ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 201992 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #480 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์, 2017, 12:16:40 AM »
การเอาเลนส์ต่าง format มาใช้มันก็ต้องคำนึงถึง ขนาดเซนเซอร์ กับความหนาแน่นของ พิกเซล ด้วยครับ

อะเดปเตอร์ สมัยนี้ราคาไม่แพง ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ยกเว้นเรืองถ้าต้องมีการใส่ชิ้นเลนส์เพิ่ม

เรื่องคมถึงขอบ นอกจากยี่ห้อเลนส์แล้ว ควรเทียบกับ ขนาด เซนเซอร์ ของกล้องด้วยครับ เลนส์บางตัว เมื่อนำมาใช้กับ เซนเซอร์ เล็ก ก็ให้ความคมเทียบกับเลนส์ ในอุดมคติได้

ถ้าเราศึกษาใน วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรม ของอุปกรณ์ จะช่วยให้แยกแยะ ระหว่าง science vs pseudo-science vs engineering ครับ
ไม่ว่าจะเป็น กล้อง เครื่องเสียง รถ จักรยาน ลองเสียเวลาค้นคว้าสักหน่อย จะช่วยให้เรา ใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมครับ

เรื่องเลนส์ นอกจากความคมแล้วยังมือเรื่องสีสัน กับความสว่าง พวกนี้แยกแยะง่ายกว่าเครื่องเสียงเยอะครับ

ประสบการ์ณ + ความรู้ จะช่วยบอก และช่วยคนอื่นๆ ได้ว่าที่ทำกันมามันถูกต้องหรือพัฒนาได้ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #481 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์, 2017, 07:20:49 AM »
การเอาเลนส์ต่าง format มาใช้มันก็ต้องคำนึงถึง ขนาดเซนเซอร์ กับความหนาแน่นของ พิกเซล ด้วยครับ

อะเดปเตอร์ สมัยนี้ราคาไม่แพง ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ยกเว้นเรืองถ้าต้องมีการใส่ชิ้นเลนส์เพิ่ม

เรื่องคมถึงขอบ นอกจากยี่ห้อเลนส์แล้ว ควรเทียบกับ ขนาด เซนเซอร์ ของกล้องด้วยครับ เลนส์บางตัว เมื่อนำมาใช้กับ เซนเซอร์ เล็ก ก็ให้ความคมเทียบกับเลนส์ ในอุดมคติได้

ถ้าเราศึกษาใน วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรม ของอุปกรณ์ จะช่วยให้แยกแยะ ระหว่าง science vs pseudo-science vs engineering ครับ
ไม่ว่าจะเป็น กล้อง เครื่องเสียง รถ จักรยาน ลองเสียเวลาค้นคว้าสักหน่อย จะช่วยให้เรา ใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมครับ

เรื่องเลนส์ นอกจากความคมแล้วยังมือเรื่องสีสัน กับความสว่าง พวกนี้แยกแยะง่ายกว่าเครื่องเสียงเยอะครับ

ประสบการ์ณ + ความรู้ จะช่วยบอก และช่วยคนอื่นๆ ได้ว่าที่ทำกันมามันถูกต้องหรือพัฒนาได้ครับ



ผมถ่ายรูป ล้างฟิล์ม อัดภาพ มาตั้งแต่สมัยฟิล์มแล้วครับ เรื่องกำลังขยายเลนส์นี่ผมทราบดี เพราะคุ้นเคยกับกล้อง SINAR P2 ที่ใช้ฟิล์ม 4x5

จะคุยเรื่องกล้องเรื่องเลนส์ ก็ต้องมีภาพที่ถ่ายมาด้วยครับ อันนี้งานที่ผมถ่ายเมื่อวาน ใช้ A7R ประกบเลนส์ Rodenstock APO 50mm ผมรับจ๊อบพิเศษเป็น ADMIN ร้านกล้อง ตลอด 20ปี ผมก็ถ่ายรูปมาตลอด ใช้มาแทบครบทุกยี่ห้อ สุดท้ายผมก็มีคำตอบคือ Rodenstock ครับ
สำหรับยี่ห้อนี้ สเปคไม่ต้องถามเลย ส่วนการใช้งานจริงก็ให้ภาพได้ไม่เคยผิดหวัง ท้งสัดส่วนภาพ การไล่โทน สี



ความรู้เรื่องกล้องนี่เป็นแค่ส่วนเล็กๆครับ และยังมีเทคนิคเหนือกว่านี้อีกอย่าง ไซยาโนไทป์ การทำกระดาษอัดภาพเองได้อีก
- จัดแสงไม่เป็นก็จบ คำนวนความต่างของส่วนสว้างสุดกับมืดสุดไม่ได้ก็ถ่ายให้ออกมาดีไม่ได้
- จัดแสงเป็น แต่ Compose ภาพไม่เป็น ก็ไม่มีประโยชน์ ใช้งานกฏ 3 ส่วนไม่ได้ ไม่รู้จักสัดส่วนทองก็ถ่ายให้ออกมาดีไม่ได้
- รู้จักกฏทั้งหมด ก็ยังถ่ายรูปให้ออกมาดีไม่ได้ เพราะช่างภาพต้องคิดงานแบบแหกกฏเสมอครับ ไม่งั้นภาพก็ซ้ำกับคนอื่น ไม่มีการพัฒนา

ผมว่ายากกว่าจัดเครื่องเสียงเยอะครับ เพราะต้องพัฒนาตนเองตลอด ต้องทำงานหนีตนเองตลอด ถึงวันนี้ถ่ายได้น่าพอใจ
แต่พรุ่งนี้ก็ต้องถ่ายให้ดีกว่านี้ คนที่คิดว่าการถ่ายรูปง่ายก็คือคนที่ไม่ได้ถ่ายรูปแหละครับ หรือบางทีก็อวยกันเอง ติดอยู่ในเวปบอร์ดเล็กๆ
แต่โลกแห่งการถ่ายรูปนั้นกว้างไกลไร้ขีดจำกัด เป็นการส่งความรู้จากรุ่นสู่รุ่น






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กุมภาพันธ์, 2017, 07:34:53 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #482 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2017, 02:26:43 PM »
Zone System นับกันเข้าไป กี่ + กี่ - โซนไหนบ้างหว่าาาาาาาาาาาาาาาา  ล้าง อัดออกมา เห้อ ๕๕๕
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #483 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์, 2017, 12:21:18 PM »
ก็ไม่มีอะไร เอาเลนซ์ข้ามค่ายมาใส่ Flange focal distance ไม่ตรงกัน มันก็โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้บ้าง โฟกัสระยะใกล้ๆ ไม่ได้บ้าง แล้วแปลงลง Mirrorless สุดแสนจะสบาย ไม่ต้องกลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง แค่ใส่ Adapter เอาเลนซ์ไปแปลงลงพวก mount ที่ Flange focal distance มากๆ หินกว่าเยอะ ถ้าไม่กลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง ใช้พวก Adapter มีเลนซ์ช่วยให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ก็ทำให้ IQ ตก

ซึ่งปกติ ปัญหาการโฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้ แล้วเป็นปัญหาปวดใจ จะเป็นเพราะเอาเลนซ์ที่ใช้กับ Mount ที่ Flange Focal distance ต่ำ ไปใช้กับเลนซ์ที่ Flange focal distance สูง เช่น เอาเลนซ์ Canon ที่ FFD 44mm ไปใช้ กับ Nikon F 46.5mm

พวก macro adapter ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือ เพิ่ม Flange Focal Distance เพื่อให้โฟกัสใกล้ๆ ได้ แต่จะทำให้โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้

ส่วน Lens เป็นของ Large format (6x9) ถ้าไม่ใส่ Focal reducer (speed booster) ก็ไม่ได้ทำให้รับแสงได้มากขึ้น ก็เหมือนกับเอาเลนซ์ FF ไปใส่ APS-C หรือ ถ่ายด้วยกล้อง FF แล้วมา Crop เอาแค่ตรงกลาง แน่นอนภาพต้องชัดถึงขอบแน่ๆ เพราะตัดขอบภาพทิ้ง เอาแค่ภาพตรงกลาง แต่ถึงถามว่า ดู MTF Charts เป็นหรือเปล่า เพราะถ้าจะหาเลนซ์ 100-135mm FF ธรรมดา ถ่ายที่ F/5.6 แล้วเอาชัดถึงขอบนี่หาไม่ได้ยากเลย

ว่าแต่คุยเรื่องเครื่องเสียงไหง ยกเรื่องกล้องมาพูดอ่าครับ?


- 6 x 9 หน่วยเป็นเซนติเมตร เป็น Medium Format ใช้ฟิล์ม 120 ไม่ใช่ Large Format นะครับ
- Large Format เป็นฟิล์มแผ่น ขนาด 4 x 5 นิ้ว, 5 x 7 นิ้ว, และ 8 x 10 นิ้ว แต่เลนส์ Large Format ถ่ายภาพลงบนฟิล์ม 120 ได้
เพราะกล้อง Large Format ใส่ฟิล์มได้ทุกรูปบบ รวมถึง Digital Back

จะก๊อปข้อมูลมาวางก็เช็คดีๆก่อนครับ และการเอาเลนส์ Medium หรือ Large Format มาใส่กับกล้องดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องปกติ
เพราะเลนส์เกรดโปร กำลังขยายต่อพื้นที่ สูงกว่าเลนส์ใช้งานทั่วไป รวมถึง DOF ที่สวมงามกว่า
และปรับ Tilt/Shift ได้ด้วยสำหรับงานถ่ายสินค้าที่ต้องการสัดส่วนถูกต้อง

การถ่ายรูป เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำนะครับ นั่งท่องข้อมูลไปวันๆมันไม่ได้อะไร



แต่เรื่อง Flange focal distance ไม่ผิดใช่ไหมครับ? แหมๆ ทีคุณยังมามั่วเรื่อง CPU เป็น Full duplex/half duplex เลย อะไรจะเข้มงวดกับคนอื่นปานฉะนี้ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมพลาดไป

ว่าแต่เคยลองคำนวนไหมครับ Lens 6x9 เอามาใช้กับ Full frame นี่ crop factor ต่างกันกี่เท่า แล้วแสงที่จริงๆ ควรจะตกลงที่ Sensor แล้วไปตกรอบๆ Sensor ตามบอดี้แทน มีผลอะไรกับภาพหรือเปล่า?

ป.ล.

มีคนเคยทดสอบมาแล้วนะครับ เรื่องนี้ เขาลองเอาเลนซ์ MF มาใช้ FF เอาเลนซ์ FF ไปใส่พวก Micro43 หรือ CX Format

แล้วก็อย่างที่คุณตอบไปนะแหละ การเอาเลนซ์ DSLR หรือ MF/LF ไปใส่กล้องที่ FFD ต่ำกว่านี่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ได้แปลกประหลาดอัลลัย Adapter มากมีใน ebay รวมถึง Tilt shift adapter

Adapter AF confirm ผมก็เคยซื้อ IC มาต่อเอง

แล้วก็อยู่ๆ เปลี่ยนเรื่องจากเครื่องเสียงเป็นกล้องทำไมเหรอครับ?

แล้วผมว่าคนในบอร์ดนี้เขาไม่ได้นั่งท่องข้อมูลไปวันๆ ไม่ได้ทำอะไรนะครับ หลายคนทั้งโมเครื่องเสียงเอง ออกแบบวงจรเอง หลายคนที่เขาเล่นกล้องก็มีครับ

คุยกันก็แลกเปลียนข้อมูลกัน มันไม่จำเป็นต้องทำตัวแบบ Superior complex/Inferior Complex ที่ตอบอะไรผิด อะไรพลาดไป ไม่ยอมรับ หรือ พอรู้ว่าเรื่องไหนเขารู้เยอะกว่า ก็ต้องเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อยกตัวนะครับ

แล้วเรื่องเลนซ์ มันบอกเป็นยี่ห้อว่ายี่ห้อนี้เทพสุดแล้วไม่ได้หรอก เพราะเลนซ์ แต่ละรุ่นของแต่ละยี่ห้อ มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน ออกแบบมาใช้งานคนละแบบกัน ทั้งเรื่องความคมชัด contrast รูรับแสง ลักษณะชิ้นเลนซ์ จำนวนเลนซ์ โค้ตติ้ง ลักษณะภาพที่ถ่ายออกมา พวกโบเก้ ซึ่งพวกนี้ บางทีคนถ่าย ไม่ได้ต้องการเลนซ์ที่มีความคมชัดสูง แต่ต้องการให้ได้ภาพในลักษณะที่ต้องการ เพราะงานถ่ายภาพมันไม่ได้ถ่ายแค่ ภาพสินค้า ภาพสิ่งปลูกสร้าง แล้วมันขึ้นอยู่กับความต้องการคนใช้

แล้วเดี๋ยวนี้ พวก tilt/shift correction ใช้ว่าพวก Lightroom มันจะไม่มี Software แก้ไข แล้วการใช้ vintage lens มันหมายความว่าในพวก Software edit ภาพ จะไม่มีข้อมูล Lens ที่ใช้จัดการกับภาพด้วย อย่างหลังๆ Software แก้ไขภาพ จะมีข้อมูล Sensor กับ Lens ที่จะมาแก้เรื่อง Distortion ภาพ และ Vignette รวมไปถึงเรื่อง color profile ไม่นับเรื่องคุณภาพชิ้นเลนซ์กับ Coating แล้วเรื่องความสะดวกในการใช้งาน

แล้วถ้าคุณต้องการกำลังขยายมากๆ มันก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเลนซ์เกรดโปรถึงจะทำได้ ในเมื่อต้องต่อ Adapter อยู่แล้ว ก็ใช้ Macro Adapter เพิ่มเข้าไปก็ได้แล้วนี่
ส่วนเรื่อง DOF ที่สวยงามกว่า??? DOF นี่ใช้ Depth of field เปล่าครับ? ถ้า Depth of field นี่ ต้องการ DOF กว้างๆ หรือ แคบๆ ครับ?

ถ้าเป็น DOF มันไม่ได้เกี่ยวกับเลนซ์เกรดโปร ไม่โปรครับ มันเกี่ยวกับ focal length ระยะโฟกัส ขนาดเซ็นเซอร์ f stop


เรื่องเครื่องเสียง หรือ ถ่ายรูปก็ตาม

มันต้องอาศัยความรู้ทั้งด้าน ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์ ประกอบกัน จะเอาแค่ด้านใดด้านนึงมาจับ คิดว่ามันเป็นทั้งหมดคงไม่ได้หรอกครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #484 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 09:27:32 AM »
ก็ไม่มีอะไร เอาเลนซ์ข้ามค่ายมาใส่ Flange focal distance ไม่ตรงกัน มันก็โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้บ้าง โฟกัสระยะใกล้ๆ ไม่ได้บ้าง แล้วแปลงลง Mirrorless สุดแสนจะสบาย ไม่ต้องกลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง แค่ใส่ Adapter เอาเลนซ์ไปแปลงลงพวก mount ที่ Flange focal distance มากๆ หินกว่าเยอะ ถ้าไม่กลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง ใช้พวก Adapter มีเลนซ์ช่วยให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ก็ทำให้ IQ ตก

ซึ่งปกติ ปัญหาการโฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้ แล้วเป็นปัญหาปวดใจ จะเป็นเพราะเอาเลนซ์ที่ใช้กับ Mount ที่ Flange Focal distance ต่ำ ไปใช้กับเลนซ์ที่ Flange focal distance สูง เช่น เอาเลนซ์ Canon ที่ FFD 44mm ไปใช้ กับ Nikon F 46.5mm

พวก macro adapter ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือ เพิ่ม Flange Focal Distance เพื่อให้โฟกัสใกล้ๆ ได้ แต่จะทำให้โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้

ส่วน Lens เป็นของ Large format (6x9) ถ้าไม่ใส่ Focal reducer (speed booster) ก็ไม่ได้ทำให้รับแสงได้มากขึ้น ก็เหมือนกับเอาเลนซ์ FF ไปใส่ APS-C หรือ ถ่ายด้วยกล้อง FF แล้วมา Crop เอาแค่ตรงกลาง แน่นอนภาพต้องชัดถึงขอบแน่ๆ เพราะตัดขอบภาพทิ้ง เอาแค่ภาพตรงกลาง แต่ถึงถามว่า ดู MTF Charts เป็นหรือเปล่า เพราะถ้าจะหาเลนซ์ 100-135mm FF ธรรมดา ถ่ายที่ F/5.6 แล้วเอาชัดถึงขอบนี่หาไม่ได้ยากเลย

ว่าแต่คุยเรื่องเครื่องเสียงไหง ยกเรื่องกล้องมาพูดอ่าครับ?


- 6 x 9 หน่วยเป็นเซนติเมตร เป็น Medium Format ใช้ฟิล์ม 120 ไม่ใช่ Large Format นะครับ
- Large Format เป็นฟิล์มแผ่น ขนาด 4 x 5 นิ้ว, 5 x 7 นิ้ว, และ 8 x 10 นิ้ว แต่เลนส์ Large Format ถ่ายภาพลงบนฟิล์ม 120 ได้
เพราะกล้อง Large Format ใส่ฟิล์มได้ทุกรูปบบ รวมถึง Digital Back

จะก๊อปข้อมูลมาวางก็เช็คดีๆก่อนครับ และการเอาเลนส์ Medium หรือ Large Format มาใส่กับกล้องดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องปกติ
เพราะเลนส์เกรดโปร กำลังขยายต่อพื้นที่ สูงกว่าเลนส์ใช้งานทั่วไป รวมถึง DOF ที่สวมงามกว่า
และปรับ Tilt/Shift ได้ด้วยสำหรับงานถ่ายสินค้าที่ต้องการสัดส่วนถูกต้อง

การถ่ายรูป เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำนะครับ นั่งท่องข้อมูลไปวันๆมันไม่ได้อะไร



แต่เรื่อง Flange focal distance ไม่ผิดใช่ไหมครับ? แหมๆ ทีคุณยังมามั่วเรื่อง CPU เป็น Full duplex/half duplex เลย อะไรจะเข้มงวดกับคนอื่นปานฉะนี้ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมพลาดไป

ว่าแต่เคยลองคำนวนไหมครับ Lens 6x9 เอามาใช้กับ Full frame นี่ crop factor ต่างกันกี่เท่า แล้วแสงที่จริงๆ ควรจะตกลงที่ Sensor แล้วไปตกรอบๆ Sensor ตามบอดี้แทน มีผลอะไรกับภาพหรือเปล่า?

ป.ล.

มีคนเคยทดสอบมาแล้วนะครับ เรื่องนี้ เขาลองเอาเลนซ์ MF มาใช้ FF เอาเลนซ์ FF ไปใส่พวก Micro43 หรือ CX Format

แล้วก็อย่างที่คุณตอบไปนะแหละ การเอาเลนซ์ DSLR หรือ MF/LF ไปใส่กล้องที่ FFD ต่ำกว่านี่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ได้แปลกประหลาดอัลลัย Adapter มากมีใน ebay รวมถึง Tilt shift adapter

Adapter AF confirm ผมก็เคยซื้อ IC มาต่อเอง

แล้วก็อยู่ๆ เปลี่ยนเรื่องจากเครื่องเสียงเป็นกล้องทำไมเหรอครับ?

แล้วผมว่าคนในบอร์ดนี้เขาไม่ได้นั่งท่องข้อมูลไปวันๆ ไม่ได้ทำอะไรนะครับ หลายคนทั้งโมเครื่องเสียงเอง ออกแบบวงจรเอง หลายคนที่เขาเล่นกล้องก็มีครับ

คุยกันก็แลกเปลียนข้อมูลกัน มันไม่จำเป็นต้องทำตัวแบบ Superior complex/Inferior Complex ที่ตอบอะไรผิด อะไรพลาดไป ไม่ยอมรับ หรือ พอรู้ว่าเรื่องไหนเขารู้เยอะกว่า ก็ต้องเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อยกตัวนะครับ

แล้วเรื่องเลนซ์ มันบอกเป็นยี่ห้อว่ายี่ห้อนี้เทพสุดแล้วไม่ได้หรอก เพราะเลนซ์ แต่ละรุ่นของแต่ละยี่ห้อ มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน ออกแบบมาใช้งานคนละแบบกัน ทั้งเรื่องความคมชัด contrast รูรับแสง ลักษณะชิ้นเลนซ์ จำนวนเลนซ์ โค้ตติ้ง ลักษณะภาพที่ถ่ายออกมา พวกโบเก้ ซึ่งพวกนี้ บางทีคนถ่าย ไม่ได้ต้องการเลนซ์ที่มีความคมชัดสูง แต่ต้องการให้ได้ภาพในลักษณะที่ต้องการ เพราะงานถ่ายภาพมันไม่ได้ถ่ายแค่ ภาพสินค้า ภาพสิ่งปลูกสร้าง แล้วมันขึ้นอยู่กับความต้องการคนใช้

แล้วเดี๋ยวนี้ พวก tilt/shift correction ใช้ว่าพวก Lightroom มันจะไม่มี Software แก้ไข แล้วการใช้ vintage lens มันหมายความว่าในพวก Software edit ภาพ จะไม่มีข้อมูล Lens ที่ใช้จัดการกับภาพด้วย อย่างหลังๆ Software แก้ไขภาพ จะมีข้อมูล Sensor กับ Lens ที่จะมาแก้เรื่อง Distortion ภาพ และ Vignette รวมไปถึงเรื่อง color profile ไม่นับเรื่องคุณภาพชิ้นเลนซ์กับ Coating แล้วเรื่องความสะดวกในการใช้งาน

แล้วถ้าคุณต้องการกำลังขยายมากๆ มันก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเลนซ์เกรดโปรถึงจะทำได้ ในเมื่อต้องต่อ Adapter อยู่แล้ว ก็ใช้ Macro Adapter เพิ่มเข้าไปก็ได้แล้วนี่
ส่วนเรื่อง DOF ที่สวยงามกว่า??? DOF นี่ใช้ Depth of field เปล่าครับ? ถ้า Depth of field นี่ ต้องการ DOF กว้างๆ หรือ แคบๆ ครับ?

ถ้าเป็น DOF มันไม่ได้เกี่ยวกับเลนซ์เกรดโปร ไม่โปรครับ มันเกี่ยวกับ focal length ระยะโฟกัส ขนาดเซ็นเซอร์ f stop


เรื่องเครื่องเสียง หรือ ถ่ายรูปก็ตาม

มันต้องอาศัยความรู้ทั้งด้าน ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์ ประกอบกัน จะเอาแค่ด้านใดด้านนึงมาจับ คิดว่ามันเป็นทั้งหมดคงไม่ได้หรอกครับ

"ว่าแต่เคยลองคำนวนไหมครับ Lens 6x9 เอามาใช้กับ Full frame นี่ crop factor ต่างกันกี่เท่า แล้วแสงที่จริงๆ ควรจะตกลงที่ Sensor แล้วไปตกรอบๆ Sensor ตามบอดี้แทน มีผลอะไรกับภาพหรือเปล่า?"
แหม เรื่องง่ายๆก็อย่างทำให้ดูเหมือนยากสิครับ คำตอบมีอยู่แล้ว ในกระบอกเลนส์และบริเวณรอบๆฟิล์มหรือเซ็นเซอร์ ถึงเป็นสีดำด้านไงครับ
เวลาโฟกัสใกล้ๆ เลนส์ยื่นออกไปมากๆ แสงก็กระทบกระบอกด้านในอยู่แล้วนะครับ ถ้าเคยหยิบกล้อง Large Format ก็เห็นๆอยู่นะครับว่าเป็นดำด้าน
ที่เป็นดำมัน ก็มีแต่กระบอก Macro ที่ส่งมาจากจีนเท่านั้นล่ะครับ ใช้ถ่ายอะไรไม่ได้ (จริงๆนี่มันเรื่องพื้นฐาเลยนะครับ ถ้าเคยลงมือปฏิบัติ)

ส่วนเรื่อง DOF นี่ เลนส์แต่ละตัว ถึงจะระยะเท่ากัน แต่ตั้งมาไม่เท่ากันนะครับ ถ้าคนถ่ายรูปบ่อยๆจะรู้
แค่เลนส์ Normal ของกล้อง Medium Format กับเลนส์ Normal ของกล้อง 35mm มันก็คนละระยะแล้ว ยิ่งกล้อง Large Format ยิ่งไปกันใหญ่
ล่องหากล้องมา แล้วหาเลนส์หลายๆยี่ห้อมาถ่ายเทียบกันจะเข้าใจครับ อันนี้เป้นเรื่องที่หาข้อมูลบน NET ได้ยากครับ

การ Tilt จะควบคุมระนาบชัดนะครับ ถ้าถ่ายขวดสองใบที่วางเฉียงกัน 45 องศา ก็ใช้การ Tilt Lens ทำให้ขวด 2 ใบชัดเท่ากันได้ ซอฟท์แวร์ช่วยไม่ได้ครับงานนี้ ต่อให้หรี่ F แคบไปถึง 64 (ปัจจุบันมีเลนส์ที่ทำได้ 128 แล้ว) ก็ DOF ไม่ถึงนะครับ งานนี้ต้องคนเคยถ่ายถึงจะเข้าใจ  พวกซอฟท์แวร์ทำได้แค่ Anti คือทำให้เบลอได้เท่านั้นครับ ไม่สามารถทำให้ชัดได้นะครับ ไม่งั้นผมก็ถ่ายมาหลุดโฟกัสแล้วใช้โปรแกรมช่วยเอา ชีวิตคงสะดวกครับ


* พิมพ์ซะยาวเลย ไม่เห้นมีรูปเลยมาโชว์บ้างล่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 11:24:42 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #485 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 10:17:12 AM »
เอา Sony A7R กับ A7MKII(ของเพื่อน) ไปถ่ายวีดีโอโปรโมทที่ RSU ครับ
เลนส์สองตัวที่ใช้ก็เป็น Rodenstock 50mm และ 100mm ซึ่งเป็น APO ทั้งคู่ ทำให้งานสะดวกมากขึ้น รวมถึงไม่มีการการบิดเบือนภาพ
เพราะเพื่อนผมยังมี SUMMILUX-R 50mm อยู่ตัวนึง แต่เลนส์ F กว้าง ยังไงภาพก็ติด + เอามาถ่ยวีดีโอแล้วต้องมาแก้ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ครับ



วีดีโอก็ตัดต่อด้วย Final Cut บน Macbook Pro Retina ก็เป็นเครื่องเดียวกับที่ผมใช้ฟังเพลงครับ เครื่องเดียวคุ้ม ไม่ได้ชัตดาวน์มาเกือบสองปี ยังไม่มีปัญหาอะไรเลย อย่างมากก็รีสตาร์ทเวลาอัพเดท macOS ซึ่งตอนนี้เป็น 10.12 ซึ่งให้สปีดเสียงได้ดียิ่งขึ้น เปิดทดสอบแผ่น IRON MAIDEN ช่างสะท้านใจยิ่งนัก เมือ่ก่อนฟังว่าเนือยนิดนึง ไม่มันส์เท่าที่ควร ทั้งที่แปลงเป็น 32/88.2 แล้ว แต่คราวนี้ผมเปิดกับ Apogee Duet Firewire ที่ประกบด้วย macOS 10.12 (ไม่ได้เรียก OSX แล้วนะครับ) น้ำเสียงไปคนละเรื่องทีเดียว แต่ยังมีเคล็ดลับอีกนิดหนอ่ยถ้าจะเอา Apogee Duet Firewire เล่นกับแอมป์แบบทรานซิสเตอร์หรือมอสเฟต ผมกำลังตามหาอุปกรณ์ตัวนั้นครับ งานนี้ก็ต้องลงทุนซื้อมาทดสอบเช่นเคยครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #486 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 02:06:04 PM »
ส่วนเรื่อง DOF นี่ เลนส์แต่ละตัว ถึงจะระยะเท่ากัน แต่ตั้งมาไม่เท่ากันนะครับ ถ้าคนถ่ายรูปบ่อยๆจะรู้
แค่เลนส์ Normal ของกล้อง Medium Format กับเลนส์ Normal ของกล้อง 35mm มันก็คนละระยะแล้ว ยิ่งกล้อง Large Format ยิ่งไปกันใหญ่
ล่องหากล้องมา แล้วหาเลนส์หลายๆยี่ห้อมาถ่ายเทียบกันจะเข้าใจครับ อันนี้เป้นเรื่องที่หาข้อมูลบน NET ได้ยากครับ

การ Tilt จะควบคุมระนาบชัดนะครับ ถ้าถ่ายขวดสองใบที่วางเฉียงกัน 45 องศา ก็ใช้การ Tilt Lens ทำให้ขวด 2 ใบชัดเท่ากันได้ ซอฟท์แวร์ช่วยไม่ได้ครับงานนี้ ต่อให้หรี่ F แคบไปถึง 64 (ปัจจุบันมีเลนส์ที่ทำได้ 128 แล้ว) ก็ DOF ไม่ถึงนะครับ งานนี้ต้องคนเคยถ่ายถึงจะเข้าใจ  พวกซอฟท์แวร์ทำได้แค่ Anti คือทำให้เบลอได้เท่านั้นครับ ไม่สามารถทำให้ชัดได้นะครับ ไม่งั้นผมก็ถ่ายมาหลุดโฟกัสแล้วใช้โปรแกรมช่วยเอา ชีวิตคงสะดวกครับ


* พิมพ์ซะยาวเลย ไม่เห้นมีรูปเลยมาโชว์บ้างล่ะครับ


น่าหนักใจนะครับ

กล้องที่ผมใช้นี่ Full-frame เหมือนกันครับ ของ Nikon ไม่จำเป็นต้องเอามาอวดหรอกครับ  N]

คุยกับด้วยข้อมูลเหตุผล ไม่ได้เป็นคนใจแคบ จนต้องมาอวดรวย แก้เขิน เพราะคนจับได้ว่ามั่ว

และ เลนซ์ที่วางขาย Focal length จริงอาจจะไม่ตรงกับที่โฆษณาครับ ไม่ใช่ DOF (Depth of field หรือ ระยะชัดลึก) เช่น เลนซ์ Focal length 50mm ไปวัดจริง อาจจะไม่ใช่ 50mm พอดีเปะๆ ข้อมูลพวกนี้มีบนเน็ตครับ เพราะมีคนเทสกัน หาอ่านได้ตามเวปที่เขาเทสเลนซ์ ตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่นั่งเทียน มโนตามใจฉัน หรือ ยังมาสับสนว่าเป็น DOF อยู่

เรื่อง DOF ลองอ่านในนี้ดูละกัน เป็นโปรแกรมคำนวนได้เลยในเวป

http://www.dofmaster.com/dofjs.html

ดูตัวแปรนะครับ ว่ามันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

เพราะงั้น ขวดวางเฉียง 45 องศา จะถ่ายให้ชัดเท่ากัน ไม่ลดรูรับแสง หรือ เลื่อนระยะโฟกัสออกไป เพื่อเพิ่ม Depth of field ไปให้ครอบคลุม ระยะทั้งหมด ก็ tilt lens เพื่อให้ระยะห่างระหว่างด้านเฉียงสองด้านกับเลนซ์ลดลง เพื่อให้อยู่ใน DOF หลักมันก็มีแค่นี้ ซึ่งปกติ เลนซ์ tilt shift เอามาเล่นทำได้ทั้งเพิ่ม DOF แล้วก็ทำ Miniature effect ซึ่งหลังๆ Software มันทดแทนได้ทั้งคู่

ทำให้ผมสงสัยเหมือนกัน ขวดที่คุณถ่ายมันยาวกี่เมตร ถ่ายห่างจากขวดกี่เมตร เลนซ์ 50mm ถึงปรับรูรับแสงลง แล้วระยะชัดลึกไม่ครอบคลุมทั้งหมด

แล้วการถ่ายที่ f แคบมากๆ ใช่ว่าจะทำให้ภาพดีขึ้น มันทำให้ระยะชัดลึกเพิ่มขึ้น แต่ถึงจุดนึงมันจะทำให้คุณภาพ ภาพแย่ลงเพราะมันมีปัญหาเรื่อง Diffraction แต่สำหรับงานถ่ายจริงถ้าไม่ Zoom เข้าไปดู 100% crop เช็คเนี่ย บางทีมันก็มองไม่ออก

เห็นว่าชอบเลนซ์ Rodenstock ผมเลยเอาผลเทสที่เขาเทสกันเป็นเรื่องเป็นราวโดยใช้เลนซ์ Rodenstock มาให้ดู

https://luminous-landscape.com/understanding-lens-diffraction/

ถ้าอ่าน MTF Charts เป็น จะรู้ว่าเลนซ์แต่ละตัว Overall sharpness สูงสุดที่ f เท่าไร

ส่วนเลนซ์ที่ไม่มีการบิดเบือนของภาพ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอ เคยเจอแต่แบบน้อยมากๆ เช่น < +-0.2%
Leica Summilux-R 50mm f/1.4 นี่น่าจะอยู่แถวๆ -0.6%

ระยะที่จะน้อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วง 85-135mm เช่น Nikon 85mm f1.8g อยู่แถวๆ +0.18%

ส่วนเรื่องการใช้ PC หรือ Mac เป็น Transport

ถ้าอัพเกรด OS แล้วเสียงเปลี่ยน ส่วนใหญ่ก็แปลว่า OS เก่ามีบัก ในระบบเสียงแหละครับ ไม่ก็อาจจะมี DSP (เช่นพวก Sound Enhancer หรือ Noise Sharpening อะไรเถือกนี้) อะไรอยู่แล้วไปเปลี่ยน Algorithm หรือ ใส่ DSP เพิ่ม หรือ เอาของเดิมออก

ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่า OS มีเอาไฟล์เสียงไป Process อะไรก่อน รวมไปถึงการ Config software ที่ใช้เล่น เช่น หากตั้ง Sample Rate ตายตัวไม่ให้เปลี่ยนตาม Source  ทำให้ OS ไม่ก็ Software ที่ใช้เล่นเพลง ต้องทำ Re-sampling สัญญาณเสียง ก่อนส่งข้อมูลออกไป ซึ่ง Algorithm ในการ Re-sampling มีหลายแบบ บางแบบเน้น Performance บางแบบเน้น Quality แล้วต่อให้เป็นแบบเน้น Quality ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับเพลงทุกรูปแบบ

ซึ่งเแปลว่าไม่ได้เล่นแบบ Bit perfect

หรือบางเคสก็มีประเภทที่ เอาไฟล์เสียง 44.1kHz 16 bit ไปผ่าน DAC เอาสัญญาณ Analog เข้า ADC แปลงกลับแล้วเซฟเป็น ไฟล์ 88.1KHz 24/32bit แล้วคิดว่าทำให้เสียงดีขึ้น แต่ที่ทำไป คือ การ Re-Record ซึ่งแน่นอนต้องทำให้เกิด Loss แค่ตอนเอาสัญญาณไป Re-Record ใหม่ อาจจะผ่าน EQ หรือ ติด Charactor ของ DAC ADC ของ Audio Interface ที่ใช้ แล้วมโนว่าดีขึ้น ไม่ก็มันได้เสียงที่ถูกจริตขึ้นเท่านั้นเอง

หนักๆ ก็ประเภทบอกว่า Rip CD แผ่นเดียวกัน ด้วยออปติคอลไดรฟ์คนละไดร์ฟ เสียงไม่เหมือนกัน พอผมไปลองจริงๆ เอาโปรแกรม Bit compare มาเทียบไฟล์สองไฟลดูว่ามัน match 100% เปล่า พอเช็คว่า match 100% แน่ๆ สลับไฟล์เปิดฟังใน system เดียวกัน เล่นจากเครื่องเดียวกัน HDD ลูกเดียวกัน สุดท้ายก็ฟังไม่บอก บ้างก็มโนว่าไฟล์เดียวกันที่ Rip โดยไดรฟ์ตัวเดียวกัน เสียงต่างกันบ้าง

ที่หนักกว่าคือ สลับชื่อไฟล์กัน โดยเปลี่ยนชื่อไฟล์บอกว่าไฟล์ที่ Rip จากไดร์ฟอย่างดี สายสัญญาณเทพเขา เป็นไฟล์ที่ริปจากไดร์ฟทั่วไปสายสัญญาณโรงงาน แล้วเปิดให้ฟัง ดันบอกว่าเสียงที่ได้จากไดร์ฟกับสายสัญญาณทั่วไปเสียงดีกว่าซะอีกนี่...
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #487 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 11:39:38 PM »
ความรู้ทั้งนั้นเลย  ผมแฟนคลับนะครับ ติดตามผลงานทั้งสองท่าน

แต่ครั้งนี้ DOF นี่ พลาดอย่างแรง เจอจัดเต็มเลย อันนี้พูดได้เพราะมันดิ้นไม่ได้

ไม่เหมือนเสียงเพลง ที่ปรับโน้น เปลี่ยนนี่ เทคโนโลยีรุ่นใหม่ os ใหม่ แล้วฟังดีขึ้นเสมอ อันนั้น ปัจจัยมันเยอะ โน้นนี่นั่น  ซึ่งจริงๆ เสียงมันก็คงจะดีขึ้นจริงจากการฟัง แต่ถามคน 10 คน คำตอบอาจไม่เหมือนกัน  แต่เท่าที่ติดตามผลงานมา ปัจจัยที่สำคัญมากๆ ต่อการฟัง digital file music ให้เสียงดี ถูกมองข้ามไม่ได้พูดถึงมาโดยตลอด
Simple is my Way

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #488 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2017, 10:52:33 AM »
เรื่องเลนส์ และ spec ของมันเป็นเรื่องที่วัดได้ครับ ประสบการ์ณเป็นเรื่องของตัวบุคคล ควรจะแยกออกจากกันกับคุณภาพของอุปกรณ์

DOF สามารถตรวจสอบได้ครับ ผมหรือท่านอื่นใช้วิธีการเดียวกัน ผลก็ออกมาใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการได้ยินมันเป็นของแต่ละบุคคล

เราจะวัดความสามารถของคนฟังได้อย่างไร ทำไมคนฟังเพียงเดียวกันจากอุปกรณ์เดียวกันได้ยินต่างกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ จะทำให้เลือกใช้อุปกรณ์ ได้คุ้มค่ากับงานครับ

อย่างตัวอย่างของ tilt-shift เลนส์ ทำไมเราถึงต้องใช้มัน จะคุ้มไหมถ้า เรามีงบจำกัด ถ้าไม่มีมันจะมีเทคนิค อื่นๆทำแทนมัน ในระดับที่เราจะยอมรับได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง tilt-shift เลนส์ อะไรทำให้มันต่างกับเลนส์ธรรมดา ประสบการ์ณอย่างเดียวคงให้ความรู้กับคนอื่นไม่ได้ สำหรับผมไม่เคยใช้มันเพราะเรื่องราคากับการไปใช้ไม่เหมาะกับผมที่จะลงทุน แต่จากการศึกษาผมพอจะบอกได้ว่า มันช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุม DOF เมื่อเลนส์ต้องอยู่ใกล้กว่าตัวแบบมากๆ ทำให้ระยะชัดลึกของระนาบเลนส์ไม่สามารถครอบคลุม ตัวแบบได้

พอเราทราบว่าข้อเด่นของมันคืออะไร ถ้าเราไม่มีมันจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างจาก ตัวแบบวางกันในระนาบ 45 ถ้าเราไม่มี tilt-shift เลนส์ เราจะทำอะไรได้บ้าง เราต้องการคุณภาพขนาดไหนถ้าเราใช้วิธีการอื่น เช่น

  • ถ้าผมมีกล้องที่มี ความละเอียดมากกับ รูปปลายทางผมใช้แค่ในเว็บ ผมคงใช้เลนส์ธรรมดา แต่ถอยห่างออกจากตัวแบบ จนได้ระยะขัดที่ต้องการ แล้วค่อยมา crop
  • ถ้าพื้นที่จำกัด ผมคงถ่ายมากกว่าหนึ่ง shot ที่ความคมชัดต่างกันในแต่ละระบาบชัด ของตัวแบบ แล้วค่อยมารวมกันใน software ซึ่งกล้องหลายเลนส์ ก็ใช้วิธีนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันต้องใช้เวลา ถ้างานของคุณต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ ลงทุนกับมันก็คงคุ้มครับ

เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #489 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2017, 12:00:59 PM »
เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


ขออนุญาตตัดต่อ  ใช่ครับ ไฟล์เพลงที่ริบมา 16/44.1 ที่ผ่านกระบวนการตั้งค่า software ในการริบอย่างดี เสร็จแล้ว ผ่านกระบวนการถ่ายข้อมูลไปยังอีกทีนึงโดยผ่านอุปกรณ์ที่ดีเช่น ควบคุม vibration, noise หรือแม้กระทั่งการเรียงบิตข้อมูลที่ต่อเนื่องเป็นระเบียบ

ถ้าเราได้ไฟล์ลักษณะนี้ ใส่ในสื่อเก็บ ที่เรียงกันตั้งแต่แรก แล้วไม่ไปยุ่งกับมันอีกเลย (เหมือนเขียน CD แล้วปิดแผ่น) ไฟล์เพลงนั้นพอไปเปิดด้วยระบบที่ดี  เสียงน่าฟังมากครับ เรียกว่า ฟังเพลินจน hi-res เนี่ยะ มีมาทำไม ๕๕๕ แต่อย่างว่า ต้นฉบับ CD มันต่างกัน ไฟล์เพลงจึงย่อมแตกต่างกันไป  อยู่ ๆ เราจะมาทำให้ไฟล์เพลงทุกอัลบั๊มมันออกมาต้องฟังดีเหมือนกัน เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ใช้อุปกรณ์ที่ดี อุปกรณ์เกรดมืออาชีพใช้ แล้วมันจะทำให้ไฟล์เพลงเล่นกลับผ่านอุปกรณ์พวกนี้แล้ว ต้องฟังเพราะเสมอไป

โปรดอย่าเชื่อผม  :yahoo
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #490 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2017, 02:00:55 PM »
เรื่องเลนส์ และ spec ของมันเป็นเรื่องที่วัดได้ครับ ประสบการ์ณเป็นเรื่องของตัวบุคคล ควรจะแยกออกจากกันกับคุณภาพของอุปกรณ์

DOF สามารถตรวจสอบได้ครับ ผมหรือท่านอื่นใช้วิธีการเดียวกัน ผลก็ออกมาใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการได้ยินมันเป็นของแต่ละบุคคล

เราจะวัดความสามารถของคนฟังได้อย่างไร ทำไมคนฟังเพียงเดียวกันจากอุปกรณ์เดียวกันได้ยินต่างกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ จะทำให้เลือกใช้อุปกรณ์ ได้คุ้มค่ากับงานครับ

อย่างตัวอย่างของ tilt-shift เลนส์ ทำไมเราถึงต้องใช้มัน จะคุ้มไหมถ้า เรามีงบจำกัด ถ้าไม่มีมันจะมีเทคนิค อื่นๆทำแทนมัน ในระดับที่เราจะยอมรับได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง tilt-shift เลนส์ อะไรทำให้มันต่างกับเลนส์ธรรมดา ประสบการ์ณอย่างเดียวคงให้ความรู้กับคนอื่นไม่ได้ สำหรับผมไม่เคยใช้มันเพราะเรื่องราคากับการไปใช้ไม่เหมาะกับผมที่จะลงทุน แต่จากการศึกษาผมพอจะบอกได้ว่า มันช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุม DOF เมื่อเลนส์ต้องอยู่ใกล้กว่าตัวแบบมากๆ ทำให้ระยะชัดลึกของระนาบเลนส์ไม่สามารถครอบคลุม ตัวแบบได้

พอเราทราบว่าข้อเด่นของมันคืออะไร ถ้าเราไม่มีมันจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างจาก ตัวแบบวางกันในระนาบ 45 ถ้าเราไม่มี tilt-shift เลนส์ เราจะทำอะไรได้บ้าง เราต้องการคุณภาพขนาดไหนถ้าเราใช้วิธีการอื่น เช่น

  • ถ้าผมมีกล้องที่มี ความละเอียดมากกับ รูปปลายทางผมใช้แค่ในเว็บ ผมคงใช้เลนส์ธรรมดา แต่ถอยห่างออกจากตัวแบบ จนได้ระยะขัดที่ต้องการ แล้วค่อยมา crop
  • ถ้าพื้นที่จำกัด ผมคงถ่ายมากกว่าหนึ่ง shot ที่ความคมชัดต่างกันในแต่ละระบาบชัด ของตัวแบบ แล้วค่อยมารวมกันใน software ซึ่งกล้องหลายเลนส์ ก็ใช้วิธีนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันต้องใช้เวลา ถ้างานของคุณต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ ลงทุนกับมันก็คงคุ้มครับ

เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


นั่นสิครับ บอกไม่มี Tilt shift แล้วถ่ายไม่ได้?

แล้วผมทำ Focus stacking ตามด้วย geometry correction ไม่ได้เหรอ?

https://www.youtube.com/watch?v=iYA7wb2Vkz8
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #491 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2017, 10:25:45 PM »
เรื่องเลนส์ และ spec ของมันเป็นเรื่องที่วัดได้ครับ ประสบการ์ณเป็นเรื่องของตัวบุคคล ควรจะแยกออกจากกันกับคุณภาพของอุปกรณ์

DOF สามารถตรวจสอบได้ครับ ผมหรือท่านอื่นใช้วิธีการเดียวกัน ผลก็ออกมาใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการได้ยินมันเป็นของแต่ละบุคคล

เราจะวัดความสามารถของคนฟังได้อย่างไร ทำไมคนฟังเพียงเดียวกันจากอุปกรณ์เดียวกันได้ยินต่างกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ จะทำให้เลือกใช้อุปกรณ์ ได้คุ้มค่ากับงานครับ

อย่างตัวอย่างของ tilt-shift เลนส์ ทำไมเราถึงต้องใช้มัน จะคุ้มไหมถ้า เรามีงบจำกัด ถ้าไม่มีมันจะมีเทคนิค อื่นๆทำแทนมัน ในระดับที่เราจะยอมรับได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง tilt-shift เลนส์ อะไรทำให้มันต่างกับเลนส์ธรรมดา ประสบการ์ณอย่างเดียวคงให้ความรู้กับคนอื่นไม่ได้ สำหรับผมไม่เคยใช้มันเพราะเรื่องราคากับการไปใช้ไม่เหมาะกับผมที่จะลงทุน แต่จากการศึกษาผมพอจะบอกได้ว่า มันช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุม DOF เมื่อเลนส์ต้องอยู่ใกล้กว่าตัวแบบมากๆ ทำให้ระยะชัดลึกของระนาบเลนส์ไม่สามารถครอบคลุม ตัวแบบได้

พอเราทราบว่าข้อเด่นของมันคืออะไร ถ้าเราไม่มีมันจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างจาก ตัวแบบวางกันในระนาบ 45 ถ้าเราไม่มี tilt-shift เลนส์ เราจะทำอะไรได้บ้าง เราต้องการคุณภาพขนาดไหนถ้าเราใช้วิธีการอื่น เช่น

  • ถ้าผมมีกล้องที่มี ความละเอียดมากกับ รูปปลายทางผมใช้แค่ในเว็บ ผมคงใช้เลนส์ธรรมดา แต่ถอยห่างออกจากตัวแบบ จนได้ระยะขัดที่ต้องการ แล้วค่อยมา crop
  • ถ้าพื้นที่จำกัด ผมคงถ่ายมากกว่าหนึ่ง shot ที่ความคมชัดต่างกันในแต่ละระบาบชัด ของตัวแบบ แล้วค่อยมารวมกันใน software ซึ่งกล้องหลายเลนส์ ก็ใช้วิธีนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันต้องใช้เวลา ถ้างานของคุณต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ ลงทุนกับมันก็คงคุ้มครับ

เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


นั่นสิครับ บอกไม่มี Tilt shift แล้วถ่ายไม่ได้?

แล้วผมทำ Focus stacking ตามด้วย geometry correction ไม่ได้เหรอ?

https://www.youtube.com/watch?v=iYA7wb2Vkz8

แล้วมันทำมาหากินทันมั้ยครับวิธีนี้ 55


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #492 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2017, 10:34:13 PM »
ได้เอาสาย AC ไปส่ง คุณผึ้ง วง ArmChair มาครับ (ได้มีโอกาสรู้จักกันตอนผมขายสาย Firewire และคุณผึ้งมารับไป)
แน่นอนว่าได้ความรู้ติดไม้ติดมือกลับมามากมาย แถมคุณผึ้งก็เป็นนักถ่ายภาพที่ใช้กล้อง 4x5 ซะด้วยครับ



เพราะผมเล่น Firewire ที่เป็นระบบแบบต้นทางครับ อยากได้ความรู้เพิ่มเติม ก็นี่ล่ะครับ ถามจากนักดนตรีตัวจริง
ที่ทั้งเล่นเอง อัดเอง แถมผมได้แผ่นเดโม่ของคุณผึ้งไว้ทดสอบเสียงอีกด้วย และได้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์อีกหลายๆชิ้นที่สามารถ
นำมาประกบกับเครือ่งเสียงบ้านได้ (ได้หลักการ เทคนิค มาเรียบร้อยครับ เหลือผมต้องหามาทดสอบ)


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #493 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2017, 10:49:12 PM »
ติดตั้งเลนส์ Rodenstock ประกบเมาท์ F ใช้งานได้ทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอลของนิคอน
ส่งถึงมือ อาจารย์ปู่ (ผศ. สุรพงษ์ เอี่ยมพิชัยฤทธิ์) ไม่ต้องเปิดชาร์ต MTF ให้เสียเวลาเลยครับ
อาจารย์ปู่ทดสอบให้ดูเรียบร้อย (ทดสอบบนนิคอน 750) โฟกัสอินฟินิตี้ได้ไม่มีปัญหาอันใด
(อาจารย์ปู่ให้ส่งราคาพร้อมอแดปเตอร์ที่ทำขึ้นมาเลย ต้องการ 1 ชุด)
วันเสาร์นี้ก็มีคุณเอ๋ นักเลงฟิล์ม ขอไปทดสอบถ่ายฟิล์มก็ส่ไปทั้งบอดี้เลยครับ Nikon F2 + DW1 + เลนส์
เรียกว่างานนี้ คนจริงต้องทดสอบจริงเท่านั้นครับ


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #494 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์, 2017, 07:09:10 PM »
เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


ขออนุญาตตัดต่อ  ใช่ครับ ไฟล์เพลงที่ริบมา 16/44.1 ที่ผ่านกระบวนการตั้งค่า software ในการริบอย่างดี เสร็จแล้ว ผ่านกระบวนการถ่ายข้อมูลไปยังอีกทีนึงโดยผ่านอุปกรณ์ที่ดีเช่น ควบคุม vibration, noise หรือแม้กระทั่งการเรียงบิตข้อมูลที่ต่อเนื่องเป็นระเบียบ

ถ้าเราได้ไฟล์ลักษณะนี้ ใส่ในสื่อเก็บ ที่เรียงกันตั้งแต่แรก แล้วไม่ไปยุ่งกับมันอีกเลย (เหมือนเขียน CD แล้วปิดแผ่น) ไฟล์เพลงนั้นพอไปเปิดด้วยระบบที่ดี  เสียงน่าฟังมากครับ เรียกว่า ฟังเพลินจน hi-res เนี่ยะ มีมาทำไม ๕๕๕ แต่อย่างว่า ต้นฉบับ CD มันต่างกัน ไฟล์เพลงจึงย่อมแตกต่างกันไป  อยู่ ๆ เราจะมาทำให้ไฟล์เพลงทุกอัลบั๊มมันออกมาต้องฟังดีเหมือนกัน เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ใช้อุปกรณ์ที่ดี อุปกรณ์เกรดมืออาชีพใช้ แล้วมันจะทำให้ไฟล์เพลงเล่นกลับผ่านอุปกรณ์พวกนี้แล้ว ต้องฟังเพราะเสมอไป

โปรดอย่าเชื่อผม  :yahoo

มี Software เทส Jitter ครับ ผมก็เคยทำอยู่ครับ ถ้าเป็น CD มันวัด C1/C2 Error แล้วก็ Jitter ได้ครับ

Speed ในการอ่านเขียนมีผลต่อ Jitter และ C1/C2 Error รวมไปถึงตัวแผ่นที่ใช้ด้วย แผ่นบางแผ่น อ่านเขียนกับไดรฟ์ตัวนึงไม่ดี อาจจะอ่านเขียนกับอีกไดรฟ์ดีก็ได้ และเขียน/อ่านแผ่นที่ความเร็วต่ำสุดไม่จำเป็นต้องได้ผลดีสุดเสมอไปครับ

Hard Disk แต่ละตัว Jitter ก็ไม่เท่ากันครับ เวลาอ่านข้อมูลขึ้นมา หรือ ส่งข้อมูลระหว่างกันจะเกิด Jitter ขึ้นเสมอครับ แล้วคุณภาพ HW/SW ก็มีผลเหมือนกันครับ

หลักๆ การ Rip CD ใช้วิธี AccurateRip ครับ คือ โปรแกรม Rip หลัง Rip จะเทียบข้อมูลกับฐานข้อมูลที่เก็บไว้ใน Server โดยโปรแกรมต้องต่อเน็ตครับ เพื่อตรวจ Checksum ว่าได้ตรงกันหรือไม่? ถ้า Set Read Offset ถูก Checksum ตรง คือ ข้อมูลเหมือนกัน Bit ต่อ Bit แน่ๆ ครับ

แล้ว Vibration มีผลครับ พวกเคสหลังๆ HDD จะมี Damping เป็นน็อตกับยางมาด้วยกันครับ ตัว Optical Drive ก็มีทำ Damping ส่วนใหญ่ที่เป็นการลดแผ่นให้สั่นน้อยลง โดยใช้เคสลักษณะพิเศษ แต่ประสิทธิภาพแตกต่างไปตามความเร็วที่ใช้อ่านครับ ต้องไปเทสกันเอาเองว่าควรจะ Rip ที่ความเร็วเท่าไรถึงจะดีครับ แล้วตอน Rip ไม่ควรฟังเพลงไปด้วยครับ เพราะเสียงดังๆ มันมีผลทำให้พวก Optical Drive และ HDD ทำงานได้แย่ลงครับ

เสียงดังมากๆ แถวๆ 130 dB อาจจะทำให้ HDD เสียหายได้ครับ แถวๆ 110-120 dB อาจจะแค่ทำงานผิดปกติ หรือทำงานแย่ลงครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #495 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์, 2017, 08:49:34 PM »
ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กุมภาพันธ์, 2017, 08:56:47 PM โดย Goda Takeshi »

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,303
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #496 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์, 2017, 06:48:32 AM »
ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ



เห็นด้วยในเรื่องของคำว่า "ศิลป์" ครับ

งานศิลป์ คือ และหรือเป็น  "งานที่มนุษย์สร้างขึ้น" 
มันถูกเรียกว่างานศิลป์โดยผู้คนจำนวนมากๆ ยอมรับต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน และผู้คนทั้งหลายนั้นต่างยุคสมัยซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องของแฟชั่น

ศิลป์ อาจเรียกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เป็นเรื่องของพรสวรรค์ + พรแสวง
(พรแสวงนั้นขอยกตัวอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ตอนเป็นเด็กฝึกแมนยู เขาซ้อมเตะทุกจุดในสนามวันละ 1000 ลูก
พรแสวงจึงน่าจะมาจากประสบการณ์หลายประสบการณ์ จนเกิดเป็นความรู้ หลายๆ ความรู้จะกลายมาเป็น "องค์ความรู้"
องค์ความรู้จะเกิดปัญญา คิดเท็คนิก คิดทฤษฎีได้เอง จนเกิดเป็นผู้รู หรือ กูรู  และถึงขั้นอาจ _อาจนะครับสร้างงานศิลป์ได้)

เรื่องของกล้องและเลนส์ ผมไม่มีความรู้ เคยอ่านแต่ไม่จำซักที ชอบแคถ่ายรูปครับ ว่ามาแต่กล้องรูเข็ม และกล้องฟิลม์ยืมคนอื่น
ถ่ายแล้วดูแฮปปี้ เลยกลายเป็นมือกล้องให้เพื่อนๆ  และใช้กล้องลูกคนมีสะตังนั่นแหละครับ ไม่มีกล้องตัวเอง

แถมเรื่องเพลงบ้าง เคยได้ยินเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งซึ่งใช้บ้านไม้สองชั้นเก่าๆ แถวอิสาน อัดเสียงด้วยเทปแปดแทร๊ค
ดังระเบิดเถิดเทิง ภายในปีเดียวทำเงินได้ 400 ล้าน สมัยโน้นเยอะนะครับ เบ็ดเสร็จเห็นว่ารับถึง 600 ล้านบาทไทย
ตัวผมเองฟังครั้งแรกก็ติดใจต้องซื้อมาฟังเชียวครับ

การแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #497 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์, 2017, 11:53:32 AM »
ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ



เห็นด้วยในเรื่องของคำว่า "ศิลป์" ครับ

งานศิลป์ คือ และหรือเป็น  "งานที่มนุษย์สร้างขึ้น" 
มันถูกเรียกว่างานศิลป์โดยผู้คนจำนวนมากๆ ยอมรับต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน และผู้คนทั้งหลายนั้นต่างยุคสมัยซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องของแฟชั่น

ศิลป์ อาจเรียกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เป็นเรื่องของพรสวรรค์ + พรแสวง
(พรแสวงนั้นขอยกตัวอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ตอนเป็นเด็กฝึกแมนยู เขาซ้อมเตะทุกจุดในสนามวันละ 1000 ลูก
พรแสวงจึงน่าจะมาจากประสบการณ์หลายประสบการณ์ จนเกิดเป็นความรู้ หลายๆ ความรู้จะกลายมาเป็น "องค์ความรู้"
องค์ความรู้จะเกิดปัญญา คิดเท็คนิก คิดทฤษฎีได้เอง จนเกิดเป็นผู้รู หรือ กูรู  และถึงขั้นอาจ _อาจนะครับสร้างงานศิลป์ได้)

เรื่องของกล้องและเลนส์ ผมไม่มีความรู้ เคยอ่านแต่ไม่จำซักที ชอบแคถ่ายรูปครับ ว่ามาแต่กล้องรูเข็ม และกล้องฟิลม์ยืมคนอื่น
ถ่ายแล้วดูแฮปปี้ เลยกลายเป็นมือกล้องให้เพื่อนๆ  และใช้กล้องลูกคนมีสะตังนั่นแหละครับ ไม่มีกล้องตัวเอง

แถมเรื่องเพลงบ้าง เคยได้ยินเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งซึ่งใช้บ้านไม้สองชั้นเก่าๆ แถวอิสาน อัดเสียงด้วยเทปแปดแทร๊ค
ดังระเบิดเถิดเทิง ภายในปีเดียวทำเงินได้ 400 ล้าน สมัยโน้นเยอะนะครับ เบ็ดเสร็จเห็นว่ารับถึง 600 ล้านบาทไทย
ตัวผมเองฟังครั้งแรกก็ติดใจต้องซื้อมาฟังเชียวครับ

การแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

เห็นด้วยครับ การแก้ไขปัญหาไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อของแพงของดีเสมอไปครับ ของบ้านๆ Standard ใช่ว่าจะทำให้ผลออกมาดีไม่ได้

พวกตากล้องมือโปร เอาพวกกล้องมือถือมาถ่ายภาพออกมาให้ดูดีมีเยอะแยะ

อย่างเรื่องบันทึกภาพ บันทึกเสียง ถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องใช้พวกอุปกรณ์ Low Latency เพื่อให้เสียงไม่เหลื่อม

คำตอบคือ จะว่าจำเป็นก็จำเป็น จะว่าไม่จำเป็นก็ไม่จำเป็นครับ Software บางตัว ทำ Calibration เพื่อชดเชย Latency ได้ (ถ้าตั้งค่าเป็น)

อย่างในคอมบางคนคิดว่าใช้อุปกรณ์แพงอย่างเดียวจะลด Latency ให้ต่ำๆ ได้เลย แต่ Config software/OS ที่ใช้ หรือใช้ OS เปลี่ยน Kernel เป็น Realtime ไม่ได้ หรือแทบจะแก้ Setting อะไรเลยไม่ได้ อย่าง OSX เป็นต้น ไม่ก็ไปตั้งค่า Bios/OS/firmwre ไม่เป็นปล่อยให้ระบบลดความถี่สัญญาณนาฬิกาลง ให้หยุดหมุน HDD เพื่อประหยัดไฟ ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาก็แค่ไปตั้งค่าให้ถูกต้อง ใช้ OS ที่เหมาะกับงาน แต่บางคนก็เลือกที่จะไปซื้อของใหม่ที่แพงกว่าเดิมมาแทน ไม่คิดจะศึกษาพัฒนาหาความรู้อะไรเลย คิดว่าการควักเงินซื้อของแพงๆ นั่นคือ การพัฒนาตัวแล้ว

ที่แย่กว่านั้นคือ การมาอ้างว่า Low Latency ทำให้ตอน Playback เพลงเสียงดีขึ้น ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ปัญหาเรื่อง Latency ในเรื่องเสียง มันเกิดจากการที่เล่นและอัดเสียงพร้อมกัน ทำให้เสียงเหลื่อมกัน เพราะระบบต้องใช้เวลาในการ Process ข้อมูล

แถมบางท่านนี่ ชอบเอาเรื่อง Low Latency มาอวด แต่ตอนเล่นเพลงจริง ตั้งค่าโปรแกรมที่เล่น ให้อ่านข้อมูลทั้งหมดไปเก็บไว้ใน RAM ก่อนเล่น บางทีกว่าจะอ่านเสร็จก็ 1-2 วินาทีไปล่ะ Latency ก็อยู่แถวๆ 1xxx-2xxx ms เข้าไปล่ะ แล้วมัน Low Latency ตรงไหนอีแบบนี้

ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ


อยากทราบเหมือนกันครับว่าได้รับอนุญาติแล้วหรือยัง?
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #498 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์, 2017, 09:19:23 PM »
 :drunk d_d d_d :drunk

อ่านแล้วได้เปิดโลกทัศน์ดีจัง
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #499 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์, 2017, 10:47:51 AM »
อำลาอาลัยร้าน JetLiveAudio เลยไปรับตัวนี้มาครับ เป็นที่ระลึก และเอาไว้ใช้กับ Apogee Duet Firewire



สุดท้ายยังหา Thunderbolt รุ่นที่ถูกใจไม่ได้ซะที (คือมันเกินงบ) เลยกลับมาจุดสตาร์ทที่ Apogee Duet ที่ราคาตอนนี้เหลือหลักพัน
แต่คุณภาพเสียงก็ยังเป็น Apogee วันยังค่ำครับ ราคาขนาดนี้หา DAC ที่แพงกว่ามากๆมาเทียบอาจจะเสียเงินเปล่า
แต่คราวนี้เพิ่มอุปกรณ์ที่ใช้ปรับความต้านทานเอาท์พุทให้เหมาะสมกับแอมป์บ้าน และพบว่ามันใช่เลย
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผมต้องไปถามนักดนตรี จึงได้ทราบว่า "ห๊ะ มีอุปกรณ์ดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ แถมถูกด้วย"
ขออุบไว้ก่อนครับว่ามันคืออะไร ไว้ยกไปเทสต์ที่ Poem Audio ให้แน่ชัดอีกที



Apogee Duet คราวนี้ให้น้ำเสียงแบบเต็มพลังได้เสียที แถมให้น้ำเสียงได้เหนือกว่าที่ผมใช้ MOTU 828MKII
ประกบกันสองเครือ่งที่ผมเคยใช้เสียอีก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 กุมภาพันธ์, 2017, 10:49:37 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #500 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์, 2017, 11:07:06 AM »
NEW SYSTEM, NEW SOUND



ถึงผมจะชื่นชอบเสียงจาก MOTU มากๆ แต่ก็ล้มกระดานขายไปจนหมดเพื่อทดลองหาแนวทางใหม่ๆ
ในที่สุดก็พบคำตอบที่เหนือกว่าครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #501 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์, 2017, 12:07:25 AM »
 :showoff :showoff :showoff

รออ่านครับ เผื่อจะตามไปบ้าง ๕๕๕
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #502 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์, 2017, 09:14:30 AM »
จาก MOTU 828MKII สองเครื่อง เหลือแค่นี้ แต่อันนี้เสียงดีกว่าด้วยวิธีเชื่อมต่อที่ได้ไอเดียจากนักดนตรี
และเพิ่มเจ้ากล้องสีฟ้าเข้ามาในระบบครับ



แน่นอนว่าใช้ Macbook Pro Retina ตัวเดิมครับ (ยังไม่มีงบไปรุ่น Touch Bar)




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 มีนาคม, 2017, 04:09:33 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #503 เมื่อ: 02 มีนาคม, 2017, 04:13:53 PM »
เปิดเจ้ากล่องฟ้าออกมา พบว่า OP-AMP เป็นเบอร์ที่เสียงธรรมดามากๆ ทาง Poem ก็จับเปลี่ยนซะเลย ใส่เกรดทหารลงไปแทน (800K)
เสียงเปิดกว่าเดิมมาก ใส่ทั้ง IN และ OUT ก็แพงกว่าค่าตัวเจ้ากล่องนี้แล้ว แต่เสียงที่ได้เกินคุ้มครับ



เป็นอุปกรณ์ที่นักดนตรีต้องพกติดตัวเสมอเลย เจ้ากล่องน้ำเงินตัวนี้ ผมก็หารุ่นที่มีค่าความต้านทานเหมาะสมที่ใช้กับเครื่องเสียงบ้าน
และมันเป็นอุปกรณ์ที่ค้านทฤษฎีเสียเหลือเกิน ถ้ามองในมุมเครื่องเสียงบ้าน แต่มันกลับให้เสียงได้น่าฟังมากขึ้น เมื่อต่อผ่านกล่องนี้
(ผมนึกถึงเวลาริปเพลงผ่าน Logic Pro X ที่เวลา Export มีให้กดว่าจะให้ฟิลเตอร์ทำงานมั้ย แน่นอนผมไม่เลือก แต่ก็ยังข้องใจ เลย Export
ทั้งแบบผ่านฟิลเตอร์ กับไม่ผ่าน ฟังเทียบกันแล้ว แบบเลือกให้มีฟิลเตอร์เสียงดีกว่ามาก ... )




ปล่อยอุปกรณ์ Firewire หลายชิ้นครับ หาเงินไป Thunderbolt
http://www.htg2.net/index.php/topic,93613.0.html





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม, 2017, 09:02:33 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #504 เมื่อ: 03 มีนาคม, 2017, 10:53:46 AM »
เวลาเทสต์แต่ละครั้ง ก็ใช้ชุดใหญ่ที่ Poem ครับ เลยฟังออกง่ายมาก
เปลี่ยนยี่ห้อ HDD เสียงก็เปลี่ยนแบบไม่ต้องฟังจบเพลง หรือฟังผ่าน HDD ความเร็ว 7200rpm วัดกับ 10000rpm ก็แสดงผลชัดเจน




ปล่อยอุปกรณ์ Firewire หลายชิ้นครับ หาเงินไป Thunderbolt
http://www.htg2.net/index.php/topic,93613.0.html

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #505 เมื่อ: 09 มีนาคม, 2017, 01:03:38 PM »
My New System



คร่าวๆ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #506 เมื่อ: 09 มีนาคม, 2017, 09:49:12 PM »
ตัวนี้ที่ใช่ เรื่องน้ำเสียงไม่มีใครเกินครับ




ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 66
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #507 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 12:00:58 AM »
 :clap แล้วเจ้าตัว apogee duet มันดีมั๊ยครับ ผมต้องการที่มันง่ายๆไม่ซับซ้อนมาก กลัวหลงทางครับ

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,303
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #508 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 07:02:06 AM »
:clap แล้วเจ้าตัว apogee duet มันดีมั๊ยครับ ผมต้องการที่มันง่ายๆไม่ซับซ้อนมาก กลัวหลงทางครับ



ค่อยๆ อ่านไปครับ รับรองไม่หลงทาง


http://www.patid.com/board/index.php?topic=7546.0


หมายเหตุ  ฝรั่งเขาผลิตสินค้าให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เช่นผลิตมาให้ใช้งานสำหรับคนทำเพลง มิกซ์เพลง

ทำงานในสตูดิโอ  หรือทำงานแบบพกพา ไปเที่ยวภูเขา ทะเล เกิดอารมณ์อยากทำเพลง

ส่วนชาวเรา หาซื้อมาฟังเพลงอย่างเดียว
นั่นหมายถึงต้องการภาค DAC  และ ภาคปรีเอ้าท์ ที่ออกจาก DAC ที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้เพราะรูปแบบการฟังเพลงแต่ละคนรับรองไม่เหมือนกัน

ถึงเวลาหนึ่ง "หู" เราจะบอกเองถึงจุดที่พอดีครับ






ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #509 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 08:38:37 AM »
เกือบไม่ได้นอนเลยครับ

ทดสอบ Logic Pro X สำหรับการบันทึกเสียงเข้า Apogee เพราะจะทำการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงลงเป็น Digital ครับ



ตัว Logic Pro X ผมก็ซื้อของแท้มาเลยจาก App Store แต่ซื้อตอนโปรโมชั่น ได้ FinalCut Pro X พ่วงมาด้วยเลยในราคาเดียว



แถม Apogee นั้นเรียกว่าออกแบบมา Compatible กับ Logic Pro X อยู่แล้วครับ
ใช้ครบทั้ง D/A และ A/D และมีมี DI BOX สำหรับแปลง Unbalance เป็น XLR มาเสริมทัพอีกหนึ่งตำแหน่ง
วันเสาร์นี้ผมคงวุ่นวายมากแน่ๆที่ต้องเทสต์ทั้งหมดนี้ครับ (ต้องบ่ายต้องไปทำหน้าที่ Admin ร้านกล้องอีก)

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,303
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #510 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 09:21:51 AM »
เกือบไม่ได้นอนเลยครับ

ทดสอบ Logic Pro X สำหรับการบันทึกเสียงเข้า Apogee เพราะจะทำการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงลงเป็น Digital ครับ



ตัว Logic Pro X ผมก็ซื้อของแท้มาเลยจาก App Store แต่ซื้อตอนโปรโมชั่น ได้ FinalCut Pro X พ่วงมาด้วยเลยในราคาเดียว



แถม Apogee นั้นเรียกว่าออกแบบมา Compatible กับ Logic Pro X อยู่แล้วครับ
ใช้ครบทั้ง D/A และ A/D และมีมี DI BOX สำหรับแปลง Unbalance เป็น XLR มาเสริมทัพอีกหนึ่งตำแหน่ง
วันเสาร์นี้ผมคงวุ่นวายมากแน่ๆที่ต้องเทสต์ทั้งหมดนี้ครับ (ต้องบ่ายต้องไปทำหน้าที่ Admin ร้านกล้องอีก)



แจ่มครับ Logic Pro X  ผมเคยเล่นตอนเป็น PC Logic 4.5 กับ 5.5  สมัยนั้นคนทำเพลงเมืองไทยคุ้นเคยมากกว่าโปรแกรมอื่น

ลองหาไมค์ ดีๆ ทดสอบเสียงคนพูด คนร้องก่อนซิครับ  Apogee เด่นเรื่องไมค์ปรี และ A/D อยู่แล้ว
เซ็ทลงตัวหา Backing Track มาร้อง อัดคนละแทร๊คกันค่อยมามิกซ์ทีหลังใส่เอฟเฟคตามใจฉัน
ทำอัลบั้มเพลงแจกเลยครับ สนุกมากขึ้นไปอีก

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #511 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 11:42:14 AM »
อ่านไปอ่านมา ตกลงเราจะฟังเพลง หรือ เราจะทำเพลงกันเนี่ยะ

แต่ก็ดีครับได้ความรู้
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #512 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 12:27:35 PM »
อ่านไปอ่านมา ตกลงเราจะฟังเพลง หรือ เราจะทำเพลงกันเนี่ยะ

แต่ก็ดีครับได้ความรู้

ผมก็ Logic Pro X ใช้ริปเพลงมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ แต่คราวนี้ก็แค่เพิ่มการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงครับ เห็นช่วงนี้กำลังฮิต

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #513 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2017, 09:05:01 AM »

สถิตย์พลัง Thunderbolt




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #514 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2017, 09:16:20 AM »
ไดรฟ์สำหรับอ่านแผ่น เป็น Firewire 400 ครับ (อันนี้แบบสะดวก)
ดีกว่านี้ก็ใช้วิธีเอา BD-ROM ที่เป็น SATA มาต่อกับ External HDD Enclosure ที่เป็น Firewire และแยกจ่ายไฟ 2  ชุด



ถ่ายด้วยเลนส์ Rodenstock 50mm (ดัดแปลงลงบนกล้อง A7R)

ได้ PSU CoolerMaster V1000 มาเสริมทัพ จ่ายไฟ 12V ให้ HDD Caldigit และ Caldigit Thunderbolt Station 2 ครับ





ได้พลังและความเนียนมากกว่า 750W ที่ใช้แต่เดิมมากครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มีนาคม, 2017, 11:00:11 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #515 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2017, 12:37:28 PM »
ทำได้ทั้บ Digital to Analog และ Analog to Digital ครับ



ส่วนน้ำเสียงจาก Apogee Element 24 นั้นดีเกินคาดครับ เสียงกว้างมากๆและให้ความถี่ได้ครบครัน สมเป็นอันดับต้นๆของระดับสตูดิโอ
แต่ที่เหนือกว่านั้นคือ การแปลง Analog to Digital ผ่านตัว Apogee นั้นให้น้ำเสียงได้น่าทึ่งมากครับ ทดสอบบันทึกเสียงจากแผ่นเสียง
ให้ความคมชัดได้ดีเยี่ยมจนผมทึ่งเลย รวมถึงความเข้ากันได้กับ App Logic Pro X ที่เรียกได้ว่าทำมาคู่กันโดยแท้ รวมถึงได้เทคนิคเพิ่มเติม
ในการแปลงไฟล์จาก 44.1 เป็น 88.2 ที่มีการเซ็ทอัพในแบบที่ผมไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งทดสอบข้างต้นแล้ว น้ำเสียงก็ดีขึ้นไปอีกครับ
(คราวนี้ได้เวลาลอง 192 อีกสักครั้ง) เบ็ดเสร็จเดือนนี้ก็โดนค่า Apogee กับซื้อ Logic Pro X เข้าไปก็จุกไม่น้อยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มีนาคม, 2017, 05:59:15 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #516 เมื่อ: 18 มีนาคม, 2017, 10:50:11 PM »
Apogee Element 24 นอกจากจะเป็น Thunderbolt แล้ว ยังได้ภาค A/D และ D/A ที่ออกแบบใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
ให้ความถี่ได้เยี่ยมในทุกๆย่าน และยังกว้างมากๆด้วย เป็นความล้ำหน้าของการออกแบบโดยแท้ครับ
ตอนนี้ก็ทำการอัพเกรดภาคจ่ายไฟเสียใหม่ก็ยิ่งให้เสียงได้ดีขึ้นอีกมากครับ

ภาคข่ายไฟ 12V 5A รับหน้าที่จ่ายไฟให้ Apogee Element24, Caldigit Thunderbolt Station 2 และ DI BOX ครับ
ทำเสร็จสดๆร้อนวันนี้ที่ Poem Audio




และกองหนุนที่มาใหม่อีก 1




ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #517 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 11:04:53 AM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #518 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:12:40 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489

ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ

Audirvana+ ของแท้ก็หกพันแล้วครับ ทำได้แค่กดเพลย์ด้วยซ้ำนะครับ 55
อะไรถูก อะไรแพง ต้องพิจารณาดีๆก่อนนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2017, 01:19:19 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #519 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:18:45 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489

ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ


55555

นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ครับ ว่าเครื่องคุณที่วางไว้ที่ร้าน Poem ใครเป็นคนต้องไปไล่แก้ Config โปรแกรมต่างๆ ให้

ล่าสุด เจอ Patch ที่ Apple ปล่อยมาทำ iTunes เดี้ยงไปแก้ได้ยังครับ  2f
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2017, 01:24:56 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #520 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:21:58 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489

ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ


55555

นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ครับ ว่าเครื่องคุณที่วางไว้ที่ร้าน Poem ใครเป็นคนต้องไปไล่แก้ Config โปรแกรมต่างๆ ให้

เครื่องผมอยู่ที่บ้านครับ ไม่ได้อยู่ที่ Poem ไม่รู้จริงๆหรือครับว่านั่นเครื่องใคร
รู้แต่ว่าเครื่องที่นั่นมีคนไปเล่นจนเจ๋งครับ ไปตั้งอะไรไว้เละเทะหมดครับ จนอัพเดทไม่ได้ เจอตัวแล้ว55


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #521 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:26:16 PM »
น่าจะศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะครับ Logic Pro X นี่ผมเพิ่งเข้าไปดูมาไม่นานเอง มันแทบเซ็ตอะไรไม่ได้เลย และไม่ Support Accurate Rip ด้วย จะเอา Program ตัดต่อเสียงมา Rip CD นี่ผมว่าไม่เหมาะสุดๆ

คนเวป Logic Pro X เองยังแนะนำให้ไปใช้ Max แทนเลยครับ

เห็นว่าเฉพาะตัว App ตั้ง 6-7 พันบาท เฮ้อ...

https://www.logicprohelp.com/forum/viewtopic.php?t=39489


ลองหัดใช้โปรแกรมตัวนี้ให้เป็นก่อนดีกว่าครับ มีเครื่อง Mac ไว้่ลงทดสอบหรือยังครับ ไว้่ถ่ายรูปมาโชว์บ้างนะครับ
มีแต่ Text มันแห้งๆ ไม่น่าอ่านครับ


55555

นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ครับ ว่าเครื่องคุณที่วางไว้ที่ร้าน Poem ใครเป็นคนต้องไปไล่แก้ Config โปรแกรมต่างๆ ให้

เครื่องผมอยู่ที่บ้านครับ ไม่ได้อยู่ที่ Poem ไม่รู้จริงๆหรือครับว่านั่นเครื่องใคร
รู้แต่ว่าเครื่องที่นั่นมีคนไปเล่นจนเจ๋งครับ ไปตั้งอะไรไว้เละเทะหมดครับ จนอัพเดทไม่ได้ เจอตัวแล้ว55

งั้นคุณลองตอบมาหน่อยครับว่า Logic Pro X ตั้งให้ระบบใช้ Accurate Rip กับ C2 Error ยังไงครับ มีเครื่องอยู่นี่ Cap หน้าจอมาให้หน่อย

 2f
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #522 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:33:36 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #523 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:35:54 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #524 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:37:44 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #525 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:42:14 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?

นั่นมันเครื่องของทางร้านครับ รบกวนไปถามทางร้านได้เลยครับ ไม่เกี่ยวกับผม


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #526 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 01:50:22 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?

นั่นมันเครื่องของทางร้านครับ รบกวนไปถามทางร้านได้เลยครับ ไม่เกี่ยวกับผม

แล้วตกลง OSX ทำ Unlock file system (Root, Jail break) ได้ยังครับ

 2f
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #527 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 02:53:35 PM »
Mac ไม่ได้ Jailbreak ไม่ได้ Root ไม่ทราบว่าเสียได้ยังไงครับ  2f

Config แก้ได้ Software ที่เล่นเพลงไม่ได้ไปแก้ที่ OS


 :clap

เครื่อง Mac ประเทศไหน Jailbreak ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆหรือเปล่าครับ

https://www.youtube.com/watch?v=G3FCrUZNXxM

ครับ Jailbreak ไม่ได้ครับ เคยใช้ Mac จริงๆ เปล่าครับ?

แล้วเครื่องรวน update ไม่ได้ Reinstall OS X ไม่ได้เหรอครับ?

นั่นมันเครื่องของทางร้านครับ รบกวนไปถามทางร้านได้เลยครับ ไม่เกี่ยวกับผม

แล้วตกลง OSX ทำ Unlock file system (Root, Jail break) ได้ยังครับ

 2f


... อยู่ๆก็มาสั่งผมให้ไปเจลบรค ไม่ได้รู้จักกันเลยนะครับ เพื่อนกันยังไม่สั่งกันแบบนี้เลย
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งของความมหัศจรรย์ในโลกไซเบอร์เลยทีเดียว 55

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #528 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 08:59:01 PM »
นาฬิกามาส่งแล้วครับ (รูปนี้ไม่มีโลโก้ Poem เพราะผมถ่ายที่บ้านครับ ถ้าใช้ที่ Poem ทดสอบก็จะใส่โลโก้เป็นเครดิตให้ครับ)



เมื่อก่อนผมใช้ MOTU 828MKII พ่วงกันสองเครื่อง เพราะผมยังหาตัว Sync Gen Clock ในราคาพอเหมาะไม่ได้ครับ
เจ้า MOTU 828MKII ราคาเครื่องละเก้าพัน พอได้อยู่เลยใช้เป็น Clock เสียหนึ่งตัวครับ แต่ก็ทำให้รู้ว่า เมื่อเราแยก Clock ออกจากตัวเครื่อง
ทำให้เสียงเปลี่ยนไปครับ MOTU 828MKII ใช้ Clock เหมือนกัน แต่เมื่อต่อแยก น้ำเสียงดีกว่าเดิมมาก

ตอนนี้ Apogee Element 24 ที่เพิ่งวางจำหน่ายได้สักพักให้ช่องต่อสำหรับ Word Clock มาด้วยครับ
ตรงกับความต้องการพอดี ถึงจะไม่มี COAX มาด้วยแต่ผมไม่ต้องการ DAC มาต่อพ่วงอีกแล้วครับ หันมาใช้ DI BOX แทน
ซึ่งเสียงเร็วกว่าใช้ DAC พ่วงเข้าไปครับ ที่ผ่านมานั้น ปัญหาจริงๆที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของความต้านทานครับ
แต่คราวนี้ได้ DI BOX จัดการให้เรียบร้อยครับ



ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #529 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 09:30:36 PM »
Audirvana+ ของแท้ก็หกพันแล้วครับ ทำได้แค่กดเพลย์ด้วยซ้ำนะครับ 55
อะไรถูก อะไรแพง ต้องพิจารณาดีๆก่อนนะครับ



คิกๆๆ แล้ว ตัวนี้ละครับ Amarra Symphony  ราคามัน ห้าหกเท่า ของ Audirvana+  ยังอยู่ได้ในตลาดและมีคนใช้งาน


เรื่อง jailbreak Mac เพื่อใช้งาน  เออ ผมใช้มาเพิ่งจะได้ยินคำนี้เหมือนกันแฮะ  OS X ไม่ใช่ iOS นะคร้าบบบบบบบบ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #530 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 09:41:32 PM »
Audirvana+ ของแท้ก็หกพันแล้วครับ ทำได้แค่กดเพลย์ด้วยซ้ำนะครับ 55
อะไรถูก อะไรแพง ต้องพิจารณาดีๆก่อนนะครับ



คิกๆๆ แล้ว ตัวนี้ละครับ Amarra Symphony  ราคามัน ห้าหกเท่า ของ Audirvana+  ยังอยู่ได้ในตลาดและมีคนใช้งาน


เรื่อง jailbreak Mac เพื่อใช้งาน  เออ ผมใช้มาเพิ่งจะได้ยินคำนี้เหมือนกันแฮะ  OS X ไม่ใช่ iOS นะคร้าบบบบบบบบ

Amarra Symphony เคยทดสอบแล้วเสียงดีสุดในกลุ่มครับ แต่สู้ราคาไม่ไหว
เลยถอยมา Audirvana+ ครับ ตอนนี้ได้พลัง Thunderbolt มาชดเชยครับ

และพอดีมีโปรโมชั่น Logic Pro X + FinalCut Pro X และโปรแกรมอื่นอีก 3 ตัว
ในราคารวมกันที่ 7xxx ก็เลยได้ครบครับทั้งแปลงเพลง อัดเสียงจาก Turntable แปลงเสียง A/D, D/A, D/D ตัดวีดีโอ



ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #531 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 04:15:05 PM »
อัันนี้เป็นสเปคที่ดึงจากไฟล์ PDF คู่มือของ Apogee Element 24 ครับ
วิธีเขียนสเปคจะแตกต่างจาก DAC บ้าน รวมถึงการทำงานที่ได้ทั้ง A/D, D/A รวมถึง D/D แปลงค่าไฟล์เพลงแบบดิจิตอล




ซึ่งตอนนี้ Apogee Element 24 ถูกสั่งการผ่าน Logic Pro X ได้อย่างง่ายดายครับ หลังจากทดสอบเพิ่มเมื่อคืน
การเอาท์พุทเพลงมีหลายเทคนิคและให้เสียงได้แตกต่างกันทั้งหมดครับ รวมถึงสามารถชดเชยค่าต่างลงในไฟล์เพลงได้ด้วย
สมัยก่อนนั้น แผ่นของ Joe Satriani เสียงจะติดๆกันหน่อย ถึงผมจะใช้ MOTU 828MKII สองเครื่องก็ตาม
แต่ด้วยประสิทธิภาพของพอร์ท Thunderbolt รวมถึงภาคดิจิตอลของ Apogee Element 24 ที่ทำงานร่วมกับ Logic Pro X
สามารถให้น้ำเสียงได้เปิดกว้าง คมชัด สปีดดีเยี่ยม และเสียงเบสที่มีตำแหน่งอย่างที่ผมไม่เคยได้ฟังมาก่อนจากแผ่น Joe Satriani
 เลยครับ เรียกว่าการลงทุนข้ามมาสู่พรมแดน Thunderbolt เป็นอะไรที่คุ้มเกินกว่าที่ผมคาดไว้มาก




ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #532 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 07:16:44 PM »
น้า สิ่งที่เกิดขึ้น เสียงที่ได้ยินว่าเป็นผลจาก thunder...  ความเห็นผม คิดว่าอาจมีส่วน แต่ไม่น่าใช่ทั้งหมดนะครับ

ตัว DI ใช้ชิปอะไรครับ แล้ว input ด้วยข้อมูล format อะไร interface type ไหนครับ

ปล. เจลเบรค  os x หรื อยังครับ คิกๆ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #533 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 09:38:47 PM »
น้า สิ่งที่เกิดขึ้น เสียงที่ได้ยินว่าเป็นผลจาก thunder...  ความเห็นผม คิดว่าอาจมีส่วน แต่ไม่น่าใช่ทั้งหมดนะครับ

ตัว DI ใช้ชิปอะไรครับ แล้ว input ด้วยข้อมูล format อะไร interface type ไหนครับ

ปล. เจลเบรค  os x หรื อยังครับ คิกๆ


คือตอนนี้ผมเหมือนยกระบบใหม่หมดครับ เสียงนี่ไม่เหลือเค้าเดิมเลยครับ แยกได้คร่าวๆคือ

- Logic Pro X และยังได้รับคำแนะนำจากนักดนตรี (แต่ผมยังไม่ได้ขออนุญาตมาเรื่องการเปิดเผยชื่อ)
  ได้คำแนะนำเคล็ดลับในการเซทติ้งครับ และอยู่ในหมวดที่ผมคิดไม่ถึงมาก่อน (แต่เป็นเรื่องปกติของนักดนตรี)

- Apogee Element 24 เสียงกว้างมากครับ กว้างกว่า Ensemble Firewire เสียอีก ทำผมทึ่งมากๆ

- DI BOX ที่เป็นเรื่องปกติของนักดนตรีครับ แต่ผมเพิ่งทราบ 55 จริงๆเล็งยี่ห้อ Radial ไว้ครับ แต่กลับลำขอประเดิมด้วย Samson ก่อน
  เพราะราคาถูกมาก ก็เอามาลองและรื้อดูครับ พบว่าใช้ OP-AMP JRC J00JD และเป็นเบอร์เดียวกับที่ใช้ใน Radial ที่เล็งไว้ครับ (ราคาหมื่นนึง)
  ผมก็เลยไม่ต้องถอย Radial แล้วครับ ให้ Poem โมใส่ OP-AMP ใหม่ทั้ง 3  ตัว (แต่ Radial มีหม้อแปลง จะให้เสียงได้มีเนื้อกว่า
  แต่ในเมื่อ OP-AMP เบอร์เดียวกันเลยยังไม่อยากลงทุนครับ เอามาก็อาจได้รื้อเปลี่ยน OP-AMP ด้วย) และ Samson รุ่นที่ผมเลือกมา
  ไม่ได้ไว้ต่อกับเครื่องดนตรีครับ มันมีไว้ต่อกับ CD Player เพื่อแปลงสัญญาณ Unbalance ให้กลายเป็น Balance สำหรับต่อเข้า DAT
  เพื่อบันทึกครับ DI BOX มีหลากหลายประเภทครับ โดยเฉพาะยี่ห้อ Radial ผมควานหาก็เลือกจากค่าความต้านทาน ดูวิธีจ่ายไฟ
  รวมถึงเป็น Passive หรือ Active อีกครับ

- ได้ Clock มาเสริมทัพ Apogee อีก

- ลองบันทึกเสียงจาก Turntable เข้า Apogee ได้สำเร็จครับ ผ่าน Logic Pro X แต่ยังไม่ได้ปรับแต่งอะไร ลองคร่าวๆว่าเจอปัญหาอะไรมั้ยครับ
  งานนี้ก็คุ้มมากขึ้น นอกจากใช้ Apogee เป็น D/D, D/A แล้วยังได้ทำหน้าที่ A/D ด้วยครับ

- ได้คุณผึ้ง อาร์มแชร์ มาช่วยแนะนำและยังมีอีก 2 ท่าน ทำให้ปรับระบบได้ก้าวกระโดดครับช่วงนี้ ผมต้องลำดับการเขียนก่อนครับ
  ไม่งั้นจะอ่านลำบาก เลยยังไม่ได้โพสอะไรมากครับ มีแต่รูปให้ชมกันไปก่อน


 
ผมใช้เครื่องมาตั้งแต่ OS 5 จนมา OS X จนตอนนี้เป็น macOS 10.12 แล้ว ..... มันเจลเบรคได้ด้วยหรือครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มีนาคม, 2017, 09:41:53 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #534 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 09:15:47 AM »
โปรโมชั่น App 5 ตัว ขายราคาเดียวครับ แค่ FinalCut Pro X รวมกับ Logic Pro X สองตัวนี้ราคาเต็มรวมกันก็หมื่นกว่าบาทแล้วครับ
เป็น่โปรสุดคุ้ม แต่จะซื้อได้หรือไม่ต้องลุ้นกันครับ ของผมมีเมลล์แบบสอบถามมา ตอบกลับไปแล้วก็ได้รับอนุมัติครับ

http://www.apple.com/th-edu/shop/product/BMGE2Z/A/pro-apps-bundle-เพื่อการศึกษา?fnode=000104090a


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #535 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 10:28:51 AM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #536 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 10:50:00 AM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ  การที่ app มันจะทำ accuraterip หรือ set read offset ได้หรือไม่ได้ ผมว่า มันก็มีส่วนต่อคุณภาพของผลการ ripped

แต่ จะมาบอกว่าหรือยืนยันว่า ถ้าไม่มีการ set สองค่านี้แล้ว มันจะทำให้ผลการ ripped นั้นไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก ฟังไม่ได้ ไม่ใช่ bit perfect  ผมว่า มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

ตัว app ที่ว่า ด้านบน มันอาจจะมีหรือไม่มีให้เซ็ต ผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้เล่น แต่ขอเสนอความเห็นกลางๆ นะครับ คิกๆๆ

ผมเข้าใจว่า จขกท เค้าไม่ดึงเพลงออกจากแผ่นแบบที่เข้าใจว่าคือการ rip จาก cd อย่างเดียวนะครับ มันเป็นการ rip จากแผ่นดำด้วย ซึ่งการอ่านค่ามันไม่ใช่แบบเดียวกัน ดังนั้น อุปกรณ์/app ที่เค้าใช้ จึงคนละแบบ และ accuraterip คงไม่มีสำหรับการ rip แผ่นดำ จริงไหมครับ  ลืมๆ มาต่ออีกนิด  ดังนั้น จขกท เค้าจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ภาค A/D กับ D/A แบบมืออาชีพ  และ app พวกที่เค้าว่าไงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 10:53:01 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #537 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 11:15:53 AM »
ส่วนเรื่อง Word Clock, Master Clock

ใน DAC รุ่นหลังๆ Interface เป็น I2S มันต้องมี Master Clock อยู่แล้ว...

ไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องวิเศษกว่าชาวบ้านตรงไหน

https://en.wikipedia.org/wiki/I%C2%B2S

ผมว่าสำคัญตรง Clock Oscillator มากกว่าว่าใช้แบบ Passive, TCXO หรือ VCXO ซีเรียสมากๆ ใช้ Atomic clock (เช่น Antelope Audio) ด้วยซ้ำ

ถ้าจะอ้างเรื่อง clock หารูปที่เปิดฝามาให้ดูดีกว่าว่าใช้ชิพ Oscillator แบบไหน Passive, TCXO SMD (หรือ DIP) หรือ OCXO ค่า ppm เท่าไร

Passive นี่แถวๆ 10-100ppm
TCXO ก็ 0.1-20 ppm
OCXO ก็แถวๆ 0.01-0.5ppm (20-500ppb)
Atomic (Rubidium) 0.001ppb

แล้วรูปที่คุณโพสเนี่ย Spec มันอยู่ตรงไหนครับ?



เข้าใจคำว่า Specification เหรอเปล่าเนี่ย???

หรือว่าตามสไตล์สินค้าแม็คคือมี Specification แต่ไม่ใช่ Specification

(ไม่ต้องห่วงหรอก Manual Apogee Element 24 ที่คุณเอามาแปะ ผมก็มี มันไม่บอกว่า ใช้ชิพ DAC อะไร 55555)

Apogee Element 24 น่าจะใช้ DAC รุ่นเก่า เล่นกลับ และบันทึกไฟล์ได้ที่  192kHz/24-bit

ตัวที่ใช้ DAC ESS Sabre32 รุ่นใหม่คือ รุ่น Ensemble

รุ่นเล็กๆ ก็ใช้ DAC ตัวเดียวกับ Sound Card คอมด้วยซ้ำ บางรุ่นเปิดมาก็ Analog Device ไม่ก็ Cirrus logic นะแหละ

ส่วน Clock ผมเดาว่าอย่างดีก็เป็น DIP TCXO แถวๆ 0.1ppm - 1ppm

รุ่นเล็กอย่าง Element 24 ดีไม่ดีจะเจอ Passive Oscillator ไม่ก็ SMD TCXO
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 11:35:32 AM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #538 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 11:30:49 AM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ  การที่ app มันจะทำ accuraterip หรือ set read offset ได้หรือไม่ได้ ผมว่า มันก็มีส่วนต่อคุณภาพของผลการ ripped

แต่ จะมาบอกว่าหรือยืนยันว่า ถ้าไม่มีการ set สองค่านี้แล้ว มันจะทำให้ผลการ ripped นั้นไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก ฟังไม่ได้ ไม่ใช่ bit perfect  ผมว่า มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

ตัว app ที่ว่า ด้านบน มันอาจจะมีหรือไม่มีให้เซ็ต ผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้เล่น แต่ขอเสนอความเห็นกลางๆ นะครับ คิกๆๆ

ผมเข้าใจว่า จขกท เค้าไม่ดึงเพลงออกจากแผ่นแบบที่เข้าใจว่าคือการ rip จาก cd อย่างเดียวนะครับ มันเป็นการ rip จากแผ่นดำด้วย ซึ่งการอ่านค่ามันไม่ใช่แบบเดียวกัน ดังนั้น อุปกรณ์/app ที่เค้าใช้ จึงคนละแบบ และ accuraterip คงไม่มีสำหรับการ rip แผ่นดำ จริงไหมครับ  ลืมๆ มาต่ออีกนิด  ดังนั้น จขกท เค้าจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ภาค A/D กับ D/A แบบมืออาชีพ  และ app พวกที่เค้าว่าไงครับ

ถ้าขนาดข้อมูล Digital ที่ทำ Binary Compare แล้วทั้ง 2 ไฟล์เหมือนกัน 100% ยังบอกว่าฟังแล้วเสียงไม่เหมือนกัน

แล้วทำไมไฟล์สองไฟล์ ที่ทำ Binary Compare แล้ว ไม่เหมือนกัน ถึงบอกว่าเสียงเหมือนกันล่ะครับ

อ๋อ ส่วนเรื่องที่เขา Rip แผ่นเสียงนี่ไม่ทราบครับ ถ้างั้นก็ต้องมีโปรแรกม 2 ชุด คือ โปรแกรมที่ใช้ Rip แผ่นเสียง และ โปรแกรมที่ Rip CD ครับ

ถ้าเอาโปรแกรม Rip แผ่นเสียงไป Rip CD ก็ตลกแล้วครับ (แต่อาจจะมีคนทำอย่างนั้นจริง ก็ล่ายนะ 55555)

ส่วนโปรแกรม Rip CD มันใช้ Rip แผ่นเสียงไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนการไม่ Set ค่า Offset นี่ให้ไฟล์ไม่เป็น Bit-perfect ครับ

เพราะค่าที่อ่านได้ไม่เลื่อนไปข้างหน้าก็ข้างหลัง ในแง่ของ Data Stream ค่าถือว่าตรงกันได้ คือไม่แหว่งข้อมูลด้านหน้าไปก็ด้านหลัง แต่ที่ต้องตั้งค่า Offset เพื่อจะได้หา Checksum ได้และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลได้ ว่าค่าที่ได้ตรงกันไหม?

ถ้าแผ่นซิงๆ ไม่เป็นรอย ก็ไม่ค่อยจะจำเป็นหรอกครับ แต่แผ่นเก่าเป็นรอย การตั้งค่าพวกนี้จำเป็นในการ Rip CD ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ

แล้วที่ผมบอกคือ ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะกับงาน

นักดนตรีน่ะ ผมเห็นด้วยนะต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ เพราะเขาต้องแปลงสัญญาณเสียงกลับเป็นข้อมูลดิจิตอล เพราะงั้น Audio Interface ที่มี ADC เป็นเรื่องจำเป็น

และกรณีที่มีการอัดเสียง บันทึกเสียง ภาพ จากหลายแหล่ง เช่น เล่น MIDI ไปร้องเพลงไป ที่เป็นการ Mix เสียงจากหลาย Source เนี่ย ระบบ Realtime หรือ Low-Latency เป็นสิ่งที่จำเป็น

แต่คนทั่วไปที่แค่ฟังเพลงไฟล์เพลง หรือถ้าอย่างมาก Rip CD/DVD Audio/SACD ถามว่ามันจำเป็นด้วยเหรอ?

แทนที่ผมจะเอาเงินไปซื้อ Audio Interface ที่มี ADC ด้วย ผมทุ่มเงินกับตัวที่มีเฉพาะ DAC ไม่ดีกว่าเหรอ?

กับเรื่อง Windows, Linux, Mac และก็  Kernel Low-Latency กับ Generic เสียงไม่เหมือนกัน ผมก็ยอมรับว่าจริงครับ ผมเองเคยลองฟังเทียบมาแล้ว ปัญหาคือ ใช้ Mac คุณเลือกได้ไหมล่ะ? ว่าจะบูทเข้า OS โดยใช้ Kernel แบบไหน หรือโดนหักคอให้ใช้พวก Real-time หรือ Low-Latency Kernel ไปแล้ว?

จริงๆ ต้องบอกว่าแค่เปลี่ยนโปรแกรมที่เล่น เสียงก็อาจจะต่างกันแล้ว หรือ ต่อให้โปรแกรมเดียวกัน Setting ไม่เหมือนกัน เสียงก็ไม่เหมือนกัน

อย่าง Audirvana+ ผมก็เคยเล่น ถามว่า เคยเปิดหน้า Setting ขึ้นมาดูไหมล่ะครับ?

DSD to PCM Algorithm แบบไหนดีสุด

Steepness, filter length ตั้งเยอะหรือน้อยดี

อย่าง Pre-ringing, Sampling Rate Converter ผมถามว่า รู้กันไหมว่า เพลงแนวคลาสสิค เพลงร้องทั่วไป เพลง pop-rock ควรตั้งค่าอย่างไร?

มันไม่ได้จ่ายเงิน ซื้อโปรแกรมเทพๆ เล่นตามค่า Default Settings แล้วจบครับ มันไม่เคยเป็นแบบนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 12:00:12 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #539 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:28:41 PM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f

เห็นว่ามีเครื่อง Mac ที่เจลเบรคไว้แล้ว ก็ลองลงโปรแกรมทดสอบได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องตั้งกระทู้ให้เสียเวลาเลยครับ