ผู้เขียน หัวข้อ: ใครเก่งเรื่องการเล่นไฟล์เพลง รบกวนช่วยเขียนบทความในเวปนี้ให้หน่อยซิคับ  (อ่าน 5455 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
  • Total likes: 0
เห็นมีคนเล่นแผ่นดำ กันเยอะในเวปนี้        และเห็น ความก้าวไกลของเทคโนโลยี่การเล่นไฟล์เพลง ผ่าน เครื่องเล่น ต่าง ๆ    มีเรื่องราวให้ศึกษาคอยตามเล่นเยอะ      เพื่อน ๆ ท่านใด เก่งเรื่องการเล่นไฟล์เพลง รบกวนมาช่วยเขียนเรื่องราว การเล่นไฟล์เพลง  ในเวปนี้ให้หน่อยได้ไหมคับ   เพื่อ เผยแพร่ความรู้ให้เพื่อน ๆ ท่านอื่น และตัวผมด้วย   ผมกำลังศึกษาอยากเล่นไฟล์เพลงงทั้งในบ้านและรถยนต์  แต่ไม่มีความรู้เลยอ่ะคับ     รบกวนเพื่อน ๆ คนเก่งหน่อยน่ะคับ   เวปเราจะได้ไม่เงียบเหงา

ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,901
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
การอธิบาย บ่ใช่เรื่องยาก แต่มันต้องไล่จากพื้นฐานความรู้ที่แตกต่าง ผนวกกับงบประมาณประกอบการทดลอง  :showoff
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
  • Total likes: 0
เอาเป็นบทความตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเลยครับ จนถึงวิธีเลือกเครื่องเลือกไฟลเพลงแบบไหนเลยอ่ะครับ

ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,901
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
เอาเป็นบทความตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเลยครับ จนถึงวิธีเลือกเครื่องเลือกไฟลเพลงแบบไหนเลยอ่ะครับ

ครับ เดี๋ยวจะพยายามรวบรวมให้... เอ่อ... มีโฆษณาแฝงด้วยนะ
นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
  • Total likes: 0
เอาเป็นบทความตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเลยครับ จนถึงวิธีเลือกเครื่องเลือกไฟลเพลงแบบไหนเลยอ่ะครับ

ครับ เดี๋ยวจะพยายามรวบรวมให้... เอ่อ... มีโฆษณาแฝงด้วยนะ

ขอบคุณ แทน เพื่อนๆ มากคับ   โมษณาแฝงนิดหน่อยไม่เป็นไรอ่ะคับ   ตอบแทน สำหรับข้อมูลดี ๆ ให้เพื่อน ๆ คับ

ออฟไลน์ GUNTAM

ใช้เป็นแค่ Mac + Firewire นอกนี้ไม่รู้เรื่องครับ PC ไปถึงไหนแล้วไม่ได้ตามเลย รู้แต่ว่าเล่นเกมให้ซื้อ PC (ถ้าจอฟ้าบ่อยก็ซื้อ PS3)

ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,839
  • Total likes: 0
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
ใช้เป็นแค่ Mac + Firewire นอกนี้ไม่รู้เรื่องครับ PC ไปถึงไหนแล้วไม่ได้ตามเลย รู้แต่ว่าเล่นเกมให้ซื้อ PC (ถ้าจอฟ้าบ่อยก็ซื้อ PS3)

ฟังเพลง  ข้าน้อยก็ได้ย้ายค่ายมากินผลไม้แล้วเช่นกัน  d_d :drunk
 เหตุส่วนหนึ่งก็มาจากกระทู้ของทั่นๆ  และอีกหลายทั่น นั่นแหละจร้า ;D
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262

ออฟไลน์ GUNTAM

เขียนไปก็เจอความเห็นแบบ "มันก็เหมือนๆกันแหละ Mac กะ PC" 
.... MP3 กับ SACD เสียงก็คงเหมือนกันล่ะครับ

ออฟไลน์ nuummie

เห็นตอนนี้คอมโบ Mac + Audirvana + Ayre QB9 DSD DAC น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ

W8 + JRiver Media Center (optimize) + Fidelizer เสียงดีระดับหนึ่งเลยครับ ipad user interface ก็ user friendly ดีครับ  ผมใช้อยู่กับ Sony Laptop ที่เป็น SSD

ใช้งานง่าย กดปุ่มเปิดเครื่องที่ sleep อยู่ เปิด iPad เลือกเพลงก็จบแล้วครับ

แต่ก่อนเคยใช้ Amarra กับ Mac เสียงดีถ้าใช้ playlist mode ซึ่ง user interface ไม่ friendly วุ่นวายเหมือนกันครับสำหรับคนไม่คล่องคอม

เรื่อง rip file ส่วนตัวชอบตระกูล WAV แต่เสียที่ไม่สามารถเก็บข้อมูลปกกับข้อมูลอื่นๆของอัลบัม  

เล่นไฟล์ SSD ระบบไฟ กับการสั่นสะเทือนมีผลต่อเสียงมาก  แนะนำให้ลง SSD เพิ่ม RAM ทำ Linear Power Supply กับใช้ระบบ fanless

ถ้างบเยอะหน่อย music server ของ Linn, Weiss, Aurender, Burmester ก็น่าสนใจมากครับ

ในรถง่ายๆก็ Astell & Kern AK100 เล่นไฟล์ Hires ต่อช่อง Aux ของเครื่องเสียงรถ  พกลงไปเสียบหูฟังก็ได้ครับ

 :D :D :D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม, 2013, 03:54:25 PM โดย nuummie »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
รอติดตามอ่านความรู้ครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Goda Takeshi

ผมว่า คุณ อูฐ ลองตั้งโจทย์ว่า ต้องการแบบไหน

1) เอาสะดวกมาก่อน
2) เสียงให้ดีมาก่อน
3) มีอุปกรณ์อะไรอยู่แล้ว i.e. DAC
4) จะเล่นไฟล์แบบ กี่ channel
5) จะฟังอย่างเดียวหรือจะปรับแต่ง/แก้ไข ไฟล์ด้วยหรือไม่

ขั้นแรกก็ต้องเป็น ไฟล์แบบ lossless
ผมแนะนำ Flac ไม่ใช่เพราะว่ามันให้เสียงดีกว่า lossless format อื่น แต่มันมีอุปกรณ์อื่นๆที่ support เยอะ และมีไฟล์ แบบ Vinyl hi-bit rip ให้โหลดมาลองฟังเยอะมากครับ
พวก อุปกรณ์ up-sampling  ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ครับ คิดซะว่า มันคือ การปรับเสียง คล้ายกับ equalizer ในแบบ analog ก็ได้ครับ เพราะมันให้ data ไม่เหมือน ต้นฉบับ แต่ถ้าชอบ ใช้ software up-sampling เป็นไฟล์แล้วมาเล่นก็ได้ครับ

เดี่ยวนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็น Windows, IOS,  แล้วครับ
ใช้พวก music server device + andriod/IOS เป็น remote แล้วใช้ external DAC

ลงทุนที่ DAC ก่อน จะคุ้มกว่าครับ หา DAC ที่ภาคจ่ายไฟ กับ analog ดีๆ เพราะมีผลต่อเสียงมากกว่าครับ

ส่วนตัวเล่น ลองเริ่มต้นที่
 เครื่องเล่นหนัง ตัวเล็กๆ ไม่กี่พัน ก็ได้ โดยเล่นผ่าน SD-CARD ใช้ linear power supply หรือจะต่อจาก แบต เลยก็ยังได้ครับ เพราะถ้าเล่นด้วย SD-card มันกินไฟไม่เยอะครับ

เล่น พวก digital ต้องระลึกไว้หน่อยว่า มันไม่มี myth ครับ 0 กับ 1 ก็คือ 0 กับ 1 และสามารถพิสูจน์ได้โดยไม่ต้องใช้ การฟัง  สมัยนี้ DAC ship จัดการเรื่อง jitter ได้ดีมากๆ จนแทบจะไม่ใช่ปัญหาแล้วครับ  ตัวแปรที่ทำให้เสียงต่าง ส่วนใหญ่ก็มาจากภาค analog กับ สมองของเราครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 สิงหาคม, 2013, 10:57:04 PM โดย Goda Takeshi »

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
ผมว่า คุณ อูฐ ลองตั้งโจทย์ว่า ต้องการแบบไหน

1) เอาสะดวกมาก่อน
2) เสียงให้ดีมาก่อน
3) มีอุปกรณ์อะไรอยู่แล้ว i.e. DAC
4) จะเล่นไฟล์แบบ กี่ channel
5) จะฟังอย่างเดียวหรือจะปรับแต่ง/แก้ไข ไฟล์ด้วยหรือไม่

ขั้นแรกก็ต้องเป็น ไฟล์แบบ lossless
ผมแนะนำ Flac ไม่ใช่เพราะว่ามันให้เสียงดีกว่า lossless format อื่น แต่มันมีอุปกรณ์อื่นๆที่ support เยอะ และมีไฟล์ แบบ Vinyl hi-bit rip ให้โหลดมาลองฟังเยอะมากครับ
พวก อุปกรณ์ up-sampling  ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ครับ คิดซะว่า มันคือ การปรับเสียง คล้ายกับ equalizer ในแบบ analog ก็ได้ครับ เพราะมันให้ data ไม่เหมือน ต้นฉบับ แต่ถ้าชอบ ใช้ software up-sampling เป็นไฟล์แล้วมาเล่นก็ได้ครับ

เดี่ยวนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็น Windows, IOS,  แล้วครับ
ใช้พวก music server device + andriod/IOS เป็น remote แล้วใช้ external DAC

ลงทุนที่ DAC ก่อน จะคุ้มกว่าครับ หา DAC ที่ภาคจ่ายไฟ กับ analog ดีๆ เพราะมีผลต่อเสียงมากกว่าครับ

ส่วนตัวเล่น ลองเริ่มต้นที่
 เครื่องเล่นหนัง ตัวเล็กๆ ไม่กี่พัน ก็ได้ โดยเล่นผ่าน SD-CARD ใช้ linear power supply หรือจะต่อจาก แบต เลยก็ยังได้ครับ เพราะถ้าเล่นด้วย SD-card มันกินไฟไม่เยอะครับ

เล่น พวก digital ต้องระลึกไว้หน่อยว่า มันไม่มี myth ครับ 0 กับ 1 ก็คือ 0 กับ 1 และสามารถพิสูจน์ได้โดยไม่ต้องใช้ การฟัง  สมัยนี้ DAC ship จัดการเรื่อง jitter ได้ดีมากๆ จนแทบจะไม่ใช่ปัญหาแล้วครับ  ตัวแปรที่ทำให้เสียงต่าง ส่วนใหญ่ก็มาจากภาค analog กับ สมองของเราครับ

กด Like ครับ 

เล่นและฟั digital ต้องเรียนรู้ศึกษามันนิด (สมองของเรา นั่นเอง) 

มันมีเรื่องสำคัญอีกหลายประเด็นครับ เรัยกว่า analogue มีอะไเป็นจุด crtical ตัว digital มีแบบนั้นเหมือนกัน บวกกับอื่นๆ  เพิ่มเข้าไปอีก เช่น ระบบไฟ เผลอ ๆ มันไว (sensitive) มากกว่าเล่น analogue อีกนะครับ
ตัวอุปกรณ์เส้นสาย ต้องลองและเลือกครับ matching ต่าง ๆ เหมือนเล่น analogue ละครับ

สุดท้าย คุณภาพไฟล์ที่มีครับ ส่งผลเยอะทั้งคู่  แต่เล่นหรือฟังไปสักสองสามปี ตอนนี้ mp3 ก็ฟังเพราะได้ครับ อิๆๆ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Goda Takeshi

เริ่มต้น ถ้าเราจะลงทุนเงินใน การเล่น digital sound ลองมาทำความเข้าใจกับเรื่องเหล่านี้ก่อนครับ

1) อะไรเป็นปัญหาหลัก
     Jitter, ข้อมูลแต่ละ item ถูกส่งโดยมีช่องไฟ เพี้ยน
2) digital sound ถูกบันทึกอย่างไร
    2.1) bit vs sample
          เสียงจะถูกบันทึก ตามค่า amplitude หรือ ความสูงของ รูปคลื่น
              จำนวน bit = สามารถบันทึกค่า amplitude ได้กี่ค่า ยิ่ง bit length มาก ก็ได้ค่า range กว้างมาก
              sample = ภายในหนี่งช่วงเวลา สามารถบันทึกค่า amplitude ได้กี่ item.
    2.1) Jitter ถูกบันทึก ด้วยหรือไม่
              ไม่, ใน ไฟล์เพลงที่เราใช้กันอยู่ ไม่มีการบันทึกว่า อีกกี่ pico sec, data item ถัดไปจะถูกส่ง โดยรวม ไฟล์จะบอกแค่ว่า bit เท่าไหร่ sample เท่าไหร่
    2.3) อะไร คือ time code แล้ว time code = jitter หรือไม่
           time code คือข้อมูลบอกเวลา ซึ่งจุดประสงค์หลัก ไว้ใช้สำหรับ synchronize ข้อมูลจากหลายๆ source ตัวอย่างเช่น ใช้ตอน mix หลาย source เข้าด้วยกัน, เช่น มีเสียง จาก source A mix กับ source B, ตำแหน่งที่ 1 sec ของ source A ควร match กับ source B, ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเสียง แต่จะเป็นเสียงกับภาพก็ได้
           Time code จึงสำคัญมาใน sound engineer ในการ mixing
           แล้ว Timecode ทำให้เกิด jitter หรือไม่
           ไม่ jitter เกิดจาก ความเพี้ยนของช่องไฟระหว่างข้อมูล ถ้าเราใช้ฟังเพลง jitter อาจทำ ให้ เครื่องเล่นหรือโปรแกรม แสดงเวลาไม่ตรง แต่ไม่ใช่ time code ทำให้เกิด jitter
3) เมื่อเราเข้าใจได้ว่า digital ถูกบันทึกได้อย่างไร การให้ความสำคัญ กับอุปกรณ์ ภาค digital คือ
    3.1 Bit perfect
           คือ ข้อมูล ต้นทาง เป็น 0011 0011 0011 ปลายทางก็ต้อง เป็น 0011 0011 0011
           จะเห็นว่า ถ้ามี 12 bit ที่ต้นทาง ปลายทาง ก็ต้อง 12 bit และ  0/1 ก็ต้องเหมือนกันในแต่ละ bit
           ดังนั้น ถ้า อุปกรณ์ เช่น สาย, อุปกรณ์ บันทึก สามารถ ส่ง bit perfect ได้ ก็จะตอบโจทย์ได้  สาย เส้นละแสน กับ เส้นละร้อย ถ้า ทั้งคู่ให้ bit perfect ได้ ก็ถือว่าทำงานได้เท่ากัน
              (ค่อยไปคิดกันว่า จะเพิ่มเงิน เพื่อความสวยงาม หรือ ความคงคน ก็แล้วแต่บุลคลครับ)
   3.2 สามารถ ตรวจสอบ bit perfect ได้อย่างไร
           เราสามารถเอาไฟล์ มาเทียบ โดย ใช้ checksum ครับ
           หรือแบบ ง่ายๆ (ไม่ใช่วิธีที่ 100%) คือ ลองเล่น DTS ถ้าเราปล่อย DTS จาก source แล้วตัวเล่น เห็นว่า สัญญาน เป็น DTS อุปกรณ์ส่งผ่านข้อมูล ก็สามารถสนับสนุน bit perfect ได้

สำหรับตอนนี้ คร่าวๆคือ ไฟล์เพลง ไม่บันทึก jitter, สิ่งที่ต้องการสำหรับภาค digital โดยคร่าวๆคือ bit-perfect

.. ต่อวันอี่นครับ

มาต่อครับ
4) แล้ว jitter เกิดได้อย่างไร (jiiter คือการที่ data มาไม่ถูกช่องไฟ)
    ตัวอย่าง 1--1--1--1--1--1 คือช่องไฟสมบูรณ์ แต่ 1--1--1-1--1--1 จะเห็นได้ว่า 1 ตัวที่สี่มาผิดเวลา ถึงแม้ว่าจะมี  1 อยู่หกตัวแปะๆ
    อย่างทีได้กล่าวในข้างต้น jitter เกี่ยงข้องกับช่องไฟ --> ช่องไฟเกิดจาก clock
           4.1) Jitter เกิดได้จาก clock ไม่เสถียร แล้วมันเกิดได้ ณ จังหวะไหน
                 เกิดได้เมื่อ เล่นเพลง -> ขณะส่ง data ระหว่าง สื่อบันทึก ไป DAC ไม่ใช่ตอน copy ไฟล์ไปๆมาๆ
           4.2) ต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า DAC มันทำงานได้อย่างไร  
                 DAC chip ในท้องตลาด ณ ขณะนี้ ส่วนใหญ่ รับข้อมูลในแบบ i2s แต่ข้อมูลจากเครื่องเล่นทั้งหลาย ส่งในแบบ SPDIF หรือ AES/EBU
                 ดังนั้นจึงต้องมี chip อีกตัวที่แปลง SPDIF, AES/EBU เป็น i2s (จำ chip ตัวนี้ไว้ครับ เพราะในปัจจุบัน jitter ส่วนใหญ่ถูกบรรเทาลง ณ จุดนี้ เรามาเรียกมันว่า digital receiver chip ก็แล้วกันครับ)
           4.3) แล้ว (Medium of transport) USB , IEE1394 , thunderbolt มีผลหรือไม่ ต่อการส่ง ข้อมูลไปให้ DAC
                 มีสำหรับ DAC รู่นเก่า เพราะ DAC รุ่นเก่า (ส่วนแปลง data เป็น SPDIF หรือ i2s) ใข้ clock ร่วมกับ source ต้นทาง จะเห็นได้ว่าพวก USB dac chip ยุคต้นๆจะมีปัญหาเรื่อง jitter
                  หมายเหตุ: USB สู้ IEE1394 เรื่อง clock ไม่ได้ครับ (โคยคร่าวๆนะครับ เพราะสำหรับ การส่งข้อมูล ไปมา clock ไม่ใช่ประเด็น เพราะ การส่งผ่านข้อมูลมีการเข้ารหัส bit check เพื่อให้ได้ bit-perfect)
                              ข้อแตกต่างระหว่าง แต่ละ medium ในการส่งข้อมูล อยู่ที่ bandwidth และ latency ซึ่งสำหรับ 2 channel (stereo) ทั้ง 3 medium ส่งได้พอครับ
           4.4) แล้ว DAC ร่นใหม่ จัดการกับ jitter ได้อย่างไร
                   4.4.1  Re-clock การ re-clock มีมานานแล้ว โดยการใช้ flip-flop IC มาอึงกับ clock ที่แยกจาก medium of transport.
                            ตัวอย่าง 1--1--1-1--1--1 เมื่อผ่าน reclock ก็กลายมาเป็น 1--1--1--1--1--1 (สำหรับ Async reclock อาจเป็น 1---1---1---1---1---1 ก็ได้)
                   4.4.2 Buffer + Reclock
                            buffer data ส่วนหนึ่งไว้ที่ chip แล้ว reclock
                                การ buffer นั้นทีได้หลายแบบ
                                 - ที่ digital receiver chip
                                 - ที่ DSP บน DAC ที่ทำงานเป็น sound driver device, copy sound data มาที่ receiver chip แล้วแปลง sound data เป็น SPDIF/I2S ให้ digital receiver chip หรือ DAC chip อีกที
                 จะเห็นได้ว่า DAC รุ่นใหม่ เมือใช้ เทคนิคข้างต้น ก็สามารถ ลดปัญหาเรื่อง jitter ได้ไปมากๆครับ มากจน ไม่ต้องห่วงเรื่อง jitter ที่เกิดขึ้นระหว่าง medium ครับ

     เมื่อเราเข้าใจได้ว่า digital sound ทำงานได้อย่างไร เราสามารถจะให้ความสำคัญในการเล่นได้ ถ้ามีงบจำกัด ซึ่งขึ้นอยู่แต่ละบุคคล

     ถึงตอนนี้ คำแนะนำของผม (ท่านอื่นไม่จำเป็นต้องเชื่อ หรือถ้าผมให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ขอให้ช่วยแก้ไข ครับ)

คำแนะนำ
- สัดส่วนลงทุนกับ DAC ให้มากที่สุด ข้อสังเกตุ ของ DAC ที่ควรให้ความสำคัญ
     - ภาคจ่ายไฟ ของ digital กับ analog แยกจากกัน
     - Precision clock
     - Galvanic isolation ระหว่าง DAC ตัว digital source
     - Driver ที่สามารถ ส่ง Bit-perfect
     - ภาค analog ของ DAC เช่น opamp, discrete (ส่วนนี้ก็เหมือนกับ การเล่น analog ทั่วไปเลยครับ)
     - ความสามารถในการ รับ input ได้หลายแบบ RCA SPDIF, TOSLINK (ส่วนใหญ่ audiophile ไม่ชอบครับ), BNC แนะนำครับ เพราะ BNC ให้ความต้านทาน 75ohm ได้แม่นกว่า RCA SPDIF และไม่แพงกว่าเท่าไหร่, AES/EBU ผมไม่มีประสบการณ์ครับ คงแนะนำอะไรกับ input/output นี้ไม่ได้ครับ คงต้องถาม ท่านที่ทำงานด้าน sound engineer ครับ
- เรื่อง digital source
     - ส่ง bit-perfect ได้
- เรื่อง medium of transport
     - สามารถรองรับ bit-perfect

ขอจบเพียงเท่านี้ครับ

อนึ่ง ที่ผมเขียมาแชร์ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะผมเองก็มีความรู้จำกัด และการย่อความเพื่อให้เข้าใจง่าย ถ้าท่านอื่นสนใจ ลอง ถาม อากู๋ หรือท่านอื่นๆ ในเวปเรา (มีหลายท่านที่ออกแบบ DAC เองได้เยอะมาก) ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 สิงหาคม, 2013, 12:24:48 AM โดย Goda Takeshi »

ออฟไลน์ สรร

อยากตั้งข้อสังเกตุว่า การฟังเพลงจากไฟล์นั้น น่าจะมีอยู่ 2 ระดับ คือระดับ basic กับระดับ advance
....แบบ basic ก็ฟังแบบ mp3 หรือไฟล์ Flac โดยใส่้ข้อมูลลงใน แฮนดี้ไดฟ์ ซึ่งหาเพลงมาฟังได้ไม่ยากเย็นนัก แล้วเอาไปเสียบฟังจากเครื่องเล่นmp3 หรือ เสียบกับเครื่องเล่น avr หรือเสียบฟังในรถยนต์ หรือจะฟังจากคอมพิวเตอร์ โดยโปรแกรมยอดฮิต , วินแอมป์ , เจ็ทออดิโอ , aimp2 ,  JRiver Media Center , foobar2000 อย่างfoobar2000 คุณมานพ ท่านเขียนไว้ตามนี้ครับ >>> http://www.htg2.net/index.php?topic=72354.0

.....แบบ advance ก็คือฟังแบบเอาจริงจัง ก็แบบที่ท่าน Goda Takeshi ว่ามาและยังมีอีกหลายท่านที่เล่นลักษณะนี้ คงให้ท่านเหล่านั้นมาแนะนำบอกเล่าถึงวิธีการเล่นครับ

ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,839
  • Total likes: 0
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
เคยเกาะหน้าต่าง  เล่นด้วย Foobar   จากนั้นดีลีทออก เมื่อน้องๆมาลง Jriverให้....
.....ล่าสุดได้ลอง OSX+อมารา ชอบมากกับการใช้อมาราเอ็นจิ้นเล่นไฟล์เพลง(AIFF,WAV) จึงกระโดดจากหน้าต่างพักแรมใต้ต้นแอ็ปเปิ้ล ;D

ที่เล่นอยู่ตอนนี้
Mac mini 2009+ 18.5V Linear Power supply+ สารพัดจะแต่งซิ่ง
HDD Docking FW โมฯแหลก พร้อมไฟ12V  ทำขำๆ   สายไฟดีซีก็ทำเน้นๆ  สาย FW AQ Carbon 3m  > Mac mini
ในแม็คมินิ  ใส่ Plextor M5PEX 128GB (OSX) &256GB  (File เพลงที่ฟังบ่อย)

เท่านี้  ก็ประหยัดหัวอ่าน  ยืดอายุงาน  เครื่องเล่นแผ่นซีดีได้นานออกไปอีก(หวัง ครับ  หวังว่าเช่นนั้น) ;D
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262

ออฟไลน์ nut_ty

  • คนดีคือคนที่ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ทั้งในทางตรงและทางอ้อม
  • ผู้สนับสนุน web 1ปี
  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,901
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
เดี๋ยวถ้า USB DSD DAC 32/384 มาถึงมือเมื่อไหร่ จะรีวิวการใช้งานของทั้งสองค่าย MAC/PC ยิ่งตอนนี้ไฟล์ DSD มาแรงมากๆๆๆ เป็นเรื่องที่น่าเรียนรู้กว่าระบบ PCM เดิมๆ เสียอีก นี่ถ้าไม่ติดว่าไปบู๊กับถนนมาล่ะก็ มันส์กว่านี้พะย่ะค่ะ  :'(

http://www.htg2.net/index.php?topic=86722.0

ป. ล. บอกแล้วว่าต้องมีโฆษณาคั่น  ;D

นายวัชระ สลัดแก้ว
โทร 083 1214445

ออฟไลน์ อูฐ

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Superstar...
  • *****
  • กระทู้: 4,631
  • Total likes: 0
ขอบคุณ  คนเก่ง ๆ ทุกท่าน ครับ

ออฟไลน์ RCDragon

  • *****
  • กระทู้: 749
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • Colorful Life in Beautiful Country.....
สวัสดึครับ
อ่านสนุกได้ความรู้มากมาย ผมตามอ่านของสมาชิกในหลายๆกระทู้และใน Webboard อื่นๆมาพักนึงแล้วครับ
ผมเองก็เล่นผ่านคอมแล้วค่อยเข้า External DAC มาพักนึงแล้วครับ
พอมาอ่านได้ข้อมูลมากมายรวมถึงการปรับเซ็ตที่ Player ที่ใช้ในคอมทำให้เสียงดีมากๆแบบไม่ธรรมดาเลย
ก็เลยได้ไปประกอบคอมใหม่ซะเลยเรียกได้ว่า
Spec เดี๋ยวนี้ไม่แพงแต่แรงแบบไม่ธรรมดา เล่นหนังบูลเลย์ไม่กระตุก รวมไปถึงเล่นไฟล์เพลง hires ทั้งหลายได้เยี่ยมยอดไปเลย
ทำให้ตอนนี้ฟังจากแผ่นน้อยลงบ้างเพราะกำลัง เพลินกับการเล่นบนคอมเนี่ยแหละครับ  :yahoo

ใช้ PC i5 Gen4 + JRiver + USB + iFi + Ext DAC แล้วไปเข้า AMP.

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • Total likes: 0
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
คิดว่า น้าอูฐ และท่านที่สนใจเรื่องนี้ คงได้อ่าน http://www.htg2.net/index.php?topic=85046.0 อันนี้ด้วยนะครับ  เนื้อหามันมีอะไรให้เก็บเกี่ยวมาเลือกใช้อยู่เยอะนะครับ ลองอ่านดูนะครับพี่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 สิงหาคม, 2013, 11:52:46 AM โดย surapong.d »
Simple is my Way

ออฟไลน์ wat12(คุ้ม)

  • ชอบรวมสิ่งที่ดีๆเข้าด้วยกัน จึงไม่เกี่ยงทั้งเทคโนโลยี่แรกเริ่ม หรือล่าสุด
  • ผู้สนับสนุน web
  • Super Star.
  • *
  • กระทู้: 2,839
  • Total likes: 0
  • DLP 4 Studiotek130 , TUBE 4 STAX , SSamp 4 spk
เท่าที่ศึกษาเรียนรู้จากผู้รู้มา  และความเข้าใจแบบบ้านๆ ของข้าน้อยเอง คงประมาณนี้จร้า  ผิดถูกโปรดอภัยเน่อ ;D

ที่เราคุ้นเคยกันกับแผ่น CD
ก. CD (16bits / 44.1kHz native)  = ข.๑ > เล่นผ่าน Optical CD  Drive  > ข.๒ สัญญาณ ดิจิตอล Spdif out  ไปต่อแด็คภายนอก  หรือ  ค. การจัดการสัญญาณออกเป็นรูปแบบ Digital เพื่อให้ชิบแด็ค คุยกันรู้เรื่อง > ง. Analog Signal > จ. การจัดการกับ Analog Signal > ฉ. สัญญาณเสียงอานาล็อกพร้อมใช้ เสิร์ฟผ่านขั้วผ่านสายถึงภาคปรีแอ็มป์ของเราท่าน

ในความเห็นส่วนตัวของข้าน้อย
การเล่นไฟล์เพลง  ก็เพียงการแปลงข้อมูล จากรูปร่างของหลุมบนแผ่น  ให้เป็นข้อมูลไฟล์ (ที่ชอบเป็นพิเศษก็ .wav or .aiff) ที่ไม่จำกัดไว้เพียง 16Bits/44.1kHz เท่านั้น  ขอให้มีแบบเนทีฟมา และชิบต่างๆ ของเครื่อง หรือภาคแด็ค ซัพพอร์ทได้
จะส่งข้อมูล 24/96 - 24-192  มาก็ยังไหว............ปัจจัยอยู่ที่ว่า  คุณภาพของไฟล์นั้น มันเป็น Native ไหม  หรือเป็นไฟล์ที่มีคุณภาพเอื้อ/สนับสนุนก่อให้เกิดเสียงดีจริงไหม :victory

โดยเป็นเพียงการนำมาทดแทนในส่วนของทรานสปอร์ท  คือ ข้อ ก-ข.๒  หรือ ก-ค (กรณีที่คิดลุกลามไปถึง แด็คชิบ ชิบแด็ค) เท่านั้น
เล่น ทดแทนแบบ ก. - ข.๒ ก็ใช้สายโคแอ็ค แบบที่คุ้นเคยเดิมๆได้
เล่นทดแทน แบบ ก. - ค. อาจต้องดัดแปลงเยอะหน่อย หรือใช้แด็คตัวใหม่  หรือซื้อหาที่เขาทำกึ่งสำเร็จ  หรือ สำเร็จเบ็ดเสร็จ( ก.- ฉ )

เท่ากับว่า DAC เดิมๆ  ที่มีอยู่ในโลกนี้  ไม่ว่าจะเป็น Non Oversampling DAC แบบโบราณ  หรือ  แบบไฮเรส สมัยใหม่ จะกี่บิท  จะพลิก จะแพลง ยังไง  เมื่อบวกกับภาครับDigital Receiver ที่เหมาะสมแล้ว  ย่อมเล่นกับ " เครื่อง/อุปกรณ์เล่นไฟล์เพลง " ได้แน่นอน

ทั้งนี้เรื่องความถูกหู ถูกใจ  เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ใช่ว่า  ตัวเลขแยะ  แซมปลิ้งเยอะ  จะฟังม่วนหู  กว่า  พวกที่ตัวเลขน้อย  เทคนิคโบราณ เสมอไป
ทุกอย่างอยู่ที่ คุณภาพ  หรือ ระดับ โพสิชันนิ่ง  ของตัวนั้นๆ  ซึ่งหากทำออกมาสุดๆ  ไม่ว่าจะแบบไหน  เราอาจชอบทั้งหมดทุกตัวเลยก็เป็นได้ ( แล้วอาการกระเป๋าแบนก็ตามมา ;D ;D ;D)


เล่าสู่กันฟัง ถึงความเห็นส่วนตัว  เรื่อง  ทรานสปอร์ท ทดแทน การเล่นแผ่นซีดี  หรือเล่นคู่กันไป  สไตล์ส่วนตัว  มั่วๆ แบบบ้านๆ  ของข้าน้อยจร้า d_d
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 สิงหาคม, 2013, 12:20:57 PM โดย wat12(คุ้ม) »
ไม่มีอะไรดีที่สุด การค้นหาข้อดีของแต่ละอย่างแล้วผนวกเข้าด้วยกันเพื่อความพึงพอใจคือสิ่งที่ท้าทาย  " ทำเหมือนเขา ได้ดีที่สุดคือเท่าเขา แต่ส่วนใหญ่จะแพ้เขา แต่ถ้าเราใส่ไอเดียคิดใหม่ของเราเข้าไป โอกาสชนะและดีกว่ามีครับ " สนับสนุนการคิด ไม่พิศมัยการลอกทั้งดุ้น

http://www.htg2.net/index.php?topic=23262