ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องของคอยล์ขดลวด (Inductors) สำหรับ พาสสีพครอสโอเวอร์  (อ่าน 1527 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Malako


เห็นบอกว่า ใช้ลวดทองแดงเบอร์ใหญ่ เช่น เบอร์ 16  สำหรับวูฟเฟอร์ ส่วนทวีทเตอร์ ลวดเบอร์เล็กลงเช่น เบอร์18

จะให้เสียงดีกว่า ลวดเบอร์เล็กขนาด 16 ไม่เคยลองนะครับ

อยากทราบว่าในทางทฤษฎี เป็นไปตามที่ว่ากันหรือเปล่าครับ

ออฟไลน์ Emmy's Daddy


เห็นบอกว่า ใช้ลวดทองแดงเบอร์ใหญ่ เช่น เบอร์ 16  สำหรับวูฟเฟอร์ ส่วนทวีทเตอร์ ลวดเบอร์เล็กลงเช่น เบอร์18

จะให้เสียงดีกว่า ลวดเบอร์เล็กขนาด 16 ไม่เคยลองนะครับ

อยากทราบว่าในทางทฤษฎี เป็นไปตามที่ว่ากันหรือเปล่าครับ

เสียงต่ำ กระแสมาก ลวดขนาดใหญ่ ( ไม่งั้น ความสุญเสียเยอะ)
ทวีตเตอร์ ก็ครงข้ามกันครับ

ออนไลน์ Malako


ขอบคุณครับ ต้องหาโอกาสลองซักครั้ง

ออฟไลน์ Mr. Tube

เสียงต่ำ กระแสมาก ลวดขนาดใหญ่ ( ไม่งั้น ความสุญเสียเยอะ)
ทวีตเตอร์ ก็ครงข้ามกันครับ

อันนี้เป็นความเข้าใจผิดครับ กระแสแปรผันตรงกับความดัง แต่ไม่เกี่ยวกับความถี่ครับ ถ้าประสิทธิภาพลำโพงเท่ากัน เวลาเปล่งเสียง 100Hz กับ 1kHz จะมีกระแสไหลผ่าน VC เท่ากันครับ

ในวงจร network passive ทั่วไป จะใช้ L เป็น Low pass ซึ่งอนุกรมกับลำโพง ในขณะที่วงจร High pass L จะขนานกับลำโพง DCR ของ L ที่อนุกรมจะมีผลต่อความสูญเสียมากกว่า L ที่ขนานครับ จึงเป็นเหตุให้ L ของวงจร LP ยิ่งมี DCR ต่ำยิ่งดีและสังเกตด้วยการฟังได้ ในขณะที่ L ในวงจร HP ถึง DCR จะต่างกัน 20% ก็ไม่กระทบกับภาพรวมเท่าไหร่ครับ

ออฟไลน์ Mr. Tube


เห็นบอกว่า ใช้ลวดทองแดงเบอร์ใหญ่ เช่น เบอร์ 16  สำหรับวูฟเฟอร์ ส่วนทวีทเตอร์ ลวดเบอร์เล็กลงเช่น เบอร์18

จะให้เสียงดีกว่า ลวดเบอร์เล็กขนาด 16 ไม่เคยลองนะครับ

อยากทราบว่าในทางทฤษฎี เป็นไปตามที่ว่ากันหรือเปล่าครับ

ในทางทฤษฎี network มักจะไม่ได้นำ DCR ของขดลวดมาคิด รวมถึงเรื่องเบอร์ลวดที่ใช้ด้วย ในทางปฏิบัติมักจะพบว่า การเปลี่ยนขดลวดใน network มีผลต่อการรับฟังเสมอ ผมไม่เคยเปลี่ยนเบอร์ลวดเพื่อหาแนวโน้มของเสียงที่เปลี่ยนไป แต่เคยเล่นกับขดลวดชนิดที่แต่ต่างกัน เช่น solid core, Litz wire, Flat wire พบว่าฟังความแตกต่างออกได้ง่ายๆ แต่ไม่มีขดลวดที่ดีที่สุดกับทุกตำแหน่งครับ

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

ผมเคยอ่านสมัยสามสิบ สี่สิบปีที่ผ่านมา  น้ามะละกออาจจะสนใจก็ได้ครับ

เค้าว่า อีตอนที่กระแสไฟฟ้าไหล (กระแสคือ "โฮล" "หลุม" ไหล ซึ่งไหลสวนทางกับกระแสอิเลตตรอน (วงเล็บอีกที ตอนนั้นกระแสไฟฟ้าคือกระแสสมมุติ เพราะโปรตอนประจุบวกมันเคลื่นที่ไม่ได้ ไหลจากศักดิ์ไฟฟ้าสูง ไปศักดิ์ไฟฟ้าต่ำ คือไหลจากขั้วบวก ลงกราวน์ ที่เรารู้จักกันดี   แต่อันที่ไหลคืออิเลคตรอน ไหลจากศักดิ์ต่ำไปศักไฟฟ้าสูง คือไหลจากกราวน์ขึ้นไปหาขั้วบวก (ซ้อนวงเล็บอีก แต่ ณ บัดนาว เค้ามีกล้องส่องดู เล็กมาก พบว่า โฮล-หลุม มีจริง)))  อันนี้ทำเอาผมและเพื่อนๆ เรียนมัธยมตกกันเป็นแถว จำสวนไปสวนมาไม่ได้

อีตอนที่กระแสไฟฟ้าไหล มันไหลยังไงในตัวนำ ในเส้นลวด
1. ไหลที่ผิวตัวนำ
2. ไหลที่แกนกลางตัวนำ
3. ไหลไปทั้วผิวหน้าตัดของตัวนำ
ซึ่ง สำนักไหนเชื่อเรื่องอะไรก็จะใช้เส้นลวด ขนาด และจิปาถะ ตัวแปร เอามาพัน VC แล้วบอกว่าเสียงดี

บางสำนัก เอาความถี่เข้ามารวมด้วย นอกจากสามข้อข้างบน เช่น ความถี่สูงไหลที่ผิวนอกของตัวนำ ความถี่ต่ำไหลที่บริเวณอื่น ต่างๆ นาๆ ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าความถี่ไหลมันไหลตรงส่วนไหนของลวดตัวนำ

เรื่องนี้น้า Tube จะว่ายังไงครับ ณ บัดนาว เค้าพิสูจน์กันไปถึงไหนแล้วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กันยายน, 2019, 10:14:59 AM โดย ออดิโอแมน »
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออนไลน์ Malako

กำลังค้นจากกูเกิ้ลเรื่อง DCR , solid core, Litz wire, Flat wire อยู่ครับ
ต้องรู้ความหมายก่อนค่อยไปต่อ ไม่งั้นหลงทาง

ได้ลำโพง PIONEER HPM-60 มาละครับ เอามารื้อมายำตามใจชอบ
ฟังกับหมีน้อย และ แอมป์ OTL 60W อยากเล่นกับผลงาน DIY ที่มาจากฝีมือตัวเอง
และกับห้องในบ้าน ฟังจากยูทูบเป็นหลัก นาน ๆ ฟังไฟล์ดี ๆ บ้าง
เอาแค่ฟังสบายหูครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กันยายน, 2019, 10:12:14 AM โดย Malako »

ออฟไลน์ Emmy's Daddy


เห็นบอกว่า ใช้ลวดทองแดงเบอร์ใหญ่ เช่น เบอร์ 16  สำหรับวูฟเฟอร์ ส่วนทวีทเตอร์ ลวดเบอร์เล็กลงเช่น เบอร์18

จะให้เสียงดีกว่า ลวดเบอร์เล็กขนาด 16 ไม่เคยลองนะครับ

อยากทราบว่าในทางทฤษฎี เป็นไปตามที่ว่ากันหรือเปล่าครับ

ในทางทฤษฎี network มักจะไม่ได้นำ DCR ของขดลวดมาคิด รวมถึงเรื่องเบอร์ลวดที่ใช้ด้วย ในทางปฏิบัติมักจะพบว่า การเปลี่ยนขดลวดใน network มีผลต่อการรับฟังเสมอ ผมไม่เคยเปลี่ยนเบอร์ลวดเพื่อหาแนวโน้มของเสียงที่เปลี่ยนไป แต่เคยเล่นกับขดลวดชนิดที่แต่ต่างกัน เช่น solid core, Litz wire, Flat wire พบว่าฟังความแตกต่างออกได้ง่ายๆ แต่ไม่มีขดลวดที่ดีที่สุดกับทุกตำแหน่งครับ

ฮ่ะๆๆ คุณอาร์ต มาตอบเองเลย
ขอบคุณครับ :)

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

กำลังค้นจากกูเกิ้ลเรื่อง DCR , solid core, Litz wire, Flat wire อยู่ครับ
ต้องรู้ความหมายก่อนค่อยไปต่อ ไม่งั้นหลงทาง

ได้ลำโพง PIONEER HPM-60 มาละครับ เอามารื้อมายำตามใจชอบ
ฟังกับหมีน้อย และ แอมป์ OTL 60W อยากเล่นกับผลงาน DIY ที่มาจากฝีมือตัวเอง
และกับห้องในบ้าน ฟังจากยูทูบเป็นหลัก นาน ๆ ฟังไฟล์ดี ๆ บ้าง
เอาแค่ฟังสบายหูครับ





กำลังเหล่ๆ ที่เวบหนุ่มไม่แก่ มีแต่รุ่นใหม่ ราคาน่าคบ ห้า หก พันบาท
รุ่นเก่าๆ 10 -12 นิ้ว 3 - 5 ทาง น่าจะต้องคิงไก  แต่ถ้าไซค์นี้น่าจะหายาก ถ้ามีก็ไม่ถูก
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676

ออฟไลน์ Mr. Tube

ผมเคยอ่านสมัยสามสิบ สี่สิบปีที่ผ่านมา  น้ามะละกออาจจะสนใจก็ได้ครับ

เค้าว่า อีตอนที่กระแสไฟฟ้าไหล (กระแสคือ "โฮล" "หลุม" ไหล ซึ่งไหลสวนทางกับกระแสอิเลตตรอน (วงเล็บอีกที ตอนนั้นกระแสไฟฟ้าคือกระแสสมมุติ เพราะโปรตอนประจุบวกมันเคลื่นที่ไม่ได้ ไหลจากศักดิ์ไฟฟ้าสูง ไปศักดิ์ไฟฟ้าต่ำ คือไหลจากขั้วบวก ลงกราวน์ ที่เรารู้จักกันดี   แต่อันที่ไหลคืออิเลคตรอน ไหลจากศักดิ์ต่ำไปศักไฟฟ้าสูง คือไหลจากกราวน์ขึ้นไปหาขั้วบวก (ซ้อนวงเล็บอีก แต่ ณ บัดนาว เค้ามีกล้องส่องดู เล็กมาก พบว่า โฮล-หลุม มีจริง)))  อันนี้ทำเอาผมและเพื่อนๆ เรียนมัธยมตกกันเป็นแถว จำสวนไปสวนมาไม่ได้

โดยมากถ้าพูดถึง Hole โฮล จะหมายถึงสารกึ่งตัวนำครับ ถ้าจะอธิบายเรื่องการนำไฟฟ้า ต้องรู้จัก Valence Electron วาเลนซ์ อิเล็กตรอน ก่อนครับ มันคือ Electron ที่อยู่วงโคจรนอกสุดของอะตอมครับ ตัวนำที่ดี เช่น ทองแดง, เงิน, จะมีวาเลนซ์ 1 ตัวครับ อิเล็กตรอนพวกนี้จะหลุดจากวงโคจรได้ง่าย เมื่อมีศักดิ์บวกมาล่อมันครับ กล่าวคือเมื่อเอาตัวนำไปต่อกับแหล่งจ่ายแรงดัน อิเล็กตรอนซึ่งมีศักดิ์ลบ จะวิ่งเข้าหาศักดิ์บวก โดยย้ายตัวเองไปตามวงโคจรวาเลนซ์ของแต่ละอะตอม พูดให้เห็นภาพก็เหมือนกับเราเอาโดมิโนมาตั้งเรียงกัน พอตัวแรกล้มมันก็จะเตะตัวต่อๆ ไป จนล้มถึงตัวสุดท้ายครับ อันนี้คือการไหลของอิเล็กตรอนในตัวนำ ส่วนกระแส Current เป็นปริมาณสมมุติ โดยมีทิศการไหลสวนทางกับอิเล็กตรอน ก็คือจากศักดิ์สูงไปหาศักดิ์ต่ำครับ จำง่ายๆ ครับ อิเล็กตรอนจากลบไปบวก กระแสก็สวนทางกัน

ส่วนสารกึ่งตัวนำ ถ้าจำไม่ผิดจะมีวาเลนซ์ 4 อิเล็กตรอนครับ เมื่อมีการเติมสารบางอย่างลงไป จะทำให้จำนวนวาเลนซ์อิเล็กตรอนเปลี่ยนไป กรณีที่อิเล็กตรอนหลุดออกไป จะเรียกว่า Hole โฮล ครับ ถ้าจำไม่ผิดก็คือ สารกึ่งตัวนำชนิด N ครับ ส่วน P ก็กลับกันคือมีวาเลนซ์เกินมา 1 ตัวครับ ถ้าผมจำผิดก็คือสลับ N/P กันครับ แต่หลักการประมาณนี้ ในตัวนำปกติไม่มีโฮลครับ

อ้างถึง
อีตอนที่กระแสไฟฟ้าไหล มันไหลยังไงในตัวนำ ในเส้นลวด
1. ไหลที่ผิวตัวนำ
2. ไหลที่แกนกลางตัวนำ
3. ไหลไปทั้วผิวหน้าตัดของตัวนำ
ซึ่ง สำนักไหนเชื่อเรื่องอะไรก็จะใช้เส้นลวด ขนาด และจิปาถะ ตัวแปร เอามาพัน VC แล้วบอกว่าเสียงดี

ถ้าเป็นกระแสตรง ก็ไหลทั่วถึงทั้งหน้าตัดตัวนำครับ ถ้าเป็นกระแสสลับผลของสนามแม่เหล็กที่เปลี่ยนแปลงขั้วอันเนื่องมาจากกระแสไหลสลับขั้ว จะผลัก Electron ให้ออกไปวิ่งที่ขอบตัวนำ เรียกว่า Skin Effect ครับ อย่างไรก็ตาม สำหรับทองแดงจะได้รับผลกระทบจาก Skin Effect ที่ระดับ MHz ขึ้นไปครับ คำว่า ไหลที่ผิว ต้องเข้าใจว่ามีเรื่อง ความลึกจากฝิว ด้วยครับ เรียกว่า Skin Depth ถ้าเอาลวดกลมมาดูหน้าตัด ก็จะเห็นเป็นวงกลมใช่ไม๊ครับ Skin Effect จะทำให้หน้าตัดลวดกลายเป็นโดนัทครับ ส่วนโดนัทหนาแค่ไหนก็คือ Skin Depth ครับ

และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลวด Voice Coil ครับ โลหะที่เอามาทำ VC หลักๆ มีทองแดงกับอลูมิเนียมครับ และเนื่องจากทำงานที่ระดับ 10kHz เท่านั้น ไม่ต้องนำ Skin Effect มาพิจารณาครับ

อ้างถึง
บางสำนัก เอาความถี่เข้ามารวมด้วย นอกจากสามข้อข้างบน เช่น ความถี่สูงไหลที่ผิวนอกของตัวนำ ความถี่ต่ำไหลที่บริเวณอื่น ต่างๆ นาๆ ผมก็จำไม่ได้แล้วว่าความถี่ไหลมันไหลตรงส่วนไหนของลวดตัวนำ

เรื่องนี้น้า Tube จะว่ายังไงครับ ณ บัดนาว เค้าพิสูจน์กันไปถึงไหนแล้วครับ

ไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วมั๊งครับ เรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนในห้องเรียนตั้งแต่ก่อนผมเกิดแล้วครับ

ออฟไลน์ Mr. Tube

กำลังค้นจากกูเกิ้ลเรื่อง DCR , solid core, Litz wire, Flat wire อยู่ครับ
ต้องรู้ความหมายก่อนค่อยไปต่อ ไม่งั้นหลงทาง

DCR = Direct Current Resistance หรือ ความต้านทานไฟตรง ครับ
Solid Core = ลวดทองแดงหน้าตันธรรมดาครับ โดยมากจะเป็นหน้าตัดกลม แต่บางทีก็เป็นสี่เหลี่ยมครับ
Litz Wire = คือการนำลวดตัวนำขนาดเล็กหลายเส้น มาตีเกลียวกันให้เป็นลวดเส้นใหญ่ครับ ทำเพื่อลดผลกระทบจาก Skin Effect ครับ ใช้มากในวงจรสื่อสารครับ สำหรับเครื่องใช้ในบ้าน จะเห็นได้ในตัวชาร์ทแบตแบบไร้สาย และขดลวดในเตาความร้อนแบบเหนี่ยวนำ ครับ ซัก 20 กว่าปีก่อนเคยมีเจ้าหนึ่ง เอามาทำขดลวดสำหรับลำโพงขายครับ ตอนนี้ไม่ค่อยเห็นแล้ว
Flat Wire ในที่นี้หมายถึงลวดแบนครับ บางจนเรียกว่า Foil ได้เลย หนา 0.1-0.5mm ครับ ลักษณะจะเหมือนกับริบบิ้นครับ มีคนเอามาทำขดลวดสำหรับลำโพงขายเหมือนกัน เข้าใจว่าทุกวันนี้ยังอยู่รอดในตลาดครับ

เดี่ยวจะลองหารูปมาให้ดูนะครับ

ออฟไลน์ Mr. Tube

Jantzen มีให้ดูเกือบทุกแบบเลยครับ

List Wire


Foil


ลวดธรรมดา


ออฟไลน์ Mr. Tube

ฮ่ะๆๆ คุณอาร์ต มาตอบเองเลย
ขอบคุณครับ :)

ยังวนไปวนมาในเว็บ หาทางออกไม่ได้อยู่ครับ  ^-^ ^-^

ออนไลน์ Malako


ขอบคณ Mr.Tube มาก ๆ ครับ  ได้ความรู้เพิ่มอีก

หลายปีมานี่หันไปเล่นลำโพงฟูลเร้นจ์เพียงดอกเดียว ไม่กังวลเรื่องพาสสีพครอสฯ
พอมาเจอ PIONEER HPM-60  ลองเปลี่ยน C  เสียงเปลี่ยน ฟังดูดี ฟังอีกวันกลับแย่ลง พลอยฝันร้ายทั้งคืน
หันมาจะเปลี่ยนคอยล์ขดลวด ขักลังเล ดี ๆ แพง ทำไปทำมาจะเกินค่าตัวลำโพงทั้งตู้เสียอีก

อ่านที่ฝรั่งเขาโมลำโพงรุ่นนี้เล่นกัน เห็นบางคนใช้แบบ Active Cross เอาของ RANE ที่ PA ใช้กัน
เพิ่มแอมป์อีก นัยว่าจบ

ผมคงไม่ลอกเลียนแน่ ๆ  กำลังคิดว่าจะเอาดอก 10 นิ้วไว้ ตัดดอกเสียงกลาง แหลม ทิ้ง
จากนั้นเอา JBL LE8T ที่มีอยู่มาใส่แทน จุดตัดที่ 800 Hz น่าจะลงตัว
เดี๋ยวต้องรอวันว่าง ขอแรงงานพม่าที่กวาดถนนในหมู่บ้านมาช่วยยกก่อนครับ ตู้หนักเกือบ 20 กิโลต่อข้าง

ออฟไลน์ ออดิโอแมน

 :clap :clap :clap c) c) c)

ผมปนกันไปหมด  2f 2f 2f
ที่อยู่และเบอร์มือถือครับ
http://www.htg2.net/index.php?topic=57741.msg704676#msg704676