ผู้เขียน หัวข้อ: มีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับสาย HDMI ยี่ห้อ Monster ครับไม่แน่ใจว่าโดนโกงรึเปล่า  (อ่าน 10667 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ winny6969

เรื่องมีอยู่ว่า

ผมได้คุยกับคุณพ่อ(ซึ่งท่านไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับผมนะครับ)ซึ่งท่านชอบเรื่องพวก HD และระบบเสียงมาก เค้าบอกว่าเครื่อง PS3 ของผมเนี่ยควรไปซื้อสาย HDMI เจ๋งๆ เนี่ยภาพมันคงจะดีกว่าที่เป็นอยู่

สรุปว่าผมกับพ่อไปดูสายของ Monster ในห้างดังแห่งหนึ่งราคารุ่นที่ผมต้องการอยู่ที่ 12990 บาท แต่บังเอิญว่า พ่อผมเค้าเล่นของพวกนี้มาพักนึงแล้วพอมีคนรู้จักซึ่งเป็น Sales ขายเครื่องเสียง และเครื่องเล่นDVD Bluray ในห้างดังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งพ่อผมมักจะได้ของดีราคาถูกจาก Sales ท่านนี้อยู่เป็นประจำ

พ่อผมจึงได้โทรไปสอบถาม Sale คนดังกล่าวมาว่าพอจะมีของรุ่นนี้หรือไม่ เซลดังกล่าวบอกมีและจัดมาให้ผมได้ในราคา 6000 บาท  พอผมได้ยินราคาดังกล่าวแล้ว ผมกับพ่อจึงรีบบึ่งไปที่ห้างดังอีกแห่งที่เซลท่านนี้ทำงานอยู่และซื้อมาด้วยราคา 6000 บาท

กลับบ้านมาด้วยความสบายใจ ก็เลยเข้าเวบไปเช็คราคาสายดังกล่าวจากเวบของ มอนสเตอร์ ราคาขายอยู่ที่ 200USD ไอ้เราก็สบายใจได้ของดีราคาถูกมา แต่พอผมไปเช็คของรุ่นดังกล่าวที่เวบ ebay ผมตกใจสุดขีดครับ ราคาของสาย HDMI ที่ผมซื้อมาในราคา 6000 บาท ขายอยู่ที่อีเบย์แค่เส้นระ 25USD หรือประมาณ 800 บาท เท่านั้น

ตอนนี้งานเข้าในชีวิตผมอย่างแรง เพราะว่าของราคา 25USD เนี่ยแพคเกจในรูปที่เค้าโชว์ เหมือนของที่ผมซื้อมาทุกอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่ามันปลอมเหมือน หรือ ของผมนั้นเป็นของปลอมเหมือนพวกนั้น


รายละเอียดเพิ่มเติมสินค้าและรูปถ่ายนะครับ

Model : M1000HD - 8 ft. HDMI A/V Cable - 2.44 m.

รูปภาพสินค้าของผม














ตอนนี้ผมได้รีบ อีเมลล์ไปถามที่ Monster ให้เค้าช่วยเช็คหน่อยว่าสายของผมนั้นมันจริงหรือปลอม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเค้าจะเช็คให้ผมได้หรือไม่ โดยผมได้บอกเลขซีเรียลหลังกล่องทุกอย่างที่ผมหาได้ไปให้ทาง Monster แล้ว

ขอรบกวนท่านที่พอมีประสบการณ์ชี้แนะทีว่าจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าสายดังกล่าวเป็นของจ
ริงหรือปลอมครับ

ขอความกรุณา งด โพสข้อความในลักษณะที่ว่าสายดังกล่าวที่ผมซื้อมามันดีกว่าสายเส้นละ 400 บาท 1000 บาท หรือราคาใดๆก็ตามนะครับ เพราะอยากรู้แค่ว่ามันจริงหรือปลอมเท่านี้จริงๆ ครับ

ออฟไลน์ BoYoPo

ผมเคยซื้อจาก Ebay ได้ของปลอมมาครับ เจ็บปวดมาก เค้าจะเอารูปของจริงมาลง แต่พอได้มา แบบ ดูรุ้เลยว่าปลอม จริงๆ ดูงานก้รุ้แล้วครับ แต่ผมขอไม่ฟันธง ของคุณละกัน ในebay ดูดีๆนะครับ มันสายจีนเยอะ ท่ามาจาก พวก HKG อะ ดูดีๆ ครับ ขนขายเป็นคนจีนเปล่า   แล้วก้ดูด้วยว่า มันเป็นราคา Bid รึเปล่า

แต่ของผม ตอนนั้นได้ฟันธง ปลอมชัว แถม เจ้าตัวก้ยอมรับด้วย แต่เค้าให้ผมส่งคืนไป ผมดูแล้วไม่คุ้มที่จะส่งกลับเลย   

แต่คุณซื้อจากคนไทยด้วยกัน ผมว่าเค้าไม่น่าจะทำนะครับ


PS ส่วนตัว ผมว่า HDMI  จริงหรือ ปลอม จริงๆ แล้วภาพ ไม่ต่างกัน ต่างกันที่คุณภาพ และความทนของสาย  พูดถึง กรณีสายทีผ่าน QC ทั้งสองตัวนะครับ ไม่ใช่เอาสายถูกเสียๆ มา เทียบภาพ

ออฟไลน์ khun_sor


อย่าเรียกว่าโกงเลยครับ เราไม่ได้บอกต้องการของแท้ และรับประกันให้ด้วยในราคาที่ถูกลง ดังนั้นจึงได้ของละเมิดลิขสิทธิ์มา ถ้าไม่สบายใจเอาไปคืนดีกว่าครับ

เท่าที่ผลเคยตามเส้นทางของพวกนี้ มันมาจากโรงงานที่จีน ที่อาจเป็นทั้งผู้ผลิตให้เจ้าของสินค้า หรือเป็นโรงงานอื่นที่เอา บล็อกต้นฉบับไปดำเนินการก็ได้ โรงงานที่ประเทศนี้ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่หลักการของเจ้าของสินค้าที่ OEM จะทำการส่ง Part ต่างๆ ที่มีที่มาต่างกันให้ผลิตและประกอบให้จบเป็นสินค้า  สำหรับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่เราได้มามันจึงมีความเหมือนในรูปแบบเกือบ 100% แต่ส่วนประกอบต่างหากที่แตกต่างกันอย่างมีสาระ ไม่งั้นต่อให้เป็นโรงงานเดียวกันก็ไม่สามารถทำต้นทุนได้ต่ำ และขายในราคาแค่นี้ได้

สำหรับสายยี่ห้อนี้ ผมมองว่า ตัวนำ น่าจะเป็นตัวที่ไม่เหมือนกันครับและเจ้าของสินค้าคงส่งตัวนำให้โรงงานต่างหากและส่งคนไปควบคุมคุณภาพและปริมาณเอา อันเป็นหลักการทั่วไปในการ OEM เพราะเจ้าของเค้าเน้นที่เทคโนโลยี่ตัวนำ โรงงานที่ผลิตละเมิดลิขสิทธิ์ก็คงเอาตัวนำมาตรฐานทั่วไปมาใส่แทนเข้าไป แล้วผลิตออกมา จึงกลายเป็นสินค้าระดับมาตรฐานทั่วไป ต้นทุนอาจเพิ่มนิดหน่อย แต่ขายได้ในราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว เนื่องจากได้โลโก้ของเจ้าของสินค้ามา        ในขณะเดียวกันของสินค้ามาตรฐานทั่วไป กำไรมันไม่เกิน 30% จากโรงงานอยู่แล้ว เพราะการแข่งขันในตลาดมันสูงมาก มีโรงงานมากมายผลิตได้เหมือนกัน  ดังนั้นทางลัดความรวยคือ ก็ผลิตซ้ำแบบกับสินค้าแบรนด์ แต่ขายถูกกว่าแบรนด์ 3 เท่า และในขณะเดียวกันได้กำไรมากกว่าสินค้ามาตรฐานปกติกว่า 200% 

เป็นคุณเป็นโรงงานผลิต  คุณจะทำไหม  ขายแค่ปริมาณ 1 ใน 7 ของการผลิตสินค้ามาตรฐาน ก็ได้กำไรเท่ากันแล้ว

** เรื่องมันน่าคิดต่อว่า กรณีตัวนำ ถ้าไม่ใช่ตัวนำที่จดสิทธิบัตร และในที่สุดเค้าก็หาผู้ผลิตตัวนำได้เช่นกันเอามาผลิต อันนี้ก็ตัวใครตัวมันแล้วครับ (แต่ดีกับคนซื้อ)  ซึ่งแน่นอนเราก็เข้าใจอยู่แล้วว่าสินค้าแบรนด์ต้องบวกต้นทุนในการวิจัยและพัฒนาไปด้วย และต้องบวกค่าการตลาดให้กับตัวแทนต่างๆ ไปด้วยอีกลำดับชั้น ราคากว่าจะมาถึงเราจึงสูงปรี๊ด