ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 208880 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #540 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:30:31 PM »
โปรแกรมที่ว่ามา Set Read Offset กับใช้ AccurateRip ได้ไหมครับ :p

หรือว่า เพราะโปรแกรมเกือบหมื่น เพราะฉะนั้นต้องดีกว่า

 2f


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ  การที่ app มันจะทำ accuraterip หรือ set read offset ได้หรือไม่ได้ ผมว่า มันก็มีส่วนต่อคุณภาพของผลการ ripped

แต่ จะมาบอกว่าหรือยืนยันว่า ถ้าไม่มีการ set สองค่านี้แล้ว มันจะทำให้ผลการ ripped นั้นไม่ได้เรื่อง ห่วยแตก ฟังไม่ได้ ไม่ใช่ bit perfect  ผมว่า มันก็ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ

ตัว app ที่ว่า ด้านบน มันอาจจะมีหรือไม่มีให้เซ็ต ผมไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่ได้เล่น แต่ขอเสนอความเห็นกลางๆ นะครับ คิกๆๆ

ผมเข้าใจว่า จขกท เค้าไม่ดึงเพลงออกจากแผ่นแบบที่เข้าใจว่าคือการ rip จาก cd อย่างเดียวนะครับ มันเป็นการ rip จากแผ่นดำด้วย ซึ่งการอ่านค่ามันไม่ใช่แบบเดียวกัน ดังนั้น อุปกรณ์/app ที่เค้าใช้ จึงคนละแบบ และ accuraterip คงไม่มีสำหรับการ rip แผ่นดำ จริงไหมครับ  ลืมๆ มาต่ออีกนิด  ดังนั้น จขกท เค้าจึงต้องอาศัยอุปกรณ์ภาค A/D กับ D/A แบบมืออาชีพ  และ app พวกที่เค้าว่าไงครับ

ถ้าขนาดข้อมูล Digital ที่ทำ Binary Compare แล้วทั้ง 2 ไฟล์เหมือนกัน 100% ยังบอกว่าฟังแล้วเสียงไม่เหมือนกัน

แล้วทำไมไฟล์สองไฟล์ ที่ทำ Binary Compare แล้ว ไม่เหมือนกัน ถึงบอกว่าเสียงเหมือนกันล่ะครับ

อ๋อ ส่วนเรื่องที่เขา Rip แผ่นเสียงนี่ไม่ทราบครับ ถ้างั้นก็ต้องมีโปรแรกม 2 ชุด คือ โปรแกรมที่ใช้ Rip แผ่นเสียง และ โปรแกรมที่ Rip CD ครับ

ถ้าเอาโปรแกรม Rip แผ่นเสียงไป Rip CD ก็ตลกแล้วครับ (แต่อาจจะมีคนทำอย่างนั้นจริง ก็ล่ายนะ 55555)

ส่วนโปรแกรม Rip CD มันใช้ Rip แผ่นเสียงไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนการไม่ Set ค่า Offset นี่ให้ไฟล์ไม่เป็น Bit-perfect ครับ

เพราะค่าที่อ่านได้ไม่เลื่อนไปข้างหน้าก็ข้างหลัง ในแง่ของ Data Stream ค่าถือว่าตรงกันได้ คือไม่แหว่งข้อมูลด้านหน้าไปก็ด้านหลัง แต่ที่ต้องตั้งค่า Offset เพื่อจะได้หา Checksum ได้และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลได้ ว่าค่าที่ได้ตรงกันไหม?

ถ้าแผ่นซิงๆ ไม่เป็นรอย ก็ไม่ค่อยจะจำเป็นหรอกครับ แต่แผ่นเก่าเป็นรอย การตั้งค่าพวกนี้จำเป็นในการ Rip CD ให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องครับ

แล้วที่ผมบอกคือ ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะกับงาน

นักดนตรีน่ะ ผมเห็นด้วยนะต้องใช้อุปกรณ์พวกนี้ เพราะเขาต้องแปลงสัญญาณเสียงกลับเป็นข้อมูลดิจิตอล เพราะงั้น Audio Interface ที่มี ADC เป็นเรื่องจำเป็น

และกรณีที่มีการอัดเสียง บันทึกเสียง ภาพ จากหลายแหล่ง เช่น เล่น MIDI ไปร้องเพลงไป ที่เป็นการ Mix เสียงจากหลาย Source เนี่ย ระบบ Realtime หรือ Low-Latency เป็นสิ่งที่จำเป็น

แต่คนทั่วไปที่แค่ฟังเพลงไฟล์เพลง หรือถ้าอย่างมาก Rip CD/DVD Audio/SACD ถามว่ามันจำเป็นด้วยเหรอ?

แทนที่ผมจะเอาเงินไปซื้อ Audio Interface ที่มี ADC ด้วย ผมทุ่มเงินกับตัวที่มีเฉพาะ DAC ไม่ดีกว่าเหรอ?

กับเรื่อง Windows, Linux, Mac และก็  Kernel Low-Latency กับ Generic เสียงไม่เหมือนกัน ผมก็ยอมรับว่าจริงครับ ผมเองเคยลองฟังเทียบมาแล้ว ปัญหาคือ ใช้ Mac คุณเลือกได้ไหมล่ะ? ว่าจะบูทเข้า OS โดยใช้ Kernel แบบไหน หรือโดนหักคอให้ใช้พวก Real-time หรือ Low-Latency Kernel ไปแล้ว?

จริงๆ ต้องบอกว่าแค่เปลี่ยนโปรแกรมที่เล่น เสียงก็อาจจะต่างกันแล้ว หรือ ต่อให้โปรแกรมเดียวกัน Setting ไม่เหมือนกัน เสียงก็ไม่เหมือนกัน

อย่าง Audirvana+ ผมก็เคยเล่น ถามว่า เคยเปิดหน้า Setting ขึ้นมาดูไหมล่ะครับ?

DSD to PCM Algorithm แบบไหนดีสุด

Steepness, filter length ตั้งเยอะหรือน้อยดี

อย่าง Pre-ringing, Sampling Rate Converter ผมถามว่า รู้กันไหมว่า เพลงแนวคลาสสิค เพลงร้องทั่วไป เพลง pop-rock ควรตั้งค่าอย่างไร?

มันไม่ได้จ่ายเงิน ซื้อโปรแกรมเทพๆ เล่นตามค่า Default Settings แล้วจบครับ มันไม่เคยเป็นแบบนั้น

ยาวจัง ไม่มีภาพประกอบอีกตะหาก ผมข้ามไปไม่ต้องอ่านละกันนะครับ

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #541 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:30:38 PM »
OSX root ไม่ได้

ขรรม

https://support.apple.com/en-us/HT204012

แถมวีดีโอด้วย Root แบบไม่ต้องเป็น Root User 2f

ระบบ Security ห่วยแตกตะหาก ปล่อยคนทั่วไปไม่ใช่ Root เข้า Root mode ได้  2f

https://www.youtube.com/watch?v=KRi0iMWB6vQ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #542 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:32:25 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #543 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:37:09 PM »
อัยหย๋า https://support.apple.com/en-us/HT204012  แบบนั้นเค้าเรียกว่า เจลเบรค หรอเนี่ยะ  แถม บอกวิธีด้วย Apple เองด้วย ๕๕๕๕ 

ผมอ่านแล้ว มันแค่บอกวิธีการเปิดเข้าใช้งาน root user อย่างถูกต้องแค่นั้นเอง 


 :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup


จะรออ่านผลงานความรู้ของท่านอีกกระทู้นะครับ อย่าลืมเขียนเพิ่มให้อ่านนะครับ  :yahoo
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #544 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:47:22 PM »
อัยหย๋า https://support.apple.com/en-us/HT204012  แบบนั้นเค้าเรียกว่า เจลเบรค หรอเนี่ยะ  แถม บอกวิธีด้วย Apple เองด้วย ๕๕๕๕ 

ผมอ่านแล้ว มันแค่บอกวิธีการเปิดเข้าใช้งาน root user อย่างถูกต้องแค่นั้นเอง 


 :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup


จะรออ่านผลงานความรู้ของท่านอีกกระทู้นะครับ อย่าลืมเขียนเพิ่มให้อ่านนะครับ  :yahoo

เรียกกันหลายชื่อครับ Jailbreak, Rooting, Root mode

https://en.wikipedia.org/wiki/IOS_jailbreaking

iOS jailbreaking is the process of removing software restrictions imposed by Apple's on iOS and tvOS. It does this by using a series of software exploits. Jailbreaking permits root access to iOS, allowing the downloading and installation of additional applications, extensions, and themes that are unavailable through the official Apple App Store.

อีกอย่างผมไม่ได้บอกว่า OS X ใช้ Jailbreak นะครับ

ผมบอกตระกูล Mac ไม่ได้ Jailbreak (หมายถึง iOS) ไม่ได้ Root  (หมายถึง OS X)

อ่านดีๆ อย่าแถเอาคำพูดที่คนอื่นไม่ได้พูดมายัดปากครับ สีข้างเปื่อยหมดแล้ว

อาจจะเผลอให้คุณยัดปากไป ตอนตอบหลังๆ พลาดไปจริง 555




แล้วผมถามขอความรู้ไป ไม่เห็นตอบได้เลยครับ ตกลง Apogee Element 24 ใช้ชิพ DAC ของอะไร

Audirvana+ ควรตั้งค่าอย่างไรพอให้ความรู้ได้ไหมครับ เผื่ออยากจะหาเครื่อง Mac มาลง Audirvana+ แล้วฟังตามบ้าง

55555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 01:53:58 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #545 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:52:12 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #546 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 01:55:05 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #547 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 02:15:21 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #548 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 02:25:24 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน




Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #549 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 02:43:33 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน



ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #550 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 03:31:59 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน

รู้จักกันตั้งแต่ยังร้าน Poem ยังไม่ย้ายจาก The old siam เลยครับ สมัยก่อน และเลิกคบคุณมาตั้งนานแล้วด้วยครับ เจอกันครั้งล่าสุด น่าจะตอนงานศพคุณประสาน (เป็นสมาชิกบอร์ดนี้ด้วย) ช่วงนั้นพอรู้ว่าผมเล่นกล้องก็มายุให้ผมขาย Nikon ไปเล่น Olympus อะไรเนี่ย

สาเหตุที่ผมเลิกคบคุณ ก็เพราะสมัยตอนที่ผมมาเล่น HTPC + ESI Juli@ ใหม่ๆ คุณก็โทรมากวนประสาทผมถึงบ้านว่า Sound card external creative เสียงดี ขาย ESI ทิ้งมาเล่นตามคุณดีกว่า ทั้งๆ ทีรุ่นนั้นมันมีปัญหาเรื่อง Driver ฝัง DSP ไว้ปิดทิ้งไม่ได้ และผมต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังเป็นชั่วโมง วางสายทิ้งก็โทรมาใหม่ Hard Sell สุดๆ แล้ว ต้องด่าแบบไม่เกรงใจไม่ให้โทรมาอีก แล้วตั้งแต่สมัยก่อนพอผมถามรายละเอียดทางเทคนิคอะไร คุณก็แถแบบนี้ ให้คำตอบอะไรผมไม่ได้ แต่จะมาชักชวนให้เล่นแบบคุณ แบบคุณมันเทพสุดล่ะอะไรประมาณ

ก่อนหน้านั้นๆ สมัยผมใช้ CD Player อยู่ ก็มายุผมให้ขาย CD player Marantz ทิ้งไปซื้อ Sony 1Bit มือสองห่วยๆ ที่เล่นแผ่น CD-R ไม่ค่อยได้

ส่วนผมก็ทำมาหากินครับ :p
แค่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท
วันๆ เทรดหุ้น ช่วยธุรกิจบ้าน กับเก็บค่าเช่า แล้วก็นำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์นิดหน่อย

แต่เห็นผมมาตอบทีไรจะลาพักร้อนทุกวันเลยนะครับ  2f

ตอนไปงานศพคุณประสาน เพื่อนผมยังถามผมเลยว่าเป็นไงบ้างวิทยาตอนนี้ ผมยังยิ้มๆ ตอบเขาไปเลยว่า "(สันดาน)เหมือนเดิม"
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #551 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 03:42:55 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน

รู้จักกันตั้งแต่ยังร้าน Poem ยังไม่ย้ายจาก The old siam เลยครับ สมัยก่อน และเลิกคบคุณมาตั้งนานแล้วด้วยครับ เจอกันครั้งล่าสุด น่าจะตอนงานศพคุณประสาน (เป็นสมาชิกบอร์ดนี้ด้วย) ช่วงนั้นพอรู้ว่าผมเล่นกล้องก็มายุให้ผมขาย Nikon ไปเล่น Olympus อะไรเนี่ย

สาเหตุที่ผมเลิกคบคุณ ก็เพราะสมัยตอนที่ผมมาเล่น HTPC + ESI Juli@ ใหม่ๆ คุณก็โทรมากวนประสาทผมถึงบ้านว่า Sound card external creative เสียงดี ขาย ESI ทิ้งมาเล่นตามคุณดีกว่า ทั้งๆ ทีรุ่นนั้นมันมีปัญหาเรื่อง Driver ฝัง DSP ไว้ปิดทิ้งไม่ได้ และผมต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังเป็นชั่วโมง วางสายทิ้งก็โทรมาใหม่ Hard Sell สุดๆ แล้ว ต้องด่าแบบไม่เกรงใจไม่ให้โทรมาอีก แล้วตั้งแต่สมัยก่อนพอผมถามรายละเอียดทางเทคนิคอะไร คุณก็แถแบบนี้ ให้คำตอบอะไรผมไม่ได้ แต่จะมาชักชวนให้เล่นแบบคุณ แบบคุณมันเทพสุดล่ะอะไรประมาณ

ก่อนหน้านั้นๆ สมัยผมใช้ CD Player อยู่ ก็มายุผมให้ขาย CD player Marantz ทิ้งไปซื้อ Sony 1Bit มือสองห่วยๆ ที่เล่นแผ่น CD-R ไม่ค่อยได้

ส่วนผมก็ทำมาหากินครับ :p
แค่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท
วันๆ เทรดหุ้น ช่วยธุรกิจบ้าน กับเก็บค่าเช่า แล้วก็นำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์นิดหน่อย

แต่เห็นผมมาตอบทีไรจะลาพักร้อนทุกวันเลยนะครับ  2f

ตอนไปงานศพคุณประสาน เพื่อนผมยังถามผมเลยว่าเป็นไงบ้างวิทยาตอนนี้ ผมยังยิ้มๆ ตอบเขาไปเลยว่า "(สันดาน)เหมือนเดิม"

พิมพ์ซะยืดยาว ผมยังไม่รู้เลยว่าใคร ไม่เอารูปลงล่ะครับ

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #552 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 04:00:20 PM »
เอาง่ายๆ Apogee Element 24 คุณนี่ DAC/ADC ใช้ Chip ของอะไรครับ

SNR ถึง 125dB ไหม  2f

หรือว่า 120 dB ยังไม่ถึง

น่าจะลองค้น Google ดูล่ะครับ ไม่น่ายากเกินไป ข้อมูลพื้นๆพวกนี้ไม่จำเป็นต้องโพสถามเลยนี่ครับ

โถๆๆๆ มีเครื่องอยู่กับตัว คู่มือไม่มีเขียนเหรอครับ 555

ผมใบ้ให้ก็ได้ ADC คุณ 119dB THD -110dB มั้ง

สเปคกระจอกมากเลยครับ แต่เวลาเขาทำเพลง ก็ใช้เครื่องพวกนี้ล่ะครับ ทั้ง Apogee, MOTU, Focusrite, Apollo และอีกหลายๆยี่ห้อ
ไม่ลอง ร้องเอง เล่นเอง อัดเองดูล่ะครับ น่าจะดีกว่าแผ่นที่เขาวางขายนะครับ
รุ่นเล็กก็ต้องใช้ Chip DAC ถูกๆ สิครับ ไม่งั้นจะมีกำไรได้ไง

ถ้าเป็นรุ่นใหญ่ อย่าง Apogee Ensemble เขาก็ไปใช้ ESS DAC ที่เป็น DAC 32bit ล่ะครับ

หรือจะสรุป ว่า ถ้าเป็น Thunderbolt Apogee กับ Mac เสียงดีแน่ๆ ต่อให้เป็น Apogee รุ่นเล็ก?

และอีกอย่างผมไม่ได้ทำเพลงครับ ผมฟังเพลง ภาค ADC ไม่มีความจำเป็นสำหรับผมครับ

แล้วพูดให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่มากล่าวหาลอยๆ ว่าให้ฟังดูเหมือนผมไป Root แล้วแก้ File System ของเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง กลางเวปแบบนี้ เสร็จแล้วก็แถไปเรื่องอื่น แบบนี้นะครับ

ผ่านไปกี่ปีก็สันดานแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

หืม เราเคยรู้จักกันด้วยหรือครับ  ปกติผมไม่มีคนรู้จักที่มีลักษณะนี้นะครับ 55
เพื่อนในกลุ่มผมก็มีแต่คนทำมาหากินครับ ไม่มีใครว่างมานั่งโพสได้วันละหลายๆกระทู้แบบนี้้
ส่วนผมวันนี้ลาพักร้อน

รู้จักกันตั้งแต่ยังร้าน Poem ยังไม่ย้ายจาก The old siam เลยครับ สมัยก่อน และเลิกคบคุณมาตั้งนานแล้วด้วยครับ เจอกันครั้งล่าสุด น่าจะตอนงานศพคุณประสาน (เป็นสมาชิกบอร์ดนี้ด้วย) ช่วงนั้นพอรู้ว่าผมเล่นกล้องก็มายุให้ผมขาย Nikon ไปเล่น Olympus อะไรเนี่ย

สาเหตุที่ผมเลิกคบคุณ ก็เพราะสมัยตอนที่ผมมาเล่น HTPC + ESI Juli@ ใหม่ๆ คุณก็โทรมากวนประสาทผมถึงบ้านว่า Sound card external creative เสียงดี ขาย ESI ทิ้งมาเล่นตามคุณดีกว่า ทั้งๆ ทีรุ่นนั้นมันมีปัญหาเรื่อง Driver ฝัง DSP ไว้ปิดทิ้งไม่ได้ และผมต้องพยายามอธิบายให้คุณฟังเป็นชั่วโมง วางสายทิ้งก็โทรมาใหม่ Hard Sell สุดๆ แล้ว ต้องด่าแบบไม่เกรงใจไม่ให้โทรมาอีก แล้วตั้งแต่สมัยก่อนพอผมถามรายละเอียดทางเทคนิคอะไร คุณก็แถแบบนี้ ให้คำตอบอะไรผมไม่ได้ แต่จะมาชักชวนให้เล่นแบบคุณ แบบคุณมันเทพสุดล่ะอะไรประมาณ

ก่อนหน้านั้นๆ สมัยผมใช้ CD Player อยู่ ก็มายุผมให้ขาย CD player Marantz ทิ้งไปซื้อ Sony 1Bit มือสองห่วยๆ ที่เล่นแผ่น CD-R ไม่ค่อยได้

ส่วนผมก็ทำมาหากินครับ :p
แค่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท
วันๆ เทรดหุ้น ช่วยธุรกิจบ้าน กับเก็บค่าเช่า แล้วก็นำเข้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์นิดหน่อย

แต่เห็นผมมาตอบทีไรจะลาพักร้อนทุกวันเลยนะครับ  2f

ตอนไปงานศพคุณประสาน เพื่อนผมยังถามผมเลยว่าเป็นไงบ้างวิทยาตอนนี้ ผมยังยิ้มๆ ตอบเขาไปเลยว่า "(สันดาน)เหมือนเดิม"

พิมพ์ซะยืดยาว ผมยังไม่รู้เลยว่าใคร ไม่เอารูปลงล่ะครับ

แล้วยังใช้ลำโพง Transmission Line Full range อยู่หรือเปล่าครับ?

สมัยก่อนมายุให้ผมขายตู้ปิด Scan Speak Revelator ทิ้งแล้วไปเล่น TL ตามคุณ

แถมตอนคุณออกแบบเนี่ย ไม่ได้คำนวน spec ไว้ ทำให้ต้องมาลองไล่ตัดละความถี่ ทำเอาคนทำ cross over network อ๋วมอรทัย สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนจาก 2 ทางไปเล่น Full range

อ๋อ อย่ามาจำผมได้เลยครับ ปกติผมเข้าร้าน Poem ผมก็ไม่เข้าวันที่คุณไปหรอก ขี้เกียจเจอด้วย รำคาญ

แล้วคุณน่าจะจำผมได้นะ เพราะอยู่ๆ คุณเคยโทรมาโม้กับผมเรื่องไฟล์เพลง Oversampling ครั้งนึง ผมฟังแล้วรำคาญจนต้องบอกไปว่า คนที่โพสเรื่องนี้ Login นี้ใน htg2 เนี่ย คือผมเอง
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #553 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 05:04:12 PM »
ต้องขอเบรคคุณ Freedom สักนิดครับ รู้สึกว่าจะมีความรุนแรงปนส่วนตัวมากกว่า ที่จะสนทนาแบบแรกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ซึ่งกันและกันครับ
ยังไงก็ขอให้คุยกันแบบเพื่อน หรือพี่น้องกันนะครับ
ไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียดครับ
ขอบคุณมากครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #554 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2017, 09:06:29 PM »
วันนี้มีเวลาก็เขียนจนเสร็จครับ ภาพระบบของผมในปัจจุบัน
* ตัว Caldigit Thunderbolt Station 2 เป็นตัวช่วยให้ผมต่อ eSATA หรือ SATA เข้ากับ Mac ได้โดยตรงครับ จริงๆไม่ต้องใช้ก็ได้ครับ
  ผมใช้เพื่อความสะดวกเท่านั้นครับ ไม่ได้เป็นจุดสำคัญ



ก็จากกระทู้เก่่าๆก็จากที่ผมขาย MOTU ออกไปจนหมด ก็เหลือ Focusrite ไว้ฟังไปก่อนครับ (ยี่ห้อนี้เสียงเป็นกลางมาก ฟังได้ทุกแนว)
ระหว่างนั้นก็ยังงบไม่พอจะไป Thunderbolt เลยไปคว้า Apogee DUET Firewire มาก่อนครับ ชะตามันเปลี่ยนตรงนี้ครับ

Apogee DUET เมื่อก่อนผมก็เคยซื้อมาลองแล้ว แต่เปิดกับเครื่องเสียงบ้านแล้วมันไม่ค่อยมีแรงครับ ผมหาสาเหตุไม่เจอ ก็เลยขายไปก่อน
แต่คราวนี้ ผู้ที่ขายให้ผม เป็นเจ้าของสตูดิโออัดเสียงครับ จึงให้คำแนะนำที่ถูกต้องกับผมในการใช้งานเจ้าตัวนี้ครับ

ตามภาพครับ ตัวซ้ายสุด Apogee DUET Firewire
ถัดมาคือ DI BOX เลยไปที่มีจอก็เป็น HDD Caldigit ครับ ส้วนขวาสุดก็ Caldigit Thunderbolt Station 2


คำแนะนำที่ได้รับมาก็คือ เรื่องความต้านทานครับ เจ้า Apogee DUET มีความต้านทาน 470 Ohm ครับ ส่วนเครือ่งเสียงบ้าน
เหมาะกับสัญญาณเข้าที่ 50 Ohm ครับ นี่คือสาเหตุที่ผมเปิดแล้วฟังดูไม่มีแรง วิธีแก้ปัญหาก็ง่ายนิดเดียวครับ "DI BOX"
ซึ่งเป็นกล่องไว้ปรับความต้านทานครับ รวมถึงใช้แปลง RCA เป็น XLR หรือ XLR  เป็น RCA ได้ครับ



ภายใน DI BOX จะเห็น OP-AMP มี 3 ตัวครับ 1 ตัวรับสัญญาณขาเข้า ทำหน้าที่แบบ Stereo
ส่วนอีกสองตัวเป็นขาออก ช่องละตัวครับ เพราะเป็น XLR แถมยังรับ XLR แปลงกลับเป็น RCA ได้ และให้เสียงได้ดีกว่าใช้สายแปลงครับ

มัน WOW ตรงนี้ล่ะครับ เจ้ากล่อง DI BOX นักดนตรีก็ใช้กันทั่วไปครับ สามารถแปลงสัญญาณจากกีตาร์ไฟฟ้า หรือเบส ให้กลายเป็น
Balance ได้ครับ ซึ่งเวลาขึ้นเวที หรือการบันทึกเสียง ก็ใช้กันทั่วไปครับ ทีนี้ก็เลยมีหลายสเปค ผมก็มองหาตัวที่มีขาออกเป็น 50 Ohm ครับ
ที่ WOW ย่ิงกว่าคือมี DI BOX ไว้ใช้กับ iPod ได้ด้วย แปลง iPod ให้เป็น XLR ทำให้ผมนี่รู้สึกว่า มัวไปทำอะไรอยู่หนอ ทำไมไม่รู้จัก
เจ้า DI BOX ให้เร็วกว่านี้

ทีนี้ก็ลองฟัง ต่อ Apogee DUET เข้ากับ DI BOX ยี่ห้อ SAMSON ที่ใส่ OP-AMP ใหม่โดยฝีมือ Poem Audio ครับ (ทำยากนิดนึง ปริ๊น 2  หน้า)
เปิดเสียงมานี่ ผม WOW ยิ่งกว่า เพราะน้ำเสียงดีกว่า MOTU 828MKII ที่ผมเคยใช้มากครับ แค่มี DI BOX แถมด้วยศักยภาพของ Apogee
ที่มีจุดเด่นเรื่องความกว้างและความครบถ้วนของความถี่ครับ เรียกว่า MOTU 828MKII สองเครื่องของผม แทบไม่เหลือความทรงจำดีๆไว้เลย
 Apogee กินเรียบ (เจ้าของสตูดิโอที่แนะนำ DI BOX ผมก็แนะนำเพิ่มเติมด้วยกว่า Apogee นั้น จะรุ่นใหญ่หรือรุ่นเล็ก
ก็จะใช้ A/D, D/A รุ่นเดียวกันครับ ความต่างอยู่ที่ภาค PRE In-Out และฟังก์ชั่นในการบันทึกเสียงครับ เอามาฟังเพลง รุ่นเล็กก็ได้
ไม่ต้องมีภาคปรีเยอะๆให้เปลือง งานนี้ผมก็ตามนั้นเลยครับ แค่เรื่อง DI BOX ใฟ้ผมกราบขอบคุณหลายๆครั้งก็ไม่พอ)

ยังมีอีกเยอะทีเดียวครับ เพราะได้รูัจักนักดนตรีเพิ่มถึง 3 ท่านในเวลาไล่เลี่ยกัน แถมแต่ละท่านก็ไม่ธรรมดา เพราะมีห้องบันทึกเสียง
รับจัดคอนเสิร์ต และยังให้ Line กับ Facebook ให้ผมไปรบกวนสอบถามได้อีก ต้องกราบขอบคูณงามๆอีกหลายๆครั้ง
เพราะทำให้ผมได้ซิสเต็มใหม่ แนวคิดใหม่มาเลยครับ

ยังมีอะไรอีกมากทีเดียว จะทยอยเขียนครับ อีกท่านแนะนำเทคนิคบน Logic Pro X เมื่อวานผมได้ทดสอบแล้ว ยิ่ง WOW หนัก


* ในลิงค์อันนี้ http://www.radialeng.com/j4.php เป็น DI BOX ยี่ห้อ Radial รุ่น J+4 ครับ ให้เอาท์พุท 50 Ohm เช่นกัน
ราคาอยู่ที่หมื่นทอนนิดหน่อยครับ ด้านในจะมีหม้อแปลงด้วยครับ ภาพในลิงค์ https://goo.gl/f2UTpT จาก gearslutz.com ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม, 2017, 09:20:17 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #555 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 09:20:23 AM »
มีเวลาก่อนเข้างาน ก็ไปนั่งร้านกาแฟเขียนจนเสร็จครับ

อันนี้เป็นการต่อระบบ Firewire แบบมาตราฐานครับ
เมื่อมีอุปกรณ์ 2 ชิ้น คือ HDD Thunderbolt และ Apogee Element 24 ก็ต่อแยกไปคนละเส้นตามภาพ



หรือจะต่อพ่วงกันแบบนี้ก็ได้ครับ (เสียงจะต่างกันด้วย)




และเมื่อมี 3 ชิ้น โดยเพิ่มไดรฟ์ DVD แบบ Firewire เข้ามา (ผมซื้อ Apple SuperDrive มาเทียบเสียงแล้ว
สู้ไดรฟ์แบบ Firewire ไม่ได้ครับเสียงไม่กว้างเท่า) ก็สามารถต่อได้ 2 วิธีเช่นกันครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2017, 09:24:20 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #556 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 12:01:43 PM »
ต้องขอเบรคคุณ Freedom สักนิดครับ รู้สึกว่าจะมีความรุนแรงปนส่วนตัวมากกว่า ที่จะสนทนาแบบแรกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ซึ่งกันและกันครับ
ยังไงก็ขอให้คุยกันแบบเพื่อน หรือพี่น้องกันนะครับ
ไม่อยากให้บรรยากาศตึงเครียดครับ
ขอบคุณมากครับ


รายนี้เขาเมื่อ 10 ปีก่อนตอนผมเล่นอุปกรณ์ห้องอัดเสียง Sound Card ห้องอัดเสียง โทรมาป่วน Hard Sell ผมถึงบ้านเลยล่ะครับ ตอนนั้นผมอย่าง ฮา บอกผมว่า Lynx two, ESI, E-MU อะไรไม่เห็นรู้จักของห่วยหรือเปล่า แนะนำให้ผมขายทิ้งแล้วมาเล่น Sound Blaster Audigy USB กับเขาน่ะครับ ที่ผมเคยมาบ่นสมัยก่อนให้ฟังในเวปด้วยครับ


http://www.htg2.net/index.php/topic,18387.msg190685.html#msg190685



ถ้าเจ้าตัวเขาถอนคำพูดที่ว่าผมไปทำเครื่อง Mac ที่ร้าน Poem พัง

ให้เบรคก็ยินดีครับ

ป.ล.

กรุณาอ่านหน้าแรกของกระทู้นี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มีนาคม, 2017, 12:12:59 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #557 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 01:50:56 PM »
กรณีถ้าจะพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันต่อ

ผมอยากสอบถามว่า โปรแกรมที่คุณใช้ Rip CD นี่ตกลงคือตัวไหนครับ เห็นคุณบอกว่าไม่ใช่พวกที่เป็น Accurate Rip แต่เป็น Logic Pro X สินะครับ

อ้างอิงจากที่คุณตอบไว้ตรงนี้

อ่านไปอ่านมา ตกลงเราจะฟังเพลง หรือ เราจะทำเพลงกันเนี่ยะ

แต่ก็ดีครับได้ความรู้

ผมก็ Logic Pro X ใช้ริปเพลงมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ แต่คราวนี้ก็แค่เพิ่มการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงครับ เห็นช่วงนี้กำลังฮิต


ที่ว่าริปเพลงตรงนี้เนี่ย หมายถึง CD ใช่ไหมครับ เพราะเห็นตอบว่าคราวนี้ก็เพิ่มแผ่นเสียงขึ้นมาทีหลังเพราะช่วงนี้กำลังฮิต

แล้ว Logic Pro X เนี่ยเปิดทำงานสั่งบันทึกไฟล์เพลงได้ไหมครับ? ถ้า Audio Interface ปิดอยู่
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #558 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 01:56:12 PM »
ถ้ากรณีตอนใช้ Logic Pro X ไม่สามารถปิด Audio Interface ตอน Rip เพลงจากแผ่นดำ หรือ CD ได้

ช่วยตอบมาว่าไฟล์เพลงเมื่อลอง Rip ซ้ำที่ได้มีอาการแบบนี้หรือไม่?

เปลี่ยนสาย Thunderbolt เสียงเปลี่ยน
เปลี่ยน Audio Interface เสี่ยงเปลี่ยน
เปลี่ยนยี่ห้อ รุ่น Hard disk ขนาด รอบหมุน เสียงเปลี่ยน (ที่ต่อผ่าน Thunderbolt)
เปิดจอไว้กับปิดจอ เสียงเปลี่ยน
ต่อ LAN เล่นเน็ตโหลดไฟล์ผ่าน Network ระหว่าง rip เพลงเสี่ยงเปลี่ยน

Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #559 เมื่อ: 24 มีนาคม, 2017, 09:39:17 PM »
ออกแบบใหม่ให้อ่านง่ายขึ้นครับ

สำหรับการต่อ Thunderbolt แบบเส้นเดียว อย่าง Macbook Air ก็ต้องต่อแบบนี้ครับ
เพราะ Apogee Element 24 มี Thunderbolt เพียงพอร์ทเดียว จึงต้องอยู่ปลายทาง โดยต่อพ่วงกับ HDD ที่เป็น Thunderbolt



แต่ถ้าเป็น Macbook Pro Retina Display ก็สามารถต่อแยกแบบนี้ได้



และถ้าต้องต่อ ODD แบบ FireWire ก็เลือกได้สองแบบครับ





ส่วนระบบของผมจะต่างไปอีก เพราะใช้ Thunderbolt Breakout ครับ

ปัจจุบันต่อแบบนี้


แต่จะต่อแบบนี้ก็ได้ครับ อันนี้ยังไม่ได้ทดสอบ


ตอนนี้ขอเทสต์ Logic Pro X ก่อน เพราะความแมทชิ่ง ของ Logic Pro X กับ Apogee Element นั้น
ยอดเยี่ยมมากครับ รวมถึงพอร์ท Thunderbolt ที่ทำให้เกิดภาคดิจิตอลที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
Logic Pro เมื่อก่อนตัวละสองหมื่นกว่าบาท แบบเป็นกล่อง ตั้งแต่มี App Store ก็ราคาเหลือแค่หกพันกว่าบาทครับ
ก็เป็นโปรแกรมทำเพลงที่มืออาชีพใช้กันมาช้านานครับ (ราคานี้ผมไม่ลังเลที่จะซื้อครับ เพราะต้องใช้อีกนาน
และจะได้อัพเดทได้ทันกับ macOS ที่ออกปีละตัวครับ)

อันนี้เป็นรีวิว Apogee Element 24 ครับ แต่ตอนผมไปซื้อไม่ได้อ่านหรอกครับ
เพราะเสียงจาก Apogee เป็นที่รู้ดีอยู่แล้วในฐานะอันดับต้นๆของวงการ แค่ว่าราคาก็เกินเอื้อมเสียส่วนใหญ่
แต่ออกซีรี่ Element มาก็เรียกว่าเกินคาดครับ แถมรู้ใจให้พอร์ทพ่วงสัญญาณนาฬิกาได้อีก

ความเห็นจาก ask.audio : https://goo.gl/h8vFTE
Pros: Excellent audio quality converters and mic pres, ultra-low latency, solid build quality. Made in the USA.
Cons: No included Thunderbolt cable, Element Control is a little hard to read and its documentation could stand improvement

รีวิวจาก soundtechuk.blogspot : https://goo.gl/iLwBHH
Apogee’s Element 24, 46 and 88 are Thunderbolt audio I/O boxes for Mac. The Element Series takes the best of cutting-edge Apogee gear like Symphony I/O Mk II, Ensemble Thunderbolt and Groove and puts it into simple form factors. The smallest in the range, the Apogee Element 24, is reviewed in the new issue of MusicTech magazine.

รีวิวจาก exound.com : https://goo.gl/E2FraC
เวปนี้แกะให้ดูครับ แต่ก็ไม่ได้มีความหมายเท่าไหร่ เพราะสเปคเครื่องก็ใกล้เคียงกันทุกยี่ห้อครับ
ค่าตัวเลขนั้นไม่สามารถบอกได้เลยว่ายี่ห้อไหนเสียงเป็นอย่างไรครับ อยู่ที่นักออกแบบที่จูนเสียงมาครับ



ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #560 เมื่อ: 26 มีนาคม, 2017, 12:40:10 AM »
แปะรูปไว้ก่อนครับ



วันนี้ว่าจะเขียนเนื้อหายาวๆหน่อย แต่... เลนส์ดุๆอย่างในภาพมาลงที่ร้านเพี๊ยบเลยครับ
อันนี้เพิ่งถ่ายรูปเสร็จเมื่อค่ำนี้เอง ขอแว๊บไปทำหน้าที่ Admin ก่อนครับ



ถ่ายด้วย A7R + เลนส์ Rodenstock 50mm APO




ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #561 เมื่อ: 29 มีนาคม, 2017, 09:42:34 PM »
ขอเขียนถึง Clock ก่อนนะครับ เพราะหลังจากได้มานั้น มันมีปัญหาตามมาแบบคาดไม่ถึง
เมื่อได้ Art Audio ที่ทำหน้าที่ Clock มาพ่วงกับ Apogee Element แล้ว แน่นอนครับ เสียงคมชัดขึ้น เหมือนกับที่ผมเคยทดสอบโดยใช้ MOTU 828MKII สองเครื่อง ทำงานแยกหน้าที่กัน ตัวนึงเป็น DAC ตัวนึงเป็น Clock

แต่คราวนี้ ซาวน์สเตจกลับแคบลง ด้วยความที่ Apogee ปกติจะให้ซาวน์สเตจได้กว้างมากครับ ผมก็ลองแบบง่ายๆ
ก็เปลี่ยนสาย COAX ดูซะก่อน รวมถึงการเสียบกลับทิศ ก็พบว่าปัญหาเกิดจากสาย COAX ที่ผมมีครับ ก็เลยต้องไปหาสายที่ใช่ซะก่อน

ได้มาเป็นตัวนี้ครับ Anti-Cables



เป็นยี่ห้อที่เล็งไว้นานมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปถอยมาซะที คราวนี้ก็ได้โอกาส ไปจับมาจากร้าน HiFiPart ครับ
ด้วยคอนเซปที่น่าสนใจโดยการใช้สายแกนเดี่ยว และชิลด์ที่ไม่ได้เป็นสายถัก ทำให้ดูแปลกตามากๆครับ



แต่ความ WOW มันอยู่ตรงนี้ครับ ตรงลูกศรครับ หน้าสัมผัสกับ RCA มีพื้นที่เล็กมากครับ แต่ผมเคยเห็นเทคนิคนี้มาก่อน
ถูกใช้บน WBT ออกแบบให้มีหน้าสัมผัสเล็ก จากแต่เดิมที่ต้องเป็นโลหะกลมครอบ



แจ๊ค WBT รุ่นที่ใช้เทคนิคนี้ ให้เสียงได้พิเศษอย่างนึงครับ คือกว้างมาก มันชัดเจนเลยครับว่าการออกแบบของ Anti-Cables นั้นก็ไม่ธรรมดา
และก็ไม่ผิดหวังจริงๆครับ เมื่อใช้สายเส้นนี้แล้ว ให้ซาวน์สเตจได้กว้างอย่างที่ควรจะเป็นตามลักษณะของ Apogee ครัย
(จริงๆผมฟังว่ากว้างกว่าเดิมอีก)

*ภาพถ่ายด้วยเลนส์ Rodenstock APO 50mm บนกล้อง Sony A7R ครับ โดยการต่อท่อยืดความยาวเลนส์ให้ถ่ายใกล้ได้
เพราะเลนส์ตัวนี้กำลังขยายเหลือเฟือและไม่มีความบิดเบือนของภาพครับ

และระหว่างนี้ก็ทดสอบไดรฟ์ไปพร้อมๆกับการเซ็ทอัพ Logic Pro X ครับ การทำ Dither ลงในไฟล์ที่มีหลากหลายรูปแบบ (แบบไหนดีสุดกันล่ะ)



ตอนนี้ดันมาติดใจไดรฟ์แบบ Slim ครับ ได้เสียงต่างจากไดรฟ์ตัวใหญ่และดูจะแมทกับระบบผมมากกว่า กำลังหาเวลาไปทดสอบเพิ่มเติม
ที่ Poem Audio อีกทีครับ อันนี้ต้องพึ่งลำโพงใหญ่ในการทดสอบ


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #562 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2017, 12:12:49 AM »
แก้ไขครับ หัว rca ตัวนี้ไม่ใช่ anti cable ทำนะครับ เป็นของ ETI Research นะครับ เดี๋ยวคนใหม่มาอ่านจะเข้าใจผิดครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #563 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2017, 08:39:02 AM »
แก้ไขครับ หัว rca ตัวนี้ไม่ใช่ anti cable ทำนะครับ เป็นของ ETI Research นะครับ เดี๋ยวคนใหม่มาอ่านจะเข้าใจผิดครับ

ขอบคุณครับ ทาง HiFi Part ก็บอกมาแต่แรกครับ แต่ผมจำไม่ได้ครับ

ตอนนี้ใช้เป็นสาย Clock ครับ คิดว่าอยากลองที่เป็น XLR หรือ RCA ด้วยครับสำหรับสายยี่ห้อนี้ (แต่ต้องเป็นรุ่นที่ใช้หัวระบบนี้ด้วยครับ)

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #564 เมื่อ: 30 มีนาคม, 2017, 11:20:56 PM »
แผ่นบางส่วนที่ซื้อไว้ฟังนานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ขยับมาใช้ระบบแบบเดียวกับสตูดิโอครับ



สมัยที่ยังรับข่าวสารจากฝั่งเครื่องเสียงบ้านอย่างเดียว ก็เหมือนมีกรอบว่า อยากได้เสียงดีๆ ต้องเล่นแผ่นระดับ Audiophile ที่มีการบันทึกที่ดีเยี่ยม
ซึ่งมันก็จริงตามนั้นครับ แต่ กลายเป็นว่า แผ่นทั่วๆไปนั้นให้เสียงได้ไม่น่าฟังเท่าไหร่ ผมคิดไปอีกอย่างว่า อย่างน้อยก็น่าจะฟังได้ในระดับปกติ
ไม่ควรออกมาไม่น่าฟัง มันไม่ค่อยคมชัดและไดนามิคก็ดูห่างไกลกับแผ่นระดับ Audiophile ซะเหลือเกิน

แต่เครื่องระดับไฮเอนด์ที่ผมพบเจอ ก็เปิดแผ่นพวกนี้ได้ไม่เพราะเช่นกัน เร่ียกว่า เครื่องแพงก็ต้องคู่กับแผ่นแพง
ทำให้ผมได้ไอเดียว่า งั้นก็มาเล่นเครื่องต้นทางระดับมืออาชีพซะเลย เครือ่งแบบเดียวกับที่ใช้ในห้องตัดต่อ
ก็คือบรรดายี่ห้อ Focusrite, MOTU (Mark of the Unicorn), RME, Apogee และอีกหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งเป็นเครื่องต้นทาง
ที่ใช้ในห้องอัดครับ ซึ่งต่างจากเครือ่งเสียงบ้านตรงที่ เครื่องพวกนี้ "มีมาตราฐาน" เรื่องคุณภาพเสียงแบบมืออาชีพ
ทั้งภาค Pre ภาค Digital รวมถึงค่า Latency และ Clock และอีกมากมายครับ

ผลลัพท์ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ คุณภาพเสียง และการใช้งานอื่นๆ
เช่นการแปลงค่าดิจิตอลต่างๆโดยเรียก Hardware ผ่าน Logic Pro X หรือโปรแกรมอื่นๆอย่าง Wavelab, Cubase และอีกมากมายครับ

แบบนี้


เมื่อกี้ทดสอบไดรฟ์ใหม่เสร็จพอดีครับ เป็นไดรฟ์สำหรับโน๊ตบุ๊ค แบบ Slim แต่ผมซื้อแบบที่ Slim มากขึ้นคือหนา 9mm ด้วยเหตุผลที่ว่า
มอเตอร์น่าจะได้รับการออกแบบใหม่ (คิดเองเออเอง) เป็นของ Panasonic (จะลงภาพทีหลังครับ) คราวนี้หายคาใจกันเลยกับแผ่น
Belafonte Sings the Blues ที่เก็บไว้สิบกว่าปี และไม่ได้หยิบมาฟังเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะเพลงไม่ดี หรือคุณภาพแผ่นไม่ได้
แต่ผมฟังว่าสปีดช้าเกินไปครับ และไดนามิคไม่ดีพอ ฟังแล้วจะหลับเคยเซ็ท MOTU จนฟังออกมาดีได้ทั้งไดนามิคและสปีด
แต่ความกว้างไม่ดีพอครับ (MOTU จะยกช่วง 500HZ ไว้ บางทีก็ฟังดูเสียงติดๆกันบ้าง)

แต่คราวนี้ต่างออกไปครับ หลังจากทำตามสูตรที่ผมได้ทดสอบไว้กับ Logic Pro X ผลลัพท์ที่ได้คือ
คราวนี้ผมต้องฟังไปตบเท้าไปกันเลย ทำได้ตามในคู่มือ Apogee เลยครับ คือ "You don’t have to choose between power and speed."
และยืนยันได้อีกเรื่องสำหรับผมเอง คือผมชอบเสียงจากไดรฟ์แบบ Slim มากกว่าครับ
(คราวก่อนอ่านด้วยไดรฟ์บลูเรย์ของ Pioneer เสียงเดินหน้าจนผมต้องกด Stop หรืออาจเป็นเฉพาะ Pioneer อย่างเดียว
ผมก็ต้องหาไดรฟ์อื่นมาเทียบครับ แต่ไดรฟ์ Panasonic ที่ได้มา การอ่านดีมากครับ คราวเร็วดีเยี่ยมและมีเสถียรภาพ เลยยังไม่อยาก
หาตัวอื่นมาเทียบให้เปลืองอีกครับ)

หน้าตาเวลาสร้าง Project บน Logic Pro X ครับ



เสียงออกมาดีหรือไม่ อยู่ที่ประสิทธิภาพของ Input Device และ Output Device เลยครับ

เพิ่งทดสอบแผ่นเสร็จอีกหนึ่งครับ แผ่นบนซ้าย
สิบกว่าปีก่อน ก็นั่งฟังแผ่นนี้อย่างสงบ แน่นอนว่าเพลงดี ซาวน์ดีครับ นั่งฟังนิ่งๆอย่างสุภาพ
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เลยหลังจากฟังผ่าน Apogee ซึ่งได้ความสนุกเข้ามาด้วย ตบเท้าตามจังหวะได้เลย จากการที่สปีดเสียงดีขึ้น
ความคมชัดและความกว้างนี่ไม่ต้องพูดถึงครับเมื่อฟังผ่าน Apogee ทำให้ผมคิดว่า ในราคาแค่นี้ จะไปหา DAC อะไรมาแทนได้ล่ะเนี่ย

ที่สำคัญคือในเครือ่งนั้นเป็น D/A, A/D และ D/D ครับ แปลงดิจิตอลเป็นดิจิตอล ผ่าน Thunderbolt
ซึ่งคุณภาพก็ทิ้งห่างจาก Firewire ไปมากครับ (ก็ผมฟังเทียบมาเป็นลำดับครับ แผ่นก็เดิมๆ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก)



ทำให้ผมนึกในใจว่า ที่นั่งฟังเครือ่งเสียงไฮเอนด์แบบนั่งนิ่งๆที่ผมทำมาหลายปี จริงๆคืออารมณ์เพลงมันไม่ถึงนี่เอง ฟังแล้วยิ้มไม่ออก
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปเลยครับ ด้วยขุมพลังที่มารวมกันคือ
- Thunderbolt
- Logic Pro X
- macOS 10.12
- Apogee Element 24
- DI BOX (ตอนแรกใช้กับ Apogee Duet ครับ เพราะเอาท์พุท 470 Ohm ต่อกับเครื่องเสียงบ้านแล้วเสียงบางมาก และไม่เป็น Balance
เมื่อต่อผ่านกล่องนี้ก็จะเอาท์พุทเป็น 50 Ohm ครับ เหมาะกับเครือ่งเสียงบ้าน ส่วน Apogee Element 24 เอาท์พุท 75 Ohm ครับ
จะต่อตรงกับเครื่องเสียงบ้านเลยก็ได้ แต่เวลาต่อผ่าน DI BOX เสียงเข้มขึ้นอีกครับ เจ้ากล่อง DI BOX ก๋ออกแบบใช้กันมาตั้งแต่ปี
197X จนถึงปัจจุบันร่วม 50 ปี ไว้ใจเรื่องคุณภาพได้เลยครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน, 2017, 10:56:19 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Valve art

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #565 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 07:54:34 AM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #566 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 08:15:26 AM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี

MOTU จะยกความถี่ช่วง 500HZ ขึ้นมาครับ นิยมในห้องอัดที่ทำเพลงร๊อคครับ
รุ่น 828MKII ที่ผมเคยใช้ เสียงไม่เปิดมาก แต่ฟังมันส์ และจากที่ไปถามที่หน้าร้าน Kimleng เขาว่าพอเป็น Thunderbolt ในรุ่น 828X
เสียงเปิดกว่าเดิมมากครับ ตอนแรกผมก็เล็ 828X ไว้แต่พอ Apogee ออกรุ่น Element ผมก็มาซื้อ Apogee ทันทีครับ เพราะถูกกว่า 828X
และน้ำเสียง Apogee นั้นในวงการเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นอันดับต้นๆครับ (ความถี่ดีเยี่ยมทุกย่าน เสียงกว้าง) และจากคำแนะนำจากห้องอัด
(หลายๆที่ แต่ตอบเหมือนกัน) "ถ้าซื้อไปฟังเพลง ไม่มีใครเกิน Apogee" เว้นแต่ว่าอยากได้เสียงที่แตกต่างไปครับ
อย่าง Metric Halo หรือ UniversalAudio ที่เฉพาะตัวไปอีก

ออฟไลน์ Malako

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #567 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 08:50:11 AM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี


ขอร่วมวงด้วย  เล่นมานานกว่า 20 ปี ทั้งการใช้ Audio Interface เพื่อตัดต่อทำเพลง อัดเสียงร้องแบบสมัครเล่น และฟังเพลง
ในเม็ดเงินที่เท่ากัน ถ้าฟังเพลงอย่างเดียว ใช้ DAC ไปเถอะครับ 
Audio Interface นั้น ราคากว่าครึ่งไปอยู่ที่ภาคแรก Analog to digital และภาคไมค์ปรี

ภาค Digital to analog ใน Audio Interface ซึ่งใช้ชิพไม่เหมือนกัน
แต่ที่สุดแล้ว เสียงที่ได้ยินมันอยู่ที่ ไอซีอ๊อพแอมป์ ที่จะขยายเสียงออกเอ้าท์พุต
ซึ่งตรงจุดนี้นักทำเพลงที่คร่ำหวอดจะรู้ว่า ยี้ห้อไหน มันมีสีสัน ยี้ห้อไหน มันสมจริง
เมื่อรู้แล้วขั้นตอนสุดท้ายเวลามิกซ์เพลง เขาก็จะมิกซ์ได้ถูกต้องครับ

ส่วน DAC นั้นออกแบบมาให้ใช้สำหรับฟังเพลงโดยตรง
เสียงจะถูกใจขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่จ่าย + ระบบเสียงที่มีอยู่
และที่สำคัญคือ "ห้องฟัง + รสนิยมของคนฟัง" ครับ

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #568 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 09:44:27 AM »
แผ่นบางส่วนที่ซื้อไว้ฟังนานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ขยับมาใช้ระบบแบบเดียวกับสตูดิโอครับ





ชอบ Iron Maiden เหมือนกันครับ 555




ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #569 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 10:50:12 AM »
แผ่นบางส่วนที่ซื้อไว้ฟังนานกว่าสิบปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ขยับมาใช้ระบบแบบเดียวกับสตูดิโอครับ





ชอบ Iron Maiden เหมือนกันครับ 555






ขอบคุณครับ วงครูผมเลยครับ วงนี้
ตอนนี้กลับมาฟังทุกวันเลยครับ


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #570 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 12:22:15 PM »
ขอบคุณครับ วงครูผมเลยครับ วงนี้
ตอนนี้กลับมาฟังทุกวันเลยครับ


นักร้องนำ Bruce Dickinson เค๊าเป็น pilot ขับเครื่องขนลูกทีมตะเวนทัวร์รอบโลกเองเลยครับ สุดยอดจริงๆ



https://noisey.vice.com/en_us/article/i-flew-with-iron-maiden-to-paris-to-hear-the-new-album
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 เมษายน, 2017, 12:31:09 PM โดย Too' Ninja »

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #571 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 01:06:51 PM »
ขอบคุณครับ วงครูผมเลยครับ วงนี้
ตอนนี้กลับมาฟังทุกวันเลยครับ


นักร้องนำ Bruce Dickinson เค๊าเป็น pilot ขับเครื่องขนลูกทีมตะเวนทัวร์รอบโลกเองเลยครับ สุดยอดจริงๆ



https://noisey.vice.com/en_us/article/i-flew-with-iron-maiden-to-paris-to-hear-the-new-album


วงนี้เขาดูแลสุขภาพกันดีครับ อยู่กันได้ยาวๆ

เมื่อผมเห็น วงร๊อค + เครื่องบิน ก็นึกถึง Randy Rhoads ครับ เป็นเคสที่น่าเสียดาย


ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #572 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 03:23:47 PM »

วงนี้เขาดูแลสุขภาพกันดีครับ อยู่กันได้ยาวๆ

เมื่อผมเห็น วงร๊อค + เครื่องบิน ก็นึกถึง Randy Rhoads ครับ เป็นเคสที่น่าเสียดาย

ศิลปินหลายคนอยู่เหมือนกันครับ ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน อย่างวง Lynyrd Skynyrd เจ้าของเพลง "Free Bird" ที่ผมชื่นชอบ ก็เสียชีวิตกันเกือบยกวง ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆครับ เวลาที่ผมเดินทางด้วยเครื่องบินก็นึกเสียวๆอยู่เหมือนกันครับ อาศัยกินอิ่มแล้วนอนหลับยาวไปเลยดีกว่า ตื่นหรือไม่ตื่นค่อยว่ากันอีกที 555

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #573 เมื่อ: 01 เมษายน, 2017, 11:20:46 PM »
บรรดาแผ่นสายแข็งที่ทำให้ผมต้องค้นหาวิธีใหม่ในการหาทางออกสำหรับเครื่องเสียงสักชุดครับ



บรรดาเพลงร๊อคเหล่านี้ บางวงก็เล่นเครื่องดนตรีแค่ 4 ชิ้น ทำไมฟังแล้ววุ่นวายนัก
ทำไมฟัง Meat Loaf แล้วรู้สึกไม่เต็มที่ ถึงแผ่นพวกนี้จะไม่ใช่ระดับ Audiophile แต่อย่างน้อยก็ต้องฟังเพราะครับ
ผมจึงตั้งต้นมองหาระบบที่ออกแบบมาสำหรับงานเพลง ก็คือ Firewire ครับ

ออกสตาร์ทด้วยแนวคิดเรื่อง Firewire 400 ใช้ระบบส่งข้อมูลแบบเดียวกับ Studio ซะเลย รวมถึงตัว Audio Device ก็ใช้แบบห้องอัดเป็นต้นทาง
ด้วยการที่พอร์ท Firewire 400 ที่มีการส่งสัญญาณนาฬิกาเพิ่มกำกับเวลาในการข้อมูล เรียกว่าออกแบบมาเพื่องานเพลงและงานวีดีโอโดยตรงครับ
และราคาก็ถูกกว่าเครือ่งเสียงบ้านด้วยครับ

โดยพ้นฐานแล้ว ระบบดิจิตอลยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องครับ เช่น
- จาก OS X 10.5 มาจนปัจจุบันเป็น macOS 10.12 มีการพัฒนาเรื่องความเร็วของเสียงอย่างชัดเจนครับ เสียงเร็วขึ้นในทุกๆครั้ง
  ที่ผมอัพ OS X เป็นเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า จนก้าวกระโดดมากๆใน macOS 10.12 ครับ เสียงเร็วขึ้นจนให้ความรู้สึกพอๆกับ
  ตอนที่เพื่อนผมเล่นกลองสดให้ฟัง (ช่วงนั้นกลับมานี่เปิดเครือ่งเสียงฟังไม่ลงเลยครับ มองเห็นปัญหาเลยคือเรื่องความเร็ว)
- จาก Firewire 400 สู่ Firewire 800 จนกลายเป็น Thunderbolt 1,2,3 ก็ปรับปรุงค่า Latency ให้ดีขึ้นเรือยๆ
  และยังคงเป็นการเชื่อมต่อเพื่องานเพลงและงานวีดีโอเป็นหลักครับ (อย่างการตัดวีดีโอ ต้องส่งข้อมูลไปกลับเป็นเวลายาวนาน
  หลายชั่วโมงครับ เป็นพอร์ทที่มีความเสถียรภาพสูง อย่างพอร์ท Thunderbolt ก็ทำให้การตัดงานวีดีโอ 4K เป็นไปได้ดีขึ้นครับ)

ด้วยเทคโนโลยีที่ผมหามาได้ และราคาก็ไม่แพงมากอย่าง Apogee Element 24 ในราคาสองหมื่นกว่าบาท
ที่ได้พอร์ท Thunderbolt และการออกแบบภาค A/D, D/A, D/D มาใหม่เพื่อให้สอดคลอ้งกับความเร็วของ Thunderbolt

ตอนนี้ผมก็สามารถฟัง Michael Schenker โดยเสียงไม่อับทึบ ฟัง Iron Maiden ได้อย่างมันส์สุดๆ
ฟัง Meat Loaf ได้อย่างประทับใจครับ เมื่อเล่นแผ่นพวกนี้ได้ดี บรรดาแผ่นเพลง Jazz ที่มีก็หายห่วงเลยครับ
เพราะฟัง FourPlay ได้อย่างที่ไม่เคยสนุกอย่างนี้มาก่อน และก็ได้เวลาไปตามหาแผ่นร๊อคอีกหลายๆอัลบั้ม ที่ร้าน โด เร มี ครับ




ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #574 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 05:57:53 AM »
ขอบคุณในข้อมูลครับ จะได้มีแนวทางครับ

 like

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #575 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 01:41:28 PM »
ลองอะไรใหม่ๆอีกครับ คราวนี้เป็น 4 เท่าของ 44.1
น้ำเสียงเนียนดีจริงๆ และผมมี External Clock ช่วยให้เข้มด้วยครับ


 

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #576 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 11:10:48 PM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี


ขอร่วมวงด้วย  เล่นมานานกว่า 20 ปี ทั้งการใช้ Audio Interface เพื่อตัดต่อทำเพลง อัดเสียงร้องแบบสมัครเล่น และฟังเพลง
ในเม็ดเงินที่เท่ากัน ถ้าฟังเพลงอย่างเดียว ใช้ DAC ไปเถอะครับ 
Audio Interface นั้น ราคากว่าครึ่งไปอยู่ที่ภาคแรก Analog to digital และภาคไมค์ปรี

ภาค Digital to analog ใน Audio Interface ซึ่งใช้ชิพไม่เหมือนกัน
แต่ที่สุดแล้ว เสียงที่ได้ยินมันอยู่ที่ ไอซีอ๊อพแอมป์ ที่จะขยายเสียงออกเอ้าท์พุต
ซึ่งตรงจุดนี้นักทำเพลงที่คร่ำหวอดจะรู้ว่า ยี้ห้อไหน มันมีสีสัน ยี้ห้อไหน มันสมจริง
เมื่อรู้แล้วขั้นตอนสุดท้ายเวลามิกซ์เพลง เขาก็จะมิกซ์ได้ถูกต้องครับ

ส่วน DAC นั้นออกแบบมาให้ใช้สำหรับฟังเพลงโดยตรง
เสียงจะถูกใจขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่จ่าย + ระบบเสียงที่มีอยู่
และที่สำคัญคือ "ห้องฟัง + รสนิยมของคนฟัง" ครับ


ขอแจมด้วยคนครับ  อย่างน้า malako พูดครับ การเล่นภาคกลับ (playback) ความสำคัญมันอยู่ที่ D/A มากกว่า
ตัว DAC ที่ดีๆ มีเยอะ ทั้งที่ชื่อเสียง brand ดัง หรือแม้แต่แบรนด์จีนก็ตาม (ถ้าหาลองศึกษาตามบอร์ดต่างประเทศนะครับ บางตัวเอามาโมฯ ต่อ เสียงไปอีกไกลก็มี ในราคาที่แค่ครึ่งของ brand หรือ ถูกกว่า

การเลือก dac มาใช้ คงไม่สามารถเลือกแค่ DAC chip ว่าใช้ตัวไหน แล้วเสียงต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ มันเป็นศิลปะบวกเข้ามาด้วยครับ อยู่ที่การออกแบบภาค DAC เอง บวกกับภาคขยายที่ออกจาก dac chip ว่าดีไซน์ออกมาแบบไหน  ตรงนี้แหล่ะครับ ที่จะทำให้เราได้ dac ทั้งตัว ที่เอามาฟังเพลงได้ดีหรือไม่ดีครับ

การต่อแบบ จขกท วาดไว้ข้างบน บางอันผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ สัญญานข้อมูลเหมือนวิ่งย้อนไปมาก (หรือผมจะเข้าใจไปเองหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ) ดูมันไม่ใช่เส้นทางสั้นที่สุดที่ควรจะเป็น แต่ด้วยความที่อุปกรณ์มันบังคับว่าต้องต่อแบบนั้นมั้งครับ

สรุป ยังมีทางเลือกในการฟังเพลงอีกมากมายครับ  แต่ผมชอบตามอ่านบทความ จขกท เหมือนได้อัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #577 เมื่อ: 03 เมษายน, 2017, 10:21:50 PM »
ช่วงนี้ผมทดสอบเป็น 176.4 ไปสักพักครับ แต่ใช้เวลานานมาก

ให้ชมไดรฟ์ที่ผมใช้อ่านแผ่นก่อนครับ

อันแรกก็ SuperDrive ที่ลองซื้อมานานมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใช้ทำหน้าที่อ่านแผ่น CD เพลงอีกเลยครับ
เสียงก็ระดับพอฟังได้ แต่ก็ยังห่าจากไดรฟ์ที่เป็น Firewire ครับ



ส่วนอันนี้ใช้อยู่ปัจจุบันครับ ตัวไดรฟ์เป็นของ Panasonic ที่ออกแบบให้บางพิเศษกว่าไดรฟ์แบบ Slim ด้วยกัน
พอร์ทเป็น SATA7 ผมก็หา Adapter แปลงเป็น SATA แล้วพ่วงกับกล่อง HDD ของ Lacie ครับ
ซึ่งมีช่องต่อทั้ง USB , Firewire400, Firewire 800 และ eSATA แต่พอร์ทที่สั่งการไดรฟ์ได้มีแค่ 3 พอร์ทแรกที่กล่าวไว้เท่านั้นครับ
ต่อ eSATA ไดรฟ์ไม่ทำงานครับ (เป็นเหมือนกันหมดกับทุกกล่อง)



ไดรฟ์ Panasonic ตัวนี้อ่านแผ่นได้เยี่ยมมากครับ เร็วถูกใจและเสียงดีทีเดียว สาย eSATA ก็ซื้อจากร้านแต่ง PC ที่พันทิพย์ประตูน้ำครับ
เส้นนี้น้ำเสียงถูกใจที่สุด (สาย SATA ผมซื้อมาเยอะมากครับ เอามาเทียบเสียงกันเลย)  ส่วนพอร์ทนั้น
USB อันนี้ไม่ต้องเทียบแล้วครับ จบการทกสอบไปตั้งแต่ MOTU Ultralite MKIII Hybridge แล้ว
ก็เหลือ Firewire400, Firewire 800 ซึ่งให้เสียงต่างกันอีกครับ (ชิปคอนโทรลเลอร์คนละตัว) และการต่อวิธีนี้ทำให้ผมแยกจ่ายไฟเป็น 2  ชุดครับ
แยกกันระหว่างไดรฟ์กับกล่อง HDD ทำให้เข้มกว่าจ่ายไฟจากกล่อง HDD แล้วค่อยพ่วงสายไฟจากกล่อง HDD ไปเข้าไดรฟ์



ไดร์ก็เบามาก ก็หาไม้มาทับไว้ครับ ขาก็ได้ยางรูปโดนัทยี่ห้อดังมาวางไว้ 1 วง

แต่ยังไม่หมดครับ เหลือตัวนี้กำลังจะเทสต์ ไดรฟ์บลูเรย์จาก Pioneer ซึ่งเสียงจะเดินหน้าหน่อย ผมเลยย้ายมาจับคู่กับกล่อง
Lacie ตัวเล็กที่ให้เสียงได้เนียนๆครับ ต้องหาเวลาเทสต์ก่อน





สุดท้าย ไดรฟ์ Sony แบบ Firewire ครับ ตัวนี้บิดมาจากญี่ปุ่น ไฟเป็น 110 และตัวไดรฟ์เป็น IDE
เคยริปกับ MOTU แล้วไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ครับ เลยเก็บเข้ากรุฝากไว้ที่ Poem Audio เป็นปีแล้ว



แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นหลักฐานถึงศักยภาพในภาคดิจิตอลของ Apogee ครับ
เพราะตอนนี้เมื่อใช้งานร่วมกับ Apogee Element 24 มันกลับให้เสียงได้กว้าง สะอาด ไดนามิคดีครับ ต่างจากเดิมสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าภาค Digital in-out ในตัว Audio Device ที่ได้รับการออกแบบใหม่ และเป็นพอร์ท Thunderbolt
สร้างมาตราฐานใหม่เรื่องเสียงเลยครับ


*รูปถ่ายด้วย Sony A7R เลนส์ Rodenstock APO 50mm และ Flash 1 ตัวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 เมษายน, 2017, 10:39:02 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #578 เมื่อ: 04 เมษายน, 2017, 11:23:30 PM »
ทดสอบที่สี่เท่าของ 44.1 ก็พบว่าฟังได้เพลิดเพลินมากครับ แต่ย้อนไปในช่วงแรก ตอนที่ยังใช้ MOTU ULTRALITE MKIII Hybridge ตั้งค่านี้แล้วออกมาไม่ดีเอาซะเลย เสียงบางมาก แต่เทคโนโลยีที่ผมหามาประกอบกัน ดูจะเป็นคำตอบครับ (จะหาเวลาไปเทสต์ด้วยชุดที่ Poem Audio ให้แน่ใจครับ)

แผ่นที่ผมใช้เทสต์ก็ของยอดฝีมือกีตาร์ท่านนี้ล่ะครับ



เมื่อก่อนก็ทำได้ดีระดับนึงผ่าน MOTU แต่ผมก็มักกด Stop ในหลายๆเพลง แต่ตอนนี้กลายเป็นผมไม่กล้ากด Stop ซะแล้วครับ
ด้วยเสียงในตอนนี้ และเป็นแผ่นที่ทำให้ผมสังเกตถึงสปีดที่ช้าลง เวลาใช้ DAC มาพ่วงกับ Firewire Audio Interface แบบที่
ทาง Poem Audio ใช้อยู่ครับ ผมจึงไม่เล่นผ่าน DAC และหาทางอื่นจนได้รู้จัก DI BOX และดูจะเป็นคำตอบสุดท้ายเลยครับ

แน่นอนว่าสำหรับแผ่นของ Joe Satriani ถ้าเปิดแล้วฟังยังไม่ดี นั่นเป็นความผิดพลาดของผมแน่นอนครับที่เซ็ทอัพเครือ่งได้ไม่ดีพอ
ผมจึงมักใช้เพลงร๊อคเป็นตัวทดสอบเครื่องครับ

และที่มหาโหดยิ่งกว่าคือแผ่น Apocalyptica ที่นำเพลงของ Metalica มาเล่นใหม่ด้วย Cello 4 ตัว
เพลงก็ว่าดุแล้ว เสียงที่เล่นจาก Cello ทั้ง 4 ตัวออกมาอย่างดุดันนั้นดุยิ่งกว่า แต่ตอนนี้ ดุแค่ไหนก็ฟังรู้เรื่องแล้วครับ
เทียบกับเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ฟังผ่าน CD Player อันนั้นฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ เสียงติดกันไปหมด จนไม่ค่อยได้เปิดแผ่นนี้เลย
แต่ตอนนี้ดีงามได้ทุกแผ่นแล้ว (ผมต้องรอเทคโนโลยีมาสิบกว่าปี)




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 เมษายน, 2017, 11:29:27 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #579 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 12:16:35 PM »
เทสต์ไดรฟ์อ่านอยู่สองวันติด สรุปได้ง่ายๆเลยครับ
- ไดรฟ์บลูเรย์ของ Pioneer ที่ผมมีอยู่ อ่านแผ่นได้ไม่ไวเท่าไดรฟ์ DVD Panasonic แบบ Slim ที่ซื้อมาใหม่ครับ
  (ทดสอบโดยใช้กล่อง HDD ของ Lacis ตัวที่เป็นแนวตั้ง) จะด้วยเหตุผลเรื่องคอนโทรลเลอร์ใหม่กับเก่า หรือเทคนิคออกแบบมอเตอร์
  หรืออีกหลายๆอย่าง ผมชอบเสียงจากไดรฟ์ Panasonic มากกว่าครับ (เดี๋ยวเพื่อนผมหาไดรฟ์บลูเรย์ แบบ Slim มาให้เทียบกันอีกรอบ)
- ต่อ Firewire 400 กับ Firewire 800 ให้เสียงได้ต่างกัน (ผมเลือกใช้ช่อง 400)
- ไดรฟ์อ่านก็มีคาแรคเตอร์ อย่างไดรฟ์โซนี่ อ่านแผ่นแล้วเสียงก็เป็นแบบโซนี่เลย ใช้ Pioneer เสียงเดินหน้าเล็กน้อย
  ส่วน Panasonic เสียงเนียนถูกใจผมครับ
- อ่านแผ่นโดยผมใช้ Internal Clock กับ External Clock เสียงก็ยังต่างกันอีก รอเทสต์ที่ Poem Audio อีกรอบครับว่าแบบไหนดีกว่า
  ตอนนี้เวลาฟัง เปิด External Clock ได้เสียงเข้ม สมจริง แต่ตอนอ่านแผ่น จะใช้ด้วยดีมั้ย ต้องทดสอบเทียบกันครับ

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #580 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 12:46:38 PM »
อ้างถึง

แผ่นที่ผมใช้เทสต์ก็ของยอดฝีมือกีตาร์ท่านนี้ล่ะครับ





สุดยอดมือกีตาร์อีก Joe นึง ที่ผมชื่นชอบเช่นกันครับ

Joe Bonamassa


ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #581 เมื่อ: 08 เมษายน, 2017, 11:36:03 PM »
อ้างถึง

แผ่นที่ผมใช้เทสต์ก็ของยอดฝีมือกีตาร์ท่านนี้ล่ะครับ





สุดยอดมือกีตาร์อีก Joe นึง ที่ผมชื่นชอบเช่นกันครับ

Joe Bonamassa




ขอบคุณครับ แนะนำมาได้เรื่อยๆเลยนะครับเรื่องเพลง ปกติผมก็หาอ่านบทความนักดนตรี แล้วก็ลองฟังจากยูทููป แผ่นไหนภุกใจก็ไปหาที่ร้าน ่โด เร มี ครับ

เผอิญตอนนี้ได้อุปกรณ์มาอีกชิ้นครับ พรุ่งนี้ทดสอบด่วนที่ Poem Audio แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันครับ กับอุปกรณ์ชิ้นนี้ ้

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #582 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 06:28:08 AM »

ขอบคุณครับ แนะนำมาได้เรื่อยๆเลยนะครับเรื่องเพลง ปกติผมก็หาอ่านบทความนักดนตรี แล้วก็ลองฟังจากยูทููป แผ่นไหนภุกใจก็ไปหาที่ร้าน ่โด เร มี ครับ

เผอิญตอนนี้ได้อุปกรณ์มาอีกชิ้นครับ พรุ่งนี้ทดสอบด่วนที่ Poem Audio แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันครับ กับอุปกรณ์ชิ้นนี้ ้

ถ้าเป็นแนว Jazz ก็ 2 คนนี้ครับ ที่ชอบ



Lee Ritenour




Pat Metheny

บางทีก็งงๆกับตัวเองว่าชอบ rock แต่ก็มาฟัง jazz ด้วย  :headphone

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #583 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:30:38 AM »

ขอบคุณครับ แนะนำมาได้เรื่อยๆเลยนะครับเรื่องเพลง ปกติผมก็หาอ่านบทความนักดนตรี แล้วก็ลองฟังจากยูทููป แผ่นไหนภุกใจก็ไปหาที่ร้าน ่โด เร มี ครับ

เผอิญตอนนี้ได้อุปกรณ์มาอีกชิ้นครับ พรุ่งนี้ทดสอบด่วนที่ Poem Audio แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันครับ กับอุปกรณ์ชิ้นนี้ ้

ถ้าเป็นแนว Jazz ก็ 2 คนนี้ครับ ที่ชอบ



Lee Ritenour




Pat Metheny

บางทีก็งงๆกับตัวเองว่าชอบ rock แต่ก็มาฟัง jazz ด้วย  :headphone

เจ้าของฉายา Captain Fingers ผมก็มีแผ่นเดี่ยวเก็บไว้ครับ
และเสียดายมากที่ออกจาก FourPlay แล้วก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
สไตล์ FourPlay ก็เปลี่ยนไปเลย ผมล่ะเศร้า

ส่วน Pat Metheny มีทั้งอัลบั้มทดลองและอะไรมากมาย ได้รู้จักครั้งแรกจากเพลง "This Is Not America"
จากหนัง The Falcon and the Snowman (1985) ยังไม่ได้ตามต่อเลยครับว่าจะฟังแผ่นไหนดี รบกวนแนะอัลบั้มครับ

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #584 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:57:57 AM »
ส่วน Pat Metheny มีทั้งอัลบั้มทดลองและอะไรมากมาย ได้รู้จักครั้งแรกจากเพลง "This Is Not America"
จากหนัง The Falcon and the Snowman (1985) ยังไม่ได้ตามต่อเลยครับว่าจะฟังแผ่นไหนดี รบกวนแนะอัลบั้มครับ

ผมอาศัยเก็บตกดูจากพวก vdo concert ไม่ได้เก็บแผ่น CD เลยครับ จะเน้นไปทาง home theater ซะเป็นส่วนใหญ่ และไม่มีงบพอจะเล่นแบบ 2 ch. อย่างจริงจังด้วยครับ  :cry2

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #585 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:22:48 PM »
วันนี้ได้ลองอะไรที่ใหม่มากๆครับ



Macbook 3 ตัวนี้ เป็นเครื่องที่ผ่านการทดสอบมาเรื่อยๆครับ
- Macbook Air 2011 ใช้ทดสอบ Thunderbolt 1 ปัจจุบันขายให้ Poem Audio ไปแล้วครับ ทางร้านก็ยังใช้อยู่ถึงปัจจุบัน
- Macbook Pro Retina 13" ใช้ทดสอบมาสองปีกว่า เป็น Thunderbolt 2 ก็ให้คุณภาพเสียงได้เหนือกว่า Macbook Air 2011
  ที่เป็น Thunderbolt 1 อย่างชัดเจนครับ

และล่าสุดผมได้ตัวนี้มาครับ



Macbook Pro Touch Bar 15"
ซึ่งตัวนี้เป็น Thunderbolt 3 ครับ และมีสเปคที่ผมไม่เคยได้ทดสอบมาก่อน
- CPU 4 Core
- Ram 16GB
- SSD ที่เร็วกว่าเดิมมาก
- การ์ดจอ AMD
- Thunderbolt 3

พอร์ท Thunderbolt 3 หน้าตาแบบนี้ครับ ใช้ร่วมกับพอร์ท USB-C



ความเร็ว SSD ของ Macbook Pro ตัวนี้ครับ



และจากการทดสอบฟัง มีผลเครื่องความเร็วเสียงด้วยครับ

งานนี้ไม่เสียงแรงแบกไป Poem Audio ครับ
เทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Thunderbolt 3 ทำให้ผมได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่เกินคาด





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 เมษายน, 2017, 03:36:11 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #586 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:29:37 PM »
Macbook Pro Touch Bar 15"   รุ่นปีไหนครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #587 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:31:48 PM »
Macbook Pro Touch Bar 15"   รุ่นปีไหนครับ

ตัวปัจจุบันที่วางจำหน่ายตอนนี้ครับ
ใช้ตัดวีดีโอ ทำกราฟฟิค รีทัชรูป ฟังเพลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 เมษายน, 2017, 11:28:31 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Valve art

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #588 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 12:41:07 PM »
MacBook Pro รุ่นนี้เสียงทิ้งรุ่นเก่าไปไกลเลยครับ

สอบถามเพิ่มเติม '"ทำไมไม่มีผู้ผลิตDAC แบบ Thunderbolt มาขายกันบ้าง เห็นมีแต่ USB" โดยส่วนตัวคิดว่า Thunderbolt ส่งข้อมูลได้เร็วและดีกว่ามาก"
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #589 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 03:33:49 PM »
MacBook Pro รุ่นนี้เสียงทิ้งรุ่นเก่าไปไกลเลยครับ

สอบถามเพิ่มเติม '"ทำไมไม่มีผู้ผลิตDAC แบบ Thunderbolt มาขายกันบ้าง เห็นมีแต่ USB" โดยส่วนตัวคิดว่า Thunderbolt ส่งข้อมูลได้เร็วและดีกว่ามาก"

USB DAC ไม่ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร ผลิตจำหน่ายได้เลย
Firewire ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร
Thunderbolt
- ชิป Controller ราคาสูงครับ
- สาย Thunderbolt ก็แพงครับ เพราะมีวงจรคอนโทรลเลอร์ในสายด้วย
- ใช้กับ Mac เป็นหลัก เพราะเป็นพอร์ทมาตราฐานสำหรับ Mac ไปแล้ว

Thunderbolt ตอนนี้จึงมีแต่ Audio Interface ระดับมืออาชีพที่ผลิตออกมาครับ
อย่าง Apogee Element 24 ของผม เป็น Thunderbolt 1  ปัจจุบันเป็น Thunderbolt 3 กันแล้ว
ราคาชิปรุ่นเก่าน่าจะลงมา จึงผลิตจำหน่ายได้ในราคาแค่สองหมื่นกว่าครับ ส่วนรุ่นใหญ่ๆ ขยับไป Thunderbolt 2 แล้วครับ


ออฟไลน์ Valve art

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #590 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 06:43:19 PM »
การต่อการใช้งาน Daisy Chain เทียบกับการต่อแบบแยก แบบใหนให้เสียงดีกว่ากันครับ กำลังจะไปต่อ Caldigit TS3 หรือจะหยุดที่ใช้ Thunderbolt 3 ที่มีอยู่ 4 ช่องดี
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #591 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 08:46:47 PM »
การต่อการใช้งาน Daisy Chain เทียบกับการต่อแบบแยก แบบใหนให้เสียงดีกว่ากันครับ กำลังจะไปต่อ Caldigit TS3 หรือจะหยุดที่ใช้ Thunderbolt 3 ที่มีอยู่ 4 ช่องดี

บน Thunderbolt ยงไม่ได้ทดสอบครับ เคยทดสอบบน Firewire ซึ่งเสียงแตกต่างกันตามยี่ห้อครับ เช่น อย่าง Apogee Ensemble ให้พ่วงผ่าน HDD ได้เสียงเข้มขึ้น
แต่อย่าง TC Electronic Connect 48 ถ้าพ่วงผ่านเครื่องจนอยู่ปลายทาง เสียงจะบางลงครับ เลยต้องต่อแยกไว้ใกล้ๆ

* ผมก็ว่าจะขาย Caaldigit Thunderbolt Station 2 ครับ อาจหาตัวแปลง Thunderbolt 3 to eSATA มาใช้แทนถ้าเอาประหยัดหน่อย
ไม่งั้นก็ต้อง Caaldigit Thunderbolt Station 3 เพราะยี่ห้อนี้ เสียงเข้มและทำได้ดีในทุกๆย่านความถี่ครับ

ออฟไลน์ Valve art

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #592 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 10:00:01 PM »
ตอนนี้ผมวาง Configuration ไว้บ้าง แต่คงมองไปที่ Thunbolt 3 เป็นหลักถึงแม้ Thunderbolt 2 ราคาลดลงอย่างน่าสนใจ รอสินค้าออกขายอย่างเป็นทางการ มีอยู่สองตัวเลือกที่น่าใจครับ

Caldigit

http://www.caldigit.com/thunderbolt-3-dock/thunderbolt-station-3/


OWC

https://eshop.macsales.com/preorder/owc-thunderbolt-3-dock/

ไม่มีประสบการณ์การใช้งานทั้งสองตัวตอนนี้หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ครับ
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #593 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 10:39:08 PM »
ตอนนี้ผมวาง Configuration ไว้บ้าง แต่คงมองไปที่ Thunbolt 3 เป็นหลักถึงแม้ Thunderbolt 2 ราคาลดลงอย่างน่าสนใจ รอสินค้าออกขายอย่างเป็นทางการ มีอยู่สองตัวเลือกที่น่าใจครับ

Caldigit

http://www.caldigit.com/thunderbolt-3-dock/thunderbolt-station-3/


OWC

https://eshop.macsales.com/preorder/owc-thunderbolt-3-dock/

ไม่มีประสบการณ์การใช้งานทั้งสองตัวตอนนี้หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ครับ


ผมก็ขอเลือก Caldigit ครับ เพราะ Thunderbolt Station 2 เสียงดีที่สุดตั้งแต่้ผมได้ลองหลายๆวิธีกับ HDD Thunderbolt ครับ
Thunderbolt Station 3 ก็น่าจะดีขึ้นอีก เพราะ Maacbook Pro 2016 ของผมเสียงก็เหนือกว่า Macbook Pro 2014 ไปมากครับ ด้วยประสิทธิภาพ Thunderbolt 3



ทดสอบแล้วครับ คราวนี้ต่อแยก Apogee Element 24 ตรงเข้า Macbook Pro 2016 ส่วน Thunderbolt Station2 ต่อแยกอีกช่องเพื่อต่อเข้ากับ eSATA HDD
ผลคือ ต่อแยกแล้ว เสียงสดกว่าครับ (มากในระดับที่ฟังออกตั้งแต่เสียงแรกที่กด Play) ผมก็ยังเหลือพอร์ท Thunderbolt 3 อีกช่องไว้ต่อ ODD เมื่อกี้ก็ทดสอบแล้วครับ
ใช้ Thunderbolt to Firewire Adapter ต่อเข้ากับ Thunderbolt 3 to Thunderbolt 2 Adaapter ใช้งานได้ปกติไม่มีปัญหาครับ เร็วดีเสียด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 เมษายน, 2017, 11:14:30 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #594 เมื่อ: 11 เมษายน, 2017, 11:21:39 PM »
ปรบระบบอีกครั้ง คราวนี้ก็ทันยุคทันสมัยหน่อยด้วย Thunderbolt 3 เป็นพอร์ทสำหรับงานเพลงและงานตัดต่อเพื่อให้ทันยุคสมัย 4K,6K ครับ

ต่อแบบพื้นฐานก็ตามภาพนี้ครับ เก็บเพลงใน Macbook Pro (ผมมีพื้นที่ SSD 512GB) ใช้แค่ Apogee Element 24 กับ Active Direct Box ก็ต่อเข้าแอมป์ที่เป็นแบบ RCA ได้แล้ว
แต่ถ้าเป็นแอมป์แบบ XLR ก็ต่อ Apogee Element 24 เข้าโดยตรงด้วยสาย XLR ได้เลยครับ




แต่พื้นที่ 512GB ไม่พอสำหรับผมแน่ เพราะเครื่องต้องใช้ตัดวีดีโอด้วยครับ ก็ต่อเพิ่ม HDD แต่ผมดันไม่ได้ใช้ HDD  Thunderbolt แต่ใช้เป็น eSATA
เลยต้องมี Caldigit Thunderbolt Station 2 มารับหน้าที่ แปลง eSATA เป็น Thunderbolt ครับ




ทีนี้จะอ่านแผ่นด้วย ก็ต้องต่อไดรฟ์ครับ แต่ต่อ SuperDrive ของ Mac ที่เป็น USB เสียงก็พอฟังได้ แต่ถ้าผมพอใจที่ "พอฟังได้" คงไม่ลำบากมาเล่น Firewire จนกลายเป็น
Thunderbolt แบบนี้ครับ  จึงต้องหาไดรฟ์แบบ Firewire มาต่อ (ไดรฟ์แบบ Thunderbolt ที่ผมหาเจอ มียี่ห้อเดียว ราคาหมื่นกว่าบาท ยังไม่มีงบครับ)




แต่ผมก็ยังไม่สาแก่ใจครับ ในเมื่อ Apogee Element 24 ต่อ Clock แยกได้ ก็หามาใส่ซะ





ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #595 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 06:36:03 AM »
คุญ GuUMTAM ช่วยลองระบบที่งายที่สุดให่ด้วยสิครับ

Macboob+เพลงอัดไว่ในนี้แล้ว   -----digital out ------->digital amp --->Spk

ผู่นิยมควมง่ายทัไมามักง่ายกำลังติดตามศึกษาครัย
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ GUNTAM

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #596 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 08:29:43 AM »
คุญ GuUMTAM ช่วยลองระบบที่งายที่สุดให่ด้วยสิครับ

Macboob+เพลงอัดไว่ในนี้แล้ว   -----digital out ------->digital amp --->Spk

ผู่นิยมควมง่ายทัไมามักง่ายกำลังติดตามศึกษาครัย


ก็ USB ครับ สะดวกสุด
ก็ใช้ Adapter USB to COAX ครับ แล้วก็ใช้สาย COAX เข้าดิจิตอลแอมป์
ถ้าเป็น Macbook Pro Retina หรือรุ่นอื่นๆ ก่อนรุ่น 2016 ก็ต่อ USB ตรงครับ
ถ้าเป็น Macbook Pro 2016 ก็จะมีแต่พอร์ท Thunderbolt 3 / USB-C ต้องใช้ Adapter แปลงครับ

ถ้าจะออกสัญญาณเป็น COAX ผ่าน Thunderbolt ก็มี Focusrite Clarett 4Pre ครับ https://global.focusrite.com/thunderbolt-audio-interfaces/clarett-4pre
ต่อสัญญาณจาก Macbook Pro เข้าพอร์ท Thunderbolt และออกเป็น COAX



วิธีนี้เกิดจากตอนที่ผมเอา M-Audio ไปทดสอบ แล้วเสียงมันบางครับ (ตอนนั้นผมไม่ทราบเรื่องความต้านทานเอาท์พุทของ M-Audio เลยใช้วิธีนี้แทน ก็ฟังดีครับ
แต่ขาร๊อคอย่างผมไม่ถูกใจครับ เพราะเสียงจะช้าลง และจากที่ทดสอบกับ TC Electronic Konnekt 48 ไม่สามารถส่งออก COAX ที่ 192 ได้ครับ แถมตอนนี้ผมย้ายมาฟังที่ 176.4
การใช้ COAX สำหรับผมก็ถือว่าต้องยุติไปครับ)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 เมษายน, 2017, 08:51:01 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,785
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #597 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 09:49:53 AM »
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองตัวนี้มั่งจังครับ



http://www.htg2.net/index.php/topic,93413.0.html

Audiophile Features

Audiophile-grade audio DAC: Enjoy audio quality of the famous ESS SABRE32 Reference DAC (ES9018K2M)
Dual audio output: Use standard stereo RCA connectors or balanced XLR connectors
XLR balanced stereo output: Use professional ultra-low-noise analog audio connection
Galvanically isolated connectors: Benefit from reduced noise and jitter on all S/PDIF digital audio connectors
Audio inputs: Use Duo 4K as a high-quality audio DAC by connecting external digital audio sources via S/PDIF or USB (optionally)

อยากรู้ว่า ในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro แต่ประสิทธิภาพเรื่องเสียงจะได้ในระดับไหนครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 เมษายน, 2017, 09:53:19 AM โดย Too' Ninja »

ออฟไลน์ Malako

Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #598 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 10:02:58 AM »
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองตัวนี้มั่งจังครับ



http://www.htg2.net/index.php/topic,93413.0.html

Audiophile Features

Audiophile-grade audio DAC: Enjoy audio quality of the famous ESS SABRE32 Reference DAC (ES9018K2M)
Dual audio output: Use standard stereo RCA connectors or balanced XLR connectors
XLR balanced stereo output: Use professional ultra-low-noise analog audio connection
Galvanically isolated connectors: Benefit from reduced noise and jitter on all S/PDIF digital audio connectors
Audio inputs: Use Duo 4K as a high-quality audio DAC by connecting external digital audio sources via S/PDIF or USB (optionally)

อยากรู้ว่า ในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro แต่ประสิทธิภาพเรื่องเสียงจะได้ในระดับไหนครับ



อ่านสเปคแล้วน่าลองไม่น้อยครับ ได้ทั้งดูหนังและฟังเพลง  เสียงคงดีกว่า หรือด้อยกว่า Mac ต้องลองสถานเดียว

อย่างไรก็ตาม ง่ายที่สุด สั้นที่สุด  Mac แพ้ตั้งแต่ยกแรกครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #599 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 10:04:50 AM »
คุญ GuUMTAM ช่วยลองระบบที่งายที่สุดให่ด้วยสิครับ

Macboob+เพลงอัดไว่ในนี้แล้ว   -----digital out ------->digital amp --->Spk

ผู่นิยมควมง่ายทัไมามักง่ายกำลังติดตามศึกษาครัย


ก็ USB ครับ สะดวกสุด
ก็ใช้ Adapter USB to COAX ครับ แล้วก็ใช้สาย COAX เข้าดิจิตอลแอมป์
ถ้าเป็น Macbook Pro Retina หรือรุ่นอื่นๆ ก่อนรุ่น 2016 ก็ต่อ USB ตรงครับ
ถ้าเป็น Macbook Pro 2016 ก็จะมีแต่พอร์ท Thunderbolt 3 / USB-C ต้องใช้ Adapter แปลงครับ

ถ้าจะออกสัญญาณเป็น COAX ผ่าน Thunderbolt ก็มี Focusrite Clarett 4Pre ครับ https://global.focusrite.com/thunderbolt-audio-interfaces/clarett-4pre
ต่อสัญญาณจาก Macbook Pro เข้าพอร์ท Thunderbolt และออกเป็น COAX



วิธีนี้เกิดจากตอนที่ผมเอา M-Audio ไปทดสอบ แล้วเสียงมันบางครับ (ตอนนั้นผมไม่ทราบเรื่องความต้านทานเอาท์พุทของ M-Audio เลยใช้วิธีนี้แทน ก็ฟังดีครับ
แต่ขาร๊อคอย่างผมไม่ถูกใจครับ เพราะเสียงจะช้าลง และจากที่ทดสอบกับ TC Electronic Konnekt 48 ไม่สามารถส่งออก COAX ที่ 192 ได้ครับ แถมตอนนี้ผมย้ายมาฟังที่ 176.4
การใช้ COAX สำหรับผมก็ถือว่าต้องยุติไปครับ)



แอบมาอ่านเม้นท์คุณหมอฯ อิๆๆ หมอไปไกลแล้วมั้งครับ

สำหรับท่านมือใหม่ ตัวแปลง usb-coax บางตัวเรียก digital interface บางตัวเรียก digital to digital converter แล้วแต่การดีไซน์มาใช้งานอะไรเป็นหลัก ในตลาด มีตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนเป็นหมื่น ๆ ครับ คุณภาพก็ต้องเลือกเอา บางตัว matching ได้เข้าหู อาจจะไม่แพง แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นจำใจจ่ายแพง
Simple is my Way