ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 255702 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #274 เมื่อ: 12 พฤษภาคม, 2015, 07:08:58 PM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น

ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร

ถามนิดครับ มันต่างจาก Firewire DAC ไหมครับ

ทำงานเหมือน DAC ครับ ไม่ต่างกับ DAC USB
เอาท์พุทอนาลอกเป็น Balance แบบหัว TRS และเอาท์พุทเป็น COAX ได้ด้วยครับ

สิ่งที่ต่างคือทำงานได้ทั้ง Digital to Analog และ Analog to Digital ครับ
ทีนี้ก็ร้องคาราโอเกะและบันทึกเสียงiร้องเป็น 24/96 ได้ครับ


ภาพจาก https://global.focusrite.com

แน่นอนว่าด้านกลังก็เป็นพอร์ท Firewire 400 แทน USB ส่วนช่องอนาลอกอาจไม่คุ้นตานัก แต่มันทำงานเป็นบาลานซ์ครับ เรียกว่าหัว TRS ก็คือหัวเฮดโฟนแบบสเตอริโอนี่ล่ะครับ
ที่ระบบบาลานซ์ในบ้านมีใช้งานกัน ก็เพราะดึงมาจากระบบมืออาชีพครับ ถูกออกแบบเพื่อจัดการกับสัญญาณรบกวนในการเดินสายยาว  แต่ได้ผลลัพท์เพิ่มขึ้นมาคือเสียงที่อิ่ม เข้ม
เครื่องเสียงบ้านเลยนำมาใช้ด้วย

ในภาพจะเห็นว่า ด้านหลัว Focusrite มี Firewire เพียงช่องเดียวครับ ก็ไม่สามารถนำ HDD มาต่อพ่วงได้
แต่ในภาพบน M-Audio มี Firewire สองพอร์ท คือสามารถนำ HDD Firewire มาต่อด้านหลัง M-Audio ได้ครับ เครื่อง Mac ก็จะเจอ HDD เป็นการใช้งานปรกติทั่วไป
ระบบ Firewire ออกแบบมาให้ต่อพ่วงกันได้แบบนี้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:01:22 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #273 เมื่อ: 12 พฤษภาคม, 2015, 06:41:07 PM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น



ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร

ถามนิดครับ มันต่างจาก Firewire DAC ไหมครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #272 เมื่อ: 12 พฤษภาคม, 2015, 06:36:04 PM »
ยุคของ Firewire เรียกว่าเป็นยุคหลังของการบันทึกเสียง เพราะในตอนแรก คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในห้องอัดเสียงนั้นต้องสเปคสูงมาก และเชื่อมต่อผ่านการ์ด PCI แล้วลากสายมาต่อกับ Audio Interface อีกที แต่ Firewire ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และความแรงของ CPU ในยุคหลัง ทำให้แม้แต่ Macbook Pro ก็ทำงานเพลงได้สบาย ทำให้อุปกรณ์ Firewire Audio Interface ปรับราคาลงมา เพราะมีผู้ใช้มากขึ้น


ภาพจาก https://global.focusrite.com

ในภาคคือ Firewire Interface ยี่ห้อ Focusrite ที่ราคารุ่นเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น ราคานี้แน่นอนว่าเป็นที่แพร่หลายในนักดนตรีที่กำลังเริ่มต้น
และถึงราคาจะไม่แพงเลย แต่มันก็เป็น Firewire ครับ ถ้าจะหา USB DAC มาเทียบคุณภาพเสียง รับประกันว่าเหนื่อยหน่อย และคงต้องจ่ายแพงกว่าพอสมควร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:00:57 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #271 เมื่อ: 09 พฤษภาคม, 2015, 10:55:20 AM »
สิบกว่าปีที่แล้ว ผมก็ตามค่านิยม คืออยากได้แผ่นที่ฟังชัดๆ ต้องซื้อระดับแผ่นออดิโอไฟล์

ผ่านไปหลายปีก็เกิดคำถามในใจ "ทำไมแผ่นธรรมดาเสียงมันไม่ค่อยชัด แล้วศิลปินที่ทำเพลง เขาอยากให้แผ่นเขาไม่ชัดแบบนี้เหรอ เพลงที่เขาทุ่มเทบันทึกมาแค่นี้เหรอ"
ทำไมผมต้องมาคอยเดินซื้อแผ่นระดับออดิโอไฟล์เพราะอยากฟังเสียงชัดๆ เพลงที่ผมอยากฟังมันคมชัดไม่ได้จริงๆเหรอ
คิดทบทวนอยู่หลังครั้ง กับประสบการณ์พลาดพลั้งหลายครั้งกับการเชื่อรีวิวในหนังสือ ก็ได้เวลา "ล้มกระดาน"

ผมเริ่มทดลองฟังจาก PC ใช้การ์ด PCI ต่อ COAX ออกไปหา DAC ผลลัพท์ก็ไม่น่าพอใจ เซ็ทอัพซอฟท์แวร์หลายแบบ ยังไงก็ไม่เวิร์ค จนไปปรึกษาเพื่อนที่เชี่ยวชาญเรื่อง Mac
คำตอบคือ "งั้นลองเชื่อมต่อแบบมืออาชีพเลย ในเมื่อทนรับคุณภาพเครื่องเสียงบ้านไม่ได้" คำตอบคือ "Firewire" ครับ

ผมก็กำเงินไปซื้อ M-Audio Firewire Audiophile ด้วยเหตุผลคือ มันเป็นแจ๊ค RCA (ตอนนั้นผมไม่รู้จักการต่อแบบบาลานซ์)
ข้างในหน้าตาแบบนี้ครับ จริงๆเป็นไอเดียที่ไม่เข้าท่าเท่าไหร่เลยที่ซื้อ M-Audio เพราะยังมีตัวเลือกอื่นมากมาย แต่ผมไม่ทันคิด ผมโฟกัสไปแค่เรื่องว่ามันจะอยู่ร่วมกับเครื่องเสียงบ้านอย่างไร


รูปจาก deepsonic.ch

ผมนึกถึงสุภาษิตจีน "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" ด้วยน้ำเสียงคมชัด สะอาด ทำให้ CD Player ที่ผมแสนจะภูมิใจไร้คุณค่าไปเลย
ตอนนั้นผมต่อกับ PC ครับ และหลังจากนั้นผมจึงได้ Mac mini มา และได้ซาบซึ้งอีกครั้งว่า "ฟังเพลงใช้ Mac เถอะครับ"
จนได้โพสเป็นกระทู้แรกที่นี่ในปี 2008 ครับ http://www.htg2.net/index.php?topic=29297

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #270 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2015, 02:47:28 PM »
อ้าว แบบนี้ก็อดฟังเพลงบ้าน ๆ เพลงฟังสบาย ๆ เลยสิครับ  :yahoo
[/quote]

ตรงข้ามครับ เครื่องระดับนี้ยิ่งให้ความคมชัดสูงและแยกแยะความถี่ได้ดีเยี่ยม แผ่นที่เคยฟังว่าไม่ชัด มันก็ชัดเลย แผ่นที่ดูขุ่นๆ ก็ฟังแล้วเคลียร์
อย่างแผ่น Scorpion Still Living You เมื่อก่อนผมฟังว่าไม่ค่อยชัดและไม่เข้มเท่าไหร่ พอมาริปใหม่เป็น 24/88.2 และเล่นในระบบ Firewire มันกลายเป็นแผ่นนี้มันเจ๋งมาก
ทั้งลูกคอนักร้องและความต่อเนื่องของดนตรีดีเยี่ยม

ยิ่งแผ่นซาวน์แทรกจากหนัง Whiplash ที่มีความต่อเนื่องของความถี่ต่ำตลอดทั้งเพลง สำหรับระบบ Firewire และ Motu ของผมให้พลังได้ไม่มีตกครับ
แผ่นที่ผมฟังก็มีแต่เพลงบ้านๆครับ แต่ไม่ได้ฟังจากแผ่น เอามาริปเป็น 24/88.2 ก่อนก็สบายใจแล้วครับ (เวลาริปต้องต่อ Motu ไว้ด้วย เพราะโปรแกรมที่ริปสามารถเรียกใช้ฮาร์ดแวร์ Firewire ได้ครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤษภาคม, 2015, 02:50:07 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #269 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2015, 12:52:21 PM »
เมื่อวานบิด Motu 896 (รุ่นแรก) ได้ราคาพอรับได้ อีก 2-3 อาทิตย์ของน่ามาส่ง หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
หน้าตาแบบนี้ครับ



ขนาะ 2U ด้านหลังก็แบบในรูปเลย ไม่ต้องใช้หัว TRS แล้ว ให้เป็น XLR แบบเต็มๆ
Motu 896 เป็นรุ่นใหญ่ และเพื่อนผมที่ทำงานห้องอัดก็นิยมใช้กันมาก เพราะน้ำเสียงที่ดี และฟังก์ชั่นครบครัน
สำหรับผมถ้าได้ตัวนี้มาแล้วก็เรียกว่าพอเลย เพราะจะอัพให้ดีกว่านี้ต้องย้ายไปเล่นยี่ห้อ RME แล้วครับ

ผมเซิร์จเจอกระทู้จากที่อื่นๆที่เล่นระบบนี้ คือเอา Firewire ในสตูดิโอมาใช้ร่วมกับเครื่องเสียงบ้าน
แต่ที่ผมเล่นนั้นแตกต่างกันครับ เพราะผมไม่ใช้ไฟล์เพลงแบบ 16/44.1 อุปกรณ์ Firewire พวกนี้ ควรเปิดไฟล์ 24บิท 88.2 หรือขึ้นไปถึง 192 เพื่อให้เต็มประสิทธิภาพของตัวมันครับ
ไฟล์ 44.1 ถือว่าเป็นปลายทางที่บีบอัดลงแผ่น (คุณภาพหายไปจากออริจินอลตอนตัด) แต่ตัวมันนั้นทำงานกับไฟล์ที่ใช้ตัดต่อที่เป็นต้นฉบับครับ




อ้าว แบบนี้ก็อดฟังเพลงบ้าน ๆ เพลงฟังสบาย ๆ เลยสิครับ  :yahoo
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #268 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2015, 12:16:42 PM »
เมื่อวานบิด Motu 896 (รุ่นแรก) ได้ราคาพอรับได้ อีก 2-3 อาทิตย์ของน่ามาส่ง หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
หน้าตาแบบนี้ครับ



ขนาะ 2U ด้านหลังก็แบบในรูปเลย ไม่ต้องใช้หัว TRS แล้ว ให้เป็น XLR แบบเต็มๆ
Motu 896 เป็นรุ่นใหญ่ และเพื่อนผมที่ทำงานห้องอัดก็นิยมใช้กันมาก เพราะน้ำเสียงที่ดี และฟังก์ชั่นครบครัน
สำหรับผมถ้าได้ตัวนี้มาแล้วก็เรียกว่าพอเลย เพราะจะอัพให้ดีกว่านี้ต้องย้ายไปเล่นยี่ห้อ RME แล้วครับ

ผมเซิร์จเจอกระทู้จากที่อื่นๆที่เล่นระบบนี้ คือเอา Firewire ในสตูดิโอมาใช้ร่วมกับเครื่องเสียงบ้าน
แต่ที่ผมเล่นนั้นแตกต่างกันครับ เพราะผมไม่ใช้ไฟล์เพลงแบบ 16/44.1 อุปกรณ์ Firewire พวกนี้ ควรเปิดไฟล์ 24บิท 88.2 หรือขึ้นไปถึง 192 เพื่อให้เต็มประสิทธิภาพของตัวมันครับ
ไฟล์ 44.1 ถือว่าเป็นปลายทางที่บีบอัดลงแผ่น (คุณภาพหายไปจากออริจินอลตอนตัด) แต่ตัวมันนั้นทำงานกับไฟล์ที่ใช้ตัดต่อที่เป็นต้นฉบับครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #267 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 11:08:29 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???

ผมโฟกัสเรื่องการส่ง Data ครับ
Firewire เมื่อทำการส่งข้อมูล เพลง,วีดีโอ,ภาพนิ่ง จะทำงานแบบ isochronous ครับ โดยจองพื้นที่การส่งและตัวชิป Firewire ไม่พึ่งพา CPU เท่าไหร่
ทำให้ส่งข้อมูลได้ตามความเร็วตลอดแม้จะส่งข้อมูลเป็นเวลานานๆเป็นชั่วโมงครับ

ส่วน USB ส่งข้อมูลด้วยการสั่งการจาก CPU เป็นหลัก DAC USB ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลแบบ asychronus ลองค้นกูเกิลดูครับว่า USB 2.0 ตามสเปคนั้นเร็วกว่า Firewire 400
แต่เมื่อส่งข้อมูลที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น มันจะช้ากว่า Firewire 400 ครับ เพราะ USB ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอด

ตรงนี้เกิดความต่างของเสียงแบบชัดเจนครับ แต่ทดสอบให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ HDD ที่มีทั้ง USB และ Firewire ครับ เอาเพลงใส่ HDD เปิดฟังเทียบกันระหว่างสองพอร์ทนี้
จะเห็นว่าคุณภาพเสียงจากการส่งข้อมูลทั้งสองระบบแตกต่างกันครับ ผมมีเพื่อนที่ทำงานวีดีโออยู่หลายคน แน่นอนว่างานตัดต่อใช้ Firewire เป็นหลักครับ (ไม่มีใครสนใจ USB 3 เลย)
เขานิยมแบบง่ายๆให้ฟังว่า "ส่งข้อมูลแบบ Firewire เป็นการส่งข้อมูลดิจิตอลที่ทำงานแบบอนาล๊อก"




นั่นสิครับ  แล้วจากคำถามที่ผมถามข้างบน คำตอบคือ อะไรครับ

การส่งDataไงครับเพราะ Firewire เป็น isochronous


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #266 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 04:48:53 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???

ผมโฟกัสเรื่องการส่ง Data ครับ
Firewire เมื่อทำการส่งข้อมูล เพลง,วีดีโอ,ภาพนิ่ง จะทำงานแบบ isochronous ครับ โดยจองพื้นที่การส่งและตัวชิป Firewire ไม่พึ่งพา CPU เท่าไหร่
ทำให้ส่งข้อมูลได้ตามความเร็วตลอดแม้จะส่งข้อมูลเป็นเวลานานๆเป็นชั่วโมงครับ

ส่วน USB ส่งข้อมูลด้วยการสั่งการจาก CPU เป็นหลัก DAC USB ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลแบบ asychronus ลองค้นกูเกิลดูครับว่า USB 2.0 ตามสเปคนั้นเร็วกว่า Firewire 400
แต่เมื่อส่งข้อมูลที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น มันจะช้ากว่า Firewire 400 ครับ เพราะ USB ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอด

ตรงนี้เกิดความต่างของเสียงแบบชัดเจนครับ แต่ทดสอบให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ HDD ที่มีทั้ง USB และ Firewire ครับ เอาเพลงใส่ HDD เปิดฟังเทียบกันระหว่างสองพอร์ทนี้
จะเห็นว่าคุณภาพเสียงจากการส่งข้อมูลทั้งสองระบบแตกต่างกันครับ ผมมีเพื่อนที่ทำงานวีดีโออยู่หลายคน แน่นอนว่างานตัดต่อใช้ Firewire เป็นหลักครับ (ไม่มีใครสนใจ USB 3 เลย)
เขานิยมแบบง่ายๆให้ฟังว่า "ส่งข้อมูลแบบ Firewire เป็นการส่งข้อมูลดิจิตอลที่ทำงานแบบอนาล๊อก"




นั่นสิครับ  แล้วจากคำถามที่ผมถามข้างบน คำตอบคือ อะไรครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #265 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 12:47:55 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???

ผมโฟกัสเรื่องการส่ง Data ครับ
Firewire เมื่อทำการส่งข้อมูล เพลง,วีดีโอ,ภาพนิ่ง จะทำงานแบบ isochronous ครับ โดยจองพื้นที่การส่งและตัวชิป Firewire ไม่พึ่งพา CPU เท่าไหร่
ทำให้ส่งข้อมูลได้ตามความเร็วตลอดแม้จะส่งข้อมูลเป็นเวลานานๆเป็นชั่วโมงครับ

ส่วน USB ส่งข้อมูลด้วยการสั่งการจาก CPU เป็นหลัก DAC USB ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลแบบ asychronus ลองค้นกูเกิลดูครับว่า USB 2.0 ตามสเปคนั้นเร็วกว่า Firewire 400
แต่เมื่อส่งข้อมูลที่ใช้ระยะเวลาเพิ่มขึ้น มันจะช้ากว่า Firewire 400 ครับ เพราะ USB ไม่สามารถส่งข้อมูลที่ความเร็วสูงสุดได้ตลอด

ตรงนี้เกิดความต่างของเสียงแบบชัดเจนครับ แต่ทดสอบให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ HDD ที่มีทั้ง USB และ Firewire ครับ เอาเพลงใส่ HDD เปิดฟังเทียบกันระหว่างสองพอร์ทนี้
จะเห็นว่าคุณภาพเสียงจากการส่งข้อมูลทั้งสองระบบแตกต่างกันครับ ผมมีเพื่อนที่ทำงานวีดีโออยู่หลายคน แน่นอนว่างานตัดต่อใช้ Firewire เป็นหลักครับ (ไม่มีใครสนใจ USB 3 เลย)
เขานิยมแบบง่ายๆให้ฟังว่า "ส่งข้อมูลแบบ Firewire เป็นการส่งข้อมูลดิจิตอลที่ทำงานแบบอนาล๊อก"


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #264 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 12:14:23 PM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ





กรณีนี้ ความแตกต่างที่พูดถึงว่า "ไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ" 

อันนี้ ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ เสียงที่ว่ากลับมาฟังไม่ได้นั้น เป็นเพราะความแตกต่างของ data interface (topology) ที่ใช้ระหว่าง firewire กับ usb

หรือ เป็นความแตกต่างที่เกิดจากระหว่าง อุปกรณ์ A/D - D/A และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในตัว interface ข้างบนที่ท่านใช้ ???
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #263 เมื่อ: 01 พฤษภาคม, 2015, 10:34:19 AM »
Firewire Interface ที่ผมนำมาใช้กับเครื่องเสียงบ้านนั้น เป็นอุปกรณ์ห้องอัดที่ให้ความเที่ยงตรงของเสียงมาก แต่ในแต่ละยี่ห้อเสียงก็ยังไม่เหมือนกัน
มีคาแรคเตอร์เสียงเฉพาะตัวที่เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี และมันก็ฟังออกง่ายมากเมื่อนำมาเปิดเทียบกัน เรียกว่าเสียงที่แฟลทแท้ๆนั้นก็หายากในอุปกรณ์ระดับโปร
สเปคนั้นแตกต่างกันบ้าง แต่โดยเฉลี่ยใกล้เคียงกัน แต่เสียงที่แตกต่างกันเกิดจากการจูนของแต่ละแบรนด์ครับ

M-Audio : ยี่ห้อระดับเริ่มต้น ใช้งานง่าย ให้เสียงได้สะอาด คมชัด ตามสไตล์ Firewire ผมเริ่มต้นใช้งานจากยี่ห้อนี้ ปัจจุบันไดรเวอร์ไม่ค่อยอัพเดทเลย
Focusrite : เป็นที่นิยมในช่วงนี้มาก เพราะนอกจากคมชัดแล้ว ให้น้ำเสียงได้เนียนในทุกๆช่วง ราคาไม่แพง เพื่อนนักดนตรีหลายคนเริ่มที่ยี่ห้อนี้เมื่อฝีมือมากขึ้นก็จะย้ายไป Motu
TC Electronic : ยี่ห้อนี้โด่งดังมากเรื่อง เอฟเฟคกีตาร์ ไม่มีเพื่อนนักดนตรีของผมสักคนที่แนะนำให้เอามาฟังเพลง แต่สามารถไปฟังได้ที่ร้าน Poem
Motu : เป็นยี่ห้อที่ผมใช้อยู่ และพบบ่อยมากตามสตูดิโอ เพราะไดนามิคดีมาก น้ำเสียงลื่นไหลทุกความถี่ และความคมชัดสูงมาก ราคาไม่แพงมาก
          (เพื่อนนักดนตรีท่านนึงบอกว่ายี่ห้อนี้ทำกลองมาก่อน จึงเก่งเรื่องไดนามิคและความถี่ในหลายๆย่าน)
RME : เป็นแบรนด์ระดับโปร เคยได้ฟังที่ห้องอัด Impression Sound Studio แผ่นริมน้ำคืนหนึ่งก็ทำผ่านเจ้าตัวนี้ คุณภาพเสียงหนือขึ้นไปกว่า Motu
Apogee : ที่ให้น้ำเสียงสะอาด น่าฟัง กว้าง เรียกว่าฟังแล้วเคลิ้ม ยี่ห้อนี้ใช้ได้เฉพาะกับ Mac เท่านั้น ปัจจุบันออกรุ่น Ensemble ที่ต่อเป็น Thunderbolt ทั้งน่าฟังและทันสมัยมาก
Prism Musical Audio : ยี่ห้อนี้ไม่ได้ฟัง แต่ได้จากคำบอกเล่าจากร้าน Kimleng ว่าให้เสียงได้กว้างสุดๆ แต่ราคาก็สูงกว่า Apogee ขึ้นไปมาก
(ข้อมูลรวบรวมจากประสบการณ์การใช้งานจริง และข้อมูลจากเพื่อนนักดนตรี ถ้าไม่ตรงกับเวปไหนก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ไมไ่ด้ก๊อปปี้มาจากเวปอื่น)

ผมเริ่มศึกษา Firewire ประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยเลือกซื้อ M-Audio Firewire Audiophile เพราะราคาถูกที่สุดในตอนนั้น ซื้อโดยไมไ่ด้ฟังก่อน
แต่ก็เป็นการเปิดโลกกว้างที่ทำให้ผมหลุดวงโคจรจากการหา DAC COAX หรือ USB ไปเลย และไม่สามารถกลับเข้าวงโคจรแบบเครือ่งเสียงบ้านที่ใช้ USB DAC ได้อีกเลยครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #262 เมื่อ: 24 เมษายน, 2015, 01:40:04 PM »


กระแส DSD จะมาแรงยังไงผมก็ยังใช้วิธีในตอนนี้ คือนำแผ่น CD มาริปออกมาเป็น 24/88.2 ได้เลย ก็ในเมื่อแผ่นพวกนี้มันไม่มี DSD
และ DAC ที่เล่น DSD ได้ ส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายจะเป็นแบบ USB (ย่อมาจาก Universal Serial Bus แปลไทยก็ ช่องเชื่อมต่ออเนกประสงค์
เมาส์ คีย์บอร์ด ปริ๊นเตอร์ ช่องนี้ได้หมด)

ส่วน Firewire Interface ในแบบ Studio ของผม (ทำหน้าที่ได้ทั้ง A to D หรือ D to A เลยเรียกว่า Interface ครับ) และเชื่อมต่อแบบ Firewire
(มีหลายยี่ห้อทำเป็น Thunderbolt วางจำหน่ายแล้ว) ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบ Pro Studio มีแต่อุปกรณ์ขาโหดอย่าง HDD รุ่นโปรที่ใช้ตัดต่อเสียงหรือวีดีโอ
ที่ต้องรับส่งข้อมูลนานเป็นสิบชั่วโมงแบบต่อเนื่อง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 เมษายน, 2015, 02:20:48 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #261 เมื่อ: 23 เมษายน, 2015, 02:09:11 PM »
 :help
หาได้ที่ไหนบ้างครับ น่าสนใจลองบ้าง

G-Drive ต้องอีเบย์ครับ ส่วน Akitio มีคนสั่งเข้ามาขายบางรุ่น หรือจะลอง Orico ดูก็ได้ครับ
ส่วนผมจะโฟกัสไปที่ยี่ห้อระดับโปร ที่อยากลองเพิ่มคือ Caldigit มีตัวแทนจำหน่ายแต่ราคาแรงใช้ได้และต้องสั่งของเท่านั้นครับ 2TB ประมาณหมื่น
และยังมีทางเลือกพอเศษ อย่างตัวแปลง Thunderbolt เป็น eSATA แต่ HDD แบบ 3.5 ผมยังไม่เจอตัวไหนที่ให้เสียงได้ดีกว่า WD Scorpio Black ครับ เพราะตัวนี้ให้เสียงได้เข้มและมีน้ำหนักดีมาก

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #260 เมื่อ: 23 เมษายน, 2015, 10:28:02 AM »
หาได้ที่ไหนบ้างครับ น่าสนใจลองบ้าง
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #259 เมื่อ: 21 เมษายน, 2015, 11:44:56 AM »


เหล่า External HDD แบบ Firewire ที่ผมมีไว้ทดสอบครับ ตัวกล่องสีเงิน G-Drive ได้มือสองมาจากมือตัดวีดีโอ เหตุผลที่ขายกล่องตัวนี้เป็นมือสอง เพราะ "ย้ายจาก Firewire ไป Thunderbolt" ไม่ได้ย้ายไป USB3.0 ครับ
เพราะ USB ก็ยังไม่เหมาะกับงานวีดีโออยู่ดี ถึงจะมีสปีดที่สูงขึ้นมาก แต่วิธีการส่งข้อมูลไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานวีดีโอหรืองานเพลงโดยเฉพาะครับ

ในบรรดา HDD ทั้งหมดในรูป มีแค่กล่องเดียวเท่านั้นครับที่เสียงดีที่สุดในกลุ่ม


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #258 เมื่อ: 10 เมษายน, 2015, 12:41:50 AM »
Macbook 2015 ฝีมือท่านเซอร์โจนาธาน ไอฟฟ์ และทีมนักออกแบบ จะล้ำหน้าอะไรได้ขนาดนี้ เสียดายไม่มีพอร์ท Thunderbolt ครับ

<a href="https://www.youtube.com/v/hajnEpCq5SE" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v/hajnEpCq5SE</a>

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #257 เมื่อ: 07 เมษายน, 2015, 12:53:25 AM »
อยากรู้นิดนึงว่า การทำงานของภาควิดีโอและจอภาพในเครื่อง mac book/imac ซึ่งมันใช้บอร์ดร่วมกัน ใช้หม้อแปลงร่วมกัน มันสามารถสร้าง noise ขึ้นมารบกวนการทำงานของภาคดิจิตอลโดยเฉพาะในการใช้งานแบบ audio ได้ไหมครับ ถ้ามันสร้าง noise ขึ้นมา เราจะลดปัญหาตรงนี้ ได้อย่างไร เพราะมีบางท่านได้ลองระหว่าง การเปิดเพลงด้วย mini แล้วดึงสายจอภาพออก เค้าบอกว่า เสียงมัน เคลียร์ กว่ากันแบบฟังออก

สำหรับ Macbook Pro หรี่แสงหน้าจอครับ เสียงก็เปลี่ยนไปแล้ว หรือทำ Play List กดเพลย์แล้วปิดแสงหน้าจอไปเลย
แต่ถึง Mac mini ไม่มีจอมารบกวน แต่เกรดของปริ๊นและการออกแบบไม่สามารถสู้โครงสร้าง Macbook Pro ได้ รวมถึงคุณภาพอุปกรณ์ (คำว่า Pro ที่มาต่อท้าย ไม่ได้แปะไว้เล่นๆ)
และ Mac mini มีหม้อแปลงในตัว แต่ Macbook Pro อยู่ข้างนอก ตรงนี้ก็มีความต่าง (ผมก็แต่ง Adapter เล็กน้อยโดยการติดลูกยาง และวางบนพื้นที่ซับความถี่ เสียงก็ดีขึ้นอีก และเปลี่ยนสาย AC)
แต่จะรื้อ Mac mini มาปรับภาคจ่ายไฟ เครื่องก็หมดประกันล่ะครับ ผมคงขอผ่าน

จากที่ผมฟังเทียบทั้ง 3 ซิสเต็ม 3 สถานที่ คือที่ Poem, GM2000, HiStyleHiFi
น้ำเสียงจาก Macbook Pro  มีความคมชัดกว่ามาก เบสกระชับกว่า ไดนามิคดีกว่า สะอาดกว่า ผมยังไม่เจอว่าตรงไหนด้อยกว่า Mac mini แม้แต่น้อย
จะแพ้ก็ตรงที่แพงกว่าล่ะ



อืม ไม่ค่อยตรงประเด็นที่ตั้งใจถาม สงสัยผมคงเขียนคำถามไม่ดีครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #256 เมื่อ: 06 เมษายน, 2015, 10:19:17 PM »
แปะไว้ เพราะผมเจอนักฟังที่เน้นแต่ความชัดบ่อยๆ และไม่สนใจเสียงเบสและน้ำหนักเสียงเลย แน่นอนว่าผมฟังตรงกันข้าม

- 5 เคล็ด(ไม่)ลับโดยรอน 'บัมเบิ้ลฟูต' ธาล มือกีต้าร์แห่ง Guns N' Roses
1. มือกลองคือเจ้านายของคุณ
ถึงมือกีต้าร์ทั้งหลาย: มือกลองคือผู้วางจังหวะและกรู๊ฟ อย่าเล่นนำหน้ามือกลองเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อย่าเร่งนำ, หากคุณทำแบบนั้น คุณไม่มีหน้าไปโทษมือกลอง และหากคุณชักช้า,
ก็ไม่ใช่ความผิดของมือกลองอีกนั่นแหละ คุณคนเดียวที่สมควรถูกด่าจงเดินไปพร้อมกับมือกลอง, เกาะเขาไว้ให้แน่นและจำไว้ว่าเขาคือเจ้านายของคุณ ลองคิดย้อนอดีตสิ, จีน ครูป้ากับ
วงออเครสต้าหรือบัดดี้ ริชกับบิ๊กแบนด์ มือกลองแบบพวกเขาคือตัวชูโรง และสมาชิกทั้งวงของพวกเขารู้ดีว่าควรเล่นตามใคร และปัจจุบันกฏเหล่านี้ก็ยังไม่เปลี่ยน คุณสามารถเป็นมือกีต้าร์ที่
ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ แต่คุณต้องก้าวตามหลังอยู่คนหนึ่ง...มือกลองไงล่ะ
2. นอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หากคุณเป็นนักดนตรีเดินสายทัวร์ คุณคงรู้ดี บางวันคุณอาจได้นอนน้อยกว่า 2 ชั่วโมงเพราะซาวด์เช็ค, แสดงคอนเสิร์ต, ปาร์ตี้, จัดกระเป๋า, เดินทาง ดังนั้นนั้นจงนอนให้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็น
ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตาม
3. ฝึกในสิ่งที่ใจปรารถนา
กำจัดเรื่องที่ทำให้คุณคิดมาก ปล่อยให้ตัวคุณเล่นไปตามใจ มันสำคัญมากสำหรับการฝึกในสิ่งที่หัวใจคุณเรียกร้องและเพื่อให้นิ้วคุณไปตามนั้น นี่คือสิ่งที่คนจำนวนมากหลงไป: พวกเขาคิดมาก
และพวกเขากลายเป็นหุ่นยนต์ไปเลย หยุดฝืนตัวเองและปล่อยให้ดนตรีเดินไป ทุกสิ่งจะค่อยๆเข้าที่ของมันเอง และคุณไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับมันเลย
4. อย่าฝืนออกจาก 'กล่อง' ของตัวเอง
นี่อาจฟังดูแปลกๆ แต่ที่จริงไม่ใช่, หากคุณรู้ว่าตัวเองกำลังติดหล่มเล่นเพนทาโทนิครูปแบบเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่าฝืนความรู้สึกนั้น อย่าพยายามออกจากกล่องของตัวเอง -- แต่จงขยายมัน,
หาอะไรใส่ลงไปกล่องนั้น ผสมมันออกมาเป็นสิ่งใหม่ หากคุณชินกับการเล่นอะไรเดิมๆ นั่นไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุดในโลกหรอก ตราบใดที่คุณยังแข่งขันกับตัวเองอยู่ตลอดและหาสิ่งใหม่ใส่เข้าไปเสมอ
ไม่นานกล่องนั้นจะเริ่มก่อร่างสร้างตัวใหญ่ขึ้น...ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคุณรู้ตัวอีกที, คุณจะเก่งขึ้นแบบที่ตัวเองยังคาดไม่ถึง
5. หัดร้อง
เมื่อคุณร้อง, คุณกำลังแสดงความรู้สึกผ่านภาษาที่ 1 มันจะช่วยให้คุณแสดงความรู้สึกผ่านภาษาที่ 2 นั่นคือกีต้าร์ได้ดีขึ้น
มันจะช่วยให้คุณแต่งเพลงง่ายขึ้นเพราะคุณจะแสดงออกไม่ใช่แค่ 1 แต่ได้ถึง 2 เสียง - คุณร้องและคุณเล่นกีต้าร์คู่กันไป มันยังช่วยให้คุณทำดนตรีแบบกระฉับกระเฉงขึ้นและหลากหลายขึ้น -
มุมมองของคุณจะกว้างกว่าแค่เล่นกีต้าร์ หากคุณทำได้ทั้งเล่นและร้อง เรื่องราวในดนตรีของคุณจะชัดขึั้นและซับซ้อนมีมิติขึ้นกว่าเดิม ทุกคนสามารถร้องเพลงได้ ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ หากคุณ
คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ บางทีคุณอาจจะยังไม่เจอวิธีการร้องที่เหมาะกับคุณก็เท่านั้น ดังนั้นคุณต้องหาเสียงของคุณให้เจอ ลองคิดดูสิ: คุณมีทั้งบ็อบ ดีแลนกับลูชาโน ปาวารอตตี - พวกเขา
เลียนแบบกันไม่ได้ แต่แน่นอนว่าพวกเขาพบเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวแล้ว -- จงเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งกาจในแบบของคุณเอง
credit : facebook/ReadaSong, MusicRadar

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #255 เมื่อ: 06 เมษายน, 2015, 07:50:57 AM »
อยากรู้นิดนึงว่า การทำงานของภาควิดีโอและจอภาพในเครื่อง mac book/imac ซึ่งมันใช้บอร์ดร่วมกัน ใช้หม้อแปลงร่วมกัน มันสามารถสร้าง noise ขึ้นมารบกวนการทำงานของภาคดิจิตอลโดยเฉพาะในการใช้งานแบบ audio ได้ไหมครับ ถ้ามันสร้าง noise ขึ้นมา เราจะลดปัญหาตรงนี้ ได้อย่างไร เพราะมีบางท่านได้ลองระหว่าง การเปิดเพลงด้วย mini แล้วดึงสายจอภาพออก เค้าบอกว่า เสียงมัน เคลียร์ กว่ากันแบบฟังออก

สำหรับ Macbook Pro หรี่แสงหน้าจอครับ เสียงก็เปลี่ยนไปแล้ว หรือทำ Play List กดเพลย์แล้วปิดแสงหน้าจอไปเลย
แต่ถึง Mac mini ไม่มีจอมารบกวน แต่เกรดของปริ๊นและการออกแบบไม่สามารถสู้โครงสร้าง Macbook Pro ได้ รวมถึงคุณภาพอุปกรณ์ (คำว่า Pro ที่มาต่อท้าย ไม่ได้แปะไว้เล่นๆ)
และ Mac mini มีหม้อแปลงในตัว แต่ Macbook Pro อยู่ข้างนอก ตรงนี้ก็มีความต่าง (ผมก็แต่ง Adapter เล็กน้อยโดยการติดลูกยาง และวางบนพื้นที่ซับความถี่ เสียงก็ดีขึ้นอีก และเปลี่ยนสาย AC)
แต่จะรื้อ Mac mini มาปรับภาคจ่ายไฟ เครื่องก็หมดประกันล่ะครับ ผมคงขอผ่าน

จากที่ผมฟังเทียบทั้ง 3 ซิสเต็ม 3 สถานที่ คือที่ Poem, GM2000, HiStyleHiFi
น้ำเสียงจาก Macbook Pro  มีความคมชัดกว่ามาก เบสกระชับกว่า ไดนามิคดีกว่า สะอาดกว่า ผมยังไม่เจอว่าตรงไหนด้อยกว่า Mac mini แม้แต่น้อย
จะแพ้ก็ตรงที่แพงกว่าล่ะ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #254 เมื่อ: 06 เมษายน, 2015, 01:39:13 AM »
อยากรู้นิดนึงว่า การทำงานของภาควิดีโอและจอภาพในเครื่อง mac book/imac ซึ่งมันใช้บอร์ดร่วมกัน ใช้หม้อแปลงร่วมกัน มันสามารถสร้าง noise ขึ้นมารบกวนการทำงานของภาคดิจิตอลโดยเฉพาะในการใช้งานแบบ audio ได้ไหมครับ ถ้ามันสร้าง noise ขึ้นมา เราจะลดปัญหาตรงนี้ ได้อย่างไร เพราะมีบางท่านได้ลองระหว่าง การเปิดเพลงด้วย mini แล้วดึงสายจอภาพออก เค้าบอกว่า เสียงมัน เคลียร์ กว่ากันแบบฟังออก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน, 2015, 01:41:33 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #253 เมื่อ: 05 เมษายน, 2015, 11:54:05 PM »
โจนาธาน ไอฟฟ์ รับผิดชอบการออกแบบตั้งแต่เครื่องนอตั้น และผลงานชิ้นแจ้งเกิดคือ iMac G3 และต่อมาด้วย iPod และออกแบบให้แอปเปิ้ลมาตลอดรวมถึง iPhone, iPad
ได้รับรางวัลสาขานักออกแบบสถาบันออกแบบมากมาย

หมายความว่า เมื่อผมจ่ายเงินซื้อสินค้า Apple สักชิ้น นั่นคือผลงานจากหนึ่งในนักออกแบบที่เก่งที่สุดในโลก
และโจนาธาน ไอฟฟ์ เคยกล่าวไว้ว่า ถ้ามีสินค้าที่ออกแบบได้สวยงาม แต่การใช้งานไม่ดี มันก็กลายเป็นสินค้าที่ไม่สวย
หมายความว่าเครื่อง Mac ออกแบบทั้งรูปร่างหน้าตาและฟังก์ชั่นไปพร้อมๆกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 กรกฎาคม, 2016, 11:02:38 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #252 เมื่อ: 05 เมษายน, 2015, 11:37:27 PM »
<a href="https://www.youtube.com/v/IbWOQWw1wkM" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v/IbWOQWw1wkM</a>

Mac mini อาจถูกใช้ฟังเพลง เนื่องด้วยราคาและความเข้ากันได้ แต่ผมว่าตัวนี้เด็ดกว่าเยอะครับ Mac Pro ที่เป็นระดับไฮเอนด์ ตัดวีดีโอระดับ 4K สบายๆ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #251 เมื่อ: 05 เมษายน, 2015, 11:32:45 PM »
<a href="https://www.youtube.com/v/sxbiIpXZfG8" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v/sxbiIpXZfG8</a>

ขั้นตอนการผลิต Macbook Pro ครับ ผมใช้ไฟล์นี้ตอนพรีเซนต์ที่ร้านไฮไฟไฮสไตล์


Macbook Pro Retina Display รุ่นที่ผมใช้อยู่คือวีดีโอตัวล่างนี้ครับ

<a href="https://www.youtube.com/v/_thoZcsWdno" target="_blank" rel="noopener noreferrer" class="bbc_link bbc_flash_disabled new_win">https://www.youtube.com/v/_thoZcsWdno</a>
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 เมษายน, 2015, 12:03:32 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #250 เมื่อ: 03 เมษายน, 2015, 11:55:23 AM »
อ้าวหรอครับ ผมเคยเข้าไปอ่านในเว็ปของ Amarra เรื่อง how to build the music server

เค้าแนะนำเครื่อง เรียงไปตามนี้อ่ะครับ
1. Mac tower
2. Mac Mini
3. Mac Book
4. iMac

หรือว่าผมแปลผิดครับเนี่ยะ

เขาอาจทดสอบกับ Mac mini ตัวใหม่ปี 2014 ที่มีโครงสร้างคล้าย Macbook Pro
แต่ในเวปเขายังแนะนำเป็น Mac OS 10.9 Mavericks เลยไม่รู้ว่าเขาอัพเดทในระดับไหนครับ ตอนนี้จะเป็น 10.10.3 แล้ว

สำหรับผมที่เทสต์จาก 3 ซิสเต็ม คือที่ Poem ต่อมาคือ GM2000 และท้ายสุดที่ HiStyle HiFi ทั้งสามครั้งผลลัพท์เหมือนกันครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 เมษายน, 2015, 02:07:31 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #249 เมื่อ: 02 เมษายน, 2015, 12:26:28 PM »
เอ๊ะใจ เลยกลับไปค้นอ่านใหม่ อ้าว ข้อมูลเปลี่ยนไป ทีมสนับสนุนจาก amarra แนะนำใหม่เป็นแบบนี้
กลายเป็น mac mini ได้รับการเลื่อนลำดับมาเป็นอันดับแรกแทน






อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่นะครับ http://www.sonicstudio.com/amarra/howtobuildaserver.php

ในเว็ปมีเนื้อหาสาระดี ๆ ให้อ่านครับ เอามาประยุกต์ใช้ต่อได้ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #248 เมื่อ: 02 เมษายน, 2015, 12:16:43 PM »
อ้าวหรอครับ ผมเคยเข้าไปอ่านในเว็ปของ Amarra เรื่อง how to build the music server

เค้าแนะนำเครื่อง เรียงไปตามนี้อ่ะครับ
1. Mac tower
2. Mac Mini
3. Mac Book
4. iMac

หรือว่าผมแปลผิดครับเนี่ยะ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #247 เมื่อ: 31 มีนาคม, 2015, 10:57:20 AM »
แล้วไงต่อครับ รออ่านผลงานครับ  :clap

เทสต์ครั้งแรกที่ Poem
เสียงดีที่สุดคือ Macbook Pro Retina Display 13" 2014 8GB RAM รองลงมาคือ Macbook Air 13" 2011 4GB RAM ท้ายสุดคือ Mac mini 2010 SSD Sandisk 128GB
- Macbook Pro Retina Display เสียงคมชัดที่สุดในกลุ่ม เบสกระชับ ชัดเจน เรียกว่าดีกว่าอีกสองเครื่องในทุกๆย่านความถี่
- Macbook Air ให้เสียงได้สะอาดกว่า Mac mini แต่ถ้าเล่นโดยไม่เสียบ Adapter จ่ายไฟ เบสจะไม่กระชับ ถึงเสียบอแดปเตอร์แล้วก็ยังให้น้ำหนักได้ไม่เท่า Macbook Pro
  แก้ให้ดีขึ้นได้โดยใช้ Adapter 85 W ของ Macbook Pro มาเสียบแทน
- Mac mini ให้น้ำหนักได้ดีกว่า Macbook Air ที่ใช้ Adapter 45W แต่เสียงไม่สะอาดเท่า และแพ้ทั้งความสะอาดและน้ำหนักเมื่อ Macbook Air ที่ใช้ Adapter 85 W

หลังจากนี้จึงไปเทสต์ที่ GM2000 อีกครั้ง เพราะผมเทสต์กับระบบ Firewire อย่างเดียว ไปเทสต์ที่ GM2000 โดยใช้  USB ทั้งระบบอีกครั้ง

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #246 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 08:49:05 PM »
แล้วไงต่อครับ รออ่านผลงานครับ  :clap
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #245 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 02:53:58 PM »


ภาพที่ร้าน HiStyle HiFi เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม
ได้ทดสอบกันว่า
- Mac mini 2011
- Macbook Air 2012
- Macbook Pro Retina Display 13" 2014
เสียงต่างกันมั้ย ในภาพคุณธานี กำลังบรรยายครับ



ผู้มาร่วมฟังทุกท่านมีความเห็นว่า เครื่อง Mac แต่ละตัวที่มาทดสอบ เสียงแตกต่างกันชัดเจน
การทดสอบคือ ใช้ DAC TEAC และไฟล์เพลงบน USB Drive ถอดสลับฟังไปทีละเครื่อง
ทุกเครื่องเป็น OSX 10.10 ฟังผ่าน Audirvana+ อัพเดทล่าสุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มีนาคม, 2015, 06:20:40 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #244 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 12:48:24 PM »


ที่ GM2000 ครับ เทสต์เสียงก่อนไปพูดคุยเรื่อง Mac ที่ร้าน Hi Style HiFi เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา
ได้เปรียบเทียบเสียงเครื่อง Mac ทั้ง 3 รุ่น
- Mac mini 2011
- Macbook Air 2012
- Macbook Pro Retina Display 13" 2014



Firewire External HDD เทียบกับ USB 3.0 External HDD เสียงฟังเทียบกันได้ไม่ยาก เพราะต่างกันมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 มีนาคม, 2015, 12:50:28 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #243 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2015, 12:45:05 PM »


ลองทำสาย TRS to RCA ใช้สาย Van Damme น้ำเสียงดูเข้ากับ MOTU ของผมมาก

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #242 เมื่อ: 06 มีนาคม, 2015, 03:41:26 PM »
ผมได้ปรับระบบให้มันง่ายขึ้น ด้วยวิธีง่ายๆครับ

ระบบที่ผมใช้แต่เดิม Mac  > Firewire Interface > DAC > Amplifier
ตอนนี้ปรับเป็น Mac > Firewire Interface > Amplifier ไม่ต้องการ DAC แล้ว

เพราะแต่เดิมต้องใช้ DAC ช่วย เพราะการต่อจาก Firewire Interface มาเข้าแอมป์แบบ Unbalance มันให้เสียงได้คมชัด แต่ยังไม่เข้มอย่างที่ควร
แต่ไม่มีปัญหาเลยเมื่อต่อจาก Firewire Interface เข้าแอมป์แบบ Balance XLR ให้ทั้งความคมชัดและน้ำเสียงที่ดีเยี่ยม

แล้วถ้าผมจะต่อ Firewire Interface แข้าแอมป์หลอดแบบซิงเกิลเอนด์ล่ะ ถ้าต่อแบบสาย RCA ธรรมดา มันก็คมชัดอย่างเดียวครับ ไม่เข้มเลย
ผมเลยแก้ปัญหาโดยทำสายนี้ขึ้นมาครับ



สาย TRS (tip, Ring, Sleeve) to RCA โดยนำสัญญาณ - มาลงที่กราวน์ทางฝั่ง RCA ครับ
อันนี้ได้เสียงที่เข้ม สะอาด คมชัดกว่าเดิมมาก อันนี้ทดลองโดยใช้สาย Belden ครับ ต่อไปจะลองด้วย Mogami



ต้องมี 2 บากแบบนี้ ถึงจะทำงานในแบบ Balance ครับ สายอีกฝั่งทำเป็นหัว XLR เข้าแอมป์ที่รับ XLR อันนี้ไม่มีปัญหา
แต่เข้าแอมป์แบบ Unbalance ต้องเอา - มารวมกับกราวน์ครับ ถึงจะเข้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มีนาคม, 2015, 03:46:18 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #241 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2015, 04:30:18 PM »
ขอบคุณมากครับ ชักอยากใช้mac.บ้างซะแล้ว

ใช้ Mac แล้วชีวิตอาจขาดอรรถรสเดิมๆครับ เพราะ
ไม่เจอไวรัส PC, ไม่ต้องลงไดรเวอร์, ไม่มี Disk Clean up, ไม่มี Disk Defragment, จะแบ่งพาทิชั่น ไม่ต้องก๊อปปี้ไฟล์ออก แบ่งได้เลย, ไม่มีการ์ดจอหลวมแล้วต้องเอายางลบ มาลบตรงคอนแทค, ไม่ต้องเสียงเงินซื้อ OS แท้ เพราะโหลดได้ไม่คิดเงิน

ออฟไลน์ oldman

  • **
  • กระทู้: 62
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #240 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2015, 07:16:22 AM »
ขอบคุณมากครับ ชักอยากใช้mac.บ้างซะแล้ว

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #239 เมื่อ: 19 กุมภาพันธ์, 2015, 01:46:12 AM »
ภารกิจใหม่ ตามหาแผ่นนี้ครับ



หนังสุดยอด และเพลงก็เยี่ยมเลย โหลดจาก iTunes Store มาฟังก่อนได้เป็น .m4a
แน่นอนว่าผมต้องการแผ่นแท้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #238 เมื่อ: 12 กุมภาพันธ์, 2015, 12:31:12 PM »
ได้สาย Firewire Furutech รุ่น FireBird มาแล้วครับ



น้ำเสียงเข้าคู่กับ AudioQuest Carbon  เพราะผมต้องใช้สาย Firewire 2 เส้นในระบบ และต้องให้มีเสียงที่ชดเชยกันเองครับ

ออฟไลน์ แพร่

  • *****
  • กระทู้: 755
  • เพศ: ชาย
    • http://www.htg2.net/index.php?topic=45680.0
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #237 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์, 2015, 03:59:30 PM »
 O0
ที่ติดต่อ ครับ 

http://www.htg2.net/index.php?topic=45680.0

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #236 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์, 2015, 03:31:11 PM »
จากที่เคยคุยกับกูรู diy พวกนี้ เค้าต้องมีเครื่องมือ มีความรู้ทักษะและความรู้ทางอิเลคทรอนิกส์ในการคำนวณ พอสมควร แถมบางครั้ง แถมไฟให้มากกว่าปกตินิดหน่อย ก็ให้ผลทางเสียงในทางที่ชอบก็ได้ครับ เหมือนที่่ท่านเจอความแตกต่างระหว่าง 45W กับ 85W ไงครับ

สำหรับเครื่อง Mac การเปลี่ยนสาย AC ก็มีผลเหมือนกับเครื่องเสียงครับ ขนาดสาย AC ใหญ่ เล็ก มีผลกับขนาดเสียงด้วย
ผมเห็นบางเวป เอา Macbook วางบน DAC ผมลองทำดู ผลคือมันกวนสัญญาณกันครับ เสียงหม่นไปเลย สุดท้ายผมถึงทำแท่นมาวางแยกกันหมดครับ
ลูกยางที่ใช้รองตัว Firewire แบบกลมมีรูกับสี่เหลี่ยม เสียงก็ต่างกันมากครับเรื่องน้ำหนัก การเซ็ทอัพเครือ่ง Mac ไม่ต่างกับเซ็ทอัพเครื่องเสียงเลยครับ

ใช่ครับ ถูกต้อง ทุกอย่าง มีผลต่อเสียงหมดครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #235 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์, 2015, 12:47:30 PM »
จากที่เคยคุยกับกูรู diy พวกนี้ เค้าต้องมีเครื่องมือ มีความรู้ทักษะและความรู้ทางอิเลคทรอนิกส์ในการคำนวณ พอสมควร แถมบางครั้ง แถมไฟให้มากกว่าปกตินิดหน่อย ก็ให้ผลทางเสียงในทางที่ชอบก็ได้ครับ เหมือนที่่ท่านเจอความแตกต่างระหว่าง 45W กับ 85W ไงครับ

สำหรับเครื่อง Mac การเปลี่ยนสาย AC ก็มีผลเหมือนกับเครื่องเสียงครับ ขนาดสาย AC ใหญ่ เล็ก มีผลกับขนาดเสียงด้วย
ผมเห็นบางเวป เอา Macbook วางบน DAC ผมลองทำดู ผลคือมันกวนสัญญาณกันครับ เสียงหม่นไปเลย สุดท้ายผมถึงทำแท่นมาวางแยกกันหมดครับ
ลูกยางที่ใช้รองตัว Firewire แบบกลมมีรูกับสี่เหลี่ยม เสียงก็ต่างกันมากครับเรื่องน้ำหนัก การเซ็ทอัพเครือ่ง Mac ไม่ต่างกับเซ็ทอัพเครื่องเสียงเลยครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #234 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 06:35:04 PM »
จากที่เคยคุยกับกูรู diy พวกนี้ เค้าต้องมีเครื่องมือ มีความรู้ทักษะและความรู้ทางอิเลคทรอนิกส์ในการคำนวณ พอสมควร แถมบางครั้ง แถมไฟให้มากกว่าปกตินิดหน่อย ก็ให้ผลทางเสียงในทางที่ชอบก็ได้ครับ เหมือนที่่ท่านเจอความแตกต่างระหว่าง 45W กับ 85W ไงครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #233 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 06:10:25 PM »
หารูปข้้วต่อ mac safe มาให้ดูครับ ว่าเค้าโมฯ ให้ใช้กับ linear power supply ได้ครับ



ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ  ผมเคยเจอปัญหา หม้อแปลง 12V 5แอมป์ สำหรับออดิโอเกรด ใช้กับ DAC ใส่แล้วมันก็เสียงดีขึ้นชัดเจนครับ แต่เอามาเสียบ HDD ปรากฏว่า HDD ไม่ทำงาน ทั้งๆที่ระบบไฟตรงกันทุกอย่าง เช็คสวิทเช็คทุกอย่างแล้วก็ใช้ร่วมกันไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นหัวกลมธรรมดา
ทำให้ผมกังวลกับการจ่ายกระแสสำหรับหม้อแปลงที่จ่ายเพื่อชาร์จแบตเตอรี่กับจ่ายกระแสการทำงาน เลยเลือกใช้เดิมๆของ Apple ก่อนครับ  เพราะถ้าแบตเตอรี่มีปัญหา มันเปลี่ยนแพงครับ

แต่มันก็อัพเกรดเสียงได้ครับ ถึงจะเป็น Adapter Apple คือแท่นวางในรูปครับ วางแท่นกับวางพื้นเสียงไม่เท่ากันเลย แต่ผมยังไม่มีเวลาจูนแท่นวางครับ อาทิตย์หน้าอาจเข้าไปที่ Poem เพื่อทดสอบอีกที

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #232 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 05:53:17 PM »
หารูปข้้วต่อ mac safe มาให้ดูครับ ว่าเค้าโมฯ ให้ใช้กับ linear power supply ได้ครับ

Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #231 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 05:51:34 PM »
อ้อ เพิ่มเติม แต่ผมได้ยินมาจากหลายท่านว่า mac mini ให้เสียงที่ดีกว่า mbk air/mbk pro ละครับ  :wiggle

ก็คงแล้วแต่ซิสเต็มครับ ที่ทดสอบ Mac mini 2010 RAM8GB ใส่ SSD ไม่สามารถให้ความสงัด ความคมชัด น้ำหนัก สู้กับ Macbook Air 2011 ได้เลยครับ
แต่ Macbook Air 2011 ก็ไม่สามารถให้ความคมชัด รายละเอียด น้ำหนัก ได้เท่า Macbook Pro Retina 2014 เลยครับ

ทดสอบโดยเครื่องทั้งหมด ต่อกับ Motu 828 MKII สาย AudioQuest Carbon + Ortofon Firewire Cable ครับ
ทุกเครื่องต่อผ่านเครื่องกรองไฟของ Poem ครับ และใช้สาย AC ตัวเดียวกันถอดสลับในการทดสอบ
ซิสเต็มทั้งหมดแน่นอนว่าชุดเดียวกันครับ ทั้ง HDD ปลั๊กไฟ แอมป์ ลำโพง


มีข้อมูลมาฝากครับ สำหรับคอ mac audio player ลองพิจารณานะครับ

http://www.mojo-audio.com/media-servers-reviews/

กับอีกลิงค์ เกี่ยวกับระบบไฟที่ใช้

http://www.mojo-audio.com/low-noise-linear-power-supplies/
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #230 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 12:02:09 PM »
อ้อ เพิ่มเติม แต่ผมได้ยินมาจากหลายท่านว่า mac mini ให้เสียงที่ดีกว่า mbk air/mbk pro ละครับ  :wiggle

ก็คงแล้วแต่ซิสเต็มครับ ที่ทดสอบ Mac mini 2010 RAM8GB ใส่ SSD ไม่สามารถให้ความสงัด ความคมชัด น้ำหนัก สู้กับ Macbook Air 2011 ได้เลยครับ
แต่ Macbook Air 2011 ก็ไม่สามารถให้ความคมชัด รายละเอียด น้ำหนัก ได้เท่า Macbook Pro Retina 2014 เลยครับ

ทดสอบโดยเครื่องทั้งหมด ต่อกับ Motu 828 MKII สาย AudioQuest Carbon + Ortofon Firewire Cable ครับ
ทุกเครื่องต่อผ่านเครื่องกรองไฟของ Poem ครับ และใช้สาย AC ตัวเดียวกันถอดสลับในการทดสอบ
ซิสเต็มทั้งหมดแน่นอนว่าชุดเดียวกันครับ ทั้ง HDD ปลั๊กไฟ แอมป์ ลำโพง

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #229 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 11:38:07 AM »
อ้อ เพิ่มเติม แต่ผมได้ยินมาจากหลายท่านว่า mac mini ให้เสียงที่ดีกว่า mbk air/mbk pro ละครับ  :wiggle
Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #228 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 11:36:49 AM »
หัวมัน น่าจะดัดแปลงได้ครับ น่าจะหา datasheet/service manual ดูการไล่สายได้ครับ เพราะอีกด้าน ยังไงมันก็ต้องมีแค่ สองเส้นอยู่ดีครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #227 เมื่อ: 31 มกราคม, 2015, 10:22:43 PM »
แล้วทำไมท่านถึงไม่ใช้ linear power supply จ่ายไฟให้เลยละครับ ใยต้องไปผ่าน adapter อยู่อีก บอกตรงๆ ว่า ได้อะไรอีกเยอะครับ :bye1

Adapter สำหรับ Macbook เป็นหัวเฉพาะครับ ระบบแม่เหล็ก Adapter ทั่วไปเสียบไม่ได้ครับ



ดูในภาพ คือแจ๊คสีเงินแบนๆ ที่มีไฟสีแดงครับ ติดเข้ากับเครื่องด้วยแรงแม่เหล็ก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 มกราคม, 2015, 10:26:45 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #226 เมื่อ: 31 มกราคม, 2015, 10:02:37 PM »
แล้วทำไมท่านถึงไม่ใช้ linear power supply จ่ายไฟให้เลยละครับ ใยต้องไปผ่าน adapter อยู่อีก บอกตรงๆ ว่า ได้อะไรอีกเยอะครับ :bye1
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #225 เมื่อ: 31 มกราคม, 2015, 09:36:25 PM »
Macbook Air 13" 2011 ตัวเก่าของผมส่งต่อให้ Poem Audio แล้วครับ เทสต์ซ้ำอยู่หลายครั้ง ยังไงเสียงดีกว่า Mac mini 2010 แน่นอนครับ แต่ก็สงสัยว่า ปกติใช้ Adapter 45 วัตต์
แล้วถ้าใช้ Adapter 85 วัตต์ของ Macbook Pro มาใส่แทนเสียงจะเป็นยังไง จะต่างมั้ย ตอนนี้ได้คำตอบแล้วครับ



ผลลัพท์ชัดเจนมากครับ เปิดมาเสียงแรกของเพลงก็ต่างเลย คือ Macbook Air ที่ใช้ Adapter เพิ่มไฟเป็น 85 วัตต์ จากเดิม 45 วัตต์ ให้เสียงได้เข้มกว่าเดิมครับ รวมถึงไดนามิค
และเสียงภาพรวมทั้งหมดยกระดับขึ้นมามากครับ สรุปว่าภาคจ่ายไฟอุปกรณ์คอม ให้ผลลัพท์เหมือนเครื่องเสียงคือ กระแสดีกว่า เสียงดีกว่าครับ



ในส่วนสาย AC ที่ต่อกับ Adapter ครับ ตรงนี้มีผลมาก ถ้าต่อตรงโดยใช้หัวปลั๊กจาก Adapter เลย น้ำเสียงจะบางครับ ต้องแปลงสายและต่อสาย AC แบบ Audio Grade ให้น้ำหนักเสียงได้อีกมากเลยครับ ตัว Adapter แปลงสายก็มีผลกับเสียงด้วยครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 กุมภาพันธ์, 2015, 01:37:34 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #224 เมื่อ: 26 มกราคม, 2015, 10:55:55 PM »
Macbook Pro 13" Retina 2014 ให้น้ำเสียงได้เหนือกว่า Macbook Air 13" 2011 ตัวเดิมของผมมาก
เรียกว่าฉีกแนวไปเลย คือให้รายละเอียดได้ดีกว่า น้ำหนักดีกว่า ความต่อเนื่องของความถี่ดีกว่า (มาจากการที่มี Thunderbolt 2 พอร์ท ทำให้จูนเสียงได้ดีกว่าเดิมด้วยครับ)







ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #223 เมื่อ: 24 มกราคม, 2015, 10:49:38 PM »
เครื่อง Mac อยู่กันพร้อมหน้า ได้กรุ๊ปเทสต์เลย



Macbook Pro Retina 2014 ให้คุณภาพเสียงได้ดีกว่า Macbook Air แบบชัดเจนครับ เพราะมี Thunderbolt 2 พอร์ท แยกการทำงานของ HDD กับ Motu วิ่งคนละเส้นไม่ต้องพ่วงกัน
สาย Firewire ที่ต่อกับ Motu ใช้เป็น AudioQuest สายต่อกับ HDD เป็น Ortofon ครับ สลับตำแหน่งกันเสียงไม่เหมือนกันครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #222 เมื่อ: 22 มกราคม, 2015, 12:55:32 PM »
ในที่สุดก็ได้บอกลา Macbook Air ต้องเปลี่ยนมาใช้ Macbook Pro Retina 13" 2014 ครับ เพราะงานวีดีโอ เจ้าตัวบางมันไม่ไหว
ตัวนี้มี Thunderbolt มา 2 พอร์ทครับ สะดวกมากๆ



ต่อ Firewire ก็แค่เสียบ Adapter



ตัว SSD ในเครื่องความเร็วสูงกว่าใน Macbook Air มาครับ บูทเร็วสุดๆ และเฟรมเรทของหน้าจอสูงกว่า Macbook Air มาก
ตัว Macbook Air ผมก็ส่งต่อให้ Poem ครับ ไว้ฟังเพลงและพิมพ์งานได้ดีเหมือนเดิม (ผมใช้มา 2 ปี ไม่เคยสั่งชัตดาวน์ เคยแต่รีสตาร์ทตอนลง OS หรือมีอัพเดทซอฟท์แวร์เท่านั้น เครื่องอึดดีแท้)


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #221 เมื่อ: 07 มกราคม, 2015, 04:47:14 PM »
ผมมี Ext HDD Seagate Back up plus,out put เป็น USB3 ผมอยากต่อจาก Ext HDD Seagate ด้วยสาย FrieWire ไม่ทราบว่า USB3 To FrieWire 800 Adapter  คุณภาพดีๆจะหาซื้อได้ที่ใหน  ขอบคุณครับ

USB3 To FrieWire 800 Adapter ผมยังไม่เคยเห็นว่ามีวางจำหน่ายครับ

Seagate Back up plus for Mac http://www.seagate.com/as/en/external-hard-drives/portable-hard-drives/performance/backup-plus-for-mac-thunderbolt/#features
เปลี่ยนตัวท้ายจาก SATA เป็น Thunderbolt ครับ

ออนไลน์ pcherd1

  • ****
  • กระทู้: 259
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #220 เมื่อ: 07 มกราคม, 2015, 03:26:28 PM »
Orico Thailand

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #219 เมื่อ: 07 มกราคม, 2015, 03:22:09 PM »
ผมมี Ext HDD Seagate Back up plus,out put เป็น USB3 ผมอยากต่อจาก Ext HDD Seagate ด้วยสาย FrieWire ไม่ทราบว่า USB3 To FrieWire 800 Adapter  คุณภาพดีๆจะหาซื้อได้ที่ใหน  ขอบคุณครับ

มีหรือเปล่าไม่แน่ใจนะครับ แต่อย่างไรมันก็สู้ native firewire ไม่ได้ครับ

ไดรว์ หรือ enclosure หรือ hdd docking ที่มี firewire interface ยังมีขายอยู่ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Tong5789

  • *
  • กระทู้: 29
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #218 เมื่อ: 05 มกราคม, 2015, 05:30:15 PM »
ผมมี Ext HDD Seagate Back up plus,out put เป็น USB3 ผมอยากต่อจาก Ext HDD Seagate ด้วยสาย FrieWire ไม่ทราบว่า USB3 To FrieWire 800 Adapter  คุณภาพดีๆจะหาซื้อได้ที่ใหน  ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #217 เมื่อ: 05 มกราคม, 2015, 12:10:33 PM »
อัพเดทหลังปีใหม่ซะหน่อยครับ มีเรื่องให้ทดสอบอีกมาก ล่าสุดคือโปรแกรมที่ผมใช้ริปแผ่นนั้น สามารถเรียกฮาร์ดแวร์ได้ ว่าจะใช้ Internal หรือ Firewire Interface ในภาพข้างล่างครับ



แน่นอนว่าผมก็ทดสอบริปเทียบกันเลยครับ (การริปเพลงไม่เหมือนการก๊อปปี้เพลงครับ ผมมีโปรแกรมสำหรับริปอยู่สองตัว ใส่แผ่นๆเดียวกัน ริปผ่านโปรแกรมสองตัวนี้ แปลงเป็น 24บิท 88.2 ผลลัพท์คือไฟล์่ขนาดใหญ่ไม่เท่ากัน แน่นอนว่าเสียงไม่เหมือนกันแบบชัดเจนครับ)

แต่ที่ผมสงสัยคือการเรียกฮาร์ดแวร์ที่ต่างกันมีผลกับเสียงมั้ย



มีแต่ต้องทดสอบเท่านั้น



ตอนนี้ผมได้ผลลัพท์แล้วครับ ว่าผมต้องริปเพลงจากแผ่นใหม่ทั้งหมด โดยต่อ Motu 828 MKII ไว้


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #216 เมื่อ: 30 ธันวาคม, 2014, 12:31:56 PM »
ก็บอกแล้วว่าที่คุณพูดน่ะมันข้อมูลเก่า สมัยคุณโทรมาถามผมมันกี่ปีไปแล้ว นั่นมันเรื่อง jitter สมัยก่อนก็เคยอธิบายให้ฟังไปแล้ว

และสมัยนั้นเขาใช้ USB 1 กัน แล้วมันเล่นได้ แค่ 44.1Khz 16 Bit jitter เพียบ

แต่ตอนนี้มัน USB 3

แล้วสมัยนี้ USB DAC มันใช้ XMOS I2S ซึ่งแทบไม่มี Jitter เหมือนกับ Firewire แล้ว

ส่วน iTunes มันก็ไม่มี AccurateRip อย่าว่าแต่อัพเวอร์ชั่น iTunes, iOS, OSX แล้วมา rip เลย สั่ง Rip สองครั้ง System เดียวกัน บางทีผลยังออกมาไม่เหมือนกัน

แม้แต่ในเวปคนเล่น Mac เขายังแนะนำว่าอย่าไปใช้ iTunes Rip เลย

http://www.macworld.com/article/1158059/four_reasons_rip_cds_without_itunes.html


ส่วนถ้าอ้างว่าลองฟังมันเชื่อไม่ได้หรอก หูคนไม่เหมือนกัน บางคนให้ฟังเพลงที่แทรก Noise เข้าไปเยอะๆ แล้วบอกว่าดีกว่าก็มี อย่างพวก DSP บางตัวก็ใช้วิธีนี้ เช่นพวก Noise Sharpening หรือ แม้กระทั่งวิธี Over Sampling ที่ผมเคยโพส ก็ใช้วิธีนี้โดยการจำลอง THD ในหลอดแล้ว Merge เข้าไป แล้วผลออกมาคือ มันฟังแล้วดีขึ้น

แล้วที่ว่าเสียงเหมือนต้นฉบับนี่เอาอะไรวัด หูคุณอีก หรือเปล่า?

สมัยนี้วิธีที่เขายอมรับกันคือ ทำ Loop back testing ด้วย RMAA ซึ่งแม้แต่ Motu เองเขาก็ใช้วิธีนี้

http://mp3.e-muzyk.net.pl/Multitest_kart/RMAA/MOTU_828mkII.htm

http://av.watch.impress.co.jp/img/avw/docs/346/332/html/96.jpg.html

ซึ่งผลเทสออกมานี่ Motu Ultralite MKIII ทำได้ดีกว่า Motu 828 MKII

ส่วนคุณจะฟังแล้วคิดว่า Motu 828 MKII เสียงดีกว่านั่น ผมว่าเป็น Preference ส่วนตัวมากกว่านะครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #215 เมื่อ: 22 ธันวาคม, 2014, 12:09:53 PM »
ตอนนี้ที่ Poem เปลี่ยนจาก TC Electronic Konnekt Live เป็น TC Electronic Konnekt 48 ครับ(ในภาพ) เสียงก็ตามราคา คือรุ่นใหญ่กว่าก็เสียงสะอาดและคมชัดมากกว่าครับ



ส่วนผมก็เปลี่ยนจาก Motu Ultralite MKIII Hybrid (Firewire + USB) เป็น Motu 828 MKII (Firewire) ซึ่งเป็นรุ่นเก่ากว่า แต่เสียงดีกว่ามากครับ
ตัวนี้ภาคอนาล๊อกมีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องต่อ COAX เข้า DAC เลยครับ ก็ให้เสียงได้เข้มและความต่อเนื่องของความถี่ดีเยี่ยมครับ (ช่วงนี้ Motu ดังในกลุ่มนักดนตรีครับ)
ถ้าจะให้เสียงดีกว่านี้ผมต้องหา Motu รุ่นใหญ่กว่านี้อย่าง 828X หรือ 896 หรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเลยเป็น RME หรือ Apogee Ensemble ครับ