สองแบบครับ





ส่วนระบบของผมจะต่างไปอีก เพราะใช้ Thunderbolt Breakout ครับ

ปัจจุบันต่อแบบนี้


แต่จะต่อแบบนี้ก็ได้ครับ อันนี้ยังไม่ได้ทดสอบ


ตอนนี้ขอเทสต์ Logic Pro X ก่อน เพราะความแมทชิ่ง ของ Logic Pro X กับ Apogee Element นั้น
ยอดเยี่ยมมากครับ รวมถึงพอร์ท Thunderbolt ที่ทำให้เกิดภาคดิจิตอลที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
Logic Pro เมื่อก่อนตัวละสองหมื่นกว่าบาท แบบเป็นกล่อง ตั้งแต่มี App Store ก็ราคาเหลือแค่หกพันกว่าบาทครับ
ก็เป็นโปรแกรมทำเพลงที่มืออาชีพใช้กันมาช้านานครับ (ราคานี้ผมไม่ลังเลที่จะซื้อครับ เพราะต้องใช้อีกนาน
และจะได้อัพเดทได้ทันกับ macOS ที่ออกปีละตัวครับ)

อันนี้เป็นรีวิว Apogee Element 24 ครับ แต่ตอนผมไปซื้อไม่ได้อ่านหรอกครับ
เพราะเสียงจาก Apogee เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วในฐานะอันดับต้นๆของวงการ แค่ว่าราคาก็เกินเอื้อมเสียส่วนใหญ่
แต่ออกซีรี่ Element มาก็เรียกว่าเกินคาดครับ แถมรู้ใจให้พอร์ทพ่วงสัญญาณนาฬิกาได้อีก

ความเห็นจาก ask.audio : https://goo.gl/h8vFTE
Pros: Excellent audio quality converters and mic pres, ultra-low latency, solid build quality. Made in the USA.
Cons: No included Thunderbolt cable, Element Control is a little hard to read and its documentation could stand improvement

รีวิวจาก soundtechuk.blogspot : https://goo.gl/iLwBHH
Apogee’s Element 24, 46 and 88 are Thunderbolt audio I/O boxes for Mac. The Element Series takes the best of cutting-edge Apogee gear like Symphony I/O Mk II, Ensemble Thunderbolt and Groove and puts it into simple form factors. The smallest in the range, the Apogee Element 24, is reviewed in the new issue of MusicTech magazine.

รีวิวจาก exound.com : https://goo.gl/E2FraC
เวปนี้แกะให้ดูครับ แต่ก็ไม่ได้มีความหมายเท่าไหร่ เพราะสเปคเครื่องก็ใกล้เคียงกันทุกยี่ห้อครับ
ค่าตัวเลขนั้นไม่สามารถบอกได้เลยว่ายี่ห้อไหนเสียงเป็นอย่างไรครับ อยู่ที่นักออกแบบที่จูนเสียงมาครับ



ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #559 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 01:56:12 PM »
ถ้ากรณีตอนใช้ Logic Pro X ไม่สามารถปิด Audio Interface ตอน Rip เพลงจากแผ่นดำ หรือ CD ได้

ช่วยตอบมาว่าไฟล์เพลงเมื่อลอง Rip ซ้ำที่ได้มีอาการแบบนี้หรือไม่?

เปลี่ยนสาย Thunderbolt เสียงเปลี่ยน
เปลี่ยน Audio Interface เสี่ยงเปลี่ยน
เปลี่ยนยี่ห้อ รุ่น Hard disk ขนาด รอบหมุน เสียงเปลี่ยน (ที่ต่อผ่าน Thunderbolt)
เปิดจอไว้กับปิดจอ เสียงเปลี่ยน
ต่อ LAN เล่นเน็ตโหลดไฟล์ผ่าน Network ระหว่าง rip เพลงเสี่ยงเปลี่ยน

Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #558 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 01:50:56 PM »
กรณีถ้าจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันต่อ

ผมอยากสอบถามว่า โปรแกรมที่คุณใช้ Rip CD นี่ตกลงคือตัวไหนครับ เห็นคุณบอกว่าไม่ใช่พวกที่เป็น Accurate Rip แต่เป็น Logic Pro X สินะครับ

อ้างอิงจากที่คุณตอบไว้ตรงนี้

อ่านไปอ่านมา ตกลงเราจะฟังเพลง หรือ เราจะทำเพลงกันเนี่ยะ

แต่ก็ดีครับได้ความรู้

ผมก็ Logic Pro X ใช้ริปเพลงมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ แต่คราวนี้ก็แค่เพิ่มการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงครับ เห็นช่วงนี้กำลังฮิต


ที่ว่าริปเพลงตรงนี้เนี่ย หมายถึง CD ใช่ไหมครับ เพราะเห็นตอบว่าคราวนี้ก็เพิ่มแผ่นเสียงขึ้นมาทีหลังเพราะช่วงนี้กำลังฮิต

แล้ว Logic Pro X เนี่ยเปิดทำงานสั่งบันทึกไฟล์เพลงได้ไหมครับ? ถ้า Audio Interface ปิดอยู่
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #557 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 12:01:43 PM »
ต้องขอเบรคคุณ Freedom สักนิดครับ รู้สึกว่าจะมีความรุนแรงปนส่วนตัวมากกว่า ที่จะสนทนาแบบแรกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ซึ่งกันและกันครับ
ยังไงก็ขอให้คุยกันแบบเพื่อน หรือพี่น้องกันนะครับ
ไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียดครับ
ขอบคุณมากครับ

รายนี้เขาเมื่อ 10 ปีก่อนตอนผมเล่นอุปกรณ์ห้องอัดเสียง Sound Card ห้องอัดเสียง โทรมาป่วน Hard Sell ผมถึงบ้านเลยล่ะครับ ตอนนั้นผมอย่าง ฮา บอกผมว่า Lynx two, ESI, E-MU อะไรไม่เห็นรู้จักของห่วยหรือเปล่า แนะนำให้ผมขายทิ้งแล้วมาเล่น Sound Blaster Audigy USB กับเขาน่ะครับ ที่ผมเคยมาบ่นสมัยก่อนให้ฟังในเวปด้วยครับ


http://www.htg2.net/index.php/topic,18387.msg190685.html#msg190685



ถ้าเจ้าตัวเขาถอนคำพูดที่ว่าผมไปทำเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง

ให้เบรคก็ยินดีครับ

ป.ล.

กรุณาอ่านหน้าแรกของกระทู้นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2017, 12:12:59 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #556 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 09:20:23 AM »
มีเวลาก่อนเข้างาน ก็ไปนั่งร้านกาแฟเขียนจนเสร็จครับ

อันนี้เป็นการต่อระบบ Firewire แบบมาตราฐานครับ
เมื่อมีอุปกรณ์ 2 ชิ้น คือ HDD Thunderbolt และ Apogee Element 24 ก็ต่อแยกไปคนละเส้นตามภาพ



หรือจะต่อพ่วงกันแบบนี้ก็ได้ครับ (เสียงจะต่างกันด้วย)




และเมื่อมี 3 ชิ้น โดยเพิ่มไดรฟ์ DVD แบบ Firewire เข้ามา (ผมซื้อ Apple SuperDrive มาเทียบเสียงแล้ว
สู้ไดรฟ์แบบ Firewire ไม่ได้ครับเสียงไม่กว้างเท่า) ก็สามารถต่อได้ 2 วิธีเช่นกันครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2017, 09:24:20 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #555 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 09:06:29 PM »
วันนี้มีเวลาก็เขียนจนเสร็จครับ ภาพระบบของผมในปัจจุบัน
* ตัว Caldigit Thunderbolt Station 2 เป็นตัวช่วยให้ผมต่อ eSATA หรือ SATA เข้ากับ Mac ได้โดยตรงครับ จริงๆไม่ต้องใช้ก็ได้ครับ
  ผมใช้เพื่อความสะดวกเท่านั้นครับ ไม่ได้เป็นจุดสำคัญ



ก็จากกระทู้เก่่าๆก็จากที่ผมขาย MOTU ออกไปจนหมด ก็เหลือ Focusrite ไว้ฟังไปก่อนครับ (ยี่ห้อนี้เสียงเป็นกลางมาก ฟังได้ทุกแนว)
ระหว่างนั้นก็ยังงบไม่พอจะไป Thunderbolt เลยไปคว้า Apogee DUET Firewire มาก่อนครับ ชะตามันเปลี่ยนตรงนี้ครับ

Apogee DUET เมื่อก่อนผมก็เคยซื้อมาลองแล้ว แต่เปิดกับเครื่องเสียงบ้านแล้วมันไม่ค่อยมีแรงครับ ผมหาสาเหตุไม่เจอ ก็เลยขายไปก่อน
แต่คราวนี้ ผู้ที่ขายให้ผม เป็นเจ้าของสตูดิโออัดเสียงครับ จึงให้คำแนะนำที่ถูกต้องกับผมในการใช้งานเจ้าตัวนี้ครับ

ตามภาพครับ ตัวซ้ายสุด Apogee DUET Firewire
ถัดมาคือ DI BOX เลยไปที่มีจอก็เป็น HDD Caldigit ครับ ส้วนขวาสุดก็ Caldigit Thunderbolt Station 2


คำแนะนำที่ได้รับมาก็คือ เรื่องความต้านทานครับ เจ้า Apogee DUET มีความต้านทาน 470 Ohm ครับ ส่วนเครือ่งเสียงบ้าน
เหมาะกับสัญญาณเข้าที่ 50 Ohm ครับ นี่คือสาเหตุที่ผมเปิดแล้วฟังดูไม่มีแรง วิธีแก้ปัญหาก็ง่ายนิดเดียวครับ "DI BOX"
ซึ่งเป็นกล่องไว้ปรับความต้านทานครับ รวมถึงใช้แปลง RCA เป็น XLR หรือ XLR  เป็น RCA ได้ครับ



ภายใน DI BOX จะเห็น OP-AMP มี 3 ตัวครับ 1 ตัวรับสัญญาณขาเข้า ทำหน้าที่แบบ Stereo
ส่วนอีกสองตัวเป็นขาออก ช่องละตัวครับ เพราะเป็น XLR แถมยังรับ XLR แปลงกลับเป็น RCA ได้ และให้เสียงได้ดีกว่าใช้สายแปลงครับ

มัน WOW ตรงนี้ล่ะครับ เจ้ากล่อง DI BOX นักดนตรีก็ใช้กันทั่วไปครับ สามารถแปลงสัญญาณจากกีตาร์ไฟฟ้า หรือเบส ให้กลายเป็น
Balance ได้ครับ ซึ่งเวลาขึ้นเวที หรือการบันทึกเสียง ก็ใช้กันทั่วไปครับ ทีนี้ก็เลยมีหลายสเปค ผมก็มองหาตัวที่มีขาออกเป็น 50 Ohm ครับ
ที่ WOW ย่ิงกว่าคือมี DI BOX ไว้ใช้กับ iPod ได้ด้วย แปลง iPod ให้เป็น XLR ทำให้ผมนี่รู้สึกว่า มัวไปทำอะไรอยู่หนอ ทำไมไม่รู้จัก
เจ้า DI BOX ให้เร็วกว่านี้

ทีนี้ก็ลองฟัง ต่อ Apogee DUET เข้ากับ DI BOX ยี่ห้อ SAMSON ที่ใส่ OP-AMP ใหม่โดยฝีมือ Poem Audio ครับ (ทำยากนิดนึง ปริ๊น 2  หน้า)
เปิดเสียงมานี่ ผม WOW ยิ่งกว่า เพราะน้ำเสียงดีกว่า MOTU 828MKII ที่ผมเคยใช้มากครับ แค่มี DI BOX แถมด้วยศักยภาพของ Apogee
ที่มีจุดเด่นเรื่องความกว้างและความครบถ้วนของความถี่ครับ เรียกว่า MOTU 828MKII สองเครื่องของผม แทบไม่เหลือความทรงจำดีๆไว้เลย
 Apogee กินเรียบ (เจ้าของสตูดิโอที่แนะนำ DI BOX ผมก็แนะนำเพิ่มเติมด้วยกว่า Apogee นั้น จะรุ่นใหญ่หรือรุ่นเล็ก
ก็จะใช้ A/D, D/A รุ่นเดียวกันครับ ความต่างอยู่ที่ภาค PRE In-Out และฟังก์ชั่นในการบันทึกเสียงครับ เอามาฟังเพลง รุ่นเล็กก็ได้
ไม่ต้องมีภาคปรีเยอะๆให้เปลือง งานนี้ผมก็ตามนั้นเลยครับ แค่เรื่อง DI BOX ใฟ้ผมกราบขอบคุณหลายๆครั้งก็ไม่พอ)

ยังมีอีกเยอะทีเดียวครับ เพราะได้รูัจักนักดนตรีเพิ่มถึง 3 ท่านในเวลาไล่เลี่ยกัน แถมแต่ละท่านก็ไม่ธรรมดา เพราะมีห้องบันทึกเสียง
รับจัดคอนเสิร์ต และยังให้ Line กับ Facebook ให้ผมไปรบกวนสอบถามได้อีก ต้องกราบขอบคูณงามๆอีกหลายๆครั้ง
เพราะทำให้ผมได้ซิสเต็มใหม่ แนวคิดใหม่มาเลยครับ

ยังมีอะไรอีกมากทีเดียว จะทยอยเขียนครับ อีกท่านแนะนำเทคนิคบน Logic Pro X เมื่อวานผมได้ทดสอบแล้ว ยิ่ง WOW หนัก


* ในลิงค์อันนี้ http://www.radialeng.com/j4.php เป็น DI BOX ยี่ห้อ Radial รุ่น J+4 ครับ ให้เอาท์พุท 50 Ohm เช่นกัน
ราคาอยู่ที่หมื่นทอนนิดหน่อยครับ ด้านในจะมีหม้อแปลงด้วยครับ ภาพในลิงค์ https://goo.gl/f2UTpT จาก gearslutz.com ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 09:20:17 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #554 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 05:04:12 PM »
ต้องขอเบรคคุณ Freedom สักนิดครับ รู้สึกว่าจะมีความรุนแรงปนส่วนตัวมากกว่า ที่จะสนทนาแบบแรกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ซึ่งกันและกันครับ
ยังไงก็ขอให้คุยกันแบบเพื่อน หรือพี่น้องกันนะครับ
ไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียดครับ
ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #553 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 04:00:20 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน

รู้จักกันตั้งแต่ยังร้าน Poem ยังไม่ย้ายจาก The old siam เลยครับ สมัยก่อน และเลิกคบคุณมาตั้งนานแล้วด้วยครับ เจอกันครั้งล่าสุด น่าจะตอนงานศพคุณประสาน (เป็นสมาชิกบอร์ดนี้ด้วย) ช่วงนั้นพอรู้ว่าผมเล่นกล้องก็มายุให้ผมขาย Nikon ไปเล่น Olympus อะไรเนี่ย

สาเหตุที่ผมเลิกคบคุณ ก็เพราะสมัยตอนที่ผมมาเล่น HTPC + ESI Juli@ ใหม่ๆ คุณก็โทรมากวนประสาทผมถึงบ้านว่า Sound card external creative เสียงดี ขาย ESI ทิ้งมาเล่นตามคุณดีกว่า ทั้งๆ ทีรุ่นนั้นมันมีปัญหาเรื่อง Driver ฝัง DSP ไว้ปิดทิ้งไม่ได้ และผมต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังเป็นชั่วโมง วางสายทิ้งก็โทรมาใหม่ Hard Sell สุดๆ แล้ว ต้องด่าแบบไม่เกรงใจไม่ให้โทรมาอีก แล้วตั้งแต่สมัยก่อนพอผมถามรายละเอียดทางเทคนิคอะไร คุณก็แถแบบนี้ ให้คำตอบอะไรผมไม่ได้ แต่จะมาชักชวนให้เล่นแบบคุณ แบบคุณมันเทพสุดล่ะอะไรประมาณ

ก่อนหน้านั้นๆ สมัยผมใช้ CD Player อยู่ ก็มายุผมให้ขาย CD player Marantz ทิ้งไปซื้อ Sony 1Bit มือสองห่วยๆ ที่เล่นแผ่น CD-R ไม่ค่อยได้

ส่วนผมก็ทำมาหากินครับ :p
แค่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท
วันๆ เทรดหุ้น ช่วยธุรกิจบ้าน กับเก็บค่าเช่า แล้วก็นำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์นิดหน่อย

แต่เห็นผมมาตอบทีไรจะลาพักร้อนทุกวันเลยนะครับ  2f

ตอนไปงานศพคุณประสาน เพื่อนผมยังถามผมเลยว่าเป็นไงบ้างวิทยาตอนนี้ ผมยังยิ้มๆ ตอบเขาไปเลยว่า "(สันดาน)เหมือนเดิม"

พิมพ์ซะยืดยาว ผมยังไม่รู้เลยว่าใคร ไม่เอารูปลงล่ะครับ

แล้วยังใช้ลำโพง Transmission Line Full range อยู่หรือเปล่าครับ?

สมัยก่อนมายุให้ผมขายตู้ปิด Scan Speak Revelator ทิ้งแล้วไปเล่น TL ตามคุณ

แถมตอนคุณออกแบบเนี่ย ไม่ได้คำนวน spec ไว้ ทำให้ต้องมาลองไล่ตัดละความถี่ ทำเอาคนทำ cross over network อ๋วมอรทัย สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนจาก 2 ทางไปเล่น Full range

อ๋อ อย่ามาจำผมได้เลยครับ ปกติผมเข้าร้าน Poem ผมก็ไม่เข้าวันที่คุณไปหรอก ขี้เกียจเจอด้วย รำคาญ

แล้วคุณน่าจะจำผมได้นะ เพราะอยู่ๆ คุณเคยโทรมาโม้กับผมเรื่องไฟล์เพลง Oversampling ครั้งนึง ผมฟังแล้วรำคาญจนต้องบอกไปว่า คนที่โพสเรื่องนี้ Login นี้ใน htg2 เนี่ย คือผมเอง
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #552 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 03:42:55 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน

รู้จักกันตั้งแต่ยังร้าน Poem ยังไม่ย้ายจาก The old siam เลยครับ สมัยก่อน และเลิกคบคุณมาตั้งนานแล้วด้วยครับ เจอกันครั้งล่าสุด น่าจะตอนงานศพคุณประสาน (เป็นสมาชิกบอร์ดนี้ด้วย) ช่วงนั้นพอรู้ว่าผมเล่นกล้องก็มายุให้ผมขาย Nikon ไปเล่น Olympus อะไรเนี่ย

สาเหตุที่ผมเลิกคบคุณ ก็เพราะสมัยตอนที่ผมมาเล่น HTPC + ESI Juli@ ใหม่ๆ คุณก็โทรมากวนประสาทผมถึงบ้านว่า Sound card external creative เสียงดี ขาย ESI ทิ้งมาเล่นตามคุณดีกว่า ทั้งๆ ทีรุ่นนั้นมันมีปัญหาเรื่อง Driver ฝัง DSP ไว้ปิดทิ้งไม่ได้ และผมต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังเป็นชั่วโมง วางสายทิ้งก็โทรมาใหม่ Hard Sell สุดๆ แล้ว ต้องด่าแบบไม่เกรงใจไม่ให้โทรมาอีก แล้วตั้งแต่สมัยก่อนพอผมถามรายละเอียดทางเทคนิคอะไร คุณก็แถแบบนี้ ให้คำตอบอะไรผมไม่ได้ แต่จะมาชักชวนให้เล่นแบบคุณ แบบคุณมันเทพสุดล่ะอะไรประมาณ

ก่อนหน้านั้นๆ สมัยผมใช้ CD Player อยู่ ก็มายุผมให้ขาย CD player Marantz ทิ้งไปซื้อ Sony 1Bit มือสองห่วยๆ ที่เล่นแผ่น CD-R ไม่ค่อยได้

ส่วนผมก็ทำมาหากินครับ :p
แค่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท
วันๆ เทรดหุ้น ช่วยธุรกิจบ้าน กับเก็บค่าเช่า แล้วก็นำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์นิดหน่อย

แต่เห็นผมมาตอบทีไรจะลาพักร้อนทุกวันเลยนะครับ  2f

ตอนไปงานศพคุณประสาน เพื่อนผมยังถามผมเลยว่าเป็นไงบ้างวิทยาตอนนี้ ผมยังยิ้มๆ ตอบเขาไปเลยว่า "(สันดาน)เหมือนเดิม"

พิมพ์ซะยืดยาว ผมยังไม่รู้เลยว่าใคร ไม่เอารูปลงล่ะครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #551 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 03:31:59 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน

รู้จักกันตั้งแต่ยังร้าน Poem ยังไม่ย้ายจาก The old siam เลยครับ สมัยก่อน และเลิกคบคุณมาตั้งนานแล้วด้วยครับ เจอกันครั้งล่าสุด น่าจะตอนงานศพคุณประสาน (เป็นสมาชิกบอร์ดนี้ด้วย) ช่วงนั้นพอรู้ว่าผมเล่นกล้องก็มายุให้ผมขาย Nikon ไปเล่น Olympus อะไรเนี่ย

สาเหตุที่ผมเลิกคบคุณ ก็เพราะสมัยตอนที่ผมมาเล่น HTPC + ESI Juli@ ใหม่ๆ คุณก็โทรมากวนประสาทผมถึงบ้านว่า Sound card external creative เสียงดี ขาย ESI ทิ้งมาเล่นตามคุณดีกว่า ทั้งๆ ทีรุ่นนั้นมันมีปัญหาเรื่อง Driver ฝัง DSP ไว้ปิดทิ้งไม่ได้ และผมต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังเป็นชั่วโมง วางสายทิ้งก็โทรมาใหม่ Hard Sell สุดๆ แล้ว ต้องด่าแบบไม่เกรงใจไม่ให้โทรมาอีก แล้วตั้งแต่สมัยก่อนพอผมถามรายละเอียดทางเทคนิคอะไร คุณก็แถแบบนี้ ให้คำตอบอะไรผมไม่ได้ แต่จะมาชักชวนให้เล่นแบบคุณ แบบคุณมันเทพสุดล่ะอะไรประมาณ

ก่อนหน้านั้นๆ สมัยผมใช้ CD Player อยู่ ก็มายุผมให้ขาย CD player Marantz ทิ้งไปซื้อ Sony 1Bit มือสองห่วยๆ ที่เล่นแผ่น CD-R ไม่ค่อยได้

ส่วนผมก็ทำมาหากินครับ :p
แค่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท
วันๆ เทรดหุ้น ช่วยธุรกิจบ้าน กับเก็บค่าเช่า แล้วก็นำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์นิดหน่อย

แต่เห็นผมมาตอบทีไรจะลาพักร้อนทุกวันเลยนะครับ  2f

ตอนไปงานศพคุณประสาน เพื่อนผมยังถามผมเลยว่าเป็นไงบ้างวิทยาตอนนี้ ผมยังยิ้มๆ ตอบเขาไปเลยว่า "(สันดาน)เหมือนเดิม"
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #550 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 02:43:33 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน



ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #549 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 02:25:24 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน




Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #548 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 02:15:21 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #547 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:55:05 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #546 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:52:12 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #545 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:47:22 PM »
อัยหย๋า https://support.apple.com/en-us/HT204012  แบบนั้นเค้าเรียกว่า เจลเบรค หรอเนี่ยะ  แถม บอกวิธีด้วย Apple เองด้วย ๕๕๕๕ 

ผมอ่านแล้ว มันแค่บอกวิธีการเปิดเข้าใช้งาน root user อย่างถูกต้องแค่นั้นเอง 


 :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup


จะรออ่านผลงานความรู้ของท่านอีกกระทู้นะครับ อย่าลืมเขียนเพิ่มให้อ่านนะครับ  :yahoo

เรียกกันหลายชื่อครับ Jailbreak, Rooting, Root mode

https://en.wikipedia.org/wiki/IOS_jailbreaking

iOS jailbreaking is the process of removing software restrictions imposed by Apple's on iOS and tvOS. It does this by using a series of software exploits. Jailbreaking permits root access to iOS, allowing the downloading and installation of additional applications, extensions, and themes that are unavailable through the official Apple App Store.

อีกอย่างผมไม่ได้บอกว่า OS X ใช้ Jailbreak นะครับ

ผมบอกตระกูล Mac ไม่ได้ Jailbreak (หมายถึง iOS) ไม่ได้ Root  (หมายถึง OS X)

อ่านดีๆ อย่าแถเอาคำพูดที่คนอื่นไม่ได้พูดมายัดปากครับ สีข้างเปื่อยหมดแล้ว

อาจจะเผลอให้คุณยัดปากไป ตอนตอบหลังๆ พลาดไปจริง 555




แล้วผมถามขอความรู้ไป ไม่เห็นตอบได้เลยครับ ตกลง Apogee Element 24 ใช้ชิพ DAC ของอะไร

Audirvana+ ควรตั้งค่าอย่างไรพอให้ความรู้ได้ไหมครับ เผื่ออยากจะหาเครื่อง Mac มาลง Audirvana+ แล้วฟังตามบ้าง

55555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 01:53:58 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #544 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:37:09 PM »
อัยหย๋า https://support.apple.com/en-us/HT204012  แบบนั้นเค้าเรียกว่า เจลเบรค หรอเนี่ยะ  แถม บอกวิธีด้วย Apple เองด้วย ๕๕๕๕ 

ผมอ่านแล้ว มันแค่บอกวิธีการเปิดเข้าใช้งาน root user อย่างถูกต้องแค่นั้นเอง 


 :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup


จะรออ่านผลงานความรู้ของท่านอีกกระทู้นะครับ อย่าลืมเขียนเพิ่มให้อ่านนะครับ  :yahoo
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #543 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:32:25 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #542 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:30:38 PM »
OSX root ไม่ได้

ขรรม

https://support.apple.com/en-us/HT204012

แถมวีดีโอด้วย Root แบบไม่ต้องเป็น Root User 2f

ระบบ Security ห่วยแตกตะหาก ปล่อยคนทั่วไปไม่ใช่ Root เข้า Root mode ได้  2f

https://www.youtube.com/watch?v=KRi0iMWB6vQ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #541 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:30:31 PM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ  การที่ app มันจะทำ accuraterip หรือ set read offset ได้หรือไม่ได้ ผมว่า มันก็มีส่วนต่อคุณภาพของผลการ ripped

แต่ จะมาบอกว่าหรือยืนยันว่า ถ้าไม่มีการ set สองค่านี้แล้ว มันจะทำให้ผลการ ripped นั้นไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก ฟังไม่ได้ ไม่ใช่ bit perfect  ผมว่า มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

ตัว app ที่ว่า ด้านบน มันอาจจะมีหรือไม่มีให้เซ็ต ผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้เล่น แต่ขอเสนอความเห็นกลางๆ นะครับ คิกๆๆ

ผมเข้าใจว่า จขกท เค้าไม่ดึงเพลงออกจากแผ่นแบบที่เข้าใจว่าคือการ rip จาก cd อย่างเดียวนะครับ มันเป็นการ rip จากแผ่นดำด้วย ซึ่งการอ่านค่ามันไม่ใช่แบบเดียวกัน ดังนั้น อุปกรณ์/app ที่เค้าใช้ จึงคนละแบบ และ accuraterip คงไม่มีสำหรับการ rip แผ่นดำ จริงไหมครับ  ลืมๆ มาต่ออีกนิด  ดังนั้น จขกท เค้าจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ภาค A/D กับ D/A แบบมืออาชีพ  และ app พวกที่เค้าว่าไงครับ

ถ้าขนาดข้อมูล Digital ที่ทำ Binary Compare แล้วทั้ง 2 ไฟล์เหมือนกัน 100% ยังบอกว่าฟังแล้วเสียงไม่เหมือนกัน

แล้วทำไมไฟล์สองไฟล์ ที่ทำ Binary Compare แล้ว ไม่เหมือนกัน ถึงบอกว่าเสียงเหมือนกันล่ะครับ

อ๋อ ส่วนเรื่องที่เขา Rip แผ่นเสียงนี่ไม่ทราบครับ ถ้างั้นก็ต้องมีโปรแรกม 2 ชุด คือ โปรแกรมที่ใช้ Rip แผ่นเสียง และ โปรแกรมที่ Rip CD ครับ

ถ้าเอาโปรแกรม Rip แผ่นเสียงไป Rip CD ก็ตลกแล้วครับ (แต่อาจจะมีคนทำอย่างนั้นจริง ก็ล่ายนะ 55555)

ส่วนโปรแกรม Rip CD มันใช้ Rip แผ่นเสียงไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนการไม่ Set ค่า Offset นี่ให้ไฟล์ไม่เป็น Bit-perfect ครับ

เพราะค่าที่อ่านได้ไม่เลื่อนไปข้างหน้าก็ข้างหลัง ในแง่ของ Data Stream ค่าถือว่าตรงกันได้ คือไม่แหว่งข้อมูลด้านหน้าไปก็ด้านหลัง แต่ที่ต้องตั้งค่า Offset เพื่อจะได้หา Checksum ได้และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลได้ ว่าค่าที่ได้ตรงกันไหม?

ถ้าแผ่นซิงๆ ไม่เป็นรอย ก็ไม่ค่อยจะจำเป็นหรอกครับ แต่แผ่นเก่าเป็นรอย การตั้งค่าพวกนี้จำเป็นในการ Rip CD ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ

แล้วที่ผมบอกคือ ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะกับงาน

นักดนตรีน่ะ ผมเห็นด้วยนะต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ เพราะเขาต้องแปลงสัญญาณเสียงกลับเป็นข้อมูลดิจิตอล เพราะงั้น Audio Interface ที่มี ADC เป็นเรื่องจำเป็น

และกรณีที่มีการอัดเสียง บันทึกเสียง ภาพ จากหลายแหล่ง เช่น เล่น MIDI ไปร้องเพลงไป ที่เป็นการ Mix เสียงจากหลาย Source เนี่ย ระบบ Realtime หรือ Low-Latency เป็นสิ่งที่จำเป็น

แต่คนทั่วไปที่แค่ฟังเพลงไฟล์เพลง หรือถ้าอย่างมาก Rip CD/DVD Audio/SACD ถามว่ามันจำเป็นด้วยเหรอ?

แทนที่ผมจะเอาเงินไปซื้อ Audio Interface ที่มี ADC ด้วย ผมทุ่มเงินกับตัวที่มีเฉพาะ DAC ไม่ดีกว่าเหรอ?

กับเรื่อง Windows, Linux, Mac และก็  Kernel Low-Latency กับ Generic เสียงไม่เหมือนกัน ผมก็ยอมรับว่าจริงครับ ผมเองเคยลองฟังเทียบมาแล้ว ปัญหาคือ ใช้ Mac คุณเลือกได้ไหมล่ะ? ว่าจะบูทเข้า OS โดยใช้ Kernel แบบไหน หรือโดนหักคอให้ใช้พวก Real-time หรือ Low-Latency Kernel ไปแล้ว?

จริงๆ ต้องบอกว่าแค่เปลี่ยนโปรแกรมที่เล่น เสียงก็อาจจะต่างกันแล้ว หรือ ต่อให้โปรแกรมเดียวกัน Setting ไม่เหมือนกัน เสียงก็ไม่เหมือนกัน

อย่าง Audirvana+ ผมก็เคยเล่น ถามว่า เคยเปิดหน้า Setting ขึ้นมาดูไหมล่ะครับ?

DSD to PCM Algorithm แบบไหนดีสุด

Steepness, filter length ตั้งเยอะหรือน้อยดี

อย่าง Pre-ringing, Sampling Rate Converter ผมถามว่า รู้กันไหมว่า เพลงแนวคลาสสิค เพลงร้องทั่วไป เพลง pop-rock ควรตั้งค่าอย่างไร?

มันไม่ได้จ่ายเงิน ซื้อโปรแกรมเทพๆ เล่นตามค่า Default Settings แล้วจบครับ มันไม่เคยเป็นแบบนั้น

ยาวจัง ไม่มีภาพประกอบอีกตะหาก ผมข้ามไปไม่ต้องอ่านละกันนะครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #540 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:28:41 PM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f

เห็นว่ามีเครื่อง Mac ที่เจลเบรคไว้แล้ว ก็ลองลงโปรแกรมทดสอบได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องตั้งกระทู้ให้เสียเวลาเลยครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #539 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 11:30:49 AM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ  การที่ app มันจะทำ accuraterip หรือ set read offset ได้หรือไม่ได้ ผมว่า มันก็มีส่วนต่อคุณภาพของผลการ ripped

แต่ จะมาบอกว่าหรือยืนยันว่า ถ้าไม่มีการ set สองค่านี้แล้ว มันจะทำให้ผลการ ripped นั้นไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก ฟังไม่ได้ ไม่ใช่ bit perfect  ผมว่า มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

ตัว app ที่ว่า ด้านบน มันอาจจะมีหรือไม่มีให้เซ็ต ผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้เล่น แต่ขอเสนอความเห็นกลางๆ นะครับ คิกๆๆ

ผมเข้าใจว่า จขกท เค้าไม่ดึงเพลงออกจากแผ่นแบบที่เข้าใจว่าคือการ rip จาก cd อย่างเดียวนะครับ มันเป็นการ rip จากแผ่นดำด้วย ซึ่งการอ่านค่ามันไม่ใช่แบบเดียวกัน ดังนั้น อุปกรณ์/app ที่เค้าใช้ จึงคนละแบบ และ accuraterip คงไม่มีสำหรับการ rip แผ่นดำ จริงไหมครับ  ลืมๆ มาต่ออีกนิด  ดังนั้น จขกท เค้าจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ภาค A/D กับ D/A แบบมืออาชีพ  และ app พวกที่เค้าว่าไงครับ

ถ้าขนาดข้อมูล Digital ที่ทำ Binary Compare แล้วทั้ง 2 ไฟล์เหมือนกัน 100% ยังบอกว่าฟังแล้วเสียงไม่เหมือนกัน

แล้วทำไมไฟล์สองไฟล์ ที่ทำ Binary Compare แล้ว ไม่เหมือนกัน ถึงบอกว่าเสียงเหมือนกันล่ะครับ

อ๋อ ส่วนเรื่องที่เขา Rip แผ่นเสียงนี่ไม่ทราบครับ ถ้างั้นก็ต้องมีโปรแรกม 2 ชุด คือ โปรแกรมที่ใช้ Rip แผ่นเสียง และ โปรแกรมที่ Rip CD ครับ

ถ้าเอาโปรแกรม Rip แผ่นเสียงไป Rip CD ก็ตลกแล้วครับ (แต่อาจจะมีคนทำอย่างนั้นจริง ก็ล่ายนะ 55555)

ส่วนโปรแกรม Rip CD มันใช้ Rip แผ่นเสียงไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนการไม่ Set ค่า Offset นี่ให้ไฟล์ไม่เป็น Bit-perfect ครับ

เพราะค่าที่อ่านได้ไม่เลื่อนไปข้างหน้าก็ข้างหลัง ในแง่ของ Data Stream ค่าถือว่าตรงกันได้ คือไม่แหว่งข้อมูลด้านหน้าไปก็ด้านหลัง แต่ที่ต้องตั้งค่า Offset เพื่อจะได้หา Checksum ได้และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลได้ ว่าค่าที่ได้ตรงกันไหม?

ถ้าแผ่นซิงๆ ไม่เป็นรอย ก็ไม่ค่อยจะจำเป็นหรอกครับ แต่แผ่นเก่าเป็นรอย การตั้งค่าพวกนี้จำเป็นในการ Rip CD ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ

แล้วที่ผมบอกคือ ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะกับงาน

นักดนตรีน่ะ ผมเห็นด้วยนะต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ เพราะเขาต้องแปลงสัญญาณเสียงกลับเป็นข้อมูลดิจิตอล เพราะงั้น Audio Interface ที่มี ADC เป็นเรื่องจำเป็น

และกรณีที่มีการอัดเสียง บันทึกเสียง ภาพ จากหลายแหล่ง เช่น เล่น MIDI ไปร้องเพลงไป ที่เป็นการ Mix เสียงจากหลาย Source เนี่ย ระบบ Realtime หรือ Low-Latency เป็นสิ่งที่จำเป็น

แต่คนทั่วไปที่แค่ฟังเพลงไฟล์เพลง หรือถ้าอย่างมาก Rip CD/DVD Audio/SACD ถามว่ามันจำเป็นด้วยเหรอ?

แทนที่ผมจะเอาเงินไปซื้อ Audio Interface ที่มี ADC ด้วย ผมทุ่มเงินกับตัวที่มีเฉพาะ DAC ไม่ดีกว่าเหรอ?

กับเรื่อง Windows, Linux, Mac และก็  Kernel Low-Latency กับ Generic เสียงไม่เหมือนกัน ผมก็ยอมรับว่าจริงครับ ผมเองเคยลองฟังเทียบมาแล้ว ปัญหาคือ ใช้ Mac คุณเลือกได้ไหมล่ะ? ว่าจะบูทเข้า OS โดยใช้ Kernel แบบไหน หรือโดนหักคอให้ใช้พวก Real-time หรือ Low-Latency Kernel ไปแล้ว?

จริงๆ ต้องบอกว่าแค่เปลี่ยนโปรแกรมที่เล่น เสียงก็อาจจะต่างกันแล้ว หรือ ต่อให้โปรแกรมเดียวกัน Setting ไม่เหมือนกัน เสียงก็ไม่เหมือนกัน

อย่าง Audirvana+ ผมก็เคยเล่น ถามว่า เคยเปิดหน้า Setting ขึ้นมาดูไหมล่ะครับ?

DSD to PCM Algorithm แบบไหนดีสุด

Steepness, filter length ตั้งเยอะหรือน้อยดี

อย่าง Pre-ringing, Sampling Rate Converter ผมถามว่า รู้กันไหมว่า เพลงแนวคลาสสิค เพลงร้องทั่วไป เพลง pop-rock ควรตั้งค่าอย่างไร?

มันไม่ได้จ่ายเงิน ซื้อโปรแกรมเทพๆ เล่นตามค่า Default Settings แล้วจบครับ มันไม่เคยเป็นแบบนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 12:00:12 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #538 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 11:15:53 AM »
ส่วนเรื่อง Word Clock, Master Clock

ใน DAC รุ่นหลังๆ Interface เป็น I2S มันต้องมี Master Clock อยู่แล้ว...

ไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องวิเศษกว่าชาวบ้านตรงไหน

https://en.wikipedia.org/wiki/I%C2%B2S

ผมว่าสำคัญตรง Clock Oscillator มากกว่าว่าใช้แบบ Passive, TCXO หรือ VCXO ซีเรียสมากๆ ใช้ Atomic clock (เช่น Antelope Audio) ด้วยซ้ำ

ถ้าจะอ้างเรื่อง clock หารูปที่เปิดฝามาให้ดูดีกว่าว่าใช้ชิพ Oscillator แบบไหน Passive, TCXO SMD (หรือ DIP) หรือ OCXO ค่า ppm เท่าไร

Passive นี่แถวๆ 10-100ppm
TCXO ก็ 0.1-20 ppm
OCXO ก็แถวๆ 0.01-0.5ppm (20-500ppb)
Atomic (Rubidium) 0.001ppb

แล้วรูปที่คุณโพสเนี่ย Spec มันอยู่ตรงไหนครับ?



เข้าใจคำว่า Specification เหรอเปล่าเนี่ย???

หรือว่าตามสไตล์สินค้าแม็คคือมี Specification แต่ไม่ใช่ Specification

(ไม่ต้องห่วงหรอก Manual Apogee Element 24 ที่คุณเอามาแปะ ผมก็มี มันไม่บอกว่า ใช้ชิพ DAC อะไร 55555)

Apogee Element 24 น่าจะใช้ DAC รุ่นเก่า เล่นกลับ และบันทึกไฟล์ได้ที่  192kHz/24-bit

ตัวที่ใช้ DAC ESS Sabre32 รุ่นใหม่คือ รุ่น Ensemble

รุ่นเล็กๆ ก็ใช้ DAC ตัวเดียวกับ Sound Card คอมด้วยซ้ำ บางรุ่นเปิดมาก็ Analog Device ไม่ก็ Cirrus logic นะแหละ

ส่วน Clock ผมเดาว่าอย่างดีก็เป็น DIP TCXO แถวๆ 0.1ppm - 1ppm

รุ่นเล็กอย่าง Element 24 ดีไม่ดีจะเจอ Passive Oscillator ไม่ก็ SMD TCXO
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 11:35:32 AM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #537 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 10:50:00 AM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ  การที่ app มันจะทำ accuraterip หรือ set read offset ได้หรือไม่ได้ ผมว่า มันก็มีส่วนต่อคุณภาพของผลการ ripped

แต่ จะมาบอกว่าหรือยืนยันว่า ถ้าไม่มีการ set สองค่านี้แล้ว มันจะทำให้ผลการ ripped นั้นไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก ฟังไม่ได้ ไม่ใช่ bit perfect  ผมว่า มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

ตัว app ที่ว่า ด้านบน มันอาจจะมีหรือไม่มีให้เซ็ต ผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้เล่น แต่ขอเสนอความเห็นกลางๆ นะครับ คิกๆๆ

ผมเข้าใจว่า จขกท เค้าไม่ดึงเพลงออกจากแผ่นแบบที่เข้าใจว่าคือการ rip จาก cd อย่างเดียวนะครับ มันเป็นการ rip จากแผ่นดำด้วย ซึ่งการอ่านค่ามันไม่ใช่แบบเดียวกัน ดังนั้น อุปกรณ์/app ที่เค้าใช้ จึงคนละแบบ และ accuraterip คงไม่มีสำหรับการ rip แผ่นดำ จริงไหมครับ  ลืมๆ มาต่ออีกนิด  ดังนั้น จขกท เค้าจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ภาค A/D กับ D/A แบบมืออาชีพ  และ app พวกที่เค้าว่าไงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 10:53:01 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #536 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 10:28:51 AM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #535 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 09:15:47 AM »
โปรโมชั่น App 5 ตัว ขายราคาเดียวครับ แค่ FinalCut Pro X รวมกับ Logic Pro X สองตัวนี้ราคาเต็มรวมกันก็หมื่นกว่าบาทแล้วครับ
เป็น่โปรสุดคุ้ม แต่จะซื้อได้หรือไม่ต้องลุ้นกันครับ ของผมมีเมลล์แบบสอบถามมา ตอบกลับไปแล้วก็ได้รับอนุมัติครับ

http://www.apple.com/th-edu/shop/product/BMGE2Z/A/pro-apps-bundle-เพื่อการศึกษา?fnode=000104090a


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #534 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 09:38:47 PM »
น้า สิ่งที่เกิดขึ้น เสียงที่ได้ยินว่าเป็นผลจาก thunder...  ความเห็นผม คิดว่าอาจมีส่วน แต่ไม่น่าใช่ทั้งหมดนะครับ

ตัว DI ใช้ชิปอะไรครับ แล้ว input ด้วยข้อมูล format อะไร interface type ไหนครับ

ปล. เจลเบรค  os x หรื อยังครับ คิกๆ


คือตอนนี้ผมเหมือนยกระบบใหม่หมดครับ เสียงนี่ไม่เหลือเค้าเดิมเลยครับ แยกได้คร่าวๆคือ

- Logic Pro X และยังได้รับคำแนะนำจากนักดนตรี (แต่ผมยังไม่ได้ขออนุญาตมาเรื่องการเปิดเผยชื่อ)
  ได้คำแนะนำเคล็ดลับในการเซทติ้งครับ และอยู่ในหมวดที่ผมคิดไม่ถึงมาก่อน (แต่เป็นเรื่องปกติของนักดนตรี)

- Apogee Element 24 เสียงกว้างมากครับ กว้างกว่า Ensemble Firewire เสียอีก ทำผมทึ่งมากๆ

- DI BOX ที่เป็นเรื่องปกติของนักดนตรีครับ แต่ผมเพิ่งทราบ 55 จริงๆเล็งยี่ห้อ Radial ไว้ครับ แต่กลับลำขอประเดิมด้วย Samson ก่อน
  เพราะราคาถูกมาก ก็เอามาลองและรื้อดูครับ พบว่าใช้ OP-AMP JRC J00JD และเป็นเบอร์เดียวกับที่ใช้ใน Radial ที่เล็งไว้ครับ (ราคาหมื่นนึง)
  ผมก็เลยไม่ต้องถอย Radial แล้วครับ ให้ Poem โมใส่ OP-AMP ใหม่ทั้ง 3  ตัว (แต่ Radial มีหม้อแปลง จะให้เสียงได้มีเนื้อกว่า
  แต่ในเมื่อ OP-AMP เบอร์เดียวกันเลยยังไม่อยากลงทุนครับ เอามาก็อาจได้รื้อเปลี่ยน OP-AMP ด้วย) และ Samson รุ่นที่ผมเลือกมา
  ไม่ได้ไว้ต่อกับเครื่องดนตรีครับ มันมีไว้ต่อกับ CD Player เพื่อแปลงสัญญาณ Unbalance ให้กลายเป็น Balance สำหรับต่อเข้า DAT
  เพื่อบันทึกครับ DI BOX มีหลากหลายประเภทครับ โดยเฉพาะยี่ห้อ Radial ผมควานหาก็เลือกจากค่าความต้านทาน ดูวิธีจ่ายไฟ
  รวมถึงเป็น Passive หรือ Active อีกครับ

- ได้ Clock มาเสริมทัพ Apogee อีก

- ลองบันทึกเสียงจาก Turntable เข้า Apogee ได้สำเร็จครับ ผ่าน Logic Pro X แต่ยังไม่ได้ปรับแต่งอะไร ลองคร่าวๆว่าเจอปัญหาอะไรมั้ยครับ
  งานนี้ก็คุ้มมากขึ้น นอกจากใช้ Apogee เป็น D/D, D/A แล้วยังได้ทำหน้าที่ A/D ด้วยครับ

- ได้คุณผึ้ง อาร์มแชร์ มาช่วยแนะนำและยังมีอีก 2 ท่าน ทำให้ปรับระบบได้ก้าวกระโดดครับช่วงนี้ ผมต้องลำดับการเขียนก่อนครับ
  ไม่งั้นจะอ่านลำบาก เลยยังไม่ได้โพสอะไรมากครับ มีแต่รูปให้ชมกันไปก่อน


 
ผมใช้เครื่องมาตั้งแต่ OS 5 จนมา OS X จนตอนนี้เป็น macOS 10.12 แล้ว ..... มันเจลเบรคได้ด้วยหรือครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มีนาคม, 2017, 09:41:53 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #533 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 07:16:44 PM »
น้า สิ่งที่เกิดขึ้น เสียงที่ได้ยินว่าเป็นผลจาก thunder...  ความเห็นผม คิดว่าอาจมีส่วน แต่ไม่น่าใช่ทั้งหมดนะครับ

ตัว DI ใช้ชิปอะไรครับ แล้ว input ด้วยข้อมูล format อะไร interface type ไหนครับ

ปล. เจลเบรค  os x หรื อยังครับ คิกๆ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #532 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 04:15:05 PM »
อัันนี้เป็นสเปคที่ดึงจากไฟล์ PDF คู่มือของ Apogee Element 24 ครับ
วิธีเขียนสเปคจะแตกต่างจาก DAC บ้าน รวมถึงการทำงานที่ได้ทั้ง A/D, D/A รวมถึง D/D แปลงค่าไฟล์เพลงแบบดิจิตอล




ซึ่งตอนนี้ Apogee Element 24 ถูกสั่งการผ่าน Logic Pro X ได้อย่างง่ายดายครับ หลังจากทดสอบเพิ่มเมื่อคืน
การเอาท์พุทเพลงมีหลายเทคนิคและให้เสียงได้แตกต่างกันทั้งหมดครับ รวมถึงสามารถชดเชยค่าต่างลงในไฟล์เพลงได้ด้วย
สมัยก่อนนั้น แผ่นของ Joe Satriani เสียงจะติดๆกันหน่อย ถึงผมจะใช้ MOTU 828MKII สองเครื่องก็ตาม
แต่ด้วยประสิทธิภาพของพอร์ท Thunderbolt รวมถึงภาคดิจิตอลของ Apogee Element 24 ที่ทำงานร่วมกับ Logic Pro X
สามารถให้น้ำเสียงได้เปิดกว้าง คมชัด สปีดดีเยี่ยม และเสียงเบสที่มีตำแหน่งอย่างที่ผมไม่เคยได้ฟังมาก่อนจากแผ่น Joe Satriani
 เลยครับ เรียกว่าการลงทุนข้ามมาสู่พรมแดน Thunderbolt เป็นอะไรที่คุ้มเกินกว่าที่ผมคาดไว้มาก




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #531 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 09:41:32 PM »
Audirvana+ ของแท้ก็หกพันแล้วครับ ทำได้แค่กดเพลย์ด้วยซ้ำนะครับ 55
อะไรถูก อะไรแพง ต้องพิจารณาดีๆก่อนนะครับ



คิกๆๆ แล้ว ตัวนี้ละครับ Amarra Symphony  ราคามัน ห้าหกเท่า ของ Audirvana+  ยังอยู่ได้ในตลาดและมีคนใช้งาน


เรื่อง jailbreak Mac เพื่อใช้งาน  เออ ผมใช้มาเพิ่งจะได้ยินคำนี้เหมือนกันแฮะ  OS X ไม่ใช่ iOS นะคร้าบบบบบบบบ

Amarra Symphony เคยทดสอบแล้วเสียงดีสุดในกลุ่มครับ แต่สู้ราคาไม่ไหว
เลยถอยมา Audirvana+ ครับ ตอนนี้ได้พลัง Thunderbolt มาชดเชยครับ

และพอดีมีโปรโมชั่น Logic Pro X + FinalCut Pro X และโปรแกรมอื่นอีก 3 ตัว
ในราคารวมกันที่ 7xxx ก็เลยได้ครบครับทั้งแปลงเพลง อัดเสียงจาก Turntable แปลงเสียง A/D, D/A, D/D ตัดวีดีโอ



ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #530 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 09:30:36 PM »
Audirvana+ ของแท้ก็หกพันแล้วครับ ทำได้แค่กดเพลย์ด้วยซ้ำนะครับ 55
อะไรถูก อะไรแพง ต้องพิจารณาดีๆก่อนนะครับ



คิกๆๆ แล้ว ตัวนี้ละครับ Amarra Symphony  ราคามัน ห้าหกเท่า ของ Audirvana+  ยังอยู่ได้ในตลาดและมีคนใช้งาน


เรื่อง jailbreak Mac เพื่อใช้งาน  เออ ผมใช้มาเพิ่งจะได้ยินคำนี้เหมือนกันแฮะ  OS X ไม่ใช่ iOS นะคร้าบบบบบบบบ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #529 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 08:59:01 PM »
นาฬิกามาส่งแล้วครับ (รูปนี้ไม่มีโลโก้ Poem เพราะผมถ่ายที่บ้านครับ ถ้าใช้ที่ Poem ทดสอบก็จะใส่โลโก้เป็นเครดิตให้ครับ)



เมื่อก่อนผมใช้ MOTU 828MKII พ่วงกันสองเครื่อง เพราะผมยังหาตัว Sync Gen Clock ในราคาพอเหมาะไม่ได้ครับ
เจ้า MOTU 828MKII ราคาเครื่องละเก้าพัน พอได้อยู่เลยใช้เป็น Clock เสียหนึ่งตัวครับ แต่ก็ทำให้รู้ว่า เมื่อเราแยก Clock ออกจากตัวเครื่อง
ทำให้เสียงเปลี่ยนไปครับ MOTU 828MKII ใช้ Clock เหมือนกัน แต่เมื่อต่อแยก น้ำเสียงดีกว่าเดิมมาก

ตอนนี้ Apogee Element 24 ที่เพิ่งวางจำหน่ายได้สักพักให้ช่องต่อสำหรับ Word Clock มาด้วยครับ
ตรงกับความต้องการพอดี ถึงจะไม่มี COAX มาด้วยแต่ผมไม่ต้องการ DAC มาต่อพ่วงอีกแล้วครับ หันมาใช้ DI BOX แทน
ซึ่งเสียงเร็วกว่าใช้ DAC พ่วงเข้าไปครับ ที่ผ่านมานั้น ปัญหาจริงๆที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของความต้านทานครับ
แต่คราวนี้ได้ DI BOX จัดการให้เรียบร้อยครับ



ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #528 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 02:53:35 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?

นั่นมันเครื่องของทางร้านครับ รบกวนไปถามทางร้านได้เลยครับ ไม่เกี่ยวกับผม

แล้วตกลง OSX ทำ Unlock file system (Root, Jail break) ได้ยังครับ

 2f


... อยู่ๆก็มาสั่งผมให้ไปเจลบรค ไม่ได้รู้จักกันเลยนะครับ เพื่อนกันยังไม่สั่งกันแบบนี้เลย
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งของความมหัศจรรย์ในโลกไซเบอร์เลยทีเดียว 55

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #527 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:50:22 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?

นั่นมันเครื่องของทางร้านครับ รบกวนไปถามทางร้านได้เลยครับ ไม่เกี่ยวกับผม

แล้วตกลง OSX ทำ Unlock file system (Root, Jail break) ได้ยังครับ

 2f
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #526 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:42:14 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?

นั่นมันเครื่องของทางร้านครับ รบกวนไปถามทางร้านได้เลยครับ ไม่เกี่ยวกับผม


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #525 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:37:44 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #524 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:35:54 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #523 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:33:36 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #522 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:26:16 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489


ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ


55555

นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ครับ ว่าเครื่องคุณที่วางไว้ที่ร้าน Poem ใครเป็นคนต้องไปไล่แก้ Config โปรแกรมต่างๆ ให้

เครื่องผมอยู่ที่บ้านครับ ไม่ได้อยู่ที่ Poem ไม่รู้จริงๆหรือครับว่านั่นเครื่องใคร
รู้แต่ว่าเครื่องที่นั่นมีคนไปเล่นจนเจ๋งครับ ไปตั้งอะไรไว้เละเทะหมดครับ จนอัพเดทไม่ได้ เจอตัวแล้ว55

งั้นคุณลองตอบมาหน่อยครับว่า Logic Pro X ตั้งให้ระบบใช้ Accurate Rip กับ C2 Error ยังไงครับ มีเครื่องอยู่นี่ Cap หน้าจอมาให้หน่อย

 2f
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #521 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:21:58 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489

ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ


55555

นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ครับ ว่าเครื่องคุณที่วางไว้ที่ร้าน Poem ใครเป็นคนต้องไปไล่แก้ Config โปรแกรมต่างๆ ให้

เครื่องผมอยู่ที่บ้านครับ ไม่ได้อยู่ที่ Poem ไม่รู้จริงๆหรือครับว่านั่นเครื่องใคร
รู้แต่ว่าเครื่องที่นั่นมีคนไปเล่นจนเจ๋งครับ ไปตั้งอะไรไว้เละเทะหมดครับ จนอัพเดทไม่ได้ เจอตัวแล้ว55


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #520 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:18:45 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489

ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ


55555

นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ครับ ว่าเครื่องคุณที่วางไว้ที่ร้าน Poem ใครเป็นคนต้องไปไล่แก้ Config โปรแกรมต่างๆ ให้

ล่าสุด เจอ Patch ที่ Apple ปล่อยมาทำ iTunes เดี้ยงไปแก้ได้ยังครับ  2f
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2017, 01:24:56 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #519 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:12:40 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489

ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ

Audirvana+ ของแท้ก็หกพันแล้วครับ ทำได้แค่กดเพลย์ด้วยซ้ำนะครับ 55
อะไรถูก อะไรแพง ต้องพิจารณาดีๆก่อนนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2017, 01:19:19 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #518 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 11:04:53 AM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #517 เมื่อ: 18 มีนาคม, 2017, 10:50:11 PM »
Apogee Element 24 นอกจากจะเป็น Thunderbolt แล้ว ยังได้ภาค A/D และ D/A ที่ออกแบบใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
ให้ความถี่ได้เยี่ยมในทุกๆย่าน และยังกว้างมากๆด้วย เป็นความล้ำหน้าของการออกแบบโดยแท้ครับ
ตอนนี้ก็ทำการอัพเกรดภาคจ่ายไฟเสียใหม่ก็ยิ่งให้เสียงได้ดีขึ้นอีกมากครับ

ภาคข่ายไฟ 12V 5A รับหน้าที่จ่ายไฟให้ Apogee Element24, Caldigit Thunderbolt Station 2 และ DI BOX ครับ
ทำเสร็จสดๆร้อนวันนี้ที่ Poem Audio




และกองหนุนที่มาใหม่อีก 1




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #516 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2017, 12:37:28 PM »
ทำได้ทั้บ Digital to Analog และ Analog to Digital ครับ



ส่วนน้ำเสียงจาก Apogee Element 24 นั้นดีเกินคาดครับ เสียงกว้างมากๆและให้ความถี่ได้ครบครัน สมเป็นอันดับต้นๆของระดับสตูดิโอ
แต่ที่เหนือกว่านั้นคือ การแปลง Analog to Digital ผ่านตัว Apogee นั้นให้น้ำเสียงได้น่าทึ่งมากครับ ทดสอบบันทึกเสียงจากแผ่นเสียง
ให้ความคมชัดได้ดีเยี่ยมจนผมทึ่งเลย รวมถึงความเข้ากันได้กับ App Logic Pro X ที่เรียกได้ว่าทำมาคู่กันโดยแท้ รวมถึงได้เทคนิคเพิ่มเติม
ในการแปลงไฟล์จาก 44.1 เป็น 88.2 ที่มีการเซ็ทอัพในแบบที่ผมไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งทดสอบข้างต้นแล้ว น้ำเสียงก็ดีขึ้นไปอีกครับ
(คราวนี้ได้เวลาลอง 192 อีกสักครั้ง) เบ็ดเสร็จเดือนนี้ก็โดนค่า Apogee กับซื้อ Logic Pro X เข้าไปก็จุกไม่น้อยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม, 2017, 05:59:15 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #515 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2017, 09:16:20 AM »
ไดรฟ์สำหรับอ่านแผ่น เป็น Firewire 400 ครับ (อันนี้แบบสะดวก)
ดีกว่านี้ก็ใช้วิธีเอา BD-ROM ที่เป็น SATA มาต่อกับ External HDD Enclosure ที่เป็น Firewire และแยกจ่ายไฟ 2  ชุด



ถ่ายด้วยเลนส์ Rodenstock 50mm (ดัดแปลงลงบนกล้อง A7R)

ได้ PSU CoolerMaster V1000 มาเสริมทัพ จ่ายไฟ 12V ให้ HDD Caldigit และ Caldigit Thunderbolt Station 2 ครับ





ได้พลังและความเนียนมากกว่า 750W ที่ใช้แต่เดิมมากครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มีนาคม, 2017, 11:00:11 AM โดย GUNTAM »