ผู้เขียน หัวข้อ: Bridget Jones 2 กับเรื่องโรงทั้งโรงให้ผมคนเดียว( อีกแล้วครับทั่น )  (อ่าน 3904 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ โต้ง ช.ม.

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 753
อา..สวัสดีครับทั่นผู้ชม มาพรีวิวหนังใหม่ให้อ่านกันอีกแล้วครับ และก็มาเล่าเรื่องที่ผมได้เจอมาเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ผมนั่งดูหนังในโรงครับ

ตั้งใจว่าจะดูหนังเรื่องนี้ ตั้งแต่วันพฤหัสกะวันศุกร์แล้วครับ แต่ก็ไม่ว่างติดธุระสำคัญ เพิ่งจะมาว่างเอาวันนี้ ผมเลยตัดสินใจไปดูที่ วิสต้ากาดสวนแก้ว ( พักหลังๆผมไปดูที่เมเจอร์เกือบตลอด บัตรแพงกว่า 20-40 บาท แต่ได้ระบบภาพที่ดูดีกว่าครับ ) แต่วันนี้ที่ไปดูวิสต้าเพราะว่ามันใกล้ที่ทำงานครับ ( โดดงานอีกแล้วครับ อิๆๆ :D ) ไม่อยากถ่อไปดูไกลๆ

ขึ้นไป 11.00 น. หนังมีรอบ 11.30 น. ซื้อตั๋ว ปรากฏว่าทั้งโรง มีผมไปซื้อเป็นคนแรก ( ขนาดว่าวันเสาร์นะครับเนี่ย :o ) ซื้อเสร็จก็ไปเดินดูของแถวเพาเวอร์บายแป๊บนึง กลับมาถึงพนักงานเปิดประตูพอดี ในใจคิดว่าน่าจะมีคนอยู่บ้างล่ะมั้ง ซัก 10-20 คน แต่กลับปรากฏว่า ทั้งโรงมีแค่ผมเพียงคนเดียว ผมก็ถามพนักงานไปว่า แล้วเขาจะฉายหรือเปล่า ปกติถ้าคนซักมี 2-3 คน เขามักจะคืนบัตรและยกเลิกไปเสีย ( ผมเคยเจอ )เพราะว่ามันไม่คุ้มค่าไฟ ค่าแอร์

แต่นี่เขายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ฉายแน่นอนครับ ผมก็โอ.เค. ถือว่าสปิริตสูงมากๆ เพราะว่าคิดแล้วขาดทุนแน่นอน ( บัตร 90 บาท ) จะพอค่าไฟหรือเปล่าเนี่ย ( ใช้เยอะนะครับ ทั้งแอร์ ทั้งเครื่องฉาย ทั้งเครื่องเสียง ไหนจะค่าพนักงานอีก ) ซึ่งตรงนี้ผมต้องขอปรบมือให้ทางวิสต้าด้วยครับ ;) คราวหลังถ้าหนังฟอร์มไม่ใหญ่มาก ผมก็จะขึ้นมาดูอีก เห็นแล้วสงสารเสี่ยทอมมี่ ( เจ้าของวิสต้า )จริงๆ ทำไปเพราะใจรักจริงๆ ธุรกิจหลักๆของแก ก็มีโรงงานน้ำตาล กะโรงงานชูรสอยู่แล้ว เท่าที่ผมทราบ

เอาล่ะโม้มาเยอะ มาถึงหนังเรื่องนี้ดีกว่า

บริทเจต โจนส์ มาถึงภาคที่ 2 เนื้อเรื่องต่อจากภาคแรก หลังจากโจนส์ สมหวังเรื่องความรักกับแฟนหนุ่ม มาร์ค ดาร์ซี่ ถึงเวลาที่ทั้งคู่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ( ยังไม่แต่งงาน ) แต่แล้วก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อนิสัยและสภาพแวดล้อมของทั้งคู่ ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งคู่มีปากเสียงกัน รวมไปถึงหนุ่มเจ้าชู้ แฟนเก่าของโจนส์ ก็กลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง เขาทั้ง 2 จะทำอย่างไร ท่านต้องไปติดตามชมเอาเองครับ

ออฟไลน์ โต้ง ช.ม.

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 753
และก็เช่นเคย ถ้าท่านจะไปดูหนังเรื่องนี้ ผมขอแนะนำให้ท่าน หาเช่าภาคแรกมาดูซะก่อน ( ซึ่งผมทำเป็นประจำอยู่แล้ว ก่อนการไปดูหนังภาคต่อทั้งหลาย ) เพื่อจะรื้อฟื้น และทำให้เราได้ชมเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง จะได้อรรถรสในการชมหนังภาคต่อมากขึ้นครับ

มาถึงภาคนี้ ความแตกต่างจากภาคแรกอย่างชัดเจนก็คือเนื้อเรื่อง ภาคแรก จะเล่าถึงความรักระหว่างหนุ่ม-สาวที่มีให้ต่อกัน ( จีบกัน ) แต่มาถึงภาคนี้ หนังจะเล่าถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันครับ และหนังก็เล่าได้ดีมากเลยทีเดียว เชื่อว่าคนที่มีแฟนหรือมีครอบครัวแล้ว ได้ดูหนังเรื่องนี้ คงจะมีเหตุการณ์ในหนังที่ใกล้เคียง กับเหตุการณ์ที่เราเคยเจอมามั่งล่ะ

ส่วนอื่นๆก็ยังมีให้ชมกันเหมือนภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นการพูดของบริทเจต บรรยายไปให้ผู้ชมฟัง เหมือนกันเราได้อ่านไดอารี่ของเธอ ( สำเนียงการพูดที่เธอใช้ ผมชอบมาก ไม่เหมือนกับคนมะกันพูด เขาเรียกว่าสำเนียงอังกฤษรึเปล่า?? ) ดนตรีประกอบทำได้โดดเด่น ผมชอบมาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว คัดเอาเพลงเพราะๆมาใส่ไว้ในหนัง สงสัยงานนี้คงต้องตามเก็บซีดีซาวน์แทร็คกันอีกแล้วครับท่าน

ภาคนี้ มาถ่ายทำในประเทศไทยด้วย และก็พูดถึงประเทศไทยเยอะพอสมควร ทำให้เราได้รู้ว่า คนต่างชาติคิดยังไงกะเรา ( เท่าที่ผมดูรู้สึกไปในเชิงลบนิดๆนะ )

ดาราอย่าง เรอเน่ เซลวีเกอร์ รางวัลออสการ์การันตี ความสามารถในการแสดงของเธอ ดูแล้วอินมากๆครับ เป็นธรรมชาติดีมาก แสดงได้เหมือนกับชีวิตเราๆท่านๆทั่วๆไป ที่ไม่ได้มีทุกอย่างเพอร์เฟ็ค อีกอย่างที่ทำให้ผมต้องอึ้งในความสามารถของเธอ ก็คือการปรับตัวเพิ่มและลดน้ำหนักเดี๋ยวอ้วน เดี๋ยวผอม และก็กลับมาอ้วนต่อในเรื่องนี้ ( หลังภาคแรก เธอต้องลดน้ำหนักเพื่อเล่น ชิคาโก ) ผมว่าเธอเก่งมากๆๆเลยครับ

ดาราคนอื่นๆก็แสดงได้ดี โคลิน เฟิร์ท ฮิวจ์ แกรนส์ เล่นได้สมกับเป็นมืออาชีพครับ

สรุป เป็นหนังโรแมนติกคอมมาดี้ที่ดีอีกเรื่องนึง ถ้าดูภาคแรกแล้วชอบ ก็น่าจะมาดูภาคต่อครับ ผมให้ 9 คะแนน

ออฟไลน์ ดอมน้อยสอยเงินล้าน

  • ***
  • กระทู้: 160
  • เพศ: ชาย
  • ซักวันลูกจะรวยให้ดู + ให้ฟังด้วย - -"
ครั้งสุดท้ายที่ผมไปเหยียบวิสต้า ไปดูหนังเรื่อง Snow Dog พาน้องสาวไปดูครับ ดูไปแรกๆก็ดี แต่ซักพักเริ่มง่วง ก็หลับไป หลับๆตื่นๆ ที่ตื่นก็เพราะมันมีเสียงดุ้งขึ้นมา ไม่ใช่เสียงของหนังนะครับ� เหมือนเสียงปิด-เปิดแอมป์ดังๆ ลำโพงมันดัง พุ๊บๆ แล้วเสียงก็หายไปครับ ทีแรกก็ไม่ได้คิดไรครับเพราะเดี๋ยวเสียงมันคงมา แล้วผมก็หลับไปจนหนังจบ� พอหนังจบแล้วก็ถามน้องว่าสนุกไหม� น้องบอกว่าตั้งกะเสียงหายไป มันมาอีกทีเกือบหนังจบ สรุปแล้วคนทั้งโรงนั่งดูหนังใบ้ เป็นครึ่งชั่วโมง ทนดูกันไปได้ยังไง ไม่มี จนท.ของโรงหนังออกมาแสดงความรับผิดชอบเลย� ทุกวันนี้เลยไปดูที่เมเจอร์แทน ถึงมันจะแพงแต่เก้าอี้มันนุ่นกว่าแยะเลย จอก็ใหญ่กว่า สายก็เยอะกว่า

สรุป เมเจอร์ชัวร์กว่า� ถึงจะแพงกว่าแต่ได้ดูสาวสวยๆก็คุ้มละครับ� :D

ปล.ไม่ทาบว่าโรง 12 ห้วยแก้วที่มีระบบเสียง SDDS ยังเหมือนเดิมรึเปล่า หรือว่าปรับปรุงแจ่มกว่าเก่า เพราะตั้งแต่มีเมเจอร์ไม่ได้ไปดูอีกเลย คิดถึงโรงนี้มากครับ ชอบ SDDS 7.1 อิอิ มันเริ๊ดมากเลยจอร์จ ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ธันวาคม, 2004, 02:46:20 PM โดย ดอมน้อยสอยเงินล้าน »

ออฟไลน์ โต้ง ช.ม.

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 753
หวัดดีครับคุณดอมน้อย วิสต้า ถ้าเทียบกับเมเจอร์คงจะสู้ไม่ได้ประการทั้งปวงล่ะครับ เมเจอร์หรู เริ่ดอลังการกว่าอยู่แล้ว แต่ผมเกลียดเมเจอร์อยู่อย่าง เวลาหนังฟอร์มเล็ก ฉายโรงเล็กโรงที่ 1-5 ดันไม่มีเสียงเซอร์ราวน์ครับ มีแต่ตอนเพลงสรรเสริญเท่านั้นแหละ ไม่เชื่อคุณลองไปฟังดูเถอะ และปัญหาเสียงข้ามโรงก็ยังมีอยู่ เนื่องจากโรงหนังที่ติดๆกัน บางโรงฉายหนังแอ็คชั่น อีกโรงหนังดราม่า จะได้ยินเสียงเบสลึกๆ มาให้ได้ยินตลอด และราคาค่าตั๋วแพงกว่าหน่อยนึงครับ

ถ้าหนังฟอร์มยักษ์ๆ ผมไปดูเมเจอร์ โรง 7 สถาณเดียวครับ จอใหญ่สุดดูเต็มตา และยอมเปิดเสียงเซอร์ราวน์ ถ้าหนังฟอร์มไม่ใหญ่นัก หรือเป็นหนังดราม่าพวกเนี้ย ผมก็จะมาดูที่วิสต้าบ้างเป็นครั้งคราว บัตรราคาถูกกว่าหน่อย

สมัยบอร์ดเก่า ผมเคยเล่าให้เพื่อนๆพี่ๆฟังครับ ถึงความผิดพลาดของวิสต้า หนังเรื่องสไปเดอร์แมน 2 คนดูเต็มโรง ดันฉายหนังผิดม้วน ไม่มีใครลุกไปค้านซักคน ( หรือว่าดูหนังไม่รู้เรื่อง ) มีผมคนเดียวครับ ที่วิ่งออกนอกโรง ไปบอกพนักงานว่า เฮ้...คุณ คุณรู้ตัวมั้ยว่ากำลังฉายหนังผิดม้วน ( เมื่อก่อนมีพี่ผมเคยทำงานเป็นผู้จัดการโรงหนังของวิสต้าครับ ผมขึ้น-ลงห้องฉายเป็นประจำ ) เขาถึงปิดเครื่องและสลับฉายให้ถูก ผมเสียอารมณ์มากๆเลย นอกจากนั้นก็ยังมีหนังเหลื่อม ( เห็นขอบดำด้านบน-ด้านล่าง ต้องปรับที่เครื่อง ) เลนส์มัวปรับไม่ได้โฟกัส แสงน้อย ลำโพงบางโรงมีเสียงฮัม ความเป็นโปรเฟสชั่นแนล ยังสู้เมเจอร์ไม่ได้ครับ

ส่วนระบบเสียง sdds ผมไม่ได้เห็นมานานละ เจอครั้งสุดท้ายเรื่องอะไรจำบ่ได้แล้วครับ ( ไม่ได้ไปดูนานแล้วด้วยที่ 12 ห้วยแก้ว เพราะคนไม่ค่อยมีครับ ) แต่ที่ 12 ห้วยแก้ว เสียงในโรงยังออกก้องๆหน่อยนะ... ผมว่า sdds ฟังเลยพอๆกะ dolby digital เลย แต่ถ้าเป็น DTS ขนานแท้ในโรง ( ปัจจุบันไม่มีแล้ว ไม่รู้ทำไม ) ผมเคยฟังตั้งแต่สมัยหนังเรื่อง True Lies ของพี่เบิ้มอาโนลโน่นแน่ะ ขอบอกว่าเสียงแยกดี ชัดมากๆครับ และก็ใสเอามากๆเลยด้วย ต่างกับ dolby digital หน้ามือเป็นหลังมือ ( DTS ในโรง ไม่ได้เอาเสียงจากรูหนามเตือยของแผ่นฟิลม์ แต่จะมีดิสแยกมาให้อ่านโดยเฉพาะ ) ในขณะที่เครื่องเสียงบ้าน dolby digital กะ DTS ต่างกันไม่มากเลยครับ ในแผ่นเดียวกันที่บันทึกมา 2 ระบบนะครับ

ออฟไลน์ RAK

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • Super Star
  • *****
  • กระทู้: 1,723
  • เพศ: ชาย
จ๊าบ จริง จริง ขนาดมีคนดูแค่ ท่านเดียวยังฉาย สงสัยเห็น คุณ โต้ง เป็นขาประจำ (ขาใหญ่ญญญญ) อิ อิ 8)

ออฟไลน์ ดอมน้อยสอยเงินล้าน

  • ***
  • กระทู้: 160
  • เพศ: ชาย
  • ซักวันลูกจะรวยให้ดู + ให้ฟังด้วย - -"
ขอนอกเรื่อง reviwe อีกนิดนะครับ :)

เมื่อก่อน วิสต้าที่เซ็นทรัลโรง 1 มั้งเน๊าะที่เป็น DTS นึกถึงตอนนั้นแล้วคิดถึงมา บัตรงี้ 40 บาททุกที่นั่ง มี DTS อีกต่างหาก� :o

ส่วน SDDS ตอนที่มาถึงเชียงใหม่แบบสดๆซิงๆ รอบที่เปิดให้เข้าไปดูฟรี ผมยังจำเสียงพายุของเรื่อง Twister ได้อยู่เลย มันสุดยอดมากจริงๆ เดินออกโรงมายังแสบแก้วหูอยู่เลย แต่หลังจากนั้นไม่เห็นเปิดดังเหมือนตอนที่มาใหม่ๆเลยอ่ะ

มาสะใจอีกทีก็ตอน Star War EP1 ที่โรงหนังเปลี่ยนระบบใหม่เป็น DD EX กับ SDDS ที่อัพจาก 6.1 เป็น 7.1 ผมไปดูทั้ง 2 โรง รู้สึกว่าเบสของ SDDS มันสุดๆเลย ระเบิดทีอกสะเทือน� แบบ DD EX เทียบไม่ติด� แต่หลังจากนั้นไม่เห็นเสียงมันกระหึ่มแบบนั้นอีกเลย (สงสัยกลัวลำโพงแตกมั้งเน๊าะ) จนมีเมเจอร์เลยย้ายสำมะโนครัวไปอยุ่เมเจอร์แทน� 8)


ส่วนเห็นคุณโต้ง reviwe Bridget Jones 2 ท่าจะสนุกดี แต่ทำไมต้องให้บทนางเอกมันอ้วนๆจัง สงสารเดี่ยวต้องเพิ่ม เดี่ยวต้องลดน้ำหนัก จะว่าไปแล้วก็ต้องไปขุดภาค 1 ขึ้นมาดูแล้ว แล้วจะหาโอกาสไปดูที่วิสต้าบ้าง แต่ผมคงไม่ได้ดูคนเดียวแบบคุณโต้งมั้ง อิอิ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ธันวาคม, 2004, 11:38:41 PM โดย ดอมน้อยสอยเงินล้าน »

ออฟไลน์ โต้ง ช.ม.

  • สมาชิกรุ่น Classic
  • *****
  • กระทู้: 753
บริทเจ็ตโจนส์ จะว่าไป...ผมชอบภาค 1 มากกว่าครับ ผมว่าลงตัวดีกว่าภาค2 นิด(ซึ่งมีหลายฉากเหมือนกันที่เหมือนภาค 1 ) เพลงประกอบนั้นเพราะมากทั้ง 2 ภาค ( จะไปหาซีดีซาวน์แทร็คมาเก็บไว้แล้ว ) ส่วนในเรื่องของนักแสดง ก็ต้องทำตามบทครับ ( หนังเรื่องนี้มาจากหนังสือ ) ภาค 2 งี้ เรอเน่ อ้วนกว่าภาคแรกอีก ( เป็นมืออาชีพจริงๆ คิดถึงตอนลดน้ำหนัก คงจะลำบากน่าดู อิๆๆ ) แต่อ้วนแล้วเธอดูน่ารักดีนะ..ผมว่า