ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008  (อ่าน 257851 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #634 เมื่อ: 21 เมษายน, 2017, 09:54:37 AM »
สรุป Latencyคือ Delay times ทั้งหมดจากแหล่งกำเนิดเสียงจนถึงตัวรับสุดท้ายของกระบวนการ ค่ายิ่งน้อยยิ่งเข้าใกล้ความเร็วในเชิงอุดมคติมากขึ้น น่าจะรวมถึงค่าความสูญเสีย(Loss)ของพลังงานด้วย

""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #633 เมื่อ: 20 เมษายน, 2017, 10:31:43 PM »
หนีไม่พ้นแล้ว กับยุค USB-C



เพื่อนผมซื้อมาครับ Dell USB-C to HDMI/VGA/Ethernet/USB 3.0 
คือในกลุ่มเพื่อนที่ทำงาน อัพเกรดซื้อ Macbook Pro กันทั่วหน้าครับ ก็ของมันต้องใช้ทำมาหากินครับ ผมก็ต้องใช้ตัดวีดีโอ ส่วนฟังเพลงนี่เรียกว่าเป็นของแถมครับ

อุปกรณ์ตัวนี้เห็นได้ชัดว่า กำลังผลักดัน USB-C ให้เป็นมาตราฐานใหม่ครับ แน่นอนว่ามันดีกว่าเดิมแบบคนละเรื่อง ต่อไป Notebook รุ่นใหม่ก็สามารถออกแบบให้บางลง
เพราะใช้พอร์ท USB-C แล้วค่อยแตกออกเป็นพอร์ทอื่นๆ เรียกว่าไม่ต้องมีพอร์ทมากมายบนตัวเครื่องให้ขี้เกลือขึ้นเสียเปล่าๆครับ อยากใช้พอร์ทไหนก็ซื้อ Adapter เอา
ราคาก็ประมาณสองพันครับ ถูกกว่าลูกยางรองเครื่องเสียงที่ผมซื้อมาซะอีก

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #632 เมื่อ: 20 เมษายน, 2017, 10:15:29 PM »
รบกวนอธิบายประโยคนี้หน่อยครับ เพื่อความเข้าใจทางด้านเทคนิคของคนที่ทำงานด้านPro Audio ได้มากขึ้น

"1.41ms round-trip at 96kHz with a 32 buffer setting"

เป็นหน้าเซ็ทอัพของ Logic Pro X ครับ
คือ Apogee ออกแบบใช้กับ Mac เป็นหลัก และตอนนี้ออกแบบให้ทำงานร่วมกับ Logic Pro X ได้เต็มรูปแบบครับ เขาจึงอ้างอิงค่านี้



อันนี้ค่าจากเครื่องผม

ด้านขวา จะเห็นช่อง Frame Rate ด้วย ถ้าจะตัดต่อเสียงสำหรับไปประกอบหนัง ต้องตั้งเฟรมเรทให้ตรงกับหนังเรื่องนั้นด้วยครับ ไม่งั้นก็ซิงค์ไม่ตรง
สุดท้ายงานเพลงเป็นเรื่องความแม่นยำของสัญญาณนาฬิกาเป็นหลักครับ

คำอธิบายเรื่อง Latency รบกวนอ่านในนี้ครับ ผมไม่สามารถอธิบายอย่างถูกต้องเป็นไทยได้
ข้อมูลจาก presonus.com : https://www.presonus.com/community/Learn/The-Truth-About-Digital-Audio-Latency

ก็จะเห็นคำว่า isochronous เข้ามาอีกเช่นกันครับ เพราะเป็นระบบส่งที่มีสัญญาณนาฬิกาวิ่งประกบ จึงใช้งานในงานตัดต่อเพลงและหนังครับ
เพราะการตัดต่อพวกนี้ ต้องส่งข้อมูลต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมงครับ แถมวิ่งทั้งไปและกลับ
เวลาตัดต่อเสียง มันเป็นตามภาพครับ



ถ้าระบบส่งข้อมูลไม่สามารถอ้างอิงตำแหน่งได้ ก็ไม่รู้จะทำงานยังไงครับ


ได้ค่าที่เหมาะกับการอ่านแผ่นละครับ โทรไปรบกวนผู้รู้เสียนานสองนาน (รบกวนเวลาทำเพลง) แต่คืนนี้หลับสนิทละครับ ได้คำตอบแล้ว



แถมได้ความรู้จากห้องอัดมาเพิ่มเติมอีก เทคนิคห้องอัดนี่ ฟังแล้วก็ WOW ได้ตลอดครับ (เครื่องเสียงบ้านก็หยิบยืม XLR มาใช้)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 เมษายน, 2017, 11:51:48 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #631 เมื่อ: 20 เมษายน, 2017, 08:06:09 PM »
รบกวนอธิบายประโยคนี้หน่อยครับ เพื่อความเข้าใจทางด้านเทคนิคของคนที่ทำงานด้านPro Audio ได้มากขึ้น

"1.41ms round-trip at 96kHz with a 32 buffer setting"
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #630 เมื่อ: 20 เมษายน, 2017, 06:11:51 AM »
ครับ controller มันก็ยังเป็นเรื่องความเร็วอยู่ดี ซึ่งผมไม่ให้ความสำคัญกับความเร็วเท่าไหร่ครับ มันมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำแล้วให้ผลชัดเจนครับ ซึ่งผมจะเลือกทางนั้นมากกว่า เพราะน่าจะดึงศักยภาพของเสียงได้ดี

ส่วนเรื่อง isochronus/asynchronus อันนี้จริงๆ อันไหนได้เปรียบไม่ได้เปรียบตอบยากนะ ในความเห็นผมคิดว่า synchronous ดีที่สุด แต่ในการใช้งานผมใช้ isochr. ส่งข้อมูล bit data เข้า player อยู่ผ่านทาง firewire ซึ่งถ้าควบคุม error ต่างๆ ได้ (ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บูธของ Weiss ผ่านเพื่อนผมมาอีกทีว่าใช้สายของอะไร) ซึ่งมันจะทำให้ข้อมูลที่วิ่งเข้า player ไม่ต้องผูกกับ clock เป็นอิสระ

แต่ด้านขาส่งออก อาศัยการส่ง data bitstream แบบ isochronous เข้า DDC ก่อน โดยผ่าน USB2.0 เท่านั้น แต่สาย cable ก็ต้องดีมาก ๆ จากนั้น DDC จึ่งทำหน้าที่ส่ง data bitstream แบบ synchronous ผ่าน I2S HDMI เข้า DAC  อีกที

ผลลัพธ์หรือ ยังพึงพอใจกับมันมากๆ ครับ  สุดท้าย ก็เลยไม่ต้องวิ่งหา hdd enclosure ใหม่ๆ. สายก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่, hdd ก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 :victory

ผมเคยเขียนไว้นานเหมือนกันครับเรื่อง port แต่ usb 2.0 ก็มี bandwidth เหลือเฟือสำหรับ 2 channel CD ครับ

ถ้าคุณฟังเพลงอย่างเดียว เรื่อง latency ลงทุนกับมันไม่คุ้มครับ (ยกเว้นว่า ต้องกดปุ่มแล้วต้องได้ยินทันที)

ใน dac receiver chip ในระยะหลังๆนี้ ก็มีการ reclock ขอให้ได้ bit perfect เรื่อง clock ของ การส่งข้อมูลแทบไม่มีผลครับ ถ้ามีงบจำกัด เอาไปลงทุนกับส่วนอื่นดีกว่าครับ

Apogee Element 24 ผม ถูกกว่า DAC ใช้ในบ้านนะครับผมว่า 55
และเรื่อง Clock นี่ ก็ตามข้อมูลครับ ตลาด Consumer ไม่สนใจ แต่เสียงระดับมืออาชีพ สำคัญที่สุดครับ อุปกรณ์มืออาชีพจะให้ความสำคัญเรื่อง Clock ที่สุดแล้วครับ
และผมเลือกฟังเสียงจากระบบมืออาชีพ ซึ่งมีมาตราฐานครับ ทั้งความคมชัด ความเร็ว ไดนามิค มิติ ซึ่งทำทั้งหมดนี้ได้ดีพร้อมๆกัน และจูนภาคอนาล๊อกโดยนักดนตรีครับ

ก็แล้วแต่ความเข้าใจ และประสบการณ์ครับ ว่าต้องการเสียงในระดับไหน เพราะผมคุ้นเคยกับเสียงและความเร็วเสียงระดับห้องอัดซึ่งไวกว่าเครือ่งเสียงบ้าน
ให้ฟังเครื่องบ้านก็ทำใจลำบากครับ

ดูจาก สเปคแล้ว Thunderbolt interface ของ Apogee element รับได้แค่ 96 KHz เองนะครับ น่าเสียดายน่าจะสูงกว่านี้เพราะเพลงแบบ Hires DSD ไปไกลมากกว่านี้เยอะ



1.41ms ที่ 96 ครับ เขาใช้ค่านี้เพราะปกติห้องอัดก็บันทึกกันที่เท่านี้ครับ ถ้าเป็น 192 ค่าก็จะสูงขึ้นครับ
ส่วน DSD เพลงเก่าๆ ก็หาต้นฉบับเทปรีลมาแปลงครับ 
DAC สำหรับ DSD ก็มีคนยกมาให้ฟังบ่อยครับค่าสาย USB ยังแพงกว่า Apogee ของผมอีกครับ ผมมองว่าไม่คุ้มค่าครับ
สาย Thunderbolt การส่งข้อมู่ลดีกว่า แถมถูกกว่า และใช้ทำมาหากินได้ครับ (ผมทำงานตัดวีดีโอ ซึ่งไม่สามรถใช้ USB ได้เลยครับ Export แล้วมีปัญหาตลอด ตอนตัดก็ช้าถ้าใช้ HDD USB)

เพลงที่เป็น DSD ตั้งแต่ตอนบันทึกมีน้อยมากครับ ฮาร์ดแวร์ที่ใช้บันทึกแบบ DSD ผมก็เจอแค่ยี่ห้อ Sonoma กับ Pyramix (รูปก็หาดูยากมาก)
และห้องอัดก็ยังไม่เปลี่ยน Hardware ตาม ก็เรียกว่า DSD แท้ๆ มีให้ฟังไม่กี่อัลบั้มครับ และเพลงที่ผมฟัง การบันทึกเสียงในยุคนั้นตอนนั้นแน่นอนว่า
ต้นฉบับเป็นเทปรีลครับ ส่วนใหญ่ก็บันทึก AAD,ADD,DDD

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 เมษายน, 2017, 11:44:44 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #629 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 11:38:11 PM »

ผมเดินเข้าห้องอัด ถามมืออาชีพที่เขานั่งบันทึกเสียงอยู่ จะได้คำตอบต่างกันครับ สำหรับเพลง ต้อง isochronus เท่านั้นครับ Clock สำคัญที่สุด
(ผมจะไม่ถามเรื่องพวกนี้จากพนักงานขายครัย เหตุผลก็คงทราบกันดี)
นี่ล่ะครับ ความต่างของ 2 วงการ เรื่องเดียวกัน ไปถามคนทำเพลง ได้คำตอบอย่างนึง ไปถามพนักงานขาย ก็ได้คำตอบอย่างนึงครับ


ฮ่าาาาาาาาาา  เพิ่งรู้ครับว่า isochronous มันต้องมี clock ด้วย ตายละ ผมต้องกลับไปอ่านตำรับตำราใหม่หมดเลยหรอเนี่ยะ

ปล. เห็นด้วยกับคุณ Takeshi เงิน 20k เอาไประบบส่วนอื่น เห็นผลมากกว่าครับ อิๆๆ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #628 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 10:15:30 PM »
ครับ controller มันก็ยังเป็นเรื่องความเร็วอยู่ดี ซึ่งผมไม่ให้ความสำคัญกับความเร็วเท่าไหร่ครับ มันมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำแล้วให้ผลชัดเจนครับ ซึ่งผมจะเลือกทางนั้นมากกว่า เพราะน่าจะดึงศักยภาพของเสียงได้ดี

ส่วนเรื่อง isochronus/asynchronus อันนี้จริงๆ อันไหนได้เปรียบไม่ได้เปรียบตอบยากนะ ในความเห็นผมคิดว่า synchronous ดีที่สุด แต่ในการใช้งานผมใช้ isochr. ส่งข้อมูล bit data เข้า player อยู่ผ่านทาง firewire ซึ่งถ้าควบคุม error ต่างๆ ได้ (ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บูธของ Weiss ผ่านเพื่อนผมมาอีกทีว่าใช้สายของอะไร) ซึ่งมันจะทำให้ข้อมูลที่วิ่งเข้า player ไม่ต้องผูกกับ clock เป็นอิสระ

แต่ด้านขาส่งออก อาศัยการส่ง data bitstream แบบ isochronous เข้า DDC ก่อน โดยผ่าน USB2.0 เท่านั้น แต่สาย cable ก็ต้องดีมาก ๆ จากนั้น DDC จึ่งทำหน้าที่ส่ง data bitstream แบบ synchronous ผ่าน I2S HDMI เข้า DAC  อีกที

ผลลัพธ์หรือ ยังพึงพอใจกับมันมากๆ ครับ  สุดท้าย ก็เลยไม่ต้องวิ่งหา hdd enclosure ใหม่ๆ. สายก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่, hdd ก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 :victory

ผมเคยเขียนไว้นานเหมือนกันครับเรื่อง port แต่ usb 2.0 ก็มี bandwidth เหลือเฟือสำหรับ 2 channel CD ครับ

ถ้าคุณฟังเพลงอย่างเดียว เรื่อง latency ลงทุนกับมันไม่คุ้มครับ (ยกเว้นว่า ต้องกดปุ่มแล้วต้องได้ยินทันที)

ใน dac receiver chip ในระยะหลังๆนี้ ก็มีการ reclock ขอให้ได้ bit perfect เรื่อง clock ของ การส่งข้อมูลแทบไม่มีผลครับ ถ้ามีงบจำกัด เอาไปลงทุนกับส่วนอื่นดีกว่าครับ

Apogee Element 24 ผม ถูกกว่า DAC ใช้ในบ้านนะครับผมว่า 55
และเรื่อง Clock นี่ ก็ตามข้อมูลครับ ตลาด Consumer ไม่สนใจ แต่เสียงระดับมืออาชีพ สำคัญที่สุดครับ อุปกรณ์มืออาชีพจะให้ความสำคัญเรื่อง Clock ที่สุดแล้วครับ
และผมเลือกฟังเสียงจากระบบมืออาชีพ ซึ่งมีมาตราฐานครับ ทั้งความคมชัด ความเร็ว ไดนามิค มิติ ซึ่งทำทั้งหมดนี้ได้ดีพร้อมๆกัน และจูนภาคอนาล๊อกโดยนักดนตรีครับ

ก็แล้วแต่ความเข้าใจ และประสบการณ์ครับ ว่าต้องการเสียงในระดับไหน เพราะผมคุ้นเคยกับเสียงและความเร็วเสียงระดับห้องอัดซึ่งไวกว่าเครือ่งเสียงบ้าน
ให้ฟังเครื่องบ้านก็ทำใจลำบากครับ

ดูจาก สเปคแล้ว Thunderbolt interface ของ Apogee element รับได้แค่ 96 KHz เองนะครับ น่าเสียดายน่าจะสูงกว่านี้เพราะเพลงแบบ Hires DSD ไปไกลมากกว่านี้เยอะ

""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #627 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 05:20:57 PM »
ครับ controller มันก็ยังเป็นเรื่องความเร็วอยู่ดี ซึ่งผมไม่ให้ความสำคัญกับความเร็วเท่าไหร่ครับ มันมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำแล้วให้ผลชัดเจนครับ ซึ่งผมจะเลือกทางนั้นมากกว่า เพราะน่าจะดึงศักยภาพของเสียงได้ดี

ส่วนเรื่อง isochronus/asynchronus อันนี้จริงๆ อันไหนได้เปรียบไม่ได้เปรียบตอบยากนะ ในความเห็นผมคิดว่า synchronous ดีที่สุด แต่ในการใช้งานผมใช้ isochr. ส่งข้อมูล bit data เข้า player อยู่ผ่านทาง firewire ซึ่งถ้าควบคุม error ต่างๆ ได้ (ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บูธของ Weiss ผ่านเพื่อนผมมาอีกทีว่าใช้สายของอะไร) ซึ่งมันจะทำให้ข้อมูลที่วิ่งเข้า player ไม่ต้องผูกกับ clock เป็นอิสระ

แต่ด้านขาส่งออก อาศัยการส่ง data bitstream แบบ isochronous เข้า DDC ก่อน โดยผ่าน USB2.0 เท่านั้น แต่สาย cable ก็ต้องดีมาก ๆ จากนั้น DDC จึ่งทำหน้าที่ส่ง data bitstream แบบ synchronous ผ่าน I2S HDMI เข้า DAC  อีกที

ผลลัพธ์หรือ ยังพึงพอใจกับมันมากๆ ครับ  สุดท้าย ก็เลยไม่ต้องวิ่งหา hdd enclosure ใหม่ๆ. สายก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่, hdd ก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 :victory

ผมเคยเขียนไว้นานเหมือนกันครับเรื่อง port แต่ usb 2.0 ก็มี bandwidth เหลือเฟือสำหรับ 2 channel CD ครับ

ถ้าคุณฟังเพลงอย่างเดียว เรื่อง latency ลงทุนกับมันไม่คุ้มครับ (ยกเว้นว่า ต้องกดปุ่มแล้วต้องได้ยินทันที)

ใน dac receiver chip ในระยะหลังๆนี้ ก็มีการ reclock ขอให้ได้ bit perfect เรื่อง clock ของ การส่งข้อมูลแทบไม่มีผลครับ ถ้ามีงบจำกัด เอาไปลงทุนกับส่วนอื่นดีกว่าครับ

Apogee Element 24 ผม ถูกกว่า DAC ใช้ในบ้านนะครับผมว่า 55
และเรื่อง Clock นี่ ก็ตามข้อมูลครับ ตลาด Consumer ไม่สนใจ แต่เสียงระดับมืออาชีพ สำคัญที่สุดครับ อุปกรณ์มืออาชีพจะให้ความสำคัญเรื่อง Clock ที่สุดแล้วครับ
และผมเลือกฟังเสียงจากระบบมืออาชีพ ซึ่งมีมาตราฐานครับ ทั้งความคมชัด ความเร็ว ไดนามิค มิติ ซึ่งทำทั้งหมดนี้ได้ดีพร้อมๆกัน และจูนภาคอนาล๊อกโดยนักดนตรีครับ

ก็แล้วแต่ความเข้าใจ และประสบการณ์ครับ ว่าต้องการเสียงในระดับไหน เพราะผมคุ้นเคยกับเสียงและความเร็วเสียงระดับห้องอัดซึ่งไวกว่าเครือ่งเสียงบ้าน
ให้ฟังเครื่องบ้านก็ทำใจลำบากครับ

ออฟไลน์ Goda Takeshi

  • *****
  • กระทู้: 655
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #626 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 05:12:35 PM »
ครับ controller มันก็ยังเป็นเรื่องความเร็วอยู่ดี ซึ่งผมไม่ให้ความสำคัญกับความเร็วเท่าไหร่ครับ มันมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำแล้วให้ผลชัดเจนครับ ซึ่งผมจะเลือกทางนั้นมากกว่า เพราะน่าจะดึงศักยภาพของเสียงได้ดี

ส่วนเรื่อง isochronus/asynchronus อันนี้จริงๆ อันไหนได้เปรียบไม่ได้เปรียบตอบยากนะ ในความเห็นผมคิดว่า synchronous ดีที่สุด แต่ในการใช้งานผมใช้ isochr. ส่งข้อมูล bit data เข้า player อยู่ผ่านทาง firewire ซึ่งถ้าควบคุม error ต่างๆ ได้ (ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บูธของ Weiss ผ่านเพื่อนผมมาอีกทีว่าใช้สายของอะไร) ซึ่งมันจะทำให้ข้อมูลที่วิ่งเข้า player ไม่ต้องผูกกับ clock เป็นอิสระ

แต่ด้านขาส่งออก อาศัยการส่ง data bitstream แบบ isochronous เข้า DDC ก่อน โดยผ่าน USB2.0 เท่านั้น แต่สาย cable ก็ต้องดีมาก ๆ จากนั้น DDC จึ่งทำหน้าที่ส่ง data bitstream แบบ synchronous ผ่าน I2S HDMI เข้า DAC  อีกที

ผลลัพธ์หรือ ยังพึงพอใจกับมันมากๆ ครับ  สุดท้าย ก็เลยไม่ต้องวิ่งหา hdd enclosure ใหม่ๆ. สายก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่, hdd ก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 :victory

ผมเคยเขียนไว้นานเหมือนกันครับเรื่อง port แต่ usb 2.0 ก็มี bandwidth เหลือเฟือสำหรับ 2 channel CD ครับ

ถ้าคุณฟังเพลงอย่างเดียว เรื่อง latency ลงทุนกับมันไม่คุ้มครับ (ยกเว้นว่า ต้องกดปุ่มแล้วต้องได้ยินทันที)

ใน dac receiver chip ในระยะหลังๆนี้ ก็มีการ reclock ขอให้ได้ bit perfect เรื่อง clock ของ การส่งข้อมูลแทบไม่มีผลครับ ถ้ามีงบจำกัด เอาไปลงทุนกับส่วนอื่นดีกว่าครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #625 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 04:29:52 PM »
ตอนนี้คงต้องมุ่งไป Thunderbolt 3 เท่านั้นครับ Hardware engineering เข้าดีจริง รอผู้ผลิตปล่อยของมาก่อนคากว่า พ.ค คงเริ่มเห็นพวก HDD , Docking ส่วนสาย Thunderbolt 3 เทพๆทั้งหลายคงอีกนนานกว่าจะมีการผลิดในรูปแบบ Audiophile








สองตัวนี้ผมเล็งอยู่เลยครับ แต่เห็นราคาแล้ว WOW เลยครับ
- ตอนแรกเล็ง Lacie แต่ก็ร่วมสองหมื่น
- Akkitio ราคาก็ไม่เบาครับ
- Caldigit Thunderbolt Station 3 หมื่นต้น แต่ผมก็ยังไม่มี DVD ที่ทำงานผ่าน Thunderbolt ได้อยู่ดีครับ แต่ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ผมสนใจครับ เพราะยี่ห้อนี้เสียงดีมาก
  ตอนทำงานอยู่ช่อง TV หัวหน้าฝ่ายผลิตบอกว่า "ที่ใช้กันแต่ยี่ห้อนี้ เพราะลองมาหมดแล้ว ไม่มีใครเกิน Caldigit เอ็งว่าข้าอยู่ช่องนี้มากี่ปีแล้วล่ะ"
  โอเคครับ Boss ผมตาม Boss ครับ 55

ผมมีตัวเลือกอีกอันคือ Sonnet Echo 15+ Thunderbolt 2 Dock ครับ มีตัวแทนจำหน่ายในไทยแล้ว
(แต่ก็ยังเป็น Thunderbolt 2 ครับ แต่จะได้มีไดรฟ์แบบ Thunderbolt ไว้อ่านแผ่น จะได้บอกลา Firewire ครับ)




แต่ยอมรับว่า เทคนิคการออกแบบของ Thunderbolt 3 นอกจากเร็วแล้ว หัวแจ๊คยังแน่น แข็งแรง เสียบแบบกลับด้านใดก้ได้ และสายสัญญาณด้านในนั้นเล็กแทบจะเท่าเส้นผมเลยครับ
แต่มีชิลด์หุ้มไว้ด้วย (เคยตัดสาย Thunderbolt 2 มาดูครับ) เรียกว่าเทคโนโลยีสายก็พัฒนาไปมาก และตัดปัญหาที่ต้องหาสายแพงๆมาใช้ครับ แทบไม่มีผลกับเสียงเลย
ซึ่งเป็นอะไรที่เป็นอุดมคติมากๆ เทียบกับหัวแจ๊คเก่าอย่าง Firewire, USB2.0  กลายเป็นโยราณวัตถุไปเลยครับ และก็สร้างปัญหาเรื่องสายดิจิตอลมีผลกับเสีนวมาเป็น 10 ปั
ได้เวลาบอกลาปัญหาต่างๆด้วย Thunderbolt 3 ครับ



ครับ controller มันก็ยังเป็นเรื่องความเร็วอยู่ดี ซึ่งผมไม่ให้ความสำคัญกับความเร็วเท่าไหร่ครับ มันมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำแล้วให้ผลชัดเจนครับ ซึ่งผมจะเลือกทางนั้นมากกว่า เพราะน่าจะดึงศักยภาพของเสียงได้ดี

ส่วนเรื่อง isochronus/asynchronus อันนี้จริงๆ อันไหนได้เปรียบไม่ได้เปรียบตอบยากนะ ในความเห็นผมคิดว่า synchronous ดีที่สุด แต่ในการใช้งานผมใช้ isochr. ส่งข้อมูล bit data เข้า player อยู่ผ่านทาง firewire ซึ่งถ้าควบคุม error ต่างๆ ได้ (ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บูธของ Weiss ผ่านเพื่อนผมมาอีกทีว่าใช้สายของอะไร) ซึ่งมันจะทำให้ข้อมูลที่วิ่งเข้า player ไม่ต้องผูกกับ clock เป็นอิสระ

แต่ด้านขาส่งออก อาศัยการส่ง data bitstream แบบ isochronous เข้า DDC ก่อน โดยผ่าน USB2.0 เท่านั้น แต่สาย cable ก็ต้องดีมาก ๆ จากนั้น DDC จึ่งทำหน้าที่ส่ง data bitstream แบบ synchronous ผ่าน I2S HDMI เข้า DAC  อีกที

ผลลัพธ์หรือ ยังพึงพอใจกับมันมากๆ ครับ  สุดท้าย ก็เลยไม่ต้องวิ่งหา hdd enclosure ใหม่ๆ. สายก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่, hdd ก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 :victory

ผมเดินเข้าห้องอัด ถามมืออาชีพที่เขานั่งบันทึกเสียงอยู่ จะได้คำตอบต่างกันครับ สำหรับเพลง ต้อง isochronus เท่านั้นครับ Clock สำคัญที่สุด
(ผมจะไม่ถามเรื่องพวกนี้จากพนักงานขายครัย เหตุผลก็คงทราบกันดี)
นี่ล่ะครับ ความต่างของ 2 วงการ เรื่องเดียวกัน ไปถามคนทำเพลง ได้คำตอบอย่างนึง ไปถามพนักงานขาย ก็ได้คำตอบอย่างนึงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 เมษายน, 2017, 04:43:05 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #624 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 02:24:39 PM »
ครับ controller มันก็ยังเป็นเรื่องความเร็วอยู่ดี ซึ่งผมไม่ให้ความสำคัญกับความเร็วเท่าไหร่ครับ มันมีเรื่องอื่นๆ ที่ทำแล้วให้ผลชัดเจนครับ ซึ่งผมจะเลือกทางนั้นมากกว่า เพราะน่าจะดึงศักยภาพของเสียงได้ดี

ส่วนเรื่อง isochronus/asynchronus อันนี้จริงๆ อันไหนได้เปรียบไม่ได้เปรียบตอบยากนะ ในความเห็นผมคิดว่า synchronous ดีที่สุด แต่ในการใช้งานผมใช้ isochr. ส่งข้อมูล bit data เข้า player อยู่ผ่านทาง firewire ซึ่งถ้าควบคุม error ต่างๆ ได้ (ได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บูธของ Weiss ผ่านเพื่อนผมมาอีกทีว่าใช้สายของอะไร) ซึ่งมันจะทำให้ข้อมูลที่วิ่งเข้า player ไม่ต้องผูกกับ clock เป็นอิสระ

แต่ด้านขาส่งออก อาศัยการส่ง data bitstream แบบ isochronous เข้า DDC ก่อน โดยผ่าน USB2.0 เท่านั้น แต่สาย cable ก็ต้องดีมาก ๆ จากนั้น DDC จึ่งทำหน้าที่ส่ง data bitstream แบบ synchronous ผ่าน I2S HDMI เข้า DAC  อีกที

ผลลัพธ์หรือ ยังพึงพอใจกับมันมากๆ ครับ  สุดท้าย ก็เลยไม่ต้องวิ่งหา hdd enclosure ใหม่ๆ. สายก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่, hdd ก็ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่

 :victory
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 เมษายน, 2017, 04:06:03 PM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #623 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 01:31:09 PM »
ตอนนี้คงต้องมุ่งไป Thunderbolt 3 เท่านั้นครับ Hardware engineering เข้าดีจริง รอผู้ผลิตปล่อยของมาก่อนคากว่า พ.ค คงเริ่มเห็นพวก HDD , Docking ส่วนสาย Thunderbolt 3 เทพๆทั้งหลายคงอีกนนานกว่าจะมีการผลิดในรูปแบบ Audiophile






""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #622 เมื่อ: 19 เมษายน, 2017, 12:19:39 AM »
ก็ยังสงสัยอยู่ดีครับ ผมว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับความเร็วของ port ที่เพิ่มขึ้น แล้วทำให้เสียงดีขึ้น  ตอนนี้ จขกท ก็ยังอธิบายแต่ในแง่ความเร็วของ port ซึ่งผมคิดว่า มันไม่น่าเป็นปัจจัยสำคัญครับ

เป็นศักยพาดของ Controller ไงครับ (เหมือนจะเขียนไปแล้ว) มันสามารถส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นสองเท่า แต่ยังต้องคงสภานะ Isochronous ไว้ได้ นี่ล่ะครับ เรียกว่าศักยภาพ
ไม่ใช่การเร่งความเร็ว แต่ออกแบบวิธีส่งใหม่ไงครับ ถ้าเข้าใจวิธีส่งแบบ Isochronous จะเห็นภาพเลยครับ จริงๆข้อมูลได้อธิบายตัวเองไว้แล้วครับ
- Isochronous (transfers data in a steady stream) ของเดิม Firewire 400 ก็วิ่งที่ 400 Mb/s ตอนนี้ต้นทางเครื่องผมวิ่งที่ 40 Gb/s โดยยังคงเสถียรภาพไว้ได้

และจริงๆ็ไไม่มีอะไรซับซ้อนครับ Thunderbolt 3 ก็คือ PCI Express 3.0 ไงครับ ลองค้นกูเกิลดูการทำงานของพอร์ทนี้จะเข้าใจครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 เมษายน, 2017, 01:24:59 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #621 เมื่อ: 18 เมษายน, 2017, 11:34:27 PM »
ก็ยังสงสัยอยู่ดีครับ ผมว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับความเร็วของ port ที่เพิ่มขึ้น แล้วทำให้เสียงดีขึ้น  ตอนนี้ จขกท ก็ยังอธิบายแต่ในแง่ความเร็วของ port ซึ่งผมคิดว่า มันไม่น่าเป็นปัจจัยสำคัญครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #620 เมื่อ: 18 เมษายน, 2017, 04:21:14 PM »
ขอแปะไว้อีกอันครับ จะได้หายสงสัยถึงความต่างของแต่ละพอร์ท (เทางเทคนิค)

USB 2.0 Port

- Provides a maximum throughput of 480 Mb/s
- Half Duplex (can only send data in one direction at a time)
- Maximum USB 2.0 cable length is 5 meters (about 16 feet)


USB 3.0 Port

- Provides a maximum throughput of 5 Gb/s (or 5000 Mb/s)
- Backwards Compatible with USB 2.0
- Maximum USB 3.0 cable length is 3 meters (about 10 feet)
- Full Duplex (data can go in two directions at once)
- Can provide up to 10 watts of power to devices


Firewire 800 Port

- Transfer rates of up to 800 Mb/s
- Audio/video devices often use Firewire
- For audio production Firewire, TI chipset is recommended
- Star, tree and daisy chaining for PC cable management
- Supports up to 63 devices per Firewire port (not recommended for audio and video recording devices)
- Isochronous (transfers data in a steady stream)
- Can provide up to 45 watts of power to devices


Thunderbolt 1 Port

- Thunderbolt 1 provides 10 Gb/s maximum throughput
- Star, tree and daisy chaining for PC cable management
- Supports up to 6 devices per Thunderbolt port
- Can support Firewire with the use of a Thunderbolt to Firewire converter,
  which allows the PC to use Firewire without the need of a Firewire card.
  The use of this converter, - - however is somewhat spotty, especially for
  audio and video production.
- Full Duplex (data can go in two directions at once)
- Isochronous (transfers data in a steady stream)
- Can provide up to 10 watts of power to devices


Thunderbolt 2 Port

- Thunderbolt 2 provides 20 Gb/s maximum throughput
- Up to 6 devices can be daisy chained together per Thunderbolt port
- Can support Firewire with the use of a Thunderbolt to Firewire adapter
  which allows the PC to use Firewire without the need of a Firewire card.
  The use of this adapter, however, is somewhat spotty, especially for
  audio and video production.
- Full Duplex (data can go in two directions at once)
- Isochronous (transfers data in a steady stream)
- Can provide up to 10 watts of power to Thunderbolt devices



Thunderbolt 3 Port

- Thunderbolt 3 is estimated to provide 40 Gb/s maximum throughput
- Isochronous (transfers data in a steady stream)
- Estimated to provide up to 100 watts of power to Thunderbolt 3 devices
- Will use a different connector than Thunderbolt/Thunderbolt 2 and will need a
  converter to work with Thunderbolt/Thunderbolt 2 or Mini Display Port

ข้อมูลจาก cooltechpc : https://cooltechpc.com/articles/thunderbolt-firewire-and-usb
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 เมษายน, 2017, 04:25:46 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #619 เมื่อ: 18 เมษายน, 2017, 12:56:30 PM »
ชัดเจนครับว่า พอร์ท Thunderbolt เกิดมาเพื่อสิ่งใด

"Thunderbolt is the latest technology for connecting external devices to your PC,
and is replacing Firewire (1394) as the standard connection for audio recording
interfaces and pro video devices."

"Thunderbolt is especially beneficial to the audio professional because Thunderbolt
makes it possible to use the latest external audio recording interfaces. Thunderbolt
audio devices can effortlessly record simultaneous channels of audio at 24 bit/ 192KHz,
versus the 24 bit/ 96KHz maximum that Firewire (1394) could offer."

ข้อมูลจาก cooltechpc : https://cooltechpc.com/articles/thunderbolt-firewire-and-usb




ลองไปอ่านในเวป Intel มาครับ
https://thunderbolttechnology.net/blog/thunderbolt-3-usb-c-does-it-all

Technology Features

- Thunderbolt™, USB, DisplayPort, and power on USB-C
- USB-C connector and cables (small, reversible)
- 40 Gbps Thunderbolt™ 3 – double the speed of Thunderbolt 2
  Bi-directional, dual-protocol (PCI Express and DisplayPort)
  4 lanes of PCI Express Gen 3
  8 lanes of DisplayPort 1.2 (HBR2 and MST)
  Supports two 4K displays (4096 x 2160 30bpp @ 60 Hz)
- USB 3.1 (10 Gbps) – compatible with existing USB devices and cables
- DisplayPort 1.2 – compatible with existing DisplayPort displays, devices, and cables
  Connect DVI, HDMI, and VGA displays via adapters
- Power (based on USB power delivery)
  Up to 100W system charging
  15W to bus-powered devices
- Thunderbolt™ Networking
  10Gb Ethernet connection between computers
- Daisy chaining (up to six devices)
- "Lowest latency for PCI Express audio recording"


ผมก็ยังสงสัยครับ ตอนนี้เครือ่งผมมีแต่พอร์ท Thunderbolt 3 หมายความว่า อุปกรณ์ที่เป็น USB ก็ต่อผ่าน Adapter ก็ต้องทำงานผ่าน Controller Thinderbolt 3
ถ้าต่อ USB DAC ระหว่างเครื่อง 2014 ที่ต่อตรงเข้าพอร์ท USB เทียบกับเครื่อง 2016 ที่ต้องต่อผ่าน Adapter ที่ทำงานผ่าน Controller Thinderbolt 3
ไว้ถ้าแวะไป Poem Audio จะลองเทียบกันดูครับ ที่นั่นมี Macbook Air 2011 ที่เป็น USB 2.0 เดิมๆให้เทียบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 เมษายน, 2017, 04:04:56 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #618 เมื่อ: 17 เมษายน, 2017, 03:11:32 PM »





ซื้อสาย USB C 3.1 ของ ENERGEA มาลองเทียบกับสาย(สีดำขวามือ​)ที่ติดมาตอนซื้อ HDD Lecie 2 TB, 2.5" ผลรับที่ได้คือสาย ENERGEA เสียงมาครบทุกย่านความถี่ครับตั้งแต่กดเล่นเพลงเลย สายเดิมเสียงแห้งๆเบสจมบาง.
สรุปคุณภาพสายก็คงเป็นชี้วัดเช่นเดิม
รอซื้อ -HDD Thunderbolt 3 เสียงที่ได้คงดีกว่านี้แน่นอล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 เมษายน, 2017, 03:27:07 PM โดย Valve art »
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,459
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #617 เมื่อ: 17 เมษายน, 2017, 08:54:09 AM »
มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครับ

ผมใช้กล้องวีดีโอตัวนี้





ใช้ PC ยุค P4 การ์ดตัดต่อ PCI  Storm  โปรแกรม EDIUS จำไม่ได้ว่ารุ่นไหน

ก็ตัดต่อได้เนียน เสียงไม่ดีเลย์

ป.ล. เล่นกล้องวีดีโอเอาสนุกในบ้านมาแต่ยุคแรก กล้องแบกบ่า ตัวอัดก็สะพายไหล่ ม้วนเทป VHS
สมัยโน้นซื้อเครื่องตัดต่อ ทำงานตัดต่อที ใช้เครื่องวีดีโอ 3 เครื่อง

พอถึงยุค แผ่น VCD เอาเทปมาแปลง เป็นเรื่องจริงที่ว่า เสียงกับภาพไม่ตรงกัน
ซึ่งเป็นทั้ง ฮาร์ดแวร์ และซอร์ฟแวร์ แต่ก็ไม่นาน โปรแกรมพรีเมียร์ยุคหลังก็แก้ไข
การ์ดแคปเจอร์ก็ปรับปรุง ถึงยุค DVD ก็หมดห่วงเรื่องเสียงกับภาพ
ถ่ายมิวสิควีดีโอ เอาแต่ภาพ แล้วมามิกซ์เสียงร้องเสียงดนตรีภายหลัง ทำเล่นในโรงรถครับ 

การตัดต่อถ้าวางแผนถ่ายให้ดี ถ่ายทีละช๊อตไม่เกิน 15 วินาที
แต่ละช๊อต ถ่ายเต็มตัว ครึ่งตัว ซูมเต็มหน้า เอามาตัดต่อ ภาพจะได้สลับไปเวลาเดินเรื่องดูมาไม่น่าเบื่อ
หลายช๊อตมารวมเป็นคลิป หลายคลิปเป็นเรื่องราว
แค่ตัดชนเฟรมด้วยความชำนาญก็เนียนครับ ภาพไม่กระตุกปวดตา

แก่แล้วสายตาไม่ดีเลิกเล่นมา 7 ปีแล้ว ได้แค่เอา ไอแพดถ่าย ตัดชนด้วย iMovie ออกยูทูบ สนุกเกินพอครับ

คติประจำตัวคือ ฮาร์ดแวร์ ซอร์ฟแวร์ เป็นแค่ตัวช่วยเท่านั้น

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #616 เมื่อ: 17 เมษายน, 2017, 08:50:16 AM »
^
|

ยิ่ง งง ไปใหญ่  จากที่บอก

"เรื่องClock ในสายอีกครับ คือ USB2.0 ไม่มีสายสัญญาณชุดนี้"

อ้าวไม่มีสายสัญญาณแล้วทำงานยังไงละครับ งาน digital ยังไงต้องมี clock ควบคุมไม่ใช่หรอครับ  ถ้างั้นมันก็ไม่ควรรับส่ง digital data ได้เลยสิครับ แต่เห็นใช้กันตรึมๆ กลายเป็นมาตรฐานทั่วไปไปซะอีก

คอนเซปหลักของ Firewire คือแบบนี้ครับ "high-speed communications and isochronous real-time data transfer" ผมก็เรียกว่าส่งแบบ isochronous
ลองอ่านในนี้ครับ  https://en.wikipedia.org/wiki/IEEE_1394

USB ก็ทำได้เหมือนกันครับ https://msdn.microsoft.com/en-us/library/windows/hardware/hh406225(v=vs.85).aspx
แต่ผมเห็น USB DAC นิยมแบบ ASYNCHRONOUS มากกว่า

แต่ผมเลือกเล่น isochronous ก็คือเป็นวิธีส่งที่ใช้ในสตูดิโอครับ (ไม่ตามตลาด Consumer ประมาณนั้นครับ เป็นพวกแตกแถว)

อันนี้ประกอบเพิ่มเติม Firewire ครับ
http://www.1394ta.org/press/whitepapers/firewire%20reference%20tutorial.pdf

ภาพนี้ถ่ายไว้นานแล้วครับ เทียบคอนโทรลเลอร์ Firewire และ USB ของกล่อง External HDD ที่ต่อ HDD แบบ SATA


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 เมษายน, 2017, 02:07:31 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #615 เมื่อ: 17 เมษายน, 2017, 12:18:12 AM »
^
|

ยิ่ง งง ไปใหญ่  จากที่บอก

"เรื่องClock ในสายอีกครับ คือ USB2.0 ไม่มีสายสัญญาณชุดนี้"

อ้าวไม่มีสายสัญญาณแล้วทำงานยังไงละครับ งาน digital ยังไงต้องมี clock ควบคุมไม่ใช่หรอครับ  ถ้างั้นมันก็ไม่ควรรับส่ง digital data ได้เลยสิครับ แต่เห็นใช้กันตรึมๆ กลายเป็นมาตรฐานทั่วไปไปซะอีก
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #614 เมื่อ: 16 เมษายน, 2017, 04:45:39 PM »
สงสัยครับ

ทำไมความเร็วของการส่งสัญญาน ผ่าน port เหล่านี้ข้างต้น ถึงทำให้ จขกท รู้สึกว่า เสียงที่ได้ยินมันเพราะขึ้นครับ อยากทราบเหตุผลจริงๆ ของมันหน่อยครับ

ฃองมองเป็นความกว้างของช่องส่งดูสิครับ Thunderbolt3 ท่อส่งมันกว้าง 40 Gbps  ถึงปลายทางผมเป็น 10 Gbps แต่มันส่งผลทันทีครับ
ที่ผมมองแบบนี้ เพราะเคยตัดสาย Thunderbolt ดูครับ พบว่างสายส่งสัญญาณมีสิบกว่าเส้นครับ

- USB 2.0 มี 4 เส้น คือ ข้อมูล 1 คู่ และไฟ 5V 1 คู่
- Firewire 400 มี 6 เส้น คือข้อมูล 1 คู่, Clock 1 คู่l,ไฟ 12V 1 คู่
- Firewire 800 มี 8 เส้น คือข้อมูล 2 คู่, Clock 1 คู่l,ไฟ 12V 1 คู่ เบิลสัญญาณเพิ่ม 1 คู่ ก็เร็วเป็น 2 เท่า
- iLink มี 4 เส้น คือข้อมูล 1 คู่, Clock 1 คู่ (ก็คือ Firewire 400 ที่ใช้กับกล้องวีดีโอโซนี่ครับ) สายนี้จะไม่มีไฟเลี้ยง
- Thunderbolt อันนี้ค้น WiKi เลยครับ ผมจำขาไม่ได้แล้ว เยอะมาก

แถมเครือ่งผม SSD เป็น NVMe ซึ่งมีวิธีรับส่งข้อมูลต่างออกไป จึงเร็วขึ้นมากครับ รวมถึงแต่ละพอร์ท มีวิธีส่งสัญญาณคนละวิธีครับ
อย่าง Firewire จะส่งข้อมูลเพลง โดยเรียงจากต้นไฟล์ไปท้ายไฟล์ เรียกว่าเป็นการส่งสัญญาณดิจิตอล ในแบบอนาล๊อคครับ อ่านหัวไปท้ายเหมือนเทป
และส่งสัญญาณนาฬิกาไปกำกับไว้ ก็เมือนรอบหมุนมอเตอร์เทปครับ เสียงจะเร็วหรือช้าก็อยู่ที่มอเตอร์ แต่คราวนี้ใช้นาฬิกาดิจิตอลแทน


เปิดแผ่นรูเบ็น กอนซาเลส ที่เล่นเปียโน เสียงที่ออกมานี่เปียโนคนละยี่ห้อเลยครับ


ขอบคุณมากครับ  แต่ยังสงสัยต่อ ในเมื่อ .wave, .aiff มี bit rate ราวๆ 1411 Kbps ตีซะ 1500 Kbps หรือราว ๆ 1.46 Mbps เท่านั้นเอง  ขณะที่ความเร็วของ USB2.0 คือ 480 Mbps  ซึ่งคิดเป็นแค่ 0.3% ของ USB2.0 เองครับ

แบบนี้ มันเป็นเพราะสาเหตุอื่นมากกว่า? ที่จะไปดูความเร็วของสายหรือเปล่าครับ 

ไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วยนะ ว่าเสียงมันดีขึ้น แต่สงสัยว่าไม่เกี่ยวกับความเร็วของ port  แต่ topology การทำงานของ port แต่ละแบบ อันนี้ เอาง่ายๆ USB กับ Firewire แค่การไปรวมศูนย์แบบ USB มันก็เสียงสู้ Firewire ที่ออกแบบมาสำหรับข้อมูล digital communication แล้ว  ประเด็นคือ ทำไมต้องวิ่งตามความเร็วของสายครับ อันนี้ถามต่อครับ


ศักยภาพของตัวส่งไงครับ Thunderbolt 3 นอกจากเร็วแล้ว ยังมีเรื่องเสถียรภาพ และความแม่นยำด้วย (สมัยผมใช้ PC ต้องเสียบการ์ด Firewire แบบ PCI ผมได้การ์ดมาเทียบสองตัว ตัวที่ใช้ชิปของ TI เสียงดีกว่าอีกยี่ห้อมากครับ ผมเลบเข้าใจเรื่องคุณภาพชิป  Controller มาตั้งแต่แรก และกล่อง Firewire ที่ผมมี ก็มีทั้งใช้ชิป TI และค่ายอื่น ซึ่งก็เป็นเหมือนเดิมครับ ใช้ TI เสียงดีกว่า)
ถึงไฟล์ที่ส่งจะดูเล็กน้อย แต่ถ้าเอามาเขียนเรียงกันเป็น 0101001001 ต่อกันเป็นล้านตัวล่ะครับ ความแม่นยำที่ต้องทำให้ชุดข้อมูลพวกนี้ ไปถึงปลายทางอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ถ้าส่งไปแล้วเป็นแบบ 01 0 1 001 0   0 1 จังหวะการส่งที่ไม่แม่นยำ (วิ่งด้วยความเร็วไม่กี่วินาทีเท่านั้น) ถ้าเป็นงานสตูดิโอก็เจ๋งเลยครับ คือเสียงที่วางตามตำแหน่งต่างๆ มีการเลื่อน ไม่ซิงค์กับภาพ หรือจังหวะเสียงกีตาร์กับกลองเลื่อนจากที่วางไว้ เทคโนโลยีเพื่อการผลิตถึงได้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อจัดการทุกอย่างให้ดีขึ้น เร็วขึ้นครับ ไม่มีคำว่าพอสำหรับงานผลิต
ผมจึงจับความสุดขีดของเทคโนโลยีนี้ มาใช้ฟังเพลงไงครับ ได้คุณภาพที่ฉีกออกมา (จะว่าไป ตอนนี้มีแค่เจี๊ยบ Poem ที่ได้เคยฟังเครื่องนี้ของผมครับ)

เรื่องClock ในสายอีกครับ คือ USB2.0 ไม่มีสายสัญญาณชุดนี้ ผมเป็นคนตัดวีดีโอ เรื่องนี้ซีเรียสครับ
(คือถ้าไม่มีนี่ งานตัดวีดีโอจะวุ่นวายขึ้นครับ เคยใช้ HDD USB พอ Export Video แล้วเสียงไม่ตรง สุดท้ายต้องย้าย Project
มาไว้ HDD Firewire 800 ก็ Export ได้ไม่มีปัญหาครับ เพราะมี Clock ไงครับ ปัจจัยสำคัญของงานเพลงและงานวีดีโอ เป็นหัวใจเลยครับ

*และที่สำคัญครับ USB2.0 ความเร็วตามสเปคนั้น เร็วกว่า Firewire 400 มากครับ
แต่การทำงานจริงนั้น กลับช้ากว่า ยิ่งส่งข้อมูลน่าขึ้น ยิ่งช้าลง  อันนี้ลองค้นกูเกิลดูครับ USB2.0 vs Firewire 400
ซึ่งส่วนนี้ปัจจัยเยอะมากครับ แต่หาอ่านได้ไม่ยาก

ตอนอยู่ค่าย BB Records เดี๋ยวจะสงสัยว่าผมทำงานวีดีโอจริงหรือเปล่า
Makham - Can't Wake Up : https://www.youtube.com/watch?v=8PZcTYhN3xE
ลำนำ ลิงชัดชัด Live in Studio : https://www.youtube.com/watch?v=JoZfYXBGHwo
[Official MV] ละครวิทยุ - ALZHEIMER : https://www.youtube.com/watch?v=Bh8STJuCGxQ

ทำเล่นๆให้ค่าย Impression
DeDee DeDee (by Oilly) : https://www.youtube.com/watch?v=1xU4x7A7-64 (อันนี้มีชื่อผมที่เครดิต)

ทำให้ Olympus
วีดีโอสวยๆถ่ายทำด้วยกล้อง Olympus PEN : https://www.youtube.com/watch?v=gKBHu2WthNY (อันนี้มีชื่อผมที่เครดิต)
วีดีโอตัวนี้ทำให้ผมซาบซึ้งในเครือ่ง Clock เลยครับ เพราะตอนตัดมันตรงอยู่ แต่ตอน Export ไม่ตรงครับ ตรงภาพหยดน้ำกับเสียงเพลง ซิงค์ไม่ตรงตามใน Project ใน iMovie
วีดีโอตัวนี้ตัดด้วย Macbook White แล้วผมจะไม่เอาใจใส่ Clock ได้ยังไงกันครับ 55

ถ่ายให้กลุ่มจักรยานเมืองทอง
MTCC anda Skill Development Center for the Blind 2012 : https://www.youtube.com/watch?v=JpPpT0Fyb08&t=12s


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 เมษายน, 2017, 05:12:35 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #613 เมื่อ: 16 เมษายน, 2017, 12:58:46 PM »
สงสัยครับ

ทำไมความเร็วของการส่งสัญญาน ผ่าน port เหล่านี้ข้างต้น ถึงทำให้ จขกท รู้สึกว่า เสียงที่ได้ยินมันเพราะขึ้นครับ อยากทราบเหตุผลจริงๆ ของมันหน่อยครับ

ฃองมองเป็นความกว้างของช่องส่งดูสิครับ Thunderbolt3 ท่อส่งมันกว้าง 40 Gbps  ถึงปลายทางผมเป็น 10 Gbps แต่มันส่งผลทันทีครับ
ที่ผมมองแบบนี้ เพราะเคยตัดสาย Thunderbolt ดูครับ พบว่างสายส่งสัญญาณมีสิบกว่าเส้นครับ

- USB 2.0 มี 4 เส้น คือ ข้อมูล 1 คู่ และไฟ 5V 1 คู่
- Firewire 400 มี 6 เส้น คือข้อมูล 1 คู่, Clock 1 คู่l,ไฟ 12V 1 คู่
- Firewire 800 มี 8 เส้น คือข้อมูล 2 คู่, Clock 1 คู่l,ไฟ 12V 1 คู่ เบิลสัญญาณเพิ่ม 1 คู่ ก็เร็วเป็น 2 เท่า
- iLink มี 4 เส้น คือข้อมูล 1 คู่, Clock 1 คู่ (ก็คือ Firewire 400 ที่ใช้กับกล้องวีดีโอโซนี่ครับ) สายนี้จะไม่มีไฟเลี้ยง
- Thunderbolt อันนี้ค้น WiKi เลยครับ ผมจำขาไม่ได้แล้ว เยอะมาก

แถมเครือ่งผม SSD เป็น NVMe ซึ่งมีวิธีรับส่งข้อมูลต่างออกไป จึงเร็วขึ้นมากครับ รวมถึงแต่ละพอร์ท มีวิธีส่งสัญญาณคนละวิธีครับ
อย่าง Firewire จะส่งข้อมูลเพลง โดยเรียงจากต้นไฟล์ไปท้ายไฟล์ เรียกว่าเป็นการส่งสัญญาณดิจิตอล ในแบบอนาล๊อคครับ อ่านหัวไปท้ายเหมือนเทป
และส่งสัญญาณนาฬิกาไปกำกับไว้ ก็เมือนรอบหมุนมอเตอร์เทปครับ เสียงจะเร็วหรือช้าก็อยู่ที่มอเตอร์ แต่คราวนี้ใช้นาฬิกาดิจิตอลแทน


เปิดแผ่นรูเบ็น กอนซาเลส ที่เล่นเปียโน เสียงที่ออกมานี่เปียโนคนละยี่ห้อเลยครับ


ขอบคุณมากครับ  แต่ยังสงสัยต่อ ในเมื่อ .wave, .aiff มี bit rate ราวๆ 1411 Kbps ตีซะ 1500 Kbps หรือราว ๆ 1.46 Mbps เท่านั้นเอง  ขณะที่ความเร็วของ USB2.0 คือ 480 Mbps  ซึ่งคิดเป็นแค่ 0.3% ของ USB2.0 เองครับ

แบบนี้ มันเป็นเพราะสาเหตุอื่นมากกว่า? ที่จะไปดูความเร็วของสายหรือเปล่าครับ 

ไม่ได้บอกว่าไม่เห็นด้วยนะ ว่าเสียงมันดีขึ้น แต่สงสัยว่าไม่เกี่ยวกับความเร็วของ port  แต่ topology การทำงานของ port แต่ละแบบ อันนี้ เอาง่ายๆ USB กับ Firewire แค่การไปรวมศูนย์แบบ USB มันก็เสียงสู้ Firewire ที่ออกแบบมาสำหรับข้อมูล digital communication แล้ว  ประเด็นคือ ทำไมต้องวิ่งตามความเร็วของสายครับ อันนี้ถามต่อครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #612 เมื่อ: 16 เมษายน, 2017, 10:20:50 AM »
สงสัยครับ

ทำไมความเร็วของการส่งสัญญาน ผ่าน port เหล่านี้ข้างต้น ถึงทำให้ จขกท รู้สึกว่า เสียงที่ได้ยินมันเพราะขึ้นครับ อยากทราบเหตุผลจริงๆ ของมันหน่อยครับ

ฃองมองเป็นความกว้างของช่องส่งดูสิครับ Thunderbolt3 ท่อส่งมันกว้าง 40 Gbps  ถึงปลายทางผมเป็น 10 Gbps แต่มันส่งผลทันทีครับ
ที่ผมมองแบบนี้ เพราะเคยตัดสาย Thunderbolt ดูครับ พบว่างสายส่งสัญญาณมีสิบกว่าเส้นครับ

- USB 2.0 มี 4 เส้น คือ ข้อมูล 1 คู่ และไฟ 5V 1 คู่
- Firewire 400 มี 6 เส้น คือข้อมูล 1 คู่, Clock 1 คู่l,ไฟ 12V 1 คู่
- Firewire 800 มี 8 เส้น คือข้อมูล 2 คู่, Clock 1 คู่l,ไฟ 12V 1 คู่ เบิลสัญญาณเพิ่ม 1 คู่ ก็เร็วเป็น 2 เท่า
- iLink มี 4 เส้น คือข้อมูล 1 คู่, Clock 1 คู่ (ก็คือ Firewire 400 ที่ใช้กับกล้องวีดีโอโซนี่ครับ) สายนี้จะไม่มีไฟเลี้ยง
- Thunderbolt อันนี้ค้น WiKi เลยครับ ผมจำขาไม่ได้แล้ว เยอะมาก

แถมเครือ่งผม SSD เป็น NVMe ซึ่งมีวิธีรับส่งข้อมูลต่างออกไป จึงเร็วขึ้นมากครับ รวมถึงแต่ละพอร์ท มีวิธีส่งสัญญาณคนละวิธีครับ
อย่าง Firewire จะส่งข้อมูลเพลง โดยเรียงจากต้นไฟล์ไปท้ายไฟล์ เรียกว่าเป็นการส่งสัญญาณดิจิตอล ในแบบอนาล๊อคครับ อ่านหัวไปท้ายเหมือนเทป
และส่งสัญญาณนาฬิกาไปกำกับไว้ ก็เมือนรอบหมุนมอเตอร์เทปครับ เสียงจะเร็วหรือช้าก็อยู่ที่มอเตอร์ แต่คราวนี้ใช้นาฬิกาดิจิตอลแทน


เปิดแผ่นรูเบ็น กอนซาเลส ที่เล่นเปียโน เสียงที่ออกมานี่เปียโนคนละยี่ห้อเลยครับ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #611 เมื่อ: 15 เมษายน, 2017, 10:57:03 PM »
สงสัยครับ

ทำไมความเร็วของการส่งสัญญาน ผ่าน port เหล่านี้ข้างต้น ถึงทำให้ จขกท รู้สึกว่า เสียงที่ได้ยินมันเพราะขึ้นครับ อยากทราบเหตุผลจริงๆ ของมันหน่อยครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #610 เมื่อ: 15 เมษายน, 2017, 04:52:51 PM »
ผมก็ลองค้นข้อมูลดูครับ ทำไม Macbook Pro 2016 ของผม เสียงทิ้งห่างรุ่น 2014 เหลือเกิน
นอกจากปัจจัยเรื่องพอร์ท Thunderbolt แล้วก็มีปัจจัยอื่นๆที่น่าสนใจครับ (ตอนซื้อผมยังไม่รู้เลยว่าแรงขนาดนี้)



ตัว SSD เป็นแบบ NVMe ถึงได้ทำความเร็วได้แบบมิดไมล์เลยครับ
ส่วน Macbook Pro 2014 ก็รองรับ NVMe แต่ SSD ที่ใส่มาด้วยยังเป็นแบบธรรมดาครับ



ซึ่งก็มีผลในการทำงานกับ Logic Pro X ด้วยครับ 



ด้วยสปีดที่เร็วกว่าเดิมมาก ทั้งตัว SSD ที่เป็นพื้นที่ของ macOS และ Logic Pro X รวมถึง Thunderbolt 3 ก็ให้ผลกับเสียงดังนี้ครับ
- สงัดกว่าเดิม
- กว้างกว่าเดิม
- ไดนามิคดีกว่าเดิม
- ให้ความถี่ได้ครบถ้วนกว่าเดิม
ยังไม่รวม Touch Bar ที่ผมเริ่มจะคุ้นชินกับเทคโนโลยีนี้แล้วครับ ทำให้สะดวกขึ้นมากในการทำงาน

NVMe ตืออะไร ค้นกูเกิลด้วยคำนี้ได้ครับ ผมอธิบายเองคงผิดพลาดเสียเปล่าๆ

สำหรับความเร็วของแต่ละพอร์ทการส่งข้อมูล เป็นแบบนี้ครับ



สำหรับไฟล์เพลงแล้ว USB 2.0 ก็ส่งได้สบายครับ แถมเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้คอมพิวเตอร์จนหมดแล้ว ก็เหมาะสมที่จะใช้กำหนดเป็นมาตราฐานสำหรับ Comsumer
เพื่อให้เข้าใจในทิศทางเดียวกันครับ ที่ควรมีมาตราฐานเดียว เช่น DVD-Audio vs SACD, HD-DVD vs BD อย่างไรก็ต้องกำหนดให้เหลือมาตราฐานเดียว
เพื่อความเข้าใจของผู้บริโภคและการทำตลาดครับ แต่ส่วนที่ผมทำในปัจจุบันนั้นต่างออกไปครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 เมษายน, 2017, 05:58:00 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #609 เมื่อ: 14 เมษายน, 2017, 07:28:45 PM »
ซิสเต็มแต่เดิมของผมครับ ต้นทางเป็น Thunderbolt 2 จาก Macbook Pro Retina 2014
ปลายทางเป็น Thunderbolt 1 ของ Apogee Element 24




ปัจจุบันเป็น Thunderbolt 3 จาก Macbook Pro Touch bar 2016
ปลายทางเป็น Thunderbolt 1 ของ Apogee Element 24 เหมือนเดิม ต้องต่อผ่น Adapter Thunderbolt 3 (USB-C) เป็น Thunderbolt 2
เสียงน่าจะดร๊อปสินะครับ



แต่มันกลับเป็นตรงกันข้ามครับ เสียงต่างจากเดิมมาก ชัดขึ้น เคลียร์ขึ้น มาได้ทุกรูปแบบความถี่ เร็วขึ้น เรียกว่าอัพเกรดเสียงขึ้นมาชนิดห่างชั้นจากเดิมมากๆ
ทั้งๆที่อุปกรณ์ปลายทางยังเหมือนเดิม แค่นี้ก็พิสูจน์แล้วว่า ระบบส่งข้อมูลต้นทางนั้นสำคัญมากๆครับ ทุกอย่างเริ่มจากจุดนี้เลย
แถมยังใช้ร่วมกับอุปกรณ์ Firewire ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ หมดกังวลว่าไม่มีพอร์ทเก่าให้ใช้

แต่ผมอยากจะบอกลากับระบบ Firewire ซะแล้วครับ ยังเหลืออุปกรณ์อีก 1 ชิ้น คือไดรฟ์ DVD (หรือบลูเรย์) เพราะสายมีผลกับเสียงมาก ส่วน Thunderbolt 3 นั้น
สายแทบไม่มีผลเลย ใส่สาย Thunderbolt ราคาสองหมื่นกว่าบาทเข้าไปก็ต่างเล็กน้อยเท่านั้น เทียบเป็นเปอร์เซนต์ ผมให้เลขหลักเดียวครับ ได้ไม่ถึง 10

ทางออกคงเป็น Sonnet Echo 15+ ครับ ลากสาย Thunderbolt มาเส้นเดียว มีครบทุกอย่าง
http://www.sonnettech.com/product/echo15thunderboltdock.html


ภาพจาก sonnettech.com


ถ้าได้มา ผมก็จะไม่มี Firewire ในระบบครับ ทำหน้าที่แทนทั้งไดรฟื และ HDD รวมถึงต่อพ่วงเพิ่มจากกล่องนี้ได้อีก
บ้านเราก็มีตัวแทนจำหน่ายสั่งเข้ามาแล้ว ราคาก็สูงพอควรครับ แต่ก็ยังถูกกว่าสาย Thunderbolt แบบ Audio Grade




แถมท้าย อันนี้คือวิธีโคลน Macbook Pro 13" 2014 มาลง Macbook Pro 15" 2016 ครับ โดยการทำ Target Disk Mode
เพื่อนผมก็ใช้  Macbook Pro 15" 2016 ก็ยืมมาเป็นเครื่องแม่แป๊บนึง พ่วงอีกสองเครื่องเข้ากับเครื่องแม่ ด้วยสาย Thunderbolt
และเปิดโหมดให้ทั้งสองเครื่องทำงานเป็น Target Disk Mode ครับ และโคลนทุกอย่างจากเครื่องเดิมมาลงเครื่องใหม่ โคลนเสร็จก็ถอดสาย ปิดเครื่อง บูทใหม่ครับ
เครื่องจะทำการอัพไดรเวอร์ต่างๆจากเครื่องเดิม เป็นเครื่องใหม่ เพราะใน macOS มีไดรเวอร์เก็บไว้อยู่แล้ว รอสักพัก เครื่อง Macbook Pro 2016 ของผม
ก็เปิดมามีหน้าตาและข้อมูลเหมือนกับ Macbook Pro 2014 ตัวเก่าทุกประการครับ ซึ่งวิธีนี้ผมก็ไม่เคยเจอปัญหาครับ เพราะ Macbook Pro 2014 ของผมก็โคลนจากเครื่องเก่า Macbook Air 2011




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 เมษายน, 2017, 07:30:51 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #608 เมื่อ: 13 เมษายน, 2017, 03:12:47 PM »
เขียนเรื่องพอร์ท Thunderbolt สักนิดครับ

ปัจจุบัน พอร์ท USB3.1 กับ Thunderbolt 3 ก็รวมเป็นพอร์ทเดียวกันคือ USB-C ครับ ซึ่งกลายเป็นมาตราฐานใหม่ของวงการคอมพิวเตอร์
แต่สองพอร์ทนี้ก็แยกหน้าที่กันชัดเจนครับ ระบบนึงเป็น Consumer ทั่วไป อีกระบบสำหรับงานตัดต่อระดับ Professional

ในภาพเป็นสินค้ายี่ห้อ BlackMagic ที่เป็นอุปกรร์สตูดิโอครับ


ภาพจาก blackmagicdesign.com

เห็นได้ว่าก็ใช้ Thunderbolt ไปจนถึง Thunderbolt 3


ภาพจาก blackmagicdesign.com

เพราะการทำงานตัดต่อทั้งเพลงหรือวีดีโอ ต้องส่งข้อมูลไปกลับเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อเนื่องครับ รวมถึงต้องการความแม่นยำของสัญญาณนาฬิกา


ภาพจาก motu.com

Audio Interface ทั้งหลายก็ขยับจาก Firewire มา Thunderbolt ครับ

สมัยก่อน ผมตัดวีดีโอความละเอียด 1920 x 1080 ก็ใช้ HDD แบบ Firewire 800 ได้อยู่ครับ แต่งานก็เร็วขึ้นเมื่อหันมาใช้ HDD แบบ Thunderbolt
และในยุค 4K ถ้ายังต้องทำงานผ่าน Firewire 800 มั้นก็ไม่พอแน่นอนครับ ถ้าไม่มีพอร์ท Thunderbolt เกิดขึ้นมา ก็ไปต่อกันได้ลำบากครับ
Thunderbolt ก็ยังวิ่งต่อ จนเป็น Thunderbolt 3 เพื่อให้ทันกับระดับ 6K, 8K ต่อไปในอนาคตครับ

ผมก็เลยเลือกใช้พอร์ทนี้ที่อยู่ในกลุ่มสินค้ามืออาชีพ ที่มีเรทราคาต่างจากเครื่องเสียงบ้าน ที่อยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยครับ
อย่าง Apogee Element 24 ที่ระดับราคา 2xxxx.- ก็ได้เทคโนโลยีที่ท้ันสมัย การออกแบบที่ใหม่กว่ายุคของ Firewire และ USB2 มากมายครับ
รวมถึงปีญหาจากสายสัญญาณก็ลดน้อยลงไปด้วย เพราะใช้สาย Thunderbolt ก็หมดปัญหาเรื่องที่ต้องหาซื้อสายแต่งแบบ AudioPhile ทำให้ผมประหยัดเงินได้มากขึ้น แต่เสียงดีขึ้นครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 เมษายน, 2017, 03:31:00 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #607 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 11:07:52 PM »
MacBook Pro Thunder 3 อีกหนึ่งเสียงครับ ทิ้งรุ่นก่อนหน้าไปไกลเลย + Amarra Symphony ไว้เล่น playback มีนคือสวรรค์ดึๆนี่เอง

ว่าจะขาย Thunderbolt Station 2 ไปซื้อ Lacie D2 Thunderbolt 3 แล้วล่ะครับ เดี๋ยวรอสินค้าเข้า ดีที่มีตัวแทน Lacie ที่ขยันทำตลาด ตอนนี้ก็หาซื้อง่ายและถูกกว่าเมื่อก่อน



อธิบายนิดนึงเผื่อบางท่านไม่ได้ตามข่าววงการ Mac พอร์ทที่เห็นในภาพ ก็คือ Thunderbolt 3 กับ USB-C ก็คือใช้พอร์ทเดียวกันครับ สายก็หน้าเหมือนกัน แต่ในสายไม่เหมือนกัน
ต่างกันตรงตัวคอนแทคและสายด้านในครับ สายจะระบุไว้ว่าเป็นสาย USB หรือ Thunderbolt ซึ่งความเร็วห่างกัน 4 เท่า

ในภาพ ช่องที่มีโลโก้เหมือนไฟดูดก็คือ Thunderbolt 3 ส่วนบนสุดก็ USB ครับ

และมีโซลูชั่นใหม่ๆอย่าง Sonnet Echo 15+ ลากสาย Thunderbolt เข้าเส้นเดียว มีให้ทั้งไดรฟ์่บลูเรย์,  RAID 0 SSD, eSATA, Firewire
แถมผมไม่ต้องวุ่นวายกับคาแรคเตอร์สาย Firewire เวลาอ่านแผ่นครับ (หวังว่าตัวไดรฟ์บลูเรย์ คงไม่ทำงานผ่านคอนโทรลเลอร์ USB)



ภาพจาก : http://www.sonnettech.com/de/product/echo15thunderboltdock.html

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 เมษายน, 2017, 09:30:59 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #606 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 09:06:32 PM »
คุณภาพพอร์ทThunderbolt  3 ทิ้งห่าง Thunderbolt 2 ไปมากเลบครับ ในระดับที่ไม่ต้องใช้สาย Audio Grade เลย ก็ให้ความถี่ได้ครบถ้วน ไม่ต้องการอุปกรณ์เสริมมาปรุงแต่งเหมือนเมื่อก่อน
แค่เปิดเพลงผ่าน Thunderbolt 3 โดยใช้ Apogee เหมือนเดิม แต่คุณภาพทิ้งห่างของเดิมไปไกลครับ
และการใช้งานทั่วไปก็ทำงานเป็น USB-C ที่แม้แต่ Nintendo Switch ก็ยังเป็น USB-C ที่แน่นอนแล้วว่ากลายเป็นมาตราฐานของปีนี้และต่อๆไป

ให้ดูด้านข้างเครื่องอีกครั้งครับ



Macbook Pro 2016 ด้านข้างนั้น บางกว่าพอร์ท USB 2.0 เสียอีกครับ ด้วยพอร์ท Thunderbolt3(USB-C)  ทำให้รีด่น้ำหนักตัวเครื่องขนาด 15" ให้เบาลงกว่ารุ่นก่อนถึง 3 ขีดครับ
และคราวนีร้สามารถชาร์จไฟได้จากพอร์ทใดก็ได้ และมีความแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก รวมถึงเสียบได้โดยไม่ต้องพลิกสายไปด้านใดด้านหนึ่ง
เรียกว่าเป็นพอร์ทที่ล้ำหน้ามากๆ ถ้ายังต้องอยู่กับพอร์ทแบบเดิมล่ะก็ โลกคงแทบหยุดหมุนเลยทีเดียว

Thunderbolt3(USB-C) หัวขนาดเล็ก แต่แข็งแรงกว่าแบบเก่ามาก และแน่นกว่าเดิมครับ


(ถ่ายด้วย A7R เลนส์ Rodenstock APO 50mm)

อยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย

(ถ่ายด้วย A7R เลนส์ Leica Super Angulon (Schneider)2 1mm F4)

Macbook Pro 15" 2016 ที่เบากว่าโมเดลเดิมมากครับ แต่แรงกว่า แถมเสียงดีกว่าแบบคนละเรื่องกับ Macbook Pro 13" 2014 ตัวเดิมของผม (เตรียมตัวเอาไปขาย)

(ถ่ายด้วย A7R เลนส์ Leica Super Angulon (Schneider)2 1mm F4)

สาย Thunderbolt 2 แบบ Audio Grade ทาง Poem Audio เอามาต่อทดลองกับระบบผมครับ เห็นว่าเสียงดีมากเมื่อใช้กับ HDD Thunderbolt 2


(ถ่ายด้วย A7R เลนส์ Rodenstock APO 50mm)


แต่เมื่อต่อกับเครื่องผมที่เป็น Thunderbolt 3 กับมีผลน้อยมาก เพิ่มปลายย่านสูงขึ้นมาหน่อย แต่กลางต่ำก็หายไปหน่อย
แต่ราคาไม่หน่อยครับ เพิ่มนิดเดียวก็ราคาเท่า Apogee Element 24 ของผมแล้ว


(ถ่ายด้วย A7R เลนส์ Rodenstock APO 50mm)

สรุปว่า พอผมได้ใช้งาน Thunderbolt 3 ก็ตัดปัญหาเรื่องสายออกไปได้เลย ใช้สายมาตราฐานจาก Apple ก็ดีเยี่ยมแล้วครับ










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 เมษายน, 2017, 10:51:59 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #605 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 08:17:24 PM »
USB C ก็ดันโผล่มาอีก
กว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อด้วย port นี้จะนิ่ง
คงหลายปี
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #604 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 06:59:32 PM »
มาตอบคุณ surapong.d ครับ ว่าผมตามอ่านอย่างเดียวเลยครับ
ยังไม่ได้งอกอุปกรณ์ใดๆ มีแค่ HDD firewire800 4TB ลูกนึง
ถ้าทั้งระบบมันน้อยชิ้นเมื่อไร ผมถึงจะลองครับ
ผมอยากให้มีแค่ player --XXตัวอะไรสักอย่างXX-->digital amp-->SPK
ถ้าจบแบบนี้ได้
ก็เทขายหลอดที่รักครับ
สิบกว่าปีที่ผ่านมา ผมยังชอบเสียงของหลอด6SL7 2A3LL
ใครๆเค้าฟังแต่ 6SN ผมฟังทีไรก็กลับมาเสียบ SL ทุกที
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #603 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 03:21:57 PM »
MacBook Pro Thunder 3 อีกหนึ่งเสียงครับ ทิ้งรุ่นก่อนหน้าไปไกลเลย + Amarra Symphony ไว้เล่น playback มีนคือสวรรค์ดึๆนี่เอง
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #602 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 10:26:50 AM »
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองตัวนี้มั่งจังครับ



http://www.htg2.net/index.php/topic,93413.0.html

Audiophile Features

Audiophile-grade audio DAC: Enjoy audio quality of the famous ESS SABRE32 Reference DAC (ES9018K2M)
Dual audio output: Use standard stereo RCA connectors or balanced XLR connectors
XLR balanced stereo output: Use professional ultra-low-noise analog audio connection
Galvanically isolated connectors: Benefit from reduced noise and jitter on all S/PDIF digital audio connectors
Audio inputs: Use Duo 4K as a high-quality audio DAC by connecting external digital audio sources via S/PDIF or USB (optionally)

อยากรู้ว่า ในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro แต่ประสิทธิภาพเรื่องเสียงจะได้ในระดับไหนครับ

ผมเน้นเรื่องประสิทธิภาพของพอร์ทส่งสัญญาณครับ สำหร้บ Firewire กับ Thunderbolt ก็เป็นพอร์ทสำหรับมืออาชีพครับ
ขะคนละแนวคิดกับแบบไร้สายครับ คือไร้สายในตอนนี้ก็ส่งระดับ AudioPhile ได้ ส่วนผมเลือกใช้เป็นแบบ Studio ครับ
เพราะผมต้องการคุณภาพแบบต้นทางเลยครับ รวมถึงการแปลงข้อมูลแบบ Digital to Digital ครับ

รวมถึงเรื่องที่ผมซีเรียสมาก คือเรื่องความเร็วครับ หลังจากเป็น Thunderbolt 3 แล้ว ความเร็วใกล้เคียงดนตรีจริงมากขึ้นไปอีกครับ
เรียกว่าทำลายขนบธรรมเนียมการนั่งฟังเพลงอย่างสงบนิ่ง เป็นต้องตบเท้าตามเพลงกันเลยครับ ไม่เว้นแม้แต่แผ่น Belafonte Sing The Blues
ที่ตอนนี้ร้องได้สนุก ดุดัน สมจริง ไม่กลายเป็นแผ่นที่ฟังแล้วหลับเหมือนสมัยที่ฟังจาก CD Player อีกต่อไปครับ
ซึ่งปัจจัยที่จะทำได้อย่างนี้ มีหลายอย่างประกอบกันครับ แล้วผม่จะเรียบเรียงมาเขียนเพิ่มเติมครับ

ลืมบอกว่า ที่เห็นผมต่อเยอะชนาดนั้น ก็เป็นแบบเดียวกับที่ต่อในห้องอัดเลยครับ รวมถึง Logic Pro X ที่ใช้ ก็เป็น App มาตราฐานที่ใช้ตามห้องอัดที่ใช้ Mac คร้บ
พอดีเคยทำงานในค่ายเพลงครับ สำหรับผมเป็นเรื่องคุ้นตา แต่แน่นอนว่าเป็นของแปลกสำหรับวงการเครื่องเสียงบ้านครับ


ปกติเครื่อง Mac ก็มีไว้ทำงานเพลงกันมาช้านานครับ จึงได้พัฒนาพอร์ทสำหรับงานเพลงโดยเฉพาะอย่าง Firewire และ Thunderbolt
แผ่นเพลงที่ฟังกันมาจนถึงปัจจุบัน ก็ผลิตจากเครือ่ง Mac นี่ล่ะครับ ยุคแรกยังเสียบการ์ดได้ ก็เป็น PCI จนมี Firewire ตามมา และปัจจุบันเป็น Thunderbolt Version 3



สำหรับท่านที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ใช้งานหนักๆ อาจจะไม่ทราบว่าเครื่อง Macbook Pro ราคาก็สูงอยู่ครับ แต่มันใช้ทำงานเฉพาะทาง
อย่างรายการทีวี ที่ตัดต่อออกอากาศก็ใช้เจ้าเครื่องนี้ล่ะครับ รวมถึงการบันทึกเสียง ทำเพลง ก็ใช้เจ้าเครื่อง Mac นี่ล่ะครับ







ภาพจาก apogeedigital.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 เมษายน, 2017, 01:21:48 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #601 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 10:07:04 AM »
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองตัวนี้มั่งจังครับ



http://www.htg2.net/index.php/topic,93413.0.html

Audiophile Features

Audiophile-grade audio DAC: Enjoy audio quality of the famous ESS SABRE32 Reference DAC (ES9018K2M)
Dual audio output: Use standard stereo RCA connectors or balanced XLR connectors
XLR balanced stereo output: Use professional ultra-low-noise analog audio connection
Galvanically isolated connectors: Benefit from reduced noise and jitter on all S/PDIF digital audio connectors
Audio inputs: Use Duo 4K as a high-quality audio DAC by connecting external digital audio sources via S/PDIF or USB (optionally)

อยากรู้ว่า ในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro แต่ประสิทธิภาพเรื่องเสียงจะได้ในระดับไหนครับ


อ่านสเปคแล้วน่าลองไม่น้อยครับ ได้ทั้งดูหนังและฟังเพลง  เสียงคงดีกว่า หรือด้อยกว่า Mac ต้องลองสถานเดียว

อย่างไรก็ตาม ง่ายที่สุด สั้นที่สุด  Mac แพ้ตั้งแต่ยกแรกครับ


ตัวนี้ มันเป็น player + dac ที่น่าจะเน้น มาให้ แต่ mac pro มัน จับฉ่ายอ่ะนะครับ คงเทียบได้ยากอย่างน้า malako บอก แต่ถ้า mac pro + dac นอก กับอุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบ อาจจะเสียงดีกว่าหรือยังด้อยกว่าก็ต้องลองละครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #600 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 10:04:50 AM »
คุญ GuUMTAM ช่วยลองระบบที่งายที่สุดให่ด้วยสิครับ

Macboob+เพลงอัดไว่ในนี้แล้ว   -----digital out ------->digital amp --->Spk

ผู่นิยมควมง่ายทัไมามักง่ายกำลังติดตามศึกษาครัย

ก็ USB ครับ สะดวกสุด
ก็ใช้ Adapter USB to COAX ครับ แล้วก็ใช้สาย COAX เข้าดิจิตอลแอมป์
ถ้าเป็น Macbook Pro Retina หรือรุ่นอื่นๆ ก่อนรุ่น 2016 ก็ต่อ USB ตรงครับ
ถ้าเป็น Macbook Pro 2016 ก็จะมีแต่พอร์ท Thunderbolt 3 / USB-C ต้องใช้ Adapter แปลงครับ

ถ้าจะออกสัญญาณเป็น COAX ผ่าน Thunderbolt ก็มี Focusrite Clarett 4Pre ครับ https://global.focusrite.com/thunderbolt-audio-interfaces/clarett-4pre
ต่อสัญญาณจาก Macbook Pro เข้าพอร์ท Thunderbolt และออกเป็น COAX



วิธีนี้เกิดจากตอนที่ผมเอา M-Audio ไปทดสอบ แล้วเสียงมันบางครับ (ตอนนั้นผมไม่ทราบเรื่องความต้านทานเอาท์พุทของ M-Audio เลยใช้วิธีนี้แทน ก็ฟังดีครับ
แต่ขาร๊อคอย่างผมไม่ถูกใจครับ เพราะเสียงจะช้าลง และจากที่ทดสอบกับ TC Electronic Konnekt 48 ไม่สามารถส่งออก COAX ที่ 192 ได้ครับ แถมตอนนี้ผมย้ายมาฟังที่ 176.4
การใช้ COAX สำหรับผมก็ถือว่าต้องยุติไปครับ)


แอบมาอ่านเม้นท์คุณหมอฯ อิๆๆ หมอไปไกลแล้วมั้งครับ

สำหรับท่านมือใหม่ ตัวแปลง usb-coax บางตัวเรียก digital interface บางตัวเรียก digital to digital converter แล้วแต่การดีไซน์มาใช้งานอะไรเป็นหลัก ในตลาด มีตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนเป็นหมื่น ๆ ครับ คุณภาพก็ต้องเลือกเอา บางตัว matching ได้เข้าหู อาจจะไม่แพง แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นจำใจจ่ายแพง
Simple is my Way

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,459
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #599 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 10:02:58 AM »
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองตัวนี้มั่งจังครับ



http://www.htg2.net/index.php/topic,93413.0.html

Audiophile Features

Audiophile-grade audio DAC: Enjoy audio quality of the famous ESS SABRE32 Reference DAC (ES9018K2M)
Dual audio output: Use standard stereo RCA connectors or balanced XLR connectors
XLR balanced stereo output: Use professional ultra-low-noise analog audio connection
Galvanically isolated connectors: Benefit from reduced noise and jitter on all S/PDIF digital audio connectors
Audio inputs: Use Duo 4K as a high-quality audio DAC by connecting external digital audio sources via S/PDIF or USB (optionally)

อยากรู้ว่า ในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro แต่ประสิทธิภาพเรื่องเสียงจะได้ในระดับไหนครับ


อ่านสเปคแล้วน่าลองไม่น้อยครับ ได้ทั้งดูหนังและฟังเพลง  เสียงคงดีกว่า หรือด้อยกว่า Mac ต้องลองสถานเดียว

อย่างไรก็ตาม ง่ายที่สุด สั้นที่สุด  Mac แพ้ตั้งแต่ยกแรกครับ

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #598 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 09:49:53 AM »
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองตัวนี้มั่งจังครับ



http://www.htg2.net/index.php/topic,93413.0.html

Audiophile Features

Audiophile-grade audio DAC: Enjoy audio quality of the famous ESS SABRE32 Reference DAC (ES9018K2M)
Dual audio output: Use standard stereo RCA connectors or balanced XLR connectors
XLR balanced stereo output: Use professional ultra-low-noise analog audio connection
Galvanically isolated connectors: Benefit from reduced noise and jitter on all S/PDIF digital audio connectors
Audio inputs: Use Duo 4K as a high-quality audio DAC by connecting external digital audio sources via S/PDIF or USB (optionally)

อยากรู้ว่า ในราคาที่ถูกกว่า Mac Pro แต่ประสิทธิภาพเรื่องเสียงจะได้ในระดับไหนครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 เมษายน, 2017, 09:53:19 AM โดย Too' Ninja »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #597 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 08:29:43 AM »
คุญ GuUMTAM ช่วยลองระบบที่งายที่สุดให่ด้วยสิครับ

Macboob+เพลงอัดไว่ในนี้แล้ว   -----digital out ------->digital amp --->Spk

ผู่นิยมควมง่ายทัไมามักง่ายกำลังติดตามศึกษาครัย

ก็ USB ครับ สะดวกสุด
ก็ใช้ Adapter USB to COAX ครับ แล้วก็ใช้สาย COAX เข้าดิจิตอลแอมป์
ถ้าเป็น Macbook Pro Retina หรือรุ่นอื่นๆ ก่อนรุ่น 2016 ก็ต่อ USB ตรงครับ
ถ้าเป็น Macbook Pro 2016 ก็จะมีแต่พอร์ท Thunderbolt 3 / USB-C ต้องใช้ Adapter แปลงครับ

ถ้าจะออกสัญญาณเป็น COAX ผ่าน Thunderbolt ก็มี Focusrite Clarett 4Pre ครับ https://global.focusrite.com/thunderbolt-audio-interfaces/clarett-4pre
ต่อสัญญาณจาก Macbook Pro เข้าพอร์ท Thunderbolt และออกเป็น COAX



วิธีนี้เกิดจากตอนที่ผมเอา M-Audio ไปทดสอบ แล้วเสียงมันบางครับ (ตอนนั้นผมไม่ทราบเรื่องความต้านทานเอาท์พุทของ M-Audio เลยใช้วิธีนี้แทน ก็ฟังดีครับ
แต่ขาร๊อคอย่างผมไม่ถูกใจครับ เพราะเสียงจะช้าลง และจากที่ทดสอบกับ TC Electronic Konnekt 48 ไม่สามารถส่งออก COAX ที่ 192 ได้ครับ แถมตอนนี้ผมย้ายมาฟังที่ 176.4
การใช้ COAX สำหรับผมก็ถือว่าต้องยุติไปครับ)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 เมษายน, 2017, 08:51:01 AM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ หมีหมอเหม็ด

  • ศรัทธา หรือเหตุผล
  • ***
  • กระทู้: 230
  • เพศ: ชาย
  • หยุดเล่นหลอดชั่วคราวคร้าบ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #596 เมื่อ: 12 เมษายน, 2017, 06:36:03 AM »
คุญ GuUMTAM ช่วยลองระบบที่งายที่สุดให่ด้วยสิครับ

Macboob+เพลงอัดไว่ในนี้แล้ว   -----digital out ------->digital amp --->Spk

ผู่นิยมควมง่ายทัไมามักง่ายกำลังติดตามศึกษาครัย
นพ.พีระวงษ์ วีรารักษ์
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม
รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
กทม. 10700

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #595 เมื่อ: 11 เมษายน, 2017, 11:21:39 PM »
ปรบระบบอีกครั้ง คราวนี้ก็ทันยุคทันสมัยหน่อยด้วย Thunderbolt 3 เป็นพอร์ทสำหรับงานเพลงและงานตัดต่อเพื่อให้ทันยุคสมัย 4K,6K ครับ

ต่อแบบพื้นฐานก็ตามภาพนี้ครับ เก็บเพลงใน Macbook Pro (ผมมีพื้นที่ SSD 512GB) ใช้แค่ Apogee Element 24 กับ Active Direct Box ก็ต่อเข้าแอมป์ที่เป็นแบบ RCA ได้แล้ว
แต่ถ้าเป็นแอมป์แบบ XLR ก็ต่อ Apogee Element 24 เข้าโดยตรงด้วยสาย XLR ได้เลยครับ




แต่พื้นที่ 512GB ไม่พอสำหรับผมแน่ เพราะเครื่องต้องใช้ตัดวีดีโอด้วยครับ ก็ต่อเพิ่ม HDD แต่ผมดันไม่ได้ใช้ HDD  Thunderbolt แต่ใช้เป็น eSATA
เลยต้องมี Caldigit Thunderbolt Station 2 มารับหน้าที่ แปลง eSATA เป็น Thunderbolt ครับ




ทีนี้จะอ่านแผ่นด้วย ก็ต้องต่อไดรฟ์ครับ แต่ต่อ SuperDrive ของ Mac ที่เป็น USB เสียงก็พอฟังได้ แต่ถ้าผมพอใจที่ "พอฟังได้" คงไม่ลำบากมาเล่น Firewire จนกลายเป็น
Thunderbolt แบบนี้ครับ  จึงต้องหาไดรฟ์แบบ Firewire มาต่อ (ไดรฟ์แบบ Thunderbolt ที่ผมหาเจอ มียี่ห้อเดียว ราคาหมื่นกว่าบาท ยังไม่มีงบครับ)




แต่ผมก็ยังไม่สาแก่ใจครับ ในเมื่อ Apogee Element 24 ต่อ Clock แยกได้ ก็หามาใส่ซะ





ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #594 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 10:39:08 PM »
ตอนนี้ผมวาง Configuration ไว้บ้าง แต่คงมองไปที่ Thunbolt 3 เป็นหลักถึงแม้ Thunderbolt 2 ราคาลดลงอย่างน่าสนใจ รอสินค้าออกขายอย่างเป็นทางการ มีอยู่สองตัวเลือกที่น่าใจครับ

Caldigit

http://www.caldigit.com/thunderbolt-3-dock/thunderbolt-station-3/


OWC

https://eshop.macsales.com/preorder/owc-thunderbolt-3-dock/

ไม่มีประสบการณ์การใช้งานทั้งสองตัวตอนนี้หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ครับ

ผมก็ขอเลือก Caldigit ครับ เพราะ Thunderbolt Station 2 เสียงดีที่สุดตั้งแต่้ผมได้ลองหลายๆวิธีกับ HDD Thunderbolt ครับ
Thunderbolt Station 3 ก็น่าจะดีขึ้นอีก เพราะ Maacbook Pro 2016 ของผมเสียงก็เหนือกว่า Macbook Pro 2014 ไปมากครับ ด้วยประสิทธิภาพ Thunderbolt 3



ทดสอบแล้วครับ คราวนี้ต่อแยก Apogee Element 24 ตรงเข้า Macbook Pro 2016 ส่วน Thunderbolt Station2 ต่อแยกอีกช่องเพื่อต่อเข้ากับ eSATA HDD
ผลคือ ต่อแยกแล้ว เสียงสดกว่าครับ (มากในระดับที่ฟังออกตั้งแต่เสียงแรกที่กด Play) ผมก็ยังเหลือพอร์ท Thunderbolt 3 อีกช่องไว้ต่อ ODD เมื่อกี้ก็ทดสอบแล้วครับ
ใช้ Thunderbolt to Firewire Adapter ต่อเข้ากับ Thunderbolt 3 to Thunderbolt 2 Adaapter ใช้งานได้ปกติไม่มีปัญหาครับ เร็วดีเสียด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 เมษายน, 2017, 11:14:30 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #593 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 10:00:01 PM »
ตอนนี้ผมวาง Configuration ไว้บ้าง แต่คงมองไปที่ Thunbolt 3 เป็นหลักถึงแม้ Thunderbolt 2 ราคาลดลงอย่างน่าสนใจ รอสินค้าออกขายอย่างเป็นทางการ มีอยู่สองตัวเลือกที่น่าใจครับ

Caldigit

http://www.caldigit.com/thunderbolt-3-dock/thunderbolt-station-3/


OWC

https://eshop.macsales.com/preorder/owc-thunderbolt-3-dock/

ไม่มีประสบการณ์การใช้งานทั้งสองตัวตอนนี้หาข้อมูลไปเรื่อยๆ ครับ
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #592 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 08:46:47 PM »
การต่อการใช้งาน Daisy Chain เทียบกับการต่อแบบแยก แบบใหนให้เสียงดีกว่ากันครับ กำลังจะไปต่อ Caldigit TS3 หรือจะหยุดที่ใช้ Thunderbolt 3 ที่มีอยู่ 4 ช่องดี

บน Thunderbolt ยงไม่ได้ทดสอบครับ เคยทดสอบบน Firewire ซึ่งเสียงแตกต่างกันตามยี่ห้อครับ เช่น อย่าง Apogee Ensemble ให้พ่วงผ่าน HDD ได้เสียงเข้มขึ้น
แต่อย่าง TC Electronic Connect 48 ถ้าพ่วงผ่านเครื่องจนอยู่ปลายทาง เสียงจะบางลงครับ เลยต้องต่อแยกไว้ใกล้ๆ

* ผมก็ว่าจะขาย Caaldigit Thunderbolt Station 2 ครับ อาจหาตัวแปลง Thunderbolt 3 to eSATA มาใช้แทนถ้าเอาประหยัดหน่อย
ไม่งั้นก็ต้อง Caaldigit Thunderbolt Station 3 เพราะยี่ห้อนี้ เสียงเข้มและทำได้ดีในทุกๆย่านความถี่ครับ

ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #591 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 06:43:19 PM »
การต่อการใช้งาน Daisy Chain เทียบกับการต่อแบบแยก แบบใหนให้เสียงดีกว่ากันครับ กำลังจะไปต่อ Caldigit TS3 หรือจะหยุดที่ใช้ Thunderbolt 3 ที่มีอยู่ 4 ช่องดี
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #590 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 03:33:49 PM »
MacBook Pro รุ่นนี้เสียงทิ้งรุ่นเก่าไปไกลเลยครับ

สอบถามเพิ่มเติม '"ทำไมไม่มีผู้ผลิตDAC แบบ Thunderbolt มาขายกันบ้าง เห็นมีแต่ USB" โดยส่วนตัวคิดว่า Thunderbolt ส่งข้อมูลได้เร็วและดีกว่ามาก"

USB DAC ไม่ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร ผลิตจำหน่ายได้เลย
Firewire ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร
Thunderbolt
- ชิป Controller ราคาสูงครับ
- สาย Thunderbolt ก็แพงครับ เพราะมีวงจรคอนโทรลเลอร์ในสายด้วย
- ใช้กับ Mac เป็นหลัก เพราะเป็นพอร์ทมาตราฐานสำหรับ Mac ไปแล้ว

Thunderbolt ตอนนี้จึงมีแต่ Audio Interface ระดับมืออาชีพที่ผลิตออกมาครับ
อย่าง Apogee Element 24 ของผม เป็น Thunderbolt 1  ปัจจุบันเป็น Thunderbolt 3 กันแล้ว
ราคาชิปรุ่นเก่าน่าจะลงมา จึงผลิตจำหน่ายได้ในราคาแค่สองหมื่นกว่าครับ ส่วนรุ่นใหญ่ๆ ขยับไป Thunderbolt 2 แล้วครับ


ออฟไลน์ Valve art

  • ***
  • กระทู้: 182
  • Sweet tube
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #589 เมื่อ: 10 เมษายน, 2017, 12:41:07 PM »
MacBook Pro รุ่นนี้เสียงทิ้งรุ่นเก่าไปไกลเลยครับ

สอบถามเพิ่มเติม '"ทำไมไม่มีผู้ผลิตDAC แบบ Thunderbolt มาขายกันบ้าง เห็นมีแต่ USB" โดยส่วนตัวคิดว่า Thunderbolt ส่งข้อมูลได้เร็วและดีกว่ามาก"
""อิสระในความคิด และเสรีภาพ เสมอภาค อิสระแห่งเสียงดนตรี"""

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #588 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:31:48 PM »
Macbook Pro Touch Bar 15"   รุ่นปีไหนครับ

ตัวปัจจุบันที่วางจำหน่ายตอนนี้ครับ
ใช้ตัดวีดีโอ ทำกราฟฟิค รีทัชรูป ฟังเพลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 เมษายน, 2017, 11:28:31 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #587 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:29:37 PM »
Macbook Pro Touch Bar 15"   รุ่นปีไหนครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #586 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:22:48 PM »
วันนี้ได้ลองอะไรที่ใหม่มากๆครับ



Macbook 3 ตัวนี้ เป็นเครื่องที่ผ่านการทดสอบมาเรื่อยๆครับ
- Macbook Air 2011 ใช้ทดสอบ Thunderbolt 1 ปัจจุบันขายให้ Poem Audio ไปแล้วครับ ทางร้านก็ยังใช้อยู่ถึงปัจจุบัน
- Macbook Pro Retina 13" ใช้ทดสอบมาสองปีกว่า เป็น Thunderbolt 2 ก็ให้คุณภาพเสียงได้เหนือกว่า Macbook Air 2011
  ที่เป็น Thunderbolt 1 อย่างชัดเจนครับ

และล่าสุดผมได้ตัวนี้มาครับ



Macbook Pro Touch Bar 15"
ซึ่งตัวนี้เป็น Thunderbolt 3 ครับ และมีสเปคที่ผมไม่เคยได้ทดสอบมาก่อน
- CPU 4 Core
- Ram 16GB
- SSD ที่เร็วกว่าเดิมมาก
- การ์ดจอ AMD
- Thunderbolt 3

พอร์ท Thunderbolt 3 หน้าตาแบบนี้ครับ ใช้ร่วมกับพอร์ท USB-C



ความเร็ว SSD ของ Macbook Pro ตัวนี้ครับ



และจากการทดสอบฟัง มีผลเครื่องความเร็วเสียงด้วยครับ

งานนี้ไม่เสียงแรงแบกไป Poem Audio ครับ
เทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Thunderbolt 3 ทำให้ผมได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่เกินคาด





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 เมษายน, 2017, 03:36:11 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #585 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:57:57 AM »
ส่วน Pat Metheny มีทั้งอัลบั้มทดลองและอะไรมากมาย ได้รู้จักครั้งแรกจากเพลง "This Is Not America"
จากหนัง The Falcon and the Snowman (1985) ยังไม่ได้ตามต่อเลยครับว่าจะฟังแผ่นไหนดี รบกวนแนะอัลบั้มครับ

ผมอาศัยเก็บตกดูจากพวก vdo concert ไม่ได้เก็บแผ่น CD เลยครับ จะเน้นไปทาง home theater ซะเป็นส่วนใหญ่ และไม่มีงบพอจะเล่นแบบ 2 ch. อย่างจริงจังด้วยครับ  :cry2

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #584 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 10:30:38 AM »

ขอบคุณครับ แนะนำมาได้เรื่อยๆเลยนะครับเรื่องเพลง ปกติผมก็หาอ่านบทความนักดนตรี แล้วก็ลองฟังจากยูทููป แผ่นไหนภุกใจก็ไปหาที่ร้าน ่โด เร มี ครับ

เผอิญตอนนี้ได้อุปกรณ์มาอีกชิ้นครับ พรุ่งนี้ทดสอบด่วนที่ Poem Audio แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันครับ กับอุปกรณ์ชิ้นนี้ ้

ถ้าเป็นแนว Jazz ก็ 2 คนนี้ครับ ที่ชอบ



Lee Ritenour




Pat Metheny

บางทีก็งงๆกับตัวเองว่าชอบ rock แต่ก็มาฟัง jazz ด้วย  :headphone

เจ้าของฉายา Captain Fingers ผมก็มีแผ่นเดี่ยวเก็บไว้ครับ
และเสียดายมากที่ออกจาก FourPlay แล้วก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป
สไตล์ FourPlay ก็เปลี่ยนไปเลย ผมล่ะเศร้า

ส่วน Pat Metheny มีทั้งอัลบั้มทดลองและอะไรมากมาย ได้รู้จักครั้งแรกจากเพลง "This Is Not America"
จากหนัง The Falcon and the Snowman (1985) ยังไม่ได้ตามต่อเลยครับว่าจะฟังแผ่นไหนดี รบกวนแนะอัลบั้มครับ

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #583 เมื่อ: 09 เมษายน, 2017, 06:28:08 AM »

ขอบคุณครับ แนะนำมาได้เรื่อยๆเลยนะครับเรื่องเพลง ปกติผมก็หาอ่านบทความนักดนตรี แล้วก็ลองฟังจากยูทููป แผ่นไหนภุกใจก็ไปหาที่ร้าน ่โด เร มี ครับ

เผอิญตอนนี้ได้อุปกรณ์มาอีกชิ้นครับ พรุ่งนี้ทดสอบด่วนที่ Poem Audio แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันครับ กับอุปกรณ์ชิ้นนี้ ้

ถ้าเป็นแนว Jazz ก็ 2 คนนี้ครับ ที่ชอบ



Lee Ritenour




Pat Metheny

บางทีก็งงๆกับตัวเองว่าชอบ rock แต่ก็มาฟัง jazz ด้วย  :headphone

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #582 เมื่อ: 08 เมษายน, 2017, 11:36:03 PM »
อ้างถึง

แผ่นที่ผมใช้เทสต์ก็ของยอดฝีมือกีตาร์ท่านนี้ล่ะครับ




สุดยอดมือกีตาร์อีก Joe นึง ที่ผมชื่นชอบเช่นกันครับ

Joe Bonamassa



ขอบคุณครับ แนะนำมาได้เรื่อยๆเลยนะครับเรื่องเพลง ปกติผมก็หาอ่านบทความนักดนตรี แล้วก็ลองฟังจากยูทููป แผ่นไหนภุกใจก็ไปหาที่ร้าน ่โด เร มี ครับ

เผอิญตอนนี้ได้อุปกรณ์มาอีกชิ้นครับ พรุ่งนี้ทดสอบด่วนที่ Poem Audio แล้วจะนำภาพมาให้ชมกันครับ กับอุปกรณ์ชิ้นนี้ ้

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #581 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 12:46:38 PM »
อ้างถึง

แผ่นที่ผมใช้เทสต์ก็ของยอดฝีมือกีตาร์ท่านนี้ล่ะครับ




สุดยอดมือกีตาร์อีก Joe นึง ที่ผมชื่นชอบเช่นกันครับ

Joe Bonamassa


ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #580 เมื่อ: 07 เมษายน, 2017, 12:16:35 PM »
เทสต์ไดรฟ์อ่านอยู่สองวันติด สรุปได้ง่ายๆเลยครับ
- ไดรฟ์บลูเรย์ของ Pioneer ที่ผมมีอยู่ อ่านแผ่นได้ไม่ไวเท่าไดรฟ์ DVD Panasonic แบบ Slim ที่ซื้อมาใหม่ครับ
  (ทดสอบโดยใช้กล่อง HDD ของ Lacis ตัวที่เป็นแนวตั้ง) จะด้วยเหตุผลเรื่องคอนโทรลเลอร์ใหม่กับเก่า หรือเทคนิคออกแบบมอเตอร์
  หรืออีกหลายๆอย่าง ผมชอบเสียงจากไดรฟ์ Panasonic มากกว่าครับ (เดี๋ยวเพื่อนผมหาไดรฟ์บลูเรย์ แบบ Slim มาให้เทียบกันอีกรอบ)
- ต่อ Firewire 400 กับ Firewire 800 ให้เสียงได้ต่างกัน (ผมเลือกใช้ช่อง 400)
- ไดรฟ์อ่านก็มีคาแรคเตอร์ อย่างไดรฟ์โซนี่ อ่านแผ่นแล้วเสียงก็เป็นแบบโซนี่เลย ใช้ Pioneer เสียงเดินหน้าเล็กน้อย
  ส่วน Panasonic เสียงเนียนถูกใจผมครับ
- อ่านแผ่นโดยผมใช้ Internal Clock กับ External Clock เสียงก็ยังต่างกันอีก รอเทสต์ที่ Poem Audio อีกรอบครับว่าแบบไหนดีกว่า
  ตอนนี้เวลาฟัง เปิด External Clock ได้เสียงเข้ม สมจริง แต่ตอนอ่านแผ่น จะใช้ด้วยดีมั้ย ต้องทดสอบเทียบกันครับ

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #579 เมื่อ: 04 เมษายน, 2017, 11:23:30 PM »
ทดสอบที่สี่เท่าของ 44.1 ก็พบว่าฟังได้เพลิดเพลินมากครับ แต่ย้อนไปในช่วงแรก ตอนที่ยังใช้ MOTU ULTRALITE MKIII Hybridge ตั้งค่านี้แล้วออกมาไม่ดีเอาซะเลย เสียงบางมาก แต่เทคโนโลยีที่ผมหามาประกอบกัน ดูจะเป็นคำตอบครับ (จะหาเวลาไปเทสต์ด้วยชุดที่ Poem Audio ให้แน่ใจครับ)

แผ่นที่ผมใช้เทสต์ก็ของยอดฝีมือกีตาร์ท่านนี้ล่ะครับ



เมื่อก่อนก็ทำได้ดีระดับนึงผ่าน MOTU แต่ผมก็มักกด Stop ในหลายๆเพลง แต่ตอนนี้กลายเป็นผมไม่กล้ากด Stop ซะแล้วครับ
ด้วยเสียงในตอนนี้ และเป็นแผ่นที่ทำให้ผมสังเกตถึงสปีดที่ช้าลง เวลาใช้ DAC มาพ่วงกับ Firewire Audio Interface แบบที่
ทาง Poem Audio ใช้อยู่ครับ ผมจึงไม่เล่นผ่าน DAC และหาทางอื่นจนได้รู้จัก DI BOX และดูจะเป็นคำตอบสุดท้ายเลยครับ

แน่นอนว่าสำหรับแผ่นของ Joe Satriani ถ้าเปิดแล้วฟังยังไม่ดี นั่นเป็นความผิดพลาดของผมแน่นอนครับที่เซ็ทอัพเครือ่งได้ไม่ดีพอ
ผมจึงมักใช้เพลงร๊อคเป็นตัวทดสอบเครื่องครับ

และที่มหาโหดยิ่งกว่าคือแผ่น Apocalyptica ที่นำเพลงของ Metalica มาเล่นใหม่ด้วย Cello 4 ตัว
เพลงก็ว่าดุแล้ว เสียงที่เล่นจาก Cello ทั้ง 4 ตัวออกมาอย่างดุดันนั้นดุยิ่งกว่า แต่ตอนนี้ ดุแค่ไหนก็ฟังรู้เรื่องแล้วครับ
เทียบกับเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ฟังผ่าน CD Player อันนั้นฟังไม่รู้เรื่องจริงๆ เสียงติดกันไปหมด จนไม่ค่อยได้เปิดแผ่นนี้เลย
แต่ตอนนี้ดีงามได้ทุกแผ่นแล้ว (ผมต้องรอเทคโนโลยีมาสิบกว่าปี)




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 เมษายน, 2017, 11:29:27 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #578 เมื่อ: 03 เมษายน, 2017, 10:21:50 PM »
ช่วงนี้ผมทดสอบเป็น 176.4 ไปสักพักครับ แต่ใช้เวลานานมาก

ให้ชมไดรฟ์ที่ผมใช้อ่านแผ่นก่อนครับ

อันแรกก็ SuperDrive ที่ลองซื้อมานานมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ใช้ทำหน้าที่อ่านแผ่น CD เพลงอีกเลยครับ
เสียงก็ระดับพอฟังได้ แต่ก็ยังห่าจากไดรฟ์ที่เป็น Firewire ครับ



ส่วนอันนี้ใช้อยู่ปัจจุบันครับ ตัวไดรฟ์เป็นของ Panasonic ที่ออกแบบให้บางพิเศษกว่าไดรฟ์แบบ Slim ด้วยกัน
พอร์ทเป็น SATA7 ผมก็หา Adapter แปลงเป็น SATA แล้วพ่วงกับกล่อง HDD ของ Lacie ครับ
ซึ่งมีช่องต่อทั้ง USB , Firewire400, Firewire 800 และ eSATA แต่พอร์ทที่สั่งการไดรฟ์ได้มีแค่ 3 พอร์ทแรกที่กล่าวไว้เท่านั้นครับ
ต่อ eSATA ไดรฟ์ไม่ทำงานครับ (เป็นเหมือนกันหมดกับทุกกล่อง)



ไดรฟ์ Panasonic ตัวนี้อ่านแผ่นได้เยี่ยมมากครับ เร็วถูกใจและเสียงดีทีเดียว สาย eSATA ก็ซื้อจากร้านแต่ง PC ที่พันทิพย์ประตูน้ำครับ
เส้นนี้น้ำเสียงถูกใจที่สุด (สาย SATA ผมซื้อมาเยอะมากครับ เอามาเทียบเสียงกันเลย)  ส่วนพอร์ทนั้น
USB อันนี้ไม่ต้องเทียบแล้วครับ จบการทกสอบไปตั้งแต่ MOTU Ultralite MKIII Hybridge แล้ว
ก็เหลือ Firewire400, Firewire 800 ซึ่งให้เสียงต่างกันอีกครับ (ชิปคอนโทรลเลอร์คนละตัว) และการต่อวิธีนี้ทำให้ผมแยกจ่ายไฟเป็น 2  ชุดครับ
แยกกันระหว่างไดรฟ์กับกล่อง HDD ทำให้เข้มกว่าจ่ายไฟจากกล่อง HDD แล้วค่อยพ่วงสายไฟจากกล่อง HDD ไปเข้าไดรฟ์



ไดร์ก็เบามาก ก็หาไม้มาทับไว้ครับ ขาก็ได้ยางรูปโดนัทยี่ห้อดังมาวางไว้ 1 วง

แต่ยังไม่หมดครับ เหลือตัวนี้กำลังจะเทสต์ ไดรฟ์บลูเรย์จาก Pioneer ซึ่งเสียงจะเดินหน้าหน่อย ผมเลยย้ายมาจับคู่กับกล่อง
Lacie ตัวเล็กที่ให้เสียงได้เนียนๆครับ ต้องหาเวลาเทสต์ก่อน





สุดท้าย ไดรฟ์ Sony แบบ Firewire ครับ ตัวนี้บิดมาจากญี่ปุ่น ไฟเป็น 110 และตัวไดรฟ์เป็น IDE
เคยริปกับ MOTU แล้วไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ครับ เลยเก็บเข้ากรุฝากไว้ที่ Poem Audio เป็นปีแล้ว



แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นหลักฐานถึงศักยภาพในภาคดิจิตอลของ Apogee ครับ
เพราะตอนนี้เมื่อใช้งานร่วมกับ Apogee Element 24 มันกลับให้เสียงได้กว้าง สะอาด ไดนามิคดีครับ ต่างจากเดิมสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าภาค Digital in-out ในตัว Audio Device ที่ได้รับการออกแบบใหม่ และเป็นพอร์ท Thunderbolt
สร้างมาตราฐานใหม่เรื่องเสียงเลยครับ


*รูปถ่ายด้วย Sony A7R เลนส์ Rodenstock APO 50mm และ Flash 1 ตัวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 เมษายน, 2017, 10:39:02 PM โดย GUNTAM »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #577 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 11:10:48 PM »
อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ และทำวิจัยให้นักเล่นด้วยกัน ผมสนใจมาใช้ interface เช่นกันครับหลังจากที่ใช้ USB DAC มาหลายปี
กำลังมอง interface มาใช้สักตัว MOTU หรือ APOGEE ดี


ขอร่วมวงด้วย  เล่นมานานกว่า 20 ปี ทั้งการใช้ Audio Interface เพื่อตัดต่อทำเพลง อัดเสียงร้องแบบสมัครเล่น และฟังเพลง
ในเม็ดเงินที่เท่ากัน ถ้าฟังเพลงอย่างเดียว ใช้ DAC ไปเถอะครับ 
Audio Interface นั้น ราคากว่าครึ่งไปอยู่ที่ภาคแรก Analog to digital และภาคไมค์ปรี

ภาค Digital to analog ใน Audio Interface ซึ่งใช้ชิพไม่เหมือนกัน
แต่ที่สุดแล้ว เสียงที่ได้ยินมันอยู่ที่ ไอซีอ๊อพแอมป์ ที่จะขยายเสียงออกเอ้าท์พุต
ซึ่งตรงจุดนี้นักทำเพลงที่คร่ำหวอดจะรู้ว่า ยี้ห้อไหน มันมีสีสัน ยี้ห้อไหน มันสมจริง
เมื่อรู้แล้วขั้นตอนสุดท้ายเวลามิกซ์เพลง เขาก็จะมิกซ์ได้ถูกต้องครับ

ส่วน DAC นั้นออกแบบมาให้ใช้สำหรับฟังเพลงโดยตรง
เสียงจะถูกใจขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่จ่าย + ระบบเสียงที่มีอยู่
และที่สำคัญคือ "ห้องฟัง + รสนิยมของคนฟัง" ครับ


ขอแจมด้วยคนครับ  อย่างน้า malako พูดครับ การเล่นภาคกลับ (playback) ความสำคัญมันอยู่ที่ D/A มากกว่า
ตัว DAC ที่ดีๆ มีเยอะ ทั้งที่ชื่อเสียง brand ดัง หรือแม้แต่แบรนด์จีนก็ตาม (ถ้าหาลองศึกษาตามบอร์ดต่างประเทศนะครับ บางตัวเอามาโมฯ ต่อ เสียงไปอีกไกลก็มี ในราคาที่แค่ครึ่งของ brand หรือ ถูกกว่า

การเลือก dac มาใช้ คงไม่สามารถเลือกแค่ DAC chip ว่าใช้ตัวไหน แล้วเสียงต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ มันเป็นศิลปะบวกเข้ามาด้วยครับ อยู่ที่การออกแบบภาค DAC เอง บวกกับภาคขยายที่ออกจาก dac chip ว่าดีไซน์ออกมาแบบไหน  ตรงนี้แหล่ะครับ ที่จะทำให้เราได้ dac ทั้งตัว ที่เอามาฟังเพลงได้ดีหรือไม่ดีครับ

การต่อแบบ จขกท วาดไว้ข้างบน บางอันผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับ สัญญานข้อมูลเหมือนวิ่งย้อนไปมาก (หรือผมจะเข้าใจไปเองหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ) ดูมันไม่ใช่เส้นทางสั้นที่สุดที่ควรจะเป็น แต่ด้วยความที่อุปกรณ์มันบังคับว่าต้องต่อแบบนั้นมั้งครับ

สรุป ยังมีทางเลือกในการฟังเพลงอีกมากมายครับ  แต่ผมชอบตามอ่านบทความ จขกท เหมือนได้อัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ GUNTAM

  • ****
  • กระทู้: 472
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #576 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 01:41:28 PM »
ลองอะไรใหม่ๆอีกครับ คราวนี้เป็น 4 เท่าของ 44.1
น้ำเสียงเนียนดีจริงๆ และผมมี External Clock ช่วยให้เข้มด้วยครับ


 

ออฟไลน์ Too' Ninja

  • Admin
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 5,786
  • เพศ: ชาย
  • ตู่ นินจา
Re: ฟังเพลงจาก Mac กันดีกว่าครับ (Thunderbolt) ภาค2 ต่อจากปี 2008
« ตอบกลับ #575 เมื่อ: 02 เมษายน, 2017, 05:57:53 AM »
ขอบคุณในข้อมูลครับ จะได้มีแนวทางครับ

 like