HTG2.net (Since 1999)

ห้องสบายๆ... => มุม พักผ่อน (relax) => ข้อความที่เริ่มโดย: lonely ที่ 21 สิงหาคม, 2009, 05:44:06 PM

หัวข้อ: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 21 สิงหาคม, 2009, 05:44:06 PM

      คนเรา พอตอนเป็นหนุ่มสาว มีแรง ก้อมุทำแต่งานเพื่อหาเงินให้กับตัวเอง O0
      คนเรา พอตอนเข้าวัยกลางคน เอาเงินที่หามาได้ มาให้หมอรักษาตัวเอง :nono
      คนเรา พอแก่ตัว ก้อคิดว่า ชีวิตต่อแต่นี้จะจัดการอย่างไร..... :shutup
       เพราะชีวิต.............คือชีวิต........คิดว่ามีคนลิขิตให้เราแล้วล่ะ...ว่าจะเป็นอย่างไร :'(
                    ^-^ในบั้นปลายของชีวิต :D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: PIRAT_ACHA ที่ 21 สิงหาคม, 2009, 06:24:35 PM
 :drive1 ผมคิดว่าช่วงเวลาที่เราทำงาน เป็นช่วงที่เราสนุกกับมัน เพราะมีอะไรให้เราฟันฝ่า
             มีเวลาที่เป็นส่วนตัว จะพักก็พัก จะทำก็มีกิน ไม่ทำก็พออยู่ได้ เพราะเรามีความพอ
             ส่วนใหญ่เหมือนกับ ลิขิตชีวิตไม่ได้ ความเหงาจะเป็นตัวนำพาทุกสิ่ง
             อาจเพราะภาระยังไม่ยิ่งใหญ่ อยู่ตัวตนเดียว ใจมันพาไป สุข ทุกข์ คละเคล้ากันไป  :drive1

                                                    คนเขียนเพลง บรรเลงชีวิต / ธเนศ วรากุลนุเคราะห์

              ชีวิต......เราลิขิตมันได้ ใครบางคนเคยบอกเอาไว้
              ใช่....ผมก็เคยเชื่ออย่างนั้น
              แต่ตราบใดที่เรายังต้องอยู่ร่วมกัน
               บางครั้ง...มันไม่ใช่
               บางครั้ง...เหมือนไม่มีใคร
               บางครั้ง...เหมือนทุกอย่างได้ถูกลิขิต...ถูกเขียนไว้
               จากดินแดนอันแสนไกล
              นานแสนนาน นับหมื่นนับล้านปี...

          A wonderful world the Promised land,
          If only people would understand.

                                               PHENOMENA / THANETH


 
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 21 สิงหาคม, 2009, 06:35:06 PM
คนเรา พอแก่ตัว ก้อคิดว่า ชีวิตต่อแต่นี้จะจัดการอย่างไร.....

สำหรับผม พอแก่ตัว ก็รอวันตายครับ  เพราะผมเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด  แก่แล้ว ร่างกายทรุดโทรม ธรรมชาติก็ให้เราเปลี่ยนร่าง recycle ร่างเก่ากลับสู่ธรรมชาติ แล้วไปสร้างร่างใหม่    สำหรับผมความตายคือสิ่งน่ายินดี เพราะจะได้เปลี่ยนร่างใหม่................ เสียที  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 21 สิงหาคม, 2009, 10:06:23 PM
เพราะชีวิต.............คือชีวิต........คิดว่ามีคนลิขิตให้เราแล้วล่ะ...ว่าจะเป็นอย่างไร

สำหรับเราน่ะ...เราลิขิตชีวิตตัวเองจ๊ะ
ชีวิตอาจจะ โชคชะตาพาไป... ส่วนที่เหลือเราต้องเดินเอง
....เราเลือกได้ เลือกอยู่ เลือกเป็น เลือกทำได้  :showoff  :showoff  :showoff

หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 21 สิงหาคม, 2009, 10:07:59 PM
คนเรา พอแก่ตัว ก้อคิดว่า ชีวิตต่อแต่นี้จะจัดการอย่างไร.....

สำหรับผม พอแก่ตัว ก็รอวันตายครับ  เพราะผมเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิด  แก่แล้ว ร่างกายทรุดโทรม ธรรมชาติก็ให้เราเปลี่ยนร่าง recycle ร่างเก่ากลับสู่ธรรมชาติ แล้วไปสร้างร่างใหม่    สำหรับผมความตายคือสิ่งน่ายินดี เพราะจะได้เปลี่ยนร่างใหม่................ เสียที  2f  2f  2f

เป็นความคิดที่ดีทีเดียว
recycle
ง่ายๆ สั้นๆ  ไม่ทำให้โลกร้อน หนับหนุนๆ  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 22 สิงหาคม, 2009, 03:11:59 PM

    :(แล้วเราจะรู้มั๊ยว่า เรา...ตายแล้วไปใหน    ตอนเป็นหนุ่มสาวไม่เคยกลัวความตาย      ตอนวัยกลางคนชักเริ่มเห็นกลายๆ   แล้วตอนปลายคงต้อง ..ตาย
       เหมือนกันหมด  :o ถ้าเราคิดว่า ดีแล้ว ตายจะได้เปลื่ยนร่าง ก้อดีเหมือนกันนะ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 22 สิงหาคม, 2009, 06:03:18 PM
ผมเห็นคนที่เคยสอนผมว่า เวลาเราจะตายต้องทำจิตให้ว่างจะได้ไปนิพพาน

ถูกต้องเลยครับ แต่ว่าจะไปนิพพานต้องสะสมบุญค่อนข้างมาก  ถึงแม้จะพยายามทำจิตให้ว่าง ยังไงวินาทีสุดท้ายก่อนตายจะมีขบวนการ flash back memory ครับ มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ตรงกับความเชื่อทางพุทธของเราเลย  ก่อนที่จิตจะออกจากร่าง ความทรงจำทั้งหมดจะฟื้นคืนมาเป็นสัญญาที่จะนำจิตไปตามกรรมที่เคยก่อไว้  ทางพุทธเราถึงได้สอนให้ทำบุญก่อกรรมดีไว้มากๆ เพราะมันจะส่งเราตอนจิตออกจากร่างนี่แหละครับ  แต่ยังไงจิตที่สงบ นึกถึงพระ ก็จะมีพลังนำวิญญาณเราไปเกิดใหม่ในที่ๆ ดี  มันเหมือนการจูนสัญญาณวิทยุครับ  ถ้าจิตเราว้าวุ่นสับสน มันก็จะจูนนำเราไปเกิดในที่ไม่ดีครับ   ฉะนั้น ขณะที่มีชีวิตอยู่ควรทำแต่ความดี ทำจิตให้ผ่องใส ควบคุมจิตให้นิ่ง เวลา flash back จะได้ไม่ว้าวุ่นครับ 

ขอให้ธรรมจงสถิตกับทุกท่านครับ  May - Dharma be with you --------- Dharmbye   ;D :clap  :clap  :clap
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 24 สิงหาคม, 2009, 09:24:39 AM

    เชื่อแล้วคุณ gai ฝันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะและชีวิตยังมี อังกฤาแทรกเลย ฮ่าๆๆๆ
   ตอนนี้พยายาทำใจให้เป็นสุข เพราะทุกวันเจอแต่เรื่องวุ่นๆ นี่ล่ะ ชีวิตคือชีวิตที่เราคงจะต้องลิขิตเองตามที่ คุณ post บอก :'(
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: jp74 ที่ 26 สิงหาคม, 2009, 08:25:55 PM
ผม
ผมเชื่อว่าในโลกนี้ ไม่มีเหตุบังเอิญ หรือ ฟลุ๊ค  หรอกครับ เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยทั้งสิ้น
สิ่งที่คนเรากลัวที่สุดคือความตาย    
ผมเห็นคนที่เคยสอนผมว่า เวลาเราจะตายต้องทำจิตให้ว่างจะได้ไปนิพพาน
แกโดนรถชนอยู่บนถนน แกขอให้ผมพาไปส่งโรงพยาบาล ผมบอกแกว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาลหรอก ทำจิตให้ว่างจะได้ไปนิพพานเลย
แกชี้หน้าด่าผมแล้วทำเสียง ครอกๆ ผมเลยต้องพาไปโรงพยาบาล เพราะกลัวแกตายแล้วไม่ไปนิพพานจะเป็นผีมาหรอกผม


ผมก็เชื่อว่า ไม่มีเหตุบังเอิญ หรือ ฟลุ๊ค คับ แต่ถึงชีวิตจะถูกลิขิตมา แต่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด วันนึงข้างหน้า เราจะไม่มานั่งเสียใจ ว่า  "ถ้าตอนนั้นเราทำอย่างนั้นนะ"  "ถ้าวันนั้นเราเริ่มทำ.........นะ "
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 27 สิงหาคม, 2009, 09:55:13 AM

      เราเคยเจอมาแล้วนะ กับไอ้เจ้าคำว่า" รู้งี้ตอนนั้นไม่ทำแบบนั้นดีกว่า" ซึ่งตอนนี้ เรายังฝังใจกับคำนี้เหลือเกิน แต่จะให้ทำอย่างไร เราก้อไม่อาจที่จะไปเปลื่ยน
     อดีตได้ คงปล่อยให้มันเป็นบทเรียนที่เราไม่สามารถกู้คืนมาเหมือน DIY ใหม่ได้ หรือกู้ข้อมูลคอมได้
                    ชีวิค มันคือ ชีวิต จริงๆเลยนะ :-X
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 27 สิงหาคม, 2009, 12:04:18 PM
เอ แต่ที่ผมเจอมาส่วนใหญ่พูด "รู้งี้ตอนนั้นไม่ทำแบบนั้นดีกว่า" หลายรายที่ ยังทำเหมือนเดิม แล้วก็เกิดผลเหมือนเดิม  2f  2f  2f

ผมว่าคนส่วนใหญ่ทำอะไรไม่ค่อยได้คิดหน้าคิดหลัง  พอทำเห็นผลแ้ล้วก็มักจะพูดคำๆ นี้  อันที่จริง สิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็มีผู้ประสบและพร่ำสอนตลอด แต่คนที่จะรับรู้และนำมาปฏิบัติมีน้อย  เอาแค่ ศีล 5 ที่พระพุทธเจ้าท่านให้เป็นมงคลชีวิต คนก็ไม่ค่อยจะปฏิบัติกัน  ศีลเป็นเครื่องป้องกันเหตุทั้งหลายในชีวิต  พอเกิดเรี่อง คนก็มักจะเสียใจ และพูดคำๆ นั้น  ;D  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 29 สิงหาคม, 2009, 12:42:50 PM

              จริงค่ะ ตอนนี้ชีวิตเราเหมือนดอกไม้ดอกหนึ่ง ที่รอ สายลมให้มันพัดผ่านมาบ่อยๆ และจะรอว่าเมื่อไหร่ ลมนั้นจะพัดหวลคืนกลับมาหาเราได้อีก อย่างนี้เค้าเรียกว่าชีวิตที่รอ..ความหวังได้หรือไม่ ใครช่วยบอกหน่อย :cry2
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 29 สิงหาคม, 2009, 02:24:52 PM
ผมไม่แน่ใจครับ ว่าหมายถึงอะไร  แต่ว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้ว มันก็คืออดีต การไปหวนรำิลึกยึดติดมากเกินไป มันไม่มีทางแก้ไขอะไรได้  สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันเป็นได้แค่บทเรียน เป็นสิ่งเตือนใจ  สิ่งที่เราคาดหวังและทำได้คือ สิ่งที่จะเกิดในอนาคต  การมีสติตั้งมั่นรอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และมุ่งมั่นที่ทำให้สำเร็จ ถึงจะนำความหวังให้กลายเป็นความจริง  ถ้ามัวแต่จมอยู่กับความหลังที่ไม่อาจจะกลับคืนมาอย่างเดียว สิ่งที่หวังอาจจะไม่บรรลุ หรือเป็นจริงขึ้นมาได้

ความทุกข์กับความสุข อันที่จริงมันคือสิ่งเดียวกันครับ  คนเราต่างหากที่ใช้ความรู้สึกในการแบ่งมันให้เป็นสองด้าน ด้านนึงก็คือความสุข ส่วนอีกด้านก็คือความทุกข์  การขีดเส้นของแต่ละคน แต่ละชนชาติก็ขีดเส้นไม่เท่ากัน  เรื่องบางเรื่องที่เป็นทุกข์ของคนหนึ่ง อาจจะเป็นสุขของอีกคนก็ได้  อย่างเช่นอบายมุข คนที่ขีดว่าเป็นความสุขก็มี สำหรับคนอีกกลุ่มก็เป็นทุกข์    ถ้าเราสามารถลบเส้นนี้ได้ ก็จะเป็นอนัตตาคือไร้สุข ไ้ร้ทุกข์ ทุกสิ่งทุกอย่างจะเห็นเป็นเรื่องปกติ มีครรลองของมันครับ  ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ไม่เป็นสุขและไม่เป็นทุกข์ครับ  งงมั้ยเนี่ย อิ อิ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 29 สิงหาคม, 2009, 09:54:21 PM
ผมไม่แน่ใจครับ ว่าหมายถึงอะไร  แต่ว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้ว มันก็คืออดีต การไปหวนรำิลึกยึดติดมากเกินไป มันไม่มีทางแก้ไขอะไรได้  สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันเป็นได้แค่บทเรียน เป็นสิ่งเตือนใจ  สิ่งที่เราคาดหวังและทำได้คือ สิ่งที่จะเกิดในอนาคต  การมีสติตั้งมั่นรอรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และมุ่งมั่นที่ทำให้สำเร็จ ถึงจะนำความหวังให้กลายเป็นความจริง  ถ้ามัวแต่จมอยู่กับความหลังที่ไม่อาจจะกลับคืนมาอย่างเดียว สิ่งที่หวังอาจจะไม่บรรลุ หรือเป็นจริงขึ้นมาได้

ความทุกข์กับความสุข อันที่จริงมันคือสิ่งเดียวกันครับ  คนเราต่างหากที่ใช้ความรู้สึกในการแบ่งมันให้เป็นสองด้าน ด้านนึงก็คือความสุข ส่วนอีกด้านก็คือความทุกข์  การขีดเส้นของแต่ละคน แต่ละชนชาติก็ขีดเส้นไม่เท่ากัน  เรื่องบางเรื่องที่เป็นทุกข์ของคนหนึ่ง อาจจะเป็นสุขของอีกคนก็ได้  อย่างเช่นอบายมุข คนที่ขีดว่าเป็นความสุขก็มี สำหรับคนอีกกลุ่มก็เป็นทุกข์    ถ้าเราสามารถลบเส้นนี้ได้ ก็จะเป็นอนัตตาคือไร้สุข ไ้ร้ทุกข์ ทุกสิ่งทุกอย่างจะเห็นเป็นเรื่องปกติ มีครรลองของมันครับ  ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ไม่เป็นสุขและไม่เป็นทุกข์ครับ  งงมั้ยเนี่ย อิ อิ
O0
เยี่ยมๆๆ   เพราะตัวเอง เป็นคนสรรหาคำพูดมาไม่เป็น หรือ ก็อาจจะเป็นคนนึงที่บางทีก็ยังจมกับสิ่งเก่าๆ ต้องคอยตัวเอง เสมอ
ยังงี้ต้องเอา ข้อความนี้ มาเตือนใจตัวเองซะแล้ว   O0
.....ข้าขอคาระวะ   d_d 
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 01 กันยายน, 2009, 10:49:46 AM
จริงค่ะ ตอนนี้ชีวิตเราเหมือนดอกไม้ดอกหนึ่ง ที่รอ สายลมให้มันพัดผ่านมาบ่อยๆ และจะรอว่าเมื่อไหร่ ลมนั้นจะพัดหวลคืนกลับมาหาเราได้อีก อย่างนี้เค้าเรียกว่าชีวิตที่รอ..ความหวังได้หรือไม่ ใครช่วยบอกหน่อย  


ผิดกับผมที่ชอบนึกว่าตัวเองเป็นตอไม้  ถึงแม้เจอเรื่องหนักหนาสาหัสแค่ไหน พอนึกว่าเราคือตอไม้มันก็จะสงบได้เร็วมาก
แม้แต่ตอนที่ไปฝึกนั่งกรรมฐานก็เถอะ ถ้านึกถึงตอไม้เมื่อไหร่ จืตจะสงบเข้าถึงฌานได้เร็วมาก มันเหมือนเป็นอุบายเฉพาะตัวใครตัวมันนั่นละครับ
Simon&Grafungen ยังแต่งเพลงที่บอกว่า "I am a rock" เลยครับ ตอนที่วงของเขาประสบภาวะตกอับ

โห คุณปลัด อ่านแล้ว มันกำกวมจัง เป็นไ้ด้ทั้ง 2 ทางเลยละครับ  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 04 กันยายน, 2009, 05:47:39 PM


     :drive1บางทีชีวิตเหมือนการขับรถนะ บางทีเราเจอถนนเรียบๆ แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราคงไปได้เรื่อยๆ
           
              บางที ขับๆไปเจอถนนลูกรัง ขรุขระบ้าง ก้อค่อยๆขับไปให้ถึงจุดหมาย แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราเริ่มสะดุดแต่ขอให้ถึงจุดหมาย :black_eye

             และทีนี้ ไปเจอหลุมใหญ่เลย  ขับไปคงไม่ได้ แล้วทีนี้ ชีวิตเราใครจะมาช่วยลากมันขึ้นจากหลุมได้ล่ะ  :nono

             เราคงต้องค่อยๆคลานออกมาจากรถแล้วล่ะ ..........เอ...งง เอง :giveup
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 04 กันยายน, 2009, 09:06:08 PM


     :drive1บางทีชีวิตเหมือนการขับรถนะ บางทีเราเจอถนนเรียบๆ แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราคงไปได้เรื่อยๆ
           
              บางที ขับๆไปเจอถนนลูกรัง ขรุขระบ้าง ก้อค่อยๆขับไปให้ถึงจุดหมาย แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราเริ่มสะดุดแต่ขอให้ถึงจุดหมาย :black_eye

             และทีนี้ ไปเจอหลุมใหญ่เลย  ขับไปคงไม่ได้ แล้วทีนี้ ชีวิตเราใครจะมาช่วยลากมันขึ้นจากหลุมได้ล่ะ  :nono

             เราคงต้องค่อยๆคลานออกมาจากรถแล้วล่ะ ..........เอ...งง เอง :giveup


สาวประจําเวปเราช่างเหงาอีกคน จริงๆ ชีวิต เหมือนขับรถบนทางเรียบ ขับนานๆอาจหลับในได้ไม่น่าสนุกหรอก :drive1

เจอหลุมเจอบ่อมั้ง น่าสนุกดีออก ช่วงล่างพัง ลุกปืนแตก ขับต่อไม่ได้ ได้ลงมาซ่อมมั้งก็ดีเหมือนกันนะ

จะได้ใช้ความสามารถทีมีกับประสบการณ์ ซ่อมได้ก็ขับต่อ ทีนี้ละมันเลยเหยียบ มิดเกจ์เลยล่ะ น่าสนุกออก

ลองฟังเพลงของ กลมา สุโกศล มาฟังดู  ฟังแล้วคงคลายเหงาได้บ้างนะ

http://www.youtube.com/watch?v=73WX66kUK00
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 05 กันยายน, 2009, 10:20:58 AM

           จริงๆเป็นคนมีคนอยู่รอบๆตัวมากมายนะ แต่เหตุไฉน เรายังเหมือนชีวิตแอบเหงาๆ ก้อไม่รู้
     
            คงต้องรีบเร่งจับ DIY ตัวเองอย่างแรงแล้วล่ะ แต่ยังดีที่มีเพื่อน.HGT คอยคุยอยู่เรื่อยๆนี่ล่ะ :showoff
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 06 กันยายน, 2009, 04:56:25 PM


     :drive1บางทีชีวิตเหมือนการขับรถนะ บางทีเราเจอถนนเรียบๆ แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราคงไปได้เรื่อยๆ
           
              บางที ขับๆไปเจอถนนลูกรัง ขรุขระบ้าง ก้อค่อยๆขับไปให้ถึงจุดหมาย แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราเริ่มสะดุดแต่ขอให้ถึงจุดหมาย :black_eye

             และทีนี้ ไปเจอหลุมใหญ่เลย  ขับไปคงไม่ได้ แล้วทีนี้ ชีวิตเราใครจะมาช่วยลากมันขึ้นจากหลุมได้ล่ะ  :nono

             เราคงต้องค่อยๆคลานออกมาจากรถแล้วล่ะ ..........เอ...งง เอง :giveup
เจอหลุมใหญ่ก็ค่อยๆ เลาะไปด้านข้างสิครับ  ทุกอย่างมันมีทางออก เพียงแต่อย่าปล่อยให้อารมณ์มีอิทธิพลเหนือความคิด  แต่จะว่าไปมันก็เป็นธรรมดาของปุถุชน  ไม่งั้นโบราณจะไ่ม่มีคำคมอย่าง "ผงเข้าตา"  แคะล้างให้คนอื่นได้แต่ตัวเองทำเองมันยากเพราะอิทธิพลของอารมณ์นั่นเอง  เจอหลุมใหญ่ๆ ก็ค่อยสงบสติอารมณ์พินิจพิจารณา และปรึกษาผู้มีเหตุมีผล  ไม่นานก็จะเห็นทางข้างๆ ที่ค่อยๆ เลาะไปได้ครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 07 กันยายน, 2009, 11:32:20 AM


     :drive1บางทีชีวิตเหมือนการขับรถนะ บางทีเราเจอถนนเรียบๆ แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราคงไปได้เรื่อยๆ
           
              บางที ขับๆไปเจอถนนลูกรัง ขรุขระบ้าง ก้อค่อยๆขับไปให้ถึงจุดหมาย แปลว่าตอนนั้นชีวิตเราเริ่มสะดุดแต่ขอให้ถึงจุดหมาย :black_eye

             และทีนี้ ไปเจอหลุมใหญ่เลย  ขับไปคงไม่ได้ แล้วทีนี้ ชีวิตเราใครจะมาช่วยลากมันขึ้นจากหลุมได้ล่ะ  :nono

             เราคงต้องค่อยๆคลานออกมาจากรถแล้วล่ะ ..........เอ...งง เอง :giveup
เจอหลุมใหญ่ก็ค่อยๆ เลาะไปด้านข้างสิครับ  ทุกอย่างมันมีทางออก เพียงแต่อย่าปล่อยให้อารมณ์มีอิทธิพลเหนือความคิด  แต่จะว่าไปมันก็เป็นธรรมดาของปุถุชน  ไม่งั้นโบราณจะไ่ม่มีคำคมอย่าง "ผงเข้าตา"  แคะล้างให้คนอื่นได้แต่ตัวเองทำเองมันยากเพราะอิทธิพลของอารมณ์นั่นเอง  เจอหลุมใหญ่ๆ ก็ค่อยสงบสติอารมณ์พินิจพิจารณา และปรึกษาผู้มีเหตุมีผล  ไม่นานก็จะเห็นทางข้างๆ ที่ค่อยๆ เลาะไปได้ครับ

เป็นเรานะ ถ้าเจอหลุมใหญ่ ก็ "กระโดด" เลย ให้ผ่านหลุมไปได้
ชีวิต ถ้าเจอแต่ทางราบเีรียบ (หรือโบราณเรียกว่า โรยด้วยกลีบกุหลาบ )
...ไม่มันส์..อะ

แตถ้าโดดแล้ว ล้ม ค่อยว่ากันใหม่  c)  แผนกฉุกเฉิน ยังมี   ^-^  ^-^  ^-^
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 07 กันยายน, 2009, 05:20:19 PM

   เอ...งานนี้ต้องให้คุณgai สอนขับรถและสอนการแล่นรถ ทางด้านข้างซะแย๊ว เผื่อชีวิตจะไม่เป็นชีวิตแบบนี้ ฮิฮิ

  แต่ เอ..แล้วอย่างคุณ post ถ้ากระโดดแล้วตกหลุม ทำไงดีอ่ะ...ชะอุ๊ย
 
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 07 กันยายน, 2009, 06:26:17 PM

           จริงๆเป็นคนมีคนอยู่รอบๆตัวมากมายนะ แต่เหตุไฉน เรายังเหมือนชีวิตแอบเหงาๆ ก้อไม่รู้
     
            คงต้องรีบเร่งจับ DIY ตัวเองอย่างแรงแล้วล่ะ แต่ยังดีที่มีเพื่อน.HGT คอยคุยอยู่เรื่อยๆนี่ล่ะ :showoff

โธ่ สาวประจําเวป เนี่ยเป็น โรค เหงา หรือ โรคคิดมาก กันละจะเนี่ย คนรอบตัวตั้งเยอะ ยัง เหงา อีก กลุ้มจริงๆเลย แม่คุณทูนหัวของ เวป เอช ที จี ทู :cold
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: jp74 ที่ 07 กันยายน, 2009, 07:34:18 PM
 ;D  ;D  ;D  มันก็คงเป็นบางอารมณ์กันมั๊งคับพี่

อยู่กะคนมากมาย มีคนล้อมรอบเกือบตลอดเวลา
คุณa  คุณb คุณc พี่นี่ พี่โน่น พี่นั่น .............   
แต่เราก็นั่งเงียบไม่ได้อยากคุยกะพวกนี้เลย
พวกนี้เราคุยด้วยไม่ออก  พูดเรื่องที่เราอยากพูดด้วยไม่ได้

เป็นบ้างไหมคับ  บางทีหยิบโทรศัพท์ออกมาเพราะว่างซักเดี๋ยวอยากจะคุยกับใครซักคน
แต่นั่งมองโทรศัพท์ไม่รู้จะโทรหาใคร   ไม่ใช่คนที่เราอยากคุยด้วย แล้วก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า

   
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 08 กันยายน, 2009, 08:44:03 AM
;D  ;D  ;D  มันก็คงเป็นบางอารมณ์กันมั๊งคับพี่

อยู่กะคนมากมาย มีคนล้อมรอบเกือบตลอดเวลา
คุณa  คุณb คุณc พี่นี่ พี่โน่น พี่นั่น .............   
แต่เราก็นั่งเงียบไม่ได้อยากคุยกะพวกนี้เลย
พวกนี้เราคุยด้วยไม่ออก  พูดเรื่องที่เราอยากพูดด้วยไม่ได้

เป็นบ้างไหมคับ  บางทีหยิบโทรศัพท์ออกมาเพราะว่างซักเดี๋ยวอยากจะคุยกับใครซักคน
แต่นั่งมองโทรศัพท์ไม่รู้จะโทรหาใคร   ไม่ใช่คนที่เราอยากคุยด้วย แล้วก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า

   

โอ๊ย กลุ้ม..... :nonono
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 08 กันยายน, 2009, 05:19:57 PM

   ช่ายเลย คุณ jp แต่สลับกันนะ อยากโทรหาคนคนหนึ่งใจจะขาด ได้แต่กดไป แล้วกดลบทิ้งเบอร์นั้นซะ ขอแค่ให้ได้เห็นเบอร์เค้าเท่านั้นแหละ

  ชีวิต..หนอ...ชีวิต               แต่กับอีกเบอร์..ม่ายอยาก..ร๊าบ....แต่โทรมาจั๊ง...ซะงั้น อิอิ :yahoo

 
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 09 กันยายน, 2009, 12:54:54 AM

   ช่ายเลย คุณ jp แต่สลับกันนะ อยากโทรหาคนคนหนึ่งใจจะขาด ได้แต่กดไป แล้วกดลบทิ้งเบอร์นั้นซะ ขอแค่ให้ได้เห็นเบอร์เค้าเท่านั้นแหละ

  ชีวิต..หนอ...ชีวิต               แต่กับอีกเบอร์..ม่ายอยาก..ร๊าบ....แต่โทรมาจั๊ง...ซะงั้น อิอิ :yahoo

 
ชีวิตเราลิขิตได้  อย่าปล่อยให้มันลิขิตเรา  ทุกอย่างอยู่ที่ใจเราเอง ควบคุมมันได้ มันก็ไม่มีปัญหา
แต่ว่าสุดท้าย...............  อารมณ์มักจะมีอิทธิพลเหนือเหตุผล ...........  เสียทุกทีไป   :(
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 10 กันยายน, 2009, 01:02:27 PM

   คุณ gai น่ะ เรานับถือในความคิดจริงๆนะ คำตอบแต่ละข้อ ให้ข้อคิดดีจริงๆ :D

  บางทีอยากคิดว่าชีวิตเรา ลิขิตเอง แต่ผลสุดท้าย...เราก้อทำไม่ได้อยู่ดี :nono

 ชีวิตเรามีคนขีด ให้เราตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ...เคยคิดลิขิตชีวิตตัวเอง แต่..อย่างที่บอก..ทำไม่ได้อยู่ดี :giveup

   เฮ้อ จะคิดมากไปใย ไปดูเค้า diy ดีกว่า d_d
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 10 กันยายน, 2009, 02:57:18 PM
ผม diy เครื่องเสียงยังไม่ได้เรื่อง แต่ diy อย่างอื่นพอได้หลายอย่าง
ส่วนเรื่องความคิด ยังมีอะไรอีกเยอะครับ ที่พอพูดแล้วคนอึ้ง  2f  2f  2f  คนแก่ก็ยังงี้แหละ มีประสบการณ์มาก ความคิดมันก็เลยหลากหลาย  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 10 กันยายน, 2009, 07:21:43 PM
ผม diy เครื่องเสียงยังไม่ได้เรื่อง แต่ diy อย่างอื่นพอได้หลายอย่าง
ส่วนเรื่องความคิด ยังมีอะไรอีกเยอะครับ ที่พอพูดแล้วคนอึ้ง  2f  2f  2f  คนแก่ก็ยังงี้แหละ มีประสบการณ์มาก ความคิดมันก็เลยหลากหลาย  2f  2f  2f
อะ อะ  :nono  :nono  :nono
เวป นี ไม่มี คำว่า แก่ ค่ะ  .....สาว ตลอด   :girl :girl :girl
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 10 กันยายน, 2009, 11:20:37 PM
ผม diy เครื่องเสียงยังไม่ได้เรื่อง แต่ diy อย่างอื่นพอได้หลายอย่าง
ส่วนเรื่องความคิด ยังมีอะไรอีกเยอะครับ ที่พอพูดแล้วคนอึ้ง  2f  2f  2f  คนแก่ก็ยังงี้แหละ มีประสบการณ์มาก ความคิดมันก็เลยหลากหลาย  2f  2f  2f
อะ อะ  :nono  :nono  :nono
เวป นี ไม่มี คำว่า แก่ ค่ะ  .....สาว ตลอด   :girl :girl :girl
ง่า จะให้ผม สาว ตลอดเหรอครับ  เอ อย่างผมเนี่ย ถ้าจะสาวคงได้แต่สาวไส้ให้กากินมั้ง  2f  2f  2f   2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 11 กันยายน, 2009, 07:28:01 AM
ผม diy เครื่องเสียงยังไม่ได้เรื่อง แต่ diy อย่างอื่นพอได้หลายอย่าง
ส่วนเรื่องความคิด ยังมีอะไรอีกเยอะครับ ที่พอพูดแล้วคนอึ้ง  2f  2f  2f  คนแก่ก็ยังงี้แหละ มีประสบการณ์มาก ความคิดมันก็เลยหลากหลาย  2f  2f  2f
อะ อะ  :nono  :nono  :nono
เวป นี ไม่มี คำว่า แก่ ค่ะ  .....สาว ตลอด   :girl :girl :girl
ง่า จะให้ผม สาว ตลอดเหรอครับ  เอ อย่างผมเนี่ย ถ้าจะสาวคงได้แต่สาวไส้ให้กากินมั้ง  2f  2f  2f   2f
พิมพ์ ตกๆๆๆ  ก็ได้ มีแต่ หนุ่มๆ สาวๆ  เข้ามาเล่น   
ทั้งน้านนนนนน   :showoff  :showoff  :showoff
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 11 กันยายน, 2009, 12:40:15 PM


   คุณ gai เอ..หรือว่าถ้าจะแก่จริงๆหรือเปล่านี่ แม๊ะแหม ตอบกะทู้นึกว่าหนุ่มน้อย อายุ 25-26 ซะอีก เอ..หรือว่า 50 อัฟ แฮ่ๆๆ

  เราคนหนึ่งแหละ แก่แต่อายุน๊า..ใจนี่เต็ม100 ไม่ใช่อายุนะ คือประมาณว่าซิ่งไว้ก่อน แม่สอนไว้
 
  แต่เราชอบคุณ gai ตอบจริงๆนะ มีแง่คิดดีๆเยอะเลย งั้นช่วยจำกัดความคำว่า ชีวิตนี้ไม่ยืนยาวนักให้หน่อยจิ.. :help
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 11 กันยายน, 2009, 08:33:52 PM
งั้นคงรุ่นราวคราวเดียวกันละครับ ขึ้นเลข 5 มาไม่กี่ปีนี้เอง 2f  2f   2f

อยากได้คำจัดความคำว่า ชีวิตนี้ไม่ยืนยาว เหรอครับ  อืมมมม ผมให้ข้อคิดของผมลองเอาไปพิจารณานะครับ

ชีวิตเราเป็นนิรันดร์ครับ  พระพุทธองค์ ได้ให้ความรู้แก่พวกเราแล้ว แต่เรารับกันไม่ได้เอง  ชีวิตของเราคือจิตวิญญาณของเรา มันเป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งจักรวาล ที่เวียนว่ายตายเกิดครับ  จิตเป็นพลังงานที่ไม่ดับสูญ  แต่ร่างกายของเราเป็นสสารที่มีอายุขัย  สสารทุกสิ่งในจักรวาลมีอายุขัยทั้งนั้น (เปรียบกับเครื่องเสียงที่เราหลงใหล ร่างเราก็เหมือนตัวเครื่อง  แต่จิตเป็นคลื่นเสียง ที่ไม่ว่าจะเล่นเมื่อไรก็ไพเราะเหมือนเดิม แต่เครื่องถึงกาลเวลาของมัน มันก็เป็นเศษขยะครับ)  พระพุทธเจ้าถึงได้สอนให้รู้จัก กรรม ที่ต้องติดไปกับจิตที่เวียนว่ายตายเกิด มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวัฏสงสารครับ  จิตมีทางดับทางเดียวคือ นิพพาน  การนิพพานไม่ใึช่การสูญสลายของจิต แต่ว่า เป็นการที่จิตเลิกยึดมั่นในตัวตนของตน และหมดกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมดี หรือกรรมที่ไม่ดี  เลิกยึดมั่นถือมั่น และกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของพลังสมมูลย์แห่งจักรวาล ที่ไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก

ในเมื่อจิตเรายังไม่สามารถหลุดพ้นจากการยึดมั่นถือมั่น เราก็จะยึดตัวตนของเราเป็นสรณะ  เราจะมี ego ในตัวของเราเอง และคิดว่า ชีวิตนี้สั้นนัก  แต่คุณรู้มั้ยครับว่า ยังไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถสร้างเครื่องจักรที่มีอายุยืนยาวเท่ากับร่ีางกายของเราได้เลย  ร่างกายของเราถูกสร้างโดย วิศวกรธรรมชาติผู้เลิศเลอ  เป็นเครื่องจักรชีวภาพที่มีโครงสร้างหลักเป็น คาร์บอน และ ไฮโดรเจน  มีระบบไฮโดรลิค นูเมติก ไฟฟ้า ชีวเคมี ครบ  เป็นเครื่องจักรที่สามารถสร้างพลังงานจากเชื้อเพลิงสารพัดชนิด ระบบควบคุมก็ซับซ้อนละเอียด อีกทั้งยังสามารถกำจัดของเสียที่สุดยอด เป็นเครืึองจักรที่สามารถผลิตเครื่องจักรรุ่นหลังได้ เป็นเครื่องจักรที่เรียนรู้เองได้ คิดเองได้ อีกทั้งสามารถพัฒนาตัวเองแปรเปลี่ยนไปตามสภาวะได้ จะว่าไปก็เเป็นเครื่องจักรที่มนุษย์ใฝ่ฝันจะสร้างให้สำเร็จ แต่ยังไปไม่ถึง  เครื่องจักร เครื่องกล คอมพิวเตอร์ที่เราคิดว่าสุดยอดแล้วนั้น ไม่มีอะไรที่เปรียบได้กับร่างกายของเราหรอกครับ  อีกทั้งไม่มีเครื่องไหนที่อยู่ได้ถึงร้อยปีเลย  ฉะนั้นจะว่าชีวิต(ในร่างนี้)ของเรานั้นสั้นนั้นคงไม่ถูกต้องนัก  เพียงแต่เรายึดมั่นถือมั่นในร่างนี้ ในชีวตนี้  มีกิเลส โลภ โกรธ หลง เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เรารู้สึกว่า เรามีชีวิตที่สั้น  และลืมนึกถึงคำสอนของพระพุทธโคดม ที่ว่า เรามีชีวิตนิรันดร์

ถ้าคุณ lonely  เข้าใจได้ คุณจะไม่มีความกลัวในความตาย ไม่มีความดีใจในการเกิด ไม่เสียใจในการเจ็บ หรือ แก่ครับ  และจะเข้าใจในเรื่อง กรรม มากขึ้น  ความตายไม่ใช่เป็นเรื่องน่ากลัวหรือน่าเสียใจเลยครับ  เคยรู้ความหมายของ จุติ มั้ยครับ  การจุติเป็นการดับเพื่อเกิดใหม่  ทุกครั้งที่มีการกล่าวถึงการจุติของเทพฯ จะเป็นความยินดีครับ  เพราะได้เกิดใหม่ (ทั้งๆ ที่ต้องตายก่อน)   คนส่วนใหญ่ที่กลัวตายก็เพราะยึดติดในร่างนี้ และโลกนี้  กลัวอนาคตที่ยังไม่รู้ในชีวิตหน้า  ยิ่งเป็นคนที่มีกิเลสหนา มีกรรมไม่ดีมากๆ ยิ่งกลัวตาย เพราะกลัวจะต้องไปรับกรรมที่ก่อไว้ในโลกหน้า  ฉะนั้น พระพุทธถึงสอนให้ทำกรรมดี เพื่อความไม่ประมาทในโลกนี้ครับ

ทั้งหมดนี้เป็น ความคิดของผมนะครับ  อาจจะไม่ตรงกับของท่านอื่นบ้าง ไม่ต้องเชื่อผมไปหมดนะครับ  ผมไม่เคยบวชเรียน อ่านหนังสือพระก็น้อยครับ  แต่จับเอาความรู้เล็กน้อยที่พอจะมีบ้างทางพุทธมีประยุกต์กับความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับวิศวกรรมที่ได้เรียนมา  ประสมกันเป็นความเข้าใจของผมเองครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 12 กันยายน, 2009, 01:14:31 PM

     คุณgai   สาธุ ค่ะ ได้ประโยชน์มั่กๆๆ จนต้องอ่านหลายรอบ

  สงสัยต้องมีคำถามต่อไปอีกแล้วล่ะว่า

 เราไม่ควรยึดติดที่ ตัวกู ของกู 

 เราทาม-มาย-ทาม ไม่ได้ อ่ะ :drunk
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 12 กันยายน, 2009, 08:13:55 PM
คุณ gai แกไม่ยึดติดทุกสิ่งทุกอย่าง เข้าใจในวัฏสงสาร จะไปนิพพานแล้ว

งั้นพวกลําโพง พวกเครื่องหลอดทั้งหลายที่สะสมไว้

ยกให้ผมก็ได้ ผมยังมี EGO อยู่เลย อัตตาเยอะแยะไปหมด

ได้ป่าวคุณ gai  เนอะ เนอะ เนอะ ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 13 กันยายน, 2009, 07:14:18 PM
เราไม่ควรยึดติดที่ ตัวกู ของกู 

 เราทาม-มาย-ทาม ไม่ได้ อ่ะ

คุณ lonely ให้โจทย์ยากกับผมเลย  นอนคิดแล้วคิดอีก ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง  อัตตาของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน  ผมเองก็อย่างที่บอกไม่เคยบวชเรียน ก็ไม่บังอาจจะไปสอนหรือแนะนำได้ ขนาดท่านปลัดบวชเรียนแล้ว ก็ยังให้คนข้างๆ ปล่อยวางยังไม่ได้เลย  ;D  ;D  ;D  ผมก็คงได้แต่ช่วยให้ความคิดในแง่มุมของผมเพื่อพิจารณา  ส่วนจะทำได้หรือทำไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวของแต่ละคนเอง  การจะเริ่มได้ก็ต้องมีความตั้งใจที่จะทำให้ได้ก่อน แล้วค่อยหาทาง  ค่อยๆ ศึกษาตัวเอง มอดูตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวของตัวเอง โดยอาศัยหลักของแต่ละคณาจารย์เป็นเครื่องช่วย  เมื่อไรที่ไม่เข้าข้างตัวเอง นั่นก็แสดงว่าเริ่มที่จะปล่อยวางได้แล้วครับ

ขอขอบคุณคุณ tobb มากๆ ที่จะช่วยสงเคราะห์ให้ผมได้หลุดพ้น  แต่เท่าที่ขอคงยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ถ้าจะกรุณาสงเคราะห์ผมจริงๆ ก็ช่วยรับบ้านอีก 2 หลัง ทาวน์เฮ้าส์อีก 2 หลัง คอนโดมิเนียม 5 ห้อง รถยนต์อีก 4 คัน พร้อมด้วยเงินสะสมของผมประมาณ 10 ล้านเศษไปด้วย ช่วยให้ผมหลุดพ้นจากทางโลกย์ จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับ  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 13 กันยายน, 2009, 07:34:07 PM
เราไม่ควรยึดติดที่ ตัวกู ของกู 

 เราทาม-มาย-ทาม ไม่ได้ อ่ะ

คุณ lonely ให้โจทย์ยากกับผมเลย  นอนคิดแล้วคิดอีก ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง  อัตตาของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน  ผมเองก็อย่างที่บอกไม่เคยบวชเรียน ก็ไม่บังอาจจะไปสอนหรือแนะนำได้ ขนาดท่านปลัดบวชเรียนแล้ว ก็ยังให้คนข้างๆ ปล่อยวางยังไม่ได้เลย  ;D  ;D  ;D  ผมก็คงได้แต่ช่วยให้ความคิดในแง่มุมของผมเพื่อพิจารณา  ส่วนจะทำได้หรือทำไม่ได้ มันอยู่ที่ตัวของแต่ละคนเอง  การจะเริ่มได้ก็ต้องมีความตั้งใจที่จะทำให้ได้ก่อน แล้วค่อยหาทาง  ค่อยๆ ศึกษาตัวเอง มอดูตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวของตัวเอง โดยอาศัยหลักของแต่ละคณาจารย์เป็นเครื่องช่วย  เมื่อไรที่ไม่เข้าข้างตัวเอง นั่นก็แสดงว่าเริ่มที่จะปล่อยวางได้แล้วครับ

ขอขอบคุณคุณ tobb มากๆ ที่จะช่วยสงเคราะห์ให้ผมได้หลุดพ้น  แต่เท่าที่ขอคงยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ถ้าจะกรุณาสงเคราะห์ผมจริงๆ ก็ช่วยรับบ้านอีก 2 หลัง ทาวน์เฮ้าส์อีก 2 หลัง คอนโดมิเนียม 5 ห้อง รถยนต์อีก 4 คัน พร้อมด้วยเงินสะสมของผมประมาณ 10 ล้านเศษไปด้วย ช่วยให้ผมหลุดพ้นจากทางโลกย์ จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับ  2f  2f  2f  2f  2f

สาธุ ...ใจดีจริงๆ จริงป่าว  เอาครับ  2f 2f 2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 14 กันยายน, 2009, 02:12:02 PM
สาธุ ...ใจดีจริงๆ จริงป่าว  เอาครับ   


เอ้อ...คุณ tobb ถ้าได้มาแบ่งๆกันมั่งนะครับ
กำลังหาที่ให้กิ๊กอยู่... d_d

อ้าว คุณปลัด เห็นชวนไปบวช นึกว่าจะหลุดพ้นแล้วซะอีก  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 14 กันยายน, 2009, 05:20:25 PM

  แหม หลังจากอ่านคำตอบแล้ว ได้แต่ปลงว่าสุดท้าย มันขึ้นอยู่กับตัวเราจริงแฮะ :clap
 แต่คุณปลัด ngo คงถูกทางบ้านคุมบ่อยๆ เลยตอบทุกกะทู้แบบโดน..มั่กๆ ;D
 แล้วคุณ gai พี่ท่านก้อรู้แจ้งเห้นจริง จัง :drunk
  อิอิ ที่สำคัญ แบ่งสมบัติให้หนู ...บ้างนะ ฮ่าๆๆๆ :P
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 15 กันยายน, 2009, 05:26:16 AM
สงสัยเราจะได้นิพพานอีกไม่นานแน่ มีคนคอยช่วยเต็มไปหมด  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 15 กันยายน, 2009, 10:15:35 AM
สาธุ ...ใจดีจริงๆ จริงป่าว  เอาครับ   


เอ้อ...คุณ tobb ถ้าได้มาแบ่งๆกันมั่งนะครับ
กำลังหาที่ให้กิ๊กอยู่... d_d


ได้ครับ แบ่งๆกัน

กลัวว่าคุณ gai จะให้บ้าน แถมกิ๊ก ด้วยซิ

แต่ไม่รู้ว่าคุณ gai แอบมีกิ๊ก ไว้บ้านหลังไหนบ้าง เยอะจริงๆ 

ก็ดีไม่ต้องไปหาใหม่ เอื้อก เอื้อก เอื้อก ชอบจิงๆ  :-*  2f 2f 2f
 


 
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: iTUBE ที่ 15 กันยายน, 2009, 05:19:51 PM
ขณะที่มีชีวิตอยู่ควรทำแต่ความดี ทำจิตให้ผ่องใส ควบคุมจิตให้นิ่ง เวลา flash back จะได้ไม่ว้าวุ่นครับ 

ผมว่า เมื่อถึงเวลา Flash Back ผมคงจะมีแต่ภาพที่ประทับใจ
ตอนนี้ได้แต่พยายามไม่ทำอกุศลกรรมทั้งปวง ถ้าทำ :shutup ก็จะไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 15 กันยายน, 2009, 11:12:32 PM
สาธุ ...ใจดีจริงๆ จริงป่าว  เอาครับ   


เอ้อ...คุณ tobb ถ้าได้มาแบ่งๆกันมั่งนะครับ
กำลังหาที่ให้กิ๊กอยู่... d_d


ได้ครับ แบ่งๆกัน

กลัวว่าคุณ gai จะให้บ้าน แถมกิ๊ก ด้วยซิ

แต่ไม่รู้ว่าคุณ gai แอบมีกิ๊ก ไว้บ้านหลังไหนบ้าง เยอะจริงๆ 

ก็ดีไม่ต้องไปหาใหม่ เอื้อก เอื้อก เอื้อก ชอบจิงๆ  :-*  2f 2f 2f
 


 
อันนี้จะเป็นปัญหาแล้วครับคุณ tobb  ถ้าจะเอากิ๊กผมแถมไปด้วย สงสัยคุณ tobb ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งกว่าผม  ไม่งั้นกิ๊กผมคงไม่ยินยอมตามไปด้วย  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 16 กันยายน, 2009, 12:33:53 PM
สาธุ ...ใจดีจริงๆ จริงป่าว  เอาครับ   


เอ้อ...คุณ tobb ถ้าได้มาแบ่งๆกันมั่งนะครับ
กำลังหาที่ให้กิ๊กอยู่... d_d


ได้ครับ แบ่งๆกัน

กลัวว่าคุณ gai จะให้บ้าน แถมกิ๊ก ด้วยซิ

แต่ไม่รู้ว่าคุณ gai แอบมีกิ๊ก ไว้บ้านหลังไหนบ้าง เยอะจริงๆ 

ก็ดีไม่ต้องไปหาใหม่ เอื้อก เอื้อก เอื้อก ชอบจิงๆ  :-*  2f 2f 2f
 


 
อันนี้จะเป็นปัญหาแล้วครับคุณ tobb  ถ้าจะเอากิ๊กผมแถมไปด้วย สงสัยคุณ tobb ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งกว่าผม  ไม่งั้นกิ๊กผมคงไม่ยินยอมตามไปด้วย  2f  2f  2f  2f  2f

แค่กิ๊ก ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แค่พาผมสู่ชั้น 7 ก็พอแหยวว

ที่เป็นปัญหาก็มี พวกบ้านที่ดิน รถยนต์ เงิน ล่ะครับ

มีต่อคิวหลายท่าน เด๋วหารจาไม่ลงตัว ละครับ เอื้อก เอื้อก เอื้อก  2f 2f 2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 16 กันยายน, 2009, 04:49:08 PM
สาธุ ...ใจดีจริงๆ จริงป่าว  เอาครับ   


เอ้อ...คุณ tobb ถ้าได้มาแบ่งๆกันมั่งนะครับ
กำลังหาที่ให้กิ๊กอยู่... d_d


ได้ครับ แบ่งๆกัน

กลัวว่าคุณ gai จะให้บ้าน แถมกิ๊ก ด้วยซิ

แต่ไม่รู้ว่าคุณ gai แอบมีกิ๊ก ไว้บ้านหลังไหนบ้าง เยอะจริงๆ 

ก็ดีไม่ต้องไปหาใหม่ เอื้อก เอื้อก เอื้อก ชอบจิงๆ  :-*  2f 2f 2f
 


 
อันนี้จะเป็นปัญหาแล้วครับคุณ tobb  ถ้าจะเอากิ๊กผมแถมไปด้วย สงสัยคุณ tobb ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเก่งกว่าผม  ไม่งั้นกิ๊กผมคงไม่ยินยอมตามไปด้วย  2f  2f  2f  2f  2f

แค่กิ๊ก ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ แค่พาผมสู่ชั้น 7 ก็พอแหยวว

ที่เป็นปัญหาก็มี พวกบ้านที่ดิน รถยนต์ เงิน ล่ะครับ

มีต่อคิวหลายท่าน เด๋วหารจาไม่ลงตัว ละครับ เอื้อก เอื้อก เอื้อก  2f 2f 2f
คุณ tobb เข้าใจผิดแล้วมั้ง  คุณ tobb ต้องเป็นฝ่ายพาไม่ใช่ให้เค้าพา เค้าอาจจะยินยอมตามไปต่างหาก  2f  2f  2f  2f  2f
ส่วน ปัญหาอีกอันนั้น สงสัยจะหนักด้วยเหมือนกัน  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 17 กันยายน, 2009, 07:50:46 PM
ยังงั้นไม่เอากิ๊กแล้ว ไม่ต้องพาไปไหนแล้ว

เหมือนท่านปลัด ดีกว่า ตังต์อย่างเดียว

เด๋ว ไปหากิ๊กเอง 55555555 :-*
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 18 กันยายน, 2009, 05:40:34 PM

    วันนี้รู้สึก หดหู่จังเลย ใครมีอะไรที่ทำให้หายหดหู่ได้บ้าง อย่างว่านะ ชีวิตจะให้มีแต่ด้านที่สดใสไปหมดก้อไม่ได้ มันต้องมีชีวิตที่ให้เราได้ใช้สมองและสองมือของเราบ้าง :'(
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 18 กันยายน, 2009, 07:05:11 PM

    วันนี้รู้สึก หดหู่จังเลย ใครมีอะไรที่ทำให้หายหดหู่ได้บ้าง อย่างว่านะ ชีวิตจะให้มีแต่ด้านที่สดใสไปหมดก้อไม่ได้ มันต้องมีชีวิตที่ให้เราได้ใช้สมองและสองมือของเราบ้าง :'(

ทํายังไง บอกหน่อยจิ ใช้สมองกับสองมือ นี่

ถ้ายังไม่หายเหงา ไปเดิน RCA ซักรอบ น่าจะตื่นเต้นได้บ้างเล็กน้อย

วันนี้คืนวันศุกร์ด้วย รับรอง ร้าน ROUTE 66 คนตรึม d_d

หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 19 กันยายน, 2009, 08:13:32 AM

    วันนี้รู้สึก หดหู่จังเลย ใครมีอะไรที่ทำให้หายหดหู่ได้บ้าง อย่างว่านะ ชีวิตจะให้มีแต่ด้านที่สดใสไปหมดก้อไม่ได้ มันต้องมีชีวิตที่ให้เราได้ใช้สมองและสองมือของเราบ้าง :'(
เรื่องดีๆ เรามักลืม  เรื่องไม่ดีเรามักจำ  ถ้าเข้าใจตรงนี้  ปรับเปลี่ยนความคิดได้ เตือนตนเองอยู่เสมอ จะหายหดหู่ครับ

จะเล่าเรื่องพุทธประวัติเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก
ในสมัยที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสรู้ใหม่ๆ  พระองค์ทรงเริ่มออกเทศนานั้น  พวกชีพราหมณ์ต่างออกมาต่อต้าน เนื่องจากสิ่งที่พระองค์ทรงเทศนานั้น ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับความเชี่อของฮินดู  ไปเทศนาที่ใด ก็จะมีม็อบเสื้อเหลือ เสื้อแดง เอ้ยยยย ชุดขาว อิ อิ ออกมาด่าทอขับไล่  โดยเฉพาะพวกกูรูเหล่าชีพราหมณ์ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากๆ  จะมายืนด่าทอหน้าอาศรมของพระองค์ท่านอยู่เป็นประจำ  แต่พระองค์ท่านก็เพิกเฉยมิได้มีการตอบโต้ใดๆ ยิ่งไม่มีการตอบโต้ใดๆ พวกพราหมณ์เหล่านั้นก็ยิ่งมีอารมณ์โกรธ  จนกระทั่งมีพราหมณ์ใหญ่คนนึง (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ท้อ เพราะด่าทอเท่าไรก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเกิดอาการสงสัย  จึงได้ขอเข้าเฝ้าพระองค์ท่านและเรียนถามพระพุทธเจ้าว่า ทำไมท่านถึงได้ไม่มีการตอบโต้อะไรเลย  พระพุทธเจ้าก็ทรงถามกลับว่า ท่านพราหมณ์หากแม้เมื่อใดท่านมีแขกสำคัญมาเยือนท่าน ท่านจะต้อนรับแขกผู้นั้นอย่างไร  พราหมณ์ก็ตอบว่า เมื่อมีแขกมาเยือน เจ้าบ้านก็ต้องนำข้าวปลาอาหารออกมาต้อนรับสิ  พระพุทธองค์ก็ถามต่อว่า แล้วถ้าแขกท่านนั้นมิได้รับทานสิ่งที่ท่านนำมาต้อนรับเล่า พราหมณ์ก็ตอบว่า อ้าว ถ้าเขา้ไม่รับทาน เราก็เก็บไว้กินเองนะสิ  พระพุทธองค์ก็ทรงเทศนาต่อเลยว่า เช่นใดก็เช่นนั้น  สิ่งที่ท่านนำมาให้กับข้าพเจ้าทุกๆ วัน ข้านี้มิได้รับไว้ พวกท่านก็รับกลับคืนไปทุกครั้ง พระองค์ถึงมิได้มีการโกรธตอบ มิได้ย่อท้อที่จะเทศนาต่อ หรือรู้สึกหดหู่อย่างใดเลย  พราหมณ์ได้ฟังดังนั้นก็เลื่อมใสและขอเข้าบวชเป็นพระสงฆ์ต่อมา

เรื่องนี้เตือนใจผมเสมอครับ เวลาที่ผมเจออะไรที่ไม่ดี มีใครมายื่นสิ่งที่ไม่ดีให้ผม ผมจะไม่รับ ไม่ตอบโต้ และในทางกลับกัน ผมจะเห็นใจและให้ความหวังดีกลับคืนไป  ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเป็นกรรมของเขา เขาก็จะรับเอาสิ่งที่มาให้ผมกลับไป และมันมีผลเป็นทวีคูณกับผู้นั้น  แต่ถ้าเขาหมดกรรมเขาก็จะเข้าใจและไม่กลับไปทุกข์อีก
คนเรามักจะชอบรับสิ่งไม่ดีที่คนอื่นนำมายื่นให้ มีใครด่า ใครว่า ใครนินทาก็จะมีอารมณ์เก็บกลับมา นอนคิด อาฆาตเคียดแค้น  แต่สิ่งดีๆ รับมามักจะอยู่กับเราไม่นาน เรามักจะลืม  ถ้าเรากลับความคิดนี้ให้ได้ เราก็จะมีความสุขกับชีวิตครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 19 กันยายน, 2009, 09:47:27 AM
 
    ^-^จริงด้วยคุณ gai เรามักคิดถึงและนึกถึงสิ่งไม่ดีที่มีคนมายื่นให้ ทำให้มาคิดหลายตลบ จนไมเกรนขึ้น c) แต่พอได้ย้อนกลับมาอ่านเพื่อนๆที่ตอบจะยิ้มออก :clap
  และขอบคุณสิ่งดีๆที่มอบให้ใน htg นี้
     :drunkแต่แบบคุณ tobb มิดีเลย เพราะเราเป็นเด็กดี RCA ก้อไม่เคยเที่ยว ของมึนเมาก้อไม่แตะ :whistlingมีแต่นั่งดูเค้า diy และฟังเพลง อ่านหนังสือนี่ K)
สุดยอดของความสุข
    ดูจิแล้วหดหู่ได้ไงเน๊าะ คุณ ngo ปลัดสุดเก๋า...ว่าไง :showoff
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 19 กันยายน, 2009, 10:10:30 AM

    ^-^จริงด้วยคุณ gai เรามักคิดถึงและนึกถึงสิ่งไม่ดีที่มีคนมายื่นให้ ทำให้มาคิดหลายตลบ จนไมเกรนขึ้น c) แต่พอได้ย้อนกลับมาอ่านเพื่อนๆที่ตอบจะยิ้มออก :clap
  และขอบคุณสิ่งดีๆที่มอบให้ใน htg นี้
     :drunkแต่แบบคุณ tobb มิดีเลย เพราะเราเป็นเด็กดี RCA ก้อไม่เคยเที่ยว ของมึนเมาก้อไม่แตะ :whistlingมีแต่นั่งดูเค้า diy และฟังเพลง อ่านหนังสือนี่ K)
สุดยอดของความสุข
    ดูจิแล้วหดหู่ได้ไงเน๊าะ คุณ ngo ปลัดสุดเก๋า...ว่าไง :showoff
นั่นแหละครับ พยายามกลับความคิด กลับนิสัยสันดานของความเป็นปุถุชน แล้วชีวิตจะมีความสุข อะไรไม่ดี นิพพานมันซะ อาจารย์ท่านนึงที่สวนโมกข์ก็เคยถกธรรมกับผม ท่านก็อธิบายจุดนี้ว่า ทุกอย่างมีเกิด คงอยู่และดับไป  ถ้าเราเกิดอารมณ์ไม่ดี มันจะคงอยู่ถ้าเราไม่ปล่อยวาง ถ้าเราปล่อยวางมันก็คือนิพพาน  ท่านให้เราตั้งมั่นอยู่ในสติและปัญญา มันห้ามสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดไม่ได้ แต่เราสามารถนิพพานมันได้ ยิ่งฝึกบ่อยจะยิ่งดับได้เร็วขึ้น  ท่านว่าคนเรามันก็เป็นคน ยังไงก็มีความรู้สึก แต่ถ้าดับมันได้เร็วเท่าไร ก็ใกล้อรหันต์มากขึ้นเท่านั้น  ท่านว่าอรหันต์นั้น เวลาเกิดและดับของอารมณ์มันสั้นมากจนวัดไม่่ได้ เหมือนกับว่าไม่มีเกิดยังงั้น แต่จริงๆ มันเกิด เพียงแต่ดับได้เร็วมากกกเลย  เอ ไม่รู้ว่าตอนนี้ อาจารย์ชื่อดังอีกท่านที่พร่ำสอนว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ท่านดับโมโหท่านได้ยัง  2f  2f  2f  2f  2f  2f

ผมเองก็พยายามดับทุกข์ตัวเองพอได้  แต่สุขนี่สิ ยังดับไม่ค่อยได้  ;D  ;D  ;D  อย่างที่ท่านปลัดว่า เห็นเด็กแล้วยัง........ แต่ถึงจะดับได้ ก็ยังต้องใช้เวลา  2f  2f  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 20 กันยายน, 2009, 09:27:15 PM

    ^-^จริงด้วยคุณ gai เรามักคิดถึงและนึกถึงสิ่งไม่ดีที่มีคนมายื่นให้ ทำให้มาคิดหลายตลบ จนไมเกรนขึ้น c) แต่พอได้ย้อนกลับมาอ่านเพื่อนๆที่ตอบจะยิ้มออก :clap
  และขอบคุณสิ่งดีๆที่มอบให้ใน htg นี้
     :drunkแต่แบบคุณ tobb มิดีเลย เพราะเราเป็นเด็กดี RCA ก้อไม่เคยเที่ยว ของมึนเมาก้อไม่แตะ :whistlingมีแต่นั่งดูเค้า diy และฟังเพลง อ่านหนังสือนี่ K)
สุดยอดของความสุข
    ดูจิแล้วหดหู่ได้ไงเน๊าะ คุณ ngo ปลัดสุดเก๋า...ว่าไง :showoff

เราก็แค่ ปุถุชน ธรรมดา ไม่รู้อีกกี่ หลายแสน อสงไขยกัลป จะได้นิพพาน
แค่เปลี่ยนสถานที่ เป็นผู้คนรอบๆตัวเรา เปลี่ยน บรรยากาศ เปลี่ยนอากาศที่เคยหายใจ เปลี่ยน สถานที่ที่เคยใช้ชีวิตจมจ่อมกับมันทั้งวัน ชีวิตมันอาจจะเจอ มุมมองใหม่ๆและวิธีคิดใหม่ก็ได้ ไม่ได้บอกว่าไปสถานที่แบบนี้มันไม่ดี ดีหรือไม่ดี ผมว่าน่าจะอยู่ที่การกระทํามากกว่าน่ะ ไปแล้วได้เห็นคนหลายๆชีวิตหลายๆกริยา มันน่าจะทําให้หายเหงาได้ไม่มากก็น้อย เหมือนเมื่อสมัยก่อนๆตอนเรียน ทํา โปรเจค หรืออ่านหนังสือใก้ลจะส่งกับสอบแล้วยัง งึก ๆงั่กๆ อยู่เครียดด้วย ออกไปเดินเล่น หรือ ขับรถไป พาเลส ซักรอบ โอ้โห กลับมาทางานอ่านหนังสือได้ต่อ รู้ว่ามันมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกองเลยล่ะ

ปล. คําเตือน ไม่เชื่ออย่าลบลู่  ลองดู แล้วจะรู้ว่ามีจริง 55555555
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 21 กันยายน, 2009, 12:05:58 AM

    ^-^จริงด้วยคุณ gai เรามักคิดถึงและนึกถึงสิ่งไม่ดีที่มีคนมายื่นให้ ทำให้มาคิดหลายตลบ จนไมเกรนขึ้น c) แต่พอได้ย้อนกลับมาอ่านเพื่อนๆที่ตอบจะยิ้มออก :clap
  และขอบคุณสิ่งดีๆที่มอบให้ใน htg นี้
     :drunkแต่แบบคุณ tobb มิดีเลย เพราะเราเป็นเด็กดี RCA ก้อไม่เคยเที่ยว ของมึนเมาก้อไม่แตะ :whistlingมีแต่นั่งดูเค้า diy และฟังเพลง อ่านหนังสือนี่ K)
สุดยอดของความสุข
    ดูจิแล้วหดหู่ได้ไงเน๊าะ คุณ ngo ปลัดสุดเก๋า...ว่าไง :showoff

เราก็แค่ ปุถุชน ธรรมดา ไม่รู้อีกกี่ หลายแสน อสงไขยกัลป จะได้นิพพาน
แค่เปลี่ยนสถานที่ เป็นผู้คนรอบๆตัวเรา เปลี่ยน บรรยากาศ เปลี่ยนอากาศที่เคยหายใจ เปลี่ยน สถานที่ที่เคยใช้ชีวิตจมจ่อมกับมันทั้งวัน ชีวิตมันอาจจะเจอ มุมมองใหม่ๆและวิธีคิดใหม่ก็ได้ ไม่ได้บอกว่าไปสถานที่แบบนี้มันไม่ดี ดีหรือไม่ดี ผมว่าน่าจะอยู่ที่การกระทํามากกว่าน่ะ ไปแล้วได้เห็นคนหลายๆชีวิตหลายๆกริยา มันน่าจะทําให้หายเหงาได้ไม่มากก็น้อย เหมือนเมื่อสมัยก่อนๆตอนเรียน ทํา โปรเจค หรืออ่านหนังสือใก้ลจะส่งกับสอบแล้วยัง งึก ๆงั่กๆ อยู่เครียดด้วย ออกไปเดินเล่น หรือ ขับรถไป พาเลส ซักรอบ โอ้โห กลับมาทางานอ่านหนังสือได้ต่อ รู้ว่ามันมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกองเลยล่ะ

ปล. คําเตือน ไม่เชื่ออย่าลบลู่  ลองดู แล้วจะรู้ว่ามีจริง 55555555
คุณ tobb นี่คือแนวทางของ วชิรญาณ ครับ  แต่ว่ายังขาดอยู่อีกนิดคือ ไปสัมผัสให้รู้ แล้วใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นว่ามันดีหรือไม่ดี  อยากทำอะไรทำ แต่ว่าทำแล้วต้องแยกแยะให้ออกว่ามันป็นกุศลหรืออกุศล  มันยากตรงนี้แหละครับ เพราะก่อนจะไปสัมผัสต้องศึกษาให้กระจ่าง และทำอย่างมีสติ  ถ้าพลาดไปหลงยึดติดละก็ จบเห่  2f  2f  2f  2f  2f
แนวทางนี้เลยกลายเป็นต้องห้ามสำหรับบ้านเรา ที่ยึดกับแนวหินยาน ที่ห้าม ห้าม และห้าม  จะรู้ก็แค่ผ่านตัวหนังสือว่า มันดี หรือไม่ดี  แนวทางของบ้านเราให้หลีกหนี ห้ามไปสัมผัส  แต่ถ้าเกิดหลุดไปสัมผัสก็อาจจะเตลิดเข้าป่าเลย  2f  2f  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: tobb ที่ 21 กันยายน, 2009, 07:46:22 AM


แค่สัมผัสแล้วซึมซับผ่านตัวเรา ไม่ต้องลองไปซะทุกอย่าง เหมือนตัวอย่างเล็กๆ เห็นคนชกกัน

เตะกัน เราไม่ต้องไปชก เตะกันเหมือนเขา แค่เราเดินหัวชน ขอบประตู ก็ว่าเจ็บจะแย่อยู่แล้ว

เหล้าก็คงไม่ต้องไปกินเหมือนเขาก็ได้ เขากว่าจะกินกันได้เป็นขวดๆ กินกันเป็นคืนๆ คนกินต้อง ฝึกกันมานาน

แค่จิบๆ อึก 2 อึก ไม่อร่อยก็คายทิ้ง เลิกกิน ได้รับรู้ถึงรสมันก็พอแล้ว

แต่ถ้าเป็นผม แก้วแรกกินแล้วขื่นๆ อีกไม่กี่แก้วก็เมาแล้ว แต่ถ้าแก้วแรก ออกหวาน ลื่นๆคอ

โอ้ย..... ราตรียังอีกยาวไกล เลย ขอรับ เอื้อก เอื้ก เอิ้ก เอิ้ก อ้าว เชียร์ กึ้บ ๆ d_d :drunk

หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 21 กันยายน, 2009, 05:57:57 PM
 :giveup

                ยอมแพ้ มีแต่คอทองแดง กาน ทั้ง น๊านเลย
            เห้นแล้วอยาก มาวตาม แต่ ทาม ม่ายได๊ :yahoo
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 21 กันยายน, 2009, 07:42:42 PM
คุยอะไรกัน ตามไม่ทันเลยเนี่ย ไม่ได้เข้ามาหลายวัน  K]
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: PRINCO ที่ 22 กันยายน, 2009, 04:32:36 AM
ชีวิตช่างผ่านไปไวนัก :nonono :nonono :nonono
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 24 กันยายน, 2009, 03:34:13 PM


  ใช่แล้ว ที่เค้าพูดว่า ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก :giveup
  ต้องการทำอะไรให้รีบทำซะ :wiggle
  ก่อนที่อะไรๆมันจะสายเกินไป :cry2
 ก้อนะ  ชีวิต..คือชีวิต :nonono
 แต่..ไม่ต้องเอาชีวิต....แลกชีวิตนะ  มันน่ากลัว........... :drunk
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 28 กันยายน, 2009, 09:03:17 AM

   ถ้าคนที่เรารักเค้าเข้าใจเราผิด แปรเจตนารมณ์เราผิดๆ เราจะทำอย่างไรดี ชีวิต :yuckyซึ่งช่วงนี้คิดว่าจะไม่มีอุปสรรค ก้อมามีอีกจนได้.... :cry2
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 29 กันยายน, 2009, 03:49:28 PM

  คงต้องใช้บริการคุณปลัด NGO และคุณ GAIให้ช่วยแนะนำแล้ว แต่..ไม่เอาเป็นมือที่3นะ กลัวมือที่ 4 จะแทรก :kicking

  เฮ้อ ! จนบัดนี้แล้ว ยังไม่ได้คุยกานเลย...... :'(

 คงรอให้เค้า หาย..จาก โกธรเราก่อนมั๊ง :shutup
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 30 กันยายน, 2009, 11:55:32 PM
สำหรับผมก็คงใช้ความอดทน ประกอบกับเวลาครับ  พยายามหาทางปรับความเข้าใจ ไม่มีอารมณ์ตอบ ถ้าฝ่ายหนึ่งร้อน เราต้องเย็น เพราะร้อนเจอร้อน ก็มีแต่พัง  ปล่อยวาง ให้อภัย เวลาเขาโกรธ  ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทำอะไร ก็อย่าไปตอบโต้ อย่าไปโกรธตอบ เพราะถ้าร้อนกลับ มันก็คงจะหาทางลงเอยที่ดีไม่ได้ครับ   แต่ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม   แนะนำให้ทำบุญให้มาก อุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาจะได้ร้อนน้อยลงครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: Gazzy ที่ 01 ตุลาคม, 2009, 12:24:29 PM
สำหรับผมก็คงใช้ความอดทน ประกอบกับเวลาครับ  พยายามหาทางปรับความเข้าใจ ไม่มีอารมณ์ตอบ ถ้าฝ่ายหนึ่งร้อน เราต้องเย็น เพราะร้อนเจอร้อน ก็มีแต่พัง  ปล่อยวาง ให้อภัย เวลาเขาโกรธ  ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทำอะไร ก็อย่าไปตอบโต้ อย่าไปโกรธตอบ เพราะถ้าร้อนกลับ มันก็คงจะหาทางลงเอยที่ดีไม่ได้ครับ   แต่ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม   แนะนำให้ทำบุญให้มาก อุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาจะได้ร้อนน้อยลงครับ
อุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาจะได้ร้อนน้อยลงครับ   ขอเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ เราจะร้อนน้อยลงด้วยครับ ผมเคยแผ่เมตตราให้กับคนที่ผมโกรธมากๆเกลียดมากๆ
มันกลับช่วยให้ในใจผมลด โทสะคติ โมหะคติ ลงไปได้ นี่น่าจะเป็นกุศโลบายทางพุทธศาสนา  เวลาที่เรามองสิ่งใดผ่านม่านความอคติในตัวเรา ภาพที่เห็นมันจะบิดเบี้ยว ต้องไม่ให้ความอคติมาบังตา
   และ สิ่งสำคัญ ก็ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 01 ตุลาคม, 2009, 03:38:13 PM
สำหรับผมก็คงใช้ความอดทน ประกอบกับเวลาครับ  พยายามหาทางปรับความเข้าใจ ไม่มีอารมณ์ตอบ ถ้าฝ่ายหนึ่งร้อน เราต้องเย็น เพราะร้อนเจอร้อน ก็มีแต่พัง  ปล่อยวาง ให้อภัย เวลาเขาโกรธ  ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทำอะไร ก็อย่าไปตอบโต้  อย่าไปโกรธตอบ เพราะถ้าร้อนกลับ มันก็คงจะหาทางลงเอยที่ดีไม่ได้ครับ   แต่ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม   แนะนำให้ทำบุญให้มาก อุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาจะได้ร้อนน้อยลงครับ

  อันนี้บางทีไม่ได้ผลนะคะ :nono  เพราะเราเวลาโกรธ ถ้าถามอะไรไป  แล้วอีกฝ่ายทำตัวเป็นผัก  เบื้อง  ไม่พูดไม่จา ทำหูทวนลม  อันนี้จะยิ่งทำให้ปี๊ดเลยค่ะ ((

 

   
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 01 ตุลาคม, 2009, 10:37:09 PM
สำหรับผมก็คงใช้ความอดทน ประกอบกับเวลาครับ  พยายามหาทางปรับความเข้าใจ ไม่มีอารมณ์ตอบ ถ้าฝ่ายหนึ่งร้อน เราต้องเย็น เพราะร้อนเจอร้อน ก็มีแต่พัง  ปล่อยวาง ให้อภัย เวลาเขาโกรธ  ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ทำอะไร ก็อย่าไปตอบโต้  อย่าไปโกรธตอบ เพราะถ้าร้อนกลับ มันก็คงจะหาทางลงเอยที่ดีไม่ได้ครับ   แต่ถ้าพยายามถึงที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกรรม   แนะนำให้ทำบุญให้มาก อุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาจะได้ร้อนน้อยลงครับ

  อันนี้บางทีไม่ได้ผลนะคะ :nono  เพราะเราเวลาโกรธ ถ้าถามอะไรไป  แล้วอีกฝ่ายทำตัวเป็นผัก  เบื้อง  ไม่พูดไม่จา ทำหูทวนลม  อันนี้จะยิ่งทำให้ปี๊ดเลยค่ะ ((

 

   

 :yes
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 03 ตุลาคม, 2009, 10:19:42 AM

 เข้าใจกันแล้วค่ะ เพราะเราต่างปรับจูนเข้าหากัน ผู้หญิงนี่นะ เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ จะโวยวายไปก่อน แต่เค้าก้อไม่บอกเรานี่เล่นเงียบ คราย..จา-ไป-ฮู้-ล่ะ N]
เมื่อวันจันทร์ พาแม่ไปเข้าโรงบาล ด้วยโรคคนแก่
วันอังคาร พาคนข้างตัวเข้าโรงบาล เพราะโรคประจำตัว
วันพุธพาอาโกวเข้าโรงบาลเพราะจิตหลอนและใจหดหู่ ซึมเศร้า
วันพฤหัส ไปงานศพหลานชายของเพื่อนอายุ 38ปีตายด้วยมะเร็งกระเพาะอาหาร
  เห็นมั๊ย ชีวิตเรา
  เราเลยคิดว่า ต้องการทำอะไรที่ยังไม่มีโอกาสทำ เราต้องลงมือทำทันทีแล้วล่ะ
  เพราะชีวิต มัน สั้น นัก นะ เฮ้อ ! :nono
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 03 ตุลาคม, 2009, 01:50:37 PM

 เข้าใจกันแล้วค่ะ เพราะเราต่างปรับจูนเข้าหากัน ผู้หญิงนี่นะ เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ จะโวยวายไปก่อน แต่เค้าก้อไม่บอกเรานี่เล่นเงียบ คราย..จา-ไป-ฮู้-ล่ะ N]
เมื่อวันจันทร์ พาแม่ไปเข้าโรงบาล ด้วยโรคคนแก่
วันอังคาร พาคนข้างตัวเข้าโรงบาล เพราะโรคประจำตัว
วันพุธพาอาโกวเข้าโรงบาลเพราะจิตหลอนและใจหดหู่ ซึมเศร้า
วันพฤหัส ไปงานศพหลานชายของเพื่อนอายุ 38ปีตายด้วยมะเร็งกระเพาะอาหาร
  เห็นมั๊ย ชีวิตเรา
  เราเลยคิดว่า ต้องการทำอะไรที่ยังไม่มีโอกาสทำ เราต้องลงมือทำทันทีแล้วล่ะ
  เพราะชีวิต มัน สั้น นัก นะ เฮ้อ ! :nono
ถูกต้องแล้วครับ  เวลามีปัญหา เราไม่สามารถไปแก้ที่คนอื่นในทันที แต่เราสามารถแก้ที่ตัวเราก่อนได้  หยุดอารมณ์ของเรา แล้วใช้ปัญญา ใช้ความอดทน และเวลาค่อยๆ แก้คนอื่น  ยินดีด้วยครับที่เข้าใจกันดีแล้วครับ

ชีวิตมันไม่ได้สั้นครับ  แต่เวลามันไม่รอใคร  ว่าแต่จะลงมือทำอะไรก่อนดีละครับ  ;D  ;D  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 08 ตุลาคม, 2009, 05:31:51 PM

  เราชอบเวลาที่คุณgai เขียนจัง อ่านแล้วเข้าใจและมองเห็นภาพเลยล่ะ :D

 เอ...แล้วตอนนี้แต่ละชีวิตของคนใน htg เป็นอย่างไรบ้างอยากรู้จังมีเวลาที่จะ diy กันตอนใหน ทานข้าวกันอย่างไร N]

และที่สำคัญ เวลาที่กำลัง diy นี่ มีคนมานั่งข้างๆดูด้วยได้อ๊ะเปล่า หรือว่าต้องเงียบเลย :help
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 07:30:33 AM
ขอบคุณครับ  ที่จริงสิ่งที่ผมเขียนเราทุกคนรู้ครับ แต่ว่าเพราะอัตตา ทำให้เราลืม ถ้าเราฝึกตัวเองไม่ให้เข้าข้างตัวเองมากเกินไป อัตตาลดลง มันก็เห็นเองครับ

ลองอ่านอันนี้ดูนะครับ มันเป็นความจริงที่เรามักจะเป็นเหมือนที่ข้อที่ 9 และข้อสุดท้ายเขียนไว้ครับ


กฏของการเป็นมนุษย์

เชรี คาร์เตอร์ สก็อต (เขียน)
จากหนังสือ "พลังแห่งชีวิต"

1. คุณจะได้รับร่างกาย .คุณอาจจะชอบหรือเกลียดมัน .   มันจะอยู่กับคุณไปต่อจากนี้ไปตลอดชีวิต

2. คุณจะได้เรียนรู้บทเรียน . คุณได้ลงชื่อสมัครเรียนเต็มเวลา .  ในโรงเรียนที่ไม่มีแบบแผน ชื่อว่า "โรงเรียนชีวิต" ทุกๆ วันในโรงเรียน
แห่งนี้คุณอาจจะชอบ . หรืออาจคิดว่ามันไร้สาระหรือโง่เง่า

3. ไม่มีความผิด มีแต่บทเรียน . กระบวนการในการเติบโต .  คือ . การลองผิดลองถูก การทดลอง การทดลองที่ "ล้มเหลว"
ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่มีความสำคัญมากพอๆ กับการทดลองที่"ได้ผล" อย่างสมบูรณ์

4. บทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะเรียนรู้ .คุณจะได้รับ  บทเรียนหลายๆ รูปแบบจนกว่าคุณจะได้ เรียนรู้มัน . เมื่อคุณเรียนรู้
แล้วคุณจะได้ศึกษาบทเรียนอื่นๆ ต่อไป

5. การเรียนรู้ไม่มีวันจบ .ชีวิตคุณจะเต็มไปด้วยบทเรียน    ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่จะต้องมีบทเรียนให้เรียนรู้

6. "ที่นั่น" ไม่ได้ดีกว่า "ที่นี่" .เมื่อ"ที่นั่น"ของคุณกลายเป็น"ที่นี่" .คุณก็จะมาถึง"ที่นั่น"อีกแห่งหนึ่งที่ดูดีกว่า"ที่นี่"ไปเรื่อยๆ

7. คนอื่นคือกระจกส่องตัวคุณ .คุณไม่สามารถรักหรือเกลียดบางอย่างเกี่ยวกับผู้อื่น . ถ้ามันไม่ได้สะท้อนบางอย่างที่
คุณรักหรือเกลียดเกี่ยวกับตัวคุณ

8. ชีวิตคุณขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง .คุณมีเครื่องมือทุกชนิด และทรัพยากรทุกอย่างที่คุณต้องการ .คุณจะเลือกใช้มันอย่างไร
ขึ้นอยู่กับตัวคุณ .... คุณเป็นคนเลือก

9. คำตอบอยู่ในตัวคุณเอง . คำตอบเกี่ยวกับชีวิตมีอยู่ในตัวคุณเอง . สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือ มอง ฟังและไว้วางใจ

10. คุณจะลืมกฏทั้งหมดนี้ .....
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 12:30:11 PM


 :'( อ่านยากจัง แฮ่ๆ  :cry2หรือว่าสมองเราน้อยนิด อิอิ :D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 01:06:54 PM
ขอบคุณครับ  ที่จริงสิ่งที่ผมเขียนเราทุกคนรู้ครับ แต่ว่าเพราะอัตตา ทำให้เราลืม ถ้าเราฝึกตัวเองไม่ให้เข้าข้างตัวเองมากเกินไป อัตตาลดลง มันก็เห็นเองครับ

ลองอ่านอันนี้ดูนะครับ มันเป็นความจริงที่เรามักจะเป็นเหมือนที่ข้อที่ 9 และข้อสุดท้ายเขียนไว้ครับ


กฏของการเป็นมนุษย์

เชรี คาร์เตอร์ สก็อต (เขียน)
จากหนังสือ "พลังแห่งชีวิต"

1. คุณจะได้รับร่างกาย .คุณอาจจะชอบหรือเกลียดมัน .   มันจะอยู่กับคุณไปต่อจากนี้ไปตลอดชีวิต

2. คุณจะได้เรียนรู้บทเรียน . คุณได้ลงชื่อสมัครเรียนเต็มเวลา .  ในโรงเรียนที่ไม่มีแบบแผน ชื่อว่า "โรงเรียนชีวิต" ทุกๆ วันในโรงเรียน
แห่งนี้คุณอาจจะชอบ . หรืออาจคิดว่ามันไร้สาระหรือโง่เง่า

3. ไม่มีความผิด มีแต่บทเรียน . กระบวนการในการเติบโต .  คือ . การลองผิดลองถูก การทดลอง การทดลองที่ "ล้มเหลว"
ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่มีความสำคัญมากพอๆ กับการทดลองที่"ได้ผล" อย่างสมบูรณ์

4. บทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะเรียนรู้ .คุณจะได้รับ  บทเรียนหลายๆ รูปแบบจนกว่าคุณจะได้ เรียนรู้มัน . เมื่อคุณเรียนรู้
แล้วคุณจะได้ศึกษาบทเรียนอื่นๆ ต่อไป

5. การเรียนรู้ไม่มีวันจบ .ชีวิตคุณจะเต็มไปด้วยบทเรียน    ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่จะต้องมีบทเรียนให้เรียนรู้

6. "ที่นั่น" ไม่ได้ดีกว่า "ที่นี่" .เมื่อ"ที่นั่น"ของคุณกลายเป็น"ที่นี่" .คุณก็จะมาถึง"ที่นั่น"อีกแห่งหนึ่งที่ดูดีกว่า"ที่นี่"ไปเรื่อยๆ

7. คนอื่นคือกระจกส่องตัวคุณ .คุณไม่สามารถรักหรือเกลียดบางอย่างเกี่ยวกับผู้อื่น . ถ้ามันไม่ได้สะท้อนบางอย่างที่
คุณรักหรือเกลียดเกี่ยวกับตัวคุณ

8. ชีวิตคุณขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง .คุณมีเครื่องมือทุกชนิด และทรัพยากรทุกอย่างที่คุณต้องการ .คุณจะเลือกใช้มันอย่างไร
ขึ้นอยู่กับตัวคุณ .... คุณเป็นคนเลือก

9. คำตอบอยู่ในตัวคุณเอง . คำตอบเกี่ยวกับชีวิตมีอยู่ในตัวคุณเอง . สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือ มอง ฟังและไว้วางใจ

10. คุณจะลืมกฏทั้งหมดนี้ .....


 O0
ตามอ่านของคุณ gai มาเยอะแล้ว ยังงี้ พอมีชื่อหน้งสือดีๆ เล่มไหนก็ได้แนะนำบ้างเปล่า
ไม่เอาภาษาอังกฤษนะคะ แปลไม่ออกคะ่

อ่านหน้งสือมาแล้วไ่ม่ต่ำกว่า 1,000 เล่ม  !!!!!!!!!     :secret
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 03:16:39 PM
อืมมม ต้องขออภัยด้วยครับ ผมไม่ใช่นักอ่านเลยครับ  แต่ผมสนใจค้นคว้าเฉพาะที่ผมสนใจ และผมชอบประมวลความคิดมากกว่าการอ่าน

หนังสือที่ผมอ่านมีไม่ีมากเลยจริงๆ  อาจเป็นเพราะตอนเด็กผมอ่านมามาก  ตอนเรียนผมอ่านหนังสีอเยอะ โดยเฉพาะหนังสือนอกตำราเรียนที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการ  พอโตมา เห็นหนังสือ ผมอ่านแค่บทนำ ส่วนใหญ่หาหนังสือที่เรียกความสนใจผมได้ไม่มากเลยครับ  ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่แนะนำให้ไม่ได้
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 03:18:37 PM
  ที่ว่า 1,000 กว่าเล่มนี่ รวมขายหัวเราะ กับซุบซิบดาราด้วยอ่ะป่าวจ๊ะ   ;D ;D

  เค้าว่ากันว่า ชีวิตนี้  ให้อ่านหนังสือธรรมะ  อย่างน้อยปีละ 1 เล่ม    :secret   ไม่รู้ว่าเพื่อนสมาชิกทำกันได้ป่าว  O0
 
  ตอนนี้ กำลังอ่านเล่มนี้อยู่ค่ะ  " รู้เท่านี้ ก็พอแล้ว!   (พาตัวใจกลับบ้านกันเถิด) "   ของคุณศุภวรรณ  พิพัฒพรรณวงศ์ กรีน  ค่ะ   เค้าพิมพ์หน้าปกว่า  " ความรู้หยิบมือหนึ่งที่จะช่วยให้คุณไม่เสียชาติเกิด "

   และอีกเล่มที่ดีมาก ๆ คือ  " 7 วิธีตายอย่างสบายใจ " ค่ะ 

7 วิธีต่อไปนี้ ใช้ได้กับคนที่เหลือเวลาในชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 วัน กับ 1 คืนขึ้นไป หากเหลือเวลาน้อยกว่านั้นคงอ่านไม่ทัน  หรือทำความเข้าใจไม่ถูก หรือมีแก่ใจซักซ้อมไม่ได้

7 วิธีต่อไปนี้  ไม่ได้มีไว้ให้คนที่รู้ตัวว่ากำลังจะตายเท่านั้น  แต่ยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่คิดว่ากำลังจะตายเร็ว ๆ นี้ด้วย

7 วิธีต่อไปนี้ เหมาะแม้สำหรับคนที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย และอยากเตรียมใจพร้อมรับความตายโดยปราศจากความกระวนกระวาย  เพราะทุกวิธีไม่มีคำขอร้องให้ใครอยู่ต่อ  มีแต่การนำเสนอข้อเท็จจริงสำหรับเตรียมใจก่อนตายสถานเดียว

7 วิธีต่อไปนี้  จะยืนพื้นอยู่บนความสามารถทำได้จริง ไม่ว่าคุณจะเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายอย่างไร  เราจะหยุดกันแค่ที่การได้ตายอย่างสบายใจ อันควรเป็นยอดปรารถนาสุดท้ายของชีวิต  ส่วนความจริงที่ปรากฏหลังตายจะตรงหรือไม่ตรงกับความเชื่อของใครค่อยปล่อยให้รู้เฉพาะตน

7 วิธีต่อไปนี้  เพียงข้อใดข้อหนึ่งที่คุณทำได้ ก็พอเชื่อว่าคุณจะสบายใจในขณะเผชิญหน้ากันความตาย  และหากทำได้มากกว่า หนึ่งข้อ ก็เป็นประกันได้ว่าไม่ใช่แค่สบายใจอย่างเดียว ความตายของคุณจะฝากรอยยิ้มไว้ให้โลกดูด้วยความประทับใจไปอีกนานที่เดียว

   ใครอยากอ่านเนื้อหาข้างใน ก้อบอกได้นะคะ  จัดไป   O0
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 04:19:33 PM

  คุณ 69
  แต่ก่อนก้ออ่านนะหนังสือแนวนี้ พอมาตอนนี้ วัยกลับ มาอ่านนวนิยาย บ้าง ของกิ่งฉัตรบ้าง หรือใสๆแบบความรู้สึกดี่เรียกว่ารัก อะไร ประมาณนี้

 มันทำให้เพลิดเพลินและหลับง่ายขึ้น

จนโดนคนข้างตัวบอกว่า .." นี่ จะทำด๊อกเตอร์หรอ อ่านเอาจริงเอาจัง " ฮ่าๆๆๆ :yahoo
 
  แต่คุณ gai นี่ ยิ่งกว่าอ่านหนังสือ 1000 เล่ม น๊า.... :giveup
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 09 ตุลาคม, 2009, 04:40:46 PM
  เมื่อก่อนก้ออ่านแนวนั้นแหละค่ะ คุณ lonely  แต่....  ตั้งแต่มีครอบครัวเนี่ย ต้องเอาธรรมะเข้าข่ม  พระท่านว่า อย่าไปยึดติด  สามีน่ะอยู่ในบ้านก้อคือสามีเรา  แต่พอเค้าก้าวขาออกนอกบ้านปุ๊บ ก้อกลายเป็นคนอื่นปั๊บ  ถ้าเรามัวไปใส่ใจ ว่าเค้าไปไหน ไปกับใคร ตอนเที่ยงจะกินข้าวกับใคร วันนี้โทรหาผู้หญิงที่ไหนรึป่าว   อันนี้จะยิ่งทำให้เครียดและก้อเป็นทุกข์ป่าว ๆ     :cry2 :cry2       ก้องี้แหละค่ะ  ตามชื่อกระทู้คุณ lonely เลยค่ะ   ชีวิตคือชีวิต   :showoff


    และชีวิตจริง โหดร้ายกว่าที่เราคิดไว้เยอะค่ะ  :giveup    :bye1
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 10 ตุลาคม, 2009, 08:36:05 AM

  จริงด้วย แต่ก่อนเราพะวงกับคนข้างกายมาก ว่าเค้าจะไปกิ๊กกั๊ก กับใคร พอกลางคืนก้อไปสังสรรค์ เราอยู่กับลูก พอมาตอนนี้ ลูกโตแล้ว มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น อิอิ

  สามีโคตร หวง สุดๆเลย ฮ่าๆๆๆ กรรมตามคนข้างกาย เราเลยต้องแกล้งให้แก ห่วง และหวง บ่อยๆ

  ก้อนะ คุณ 69 ชีวิตมันคือชีวิตจริงๆ ที่เอาแน่นอนไม่ได้ แต่ก่อนทุกข์เพราะเค้า ..ตอนนี้เค้าจะมาทุกข์เพราะเราทำไม ก้อม่าย- ฮู้..... :yahoo
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 10 ตุลาคม, 2009, 01:19:20 PM
เมื่อไร คนข้างกายผมจะคิดได้เหมือนคุณ มาย69 กับคุณ โล้นลี่ ก็ไม่รู้  2f  2f  2f

ไม่มีใครทำร้ายเรามากเท่ากับเราทำร้ายตัวเราเอง โดยเฉพาะ ความคิดของเรา ทำร้ายเราได้สาหัสยิ่งนัก  ;D  ;D  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 10 ตุลาคม, 2009, 09:33:21 PM
ไม่มีใครทำร้ายเรามากเท่ากับเราทำร้ายตัวเราเอง โดยเฉพาะ ความคิดของเรา ทำร้ายเราได้สาหัสยิ่งนัก  ;D  ;D  ;D
คำนี้น่ะจริง ไม่ว่าเล่มไหน ๆ ก็จะบอกอย่างนั้น

อย่างคุณ gai เนี่ย ถ้าเรียกว่า ไม่ได้อ่านมาก ก็เป็นคนที่ เรียบเรียงคำพูดได้ดีมาก  O0
ไม่เชื่อหรอกว่า อ่านมาน้อย แต่ว่าแนะนำว่า เล่มไหนดีกว่า ไม่ได้
เพราะ.......ดีทุกเล่ม
ดีต่างกันไป แต่ละบท แล้วค่อยๆ เอามารวมๆ กัน เป็นตัวคุณ gai   O0
จิงนะ เพราะตามอ่านกระทู้มา รู้แล้ว ว่า เป็นคนที่อ่านหน้งสือมาก
อ่านแล้ว คารม ยังดีอีกต่างหาก  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 10 ตุลาคม, 2009, 10:51:54 PM
คุณ post girl จริงๆ ครับ ผมอ่านหนังสือไม่มากจริงๆ  และสิ่งที่ผมพูด ส่วนใหญ่ผมคิดขึ้น จากการรับรู้  อย่างคำที่ผมเขียนแล้วคุณบอกว่า หนังสือเล่มไหนก็เขียน ผมไม่เคยเห็นเลยครับ ผมเชี่อของผมจากการรับรู้ในหลายๆ ด้าน  และผมก็เขียนจากความเข้าใจของผมเอง
หนังสือที่ผมอ่านนั้นมีเหมือนกันครับ แต่ว่าปีนึงอ่านสัก 3-4 เล่มเอง  แต่เชื่อมั้ยครับว่า หลังอ่านผมคุยกับคนที่อ่านมาหลายคน ส่วนใหญ่ไม่มีใครรับรู้เหมือนผมเลย  ผมเองก็ยังแปลกใจ  หนังสือเล่มล่าสุดที่ผมอ่าน และประทับใจ กลับกลายเป็นหนังสือที่ขายไม่ออก ราคาใน อินเตอร์เน็ตถูกเหมือนให้ปล่าว  ผมจำชื่อหนังสือไม่ได้ ตอนนี้ไม่ได้อยู่บ้าน ไว้กลับไปจะไปค้นมาดูครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 13 ตุลาคม, 2009, 05:45:44 PM

  จริงค่ะ บางทีการอ่านไม่ได้ช่วยเรากลั่นกรองเท่าความคิดของเราเอง ความคิดเรานี่ มีคนสอนเราบ่อยๆว่า ให้เราคิดบวก เข้าไว้ ถ้าช่วงใหนที่เราคิดลบ ใจเราจะไม่เป็นสุข
 กระวนกระวาย และจะไม่สบายใจจริงๆคะ :victory
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 13 ตุลาคม, 2009, 07:20:56 PM

  จริงค่ะ บางทีการอ่านไม่ได้ช่วยเรากลั่นกรองเท่าความคิดของเราเอง ความคิดเรานี่ มีคนสอนเราบ่อยๆว่า ให้เราคิดบวก เข้าไว้ ถ้าช่วงใหนที่เราคิดลบ ใจเราจะไม่เป็นสุข
 กระวนกระวาย และจะไม่สบายใจจริงๆคะ :victory
ต้องเข้าใจนะครับ ว่าการอ่านนั้นดี แต่ว่าจะอ่านยังไง อ่านแล้วเชี่อเลย อ่านแล้วผ่านไปจำไม่ได้ หรือว่าอ่านแล้วคิดต่อ ซึ่งเป็นหลักการธรรมอันนึงของพุทธ  นอกจากนั้น บางทีการคิดจะไม่จำกัดอยู่แค่ในตัวหนังสือที่เขาเขียน  แต่ว่าเราอาจจะมองลึกไปกว่านั้น   อย่างที่มีกระทู้ข้างบนพูดถึงเรีึองการอ่านนิยาย  ผมไม่ค่อยอ่านนิยาย แต่ก็มีบ้าง เวลาผมอ่านผมจะไม่ได้อ่านแต่เนื้อเรื่อง แต่ผมจะพยายามรับรู้ถึงความเป็นไปของเหตุการณ์  พยายามรับรู้ถึงนิสัยของตัวละคร บางอย่างก็ไม่น่าเชี่อ บางอย่างก็น่าคิด แม้แต่เรี่องบางเรื่องที่เป็นเรื่องเก่า ก็ให้ความรู้ผม เกี่ยวกับสภาพการเ็ป็นอยู่ สภาพสังคม แม้แต่การเมืองในสมัยนั้น  ตัวละครบางตัวถูกวางว่าเป็น พระเอก นางเอก ซึ่งจะดูดีไปหมด  แต่บางทีผมก็มองเห็นอีกด้านหนึ่งของตัวละครนั้น  แม้แต่ตัวละครร้าย เราก็อาจจะมองเห็นด้านดีของเขาได้ ถ้าเราอ่านแล้วคิดครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 15 ตุลาคม, 2009, 05:51:48 PM

  ไอ้เราอ่านนิยายเอาสนุก พอมาอ่านความคิดของคุณ gai แล้ว อายม้วนเลยค่ะ ว่าเราอ่านเสียตังค์นะ เพราะเป็นคนไม่คิด และไม่จำเลย เคยซื้อนวนิยายซ้ำกันบ่อยๆก้อไม่ใช่เพราะไม่จำหรอกหรือ
   เอาใหม่ ทีนี้อ่านต้องมานั่งวิเคราะห์เจาะลึกแล้วล่ะ ไม่งั้นเสียดาย ที่รู้จักนักอ่านตัวจริง แต่ไม่เก็บเอามาทำตาม
  คุณ gai แล้ว เราจะมีความสุขมั๊ยกับการที่เราได้คิดถึงใครสักคน ที่ไม่มีโอกาสจะเจอเลย ตอนนี้กำลังตั้งใจทำตามความคิดนั้น เพื่อให้ตัวเองมีความสุข ไม่งั้น เค้าจะเรียกว่า
             "  ชีวิต หรอก รึ " :drunk
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 16 ตุลาคม, 2009, 02:51:58 AM
มีคนเคยบอกผมว่า นิยาย ก็คือ เรื่องจริง  คนเขียนนิยายมักจะเอาตัวบุคคลจริงๆ ที่ได้เจอ ได้สัมผัส มาสร้างเรื่องขึ้น มีการใส่ความคิด จินตนาการ ของผู้เขียนเข้าไปในตัวละครเหล่านั้น  ทุกเรื่องมักจะมีแกนของความคิดที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ แง่มุมของชีวิต  ส่วนจะลึกลับซับซ้อนมากแค่ไหน ขึ้นกับความสามารถในการจินตนาการและการผูกเรื่องของผู้เขียน  เวลาอ่านผมถึงชอบเรียนรู้คนและความคิดในเรื่องนั้นๆ  ผมเป็นคนชอบเรื่องเก่าๆ มันทำให้ผมได้รับรู้ถึง ความแตกต่าง และความคล้ายคลึง ในทางความคิดของคนต่างยุค  มันทำให้ผมมองเห็นว่า ความเชื่อของเรานั้น มันถูกหล่อหลอมขึ้น  บางอย่างมันก็ไม่ใช่สัจจธรรม มันเป็นแค่ความเชี่อที่ฝังลึก  และถ้าเราวางมันลงได้ เราก็จะมองเห็นแง่มุมอื่นๆ และเข้าใจในบุคคลต่างเผ่าพันธ์ ต่างศาสนา ต่างความคิด ได้มากขึ้นครับ

ผมไม่แน่ใจว่า คุณ lonely คิดถึงคนคนนั้นในแง่มุมไหนบ้าง  ความทุกข์ กับความสุข มันคีอ สิ่งเดียวกัน เราเองต่างหากเป็นผู้แบ่งแยก เราอีกนั่นแหละ เป็นผู้กำหนดให้ตัวเราทุกข์ หรือ สุข  ถ้าเราตัดสัมผัสนั้นออกไปได้ เราก็จะไร้ทุกข์และก็อาจจะไร้สุข  ลองจินตนาการดูนะครับ ว่าถ้าคนๆ หนึ่ง พิการทางการรับรู้รส  กินอะไรก็แยกไม่ออกว่า หวาน เปรี้ยว เผ็ด ขมฯ  ความทุกข์กับความสุขของคนๆ นี้ ก็จะมีแต่ความอิ่มกับความหิว  ความสุขและความทุกข์จากรสชาดของอาหารจะหมดไป  ต่างกับคนที่สามารถรับรู้รสชาด ที่พอไม่ถูกปากก็จะกินไม่ลง ทั้งๆ ที่หิว กลายเป็นทุกข์ 2 ชั้น  แต่ถ้าอร่อยก็จะกินจนเกินพอดี มีความสุขกับการรับรสชาด แต่สุดท้ายก็ไปมีปัญหาด้านสุขภาพเกิดทุกข์อีก  ถ้าเราสามารถตัดความอิ่มกับความหิวไปได้อีก  กินเพื่อความเพียงพอ เพื่อการอยู่รอด เราก็ยิ่งจะตัดทุกข์และสุข ออกไปได้อีกชั้นหนึ่ง  มันก็จะถึงซึ่งการไร้ทุกข์และไร้สุขจากการกิน  พระสงฆ์ที่เคร่งๆ ถึงได้ ฉันรวม (ตัดรสชาด) และฉันเอกา ไงครับ

ความคำนึงถึง ก็เป็นความหิวอย่างหนึ่ง คุณ lonely ต้องแยกแยะเองว่า คุณหิวอะไร และทำอย่างไรถึงจะอิ่ม  ถ้าคุณเข้าใจตัวเอง และตัดได้ ผมว่ามันก็จะพ้นทุกข์  มองให้กว้าง มองหลายมุม จากหลายด้านครับ  ใช้สติและปัญญาของตนเอง  ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน  คนอื่นช่วยได้แค่ให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือได้เล็กน้อย  แต่ไม่มีใครสามารถแก้ปัญหาของตัวเรา นอกจากตัวเราเองครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 16 ตุลาคม, 2009, 09:06:54 AM

   ดีจัง  ที่ได้อ่านแง่มุมคิดคุณ gai มันช่วยได้ระดับหนึ่งและเข้าใจชีวิตมากขึ้น เพราะเรามัวแต่ไปยึดติด ต่อแต่นี้ จะพยายามตั้งใจไม่ให้ตัวเองต้องกลับไปทุกขืแบบนั้นอีก
   อยู่กับสิ่งที่เป็น เห็นกับสิ่งที่เจอ ไม่เพ้อฝันไปวันๆ แล้วเราคงจะพบความสุข ที่เราต้องเป็นคนเลือกและกำหนดเอง
   ขอบคุณ มิตรภาพทางอินเตอร์เนต ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าชีวิตคือชีวิต และทำให้เราได้รับคำแนะนำที่ดี พร้อมทั้งขอบคุณคุณ gai ที่มอบแง่คิดดีๆให้เสมอๆ Y] O0
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 16 ตุลาคม, 2009, 05:56:42 PM
ยินดีด้วยครับ ถ้าแนวความคิดของผมได้ช่วยให้ชีวิตคุณ lonely มีคุณภาพที่ดีขึ้น  แต่ผมก็ขอย้ำนิดนึงนะครับว่า มันเป็นแนวความคิด ความเชื่อของผม  อย่างที่เรียนไปก่อนหน้านี้ว่า ผมไม่ใช่ผู้เชียวชาญ ผมไม่เคยบวชเรียน สวดมนต์ก็ไม่ค่อยจะได้ ศีลก็ไม่ได้ถือ ปฏิบัติธรรม ผมก็ไม่เคยไป  แต่ผมยึดความคิดและความเข้าใจที่ผมเคยอ่านมาบ้างเป็นหลัก ผมอ่านแล้วผมคิด กลั่นกรองออกมาเป็นแนวที่ผมเขียน ซึ่งมันออกไปในแนวทางของพุทธนิกาย วชิรญาณ หรือตันตระ ที่ไม่ห้ามมากมายเหมือนกับแนวหินยาน  แนวทางมันออกจะหลุดไปทางที่พุทธบ้านเรายอมรับไม่ค่อยจะได้ เช่น ถ้าคุณสงสัยว่าศีลข้อแรกที่ห้ามฆ่า มันไม่ดีจริงหรือ คุณก็ลองทำดู แต่ต้องทำอย่างมีสติ แล้วศึกษาจากประสบการณ์ว่ามันไม่ดียังไง อะไรทำนองนี้ ซึ่งบางครั้งมันก็ฝืนความรู้สึก เข้าใจยากเหมือนกัน  ;D

แนวความคิดของผม อาจจะช่วยคุณได้บ้าง แต่ขอให้คุณใช้อย่างมีสติไตร่ตรอง  ไม่มีอะไรหรอกครับที่มันถูก หรือ ผิดไปทั้งหมด  บางครั้งมันก็อาจจะใช้ไม่ได้ในบางเรื่อง บางสถานการณ์  และก็อาจจะมีคนที่มีแนวทางที่ดีกว่าผม  ก็ขอให้คุณเปิดใจรับและพิจารณา  พูดง่ายๆ ก็คือ อย่างมงาย เชี่อ และยึดมั่น จนมากเกินไปครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 23 ตุลาคม, 2009, 04:52:20 PM

     ชีวิตบางทีคิดว่าตอนนี้ดีที่สุดแล้วนะ แต่มาค้นพบตัวเองว่าไม่ใช่ :nono
     เราน่าจะได้ทำสิ่งที่มันดีกับชีวิตเราอีกมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ :-*
     เราจะทำอย่างไรดี :'(
     เราอยากรู้ว่าคู่อื่นจะเป็นเหมือนเรามั๊ยน๊า...ที่เวลาจะไปใหนซักที่ :drive1
     ที่เราจะไปโดยไม่มีเค้าไปด้วย แล้วเราต้องขออนุญาติเค้า :cry2
     ถ้าเค้าอนุญาติก้อได้ไป... c)
     แต่...ถ้าเค้าไม่อนุญาติ...เราก้อไม่มีสิทธิ์ไปใหนทั้งสิ้น........ :nono
      ...............ชีวิตเรา.....คงต้องขึ้นอยู่กับเค้า ไปทั้งชีวิต.........(เศร้าจัง) :nonono
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 27 ตุลาคม, 2009, 04:03:31 PM
เมื่อวาน เดินผ่านแผงหนังสือ เตะตาเล่มนึงเลยซี้อมาอ่าน อ่านแล้วถูกใจ ก็เลยเอามาบอกต่อครับ  ลองดูว่าจะถูกใจเพื่อนๆ หรือไม่ แนะนำว่า ค่อยๆ อ่าน และคิดตาม หรือจะให้ดีคิดต่อยอดด้วยนะครับ  ผมว่ามันให้ข้อสรุป และ แนวทางแก้ปัญหาของตัวเราเองได้ดีทีเดียว
หนังสือของ วิน เอี่ยมอ่อง  ชือ รู้แล้วเหยียบไว้
ลองไปหาอ่านดูนะครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 28 ตุลาคม, 2009, 08:59:11 AM

     ชีวิตบางทีคิดว่าตอนนี้ดีที่สุดแล้วนะ แต่มาค้นพบตัวเองว่าไม่ใช่ :nono
     เราน่าจะได้ทำสิ่งที่มันดีกับชีวิตเราอีกมากกว่าที่เป็นอยู่นี้ :-*
     เราจะทำอย่างไรดี :'(
     เราอยากรู้ว่าคู่อื่นจะเป็นเหมือนเรามั๊ยน๊า...ที่เวลาจะไปใหนซักที่ :drive1
     ที่เราจะไปโดยไม่มีเค้าไปด้วย แล้วเราต้องขออนุญาติเค้า :cry2
     ถ้าเค้าอนุญาติก้อได้ไป... c)
     แต่...ถ้าเค้าไม่อนุญาติ...เราก้อไม่มีสิทธิ์ไปใหนทั้งสิ้น........ :nono
      ...............ชีวิตเรา.....คงต้องขึ้นอยู่กับเค้า ไปทั้งชีวิต.........(เศร้าจัง) :nonono

โถ่ๆๆๆ อ่านแล้ว ไม่ต้องท้อ
เราเองยัง  เวลาถามอะไร
แฟนต้องตอบว่า
...ไป 3 คน..(คือ รวมลูก อีก 1 คน)

ขนาดจะไปซื้อของ diy น่ะ คิดดูนะ ว่า มันพะรุงพะรังแค่ไหน
ทั้ง อุ้มลูก ดูลูก ถือหม้อแปลง แท่น ฯลฯ
ของไม่ครบ ต้องไป ณัฐพงษ์,บ้านหม้อ อีกรอบ
ก็ต้อง..ไป 3 คน..
เวลาไปไหน บางทีเราก็เหนื่อย อยากพัก แต่ว่าไม่ได้
จะตายอยู่แล้ว เป็นหอบหืด...ไปไม่ได้ (เราป่วยพอดี ขอนอนพักได้มั้ย)

ขนาดจะไปหาครูพี่เลี้ยง คุณครีเอท..ยังต้อง
..ไป 3 คน..
เราต้องบอกว่า ไม่ได้  เดี๋ยวลูกไปทำหลอดเขาแตก เลยไม่ได้ไปซักที
กว่าจะเสร็จเป็นตัว มีครู nim อาสาโทรมาหา ที่บ้าน ว่าจะมาสอนให้ที่บ้านเลย
เพราะ...ต้องไป 3 คน...

งาน Bav ปีนี้ ไม่ได้ไปเดินอย่างเดียว แต่ไป ขายขาตั้งด้วย
แรกๆ  แฟนยังบอก ไป 3 คน (แล้วจะขายยังไง..วะ..)

ไป 3 คน
ไป 3 คน
ไป 3 คน.... :whistling  คำนี้ ไม่ต้องถาม ยังรู้คำตอบเลย

ไม่เชื่อ ..ถามคนที่เขาเห็นภาพนี้
พ่อ อุ้มลูก
แม่ถือของพะรุงพะรัง
เดินหาของ.....ไป 3 คน (ท่องให้ขึ้นใจ ไม่ต้องถาม  Y] )
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 28 ตุลาคม, 2009, 09:44:47 AM
 
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า   นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า  "ครอบครัว"    ;D 


  ดีออก  ไปหลาย ๆ คนได้ไม่เหงา   d_d

 
   ...ไป 3 คน..(คือ รวมลูก อีก 1 คน)     O0
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: Create_Lek ที่ 28 ตุลาคม, 2009, 10:00:41 AM
 อ้าว... หลงมากระทู้ผู้หญิง เค้าคุยกัน  :)
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 28 ตุลาคม, 2009, 10:20:03 AM
 
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า   นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า  "ครอบครัว"    ;D 


  ดีออก  ไปหลาย ๆ ได้ไม่เหงา   d_d

ไม่เหงา จริงๆ
เพราะ ..ไป 3 คน
ลูกวิ่งวุ่นไปทั่ว (งานBav ครั้งที่แล้ว) ไปทำของเขาหล่น
ลำโพงคู่ละเป็นล้าน  ...ลูกวิ่งเข้าไปจับ :secret 
ตกใจ เพราะ..ไป 3 คน..

บางที แฟนอยากได้แผ่น ที่คลองถมกลางคืน เราอยากนอนกับลูก
แต่ ต้อง ..ไป 3 คน
ไม่ไป โดน ว่าอีก ว่าผิดสัญญา(ไปสัญญาตอนไหนไม่รู้  ;D) ลืมอะ  :black_eye
เดินไป จะหลับไป  :secret ลูกหลับไปแล้ว อุ้มไปด้วย
ถ้าไม่ไป ก็ ..งอน..ผู้ชายงอน น่ะ มันน่าดูที่ไหน  :yucky  :yucky  :yucky 

และ เนต ก็ ต้อง..เล่น 3 คน   :'(  :'(  :'(  เลยเหมือนเรา ขยันอ่าน diy  :showoff
แต่จริงๆ แล้ว..เล่น หน้าคอมอยู่ 3 คน   :secret

ว่าแล้ว กระทู้นี้ แฟนจะมาเล่น มาอ่านด้วย ตอนไหนไม่รู้นะ
..เพราะ เล่นเนต 3 คน   ;D

หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 28 ตุลาคม, 2009, 10:53:08 AM
  เอาน่า  คิดชะว่า เค้ารักเราก้อแล้วกัน  ไปไหน ทำอะไร เค้าก้ออยากทำด้วย  อยากให้เราร่วมด้วย :hug 

 ถ้าเกิดเค้าไม่ใส่ใจ     ...   อยากทำอะไร  อยากไปไหน เชิญ  ไม่สนขึ้นมาล่ะก้อ ทีนี้ล่ะ :cold   เด๋วจะมานั่งน้อยใจ  ว่าทำไม เค้าไม่สนใจอีก 

เฮ้อ นี่แหละผู้หญิง


   และ... ชีวิตคือชีวิต  d_d
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 14 พฤศจิกายน, 2009, 05:20:13 PM

  คุณpost อ่านแล้วคิดภาพออกเลย เรา3 คน ฮิฮิ มีลูกกวนตัว มี ผัว กวนใจ ฮ่าๆๆๆ :whistling
 ดีจะตายไป...ไปใหน หอบไปหมด ไอ้เรารึ สามีนี่ ลูกไม่เคยเอาเลย ไม่เคยช่วยเลี้ยงด้วยมีแต่จะผลิตอย่างเดียว ฮ่าๆๆๆ K]

ตอนนี้ดีหน่อยลูกๆโตหมดแล้วค๊า...
กลายมาเป็นสาว (น้อยหน่อย) อีกครั้ง...ชีวิตมีคุณค่าอีกเยอะๆๆ

  แต่ก้อนะ ชีวิตมักไม่สมบูรณ์แบบทุกอย่างหรอกค่ะ

  รักคนที่ไม่ได้อยู่ด้วย.. :'(    แต่คนที่อยู่ด้วย เรากับไม่รัก.... N]
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 15 พฤศจิกายน, 2009, 02:30:04 AM
กระทู้นี้เป็นขวัญใจเลย!!! นี้มีผู้ตอบครบ ร้อยพอดี อยากจะให้รางวัลเจ้าของกระทู้  แต่ต้องตามไปเอาที่อุบลฯแล้วละครับ... c) c) c)
 
เอ แล้วถ้าผมผ่านไปอุบลฯ จะไปรับรางวัลแทนได้มั้ยครับ  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: ใหญ่ ที่ 15 พฤศจิกายน, 2009, 07:29:31 AM

  รักคนที่ไม่ได้อยู่ด้วย.. :'(    แต่คนที่อยู่ด้วย เรากับไม่รัก.... N]

เคยเจอไหม  อยู่กับคนที่เราไม่รัก แต่เค้ารักเราน่ะ  มีความสุขมากกว่าอยู่กับคนที่เรารัก  แต่เค้าไม่เคยรักเรา  ดีแต่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เสมอๆ

ถ้าเป็นผม  ผมเลือกแบบแรกดีกว่าครับ เพราะอย่างน้อย เค้าก็ยังเทคแคร์  ดูแลเอาใจใส่เราครับ :) :)
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 16 พฤศจิกายน, 2009, 09:47:30 AM

  เหมือนเราตอนนี้ เราอยู่กับคนที่เค้ารักเรา แต่เราไม่ได้รักเค้า มันก้อนะ ทำใจ พยายามตั้งใจ ทาม-จาย-ให้รักเค้าอยู่ค่ะ

  อ้อ บ้านเราไม่ไกลจากอุบล แค่ 300 กว่ากิโล เดี๋ยว จา ไป อาว ของขวัญนะ ฮ่าๆๆๆ :drive1 :kicking :wiggle :yahoo :bye1
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: post-girl ที่ 16 พฤศจิกายน, 2009, 11:37:10 AM

  รักคนที่ไม่ได้อยู่ด้วย.. :'(    แต่คนที่อยู่ด้วย เรากับไม่รัก.... N]

เคยเจอไหม  อยู่กับคนที่เราไม่รัก แต่เค้ารักเราน่ะ  มีความสุขมากกว่าอยู่กับคนที่เรารัก  แต่เค้าไม่เคยรักเรา  ดีแต่สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เสมอๆ

ถ้าเป็นผม  ผมเลือกแบบแรกดีกว่าครับ เพราะอย่างน้อย เค้าก็ยังเทคแคร์  ดูแลเอาใจใส่เราครับ :) :)
คิดเหมือนกันเลยค่ะผู้กอง แค่คำว่า
เพราะอย่างน้อย เค้าก็ยังเทคแคร์  ดูแลเอาใจใส่เรา  คำนี้ก็พอแล้ว
แม่เคยถามเราว่า
-มีใครเคยซักผ้าให้เราบ้าง นอกจากแม่ และ สามี
-มีใครเคย รอเรากินข้าวบ้างนอกจาก แม่  และสามี
-มีใครสามารถเลี้ยงลูกให้เราได้ดี เท่า สามีเราบ้าง
ฯลฯ

แม่สอนว่า
**ขวัญกับเรียม รักกันจนวันตาย เพราะ ดันตายซะก่อนอยู่ด้วยกัน** 
ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ อยู่ที่ตัวเราต่างหากที่จะ ทำชีวิตให้อยู่ได้ยังไง

เพราะชีวิต คือ ชีวิต "จริง" ค่ะ คุณ โลนลี่
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 18 พฤศจิกายน, 2009, 09:56:40 AM

   เอ..ที่อุบล ทำไม ปล่อยให้คน นอนเหง่า ได้คนเดียวนี่ เป็นไปได้อย่างไร

   บ้านเรา ก้อเข้า หนาวววว เหมือนกัน

  แฮ่ๆๆประเทศไทยเหมือนกัลลล มันก้อหนาวเหมือนกันนั่นแหละโน๊ะ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 19 พฤศจิกายน, 2009, 09:08:47 AM

  เหมือนกัน เติบโตมาในวิถีชีวิตของคนตอนเหนือเกือบกลาง ชีวิตวัยเด็กก้อดี วิ่งเล่นตามพื้นดิน ปั้นดินเหนียว ยิงหนังสติ๊ก ตกปลา ตามประสา พอมาอายุ 15ปี เกิดวิกฤติทางครอบครัว เตี่ยโดนลอบยิง ต้องย้ายมาอยู่ที่อีสาน จนบัดนี้ กลายสภาพเป็นคนอีสานไปแย๊ววว....
   ชีวิตเรา มัน ยิ่งกว่านิยายอีกนะ :shutup  ดีแต่ตอนนี้ มีที่ปรึกษา ชั้นเซียน คอยให้กำลังใจ :wiggle และที่สำคัญ มีพี่ๆน้องๆ เพื่อนๆใน htg ได้ให้คำแนะนำ
จนไม่คิดว่า เออ..หนอ :wiggle ชีวิตเราไม่สิ้น ก้อดิ้นกันไป :showoff
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 19 พฤศจิกายน, 2009, 07:39:46 PM
นี่ละชีวิตจริงๆเลยครับ...
ผมเริ่มต้นทำงานก็ที่ภาคนี้ละ...อากาศหนาวๆ...วังเวงแบบนี้เลย...
ตอนนั้นอายุประมาณ 21 วัยกำลังกิน...กำลังนอน...กำลังเที่ยวเลยแหละ
แต่ไม่มีที่จะเที่ยว  บ้านพักที่อยู่ น้ำ-ไฟ ยังไม่มีเลย...ได้แต่ กินกับนอน
มาถึงตอนนี้...แม้จะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว...ก็ยังมีสภาพเหมือนเดิมไม่มีผืด
หวลคำนึงถีงชีวิตเรา สมัยนี้ข้าราชการระดับสูง ทำงานยากลำบากมากเพราะการเมืองมันบีบคั้นยิ่งนัก
คงทนอยู่ในระบบได้อีกไม่นาน...ทำให้คนอื่นมามากแล้ว คงต้องใช้เวลาที่เหลือทำให้ตัวเองบ้างละครับ
 :bye1 :bye1 :bye1
อ่านแล้วเศร้าใจครับ คนดีๆ ทำงานเพื่อประเทศเพื่อสังคม สั่งสมความดีมาเป็นสิบปี  ต้องมาผจญกับพวกลากตั้งที่ใช้เงิน ใช้อำนาจ เข้ามามีอำนาจ  ผลัดกันเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แล้วก็ทิ้งปัญหาให้คนทำงานต้องหาทางแก้  สุดท้ายคนดีๆ ทนไม่ได้ปล่อยให้สังคมตกเป็นของพวกกินชาติ  ใครว่า ประชาธิปไตยดีกว่าอมาตยาธิปไตย ผมไม่เห็นด้วย ไม่ว่าระบบไหนมันก็ดีทั้งนั้น ถ้าได้คนดีบริหาร  ถ้าเรามีประชาธิปไตยทีแท้จริง ได้คนดีมีความรู้มาทำงานเพื่อชาติ มันก็คงไม่เป็นปัญหาอย่างที่ทำให้คุณปลัดต้องท้ออย่างนี้  แต่นี่ระบบเรามันเป็น ธนาธิปไตย ธนบัตรเป็นใหญ่  คนส่วนใหญ่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ประเทศชาติ  ขนาดผลประโยชน์ส่วนตนเข้ากับต่างชาติ ก็ไปเข้ากับเค้าเป็นปี่เป็นขลุ่ย ลืมผลประโยชน์ของชาติเรากันไปหมด  หรือว่าเรากำลังจะกลายเป็นทาสชาติอื่นกันแล้ว  :(
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: ใหญ่ ที่ 19 พฤศจิกายน, 2009, 08:51:31 PM
นี่ละชีวิตจริงๆเลยครับ...
ผมเริ่มต้นทำงานก็ที่ภาคนี้ละ...อากาศหนาวๆ...วังเวงแบบนี้เลย...
ตอนนั้นอายุประมาณ 21 วัยกำลังกิน...กำลังนอน...กำลังเที่ยวเลยแหละ
แต่ไม่มีที่จะเที่ยว  บ้านพักที่อยู่ น้ำ-ไฟ ยังไม่มีเลย...ได้แต่ กินกับนอน
มาถึงตอนนี้...แม้จะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว...ก็ยังมีสภาพเหมือนเดิมไม่มีผืด
หวลคำนึงถีงชีวิตเรา สมัยนี้ข้าราชการระดับสูง ทำงานยากลำบากมากเพราะการเมืองมันบีบคั้นยิ่งนัก
คงทนอยู่ในระบบได้อีกไม่นาน...ทำให้คนอื่นมามากแล้ว คงต้องใช้เวลาที่เหลือทำให้ตัวเองบ้างละครับ
 :bye1 :bye1 :bye1
อ่านแล้วเศร้าใจครับ คนดีๆ ทำงานเพื่อประเทศเพื่อสังคม สั่งสมความดีมาเป็นสิบปี  ต้องมาผจญกับพวกลากตั้งที่ใช้เงิน ใช้อำนาจ เข้ามามีอำนาจ  ผลัดกันเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แล้วก็ทิ้งปัญหาให้คนทำงานต้องหาทางแก้  สุดท้ายคนดีๆ ทนไม่ได้ปล่อยให้สังคมตกเป็นของพวกกินชาติ  ใครว่า ประชาธิปไตยดีกว่าอมาตยาธิปไตย ผมไม่เห็นด้วย ไม่ว่าระบบไหนมันก็ดีทั้งนั้น ถ้าได้คนดีบริหาร  ถ้าเรามีประชาธิปไตยทีแท้จริง ได้คนดีมีความรู้มาทำงานเพื่อชาติ มันก็คงไม่เป็นปัญหาอย่างที่ทำให้คุณปลัดต้องท้ออย่างนี้  แต่นี่ระบบเรามันเป็น ธนาธิปไตย ธนบัตรเป็นใหญ่  คนส่วนใหญ่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ประเทศชาติ  ขนาดผลประโยชน์ส่วนตนเข้ากับต่างชาติ ก็ไปเข้ากับเค้าเป็นปี่เป็นขลุ่ย ลืมผลประโยชน์ของชาติเรากันไปหมด  หรือว่าเรากำลังจะกลายเป็นทาสชาติอื่นกันแล้ว  :(

คนเดี๋ยวนี้  เพื่ออำนาจ และเงินตรา ไม่ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน บางคนแม้แต่ประเทศชาติตัวเองก็คิดทำลายได้ครับ  ผมเป็นทหาร  เห็นสังคมภายนอก  เห็นข้าราชการพลเรือนอยู่กันแล้วหดหู่ครับ  อย่างที่บอก  การเมืองมีอำนาจมากมาย  ดีที่ทหารยังไม่อ่อนปวกเปียกขนาดนั้น ไม่งั้นก็คงมีวิถีชีวิตรับราชการที่คล้ายคลึงกันครับ  :nonono :nonono
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 19 พฤศจิกายน, 2009, 11:11:27 PM
นี่ละชีวิตจริงๆเลยครับ...
ผมเริ่มต้นทำงานก็ที่ภาคนี้ละ...อากาศหนาวๆ...วังเวงแบบนี้เลย...
ตอนนั้นอายุประมาณ 21 วัยกำลังกิน...กำลังนอน...กำลังเที่ยวเลยแหละ
แต่ไม่มีที่จะเที่ยว  บ้านพักที่อยู่ น้ำ-ไฟ ยังไม่มีเลย...ได้แต่ กินกับนอน
มาถึงตอนนี้...แม้จะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว...ก็ยังมีสภาพเหมือนเดิมไม่มีผืด
หวลคำนึงถีงชีวิตเรา สมัยนี้ข้าราชการระดับสูง ทำงานยากลำบากมากเพราะการเมืองมันบีบคั้นยิ่งนัก
คงทนอยู่ในระบบได้อีกไม่นาน...ทำให้คนอื่นมามากแล้ว คงต้องใช้เวลาที่เหลือทำให้ตัวเองบ้างละครับ
 :bye1 :bye1 :bye1
อ่านแล้วเศร้าใจครับ คนดีๆ ทำงานเพื่อประเทศเพื่อสังคม สั่งสมความดีมาเป็นสิบปี  ต้องมาผจญกับพวกลากตั้งที่ใช้เงิน ใช้อำนาจ เข้ามามีอำนาจ  ผลัดกันเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แล้วก็ทิ้งปัญหาให้คนทำงานต้องหาทางแก้  สุดท้ายคนดีๆ ทนไม่ได้ปล่อยให้สังคมตกเป็นของพวกกินชาติ  ใครว่า ประชาธิปไตยดีกว่าอมาตยาธิปไตย ผมไม่เห็นด้วย ไม่ว่าระบบไหนมันก็ดีทั้งนั้น ถ้าได้คนดีบริหาร  ถ้าเรามีประชาธิปไตยทีแท้จริง ได้คนดีมีความรู้มาทำงานเพื่อชาติ มันก็คงไม่เป็นปัญหาอย่างที่ทำให้คุณปลัดต้องท้ออย่างนี้  แต่นี่ระบบเรามันเป็น ธนาธิปไตย ธนบัตรเป็นใหญ่  คนส่วนใหญ่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ประเทศชาติ  ขนาดผลประโยชน์ส่วนตนเข้ากับต่างชาติ ก็ไปเข้ากับเค้าเป็นปี่เป็นขลุ่ย ลืมผลประโยชน์ของชาติเรากันไปหมด  หรือว่าเรากำลังจะกลายเป็นทาสชาติอื่นกันแล้ว  :(

คนเดี๋ยวนี้  เพื่ออำนาจ และเงินตรา ไม่ว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน บางคนแม้แต่ประเทศชาติตัวเองก็คิดทำลายได้ครับ  ผมเป็นทหาร  เห็นสังคมภายนอก  เห็นข้าราชการพลเรือนอยู่กันแล้วหดหู่ครับ  อย่างที่บอก  การเมืองมีอำนาจมากมาย  ดีที่ทหารยังไม่อ่อนปวกเปียกขนาดนั้น ไม่งั้นก็คงมีวิถีชีวิตรับราชการที่คล้ายคลึงกันครับ  :nonono :nonono
ดีใจครับ ที่ยังมีทหารที่รักชาติ เห็นแก่ประเทศชาติจริงๆ  ไม่ใช่เหลือแต่ทหารรับใช้นักการเมือง หาแต่ประโยชน์ใส่ตัว ขอเป็นกำลังใจให้ครับ  :victory  :victory
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 20 พฤศจิกายน, 2009, 08:49:56 AM

     อิ อิ เจอคนรักชาติ อีกเยอะเลย เรารักพระเจ้าอยู่หัว

  แต่ เอ...พวกเราจะก้าว ขา ข้างหนึ่ง ใกล้ ตะแรงแกรง หรือเปล่าน๊อ....ฮ่าๆๆๆๆ

  ดีใจที่คุณ gai และคุณ Kron ให้แง่คิดดีๆ งั้นพวกเราต้องช่วย คุณปลัด แล้วล่ะ

 อย่าให้ใครมาทำลาย ปลัด  ดีๆ อีกน๊า ..ค๊า.... ((

 
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 21 พฤศจิกายน, 2009, 08:58:38 AM

    ลูกสาว ชอบหนังสือ ธรรมะมากๆๆ เมื่อวานไปร้านหนังสือได้แต่หนังสือ ท่าน ว.วชิร มา4-5 เล่ม แปลกแต่จริง  :nonono

    ส่วนเรา (แม่) อ่านแนวนวนิยายประเภท สืบสวน สอบสวน นิยายแปล และเบื่อมากๆ ก้ออ่านแนวเศรษฐกิจบ้าง ถ้าเซ็งมาก อ่านนวนิยาย หวานแหวว ไปเล๊ย 2f

    ชีวิต หนอ ชีวิต

   ไฉนเป็นอย่างนี้.......อิอิ

   กำลังตามหนังสือที่คุณ GAI แนะนำอยู่ค๊า.... :drunk
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 28 พฤศจิกายน, 2009, 04:35:17 PM

   ถ้าเราตั้งความหวังไว้อย่างหนึ่งแล้ว แต่ผลรับมันไม่เป็นดั่งหวัง........... Y]

  เราควร รอ ต่อไปมั๊ย............. :giveup

  ที่ไม่เป็นดังหวัง เพราะเราและคนที่เราหวัง มีข้อจำกัด........... :nono

  ไม่เข้าใจว่า ทำไมชีวิตของเรา จึงมีแต่การตั้งความหวัง............. N]

  และการ รอคอย เท่านั้น........ :cry2
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 29 พฤศจิกายน, 2009, 10:03:41 PM

    ลูกสาว ชอบหนังสือ ธรรมะมากๆๆ เมื่อวานไปร้านหนังสือได้แต่หนังสือ ท่าน ว.วชิร มา4-5 เล่ม แปลกแต่จริง  :nonono

    ส่วนเรา (แม่) อ่านแนวนวนิยายประเภท สืบสวน สอบสวน นิยายแปล และเบื่อมากๆ ก้ออ่านแนวเศรษฐกิจบ้าง ถ้าเซ็งมาก อ่านนวนิยาย หวานแหวว ไปเล๊ย 2f

    ชีวิต หนอ ชีวิต

   ไฉนเป็นอย่างนี้.......อิอิ

   กำลังตามหนังสือที่คุณ GAI แนะนำอยู่ค๊า.... :drunk
คุณ lonely ไม่ได้อยู่ใน กทมฯ ใช่มั้ยครับ ไม่รู้ว่าที่จังหวัดที่คุณอยู่จะมีขายหรือปล่าว
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: ใหญ่ ที่ 30 พฤศจิกายน, 2009, 01:57:56 AM
การอยู่ในสังคม  มิใช่ว่าจะต้องโอนอ่อนผ่อนตามคนมีอำนาจอยู่ร่ำไป  เช่นกัน มิใช่ว่าต้องแข็งขันกับผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานจนเสียคน  หลักการทางทหาร

....จงแข็งแกร่ง  แต่อย่าแข็งกร้าว

..........จงอ่อนโยน  แต่มิใช่อ่อนแอ

..................อย่ายอมแพ้  กับสิ่งที่ชั่วร้าย

............................อย่ายอมตาย  กับสิ่งที่ไม่คู่ควร


แข็งในสิ่งที่ควรแข็ง  อ่อนในสิ่งที่ควรอ่อน ดีที่สุดครับ   พูดได้  แต่บางทีมันก็ทำไม่ได้ครับ  ;D ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 30 พฤศจิกายน, 2009, 09:32:39 AM

   หาเจอแล้วค่ะ หนังสือที่คุณ gai แนะนำ คิดว่าคืนนี้ต้องอ่านให้พยายามจบ แม๊ะ แหม บ้านเราก้อแค่ใกล้กับบ้านคุณปลัดนั่นแหละ ห่างกัน นิ๊ด เดียว 300 กว่า โล เอง ฮ่าๆๆ แต่กับผู้กอง นี่ ไกลโรด..เล๊ย เด้อ..

    ตอนนี้ที่จังหวัดเรา เค้ามีงาน ใหม ประเพณีผูกเสี่ยว เด้อ ค๊า.. c)
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: wmm ที่ 30 พฤศจิกายน, 2009, 10:00:30 AM
แอบอ่านกระทู้นี้ซะนาน ที่แท้คุณ lonely ก็อยู่ที่ๆผมไปบ่อยๆนี่เอง d_d
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 30 พฤศจิกายน, 2009, 03:16:19 PM

     บ้านใกล้เรือนเคียง หมู่เฮาเอง :headphone
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 01 ธันวาคม, 2009, 09:46:41 AM

   จังหวัดที่คุณปลัดอยู่ เราเคยไปเที่ยวมาเหมือนกัน สัก 15 ปีที่แล้ว จำได้ว่า ถนนนี่มันเป็นเส้นตรงตลอดเลย

  และไปเที่ยวบึงด้วย จำไม่ได้ว่าบึงอะไร แต่ไปตอนนั้น ยังวัยละอ่อน แต่ ตอนนี้ ละอ่อนน้อยไปหน่อยแย๊ว..

  แล้วคุณปลัด ล่ะ ตอนนี้ที่โน่น เป็น จั๊งได..บ่อ ต้อง เครียด เด้อ...

  DIY ไปเรื่อยๆ เด้อ.. :drive1
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 02 ธันวาคม, 2009, 08:48:47 AM


  แล้ว..ตอนนี้มีอ๊ะเปล่า ล่ะ ค๊า..คุณปลัด

 อ้อ  ฝากบอกคุณ gai เมื่อคืนอ่านหนังสือที่แนะนำมา ปรากฎว่าได้ผลแฮะ คนข้างกายเรามีนิสัยเหมือนที่เค้าบอก  :nonono

 ปรากฎว่า พอบอกเค้าไป ระเบิด ตูม ใหญ่เลยค่ะ เถียง กันทั้งคืน N]

 เฮ้อ  ..ชีวิต หนอ ชีวิต  ช่างมีเรื่องให้ชวนทะเลาะกันจนได้ ฮ่าๆๆๆ 2f

 เมื่อคืน กว่าจะนอนได้ เล่นเอา เหงื่อตกเลย แหะๆๆ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: ใหญ่ ที่ 02 ธันวาคม, 2009, 11:25:20 AM


  แล้ว..ตอนนี้มีอ๊ะเปล่า ล่ะ ค๊า..คุณปลัด

 อ้อ  ฝากบอกคุณ gai เมื่อคืนอ่านหนังสือที่แนะนำมา ปรากฎว่าได้ผลแฮะ คนข้างกายเรามีนิสัยเหมือนที่เค้าบอก  :nonono

 ปรากฎว่า พอบอกเค้าไป ระเบิด ตูม ใหญ่เลยค่ะ เถียง กันทั้งคืน N]

 เฮ้อ  ..ชีวิต หนอ ชีวิต  ช่างมีเรื่องให้ชวนทะเลาะกันจนได้ ฮ่าๆๆๆ 2f

 เมื่อคืน กว่าจะนอนได้ เล่นเอา เหงื่อตกเลย แหะๆๆ

เบาๆหน่อยก็ได้  อย่าหักโหมจนหมดแรงเดินนะครับ  เหงื่อตกแค่จิ๊บๆ  ;D ;D ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 02 ธันวาคม, 2009, 01:39:33 PM


  แล้ว..ตอนนี้มีอ๊ะเปล่า ล่ะ ค๊า..คุณปลัด

 อ้อ  ฝากบอกคุณ gai เมื่อคืนอ่านหนังสือที่แนะนำมา ปรากฎว่าได้ผลแฮะ คนข้างกายเรามีนิสัยเหมือนที่เค้าบอก  :nonono

 ปรากฎว่า พอบอกเค้าไป ระเบิด ตูม ใหญ่เลยค่ะ เถียง กันทั้งคืน N]

 เฮ้อ  ..ชีวิต หนอ ชีวิต  ช่างมีเรื่องให้ชวนทะเลาะกันจนได้ ฮ่าๆๆๆ 2f

 เมื่อคืน กว่าจะนอนได้ เล่นเอา เหงื่อตกเลย แหะๆๆ
กรรมเวร อ่านยังไง หนังสือสอนให้เรารู้จักชักนำคนอื่นให้คล้อยตามเรา อ่านดูใหม่ดีๆ ครับ มีเทคนิคเยอะ ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: -seednew ที่ 05 ธันวาคม, 2009, 10:20:35 PM
พึ่งจบจากการเรียน ตอนนี้ก้อคือ ประตูบานต่อไป   :showoff
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 09 ธันวาคม, 2009, 09:06:16 AM

 ไปเที่ยวเสียหลายวันเลย จริงนะ คุณ gai กรรมเวรจริงๆ คือไปอ่านตอนที่เค้าบอกคนเราจะเร่งทำงานให้เสร็จเมื่อถึงเวลาที่เป็นเส้นตายไง ทีนี้ เราเลยบอกพ่อเจ้าประคูณทูลหัว เพราะแกชอบทำแบบนี้ไง เท่านั้นแหละ งานเข้าเลย โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเลย ฮ่าๆๆๆ :cry2
  มันมีเทค-กะ-นิค ในการอ่านแล้วนำไปใช้ได้เยอะน๊า..ขอบอก :shutup
  คุณ  seed พึ่งเรียนจบ อาไร..
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 28 มกราคม, 2010, 05:11:41 PM

    มีเรื่องบางเรื่องที่เป็นสิ่งดีๆ และอยู่ในความทรงจำที่ดี เราควรต้องเก็บมันเอาไว้ใช่มั๊ย Y]

  เรามีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มันเป็นเรื่องของพรหมลิขิตและแรงบันดาลใจ O0

  เราเชื่อแล้วว่า เมื่อเราตั้งใจและอธิฐานอะไรไปและเราสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน มันจะเกิดผลดีกับสิ่งที่เราต้องการและอธิฐานไปนั้น Y]

 เราเชื่อแล้วว่า ...คนเราต้องมีวันที่ ฟ้า..เปิดสำหรับเราบ้าง ไม่ว่าวันใดก้อวันหนึ่ง :victory

       ขอเราอย่าท้อ ขอเราให้อดทน..........แม้ระยะเวลาจะยาววววไกลลลลล :bye1
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 29 มกราคม, 2010, 12:21:23 PM

    มีเรื่องบางเรื่องที่เป็นสิ่งดีๆ และอยู่ในความทรงจำที่ดี เราควรต้องเก็บมันเอาไว้ใช่มั๊ย Y]

  เรามีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มันเป็นเรื่องของพรหมลิขิตและแรงบันดาลใจ O0

  เราเชื่อแล้วว่า เมื่อเราตั้งใจและอธิฐานอะไรไปและเราสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน มันจะเกิดผลดีกับสิ่งที่เราต้องการและอธิฐานไปนั้น Y]

 เราเชื่อแล้วว่า ...คนเราต้องมีวันที่ ฟ้า..เปิดสำหรับเราบ้าง ไม่ว่าวันใดก้อวันหนึ่ง :victory

       ขอเราอย่าท้อ ขอเราให้อดทน..........แม้ระยะเวลาจะยาววววไกลลลลล :bye1
POSITIVE THINKING ครับ  กำลังฮิตเลย  :clap
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 29 มกราคม, 2010, 03:02:48 PM
คุณ Gai นี่สุดยอดของคำคมเลยนะ แต่วันนี้เราว่าเรารู้สึกเหงาๆอีกแล้วล่ะ :victory

เราอยู่ไกล เค้าอยู่ไกล :nonono

ใจก้อคอยแต่ห่วงหา :nonono

ยามไกลตาใช่ว่าจะไกลใจ N]

ขอเพียงเราต่างมี เวลา ที่สามารถ จูนเข้าหากันได้บ้าง จะดีไม่น้อยนะ :cry2
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 29 มกราคม, 2010, 04:53:54 PM
คุณ Gai นี่สุดยอดของคำคมเลยนะ แต่วันนี้เราว่าเรารู้สึกเหงาๆอีกแล้วล่ะ :victory

เราอยู่ไกล เค้าอยู่ไกล :nonono

ใจก้อคอยแต่ห่วงหา :nonono

ยามไกลตาใช่ว่าจะไกลใจ N]

ขอเพียงเราต่างมี เวลา ที่สามารถ จูนเข้าหากันได้บ้าง จะดีไม่น้อยนะ :cry2

  อ่านแล้วเหงา ๆ เศร้า ๆ ยังไงไม่รู้นะคะพี่ Lonely    :'(

  ตอนนี้ก้อเหงาๆ รู้สึกใจมันแกว่ง ๆ ยังไงไม่รู้ มันหวิว ๆ อยู่ข้างใน  อยากร้องไห้  แต่ ทำไม่ได้   อึดอัด เนอะ

  เฮ้อ เศร้า  ชีวิตก้อแบบนี้แหละค่ะ  เรากำหนดอะไรไม่ได้ซักอย่าง   N]


หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 29 มกราคม, 2010, 05:52:18 PM

  ต้องขอโทคุณ 69 ที่ปล่อยให้ตามหา ฮ่าๆๆๆ  c)ไม่ได้หายไปใหน เพียงแต่หลบใจที่คอยว้าวุ่น ถึงคนอื่นเท่านั้นเอง ((

  แล้วคุณ 69 ล่ะ ชีวิตคือชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร

  จริงก้อแอบเหงาอยู่นะ

 เลยหลบไปจาก htg นี่แหละอิอิ ต่อแต่นี้จะพยายามมาไม่ให้หาย ปาย-หยาย-แย๊ว :wiggle
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: meine 69 ที่ 30 มกราคม, 2010, 10:23:27 AM

  ต้องขอโทคุณ 69 ที่ปล่อยให้ตามหา ฮ่าๆๆๆ  c)ไม่ได้หายไปใหน เพียงแต่หลบใจที่คอยว้าวุ่น ถึงคนอื่นเท่านั้นเอง ((

  แล้วคุณ 69 ล่ะ ชีวิตคือชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร

  จริงก้อแอบเหงาอยู่นะ

 เลยหลบไปจาก htg นี่แหละอิอิ ต่อแต่นี้จะพยายามมาไม่ให้หาย ปาย-หยาย-แย๊ว :wiggle

  ชีวิตช่วงนี้ก้อแกว่ง ๆ น่ะคะพี่ lonely สงสัยดวงจะชงกับพี่เสือค่ะ  N]

  จิตใจว้าวุ่น แต่ไม่มีที่ไหนให้หลบพักใจได้เลยค่ะ  :giveup

   กลับมาออนบ่อย ๆ นะคะ คิดถึง  :)
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 30 มกราคม, 2010, 11:35:07 AM

  ต้องขอโทคุณ 69 ที่ปล่อยให้ตามหา ฮ่าๆๆๆ  c)ไม่ได้หายไปใหน เพียงแต่หลบใจที่คอยว้าวุ่น ถึงคนอื่นเท่านั้นเอง ((

  แล้วคุณ 69 ล่ะ ชีวิตคือชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร

  จริงก้อแอบเหงาอยู่นะ

 เลยหลบไปจาก htg นี่แหละอิอิ ต่อแต่นี้จะพยายามมาไม่ให้หาย ปาย-หยาย-แย๊ว :wiggle

  ชีวิตช่วงนี้ก้อแกว่ง ๆ น่ะคะพี่ lonely สงสัยดวงจะชงกับพี่เสือค่ะ  N]

  จิตใจว้าวุ่น แต่ไม่มีที่ไหนให้หลบพักใจได้เลยค่ะ  :giveup

   กลับมาออนบ่อย ๆ นะคะ คิดถึง  :)
ปีเสือปีนี้ดุน่าดูเลย คนรู้สึกไม่ดีกันเยอะ
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ
ตนเท่านั้น ที่เป็นที่พึ่งแห่งตนที่ดีที่สุด  K)
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 30 มกราคม, 2010, 12:20:28 PM


 เฮ้อ...ทำไงดีนะ :'(

   ปีนี้ครายๆ ก้อบอก ดุ เราเชื่อว่าทุกปีมีทั้งดีและไม่ดี

   ขึ้นอยู่กับตัวเราว่า เราจะคิด บวก หรือเปล่า ใช่มั๊ยคุณ gai

  l ส่วนเรา ปีใหนๆ ใจก้อเหมือนเดิม กายมีแต่เสื่อมลง แต่ความคิดนี่ซิ...ไปเรื่อยเลย :bye1
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 31 มกราคม, 2010, 12:24:36 AM


 เฮ้อ...ทำไงดีนะ :'(

   ปีนี้ครายๆ ก้อบอก ดุ เราเชื่อว่าทุกปีมีทั้งดีและไม่ดี

   ขึ้นอยู่กับตัวเราว่า เราจะคิด บวก หรือเปล่า ใช่มั๊ยคุณ gai

  l ส่วนเรา ปีใหนๆ ใจก้อเหมือนเดิม กายมีแต่เสื่อมลง แต่ความคิดนี่ซิ...ไปเรื่อยเลย :bye1
แบบนี้ น่าจะจิดเป็น จิตวิทยาหมู่ (mob psychology)  โดยมีการชักนำโดยคนที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสาธารณะ (หมอดูชื่อดัง)  ซึ่งถ้าพิจารณาดีๆ อย่างที่คุณ lonely ว่า ในความเป็นจริง มันก็มีทั้งดีและไม่ดีอยู่ตลอดเวลา
การคิดบวกเป็นการแก้ที่ดีจริงๆ อย่างที่คุณ lonely ว่าเลยครับ  ยิ่งถ้าคิดบวกสวนกระแสได้ ก็มีโอกาสจะมองเห็นโอกาสในวิกฤตได้ง่ายขึ้น

กายเสื่อมเป็นไปตามสังขารที่ไม่เที่ยง  ไม่มีวิถีทางไหนที่หยุดมันได้  คุณ lonely เข้าใจได้ดี ก็น่าจะเข้าถึงใจของตนเอง แยกแยะความจริงกับความเพ้อฝันออกจากกันได้ ความคิดถึงได้เจริญงอกงามไปเรื่อย  เยี่ยมมากเลยครับ  O0
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 01 กุมภาพันธ์, 2010, 05:41:20 PM

  ไม่หรอก ถ้าเราคิดได้บวก อย่างที่คุณ gai บอกนะ ป่านนี้ไม่ต้องมานั่งเป็นทุกข์ แบบนี้หรอก ค่ะ

  เพราะเรา ไม่ยอมปล่อยวาง ในบางเรื่อง กับ จมปลัก กับความคิดเดิมๆ

  ประมาณว่า   ...รักไม่ยอมเปลื่ยนแปลง น่ะ....ฮ่าๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 02 กุมภาพันธ์, 2010, 11:18:14 AM


    ;Dขอบคุณคุณปลัดที่ทำให้เช้านี้ได้หัวเราะ เอิ๊ก เอิ๊ก

    คิดว่าคุณปลัด มัวแต่ไปนั่งฟังธรรม ซะแล้ว

  ถามจริง ถามท่านแบบนั้น อีหลีอ่ะ :victory
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 02 กุมภาพันธ์, 2010, 11:24:55 AM
ผมเคยไปฟังธรรมจากพระวัดป่าแห่งหนึ่ง ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ระดับเจ้าอาวาส
ท่านพูดถึงการปฏืบัติธรรม การทำจิตให้ว่าง การละกิเลสในขั้นต่างๆ เหมือนในหนังสือ.....
ท่านพูดอยู่นาน พอท่านพูดจบ ผมถามท่านว่า "ที่ท่านพูดมาทั้งหมดนี้ ท่านทำได้ใหมครับ".....
เท่านั้นละ กระโดดหนีเกือบไม่ทัน ถึงได้รู้ว่าท่านเหมือนกับหลายๆคนที่เป็นนักอ่าน นักคิด แต่ไม่เคยปฏิบัติ.....
ชอบสอน...เอ่าความรู้จากหนังสือมาสอน ...ใส่ความคิดตัวเองลงไปด้วย ไม่ใช่จากประสบการณ์ สอนไปก็คงไม่มีใครไปนิพพานได้หรอกครับ
มีแต่จะพากันลงนรก..... :nono :nono :nono

 
 

นั่นแหละครับ ปัญหาของสังคมเราทุกวันนี้  ชอบอ่าน ชอบสอน แต่ไม่ชอบคิด ไม่ชอบทำ
ผมเจอมากระทั่งว่า เรียนมา ทำงานแล้ว แต่พอเราซักไป กลับตอบเราไม่ได้ ไปๆ มาๆ เราไม่ได้เรียนมา แต่กลับต้องมาสอนเค้าซะอีก
ผมเคยเขียนบอกแล้วว่า ผมไม่เคยบวชเรียน และก็ไม่สนับสนุนแล้วกระทั่งลูกให้บวชตามธรรมเนียมด้วย 
ลูกอยากบวช ผมก็กำชับว่า บวชต้องมีจุดประสงค์ บวชต้องเพื่อเรียนรู้จริง
ส่วนตัวผมเองชอบอ่าน ชอบคิด เลยมีอะไรแปลกๆ  มาเขียนเล่น  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 02 กุมภาพันธ์, 2010, 05:40:42 PM

   นับถือเลยอ่ะ คุณ gai มีความคิดและแง่มุมที่ดี เราเอง ยังได้ข้อคิดหลายๆอย่างจากคุณ gai

  ตอนนี้ อยากให้ใจตัวเองสงบ แต่อย่าบอกให้นั่งสมาธิ อย่าบอกให้สวดมนต์ ทาม-ม่าย-ด้าย

        ขอคำจำกัดความว่า   อยู่อย่างสงบไม่เป็นทุกข์เพราะคนอื่น
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 02 กุมภาพันธ์, 2010, 06:07:56 PM

   นับถือเลยอ่ะ คุณ gai มีความคิดและแง่มุมที่ดี เราเอง ยังได้ข้อคิดหลายๆอย่างจากคุณ gai

  ตอนนี้ อยากให้ใจตัวเองสงบ แต่อย่าบอกให้นั่งสมาธิ อย่าบอกให้สวดมนต์ ทาม-ม่าย-ด้าย

        ขอคำจำกัดความว่า   อยู่อย่างสงบไม่เป็นทุกข์เพราะคนอื่น
การนั่งสมาธิ การสวดมนต์เป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้ใจสงบ แต่ว่าเป็นแค่ขั้นแรกเท่านั้น 
ขั้นต่อไปนั้นสำคัญกว่า คือเมื่อสงบแล้วใช้ ปัญญาพิจารณาดูเหตุและผลแห่งทุกข์นั้น
ซึ่งก็มีการสรุปเป็นแนวทางอยู่แล้ว คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
อันที่จริง ถ้าเราฝึกการใช้ปัญญา จนเป็นนิสัย  ผมว่าการถือคืล และการนั่งสมาธิ นั้นก็อาจจะไม่จำเป็น
แนวทางของพุทธที่ผมยึดคือการเข้าใจเหตุแห่งทุกข์ และการตอสนองของจิตต่อเหตุเหล่านั้น  รู้เท่าทันมัน แล้วก็ควบคุมมัน
อย่าเข้าข้างตนเอง  อย่าใช้ 2 มาตราฐาน  ;D  เราคิดต่อผู้อื่นอย่างไร ก็คิดกับตนเองอย่างนั้น เราก็จะเข้าใจตนเอง
จากนั้น ก็ปลงครับ รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ทำได้แค่ไหน  ก็พอใจในสิ่งที่มีอยู่เท่านั้น  ใจก็น่าจะเป็นสุขครับ
เอ คิดไปเขียนไป ชักเริ่มงงเอง  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 04 กุมภาพันธ์, 2010, 09:25:57 AM
ที่คุณ gai ว่า การถือคืล และการนั่งสมาธิ นั้นก็อาจจะไม่จำเป็น

ผมกลับเห็นว่าจำเป็น เพราะการไม่เบียดเบียน ก็คือ "ศีล"
การทำสมาธิ  จะทำให้ใจเราสงบเป็นหนึ่งเดียว 
ไม่ลำเอียง ไม่แบ่งเป็น 2 มาตรฐาน  แบบที่คุณ gai ว่า
เพราะฉะนั้น ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการกระทำใดๆ
ก็จะบริสุทธิไม่มีอคติไปด้วย มันเป็นพื้นฐานของกับและกัน
...[color=yellow]เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ[/color]...

ใช่ครับ จำเป็นสำหรับคนทั่วไปที่ไม่สามารถควบคุมจิตของตนได้
แต่ที่ผมเขียน ก็เพราะผมเห็นคนที่สามารถควบคุมจิตของตนได้โดยแนวทางอื่นที่ไม่ใช่การถือศีล และนั่งสมาธิ
ผมเขียนเพื่อชักนำให้คิดนอกกรอบครับผม
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 08 กุมภาพันธ์, 2010, 09:19:04 AM
มีเหรอครับ "คนที่ควบคุมจิตของตนเองได้" ถ้ายังไม่ใช่พระอริยะบุคคล
หรืออาจเป็นแนวทางของศาสนาหรือลัทธิอื่น  เพราะในศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนเอาไว้
ผมคงเชื่อแต่คำสอนของ "พระพุทธเจ้า" เท่านั้น ผมไม่อาจบัญญัติคำสอนของตนเอง  
เพราะผมคงไม่เก่งกว่าพระพุทธเจ้าไปได้ และสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ ผมก็สามารถปฏิบัติตามได้
ว่าแต่ว่า สิ่งที่คุณ gai เคยเห็นมา คุณ gai สามารถปฏิบัติตามได้ไหมครับ  หรือว่าเป็นความสามารถเฉพาะบุคล
ห้ามลอกเลียนแบบ???
ที่ผมพูดถึงนั้น ผมได้อ่านและศึกษาครับ พิจารณาจากแนวทางอื่นที่ไม่ใช่พุทธที่เรารู้จักเพียงอย่างเดียวครับ  พุทธเองก็ยังมีอีกหลายแนว ของเราเป็น หินยานที่ยึดการถือศีล แต่วชิรญาณ มหาญาณ เซ็น ฯลฯ มีแนวทางที่แตกต่างจากเรา  แม้แต่ศาสนาอื่น ไม่ว่าจะเป็นคริสต์สารพัดนิกาย มุสลิม เหล่านี้ ล้วนมีผู้สำเร็จญาณ โดยไม่ได้เดินตามทางพุทธเลย  หรือแม้แต่ในพุทธที่เรายึดถือ ถ้าคุณปลัดจะพินิจ พิจารณาให้ดี ออกนอกกรอบที่ตีไว้ จะเห็นว่า พระพุทธเจ้าเราเองก่อนจะบรรลุขั้นสุดยอด ก็ได้บรรลุในชั้นต้นๆ ตั้งแต่ยังไม่เป็นมนุษย์ (พระพุทธโคดม มีกำเนิดจากโค ตามความเชื่อของพุทธ)  แม้แต่ในพระไตรปิฏก ก็มีการเอ่ยถึงการยึดถือศีลแล้วไม่บรรลุของพระอริยะที่ได้ชื่อว่า มีความจำเป็นเลิศแม่นยำในศีลทุกข้อ คือ พระอานนท์  สุดท้ายท่านสำเร็จอรหันต์ตอนที่หมดความอดทน เลิกยึดติดศีล ใช่มั้ยครับ
คำสอนของพระพุทธเจ้าเอง ที่เรารู้จักนี้ ก็เป็นคำสอนที่ถูกเรียบเรียงขึ้นครับ  พระไตรปัฏกฉบับที่เรายึดติดนั้น ถูกเขียนขึ้นหลายครั้ง จากผู้ที่มีความรู้แต่ยึดติดกับจารีตบางอย่างในหลายๆ สมัย บางเรื่องผมเองก็ไม่เข้าใจ และรับไม่ได้ อย่างการกดขี่ทางเพศที่มีปัญหาไปไม่นานนี้  ผมไม่เข้าใจว่าทำไม พุทธฯ บ้านเราถึงได้มีปัญหากับการบวชภิกษุณีนัก ถึงกับประกาศตัดขาดวัดที่รับฝรั่งเพศแม่มาบวช
ผมเองก็ไม่ได้บัญญติคำสอนเอง แต่อยากให้ท่านปลัดได้เปิดใจ อ่านหนังสือพุทธจากแหล่งอื่นบ้าง  ทูกสาขา ทุกนิกาย ก็รับมาจากพระพุทธเจ้าทั้งนั้นครับ แต่การตีแผ่ ขยายความ มันแตกต่างกันออกไป บางสาขาก็เพี้ยนไปมาก  ถ้าท่านปลัดพิจารณาดูให้ดี พุทธฯ ในบ้านเรา ส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) ไม่ใช่พุทธฯ ครับ เปลือกภายนอกเป็นพุทธ แต่ภายในเป็นพราหมณ์  เอาแค่การห้อยพระเครี่อง กราบพระพุทธรูป นี่ที่จริง ก็ไม่ใช่พุทธแล้วครับ

ผมเชื่อว่า ในจักรวาล ธรรมชาติ มีกฏแห่งความสมดุลย์ ที่จะรักษาองค์ประกอบของจักรวาลเอาไว้  กฏเกณฑ์เหล่านี้ ยากที่เราจะหยั่งถึง และมีความลึกลับมากมาย มีเหตุมีผลในทางของมัน ที่ความคิด ความรู้สึกของเราเองก็ไม่อาจจะเข้าใจได้  พระพุทธเจ้า ท่านพบทางสว่างที่นำไปสู่การหลุดพ้น กฏเกณฑ์เหล่านี้ ทางหนึ่ง และนำมาเผยแพร่  แต่ในความจริง ผมยังเชื่อว่า มีทางอื่นอีกหลายทางที่นำสู่การหลุดพ้นได้เช่นกัน เพราะมีพื้นฐานคล้ายกัน คือพบความจริงแห่งจักรวาล
ในสายทางวิทยาศาสตร์เอง นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกส่วนใหญ่ไม่ได้นับถือศาสนาใดๆ เลย แต่ท่านเหล่านี้ ก็สำเร็จในทางหนึ่ง ท่านเหล่านี้ถึงมีความสามารถพิเศษที่จะสร้าง ค้นคิดสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนอย่างเราทำไม่ได้  และก็มีหลายท่านที่พบว่า พุทธฯ เป็นศาสตร์ที่คล้องจองกับวิทยาศาสตร์  ขนาดไอน์สไตน์เอง ก็ยังยกย่องศาสนาพุทธ (แต่ไอน์สไตน์ก็ไม่ได้มาเข้าพุทธ)  และพุทธฯ ที่ไอน์สไตน์รู้จัก ผมก็เชี่อว่าไม่ใช่แนวทางหินยานของเราครับ  แต่น่าจะเป็นวชิรญาณ ที่แพร่หลายในโลกตะวันตกมากกว่า

ทั้งหมดนี่เป็นความคิดของผม ที่ประมวลจากการเห็นและอ่านมานะครับ  ไม่ใช่ว่าผมจะยกมาว่าแนวทางหรีอความเชี่อของผู้อื่นผิดนะครับ เพียงแค่อยากเปิดทางความคิดของผมให้ผู้อื่นลองพิจารณาดูเท่านั้นครับ

แนวทางหลักของผมคือพยายามทำตามคำสอน "อย่ายึดมั่น ถือมั่น" ให้มากที่สุด  ไม่ยึดติดแม้กระทั่ง ศีล ครับ  2f  2f  2f
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 09 กุมภาพันธ์, 2010, 08:26:16 AM
ความหมายของท่านปลัด ก็คือ มีแต่คนที่นับถือพุทธ เท่านั้นที่มีโอกาสหลุดพ้นวัฏสงสาร ถ้าโลกนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า สัตว์โลกทั้งหลาย -ไม่สิ ต้องมนุษย์เท่านั้น สัตว์นับถือศาสนาพุทธไม่ได้- ก็ไม่มีโอกาส  ใช่มั้ยครับ  แล้วคนที่นับถือพุทธ หลุดพันกันอย่างไร มากน้อยแค่ไหน อะไรคือ วัฏสงสาร อะไรคือนิพพาน ในความเห็นของคุณปลัดครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 10 กุมภาพันธ์, 2010, 04:18:17 PM
อริยะสัจ 4 คือหัวใจของพุทธฯ และมรรค 8 เป็นแนวปฏิบัติหลักของหินยาน  แต่พุทธฯ สายอื่น ถึงแม้ก็จะมีมรรค 8 เหมือนกัน แต่ก็จะเน้นไปในทางต่างกัน  จุดมุ่งหมายก็คือ สิ่งสุดท้าย ปัญญา ปัญญาเท่านั้นที่ทำให้เราหลุดพันวัฏสงสาร ส่วนศีลและสมาธิ เป็นเครื่องนำพาเราไปสู่ปัญญา  พุทธนิกายอื่น ยึดถือแนวทางต่างกัน อย่างมหายานเน้นการทำบุญ แผ่เมตตา มากกว่าการถือศีล เซ็นเน้นทางการศึกษา พัฒนาความคิด ยิ่งทางวชิรยานที่นอกจากจะไม่เน้นการถือศีลแล้ว ยังเปิดทางให้สัมผัสกิเลส  แต่จุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือปัญญา อย่างที่คุณปลัดว่าไว้เลยครับ ปัญญาที่เข้าใจและตัดกิเลส-ตัณหา   ไม่ทราบว่าคุณปลัดได้ดูหนังเรื่อง AVATAR หรือยังครับ คนสร้างหนังเรื่องนี้ บรรจุแก่นพุทธด้าน เซ็น และ วชิรยานไว้ในนั้นด้วย  ฉากที่นางเอกเข้าช่วยพระเอกด้วยการฆ่าหมาไนต่างดาวนั้น คำพูดของนางเอกกินใจผมมาก  ยิ่งภายหลังนางเอกสอนการฆ่าอย่างถูกวิธีให้กับพระเอก ฆ่าอย่างไร้กิเลส ไร้ตัณหาแต่เปี่ยมไปด้วยจิตเมตตา นั้นเป็นสุดยอดของการสอนแบบหนึ่งในวชิรยานครับ

ผมเคยถกธรรมะกับเจ้าอาวาสวัดเล็กๆ ที่เคร่งครัดพระวินัยมาก วัดหนึ่ง ทำนองนี้ หลังจากที่ถกกัน ท่านก็เล่าถึงปริศนาธรรมเรื่องหนึ่งว่า มีพระอยู่ 2 รูปเดินธุดงค์ไปในป่าละเมาะ  เมื่อเดินมาถึงริมฝั่งน้ำที่เชี่ยวกราก พบหญิงชาวบ้านยืนกระวนกระวายรุ่มร้อนอยู่ริมฝั่งน้ำ  พระรูปร่างใหญ่กำยำก็เดินไปถามว่า โยมมาทำอะไรที่ริมฝั่งน้ำ มีปัญหาอะไรหรือ หญิงชาวบ้านก็เล่าว่า มาหายาและจะกลับไปหาลูกทีป่วยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของแม่น้ำ  แต่ตอนนี้แม่น้ำน้ำไหลเชี่ียวมากน่ากลัว ไม่กล้าข้ามกลับไป ใจก็เป็นห่วงลูกที่ป่วย จึงร้อนรน  พระรูปนั้นก็กล่าวว่า งั้นโยมก็ขึ้นขี่หลังอาตมาเถอะ อาตมาจะนำโยมข้ามไปอีกฝั่งนั้นเอง  ฝ่ายพระอีกรูปหนึ่งที่เดินมาด้วยได้ยินก็ตกใจ แต่ก็มิได้ทักท้วง  เมื่อทั้งหมดได้ข้ามน้ำมายังอีกฝั่งหนึ่งแล้ว พระทั้งสองก็เดินธุดงค์ต่อไป โดยพระรูปที่ไม่ได้ช่วยหญิงชาวบ้านนั้น รู้สึกตะขิดตะขวงใจตลอด ผ่านไปได้ 2 วัน ก็ทนไม่ไหว เอ่ยกับพระรูปร่างใหญ่ว่า ท่าน ท่านไม่รู้สึกผิดอะไรเลยหรือ  พระรูปร่างใหญ่ก็งุนงง แล้วก็ถามกลับว่า มีอะไรเกิดขึ้น เราทำผิดอะไร  พระรูปนั้นก็กล่าวถึงการผิดศีลข้อใหญ่ที่พระกับสีกาจะถูกต้องกันไม่ได้ ท่านอาบัติไปแล้ว  พระรูปร่างใหญ่ก็เลยพูดว่า อ้าว ท่าน เราวางสีกานั่นที่ริมฝั่งน้ำไปตั้งแต่ 2 วันที่แล้ว  แต่ท่านทำไมยังแบกมาถึงนี่อีกเล่า
เจ้าอาวาสถึงกับยินดีที่ผมคุยให้ท่านฟังเรื่องการสัมผัสกิเลสด้วยกาย กับการสัมผัสด้วยใจ และก็เล่าปริศนาธรรมข้อนี้ให้ผมฟัง  ผมก็เลยขยายความต่อว่า พระรูปแรกสัมผัสสีกาด้วยกาย แต่ใจไม่ได้สัมผัส ทำไปด้วยใจกุศลไร้กิเลส  ส่วนพระรูปหลังไม่ได้สัมผัสสีกาด้วยกาย แต่ใจกลับสัมผัส ยึดติดกับศีลข้อห้าม คิดว่า ญ กับ ช สัมผัสกันเมื่อไรต้องมีแต่กิเลสทางเพศ สัมผัสแล้ววางไม่ลง มีอกุศลจิตติดไปตลอด  นี่เป็นด้านลบของหินยาน ที่ห้ามก่อนแล้วอธิบายทีหลัง แต่การอธิบายก็ไม่ได้พยายามลบล้างความเชื่อในการห้าม ทำให้คนจำนวนมากไม่หลุดพ้น ยึดติดกับศีล เหมือนกับที่เคยเกิดกับพระอานนท์ไงครับ

นั่นคือความเข้าใจและแนวทางของผมครับ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 10 กุมภาพันธ์, 2010, 05:48:56 PM

   อ่ะ นะ ถก ปัญหา ศาสนานี่ อ่านเข้าใจยาก มั่กๆๆค่ะ แต่ก้อดี ทำให้เข้าถึง ว่าแต่ว่า ใครก้อได้ ช่วยบอกหน่อยว่า..

  เราจะมีวิธี ดับทุกข์ที่เกิดจากในใจเราได้อย่างไร คือเราเป็นประเภทคนคิดมาก คิดอยู่นั่นแหละว่า ตอนนั้นทำไมเราปล่อยให้เป็นแบบนั้น

 ทำไมเราไม่ทำแบบนี้นะ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา

 และตอนนี้เรายึดติดกับคน คนหนึ่งมากเป็นคนที่เราไม่สามารถ ตัดจากใจเราได้

 เราจะทำอย่างไรให้ใจเราสงบ เฮ้อ  ชีวิต  หนอ  ชีวิต.........
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 10 กุมภาพันธ์, 2010, 06:24:55 PM
ที่จริง ผมว่าคุณ lonely มีความเข้าใจดีถึงปัญหา  ถ้าคุณสามารถเข้าใจปัญหาแล้ว ปลง ปล่อยว่าง เพ่งมองดูจริตของจิตตนเอง ก็จะเข้าใจมัน ควบคุมมันได้
แต่บ่วงกรรม บ่วงกิเลสมันยากที่่จะหลุดพ้น  กรรมเป็นเครื่องพันธนาการจิต การทำบุญมากๆ อาจจะช่วยให้พ้นกรรมเก่า ทำบุญแล้วอย่าลืมกรดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรม นายเวร เทพที่ปกปักรักษาเรา ขอขมากรรม อธิษฐานให้เราพ้นบ่วงกรรม  จากนั้นถ้าทำได้ ก็อย่างที่คุณปลัดอธิบาย ถือศีล นั่งสมาธิ บ้าง  น่าจะช่วยให้สิ่งที่เรารู้และเข้าใจแต่ตัดไม่ได้ สามารถตัดได้หลุดพันซักวันครับ

นี่ผมแนะนำ ทั้งทางสาย หินยาน มหายาน และวชิรยาน ผสมกันไปเลยนะครับ  ;D  ;D  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 11 กุมภาพันธ์, 2010, 09:49:53 AM

  ขอบคุณ ที่แนะนำ อ่านหลายรอบเพื่อให้เข้าใจ และพยายามทำตาม เหมือนรู้หมดนะ ว่าต้องทำอย่างไร แต่ก้อตัดใจไม่ได้ ไม่ยอมปล่อยวาง แต่พูดตามจริง อยากเก็บสิ่งนั้นไว้กับตัว ถึงแม้รู้ดีว่า สิ่งนั้นไม่ดี เหมือนเค้าบอกว่า อยากลืมกับจำ อยากจำกับลืม นั่นแหละ
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: gai ที่ 11 กุมภาพันธ์, 2010, 12:08:40 PM
ถ้าอยากเก็บก็ต้องไม่ทุกข์  ควบคุมจริตของจิตด้วยการพิจารณา ปล่อยวางเมื่อจิตจะพาไปสู่ความทุกข์แห่งการผิดหวัง  ขณะเดียวกันก็พยายามนึกถึงช่วงเวลาที่เคยสุข คุมจิตให้พอเพียงกับความสุขนั้น  ต้องหมั่นฝืกช่วงแรกๆ อาจจะช้า แต่พอจิตเริ่มหายพยศ เราจะคุมมันง่ายขึ้น และสามารถดับทุกข์ได้เร็วขึ้นๆ  อาจารย์ที่สวนโมกข์ท่านนึง เคยสอนผมว่านี่เป็นนิพพานอย่างนึง มีเกิด คงอยู่ และดับไป ยิ่งเราดับได้เร็วเท่าไร  เรามีจิตที่ใกล้นิพพานมากขึ้นเท่านั้น  เคยมีการพิสู่จน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า ก่อนที่จิตจะออกจากร่างเรานั้น  เหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเราทำ เคยเกิดในชีวิตเรา จะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝรั่งเรียกว่า flash back  ถ้าเรามีกรรมไม่ดีมาก และไม่สามารถควบคุมจิตได้ก่อนตายจะทรมานมาก  แต่จิตที่ถูกฝึกมาอย่างดี จะสามารถหยุดความรู้สึกทุกข์-สุขนี้ได้เร็วทัน ผมเข้าใจว่านี่การนิพพาน จิตจะไม่ไปเกิดใหม่ แต่กลับไปเป็นส่วนหนึ่งของพลังจักรวาล

อันที่จริง ทุกข์กับสุข คือสิ่งเดียวกัน  แต่ถูกคนขีดเส้นแบ่งแยกออกเป็นด้านบวกคือ สุข และ ด้านลบคือทุกข์  ความเข้าใจของคนทั่วไป อยากมีแต่สุขและไร้ทุกข์ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อไร้ทุกข์ ก็จะไร้สุข  งงมั้ยครับ  ;D  ;D  การขีดเส้นของคนแต่ละคน แต่ละสังคมก็ต่างกัน  บางอย่างทำในที่หนึ่ง คนไม่ยอมรับ เลยเกิดทุกข์  แต่พอไปทำอีกที่หนึ่ง คนยอมรับ กลายเป็นสุข  จะสุขหรือทุกข์สุดท้ายมันก็อยู่ที่ใจเรานั่นแหละครับที่จะขีดเส้นแบ่งมัน  ผมยกตัวอย่างง่ายๆ  คนส่วนใหญ่ซี้อ ล็อตเตอรี่ เพราะคิดว่า ถ้าถูกรางวัลที่ 1 ได้เกือบร้อยล้าน ชีวิตนี้ต้องเป็นสุขแน่ๆ  ถ้าคนธรรมดาอย่างเรา มีคนเอาเงินมาให้ 100 ล้าน ส่วนใหญ่จะดีใจ เป็นสุข (ในช่วงเวลานั้น)  แต่ลองเปลี่ยนสถานะเราดูครับ ลองจินตนาการว่าเราเคยมีเงินเกือบแสนล้าน แล้ววันนึง เราเกิดมีเงินเหลือ 100 ล้าน ชีวิต ความรู้สึกเราจะเป็นยังไง (คิดเปรียบเทียบเฉยๆ นะครับ อย่าไปคิดถึงใครบางคน  2f  2f  2f)  มีใครจะเป็นสุขได้บ้างครับ  เงิน 100 ล้าน เหมือนกัน แต่พอต่างคน ต่างสถานะ ความรู้สึกต่างกันราวฟ้ากับดิน   

อยากจะเล่าต่ออีกนิด ไม่ทราบว่าคุณ lonely เล่นหวยกับเขาหรือปล่าว ส่วนผมไม่เล่น และก็พูดให้คนฟังมาเป็นสิบปีแล้ว ว่าเงินจากหวยเป็นเงินร้อน เป็นสิ่งชักนำความทุกข์มาในชีวิต  เคยมีการสำรวจในประเทศสหรัฐฯ ว่าคนที่เคยถูกล็อตโต้รางวัลใหญ่ (เงินรางวัลมากกว่าเราเป็นสิบเท่า) แล้วชีวิตเป็นอย่างไรมั่ง  ผลการตามสำรวจพบว่า เกินครึ่ง บ้านแตก และจำนวนไม่น้อยสุดท้ายกลายเป็นคนไม่มีบ้านอยู่ (homeless)  คนบ้านเราก็ไม่ใช่ย่อย มีทั้งได้เงิน เสียเพื่อน เสียญาติ (งกไม่แบ่งใคร เลยไม่มีใครคบ) และเสียเงินจนเกือบหมด  ผมเล่าไปเล่ามา ก็เจอคนที่เคยถูกรางวัลที่ี 1 ชีวิตตกอับเข้าจริงๆ คนหนึ่ง อายุเกือบ 70 แล้ว แต่ต้องออกมาขับรถนำเที่ยว หาเลี้ยงลูกชายที่เสเพลไม่ยอมทำงาน  เขาเล่าว่า ตอนถูกหวย บ้านร้อนจนอยู่ไม่ได้ มีคนกดกริ่งทั้งวัน  มูลนิธิสารพัดทั่วประเทศ ก็มาเยี่ยมเยือนทุกวันทั้งปี  ญาติที่เกิดมาไม่เคยรู้จัก ก็ได้พบ เพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้าเป็นสิบปีก็มาหา ทุกคนเอาความทุกข์มา ขอความช่วยเหลือ ก็คือขอเงิน ได้ไปก็หายหมด ไม่เคยมีใครเอามาคืน  สุดท้ายเงินที่คิดว่าเยอะจนใช้ไม่หมด ก็หมดลง ลูกก็เหลวไหล เพราะคิดว่าพ่อรวยแล้ว หนังสือหนังหาไม่เรียน อายุเกือบ 40 ยังให้่พ่อหาเลี้ยง  กรรมมั้ยครับ  ;D
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 15 กุมภาพันธ์, 2010, 12:30:32 PM

  ขอเพียงให้ใจเรานั้นเป็นสุขก้อพอ  ดีมากเลยคุณปลัด พอได้อ่านแล้วมัน คลิ๊กเลย ชอบ ชอบ

 ตอนนี้เลยเริ่ม ทาม-จาย...บ้างแล้ว ทุกข์กับเค้าให้น้อยลง

 อยู่กับใจเราให้มากขึ้น

 ขอ..เพียง..ให้..ใจ..เรา เป็นสุข จริงๆเลย

ทุกวันนี้ ใจไม่เป็นสุข เราจะต้องคิดว่า ไม่มีอะไรถูก อะไรผิด  เราพยายามหาโลกส่วนตัวของเราให้เจอ แม้ใจจะร้อนรน
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 16 กุมภาพันธ์, 2010, 03:26:38 PM

    โหย..โห่..ฮิ้ว...
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 20 กุมภาพันธ์, 2010, 03:36:00 PM

   มีได้ข้อคิด ดีๆว่า หน้าที่..และหัวใจ..มันทำงานกันคนละหน้าที่

  เป็นข้อคิด ที่ดีจังเลย

 เพราะตอนนี้ หน้าที่..ก้อต้องทำให้ดีที่สุด

 หัวใจ ก้อพยายาม ยืดหยุ่นและเยียวยา

 เพื่อให้ ใจ เราเข้มแข็ง แม้มันจะบอกว่า ..เหนื่อยแล้วนะ..ใจเรา.. :'(
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 25 กุมภาพันธ์, 2010, 05:14:20 PM

  เมื่อวานได้คุยกับคนที่เราอยากคุยด้วย

  รู้สึกดีที่ปรับความเข้าใจกันได้

  ตอนนี้พยายามทำใจให้สงบและ รอ..ต่อไป

 โดยเค้าบอกว่าอย่าไปตั้งความหวังอะไรมาก

 เราคงต้องยอมรับและเชื่อว่า สักวัน ต้องมีวันที่เป็นของเรา..อีกครั้ง
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: lonely ที่ 11 มีนาคม, 2010, 09:23:15 AM

  ความลับ มันจะมีในโลกบ้างมั๊ยนะ

  ทำไมนะเราถึงทำตามใจตัวเองบ้างไม่ได้เลย

  แล้วเราจะต้องทรมานกับความลับไปอีกนานมั๊ย

  ทำอย่างไรดี :'(
หัวข้อ: Re: ชีวิตคือชีวิต
เริ่มหัวข้อโดย: เป็ดย่างนวลจันทร์ ที่ 10 เมษายน, 2010, 07:12:50 PM
 :o