ผู้เขียน หัวข้อ: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ  (อ่าน 19915 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Mr.Q

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,885
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #128 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2017, 10:22:46 PM »
:shutup   ข้ามกะทู้เลยขออภัยนั่งดูวงจรแล้วสงสัยเลยโพสถาม พอดีผมกำลังจะทำ ecl86 เลยมึน

 :help  เทียบกับวงจรนี้

เรียกว่าวงจรแบบ Ultrapath ครับ คนที่ชอบใช้มากๆ ก็ Jack แห่ง Electra-Print ครับ

http://www.electra-print.com/45drd.php

บ้านเราก็มีพี่ Karin ครับ

ถ้าจะอ่านเอาความรู้แน่นๆ ก็อ่านที่คุณ Broskie อธิบายไว้ครับ

https://www.tubecad.com/2008/08/blog0147.htm

แต่อาจจะเสียกำลังใจในการสร้างหน่อยนะครับ ถ้าจะสร้างตามวงจรก็ลุยไปก่อนเลยครับ อย่าเพิ่งอ่าน  2f 2f
เมื่อคืนลองแล้วครับ XXX

ลองแล้วเป็นยังไงบ้างครับเล่าสู่กันหังบ้างครับ
ไมผ่านครับ ฮัม  ออสซิเลท เสียงแตก เสียงน่ากลัวมาก อืดดดดด หวีดดดด

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #127 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2017, 10:14:08 PM »
:shutup   ข้ามกะทู้เลยขออภัยนั่งดูวงจรแล้วสงสัยเลยโพสถาม พอดีผมกำลังจะทำ ecl86 เลยมึน

 :help  เทียบกับวงจรนี้

เรียกว่าวงจรแบบ Ultrapath ครับ คนที่ชอบใช้มากๆ ก็ Jack แห่ง Electra-Print ครับ

http://www.electra-print.com/45drd.php

บ้านเราก็มีพี่ Karin ครับ

ถ้าจะอ่านเอาความรู้แน่นๆ ก็อ่านที่คุณ Broskie อธิบายไว้ครับ

https://www.tubecad.com/2008/08/blog0147.htm

แต่อาจจะเสียกำลังใจในการสร้างหน่อยนะครับ ถ้าจะสร้างตามวงจรก็ลุยไปก่อนเลยครับ อย่าเพิ่งอ่าน  2f 2f
เมื่อคืนลองแล้วครับ XXX

ลองแล้วเป็นยังไงบ้างครับเล่าสู่กันหังบ้างครับ

ออฟไลน์ ampai vorapong

  • ***
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #126 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2017, 02:11:21 PM »

 
เรียกว่าวงจรแบบ Ultrapath ครับ คนที่ชอบใช้มากๆ ก็ Jack แห่ง Electra-Print ครับ

http://www.electra-print.com/45drd.php

บ้านเราก็มีพี่ Karin ครับ

ถ้าจะอ่านเอาความรู้แน่นๆ ก็อ่านที่คุณ Broskie อธิบายไว้ครับ

https://www.tubecad.com/2008/08/blog0147.htm

แต่อาจจะเสียกำลังใจในการสร้างหน่อยนะครับ ถ้าจะสร้างตามวงจรก็ลุยไปก่อนเลยครับ อย่าเพิ่งอ่าน  2f 2f


ตามไปดูรูป ที่คุณ  Broskie  อธิบาย ไม่รู้เรื่องดอกนะครับ แต่ตอนสรุปนี่พาลหัวสั่นคลอนจริงๆ


Conclusion

First, I highly reccommend that you read Ultrapath Line Stage by Dmitry Nizhegorodov.

Second, no doubt many will shake their heads in disbelief at this blog entry.
How could have JRB gotten it so wrong?
First it was the SRPP, then the Circlotron, and now the Ultrapath.

The Ultrapath is not about PSRR or anything so banal, they will counter;
it is a mega ingenious solution to boring tube amplifier sound.
And it requires greater metaphysical acumen than JRB posses to grasp its transcendent subtleties,
such as drive and short power-supply loops… Well maybe,
but the onus is on my opponents to provide some rational explanation of what is going on in a Ultrapath circuit.
Surely, it cannot be ultra difficult.


แต่วงจรภาคจ่ายไฟ หลอด 45 ของ  electra-print  นี่น่าสนใจ ผมชอบดูวงจรภาคจ่ายไฟไม่ปวดหัวดีครับ
ตรงไดโอดนี่  มี C ค่านิดเดียว , R อยู่ด้วย เพื่ออะไรครับ



C และ R ที่ต่อคร่อม Diode rectifier เรียกว่า RC สนับเบอร์ วัตถุประสงค์ที่ใส่ไว้ตามที่คุณ ออดิโอแมนบอกไว้ ส่วน R ค่า 47 โอห์ม 5 วัตต์ เป็น Resister แบบ wire wound ภายนอกเป็นเหมือนกระเบื้องตัวอาจจะเป็นสีขาว หรือเขียวครับ เอาไว้ป้องกันตอนเปิดสวิทไฟจ่ายไฟเข้าเครื่อง ตัว C filter จะ charge ไฟอย่างรวดเร็วและมากมายโดยผ่านต้ว Diode เป็นการป้องกันไฟกระชากในตอนเปิดเครื่องตอนแรกครับ เพื่อป้องกันตัว Diode และ condenser ครับ โดยให้ R เป็นตัวรองร้บไฟในตอนแรกๆ หลังจากนั้นมันก็จะแค่เป็นทางผ่านของไฟครับ บางครั้งเราอาจจะพบว่า R ตัวนี้ขาดนั้นหมายถึงมีปัญหาเกิดขึ้น คือสรุปว่าเป็นเหมือน Fuse อิเลคทรอนิค ไว้ตอนเปิดเครื่องในครั้งแรก โดย c filter จะค่อยๆ Charge ไฟ อย่างช้าผ่าน R ตัวนี้ครับ โดยไม่ให้ C และ Diode เสียหายครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กรกฎาคม, 2017, 09:16:12 PM โดย ampai vorapong »

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #125 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2017, 10:48:12 AM »
........ตรงไดโอดนี่  มี C ค่านิดเดียว , R อยู่ด้วย เพื่ออะไรครับ.......

ที่คร่อมตัวไดโอด นัยว่าลดสัญญาณรบกวนที่เกิดจากรอยต่อข้างในของไดโอดครับ

จะเอาให้ครบชุดเลยก็น่าจะมีซีค่าน้อยคร่อมสวิชปิดเปิดด้วยมั้งครับ
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Mr.Q

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,885
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #124 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2017, 09:50:03 AM »
:shutup   ข้ามกะทู้เลยขออภัยนั่งดูวงจรแล้วสงสัยเลยโพสถาม พอดีผมกำลังจะทำ ecl86 เลยมึน

 :help  เทียบกับวงจรนี้

เรียกว่าวงจรแบบ Ultrapath ครับ คนที่ชอบใช้มากๆ ก็ Jack แห่ง Electra-Print ครับ

http://www.electra-print.com/45drd.php

บ้านเราก็มีพี่ Karin ครับ

ถ้าจะอ่านเอาความรู้แน่นๆ ก็อ่านที่คุณ Broskie อธิบายไว้ครับ

https://www.tubecad.com/2008/08/blog0147.htm

แต่อาจจะเสียกำลังใจในการสร้างหน่อยนะครับ ถ้าจะสร้างตามวงจรก็ลุยไปก่อนเลยครับ อย่าเพิ่งอ่าน  2f 2f
เมื่อคืนลองแล้วครับ XXX

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #123 เมื่อ: 19 กรกฎาคม, 2017, 07:04:50 AM »

 
เรียกว่าวงจรแบบ Ultrapath ครับ คนที่ชอบใช้มากๆ ก็ Jack แห่ง Electra-Print ครับ

http://www.electra-print.com/45drd.php

บ้านเราก็มีพี่ Karin ครับ

ถ้าจะอ่านเอาความรู้แน่นๆ ก็อ่านที่คุณ Broskie อธิบายไว้ครับ

https://www.tubecad.com/2008/08/blog0147.htm

แต่อาจจะเสียกำลังใจในการสร้างหน่อยนะครับ ถ้าจะสร้างตามวงจรก็ลุยไปก่อนเลยครับ อย่าเพิ่งอ่าน  2f 2f


ตามไปดูรูป ที่คุณ  Broskie  อธิบาย ไม่รู้เรื่องดอกนะครับ แต่ตอนสรุปนี่พาลหัวสั่นคลอนจริงๆ


Conclusion

First, I highly reccommend that you read Ultrapath Line Stage by Dmitry Nizhegorodov.

Second, no doubt many will shake their heads in disbelief at this blog entry.
How could have JRB gotten it so wrong?
First it was the SRPP, then the Circlotron, and now the Ultrapath.

The Ultrapath is not about PSRR or anything so banal, they will counter;
it is a mega ingenious solution to boring tube amplifier sound.
And it requires greater metaphysical acumen than JRB posses to grasp its transcendent subtleties,
such as drive and short power-supply loops… Well maybe,
but the onus is on my opponents to provide some rational explanation of what is going on in a Ultrapath circuit.
Surely, it cannot be ultra difficult.


แต่วงจรภาคจ่ายไฟ หลอด 45 ของ  electra-print  นี่น่าสนใจ ผมชอบดูวงจรภาคจ่ายไฟไม่ปวดหัวดีครับ
ตรงไดโอดนี่  มี C ค่านิดเดียว , R อยู่ด้วย เพื่ออะไรครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กรกฎาคม, 2017, 07:20:35 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #122 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 09:41:13 PM »
 K] K]

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #121 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 09:30:28 PM »
:shutup   ข้ามกะทู้เลยขออภัยนั่งดูวงจรแล้วสงสัยเลยโพสถาม พอดีผมกำลังจะทำ ecl86 เลยมึน

 :help  เทียบกับวงจรนี้

เรียกว่าวงจรแบบ Ultrapath ครับ คนที่ชอบใช้มากๆ ก็ Jack แห่ง Electra-Print ครับ

http://www.electra-print.com/45drd.php

บ้านเราก็มีพี่ Karin ครับ

ถ้าจะอ่านเอาความรู้แน่นๆ ก็อ่านที่คุณ Broskie อธิบายไว้ครับ

https://www.tubecad.com/2008/08/blog0147.htm

แต่อาจจะเสียกำลังใจในการสร้างหน่อยนะครับ ถ้าจะสร้างตามวงจรก็ลุยไปก่อนเลยครับ อย่าเพิ่งอ่าน  2f 2f

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #120 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 07:39:18 PM »
CK ต่อกราวด์ กับต่อ ไฟ+ ต่างกันยังไงครับ  โหมดๆอะไรใช่ไหม K]


ตรงจุดไหนครับ ต้องบอกขา เช่น ขา 2  ,  ขา 8  ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรครับ

รู้แค่แต่ละขาต่อไปไหนเท่านั้นครับ

 :shutup   ข้ามกะทู้เลยขออภัยนั่งดูวงจรแล้วสงสัยเลยโพสถาม พอดีผมกำลังจะทำ ecl86 เลยมึน

 :help  เทียบกับวงจรนี้

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #119 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 06:20:58 PM »
CK ต่อกราวด์ กับต่อ ไฟ+ ต่างกันยังไงครับ  โหมดๆอะไรใช่ไหม K]


ตรงจุดไหนครับ ต้องบอกขา เช่น ขา 2  ,  ขา 8  ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรครับ

รู้แค่แต่ละขาต่อไปไหนเท่านั้นครับ

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #118 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 03:59:11 PM »
CK ต่อกราวด์ กับต่อ ไฟ+ ต่างกันยังไงครับ  โหมดๆอะไรใช่ไหม K]

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #117 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 11:54:23 AM »


มือใหม่หัดขับ สอบตกซ้ำชั้นอยู่เรื่อยครับ  แต่ดีได้วิชาความรู้แน่นดี ลืมยาก

ออฟไลน์ DS

  • มุ่งมั่น ทำให้มัน.....มีทั้งแสงและเสียง
  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,599
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #116 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 11:36:14 AM »
 เครื่ิองที่ผมทำ ไม่ได้ใส่ แค่เอาไฟจุดไส้หลอดด้านนึงลงกราวด์แท่น  ก็ไม่มีฮัม ไม่มีจี่รบกวนเลยครับ

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #115 เมื่อ: 18 กรกฎาคม, 2017, 10:14:39 AM »



สั่งซื้อแล้วครับ  2 ตัว  (100 โอห์ม 7 W )  อันที่จริงตามวงจรภาคจ่ายไฟเขาก็มีให้ แต่ผมมองข้ามไปเอง


กรอบสี่เหลี่ยมสีแดง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 กรกฎาคม, 2017, 10:23:51 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #114 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 06:51:57 PM »
ยินดีครับ คุณ Malako  ^-^

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #113 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 02:20:12 PM »
ขอขอบคุณ Mr.Tube อย่างมากๆ เลยครับ 
ได้คำตอบอย่างกระจ่างแจ้งในเรื่องของฮาร์โมนิค และเรื่อง Octave ที่ค้างคาใจมานานเป็นสิบปีทีเดียวครับ

เรื่องการนำ Octave มาเกี่ยวข้องกับจุดตัดลำโพงนี่่ ผมลองมาบ้าง ได้ผลเป็นแนวทางที่น่าศึกษาครับ
คือผมมองในแง่ความสามารถในการตอบสนองความถี่ของคุณสมบัติทางกายภาพของดอกลำโพงแต่ละขนาดไปด้วย
ซึ่งที่สุดแล้วเมื่อหันกลับมามองปากคนมีรูเดียว แต่เปล่งเสียงเลียนได้มากมายแทบจะครบย่านความถี่เสียงที่เราฟังไพเราะ

4-5 ปีให้หลังเลยหันมาหาดอกลำโพงฟูลเร้นจ์ดอกเดียว ฟังเพลง ดนตรีน้อยชิ้นและฟังแบบโมโนเพลินมากๆ ครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 02:24:46 PM โดย Malako »

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #112 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:44:13 PM »
ขอแถมอีกหน่อย อย่างเสียงเปียโน
เวลาเล่น มันจะมีคีย์ตรงกลางสีขาวพอกดได้เสียง โด ถัดไปทางขวาเสียงก็สูงขึ้น ทางซ้ายเสียงก็ต่ำลง
อยากรู้จังครับว่า คีย์กลางที่ว่ามันความถี่เท่าไร

ผมไม่ได้เล่นเปียโน แต่เข้าใจว่าน่าจะนับคีย์กลาง A4 = 440Hz ครับ เปียโนโดยมากจะเล่นได้ 7 Octave แต่ผมทราบมาว่าบางรุ่นหรือบางยี่ห้อ ทำให้เล่นได้กว้างกว่านี้ครับ คีย์กลางของเปียโนบางตัวจึงอาจจะไม่เท่ากับ A4 เสมอไปครับ

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #111 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:40:50 PM »
ต่อมาเรื่องของ Octave  เคยรู้ตอนศึกษาเรื่องของเสียง(Sound) ตอนเล่น PA
Octave แรกนี่  =  32 Hz กว่าๆ ถัดไปก็หนึ่งเท่าเสมอ

ที่สงสัยคือ ในเรื่องเสียงดนตรี เราจะนับ Octave แรกที่ความถี่เท่าไรครับ
หรืออยู่ที่เราจะกำหนดเอาเอง เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบในแต่ละเรื่อง เช่น เอามาออกแบบพาสสีพครอสฯ

ซึ่งผมคิดเอาเองโดยให้ 200 Hz เป็น First Octave  ( 200 400 800 1600 3200 6400 12800 Hz)
ทั้งนี้เพื่อกำหนดจุดตัดให้เข้ากับดอกลำโพงย่านความถี่ต่ำ กลาง สูง
ไม่ว่าจะเป็นลำโพงแบบสองทาง สามทางได้ง่ายขึ้น
คือรู้ว่าตัวเองมั่วมาตลอดแหละ ไม่มีวิชาอะไรมารองรับ

สำหรับดนตรีจะนับ Octave จาก C ถึง C ครับ โดย C1 = 32.7Hz ครับ C2 = 65.4Hz ไล่ไปเรื่อยๆ ครับ เนื่องจากเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีช่วงความถี่แตกต่างกัน เช่น Timpany กับ Piccolo นี่ไม่มีช่วงความถี่ที่คาบเกี่ยวกันเลย ค่ากลางจึงขึ้นอยู่กับเครื่องดนตรีแต่ละประเภทครับ เช่น Piano จะมีช่วงกลางอยู่ที่ A Middle = 440Hz ครับ แล้วก็กระจายออกไปด้านสูง 3 Octave และด้านต่ำอีก 3 Octave ครับ ผมเอา Chart ของ Octave และ Chart ของ Piano มาให้ดูประกอบครับ





แนวคิดการกำหนดจุดตัดตามช่วงความถี่ Octave นี่น่าสนใจมากครับ โดยมากนักออกแบบลำโพงมักจะคำนึงถึงค่าในทางวิศวกรรมเป็นหลัก ถ้ามาพิจารณาในด้านดนตรีด้วยก็น่าจะมีมุมมองที่ครอบคลุมมากขึ้นครับ ผมเห็นว่าเราควรจะเลือกจุดตัดที่ไม่ตรงกับ Freq ของดนตรีครับ เช่น จุดตัด 3,520Hz นี่ไปตรงกับเสียง A7 พอดี ควรจะหลีกเลี่ยง เป็นต้น

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #110 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:28:52 PM »
ถามต่ออีกหน่อย ...

อย่างเสียงคนเรา สมมุติพี่น้องเราเอง เวลารับโทร. เราจะรู้ทันทีว่าเป็นเสียงพี่สาว หรือเสียงน้องสาว
แต่หลาย หรือเกือบทุกครั้ง เปลี่ยนเป็นครอบครัวเพื่อนซึ่งก็คุ้นเคยกัน เวลารับสายมักทักผิดทุกครั้ง
เพราะเสียงคนพี่ กับเสียงคนน้องเหมือนกันมาก ต้องคุยสักพักค่อยจับความต่างได้

คำถามคือ การที่เรารู้ว่าเสียงพี่ เสียงน้องนี่ เป็นเรื่องเดียวกันกับ Harmonic เครื่องดนตรีไหมครับ
หมายถึง "องค์ประกอบของเสียงฮาร์โมนิก" โน๊ตตัวเดียวกัน แต่เรารับรู้ทันทีว่าเป็นเสียงไวโอลิน หรือเชลโล่

ถ้าถามแบบนี้คงต้องขยายวงพูดคุยออกไปอีกหน่อยครับ คือที่ผมอธิบายเรื่ององค์ประกอบ Harmonic ไป จริงๆ แล้วเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการแยกแยะเสียงของคนเราครับ แต่เพื่อให้เชื่อมโยงกับเรื่อง Harmonic Distortion จึงอธิบายไว้แค่นั้นครับ การแยกแยะเสียงของคนยังมีเรื่อง Transient และ Pitch/Unpitch ด้วย อธิบายพอสังเขป Transient คือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หรือเวลาที่เราฟังเพลงเรารับรู้ถึงหัวเสียง-หางเสียงนั่นแหล่ะครับ ส่วน Pitch/Unpitch คือความสม่ำเสมอของความถี่ครับ เครื่องดนตรีประเภทสายขึงจะมีความสม่ำเสมอค่อนข้างมาก ในขณะที่เครื่องดนตรีประเภทลมหรือเสียงคน จะไม่ค่อยสม่ำเสมอครับ

อันนี้คือในส่วนของเสียงที่มากระทบ ในส่วนของมนุษย์เองก็มีเรื่องความจำและความคุ้นเคยด้วยในการตีความว่าเสียงที่มากระทบเป็นเสียงอะไรครับ เช่น ตอนที่เรายังไม่รู้จักไวโอลิน เราได้ยินเสียงไวโอลินเราก็รู้แต่ว่าเป็นเสียง จนกว่าเราจะได้เห็นคนเล่นไวโอลิน เราก็จะเริ่มจำเสียงกับภาพที่เห็นได้ ครั้งต่อไปพอเราได้ยินแค่เสียงเราก็รู้เลยว่าคือไวโอลินโดยไม่ต้องเห็นตัวครับ กรณีที่คุณ Malako ถามมาคงต้องตอบแยกกันเป็น 2 ส่วนครับ คือ เสียงของแต่ละคน มีองค์ประกอบที่แตกต่างกันแน่นอน แต่เรารู้ว่าเป็นใครมาจากความคุ้นเคยเป็นหลักครับ  :)

ออฟไลน์ ampai vorapong

  • ***
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #109 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:10:37 PM »
ในระบบ Ground ของแอมป์ของค่ายพี่ยุ่นจะมีการ Ground ยกไฟไส้หลอด ไม่ลง Ground โดยตรง แต่จะนำไฟจุดไส้หลอดไปผ่าน Trim pot ค่า 100 โอห์ม แล้วนำเอาขากลาง ไปผูกกับไฟ B+ โดยไฟ B+ นั้นจะถูก Drop ลงมาด้วยวงจร Divider เหลือโวล์ทตรงนั้นประมาณ 30-40 Volt แล้วแต่การออกแบบ เขาเรียกระบบนี้ว่า Hum balance แล้วปรับ Trim pot จนเสียง Hum เบาที่สุดแทบจะไม่ได้ยินเลย หรือถ้าไม่มี Trim pot (ตัวหนึ่งเหยียบร้อยกว่าบาท) ก็ใช้ Resistor ค่า 50 โอห์ม สองตัว ประมาณหนึ่งถึงสองวัตต์ ต่อคร่อมขดไฟจุดไส้หลอด  เอาหางชนกัน เอาจุดที่ชนกันนั้น นำไปต่อไปวงจร Divider ที่บอกไว้ หรือไม่ก็ต่อลง Ground โดยตรงเลย คือไม่ต้องการให้ไฟ AC ที่จุดไส้หลอด ที่มีความถี่ 50-60 Hz ไปกวนการทำงานของการขยายเสียง การทำแบบนี้อีกนัยหนึ่งเท่ากับเป็นการปกป้องหลอดไปในตัวด้วย เพราะบางวงจร ไฟที่ตกคร่อมระหว่าง Cathode กับ ไส้หลอด ถ้าสูงมากเกินไปหลอดจะมีอายุการทำงานรับใช้เราสั้นลง หรือถ้าเป็นแอมป์ค่ายยุโรปเราจะเห็นว่า จะเอาไฟที่ตกคร่อม Cathode Resirtor ที่ต่ออยู่ที่ขา Cathode ของหลอด Out put มาต่อกับจุดที่หาง Resistor ที่ต่อกันตามที่ได้บอกไว้ หรือบางวงจรต่อกับขา center tap   ของไฟจุดไส้หลอดโดยไม่ผ่าน Resistor ก็มี หรือถ้าวงจรนั้นไม่มี ไฟจุดไส้หลอดที่มี center tapก็จะนำไปต่อกับขั้วใดขั้วหนึ่งของไฟจุดไส้หลอด ของ Transformer ก็ได้ ส่วนที่ทำแบบนี้ส่วนใหญ่จะทำกับไฟที่ไปจุดไส้หลอดในภาค Pre amp หรือ ภาคขยายวงจรขยายการเล่นแผ่นเสียง ตลอดจนถึงภาค Tone control ก็มี บางรุ่นก็ทำกับภาค Out put ด้วยแล้วแต่ค่ายนั้นว่าต้องการแบบไหน   ถ้าใครมีแอมป์ค่ายไหนมีวงจรไปเปิดดูได้ ยกตัวอย่าง แอมป์ ยี่ห้อ sansui รุ่น 200 (ถ้าจำไม่ผิด) หรือ Poineer แทบทุกรุ่นของพี่ยุ่นใช้ระบบ Hum balance ใช้การต่อแบบนี้แทบทั้งสิ้น แต่พี่ยุ่นแกจะไม่ใช้ R แบบ Trim pot เป็นตัวปรับ แต่ใชค่า Resistor แบบ adjust หรือที่เราเรียกกันว่า R แบบ แทปค่าได้โดยใช้ไขควงขันแล้วแทปค่าเอา ค่า 100 โอห์ม ประมาณ 2-3 วัตต์ครับ ถ้าสงสัยใครมีวงจรหรือมีเครื่องตัวจริงเสียงจริงเปิดตูดหรือดูในวงจรได้ครับ รับประกันไม่มั่วครับ แฮ่..........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:40:58 PM โดย ampai vorapong »

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #108 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 11:16:29 AM »
ป.ล. ถามเยอะหน่อย เพราะ 6BM8 SE ที่กำลังเล่นอยู่นี่นั่งห่างหนึ่งเมตรมี ฮัม พอได้ยิน แต่พอเปิดดังก็กลบเสียงฮัมไป ฟังเพลงเพราะ
เกิดแก้เสียงฮัมให้เงียบลงได้ ให้สงสัยว่ามันจะมีผลให้ฟังเพลงเพราะเท่าเดืม หรือเพราะเพิ่มขึ้น หรือเพราะน้อยลง
รีบถามเพราะวันนี้จะรื้อ เปลี่ยนสายเชื่อมต่อทั้งหมดเป็นสายชีลครับ

น่าจะออสซิเลทแล้วครับ ต้องแยกกราวด์เป็น 2 จุด คิอ Pre. กับ Power. แล้วใส่  C Decouping ค่าเล็ก ๆ เช่น 0.1/400 คล่อมระหว่าง ไฟบวกกับกราวด์ ให้ไกล้หลอดมากที่สุด ทำแบบนี้แล้วน่าจะหายครับ


ผมว่าใช่เลยครับ ทำครั้งที่สองนี่ ผมเอากราวน์ปรี กับ กราวน์ Power มาลงที่เดียวกัน
ต้นฉบับที่คุณเขียวหวานทำนั้นก็แยก พอผมรื้อทำครั้งแรกก็แยก มีฮัมนิดๆ
แต่ครั้งที่ 2 นี่ ลองจับมารวมกันดูบ้างครับ

ขณะเดียวกันไปอ่านเจอในเว็บฝรั่งเหมือนกัน เผอิญแปลได้กระม่อนกระแท่น แต่มีคำว่า ออสซิเลท นี่แหละ
เขาบอกทำนองว่า บางหลอด (ไม่ใช่ทุกหลอด) เขาเจอว่ามันออสซิเลทได้
ต้องหาทางแก้


ออฟไลน์ Mr.Q

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,885
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #107 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 10:27:57 AM »
ป.ล. ถามเยอะหน่อย เพราะ 6BM8 SE ที่กำลังเล่นอยู่นี่นั่งห่างหนึ่งเมตรมี ฮัม พอได้ยิน แต่พอเปิดดังก็กลบเสียงฮัมไป ฟังเพลงเพราะ
เกิดแก้เสียงฮัมให้เงียบลงได้ ให้สงสัยว่ามันจะมีผลให้ฟังเพลงเพราะเท่าเดืม หรือเพราะเพิ่มขึ้น หรือเพราะน้อยลง
รีบถามเพราะวันนี้จะรื้อ เปลี่ยนสายเชื่อมต่อทั้งหมดเป็นสายชีลครับ

น่าจะออสซิเลทแล้วครับ ต้องแยกกราวด์เป็น 2 จุด คิอ Pre. กับ Power. แล้วใส่  C Decouping ค่าเล็ก ๆ เช่น 0.1/400 คล่อมระหว่าง ไฟบวกกับกราวด์ ให้ไกล้หลอดมากที่สุด ทำแบบนี้แล้วน่าจะหายครับ

ออฟไลน์ nixon

  • ‘อายุ วรรณโน สุขขัง พลัง’
  • **
  • กระทู้: 92
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #106 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 10:07:40 AM »
อ่านเพลินเลยครับ... ความรู้ล้วนๆ... c)

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #105 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 09:37:58 AM »
น้า Mr. Tube นี่ของจริงรู้ลึก รู้ละเอียด รู้ไปโหม้ด
ผมเหมารวมว่ากระแสที่มันไหลกลับเรียกรวมว่ากระแสน้าเอ็ด ไม่รู้ว่าแต่ละแบบมีศัพท์เรียกเป็นการเฉพาะ

ขอบคุณน้าครับ
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #104 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 09:34:42 AM »
 :clap c)

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #103 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 09:25:34 AM »
รื้อเป็นชิ้นๆ เรียบร้อยแล้วครับ หงุดหงิด จี่ๆ ฮัมๆ

พอดีบ่ายต้นๆ จะได้กล่องมาใหม่ ค่อยเริ่มต้นอีกที

ความจริงรื้อของนี่ก็สนุก เดี๋ยวจะถือโอกาสที่ต่อมขยันรื้อกำลังติดพันอยู่
รื้อตู้ Sansui PM C100 II เอาดอกมาวางกอง อยากรู้นิดเดียวว่าตู้เปล่าๆ นี่มันจะหนักซักเท่าไรกัน
และจากนั้นตั้งใจเปลี่ยนดอกเสียงกลางซันซุย เสียงแหลมซันซุยออก เพราะที่ฟังมาวัยรุ่นจ๋าเลยครับ
เอามาปรุงแต่งเป็นลำโพงร้องคาราโอเกะอย่างเดียวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 09:27:45 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #102 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 08:51:23 AM »
ต่อ r100 โอห์ม2ตัว จากไฟจุดใส้หลอดลงกราวด้วยครับ ลดเสียงฮัมได้เคยเจอมากับตัวครับ


หมายถึง R 100  ต่อลงกราวน์ข้างละตัว จากไฟจุดใส้หลอด (ซ้าย_ ขวา) และใช้กี่วัตต์ครับ

ถึงเวลานี้ได้ยินเสียงจี่แทรกมาเบาๆ ด้วยครับ รู้แค่ว่า ฮัมมาจากกราวน์สัญญาณ  จี่มาจากกราวน์ไฟ

ไฟที่บ้านต่อลงดินจริงจากตู้เมนเบรกเกอร์ สายไฟเบอร์ 10 เชื่อมด้วยลวดเชื่อมกับแท่งกราวน์ล็อตยาวเมตรกว่ามั๊ง
ปลั๊กไฟเดินแยกเบรกเกอร์ 30 A มาใช้ที่โต๊ะทำงาน DIY + คอมฯ โดยเฉพาะครับ
ที่ผมลองใช้ ตั้งแต่ 1/2w - 2w แล้วแต่จะหาได้ใกล้ตัว บางที่ก็ 150โอม ครับ

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #101 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 07:24:59 AM »
ต่อ r100 โอห์ม2ตัว จากไฟจุดใส้หลอดลงกราวด้วยครับ ลดเสียงฮัมได้เคยเจอมากับตัวครับ


หมายถึง R 100  ต่อลงกราวน์ข้างละตัว จากไฟจุดใส้หลอด (ซ้าย_ ขวา) และใช้กี่วัตต์ครับ

ถึงเวลานี้ได้ยินเสียงจี่แทรกมาเบาๆ ด้วยครับ รู้แค่ว่า ฮัมมาจากกราวน์สัญญาณ  จี่มาจากกราวน์ไฟ

ไฟที่บ้านต่อลงดินจริงจากตู้เมนเบรกเกอร์ สายไฟเบอร์ 10 เชื่อมด้วยลวดเชื่อมกับแท่งกราวน์ล็อตยาวเมตรกว่ามั๊ง
ปลั๊กไฟเดินแยกเบรกเกอร์ 30 A มาใช้ที่โต๊ะทำงาน DIY + คอมฯ โดยเฉพาะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 07:37:30 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #100 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 07:02:51 AM »
ต่อ r100 โอห์ม2ตัว จากไฟจุดใส้หลอดลงกราวด้วยครับ ลดเสียงฮัมได้เคยเจอมากับตัวครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 07:07:48 AM โดย pisut99 »

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #99 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 05:32:32 AM »


Harmonic จะนับจาก Fundamental เป็น 1st Harmonic ครับ
ถ้าเป็น Even Harmonic ก็จะเป็น 2,4,6,8,... เท่าของความถี่ Fundamental
เช่น Fundamental = 440Hz 2nd Har ก็จะเท่ากับ 880, 3rd Har = 1320, 4th Har = 1760 ครับ

ส่วน Octave เป็นอีก Scale หนึ่ง กำหนดให้ Octave ถัดไปเท่ากับความถี่ 2 เท่าของ Octave ก่อนหน้า
เช่น โน๊ต A Middle มีความถี่ 440Hz A Octave ถัดไปก็จะเป็น 880 และ Octave ถัดไปเป็น 1760 ไปเลย ซึ่งเท่ากับ 4th Har ครับ

ส่วนเรื่อง Harmonic Distortion นั้น เบื้องต้นจะต้องเข้าใจเรื่องเสียงเครื่องดนตรีก่อนครับ
ทราบไหมครับว่า กีต้าร์ที่เล่นโน็ต A (440) กับ เปียโนที่เล่นโน็ต A เหมือนๆ กัน
ทำไมจึงเป็นเสียงกีต้าร์กับเสียงเปียโนไปได้ ทั้งที่ก็เป็น Sine Wave เหมือนกัน ความถี่เดียวกัน
จะว่าไปก็เป็นการสั่นของสายขึงเหมือนๆ กันด้วย

ส่วนที่ทำให้เรารับรู้ว่าเสียงต่างกันคือ Harmonic ครับ
คือเครื่องดนตรีแต่ละชนิดที่เล่นเสียงโน็ตเดียวกัน จะให้องค์ประกอบของ Harmonic แตกต่างกันคร้บ
เช่น กีต้าร์อาจจะมี H2, H5, H7 ส่วนเปียโนอาจจะมี H3, H4, H5 (ในปริมาณหรือ Amplitude ที่แตกต่างกัน, ตัวอย่างเป็นค่าสมมุติ) เป็นต้น ถ้าสนใจเรื่ององค์ประกอบ Harmonic ของเครื่องดนตรี ลองหาเพิ่มเติมจาก Google ได้ครับ

Harmonic เป็นความถี่ตายตัวครับ เช่น H2 ของโน็ต A ต้องเป็น 880 เท่านั้น 879.9 ไม่นับเป็น Harmonic ของ A ครับ
เพราะฉะนั้นส่วนที่เพี้ยนไปจากการขยายไม่ใช่ความถี่แต่เป็น Amplitude ครับ
เช่นเสียงเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง มี H2 เป็นองค์ประกอบ 35% ของ Amplitude Fundamental, H3 2%, H4 60%, H5 7% เป็นต้น

Harmonic Distortion ก็คือสัญญาณหลังการขยาย ได้องค์ประกอบของ Harmonic ผิดไปจากต้นฉบับครับ
เช่น H2 อาจจะเป็น 38%, H3 2%, H4 62%, ... เป็นต้น
เช่นนั้น เสียงที่เราได้ฟังจากการเล่นกลับ ก็จะต่างจากเสียงต้นฉบับ ซึ่งก็ต้องถือว่าเพี้ยน

เพียงแต่ Profile ของ Harmonic ที่เปลี่ยนไปหลังการขยายนั้น ยังไม่มากพอให้เรารับรู้เป็นอีกเครื่องดนตรีหนึ่ง
ตามตัวอย่าง H2 เปลี่ยนจาก 35 เป็น 38 ก็ประมาณ 3/35 ส่วน = 8% กว่าๆ, H3 ไม่เปลี่ยน, H4 60 เป็น 62 ก็ 2/60 = เกือบ 2% เทียบ Profile แล้ว (35-2-60 เทียบกับ 38-2-62) ยังเป็นเสียงเครื่องดนตรีเดิม
แต่อาจจะรับรู้ต่างไปจากต้นฉบับเล็กน้อยครับ ส่วนผู้ฟังจะตีความอย่างไรก็เป็นเรื่องปัจเจกครับ
[/i][/size][/color]


Save เรียบร้อยครับ เก็บไว้อ่านหลายๆ เที่ยว 
อ่านเที่ยวเดียวเข้าใจนิดๆ อาจเนื่องเพราะพื้นฐานไม่ดี แถมสับสนเพราะคิดเองเออเอง

ถามต่ออีกหน่อย ...

อย่างเสียงคนเรา สมมุติพี่น้องเราเอง เวลารับโทร. เราจะรู้ทันทีว่าเป็นเสียงพี่สาว หรือเสียงน้องสาว
แต่หลาย หรือเกือบทุกครั้ง เปลี่ยนเป็นครอบครัวเพื่อนซึ่งก็คุ้นเคยกัน เวลารับสายมักทักผิดทุกครั้ง
เพราะเสียงคนพี่ กับเสียงคนน้องเหมือนกันมาก ต้องคุยสักพักค่อยจับความต่างได้

คำถามคือ การที่เรารู้ว่าเสียงพี่ เสียงน้องนี่ เป็นเรื่องเดียวกันกับ Harmonic เครื่องดนตรีไหมครับ
หมายถึง "องค์ประกอบของเสียงฮาร์โมนิก" โน๊ตตัวเดียวกัน แต่เรารับรู้ทันทีว่าเป็นเสียงไวโอลิน หรือเชลโล่

ต่อมาเรื่องของ Octave  เคยรู้ตอนศึกษาเรื่องของเสียง(Sound) ตอนเล่น PA
Octave แรกนี่  =  32 Hz กว่าๆ ถัดไปก็หนึ่งเท่าเสมอ

ที่สงสัยคือ ในเรื่องเสียงดนตรี เราจะนับ Octave แรกที่ความถี่เท่าไรครับ
หรืออยู่ที่เราจะกำหนดเอาเอง เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบในแต่ละเรื่อง เช่น เอามาออกแบบพาสสีพครอสฯ

ซึ่งผมคิดเอาเองโดยให้ 200 Hz เป็น First Octave  ( 200 400 800 1600 3200 6400 12800 Hz)
ทั้งนี้เพื่อกำหนดจุดตัดให้เข้ากับดอกลำโพงย่านความถี่ต่ำ กลาง สูง
ไม่ว่าจะเป็นลำโพงแบบสองทาง สามทางได้ง่ายขึ้น
คือรู้ว่าตัวเองมั่วมาตลอดแหละ ไม่มีวิชาอะไรมารองรับ


ขอแถมอีกหน่อย อย่างเสียงเปียโน
เวลาเล่น มันจะมีคีย์ตรงกลางสีขาวพอกดได้เสียง โด ถัดไปทางขวาเสียงก็สูงขึ้น ทางซ้ายเสียงก็ต่ำลง
อยากรู้จังครับว่า คีย์กลางที่ว่ามันความถี่เท่าไร

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ป.ล. ถามเยอะหน่อย เพราะ 6BM8 SE ที่กำลังเล่นอยู่นี่นั่งห่างหนึ่งเมตรมี ฮัม พอได้ยิน แต่พอเปิดดังก็กลบเสียงฮัมไป ฟังเพลงเพราะ
เกิดแก้เสียงฮัมให้เงียบลงได้ ให้สงสัยว่ามันจะมีผลให้ฟังเพลงเพราะเท่าเดืม หรือเพราะเพิ่มขึ้น หรือเพราะน้อยลง
รีบถามเพราะวันนี้จะรื้อ เปลี่ยนสายเชื่อมต่อทั้งหมดเป็นสายชีลครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 05:44:30 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ ampai vorapong

  • ***
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #98 เมื่อ: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:08:47 AM »
TV ยี่ห้อ Metz ของเยอรมันเรียน สมัยนั้นเป็น TV เครื่องแรกของโลก ที่ใช้  Varicap Diode ในภาค Tuner ใช้ จูนหาคลื่น
ในสมัยนั้น ลองคิดดูว่า  ช่างอินยิเนียร์ เยอรมันมันคิดได้ก่อนใคร
แล้ว ภาคขยายใช้ IC 708 เป็นปรี out put เป็นหลอด เบอร์ EL95 เสียงสุดยอด
เป็นเครื่องแรกที่ใช้หลอด ผสม IC และ ใช้ Transistor เป็นวงจร Sync sep  และ Sync osc 
สุดยอดของ TV เยอรมันในตอนนั้น แม้แต่ TV ยี่ห้อ Philiph  ในช่วงนั้นยังสู้ Technology ของเยอรมันยังไม่ได้เลย



EL95  เสียงบุคคลิกออกแบบไหนครับ เหมือน 6BM8 เปล่า

และ น่าซื้อไหมครับ



ถ้าเป็นหลอดของ Telefuken ก็ต้องยอมรับว่ามันสุดยอดของเยอร์มันเค้าละ 6BM8/ECL82 ถ้าเป็นของทางฝั่งยุโรปพวก Philips Tele ก็คงหายากแล้วในตอนนี้ ที่หาได้ตอนนี้น่าจะเป็นหลอดที่ผลิตในจีน;รัสเซีย และพวกประเทศยุโรปตะวันออก ที่เห็นยังพอหาได้ก็มียี่ห้อ BELL ผลิตในสเปน หรือ บังการ์ลอร์ที่อินเดีย(ไม่แน่ใจ) RFT เยอรมันตะวันออก ที่ร้านเจ๊ยุ เยนเนอรัลน่าจะยังพอมีนะ ถ้าของพี่ยุ่นก็ NEC แต่ผลิตในชื่อยี่ห้อSumsung  กล่องแดงดำ Toshiba หาไม่เจอแล้ว มีแต่ 8B8 ยี่ห้อ NEC ขาเหมือน 6BM8/ECL82 เดะ Data เหมือนกันเลย เสียบแทนได้ (แต่ต้องเปลี่ยนไฟจุดไส้หลอดใหม่เป็นแปดโวลท์) สุ่มเสียงก็พอลุ้นกันได้ครับระหว่างพี่ยุ่นกับเยอรมัน ถ้าฝั่ง National ( Pana) กับ ฝั่งอเมริกาก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสนุกพอสมควรสรุป EL95 ผลิตออกแบบใช้ในการขยาย Audio โดยเฉพาะ ส่วนหลอด 6BM8/ECL82 นั้นผลิตมาใช้ในเครื่องรับ TV ขาวดำในสมัยเรายังเด็กๆ แต่ดูตาม DATA ทั้ง Triode และ Pentrode ให้เป็นภาค Audio out put เหมือนกัน แต่มันต่างกันตรง หลอด EL95 เป็นชายชาตรี(ฮา.....) แต่ 6BM8/ECL82 มันเป็นหลอดที่ทางพวกเราใช้สรรพนามเรียกมันว่า " หลอดกะเทย" ไงครับท่าน ส่วนสุ่มเสียงมันอยู่ที่ใครชอบฝั่งไหนครับ  หลอดกะเทยเนี่ย Sansui  กับ Pioneer เอามาทำแอมป์ส่งมาขายพวกเราเยอะอยู่ ซ้ำหาซื้อยาก ถ้าเจอแทบวางไม่ทันราคามันสูงเอาเรื่องเชียวแหละ ฮา........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 กรกฎาคม, 2017, 12:11:31 AM โดย ampai vorapong »

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #97 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 10:12:13 PM »
แต่ใช้งานจริงโหลดเป็นลำโพง มี  voice  coil  เป็นขดลวด ขยับอยู่ในสนามแม่เหล็ก แอมป์จ่ายกระแสสลับให้ทีคอยล์ก็ขยับที  แล้วเกิดมีกระแสน้าเอ็ด  eddy cuurent  ไหลสวนทางตามกฎของเค้า เป็นของแถม

Eddy Current คือกระแสที่เกิดในแกนแม่เหล็กที่ได้จากการเหนี่ยวนำอีกทีครับ ซึ่งโดยมากจะเกิดใน Transformer ครับ กรณีลำโพงจะเป็น Back EMF = Back Electromotive Force ครับ คือแรงดันเกิดจากการเคลื่อนไหวของ Coil ในสนามแม่เหล็กครับ จะว่าไปก็เหมือน Dynamo น่ะครับ เพียงแต่ Voice Coil มันเคลื่อนไหวจากไฟฟ้า ไม่ได้จากแรงกลเหมือน Dynamo มันก็เลยซับซ้อนหน่อยครับ

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #96 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 10:05:44 PM »
พูดถึงเสียงฮาร์โมนิก  ผมนึกขึ้นมาได้ว่า  มือกีต้าร์ มีลูกเล่นอย่างหนึ่งคือทำเสียงฮาร์โมนิค อาจจะเป็นโน๊ตตัวเดียวหรือทั้งคอร์ดก็ได้ ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกอย่างนั้น  แต่มันก็เพราะดี วิธีการคือดีดโน๊ตแถวๆเฟรตที่ 12 เสียงมันจะสูงกว่าโน็ตที่คอกีต้าร์อยู่ หนึ่งอ็อกเตป พอดี ถ้าที่คอเป็น โด่  ที่เฟรดสิบสองจะเป็น โด๊  สายเดียวกันนะครับ  แตะสายเข้ากับเฟรตเบาๆ นัยว่าเป็นการมิ้วเสียงความถี่ฟันดาเมนทอล ดีดแล้วยกนิ้วออกจากสาย  สายจะยังสั่นต่อเนื่องแต่เสียงที่ได้เป็นเสียงความถี่ฮาร์โมนิคของโน๊ต
ผมทำได้มั่ง ไม่ได้มั่ง 

ที่เรียก Harmonic เพราะมันเป็น Harmonic ของสายกีต้าร์จริงๆครับ ที่ Fret12 ของกีต้าร์จะมีความยาวเป็นครึ่งหนึ่งของสายพอดี (จาก Nut ถึง Bridge) ถ้ากดที่ Fret12 ก็จะได้เสียง Octave ถัดไป (ความถี่ 2 เท่า) ของ Fundamental ของสายนั้นๆ ครับ หรือถ้าเล่น Harmonic ก็ได้ความถี่เดียวกัน หรือจะเล่นที่ Fret5 กับ 7 ก็ได้ H4 กับ H3 ตามลำดับครับ

ออฟไลน์ Mr. Tube

  • Admin
  • Super Star.
  • *****
  • กระทู้: 2,406
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #95 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 09:58:24 PM »

สาเหตุที่แอมป์หลอด watt ต่ำ ๆ ดังดีกว่า Solid. ตามที่ผมจำได้ มี 2 ข้อ ครับ คือ

1. แอมป์หลอดมี Dynamic headroom สูง เพราะใช้ไฟเลี้ยงสูง
2. แอมป์หลอดมีความเพี้ยนทางฮาร์โมนิคส์แบบคู่ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเพี้ยน แถมยังชอบอีก ขนาดเพี้ยนไปถึง 10% ยังฟังได้เลยครับ



ฮาร์โมนิคเลขคู่นี่มันจะเหมือนกับ Octave ไหมครับ
เสียงสูง_ต่ำ ในทางดนตรี  มี 8 คู่ คือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที และโด เรียกว่า "หนึ่งอ๊อคเต็ป"

ความถี่เลขคู่ น่าจะหมายถึงเอาเลข 2 คูณ ความถี่หลัก กลายเป็นความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ,
เอา 2 คูณความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ได้อาร์โมนิคที่สอง ไปเรื่อยๆ

แล้วเผอิญความเพี้ยนที่เป็นความถี่เลขคู่มันตรงกับ โด เร มี ... ฯ
มันอาจไปเสริมให้ตัวโน๊ตนั้นเด่นขึ้น เราเลยรู้สึกไพเราะขึ้นจากการฟังแอมป์หลอด
ซึ่งแอมป์ทรานซิสเตอร์ไม่มีความถี่เลขคู่ที่ว่า ... ผมมั่วเอานะครับ

Harmonic จะนับจาก Fundamental เป็น 1st Harmonic ครับ ถ้าเป็น Even Harmonic ก็จะเป็น 2,4,6,8,... เท่าของความถี่ Fundamental เช่น Fundamental = 440Hz 2nd Har ก็จะเท่ากับ 880, 3rd Har = 1320, 4th Har = 1760 ครับ

ส่วน Octave เป็นอีก Scale หนึ่ง กำหนดให้ Octave ถัดไปเท่ากับความถี่ 2 เท่าของ Octave ก่อนหน้า เช่น โน๊ต A Middle มีความถี่ 440Hz A Octave ถัดไปก็จะเป็น 880 และ Octave ถัดไปเป็น 1760 ไปเลย ซึ่งเท่ากับ 4th Har ครับ

ส่วนเรื่อง Harmonic Distortion นั้น เบื้องต้นจะต้องเข้าใจเรื่องเสียงเครื่องดนตรีก่อนครับ ทราบไหมครับว่า กีต้าร์ที่เล่นโน็ต A (440) กับ เปียโนที่เล่นโน็ต A เหมือนๆ กัน ทำไมจึงเป็นเสียงกีต้าร์กับเสียงเปียโนไปได้ ทั้งที่ก็เป็น Sine Wave เหมือนกัน ความถี่เดียวกัน จะว่าไปก็เป็นการสั่นของสายขึงเหมือนๆ กันด้วย

ส่วนที่ทำให้เรารับรู้ว่าเสียงต่างกันคือ Harmonic ครับ คือเครื่องดนตรีแต่ละชนิดที่เล่นเสียงโน็ตเดียวกัน จะให้องค์ประกอบของ Harmonic แตกต่างกันคร้บ เช่น กีต้าร์อาจจะมี H2, H5, H7 ส่วนเปียโนอาจจะมี H3, H4, H5 (ในปริมาณหรือ Amplitude ที่แตกต่างกัน, ตัวอย่างเป็นค่าสมมุติ) เป็นต้น ถ้าสนใจเรื่ององค์ประกอบ Harmonic ของเครื่องดนตรี ลองหาเพิ่มเติมจาก Google ได้ครับ

Harmonic เป็นความถี่ตายตัวครับ เช่น H2 ของโน็ต A ต้องเป็น 880 เท่านั้น 879.9 ไม่นับเป็น Harmonic ของ A ครับ เพราะฉะนั้นส่วนที่เพี้ยนไปจากการขยายไม่ใช่ความถี่แต่เป็น Amplitude ครับ เช่นเสียงเครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง มี H2 เป็นองค์ประกอบ 35% ของ Amplitude Fundamental, H3 2%, H4 60%, H5 7% เป็นต้น Harmonic Distortion ก็คือสัญญาณหลังการขยาย ได้องค์ประกอบของ Harmonic ผิดไปจากต้นฉบับครับ เช่น H2 อาจจะเป็น 38%, H3 2%, H4 62%, ... เป็นต้น เช่นนั้น เสียงที่เราได้ฟังจากการเล่นกลับ ก็จะต่างจากเสียงต้นฉบับ ซึ่งก็ต้องถือว่าเพี้ยน เพียงแต่ Profile ของ Harmonic ที่เปลี่ยนไปหลังการขยายนั้น ยังไม่มากพอให้เรารับรู้เป็นอีกเครื่องดนตรีหนึ่ง ตามตัวอย่าง H2 เปลี่ยนจาก 35 เป็น 38 ก็ประมาณ 3/35 ส่วน = 8% กว่าๆ, H3 ไม่เปลี่ยน, H4 60 เป็น 62 ก็ 2/60 = เกือบ 2% เทียบ Profile แล้ว (35-2-60 เทียบกับ 38-2-62) ยังเป็นเสียงเครื่องดนตรีเดิม แต่อาจจะรับรู้ต่างไปจากต้นฉบับเล็กน้อยครับ ส่วนผู้ฟังจะตีความอย่างไรก็เป็นเรื่องปัจเจกครับ

ออฟไลน์ pisut99

  • ***
  • กระทู้: 248
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #94 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 05:32:08 PM »


กล่อง EL84 PP ซื้อตอนกรุ๊ปบาย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน คือไม่ทำแต่ดันซื้อกล่อง
เวลาผ่านไป เอามาใส่ 6BM8 SE ถ้าจะดีแฮะ 
มีฝาครอบไม่ต้องกลัว นังมะลิกระโดดเล่นไปมาพลาดเกี่ยวหลอดแตก

หรือขายเอาสะตังมาเปลี่ยนเป็นหลอดเห็นแว๊บๆ มีคนขาย




จองครับ  2f

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #93 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 03:51:48 PM »

กล่อง EL84 PP ซื้อตอนกรุ๊ปบาย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน คือไม่ทำแต่ดันซื้อกล่อง
เวลาผ่านไป เอามาใส่ 6BM8 SE ถ้าจะดีแฮะ 
มีฝาครอบไม่ต้องกลัว นังมะลิกระโดดเล่นไปมาพลาดเกี่ยวหลอดแตก

หรือขายเอาสะตังมาเปลี่ยนเป็นหลอดเห็นแว๊บๆ มีคนขาย




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กรกฎาคม, 2017, 07:09:54 PM โดย Malako »

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #92 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 03:45:22 PM »
เรื่องหลอดๆ นี่ต้องยกให้น้า  ซะแล้ว
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #91 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 02:15:36 PM »
TV ยี่ห้อ Metz ของเยอรมันเรียน สมัยนั้นเป็น TV เครื่องแรกของโลก ที่ใช้  Varicap Diode ในภาค Tuner ใช้ จูนหาคลื่น
ในสมัยนั้น ลองคิดดูว่า  ช่างอินยิเนียร์ เยอรมันมันคิดได้ก่อนใคร
แล้ว ภาคขยายใช้ IC 708 เป็นปรี out put เป็นหลอด เบอร์ EL95 เสียงสุดยอด
เป็นเครื่องแรกที่ใช้หลอด ผสม IC และ ใช้ Transistor เป็นวงจร Sync sep  และ Sync osc 
สุดยอดของ TV เยอรมันในตอนนั้น แม้แต่ TV ยี่ห้อ Philiph  ในช่วงนั้นยังสู้ Technology ของเยอรมันยังไม่ได้เลย



EL95  เสียงบุคคลิกออกแบบไหนครับ เหมือน 6BM8 เปล่า

และ น่าซื้อไหมครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กรกฎาคม, 2017, 02:17:19 PM โดย Malako »

ออฟไลน์ ampai vorapong

  • ***
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #90 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 01:44:42 PM »
หลอดถูกออกแบบมาให้ใช้กับ voltage ค่าสูงๆ ดังนั้นค่า Dynamic headroom จึงสูงตามค่า Voltage ที่มันสวิงไปได้เหมือนไม่จำกัด เราจึงได้ยินเสียงบางเสียงที่ แม้ Amplifier Transistor class A ที่ว่าเจ๋งๆ อย่าง Mark Levinson  ต้องหลบให้ ถ้าฟังเสียงแหลมที่หลอดขยาย ออกมามันใสไม่บาดหู เสียงแก้วตกแตก มันเหมือนตกแตกจริงๆ สรุปว่าข้อดีมันที่ค่ามันเพี้ยนถึง 10 เปอร์เซ็น เราก็จะฟังได้สบายหู ข้อเสียของหอดคือมันมีน้ำหนักมาก ค่าใช้จ่ายสูง หา Out put Trans ที่เจ็งๆยาก แถมราคาค่อนข้างแพง ตอนนี้หลอดกลายเป็นของเก่าที่หายาก เป็น Vintage ไปแล้ว ใครมีไว้เหมือนมีของมีค่าหายาก แม้หลอดจะมีบางบริษัทในจีนผลิตออกมาใหม่ มันก็สู้หลอดเบอร์เก่า ตัวเก่าย้อนไปสมัยเรายังไม่เกิด หรือ ยังเด็กเกินไป ไม่ได้ ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไร ตอนเรียน ปวช.ช่างวิทยุและโทรคมนาคม ผมจำได้ยังเอาหลอดยี่ห้อ Telefuken  Ecc 83 มานั่งทุบเล่น เพราะอยากรู้ว่ามันทะลึ่งร้องเพลงได้ไง งงกับมัน แต่ตอนนี้แทบจะนึกด่าตัวเองว่าทำไปได่ไงวะ EL84 ECC 83 ของ Telefuken มันสุดยอดของหลอด เยอรมัน ตอนเรียนช่างวิทยุ ตอนนั้นใช้ TV ยี่ห้อ Metz ของเยอรมันเรียน สมัยนั้นเป็น TV เครื่องแรกของโลก ที่ใช้  Varicap Diode ในภาค Tuner ใช้ จูนหาคลื่น ในสมัยนั้น ลองคิดดูว่า  ช่างอินยิเนีนร์ เยอรมันมันคิดได้ก่อนใคร แล้ว ภาคขยายใช้ IC 708 เป็นปรี out put เป็นหลอด เบอร์ EL95 เสียงสุดยอด เป็นเครื่องแรกที่ใช้หลอด ผสม IC และ ใช้ Transistor เป็นวงจร Sync sep  และ Sync osc  สุดยอดของ TV เยอรมันในตอนนั้น แม้แต่ TV ยี่ห้อ Philiph  ในช่วงนั้นยังสู้ Technology ของเยอรมันยังไม่ได้เลย แต่เวลาเสียแทบไม่มีใครซ่อมได้ เลยกองอยู่หลัง Shop ตอนเรียน เป็นตั้ง ยังนึกเสียดายอยู่เลยทุกวันนี้ เฮ้อ......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กรกฎาคม, 2017, 02:10:13 PM โดย ampai vorapong »

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 11:35:41 AM »

ในเรื่องของเครื่องเสียง เมื่อกระแสไฟไหลผ่าน C , R , L  มันก็จะมีความเพี้ยนเกิดขึ้น
ความเพี้ยนที่ว่า มันก็เป็นความถี่ ซึ่งเพี้ยนไปจากความถี่หลัก ซึ่งมีทั้ง 2 แบบคือ :-
ความเพี้ยนเลขคู่ (Even Harmonic ) เอา 2 คูณ 
อีกความเพี้ยนกระโดดไป โดยเอา 3 คูณ ไม่รู้ภาษาไทยเรียกอะไร  ฝรั่งเขาเรียก Odd Harmonic

ทีนี้แอมป์หลอดนั้นเกิดความเพี้ยนที่เป็นฮาร์โมนิคเลขคู่ (ซึ่งก็เป็น ฮาร์โมนิคย่อยๆ หลายตัวซึ่งอยู่ล้อมรอบความถี่หลัก)
เกิดขึ้นมากกว่ากระมังเลยเป็นไปได้ที่เราฟังเสียงเพลงเสียงดนตรีซึ่งเป็นเสียงสูงต่ำ หรือเสียงวรรณยุกต์
ฟังแล้วไพเราะเข้าหู

ยกตัวอย่างเรื่องดีดสายกีตาร์ ที่บอกว่าดีดสายเส้นหนึ่ง จะสามารถทำให้สายอีกเส้นที่ไม่ดีดเกิดการสั่นขึ้น
และเป็นการสั่นที่พ้องกับตัวโน๊ตตัวที่ดีด ทำให้ฟังเพราะไปอีกแบบ
สังเกตุ พี่น้องพ่อแม่เดียวกัน เวลาร้องเพลงประสานกัน แก้วเสียงซึ่งน่าจะมี DNA เดียวกัน ผิดที่รูปร่างปาก
แต่เสียงร้องเพลงฟังรวมกันเพราะขึ้นจริงครับ   

อ่านที่เขาว่ามาทั้งน้าน ครับ

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 10:55:34 AM »

สาเหตุที่แอมป์หลอด watt ต่ำ ๆ ดังดีกว่า Solid. ตามที่ผมจำได้ มี 2 ข้อ ครับ คือ

1. แอมป์หลอดมี Dynamic headroom สูง เพราะใช้ไฟเลี้ยงสูง
2. แอมป์หลอดมีความเพี้ยนทางฮาร์โมนิคส์แบบคู่ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเพี้ยน แถมยังชอบอีก ขนาดเพี้ยนไปถึง 10% ยังฟังได้เลยครับ



ฮาร์โมนิคเลขคู่นี่มันจะเหมือนกับ Octave ไหมครับ
เสียงสูง_ต่ำ ในทางดนตรี  มี 8 คู่ คือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที และโด เรียกว่า "หนึ่งอ๊อคเต็ป"

ความถี่เลขคู่ น่าจะหมายถึงเอาเลข 2 คูณ ความถี่หลัก กลายเป็นความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ,
เอา 2 คูณความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ได้อาร์โมนิคที่สอง ไปเรื่อยๆ

แล้วเผอิญความเพี้ยนที่เป็นความถี่เลขคู่มันตรงกับ โด เร มี ... ฯ
มันอาจไปเสริมให้ตัวโน๊ตนั้นเด่นขึ้น เราเลยรู้สึกไพเราะขึ้นจากการฟังแอมป์หลอด
ซึ่งแอมป์ทรานซิสเตอร์ไม่มีความถี่เลขคู่ที่ว่า ... ผมมั่วเอานะครับ
ครับ ไม่มั่วครับ

อยู่มาจวนจะเข้าโลงแล้วพึ่งรู้ความจริงวันนี้เอง
ถ้ามันผลิตความถี่ฮาร์โมนิคเลขคู่  ซึ่งมันก็คือ  ออกเตฟถัดไปของ ความถี่ฟันดาเมนทอลของตัวโน๊ต นั้นๆแล้ว ไม่น่าเรียกว่าความเพี้ยน น่าจะเรียกว่าให้คู่เสียงคอรัส หรือ ให้เสียงซูบราโน่ หรืออะไรทำนองนี้
พูดถึงเสียงฮาร์โมนิก  ผมนึกขึ้นมาได้ว่า  มือกีต้าร์ มีลูกเล่นอย่างหนึ่งคือทำเสียงฮาร์โมนิค อาจจะเป็นโน๊ตตัวเดียวหรือทั้งคอร์ดก็ได้ ซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกอย่างนั้น  แต่มันก็เพราะดี วิธีการคือดีดโน๊ตแถวๆเฟรตที่ 12 เสียงมันจะสูงกว่าโน็ตที่คอกีต้าร์อยู่ หนึ่งอ็อกเตป พอดี ถ้าที่คอเป็น โด่  ที่เฟรดสิบสองจะเป็น โด๊  สายเดียวกันนะครับ  แตะสายเข้ากับเฟรตเบาๆ นัยว่าเป็นการมิ้วเสียงความถี่ฟันดาเมนทอล ดีดแล้วยกนิ้วออกจากสาย  สายจะยังสั่นต่อเนื่องแต่เสียงที่ได้เป็นเสียงความถี่ฮาร์โมนิคของโน๊ต
ผมทำได้มั่ง ไม่ได้มั่ง 

ไม่รู้ว่าคุยเรื่องเดียวกันหรือเปล่า

ถ้าเป็นเรื่องเดียวกัน  เรื่องที่เราไม่รู้ เข้าโลงแล้วยังไม่รู้  ได้แต่จำขี้ปากเซียนมาบอกต่อ  แล้วถือว่าเป็นเรื่องระดับเทพ  แต่  วงการอื่นพวกเล่นกันเป็นประจำจนเอียน

เดี๋ยวต้องไปหาฟังเสียงความเพี้ยนฮาร์โมติกบ้างแล้ว

เสียวฮาร์โมนิกนี่เพราะจริงๆครับ  ยิ่งเป็นไฟฟ้าด้วย  สั่นค้างนาน ็นหมาหอนเลยครับ
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: 16 กรกฎาคม, 2017, 09:21:27 AM »
เช้านี้เปลี่ยนฟังคลาสสิค ท่อนเพราะๆ ที่ตัดเลือกมาโดยเฉพาะจากค่าย FIM
ช่วงเงียบ ได้ยินฮัมกระจาย ( ฟูลเร้นจ์ 8 นิ้ว)
น่าจะมาจากการบัดกรี การวางอุปกรณ์ ฯลฯ รู้ตัวดีว่า ฝีมือยังไม่ถึง

ฟังสักพักจะรื้อใหม่ คราวนี้เปลี่ยนแผ่นอลูมิเนียมให้ใหญ่ขึ้น
วางอุปกรณ์ให้ห่างกัน บัดกรีง่ายขึ้น

คงต้องประกาศสงครามกับเสียงฮัมเป็นทางการ
และหาทางเอาชัยชนะให้ได้ เหมือน วอลเลย์บอลหญิงไทยเราชนะ บราซิล 3 - 0 บ่ายวันวานครับ

ทำเอากองเชียร์อิ่มอกอิ่มใจ นี่ถ้าเป็นสมัยหนุ่ม คงเปิดเบียร์ซดฉลองซักลังละครับ





พรีเซ๊นเตอร์



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 กรกฎาคม, 2017, 09:26:04 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ Mr.Q

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,885
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 07:24:55 PM »

สาเหตุที่แอมป์หลอด watt ต่ำ ๆ ดังดีกว่า Solid. ตามที่ผมจำได้ มี 2 ข้อ ครับ คือ

1. แอมป์หลอดมี Dynamic headroom สูง เพราะใช้ไฟเลี้ยงสูง
2. แอมป์หลอดมีความเพี้ยนทางฮาร์โมนิคส์แบบคู่ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเพี้ยน แถมยังชอบอีก ขนาดเพี้ยนไปถึง 10% ยังฟังได้เลยครับ



ฮาร์โมนิคเลขคู่นี่มันจะเหมือนกับ Octave ไหมครับ
เสียงสูง_ต่ำ ในทางดนตรี  มี 8 คู่ คือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที และโด เรียกว่า "หนึ่งอ๊อคเต็ป"

ความถี่เลขคู่ น่าจะหมายถึงเอาเลข 2 คูณ ความถี่หลัก กลายเป็นความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ,
เอา 2 คูณความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ได้อาร์โมนิคที่สอง ไปเรื่อยๆ

แล้วเผอิญความเพี้ยนที่เป็นความถี่เลขคู่มันตรงกับ โด เร มี ... ฯ
มันอาจไปเสริมให้ตัวโน๊ตนั้นเด่นขึ้น เราเลยรู้สึกไพเราะขึ้นจากการฟังแอมป์หลอด
ซึ่งแอมป์ทรานซิสเตอร์ไม่มีความถี่เลขคู่ที่ว่า ... ผมมั่วเอานะครับ
ครับ ไม่มั่วครับ

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 10:02:34 AM »
วัตต์คือหน่วยของการวัดพลังงาน เค้าว่า...อีกแล้ว
วัตต์เท่ากัน ให้พลังงานเท่ากัน เช่น แอมป์หลอด 1วัตต์ กับแอมป์ทรานซิสเตอร์ 1 วัตต์  ก็ให้พลังงานเท่ากัน
น้ำตกสาริกาตกลงจากหน้าผา ถ้าได้ 1 วัตต์ พลังงานก็เท่ากันครับ

แต่  การวัดกำลังของแอมป์  เค้าใช้ dummy load  8 ohms  ผลของการวัดหลอดกับโซลิตสเตจ มันจึงให้กำลังเท่ากัน  ถ้าวััต์เท่ากัน

แต่ใช้งานจริงโหลดเป็นลำโพง มี  voice  coil  เป็นขดลวด ขยับอยู่ในสนามแม่เหล็ก แอมป์จ่ายกระแสสลับให้ทีคอยล์ก็ขยับที  แล้วเกิดมีกระแสน้าเอ็ด  eddy cuurent  ไหลสวนทางตามกฎของเค้า เป็นของแถม

หลอดมีหม้อคุม  โซลิดไม่มีอะไรคุม  กำลังเอ้าพุทสุทธิจึงต่างกัน

มันน่าจะมีตัวบอกอยู่สองตัว  คือตัวบอกปริมาณ คือดังมาก ดังน้อย  ตามที่กล่าวข้างบน    กับ ตัวบอกคุณภาพ  คือ  ความไพเราะน่าฟัง  แบบที่น้ามะละกอว่าข้างบน

บางคนบอกชอบเสียงของโซลิตมากกว่าหลอดก็มี 

สำหรับผมๆชอบเสียงของวงจร พุชพูล  มากกว่า ซิงเกิ้ลเอ็นครับ

พาน้ามะละกอออกทะเลซะหน่อย K)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม, 2017, 10:07:17 AM โดย ออดิโอแมน »
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 08:58:20 AM »

สาเหตุที่แอมป์หลอด watt ต่ำ ๆ ดังดีกว่า Solid. ตามที่ผมจำได้ มี 2 ข้อ ครับ คือ

1. แอมป์หลอดมี Dynamic headroom สูง เพราะใช้ไฟเลี้ยงสูง
2. แอมป์หลอดมีความเพี้ยนทางฮาร์โมนิคส์แบบคู่ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเพี้ยน แถมยังชอบอีก ขนาดเพี้ยนไปถึง 10% ยังฟังได้เลยครับ



ฮาร์โมนิคเลขคู่นี่มันจะเหมือนกับ Octave ไหมครับ
เสียงสูง_ต่ำ ในทางดนตรี  มี 8 คู่ คือ โด เร มี ฟา ซอล ลา ที และโด เรียกว่า "หนึ่งอ๊อคเต็ป"

ความถี่เลขคู่ น่าจะหมายถึงเอาเลข 2 คูณ ความถี่หลัก กลายเป็นความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ,
เอา 2 คูณความถี่ฮาร์โมนิคที่หนึ่ง ได้อาร์โมนิคที่สอง ไปเรื่อยๆ

แล้วเผอิญความเพี้ยนที่เป็นความถี่เลขคู่มันตรงกับ โด เร มี ... ฯ
มันอาจไปเสริมให้ตัวโน๊ตนั้นเด่นขึ้น เราเลยรู้สึกไพเราะขึ้นจากการฟังแอมป์หลอด
ซึ่งแอมป์ทรานซิสเตอร์ไม่มีความถี่เลขคู่ที่ว่า ... ผมมั่วเอานะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม, 2017, 09:01:09 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 07:35:52 AM »

รายงานความคืบหน้า ...

 17.07 น. เย็นวันวานเสียบปลั๊กเปิดสวิตช์ มีเสียงดังแปะเบาๆ เงียบ ได้กลิ่นไหม้ รู้สึกหัวใจเต้นตึ๊กตั๊ก
รีบปิดสวิตช์ พักกินข้าว

เช้านี้มาเพ่งดูต่อ ถอดสายไฟจากหม้อแปลงทั้งหมดไล่เช็ค ไฟเข้าตั้งแต่  0 - 100 , 110 , ........ 220 , 240
ค่าความต้านทานตรงกับที่เคยเช็คตอนทำงานปรกติ  รวมทั้งส่วนขาออก ก็ปรกติ

ถอด ไดโอดมาเช็ค ปรากฎว่า เจ๊งไปตัวครับ คือผมลองเอา FE5D  มาแทน  BYW76V เดิมที่ใส่อยู่
จัดการเปลี่ยนไดโอด เชื่อมสายใหม่ทั้งหมด เสียบไฟ ดังดีเป็นปรกติแล้วครับ

ใช้วงจร akai 1710 ในส่วนภาคขยาย ตัดหลอด  12AT7 ออกไป วอลุ่ม 100K
R 5% Royal ทั้งหมดยกเว่้น R 180 ยี้ห้อ RS ได้มาจากเอ็มไพร์วิทยุสิบกว่าปีมาแล้ว
C ตรงขา 2 ใช้ CDE 100 uF/100V , ตรงขา 8 ใช้ Elna ธรรมดา 22 uF/50 V

ภาคจ่ายไฟ ใช้ตามวงจร CDE 47 uF/400V  =  3 ตัว
ใช้ DALE 1 K 5 W สองตัวขนานกันเหลือ 500 R วัตต์เพิ่มเป็น 10 W แทนที่ 470 R ตามวงจรครับ

อัลบั้ม John Coltrane and Johny Hartman DSD File น่าจะริบจาก SACD อัลบั้มที่ทุกคนสมควรมีไว้
ให้น้ำหนักเสียงร้องและดนตรีสมจริงมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะเสียเปียโนครับ
ฟังจากลำโพง  Sansui PM C100 II 93 dB  ณ เวลาที่ผ่านไป 4-5 เพลงยังหาที่ติเสียงโดยรวมบ่มิได้ครับ

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: 15 กรกฎาคม, 2017, 06:12:47 AM »
จากประสบการณ์เนื้อๆ เลยนะครับ

ปี 2539 ตอนนั้นผมใช้ CAT SL1 Reference II เปลี่ยนหลอดเป็นมูลลาดทั้งหมด ขับ Mark levinson 311
ลำโพง FOCUS Audio FS68 รุ่นแรก ขาตั้ง Target รุ่นที่ทำให้กับ ProAC Studio II
และมี FOCUS Audio FS78 ตั้งพื้น รุ่นแรก ฟังคลาสสิค
สาย Cardas Golden Cross  เทิร์นเรก้า หัวบลูพ๊อยท์ ห้องฟังปรับอคูสติก ฟังเพลงแจ๊สซะส่วนใหญ่
ทุกเครื่องวางบนแท่นโดยเฉพาะ ตั้งแต่แท่น Target , แท่นบรรจุทรายหนักมาหวางแอมป์ , แท่นเติมลม วางปรี
ค่าแท่นรวมกันแพงกว่าเทิร์นเรก้าไปไกลพอควร

และแล้ววันหนึ่ง เพื่อนรุ่นพี่ก๊วนฟังเพลงด้วยกัน ยกแอมป์หลอดอาแปะซีจ๋อ
จำได้ว่าแท่นใหญ่หนัก หลอดพาวเวอร์ทรงโค้ก 4 หลอด ซึ่งอาแปะทำกะมือให้เป็นพิเศษ
ฟังเพลงแรกจาก Mark Levinson จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นแอมป์หลอดอาแปะ 

Mark Levinson แพ้ขาดกระจุยตั้งแต่ออกสตาร์ท แพ้ทุกแง่ทุกมุมครับ
มีนักฟังระดับหัวกระทิ 4 คนเป็นพะยาน วันต่อมาผมขายมาร์คทันที
ภายหลังมาทราบอีกว่า ลำโพง FOCUS AUDIO นั้นไปได้ดีกับ แอมป์หลอด PP
และ FOCUS FS68  ที่ใช้อยู่นั้น ต้องกลับเฟส บวก_ลบ ที่ขั้วลำโพงถึงฟังได้ครับ

ผ่านไปอีก 2 ปี ไปบ้านเพื่อนเขาใช้ ปรี Spectral DMC20  ขับ Mark Levinson 332  CD , DAC มาร์คทั้งคู่ ขับลำโพงคู่ครึ่งล้าน
ฟังได้ดี เข้าตากรรมการ เลยรู้ว่านักเล่นอีกกลุ่มเขาเล่นแบบนี้กัน
คือถ้าใช้ปรีมาร์คก็ขับแอมป์ Spectral สลับกัน 2 ยี้ห้อนี้ เป็นต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม, 2017, 06:21:48 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ Mr.Q

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,885
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 07:45:36 PM »
ในภาพผมเห็น ACA ใช่ไหมครับ....


ใช่ครับ  ACA รุ่นกรุ๊ปบาย  ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับเพื่อนน้องใหม่งาน DIY ที่เชียงใหม่ละครับ

(ไม่น่าเชื่อว่า ACA 5 วัตต์ สามารถขับ JBL Lancer 44 ดอก  JBL LE8T 16 โอห์ม แม้ไม่สุดแต่ฟังเพลินลืมเวลาครับ)




เป็นความมหัศจรรย์ของแอมป์หลอดของโบราณ ที่เทคโนโลยี่ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ทรานซีสเตอร์  Mosfet หรือ IC  ยังทำไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็นแอมป์หลอด หลอดเล็ก ๆ พวก ECL86  6BM8 หรือ EL84 ไปจนถึงหลอดใหญ่ อย่าง 300B หรือ 2A3 ที่ให้กำลังขับได้ไม่มาก แค่ 3-6 วัตต์ แต่สามารถขับลำโพงใหญ่ ๆ ได้สบาย ๆ และให้เสียงที่น่าประทับใจ  โดยที่ แอมป์ Solid State ในปัจจุบันที่มีกำลังขับเท่ากัน หรือมากกว่าเป็นสองเท่า ยังทำไม่ได้
สาเหตุที่แอมป์หลอด watt ต่ำ ๆ ดังดีกว่า Solid. ตามที่ผมจำได้ มี 2 ข้อ ครับ คือ
1. แอมป์หลอดมี Dynamic headroom สูง เพราะใช้ไฟเลี้ยงสูง
2. แอมป์หลอดมีความเพี้ยนทางฮาร์โมนิคส์แบบคู่ ทำให้เราไม่รู้สึกว่าเพี้ยน แถมยังชอบอีก ขนาดเพี้ยนไปถึง 10% ยังฟังได้เลยครับ

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 03:49:58 PM »
ดังเป็นปกติครับ ที่วงจรต่อลงกราวด์ไว้เพื่อให้ เนกาทีฟฟีดแบค ครบวงจรครับ


เข้าใจละครับ เพิ่งทำเสร็จงั้นต่อลงกราวน์แล้วจะเสียบไฟลองฟังดู

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 03:48:15 PM »
ข้อมูลลำโพงของน้ามะละกอนี่เพียบเลย
งั้นเค้าคงต้องตีตู้แยกล่ะครับ ไม่งั้นแรงเย่าน่าจะไปกวนกัน  และปริมาตรของตู้ของดอกสับกับดอกทุ้มมันคงจะคนละปริมาตรกัน
และการเอาดอกสับหันไปคนละด้าน ต้องมีผลกับเฟสแน่ๆ ไม่งั้นเสียงจะหักล้างกัน
ก็ได้ไอเดียครับ
ขอบคุณครับ


เท่าที่เล่นซับวูฟเฟอร์มา ทั้งบ้านและพีเอ  ดอกซับหันออกข้างฟังนุ่มเพราะหูดี

ชอบมากกว่ายิงออกด้านหน้าตรง รึว่าหูผมเพี้ยนครับ

ออฟไลน์ DS

  • มุ่งมั่น ทำให้มัน.....มีทั้งแสงและเสียง
  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,599
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 03:47:48 PM »
ดังเป็นปกติครับ ที่วงจรต่อลงกราวด์ไว้เพื่อให้ เนกาทีฟฟีดแบค ครบวงจรครับ

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 03:40:26 PM »




วงจรนี้ ตรงเอ้าท์พุท ถ้าไม่ต่อขั้วลบที่ไปลำโพง ลงกราวน์ มันจะดังไหมครับ

(ของเดิมไม่ได้ต่อ)

ออฟไลน์ DS

  • มุ่งมั่น ทำให้มัน.....มีทั้งแสงและเสียง
  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,599
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 02:10:10 PM »
คุณสมบัติของ opt น่าจะเรื่องจริงครับ เพราะเครื่องทรานซีสเตอร์รุ่นแรก ๆ ทีตัวเป็นกระป๋องกลม ๆ เล็ก ๆ วงจรยังมี opt ตัวเล็ก ๆ อยู่ด้วย แผงวงจรเล็กนิดเดียว แต่เสียงดังฟังชัด คุณภาพเสียงดีมากด้วย

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 11:29:26 AM »
เป็นความมหัศจรรย์ของแอมป์หลอดของโบราณ ที่เทคโนโลยี่ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ทรานซีสเตอร์  Mosfet หรือ IC  ยังทำไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็นแอมป์หลอด หลอดเล็ก ๆ พวก ECL86  6BM8 หรือ EL84 ไปจนถึงหลอดใหญ่ อย่าง 300B หรือ 2A3 ที่ให้กำลังขับได้ไม่มาก แค่ 3-6 วัตต์ แต่สามารถขับลำโพงใหญ่ ๆ ได้สบาย ๆ และให้เสียงที่น่าประทับใจ  โดยที่ แอมป์ Solid State ในปัจจุบันที่มีกำลังขับเท่ากัน หรือมากกว่าเป็นสองเท่า ยังทำไม่ได้

หลอดมันมีหม้อ OPT ขดเอ้าพุทมันคุมอิมพีแดนซ์ แรงดัน กระแส ของลำโพงได้ด้วย
คือที่ลำโพงก็มี voice coil ชยับกรวยเข้าออกตัดกับสนามแม่เหล็กของตูดลำโพง เจ้านี่สร้างกระแสย้อนกลับได้ด้วย

ซึ่ง OPT คุมสถานะการณ์ตรงนี้ได้ดี  แต่วงจรเอ้าพุทของ ทรานซิสเตอร์ เฟต มอสเฟต มันไม่มีหม้อ OPT  มันจ่ายแรงดันและกระแสให้แก่ลำโพง เจ้า voice coil ของลำโพงก็มีกระแสย้อนกลับ  มันเลยไปหักล้างกันบางส่วย

ว่างั้นครับ  ... ผมก็ลอกเค้ามาอีกทีหนึ่ง  ถ้าไม่จริง ผมไม่รับผิดชอบแต่ประการใด  N]
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: 14 กรกฎาคม, 2017, 11:12:54 AM »
ข้อมูลลำโพงของน้ามะละกอนี่เพียบเลย
งั้นเค้าคงต้องตีตู้แยกล่ะครับ ไม่งั้นแรงเย่าน่าจะไปกวนกัน  และปริมาตรของตู้ของดอกสับกับดอกทุ้มมันคงจะคนละปริมาตรกัน
และการเอาดอกสับหันไปคนละด้าน ต้องมีผลกับเฟสแน่ๆ ไม่งั้นเสียงจะหักล้างกัน
ก็ได้ไอเดียครับ
ขอบคุณครับ
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2017, 07:20:19 PM »
เห็นตู้ลำโพงแล้วมีคำถามครับ
มีรุ่นไหนที่เอาดอกวับวูฟเฟอร์ไว้ในตู้เดียวกันไหมครับ
ทำไมเค้าถึงแยกดอกซับไว้อีกตู้หนึ่ง


เท่าที่เคยเห็นน่าจะเป็น AR9 เรือธงเออาร์ครับ แม้มิใช่ก็เหมือนใช่

ถือได้ว่าเป็นซับวูฟเฟอร์ 12 นิ้วยิงออกข้างตู้ละ 2 ต้ว ครับ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 กรกฎาคม, 2017, 07:23:33 PM โดย Malako »

ออฟไลน์ DS

  • มุ่งมั่น ทำให้มัน.....มีทั้งแสงและเสียง
  • Super Star.
  • **
  • กระทู้: 2,599
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2017, 06:46:42 PM »
ในภาพผมเห็น ACA ใช่ไหมครับ....


ใช่ครับ  ACA รุ่นกรุ๊ปบาย  ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับเพื่อนน้องใหม่งาน DIY ที่เชียงใหม่ละครับ

(ไม่น่าเชื่อว่า ACA 5 วัตต์ สามารถขับ JBL Lancer 44 ดอก  JBL LE8T 16 โอห์ม แม้ไม่สุดแต่ฟังเพลินลืมเวลาครับ)




เป็นความมหัศจรรย์ของแอมป์หลอดของโบราณ ที่เทคโนโลยี่ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ทรานซีสเตอร์  Mosfet หรือ IC  ยังทำไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็นแอมป์หลอด หลอดเล็ก ๆ พวก ECL86  6BM8 หรือ EL84 ไปจนถึงหลอดใหญ่ อย่าง 300B หรือ 2A3 ที่ให้กำลังขับได้ไม่มาก แค่ 3-6 วัตต์ แต่สามารถขับลำโพงใหญ่ ๆ ได้สบาย ๆ และให้เสียงที่น่าประทับใจ  โดยที่ แอมป์ Solid State ในปัจจุบันที่มีกำลังขับเท่ากัน หรือมากกว่าเป็นสองเท่า ยังทำไม่ได้

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

  • Superstar...
  • ****
  • กระทู้: 4,601
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2017, 06:01:52 PM »
เห็นตู้ลำโพงแล้วมีคำถามครับ
มีรุ่นไหนที่เอาดอกวับวูฟเฟอร์ไว้ในตู้เดียวกันไหมครับ
ทำไมเค้าถึงแยกดอกซับไว้อีกตู้หนึ่ง
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Malako

  • Super Star
  • *
  • กระทู้: 1,445
  • เพศ: ชาย
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2017, 02:29:36 PM »
ACA ผมทำแบบ 6 WATT ... เสียงไม่ธรรมดาเลยครับ...


ตามนั้นครับ

แค่ตัว 5 วัตต์ ลำโพงเข้าขากัน สำเนียงเสียงมันก้าวข้ามเกนโคลนทุกตัวที่มีโดยไม่ต้องเพ่งเลยครับ

ออฟไลน์ nixon

  • ‘อายุ วรรณโน สุขขัง พลัง’
  • **
  • กระทู้: 92
Re: ECL82 SE คิดแล้ว ลงมือทำ
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: 13 กรกฎาคม, 2017, 01:21:56 PM »
ACA ผมทำแบบ 6 WATT ... เสียงไม่ธรรมดาเลยครับ...