ผู้เขียน หัวข้อ: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น  (อ่าน 4397 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ กุ้งสยาม

  • .
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 798
  • เพศ: ชาย
    • .


ยังจำข่าวของวันที่ 26 ธันวาคม 2004 ได้ว่า มีน้ำท่วมภูเก๊ต ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะน่าตื่นเต้นยังไง
น้ำท่วม แล้วยังไง  พอติดตามข่าวไปเรื่อยๆ ก็เฮ้ย..สงสัยมันจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆซะแล้ว

จนมาได้ยินว่า ซูนามิ จากน้าแอ้ดคาราบาวเป็นเสือปืนไว รีบแต่งเพลงออกมา ซูนามิ ซูนามิ

แต่ พอต่อมาก็รู้ว่ามันคือ สึนามิ มหันตภัยจากน้ำที่ได้ยินการเล่าขานมานาน  ว่า..น่ากลัวมาก
โดยที่เมืองไทย มีการเสียชีวิต 5-6 พันคน แต่อินโดนิเซีย ว่ากันว่า 2แสนกว่า ที่เสียชีวิตไป




ภาพยนต์เรื่องนี้  เปิดมาก็เดินเรื่องได้เร็วพอควร แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น น้ำทะลักซัดทุกอย่าง
ด้วยอานุภาพที่ยากจะมีสิ่งใด หยุด หรือ ป้องกันได้ แล้วก็พบกับ วิบัติภัย ที่ใครก็ไม่อยากพบเจอ
เรื่องราวดำเนินไป โดยดารานำเจ้าบทบาท นาโอมิ วัตต์  จน...จบแบบไม่น่าเป็นไปได้ ตามชื่อหนังเลย


 
คหสต.  ผมว่าตัวหนังสื่อสาร  ออกมาได้ไม่หมด ไม่สุด  มีหลายๆภาพที่อยากจะเห็น โดยเฉพาะช่วงที่น้ำทะเล
กำลังโถมเข้าจู่โจม  ความวินาศสันตะโรที่ควรได้เห็น  effect ที่สมจริง มันมีน้อยไปหน่อย (ไม่สะใจคอหนัง)
และเนื้อหาที่ พื้นๆไปนิด   

มีข้อสังเกตุ ตั้งแต่เกิดเหตุ จนจบ  ไม่มีใครคิดจะล้างเนื้อล้างตัวให้นางเอกและลูกของเธอเลย ใบหน้า
เนื้อตัวที่เปื้อนเลอะโคลน  เจอชาวบ้านก็แล้ว  ไปโรงพยาบาลก็แล้ว จะจบแล้วน้ำซักขวด มาล้างหน้า
ล้างตัวยังไม่มีเลย...ช่างสังเกตุหน่ะ..ฮิฮิ   

สรุป...พอไหวครับ 7/10  ....ครอบครัวนี้ โชคดีแบบไม่น่าเป็นไปได้
พูดคุยกันเพิ่มเติม  081-615-8672

ออฟไลน์ robyrd

  • ****
  • กระทู้: 365
  • OmG! อัพมากไปแล้ว _"!
    • What's Up Bangkok
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 28 เมษายน, 2013, 05:01:25 PM »
ผมนั่งดูหนังเรื่องนี้ แฟนผมร้องไห้ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ เรื่องความสมจริงต้องบอกว่าขนลุกครับ แม้จะเป็นแค่เพียงส่วนนึงที่เล็กมาก จากของจริงก็ตาม

ผมมีเพื่อนที่ลงไปเป็นอาสาสมัคร ให้ทุกคนลองจินตนาการ ถึงศพที่ขึ้นอืด เละ กลิ่นคนเจ็บร้องครวญคราง คนตามหาสมาชิกครอบครัวไม่เจอ ต้องพลัดพลาก ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร?
เพื่อนอีกคน อยู่ที่ป่าตอง ภูเก็ต วันนั้นภรรยาของเค้าก็เกือบไม่รอด แม่หายออกไปจากบ้านสองวัน เพราะการสื่อสารถูกตัดขาดหมด ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร?

ภาพของเขาหลัก มันดูจริงสำหรับผม ที่พึ่งไปเยือนหลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไปหลายปี การฟื่นฟูเป็นไปอย่างช้าๆ ทุกคนยังบอบช้ำ และยังอาลัยกับเหตุการณ์นี้อย่างไม่วันลืม

เสียใจกับทุกครอบครัวที่ต้องเจอกับเหตุการณ์นี้ และอยากให้ดูหนังเรื่องนี้กัน แล้วตอนดูขอให้นึกถึงถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร

ออฟไลน์ ADD

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 869
  • เพศ: ชาย
  • May force be with you!
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 29 เมษายน, 2013, 10:22:28 AM »
ผมเปิดดูได้ 10 นาทีแรกครับ ฉากสึนามิ อลังการดีครับ ขนาดเปิดในคอม เสียงสนั่นหวั่นไหว ว่าจะดูต่อไป แต่คาดว่าเนื้อหาหลังๆ คงไม่ตื่นเต้นสักเท่าไรแล้ว  :victory

ออฟไลน์ nammm

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,047
  • เพศ: ชาย
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 06 พฤษภาคม, 2013, 09:41:23 AM »
ดูแล้วเคร้าครับ จากเหตุการฌ์นี้ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทผม เสียชีวิตไป 1 ท่านด้วยครับ :cry2 :cry2 :cry2

ออฟไลน์ กุ้งสยาม

  • .
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 798
  • เพศ: ชาย
    • .
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 07 พฤษภาคม, 2013, 12:59:13 PM »
นาโอมิ วัตส์ หนีตายสึนามิถล่มใน “The Impossible” ฉากมหาวิบัติในแท็งค์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก!!

เขียนโดย tyler, เมื่อ November 30, 2012 at 17:36, ในหมวด ข่าวหนัง, ข่าวฮอลลีวูด หนังฮอลลีวูด หนังฝรั่ง. Bookmark the permalink. ติดตามความเห็นของข่าวนี้ด้วย RSS feed for this post. Post a comment หรือ trackback: Trackback URL.


สร้างจากเหตุการณ์ที่โลกไม่เคยลืมเลือน วันที่ 26 ธันวาคม 2004 มหาวิปโยคที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญของโลก เมื่อแผ่นดินไหวขนาด 9 ริคเตอร์ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเข้าชายฝั่งใน 14 ประเทศของทวีปเอเชีย กว่า 2 แสนชีวิตต้องสูญเสียไปภายระยะเวลาเพียงแค่พริบตาเดียว และในประเทศไทยก็มีผู้เสียชีวิตกว่าห้าพันคน และยังสูญหายอีกกว่าสองพันคน มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์นั้น จนไปโดนใจผู้กำกับชาวสเปน ฮวน อันโตนิโอ บาโยน่า ที่ขอหยิบยกเรื่องจริงของครอบครัวนักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งที่มาเที่ยวประเทศไทยและต้องประสบเหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมานำเสนอเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Impossible

“มีเรื่องราวของผู้คนหลายชีวิตที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์สึนามิ ปี 2004 แต่ผมคิดว่าไม่มีเรื่องไหนที่จะสมบูรณ์มากกว่าครอบครัวนี้ พวกเราใช้เวลาพัฒนาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว เพราะเราต้องการทำให้คนดูเป็นห่วงและอยากเอาใจช่วยพวกเขาให้รอดไปได้ นี่ไม่ใช่หนังหายนะบล็อคบัสเตอร์ทั่วไป ผมอยากทำให้มันมีความสำคัญกว่านั้น” บาโยน่ากล่าว



บทบาทสำคัญตกเป็นของนักแสดงชั้นนำ ยวน แมคเกรเกอร์ (จาก สตาร์วอส์ เอพิโซด1-3) และ นาโอมิ วัตส์ (จาก เดอะริง) ที่มารับบทสามีภรรยาที่พาลูกๆ มาพักผ่อนที่เมืองไทยทำให้ทั้งคู่ต้องมาถ่ายทำที่สถานที่จริงอย่างเขาหลักและเกาะพีพี โดยเฉพาะโรงพยาบาลตะกั่วป่า ที่เป็นจุดศูนย์กลางของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เพื่อถ่ายทอดความสมจริง

The Impossible (ดิ อิมพอสสิเบิ้ล) มาถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 80% ส่วนที่เหลือก็ไปถ่ายทำในสเปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากสึนามิถล่มก็ได้ไปถ่ายทำกันในเมืองอาลีคานเต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของแท็งค์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยในฉากนี้ทั้งนักแสดงสาว นาโอมิ วัตส์ และ ทอม ฮอลแลนด์ ที่รับบทเป็นลูกชายคนโต ก็ต้องถ่ายทำกันยาวนานถึง 6 อาทิตย์ โดย เธอก็ได้พูดถึงความรู้สึกในการเข้ามาแสดงว่า “ฉันรู้ทันทีตั้งแต่อ่านบทภาพยนตร์ถึงแค่หน้าที่สาม ว่ามันต้องเป็นอะไรมากกว่าหนังหายนะ มันเป็นเรื่องราวของครอบครัวที่ทำให้คุณรู้สึกว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในพวกคุณทันที”



The Impossible (ดิ อิมพอสสิเบิ้ล) เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์จริง เรื่องราวของ มาเรีย (นาโอมิ วัตตส์) และ เฮนรี่ (ยวน แม็คเกรเกอร์) และลูกชายทั้งสามคน ที่เดินทางมาพักผ่อนชายทะเลในประเทศไทย แต่เช้าวันที่ 26 หลังคืนวันคริสต์มาส สวรรค์บนดินก็แปรเปลี่ยนเป็นฝันร้าย เมื่อคลื่นยักษ์สูงเท่าตึกสามชั้น พุ่งเข้าถล่มทุกสิ่งทุกอย่างแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้ทุกคนในครอบครัวต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ความเป็นความตาย

ความรัก ศรัทธา ความหวัง คือพลังที่จะเอาชนะทุกสิ่ง The Impossible 2004 สึนามิ ภูเก็ต


Thanks: ฝากรูป

ถ้าชอบอ่านแบบยาวๆ เอาอันนี้ไป เบื้องหลังงานสร้าง


The Impossible เตรียมงานสร้างกว่า 2 ปี และถ่ายทำกันเป็นเวลา 25 สัปดาห์ทั้งในสเปนและไทย โดยมีฉากสำคัญมากกว่า 60 ฉาก โดยหนังเปิดกล้องในสตูดิโอที่เมืองอัลลิคานเต้ ก่อนที่จะย้ายมาถ่ายทำที่เกาะภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งหลายแห่งก็เป็นสถานที่ที่เคยเกิดสึนามิ เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้กำกับ ฮวน อันโตนิโอ บาโยน่า ต้องการที่จะทำให้มันมีความสมจริงและยังให้ความเคารพมากที่สุด

ในขณะที่ช่วงเริ่มต้นของหนังถูกถ่ายทอดด้วยความรุนแรง เมื่อคลื่นน้ำที่บ้าคลั่งซัดใส่มนุษย์ตัวเล็กๆ แต่ช่วงเวลาต่อจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่แตกต่าง ซึ่งก็คือเรื่องราวของความกล้าและความหวัง นาโอมิ วัตตส์ อธิบายว่า “หนังที่สร้างจากเรื่องจริงเป็นเรื่องยากและง่ายในเวลาเดียวกัน มันง่ายที่จะเข้าไปสัมผัสกับความจริง แต่มันก็คือแรงกดดันเพราะเรากำลังเล่าเรื่องของคนที่มีชีวิตอยู่จริง มันจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะทำด้วยความเคารพให้มากที่สุดท่าที่จะทำได้”

ยวน แม็คเกรเกอร์ เสริมต่อว่าพวกเขาพยายามสร้างเพื่อเป็นเกียรติ ไม่เพียงแค่ครอบครัวนี้แต่ยังรวมถึงทุกคนที่เผชิญหน้ากับเหตุการณ์สึนามิด้วย “เมื่อคุณเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นจริง มันก็คือความรับผิดชอบกับคนที่คุณรับบท ไม่เพียงแค่นั้นผมก็ยังรู้สึกว่าผมต้องรับผิดชอบต่อทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิด้วย ผู้คนจำนวนมากล้มตาย และหลายคนที่มีชีวิตรอดมาบอกเล่าเรื่องราว ผมจะไม่ยอมให้ใครมาบอกว่าเราหาผลประโยชน์จากความสูญเสีย โดยใช้สึนามิเป็นฉากหลัง นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการทำ”

บาโยน่า ยืนยันที่จะถ่ายทำในสถานที่จริง รวมถึงการได้ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิจริงๆเข้ามาแสดงในหนัง โดยสถานที่ที่สำคัญที่สุดก็คือรีสอร์ต เดอะ ออร์คิด ที่ครอบครัว เบลอน ได้เดินทางมาพักผ่อนในช่วงคริสต์มาส ซึ่ง มาเรีย เบลอน ก็ได้ร่วมเดินทางกับทีมงานไปยังรีสอร์ตแห่งนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เธอผ่านฝันร้ายครั้งนั้น

มาเรีย เล่าถึงความรู้สึกของเธอที่ได้กลับไปที่รีสอร์ตแห่งนั้นว่า “ไม่เพียงแค่ฉันไปที่ เดอะ ออร์คิด ฉันยังกลับไปนั่งตรงจุดที่ฉันถูกคลื่นน้ำซัดอีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงการกินอาหารเช้า การพักผ่อนของนักท่องเที่ยว และพนักงานรีสอร์ตที่กำลังจัดการให้ทุกอย่างเป็นระเบียบ ลำดับเหตุการณ์ในหนังเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในทุกรายละเอียด มันเป็นเช้าที่งดงามที่สุดวันหนึ่ง แต่จากนั้นชีวิตของทุกคนก็เปลี่ยนไปในเวลาแค่ไม่กี่นาที หลังจากที่ฉันกลับมาที่ เดอะ ออร์คิด ฉันก็คุยกับคนท้องถิ่นที่รอดจากเหตุการณ์สึนามิ มันเป็นประสบการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับทุกคน และฉันคิดว่า ฮวน ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมกับการถ่ายทอดทุกอย่างลงบนแผ่นฟิล์ม”

วัตตส์ รู้สึกเห็นใจครอบครัว มาเรีย และชื่นชมในความกล้าหาญของเธอ ในการกลับมายังสถานที่ที่มอบประสบการณ์อันเลวร้ายให้กับเธอ “สำหรับฉันแล้ว นับตั้งแต่ตอนที่เครื่องบินแล่นลงสนามบินภูเก็ต ความรู้สึกและบรรยากาศก็ทำให้คุณรู้สึกกลัวอยู่ลึกๆ แต่สำหรับ มาเรีย ที่กลับมาพร้อมครอบครัว และได้สัมผัสกับประสบการณ์นั้นอีกครั้ง มันเหมือนกับกระบวนการที่เธอต้องการมอบบทสรุปให้กับตัวเอง”



เพื่อที่จะสร้างฉากสึนามิถล่ม The Impossible ก็ต้องใช้ทีมสเปเชี่ยลเอฟเฟ็คถึงหกทีม และใช้เวลากว่าหนึ่งปีในการสร้างฉากที่กินเวลา 10 นาที ที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของหนัง เมื่อคลื่นยักษ์กระหน่ำเข้าใส่ชายฝั่งทะเลตะวันตก โดยทีมสเปเชี่ยลเอฟเฟ็ค เฟลิกซ์ เบอร์เจส และ พอล คอสต้า ก็รับหน้าที่ในการสร้างตัวละครที่สำคัญที่สุดอย่างคลื่นสึนามิ ซึ่งสำหรับ เบอร์เจส หนทางเดียวในการสร้างก็คือการใช้น้ำของจริง เขาเผยว่า “ไม่ว่าเทคโนโลยีของเราจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน แต่น้ำที่สร้างจากเอฟเฟ็คก็จะไม่มีความสมจริงมากพอ”

การตัดสินใจนี้ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของการถ่ายทำ โดยทีมงานก็ต้องใช้น้ำจำนวนกว่า 35,000 แกลลอนในแต่ละวัน โดยทีมงานของ เบอร์เจส ก็ได้สร้างระบบที่ทำให้กระแสน้ำมีความรุนแรง โดยที่ไม่ทำให้นักแสดงในเรื่องได้รับอันตราย “แนวทางแรกของเราก็คือการสร้างทางน้ำไหลประมาณ 60 เมตร แต่เราก็ตัดสินใจที่จะทำทางน้ำไหลประมาณ 10-15 ห้าเมตรต่อหนึ่งฉาก เพื่อให้นักแสดงมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยพวกเราก็ถ่ายทำกันประมาณร้อยช็อตสำหรับฉากสึนามิ”



ทีมงานก็ยังถ่ายทำฉากที่สมาชิกครอบครัวถูกกระแสน้ำพัดไปคนละทิศละทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาเรีย ที่ถูกน้ำดูดและทำให้เธอได้รับแรงกระแทกจากทุกสิ่งทุกอย่าง โดยทีมงานก็ถ่ายทำกันในแท้งค์น้ำประมาณเดือนครึ่ง เบอร์เจส เล่าถึงประสบการณ์ว่า “พวกเราถ่ายทำฉากน้ำท่วมโดยแบ่งออกเป็นสองกอง ทีมงานถ่ายทำใต้น้ำเป็นอะไรที่ซับซ้อนและลำบาก แท้งค์น้ำที่เราใช้มีความใหญ่ประมาณ 100 x 80 เมตร สิ่งที่ยากเกี่ยวกับการถ่ายทำฉากสึนามิก็คือ น้ำที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วและไม่สามารถคาดเดาได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนไหวตลอดเวลา คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหน”

การถ่ายทำกับน้ำมีความโหดและรุนแรง และคนที่ได้รับประสบการณ์ตรงมากที่สุดก็คือ นาโอมิ วัตตส์ โดยเธอก็เล่าถึงความรู้สึกว่า “มันเป็นความท้าทายมากที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับฉัน ฉันไม่ได้อยู่ในวัยเดียวกับ ทอม มันจึงไม่ใช่เรื่องปกติที่ฉันจะต้องถูกเหวี่ยงไปมาด้วยกระแสน้ำแบบนี้ มันเป็นงานที่ยากในระยะเวลาหนึ่งเดือน ฉันจำได้ว่า ฮวน บอกให้ฉันพูดบทระหว่างที่ถ่ายทำ แต่ฉันก็ไม่สามารถพูดได้เพราะน้ำมันทั่วทั้งร่างของฉัน”

สำหรับผู้ออกแบบงานสร้างมือรางวัลออสการ์ ยูเจนิโอ คาบาเรลโล่ เศษซากที่หลงเหลือหลังจากเหตุการณ์สึนามิก็คือความท้าทายที่สุดของเขา เขาเล่าว่า “ตอนเริ่มแรกโจทย์ที่ผมคิดว่ายากก็คือการสร้างฉากสีนามิ แต่เรื่องเซอร์ไพรซ์สำหรับผมก็คือสิ่งที่หลงเหลืออยู่หลังจากน้ำได้ผ่านไปแล้วต่างหาก พวกเราพยายามทำตามแนวทางเก่า คือการทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตรงนั้นจริงๆ แทนที่จะใช้เอฟเฟ็ค”

ความพยายามของ คาบาเรลโล่ ก็คือการสร้างกราวน์ซีโร่ของความเสียหาย ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เศษไม้ และร่างของมนุษย์ทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งก็กินพื้นที่เท่ากับแปดสนามฟุตบอล โดยสิ่งที่ยากที่สุดที่เขาคาดไม่ถึงก็คือการสร้างซากต้นไม้ที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งบริเวณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิต มาเรีย และ ลูคัส เอาไว้

คาบาเรลโล่ เผยถึงการสร้างต้นไม้ของ มาเรีย ว่า “ฉากที่ท้าทายที่สุดฉากหนึ่งก็คือต้นไม้ของ มาเรีย มันเป็นฉากที่ใหญ่และลำบากในการถ่ายทำ เนื่องจากน้ำมีระดับสูงอยู่แล้ว เราจึงต้องสร้างแท่นที่ตั้งของต้นไม้ให้มีความสูงขึ้นไปอีก มันเป็นเรื่องทางเทคนิกที่ซับซ้อน เพราะต้นไม้นี้ก็เหมือนกับหัวใจของเรื่องราว ซึ่งเราก็ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมตรงนั้นให้ได้เนื่องจากนักแสดงของเราต้องอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น โดยจากฐานต้นไม้ของ มาเรีย ไปจนถึงยอดก็มีความสูงประมาณ 7 เมตร กิ่งก้านของมันก็ถูกทดสอบหลายครั้งเพื่อความปลอดภัย เพื่อที่พวกเขาจะขึ้นไปอยู่และเล่าเรื่องที่เราต้องการเล่า”



คาบาเรลโล่ เสริมต่อว่าสิ่งที่สำคัญในการสร้าง The Impossible ก็คือคนท้องถิ่น ที่ให้ความช่วยเหลือในการสร้างอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนักแสดงสมทบที่ต้องสัมผัสกับประสบการณ์นั้นอีกครั้ง “หลายคนที่ทำงานกับเราคือคนในพื้นที่ และหลายคนก็สูญเสียสมาชิกครอบครัวไปจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ผมจำได้ว่าคนขับรถแท็กซี่ที่มาส่งเราที่ เดอะ ออร์คิด เขาเห็นสิ่งพวกเรากำลังเตรียมงาน เขายืนนิ่งอยู่สองนาทีและส่ายหัว เขาบอกว่าตัวเองเสียภรรยาที่ทำงานในโรงแรมไป มันเหมือนกับว่าเขาย้อนเวลากลับไปสัมผัสถึงสิ่งนั้นอีกครั้ง ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลที่เราเข้าไปถ่ายทำก็เช่นเดียวกัน นางพยาบาลและคุณหมอหลายคนต่างก็มีประสบการณ์ กับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่เดินทางมาที่นี่”

ทีมงานได้ไปถ่ายทำกันในโรงพยาบาลตะกั่วป่า ซึ่งถือเป็นที่ที่ มาเรีย พักฟื้นร่างกาย รวมถึงเป็นศูนย์กลางที่พักพิงหลังเหตุการณ์สึนามิของจริง โดย คาบาเรลโล่ และทีมงานก็เปลี่ยนให้มันกลับไปเป็นแบบนั้นอีกครั้ง “ฉากที่มีความซับซ้อนและสำคัญก็คือฉากในโรงพยาบาล พวกเราได้สร้างฉากในโรงพยาบาลที่ มาเรีย เข้าไปรักษาจริงๆ พวกเราได้ดูภาพและหลักฐานอ้างอิงที่ เพื่อสร้างความโกลาหลและความสมจริงในชั่วโมงแรกหลังจากเหตุการณ์สึนามิ”



ผู้กำกับภาพ ออสการ์ เฟาร่า ต้องการให้ผู้ชมได้ซึมซับถึงบรรยากาศในประเทศไทย และต้องการทำให้อารมณ์ของภาพมีความสดใสและเต็มไปด้วยแสงสว่าง เขาพูดถึงแนนวทางการถ่ายทำว่า “ตัวละครของเราต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา พวกเราต้องถ่ายทำทั้งในและนอกน้ำ ด้วยเครน กล้องใต้น้ำ กล้องมือถือ พวกเรามีทีมงานกล้องสามทีม เพราะเราต้องการจับภาพทั้งบนบก ใต้น้ำ และบนอากาศในเวลาเดียวกัน”

ด้วยความที่ธรรมชาติของหนังและตัวละครมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มันจึงถือเป็นความท้าทายในเรื่องเทคนิกการถ่ายทำ เฟาร่า  เล่าว่า “ผมต้องการควบคุมอารมณ์และแสงสว่างระหว่างการถ่ายทำ เพื่อทำให้ช็อตที่นำมาต่อกันมีความสอดคล้องและต่อเนื่องกันมากที่สุด โดยทีมงานของเราก็สร้างสลิงค์ชนิดพิเศษในการถ่ายทำฉากที่ วัตตส์ ต้องอยู่ใต้น้ำ มันเป็นการถ่ายทำที่ลำบากเนื่องจากเธอต้องหมุนตัวอยู่ภายในน้ำ และน้ำก็ไม่ได้ใสแจ๋วเหมือนน้ำจากสระ มันเป็นงานที่ต้องการอาศัยความร่วมมือกันระหว่างทีมงานและตัวนักแสดง”

เฟาร่า อธิบายต่อว่า “พวกเราต้องควบคุมความหนาแน่นและกระแสน้ำ เพื่อที่จะควบคุมภาพที่เราถ่ายทำว่าจะออกมายังไง คุณต้องอยู่ใกล้กับตัวละครตลอดเวลาเพื่อที่จะจับเอารายละเอียดของเธอ พวกเราให้ นาโอมิ วัตตส์ นั่งเก้าอี้เคลื่อนไหวได้ที่เราเรียกว่า “จิราทุตโต้” ที่มีกล้องติดอยู่กับมัน ทำให้กล้องจับภาพของเธอเอาไว้ได้ทุกช็อต เราต้องการที่จะมอบความรู้สึกของการเดินทางจากแสงสว่างไปสู่ความมืดมิดให้กับคนดู มันเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวในการได้สัมผัส แต่มันก็เป็นความสำเร็จที่งดงามในเรื่องของเทคนิกที่นำมาถ่ายทอด”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 พฤษภาคม, 2013, 02:21:21 PM โดย กุ้งสยาม »
พูดคุยกันเพิ่มเติม  081-615-8672

ออฟไลน์ Old Tube

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,295
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 08 พฤษภาคม, 2013, 08:40:17 PM »
 O0 ข้อมูลแจ่มจริงๆ ครับพี่กุ้งสยาม..... เชยเหลือๆ พิ่งได้ดูเมือคืน โดยรวมก็ถือว่าหนังได้โอเค แต่อารมณ์ที่หนังให้ยังไม่ถึงสะท้านสะเทือน อารมณ์ใจแบบสุดๆๆ เพราะเหตุจริงมันเป็นภัยพิบัติที่  น่าเศร้ามากกกกกครับ   :'(
oldtube
นายอุกฤษ เหมพิจิตร
184 อาคารฟอรั่ม ทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง แขวงห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
 tel.084-677-3599

ออฟไลน์ fifthheart

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 228
  • เพศ: ชาย
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 14 พฤษภาคม, 2013, 01:32:31 AM »
พี่กุ้ง

เหตุการณ์จริง ๆ น้ำกิน ยังจะไม่ค่อยจะมีเลย

จะเอาน้ำจากไหนมาอาบน้ำ ครับพี่น้อง

55555555555
Projector  :  Optoma HD20
Screen  :  Da-lite Fixed Screen 110"
AVR  :  Onkyo  TX- NR 3007
Bluray  :  Oppo BDP-93
HDD Player  :  Dune Base 3D
Front Speaker  : Klipsch RF62
Center Speaker  :  Klipsch RC62
Surround Speaker  :  Klipsch RB51
Sub Woofer  :  Infinity  Primus 212

ออฟไลน์ กุ้งสยาม

  • .
  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 798
  • เพศ: ชาย
    • .
Re: The Impossible ...ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็น
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 17 พฤษภาคม, 2013, 11:50:59 AM »
ลืมนึกถึงเรื่องที่คุณ fifthheart ว่ามาเลย  หายหน้าหายตาไปเลยนะครับ...
พูดคุยกันเพิ่มเติม  081-615-8672