ผู้เขียน หัวข้อ: มีใครใช้สายสัญญาณ สายลำโพง สายไฟ เป็นแบรนด์เดียวกันทั้งชุด...  (อ่าน 10402 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

สงสัย ว่าทำไมไม่เล่นแบบนี้ หรือใช้สายในการจูนเสียงเป็นจุดๆไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 กรกฎาคม, 2013, 10:47:56 PM โดย หมูอ่อนนุช »
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ GUNTAM

ผมเล่นไฟล์เพลง เรียงลำดับการใช้สายจากต้นสัญญาณนะครับ
1. สาย Firewire ต่อจาก Macbook Air เข้า Buffalo External HDD Firewire ใช้สาย AudioQuest Carbon (อีกสักพักจะเปลี่ยนเป็นรุ่น Diamond)
2. สาย Firewire ต่อจาก Buffalo External HDD Firewire ไปที่ Motu Ultralite MKIII Firewire&USB ใช้สาย AudioQuest Carbon
3. สาย COAX ต่อจาก Motu Ultralite MKIII Firewire&USB ไปที่ DAC ของ Poem ใช้สายของ Poem ครับ แกนเป็นเงินถัก ชิลด์เป็นทองแดง (เป็นสายที่นำแกนและชิลด์มาประกอบกันขึ้นเองเป็นสายครับ)
4. สาย RCA ต่อจาก Poem DAC ไปที่ แอมป์หลอด 3W ของ Poem ใช้สายของ Poem ครับ เป็นแบบแกนและชิลด์เป็นทองแดง ผมเลือกใช้แบบนี้เพื่อให้เสียงที่กลมกลืนครับ ไม่ต้องการเน้นเสียงด้วยเงินแล้ว
5. สายลำโพงยังไม่ได้ทำครับ ใช้สาย Hitashi ไปก่อน เพราะเป็นทองแดง LC OFC

ออฟไลน์ nammm

สายสัญญาณ กับ สายลำโพง ผมใช้ยี่ห้อเดียวกันครับ  ใช้ของ vampire AI II กับ  STII

ออฟไลน์ GUNTAM

ผมกับที่ Poem ก็ทดลองจับแมทสาย Firewire ผลลัพท์ก็ออกมาดีครับ เพราะต้องใช้สาย 2 เส้นในระบบ
อย่างสาย Firewire Oyaide D+ ที่ให้เสียงได้สะอาด แต่Attackน้อย  ก็ใช้คู่กับสาย AudioQuest Carbon ที่ให้ปลายเสียงและน้ำหนักดี รวมกันแล้วก็ได้ทั้งความสะอาด และยังมีปลายเสียงที่คมชัด และAttackครับ

ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,839
  • Total likes: 0
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
ข้าน้อย  เลือกใช้ที่
เนื้อวัสดุ  เกรดวัสดุ    ฉนวน   และโครงสร้าง  เพื่อผลลัพท์ที่สอดคล้องสมดุลย์(ในการรับรู้และพอใจของตน)ครับ


แบร็นด์เป็นเรื่องรอง
...........................บ่อยครั้งพบว่า  ต่างแบร็นด์ เป็นทีมที่ดีกว่า  พอพิจารณาลงลึกพบว่า  มันเข้าข่ายที่สรุปไว้ข้างต้น


แบร็นด์เดียวกัน.......ทั้งหมด  ทำให้แหล่ไปทางใดทางหนึ่ง  ไม่มีการเบ่งบานด้านคุณภาพหลายแง่มุมที่สมดุลย์กัน ก็พบเช่นกัน

หลังๆจึง  ได้ค้นหาในเรื่องการสอดคล้องประสานงานกันออกมาดีมากกว่า  ชื่อชั้น..........ซึ่งมักทำให้เราปีนป่ายมองแต่เบื้องสูง :drive1 :drive1 :cold :cold
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262

ออฟไลน์ nuummie

เคยใช้ Kimber, D.H.Labs กับ Blue Jeans ที่เป็นสายสัญญาณกับสายลำโพงคู่กันครับ 

ส่วนตัวผมดู spec วัสดุ ค่าทางไฟฟ้ามากกว่ายี่ห้อครับ  สายสัญญาณดู capacitance ต่ำ  shield ดี สายลำโพงดู resistance ต่ำ

ล่าสุดกลับชอบสาย Blue Jeans ที่ราคาถูกสุดครับ  ลงตัวมาปีกว่าๆแล้ว  ไม่คันอีกเลยครับ

สายไฟยังไม่เคยใช้ยี่ห้อเดียวกันกับสายสัญญาณกับสายลำโพงครับ

 :D :D :D

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

ผมยังคิดจะใช้ สายสัญญาณแบรนด์เดียวกันทั้งระบบในชุด..แต่ฟังจากหลายๆท่านว่าดูเหมือนการใช้สายในระบบต่างค่าย ต่างรุ่นเพื่อจูนเสียงและชดเชยผสมผสานแนวให้ลงตัวอย่างที่ต้องการ
ปัญหาคือการลองฟังก่อนซื้อ ทั้งระบบ ทำได้ค่อนข้างยาก..ต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆกว่าจะเจอสิ่งที่ถูกใจ K]
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
อันนี้แล้วแต่ค่ายครับ  อย่างทรานเวลาผู้ผลิตเขาจูน เขาจะจูนด้วยทรานทั้งเช็ต  อีกนัย อาจจะมีการชดเชยตัวนั้นใส่ตัวนี้   และผลลัพท์ก้ตามที่คาดครับ  ผมเคยเอาสายทรานไปลองบ้านเพื่อน  ใส่เข้าไปทีละเส้น ๆ จนครบ  แล้วถอดออกใส่สายเก่ากลับทั้งหมด   ไม่น่าเชื่อว่า เสียงที่อิ่มเต็มห้อง หายกลายเป็นกระจุกเหมือน ฟัง มินิคอมโปเลย    สุดท้ายเพื่อนผมก็โดนทรานทั้งชุด    ผมเองก็ใช้ทั้งชุด  เคยเอาสายอื่นมาลองใส่  แต่มันได้อย่างและเสียงอย่างเสมอ แต่พอใช้กับทรานเองไอ้สิ่งที่ขาดๆเกินๆมันหายไป  เหลือแต่ความเป็นดนตรี   ฟังดูอาจจะโอเวอนะครับ  แต่ผมว่าถึงจะโอเวอร์ แค่ไหน คุณลองถามตัวคุณก่อนว่า  ถ้าจะซื้อสายลำโพงราคาคู่ละ 1 ล้านบาท  กับ สายสัญญาณ xlr จากปรีไปเพาเวอร์  อีก1 คู่ คู่ละ 1 ล้านบาท และไม่รวมสายอื่นๆ ในระบบ รวมๆ  4 ล้าน (เฉพาะสาย) ต้องคิดกี่ตลบ  ซึ่งผมทำไปแล้ว  สาย 4 ล้าน ใช้กับลำโพง 4 แสนกว่า   บางคนอาจจะบอกว่าเอาเงินไปซื้อลำโพง 4 ล้านดีกว่า
แต่ผมก็ของบอกว่า ผมเองก็ลองสายมาพอสมควร ไม่จำกัดค่าย จำกัดวงเงิน  แต่ทำไมต้องยี่ห้อเดียวทั้งชุด   ของแบบนี้ต้องลองฟังครับ   ผมเคยเล่นแร่แปลธาตุ จับสายนั้นมาใส่อันนี้  บอกตรงๆบางทีมันก็หลงทาง  แต่มันก็สนุกอีกแบบ  แต่พอเราฟังดนตรีจริงๆ แล้วเราจะรู้เองว่าเราต้องการอะไร  และก็เป็นเหตุผลของสายสี่ล้าน กับลำโพงสี่แสน  ตอบง่ายๆ ว่าผมชอบ  จริงๆอยากหาลำโพงดีกว่านี้แต่ยังไม่เจอที่เปิดมันส์ได้แบบนี้ เท่านั้นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 กรกฎาคม, 2013, 09:01:58 AM โดย b3344 »

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

เรื่องสายสัญญาณนี่ก็เป็นปัญหาโลกแตกที่เถียงกันมา 30กว่าปี ตั้งแต่ยุคสายมอนสเตอร์ ปฏิวัติความเชื่อเรื่องสายสัญญาณในระบบเครื่องเสียง
ทั้งที่หลักการแล้ว..สายที่ดีต้องไม่มีบุคลิกเสียงในตัวเอง
ทำหน้าที่เชื่อมต่อส่งผ่านเท่านั้น..
แต่ในทางปฏิบัติ..สายทั้งหลายกลับทำหน้าที่เป็น..ผงชูรส ในชุดเครื่องเสียง

แต่ว่า..จะมีซักกี่คนครับ ที่มีโอกาสได้เล่นได้ลองอย่างคุณเบ๊นซ์..
และดูจากชุดระดับโลก หลายๆชุดก็ใช้สายสัญญาณค่ายเดียวทั้งชุด เพียงแต่จะใช้ค่ายไหนเท่านั้น
ขอบคุณในข้อคิดจากทุกๆท่านครับ..เป็นประโยชน์มากๆ
แต่ทุกวันนี้ ส่วนตัวผมรู้สึกว่าการตั้งราคาสายสัญญาณ มันโอเวอร์ไปมาก
เมื่อดูจากต้นทุนผลิตแล้ว..ค่าวิชาฝรั่งมันแพงมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 กรกฎาคม, 2013, 09:30:44 AM โดย หมูอ่อนนุช »
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ nang kang-pla

  • ทำวันนี้ให้ดีเพื่อวันพรุ้งนี้ และอย่าทำวันนี้ไม่ดีเหมือนเมื่อวาน
  • *****
  • กระทู้: 973
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
ของทุกอย่างมันขึ้นกับความลงตัวครับไม่จำป็นจะต้องเหมือนกัน ในเมื่อระบบของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน แถมยังชอบเสียงไม่เหมือนกันอีก สายถูกๆอาจดีกว่าสายแพงๆมีถมไป เมื่อมันอยู่ในชุดที่ลงตัว เชื่อในหูของตัวเองอย่าเอาราคามาใส่ในการจินตนาการเรา ถ้าของแพงมันดีจริง ทำไมเรื่องนี้มันไม่จบซักที่ และของแพงไม่ใช่จะไม่ดีนะ
ส่วนตัวผมลองมาก็หลายเส้นนะ มันก็ดีครับสายดีๆแพงๆ แต่สำหลับผม(ตัวผมเองนะ)มันแพงเกินไป ผมจึงหันมาทำสายฟังเองอาจจะไม่ถูกใจใครแต่ตัวเองได้ฟังแล้วมันเคลิ้มก้พอแล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 กรกฎาคม, 2013, 09:44:42 AM โดย nang »
เลขบันชีและที่อยู่ครับ>>>http://www.htg2.net/index.php?topic=42109.0

ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ สิ่งที่ทำไม่ได้คือยังไม่ใด้ทำ

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
เหมือนข้างบนครับ  ทุกอย่าง ไม่มีกฏเกณฑ์ เราเลือก เสพ ได้ตามความพึงพอใจ จะเหมือนกัน ต่างกัน ไม่มีใครมาชี้บอกว่าแบบนี้ผิดนะ แบบนั้นถูก ๕๕๕ เรื่องของตู แะหูตู คนอื่นไม่เกี่ยว (จะเกี่ยวก็ตรง ให้เรายืมเส้นสายมาลองครับ  ^-^)

ผมใช้สายสัญญานยี่ห้อเดียวกัน สายไฟอีกยี่ห้อแต่ใช้เหมือนกันทุกจุดต่างกันที่ขนาดสาย สายลำโพงก็อีกยี่ห้อครับ   c)
Simple is my Way

ออฟไลน์ hongkongface

  • *****
  • กระทู้: 756
  • Total likes: 0
  • อยากกินทีรามิสุ
เป็นสิ่งที่อยากทำมากตอนนี้ครับ
แต่ปัญหาคืองบ เพราะสายแบรนด์เดียวกัน ซีรี์ย์(รุ่น)เดียวกัน
แต่ละเส้นราคาต่างกันมาก โดยเฉพาะสายลำโพงสำเร็จ บางทีก็สายไฟ
ทำให้เวลาจะซื้อแล้วรู้สึกไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ในสเป็คใกล้เคียงกัน
สุดท้ายก็เลยเน้นคุ้มตังค์ แล้วยำเอาครับ :D
http://www.htg2.net/index.php?topic=63083.0 HONGKONGROOM @ HTG2 / http://www.htg2.net/index.php?topic=53284.0 ฮ่องกงที่ผ่านไป

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

อีกอย่างที่ผมสงสัยคือ..สายสำเร็จกับสายสั่งตัดและเข้าหัวเองที่เมืองไทย
อันไหน มันคุ้มกว่ากัน และคุณภาพมันต่างกันแค่ไหน ระหว่างช่างไทยกับช่างฝรั่ง
โดยส่วนตัวผมคิดว่าสายสั่งตัดเข้าหัวเองในเมืองไทยน่าจะคุ้มกว่ามาก
ปัญหาคือมีสายคุณภาพสูงๆแบบสั่งตัด หรือไม่..?
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ Karin Preeda

ถ้าใช้อุปกรณ์ในการตัดและเข้าหัวแบบเดียวกันก็ควรจะเหมือนกันครับ

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
สายตัด หรือนำเข้า ถ้าเอากันจริงๆ ตามทษฎี ก็ต่างแน่นอน  ครับ ตะกั่วที่ใช้  เท็คนิคการปอกสาย   อย่างพวกสาย monster ตามเท็คนิคจริงๆ เวลาเข้าหัว  จะตัด 45 องศาเพื่อเพิ่มหน้าตัดการรับสัญญาณ    แต่ช่างบ้านเราก็ตัดแล้วเชื่อมแต่ขอบๆ  หลังมาผมก็เชื่อแบบด่วนๆก็ไม่มีเวลาตัด 45 องศา 5555   แต่ฟังออกหรือเปล่าก็อีกเรื่อง ยิึ่งบางกลุ่มบ้าตะกั่ว  บ้าหัว RCA บอกเสียงนั้นเสียงนี้  ผมเองก็ไม่ค่อยได้ลองจังๆ นัก คาดว่าน่าจะมีผลอยู่บ้าง แต่กลัวเป็นบ้าซะก่อน  เลยหาพวกอะไรหน้าตาหล่อๆ แข็งแรงๆ ชุบทอง หรือ wbt มาตรฐาน จบแล้ว  ซีเรียสมาก เดี๋ยวหงอกก่อนวัย 

ต่อมาสายแบบพวกมีกระเปาะหรือกล่อง  ต่าง  นี่ไม่ต้องคิดครับ ยังไงก็ต่าง  เพราะไอ้การะเปาะ เราไม่รู้ว่าเขาใส่อะไรเข้าไป ถึงรู้ ก็อาจจะไม่รู้ know how ว่าใส่ตรงตำแหน่งไหนของสาย หรือ ใช้ L CR ยี่ห้อไหน 
ผมซื้อสายไฟทรานมาลองประกอบเอง ใช้หัว แบบของแท้ทุกอย่าง  ต่างแค่ไม่มีกระเปาะ   น้ำเสียงโดยรวม เหมือนกัน แต่ ความสงัด และ ความชัดเจนคนละเรื่อง เพราะไม่มีกระเปากรอง noise นั่นเอง 

สรุปว่า ถ้าเป็นสายไม่มีกระเปาะ  ถ้ามาตัดต่อเองคงไม่ต่าง หรือต่่างก็ฟังออกยาก   ส่วนสายมีกล่องหรือ กระเปราะ ก็ไม่ต้องห่วงต่างกันชัดเจน   ลองมาแล้ว อิอิ

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

สายตัด หรือนำเข้า ถ้าเอากันจริงๆ ตามทษฎี ก็ต่างแน่นอน  ครับ ตะกั่วที่ใช้  เท็คนิคการปอกสาย   อย่างพวกสาย monster ตามเท็คนิคจริงๆ เวลาเข้าหัว  จะตัด 45 องศาเพื่อเพิ่มหน้าตัดการรับสัญญาณ    แต่ช่างบ้านเราก็ตัดแล้วเชื่อมแต่ขอบๆ  หลังมาผมก็เชื่อแบบด่วนๆก็ไม่มีเวลาตัด 45 องศา 5555   แต่ฟังออกหรือเปล่าก็อีกเรื่อง ยิึ่งบางกลุ่มบ้าตะกั่ว  บ้าหัว RCA บอกเสียงนั้นเสียงนี้  ผมเองก็ไม่ค่อยได้ลองจังๆ นัก คาดว่าน่าจะมีผลอยู่บ้าง แต่กลัวเป็นบ้าซะก่อน  เลยหาพวกอะไรหน้าตาหล่อๆ แข็งแรงๆ ชุบทอง หรือ wbt มาตรฐาน จบแล้ว  ซีเรียสมาก เดี๋ยวหงอกก่อนวัย 

ต่อมาสายแบบพวกมีกระเปาะหรือกล่อง  ต่าง  นี่ไม่ต้องคิดครับ ยังไงก็ต่าง  เพราะไอ้การะเปาะ เราไม่รู้ว่าเขาใส่อะไรเข้าไป ถึงรู้ ก็อาจจะไม่รู้ know how ว่าใส่ตรงตำแหน่งไหนของสาย หรือ ใช้ L CR ยี่ห้อไหน 
ผมซื้อสายไฟทรานมาลองประกอบเอง ใช้หัว แบบของแท้ทุกอย่าง  ต่างแค่ไม่มีกระเปาะ   น้ำเสียงโดยรวม เหมือนกัน แต่ ความสงัด และ ความชัดเจนคนละเรื่อง เพราะไม่มีกระเปากรอง noise นั่นเอง 

สรุปว่า ถ้าเป็นสายไม่มีกระเปาะ  ถ้ามาตัดต่อเองคงไม่ต่าง หรือต่่างก็ฟังออกยาก   ส่วนสายมีกล่องหรือ กระเปราะ ก็ไม่ต้องห่วงต่างกันชัดเจน   ลองมาแล้ว อิอิ

555 ไอ้พวกกะป๊อ ทั้งหลายนี่ตัวดีนักแล...แพงโคตๆทั้ง Trans กะ MIT
พวกราคามหาโหดพวกนี้..ต้องลองฟังกับชุดเราสถานเดียว...ถ้าฟังไม่เห็นความต่างก็นับว่าเป็นบุญ ไม่ต้องเสียตังค์.. Y]
ราคาเบาๆยังพอจะวัดดวงซื้อมาลองก่อนได้..สายไฮเอ็นด์ นี่ถ้าไม่ได้ลองฟังก่อนซื้อ..จ่ายไม่ลงเหมือนกัน...กลัวถูกฝรั่งหลอกขายฝันด้วยรูปลักษณ์จิงๆ
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ nuummie

ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่าราคาสาย audiophile มันหลุดโลกมาก  ค่าวิชาที่ต้องจ่ายอาจจะเป็นวิชาการตลาดกับค่าปรุงแต่งเสียงให้ถูกหู  ไม่ใช่วิชาการส่งสัญญาณไฟฟ้าให้ตรงต่อต้นตอสัญญาณกับ loss น้อยที่สุด  

พี่หมูลองดูสาย DH Labs เขามีแบบแบ่งขายเป็น Bulk cable กับสั่งตัดตามความยาวที่ต้องการ  ซื้อเยอะๆ e-mail ไปต่อราคาดูได้ครับ  ผมซื้อ Alon 1 จากนาย Arnie ผู้ก่อตั้ง Audiogon สมัยเขายังเปิดร้านขายเครื่องเสียง  แกบอกผมว่าสายที่เดินภายใน Alon กับสายลำโพง Black Orpheus OEM โดย DH Labs เจ้าของเขาเป็นวิศวะจบด้านสายสัญญาณโดยตรง  ผลิตสายเอง  และเน้นการทำตลาดแบบปากต่อปากจากนักเล่น  

http://silversonic.com

http://www.6moons.com/audioreviews/dhlabs/paul.html

ทาง Bluejeans ก็ประกอบสายสัญญาณคุณภาพสูงที่ผลิตโดย Belden และแบ่งขายเป็น Bulk cable กับสั่งตัดตามความยาวที่ต้องการได้ครับ

http://www.rawcable.com/

http://www.bluejeanscable.com/store/audio/index.htm

http://www.bluejeanscable.com/store/balancedaudio/index.htm

ทาง Blue Jeans ใช้เครื่องมือที่ดีในการเข้าหัวครับ ดูวิดิโอตรงนาทีที่ 3:00 กับนาทีที่ 7:50

<a href="http://www.youtube.com/v/Q4jbqqv7pII?version=3&amp;amp;hl=en_US&amp;amp;rel=0" target="_blank" class="new_win">http://www.youtube.com/v/Q4jbqqv7pII?version=3&amp;amp;hl=en_US&amp;amp;rel=0</a>

สายลำโพงเห็นนักเล่นหลายคนไปเล่น Van Damme ที่ทาง ​B&W เดินสายภายใน และแบ่งขายเป็น Bulk cable เหมือนกันครับ  หลายท่านก็ลองใช้สาย professional ของ Mogami แล้วได้ผมลัพท์ที่ดีครับ

 :D :D :D

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กรกฎาคม, 2013, 10:08:30 AM โดย nuummie »

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

ผมก็รู้สึกเช่นเดียวกันว่าราคาสาย audiophile มันหลุดโลกมาก  ค่าวิชาที่ต้องจ่ายอาจจะเป็นวิชาการตลาดกับค่าปรุงแต่งเสียงให้ถูกหู  ไม่ใช่วิชาการส่งสัญญาณไฟฟ้าให้ตรงต่อต้นตอสัญญาณกับ loss น้อยที่สุด 



รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ..สายมันเปลี่ยนเสียงได้มากขนาดนั้น จริงหรือ..ถ้าเปลี่ยนมากหมายความว่ามันถูกต้องตามแหล่งกำเนิด หรือมันใส่สีสรรที่ถูกหูเราเข้าไป ?

แต่ของแบบนี้แล้ว..ที่สุดมันจบที่ความพอใจของแต่ละคน..ไม่มีถูกมีผิดมันของฟุ่มเฟือยด้วยกันทั้งนั้น :)
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
ผมกลับเห็นต่าง เพราะสายออดิโอฟาย ต่างพยายามหาตัวนำต่างๆ ไม่ว่าจะเงินทอง อลูมินัม มาทำสายเพื่อได้สัญญาณ loss น้อยสุด  แล้วปรุงแต่ง เสียงด้วยกล่องต่างๆ  
ไม่พอบางค่ายยังใช้เรื่องของ  geometry ของสายมาช่วยในการเรียงความถี่   อย่าง shunyata ที่ใช้การตีเกลียว    ส่วน nordos ที่ทำให้สายให้แบน   หรือคาดาสที่ใช้สายหลายขนาด พันแบบก้นหอย  มอนสเตอร์ ใช่ตัวนำต่างชนิดต่างขนาด แถมตีเกลียว ย่น และเพื่ม ระยะเวลาทุ้มกลางแหลม   หรือmit ที่ใช้ multi pole  เพื่อเพิ่มลดความถี่  หรือจะ cadas ที่ใช้การรีบทองแดงรอบที่สองที่ให้อนุภาคของทองแดงเรียงตัวและนำความถี่ได้ดีขึ้น
ไม่รวมเท็คโนโลยีสายเงินของพวก ญี่ปุ่นที่เขาเล่นกันอีก    ส่วนเครื่องมือตัดสาย เข้าหัว  โรงงานเมืองจีนก็ใช้เครื่องแบบนี้หมดล่ะครับ  ทันสมัยกว่านี้ด้วย  แทบจะใช้หุ่นยนหมดแล้ว มีแต่พวกฝรั่งล่ะที่ยังใช้คนบัดหรีอยู่   แต่เป็นผมไม่ซื้อสายตานี่เด็ดขาด เพราะแค่เอามือจับทองแดง คราบนิ้วมือก็ทำให้เกิด อ๊อกไซด์แล้ว  อิอิ  แถมสายที่ใช้ก็ canare   belden  ธรรมดา ผมมีเยอะ เพราะสั่งมาใช้งานงาน  PA ที่ละหลายสิบขด เคยเอามาลองฟังมันก็ดังตามราคาล่ะครับ  ใครอยากลองไปนัฐพงบ้านหม้อก็สั่งได้ครับ  ส่วน canare 4e6 สั่งมหาจักรครับ  แต่ก่อนเมตร 25 บาท ต่อมา 40 ตอนนี้เมตรละ 80 แล้ว เดินสายไมค์ 100 เมตรสบายครับ แต่เสียงจะแห้งๆหน่อย  ผมเคยเทียบกัย monster  i400 ยังไม่กิน monster  เลย อย่างว่าล่ะสายมันออกแบบมาใช้งานคนละแบบ  hifi กับ PA มันก็คนละ concept แล้ว     PA ยาวๆ ถูกๆ ทน     hifi สั้นๆ แพง ไม่ต้องทน

ผมว่าลองศึกษาก่อนสรุปดีมั้ยครับ









จริงอยู่บางที่ก็มีสายบางบริษัทที่ใช้สายธรรมดาๆ  แต่ดันให้เสียงดี  หรือหาสายยี่ห้อหนึ่ง มาแล้วมาหุ้มตีตราเป็นของตัวเอง  ทั้งที่บางทีอาจจะเกิดจากความฟลุ๊ค  แต่บริษัทพวกนี้ก็ไปได้ไม่นาน   พวกที่อยู่นานส่วนมากจะมีเครื่องทดลอง และมีเท็คนิคของตัวเองทั้งนั้น  ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วย    แต่เรื่องการตลาดอันนี้เห็นด้วยว่า  ราคาสายปัจจบันแพงมากกว่าเครื่อง ผิดกับแต่ก่อน  ที่ เครื่อง 90  สาย 10% ตอนนี้เครื่อง 50 % สาย 50%  หรือมากกว่า

อย่างว่าล่ะครับ เมื่อออดิโอฟายมาถึงสุดทางรัก  เมื่อ แอม ลำโพงมาสุด แล้ว ถ้าอยากให้เสียงมันไปกว่าเดิมได้อีก มันก็หนีไม่พ้นสาย   คำถามก็คือถ้าคุณไปไหว จะไปไหม????

พวกสายที่เขาพวกว่าดีๆๆๆๆ   จริงๆแล้วดีแบบไหนล่ะ  ผมตอบได้สายทุกยี่ห้อในโลกดีหมดล่ะครับ เพียงแต่เราชอบมั้ย      แต่ไอ้ที่ดีๆ  ดีแบบไหน  คนพพูดเคยเทียบแบบ AB test มั้ย    ผมเป็นคนที่ชอบ AB test มาก
เพราะการจะลงทุนอะไรมันหมายถึงการสร้างบ้าน  ถ้าฐานรากไม่ดี  บ้านก็ไม่มั่นคง  เปรียบกับระบบเครื่องเสียงล่ะครับ  

คนทำสายก็มีหลายอาชีพ   นักขาย นักธุรกิจ  หมอ ทนาย วิศวะ นักดนตรี   แต่ก็ใช่ว่า วิศวะ จะเข้าใจดนตรี  และก็ใช่ว่า นักดนตรีจะเข้าใจเท็คนืคการทำสาย    

ที่เขียนมายาว  อยากจะบอกว่า การจะทดสอบอะไรก็ตามเราต้องมีใจเป็นกลาง  จะรู้ว่าของดีไม่ดีเป็นยังไง  คุณต้องหาของทั้งดีและไม่ดีมาฟัง  เราถึงจะบอกได้ว่าอันไหนดีอันไหนไม่ดี  เรื่องที่น่ากลัวสุดของเครื่องเสียงคือเมื่อเราปล่อยให้ความเชื่อเข้าครอบงำ   ของทุกอย่างในโลกมีดีมีไม่ดี  แต่ผมก็เชื่อว่า ถ้าของไม่ดีจริง  มันหลอกขายฝรั่งกันเองไม่ได้หลอก  คงพับเสื่อแต่อยู่เมื่องนอกแล้ว  ไม่มาถึงบ้านเราหรอก  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ต้องลองและเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ครับ  ผมพร้อมขายสายราคาหลายล้านทิ้ง  ถ้ามีสายที่ราคาไม่กี่หมื่น ไม่กี่พัน ที่ใส่แล้วดีกว่า หรือ ผมชอบกว่า  ของดีไม่กลัวอยู่แล้ว  

และท้ายสุดเรื่องที่ลืมไม่ได้ของเครื่องเสียงคือ การ matching system ครับ  ไม่มีถูกหรือผิด  ขอให้ลงตัว ฟังแล้วเราชอบ  ตังกู จบ อิอิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กรกฎาคม, 2013, 11:44:10 AM โดย b3344 »

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
กว่าผมจะมาถึงวันนี้  ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ผมเองไม่เชื่อเรื่องสายไฟหรือปลั๊กอะไรเท่าไหร่  เดินในงานเจอสาย อนาคอนด้า ยังคุยกับคนขาย มันจะมีคนบ้าซื้อหรือ  สายไฟเส้นละเกือบแสน  รู้ตัวอีกทีตอนเขาให้ยืมมาเสียบบ้าน
โดนไปไปสามเส้นทีเดียว  แต่ละหว่างนั้นก้มีกองทัพงูอีกนับไม่ถ้วน มารองเทียบ  จากนั้นไปเจอสายลำโพงตะพาบน้ำ opus ถามราคามีถึงช๊อค  ไอ้สายราคาขนาดนี้มันมีคนบ้าซื้อด้วยเหรอ  เสียงดีจริง เหรอ หรือมันแค่ตั้งราคาแพงๆ เพื่อขายแพง ให้พวกเศรษฐีหน้าโง่มาซื้อ  ดูไปก็เราะเยอะเย้ยคนที่ซื้อไป  ก็ไม่คิดหรอกครับ ว่า ไอ้น้ำลายที่ถุยขึ้นฟ้า มันกลับหล่นใส่หน้าตัวเอง    ชีวิตคนเรา โตขึ้น แก่ขึ้น ฉลาดขึ้น และโง่ลง  แต่ประสพกาณ์จะเยอะขึ้น
บางที่การที่เขาบอกว่า ไม่ลองไม่รู้ ไม่ดูไม่เห็น มันก็เป็นคำที่ใช้ได้เสมอ  

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

กว่าผมจะมาถึงวันนี้  ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ผมเองไม่เชื่อเรื่องสายไฟหรือปลั๊กอะไรเท่าไหร่  เดินในงานเจอสาย อนาคอนด้า ยังคุยกับคนขาย มันจะมีคนบ้าซื้อหรือ  สายไฟเส้นละเกือบแสน  รู้ตัวอีกทีตอนเขาให้ยืมมาเสียบบ้าน
โดนไปไปสามเส้นทีเดียว  แต่ละหว่างนั้นก้มีกองทัพงูอีกนับไม่ถ้วน มารองเทียบ  จากนั้นไปเจอสายลำโพงตะพาบน้ำ opus ถามราคามีถึงช๊อค  ไอ้สายราคาขนาดนี้มันมีคนบ้าซื้อด้วยเหรอ  เสียงดีจริง เหรอ หรือมันแค่ตั้งราคาแพงๆ เพื่อขายแพง ให้พวกเศรษฐีหน้าโง่มาซื้อ  ดูไปก็เราะเยอะเย้ยคนที่ซื้อไป  ก็ไม่คิดหรอกครับ ว่า ไอ้น้ำลายที่ถุยขึ้นฟ้า มันกลับหล่นใส่หน้าตัวเอง    ชีวิตคนเรา โตขึ้น แก่ขึ้น ฉลาดขึ้น และโง่ลง  แต่ประสพกาณ์จะเยอะขึ้น
บางที่การที่เขาบอกว่า ไม่ลองไม่รู้ ไม่ดูไม่เห็น มันก็เป็นคำที่ใช้ได้เสมอ  


ความเห็นหรือประสพการณ์ของคุณ เบ๊นซ์ เป็นสิ่งที่มีค่าและประโยชน์มากในสายตาผมที่ผ่านมา
เพราะ..ลองจริง..และพูดตรง...อาจจะถูกใจใครบ้างไม่ถูกใจใครบ้าง ก็เป็นธรรมดาโลก

ประสพการณ์บางอย่าง มันก็คงต้องลองเองและเกิดขึ้นเฉพาะตัว..บางทีก็อธิบายให้คนอื่นฟังยาก
เพราะสภาพแวดล้อม ชุดอุปกรณ์..และที่สำคัญประสพการณ์ในการฟังมันแตกต่างกัน

แต่คุยกันแบบนี้สนุกดีครับ..ได้เปิดโลกทัศน์ like like like
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ nuummie

เรื่องเห็นต่างเป็นสิ่งที่ดีและควรจะมีครับ  เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองหลักคิด หลักการตัดสินใจไม่เหมือนกันครับ  

ผมมีมุมมองว่าสายมีหน้าที่เชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่ง  โดยให้มีการสูญเสียของสัญญาณต้นตอให้น้อยที่สุด  งบประมาณส่วนใหญ่ของการเล่นเครื่องเสียงเลยลงไปที่อุปกรณ์หลัก

สายแพงมากๆเลยถูกตัดออกโดยมุมมองนี้ครับ  เพราะสายที่ spec ที่ต้องการความสูญเสียต่ำมาก (ultra low loss) ที่ใช้ในงาน military หรือ medical ก็ไม่ได้ราคาแพงมากครับ

http://tempflex.com/products  ดูจากเทคโนโลยีการผลิตแล้ว Nordorst น่าจะให้เจ้านี้ OEM ให้ครับ  ผมเคยสั่งซื้อสายของเจ้านี้มา DIY เองก็ตกเมตรไม่กี่ร้อยครับ


ที่ผ่านมาผมเคยใช้สายที่อยู่ใน audiophile grade พวก Kimber, Straight wire, Furutech, Oyaide, Monster, DH Labs, Van den Hul, Eagle ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มี sound signature ของตนเอง  ก็จับมา match ตามความชอบ

สาย professional ก็เคยลอง Belden, Canare, Mogami ซึ่งที่ผ่านมา ความถูกหูก็มีน้อยกว่าสาย audiophile grade แต่ก็อาจจะเป็นรุ่นที่ผมเลือกใช้ในอดีต

ก่อนจะมาเล่นสายสัญญาณ Bluejeans ผมลองซื้อสาย HDMI เขามาเล่นก่อน  เปรียบเทียบกับตัว Top ของค่ายญี่ปุ่นตัวหนึ่งกับตัว Top ของค่ายอังกฤษ ที่แพงกว่า 10 กว่าเท่า  ผมไม่เห็นข้อแตกต่างอย่างมีนัย  

ก็เลยลองสั่งสาย RCA กับ XLR ของ Bluejeans มาลองเล่นดู  เทียบกับสายที่แพงกว่าเป็น 10 ถึง 30 เท่าที่ใช้อยู่  Bluejeans ทำได้ดีกว่าในระบบผมจนผมงง  เลยเป็นที่มาของการแนะนำยี่ห้อนี้ครับ

ผมอ่านเวปของ Bluejeans ก็รับรู้ได้ถึงการให้ข้อมูลเชิงวิชาการจริงๆ  ตรงไปตรงมา  เทียบกับเวปของสายราคาแพงมากๆหลายๆเวป  ที่ผมเห็นเป็นศัพท์แสงที่ไม่ได้เป็นศัพท์มาตรฐานในทางวิทยาศาสตร์  

แต่เป็นการเขียน copy ให้ดูเหมือนเป็นวิทยาศาสตร์ครับ

ผมมาลองคิดๆดูโครงสร้างต้นทุนของสาย Bluejeans ที่ซื้อตรง  กับสาย audiophile ที่ผมเคยซื้อที่คุณภาพใกล้เคียงกัน  ผมกำลังจ่ายอะไร

ฺBluejeans: ค่าสาย + ค่าใช้จ่ายและกำไร ของ BJ + ค่าขนส่ง + ภาษี

สาย Audiophile: ค่าสาย + ค่าบรรจุภัณฑ์ + ค่าใช้จ่ายและกำไรของ brand นั้น + ค่าโฆษณาในต่างประเทศ + ค่าขนส่ง + ภาษี + ค่าใช้จ่ายและกำไรของผู้นำเข้า + ค่าใช้จ่ายและกำไรของร้านค้า + ค่าโฆษณาในประเทศ

พอคุณภาพอยู่ใน league เดียวกันก็เลยตัดสินใจไม่ยาก  และถ้ามีโอกาศ  ก็แนะนำให้นักเล่นลองหามาเล่นดูครับ

 :D :D :D





  

  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กรกฎาคม, 2013, 04:21:04 PM โดย nuummie »

ออฟไลน์ GUNTAM

เพื่อนที่ทำห้องอัด บอกว่าห้องอัดระดับไฮเอนด์ มีการใช้สายที่เป็นทองคำด้วย เส้นนึงหลายแสน และหลังจากติดตั้งไปแล้วห้ามเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เด็ดขาด เพราะสายอาจขาดใน และเสียงเปลี่ยนไปด้วย แม้แต่ห้องอัดยังมีคาแรคเตอร์เสียงครับ ต้องจับแมททั้งปรีไมค์ ปรีมิค พาวเวอร์แอมป์ ตัวกรองไฟ สายสัญญาณ แต่แมทแล้วจบทีเดียวเลย ส่วนเครื่องเสียงบ้านเขาเรียกว่าเป็น Color ครับ คือต่างอุปกรณ์ก็ต่างเสียงเลย จะเซทให้กลับมาได้ยินเสียงจากแผ่นเดิมๆยากมาก

ตอนนี้ลองสาย Firewire Diamond ของ AudioQuest ลองใช้ในระบบพร้อมกัน 2เส้น แล้วมันเน้นเสียงไปหน่อย สะอาด เข้ม แต่ฟังไม่ค่อยสบายหู สุดท้ายใช้ Diamond กับ Carbon ลงตัวที่สุดครับ และห้ามสลับตำแหน่งกันด้วย

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
เรื่องเห็นต่างเป็นสิ่งที่ดีและควรจะมีครับ  เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองหลักคิด หลักการตัดสินใจไม่เหมือนกันครับ  

ผมมีมุมมองว่าสายมีหน้าที่เชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าจากอุปกรณ์หนึ่งไปอีกอุปกรณ์หนึ่ง  โดยให้มีการสูญเสียของสัญญาณต้นตอให้น้อยที่สุด  งบประมาณส่วนใหญ่ของการเล่นเครื่องเสียงเลยลงไปที่อุปกรณ์หลัก

สายแพงมากๆเลยถูกตัดออกโดยมุมมองนี้ครับ  เพราะสายที่ spec ที่ต้องการความสูญเสียต่ำมาก (ultra low loss) ที่ใช้ในงาน military หรือ medical ก็ไม่ได้ราคาแพงมากครับ

http://tempflex.com/products  ดูจากเทคโนโลยีการผลิตแล้ว Nordorst น่าจะให้เจ้านี้ OEM ให้ครับ  ผมเคยสั่งซื้อสายของเจ้านี้มา DIY เองก็ตกเมตรไม่กี่ร้อยครับ


ที่ผ่านมาผมเคยใช้สายที่อยู่ใน audiophile grade พวก Kimber, Straight wire, Furutech, Oyaide, Monster, DH Labs, Van den Hul, Eagle ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มี sound signature ของตนเอง  ก็จับมา match ตามความชอบ

สาย professional ก็เคยลอง Belden, Canare, Mogami ซึ่งที่ผ่านมา ความถูกหูก็มีน้อยกว่าสาย audiophile grade แต่ก็อาจจะเป็นรุ่นที่ผมเลือกใช้ในอดีต

ก่อนจะมาเล่นสายสัญญาณ Bluejeans ผมลองซื้อสาย HDMI เขามาเล่นก่อน  เปรียบเทียบกับตัว Top ของค่ายญี่ปุ่นตัวหนึ่งกับตัว Top ของค่ายอังกฤษ ที่แพงกว่า 10 กว่าเท่า  ผมไม่เห็นข้อแตกต่างอย่างมีนัย  

ก็เลยลองสั่งสาย RCA กับ XLR ของ Bluejeans มาลองเล่นดู  เทียบกับสายที่แพงกว่าเป็น 10 ถึง 30 เท่าที่ใช้อยู่  Bluejeans ทำได้ดีกว่าในระบบผมจนผมงง  เลยเป็นที่มาของการแนะนำยี่ห้อนี้ครับ

ผมอ่านเวปของ Bluejeans ก็รับรู้ได้ถึงการให้ข้อมูลเชิงวิชาการจริงๆ  ตรงไปตรงมา  เทียบกับเวปของสายราคาแพงมากๆหลายๆเวป  ที่ผมเห็นเป็นศัพท์แสงที่ไม่ได้เป็นศัพท์มาตรฐานในทางวิทยาศาสตร์  

แต่เป็นการเขียน copy ให้ดูเหมือนเป็นวิทยาศาสตร์ครับ

ผมมาลองคิดๆดูโครงสร้างต้นทุนของสาย Bluejeans ที่ซื้อตรง  กับสาย audiophile ที่ผมเคยซื้อที่คุณภาพใกล้เคียงกัน  ผมกำลังจ่ายอะไร

ฺBluejeans: ค่าสาย + ค่าใช้จ่ายและกำไร ของ BJ + ค่าขนส่ง + ภาษี

สาย Audiophile: ค่าสาย + ค่าบรรจุภัณฑ์ + ค่าใช้จ่ายและกำไรของ brand นั้น + ค่าโฆษณาในต่างประเทศ + ค่าขนส่ง + ภาษี + ค่าใช้จ่ายและกำไรของผู้นำเข้า + ค่าใช้จ่ายและกำไรของร้านค้า + ค่าโฆษณาในประเทศ

พอคุณภาพอยู่ใน league เดียวกันก็เลยตัดสินใจไม่ยาก  และถ้ามีโอกาศ  ก็แนะนำให้นักเล่นลองหามาเล่นดูครับ

 :D :D :D





  

  




อิอิ  เป็นคำตอบที่น่าสนใจครับ  

ถูกต้องครับ " สายมีหน้าที่แค่เชื่อมไฟฟ้าไฟจากจุดหนังไปยังจุดหนึ่ง  " !!!   คิดแบบนี้ได้ครับ แต่นั่นคือสายที่ใช้ตัวนำในอุดมคติ  ซึ่งไม่มีในโลก สายทุกยี่ห้อบนโลกจะมีความต้านทาน และค่าความไวต่อความถี่ ต่างกัน ยิ่งตัวนำต่างขนิดก็จะให้ค่าที่ต่างกัน     เช่นทองแดงจะนำความถี่ต่ำได้ดี  เงินจะนำความถี่สูงได้ดี กลางจะนำความถื่กลางๆได้ดี    แต่ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบ อีกว่าเป็น
สายแบบ เส้นฝอย ก็จะให้เบสที่ดี  สายแบบแกนเดี่ยวก็จะให้เสียงสูงได้ดี   สายแบบแบนจะให้เสียงที่สปิดเร็ว     ในทางไฟฟ้า  สัญญาณ AC ของลำโพงจะวิ่งที่พื่นผิวโลหะตัวนำ   แต่ถ้าเป็น RCAหรือXLR จะเป็นสัญญาณความถื่ วิ่งที่ในแกนของโลหะตัวนำ  ไอ้ตรงนี้ล่ะที่มันทำให้เกิดความแตกต่าง  รวมถึงการใช้วัสดุดิบฉนวน ในการกันเสียงต่างๆก็มีผลต่อความถี่ที่วิ่งในสายทั้งนั้น
ตัวนำแต่ละตัว มันจะตอบสนองความถี่ต่างกัน  ให้คิดในแง่ 20-20,000hz  และ time latency ด้วยนะครับ

คราวนี้ถ้าจะบอกว่ามันทำหน้าที่เชื่อมไฟฟ้า ให้ลองคิดว่า ถ้าบ้านคุณท่อน้ำ เล็ก หรือขึ้นสนิม น้ำที่คุณใช้จะสะอาดมั้ย   มันก็เหมือนกับสัญญาณเสียงที่ผ่านในตัวนำ คุณภาพต่างๆ ล่ะครับ
ของ military  หรือ medical ก็ต้องมาดูกันอีกว่าเขาออกแบบเพื่ออะไร   อย่าไปเข้าใจว่ามันดีเสมอไป  เพราะ military  บางทีออกแบบแค่ทนน้ำทนไฟ ทนความร้อน   ซึ่งก็ต้องดู spec กันอีกที

ส่วน nordos จะให้ใคร oem ให้ผมไม่รู้   เพราะไม่เคยลอง แต่ถ้าจริงอยากให้ลองหายืมสายของจริงมาเทียบกับที่คุณสั่งมา  ดูว่าต่างมั้ย ถ้าไม่ต่าง ก็จะช่วยให้สาวกมีเฮ nordos ได้สายราคาถูก

สาย audio ฟาย หรือออดีโอควายที่หลอกกินเงินเราอยู่   อย่างที่บอกครับ ทางการตลาด จริงๆสายเขาอาจจะดีอยู่รุ่นเดียวซึ่งส่วนมาจะเป็นรุ่นtop แต่ต้องทำหลายๆ รุ่นออกมาลองรับตลาด  ดังนั้นการเอาสายมาตัดสิน  ต้องใช้ราคาและรุ่นใกล้ๆ กัน   แต่มันก็ไม่ใช่ตัว top ซึ่งเป็นตัวต้นแบบของเขาอยู่ดี   เพราะสายรุ่นลองๆเขาจะลด spec  แต่ก็ไม่ใช่ว่าสาย top จะดีเสมอไปนะครับ

สาย bule jean มันก็ใช้ belden  canare แต่คุณบอก belden และ canare ถูกหูน้อยกว่า อ่านแล้วงงนิดๆครับ

ส่วนสาย BJ  เท่าที่ดูเหมือนเขาเลือกสั่งสายมา แล้วมาประกอบ สายก็ belden  canare มีขายตามบ้านหม้อทั่วไป   ผมว่าลองไปเดินเล่นบ้านหม้อดูสิครับ อาจจะได้สายถูกใจมาเข้ากับชุดคุณได้อีกหลายเส้นเลย เป็นผมรู้รุ่นสายขนาดนี้  เจ้าBJ ไม่ได้กินตังผมหรอก  ไปบ้านหม้อถูกกว่าอีกครึ่ง  แต่ก้เป็นความโชคดีในชุดของคุณครับที่พอใจ   แต่ลองย้อนไปหัวข้อมั้ย ว่า มันอาจจะเป็นเพราะ คุณใช้สายยี่ห้อเดียวกัน ในชุด  ????    

สายทุกยี่ห้อมีค่าการตลาดหมดครับ    และอยู่ที่คนขายด้วย  คุณเอาสาย สั่งตรง กับสายมี dealer มาเทียบกันไม่ได้ครับ เพราะมันเป็นเรื่องของการตลาด ไม่ใช่คุณภาพสาย

ดังนั้นเราจะสรุปว่าแพงถูกก็ต้องดูเรื่องความพอใจ   สายบางเส้นเอาไปให้บางคนเขาอาจจะบอกว่าเป็นสายเทพ แต่ขณะกันอีกคนอาจจะบอกสายห่วยก็ได้   ดังนั้นเรื่องความแมชชิ่งสำคัญสุดครับ
ไม่ใช่ว่าคนซื้อสายแพงจะโง่   คนซื้อสายถูกจะฉลาด      ปัญหาแบบนี้ผมเจอทุกวงการ   นานาจิดตังครับ  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 กรกฎาคม, 2013, 03:15:09 AM โดย b3344 »

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
เพื่อนที่ทำห้องอัด บอกว่าห้องอัดระดับไฮเอนด์ มีการใช้สายที่เป็นทองคำด้วย เส้นนึงหลายแสน และหลังจากติดตั้งไปแล้วห้ามเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เด็ดขาด เพราะสายอาจขาดใน และเสียงเปลี่ยนไปด้วย แม้แต่ห้องอัดยังมีคาแรคเตอร์เสียงครับ ต้องจับแมททั้งปรีไมค์ ปรีมิค พาวเวอร์แอมป์ ตัวกรองไฟ สายสัญญาณ แต่แมทแล้วจบทีเดียวเลย ส่วนเครื่องเสียงบ้านเขาเรียกว่าเป็น Color ครับ คือต่างอุปกรณ์ก็ต่างเสียงเลย จะเซทให้กลับมาได้ยินเสียงจากแผ่นเดิมๆยากมาก

ตอนนี้ลองสาย Firewire Diamond ของ AudioQuest ลองใช้ในระบบพร้อมกัน 2เส้น แล้วมันเน้นเสียงไปหน่อย สะอาด เข้ม แต่ฟังไม่ค่อยสบายหู สุดท้ายใช้ Diamond กับ Carbon ลงตัวที่สุดครับ และห้ามสลับตำแหน่งกันด้วย

อันนี้บอกตรงในฐาณะคนทำงานวงการนี้   ว่าเรื่องที่ว่า ไม่จริงหรือครับ ห้องอัดใช้สาย microphone แบบ profressional grade ทั่วไปล่ะครับ ยกเว้นบางห้องที่งบเยอะหน่อย อาจจะมีสาย ออดิโฟเกรดไปใช้ร่วมในส่วนของไมค์หลัก และ mastering   ส่วนสายทองคำอะไรนั่นก็ยังไม่มีครับ   ห้องอัดนี่เขามีศิลปินไปอัดเยอะ  การเครื่องย้ายออุปกรณ์ นี่ไม่ต้องห่วงครับ ย้ายตลอด   เอาว่างานในห้องอัด นี่ ใช้ของห่วยกว่า ออดิโแฟายเยอะ   แต่ไหง ออดิโอฟาย ใช้ของแพงกันจัง    คำตอบคือ ออดิโอฟาย ไม่มีปุ่ม EQ ให้ปรับเหมือนในห้องอัด   

ส่วนเรื่องสายก็อย่างที่บอกครับ ทุกอย่างมีผล  อยู่ที่ความชอบ

ออฟไลน์ nuummie


สาย bule jean มันก็ใช้ belden  canare แต่คุณบอก belden และ canare ถูกหูน้อยกว่า อ่านแล้วงงนิดๆครับ


ขออภัยที่เขียนไม่ชัดเจนครับ

สาย professional ก็เคยลอง Belden, Canare, Mogami ซึ่งที่ผ่านมา ความถูกหูก็มีน้อยกว่าสาย audiophile grade แต่ก็อาจจะเป็นรุ่นที่ผมเลือกใช้ในอดีต

พอดี Belden ที่ผมเคยใช้ในอดีต  ไม่ใช่รุ่นเดียวกับที่สั่งจาก BJ ครับ รุ่นที่สั่งจาก BJ เป็นรุ่น LC1 ที่ BJ จ้าง Belden ผลิตให้อีกทีครับ นัฐพงษ์บ้านหม้อไม่มีครับ  

ส่วนสาย XLR BJ ใช้ Belden 1800F บ้านเรามีขายเหมือนกันครับ  แต่ผมสั่ง BJ เอาสะดวกครับ

ไม่มีอะไรมากครับ ผมสั่งมาลองเล่นขำๆ  ถูกและดีก็บอกต่อครับ

คุณเบนซ์นี่ความรู้ข้อมูลแน่นปึ๊ก  ขอบคุณที่ชี้แนะครับ

 :D :D :D

ออฟไลน์ b3344

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,380
  • Total likes: 0
ด้วยความยินดีครับ  8) 8)

ออฟไลน์ pop2000

เรื่องสายนี่น่่ปวดหัวจริงๆครับ.  เมื่อกอ่นผมเองเคยมีการคุยถกเถียงกันจนกระทู้ระเบิดไปในเวป TAC ทำให้เสียเพื่อนเสียอารมณ์กันไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมันไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์เช่นนนั้น

จริงๆผมว่าสายที่ทำๆกันมาใช้ในเครื่องเสียงที่ไม่ใช่สายแถมในเครื่องราคาย่อมเยาว์.  ดีหมดแหละครับ. เพียงแต่ต้องปรับจูนให้ได้เสียงที่เราอยากได้ก็น่าจะเพียงพอ
สายแพงๆในอดีตอาจด้วยเทคโนโลยีการผลิตสายอาจยังแพงและใหม่สายก็แพง.  พอมาปัจจุบันเทคโนตัวนั้นถูกลง. ก็มีสายราคาถูกออกมาแทน เราจึงได้สายบางยี่ห้อดีและราคาถูกกว่าสายแพงในอดีต
แต่เทคโนโลยีไม่ได้หยุดไปแค่นั้น. มันมีต่อและผลิตสายคุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยีใหม่ออกมาอีก.  มันจึงมีสายแพงๆออกมาเรื่อยๆ.   ในขณะเดียวกันเมื่อเทคโนโลยีนี้ทันกาลกันก็จะมีคนมาผลิตสายถูกลงป้อนมาอีกในคุณภาพเดียวกันกับสายแพง.    ทุกอย่างมันวนๆอยู่แบบนี้.  จนกว่าจะตายกันไไปข้างนึง. 

สรุป.  ตามข้อตัิงต้นกระทู้.   ผมว่าไม่จำเป็นต้องใช้สายยี่ห้อเดียวกันก็ได้แค่จูนให้เข้ากันก็พอ.    แต่สายบางยี่ห้อบอกว่าควรใช้สายเขาทั้งซิสเต็มจะเห็นผลกว่า. อันนี้ผมก็ยังแม่งๆ เพราะต่อให้ใช้สายเหมือนกันทั้งซิสเต็มเพราะยังไงเครื่องที่ใช้มันก็คนละยี่ห้อ. 


ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

เรื่องสายนี่น่่ปวดหัวจริงๆครับ.  เมื่อกอ่นผมเองเคยมีการคุยถกเถียงกันจนกระทู้ระเบิดไปในเวป TAC ทำให้เสียเพื่อนเสียอารมณ์กันไปอย่างน่าเสียดาย เพราะมันไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์เช่นนนั้น

จริงๆผมว่าสายที่ทำๆกันมาใช้ในเครื่องเสียงที่ไม่ใช่สายแถมในเครื่องราคาย่อมเยาว์.  ดีหมดแหละครับ. เพียงแต่ต้องปรับจูนให้ได้เสียงที่เราอยากได้ก็น่าจะเพียงพอ
สายแพงๆในอดีตอาจด้วยเทคโนโลยีการผลิตสายอาจยังแพงและใหม่สายก็แพง.  พอมาปัจจุบันเทคโนตัวนั้นถูกลง. ก็มีสายราคาถูกออกมาแทน เราจึงได้สายบางยี่ห้อดีและราคาถูกกว่าสายแพงในอดีต
แต่เทคโนโลยีไม่ได้หยุดไปแค่นั้น. มันมีต่อและผลิตสายคุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยีใหม่ออกมาอีก.  มันจึงมีสายแพงๆออกมาเรื่อยๆ.   ในขณะเดียวกันเมื่อเทคโนโลยีนี้ทันกาลกันก็จะมีคนมาผลิตสายถูกลงป้อนมาอีกในคุณภาพเดียวกันกับสายแพง.    ทุกอย่างมันวนๆอยู่แบบนี้.  จนกว่าจะตายกันไไปข้างนึง. 

สรุป.  ตามข้อตัิงต้นกระทู้.   ผมว่าไม่จำเป็นต้องใช้สายยี่ห้อเดียวกันก็ได้แค่จูนให้เข้ากันก็พอ.    แต่สายบางยี่ห้อบอกว่าควรใช้สายเขาทั้งซิสเต็มจะเห็นผลกว่า. อันนี้ผมก็ยังแม่งๆ เพราะต่อให้ใช้สายเหมือนกันทั้งซิสเต็มเพราะยังไงเครื่องที่ใช้มันก็คนละยี่ห้อ. 



กรณีผมใช้ Burmester ทั้งชุดครับ ลำโพง Nola baby grand ref2 ...
My twitter.........wo_ofm

ออฟไลน์ champ143

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 14,377
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • COMPLETED HT ROOM
หวัดดีรับมาแจมด้วยเพราะพอมีประสบการณ์เรื่องสายสัญญาณแชะสายไฟพอควร(โดนหลอกมาเยอะเหมือนกันอิอิ)
สำหรับผมเมื่อก่อนมักจะใช้สายสัฟญญาณในระบบเป็นยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกันทั้งหมด แต่มาพักหลังๆนี้จะเอาสายบางยี่ห้อมาผสมบ้างเพื่อจูนเสียงที่ขาพไปในซิสเตมเพราะสายบางยี่ห้อให้เสียงเบสมากกว่า(ใช้มองแดงมากกว่าเงิน) บางยี่ห้อให้เสียงกลางแหลมได้ดีกว่าเพราะใช้เงินมากกว่าทองแดง อะไรทำนองนั้น บางครั้งใช้สายรุ่นเดียวกันทั้งระบบอาจทำใหได้แนวเสียงไปในทิศทางเดียวกันสำหรับเพลงบางประเภท. หากต้องการๆังเงหลากหลายแนวอาจจะต้องมีการมิ๊กซ์สายบางบี่ห้อมาร่วมในระบบบ้างก็จะดีขึ้นครับ
ตัวอย่าง่นในระบบของผมตอนนี้ สายสัญญาณ้ของstealth sakra ทั้งหมดพบว่าเสียงเบสด้อยไปบ้างยังไม่ได้เบสตามแนวที่ต้องการ แต่เสียงร้องและเสียงสูงออกมาดีจนถึงดีจนมากเกินไปในดนตรีบางชนิด เลยต้องลองเอาสายMIT  oracle  ตัวท๊อปมาลองจูนเสียงจากต้นกำเนิดสัญญาณบ้าง เช่นจากปรีโฟโไปยังปรีแอมป์และจากซีดีไปยังปรีแอมป์ ส่วนจากปรีแอมป์ไปยังเพาว์เวอร์แอมป์ยังคงยึดsakra ไว้เช่นเดิมพบว่าเสียงกลางทางต่ำและเสียงเบสที่ได้ดีขึ้นอิ่มใหญ่ขึ้นมีน้ำหนักและพลังมากกขึ้นกว่าที่ใช้สายsakra แต่เดิมครับ ถามว่าsakra ออกรุ่นใหม่มาที่ปรับปรุงเสียงางและเบสได้ดีขึ้นอีกแตาพอดูราคาเทียบกับMIT แล้วMIT ดูจะคุ้มค่ากว่าใช้ิsakra รุ่นปรับปรุงเล่นเดิมครับ

ออฟไลน์ หมูอ่อนนุช

หวัดดีรับมาแจมด้วยเพราะพอมีประสบการณ์เรื่องสายสัญญาณแชะสายไฟพอควร(โดนหลอกมาเยอะเหมือนกันอิอิ)
สำหรับผมเมื่อก่อนมักจะใช้สายสัฟญญาณในระบบเป็นยี่ห้อเดียวกันรุ่นเดียวกันทั้งหมด แต่มาพักหลังๆนี้จะเอาสายบางยี่ห้อมาผสมบ้างเพื่อจูนเสียงที่ขาพไปในซิสเตมเพราะสายบางยี่ห้อให้เสียงเบสมากกว่า(ใช้มองแดงมากกว่าเงิน) บางยี่ห้อให้เสียงกลางแหลมได้ดีกว่าเพราะใช้เงินมากกว่าทองแดง อะไรทำนองนั้น บางครั้งใช้สายรุ่นเดียวกันทั้งระบบอาจทำใหได้แนวเสียงไปในทิศทางเดียวกันสำหรับเพลงบางประเภท. หากต้องการๆังเงหลากหลายแนวอาจจะต้องมีการมิ๊กซ์สายบางบี่ห้อมาร่วมในระบบบ้างก็จะดีขึ้นครับ
ตัวอย่าง่นในระบบของผมตอนนี้ สายสัญญาณ้ของstealth sakra ทั้งหมดพบว่าเสียงเบสด้อยไปบ้างยังไม่ได้เบสตามแนวที่ต้องการ แต่เสียงร้องและเสียงสูงออกมาดีจนถึงดีจนมากเกินไปในดนตรีบางชนิด เลยต้องลองเอาสายMIT  oracle  ตัวท๊อปมาลองจูนเสียงจากต้นกำเนิดสัญญาณบ้าง เช่นจากปรีโฟโไปยังปรีแอมป์และจากซีดีไปยังปรีแอมป์ ส่วนจากปรีแอมป์ไปยังเพาว์เวอร์แอมป์ยังคงยึดsakra ไว้เช่นเดิมพบว่าเสียงกลางทางต่ำและเสียงเบสที่ได้ดีขึ้นอิ่มใหญ่ขึ้นมีน้ำหนักและพลังมากกขึ้นกว่าที่ใช้สายsakra แต่เดิมครับ ถามว่าsakra ออกรุ่นใหม่มาที่ปรับปรุงเสียงางและเบสได้ดีขึ้นอีกแตาพอดูราคาเทียบกับMIT แล้วMIT ดูจะคุ้มค่ากว่าใช้ิsakra รุ่นปรับปรุงเล่นเดิมครับ

ขอบพระคุณครับ พี่ใหญ่ ไม่ได้คุยกันนานเลย โทรศัพท์ผมหาย ไลน์พวกเราเลยหายหมด
ต้องขอบพระคุณเรื่องโฟมที่ฉีดฝ้าเพดานที่พี่ใหญ่แนะนำด้วยครับ เรียบร้อยดีมาก
ไว้ห้องเรียบร้อยแล้วต้องเชิญพี่ใหญ่มาช่วยชี้แนะด้วยนะครับ :)
My twitter.........wo_ofm