ผู้เขียน หัวข้อ: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?  (อ่าน 5906 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« เมื่อ: 20 มีนาคม, 2017, 02:26:07 PM »
ในช่วงนี้ ถ้าพูดถึง HTPC แล้ว OS ที่ใช้กันหลักๆ คงมีอยู่ 3 ตัว คือ

1. Windows ที่ใช้ WASAPI
2. MAC ที่ใช้ CoreAudio และ
3. Linux ที่ใช้ ALSA

หลายคนคงสงสัยว่า ก็มัน Bit perfect น่าจะเหมือนๆ กัน แต่จริงๆ มันไม่เหมือนกันครับ อย่างใน Windows แม้จะเล่นโหมด WASAPI ก็ไม่ได้หมายความว่า ข้อมูลที่ส่งไปยัง DAC จะเหมือนกับ Source จริงๆ 100% อย่างใน Foobar2000 เคยมีคนพบว่า เมื่อปรับ Volume Gain เป็น 0 และปิด DSP ทั้งหมด สั่งให้ Foobar2000 เล่นเพลงแล้วแทนที่จะส่งข้อมูลไป Soundcard ให้เขียนเป็นไฟล์ลง Harddisk แทน ซึ่งตามหลักแล้ว ถ้าเป็น Bit perfect จริง ข้อมูลจะต้องเหมือนกัน แต่กลับไม่เหมือนกัน (Bug นี้แก้ไขไปแล้วใน Version ใหม่)

ส่วนใน Linux ก็เคยมีคนจับได้ว่า ALSA แอบทำการ Resampling สัญญาณเป็น 48kHz ไม่ว่า Source จะเป็นความถี่เท่าไรก็ตาม แถมใช้ Resampler Algorithm ที่เน้นประสิทธิภาพ มากกว่าคุณภาพซะด้วย (ปัจจุบันแก้ไขแล้ว) ช่วงนั้นคนทิ้ง ALSA ไปเล่น OSS4 กันตรึม แต่ตอนนี้คนทิ้ง OSS4 มาเล่น ALSA เนื่องจาก OSS4 ไม่ใช่ Open Source อีกแล้ว

ซึ่งหมายความว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ อีก ที่ทำให้ไม่เป็น Bit perfect จริง ตั้งแต่ตัว Software ที่ใช้เล่นเพลง ยันระบบปฎิบัติการ และ Audio API

เท่าที่ผมลองเทสดูตอนนี้ ผมว่า Linux เสียงดีสุด ที่ผมใช้คือ Ubuntu กับ Mainline Kernel เวอร์ชั่น 4.10 (ถ้าสั่งอัพเกรด Kernel ผ่าน OS ตามมาตรฐานปัจจุบันจะเป็นเวอร์ชั่น 4.8 ถ้าจะลง Mainline kernel ต้องทำเอง Manual ผ่าน Command line) Kernel 4.8 เสียงไม่ต่างอะไรกับ WASAPI มากคือ ดีกว่าหน่อยๆ แต่ 4.10 นี่ต่างกับ 4.8 แล้วก็ WASAPI เยอะพอควรครับ  Ubuntu + Kernel v4.10 ตำแหน่งเครื่องดนตรีจะกว้างและชัดกว่าวินโดว์มากจนไม่ต้องสังเกตอะไร ประมาณเปิดมาฟังเพลงไม่ถึง 10-20 วินาที ก็ไม่อยากกลับไปฟังใน Windows อีกแล้ว

ตัวอื่นที่แนะนำก็เช่น Daphile และ Audiophile Linux (AP Linux) สำหรับ Daphile ผมไม่แน่ใจว่าอัพเกรด Kernel ได้หรือเปล่า เพราะมันแทบจะมีไว้ฟังเพลงอย่างเดียว ข้อดีมากๆ ข้อนึงคือ support native DSD512 playback ส่วน AP linux ผมไม่อยากจะลองเท่าไร เพราะเป็น Arch Linux และใช้ custom Real-time kernel คือ คนพัฒนาไปโม Kernel เอง แล้วสำหรับ Linux ถ้ามีการอัพเกรด Driver ต้องเปลี่ยน Kernel ด้วย เท่ากับว่าจะไม่สามารถอัพเกรด Driver ได้ ต้องรอผู้พัฒนา เอา Source Code Kernel ตัวใหม่มาโม แล้ว compile ใหม่

และสำหรับ Daphile กับ AP Linux ตัว Installer มันไม่สนับสนุนการทำ Multi boot เพราะงั้นจะลงหลาย OS ฟังเสียงเทียบกัน ค่อนข้างเป็นเรื่องลำบากครับ

ในระบบ HTPC ของผม
DAC: NPE 1541A โมตามคำแนะนำพี่ Goda เปลี่ยน Receiver เป็น AK4113 และเปลี่ยน LM337 เป็น LT1033 เพิ่มอีกอย่าง
CPU: AMD APU A8-7600
RAM: G.SKILL 16GB DDR3-2133
MB:Asrock Fatal1ty FM2A88X+ Killer
Sound Card (SP/DIF out): ESI Juli@
SSD: Kingston HyperX 120GB
HDD: Toshiba 4TB
BD Drive: Pioneer BDR-S09XLB

โดยมีติดตัวกรองไฟของ Elfidelity ที่ PCI, PCI-e, RAM, พัดลม PSU, พัดลม CPU, HDD และ BD Drive

ส่วน Mac เป็นระบบปฎิบัติการที่ผมจะหลีกเลี่ยงไม่ใช้มากที่สุด สั้นๆ เข้าใจง่ายๆ คือ แพง และ ห่วย ปัญหาเยอะ แก้ไขอะไรเองแทบไม่ได้ ไม่ได้มีเครื่อง Mac หรอกครับ แต่เคยต้องไปนั่งตั้งค่า Software พวก Player กับ CD Ripper ให้คนรู้จักครับ

ถามว่าทำไมผมถึงกล้าบอกว่า Mac ห่วย

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า OS ของ Mac มาจากไหน

หลายคนคิดว่า Mac พัฒนา OS เอง แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ OS ของ Mac ชื่อ Darwin และชื่อของ Kernel คือ XNU พัฒนาโดยมีแรงบันดาลใจ (ก็อป Source Code มาดุ้นๆ ) จาก NeXTSTEP, BSD, Mach รวมไปถึง Linux เองด้วย โดนจับได้บ่อยๆ ว่าไปลอกเขามา แล้วมาโม้ว่าดีกว่าต้นฉบับ ทั้งๆ ที่ Source code เดิมเปะๆ คำถามคือไปใช้ต้นฉบับเลยดีกว่าไหม? ถ้าชอบหน้าตา OSX เนี่ย Linux ก็ทำให้หน้าตาเหมือน OSX ได้ครับ

ซึ่งก็มีคนที่ไม่เข้าใจเรื่อง IT อ้างว่า Mac เป็น Monolithic kernel ซึ่ง "ดี" กว่า Windows ที่เป็น Micro Kernel และถ้าคำอ้างนี้จริง ผมไปเล่น Linux ที่เป็น Monolithic kernel แท้ไม่ดีกว่าเหรอ? และจริงๆ มันขึ้นอยู่กับ Algorithm ของ Software/Drivers/OS และพวก Bugs ต่างๆ ในระบบมากกว่าว่ามีมากน้อยขนาดไหน มากกว่าที่จะเป็นเพราะประเภทของ Kernel ไม่ได้แปลว่าถ้าเป็น Monolithic แล้วจะเสียงดี เป็น Hybrid หรือ Micro Kernel แล้วจะเสียงไม่ดี

http://www.informatica.co.cr/bsd/research/1999/1022.htm

และทั้ง Windows NT (XP 2000 7 8 10) และ OSX เป็น Hybrid Kernel ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่าง Micro Kernel และ Monolithic kernel :p

ข้อแตกต่างระหว่าง Monolithic Kernel กับ Micro kernel คือ ตามชื่อครับ Micro Kernel มีขนาดเล็กกว่า ส่วน Monolithic ใหญ่กว่า เนื่องจากรวม Software ส่วนอื่นๆ เข้าไป ใน Kernel เช่น Driver ของ Hardware ต่างๆ

คนที่เคยใช้ OS ที่เป็น Monolithic จะทราบดี เพราะหากต้องลง Driver ใหม่ที่เดิม OS ไม่สนับสนุน หมายถึงการ Patch kernel แล้ว Compile source code ใหม่ ซึ่งวิธีการดังกล่าวไม่เหมาะกับ OS ที่ขายให้กับคนทั่วไป ไม่ค่อยมีความรู้ด้านคอมใช้

และแน่นอนการอัพไดรเวอร์ Sound card มักจะมีผลกับเสียง ซึ่งพวก Monolithic kernel เนื่องจาก Driver มันอยู่ใน Kernel ทำให้การอัพ Kernel มีผลกับเสียงด้วย ถ้ามีการแก้ไข Driver ให้ดีขึ้น

และที่คนไม่ทราบกันคือ Darwin เป็น Open source ครับ คือ ถ้าอยากลงหามาลงได้ ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปซื้อเครื่อง Mac

http://www.puredarwin.org/

แต่นั่นไม่เท่ากับประเด็นที่สำคัญมากๆ 2 ประเด็นที่ทำให้ผมเมิณ Mac

1. เลือกประเภท Kernel ไม่ได้ว่าจะใช้ Generic หรือพวก  low-latency เช่น Preemption, soft real-time หรือ hard real time ซึ่งสำหรับงานทั่วไป รวมไปถึงดูหนัง ฟังเพลงแล้ว Generic kernel นั้นเหมาะสมกับงานสุดครับ ไม่ใช่ กลุ่ม low-latency kernel แต่อยู่ๆ วันนึง Apple ก็หักคอให้ทุกคนใช้ Preemption มาตั้งแต่สมัย Puma (OS X 10.1) หรือ Cheetah (OSX 10.0) เนี่ยแหละ ถ้าผมจำไม่ผิด

Studio ห้องอัด นิยมใช้ระบบ Low-Latency หรือ Real-time สาเหตุว่าทำไม? เพราะห้องอัด ต้อง Mix ภาพกับเสียง บางทีภาพและเสียงก็มีมากกว่า 1 แหล่งที่มา ถ้าเป็นระบบที่ Latency สูง ไม่แน่นอน ย่อมมีปัญหา ภาพเสียงเหลื่อม

แต่เราเอามาเล่นเพลง ดูหนัง ไม่ได้มาตัดต่อวีดีโอหรือเสียงนี่? แล้วจะใช้ระบบ real-time ไปทำแป๊ะอะไร? ซึ่งบางคนแย้งว่า real-time ต้องดีกว่าระบบ Latency สูงอยู่แล้ว สำหรับทุกๆ งาน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของคนไม่มีความรู้ด้านคอมครับ

โดยหลักการแล้วระบบ real-time คือ การยอมให้ทิ้งงานที่ทำไม่เสร็จตามเป้าหมายไปครับ เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องซื้อ Hardware ราคาแพงที่มี Latency ต่ำๆ ด้วย เพื่อให้ระบบทำงานได้ตามปกติ เพราะอย่างถ้าโปรแกรมตัดต่อเขียนข้อมูลลงฮาร์ดดิส ถ้าฮาร์ดดิสตอบสนองไม่ทัน ทั้งๆ ที่ความเร็วในการเขียนมากพอ (High bandwitdh แต่ High latency ด้วย เช่นพวก USB) ไฟล์วีดีโอที่ทำสำเร็จมา อาจจะเสียงภาพ หายบ้าง กระตุกบ้าง ตอนเล่นไฟล์ก็เช่นกัน ทำให้ระบบพวกนี้จำเป็นต้องใช้ Interface ที่ Latency ต่ำๆ เช่น Thunderbolt หรือ Firewire แทนที่จะใช้ USB บ้านๆ ได้โดยไม่มีปัญหา และนอกจากนี้มันยังกระหายทั้ง CPU และ RAM Spec สูงๆ ด้วย

รวมไปถึงขนาด Buffer ใน Real-time ต้องมีขนาดเล็ก เพราะการเขียน Buffer ต้องใช้เวลา Buffer ใหญ่ก็ใช้เวลาเติม Buffer มาก และเวลาเป็นข้อจำกัด ผลคือในระบบแบบ Real-time มักประสบปัญหา Buffer underrun คือ ระบบเอาข้อมูลใน buffer ไปประมวลผลหมดก่อนที่ระบบจะเติมข้อมูลใหม่ลง Buffer ได้ทัน คนที่เล่นวีดีโอ หรือ เพลงในระบบแบบนี้ มักจะพบว่า จำเป็นต้องแก้ปัญหาโดยการกำหนด Buffer ขนาดใหญ่ใน Software เล่นเพลงหรือวีดีโอ แล้วให้ Software อ่านข้อมูลจากฮาร์ดดิสไปเก็บไว้ใน RAM ก่อนเล่นเพลงหรือวีดีโอ และให้ Kernel มาเอาข้อมูลใน RAM ไปเติมใน Buffer แทนการเอาข้อมูลจาก Hard disk โดยตรงไปเติมใน Buffer ไม่งั้นตอนเล่นจะมีปัญหากระตุก หรือ noise หลุดออกมา

และเนื่องด้วยมันเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อเน้น "ความเร็วในการตอบสนอง" มากกว่า "คุณภาพ" ในระบบเดียวกัน Kernel แบบ Generic จะทำงานออกมาได้ดีกว่า ยกเว้น Hardware ที่มี Spec สูงลิ่ว จน Latency ใน generic kernel แทบจะเท่า low-latency kernel ก็เหมือนกับการไปบอกให้คนนึงๆ เร่งทำงานให้เสร็จภายใน Deadline กับบอกว่าเน้นคุณภาพทำนานหน่อยก็ได้แหละครับ ผลย่อมออกมาไม่เหมือนกัน

2. Software ครับ ลองถามคนเล่น MAC ดูสิครับ อย่างเรื่อง Rip แผ่น CD คนใช้ Windows มักจะแปลกใจเสมอว่า ทำไมคนเล่น MAC บอกว่าอุปกรณ์มีผลต่อการ rip เพลงมากมายมหาศาล ทั้งๆ ที่คนใช้ Windows Rip เพลงออกมา ไฟล์เหมือนกัน 100% ทุกครั้ง และมันจะฉงนกับคำกล่าวอ้างของชาว MAC ซึ่งผมขอ Confirm ครับ สิ่งที่ชาว MAC เจอแล้วมาบ่นเป็นเรื่องจริงทั้งหมดครับ สาเหตุก็มาจาก Software CD Rip กับ ระบบ OS ของ Mac นะแหละ

หลายคนที่ Rip เพลงบนวินโดว์น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว คือ ส่วนใหญ่ใช้ Software ที่สนับสนุน AccurateRip กับ Optical drive ที่มี Accurate stream, C2 Error Info และไม่มี Caching (ถ้ามี Caching ก็สั่งปิดในโปรแกรม Rip CD)

โปรแกรมที่ใช้ก็เช่น Exact Audio Copy ที่ไปตั้งค่าพวกนี้ รวมถึง Read Offset ได้ ซึ่งโปรแกรมเมื่อ rip แต่ละ track แล้วจะอ่านค่า checksum ขึ้นมา แล้วต่อเน็ตเพื่อเปรียบเทียบค่า checksum กับ ฐานข้อมูลในระบบ เพื่อจะได้รู้ว่าข้อมูลนั้นตรงกับต้นฉบับ 100% หรือเปล่า

ซึ่งตรงไม่ตรงรู้ทันทีหลัง Rip CD เสร็จ

แต่ใน MAC ไม่มี Software แบบนี้ใน App store ครับ (หรืออาจจะมีแต่ผมไม่รู้จัก แล้วเจ้าของ Mac ที่ผมไปเซ็ตเครื่องให้ไม่รู้จัก) Software Rip เพลงพี่ท่านประมาณว่า กดสั่ง rip เพลงจาก CD แล้วจบครับ บางตัวกำหนด Read Speed ไม่ได้ด้วยซ้ำ และนอกจากนี้ หลายตัวมันไม่มีฟรีด้วยเนี่ยสิ  2f

แล้วลองถามคนเล่น Mac สิครับ ว่าตอนเลือกซื้อ Optical Drive มา Rip CD เขาเลือกไดรฟ์ที่แจ้งค่า C2 Error Info, AccurateStream และไม่มี Caching หรือเปล่า หรือ ตั้งค่าใน Software ที่ใช้ Rip ยังไง มีตั้ง Read offset หรือใช้ AccurateRip (ต้องต่อเน็ตตอน Rip CD) หรือเปล่า?

คนใช้ Mac จะทำหน้าประมาณว่า เคยได้ยินศัพท์แสงพวกนี้ครั้งแรกในชีวิต...  2f

http://www.exactaudiocopy.de/en/index.php/overview/basic-technology/accurate-rip/

คราวนี้ อย่างที่เคยบอกไปว่า หลายอย่าง Mac ก็อบมาจากชาวบ้าน Software ใน Linux นี่ไปรันใน Mac ได้ครับ แค่ Compile ใหม่ เพราะงั้นหาโปรแกรม Rip ที่เป็น AccurateRip ใน Linux ไปลงก็ย่อมได้ครับ หลายตัวก็ Compile มาให้แล้ว ปัญหาคือ จะลง App ที่ไม่มีใน Store เขามันก็วุ่นวายพอควร คือ ต้องลง Xcode และ Enable Root User เพื่อ เอา Software ที่ Port มาจาก Linux หรือพวก Open Source อื่นๆ มาสั่ง Compile ใน OS X ได้

อารมณ์ประมาณ จาก ทุกปัญหามีทางออก เป็น ทุกทางออกถูกทำให้เป็นทางตันโดย Apple แก้ได้โดยการจ่ายเงินเพิ่มซื้ออุปกรณ์แพงๆ เกินความจำเป็นเท่านั้น ไม่ก็ต้องมาปวดหัวเพราะเรื่องที่ไม่ควรจะต้องเป็นปัญญหา จ่ายแพงแล้วชีวิตยังวุ่นวายมากขึ้นด้วย

https://support.apple.com/en-us/HT204012

ตัว CD Ripper ที่แนะนำของ Mac ก็เช่น Max กับ Rip ครับ

http://sbooth.org/Max/

http://sbooth.org/Rip/

ซึ่งจะสนับสนุนไดร์ฟที่อ่านค่า C2 Errors รวมถึงสนับสนุน AccurateRip

http://sbooth.org/Rip/details.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 มีนาคม, 2017, 02:27:46 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 20 มีนาคม, 2017, 02:41:43 PM »
ภาพตัวอย่างการ Rip เพลงใน EAC ครับ ตัว Software สามารถแจ้งได้ว่า ตรงจุดไหนที่น่าจะมีข้อมูลที่ผิด สามารถลองฟังได้ก่อน และถ้าพบความผิดปกติ สามารถสั่ง Glitch removal ได้ ซึ่งก็คือการ Interpolate ข้อมูลแถวๆ ส่วนที่ผิดผลาด เพื่อลดปัญหาลงครับ



http://www.exactaudiocopy.de/en/index.php/overview/sound-editor/glitch-removal/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 มีนาคม, 2017, 02:43:31 PM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 12:05:07 AM »
 :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup :giveup

อิๆๆ แต่ก็ขอบคุณครับ สำหรับความรู้ 

สำหรับผม ใช mac ฟังต่อไป เพราะไม่สามารถจับ linux ให้มันเชื่องได้สักที คิกๆๆ 
 :drive1 :drive1 :drive1
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 12:37:41 AM »
Linux นี่ต้องพอลง kernel เองเป็น กับ Config ALSA ให้ติตดต่อ Hardware โดยตรงห้ามใช้พวก Software conversion ครับ



ข้อดีคือมันเลือก kernel ตอนบูทมานั่งฟังเทียบกันได้ครับ kernel เก่ากับใหม่ หรือ kernel​ เวอร์ชัน​เดียวกันแบบ Generic หรือ low latency ครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 12:51:03 AM »
Player ก็หน้าตาประมาณนี้ ผมใช้อยู่ 2 ตัว Audacious กับ DeadBeef

ตัวนี้ Audacious



ส่วนนี่ DeadBeef



ตัวที่แนะนำอีกตัวก็ MPD ครับ แต่ไม่ฟรี
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,241
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 05:41:52 AM »
ESI Juli@  ใช้เหมือนกันเลย ราคารากหญ้าแต่เสียงยิ่งใหญ่เกินตัว
ใช้ชิพ AKM ทั้ง A/D , D/A  น่าเสียดายตรงที่ใช้ไปนานๆ 10 ปีขึ้น จะมีเสียงค๊อกแค๊ก ไม่รู้เป็นเพราะ C ตัวไหน
จากนั้นดังข้างเดียว  เลยเปลี่ยนเป็น RME BabyFace ถึงได้รู้ว่าเสียงน้องๆ เทพนั้นมีจริง

ในอดีตเวลาทำงานที่ชอบเช่น แต่งภาพ ทำเพลง และหรือ ตัดต่อวีดีโอ ผมใช้ PC เพราะคุ้นเคยกับโปรแกรม เล่นจนเบื่อกันไปข้าง
ลักษณะการฟังเพลงผมชอบฟังซ้ำๆ อยู่ไม่กี่อัลบั้ม และชอบที่จะฟังจากโปรแกรมทำเพลง
เช่น WabeLab , Cooledit ใช้งานง่าย ตอนหลัง Adobe ซื้อไป กลับใช้งานยากสำหรับผมแฮะ

เพลงที่ฟังก็พึีงพา EAC Rip จาก CDR PLEXTOR รุ่นที่เป็น SCCI
น่าเสียดายที่หลายพันเพลงเสียหายไปพร้อม H/D นึกถึงตัวเองคงถึงวัยที่สมควรต้องละ_เลิกเล่นแบบยุ่งยาก
(PC ประกอบเอง เน้นตั้งแต่ เคส , PSU , Mainboard , แรม การ์ดจอแบบไม่มีพัดลมให้หนวกหู)
อันที่จริงตอนนี้ก็มองๆ DELL Workstation มือสองอยู่ แบบคันนิดๆ ในใจครับ

เล่นเน็ท ส่วนใหญ่ฟังเพลง คอนเสิร์ท จากยูทูบ ใช้ mac Mini ไม่กวนใจดี
แต่การทำงานผมใช้โปรแกรมหลายๆ ตัวไม่เป็นเลยขี้เกียจศึกษา

หมายเหตุ  dBPowerAmp ก็เป็นโปรแกรม RIP เพลงที่ยอดเยี่ยมด้วยเหมือนกัน ลองแล้วจะติดใจ
จากนั้นใช้ Weiss Saracon แปลงเพลง ไฮเรท และได้ถึง DSD File  ผมว่ามันมีอะไนที่ซ่อนอยู่ที่ทำให้แปลกใจเล่นครับ


ป.ล. นอนดึกนะครับ ผมสองทุ่มนอนแหละ ตื่นตีสี่ครึ่ง ขอบคุณสำหรับความรู้แบบเนื้อๆ ไม่มีน้ำปน ครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2017, 05:58:45 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 09:23:59 AM »
ESI Juli@  ใช้เหมือนกันเลย ราคารากหญ้าแต่เสียงยิ่งใหญ่เกินตัว
ใช้ชิพ AKM ทั้ง A/D , D/A  น่าเสียดายตรงที่ใช้ไปนานๆ 10 ปีขึ้น จะมีเสียงค๊อกแค๊ก ไม่รู้เป็นเพราะ C ตัวไหน
จากนั้นดังข้างเดียว  เลยเปลี่ยนเป็น RME BabyFace ถึงได้รู้ว่าเสียงน้องๆ เทพนั้นมีจริง

ในอดีตเวลาทำงานที่ชอบเช่น แต่งภาพ ทำเพลง และหรือ ตัดต่อวีดีโอ ผมใช้ PC เพราะคุ้นเคยกับโปรแกรม เล่นจนเบื่อกันไปข้าง
ลักษณะการฟังเพลงผมชอบฟังซ้ำๆ อยู่ไม่กี่อัลบั้ม และชอบที่จะฟังจากโปรแกรมทำเพลง
เช่น WabeLab , Cooledit ใช้งานง่าย ตอนหลัง Adobe ซื้อไป กลับใช้งานยากสำหรับผมแฮะ

เพลงที่ฟังก็พึีงพา EAC Rip จาก CDR PLEXTOR รุ่นที่เป็น SCCI
น่าเสียดายที่หลายพันเพลงเสียหายไปพร้อม H/D นึกถึงตัวเองคงถึงวัยที่สมควรต้องละ_เลิกเล่นแบบยุ่งยาก
(PC ประกอบเอง เน้นตั้งแต่ เคส , PSU , Mainboard , แรม การ์ดจอแบบไม่มีพัดลมให้หนวกหู)
อันที่จริงตอนนี้ก็มองๆ DELL Workstation มือสองอยู่ แบบคันนิดๆ ในใจครับ

เล่นเน็ท ส่วนใหญ่ฟังเพลง คอนเสิร์ท จากยูทูบ ใช้ mac Mini ไม่กวนใจดี
แต่การทำงานผมใช้โปรแกรมหลายๆ ตัวไม่เป็นเลยขี้เกียจศึกษา

หมายเหตุ  dBPowerAmp ก็เป็นโปรแกรม RIP เพลงที่ยอดเยี่ยมด้วยเหมือนกัน ลองแล้วจะติดใจ
จากนั้นใช้ Weiss Saracon แปลงเพลง ไฮเรท และได้ถึง DSD File  ผมว่ามันมีอะไนที่ซ่อนอยู่ที่ทำให้แปลกใจเล่นครับ


ป.ล. นอนดึกนะครับ ผมสองทุ่มนอนแหละ ตื่นตีสี่ครึ่ง ขอบคุณสำหรับความรู้แบบเนื้อๆ ไม่มีน้ำปน ครับ


dBPowerAmp เคยลองแล้วครับ เพราะมันเป็น Cross platform มีใน Windows ด้วย แต่มันไม่ฟรีน่ะครับ เลยยังอยู่กับ EAC

ถ้าเป็น MAC จะมี dBPowerAmp, Max, XLD, CDDA Paranoia ครับที่ได้ AccurateRip, C2, Caching
http://wiki.hydrogenaud.io/index.php?title=Comparison_of_CD_rippers

Upsampling เมื่อก่อนเคยทำครับ ผมจะใช้ Tube Sound สร้างเฉพาะ Harmonic ของเพลงๆ นั้งขึ้นมาก่อน เอาไปผ่าน High Pass filter ตัดความถี่ต่ำกว่า 44.1KHz (22.05KHz) ทิ้ง แล้วสั่ง Resampling ไฟล์เพลงต้นฉบับ แล้ว Merge 2 ไฟล์เข้าด้วยกันครับ วิธีนี้ลองแล้วเสียงจะดีสุด ปัญหาคือ Algorithm ในการ Upsampling เนี่ย ต่อให้เป็นแบบเน้นคุณภาพ มันก็มีหลายตัว แต่ละ Algorithm เหมาะกับเพลงแต่ละแบบต่างๆ กันไป หลังๆ มันวุ่นวายกับชีวิตมาก แล้วเปลืองที่ Hard Disk เลยเลิกไปครับ

หลังๆ ไม่ Rip CD เองแล้วครับ เมื่อก่อนใช้ Yamaha F1 ตอนนี้โหลดเอา ไม่ก็ซื้อไฟล์ Hi-Res เลยครับ Rip เอง ถ้า CD เป็นรอย ต่อให้ฟังแล้วเสียงปกติ แต่ Rip 3-4 รอบแต่ละครั้งค่า Checksum บางทีก็ไม่ตรงกันเลย เจอแบบนี้ผมก็นอยด์ล่ะ พวกโปรแกรมตัดต่อเสียงเมื่อก่อนใช้ Sound Forge ของ Sony แต่ตอนนี้มาใช้พวก Audacity ที่เป็น Open Source แทนครับ

ส่วน ESI Juli@ ภาค Analog ผมว่าโอเค แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นมาก ผมเอามาใช้เฉพาะ Digital out ครับ บอร์ดภาค Analog ใช้ไปนานๆ C SMD จะเสื่อมมีรอยไหม้ตรงขา บางทีก็หลุดออกมาเลยครับ  แต่ผมไม่ใด้ใช้ภาค Analog ผมเลยดึงบอร์ดฝั่ง Analog ทิ้งเก็บไว้ในเกะครับ จริงๆ ถ้าดึงบอร์ด Analog ทิ้ง สามารถ Wiring สายจาก 20Pins headers ตรงนั้น เพื่อทำ I2S Out ได้นะครับ บางคนเขาทำกัน คือ ตัดสายแลนแล้วเอามาต่อเข้า Socket เสียบกลับเข้าไป แล้วไปต่อเข้า DAC ที่มี I2S in แบบใช้หัว RJ45 บางคนจั้มตรงจากตั้งนั้น ลงบอร์ด i2s DAC เลยครับ คือถ้าบอร์ด Analog พังอย่าทิ้งบอร์ด Digital ครับ เอาไปใช้ต่อได้



พวก i2s DAC มีทั้ง AK4490, 4495, 4497, ES9018, ES9018K2M, ES9028, ES9028K2M ก็มีครับ





Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,241
  • เพศ: ชาย
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 10:18:17 AM »
ESI Juli@   ลงถังขยะไปนานแล้วครับ

ทุกวันไม่ RIP เพลงเหมือนกัน แผ่น cd ขายแบบกึ่งให้ฟรี อีตอนซื้อนั้นหลายหมื่น แผ่นทอง แผ่นสะสม
ขายแค่ 3,000.-

ช่วงที่ซื้อ TEAC UD 501 คนขายก๊อป DSD File ให้มา 400 กว่าอัลบั้มเต็ม External Hard Disc 1000 กิ๊ก พอดี
ผมฟังไม่ถึง 10 อัลบั้ม คิดว่าน่าจะ RIP จากแผ่น SACD ไม่ใช่ Native DSD
 ฟังไปฟังมา บางทีร้องฟังเองสนุกกว่าครับ

คุยกันเพลินดีนะครับ อายุ 70 ปี กับอีก 2 วัน หยุดทำงานมา 20 ปี
วันๆ ไม่ได้คุยกับใคร มีเหงา ลูกเต้าไม่มี อยู่สองคนตา_ยาย แต่ก็ชินซะแล้วครับ

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 10:54:48 AM »
ESI Juli@   ลงถังขยะไปนานแล้วครับ

ทุกวันไม่ RIP เพลงเหมือนกัน แผ่น cd ขายแบบกึ่งให้ฟรี อีตอนซื้อนั้นหลายหมื่น แผ่นทอง แผ่นสะสม
ขายแค่ 3,000.-

ช่วงที่ซื้อ TEAC UD 501 คนขายก๊อป DSD File ให้มา 400 กว่าอัลบั้มเต็ม External Hard Disc 1000 กิ๊ก พอดี
ผมฟังไม่ถึง 10 อัลบั้ม คิดว่าน่าจะ RIP จากแผ่น SACD ไม่ใช่ Native DSD
 ฟังไปฟังมา บางทีร้องฟังเองสนุกกว่าครับ

คุยกันเพลินดีนะครับ อายุ 70 ปี กับอีก 2 วัน หยุดทำงานมา 20 ปี
วันๆ ไม่ได้คุยกับใคร มีเหงา ลูกเต้าไม่มี อยู่สองคนตา_ยาย แต่ก็ชินซะแล้วครับ

DSD มีน้อยมากครับ ที่เป็น Pure DSD จริงๆ คือ อัดเสียง แก้ไข บันทึกแผนเป็น DSD ทั้งหมดครับ

วิธี DSD มีสองแบบที่ได้รับการยอมรับว่าดี คือ

1. บันทึกเป็น DXD (PCM 384KHz 24 หรือ 32bit) แก้ไขใน Format DXD แล้วค่อยแปลงเป็น DSD ปัจจุบัน File เพลงพวกนี้ ไม่ขายเป็น DSD แล้วครับ ขายเป็น DXD เลยจ่ายเงินแล้วโหลดผ่านเน็ต
2. บันทึกเป็น Multi-bit DSD (8 bit DSD หรืออีกชื่อ คือ WDSD) เพื่อให้สามารถ Edit ได้ เพราะไฟล์ 1 Bit Edit ไม่ได้ครับ Edit ใน format WDSD ก่อนจะแปลงเป็น DSD แล้วบันทึกลงแผ่น SACD


ปัญหาคือ แผ่น SACD ช่วงแรกๆ จวบจนปัจจุบันหลายสตูดิโอค่อนข้างชุ่ย คือ Convert format ไปกลับระหว่าง DSD กับ PCM หลายๆ ครั้ง ทำให้เกิด High frequency background noise สูงมากๆ จนมากกว่าแผ่น CD เสียอีก (แต่คนฟังหลายคนชอบนะครับ เหมือนหลายคนที่ชอบระบบที่มี Jitter เยอะๆ เพราะเสียงออกแนวอุ่นๆ หนาๆ) พวกแผ่นพวกนี้ ต่อขึ้น Spectogram เห็น Noise ปาน ก็ร่อนทิ้งอย่างเดียว

ส่วนแผ่น SACD ส่วนใหญ่เข้ารหัสไว้ครับ มักเป็นแผ่น Hybrid เวลา Rip จะได้ Layer ที่เป็น PCM มา จะเอา Layer ที่เป็น DSD ต้องใช้เครื่องเฉพาะ เท่าที่รู้คือ ต้องใช้ PS3 firmware รุ่นไหนซักรุ่นเนี่ยแหละครับ มา Crack ถึงจะ Rip เอา Layer ที่เป็น DSD ออกมาได้

เมืองนอกนี่ ESI Juli@ คนหามาโมเยอะครับ เพราะมันถูกกว่า Pink Faun PCI-to-I2S เยอครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 11:29:48 AM »
กับถ้าใน Linux Mac จะแนะนำโปรแกรมอีกตัวชื่อ QPxTool ครับ ใน Windows ตัวที่ทำหน้าที่เหมือนกันคือ OptiDrive Control

เป็นโปรแกรมตรวจ Quality แผ่นครับ

ผมใช้โปรแกรมพวกนี้หาว่าควรจะ Rip CD ที่ Speed เท่าไรครับ Rip Speed ต่ำไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไปครับ ผมเคยไปเทสให้ร้านเครื่องเสียงคนที่รู้จัก

ไดรฟ์ที่เขาใช้ Rip CD ตั้งความเร็วต่ำสุดได้ 4x สูงสุดได้ 40x รู้สึกว่าจะเลือกความเร็ว Rip ได้ประมาณนี้ 4x 8x 10x 16x 32x 40x

ปรากฎว่าความเร็วที่ดีที่สุด อ่านแล้ว Error C1/C2 ต่ำสุด คือ 8x รองมา คือ 10x กับ 32x ครับ

http://qpxtool.sourceforge.net/qpxtool.html

4x Error บานเลยครับ ต้องสั่งหยุดก่อน


8x ดีสุดก็ความเร็วนี้แหละ


10x ที่ 2


16x รองบ๊วย


32x ที่ 3


40x
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2017, 11:52:53 AM โดย Freedom »
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 12:03:12 PM »
ส่วนรูปนี้เป็นการทดสอบ Rip แผ่นเดียวกันที่ความเร็ว 32X แบบไม่มีน้ำหนักวางข้างบน

กับตามความเชื่อเก่า ที่ว่า ถ้ามีน้ำหนักวางข้างบนให้แน่ๆ ไดร์ฟไม่สั่นขยับไม่ได้ จะผลออกมาดีกว่า

ีรูปล่างมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม วางทับไปด้านบนเพิ่มครับ

ผลคือ ตรงกันข้ามครับ

ต้องปล่อยให้ไดรฟ์มันสั่นได้หน่อยๆ ผลจะออกมาดีกว่า ถ้าสังเกตุกราฟ จะเห็นเลยว่า กราฟจะเรียบกว่า และแน่นอนว่า Error ต่ำกว่าด้วย

Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 09:31:56 PM »
เยี่ยมเลย ตามอ่านได้ความรู้ดีจัง

ว่าแต่ข้างบน สงสัยนิดนึง ทำไมวาง 1 kg แล้วผลลัพธ์ไม่ดีครับ แล้วถึงทำไมต้องให้มันสั่นหน่อย ๆ ถึงออกมาดีละครับ เป็นเหตุผลเพราะอะไรครับ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 21 มีนาคม, 2017, 11:45:30 PM »
เยี่ยมเลย ตามอ่านได้ความรู้ดีจัง

ว่าแต่ข้างบน สงสัยนิดนึง ทำไมวาง 1 kg แล้วผลลัพธ์ไม่ดีครับ แล้วถึงทำไมต้องให้มันสั่นหน่อย ๆ ถึงออกมาดีละครับ เป็นเหตุผลเพราะอะไรครับ
หลักคล้ายตึกทนแผ่นดินไหวครับ เราต้องให้ตึกมันขยับได้หน่อยๆ เพื่อซับแรงสั่นสะเทือนครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ phasit01

  • *
  • กระทู้: 29
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 09:05:36 AM »
เยี่ยมมากครับ เบื้องลึก ซูดๆๆๆ

 0)]   0)]   0)]

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 12:01:30 PM »
แต่เรื่อง Rip CD นี่ ความเร็วในการใช้ Rip ไม่สำคัญเท่าข้อมูลที่ Rip ผ่าน AccurateRip หรือเปล่านะครับ

อย่างหลังๆ ผมใช้ CueTools Rip เพราะว่าเวลามาเจอจุดผิด มันจะอ่านข้อมูลซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด มันจะพยายามอ่านซ้ำสูงสุดประมาณ 63-65 ครั้ง เกินกว่านี้จะเลิก



ตอนจบจะรายงานว่า ข้อมูลน่าจะผิดไปกี่ Samples ซึ่งต้องเปิดดู Log file อีกทีว่ามันแก้ไขข้อมูลสำเร็จหรือเปล่า



อย่างตัวอย่างแผ่นที่มีรอยหน่อยๆ ของผม มีปัญหาตรง Track 5

เปิด log มา มันเขียนประมาณนี้

อ้างถึง
Track  5

     Filename ***\Troika\1996 - Goddess\05. Kuan Yin.wav

     Pre-gap length  0:00:03.57

     Peak level 98.8 %
     Track quality 99.9 % << ตรงนี้ถ้าไม่ 100% คืออาจจะมีข้อมูลผิดพลาดครับ เกิดจากหลายสาเหตุเช่นแผ่นเป็นรอย
     Copy CRC A88E1C7B << กรณีแผ่นเป็นรอย ข้อมูลที่ Rip แต่ละครั้งจะออกมาไม่เหมือนกันเช็คได้จาก CRC Checksum ว่าตรงกันหรือเปล่า
     Accurately ripped (confidence 10)  [D5E1DCF2] << เนื่องจาก CueRipper พยายามแก้ไขข้อมูลให้ แม้ Track Quality จะไม่ 100% แต่ข้อมูลก็ออกมาตรงกับที่อยู่ในฐานข้อมูล ซึ่งจะขึ้นว่า Accurately ripped
     Copy OK


CueRipper จะ Rip แผ่นที่ความเร็วสูง และไม่ลดความเร็วลงเมื่ออ่านเจอข้อมูลผิด แต่จะอ่านซ้ำแทนและจะไม่ใช้ C2 Error Info กับต้อง Rip ทีทั้งแผ่น เลือกเฉพาะ Track ไม่ได้

เนื่องจาก CueRipper รายงานว่าข้อมูล Track 5 ได้แก้ไขจนถูกต้องแล้ว ผมเลยจะไปลองใช้ EAC ทดสอบต่อแทน

ส่วนถ้าใช้ EAC จะปวดกระบาลหน่อยครับ เนื่องจากมันไม่ได้มี Features เดียวกับ CueRipper ผลคือ ต้อง Rip ซ้ำไปเรื่อยๆ ทุก Track ที่มีปัญหาจนกว่าจะอ่านข้อมูลได้ตรง

ตัวอย่าง Log file ที่ผมสั่ง EAC Rip ซ้ำไปนะครับ

ความเร็ว 4x เปิด C2 Error Info

อ้างถึง
     Filename ****\Troika\1996 - Goddess\re rip - 4x\05. Troika - Kuan Yin.wav

     Peak level 98.8 %
     Extraction speed 1.4 X << ความเร็วเฉลี่ยจริงที่อ่าน
     Track quality 99.9 %
     Copy CRC 4F795246
     Cannot be verified as accurate (confidence 7)  [C384E4D1], AccurateRip returned [33FC052C]  (AR v2)
     Copy OK


จะเห็นว่าค่า Checksum เป็น 4F795246 ไม่ตรงกับ CueRipper ที่ได้ A88E1C7B และ ฐานข้อมูลแจ้งกับมาว่า ตรวจสอบแล้วไม่ตรงกับแผ่น CD อัลบั้มนี้ เวอร์ชั่นไหนเลย (แผ่นซีดีมีการผลิตหลายรอบ แต่ละรอบค่า checksum อาจจะไม่เหมือนกัน)

รอบต่อไป เปิดความเร็ว default ปิด C2 Error Info

อ้างถึง
Track  5

     Filename D:\Users\Tong\Music\Troika\1996 - Goddess.bak\re rip - default c2 off\05. Troika - Kuan Yin.wav

     Peak level 98.8 %
     Extraction speed 6.1 X
     Track quality 99.9 %
     Copy CRC 244EDC19
     Cannot be verified as accurate (confidence 7)  [61C078D8], AccurateRip returned [33FC052C]  (AR v2)
     Copy OK


 2f

คราวนี้ CRC เป็น 244EDC19 จาก เดิม 4F795246 ระบบแจ้งว่าข้อมูลที่ได้มีความผิดพลาดเช่นกัน นี่เป็นสาเหตุหลักที่ผมบอกว่าโปรแกรม Rip CD ควรใช้ตัวที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อ Rip CD ครับ เพราะแผ่นที่เริ่มเป็นรอยแล้ว บางทีการอ่านแผ่นแต่ละครั้งจะได้ข้อมูลไม่ตรงกันครับ ทำให้การเทียบข้อมูลกับฐานข้อมูลในอินเตอร์เน็ตสำคัญด้วยเช่นกันครับ

รอบต่อไป ความเร็ว Default อ่านจริง 8.4x เปิด C2 Error Info

อ้างถึง
Track  5

     Filename ***\Troika\1996 - Goddess\re rip\05. Troika - Kuan Yin.wav

     Peak level 98.8 %
     Extraction speed 8.4 X
     Track quality 99.9 %
     Copy CRC A88E1C7B
     Accurately ripped (confidence 4)  [C7D8862D]  (AR v2)
     Copy OK


จะเห็นว่าคราวนี้ค่า CRC ที่ได้ตรงกับ CueRipper ล่ะครับ คือ A88E1C7B และระบบแจ้งกลับมาว่าตรวจสอบข้อมูลแล้วถูกต้อง (Accurately ripped)

และถ้าสังเกตดีๆ ในรูป CueRipper ตอนที่มันอ่านเจอ Error ที่ Track5 มันอ่านที่ความเร็ว 27x ในขณะที่ ความเร็วที่ EAC อ่านข้อมูลได้ถูกต้องกลับอยู่แถวๆ 8x

นี่ถึงเป็นสาเหตุที่บอกว่า การ Rip แผ่นที่ความเร็วต่ำ ไม่จำเป็นจะต้องดีกว่าเสมอไป Rip แผ่นที่ความเร็วสูงก็ได้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ถ้าโปรแกรม Rip มีความสามารถในการตรวจสอบ

การเลือกใช้โปรแกรม Rip CD ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญครับ


ป.ล.

ฐานข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของ CD เพลง มีที่ใช้อยู่หลักๆ คือ AR (Accurate Rip), AR v2 (Accurate Rip v2) และ CTDB

CueRipper ใช้ AR กับ CTDB ส่วน EAC ใช้ AR v2 ครับ

Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ surapong.d

  • ***
  • กระทู้: 229
  • เพศ: ชาย
  • มาฟังเพลงกันให้มีความสุขครับ
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 07:10:57 PM »
ใน xld ก็เห็นมีคำสั่งแบบนี้เหมือนกันนะ แต่ผมไม่ได้ริบเพราะไม่มีแผ่น cd อิๆๆ
Simple is my Way

ออฟไลน์ Freedom

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: 22 มีนาคม, 2017, 08:52:39 PM »
ใน xld ก็เห็นมีคำสั่งแบบนี้เหมือนกันนะ แต่ผมไม่ได้ริบเพราะไม่มีแผ่น cd อิๆๆ

XLD ใน OS X ก็โอนะครับ Defeat Cache ได้ เป็น AccrateRip แค่นี้ก็สบายใจตอน Rip CD ล่ะครับ
Transport: HTPC
OS: Antergos (Arch Linux) & Windows 10
Player: MPD SACD & Audacious & Foobar2k & Bug Head Emperor
Sound card: ESI Juli@
DAC: NPE 1541A + AK4113, ES9018K2M (XMOS), ES9038Pro (Combo384)

ออฟไลน์ cool

  • ****
  • กระทู้: 275
Re: ฟังเพลงแบบ Bit perfect บน OS ตัวไหนดี?
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: 30 เมษายน, 2017, 07:32:04 AM »
คนโบราณยังใช้ windows server 2012R minimal core mode+JRiver 18 :giveup