ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 257986 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #514 เมื่อ: 12 มีนาคม, 2017, 09:05:01 AM »

สถิตย์พลัง Thunderbolt




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #513 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 12:27:35 PM »
อ่านไปอ่านมา ตกลงเราจะฟังเพลง หรือ เราจะทำเพลงกันเนี่ยะ

แต่ก็ดีครับได้ความรู้

ผมก็ Logic Pro X ใช้ริปเพลงมาตั้งแต่ต้นแล้วครับ แต่คราวนี้ก็แค่เพิ่มการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงครับ เห็นช่วงนี้กำลังฮิต

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #512 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 11:42:14 AM »
อ่านไปอ่านมา ตกลงเราจะฟังเพลง หรือ เราจะทำเพลงกันเนี่ยะ

แต่ก็ดีครับได้ความรู้
Simple is my Way

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #511 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 09:21:51 AM »
เกือบไม่ได้นอนเลยครับ

ทดสอบ Logic Pro X สำหรับการบันทึกเสียงเข้า Apogee เพราะจะทำการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงลงเป็น Digital ครับ



ตัว Logic Pro X ผมก็ซื้อของแท้มาเลยจาก App Store แต่ซื้อตอนโปรโมชั่น ได้ FinalCut Pro X พ่วงมาด้วยเลยในราคาเดียว



แถม Apogee นั้นเรียกว่าออกแบบมา Compatible กับ Logic Pro X อยู่แล้วครับ
ใช้ครบทั้ง D/A และ A/D และมีมี DI BOX สำหรับแปลง Unbalance เป็น XLR มาเสริมทัพอีกหนึ่งตำแหน่ง
วันเสาร์นี้ผมคงวุ่นวายมากแน่ๆที่ต้องเทสต์ทั้งหมดนี้ครับ (ต้องบ่ายต้องไปทำหน้าที่ Admin ร้านกล้องอีก)


แจ่มครับ Logic Pro X  ผมเคยเล่นตอนเป็น PC Logic 4.5 กับ 5.5  สมัยนั้นคนทำเพลงเมืองไทยคุ้นเคยมากกว่าโปรแกรมอื่น

ลองหาไมค์ ดีๆ ทดสอบเสียงคนพูด คนร้องก่อนซิครับ  Apogee เด่นเรื่องไมค์ปรี และ A/D อยู่แล้ว
เซ็ทลงตัวหา Backing Track มาร้อง อัดคนละแทร๊คกันค่อยมามิกซ์ทีหลังใส่เอฟเฟคตามใจฉัน
ทำอัลบั้มเพลงแจกเลยครับ สนุกมากขึ้นไปอีก

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #510 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 08:38:37 AM »
เกือบไม่ได้นอนเลยครับ

ทดสอบ Logic Pro X สำหรับการบันทึกเสียงเข้า Apogee เพราะจะทำการบันทึกเสียงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงลงเป็น Digital ครับ



ตัว Logic Pro X ผมก็ซื้อของแท้มาเลยจาก App Store แต่ซื้อตอนโปรโมชั่น ได้ FinalCut Pro X พ่วงมาด้วยเลยในราคาเดียว



แถม Apogee นั้นเรียกว่าออกแบบมา Compatible กับ Logic Pro X อยู่แล้วครับ
ใช้ครบทั้ง D/A และ A/D และมีมี DI BOX สำหรับแปลง Unbalance เป็น XLR มาเสริมทัพอีกหนึ่งตำแหน่ง
วันเสาร์นี้ผมคงวุ่นวายมากแน่ๆที่ต้องเทสต์ทั้งหมดนี้ครับ (ต้องบ่ายต้องไปทำหน้าที่ Admin ร้านกล้องอีก)

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #509 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 07:02:06 AM »
:clap แล้วเจ้าตัว apogee duet มันดีมั๊ยครับ ผมต้องการที่มันง่ายๆไม่ซับซ้อนมาก กลัวหลงทางครับ


ค่อยๆ อ่านไปครับ รับรองไม่หลงทาง


http://www.patid.com/board/index.php?topic=7546.0


หมายเหตุ  ฝรั่งเขาผลิตสินค้าให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ เช่นผลิตมาให้ใช้งานสำหรับคนทำเพลง มิกซ์เพลง

ทำงานในสตูดิโอ  หรือทำงานแบบพกพา ไปเที่ยวภูเขา ทะเล เกิดอารมณ์อยากทำเพลง

ส่วนชาวเรา หาซื้อมาฟังเพลงอย่างเดียว
นั่นหมายถึงต้องการภาค DAC  และ ภาคปรีเอ้าท์ ที่ออกจาก DAC ที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้เพราะรูปแบบการฟังเพลงแต่ละคนรับรองไม่เหมือนกัน

ถึงเวลาหนึ่ง "หู" เราจะบอกเองถึงจุดที่พอดีครับ






ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 69
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #508 เมื่อ: 10 มีนาคม, 2017, 12:00:58 AM »
 :clap แล้วเจ้าตัว apogee duet มันดีมั๊ยครับ ผมต้องการที่มันง่ายๆไม่ซับซ้อนมาก กลัวหลงทางครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #507 เมื่อ: 09 มีนาคม, 2017, 09:49:12 PM »
ตัวนี้ที่ใช่ เรื่องน้ำเสียงไม่มีใครเกินครับ




ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #506 เมื่อ: 09 มีนาคม, 2017, 01:03:38 PM »
My New System



คร่าวๆ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #505 เมื่อ: 03 มีนาคม, 2017, 10:53:46 AM »
เวลาเทสต์แต่ละครั้ง ก็ใช้ชุดใหญ่ที่ Poem ครับ เลยฟังออกง่ายมาก
เปลี่ยนยี่ห้อ HDD เสียงก็เปลี่ยนแบบไม่ต้องฟังจบเพลง หรือฟังผ่าน HDD ความเร็ว 7200rpm วัดกับ 10000rpm ก็แสดงผลชัดเจน




ปล่อยอุปกรณ์ Firewire หลายชิ้นครับ หาเงินไป Thunderbolt
http://www.htg2.net/index.php/topic,93613.0.html

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #504 เมื่อ: 02 มีนาคม, 2017, 04:13:53 PM »
เปิดเจ้ากล่องฟ้าออกมา พบว่า OP-AMP เป็นเบอร์ที่เสียงธรรมดามากๆ ทาง Poem ก็จับเปลี่ยนซะเลย ใส่เกรดทหารลงไปแทน (800K)
เสียงเปิดกว่าเดิมมาก ใส่ทั้ง IN และ OUT ก็แพงกว่าค่าตัวเจ้ากล่องนี้แล้ว แต่เสียงที่ได้เกินคุ้มครับ



เป็นอุปกรณ์ที่นักดนตรีต้องพกติดตัวเสมอเลย เจ้ากล่องน้ำเงินตัวนี้ ผมก็หารุ่นที่มีค่าความต้านทานเหมาะสมที่ใช้กับเครื่องเสียงบ้าน
และมันเป็นอุปกรณ์ที่ค้านทฤษฎีเสียเหลือเกิน ถ้ามองในมุมเครื่องเสียงบ้าน แต่มันกลับให้เสียงได้น่าฟังมากขึ้น เมื่อต่อผ่านกล่องนี้
(ผมนึกถึงเวลาริปเพลงผ่าน Logic Pro X ที่เวลา Export มีให้กดว่าจะให้ฟิลเตอร์ทำงานมั้ย แน่นอนผมไม่เลือก แต่ก็ยังข้องใจ เลย Export
ทั้งแบบผ่านฟิลเตอร์ กับไม่ผ่าน ฟังเทียบกันแล้ว แบบเลือกให้มีฟิลเตอร์เสียงดีกว่ามาก ... )




ปล่อยอุปกรณ์ Firewire หลายชิ้นครับ หาเงินไป Thunderbolt
http://www.htg2.net/index.php/topic,93613.0.html





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 มีนาคม, 2017, 09:02:33 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #503 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์, 2017, 09:14:30 AM »
จาก MOTU 828MKII สองเครื่อง เหลือแค่นี้ แต่อันนี้เสียงดีกว่าด้วยวิธีเชื่อมต่อที่ได้ไอเดียจากนักดนตรี
และเพิ่มเจ้ากล้องสีฟ้าเข้ามาในระบบครับ



แน่นอนว่าใช้ Macbook Pro Retina ตัวเดิมครับ (ยังไม่มีงบไปรุ่น Touch Bar)




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 มีนาคม, 2017, 04:09:33 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #502 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์, 2017, 12:07:25 AM »
 :showoff :showoff :showoff

รออ่านครับ เผื่อจะตามไปบ้าง ๕๕๕
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #501 เมื่อ: 27 กุมภาพันธ์, 2017, 11:07:06 AM »
NEW SYSTEM, NEW SOUND



ถึงผมจะชื่นชอบเสียงจาก MOTU มากๆ แต่ก็ล้มกระดานขายไปจนหมดเพื่อทดลองหาแนวทางใหม่ๆ
ในที่สุดก็พบคำตอบที่เหนือกว่าครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #500 เมื่อ: 22 กุมภาพันธ์, 2017, 10:47:51 AM »
อำลาอาลัยร้าน JetLiveAudio เลยไปรับตัวนี้มาครับ เป็นที่ระลึก และเอาไว้ใช้กับ Apogee Duet Firewire



สุดท้ายยังหา Thunderbolt รุ่นที่ถูกใจไม่ได้ซะที (คือมันเกินงบ) เลยกลับมาจุดสตาร์ทที่ Apogee Duet ที่ราคาตอนนี้เหลือหลักพัน
แต่คุณภาพเสียงก็ยังเป็น Apogee วันยังค่ำครับ ราคาขนาดนี้หา DAC ที่แพงกว่ามากๆมาเทียบอาจจะเสียเงินเปล่า
แต่คราวนี้เพิ่มอุปกรณ์ที่ใช้ปรับความต้านทานเอาท์พุทให้เหมาะสมกับแอมป์บ้าน และพบว่ามันใช่เลย
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผมต้องไปถามนักดนตรี จึงได้ทราบว่า "ห๊ะ มีอุปกรณ์ดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ แถมถูกด้วย"
ขออุบไว้ก่อนครับว่ามันคืออะไร ไว้ยกไปเทสต์ที่ Poem Audio ให้แน่ชัดอีกที



Apogee Duet คราวนี้ให้น้ำเสียงแบบเต็มพลังได้เสียที แถมให้น้ำเสียงได้เหนือกว่าที่ผมใช้ MOTU 828MKII
ประกบกันสองเครือ่งที่ผมเคยใช้เสียอีก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 กุมภาพันธ์, 2017, 10:49:37 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #499 เมื่อ: 18 กุมภาพันธ์, 2017, 09:19:23 PM »
 :drunk d_d d_d :drunk

อ่านแล้วได้เปิดโลกทัศน์ดีจัง
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #498 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์, 2017, 11:53:32 AM »
ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ



เห็นด้วยในเรื่องของคำว่า "ศิลป์" ครับ

งานศิลป์ คือ และหรือเป็น  "งานที่มนุษย์สร้างขึ้น" 
มันถูกเรียกว่างานศิลป์โดยผู้คนจำนวนมากๆ ยอมรับต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน และผู้คนทั้งหลายนั้นต่างยุคสมัยซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องของแฟชั่น

ศิลป์ อาจเรียกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เป็นเรื่องของพรสวรรค์ + พรแสวง
(พรแสวงนั้นขอยกตัวอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ตอนเป็นเด็กฝึกแมนยู เขาซ้อมเตะทุกจุดในสนามวันละ 1000 ลูก
พรแสวงจึงน่าจะมาจากประสบการณ์หลายประสบการณ์ จนเกิดเป็นความรู้ หลายๆ ความรู้จะกลายมาเป็น "องค์ความรู้"
องค์ความรู้จะเกิดปัญญา คิดเท็คนิก คิดทฤษฎีได้เอง จนเกิดเป็นผู้รู หรือ กูรู  และถึงขั้นอาจ _อาจนะครับสร้างงานศิลป์ได้)

เรื่องของกล้องและเลนส์ ผมไม่มีความรู้ เคยอ่านแต่ไม่จำซักที ชอบแคถ่ายรูปครับ ว่ามาแต่กล้องรูเข็ม และกล้องฟิลม์ยืมคนอื่น
ถ่ายแล้วดูแฮปปี้ เลยกลายเป็นมือกล้องให้เพื่อนๆ  และใช้กล้องลูกคนมีสะตังนั่นแหละครับ ไม่มีกล้องตัวเอง

แถมเรื่องเพลงบ้าง เคยได้ยินเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งซึ่งใช้บ้านไม้สองชั้นเก่าๆ แถวอิสาน อัดเสียงด้วยเทปแปดแทร๊ค
ดังระเบิดเถิดเทิง ภายในปีเดียวทำเงินได้ 400 ล้าน สมัยโน้นเยอะนะครับ เบ็ดเสร็จเห็นว่ารับถึง 600 ล้านบาทไทย
ตัวผมเองฟังครั้งแรกก็ติดใจต้องซื้อมาฟังเชียวครับ

การแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

เห็นด้วยครับ การแก้ไขปัญหาไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อของแพงของดีเสมอไปครับ ของบ้านๆ Standard ใช่ว่าจะทำให้ผลออกมาดีไม่ได้

พวกตากล้องมือโปร เอาพวกกล้องมือถือมาถ่ายภาพออกมาให้ดูดีมีเยอะแยะ

อย่างเรื่องบันทึกภาพ บันทึกเสียง ถามว่าจำเป็นไหมที่ต้องใช้พวกอุปกรณ์ Low Latency เพื่อให้เสียงไม่เหลื่อม

คำตอบคือ จะว่าจำเป็นก็จำเป็น จะว่าไม่จำเป็นก็ไม่จำเป็นครับ Software บางตัว ทำ Calibration เพื่อชดเชย Latency ได้ (ถ้าตั้งค่าเป็น)

อย่างในคอมบางคนคิดว่าใช้อุปกรณ์แพงอย่างเดียวจะลด Latency ให้ต่ำๆ ได้เลย แต่ Config software/OS ที่ใช้ หรือใช้ OS เปลี่ยน Kernel เป็น Realtime ไม่ได้ หรือแทบจะแก้ Setting อะไรเลยไม่ได้ อย่าง OSX เป็นต้น ไม่ก็ไปตั้งค่า Bios/OS/firmwre ไม่เป็นปล่อยให้ระบบลดความถี่สัญญาณนาฬิกาลง ให้หยุดหมุน HDD เพื่อประหยัดไฟ ซึ่งวิธีแก้ไขปัญหาก็แค่ไปตั้งค่าให้ถูกต้อง ใช้ OS ที่เหมาะกับงาน แต่บางคนก็เลือกที่จะไปซื้อของใหม่ที่แพงกว่าเดิมมาแทน ไม่คิดจะศึกษาพัฒนาหาความรู้อะไรเลย คิดว่าการควักเงินซื้อของแพงๆ นั่นคือ การพัฒนาตัวแล้ว

ที่แย่กว่านั้นคือ การมาอ้างว่า Low Latency ทำให้ตอน Playback เพลงเสียงดีขึ้น ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย ปัญหาเรื่อง Latency ในเรื่องเสียง มันเกิดจากการที่เล่นและอัดเสียงพร้อมกัน ทำให้เสียงเหลื่อมกัน เพราะระบบต้องใช้เวลาในการ Process ข้อมูล

แถมบางท่านนี่ ชอบเอาเรื่อง Low Latency มาอวด แต่ตอนเล่นเพลงจริง ตั้งค่าโปรแกรมที่เล่น ให้อ่านข้อมูลทั้งหมดไปเก็บไว้ใน RAM ก่อนเล่น บางทีกว่าจะอ่านเสร็จก็ 1-2 วินาทีไปล่ะ Latency ก็อยู่แถวๆ 1xxx-2xxx ms เข้าไปล่ะ แล้วมัน Low Latency ตรงไหนอีแบบนี้

ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ


อยากทราบเหมือนกันครับว่าได้รับอนุญาติแล้วหรือยัง?
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #497 เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์, 2017, 06:48:32 AM »
ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ



เห็นด้วยในเรื่องของคำว่า "ศิลป์" ครับ

งานศิลป์ คือ และหรือเป็น  "งานที่มนุษย์สร้างขึ้น" 
มันถูกเรียกว่างานศิลป์โดยผู้คนจำนวนมากๆ ยอมรับต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน และผู้คนทั้งหลายนั้นต่างยุคสมัยซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องของแฟชั่น

ศิลป์ อาจเรียกว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์ เป็นเรื่องของพรสวรรค์ + พรแสวง
(พรแสวงนั้นขอยกตัวอย่าง เดวิด เบ็คแฮม ตอนเป็นเด็กฝึกแมนยู เขาซ้อมเตะทุกจุดในสนามวันละ 1000 ลูก
พรแสวงจึงน่าจะมาจากประสบการณ์หลายประสบการณ์ จนเกิดเป็นความรู้ หลายๆ ความรู้จะกลายมาเป็น "องค์ความรู้"
องค์ความรู้จะเกิดปัญญา คิดเท็คนิก คิดทฤษฎีได้เอง จนเกิดเป็นผู้รู หรือ กูรู  และถึงขั้นอาจ _อาจนะครับสร้างงานศิลป์ได้)

เรื่องของกล้องและเลนส์ ผมไม่มีความรู้ เคยอ่านแต่ไม่จำซักที ชอบแคถ่ายรูปครับ ว่ามาแต่กล้องรูเข็ม และกล้องฟิลม์ยืมคนอื่น
ถ่ายแล้วดูแฮปปี้ เลยกลายเป็นมือกล้องให้เพื่อนๆ  และใช้กล้องลูกคนมีสะตังนั่นแหละครับ ไม่มีกล้องตัวเอง

แถมเรื่องเพลงบ้าง เคยได้ยินเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งซึ่งใช้บ้านไม้สองชั้นเก่าๆ แถวอิสาน อัดเสียงด้วยเทปแปดแทร๊ค
ดังระเบิดเถิดเทิง ภายในปีเดียวทำเงินได้ 400 ล้าน สมัยโน้นเยอะนะครับ เบ็ดเสร็จเห็นว่ารับถึง 600 ล้านบาทไทย
ตัวผมเองฟังครั้งแรกก็ติดใจต้องซื้อมาฟังเชียวครับ

การแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีครับ ผมเชื่ออย่างนั้น

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #496 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์, 2017, 08:49:34 PM »
ผมขออนุญาติ ตอบเรื่อง MTF กับการทดสอบเลนส์ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

ถ้าคนธรรมดาทั่วไป ลองใช้เวลาสักนิด ทำการศึกษาเรื่องการอ่าน MTF chart เราสามารถจะเปรียบเทียบ คุณภาพทางเทคนิคของเลนส์ได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปรบกวนผู้รู้ท่านอืน คุณทำได้ด้วยตนเองครับ

ผมนับถือ อาจารย์ปู่ และผมเชื่อโดยไม่สงสัยเลยว่า ต่อให้เป็น กล้องไม่มีเลนส์ (รูเข็ม) ท่านก็สามารถจะถ่ายงานศิลปออกมาได้อย่างสวยงาม

ผมเองยอมเสียเวลา อ่าน chart หา google มากกว่าจะไปรบกวนท่าน ต้องขออภัยท่านไว้ด้วยครับ อยากให้คุณ GUNTAM ระบุให้ชัดเจนว่าท่านอนุญาติให้นำรูปท่านมาเกี่ยวในบริบทนี้ ผมนับถือท่านอยู่ครับ

อยากจะให้ผู้อ่านท่านอื่น แยกแยะว่า ความสามารถทางศิลปของช่างภาพ กับคุณภาพของเลนส์ไม่ได้เกี่ยวกัน เลนส์/กล้องเป็นแค่เครื่องมือครับ

ศิลปของภาพถ่าย ไม่เสมอไปว่าต้องขี้นกับ วิศวกรรมของอุปกรณ์

ต่อให้ผมใช้กล้องราคาเป็นล้าน เลนส์ทะลุ MTF chart จะถ่ายให้เป็นศิลปแบบอาจารย์คงไม่ได้ครับ

สมัยนี้ค้นคว้าง่ายครับ ใช้อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับงาน และที่สำคัญให้เหมาะสมกับงบประมาณของแต่ละท่าน ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กุมภาพันธ์, 2017, 08:56:47 PM โดย Goda Takeshi »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #495 เมื่อ: 16 กุมภาพันธ์, 2017, 07:09:10 PM »
เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


ขออนุญาตตัดต่อ  ใช่ครับ ไฟล์เพลงที่ริบมา 16/44.1 ที่ผ่านกระบวนการตั้งค่า software ในการริบอย่างดี เสร็จแล้ว ผ่านกระบวนการถ่ายข้อมูลไปยังอีกทีนึงโดยผ่านอุปกรณ์ที่ดีเช่น ควบคุม vibration, noise หรือแม้กระทั่งการเรียงบิตข้อมูลที่ต่อเนื่องเป็นระเบียบ

ถ้าเราได้ไฟล์ลักษณะนี้ ใส่ในสื่อเก็บ ที่เรียงกันตั้งแต่แรก แล้วไม่ไปยุ่งกับมันอีกเลย (เหมือนเขียน CD แล้วปิดแผ่น) ไฟล์เพลงนั้นพอไปเปิดด้วยระบบที่ดี  เสียงน่าฟังมากครับ เรียกว่า ฟังเพลินจน hi-res เนี่ยะ มีมาทำไม ๕๕๕ แต่อย่างว่า ต้นฉบับ CD มันต่างกัน ไฟล์เพลงจึงย่อมแตกต่างกันไป  อยู่ ๆ เราจะมาทำให้ไฟล์เพลงทุกอัลบั๊มมันออกมาต้องฟังดีเหมือนกัน เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ใช้อุปกรณ์ที่ดี อุปกรณ์เกรดมืออาชีพใช้ แล้วมันจะทำให้ไฟล์เพลงเล่นกลับผ่านอุปกรณ์พวกนี้แล้ว ต้องฟังเพราะเสมอไป

โปรดอย่าเชื่อผม  :yahoo

มี Software เทส Jitter ครับ ผมก็เคยทำอยู่ครับ ถ้าเป็น CD มันวัด C1/C2 Error แล้วก็ Jitter ได้ครับ

Speed ในการอ่านเขียนมีผลต่อ Jitter และ C1/C2 Error รวมไปถึงตัวแผ่นที่ใช้ด้วย แผ่นบางแผ่น อ่านเขียนกับไดรฟ์ตัวนึงไม่ดี อาจจะอ่านเขียนกับอีกไดรฟ์ดีก็ได้ และเขียน/อ่านแผ่นที่ความเร็วต่ำสุดไม่จำเป็นต้องได้ผลดีสุดเสมอไปครับ

Hard Disk แต่ละตัว Jitter ก็ไม่เท่ากันครับ เวลาอ่านข้อมูลขึ้นมา หรือ ส่งข้อมูลระหว่างกันจะเกิด Jitter ขึ้นเสมอครับ แล้วคุณภาพ HW/SW ก็มีผลเหมือนกันครับ

หลักๆ การ Rip CD ใช้วิธี AccurateRip ครับ คือ โปรแกรม Rip หลัง Rip จะเทียบข้อมูลกับฐานข้อมูลที่เก็บไว้ใน Server โดยโปรแกรมต้องต่อเน็ตครับ เพื่อตรวจ Checksum ว่าได้ตรงกันหรือไม่? ถ้า Set Read Offset ถูก Checksum ตรง คือ ข้อมูลเหมือนกัน Bit ต่อ Bit แน่ๆ ครับ

แล้ว Vibration มีผลครับ พวกเคสหลังๆ HDD จะมี Damping เป็นน็อตกับยางมาด้วยกันครับ ตัว Optical Drive ก็มีทำ Damping ส่วนใหญ่ที่เป็นการลดแผ่นให้สั่นน้อยลง โดยใช้เคสลักษณะพิเศษ แต่ประสิทธิภาพแตกต่างไปตามความเร็วที่ใช้อ่านครับ ต้องไปเทสกันเอาเองว่าควรจะ Rip ที่ความเร็วเท่าไรถึงจะดีครับ แล้วตอน Rip ไม่ควรฟังเพลงไปด้วยครับ เพราะเสียงดังๆ มันมีผลทำให้พวก Optical Drive และ HDD ทำงานได้แย่ลงครับ

เสียงดังมากๆ แถวๆ 130 dB อาจจะทำให้ HDD เสียหายได้ครับ แถวๆ 110-120 dB อาจจะแค่ทำงานผิดปกติ หรือทำงานแย่ลงครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #494 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2017, 10:49:12 PM »
ติดตั้งเลนส์ Rodenstock ประกบเมาท์ F ใช้งานได้ทั้งกล้องฟิล์มและกล้องดิจิตอลของนิคอน
ส่งถึงมือ อาจารย์ปู่ (ผศ. สุรพงษ์ เอี่ยมพิชัยฤทธิ์) ไม่ต้องเปิดชาร์ต MTF ให้เสียเวลาเลยครับ
อาจารย์ปู่ทดสอบให้ดูเรียบร้อย (ทดสอบบนนิคอน 750) โฟกัสอินฟินิตี้ได้ไม่มีปัญหาอันใด
(อาจารย์ปู่ให้ส่งราคาพร้อมอแดปเตอร์ที่ทำขึ้นมาเลย ต้องการ 1 ชุด)
วันเสาร์นี้ก็มีคุณเอ๋ นักเลงฟิล์ม ขอไปทดสอบถ่ายฟิล์มก็ส่ไปทั้งบอดี้เลยครับ Nikon F2 + DW1 + เลนส์
เรียกว่างานนี้ คนจริงต้องทดสอบจริงเท่านั้นครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #493 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2017, 10:34:13 PM »
ได้เอาสาย AC ไปส่ง คุณผึ้ง วง ArmChair มาครับ (ได้มีโอกาสรู้จักกันตอนผมขายสาย Firewire และคุณผึ้งมารับไป)
แน่นอนว่าได้ความรู้ติดไม้ติดมือกลับมามากมาย แถมคุณผึ้งก็เป็นนักถ่ายภาพที่ใช้กล้อง 4x5 ซะด้วยครับ



เพราะผมเล่น Firewire ที่เป็นระบบแบบต้นทางครับ อยากได้ความรู้เพิ่มเติม ก็นี่ล่ะครับ ถามจากนักดนตรีตัวจริง
ที่ทั้งเล่นเอง อัดเอง แถมผมได้แผ่นเดโม่ของคุณผึ้งไว้ทดสอบเสียงอีกด้วย และได้ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์อีกหลายๆชิ้นที่สามารถ
นำมาประกบกับเครือ่งเสียงบ้านได้ (ได้หลักการ เทคนิค มาเรียบร้อยครับ เหลือผมต้องหามาทดสอบ)


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #492 เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์, 2017, 10:25:45 PM »
เรื่องเลนส์ และ spec ของมันเป็นเรื่องที่วัดได้ครับ ประสบการ์ณเป็นเรื่องของตัวบุคคล ควรจะแยกออกจากกันกับคุณภาพของอุปกรณ์

DOF สามารถตรวจสอบได้ครับ ผมหรือท่านอื่นใช้วิธีการเดียวกัน ผลก็ออกมาใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการได้ยินมันเป็นของแต่ละบุคคล

เราจะวัดความสามารถของคนฟังได้อย่างไร ทำไมคนฟังเพียงเดียวกันจากอุปกรณ์เดียวกันได้ยินต่างกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ จะทำให้เลือกใช้อุปกรณ์ ได้คุ้มค่ากับงานครับ

อย่างตัวอย่างของ tilt-shift เลนส์ ทำไมเราถึงต้องใช้มัน จะคุ้มไหมถ้า เรามีงบจำกัด ถ้าไม่มีมันจะมีเทคนิค อื่นๆทำแทนมัน ในระดับที่เราจะยอมรับได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง tilt-shift เลนส์ อะไรทำให้มันต่างกับเลนส์ธรรมดา ประสบการ์ณอย่างเดียวคงให้ความรู้กับคนอื่นไม่ได้ สำหรับผมไม่เคยใช้มันเพราะเรื่องราคากับการไปใช้ไม่เหมาะกับผมที่จะลงทุน แต่จากการศึกษาผมพอจะบอกได้ว่า มันช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุม DOF เมื่อเลนส์ต้องอยู่ใกล้กว่าตัวแบบมากๆ ทำให้ระยะชัดลึกของระนาบเลนส์ไม่สามารถครอบคลุม ตัวแบบได้

พอเราทราบว่าข้อเด่นของมันคืออะไร ถ้าเราไม่มีมันจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างจาก ตัวแบบวางกันในระนาบ 45 ถ้าเราไม่มี tilt-shift เลนส์ เราจะทำอะไรได้บ้าง เราต้องการคุณภาพขนาดไหนถ้าเราใช้วิธีการอื่น เช่น

  • ถ้าผมมีกล้องที่มี ความละเอียดมากกับ รูปปลายทางผมใช้แค่ในเว็บ ผมคงใช้เลนส์ธรรมดา แต่ถอยห่างออกจากตัวแบบ จนได้ระยะขัดที่ต้องการ แล้วค่อยมา crop
  • ถ้าพื้นที่จำกัด ผมคงถ่ายมากกว่าหนึ่ง shot ที่ความคมชัดต่างกันในแต่ละระบาบชัด ของตัวแบบ แล้วค่อยมารวมกันใน software ซึ่งกล้องหลายเลนส์ ก็ใช้วิธีนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันต้องใช้เวลา ถ้างานของคุณต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ ลงทุนกับมันก็คงคุ้มครับ

เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


นั่นสิครับ บอกไม่มี Tilt shift แล้วถ่ายไม่ได้?

แล้วผมทำ Focus stacking ตามด้วย geometry correction ไม่ได้เหรอ?

https://www.youtube.com/watch?v=iYA7wb2Vkz8

แล้วมันทำมาหากินทันมั้ยครับวิธีนี้ 55


ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #491 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2017, 02:00:55 PM »
เรื่องเลนส์ และ spec ของมันเป็นเรื่องที่วัดได้ครับ ประสบการ์ณเป็นเรื่องของตัวบุคคล ควรจะแยกออกจากกันกับคุณภาพของอุปกรณ์

DOF สามารถตรวจสอบได้ครับ ผมหรือท่านอื่นใช้วิธีการเดียวกัน ผลก็ออกมาใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการได้ยินมันเป็นของแต่ละบุคคล

เราจะวัดความสามารถของคนฟังได้อย่างไร ทำไมคนฟังเพียงเดียวกันจากอุปกรณ์เดียวกันได้ยินต่างกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ จะทำให้เลือกใช้อุปกรณ์ ได้คุ้มค่ากับงานครับ

อย่างตัวอย่างของ tilt-shift เลนส์ ทำไมเราถึงต้องใช้มัน จะคุ้มไหมถ้า เรามีงบจำกัด ถ้าไม่มีมันจะมีเทคนิค อื่นๆทำแทนมัน ในระดับที่เราจะยอมรับได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง tilt-shift เลนส์ อะไรทำให้มันต่างกับเลนส์ธรรมดา ประสบการ์ณอย่างเดียวคงให้ความรู้กับคนอื่นไม่ได้ สำหรับผมไม่เคยใช้มันเพราะเรื่องราคากับการไปใช้ไม่เหมาะกับผมที่จะลงทุน แต่จากการศึกษาผมพอจะบอกได้ว่า มันช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุม DOF เมื่อเลนส์ต้องอยู่ใกล้กว่าตัวแบบมากๆ ทำให้ระยะชัดลึกของระนาบเลนส์ไม่สามารถครอบคลุม ตัวแบบได้

พอเราทราบว่าข้อเด่นของมันคืออะไร ถ้าเราไม่มีมันจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างจาก ตัวแบบวางกันในระนาบ 45 ถ้าเราไม่มี tilt-shift เลนส์ เราจะทำอะไรได้บ้าง เราต้องการคุณภาพขนาดไหนถ้าเราใช้วิธีการอื่น เช่น

  • ถ้าผมมีกล้องที่มี ความละเอียดมากกับ รูปปลายทางผมใช้แค่ในเว็บ ผมคงใช้เลนส์ธรรมดา แต่ถอยห่างออกจากตัวแบบ จนได้ระยะขัดที่ต้องการ แล้วค่อยมา crop
  • ถ้าพื้นที่จำกัด ผมคงถ่ายมากกว่าหนึ่ง shot ที่ความคมชัดต่างกันในแต่ละระบาบชัด ของตัวแบบ แล้วค่อยมารวมกันใน software ซึ่งกล้องหลายเลนส์ ก็ใช้วิธีนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันต้องใช้เวลา ถ้างานของคุณต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ ลงทุนกับมันก็คงคุ้มครับ

เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


นั่นสิครับ บอกไม่มี Tilt shift แล้วถ่ายไม่ได้?

แล้วผมทำ Focus stacking ตามด้วย geometry correction ไม่ได้เหรอ?

https://www.youtube.com/watch?v=iYA7wb2Vkz8
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #490 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2017, 12:00:59 PM »
เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ


ขออนุญาตตัดต่อ  ใช่ครับ ไฟล์เพลงที่ริบมา 16/44.1 ที่ผ่านกระบวนการตั้งค่า software ในการริบอย่างดี เสร็จแล้ว ผ่านกระบวนการถ่ายข้อมูลไปยังอีกทีนึงโดยผ่านอุปกรณ์ที่ดีเช่น ควบคุม vibration, noise หรือแม้กระทั่งการเรียงบิตข้อมูลที่ต่อเนื่องเป็นระเบียบ

ถ้าเราได้ไฟล์ลักษณะนี้ ใส่ในสื่อเก็บ ที่เรียงกันตั้งแต่แรก แล้วไม่ไปยุ่งกับมันอีกเลย (เหมือนเขียน CD แล้วปิดแผ่น) ไฟล์เพลงนั้นพอไปเปิดด้วยระบบที่ดี  เสียงน่าฟังมากครับ เรียกว่า ฟังเพลินจน hi-res เนี่ยะ มีมาทำไม ๕๕๕ แต่อย่างว่า ต้นฉบับ CD มันต่างกัน ไฟล์เพลงจึงย่อมแตกต่างกันไป  อยู่ ๆ เราจะมาทำให้ไฟล์เพลงทุกอัลบั๊มมันออกมาต้องฟังดีเหมือนกัน เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ใช้อุปกรณ์ที่ดี อุปกรณ์เกรดมืออาชีพใช้ แล้วมันจะทำให้ไฟล์เพลงเล่นกลับผ่านอุปกรณ์พวกนี้แล้ว ต้องฟังเพราะเสมอไป

โปรดอย่าเชื่อผม  :yahoo
Simple is my Way

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #489 เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์, 2017, 10:52:33 AM »
เรื่องเลนส์ และ spec ของมันเป็นเรื่องที่วัดได้ครับ ประสบการ์ณเป็นเรื่องของตัวบุคคล ควรจะแยกออกจากกันกับคุณภาพของอุปกรณ์

DOF สามารถตรวจสอบได้ครับ ผมหรือท่านอื่นใช้วิธีการเดียวกัน ผลก็ออกมาใกล้เคียงกัน แต่เรื่องการได้ยินมันเป็นของแต่ละบุคคล

เราจะวัดความสามารถของคนฟังได้อย่างไร ทำไมคนฟังเพียงเดียวกันจากอุปกรณ์เดียวกันได้ยินต่างกัน ถ้าเข้าใจเรื่องนี้กับข้อจำกัดของอุปกรณ์ จะทำให้เลือกใช้อุปกรณ์ ได้คุ้มค่ากับงานครับ

อย่างตัวอย่างของ tilt-shift เลนส์ ทำไมเราถึงต้องใช้มัน จะคุ้มไหมถ้า เรามีงบจำกัด ถ้าไม่มีมันจะมีเทคนิค อื่นๆทำแทนมัน ในระดับที่เราจะยอมรับได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่างเรื่อง tilt-shift เลนส์ อะไรทำให้มันต่างกับเลนส์ธรรมดา ประสบการ์ณอย่างเดียวคงให้ความรู้กับคนอื่นไม่ได้ สำหรับผมไม่เคยใช้มันเพราะเรื่องราคากับการไปใช้ไม่เหมาะกับผมที่จะลงทุน แต่จากการศึกษาผมพอจะบอกได้ว่า มันช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุม DOF เมื่อเลนส์ต้องอยู่ใกล้กว่าตัวแบบมากๆ ทำให้ระยะชัดลึกของระนาบเลนส์ไม่สามารถครอบคลุม ตัวแบบได้

พอเราทราบว่าข้อเด่นของมันคืออะไร ถ้าเราไม่มีมันจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างจาก ตัวแบบวางกันในระนาบ 45 ถ้าเราไม่มี tilt-shift เลนส์ เราจะทำอะไรได้บ้าง เราต้องการคุณภาพขนาดไหนถ้าเราใช้วิธีการอื่น เช่น

  • ถ้าผมมีกล้องที่มี ความละเอียดมากกับ รูปปลายทางผมใช้แค่ในเว็บ ผมคงใช้เลนส์ธรรมดา แต่ถอยห่างออกจากตัวแบบ จนได้ระยะขัดที่ต้องการ แล้วค่อยมา crop
  • ถ้าพื้นที่จำกัด ผมคงถ่ายมากกว่าหนึ่ง shot ที่ความคมชัดต่างกันในแต่ละระบาบชัด ของตัวแบบ แล้วค่อยมารวมกันใน software ซึ่งกล้องหลายเลนส์ ก็ใช้วิธีนี้
ทั้งนี้ทั้งนั้น มันต้องใช้เวลา ถ้างานของคุณต้องตอบโจทย์เรื่องนี้ ลงทุนกับมันก็คงคุ้มครับ

เครื่องเสียงก็คล้ายกัน ถ้าผมฟังไฟล์ stereo 16bit 44.1k (CD) แค่ source เดึยว ฟังผ่าน USB2.0 ก็ตอบโจทย์ทางเทคนิคได้ครับ

เรื่องงบประมาณ ความชอบ ความคุ้มค่า เป็นเรื่องของแต่ละท่านผมขอไม่กล่าวถึงครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #488 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 11:39:38 PM »
ความรู้ทั้งนั้นเลย  ผมแฟนคลับนะครับ ติดตามผลงานทั้งสองท่าน

แต่ครั้งนี้ DOF นี่ พลาดอย่างแรง เจอจัดเต็มเลย อันนี้พูดได้เพราะมันดิ้นไม่ได้

ไม่เหมือนเสียงเพลง ที่ปรับโน้น เปลี่ยนนี่ เทคโนโลยีรุ่นใหม่ os ใหม่ แล้วฟังดีขึ้นเสมอ อันนั้น ปัจจัยมันเยอะ โน้นนี่นั่น  ซึ่งจริงๆ เสียงมันก็คงจะดีขึ้นจริงจากการฟัง แต่ถามคน 10 คน คำตอบอาจไม่เหมือนกัน  แต่เท่าที่ติดตามผลงานมา ปัจจัยที่สำคัญมากๆ ต่อการฟัง digital file music ให้เสียงดี ถูกมองข้ามไม่ได้พูดถึงมาโดยตลอด
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #487 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 02:06:04 PM »
ส่วนเรื่อง DOF นี่ เลนส์แต่ละตัว ถึงจะระยะเท่ากัน แต่ตั้งมาไม่เท่ากันนะครับ ถ้าคนถ่ายรูปบ่อยๆจะรู้
แค่เลนส์ Normal ของกล้อง Medium Format กับเลนส์ Normal ของกล้อง 35mm มันก็คนละระยะแล้ว ยิ่งกล้อง Large Format ยิ่งไปกันใหญ่
ล่องหากล้องมา แล้วหาเลนส์หลายๆยี่ห้อมาถ่ายเทียบกันจะเข้าใจครับ อันนี้เป้นเรื่องที่หาข้อมูลบน NET ได้ยากครับ

การ Tilt จะควบคุมระนาบชัดนะครับ ถ้าถ่ายขวดสองใบที่วางเฉียงกัน 45 องศา ก็ใช้การ Tilt Lens ทำให้ขวด 2 ใบชัดเท่ากันได้ ซอฟท์แวร์ช่วยไม่ได้ครับงานนี้ ต่อให้หรี่ F แคบไปถึง 64 (ปัจจุบันมีเลนส์ที่ทำได้ 128 แล้ว) ก็ DOF ไม่ถึงนะครับ งานนี้ต้องคนเคยถ่ายถึงจะเข้าใจ  พวกซอฟท์แวร์ทำได้แค่ Anti คือทำให้เบลอได้เท่านั้นครับ ไม่สามารถทำให้ชัดได้นะครับ ไม่งั้นผมก็ถ่ายมาหลุดโฟกัสแล้วใช้โปรแกรมช่วยเอา ชีวิตคงสะดวกครับ


* พิมพ์ซะยาวเลย ไม่เห้นมีรูปเลยมาโชว์บ้างล่ะครับ

น่าหนักใจนะครับ

กล้องที่ผมใช้นี่ Full-frame เหมือนกันครับ ของ Nikon ไม่จำเป็นต้องเอามาอวดหรอกครับ  N]

คุยกับด้วยข้อมูลเหตุผล ไม่ได้เป็นคนใจแคบ จนต้องมาอวดรวย แก้เขิน เพราะคนจับได้ว่ามั่ว

และ เลนซ์ที่วางขาย Focal length จริงอาจจะไม่ตรงกับที่โฆษณาครับ ไม่ใช่ DOF (Depth of field หรือ ระยะชัดลึก) เช่น เลนซ์ Focal length 50mm ไปวัดจริง อาจจะไม่ใช่ 50mm พอดีเปะๆ ข้อมูลพวกนี้มีบนเน็ตครับ เพราะมีคนเทสกัน หาอ่านได้ตามเวปที่เขาเทสเลนซ์ ตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่นั่งเทียน มโนตามใจฉัน หรือ ยังมาสับสนว่าเป็น DOF อยู่

เรื่อง DOF ลองอ่านในนี้ดูละกัน เป็นโปรแกรมคำนวนได้เลยในเวป

http://www.dofmaster.com/dofjs.html

ดูตัวแปรนะครับ ว่ามันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

เพราะงั้น ขวดวางเฉียง 45 องศา จะถ่ายให้ชัดเท่ากัน ไม่ลดรูรับแสง หรือ เลื่อนระยะโฟกัสออกไป เพื่อเพิ่ม Depth of field ไปให้ครอบคลุม ระยะทั้งหมด ก็ tilt lens เพื่อให้ระยะห่างระหว่างด้านเฉียงสองด้านกับเลนซ์ลดลง เพื่อให้อยู่ใน DOF หลักมันก็มีแค่นี้ ซึ่งปกติ เลนซ์ tilt shift เอามาเล่นทำได้ทั้งเพิ่ม DOF แล้วก็ทำ Miniature effect ซึ่งหลังๆ Software มันทดแทนได้ทั้งคู่

ทำให้ผมสงสัยเหมือนกัน ขวดที่คุณถ่ายมันยาวกี่เมตร ถ่ายห่างจากขวดกี่เมตร เลนซ์ 50mm ถึงปรับรูรับแสงลง แล้วระยะชัดลึกไม่ครอบคลุมทั้งหมด

แล้วการถ่ายที่ f แคบมากๆ ใช่ว่าจะทำให้ภาพดีขึ้น มันทำให้ระยะชัดลึกเพิ่มขึ้น แต่ถึงจุดนึงมันจะทำให้คุณภาพ ภาพแย่ลงเพราะมันมีปัญหาเรื่อง Diffraction แต่สำหรับงานถ่ายจริงถ้าไม่ Zoom เข้าไปดู 100% crop เช็คเนี่ย บางทีมันก็มองไม่ออก

เห็นว่าชอบเลนซ์ Rodenstock ผมเลยเอาผลเทสที่เขาเทสกันเป็นเรื่องเป็นราวโดยใช้เลนซ์ Rodenstock มาให้ดู

https://luminous-landscape.com/understanding-lens-diffraction/

ถ้าอ่าน MTF Charts เป็น จะรู้ว่าเลนซ์แต่ละตัว Overall sharpness สูงสุดที่ f เท่าไร

ส่วนเลนซ์ที่ไม่มีการบิดเบือนของภาพ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเจอ เคยเจอแต่แบบน้อยมากๆ เช่น < +-0.2%
Leica Summilux-R 50mm f/1.4 นี่น่าจะอยู่แถวๆ -0.6%

ระยะที่จะน้อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วง 85-135mm เช่น Nikon 85mm f1.8g อยู่แถวๆ +0.18%

ส่วนเรื่องการใช้ PC หรือ Mac เป็น Transport

ถ้าอัพเกรด OS แล้วเสียงเปลี่ยน ส่วนใหญ่ก็แปลว่า OS เก่ามีบัก ในระบบเสียงแหละครับ ไม่ก็อาจจะมี DSP (เช่นพวก Sound Enhancer หรือ Noise Sharpening อะไรเถือกนี้) อะไรอยู่แล้วไปเปลี่ยน Algorithm หรือ ใส่ DSP เพิ่ม หรือ เอาของเดิมออก

ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นแสดงว่า OS มีเอาไฟล์เสียงไป Process อะไรก่อน รวมไปถึงการ Config software ที่ใช้เล่น เช่น หากตั้ง Sample Rate ตายตัวไม่ให้เปลี่ยนตาม Source  ทำให้ OS ไม่ก็ Software ที่ใช้เล่นเพลง ต้องทำ Re-sampling สัญญาณเสียง ก่อนส่งข้อมูลออกไป ซึ่ง Algorithm ในการ Re-sampling มีหลายแบบ บางแบบเน้น Performance บางแบบเน้น Quality แล้วต่อให้เป็นแบบเน้น Quality ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับเพลงทุกรูปแบบ

ซึ่งเแปลว่าไม่ได้เล่นแบบ Bit perfect

หรือบางเคสก็มีประเภทที่ เอาไฟล์เสียง 44.1kHz 16 bit ไปผ่าน DAC เอาสัญญาณ Analog เข้า ADC แปลงกลับแล้วเซฟเป็น ไฟล์ 88.1KHz 24/32bit แล้วคิดว่าทำให้เสียงดีขึ้น แต่ที่ทำไป คือ การ Re-Record ซึ่งแน่นอนต้องทำให้เกิด Loss แค่ตอนเอาสัญญาณไป Re-Record ใหม่ อาจจะผ่าน EQ หรือ ติด Charactor ของ DAC ADC ของ Audio Interface ที่ใช้ แล้วมโนว่าดีขึ้น ไม่ก็มันได้เสียงที่ถูกจริตขึ้นเท่านั้นเอง

หนักๆ ก็ประเภทบอกว่า Rip CD แผ่นเดียวกัน ด้วยออปติคอลไดรฟ์คนละไดร์ฟ เสียงไม่เหมือนกัน พอผมไปลองจริงๆ เอาโปรแกรม Bit compare มาเทียบไฟล์สองไฟลดูว่ามัน match 100% เปล่า พอเช็คว่า match 100% แน่ๆ สลับไฟล์เปิดฟังใน system เดียวกัน เล่นจากเครื่องเดียวกัน HDD ลูกเดียวกัน สุดท้ายก็ฟังไม่บอก บ้างก็มโนว่าไฟล์เดียวกันที่ Rip โดยไดรฟ์ตัวเดียวกัน เสียงต่างกันบ้าง

ที่หนักกว่าคือ สลับชื่อไฟล์กัน โดยเปลี่ยนชื่อไฟล์บอกว่าไฟล์ที่ Rip จากไดร์ฟอย่างดี สายสัญญาณเทพเขา เป็นไฟล์ที่ริปจากไดร์ฟทั่วไปสายสัญญาณโรงงาน แล้วเปิดให้ฟัง ดันบอกว่าเสียงที่ได้จากไดร์ฟกับสายสัญญาณทั่วไปเสียงดีกว่าซะอีกนี่...
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #486 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 10:17:12 AM »
เอา Sony A7R กับ A7MKII(ของเพื่อน) ไปถ่ายวีดีโอโปรโมทที่ RSU ครับ
เลนส์สองตัวที่ใช้ก็เป็น Rodenstock 50mm และ 100mm ซึ่งเป็น APO ทั้งคู่ ทำให้งานสะดวกมากขึ้น รวมถึงไม่มีการการบิดเบือนภาพ
เพราะเพื่อนผมยังมี SUMMILUX-R 50mm อยู่ตัวนึง แต่เลนส์ F กว้าง ยังไงภาพก็ติด + เอามาถ่ยวีดีโอแล้วต้องมาแก้ก็ไม่สนุกเท่าไหร่ครับ



วีดีโอก็ตัดต่อด้วย Final Cut บน Macbook Pro Retina ก็เป็นเครื่องเดียวกับที่ผมใช้ฟังเพลงครับ เครื่องเดียวคุ้ม ไม่ได้ชัตดาวน์มาเกือบสองปี ยังไม่มีปัญหาอะไรเลย อย่างมากก็รีสตาร์ทเวลาอัพเดท macOS ซึ่งตอนนี้เป็น 10.12 ซึ่งให้สปีดเสียงได้ดียิ่งขึ้น เปิดทดสอบแผ่น IRON MAIDEN ช่างสะท้านใจยิ่งนัก เมือ่ก่อนฟังว่าเนือยนิดนึง ไม่มันส์เท่าที่ควร ทั้งที่แปลงเป็น 32/88.2 แล้ว แต่คราวนี้ผมเปิดกับ Apogee Duet Firewire ที่ประกบด้วย macOS 10.12 (ไม่ได้เรียก OSX แล้วนะครับ) น้ำเสียงไปคนละเรื่องทีเดียว แต่ยังมีเคล็ดลับอีกนิดหนอ่ยถ้าจะเอา Apogee Duet Firewire เล่นกับแอมป์แบบทรานซิสเตอร์หรือมอสเฟต ผมกำลังตามหาอุปกรณ์ตัวนั้นครับ งานนี้ก็ต้องลงทุนซื้อมาทดสอบเช่นเคยครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #485 เมื่อ: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 09:27:32 AM »
ก็ไม่มีอะไร เอาเลนซ์ข้ามค่ายมาใส่ Flange focal distance ไม่ตรงกัน มันก็โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้บ้าง โฟกัสระยะใกล้ๆ ไม่ได้บ้าง แล้วแปลงลง Mirrorless สุดแสนจะสบาย ไม่ต้องกลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง แค่ใส่ Adapter เอาเลนซ์ไปแปลงลงพวก mount ที่ Flange focal distance มากๆ หินกว่าเยอะ ถ้าไม่กลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง ใช้พวก Adapter มีเลนซ์ช่วยให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ก็ทำให้ IQ ตก

ซึ่งปกติ ปัญหาการโฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้ แล้วเป็นปัญหาปวดใจ จะเป็นเพราะเอาเลนซ์ที่ใช้กับ Mount ที่ Flange Focal distance ต่ำ ไปใช้กับเลนซ์ที่ Flange focal distance สูง เช่น เอาเลนซ์ Canon ที่ FFD 44mm ไปใช้ กับ Nikon F 46.5mm

พวก macro adapter ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือ เพิ่ม Flange Focal Distance เพื่อให้โฟกัสใกล้ๆ ได้ แต่จะทำให้โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้

ส่วน Lens เป็นของ Large format (6x9) ถ้าไม่ใส่ Focal reducer (speed booster) ก็ไม่ได้ทำให้รับแสงได้มากขึ้น ก็เหมือนกับเอาเลนซ์ FF ไปใส่ APS-C หรือ ถ่ายด้วยกล้อง FF แล้วมา Crop เอาแค่ตรงกลาง แน่นอนภาพต้องชัดถึงขอบแน่ๆ เพราะตัดขอบภาพทิ้ง เอาแค่ภาพตรงกลาง แต่ถึงถามว่า ดู MTF Charts เป็นหรือเปล่า เพราะถ้าจะหาเลนซ์ 100-135mm FF ธรรมดา ถ่ายที่ F/5.6 แล้วเอาชัดถึงขอบนี่หาไม่ได้ยากเลย

ว่าแต่คุยเรื่องเครื่องเสียงไหง ยกเรื่องกล้องมาพูดอ่าครับ?


- 6 x 9 หน่วยเป็นเซนติเมตร เป็น Medium Format ใช้ฟิล์ม 120 ไม่ใช่ Large Format นะครับ
- Large Format เป็นฟิล์มแผ่น ขนาด 4 x 5 นิ้ว, 5 x 7 นิ้ว, และ 8 x 10 นิ้ว แต่เลนส์ Large Format ถ่ายภาพลงบนฟิล์ม 120 ได้
เพราะกล้อง Large Format ใส่ฟิล์มได้ทุกรูปบบ รวมถึง Digital Back

จะก๊อปข้อมูลมาวางก็เช็คดีๆก่อนครับ และการเอาเลนส์ Medium หรือ Large Format มาใส่กับกล้องดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องปกติ
เพราะเลนส์เกรดโปร กำลังขยายต่อพื้นที่ สูงกว่าเลนส์ใช้งานทั่วไป รวมถึง DOF ที่สวมงามกว่า
และปรับ Tilt/Shift ได้ด้วยสำหรับงานถ่ายสินค้าที่ต้องการสัดส่วนถูกต้อง

การถ่ายรูป เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำนะครับ นั่งท่องข้อมูลไปวันๆมันไม่ได้อะไร



แต่เรื่อง Flange focal distance ไม่ผิดใช่ไหมครับ? แหมๆ ทีคุณยังมามั่วเรื่อง CPU เป็น Full duplex/half duplex เลย อะไรจะเข้มงวดกับคนอื่นปานฉะนี้ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมพลาดไป

ว่าแต่เคยลองคำนวนไหมครับ Lens 6x9 เอามาใช้กับ Full frame นี่ crop factor ต่างกันกี่เท่า แล้วแสงที่จริงๆ ควรจะตกลงที่ Sensor แล้วไปตกรอบๆ Sensor ตามบอดี้แทน มีผลอะไรกับภาพหรือเปล่า?

ป.ล.

มีคนเคยทดสอบมาแล้วนะครับ เรื่องนี้ เขาลองเอาเลนซ์ MF มาใช้ FF เอาเลนซ์ FF ไปใส่พวก Micro43 หรือ CX Format

แล้วก็อย่างที่คุณตอบไปนะแหละ การเอาเลนซ์ DSLR หรือ MF/LF ไปใส่กล้องที่ FFD ต่ำกว่านี่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ได้แปลกประหลาดอัลลัย Adapter มากมีใน ebay รวมถึง Tilt shift adapter

Adapter AF confirm ผมก็เคยซื้อ IC มาต่อเอง

แล้วก็อยู่ๆ เปลี่ยนเรื่องจากเครื่องเสียงเป็นกล้องทำไมเหรอครับ?

แล้วผมว่าคนในบอร์ดนี้เขาไม่ได้นั่งท่องข้อมูลไปวันๆ ไม่ได้ทำอะไรนะครับ หลายคนทั้งโมเครื่องเสียงเอง ออกแบบวงจรเอง หลายคนที่เขาเล่นกล้องก็มีครับ

คุยกันก็แลกเปลียนข้อมูลกัน มันไม่จำเป็นต้องทำตัวแบบ Superior complex/Inferior Complex ที่ตอบอะไรผิด อะไรพลาดไป ไม่ยอมรับ หรือ พอรู้ว่าเรื่องไหนเขารู้เยอะกว่า ก็ต้องเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อยกตัวนะครับ

แล้วเรื่องเลนซ์ มันบอกเป็นยี่ห้อว่ายี่ห้อนี้เทพสุดแล้วไม่ได้หรอก เพราะเลนซ์ แต่ละรุ่นของแต่ละยี่ห้อ มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน ออกแบบมาใช้งานคนละแบบกัน ทั้งเรื่องความคมชัด contrast รูรับแสง ลักษณะชิ้นเลนซ์ จำนวนเลนซ์ โค้ตติ้ง ลักษณะภาพที่ถ่ายออกมา พวกโบเก้ ซึ่งพวกนี้ บางทีคนถ่าย ไม่ได้ต้องการเลนซ์ที่มีความคมชัดสูง แต่ต้องการให้ได้ภาพในลักษณะที่ต้องการ เพราะงานถ่ายภาพมันไม่ได้ถ่ายแค่ ภาพสินค้า ภาพสิ่งปลูกสร้าง แล้วมันขึ้นอยู่กับความต้องการคนใช้

แล้วเดี๋ยวนี้ พวก tilt/shift correction ใช้ว่าพวก Lightroom มันจะไม่มี Software แก้ไข แล้วการใช้ vintage lens มันหมายความว่าในพวก Software edit ภาพ จะไม่มีข้อมูล Lens ที่ใช้จัดการกับภาพด้วย อย่างหลังๆ Software แก้ไขภาพ จะมีข้อมูล Sensor กับ Lens ที่จะมาแก้เรื่อง Distortion ภาพ และ Vignette รวมไปถึงเรื่อง color profile ไม่นับเรื่องคุณภาพชิ้นเลนซ์กับ Coating แล้วเรื่องความสะดวกในการใช้งาน

แล้วถ้าคุณต้องการกำลังขยายมากๆ มันก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเลนซ์เกรดโปรถึงจะทำได้ ในเมื่อต้องต่อ Adapter อยู่แล้ว ก็ใช้ Macro Adapter เพิ่มเข้าไปก็ได้แล้วนี่
ส่วนเรื่อง DOF ที่สวยงามกว่า??? DOF นี่ใช้ Depth of field เปล่าครับ? ถ้า Depth of field นี่ ต้องการ DOF กว้างๆ หรือ แคบๆ ครับ?

ถ้าเป็น DOF มันไม่ได้เกี่ยวกับเลนซ์เกรดโปร ไม่โปรครับ มันเกี่ยวกับ focal length ระยะโฟกัส ขนาดเซ็นเซอร์ f stop


เรื่องเครื่องเสียง หรือ ถ่ายรูปก็ตาม

มันต้องอาศัยความรู้ทั้งด้าน ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์ ประกอบกัน จะเอาแค่ด้านใดด้านนึงมาจับ คิดว่ามันเป็นทั้งหมดคงไม่ได้หรอกครับ

"ว่าแต่เคยลองคำนวนไหมครับ Lens 6x9 เอามาใช้กับ Full frame นี่ crop factor ต่างกันกี่เท่า แล้วแสงที่จริงๆ ควรจะตกลงที่ Sensor แล้วไปตกรอบๆ Sensor ตามบอดี้แทน มีผลอะไรกับภาพหรือเปล่า?"
แหม เรื่องง่ายๆก็อย่างทำให้ดูเหมือนยากสิครับ คำตอบมีอยู่แล้ว ในกระบอกเลนส์และบริเวณรอบๆฟิล์มหรือเซ็นเซอร์ ถึงเป็นสีดำด้านไงครับ
เวลาโฟกัสใกล้ๆ เลนส์ยื่นออกไปมากๆ แสงก็กระทบกระบอกด้านในอยู่แล้วนะครับ ถ้าเคยหยิบกล้อง Large Format ก็เห็นๆอยู่นะครับว่าเป็นดำด้าน
ที่เป็นดำมัน ก็มีแต่กระบอก Macro ที่ส่งมาจากจีนเท่านั้นล่ะครับ ใช้ถ่ายอะไรไม่ได้ (จริงๆนี่มันเรื่องพื้นฐาเลยนะครับ ถ้าเคยลงมือปฏิบัติ)

ส่วนเรื่อง DOF นี่ เลนส์แต่ละตัว ถึงจะระยะเท่ากัน แต่ตั้งมาไม่เท่ากันนะครับ ถ้าคนถ่ายรูปบ่อยๆจะรู้
แค่เลนส์ Normal ของกล้อง Medium Format กับเลนส์ Normal ของกล้อง 35mm มันก็คนละระยะแล้ว ยิ่งกล้อง Large Format ยิ่งไปกันใหญ่
ล่องหากล้องมา แล้วหาเลนส์หลายๆยี่ห้อมาถ่ายเทียบกันจะเข้าใจครับ อันนี้เป้นเรื่องที่หาข้อมูลบน NET ได้ยากครับ

การ Tilt จะควบคุมระนาบชัดนะครับ ถ้าถ่ายขวดสองใบที่วางเฉียงกัน 45 องศา ก็ใช้การ Tilt Lens ทำให้ขวด 2 ใบชัดเท่ากันได้ ซอฟท์แวร์ช่วยไม่ได้ครับงานนี้ ต่อให้หรี่ F แคบไปถึง 64 (ปัจจุบันมีเลนส์ที่ทำได้ 128 แล้ว) ก็ DOF ไม่ถึงนะครับ งานนี้ต้องคนเคยถ่ายถึงจะเข้าใจ  พวกซอฟท์แวร์ทำได้แค่ Anti คือทำให้เบลอได้เท่านั้นครับ ไม่สามารถทำให้ชัดได้นะครับ ไม่งั้นผมก็ถ่ายมาหลุดโฟกัสแล้วใช้โปรแกรมช่วยเอา ชีวิตคงสะดวกครับ


* พิมพ์ซะยาวเลย ไม่เห้นมีรูปเลยมาโชว์บ้างล่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 กุมภาพันธ์, 2017, 11:24:42 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #484 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์, 2017, 12:21:18 PM »
ก็ไม่มีอะไร เอาเลนซ์ข้ามค่ายมาใส่ Flange focal distance ไม่ตรงกัน มันก็โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้บ้าง โฟกัสระยะใกล้ๆ ไม่ได้บ้าง แล้วแปลงลง Mirrorless สุดแสนจะสบาย ไม่ต้องกลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง แค่ใส่ Adapter เอาเลนซ์ไปแปลงลงพวก mount ที่ Flange focal distance มากๆ หินกว่าเยอะ ถ้าไม่กลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง ใช้พวก Adapter มีเลนซ์ช่วยให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ก็ทำให้ IQ ตก

ซึ่งปกติ ปัญหาการโฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้ แล้วเป็นปัญหาปวดใจ จะเป็นเพราะเอาเลนซ์ที่ใช้กับ Mount ที่ Flange Focal distance ต่ำ ไปใช้กับเลนซ์ที่ Flange focal distance สูง เช่น เอาเลนซ์ Canon ที่ FFD 44mm ไปใช้ กับ Nikon F 46.5mm

พวก macro adapter ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือ เพิ่ม Flange Focal Distance เพื่อให้โฟกัสใกล้ๆ ได้ แต่จะทำให้โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้

ส่วน Lens เป็นของ Large format (6x9) ถ้าไม่ใส่ Focal reducer (speed booster) ก็ไม่ได้ทำให้รับแสงได้มากขึ้น ก็เหมือนกับเอาเลนซ์ FF ไปใส่ APS-C หรือ ถ่ายด้วยกล้อง FF แล้วมา Crop เอาแค่ตรงกลาง แน่นอนภาพต้องชัดถึงขอบแน่ๆ เพราะตัดขอบภาพทิ้ง เอาแค่ภาพตรงกลาง แต่ถึงถามว่า ดู MTF Charts เป็นหรือเปล่า เพราะถ้าจะหาเลนซ์ 100-135mm FF ธรรมดา ถ่ายที่ F/5.6 แล้วเอาชัดถึงขอบนี่หาไม่ได้ยากเลย

ว่าแต่คุยเรื่องเครื่องเสียงไหง ยกเรื่องกล้องมาพูดอ่าครับ?


- 6 x 9 หน่วยเป็นเซนติเมตร เป็น Medium Format ใช้ฟิล์ม 120 ไม่ใช่ Large Format นะครับ
- Large Format เป็นฟิล์มแผ่น ขนาด 4 x 5 นิ้ว, 5 x 7 นิ้ว, และ 8 x 10 นิ้ว แต่เลนส์ Large Format ถ่ายภาพลงบนฟิล์ม 120 ได้
เพราะกล้อง Large Format ใส่ฟิล์มได้ทุกรูปบบ รวมถึง Digital Back

จะก๊อปข้อมูลมาวางก็เช็คดีๆก่อนครับ และการเอาเลนส์ Medium หรือ Large Format มาใส่กับกล้องดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องปกติ
เพราะเลนส์เกรดโปร กำลังขยายต่อพื้นที่ สูงกว่าเลนส์ใช้งานทั่วไป รวมถึง DOF ที่สวมงามกว่า
และปรับ Tilt/Shift ได้ด้วยสำหรับงานถ่ายสินค้าที่ต้องการสัดส่วนถูกต้อง

การถ่ายรูป เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำนะครับ นั่งท่องข้อมูลไปวันๆมันไม่ได้อะไร



แต่เรื่อง Flange focal distance ไม่ผิดใช่ไหมครับ? แหมๆ ทีคุณยังมามั่วเรื่อง CPU เป็น Full duplex/half duplex เลย อะไรจะเข้มงวดกับคนอื่นปานฉะนี้ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมพลาดไป

ว่าแต่เคยลองคำนวนไหมครับ Lens 6x9 เอามาใช้กับ Full frame นี่ crop factor ต่างกันกี่เท่า แล้วแสงที่จริงๆ ควรจะตกลงที่ Sensor แล้วไปตกรอบๆ Sensor ตามบอดี้แทน มีผลอะไรกับภาพหรือเปล่า?

ป.ล.

มีคนเคยทดสอบมาแล้วนะครับ เรื่องนี้ เขาลองเอาเลนซ์ MF มาใช้ FF เอาเลนซ์ FF ไปใส่พวก Micro43 หรือ CX Format

แล้วก็อย่างที่คุณตอบไปนะแหละ การเอาเลนซ์ DSLR หรือ MF/LF ไปใส่กล้องที่ FFD ต่ำกว่านี่ เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ได้แปลกประหลาดอัลลัย Adapter มากมีใน ebay รวมถึง Tilt shift adapter

Adapter AF confirm ผมก็เคยซื้อ IC มาต่อเอง

แล้วก็อยู่ๆ เปลี่ยนเรื่องจากเครื่องเสียงเป็นกล้องทำไมเหรอครับ?

แล้วผมว่าคนในบอร์ดนี้เขาไม่ได้นั่งท่องข้อมูลไปวันๆ ไม่ได้ทำอะไรนะครับ หลายคนทั้งโมเครื่องเสียงเอง ออกแบบวงจรเอง หลายคนที่เขาเล่นกล้องก็มีครับ

คุยกันก็แลกเปลียนข้อมูลกัน มันไม่จำเป็นต้องทำตัวแบบ Superior complex/Inferior Complex ที่ตอบอะไรผิด อะไรพลาดไป ไม่ยอมรับ หรือ พอรู้ว่าเรื่องไหนเขารู้เยอะกว่า ก็ต้องเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อยกตัวนะครับ

แล้วเรื่องเลนซ์ มันบอกเป็นยี่ห้อว่ายี่ห้อนี้เทพสุดแล้วไม่ได้หรอก เพราะเลนซ์ แต่ละรุ่นของแต่ละยี่ห้อ มีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน ออกแบบมาใช้งานคนละแบบกัน ทั้งเรื่องความคมชัด contrast รูรับแสง ลักษณะชิ้นเลนซ์ จำนวนเลนซ์ โค้ตติ้ง ลักษณะภาพที่ถ่ายออกมา พวกโบเก้ ซึ่งพวกนี้ บางทีคนถ่าย ไม่ได้ต้องการเลนซ์ที่มีความคมชัดสูง แต่ต้องการให้ได้ภาพในลักษณะที่ต้องการ เพราะงานถ่ายภาพมันไม่ได้ถ่ายแค่ ภาพสินค้า ภาพสิ่งปลูกสร้าง แล้วมันขึ้นอยู่กับความต้องการคนใช้

แล้วเดี๋ยวนี้ พวก tilt/shift correction ใช้ว่าพวก Lightroom มันจะไม่มี Software แก้ไข แล้วการใช้ vintage lens มันหมายความว่าในพวก Software edit ภาพ จะไม่มีข้อมูล Lens ที่ใช้จัดการกับภาพด้วย อย่างหลังๆ Software แก้ไขภาพ จะมีข้อมูล Sensor กับ Lens ที่จะมาแก้เรื่อง Distortion ภาพ และ Vignette รวมไปถึงเรื่อง color profile ไม่นับเรื่องคุณภาพชิ้นเลนซ์กับ Coating แล้วเรื่องความสะดวกในการใช้งาน

แล้วถ้าคุณต้องการกำลังขยายมากๆ มันก็ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเลนซ์เกรดโปรถึงจะทำได้ ในเมื่อต้องต่อ Adapter อยู่แล้ว ก็ใช้ Macro Adapter เพิ่มเข้าไปก็ได้แล้วนี่
ส่วนเรื่อง DOF ที่สวยงามกว่า??? DOF นี่ใช้ Depth of field เปล่าครับ? ถ้า Depth of field นี่ ต้องการ DOF กว้างๆ หรือ แคบๆ ครับ?

ถ้าเป็น DOF มันไม่ได้เกี่ยวกับเลนซ์เกรดโปร ไม่โปรครับ มันเกี่ยวกับ focal length ระยะโฟกัส ขนาดเซ็นเซอร์ f stop


เรื่องเครื่องเสียง หรือ ถ่ายรูปก็ตาม

มันต้องอาศัยความรู้ทั้งด้าน ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์ ประกอบกัน จะเอาแค่ด้านใดด้านนึงมาจับ คิดว่ามันเป็นทั้งหมดคงไม่ได้หรอกครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #483 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2017, 02:26:43 PM »
Zone System นับกันเข้าไป กี่ + กี่ - โซนไหนบ้างหว่าาาาาาาาาาาาาาาา  ล้าง อัดออกมา เห้อ ๕๕๕
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #482 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์, 2017, 07:20:49 AM »
การเอาเลนส์ต่าง format มาใช้มันก็ต้องคำนึงถึง ขนาดเซนเซอร์ กับความหนาแน่นของ พิกเซล ด้วยครับ

อะเดปเตอร์ สมัยนี้ราคาไม่แพง ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ยกเว้นเรืองถ้าต้องมีการใส่ชิ้นเลนส์เพิ่ม

เรื่องคมถึงขอบ นอกจากยี่ห้อเลนส์แล้ว ควรเทียบกับ ขนาด เซนเซอร์ ของกล้องด้วยครับ เลนส์บางตัว เมื่อนำมาใช้กับ เซนเซอร์ เล็ก ก็ให้ความคมเทียบกับเลนส์ ในอุดมคติได้

ถ้าเราศึกษาใน วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรม ของอุปกรณ์ จะช่วยให้แยกแยะ ระหว่าง science vs pseudo-science vs engineering ครับ
ไม่ว่าจะเป็น กล้อง เครื่องเสียง รถ จักรยาน ลองเสียเวลาค้นคว้าสักหน่อย จะช่วยให้เรา ใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมครับ

เรื่องเลนส์ นอกจากความคมแล้วยังมือเรื่องสีสัน กับความสว่าง พวกนี้แยกแยะง่ายกว่าเครื่องเสียงเยอะครับ

ประสบการ์ณ + ความรู้ จะช่วยบอก และช่วยคนอื่นๆ ได้ว่าที่ทำกันมามันถูกต้องหรือพัฒนาได้ครับ


ผมถ่ายรูป ล้างฟิล์ม อัดภาพ มาตั้งแต่สมัยฟิล์มแล้วครับ เรื่องกำลังขยายเลนส์นี่ผมทราบดี เพราะคุ้นเคยกับกล้อง SINAR P2 ที่ใช้ฟิล์ม 4x5

จะคุยเรื่องกล้องเรื่องเลนส์ ก็ต้องมีภาพที่ถ่ายมาด้วยครับ อันนี้งานที่ผมถ่ายเมื่อวาน ใช้ A7R ประกบเลนส์ Rodenstock APO 50mm ผมรับจ๊อบพิเศษเป็น ADMIN ร้านกล้อง ตลอด 20ปี ผมก็ถ่ายรูปมาตลอด ใช้มาแทบครบทุกยี่ห้อ สุดท้ายผมก็มีคำตอบคือ Rodenstock ครับ
สำหรับยี่ห้อนี้ สเปคไม่ต้องถามเลย ส่วนการใช้งานจริงก็ให้ภาพได้ไม่เคยผิดหวัง ท้งสัดส่วนภาพ การไล่โทน สี



ความรู้เรื่องกล้องนี่เป็นแค่ส่วนเล็กๆครับ และยังมีเทคนิคเหนือกว่านี้อีกอย่าง ไซยาโนไทป์ การทำกระดาษอัดภาพเองได้อีก
- จัดแสงไม่เป็นก็จบ คำนวนความต่างของส่วนสว้างสุดกับมืดสุดไม่ได้ก็ถ่ายให้ออกมาดีไม่ได้
- จัดแสงเป็น แต่ Compose ภาพไม่เป็น ก็ไม่มีประโยชน์ ใช้งานกฏ 3 ส่วนไม่ได้ ไม่รู้จักสัดส่วนทองก็ถ่ายให้ออกมาดีไม่ได้
- รู้จักกฏทั้งหมด ก็ยังถ่ายรูปให้ออกมาดีไม่ได้ เพราะช่างภาพต้องคิดงานแบบแหกกฏเสมอครับ ไม่งั้นภาพก็ซ้ำกับคนอื่น ไม่มีการพัฒนา

ผมว่ายากกว่าจัดเครื่องเสียงเยอะครับ เพราะต้องพัฒนาตนเองตลอด ต้องทำงานหนีตนเองตลอด ถึงวันนี้ถ่ายได้น่าพอใจ
แต่พรุ่งนี้ก็ต้องถ่ายให้ดีกว่านี้ คนที่คิดว่าการถ่ายรูปง่ายก็คือคนที่ไม่ได้ถ่ายรูปแหละครับ หรือบางทีก็อวยกันเอง ติดอยู่ในเวปบอร์ดเล็กๆ
แต่โลกแห่งการถ่ายรูปนั้นกว้างไกลไร้ขีดจำกัด เป็นการส่งความรู้จากรุ่นสู่รุ่น






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กุมภาพันธ์, 2017, 07:34:53 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #481 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์, 2017, 12:16:40 AM »
การเอาเลนส์ต่าง format มาใช้มันก็ต้องคำนึงถึง ขนาดเซนเซอร์ กับความหนาแน่นของ พิกเซล ด้วยครับ

อะเดปเตอร์ สมัยนี้ราคาไม่แพง ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ยกเว้นเรืองถ้าต้องมีการใส่ชิ้นเลนส์เพิ่ม

เรื่องคมถึงขอบ นอกจากยี่ห้อเลนส์แล้ว ควรเทียบกับ ขนาด เซนเซอร์ ของกล้องด้วยครับ เลนส์บางตัว เมื่อนำมาใช้กับ เซนเซอร์ เล็ก ก็ให้ความคมเทียบกับเลนส์ ในอุดมคติได้

ถ้าเราศึกษาใน วิทยาศาสตร์ หรือ วิศวกรรม ของอุปกรณ์ จะช่วยให้แยกแยะ ระหว่าง science vs pseudo-science vs engineering ครับ
ไม่ว่าจะเป็น กล้อง เครื่องเสียง รถ จักรยาน ลองเสียเวลาค้นคว้าสักหน่อย จะช่วยให้เรา ใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสมครับ

เรื่องเลนส์ นอกจากความคมแล้วยังมือเรื่องสีสัน กับความสว่าง พวกนี้แยกแยะง่ายกว่าเครื่องเสียงเยอะครับ

ประสบการ์ณ + ความรู้ จะช่วยบอก และช่วยคนอื่นๆ ได้ว่าที่ทำกันมามันถูกต้องหรือพัฒนาได้ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #480 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์, 2017, 10:31:07 AM »
ก็ไม่มีอะไร เอาเลนซ์ข้ามค่ายมาใส่ Flange focal distance ไม่ตรงกัน มันก็โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้บ้าง โฟกัสระยะใกล้ๆ ไม่ได้บ้าง แล้วแปลงลง Mirrorless สุดแสนจะสบาย ไม่ต้องกลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง แค่ใส่ Adapter เอาเลนซ์ไปแปลงลงพวก mount ที่ Flange focal distance มากๆ หินกว่าเยอะ ถ้าไม่กลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง ใช้พวก Adapter มีเลนซ์ช่วยให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ก็ทำให้ IQ ตก

ซึ่งปกติ ปัญหาการโฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้ แล้วเป็นปัญหาปวดใจ จะเป็นเพราะเอาเลนซ์ที่ใช้กับ Mount ที่ Flange Focal distance ต่ำ ไปใช้กับเลนซ์ที่ Flange focal distance สูง เช่น เอาเลนซ์ Canon ที่ FFD 44mm ไปใช้ กับ Nikon F 46.5mm

พวก macro adapter ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือ เพิ่ม Flange Focal Distance เพื่อให้โฟกัสใกล้ๆ ได้ แต่จะทำให้โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้

ส่วน Lens เป็นของ Large format (6x9) ถ้าไม่ใส่ Focal reducer (speed booster) ก็ไม่ได้ทำให้รับแสงได้มากขึ้น ก็เหมือนกับเอาเลนซ์ FF ไปใส่ APS-C หรือ ถ่ายด้วยกล้อง FF แล้วมา Crop เอาแค่ตรงกลาง แน่นอนภาพต้องชัดถึงขอบแน่ๆ เพราะตัดขอบภาพทิ้ง เอาแค่ภาพตรงกลาง แต่ถึงถามว่า ดู MTF Charts เป็นหรือเปล่า เพราะถ้าจะหาเลนซ์ 100-135mm FF ธรรมดา ถ่ายที่ F/5.6 แล้วเอาชัดถึงขอบนี่หาไม่ได้ยากเลย

ว่าแต่คุยเรื่องเครื่องเสียงไหง ยกเรื่องกล้องมาพูดอ่าครับ?


- 6 x 9 หน่วยเป็นเซนติเมตร เป็น Medium Format ใช้ฟิล์ม 120 ไม่ใช่ Large Format นะครับ
- Large Format เป็นฟิล์มแผ่น ขนาด 4 x 5 นิ้ว, 5 x 7 นิ้ว, และ 8 x 10 นิ้ว แต่เลนส์ Large Format ถ่ายภาพลงบนฟิล์ม 120 ได้
เพราะกล้อง Large Format ใส่ฟิล์มได้ทุกรูปบบ รวมถึง Digital Back

จะก๊อปข้อมูลมาวางก็เช็คดีๆก่อนครับ และการเอาเลนส์ Medium หรือ Large Format มาใส่กับกล้องดิจิตอลนั้นเป็นเรื่องปกติ
เพราะเลนส์เกรดโปร กำลังขยายต่อพื้นที่ สูงกว่าเลนส์ใช้งานทั่วไป รวมถึง DOF ที่สวมงามกว่า
และปรับ Tilt/Shift ได้ด้วยสำหรับงานถ่ายสินค้าที่ต้องการสัดส่วนถูกต้อง

การถ่ายรูป เป็นสิ่งที่ต้องลงมือทำนะครับ นั่งท่องข้อมูลไปวันๆมันไม่ได้อะไร

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 กุมภาพันธ์, 2017, 11:24:55 AM โดย Too' Ninja »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #479 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์, 2017, 09:23:11 PM »


ภาพนี้ผมถ่ายด้วยเลนส์ Schneider 50mm F2.8 (ไม่ใช่เลนส์แพงอะไรมากมายครับ มือสองไม่ถึงหมื่น) ภาพนี้ผมถ่ายที่ F8 ซึ่งเป็น F ที่ให้ค่า MTF ใกล้เคียงอุดมคติที่สุด (ถ้าคนดูกราฟ MTF เป็นจะรู้ครับว่า เลนส์ในอุดมคติเป็นอย่างไร)และความพิเศษของเลนส์นี้คือชัดจรดขอบจริงๆ จนมีลูกค้าท่านนึงเดินเข้ามาทักผม เพราะเห็นผมนั่งรีทัชภาพนี้อยู่ เขาแปลกใจมากกับภาพนี้ เพราะเขาเองก็ใช้ LEICA Summilux-M มาหลายรุ่น แต่ไม่เคยถ่ายแล้วชัดชนขอบภาพแบบนี้เลย)

- ถ้าเป้นตลาดทั่วไป ก็ต้องมองว่าเลนส์ 50mm F2.8 สเปคดูกากมาก F แคบ สมัยนี้ได้กว่ากว่า F1 และราคาก็ถูกลงมากถ้าไม่นับ LEICA Noctilux ก็มีเลนส์ Mitakon 50mm F0.95 กว้างกว่านี้ก็มีอีก แต่ Image Circle อาจไม่คลุมถึงฟูลเฟรม ประเด็นคือ ตลาดทั่วไปจะโฟกัสไปที่สเปคเลนส์เป็นหลักและอาศัยดูข้อมูลจากเวป แต่งานมืออาชีพนั้น มองกว่า เลนส์ F กว้างมากก็สร้างปัญหาได้ เพราะภาพบิดเบือนสูง ถ่ายมาก็ต้องมาแก้ไข รวมถึงคุณภาพของระนาบชัด แต่เลนส์ที่ผมใช้ให้ความคมชัดได้จรดขอบโดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย แถมใส่ได้กับกล้อง Mirrorless ได้ง่ายดายมากสำหรับระยะ 50mm



ส่วนภาพนี้มาจาก Rodenstock 50mm F2.8 APO ซึ่งถ้าไปซื้อเลนส์ LEICA ที่มี APO ต้องกระเป๋าหนักหน่อย แต่เลนส์ Rodenstock ผมไม่ได้แพงมากนัก แค่หลักหมื่น และให้ค่า MTF ใกล้เคียงอุดมคติที่ F8 (จริงๆคมตั้งแต่ F 2.8 ครับ แต่สุดๆที่ F8)

มันชัดเจนทีเดียวกับกลุ่มตลาดที่แยกกัน
1. คนเล่นกล้อง, นักสะสม - ความรู้เรื่องกล้องระดับ Expert แถมมีประสบการณ์ใช้เลนส์มาหลากหลาย รวมถึงสะสมกล้องและเลนส์ดีๆไว้ บางทีก็นำมาลงในตลาดมือสอง ทำให้ตลาดคึกคักอยู่เสมอ
2. คนถ่ายรูป - ทำมาหากินโดยใช้กล้อง หรือถ่ายเพราะความสนุก
ส่วนผมเองก็เปลี่ยนเลนส์มาตลอดระยะเวลาการถ่ายรูปประมาณ 20 ปี เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา บางครั้งก็ต้องเช่าเลนส์มาถ่ายให้ได้ตรงกับงานที่เลือก แต่สุดท้ายก็มาจบที่เลนส์ Rodenstock และ Schneider ที่ให้คุณภาพเหนือชั้นและราคาไม่แพง (ตลาดเมืองนอกเล่นกันคึกคัก แต่บ้านเราไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ เพราะต้องหา Adapter ที่ถูกต้องมาใส่ถึงจะโฟกัสระยะอนันต์ได้ และเลนส์แต่ละระยะ ใช้ Adapter คนละตัวกัน)

สำหรับวงการเครือ่งเสียง
1. คนเล่นเครื่องเสียง
2. คนฟังเพลง
ซึ่งก็มีจุดประสงค์ในการซื้อเครื่องต่างกัน ส่วนผมเอง เล่นเครื่องเสียงไม่เป็นเอาเสียเลย จนย้ายตัวเองไปหาอุปกรณ์ที่ข้ามกลุ่มกัน
เพื่อตัดปัญหาการซื้อเครื่องเสียงมาแล้วไม่แมท์บ้าง สูญเงินไปมากมายตลอดสิบกว่าปี สุดท้ายจึงต้องย้ายมาใช้อุปกรณ์มืออาชีพด้วยระบบ
Firewire และ Thunderbolt ทำให้ผมมาถึงจุดที่ได้คุณภาพที่ข้ามระดับไป และค่าใช้จ่ายน้อลง รวมถึงการแมทชิ่งระบบทำได้ง่ายครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 กุมภาพันธ์, 2017, 10:27:52 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #478 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์, 2017, 12:20:06 PM »
ก็ไม่มีอะไร เอาเลนซ์ข้ามค่ายมาใส่ Flange focal distance ไม่ตรงกัน มันก็โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้บ้าง โฟกัสระยะใกล้ๆ ไม่ได้บ้าง แล้วแปลงลง Mirrorless สุดแสนจะสบาย ไม่ต้องกลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง แค่ใส่ Adapter เอาเลนซ์ไปแปลงลงพวก mount ที่ Flange focal distance มากๆ หินกว่าเยอะ ถ้าไม่กลึงท้ายเลนซ์ทิ้ง ใช้พวก Adapter มีเลนซ์ช่วยให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ก็ทำให้ IQ ตก

ซึ่งปกติ ปัญหาการโฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้ แล้วเป็นปัญหาปวดใจ จะเป็นเพราะเอาเลนซ์ที่ใช้กับ Mount ที่ Flange Focal distance ต่ำ ไปใช้กับเลนซ์ที่ Flange focal distance สูง เช่น เอาเลนซ์ Canon ที่ FFD 44mm ไปใช้ กับ Nikon F 46.5mm

พวก macro adapter ก็ใช้วิธีเดียวกัน คือ เพิ่ม Flange Focal Distance เพื่อให้โฟกัสใกล้ๆ ได้ แต่จะทำให้โฟกัสระยะอนันต์ไม่ได้

ส่วน Lens เป็นของ Large format (6x9) ถ้าไม่ใส่ Focal reducer (speed booster) ก็ไม่ได้ทำให้รับแสงได้มากขึ้น ก็เหมือนกับเอาเลนซ์ FF ไปใส่ APS-C หรือ ถ่ายด้วยกล้อง FF แล้วมา Crop เอาแค่ตรงกลาง แน่นอนภาพต้องชัดถึงขอบแน่ๆ เพราะตัดขอบภาพทิ้ง เอาแค่ภาพตรงกลาง แต่ถึงถามว่า ดู MTF Charts เป็นหรือเปล่า เพราะถ้าจะหาเลนซ์ 100-135mm FF ธรรมดา ถ่ายที่ F/5.6 แล้วเอาชัดถึงขอบนี่หาไม่ได้ยากเลย

ว่าแต่คุยเรื่องเครื่องเสียงไหง ยกเรื่องกล้องมาพูดอ่าครับ?
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #477 เมื่อ: 31 มกราคม, 2017, 02:39:56 PM »
อันนี้ผมประกบเลนส์ Rodenstock APO Sironar 100mm F5.6 สำหรับงานถ่ายที่เน้นคุณภาพของภาพสูงสุด แต่เลนส์ตัวนี้ปกติใส่กับกล้อง SINAR ก็ต้องดัดแปลงกันหน่อยสำหรับใส่กับกล้อง A7 ต้องหาระยะ FLANGE FOCAL DISTANCE เพื่อให้โฟกัสระยะอนันต์ได้ และใส่ Helicoid เพื่อให้เลื่อนระยะโฟกัสได้ รวมถึงผมใส่ Tilt Adapter เพื่อให้ปรับ Scheimpflug ได้ (อันนี้ระดับลึกครับ สำหรับการแก้ไขระนาบชัด ซึ่งกล้องทั่วๆไปไม่สามารถทำได้ ไม่ขออธิบายละกันครับ)



เลนส์จากกล้อง 4x5 (Rodenstock) จะให้กำลังขยายมากกว่าเลนส์ที่ใช้โดยทั่วไป (เลนส์ AF ยุคปัจจุบัน คำนวนกำลังขยายแค่พอใช้กับ Pixel กล้องเท่านั้น ไม่สูงเท่าเลนส์ยุคฟิล์ม แต่ชดเชยด้วยการโปรเซสทางดิจิตอล เพราะประหยัดต้นทุนกว่าที่จะออกแบบเลนส์ให้มีดรรรชนีย์หักเหแสงให้ดีเยี่ยม) เมื่อผมนำมาประกบกับ A7 ก็ให้ไฟล์ภาพที่ลงลึกในรายละเอียดได้สูงกว่าเลนส์ Carl Zeiss ที่ผมมีทั้งหมด ทั้งเมาท์ C/Y, ZF, ZM จนผมต้องปล่อยเลนส์  Carl Zeiss ออกไปจนหมด หันมาใช้ Schneider กับ Rodenstock แทน เพราะใช้ทำงานได้เยี่ยมทั้งภาพนิ่งและวีดีโออย่างน่าทึ่งมาก
(นี่คือต้นกำเนิดไอเดียในการที่ผมมาเล่น Firewire ครับ เพราะผมได้ใช้กล้อง Sinar มาก่อน จึงได้เห็นว่าอุปกรณ์ระดับมืออาชีพนั้น มันคนละเกรดกันเลย จึงหันมาเล่น Firewire ที่เป็นระบบส่งข้อมูลแบบมืออาชีพ)

ไม่ว่าวงการไหนก็มีช่องทาง หรือมุมมองที่แตกต่าง ให้แหกกฏออกมาได้ เมื่อรู้ว่าเป้าหมายที่ต้องการคืออะไร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31 มกราคม, 2017, 03:03:31 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #476 เมื่อ: 30 มกราคม, 2017, 02:57:12 PM »

นอกจากเครื่องเสียงแล้ว การถ่ายรูปก็เป็นงานประจำผม และมันก็มีสินค้าที่ให้คุณภาพได้ต่างระดับเช่นกันครับ

ปกติแบรนด์กล้องที่หาซื้อได้ง่ายๆก็ Canon, Nikon, Sony, Pentax, Ricoh, Fuji หาต้องหาที่เหนือขึ้นมาก็เป็น Leica, Zeiss
ต้องการไฟล์เหนือกว่านี้ก็เป็น Fuji กับ Hasselblad ที่เป็น Medium Format ที่เพิ่งเปิดตัวไป

แต่ก็มีแบรนด์ที่เหนือขึ้นไปอีก สำหรับงานคุณภาพสูงสุด เช่น PhaseOne, Sinar, Linhof, ALPA, Cambo
ซึ่งมักใช้เลนส์ Rodenstock และ Schneider ที่ให้กำลังขยายสำหรับกล้องระดับ 100~200MP
(ผมนิยมสองยี่ห้อนี้ แต่เอามาใช้กับ Sony A7R ก็ต้องดัดแปลงกันหน่อย)

สำหรับเครื่องเสียงก็เช่นกัน ผมโฟกัสไปที่แบรนด์แบบต้นทางกำเนิดเสียงกันเลย อย่าง Apogee, Metrix Halo, Universal Audio, MOTU, Focusrite
ซึ่งสามารถให้เสียงได้มีมาตราฐานระดับมืออาชีพ มี Charactor แต่ไม่ Color ทำให้หมดปัญหาในการหาจุดบอดในระบบ

เหมือนกับที่ KenRockwell กล่าวว่า ถ้าคุณใช้เลนส์ Zeiss ถ่ายแล้วไม่คม ให้คุณถ่ายใหม่ ความผิดพลาดอยู่ที่คุณ
วิธีที่ผมเล่นก็เช่นกัน ถ้ามี Apogee ทั้งที่เป็น Firewire หรือ Thunderbolt อยู่ในระบบเป็นต้นทาง แล้วเสียงไม่ดี ให้เริ่มหาจุดผิดพลาดจากจุดอื่นๆได้เลย มันไม่ได้เกิดจาก Apogee แน่นอน

เรื่องเลนซ์ ฝึกดู MTF Charts น่าจะดีกว่าบ้ายี่ห้อนะครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #475 เมื่อ: 27 มกราคม, 2017, 04:18:50 PM »

นอกจากเครื่องเสียงแล้ว การถ่ายรูปก็เป็นงานประจำผม และมันก็มีสินค้าที่ให้คุณภาพได้ต่างระดับเช่นกันครับ

ปกติแบรนด์กล้องที่หาซื้อได้ง่ายๆก็ Canon, Nikon, Sony, Pentax, Ricoh, Fuji หาต้องหาที่เหนือขึ้นมาก็เป็น Leica, Zeiss
ต้องการไฟล์เหนือกว่านี้ก็เป็น Fuji กับ Hasselblad ที่เป็น Medium Format ที่เพิ่งเปิดตัวไป

แต่ก็มีแบรนด์ที่เหนือขึ้นไปอีก สำหรับงานคุณภาพสูงสุด เช่น PhaseOne, Sinar, Linhof, ALPA, Cambo
ซึ่งมักใช้เลนส์ Rodenstock และ Schneider ที่ให้กำลังขยายสำหรับกล้องระดับ 100~200MP
(ผมนิยมสองยี่ห้อนี้ แต่เอามาใช้กับ Sony A7R ก็ต้องดัดแปลงกันหน่อย)

สำหรับเครื่องเสียงก็เช่นกัน ผมโฟกัสไปที่แบรนด์แบบต้นทางกำเนิดเสียงกันเลย อย่าง Apogee, Metrix Halo, Universal Audio, MOTU, Focusrite
ซึ่งสามารถให้เสียงได้มีมาตราฐานระดับมืออาชีพ มี Charactor แต่ไม่ Color ทำให้หมดปัญหาในการหาจุดบอดในระบบ

เหมือนกับที่ KenRockwell กล่าวว่า ถ้าคุณใช้เลนส์ Zeiss ถ่ายแล้วไม่คม ให้คุณถ่ายใหม่ ความผิดพลาดอยู่ที่คุณ
วิธีที่ผมเล่นก็เช่นกัน ถ้ามี Apogee ทั้งที่เป็น Firewire หรือ Thunderbolt อยู่ในระบบเป็นต้นทาง แล้วเสียงไม่ดี ให้เริ่มหาจุดผิดพลาดจากจุดอื่นๆได้เลย มันไม่ได้เกิดจาก Apogee แน่นอน


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #474 เมื่อ: 26 มกราคม, 2017, 10:24:48 AM »
อัพเกรดเป็น macOS Sierra เรียบร้อย หลังจากตรวจสอบการทำงาน Java สำหรับเผื่อโปรแกรมบางตัวจะเปิดไม่ได้ แต่ตอนนี้เรียบร้อยครับ

ถ้าไม่ได้อัพเป็น Sierra ก็จะใช้ฟังก์ชั่นในภาพไม่ได้ครับ



การจัดการพื้นที่ SSD เมื่อก่อนต้องใช้ App มาช่วย ตอนนี้ทำได้ผ่าน OS เลย จัดการลบไฟล์ตกค้างอย่างอัพเดท iPhone ออกไปได้อีกหลาย GB
จุดเด่นของการใช้ Mac คือจุดนี้ครับ OS ใหม่ๆ เร็วขึ้น ฟังก์ชั่นดีขึ้น และเสียงดีขึ้นด้วยตามลำดับ เพราะผมทดสอบมาเรื่อยๆ
ตั้งแต่ 10.4 จนตอนนี้ 10.12.3


ออฟไลน์ pcherd1

  • ****
  • กระทู้: 259
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #473 เมื่อ: 13 มกราคม, 2017, 10:10:56 PM »
ภาพอย่างเดียว

ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 69
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #472 เมื่อ: 13 มกราคม, 2017, 09:48:29 PM »
 :nono  :nono  วันนี้ได้ลองใช้ DVI to HDMI ต่อจาก mac pro มีภาพแต่ไม่มีเสียง  งงๆ สงสัย setting ไม่ถูกแน่ๆเลย หรือ DVI มันมีแค่ภาพ  (( ((


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #471 เมื่อ: 09 มกราคม, 2017, 09:56:15 AM »
ปกติผมรับจ๊อบเป็น ADMIN ร้านกล้องด้วย เลยได้ถ่ายภาพเจ้า LEICA STEEL RIM ตัวในภาพสำหรับขึ้นเฟสบุ๊ค
ค่าตัวของเลนส์ตัวนี้ก็ไม่ธรรมดา มีเงินครึ่งแสนก็ซื้อได้แค่ HOOD ของมันเท่านั้น แถมหายากมากด้วย



ถ่ายด้วย A7R เลนส์ Rodenstock APO Rodagon 50mm F2.8 ครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #470 เมื่อ: 08 มกราคม, 2017, 10:27:13 AM »
Apogee Ensemble Firewire 400 เซลกระหน่ำที่ร้าน ProPlugin น่าดดนเสียจริง แต่ตั้งใจแล้วว่าไปต่อ Thunderbolt ดีกว่า ก็ตัดใจไปครับ


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #469 เมื่อ: 31 ธันวาคม, 2016, 03:10:44 PM »
ปีแห่งความทรงจำ






ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #468 เมื่อ: 26 ธันวาคม, 2016, 11:27:31 AM »
 d_d d_d d_d
Simple is my Way

ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 69
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #467 เมื่อ: 24 ธันวาคม, 2016, 04:34:12 PM »
 :clap  ของที่ผมได้มา ถ้าทำอะไรได้แค่ไหนก็เอาครับ :clap

 1. mac pro . ..DUAL Core Xeon  2x3.0Ghz RAM 8G HD 320GB  OSX10.7.5 ราคา 10,500 บาท

 2. Imac ..... DUAL core 2.66Ghz RAM 4G HD 1TB ) 10.9.5 ราคา 12.000 บาท



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ธันวาคม, 2016, 10:19:28 PM โดย soonsak »

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #466 เมื่อ: 24 ธันวาคม, 2016, 08:08:50 AM »
ต้องกดดูโหมดการแสดงผลของจอครับ ว่าเป็น 1080p หรือ 2160p

คือ port hdmi 2.0 เอาสาย hdmi version ต่ำกว่าไปต่อได้ แต่สัญญาณจะออกแค่ 1080p ถ้าต่ำกว่าเวอร์ชั่น 1.4

ส่วนถ้าเป็นสาย HDMI 1.4 จะได้ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที พวกที่ต้องการใช้ 4K 60fps คือ พวกที่เป็น 4K 3D ครับ

ส่วนใหญ่กล้องที่ถ่าย 4K ได้ในปัจจุบันจะเป็น 4K 30fps ซึ่ง สาย HDMI 1.4 ที่เป็นมาตรฐานสามารถใช้งานได้ตามปกติอยู่แล้ว



ขอบคุณอย่างยิ่งครับ 

ผมกำลังศึกษาเรื่อง 4K อยู่พอดี เห็นจอทีวีราคาพอเอื้อมถึงแล้ว
และอยากได้มาแทนจอคอมซึ่งทุกวันนี้ใช้ดูหนังฟังเพลงอยู่
และถ้าซื้อจอคอมโดยตรงที่รองรับ 4K เช่น DELL ก็ยังแพงเกิน
อนึ่งคิดอยากทำหนังสารคดีสั้นๆ เกี๋ยวกับชีวิตหมา แมว ที่เลี้ยงไว้นะครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #465 เมื่อ: 23 ธันวาคม, 2016, 05:18:58 PM »
รบกวนถามเป็นความรู้ครับ กล้องถ่ายวีดีโอโซนี่ที่บอกว่าถ่าย 4K ได้
แต่ช่องต่อออกเป็น HDMI แบบมินิ(ไม่แน่ใจว่าเป็น 2.0 หรือเปล่า)

พอมาต่อกับทีวีที่เล่น 4K ได้ ก็ต้องต่อทีวีที่ช่อง HDMI

แสดงว่าเราก็ดู 4K เทียมหรือเปล่าครับ ผมละ งง กับเรื่องเทคโนโลยี่ 4 K

หรือพวกสมาร์ทโฟนที่บอกดู 4K ได้อีก

ป.ล. พวกหนัง HD นั้นพอเข้าใจครับ

ต้องกดดูโหมดการแสดงผลของจอครับ ว่าเป็น 1080p หรือ 2160p

คือ port hdmi 2.0 เอาสาย hdmi version ต่ำกว่าไปต่อได้ แต่สัญญาณจะออกแค่ 1080p ถ้าต่ำกว่าเวอร์ชั่น 1.4

ส่วนถ้าเป็นสาย HDMI 1.4 จะได้ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที พวกที่ต้องการใช้ 4K 60fps คือ พวกที่เป็น 4K 3D ครับ

ส่วนใหญ่กล้องที่ถ่าย 4K ได้ในปัจจุบันจะเป็น 4K 30fps ซึ่ง สาย HDMI 1.4 ที่เป็นมาตรฐานสามารถใช้งานได้ตามปกติอยู่แล้ว




Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #464 เมื่อ: 23 ธันวาคม, 2016, 04:41:38 PM »
รบกวนถามเป็นความรู้ครับ กล้องถ่ายวีดีโอโซนี่ที่บอกว่าถ่าย 4K ได้
แต่ช่องต่อออกเป็น HDMI แบบมินิ(ไม่แน่ใจว่าเป็น 2.0 หรือเปล่า)

พอมาต่อกับทีวีที่เล่น 4K ได้ ก็ต้องต่อทีวีที่ช่อง HDMI

แสดงว่าเราก็ดู 4K เทียมหรือเปล่าครับ ผมละ งง กับเรื่องเทคโนโลยี่ 4 K

หรือพวกสมาร์ทโฟนที่บอกดู 4K ได้อีก

ป.ล. พวกหนัง HD นั้นพอเข้าใจครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ธันวาคม, 2016, 04:52:07 PM โดย Malako »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #463 เมื่อ: 23 ธันวาคม, 2016, 02:25:09 PM »
SATA 3 6Gbps แต่ HDD จานหมุนจริงๆ ตัวนึง Transfer rate อยู่แค่ๆ แถวๆ 800-1200Mbps (0.8-1.2GBps) เป็นอย่างมาก

Firewire นี่

Firewire400 400Mbps
Firewire800 800Mbps
P1394d 6.4Gbps ครับ

เพราะงั้น คือ FireWire เล่น 4K ไม่ได้ชัวร์ๆ ครับ เพราะ Bandwidth ไม่ถึง

HDMI 1.4a ก็ 10.2Gbps แล้ว 1080p@60fps, 4k@30fps
HDMI 2.0 ที่ 4K@60fps นี่ 16-18Gbps ครับ

USB3.0 5Gbps
USB3.1 10Gbps

ส่วน Thunderbolt
Thunderbolt1/2 20Gbps

แต่ถ้าจะเล่น4K ต้องเป็น Thunderbolt2 เพราะสนับสนุน DisplayPort 1.2 จริงๆ ใช้ DisplayPort 1.2 ไปเลยก็ได้ Thunderbolt2 นี่ Mac หลังปี 2013 น่าจะเป็นตัวนี้ทั้งหมดแล้ว
สาย Thunderbolt1/2 เหมือนกัน ต่างกันที่ controller ที่ Thunderbolt2 รวมสัญญาณ 10Gbps 2 ชุด มองเป็นชุดเดียว 20Gbps ได้

Thunderbolt3 คือ USB3.1 แหละครับ แต่ใช้ Protocol/Controller ในการส่งข้อมูลคนละแบบ สายเป็นสายตัวเดียวกันเลย Connector แบบเดียวกัน 40Gbps
Thunderbolt4 80Gbps ตาม Spec คือ รองรับ UHD 8K@60fps

LAN เริ่มมีคนทำ HDMI over IP ครับ
CAT5e 1Gbps
CAT6-7 10Gbps
CAT7e 100Gbps

กรณีดูหนัง 4K ผมแนะนำหาพวก Intel Atom + Win10 รุ่นใหม่ๆ ที่มี Hardware H.264/265 มันรองรับ 4K@60fps แล้ว output เป็น HDMI 2.0 อยู่แล้ว ตัวนึงไม่ถึงหมื่น แล้วไปทำ Linear PSU ไม่ก็ใช้ Powerbank เป็นตัวจ่ายไฟเลี้ยง ส่วน Android TV Box นี่ไม่ค่อยแนะนำครับ

ส่วนเสียงใช้ I2S over USB เอาครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 ธันวาคม, 2016, 02:29:43 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #462 เมื่อ: 22 ธันวาคม, 2016, 07:39:57 PM »
ถ้าเป็นสายแอปเปิ้ลแท้น่าจะออกครบครับ ผมไม่เคยลอง

หรือไม่ก็เปลี่ยนการ์ดจอเป็นรุ่นที่มี HDMI ที่ออกแบบมาสำหรับดูหนัง แน่นอนกว่าครับ

เพราะดูหนังอย่างเดียวไม่ได้ใช้งานกร๊าฟฟิค หรืองานตัดต่อวีดีโอ

อย่างไรก็ตามผมว่า ใช้ตัวต่อ DVI to HDMI ของแอปเปิ้ลตรงเข้าโปรเจ็กเตอร์เป็นอีกทางเลือกที่แสนคุ้มนะครับ
เพราะสัญญาณภาพ DVI กับ HDMI ก็เป็นสัญญาณดิจิตอลอันเดียวกัน

ยกเว้นดูหนังระดับ 4K คงต้องเปลี่ยนการ์ดจอ แพงเอาเรื่องนะครับ
อีกอย่างสาย HDMI ดีๆ ยาวๆ คงขึ้นหลักหมื่นเยอะเลยละ

ป.ล. ที่ว่ามาหมายถึงใช้ MacPro 2008 ที่จะได้มานะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 ธันวาคม, 2016, 07:42:43 PM โดย Malako »

ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 69
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #461 เมื่อ: 22 ธันวาคม, 2016, 06:28:06 PM »

ส่วนเรื่องที่จะดูหนัง กำลังศึกษาดูว่า imac มันมี port thunderbolt รึยัง และ firewire port to HDMI น่าจะหาได้อยู่มั้ง



ถ้าไม่ขยับไปถึง 4K คงไม่จำเป็นมังครับ

ดูหนังแบบสบายใจทุกวันนี้ ผมดูหนัง HD ออนไลน์
เสียงซาวด์แทร๊กมีให้เลือกส่งขึ้นจอ 42 นิ้วได้ความชัดพอครับ เลือกหนังสงคราม คาวบอย หนังชีวิตจริงดูครับ
ยกเว้นหนังลงโรงจะเป็นแบบซูมไม่ดูเลย ต้องรอหนังออกจากโรงถึงจะมีแบบชัดๆ

ส่วนฟังเพลงผมเองก็เก็บ DSD DAC ฟังยูทูบตรงจาก  Mac Mini  แก่แล้วฟังเพลง ร้องคลอตามได้ความสุขอีกแบบครับ

   มี่แน่ๆ คืิอ firewire 400/ 800 อย่างละ port ครับ  firewire to HDMI ไม่มั่นใจว่า digital ออกได้ครบรึเปล่าครับ


ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #460 เมื่อ: 22 ธันวาคม, 2016, 05:56:49 AM »

ส่วนเรื่องที่จะดูหนัง กำลังศึกษาดูว่า imac มันมี port thunderbolt รึยัง และ firewire port to HDMI น่าจะหาได้อยู่มั้ง



ถ้าไม่ขยับไปถึง 4K คงไม่จำเป็นมังครับ

ดูหนังแบบสบายใจทุกวันนี้ ผมดูหนัง HD ออนไลน์
เสียงซาวด์แทร๊กมีให้เลือกส่งขึ้นจอ 42 นิ้วได้ความชัดพอครับ เลือกหนังสงคราม คาวบอย หนังชีวิตจริงดูครับ
ยกเว้นหนังลงโรงจะเป็นแบบซูมไม่ดูเลย ต้องรอหนังออกจากโรงถึงจะมีแบบชัดๆ

ส่วนฟังเพลงผมเองก็เก็บ DSD DAC ฟังยูทูบตรงจาก  Mac Mini  แก่แล้วฟังเพลง ร้องคลอตามได้ความสุขอีกแบบครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #459 เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2016, 11:27:08 PM »
ติดตามอ่านข้อมูลครับ :headphone
Simple is my Way

ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 69
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #458 เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2016, 08:13:54 AM »
:clap  ขอสอบถามครับ พอดีผมไปเจอ macpro 2008 ผมจองไว้แล้ว 1 เครื่อง จะไปรับอีก3วันนี้ ถ้าผมจะเอามาทำเป็น media center

   1, Music..... macpro + DAC + pre amp + Power amp + Speaker.

   2, Movie..... macpro + A/V amp + projector.

      :clap :clap ผมต้องซื้อสายพ่วงต่ออะไบ้างครับ และเครืองต้องใส่ card จอ เพิ่มมั๊ยครับ  c) c)


MacPro early 2008 or later รองรับ OS X 10.10 Yosemite ได้ครับ
ซึ่งล่าสุดคือ OS Sierra 10.12.1 ตัวนี้รันไม่ได้นะครับ
แต่ OS X Yosemite 10.10 ก็เหลือๆ สำหรับนำมาดูหนัง ฟังเพลง

Sound Card ที่ติดมาระดับ MacPro ถือว่าไม่ธรรมดาครับ เสียบไมค์ทำ Demo เพลงส่งงานได้
อยู่ที่แรมว่าได้มาแบบเต็มพิกัดหรือเปล่า คนขายมักถอดออก
ผมว่าสำหรับฟังเพลง ถ้าไม่ก้าวไปไกลถึง DSD File ไม่ต้องพึ่งพา USB DAC ก็ได้กระมัง

สำหรับโปรแกรมเล่นเพลง ผมแนะนำ Audirvana + มีดีกว่า Ammara ในราคาเอื้อมถึง
พอเล่น Mac คุ้นเคยกันแล้วชีวิตสดใสขึ้นเยอะครับ
เพราะแม้แต่เอามาท่องเน็ท โฆษณาบ้าเลือดหายไปจนคิดถึงเลย

ส่วนการเอามาดูหนัง ผมไม่แน่ใจว่า การ์ดจอรองรับ HDMI หรือยัง แต่ที่มากับเครื่องคิดว่าน่าจะไม่มีเป็นแค่ DVI
ซึ่งคิดว่าที่โปรเจ็คเตอร์มีพอร์ด DVI เสียบดูหนัง HD ได้เหมือนช่อง HDMI ครับ
ส่วนเสียงก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของ AV Amp เท่านั้น

ป.ล. พอได้มาเล่นแล้ว หนีไม่พ้นต้องต่อไปที่  DSD File จนได้แหละ

     :clap ขอบคุณพี่ Malako มากครับ ปกติผมก็ใช้ ipad ในการฟังเพลงอยู่บ้างครับรับได้สำหรับเสียงที่ได้ครับ  c)

   ส่วนเรื่องที่จะดูหนัง กำลังศึกษาดูว่า imac มันมี port thunderbolt รึยัง และ firewire port to HDMI น่าจะหาได้อยู่มั้ง

ออนไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,464
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #457 เมื่อ: 21 ธันวาคม, 2016, 06:35:34 AM »
:clap  ขอสอบถามครับ พอดีผมไปเจอ macpro 2008 ผมจองไว้แล้ว 1 เครื่อง จะไปรับอีก3วันนี้ ถ้าผมจะเอามาทำเป็น media center

   1, Music..... macpro + DAC + pre amp + Power amp + Speaker.

   2, Movie..... macpro + A/V amp + projector.

      :clap :clap ผมต้องซื้อสายพ่วงต่ออะไบ้างครับ และเครืองต้องใส่ card จอ เพิ่มมั๊ยครับ  c) c)


MacPro early 2008 or later รองรับ OS X 10.10 Yosemite ได้ครับ
ซึ่งล่าสุดคือ OS Sierra 10.12.1 ตัวนี้รันไม่ได้นะครับ
แต่ OS X Yosemite 10.10 ก็เหลือๆ สำหรับนำมาดูหนัง ฟังเพลง

Sound Card ที่ติดมาระดับ MacPro ถือว่าไม่ธรรมดาครับ เสียบไมค์ทำ Demo เพลงส่งงานได้
อยู่ที่แรมว่าได้มาแบบเต็มพิกัดหรือเปล่า คนขายมักถอดออก
ผมว่าสำหรับฟังเพลง ถ้าไม่ก้าวไปไกลถึง DSD File ไม่ต้องพึ่งพา USB DAC ก็ได้กระมัง

สำหรับโปรแกรมเล่นเพลง ผมแนะนำ Audirvana + มีดีกว่า Ammara ในราคาเอื้อมถึง
พอเล่น Mac คุ้นเคยกันแล้วชีวิตสดใสขึ้นเยอะครับ
เพราะแม้แต่เอามาท่องเน็ท โฆษณาบ้าเลือดหายไปจนคิดถึงเลย

ส่วนการเอามาดูหนัง ผมไม่แน่ใจว่า การ์ดจอรองรับ HDMI หรือยัง แต่ที่มากับเครื่องคิดว่าน่าจะไม่มีเป็นแค่ DVI
ซึ่งคิดว่าที่โปรเจ็คเตอร์มีพอร์ด DVI เสียบดูหนัง HD ได้เหมือนช่อง HDMI ครับ
ส่วนเสียงก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของ AV Amp เท่านั้น

ป.ล. พอได้มาเล่นแล้ว หนีไม่พ้นต้องต่อไปที่  DSD File จนได้แหละ












« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 ธันวาคม, 2016, 06:49:21 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #456 เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2016, 05:00:47 PM »
:clap  ขอสอบถามครับ พอดีผมไปเจอ macpro 2008 ผมจองไว้แล้ว 1 เครื่อง จะไปรับอีก3วันนี้ ถ้าผมจะเอามาทำเป็น media center

   1, Music..... macpro + DAC + pre amp + Power amp + Speaker.

   2, Movie..... macpro + A/V amp + projector.

      :clap :clap ผมต้องซื้อสายพ่วงต่ออะไบ้างครับ และเครืองต้องใส่ card จอ เพิ่มมั๊ยครับ  c) c)

ใช้ DAC แบบไหนครับ

ผมก็ไม่แน่ใจว่าเครื่องนี้ลง macOS 10.12 ได้หรือเปล่า อนาคตต้องเจอปัญหาเรื่องไดรเวอร์และซอฟท์แวร์ใหม่ๆที่ใช้งานไม่ได้แน่นอนครับ

       2f  Input Coaxial & USB DAC ครับ และกำลังทำ DIY DAC Wasin V 2.2 อยู่ครับ    c)

ปัญหาคงอยู่ที่ระบบปฎิบัติการครับ รุ่นนี้ผมไม่แน่ใจว่าลงได้ล่าสุดแค่ไหน เพราะเป็นตัวเก่ามาก ก่อนมี Thunderbolt

ออฟไลน์ soonsak

  • จอม DIY
  • **
  • กระทู้: 69
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Firewire) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #455 เมื่อ: 20 ธันวาคม, 2016, 04:45:15 PM »
:clap  ขอสอบถามครับ พอดีผมไปเจอ macpro 2008 ผมจองไว้แล้ว 1 เครื่อง จะไปรับอีก3วันนี้ ถ้าผมจะเอามาทำเป็น media center

   1, Music..... macpro + DAC + pre amp + Power amp + Speaker.

   2, Movie..... macpro + A/V amp + projector.

      :clap :clap ผมต้องซื้อสายพ่วงต่ออะไบ้างครับ และเครืองต้องใส่ card จอ เพิ่มมั๊ยครับ  c) c)

ใช้ DAC แบบไหนครับ

ผมก็ไม่แน่ใจว่าเครื่องนี้ลง macOS 10.12 ได้หรือเปล่า อนาคตต้องเจอปัญหาเรื่องไดรเวอร์และซอฟท์แวร์ใหม่ๆที่ใช้งานไม่ได้แน่นอนครับ

       2f  Input Coaxial & USB DAC ครับ และกำลังทำ DIY DAC Wasin V 2.2 อยู่ครับ    c)