ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 255732 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #94 เมื่อ: 13 มีนาคม, 2014, 03:13:24 PM »
อัพเดทล่าสุดกับ App "BitPerfect" เป็นเวอร์ชั่น 2.0 รองรับการเล่นไฟล์ DSD ครับ เป็น App ทีซื้อได้ใน App Store ของ Apple เลย ราคาไม่แพงและมีอัพเดทเรื่อยๆ
คุณภาพเสียงดีขึ้นอย่างชัดเจนมาก หลังจากอัพเดทครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #93 เมื่อ: 21 กุมภาพันธ์, 2014, 12:22:36 AM »
รอฟังอัพเดทอีกครับ

มอเตอร์ เป็นตัวสร้างสัญญาณรบกวนได้มาก แต่มันก็เป็นแกนของ HDD ครับ เรียกว่าจุดที่เก็บข้อมูลดันสร้างสัญญาณรบกวนซะเอง และสิ่งสำคัญคือจังหวะการส่งข้อมูลครับ ถึงได้เกิดการส่ง Firewire เพื่อคุมจังหวะให้ภาพและเสียงในวีดีโอซิงค์ตรงกัน รวมถึงตำแหน่งเครื่องดนตรีที่วางไว้ในการตัดเพลง ไม่ให้เลื่อนออกไป ผมจึงทดสอบว่ารอบหมุน HDD ที่มากถึง 7200rpm ถ้าลองดูดซับการสะท้อนโดยการวางบนพื้นผิวต่างๆ รวมถึงวางบนเดือยแหลม หรือวางบนแท่นซับแรงสั่นสะเทือนจะมีการเปลี่ยนแปลงกับจังหวะการส่งสัญญาณ และมีผลกับเสียงหรือไม่ ปรากฏว่ามันมีครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #92 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2014, 10:44:51 PM »
รอฟังอัพเดทอีกครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #91 เมื่อ: 20 กุมภาพันธ์, 2014, 06:40:14 PM »
All about HiFi คืออะไร

กลุ่มใน Facebook ของคุณธานีครับ

ผมแอบไปทำแท่นลดแรงสั่นสะเทือน เอามาวาง Mac mini กับ External HDD ได้ผลด้านบวกพอควร





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กุมภาพันธ์, 2014, 06:42:37 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ pcherd1

  • ****
  • กระทู้: 259
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #90 เมื่อ: 04 มกราคม, 2014, 09:22:41 PM »
All about HiFi คืออะไร

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: 05 พฤศจิกายน, 2013, 05:53:19 PM »
ไม่มี firewire มีแต่ USB DSD ถ้าผ่านไปแถวๆ นั่้นอีกจะแวะเอาไปให้ลองครับ กำลังบ้าเก็บไฟล์ DSD  ;D

ต้องรบกวนนำไฟล์ DSD มาด้วยครับ ไม่งั้นจะเสียเปรียบ DAC Firewire มาก
ที่ Poem ไม่มีไฟล์ DSD เลยครับ

*iTunes ออกอัพเดทสำหรับ 10.9 อีกครั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤศจิกายน, 2013, 01:28:05 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,901
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน, 2013, 11:44:40 PM »
ไม่มี firewire มีแต่ USB DSD ถ้าผ่านไปแถวๆ นั่้นอีกจะแวะเอาไปให้ลองครับ กำลังบ้าเก็บไฟล์ DSD  ;D
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: 04 พฤศจิกายน, 2013, 11:34:59 PM »
เพิ่งอัพ X Mavericks เมื่อวานนี้ครับ MacAirของผมประหยัดแบตมากๆยังกับคนละเครื่อง
ที่ชัดเจนมากสำหรับผม คือ ผมใช้ Microsoft Office for Mac วันนี้ใช้งาน powerpoint ได้ราบรื่นมาก
มากกว่าใช้งานทางฝั่งวินโดว์เองซะอีกครับ (เครื่องผมลง 2 OS)
ใครยังไม่ได้อัพไม่ต้องลังเลครับ แต่ไฟล์ใหญ่หน่อยครับ กว่า 5 Gb

คุณ GUNTAM กลับมาแล้ว
ขอถามคำถามเดิมอีกทีครับ คือการใช้ superdrive ในการริปเพลงจากแผ่น
แล้ว superdrive ต่อเข้า MacAir ผ่าน USB มันเลี่ยงไม่ได้ครับที่จะใช้ USB
ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากริป แตกต่างจากการริปโดย iMac มั้ยครับ
ขอบคุณครับ

วิ่ง SATA vs USB วิธีส่งข้อมูลมันต่างกันครับ แน่นอนว่า SATA ดีกว่า แต่ผมก็ยังไม่ได้เทียบเรื่องเสียงจะๆ เพราะมันบังคับใช้ไดรฟ์ USB จริงๆ อย่าง Macbook Pro ตัวใหม่ก็ไม่มีไดรฟ์แล้ว iMac ตัวใหม่ก็ไม่มี ไม่เหลือเครื่องที่มีไดรฟ์ในตัวแล้วครับ
แต่ผมชดเชยโดยริปเพลงไปลงบน Firewire External HDD เลยครับ เพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นแบบ Isochronous คือคุมสัญญาณนาฬิกาไว้กันความผิดพลาด

ที่ไม่ค่อยได้โพสเพราะบางที่ก็ไปคุยในเฟส All about HiFi บางทีก็ติดทำเครื่อง Mac (ลง 10.9)ให้ลูกค้า Poem ครับ และมี DAC USB ยกมาประลองอยู่เรื่อยๆครับ

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: 03 พฤศจิกายน, 2013, 02:58:29 PM »
เพิ่งอัพ X Mavericks เมื่อวานนี้ครับ MacAirของผมประหยัดแบตมากๆยังกับคนละเครื่อง
ที่ชัดเจนมากสำหรับผม คือ ผมใช้ Microsoft Office for Mac วันนี้ใช้งาน powerpoint ได้ราบรื่นมาก
มากกว่าใช้งานทางฝั่งวินโดว์เองซะอีกครับ (เครื่องผมลง 2 OS)
ใครยังไม่ได้อัพไม่ต้องลังเลครับ แต่ไฟล์ใหญ่หน่อยครับ กว่า 5 Gb

คุณ GUNTAM กลับมาแล้ว
ขอถามคำถามเดิมอีกทีครับ คือการใช้ superdrive ในการริปเพลงจากแผ่น
แล้ว superdrive ต่อเข้า MacAir ผ่าน USB มันเลี่ยงไม่ได้ครับที่จะใช้ USB
ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากริป แตกต่างจากการริปโดย iMac มั้ยครับ
ขอบคุณครับ
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: 24 ตุลาคม, 2013, 01:17:02 PM »
ในที่สุดก็ไม่วางจำหน่าย แต่แจกฟรี สำหรับท่านที่มี Apple ID ก็เข้าไปอัพเกรดได้เลยใน App Store ซึ่งตัวใหม่นี้เขียนเป็น App เมื่อโหลดแล้วจะอยู่ใน Application แค่ดับเบิลคลิ๊กติดตั้ง รีสตาร์ทหนึ่งครั้ง และรออีกครึ่งชั่วโมงก็ได้เป็น OSX 10.9 ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิมมาก ทั้งเร็วขึ้น แบตอึดขึ้น เสียงดีขึ้น ภาพดีขึ้นขนิดเห็นได้ตั้งแต่บูทเข้า Desktop



คุณภาพเสียงทำได้เหนือกว่าในรุ่นที่แล้วอย่าง 10.8 มาก ทั้งความสะอาด รายละเอียด ความต่อเนื่อง ความเข้ม Attack เรียกว่าดีกว่าหมด รวมถึงเมื่ออัพเดท iTunes ตัวล่าสุดแล้วยิ่งดีขึ้นไปอีก งานนี้เรียกว่าไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรนอกจากค่าไฟ ค่าอินเตอร์เนท เสียงก็ดีขึ้นแบบพลิกฝ่ามือแล้วครับ



จริงๆไม่อยากเรียกของฟรี แต่มีไว้ให้สำหรับคนใช้ Mac เท่านั้น แต่ในหน้าอัพเดทมันก็ขึ้นให้ Install ได้เลย ขนาดประมาณ 5GB ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ตุลาคม, 2013, 04:02:59 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: 14 ตุลาคม, 2013, 03:30:36 PM »
Mac mini เตรียมเอาไปส่งเพื่อนที่ Apple สำหรับใส่ SSD ของ Samsung ที่จะให้เสียงได้สงัดกว่า HDD แบบจานหมุนมาก (ทดสอบโดยใช้ Macbook air เปิดเทียบกับ Mac mini 2010 แล้วเสียงห่างชั้นกันมาก แต่พอใส่ SSD ใน Mac mini ก็ให้ความสะอาดและคมชัดเหมือน Macbook air ครับ) ใส่แค่ 120GB สำหรับลง OSX และโปรแกรมที่ใช้งานก็พอแล้วครับ ไฟล์เพลงเก็บใน External HDD แบบจานหมุนได้ เพราะมันสำคัญตรงที่โปรแกรมทีอ่าน มันอยู่บน SSD หรือจานหมุน และ 120GB ก็ไม่พอเก็บเพลงแน่นอนครับ อย่างน้อยต้องมี 2TB และเตรียมลง OSX 10.9 ที่น่าจะวางจำหน่ายวันที่ 22 เดือนนี้ครับ


ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: 07 ตุลาคม, 2013, 07:33:36 PM »
ขอบคุณ มากครับ  ตามอ่านตลอด  แต่บอกตรง ๆ ผมไม่ค่อยมีความรู้ อ่านแล้วยังงง  ผมขออณุญาติ คุณ  guntam  ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมขอโทรไปปรึกษาบ้างน่ะ  กำลังสนใจเริ่มต้นหัดเล่น และ กำลังจะลงมือค่อย ๆ ซื้ออุปกรณ์ ครับผม

PM เบอร์มือถือไปแล้วครับ ถ้าอยากทดลองฟังเชิญได้ที่ Poem ที่ซอยกันตนาครับ ขอเป็นนัดเวลากันก่อนนะครับ
วิธีเล่นก็เหมือน DAC USB ครับ แค่เปลี่ยนมันเป็น Firewire แต่มีเรื่องการเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ และตัว HDD มีผลกับคุณภาพเสียงด้วยครับ ต้องใช้ HDD เป็น Firewire เท่านั้นเลยครับ ลองเปลี่ยน HDD ต่อเป็น USB ใช้สาย Nordost เส้นละเกือบสองหมื่นก็สู้ใช้ Firewire HDD ใช้สายเส้นละพันกว่าบาทไม่ได้ครับ


ฮูยยยยยยยยยยยยยย  น่าไปเยี่ยมชม และฟังจัง    ใช้ลำโพง NHT ด้วยแฮะ 
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: 07 ตุลาคม, 2013, 05:00:03 PM »
ขอบคุณ มากครับ  ตามอ่านตลอด  แต่บอกตรง ๆ ผมไม่ค่อยมีความรู้ อ่านแล้วยังงง  ผมขออณุญาติ คุณ  guntam  ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมขอโทรไปปรึกษาบ้างน่ะ  กำลังสนใจเริ่มต้นหัดเล่น และ กำลังจะลงมือค่อย ๆ ซื้ออุปกรณ์ ครับผม

PM เบอร์มือถือไปแล้วครับ ถ้าอยากทดลองฟังเชิญได้ที่ Poem ที่ซอยกันตนาครับ ขอเป็นนัดเวลากันก่อนนะครับ
วิธีเล่นก็เหมือน DAC USB ครับ แค่เปลี่ยนมันเป็น Firewire แต่มีเรื่องการเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบ และตัว HDD มีผลกับคุณภาพเสียงด้วยครับ ต้องใช้ HDD เป็น Firewire เท่านั้นเลยครับ ลองเปลี่ยน HDD ต่อเป็น USB ใช้สาย Nordost เส้นละเกือบสองหมื่นก็สู้ใช้ Firewire HDD ใช้สายเส้นละพันกว่าบาทไม่ได้ครับ

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: 07 ตุลาคม, 2013, 03:04:35 PM »
ขอบคุณ มากครับ  ตามอ่านตลอด  แต่บอกตรง ๆ ผมไม่ค่อยมีความรู้ อ่านแล้วยังงง  ผมขออณุญาติ คุณ  guntam  ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมขอโทรไปปรึกษาบ้างน่ะ  กำลังสนใจเริ่มต้นหัดเล่น และ กำลังจะลงมือค่อย ๆ ซื้ออุปกรณ์ ครับผม

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: 05 ตุลาคม, 2013, 10:41:26 PM »


พอดียุ่งๆอยู่ครับ มีเครื่องให้ลองทั้งหมดตามในภาพแล้ว Weiss เป็นของลูกค้า Poem ที่มาลองฟังระบบ Firewire แล้วถูกใจเลยถอย Weiss มือสองมาเล่นกับ DAC ของ Poem ครับ ทั้งสี่ตัวที่เห็นก็มีสไตล์เสียงต่างกันครับ ตัวของผมคือ Motu ที่วางอยู่ใต้ Weiss ครับ ลองมาคือ FocusRite และตัวล่างสุดคือ TC Electronic ครับ



ปกติเวลาเทสต์ใช้ลำโพงใหญ่ครับ คือใช้ลำโพงเล็กสองทางจะเห็นความต่างเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าใช้ลำโพง 3 ทางขึ้นไป แสดงความต่างได้ตั้งแต่หัวเพลงครับ อย่างล่าสุดมี Merridian DAC ที่เป็นทรงรีๆ ประมาณสองหมื่นกว่าบาทมาลอง ใส่สาย AudioQuest Forest เสียงก็ใช้ได้ แต่ยังเล่นเพลงยากๆไม่ไหว เปลี่ยนเป็นสาย Nordost BlueHeaven USB เสียงดีทีเดียว แต่ก็ไม่เหนือกว่า Firewire Audio ที่ใช้สาย Firewire หลักร้อยบาท ที่เล่นเพลงจังหวะยากๆได้สบายครับ

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: 27 กันยายน, 2013, 07:25:30 AM »
ตอนนี้พยายามใช้ iMac ในการริปอย่างเดียวละครับ ตัดปัญหา
แผ่นซีดีมีคนมาติดต่อขอเหมาแล้วด้วยครับ ต้องรีบ
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: 23 กันยายน, 2013, 03:36:20 PM »
จขกท  หายไปไหนนานแล้ว มาอัพเดทอะไรใหม่ ๆ ด้วยคร้าบบบบบบบบบ รออ่านนนนนนอยู่นะครับ   :yahoo

ตอบ คห ข้างบน  การริปมันมีหลายปัจจัยมากครับ แต่ทุกอย่างมีผลต่อเสียงหมดครับ เป็นไปได้ผ่าน firewire น่าจะดีกว่าครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: 30 สิงหาคม, 2013, 09:18:27 AM »
เราRipเพลงจากแผ่นซีดีโดยใช้ superdrive <---USB2---> Macbook Air
แบบนี้ผมก็ต้องใช้USB
ผลลัพธ์ที่ได้ในHDD Storage ของเราจะแตกต่างจากการ Ripโดยใช้ iMac มั้ยครับ
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2013, 08:48:50 PM »
ช่วยท้วงนะครับเดี๋ยวลูกค้าท่านจะเข้าใจผิด  ตรง up bitrate เป็น 24 หรือ 32 bits  จริงๆ มันเรียกว่า word length หรือ resolution นะครับ (หน่วยเป็น bit) ไม่ใช่ bitrate (หน่วยเป็น Kbps) นะครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2013, 02:21:04 PM »
ขอเก็บภาพล่าสุดนี้ไว้นะครับ คนเขียน เขียนภาพเขียนได้ดีมากเลย

แต่ขออนุญาตเสนอความเห็นนิดนึงนะครับ    ตรงด้านขวาของภาพ  เส้นทางของสัญญานออกจาก mac mini มายัง  Firewire Audio ที่สามารถเลือกอุปกรณ์ Firewire Audio Interface ได้อีก 5 ชนิด  

ตรงนี้ ถ้าท่านใด ไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ firewire ได้ทั้งระบบ รวมทั้ง mac mini รุ่นใหม่ ก้ไม่มี firewire port ซะแล้ว กลายเป็น thunderb. ไปแล้ว ถึงจะมี adapter firewire ให้ใช้ แต่คำถามของนักฟังที่จริงจังคือ adapter ตัวนี้ มันคุณภาพแค่ไหน ???

ทางเลือกอันนึงตรงนี้ก็คือ  เราสามารถ ใช้ usb2.0 cable นำสัญญานขาออกจาก mac mini ไปเข้าตัว digital interface (ไม่จำเป็นต้อง firewire digital interface ก็ได้นะครับ)  เพื่อแปลงสัญญานไปวิ่งบนสาย digital coax/xlr แทน เพื่อไปเข้า DAC เหมือนในภาพ   อย่างของผมเอง ใช้ตัว digital interface ของเยอรมัน ตัวเล็ก ๆ ประมาณเท่ากล่องใสพระเครื่อง/เหรียญ  เอาสัญญานออกจาก  mac ด้วยสาย usb มาเข้ากล่องนี้ แล้วต่อสาย digital coax ไปเข้า DAC  คุณภาพเสียงของผม เท่าที่ลองเทียบต่อฟังด้วยสาย firewire เข้า W. 202 ตรง (โดยอ่านไฟล์จาก SSD) พบว่า เสียงคุณภาพไม่ได้หนีกันมากเลย ได้เสียงคนละแนวแล้วแต่จะชอบแบบไหนครับ  และตรงนี้ ยังสามารถ fine tune แนวเสียงได้จากการเลือกใช้ สาย usb/coax แต่ละยี่ห้อ/รุ่นด้วยครับ ซึง่ง่ายกว่าการจูนด้วย firewire ที่หาของยาก

ที่ขออนุญาตแนะนำแบบนี้ เพราะว่า สินค้า firewire ในตลาดมันมีให้เลือกหาค่อนข้างลำบากครับ   อ้อ สิ่งที่ผมพบอย่างนึงคือ ข้อมูลจาก external drive ที่เก็บเพลงที่จะส่งเข้าไปยัง mac mini เทียบกันระหว่าง usb interface กับ firewrie interface  บอกได้เลยว่า อย่างหลังเสียงน่าฟังกว่าเยอะครับ  ให้ผลมากกว่าช่วงจาก mac mini ไปยัง DAC ครับ



ผมใช้ Macbook Air ไม่มีพอร์ท Firewire ครับ แปลงจาก Thunderbolt ไม่เคยเจอปัญหาอะไร ผมก็สงสัยว่าเสียงเหมือนกันมั้ย เลยเอา Macbook Pro ลองต่อกับ Apogee ผ่านทั้งทาง Thunderbolt และ Firewire ไม่พบความต่างของเสียงครับ  ส่วน Firewire ที่ลงไว้คือเป็นตัวที่ได้ซื้อมาแล้วและเทสต์ที่ Poem เรียบร้อยครับ จริงๆยังมีอีกมา ดูได้ที่ http://www.kimlengstudio.com/vmchk/Firewire/View-all-products.html

คือระบบ Firewire ใช้เป็นมาตราฐานห้องอัดมากว่า 10 ปีครับ ถามคนห้องอัดรู้จักกันหมด ถามคนเล่นเครื่องเสียงบ้านก็จะไม่รู้จัก ระบบที่ผมประกอบขึ้นมาตอนนี้คือ ใช้ Firewire ที่มีคุณภาพแบบมาตราฐาน คือให้เสียงได้เป็นกลาง คมชัด เรียกว่ามี Charactor แต่ไม่ Color มาประกอบกับเครื่องเสียงบ้านที่เป็น Color

และสิ่งที่ต่างกันมากคือ Isochronous กับ Asynchronous ครับ ปกติห้องอัดใช้ Isochronous แต่ผมเห็น DAC USB จะเล่นแบบ Asynchronous ที่เป็น USB แบบ Isochronous ก็พอมีให้เห็นบ้าง
ผมมี Motu Ultralite MKIII Firewire/USB แน่นอนว่าต่อ Firewire ทำงานเป็น Isochronous เป็นหลัก โดยในสาย Firewire จะมีเส้นสัญญาณอีก 1 คู่ ที่ทำหน้าที่ส่ง Address ของไฟล์ ทำให้การส่งข้อมูลเป็นแบบ Real Time อ่านจากหัวไฟล์จนถึงท้ายไฟล์แบบเป็นลำดับ และส่งถึงปลายทางด้วยจังหวะที่เท่ากันตลอดการส่งเพราะอุปกรณ์ Firewire จะจองช่องทองสำหรับไฟล์ที่ต้องการส่งไว้แต่แรก ห้องกันการถูกรบกวนจากการทำงานอื่น การส่งไฟล์แบบเรียงลำดับหน้าไปหลัง เรียกว่าเป็นการส่งที่คล้าย Analog มากครับ เหมือนการอ่านเทป หรือแผ่นเสียง

ส่วน USB ทำงานแบบ Asynchronous เป็นหลัก สาย USB มี 4 เส้น คือข้อมูลหนึ่งคู่ ไฟเลี้ยงอีกหนึ่งคู่ ผิดกับ Firewire400 ที่มีสัญญาณนาฬิกาเพิ่มมาอีก 1 คู่  USB ส่งไฟล์ไปที่ปลายทางโดยไม่เรียงลำดับ ไปประกอบกันที่ปลายทาง โดยการแทรกบิทไปเป็นช่วงๆ และค่อยตรวจเช็คความผิดพลาด

ส่วนใบข้างบนนั่น ผมทำให้ลูกค้าที่ Poem ที่หันมาเล่น Firewire กันครับ เพราะมาฟังแล้วถูกใจกัน และค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป แค่ซื้อตัว Firewire เข้าไปแทนสาย USB ที่ต้องซื้อเส้นละหมื่นกว่าบาทถึงได้คุณภาพออกมาดี เทียบกันแล้วกับซื้อ Focusrite Saffire Pro14 ที่ราคาแ 8400 บาท สาย Firewire อีกพันกว่าบาท และสาย Coax รวมราคาแล้วพอๆกับสาย USB ดีๆ แต่อันนี้คุณภาพเสียงเหนือกว่ามากด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 สิงหาคม, 2013, 02:25:27 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2013, 11:30:35 AM »
ขอเก็บภาพล่าสุดนี้ไว้นะครับ คนเขียน เขียนภาพเขียนได้ดีมากเลย

แต่ขออนุญาตเสนอความเห็นนิดนึงนะครับ    ตรงด้านขวาของภาพ  เส้นทางของสัญญานออกจาก mac mini มายัง  Firewire Audio ที่สามารถเลือกอุปกรณ์ Firewire Audio Interface ได้อีก 5 ชนิด 

ตรงนี้ ถ้าท่านใด ไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์ firewire ได้ทั้งระบบ รวมทั้ง mac mini รุ่นใหม่ ก้ไม่มี firewire port ซะแล้ว กลายเป็น thunderb. ไปแล้ว ถึงจะมี adapter firewire ให้ใช้ แต่คำถามของนักฟังที่จริงจังคือ adapter ตัวนี้ มันคุณภาพแค่ไหน ???

ทางเลือกอันนึงตรงนี้ก็คือ  เราสามารถ ใช้ usb2.0 cable นำสัญญานขาออกจาก mac mini ไปเข้าตัว digital interface (ไม่จำเป็นต้อง firewire digital interface ก็ได้นะครับ)  เพื่อแปลงสัญญานไปวิ่งบนสาย digital coax/xlr แทน เพื่อไปเข้า DAC เหมือนในภาพ   อย่างของผมเอง ใช้ตัว digital interface ของเยอรมัน ตัวเล็ก ๆ ประมาณเท่ากล่องใสพระเครื่อง/เหรียญ  เอาสัญญานออกจาก  mac ด้วยสาย usb มาเข้ากล่องนี้ แล้วต่อสาย digital coax ไปเข้า DAC  คุณภาพเสียงของผม เท่าที่ลองเทียบต่อฟังด้วยสาย firewire เข้า W. 202 ตรง (โดยอ่านไฟล์จาก SSD) พบว่า เสียงคุณภาพไม่ได้หนีกันมากเลย ได้เสียงคนละแนวแล้วแต่จะชอบแบบไหนครับ  และตรงนี้ ยังสามารถ fine tune แนวเสียงได้จากการเลือกใช้ สาย usb/coax แต่ละยี่ห้อ/รุ่นด้วยครับ ซึง่ง่ายกว่าการจูนด้วย firewire ที่หาของยาก

ที่ขออนุญาตแนะนำแบบนี้ เพราะว่า สินค้า firewire ในตลาดมันมีให้เลือกหาค่อนข้างลำบากครับ   อ้อ สิ่งที่ผมพบอย่างนึงคือ ข้อมูลจาก external drive ที่เก็บเพลงที่จะส่งเข้าไปยัง mac mini เทียบกันระหว่าง usb interface กับ firewrie interface  บอกได้เลยว่า อย่างหลังเสียงน่าฟังกว่าเยอะครับ  ให้ผลมากกว่าช่วงจาก mac mini ไปยัง DAC ครับ

Simple is my Way

ออฟไลน์ iwamac

  • ****
  • กระทู้: 311
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2013, 10:39:36 AM »
วันก่อนได้มีเวลาไปลองฟังที่ Poem มาแล้วเสียงดีทีเดียว    แต่ผมดันไปถอย Linn Akurate DS มาแล้วเลยอยากถามท่านผู้รู้ว่า   ไฟล์เพลงที่ท่านอัดไว้นี่สามารถมาแชร์เล่นกับชุดลินน์ของผมที่ใช้ NAS 2 TB ได้หรือปล่าวครับ
เพราะไฟล์ที่ลินน์ให้มามีไม่มากเท่ารัยครับ    ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล    O0 O0 O0

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: 07 สิงหาคม, 2013, 01:42:39 AM »
เยี่ยม  ขอบคุณ ครับ   

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: 06 สิงหาคม, 2013, 01:12:10 AM »


ระบบ Firewire และปัจจัยการใช้งาน ทดสอบที่ Poem ครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: 02 สิงหาคม, 2013, 10:30:53 PM »
อืมมม น่าสนใจครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: 02 สิงหาคม, 2013, 11:33:56 AM »


การเล่นระบบ Firewire ที่ได้ทดสอบแล้วที่ Poem พอดีมีลูกค้ายก M2Tech Young มาครับ
ต่อ Mac เข้าโดยตรงกับ M2Tech Young ผ่านสาย USB Nordost Blueheaven ความยาว 4 เมตร เปิดเทียบกับเมื่อใช้ Mac ต่อเข้า Motu และต่อเข้า M2Tech Young ซึ่งสาย Firewire ที่ใช้ตอนนั้นไม่ใช่ออดิโอเกรด เป็นแค่สายสัญญาณจากญี่ปุ่น Elecom เท่านั้น ผลลัพท์คือ M2Tech Young ที่รับสัญญาณทาง COAX ผ่าน Motu เสียงคมชัด ไดนามิคดีกว่า ซาวน์สเตจนิ่งกว่า รายละเอียดมากกว่า สรุปคือดีกว่าในทุกๆย่านครับ

จริงๆก็คือเหมือนกับการเล่น Weiss INT ครับ แต่การหยิบ Firewire Audio ในเกรดสตูดิโอมาใช้มีราคาถูกกว่ามาก เริ่มต้นด้วย Focusrite Saffire Pro 14 แค่ 8400 บาท รวมกับสาย AudioQuest Carbon และสาย COAX อีกหนึ่งเส้น รวมแล้วยังถูกกว่าใช้สาย USB ที่ราคาหมื่นกว่าบาท และให้คุณภาพดีกว่าได้อย่างง่ายดาย และสามารถสั่งอัดเป็น 24/96 หรือ 24/192 จากในตัว Firewire Audio ได้เลย (แต่คุณภาพจะไปได้สุดหรือไม่ต้องใช้ Software ที่มีความเหมาะสมด้วยครับ)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: 20 กรกฎาคม, 2013, 10:28:09 PM »
หากหายไปนาน  มารายงานผลดีกว่า  เรื่องการทำงาน พอจะทราบเข้าใจอยู่บ้าง  แต่เรื่องการต่อแบบที่ 1 นั้น  บอกตรง ๆ ว่า พลาดที่ไม่เคยเห็นการต่อแบบนั้นมาก่อนเลยจริง ๆ อิๆๆ

ได้มีโอกาสลอต่อ com --- firewire docking --- dac   ทั้ง dac เทพ ที่ลงท้ายด้วย 202 กับ dac จีนแดงที่เสียงดี    ผลปรากฏว่า การต่อวิธีนี้ สายสัญญษนก็ neo d+  รับไม่ได้กับเสียงที่ได้ยิน ฮาาาาา  เลยต้องถูกเตะส่งกลับเข้ากรุไปตามเดิม

กลับมาต่อแบบ firewire docking ---> mini --> usb ---> di ---> coax ---> dac หรือ ssd in mini ---> firewire ---> dac   ฟังเพราะ มีความเป็นดนตรี กว่าเยอะครับ

คหสต กับระบบผมนะ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

แต่ละซิสเต็มจะไม่เหมือนกันครับ อย่าง
Macbook Pro > สาย AudioQuest Diamond Firewire 9pin to 6pin > Apogee Ensemble Firewire > AudioQuest Carbon Firewire 6pin to 9pin > External HDD Firewire ซิสเต็มนี้แบบนี้ดีที่สุด ต่อกลับกันเสียงบางลง สลับสายกันเสียงบางลง คือต้องใช้สายตามนี้ตามตำแหน่งครับ
ส่วนของผม Macbook Air > AudioQuest Diamond Firewire 9pin to 9pin > External HDD Firewire > AudioQuest Carbon Firewire 6pin to 6pin > Motu Ultralite MKIII Hybrid Firewire & USB ของผมจะต่อกลับกันกับ Apogee ครับ

และลองใช้สาย Diamond Firewire ทั้งสองตำแหน่ง เสียงไม่เนียนเท่าใช้ Diamond หนึ่งเส้น กับ Carbon หนึ่งเส้นครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 กรกฎาคม, 2013, 10:29:46 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: 20 กรกฎาคม, 2013, 05:35:59 PM »
หากหายไปนาน  มารายงานผลดีกว่า  เรื่องการทำงาน พอจะทราบเข้าใจอยู่บ้าง  แต่เรื่องการต่อแบบที่ 1 นั้น  บอกตรง ๆ ว่า พลาดที่ไม่เคยเห็นการต่อแบบนั้นมาก่อนเลยจริง ๆ อิๆๆ

ได้มีโอกาสลอต่อ com --- firewire docking --- dac   ทั้ง dac เทพ ที่ลงท้ายด้วย 202 กับ dac จีนแดงที่เสียงดี    ผลปรากฏว่า การต่อวิธีนี้ สายสัญญษนก็ neo d+  รับไม่ได้กับเสียงที่ได้ยิน ฮาาาาา  เลยต้องถูกเตะส่งกลับเข้ากรุไปตามเดิม

กลับมาต่อแบบ firewire docking ---> mini --> usb ---> di ---> coax ---> dac หรือ ssd in mini ---> firewire ---> dac   ฟังเพราะ มีความเป็นดนตรี กว่าเยอะครับ

คหสต กับระบบผมนะ

ขอบคุณอีกครั้งครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2013, 03:57:47 PM »
แต่สำหรับ Firewire มีสายภายในแบบ 6 pin ซึ่งประกอบด้วยสายสัญญาณ 6 เส้น โดยที่
- สายสัญญาณ Power จานวน 2 เส้น นาไปใช้งานสาหรับ ส่งกาลังไฟฟ้าขนาด 8-40 โวลต์ ไปยังอุปกรณ์
เข้ารหัสแบบ NRZ-L - สายสัญญาณคู่ที่ 1 จะส่งข้อมูลสัญญาณบวก (Positive)
- สายสัญญาณคู่ที่ 2 จะส่งข้อมูลสัญญาณลบ (Negative) ที่เข้ารหัสแบบ NRZ-L
สายสัญญาณคู่แรกจะถูกนาไปใช้เพื่อการส่งข้อมูล ส่วนสายสัญญาณคู่ที่สองจะ นาไปใช้สาหรับส่งสัญญาณนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาด ซึ่ง จะช่วยลดระดับสัญญาณรบกวนลงได้ และส่งผลต่อสัญญาณที่ส่งผ่านไปนั้นมีความรวดเร็ว และไม่มีข้อผิดพลาด



Firewire มีอัตราการส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูง เช่น กล้องดิจิตอล กล้องวีดีโอ รวมถึง อุปกรณ์ที่นามาใช้เพื่อการสารองข้อมูลขนาดใหญ่ โดย FireWire จะ สนับสนุนทั้งการเชื่อมต่อแบบอะซิงโครนัสและไอโซโครนัส และรับประกัน ความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลในอัตราคงที่ ที่มีความเสถียรตั้งแต่เริ่มต้นถ่ายโอน ข้อมูลจนกระทั่งจบกระบวนการ

สรุปง่ายๆคือ การส่งข้อมูลผ่านทาง Firewire จะมีการส่งสัญญาณนาฬิกาควบคู่กับไฟล์ไปด้วย เพื่อให้ได้ต้นฉบับที่ปลายทางถูกต้องตามต้นฉบับที่ต้นทางครับ ซึ่งในการใช้งานก็เห็นความแตกต่างชัดเจน เมื่อโยนไฟล์ผ่านพอร์ท USB มันจะทำการก๊อปปี้ทันที แต่ถ้าโยนผ่าน Firewire จะเห็นว่ามีการเช็คจำนวนข้อมูลที่จะส่งจนครบ แล้วจึงทำการส่ง ความแม่นยำของสัญญาณนาฬิกามีผลกับคุณภาพไฟล์ที่ส่งไปโดยตรงครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2013, 03:41:37 PM »
หลักการทำงานของ USB
หลักการทำงานของระบบ USB จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่อพ่วงทาง Port USB แล้วจะกำหนด Address ให้แต่ละอุปกรณ์ เรียกว่า กระบวนการ "Enumeration" หรือเมื่อเราทำการ Plug อุปกรณ์เข้าไปยัง Port USB ระบบก็จะทำการตรวจสอบด้วยกระบวนการ "Enumeration" ทันที เพื่อตรวจสอบชนิดของข้อมูลที่จะทำการรับ หรือจัดส่งให้กับอุปกรณ์ที่ต่อพ่วงเข้ามา ซึ่งแบ่งชนิดของข้อมูลได้เป็น 3 แบบ คือ

1.Interrupt - เสมือนเป็นการตอดรบกวน โดยส่งข้อมูลทีละน้อยๆ เช่น อุปกรณ์จำพวก Mouse หรือ Keyboard หรือ GamePad ต่างๆ จะทำการส่งข้อมูลให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์คราวละเล็กน้อยเท่านั้น และจะส่งแบบไม่ต่อเนื่อง ตามแต่ลักษณะการใช้งาน

2.Bulk - หรือการส่งข้อมูลคราวละมากๆ เป็นก้อนๆ เช่นการพิมพ์งาน ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ จะส่งข้อมูลให้กับเครื่องพิมพ์คราวละมากๆ เป็นต้น ซึ่งระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลทั้งความถูกต้อง และความครบถ้วนด้วย

3.Isochronous - หรือการส่งข้อมูลแบบต่อเนื่อง เป็น Stream เช่น พวก Speaker หรือ WebCam ที่จะมาการส่งข้อมูลอย่างต่อเนื่องแบบ Real-Time ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Host กับอุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งใน Mode นี้จะไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ว่าได้รับครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Host นั้นจะส่งคำสั่ง หรือ query (ซักคำถาม) ไปยังอุปกรณ์ ผ่านทาง "Control Packet" โดยเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น จะทำการกันเนื้อที่ 90% ของ Bandwidth ทั้งหมด (speed USB 1.1 ที่ 12 Mbps และ USB 2.0 ที่ 480 Mbps )
สำหรับใช้งานการส่งข้อมูลแบบ Isochronous หากมีการใช้งานถึง 90% เมื่อไร ระบบก็จะทำการปฏิเสธการร้องขอในแบบ Interrupt และ Isochronous ที่เข้ามาใหม่ทันที โดย 10% ที่กันไว้นั้น จะไว้ใช้สำหรับการส่งข้อมูลแบบ Bulk และสำหรับ Control Packet ของ Host นั่นเอง

สาย USB เมื่อทำการผ่าดูข้างในจะประกอบไปด้วยฝอยเหล็กที่ทำการกันการรบกวนของสนามแม่เหล็ก ชั้นต่อมาจะมีสายไฟจำนวน 4 เส้นดังนี้



1. สายสีแดง เพื่อใช้ในการจ่ายไฟ VCC ขนาด 5 โวลด์ไปยังอุปกรณ์
2. สายสีดำ เพื่อใช้เป็นสายดิน(GND)
3. สายสีเขียว เพื่อใช้เป็นสายข้อมูลขั้วบวก(D+) สายส่งข้อมูลสัญญาณบวก (Positive) ที่มีการเข้ารหัสแบบ NRZ-L
4. สายสีขาว เพื่อใช้เป้นสายข้อมูลขั้วลบ(D-) สายส่งข้อมูลสัญญาณลบ (Negative) ที่มีการเข้ารหัสแบบ NRZ-L พร้อมกับกาหนดระยะวัดของสัญญาณลบเพื่อลดการแทรกแซงของสัญญาณรบกวนและ ข้อผิดพลาด

Credit http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=artchula&month=04-07-2009&group=2&gblog=4
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 กรกฎาคม, 2013, 03:51:08 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: 03 กรกฎาคม, 2013, 08:46:02 PM »
เพิ่งรู้แฮะว่าสัญญานมันวิ่งแบบที่ต่อแบบแรกได้ด้วย  เดี๋ยวขอลองบ้าง แต่ยัง งง ๆ อยู่นะเนี่ยะ  เพิ่งเคยเห็นวิธีการต่อแบบนี้ครับ  c)

หลังจากลองแล้วพบว่า การต่อแบบแรกที่ จขกท แนะนำว่าเสียงดี นั้น กับ ระบบชุดของผม เสียงกลับ ดร๊อปลงครับ คหสต นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กรกฎาคม, 2013, 03:13:08 PM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: 02 กรกฎาคม, 2013, 11:30:02 PM »






สายไดมอนด์ยังไม่ทราบราคาครับ เส้นนี้เป็นตัวเดโม่ สายคาร์บอนก็มีนักเล่นอีกท่านที่เล่น Firewire เหมือนกันให้มาใช้ก่อน ยังไม่ได้แจ้งราคามาเลยครับ




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: 02 กรกฎาคม, 2013, 06:06:26 PM »
HDD อยู่ตรงกลางครับ อ่านข้อมูลจาก HDD ส่งกลับมาที่ Macbook Air แล้วส่งกลับไปที่ HDD เพื่อวิ่งต่อไปที่ Motu
Macbook Air > AudioQuest Diamond > Buffalo Drive Station External HDD Firewire800 > AudioQuest Carbon > Motu Ultralite MKIII > COAX Out

AudioQuest Diamond วิ่งสัญญาณทั้งไปและกลับ ให้เสียงได้ดีที่สุดครับ ลองสลับเอา AudioQuest Carbon ใส่ตำแหน่งนี้แทน เสียงจะบางกว่า
และวิธีนี้ ให้เสียงได้ดีกว่าเก็บเพลงไว้ในตัว Macbook Air ครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: 01 กรกฎาคม, 2013, 03:55:20 PM »
มีข้อสงสัยนิดนึงนะครับ ตรง

"ใช้สาย Audio Quest Diamond Firewire 800 ต่อระหว่าง Macbook Air กับ External HDD Buffalo และใช้สาย AudioQuest Carbon ต่อจาก External HDD Buffalo ไปเข้ากับ Motu Ultralite MKIII"

ทำไม External HDD มันอยู่ตรงกลางของ Firewire ละครับ  ตามที่เขียนมา ผมเข้าใจและเขียนไดอะแกรมได้ว่า  Macbook <==AQ Dia.== Ext. HDD ==AQ Carb.==> Motu  แล้วแบบนี้ ข้อมูลเพลง มันจะส่งหรือวิ่งยังไงครับ  

ถ้าเข้าใจผิดก็ขออภัย


ปล. ลืมถามว่า AQ carb./AQ. diam. ราคาได้มาเท่าไหร่ จากที่ไหนครับน้า กระซิบหลังไมค์ก็ได้นะครับ ขอบคุณมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 กรกฎาคม, 2013, 03:57:19 PM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: 01 กรกฎาคม, 2013, 01:52:01 PM »
ในที่สุดก็ได้ทดสอบสาย Audio Quest Diamond Firewire ครับ ต้องยอมรับว่าเป็นสายที่ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ได้ลองมา เพราะเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้ทุกย่านความถี่ ความเปิดของซาวน์สเตจ ความคมชัดที่เพิ่มขึ้นในทุกๆย่าน ฟังสบายไม่มีอาการล้าหู ทำให้ Motu Ultralite MKIII กับ Apogee Ensemble แสดงพลังได้คุ้มค่าเงินขึ้นไปอีกมาก ตอนนี้ผมเป็นเจ้าของ AudioQuest Carbon อยู่สองเส้น คงต้องกัดฟันซื้อ Diamond อีกเส้นครับ





การเชื่อต่อ ผมใช้สาย Audio Quest Diamond Firewire 800 ต่อระหว่าง Macbook Air กับ External HDD Buffalo และใช้สาย AudioQuest Carbon ต่อจาก External HDD Buffalo ไปเข้ากับ Motu Ultralite MKIII ลองทดสอบสลับตำแหน่งสายดูแล้ว วิธีนี้ดีสุดครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2013, 10:57:50 PM »
ลืมเรื่อง partition type  ตรงนี้มีผลแน่นอนครับ เพราะ partition แต่ละแบบ มี cluster/sector ไม่เหมือนกัน การจัดเรียงข้อมูลบิต จึงแตกต่างกัน ดังนั้น การ playback ดึงข้อมูลกลับมาจึงต่างกัน

โดยปกติสำหรับฟัง จะให้ดี หลักการคือ จัดการไฟล์ แก้ไข เปลี่ยนชื่อ ลบไฟล์ขยะที่มากับโฟลเดอร์ที่โหลดมา แก้ไขรูปปก จัดการ metadata แล้วจึง save ทำให้ครบ แล้วจึง copy ที่ละโฟลเดอร์ (อัลบั๊ม) ไปไว้ hdd ลูกใหม่ซิง ๆ (ดีที่สุด) เพื่อให้ข้อมูลมีการจัดเรียงไปตามอัลบั๊ม ทำทีละอัลบั๊ม ให้เต็มความจุ hdd  จากนั้น hdd ลูกนี้ จะกลายเป็น Master disk ที่ฟัง (อ่าน) อย่างเดียว  ห้ามลบ ห้ามเพิ่ม ห้ามแก้ไข   แนวทางเป็นแบบนี้ครับ

ของผมเปิดเต็มเลยครับ บางทียังเปิดโปรแกรมทำสิ่งพิมพ์หรือรีทัชรูประหว่างฟังด้วย แต่ระบบ Firewire ไม่อ้างอิง CPU ครับ ก็เหลือแต่โปรแกรมที่เล่นเรียกใช้แรม ผมใช้ Macbook air มีแรมแค่ 4GB ก็เบียดเสียดหน่อย ใส่เพิ่มก็ไม่ได้ รอ Macbook Air ที่น่าจะอัพสเปคใหม่ในวันที่สิบนี้ครับ แต่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือตอนโอนถ่ายไฟล์เพลง ต้องทำผ่าน Firewire เท่านั้น ทำผ่าน USB ดร๊อปทันที หรือก๊อปเพลงผ่านสาย Firewire ที่มีกระเปาะแม่เหล็กหุ้มอยู่ เสียงสูงดันตกซะงั้น ตกทั้งลูกเลย เลยลองลบทิ้งทั้งหมดและใช้สาย Moshi คราวนี้ให้เสียงเหมือนต้นฉบับ คือไม่ได้ก๊อปไฟล์แล้วไฟล์เสียนะครับ แต่เสียงมันเปลี่ยนไปเพราะคล๊อกในไฟล์มันเลื่อนครับ เพื่อนที่ Apple อธิบายให้ฟังอย่างลึกซึ้ง แต่ผมจำศัพท์ทางเทคนิคไม่ได้ครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 10:48:53 PM »
ลืมเรื่อง partition type  ตรงนี้มีผลแน่นอนครับ เพราะ partition แต่ละแบบ มี cluster/sector ไม่เหมือนกัน การจัดเรียงข้อมูลบิต จึงแตกต่างกัน ดังนั้น การ playback ดึงข้อมูลกลับมาจึงต่างกัน

โดยปกติสำหรับฟัง จะให้ดี หลักการคือ จัดการไฟล์ แก้ไข เปลี่ยนชื่อ ลบไฟล์ขยะที่มากับโฟลเดอร์ที่โหลดมา แก้ไขรูปปก จัดการ metadata แล้วจึง save ทำให้ครบ แล้วจึง copy ที่ละโฟลเดอร์ (อัลบั๊ม) ไปไว้ hdd ลูกใหม่ซิง ๆ (ดีที่สุด) เพื่อให้ข้อมูลมีการจัดเรียงไปตามอัลบั๊ม ทำทีละอัลบั๊ม ให้เต็มความจุ hdd  จากนั้น hdd ลูกนี้ จะกลายเป็น Master disk ที่ฟัง (อ่าน) อย่างเดียว  ห้ามลบ ห้ามเพิ่ม ห้ามแก้ไข   แนวทางเป็นแบบนี้ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 10:42:26 PM »
ขอถามเรื่อง HDD ว่าฟอร์แมทต่างกันจะมีผลต่อการฟังเพลงมากมั้ยครับ
อย่างเช่น exFAT, GUID เพราะเครื่อง MacAir และ iMac ของผมลง 2 OS ใช้วินโดว์ด้วย
ถ้าใช้ HDD ลูกเดียวใส่ทุกอย่างก็ต้อง exFAT ไม่งั้นวินโดว์จะไม่เห็น HDD
ถ้าการฟอร์แมทมีผลมาก ก็คงแยก HDD ใส่เพลงเป็นอีกลูกเลยครับ

ขอบคุณครับ

ผมยังไม่ได้เทสต์ในเรื่อง HDD ครับว่ามีผลกับเสียงแค่ไหน แต่เล่นกับ Mac โดยตรงผมก็เป็น GUID ครับ เพื่อนที่ Apple ก็แนะนำว่าเก็บไฟล์เพลงสำหรับ Mac ก็เป็น GUID เพราะทำงานสะดวกกับ Spotlight และการทำงานในหลายๆอย่างครับ
ตอนนี้ HDD ที่บ้านเลยแยกกันเลยว่าลูกไหน Mac ลูกไหน PC และไม่อยากให้ไวรัสมาวิ่งเล่นบน HDD Mac ด้วยครับ ถึงจะไม่มีผลกับ Mac OS

Spotlight กับการฟังเพลงนี่ ตามเว็ปต่างประเทศ เค้าให้ customize เครื่องโดยให้ปิดการทำงานของ spotlight เลยนะครับ จะทำให้เสียงดีขึ้น  ยังมีอีกหลาย process/service ที่ปิดแล้วทำให้เสียงดีขึ้นนะครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 12:57:23 PM »
ขอถามเรื่อง HDD ว่าฟอร์แมทต่างกันจะมีผลต่อการฟังเพลงมากมั้ยครับ
อย่างเช่น exFAT, GUID เพราะเครื่อง MacAir และ iMac ของผมลง 2 OS ใช้วินโดว์ด้วย
ถ้าใช้ HDD ลูกเดียวใส่ทุกอย่างก็ต้อง exFAT ไม่งั้นวินโดว์จะไม่เห็น HDD
ถ้าการฟอร์แมทมีผลมาก ก็คงแยก HDD ใส่เพลงเป็นอีกลูกเลยครับ

ขอบคุณครับ

ผมยังไม่ได้เทสต์ในเรื่อง HDD ครับว่ามีผลกับเสียงแค่ไหน แต่เล่นกับ Mac โดยตรงผมก็เป็น GUID ครับ เพื่อนที่ Apple ก็แนะนำว่าเก็บไฟล์เพลงสำหรับ Mac ก็เป็น GUID เพราะทำงานสะดวกกับ Spotlight และการทำงานในหลายๆอย่างครับ
ตอนนี้ HDD ที่บ้านเลยแยกกันเลยว่าลูกไหน Mac ลูกไหน PC และไม่อยากให้ไวรัสมาวิ่งเล่นบน HDD Mac ด้วยครับ ถึงจะไม่มีผลกับ Mac OS

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: 06 มิถุนายน, 2013, 08:47:36 AM »
ขอถามเรื่อง HDD ว่าฟอร์แมทต่างกันจะมีผลต่อการฟังเพลงมากมั้ยครับ
อย่างเช่น exFAT, GUID เพราะเครื่อง MacAir และ iMac ของผมลง 2 OS ใช้วินโดว์ด้วย
ถ้าใช้ HDD ลูกเดียวใส่ทุกอย่างก็ต้อง exFAT ไม่งั้นวินโดว์จะไม่เห็น HDD
ถ้าการฟอร์แมทมีผลมาก ก็คงแยก HDD ใส่เพลงเป็นอีกลูกเลยครับ

ขอบคุณครับ
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: 31 พฤษภาคม, 2013, 10:32:06 AM »


การริปเพลงแบบอัพแซมปลิงดูเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะแม้แต่ iTune  ก็ทำได้ที่ 48KHz แต่อาจทำไม่ได้มากกว่านี้ เพราะ iPod ไม่รองรับค่าที่สูงกว่านี้ เพราะผมลองโยนเพลงที่ 88KHz ลงใน iPad ไม่ได้



และที่สำคัญคือ ฟอร์แมทเพลง แน่นอนว่ามีความต่างกันเรื่องคุณภาพ ไฟล์นามสกุลใดที่ได้คุณภาพสูงสุด แต่ทดสอบได้ไม่ยาก เพราะแค่นำแผ่นแท้ใส่ใน iTune และริปออกมาต่างนามสกุลกัน และฟังเปรียบเทียบก็ได้คำตอบไม่ยาก




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: 20 พฤษภาคม, 2013, 06:41:13 PM »
Focusrite Saffire เป็น Interface Firewire รุ่นเก้าแต่เสียงยังดีมากและยังมีนักดนตรีหลายท่านใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน



เสียงก็เป็นไปตามสไตล์ Firewire คือสะอาด ซาวน์สเตจกว้าง ไดนามิคดี และยิ่งได้ LSD-12 ก็ช่วยให้เบสเข้มและสะอาดมากขึ้น ประกอบกับ DAC รุ่นใหม่ของ Poem ที่ให้เสียงได้เข้มสมจริงยิ่งขึ้น



ถ้าเป็น Focusrite Saffire PRO 14 ที่มีค่าตัวเพียง 8,400 น่าจะให้เสียงได้ดีกว่า Focusrite Saffire ที่อัพเดทไดรเวอร์ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2009 อาจเป็นชุด Firewire ราคาประหยัดที่ให้เสียงได้เกินตัวมากเมื่อจับคู่กับ DAC ที่มีคุณภาพ
สาย Firewire ที่เหมาะสมคือ Oyaide D+ ความยาว 4m และสาย Moshi ที่ใช้ต่อกับ Firewire HDD สายคู่นี้ให้ความสะอาดและบาลานซ์เบสได้ดีมาก ฟังได้เพลินหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้าจนถึงสองทุ่มโดยไม่มีอาการกระด้างหูแม้แต่น้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 พฤษภาคม, 2013, 06:53:18 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: 09 พฤษภาคม, 2013, 12:08:25 AM »
ขอบคุณมากครับ นึกว่ามีวิธีต่อแบบพิเศษ

ขอถามต่อหน่อยนะครับ  เคยลองต่อเทียบกันฟังไหมครับระหว่าง

ต่อ firewire จาก hdd เข้า mac และต่อ firewire จาก mac เอาข้อมูลตรงเข้า dac (ไม่ทราบว่าระบบท่านทำได้หรือเปล่า) เทืยงกับ ต่อ firewire จาก hdd เข้า mac แล้วต่อ coax เข้า dac

เทียบสองอย่างนี้ ผลเป็นยังไงบ้างครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 พฤษภาคม, 2013, 01:42:24 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: 08 พฤษภาคม, 2013, 07:07:48 AM »
ติดตามอ่านผลงานครับ ครั้งนี้มีข้อสงสัยครับ ขอถามหน่อยเพราะอ่านแล้วยังไงก็ไม่เข้าใจครับ

"Firewire ของ Apogee รุ่น Ensemble ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto" หรือที่ต่อกับ NAD M51 ด้วย     สงสัยประโยคที่ว่า ต่อด้วยสาย firewire แล้วปล่อยสัญญาน Coax   อันนี้ อ่านแล้วสงสัยว่าต่อสายกับอุปกรณ์อย่างไรครับ งง  หรือว่าผมไม่รู้เรื่องเองหว่า

ผมเขียนย่อไปหน่อย ต้องขออภัยครับ คือจากเครื่อง Mac ต่อสาย Firewire เข้า Apogee Ensemble และจาก Apogee ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto วิธีนี้ให้เสียงได้เข้าที่สุดครับ
และอีกซิสเต็มคือ Macbook air ต่อ Firewire เข้า M-Audio Profile 610 และ M-Audio ต่อ Coax เข้า DAC NAD ครับ

จริงๆแล้วจาก Apogee หรือ M-Audio ปล่อยสัญญาณอนาลอกเข้าแอมป์โดยตรงก็ได้ แต่การต่อผ่าน DAC ด้วย COAX ให้เสียงได้เข้ม มีความสมบูรณ์ของย่านความถี่ที่สุดครับ อย่าง M-Audio Profile 610 ราคา 16xxx ก็ยังถูกกว่าสาย USB ราคา 19xxx และ M-Audio Profile 610 ยกระดับเสียง DAC NAD ขึ้นมามากมาย แถมแมทกันด้วยครับ แต่ NAD M51 ต่อกับ Motu Ultralite MKIII ของผมแล้วเสียงไม่ค่อยเข้ากัน และ Motu ของผมก็ไม่ค่อยเข้ากับ Belcanto เพราะ Motu ให้เสียงย่านกลางต่ำได้เข้มและมีปริมาณมากอยู่แล้ว ต่อกับ Belcanto ที่ให้เสียงได้เข้ม แต่เบสจะหย่อนหน่อยๆ ต่อแล้วเสียงหนาไปเลยครับ Motu ของผมตอนนี้เหมาะกับ DAC ของ Poem ครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 03:48:49 PM »
ติดตามอ่านผลงานครับ ครั้งนี้มีข้อสงสัยครับ ขอถามหน่อยเพราะอ่านแล้วยังไงก็ไม่เข้าใจครับ

"Firewire ของ Apogee รุ่น Ensemble ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto" หรือที่ต่อกับ NAD M51 ด้วย     สงสัยประโยคที่ว่า ต่อด้วยสาย firewire แล้วปล่อยสัญญาน Coax   อันนี้ อ่านแล้วสงสัยว่าต่อสายกับอุปกรณ์อย่างไรครับ งง  หรือว่าผมไม่รู้เรื่องเองหว่า
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 12:43:22 PM »
Firewire ของ Apogee รุ่น Ensemble ปล่อยสัญญาณ Coax เข้า Belcanto ให้เสียงได้สมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยฟังมาก่อน เปิดแล้วไม่อยากปิด


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 12:38:14 PM »
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้สมาชิกมาร่วมวงเล่น Firewire อีก 1 ท่าน หลังจากยก DAC ของ NAD มาทดสอบครับ



NAD  รุ่นนี้ ต่อได้ทั้ง USB และ COAX ใช้ร่วมกับสาย USB ของ Nordost ความยาว 4m ราคาประมาณ 19xxx เสียงก็อยู่ในระดับใช้ได้ แต่ก็เป็นตามสไตล์ USB DAC คือปลายเสียงยังมนๆอยู่ คราวนี้ลองเปลี่ยนการต่อพวง
ใช้ MAC mini + Firewire ของ M-Audio รุ่น Profire610 ที่เพิ่งอัพเดทไดรเวอร์ฺ 10.8.2 เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผานมา และให้เสียงได้เนียนขึ้นมาก ปล่อยสัญญาณ COAX เข้า NAD
และสิ่งที่ได้คือ เสียงที่ถูกยกระดับขึ้นมาทั้งหมด ทั้งความคมชัด ไดนามิค น้ำหนักเบส ความเนียนเสียง ความห่างชิ้นดนตรี ปลายย่านสูงที่ไปได้ไกลกว่า และที่สำคัญคือ มันถูกกว่าสาย USB ของ Nordost ครับ

เพิ่ม M-Audio เข้าไปในซิสเต็ม ราคา 16xxx สาย Firewire ใช้สายธรรมดาอย่าง Elecom ราคาไม่เกินพัน ยังให้เสียงที่มีคุณภาพได้ และซื้อสาย Coax อีกเส้นนึงของ Poem ราคาไม่เกินสามพัน รวมแล้วทั้งหมดประมาณสองหมื่น แต่ได้คุณภาพที่เพิ่มขึ้นอีกมากมายกว่าการต่อเป็น USB ด้วยสาย Nordost ความยาว 4m ราคา 19xxx เรียกว่าจ่ายเงินพอๆกัน แต่ได้เสียงดีกว่าเดิมมาก ก็เป็นเหตุให้ได้เปลี่ยนจาก USB มาเป็น Firewire ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: 26 เมษายน, 2013, 12:16:37 PM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D

ไม่เคยครับ ตอนนี้ที่ได้ลองคือ Oyaide, Moshi, Belkin, Elecom, Apogee และสรุปได้ว่า เส้นยาวเสียงดีกว่าครับ ต้องใช้ยาวไม่ต่ำกว่า 3m

ขอบคุณมากครับ ถามต่อ แล้วแต่ละยี่ห้อที่เคยได้ลอง เสียงเป็นยังไงบ้างครับ ช่วยรีวิวให้หน่อยครับ ถือว่าเป็นความรู้ให้ท่านที่ผ่านมาอ่านด้วยครับ เพราะปกติการหาสาย firewire มาลอง มันเป็นอะไรที่ยากลำบากครับ
รบกวนด้วยครับ

ผมใช้ Firewire มาเกือบสิบปี สายธรรมดาที่แถมมากับเครื่องก็ให้เสียงที่ใช้ได้แล้วครับ ผิดกับ USB DAC ที่ต้องใช้สายเกรดดีพอค่วร ถึงให้เสียงได้น่าฟัง แต่แน่นอนว่าสายคุณภาพดีเสียงก็ต่างกันไป ต้องจับแมทกับเครื่องเหมือนกับเครื่องเสียงบ้านเช่นกันครับ
- สายแถมมากับเครื่อง ก็ให้เสียงได้กลางๆ และคงความสะอาดไว้ตามเอกลักษณ์ของระบบ Firewire
- สาย Elecom เส้นสีขาว ให้เสียงได้กลางๆแต่ได้รายละเอียดกว่าสายแถมมาก แต่แนะนำให้เล่นความยาวเกิน 1m
- สาย Elecom สีเงิน เส้นความยาว 1m เสียงจัดมาก บาลานซ์ไม่ดีเลย แต่เส้นที่ยาว 3 เมตร ให้เสียงได้เข้มมาก เบสดีกว่า 1m มาก แต่ยังมีอาการเสียงจัดอยู่
- สาย Moshi เสียงหนาหน่อย ไม่เหมาะกับเอามาต่อจาก Mac ไปหา Firewire Audio แต่เหมาะเอามาต่อกับ Mac ไปหา External HDD ช่วยให้เสียงเนียน กลมกลืน
- สาย Oyaide ให้เสียงได้สะอาดที่สุด แต่แนะนำให้เล่น 4m จะได้เสียงที่เข้ม สมจริง แต่สายนี้ก็เหมาะกับบางเครื่องครับ แมทกับ Apogee Ensemble และ Motu Ultralite MKIII ของผมมาก แต่ไม่เหมาะกับ M-Audio

สรุปว่า สายยาวเสียงดีกว่าสั้นครับ เป็นกับทุกยี่ห้อที่ได้ลอง ตอนนี้ผมต่อผ่าน HUB Firewire ที่ต่อแล้วเสียงน่าจะดร๊อป แต่กลายเป็นว่าต่อแล้วให้เสีนงได้ดีสุดตั้งแต่ลองมา ผมใช้สาย Firewire ในระบบ 3 เส้น ต่างยี่ห้อกันทั้งหมด แต่ให้เสียงได้ดีสุดจนไม่รู้จะปรับแต่งอะไรอีก แล้วจะมาโพสต่ออีกทีครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: 16 เมษายน, 2013, 01:41:53 AM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D

ไม่เคยครับ ตอนนี้ที่ได้ลองคือ Oyaide, Moshi, Belkin, Elecom, Apogee และสรุปได้ว่า เส้นยาวเสียงดีกว่าครับ ต้องใช้ยาวไม่ต่ำกว่า 3m

ขอบคุณมากครับ ถามต่อ แล้วแต่ละยี่ห้อที่เคยได้ลอง เสียงเป็นยังไงบ้างครับ ช่วยรีวิวให้หน่อยครับ ถือว่าเป็นความรู้ให้ท่านที่ผ่านมาอ่านด้วยครับ เพราะปกติการหาสาย firewire มาลอง มันเป็นอะไรที่ยากลำบากครับ
รบกวนด้วยครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ ตั๊กกี้.คอม

  • ***
  • กระทู้: 116
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: 15 เมษายน, 2013, 11:20:39 PM »
เคยฟังเพลงผ่าน sound card ไหมครับ system ผมเป็น Computer

เช่นกัน แล้วใช้ Sound card Omeca Claro Halo XT ผมเปลี่ยน chip Opamp

เป็น BB2107 ตัวนี้แล้วฟังจากไฟล์เพลงโดย Output เป็น Analog RCA 2.0

แล้วเข้า Integrate Amp ฟังครับ ซึ่งผลที่ได้ หลังจากลอง Copy File เปลี่ยนเป็นคนละ Folder แล้วลองฟังดู

ปรากฏว่า ผมแยกไม่ออกครับว่าแตกต่างอย่างไร อาจจะแตกต่างจาก system ของท่านนะครับ

เพราะว่าท่านใช้ Firewire เป็นหลัก + กับ Mac book ไม่แน่ใจว่าสัญญาณ Output

เป็น digital หรือว่า analog ไม่แน่ใจครับ

    ซึ่ง File ที่ผมนำมาฟังจะใช้ Flace เป็นหลักบางทีก็เป็น MP3 ครับแต่ว่าพยายามหา ไฟล์ที่คุณภาพดีที่สุด
มาฟังซึ่งตามที่แจ้งก่อนหน้าครับ  โปรแกรมที่ทำงานผ่าน Memory Player โดยตรงเสียงที่ได้ดีกว่า
Program Foolbar มาก เลยไม่ทราบว่าจะเปรียบเทียบกันที่ท่านแจ้งได้หรือไม่ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: 15 เมษายน, 2013, 08:05:43 AM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D

ไม่เคยครับ ตอนนี้ที่ได้ลองคือ Oyaide, Moshi, Belkin, Elecom, Apogee และสรุปได้ว่า เส้นยาวเสียงดีกว่าครับ ต้องใช้ยาวไม่ต่ำกว่า 3m

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: 12 เมษายน, 2013, 01:39:56 PM »
น้าครับ  ไม่ทราบว่า มีข้อมูล หรือ เคยใช้ สาย firewire ยี่ห้อ Granite Digital บ้างไหมครับ  :D
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: 03 เมษายน, 2013, 10:30:47 PM »
มาติดตามผลงานของเจ้าของกระทู้ครับ  ได้ไอเดียดี ๆ หลายอย่างครับ  แต่บางที การเสพเรื่องฟังเพลง ฟังเครื่องเสียง เล่นเครื่องเสียง มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความเที่ยงตรงเสมอไปสิครับ  บางทีคนเรายังชอบการปรุงแต่งโดยไม่ได้สนใจว่าต้นฉบับเดิมจะเป็นอย่างไร เสียงที่ได้ยินจะเที่ยงตรงถูกต้องแม่นยำแค่ไหน แต่เค้าปรุงแต่งเพื่อให้ได้อรรถรสจากเสียงที่เค้าชอบและอยากได้ยินสิครับ  แล้วจะทำยังไงดีละทีนี้  :secret

แน่นอนว่ามันไม่เที่ยงตรงอยู่แล้วครับ แค่ในห้องอัดเอง นักกีตาร์สักคนจะบันทึกเสียงให้ตรงกับที่ตัวเองเล่นยังยาก ทั้งการวางไมค์ ขนาดห้อง ลำโพงมอนิเตอร์ที่ฟัง เล่นในห้องอัดได้หน้าพอใจ แต่พอออกมาฟังที่หน้า Mixer เสียงกลับใช้ไม่ได้ ต้องเล่นใหม่ แก้วิธีวางไมค์ ทำอยู่หลายครั้งกว่าจะได้ แผ่นแต่ละแผ่นกว่าจะออกมาได้มีคุณภาพช่างยากเย็น หรือมีบางยุคที่การบันทึกเสียงมันผิดเพี้ยนตามรสนิยมคนซื้อเครื่องเสียงก็มี เช่นมียุคนึงที่เครื่องเสียงบ้านมีเบสมหาศาล เมื่อแผ่นที่บันทึกมาแบบพอดี ใส่กับเครื่องเสียงบ้าน กลายเป็นเบสบวม ทำให้ทางห้องบันทึกเสียงต้องลดเบสลงเพื่อให้พอดีกับเครื่องเสียงบ้านในสมัยนั้น หรือยุคที่การเปิดเพลงในผับบูมสุดๆ และเครื่องเสียงผับมีเบสมากกว่าเครื่องเสียงบ้านอีกหลายเท่า ทำให้มีเพลงบางแผ่นที่ทำมาเฉพาะไว้เปิดในผับ คือในแผ่นแทบไม่มีเสียงเบสเลยเมื่อเปิดเครื่องเสียงบ้าน แต่เปิดในผับแล้วมันส์สุดๆ

ยุคที่แปลกกว่านั้นก็มี เช่นยุคที่มีการปรับปรุงเครื่องเสียงห้องอัดให้ทันสมัยขึ้นมาก ไมค์ไวสุดๆ และมันก็เกิดปัญหา คือมันไวซะจนได้ยินแม้เสียงหายใจหรือกลืนน้ำลายชัดเกินไป ทำให้ต้องตัดเสียงออก กลายเป็นว่ายุคนั้นก็จะมีแต่แผ่นเพลงที่ถูกตัดเสียงออกไปพอสมควร และสุดท้ายมันก็สรุปว่า มันไม่น่าฟัง จึงมีการปรับแต่ห้องอัดกันยกใหญ่ เลือกใช้ไมค์ที่มีความพอเหมาะกับเสียงที่จะบันทึกเท่านั้น

ผมอ่านบทความเครื่องเสียงหลายบทความ (เล่นเครื่องเสียงตั้งแต่อยู่ ม5) ที่มักพูดถึงความสมจริงหลายๆอย่าง แต่ก็ไม่ได้เจาะลึกลงไปว่ายุคไหน ช่วงปีไหน ห้องอัดเป็นอย่างไร รสนิยมคนในยุคนั้นเป็นอย่างไร และจริงๆแล้วอัดมาอย่างไรก็ไม่เหมือนจริงอยู่แล้วครับ อย่างเพลงจาก Guns N Roses ที่มักมีท่อนโซโล่กีตาร์ แน่นอนว่าเสียงโซโล่กับลีด แถมมีกลอง มันตีกันเมื่อฟังผ่านเครื่องเสียง จึงใช้ Compressor หรี่ความชัดของกลองและเสียงอื่นๆลงเมื่อโซโล่กีตาร์ เพื่อให้ผู้ฟังได้ฟังอย่างชัดเจน แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่ความสมจริงอยู่แล้วครับ แต่นักดนตรีและคนบันทึกเสียง ต้องการให้ได้เสียงตามคอนเซปของเพลงอย่างชัดเจน เพลงต้องมีลายเซ็นต์ของวง

ค่ายอัดฝีมือระดับเทพก็มีหลายค่าย อย่างเชฟฟิลแลปส์ ที่ใช้อุปกรณ์ก็ไม่ได้ต่างจากสตูอื่น แต่บันทึกเสียงได้ดีกว่ามาก (ฝีมือล้วนๆ) ค่าย GRP ที่มีมือ Mix ระดับเทพที่ผันตัวเองมาเป็นมือเบส เล่นเอง Mix เอง อย่างมาร์ลคัส มิลเลอร์
และยังมีผู้มีฝีมือที่นำเทปมาสเตอร์แรกมา Remaster ซึ่งในตอนแรกยังไม่ได้รับการยอมรับนัก จนได้พิสูจน์ฝีมือและทำให้การ ReMaster กลายเป็นอีกมาตราฐานของการทำแผ่นขึ้นมาใหม่

ท่านใดจะฟังเสียงแบบใด แล้วแต่รสนิยมครับ แต่สำหรับผม ผมเลือกแล้วคือในระบบ Firewire แบบ Studio ผสมกับเครื่องเสียงบ้าน ให้ที่ค่อนช้างเที่ยงตรง เพราะต้องการไปให้ถึงสิ่งที่นักดนตรีอยากจะบอกเรา และบันทึกไว้ในแผ่น แน่นอนว่าผมก็ฟังเพลงในแนวที่ถูกใจ แต่ไม่ได้บังคับให้เสียงต้องถูกใจผมเสมอ เพราะแต่ละแผ่นมีคาแรคเตอร์แตกต่างกันชัดเจน ถ้าผมเลือกฟังแต่เสียงแบบที่อยากได้ จูนเครื่องเสียงจนเปิดทุกแผ่นแล้วเสียงเป็นแนวเดียวกันหมด โลกของผมคงจืดจาง ไม่ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้ตื่นเต้นกับการซื้อแผ่นแท้แล้วเอามาแปลงเป็น 32bit/88.2 แล้วได้เจออีกโลกนึงที่ถูกบันทึกไว้

"ไปฟังดนตรีจริงสิ" เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยๆ แต่ว่า นักดนตรีที่ผมอยากฟัง ก็แยกวงบ้าง ตายบ้าง (เอาผืนกรอกปากตัวเองหัวระเบิดไปบ้าง ไม่ถงไม่ถามแฟนเพลงสักคำ) ทางออกสุดท้ายคือผลงานที่เขาฝากไว้บนโลกนี้ มันก็อยู่ในแผ่นเสียง แผ่นซีดี เป็นทางสุดท้ายที่จะได้เห็นฝีมือพวกเขาอีกครั้งครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: 01 เมษายน, 2013, 11:12:19 PM »
มาติดตามผลงานของเจ้าของกระทู้ครับ  ได้ไอเดียดี ๆ หลายอย่างครับ  แต่บางที การเสพเรื่องฟังเพลง ฟังเครื่องเสียง เล่นเครื่องเสียง มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ความเที่ยงตรงเสมอไปสิครับ  บางทีคนเรายังชอบการปรุงแต่งโดยไม่ได้สนใจว่าต้นฉบับเดิมจะเป็นอย่างไร เสียงที่ได้ยินจะเที่ยงตรงถูกต้องแม่นยำแค่ไหน แต่เค้าปรุงแต่งเพื่อให้ได้อรรถรสจากเสียงที่เค้าชอบและอยากได้ยินสิครับ  แล้วจะทำยังไงดีละทีนี้  :secret
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: 01 เมษายน, 2013, 12:44:53 PM »


การเล่นระบบ Firewire แบบ Studio Grade เป็นคำตอบที่ผมหาได้ จากการที่อยู่ในวงการเครื่องเสียงหลายปี และเครื่องเสียงบ้านก็มีลักษณะเฉพาะหรือคาแรคเตอร์เสียงมากเกินไป จนบางทีไม่เหลือเค้าโครงเดิมจากแผ่นที่ฟังแม้แต่น้อย แต่ผมลองฟังเครื่องเสียงแบบสำหรับสตูดิโออย่างเดียวแล้ว ก็ไม่เหมาะเอาไว้ฟังเพลง เพราะมันออกแบบไว้เช็คความถี่ในการปรับแต่งในกระบวนการบันทึก สุดท้ายคำตอบของผมคือนำเครื่องเสียงสองประเภทมาผสมกัน ใช้ความเที่ยงตรงและแม่นยำจากตัวแปลงดิจิตอล ในระดับสตูดิโอเกรดเป็นระบบ Firewire และมีราคาไม่แพงมาก แต่ได้มาตราฐานความเที่ยงตรงทุกยี่ห้อ และมีคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆถ้าจ่ายมากขึ้น ไม่เหมือนกับเครื่องเสียงบ้านที่มักพบบ่อยๆว่าสินค้าตัวที่ถูกกว่าบางครั้งก็ให้เสียงดีกว่าอีกแบรนด์ที่แพงกว่า
ส่วนภาค analog ก็ใช้แบบเครื่องเสียงบ้าน ทำให้ผมได้ลูกผสมที่มีความเที่ยงตรงที่ต้นทาง ทำให้ปรับแต่งส่วนของ Amplifier และลำโพงได้ไม่ยาก

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2013, 02:46:36 PM »
สนใจจะซื้อ mac mini มาฟังเพลง โดย ฟังกับหูฟัง และลำโพงสำหรับคอมพ์ที่คุณภาพดีฯ ไม่ทราบต้องเลือก
mac mini ประมาณใหน จำเป็นใหมต้อง i7 แรมสักเท่าหร่ดี

dac ที่สนใจก็ประมาณ meridian explorer
ถามแบบคนไม่เคยใช้ mac มาก่อน ขอบคุณมากครับ

peter

- ถ้าใช้ฟังเพลงอย่างเดียว เล่นเนทด้วย ตัดวีดีโอนิดหน่อย รีทัชภาพด้วย Mac mini ตัวมาตราฐานก็ทำงานได้ดีแล้วครับ
- แรมซื้อเปลี่ยนได้เองสำหรับ Mac mini มีสองสล๊อต ถ้าจะใส่ 8GB ก็ต้องใส่ 4GB สองตัวครับ  ถ้าใส่ 16GB ก็คือ 8GB สองตัว
- สำหรับ DAC ถ้าเป็น USB ใส่กับ Mac mini เสียงดีกว่าต่อกับ PC แน่นอนครับ แต่ก็ขึ้นกับโปรแกรมที่ใช้เล่น แต่ถ้าเอาสะดวกด้วย เสียงดีด้วย แนะนำ iTune + Amarra ครับ จัดเก็บเป็นระเบียบใน iTune และใช้ Output ของ Amarra
- DAC meridian explorer ก็ดูน่าสนใจนะครับ ราคาไม่แพงและทำงานแบบ Asychronous แถมใช้กับ Mac ไม่ต้องลงไดรเวอร์ แต่ถ้ามีภาพจ่ายไฟเสียบเพิ่มจะน่าสนใจขึ้นอีกมาก ส่วนเสียงผมไม่เคยฟังครับ แต่ลองค้นข้อมูลดูก็ดูดีทีเดียว
แต่อีกเรื่องนึงคือสาย USB ที่คงอัพเกรดคุณภาพได้อีกมาก แต่ราคาก็คงแรงน่าดูสำหรับค่าสาย
- DAC ในสไตล์ผม เน้น Firewire อย่างเดียวครับ มีตั้งแต่ไม่แพงอย่าง Focusrite Saffire PRO 14 ต่อเป็น Firewire ราคาแค่ 8400 บาท เป็น DAC และต่อหูฟังได้เลย คุณภาพเสียงมาตราฐานนักดนตรีครับ http://www.kimlengstudio.com/Focusrite/Focusrite-Saffire-PRO-14/flypage.tpl.html  และยังมีรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดูตามราคาได้เลย เกรดสตูดิโอลำดับราคาก็จะบ่งบอกคุณภาพครับ เรียกว่าไม่ต้องเปิดเทียบกัน แต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นบ่งบอกกลุ่มเป้าหมายและการใช้งานไว้แล้ว อย่างของผมใช้ Motu Ultralite MK3 ก็จัดอยู่ในกลุ่ม Semi Pro ถ้าแบบโปรก็ต้องขยับเป็น RME หรือ Apogee

ออฟไลน์ Help !!!

  • Guest (บุคคลทั่วไป)
  • Superstar...
  • *
  • กระทู้: 5,866
  • Please Help Thanks
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: 20 มีนาคม, 2013, 11:41:46 PM »
สนใจจะซื้อ mac mini มาฟังเพลง โดย ฟังกับหูฟัง และลำโพงสำหรับคอมพ์ที่คุณภาพดีฯ ไม่ทราบต้องเลือก
mac mini ประมาณใหน จำเป็นใหมต้อง i7 แรมสักเท่าหร่ดี

dac ที่สนใจก็ประมาณ meridian explorer
ถามแบบคนไม่เคยใช้ mac มาก่อน ขอบคุณมากครับ

peter
กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิกฝากถามมา ก็ขอความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆสมาชิก ช่วยตอบให้ด้วยนะคร๊าบผม...ขอบคุณมั่กๆครับ...

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2013, 10:06:45 PM »
คัน ๆๆ  โชว์บ้างดีกว่า










iTunes library นี่ ถ้าใครได้ศึกษาจนเข้าใจมันแล้ว ต้องบอกว่า มันทำได้ไงฟ่ะเนี่ยะ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: 19 มีนาคม, 2013, 12:06:06 PM »
ผมแคปหน้าจอมานะครับ การจัดเก็บเพลงให้เป็นระเบียบ ค้นหาง่าย จำเป็นต้องใช้ iTune ที่เน้นเรื่องนี้โดยเฉพาะ



ถ้าริปแผ่นแบบง่ายๆก็ริปผ่าน iTune ได้เลย สำหรับ Mac ผมทกสอบแล้วว่า .aiff ให้คุณภาพได้ดีที่สุด
สำหรับ iTune เลือกได้สูงสุดที่ 16bit/48 เวลาริปผ่าน iTune ต้องมี Apple ID ก่อน และต่ออินเตอร์เนทไว้ชณะใส่แผ่น iTune จะค้นหาชื่อแผ่นและรายชื่อเพลงได้เลย
เมื่อสั่งริปแล้วจะได้ชื่ออัลบั้มและรายชื่อเพลงที่ถูกต้อง และสั่ง Get Album Artbork ก็จะได้หน้าตาการจัดเก็บแบบที่ผมแคปเจอร์หน้าจอมาครับ
แต่ถ้าต้องการริปให้ได้เป็น 88, 96 ต้องใช้โปรแกรมอื่นครับ และไฟล์จะใหญ่ขึ้นอีกมาแทบจะเท่ากับแผ่น DVD



สำหรับชุดของผมที่เป็น Macbook Air + Motu Ultralite MKII จะปรับตั้งประมาณนี้ได้เสียงดีที่สุด ทดลองปรับแต่งอยู่หลายอาทิตย์จนลงตัว



ชุดมาตราฐาน Mac mini (เปลี่ยน HDD เป็น SSD) + HDD Buffalo Firewire (เก็บเพลง) + M-Audio Profire 610 (Firewire) เอาท์พุทเป็น COAX ต่อเข้ากับ DAC ของ Poem ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 มีนาคม, 2013, 03:47:02 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: 13 มีนาคม, 2013, 10:28:27 AM »
เห็นด้วยกับ คุณ Guntam ครับ อุปกรณ์ไว้ฟังเพลงก็ไว้ฟังเพลง อุปกรณ์ไว้ทำเพลงก็ไว้ทำเพลงครับ สำหรับการ ทำเพลง ซึ่งต้อง mix เสียงจากหลายแหล่ง firewire ทำได้ดีกว่ามากครับ เห็นได้ชัดครับว่า firewire support channel ได้มากกว่า และมี lantency น้อยกว่าครับ ซึ่งถ้าฟังเพลงจากหลายแหล่งพร้อมกัน มอง interface firewire ไว้จะทำขยับขยายได้สะดวกครับ

ที่ผมเอามาเขียน ผมไม่ได้ลำบากอะไรที่จะหามาเล่าให้ฟัง ใครๆก็หาจากอากู๋ หาจาก wiki ก็ได้ไม่ยากครับ เพียงแค่ทำความเข้าใจกับมันคร่าวๆครับ ว่ามันทำงานได้อย่างไร
เสียงที่ฟังแล้วไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่ไฟล์เท่ากันมันน่าจะปรับที่จุดไหน มันน่าจะเกิดขึ้นได้เพราะอะไร เท่านั้นเองครับ

หลายท่านในนี้ก็มีกำลังทรัพย์ต่างกันดังนั้นการเข้าถึงอุปกรณ์ก็ทำได้ต่างกัน แต่เรื่องการทำความเข้าใจนั้นขอให้รักการอ่านก็พอ ก็สามารถลงมืออ่านได้เลยครับ ถ้าเข้าใจว่ามันทำงานได้อย่างไร
ก็จะทำให้เราฟังเพลงโดยลดจำนวนข้อกังวลไปได้ครับ และทำให้มีความเข้าใจมากขึ้นในการเลือกอุปกรณ์ครับ

ผมเองเป็นทั้ง คนฟังเพลง และ diy เครื่องเสียงเอง โปรแกรมอ่านไฟล์เพลงก็เคยเขียน ซึ่งผมก็เข้าใจดีครับว่า ต่อให้เป็นอุปกรณ์ตัวเดียวกัน เล่นเพลงต่างเวลากันก็ฟังได้ไม่เหมือนกัน เรื่องนี้เราฟังเพลงกันก็คงทราบกันดีครับ



กด Like  :clap :clap :clap
Simple is my Way